Issuu on Google+

เอกสารประกอบการสอน วิ ชาโปรแกรมคอมพิ วเตอร์ 1

71

แผนบริหารการสอนประจาบทที่ 3 1. หัวข้ อเนื้อหาประจาบท 1) ความหมายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ 2) คุณสมบัติซอฟต์แวร์ที่ดี 3) ขั้นตอนการพัฒนาซอฟต์แวร์ 4) ความหมายการประมวลผล 5) องค์ประกอบข้อมูล 6) การประมวลผล 7) การดูแลข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ 2. วัตถุประสงค์ เชิงพฤติกรรม 1) ผูเ้ รี ยนสามารถบอกความหมายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ได้ 2) ผูเ้ รี ยนสามารถบอกคุณสมบัติซอฟต์แวร์ที่ดีได้ 3) ผูเ้ รี ยนสามารถบอกขั้นตอนการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้ 4) ผูเ้ รี ยนสามารถความหมายการประมวลผลได้ 5) ผูเ้ รี ยนสามารถอธิบายองค์ประกอบข้อมูลได้ 6) ผูเ้ รี ยนสามารถอธิบายการประมวลผลได้ 7) ผูเ้ รี ยนสามารถอธิบายการดูแลข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ 3. วิธีการสอนและกิจกรรมการเรียนการสอนประจาบท 1) บรรยาย/อภิปราย 2) การบรรยายประกอบโดยใช้โปรแกรม Power Point 3) การค้นคว้าหาความรู ้จากอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์อีเลิร์นนิงมหาวิทยาลัยนครพนม http://elearning.npu.ac.th 4) ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองศูนย์วทิ ยบริ การและแหล่งความรู ้ต่าง ๆ 5) ทาแบบฝึ กหัดท้ายบท

บทที่ 3 วิ ศวกรรมซอฟต์แวร์และการประมวลผลข้อมูล

โกวิ ท ยอดมงคล


เอกสารประกอบการสอน วิ ชาโปรแกรมคอมพิ วเตอร์ 1

72

4. สื่ อการเรียนการสอน 1) แผ่นใส 2) ชุดการสอนเอกสารประกอบคาบรรยาย 3) แหล่งเว็บไซด์อีเลิร์นนิงมหาวิทยาลัยนครพนม http://elearning.npu.ac.th 4) ชุดปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ 5. การวัดผลและการประเมินผล 1) สังเกตจากการตอบคาถาม 2) สังเกตจากพฤติกรรมความสนใจ 3) จากการทาแบบฝึ กหัดท้ายบท 4) กิจกรรมกลุ่ม 5) แบบทดสอบ

บทที่ 3 วิ ศวกรรมซอฟต์แวร์และการประมวลผลข้อมูล

โกวิ ท ยอดมงคล


เอกสารประกอบการสอน วิ ชาโปรแกรมคอมพิ วเตอร์ 1

73

บทที่ 3 วิศวกรรมซอฟต์ แวร์ และการประมวลผลข้ อมูล เนื้อหาในบทนี้จะกล่าวถึง ความหมายของวิศวกรรมซอฟต์แวร์ คุณสมบัติซอฟต์แวร์ที่ดี ขั้นตอนการพัฒนาซอฟต์แวร์ ความหมายการประมวลผลข้อมูล องค์ประกอบของข้อมูล การ ประมวลผลข้อมูล และการดูแลข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีรายละเอียดของเนื้อหาดังนี้

3.1 ความหมายวิศวกรรมซอฟต์ แวร์ มีนกั วิชาการหลายท่านให้ความหมายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ไว้ดงั นี้ วิศวกรรมซอฟต์แวร์เป็ นการประยุกต์ความรู ้ทางวิทยาศาสตร์ในการออกแบบและสร้าง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และการทาเอกสารที่เกี่ยวข้องเพือ่ พัฒนาดาเนินการบารุ งรักษาโปรแกรม เหล่านั้น วิศวกรรมซอฟต์แวร์ จะเกี่ยวกับการสร้างตามหลักการทางวิศวกรรมและวิธีการเพือ่ ให้ได้ ซอฟต์แวร์ในลักษณะที่ประหยัดที่สุด(เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด) และสามารถทางานได้จริ ง สมหมาย สุขคา (2551) กล่าวว่า วิศวกรรมซอฟต์แวร์ คือกระบวนการสร้างสรรค์ โปรแกรมโดยใช้หลักทางวิศวกรรมเข้ามาช่วยในการดาเนินการสร้าง สุชาย ธนวเสถียร (2551) กล่าวว่า วิชาการว่าด้วยการออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ตลอดจนการบริ หารงานการพัฒนาเพือ่ ที่จะได้มาซึ่ง ผลิตผลซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพสูง ราคาถูก และภายในเวลาที่กาหนดให้ จากความหมายดังกล่าว พอสรุ ปได้วา่ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ หมายถึง การป ระยุกต์ความรู ้ ทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้หลักทางวิศวกรรมสาหรับพัฒนาซอฟต์แวร์ให้มีคุณภาพ และประหยัด สามารถใช้งานได้จริ งตามเวลาที่กาหนด

บทที่ 3 วิ ศวกรรมซอฟต์แวร์และการประมวลผลข้อมูล

โกวิ ท ยอดมงคล


เอกสารประกอบการสอน วิ ชาโปรแกรมคอมพิ วเตอร์ 1

74

3.2 คุณสมบัติซอฟต์ แวร์ ทดี่ ี 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7.

มีความถูกต้อง (Correctness) มีความน่าเชื่อถือ (Reliability) ใช้งานง่าย (User Friendliness) มีความง่ายต่อการปรับเปลี่ยน (Adaptability) สามารถนากลับมาใช้งานใหม่ได้ (Reusability) มีความเข้ากันได้กบั ระบบที่แตกต่าง (Interoperability) มีประสิทธิภาพ (Efficiency)

3.3 ขั้นตอนการพัฒนาซอฟต์ แวร์ การพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้กนั โดยทัว่ ไปจะแบ่งออกเป็ น 4 ขั้นตอน ได้แก่ การวิเคราะห์ การออกแบบ การเขียนโปรแกรม หรื อการสร้างชิ้นงาน และการตรวจสอบซอฟต์แวร์ 1. การวิเคราะห์ เป็ นขั้นตอนแรกของการพัฒนาซอฟต์แวร์ซ่ ึงอาจแบ่งออกเป็ นสองตอน ตอนแรกจะเป็ นการสารวจความต้องการ และเหตุผลของการตัดสินใจนาคอมพิวเตอร์มาช่วยใน การทางานให้เป็ นไปโดยอัตโนมัติ ตอนที่สองจะเป็ นการวิเคราะห์ระบบงานที่ใช้อยูป่ ั จจุบนั หาก นาระบบที่ใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยตอบสนองความต้องการได้อย่างไร ข้อมูลที่ใช้และผลลัพธ์ของ ระบบซอฟต์แวร์จะต้องกาหนดอย่างเด่นชัด ผลลัพธ์จากการวิเคราะห์จะทาให้เราได้ชุดของ ข้อกาหนดของระบบเพือ่ นาไปใช้ในการออกแบบซอฟต์แวร์ 2. การออกแบบ ในการออกแบบซอฟต์แวร์ จะเป็ นงานพัฒนาทางงานเทคนิคเพือ่ แบ่ง แยกงานให้เป็ นหน่วยย่อยเรี ยก โมดูล (Module) ที่สามารถแยกจัดการเฉพาะส่วนโดยง่าย การนา ระบบใหญ่มาแบ่งย่อยเป็ นส่วนเล็กๆ สามารถนามาเชื่อมรวมกันเป็ นระบบใหญ่ ถือเป็ นส่วนสาคัญ ที่ช่วยให้งานสาเร็จลงได้เพราะการสร้างระบบซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่แต่เพียงลาพัง เป็ นเรื่ อง สุดวิสยั เหนือกาลังของคน คนเดียวการแยกส่วนแบ่งงานกันทาจะทาให้ผพู ้ ฒั นาแต่ละคนสามารถ ทางานเฉพาะส่วนของตนได้ดีขณะเดียวกันง่ายในการบารุ งรักษาในอนาคตอีกด้วย 3. การเขียนโปรแกรมหรื อการสร้างชิ้นงานจริ ง เป็ นขั้นตอนของการสร้างหรื อเขียน

บทที่ 3 วิ ศวกรรมซอฟต์แวร์และการประมวลผลข้อมูล

โกวิ ท ยอดมงคล


เอกสารประกอบการสอน วิ ชาโปรแกรมคอมพิ วเตอร์ 1

75

โปรแกรมการสร้างแฟ้ มข้อมูล และการพัฒนาฐานข้อมูล การออกแบบซอฟต์แวร์ฃเป็ นหน่วยย่อย หลายๆ มอดูลทาให้สามารถแบ่งงาน เขียนโปรแกรมหรื อสร้างชิ้นงานให้กบั นักเขียนโปรแกรม หลายๆคนทาพร้อมกันได้ 4. การตรวจสอบซอฟต์แวร์ ขั้นตอนสุดท้ายเป็ นการตรวจสอบซอฟต์แวร์วา่ ทางานได้ ครบถ่วนหรื อไม่ โดยมีการตรวจสอบแก้ไขซอฟต์แวร์เป็ นชุดมอดูล และการตรวจสอบ การ ทางานร่ วมกันของมอดูลและตรวจสอบการทางานร่ วมกันของมอดูลต่างๆ ซึ่งขั้นตอนนี้จะต้อง พิถีพถิ นั กระทาการตรวจสอบอย่างละเอียด

3.4 ความหมายการประมวลผลข้ อมูล การประมวลผลข้อมูล (Data Processing) หมายถึง การกระทาขบวนการต่าง ๆ ของข้อมูล เพือ่ เกิดสารสนเทศที่มีความหมายหรื อมีประโยชน์ ดังภาพที่ 3.1 ข้ อมูล (Data)

การประมวลผล (Processing)

สารสนเทศ (Information)

ภาพที่ 3.1 แสดงลาดับการประมวลผลข้อมูล ที่มา : http://web.en.rmutt.ac.th/winai/ComPro/Ch2.ppt  ข้อมูล (Data) หมายถึง วัตถุดิบ หรื อข้อเท็จจริ ง เช่น ตัวเลข, ตัวอักขระ, ข้อความ, รู ปภาพ, เสียง หรื อภาพยนตร์ เป็ นต้น  สารสนเทศ (Information) หมายถึง ข้อมูลซึ่งมีการประมวลผลแล้ว และมีการ จัดเรี ยงข้อมูลอย่างเป็ นระเบียบให้อยูใ่ นรู ปแบบที่สามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้

บทที่ 3 วิ ศวกรรมซอฟต์แวร์และการประมวลผลข้อมูล

โกวิ ท ยอดมงคล


เอกสารประกอบการสอน วิ ชาโปรแกรมคอมพิ วเตอร์ 1

76

3.5 องค์ ประกอบข้ อมูล องค์ประกอบของข้อมูลมี ได้แก่ บิต ไบต์ ฟิ ลด์ เรคอร์ด แฟ้ มข้อมูล และ ฐานข้อมูล ดัง ภาพที่ 3.2

แฟ้มข้ อมูล

เรคอร์ด 1

เรคอร์ด 2

ฟิ ลด์1

ไบต์1

บิต1

เรคอร์ด 3

ฟิ ลด์2

ฟิ ลด์3

ไบต์2

ไบต์3

บิต2

บิต3

เรคอร์ด n

ฟิ ลด์n

ไบต์n

บิตn

ภาพที่ 3.2 แสดงองค์ประกอบข้อมูล ที่มา : http://web.en.rmutt.ac.th/winai/ComPro/Ch2.ppt

1. บิต (Bit) คือ หน่วยของข้อมูลที่มีขนาดเล็กที่สุด ซึ่งแทนด้วยเลขฐานสอง คือ 0 และ 1 บทที่ 3 วิ ศวกรรมซอฟต์แวร์และการประมวลผลข้อมูล

โกวิ ท ยอดมงคล


เอกสารประกอบการสอน วิ ชาโปรแกรมคอมพิ วเตอร์ 1

77

2. ไบต์ (Byte) ค���อ กลุ่มของบิตใช้แทนข้อมูลที่เป็ นตัวอักษร ตัวเลข หรื อ สัญลักษณ์พเิ ศษ เพียง 1 ตัว เช่น 01000001 คือ ตัว A โดยที่ 8 บิต เท่ากับ 1 ไบต์ 3. ฟิ ลด์ (Field) คือ กลุ่มของไบต์ที่รวมกันแล้วมีความหมาย เช่น ชื่อ, นามสกุล, ที่อยู,่ เบอร์โทรศัพท์ 4. เรคอร์ด (Record) คือ กลุ่มของฟิ ลด์ที่มีความสัมพันธ์กนั เช่น เรคอร์ดของข้อมูล นักศึกษา ซึ่งประกอบด้วย ฟิ ลด์รหัส, ชื่อ, นามสกุล, วันเดือนปี เกิด, อายุ, ที่อยู,่ ชั้น, ปี เป็ นต้น 5. แฟ้ มข้อมูล (File) คือ กลุ่มของเรคอร์ดที่มีขอ้ มูลเป็ นเรื่ องเดียวกัน เช่น แฟ้ มข้อมูล นักศึกษา, แฟ้ มข้อมูลประวัติคนไข้, แฟ้ มข้อมูลสินค้า เป็ นต้น 6. ฐานข้อมูล (Database) คือ กลุ่มของแฟ้ มข้อมูลที่เกีย่ วข้องและสัมพันธ์กนั หลาย ๆ แฟ้ มข้อมูล มารวมกันเป็ นระบบ เช่น ฐานข้อมูลระบบทะเบียนนักศึกษา, ระบบคงคลังสินค้า เป็ น ต้น

3.6 การประมวลผลข้ อมูล การประมวลผลข้อมูลเพือ่ ให้ได้มาซึ่งข้อมูลหรื อข่าวสารต่าง ๆ ตามที่ตอ้ งการนั้นจะต้อง อาศัยขั้นตอนการประมวลผลพื้นฐานต่อไปนี้ 1. การบันทึก (Recording) 2. การจัดหมวดหมู่ (Classifying) 3. การเรี ยงลาดับ (Sorting) 4. การคานวณ (Calculating) 5. การสรุ ป (Summarizing) 6. การเปรี ยบเทียบ (Comparing) 7. การสื่อสาร (Communication) 8. การเก็บรักษาข้อมูล (Storing) 9. การนาข้อมูลออกมาใช้งาน (Retrieving) จากขั้นตอนการประมวลผลดังกล่าว เราสามารถแยกขั้นตอนการประมวลผล ในลาดับการ ประมวลผลดังภาพที่ 3.3

บทที่ 3 วิ ศวกรรมซอฟต์แวร์และการประมวลผลข้อมูล

โกวิ ท ยอดมงคล


เอกสารประกอบการสอน วิ ชาโปรแกรมคอมพิ วเตอร์ 1

ข้ อมูล ปฐมภูมิ หรือทุติยภูมิ (Primary Data or Secondary Data) Record

การประมวลผล (Processing) Classify Sort Calculate Summarize Compare

78

สารสนเทศ (Information) Communicate Store Retrieve

ภาพที่ 3.3 แสดงขั้นตอนการประมวลผลในลาดับประมวลผลข้อมูล ที่มา : http://web.en.rmutt.ac.th/winai/ComPro/Ch2.ppt ส่ วนของข้ อมูลจะมีการแบ่ งลักษณะของข้ อมูลที่นาเข้ าเป็ น 2 ประเภท  ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) เป็ นข้อมูลที่ได้ทาการเก็บรวบรวมอย่างเดียว ไม่มี การทาอะไรกับข้อมูลดังกล่าว บางทีเราเรี ยกว่า ข้อมูลดิบ (Raw Data)  ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) เป็ นข้อมูลที่ผา่ นการกลัน่ กรองแล้ว ซึ่งมีดว้ ยกัน 2 วิธี - การรวบรวมข้อมูล (Data Collection) จะมีข้นั ตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ - การแปลงสภาพข้อมูล (Data Conversion) เป็ นขั้นตอนการจัดเตรี ยม หรื อ นาเอาข้อมูลที่ได้ มาจัดให้อยูใ่ นรู ปที่สามารถนาไปประมวลผลได้อย่างง่าย ได้แก่ การลงรหัส (Coding) และการบรรณาธิการ (Editing)

บทที่ 3 วิ ศวกรรมซอฟต์แวร์และการประมวลผลข้อมูล

โกวิ ท ยอดมงคล


เอกสารประกอบการสอน วิ ชาโปรแกรมคอมพิ วเตอร์ 1

79

ในส่วนของการนาข้อมูลเข้าจะมีวธิ ีของการประมวลผลพื้นฐานมาเกี่ยวข้อง คือ บันทึกข้อมูล (Record)

ส่ วนของการประมวลผลข้ อมูลจะมีวิธีการในการประมวลผลดังต่ อไปนี้ 1. จัดหมวดหมู่ (Classify) เป็ นการแยกหมวดหมู่หรื อจัดกลุ่มข้อมูลที่ได้รับมา เพือ่ ให้อยู่ ตามลักษณะของงาน หรื อความต้องการที่จะนาข้อมูลไปใช้ 2. เรี ยงลาดับ (Sort) เป็ นการนาข้อมูลที่ได้ท้งั หมดมาทาการเรี ยงลาดับ คานวณ (Calculate) เป็ นการข้อมูลมาทาการคานวณตามวิธีการทางคณิ ตศาสตร์ เพือ่ ให้ได้ผลลัพธ์ ตรงตามความต้อง 3. สรุ ป (Summarize) เป็ นการนาข้อมูลที่ได้ท้งั หมด มาทาการรวบรวมให้อยูใ่ นรู ปที่ส้ นั กะทัดรัด ทาให้เราสามารถเข้าใจง่ายขึ้น และนาไปใช้ในการตัดสินใจได้รวดเร็ว 4. เปรี ยบเทียบ (Compare) เป็ นการนาข้อมูลที่ได้มาทาการเปรี ยบเทียบกับข้อมูลเดิมแล้ว ทาการสรุ ปผลที่ได้ดีกว่าหรื อไม่ดีกว่าอย่างไร เพือ่ เป็ นประโยชน์ในการใช้งาน ข้ อมูล สารสนเทศ มีวิธีการประมวลผล 3 วิธีคอื 1. สื่อสารข้อมูล (Communicate) เป็ นการส่งข้อมูลไปยังที่ห่างไกล โดยผ่านอุปกรณ์ สื่อสารเช่น โทรศัพท์ เคเบิ้ลใต้น้ า ดาวเทียม เป็ นต้น 2. เก็บรักษาข้อมูล (Store) เป็ นการนาข้อมูลที่ได้ท้งั หมดจะถูกจัดเก็บไว้อย่างเป็ นระเบียบ ในสื่อกลางหรื ออุปกรณ์การเก็บข้อมูลต่างๆ เพือ่ สะดวกในการดึงข้อมูลไปใช้งานในอนาคต 3. นาข้อมูลไปใช้งาน (Retrieve) เป็ นการนาคอมพิวเตอร์มาช่วยในการนาข้อมูลที่มีการ เก็บรักษาไว้ไปใช้งาน การประมวลผลข้ อมูลคอมพิวเตอร์ พิจารณาตามลักษณะการประมวลผลข้อมูล แบ่งได้ 3 ประเภท คือ 1. การประมวลผลส่ วนบุคคล (Personal Computing) ไมโครคอมพิวเตอร์ หรื อ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer: PC) จะมีการประมวลผลโดยใช้เครื่ องคอมพิวเตอร์ เครื่ องเดียวที่เป็ นอิสระจากกัน เครื่ องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่ องจะไม่สามารถติดต่อสื่อสาร เชื่อมโยง บทที่ 3 วิ ศวกรรมซอฟต์แวร์และการประมวลผลข้อมูล

โกวิ ท ยอดมงคล


เอกสารประกอบการสอน วิ ชาโปรแกรมคอมพิ วเตอร์ 1

80

ข้อมูลร่ วมกันได้ ซึ่งหากต้องการใช้ขอ้ มูลร่ วมกันจะต้องคัดลอกไปยังหน่วยความจาสารอง เช่น แผ่นดิสก์ จากเครื่ องเพือ่ ถ่ายโอนสู่อีกเครื่ องหนึ่ง 2. การประมวลผลแบบรวมศูนย์ (Centralized Computing) เป็ นระบบที่นาอุปกรณ์ ประมวลผล ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์มารวมไว้ในคอมพิวเตอร์เครื่ องเดียว ใช้กบั องค์กรขนาด ใหญ่ซ่ ึงใช้คอมพิวเตอร์ชนิดเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer) โดยมีผทู ้ าหน้าที่ ควบคุมการประมวลผลเพียงผูเ้ ดียว ซึ่งเป็ นที่ยงุ่ ยากมาก ต่อมาจึงมีการพัฒนาการประมวลผล โดย แบ่งออกได้เป็ น 2 วิธีคือ 2.1 การประมวลผลแบบแบทช์ (Batch Processing) เป็ นระบบที่ทางาน ในลักษณะ เตรี ยมการประมวลผลในขั้นต่อไป โดยใช้อุปกรณ์ประเภท Input/Output Unit ซึ่งอุปกรณ์ เหล่านี้ไม่อยูภ่ ายใต้การควบคุมของ CPU เช่น เครื่ องบันทึกเทป (Key to tape) เครื่ องบันทึกจาน แม่เหล็ก (Key to Disk)บัตรเจาะรู (Punched Card) เป็ นอุปกรณ์นาเข้าและอุปกรณ์จดั เก็บข้อมูล มี ลักษณะการประมวลผลโดยมีการรวบรวมข้อมูลไว้ช่วงเวลาหนึ่งก่อนที่จะนาข้อมูลมาประมวลผล พร้อมกัน การประมวลผลจะทาเป็ นช่วงเวลา เช่น การทาบัญชีเงินเดือนพนักงานทุกสิ้นเดือน ระบบ คิดดอกเบี้ยสะสม 3 เดือน 6 เดือน หรื อ 1 ปี ของธนาคาร การบันทึกเกรดของนักศึกษาในแต่ละภาค เรี ยน จนถึงภาคเรี ยนสุดท้ายจึงพิมพ์ใบรับรองเกรดเฉลี่ย ข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือภายในช่วง รอบบัญชี (1 เดือน) จะถูกเก็บสะสมจนสิ้นสุดรอบบัญชี การประมวลผล แบบนี้จะไม่มีการโต้ตอบ ระหว่างผูใ้ ช้กบั เครื่ องคอมพิวเตอร์ จึงเรี ยกอีกอย่างหนึ่งว่าระบบออฟไลน์ (Off-ling System) มี ข้อดี คือ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้อุปกรณ์ ข้อเสีย คือ ข้อมูลจะไม่ทนั สมัย 2.2 การประมวลผลแบบออนไลน์ (On-line Processing) เป็ นวิธี ที่ผใู ้ ช้สามารถใช้งาน พร้อมกันได้หลายคน (Multi-User) จะประมวลผลทันทีเมื่อรับข้อมูลเข้ามา โดยไม่ตอ้ งรอรวม ข้อมูลหรื อสะสมข้อมูลไว้ก่อน โดยมีการเชื่อมต่อกับเครื่ องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่อยูใ่ นสถานที่ อื่น มีความสามารถในการทางานบางอย่างได้ เช่น เครื่ องเอทีเอ็ม เครื่ องตัดยอดของสินค้าทุกครั้ง เมื่อมีการสัง่ ซื้อ เป็ นต้น ข้อดี คือ ทาให้ได้ขอ้ มูลที่ทนั สมัยเป็ นปั จจุบนั ตลอดเวลา ข้อเสีย คือ หากมี ข้อมูลมาก การประมวลผลจะช้าลง เนื่องจากมีเพียงเครื่ องแม่ข่ายเท่านั้นที่ทาการประมวลผล 3. การประมวลผลแบบกระจาย (Distributed Computing) เมื่อมีการใช้งานคอมพิวเตอร์ใน องค์กรที่มีขนาดใหญ่ข้ นึ อาจมีการขยายสาขาออกไป ทาให้มีระบบการทางานที่มีขนาดใหญ่ จึงมี การนาการประมวลผลแบบกระจายจากศูนย์กลางมาใช้ เพือ่ ชดเชยข้อจากัดของการประมวลแบบ รวมศูนย์ที่ค่อนข้างล่าช้า ส่งผลให้สามารถจัดสรรทรัพยากร เพือ่ กระ จายและแจก���่ายการใช้งาน บทที่ 3 วิ ศวกรรมซอฟต์แวร์และการประมวลผลข้อมูล

โกวิ ท ยอดมงคล


เอกสารประกอบการสอน วิ ชาโปรแกรมคอมพิ วเตอร์ 1

81

ข้อมูลต่าง ๆ ร่ วมกันได้ทวั่ ทั้งองค์กรและรวดเร็วมากขึ้น และระหว่างหน่วยงานย่อยขององค์กรด้วย เช่น ฐานข้อมูล ข่าวสาร เครื่ องคอมพิวเตอร์ เครื่ องพิมพ์ เครื่ องโทรสาร และเครื่ องสแกนเนอร์ เป็ น ต้น

3.6 การดูแลข้ อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ การเก็บรักษาและสารองข้ อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลที่เก็บจะมีท้งั ข้อมูลดิบ และข้อมูลที่ผา่ นกระบานการต่าง ๆ แล้ว เพือ่ ความ ปลอดภัยจะต้องมีเก็บรักษาและสารองข้อมูลดังกล่าวไว้ ส่วนวิธีการเก็บรักษาข้อมูลทาง อิเล็กทรอนิกส์น้ นั จะขึ้นอยูก่ บั ระบบปฏิบตั ิการ และ โปรแกรมประยุกต์ ที่นามาใช้งาน การป้ องกันข้ อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์มีความสาคัญมากๆ ถ้าไม่มีการเก็บรักษาและป้ องกันที่ดีขอ้ มูล เหล่านี้ ก็อาจจะถูกทาลายให้เกิดความเสียหายได้ง่าย เนื่องจากมีโปรแกรมบางชนิด ที่ถูกสร้าง ขึ้นมาเพือ่ ทาลายข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเราจะรู ้จกั ในชื่อว่า “ ไวรัสคอมพิวเตอร์” ไวรัสคอมพิวเตอร์ คือ โปรแกรมชนิดหนึ่งที่มีความสามารถในการสาเนาตัวเองเข้าไป แทรกอยูใ่ นระบบคอมพิวเตอร์ และถ้ามีโอกาสก็จะสาเนาตัวเองไปสู่คอมพิวเตอร์เครื่ องอื่น ๆ ต่อไปและเกิดการแพร่ ระบาดของไวรัส โดยอาจจะผ่านทางไฟล์ต่าง ๆ หรื อ อีเมล์ ประเภทของไวรัสคอมพิวเตอร์ ไวรัสที่ฝังตัวอยูต่ ามบูตเซ็กเตอร์ ไวรัสคอมพิวเตอร์พนั ธุน์ ้ ีจะแพร่ กระจายโดยติดในบูต เซ็กเตอร์ หรื อบูต๊ เรคอร์ด ซึ่งเป็ นเนื้อที่สาคัญของระบบเก็บข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ ทุกครั้งที่ทาการเปิ ด เครื่ อง ระบบจัดการของ คอมพิวเตอร์จะอ่านข้อมูลจากบูตเซ็กเตอร์ และโหลดเข้าไปใน หน่วยความจาก่อนเสมอ ทาให้ไวรัสถูกโหลดไปหลบซ่อนในหน่วยความจา เพือ่ รอจังหวะ แพร่ กระจายต่อไปยังแผ่นดิสก์ ไวรัสที่เกาะตามไฟล์หรื อโปรแกรม ส่วนมากจะเกาะติดไฟล์ที่มีสกุล COM หรื อ EXE คือ เมื่อมีการใช้งานโปรแกร มที่มีนามสกุลดังกล่าว ไวรัสประเภทนี้จะแยกตัวไปซ่อนอยูใ่ น

บทที่ 3 วิ ศวกรรมซอฟต์แวร์และการประมวลผลข้อมูล

โกวิ ท ยอดมงคล


เอกสารประกอบการสอน วิ ชาโปรแกรมคอมพิ วเตอร์ 1

82

หน่วยความจา แล้วหาทางเกาะติดไฟล์ที่มีนามสกุลดังกล่าว ที่เก็บไว้ในแผ่นดิสก์ หรื ออาจจะไป เกาะติดและทาลายไฟล์ที่นามสกุล COM หรื อEXE เรี ยกใช้งาน ไวรัสมาโคร เป็ นโปรแกรมทางานอย่างอัตโนมัติที่มีขนาดเล็ก ที่มี ติดตั้งอยูใ่ นชุด โปรแกรมสานักงาน (Microsoft Word, Excel, Power Point เป็ นต้น ) เพือ่ ให้ผใู ้ ช้สามารถสร้าง โปรแกรมสัง่ การทางานหลายๆ อย่างได้พร้อมกันในคราวเดียว ไวรัสมาโครจะติดต่อกับไฟล์ซ่ ึงใช้ เป็ นต้นแบบ ในการสร้างเอกสาร (Documents ) หลังจากที่ตน้ แบบในการใช้สร้ างเอกสารติดไวรัส แล้ว ทุกๆ เอกสารที่เปิ ดขึ้นด้วยต้นแบบอันนั้นจะเกิดความเสียหายขึ้นทาให้ไม่สามารถใช้งานไฟล์ นั้นๆได้ ม้าโทรจัน (Trojan Horse Virus) เป็ นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นเหมือนว่าเป็ นโปรแกรม ธรรมดาทัว่ ๆ ไป เพือ่ หลอกล่อผูใ้ ช้ให้ทาการเรี ยกมาทางาน แต่เมื่อ ถูกเรี ยกขึ้นมาแล้ว ก็จะเริ่ ม ทาลายตามที่คาสัง่ ของโปรแกรมทันที และนับว่าเป็ นหนึ่งในประเภทของโปรแกรมที่มีความ อันตรายสูง เพราะยากที่จะตรวจสอบ หนอน (Worm) ไวรัสพวกนี้ไม่น่าจัดว่าเป็ นไวรัสเพราะมันจะไม่เกาะติดกับไฟล์ใดๆ แต่ จะจาลองตัวและเพิม่ จานวนคลืบคลานไปตามเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ หรื อเครื อข่ายอินเทอร์เนตที่มี การเชื่อมต่อกัน ในปั จจุบนั เราถูกหนอนพวกนี้โจมตีมากที่สุด ในการเดินทางของมันจะมีการใช้ บริ การของ e-mail, สาย Network และอื่น ๆ และพวกหนอนเหล่านี้ยงั มีการพัฒนาสายพันธุท์ าให้ ยากแก่การดักจับและการทาลาย อาการของคอมพิวเตอร์ เมื่อมีไวรัสคอมพิวเตอร์ - ขนาดของโปรแกรมมีขนาดใหญ่ข้ นึ ผิดปกติ - ใช้เวลานานกว่าปกติในการเรี ยกใช้งานโปรแกรม - มีขอ้ ความบางอย่างที่ไม่เคยเห็นโผล่ข้ นึ มาบ่อย ๆ โดยที่ไม่ได้เปิ ดโปรแกรม ใด ๆ - เกิดข้อความประหลาดขึ้นมาบนหน้าจอของคุณรบกวนการทางานของ โปรแกรม - มีเสียงออกมาทางลาโพงทั้งที่ไม่ได้เปิ ดโปรแกรมขึ้นมาใช้งาน - มีความผิดปกติคือแป้ นพิมพ์ทางานผิดปกติ หรื อแป้ นพิมพ์ไม่สามารถใช้งาน ได้

บทที่ 3 วิ ศวกรรมซอฟต์แวร์และการประมวลผลข้อมูล

โกวิ ท ยอดมงคล


เอกสารประกอบการสอน วิ ชาโปรแกรมคอมพิ วเตอร์ 1

83

- ขนาดของหน่วยความจาของเครื่ องเหลือน้อยกว่าที่ควรจะเป็ นโดยหาสาเหตุ ไม่ได้ - ไฟล์ที่แสดงสถานะของฮาร์ดดิสก์ ค้างนานผิดปกติกว่าที่เคยเป็ น - ไฟล์หรื อข้อมูลที่ใช้อยูบ่ ่อยๆ และใช้งานได้ กลับหายไปโดยไม่สาเหตุ - เครื่ องคอมพิวเตอร์ทางานช้าลงกว่าปกติมาก - เครื่ องคอมพิวเตอร์ทาการบูตเองโดยไม่ได้สงั่ - เซ็กเตอร์ (Sector) เสียหายมีจานวนเพิม่ ขึ้น โดยมีการรายงานว่าเซ็กเตอร์น้ นั มี ความเสียหายเพิม่ ขึ้นกว่าแต่ก่อนโดยที่ ยงั ไม่ได้ใช้โปรแกรมใดเข้าตรวจสอบ เลย วิธีการป้ องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ - ทุกครั้งที่นาซอฟแวร์ที่ไม่ทราบแหล่งที่ผลิต หรื อได้รับแจกฟรี จากทาง อินเตอร์เน็ต ต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนนาไปใช้ - ควรตรวจสอบทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์อย่างสม่าเสมอ - เตรี ยมแผ่นที่สะอาดไว้สาหรับบูตเครื่ องเมื่อคราวจาเป็ น - ควรทาสารองข้อมูลไว้เสมอ - พยายามสังเกตสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเครื่ องอย่างสม่าเสมอ เช่น การทางานที่ ช้าลงของเครื่ องคอมพิวเตอร์ หน้าจอแสดงผลแปลกๆ ฮาร์ดดิกส์ไดรฟ์ มี เสียงผิดปกติ เป็ นต้น - ไม่นาแผ่นดิสก์ไปใช้กบั เครื่ องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ถ้า ยังไม่ได้ปิดแถบป้ องกัน การบันทึก (Write Protect ) - ก่อนจะนาแผ่นดิกส์มาสารองข้อมูล ควรมีการตรวจสอบแผ่นก่อนทุกครั้ง - ควรแยกแผ่นโปรแกรม และแผ่นข้อมูลออกจากกันโดยเด็ดขาด - ควรมีโปรแกรมป้ องกันไวรัสไว้ใช้ตรวจสอบและป้ องกัน เช่นโปรแกรม SCAN ไวรัสของ McAfee Associates , Norton Antivirus หรื อ PC Cillin 2002 เป็ นต้น

บทที่ 3 วิ ศวกรรมซอฟต์แวร์และการประมวลผลข้อมูล

โกวิ ท ยอดมงคล


เอกสารประกอบการสอน วิ ชาโปรแกรมคอมพิ วเตอร์ 1

84

บทสรุป สาหรับเนื้อหาในบทนี้ ต้องการให้ผเู ้ รี ยนได้ทราบ ถึง วิศวกรรมซอฟต์แวร์และการ ประมวลผลข้อมูล วิศวกรรมซอฟต์แวร์ หมายถึง การประยุกต์ความรู ้ทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้หลักทาง วิศวกรรมสาหรับพัฒนาซอฟต์แวร์ให้มีคุ ณภาพ และประหยัด สามารถใช้งานได้จริ งตามเวลาที่ กาหนด คุณสมบัติของซอฟต์แวร์ที่ดี จะต้อง มีความถูกต้อง มีความน่าเชื่อถือ ใช้งานง่าย มีความ ง่ายต่อการปรับเปลี่ยน สามารถนากลับมาใช้งานใหม่ได้ มีความเข้ากันได้กบั ระบบที่แตกต่าง และมีประสิทธิภาพ ขั้นตอนการพัฒนาซอฟต์แวร์ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ การวิเคราะห์ การออกแบบ การเขียนโปรแกรม หรื อการสร้างชิ้นงาน และการตรวจสอบซอฟต์แวร์ การประมวลผลข้อมูล (Data Processing) หมายถึง การกระทาขบวนการต่าง ๆ ของข้อมูล เพือ่ เกิดสารสนเทศที่มีความหมายหรื อมีประโยชน์ องค์ประกอบของข้อมูลมี ได้แก่ บิต ไบต์ ฟิ ลด์ เรคอร์ด แฟ้ มข้อมูล และ ฐานข้อมูล การประมวลผลข้อมูลเพือ่ ให้ได้มาซึ่งข้อมูลหรื อข่าวสารต่าง ๆ ตามที่ตอ้ งการนั้นจะต้อง อาศัยขั้นตอนการประมวลผลพื้นฐานได้แก่ การ���ันทึก การจัดหมวดหมู่ การเรี ยงลาดับ การ คานวณ การสรุ ป การเปรี ยบเทียบ การสื่อสาร การเก็บรักษาข้อมูล และ การนาข้อมูลออกมาใช้ งาน

บทที่ 3 วิ ศวกรรมซอฟต์แวร์และการประมวลผลข้อมูล

โกวิ ท ยอดมงคล


เอกสารประกอบการสอน วิ ชาโปรแกรมคอมพิ วเตอร์ 1

85

แบบฝึ กหัดท้ ายบท 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10.

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์หมายถึง จงอธิบายขั้นตอนการพัฒนาซอฟต์แวร์ คุณสมบัติซอฟต์แวร์ที่ดีเป็ นอย่างไร องค์ประกอบของข้อมูลมีอะไรบ้าง การประมวลผลข้อมูลหมายถึง ข้อมูลหมายถึง สารสนเทศหมายถึง ข้อมูลสารสนเทศมีวธิ ีการประมวลผลกี่วธิ ีอะไรบ้าง จงบอกวิธีการดูแลข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ประเภทไวรัสคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้าง

บทที่ 3 วิ ศวกรรมซอฟต์แวร์และการประมวลผลข้อมูล

โกวิ ท ยอดมงคล


เอกสารประกอบการสอน วิ ชาโปรแกรมคอมพิ วเตอร์ 1

86

เอกสารอ้างอิง วรรณิ กา จาเริ ญดารารัศมี. (2535). วิทยาการคอมพิวเตอร์ เบือ้ งต้ น. กรุ งเทพฯ: บริ ษทั ซีเอ็ดยูเคชัน่ . วศิน เพิม่ ทรัพย์ และคณะ. (2548). ความรู้เบือ้ งต้ นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี สารสนเทศ. กรุ งเทพฯ: โปรวิชนั่ .

1. โรงเรี ยนร้อยเอ็ดวิทยาลัย,การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น,10 กรกฎาคม 2551 ,http://www.rw.ac.th/ebook/basic_c/lesson1/page1.html 2. ภาควิชาวิทยาศาสตร์ประยุกต์,มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรี อยุธยา,10 กรกฎาคม 2551,http://appsci.aru.ac.th/content/blogsection/8/91/ 3. วิชาการ.คอม,10 กรกฎาคม 2551,http://www.vcharkarn.com/vblog/18187/1 4. Computer Programming for RMUTT,15 กรกฎาคม 2551, http://web.en.rmutt.ac.th/computerprogramming/ 5. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ,15 ธันวาคม 2551,http://web.en.rmutt.ac.th/winai/ComPro/Ch2.ppt

บทที่ 3 วิ ศวกรรมซอฟต์แวร์และการประมวลผลข้อมูล

โกวิ ท ยอดมงคล


Chapter 3