Issuu on Google+

โวหารภาพพจน์ ในวรรณคดี

นางสาว สุ ธาทิพย์ รู ปใหญ่ 5315881039

รายงานนีเ้ ป็ นส่ วนหนึ่งของการศึกษา วิชา ภาษาและเทคโนโลยีสาหรับครู (1032101) ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษาที่ 2555 มหาวิทยาลัยราชภัฏราไพพรรณี

คานา

โวหารภาพพจน์ เป็ นถ้ อยคาถ้ อยสานวนทีเ่ รียบเรียงไว้ อย่ างไม่ ตรงไปตรงมาโดยผู้ประพันธ์ มีเจตนา ทีจ่ ะทาให้ ผ้ อู ่ านเข้ าใจและเกิดความรู้ สึกประทับใจในเรื่องราวมากกว่ าการอ่ านถ้ อยคาสานวนแบบธรรมดา ซึ่งโวหารภาพพจน์ น้ ันเป็ นการใช้ ถ้อยคาทีผ่ ่านการเรียบเรียงอย่างดี มีวธิ ีการประพันธ์ อย่างมีช้ั นเชิงและมี ศิลปะผู้อ่านจึงเข้ าใจได้ อย่ างถูกต้ องชั ดเจนลึกซึ้ง ด้ วยประการนีเ้ องผู้จัดทาจึงได้ ศึกษาและรวบรวมข้ อมูลหลักการใช้ โวหารภาพพจน์ เพือ่ ให้ สามารถ นาไปใช้ ประกอบการอ่านวรรณคดี ผลงานการประพันธ์ ต่างๆ ซึ่งจะเป็ นการเพิม่ อรรถรสในด้ านอารมณ์ นา้ สี ยงและเหตุการณ์ ต่างๆในเรื่องได้ เป็ นอย่างดียงิ่ ขึน้ ทางผู้จัดทาหวังเป็ นอย่ างยิง่ ว่ ารายงานเล่ มนี้จะสามารถทาประโยชน์ ให้ แก่ ผ้ ทู ี่ต้องการศึกษาได้ ไม่ มากก็น้อย

สุ ธาทิพย์ รู ปใหญ่ ผู้จัดทา

สารบัญ คานา สารบัญ

หน้ า

โวหารภาพพจน์ ในวรรณคดี 1.อุปมา (Simile)

2

2.อุปลักษณ์ (Metaphor)

2-3

3.ปฏิพากษ์ (Oxymoron)

3

4.อติพจน์ (Hyperbole)

4

5.บุคลาธิษฐาน (Personisication)

4-5

6.สั ญลักษณ์ (Symbol)

5

7.นามนัย (Syneccoche)

6

8.สั ทพจน์ (Onomatopoeia)

6-7

2

โวหารภาพพจน์ ในวรรณคดี 1.อุปมา (Simile) อุปมา คือ การเปรี ยบเทียบว่าสิ่ งหนึ่งเหมือนกับสิ่ งหนึ่งโดยใช้คาเชื่อมที่มีความหมายเช่นเดียวกับคา ว่า “เหมือน” เช่น ดุจ ดัง่ ราว ราวกับ เปรี ยบ ปะดุจ เฉก เพียง เพี้ยง พ่าง ปาน ประหนึ่ง ฯลฯ ตัวอย่างเช่ น ปัญญาประดุจดัง่ อาวุธ / ไพเราะกังวานปานเสี ยงนกร้อง / ท่าทางหล่อนราวกับนางพญา / จมูก เหมือนลูกชมพู่ “สู งระหงทรงเพียวเรี ยวลูด งามละม้ายคล้ายอูฐกะหลาป๋ า พิศแต่หวั จรดเท้าขาวแต่ตา สองแก้มกัลยาดังลูกยอ คิ้วก่งดังก่งเขาดีดฝ้ าย จมูกละม้ายคล้ายพร้าขอ หูกลวงดวงพักตร์ หกั งอ ลาคอโตตันสั้นกลม สองเต้าห้อยตุงดังถุงตะเคียว โคนเหี่ยวแห้งรวบเหมือนบวบต้ม เสวยสลายจุกพระโอษฐ์อม มันน่าเชยน่าชมนางเทวี” (จากเรื่ อง ระเด่นลันได) 2.อุปลักษณ์ (Metaphor) อุปลักษณ์ คล้ายกับอุปมา แต่ใช้วธิ ี กล่าวเป็ นนัย ให้เข้าใจเอาเองที่สาคัญอุปลักษณ์จะไม่มีคาเชื่อม เหมือนอุปมา ตัวอย่างเช่ น -ขอเป็ นเกือกทองรองบาทา ไปจนกว่าชีวติ จะบรรลัย

3

-ทหารเป็ นรั้วของชาติ -เธอคือดอกฟ้ าแต่ฉนั นั้นคือหมาวัด -เธอเป็ นดินหรื อเธอเป็ นหญ้าแท้จริ งมีค่ากว่าใครนิรันดร์ -ชาวนาเป็ นกระดูกสันหลังของชาติ -ครู คือแม่พิมพ์ของชาติ -ชีวติ คือการต่อสู ้ ศัตรู คือยาชูกาลัง 3.ปฏิพากย์ (Paradox) ปฏิพากย์ หรื อ ปรพากย์ คือ การใช้ถอ้ ยคาที่มีความหมายตรงกันข้าม หรื อขัดแย้งกันมากล่าวอย่าง กลมกลืนกันเพื่อเพิ่มความหมายให้มีน้ าหนักมากยิง่ ขึ้น ตัวอย่างเช่ น - เลวบริ สุทธิ์ - บาปบริ สุทธิ์ - สวยเป็ นบ้า - สวยอย่างร้ายกาจ - สนุกฉิบหาย - ยิง่ รี บยิง่ ช้า - น้ าร้อนปลาเป็ น น้ าเย็นปลาตาย

4

4.อติพจน์ (Hyperbole) อติพจน์ หรื อ อธิ พจน์ คือโวหาร ที่กล่าวเกินความจริ งเพื่อเน้นความรู ้สึก ทาให้ผฟู ้ ังเกิดความรู ้สึก ลึกซึ้ ง ภาพพจน์ชนิดนี้นิยมใช้กนั มากแม้ในภาษาพูดเพราะเป็ นการกล่าวที่ทาให้เห็นภาพได้ง่ายและแสดง ความรู ้สึกของกวีได้อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่ น คิดถึงใจจะขาด / คอแห้งเป็ นผง / ร้อนตับแตก / หนาวกระดูกจะหลุด / การบินไทยรักคุณเท่าฟ้ า / ***ในกรณี ที่ใช้โวหารต่ากว่าความจริ งจะเรี ยกว่า “อวพจน์” ตัวอย่างเช่ น เล็กเท่าขี้ตาแมว / เพียงชัว่ ลัดนิ้วมือเดียว / รอสักอึดใจเดียว 5.บุคลาธิษฐาน (Personification) บุคลาธิษฐาน หรื อ บุคคลวัต คือ การกล่าวถึงสิ่ งต่างๆที่ไม่มีชีวติ ไม่มีความคิด ไม่มีวญ ิ ญาณ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ อิฐ ปูน ฯลฯ หรื อ สิ่ งที่มีชีวติ ที่ไม่ใช่มนุษย์ เช่น ต้นไม้ สัตว์ โดยให้สิ่งต่างๆเหล่านี้แสดงกิริยาอาการและความรู ้สึกได้ เหมือนมนุษย์ (บุคลาธิษฐาน มาจากคาว่า บุคคล + (อธิษฐาน) หมายถึง อธิษฐานให้กลายเป็ นบุคคล ตัวอย่างเช่ น (1) “มองซิ ...มองทะเล บางครั้งมันบ้าบิ่น ทะเลไม่เคยหลับใหล บางครั้งยังสะอื้น เห็นลมคลื่นแห่จูบหิ น กระแทกหิ นดังครื นครื น ใครตอบได้ไหมไฉนจึงตื่น ทะเลมันตื่นอยูร่ ่ าไป ฟ้ าหัวเราะเยาะข้าชะตาหรื อ ดินนั้นถืออภิสิทธิ์ ชีวติ ข้าเองไม่เกรงดินฟ้ า”

5

(2) “ดาวเรื องไกวกิ่งทักทายกุหลาบแดง แต่กุหลาบสาวดูเหมือนจะมองไม่เห็น เพราะเจ้าหล่อนมัวแต่หวั เราะระริ กรื่ นเอียงแก้มหลบผีเสื้ อหนุ่มอยูพ่ ลั วัน ” (3) “ปางลูกทุกข์ฤดี ธรณี เศร้าใจ ปางลูกร้องไห้ ธรณี ไห้หวน” 6.สั ญลักษณ์ (Symbol) สัญลักษณ์ เป็ นการเรี ยกชื่อสิ่ งๆหนึ่งโดยใช้คาอื่นมาแทนไม่เรี ยกตรงๆส่ วนใหญ่ คาที่นามาแทนจะ เป็ นคาที่เกิดจากการเปรี ยบเทียบและตีความซึ่ งใช้กนั มานานจนเป็ นที่เข้าใจและรู ้จกั กันโดยทัว่ ไป ตัวอย่างเช่ น - เมฆหมอก

แทน

อุปสรรค

- สี ดา

แทน

ความตาย

- สี ขาว

แทน

ความบริ สุทธิ์

- กุหลาบแดง

แทน

ความรัก

- หงส์

แทน

คนชั้นสู ง

- กา

แทน

คนต่าต้อย

- ดอกไม้

แทน

ผูห้ ญิง

- แสงสว่าง

แทน

สติปัญญา

- เพชร

แทน

ความแข็งแกร่ ง ความเป็ นเลิศ

- แก้ว

แทน

ความดีงามของมีค่า

- ลา

แทน

คนโง่ คนน่าสงสาร

- สุ นขั จิง้ จอก

แทน

คนเจ้าเล่ห์

6

7.นามนัย (Metonymv) นามนัย คือ การใช้ คา หรื อ วลี ซึ่ งบ่งบอกลักษณะหรื อคุณสมบัติของสิ่ งใดสิ่ งหนึ่งแทนอีกสิ่ งหนึ่ง คล้ายๆสัญลักษณ์ แต่ต่างกันตรงที่นามนัยจะดึงเอาลักษณะบางส่ วนของสิ่ งหนึ่งมากล่าวให้หมายถึงส่ วน ทั้งหมด ตัวอย่างเช่ น - เมืองโอ่ง

หมายถึง

จังหวัดราชบุรี

- เมืองย่าโม

หมายถึง

จังหวัดนครราชสี มา

- ทีมสี เหลือง

หมายถึง

ทีมมาเลเซีย

- ทีมสิ งโตคาราม

หมายถึง

ทีมชาติองั กฤษ

- เก้าอี้

หมายถึง

ตาแหน่ง

- มือที่สาม

หมายถึง

ผูก้ ่อความเดือดร้อน

8.สั ทพจน์ (Onematoboeia) สัทพจน์ หมายถึง ภาพพจน์ที่เลียนเสี ยงธรรมชาติ เช่น เสี ยงดนตรี เสี ยงคลื่น เสี ยงลม เสี ยงฝน เสี ยงน้ าตก เสี ยงน้ าไหล ฯลฯ การใช้ภาพพจน์ประเภทนี้จะทาให้เหมือนได้ยนิ เสี ยงนั้นจริ งๆ ตัวอย่างเช่ น - ลูกนกร้อง จิ๊บๆๆ - ลูกแมวร้อง เหมียวๆๆ - เปรี้ ยงๆ ดังเสี ยงฟ้ าฟาด - คลื่นซัด ครื น...ครื น...ซ่า ที่ผาแดง

7

(1) “น้ าพุพงุ่ ซ่าไหลมาฉาดฉาน เห็นตระการ เสี ยงกังวาน มันดัง จอกโครม จอกโครม

(2) “ไผ่ซออ้อเอียดเบียดออด ออด แอด แอด ออด ยอดไกว

มันดัง จอกโครม จอกโครม”

ลมลอดไล่เลี้ยวเรี ยวไผ่ แพใบลาน้ าลาคลอง” (บนพรมไผ่ : เนาวรัตน์ พงไพบูลย์)

8

แหล่ งข้ อมูลอ้ างอิง

http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/ratchaburi/ratana_sri/index.html http://tanyarat-ss.blogspot.com/2011/09/blog-post15.html


การใช้โวหารภาพพจน์