Page 1

แจกฟรี ห้ามจำหน่าย


ประเพณี

บุญบั้งไฟ (พิมพ์ครั้งที่ 1) นางสาวจตุภกั ดิ์ โคตรเงิน บรรณาธิการ จ.ส.ท.คงศักดิ์ ทรัพย์ประเสริ ฐ ออกแบบเล่ ม นางสาวจตุภกั ดิ์ โคตรเงิน จัดรู ปเล่ ม จ.ส.ท.คงศักดิ์ ทรัพย์ประเสริ ฐ จัดรู ปเล่ ม

สงวนสิทธิ์

พิมพ์ครั้งที่ 1 : ปี 2555 จำนวนพิมพ์ 1,000 เล่ม จัดจำหน่ ายโดย

ศูนย์ หนังสื อมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เลขที่ 9 แจ้งวัฒนะ แขวงอนุสาวรี ย ์ เขตบางเขน จังหวัดกรุ งเทพฯ 10220 โทร. 02-544-8000

พิมพ์ที่

บริษทั สหชัยกิจการพิมพ์ จำกัด

63/98 หมู่ 1 บางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม 10150 โทรศัพท์ 028920811-4


คำนำ ประเพณี บุญบั้งไฟกับชีวิตของชนชาวอีสานมีความผูกพันกันอย่าง เหนียวแน่น ชาวอีสานจึงจัดทำบุญบั้งไฟกันอย่างเอิกเกริ ก ยิง่ ใหญ่ นอกจากนี้ ยัง ถื อ ว่ า เป็ นการทำบุ ญ ประกอบคุ ณ งามความดี ต ามความเชื่ อ ถื อ ที่ มี ม าแต่ โบราณกาล เช่น มีงานบวชนาค งานสรงน้ำพระพุทธรู ป บั้งไฟจึงถือว่ามีความ เกี่ยวพันกับชีวติ ของคนอีสานในฐานะเป็ นเครื่ องมือของพิธีขอฝนเพือ่ ให้ตกต้อง ตามฤดูกาล นอกจากนี้ประเพณี บุญบั้งไฟยังเปิ ดโอกาสให้ชาวบ้านจากหมู่บา้ น อื่ น ๆและตำบลต่ า งๆได้ ม าช่ ว ยกั น ทำบุ ญ บั้ งไฟมาร่ วมกั น สนุ ก สนาน เป็ นการรวมพลัง ประชาชนก่ อ ให้เ กิ ด ความรั ก ความสามัค คี มี ค วามเอื้ อ เฟื้ อ เผื่อแผ่ซ่ ึ งกันและกันนี่ คือภูมิปัญญาอันชาญฉลาดของคนรุ่ นเก่ าที่ มีวิสัยทัศน์ กว้างไกลต่อทอดมายังคนยุคปัจจุบนั ตราบเท่าทุกวันนี้และมีสืบต่อไปอีกยาวนาน นางสาวจตุภกั ดิ์ โคตรเงิน บรรณาธิการ


4

บุญบั้งไฟ

สารบัญ เรื่ อง ตำนานประเพณี บุญบั้งไฟ ประวัติความเป็ นมา ความเชื่อของชาวบ้าน ความเชื่อในทางศาสนาพราหมณ์ รู ปภาพหน้ากลาง ประเภทของบั้งไฟและวิธีการทำบั้งไฟ บั้งไฟมีหาง บั้งไฟหมื่น บั้งไฟล้าน ผูจ้ ดั ทำ

หน้า 6 8 11 13 16 19 21 25 28 31

8 16

25


บุญบั้งไฟ

22

26

28

เรื่ อง ตำนานประเพณี บุญบั้งไฟ ความหมายของบั้งไฟ ความเชื่อในทางศาสนาพุทธ จุดประสงค์ของการทำบุญบั้งไฟ การเตรี ยมงานบุญบั้งไฟ บั้งไฟไม่มีหาง บั้งไฟตะไล บั้งไฟแสน บรรณานุกรม

5

หน้า 7 10 12 14 18 20 22 26 30


6

บุญบั้งไฟ

ตำนานประเพณีบุญบั้งไฟ ตามตำนานเล่าว่า เมื่อครั้งพระพุทธ เจ้าถือชาติกำเนิดเป็ นพญาคางคกพญาคางคกได้ อาศัยอยูใ่ ต้ ร่ มโพธิ์ใหญ่ในเมืองพันทุมวดี ด้วย เหตุใดไม่แจ้งพญาแถนเทพเจ้าแห่งฝนโกรธ เคืองโลกมนุษย์มาก จึงแกล้งไม่ให้ฝนตกนานถึง 7 เดือน ทำให้เกิดความลำบากยากแค้น อย่างแสนสาหัสแก่มวลมนุษย์ สัตว์ และพืชจน กระทัง่ พากันล้มตายเป็ นจำนวนมากพวกที่ แข็งแรงก็จะรอดตาย และได้พากันมาร วมกลุ่มใต้ตน้ โพธิ์ใหญ่กบั พญาคางคก สรรพสัตว์ท้ งั หลายจึงได้ หารื อกันเพื่อจะหาวิธี การปราบพญาแถน ที่ประชุมได้ตกลงกันให้ พญานาคียกทัพไป รบกับพญาแถน แต่กต็ อ้ งพ่ายแพ้ จากนั้นจึงให้พญาต่อแตน ยกทัพไปปราบแต่กพ็ า่ ยแพ้อีกเช่นกัน ทำให้พวก สรรพสัตว์ท้ งั หลายเกิดความท้อถอยหมด กำลังใจ และสิ้ นหวัง ได้แต่รอวันตาย

ในที่สุดพญาคางคกขออาสาที่จะไปรบกับ พญาแถน จึงได้วางแผนในการรบโดยให้ปลวก ทั้งหลายก่อจอมปลวกขึ้นไปจนถึงเมืองพญาแถน เพื่อเป็ นเส้นทางให้บรรดาสัตว์ ซึ่ งมีมอด แมงป่ อง และตะขาบ ได้เดินทางไปสู่เมืองพญาแถน สำหรับมอดได้รับหน้าที่ให้ทำการกัดเจาะ ด้ามอาวุธที่ทำด้วยไม้ทุกชนิด ส่ วน แมงป่ อง และตะขาบให้ซ่อนตัวอยูต่ ามกองฟื นที่ใช้หุง ต้มอาหาร และอยูต่ ามเสื้ อผ้าของไพร่ พลพญา แถน ทำหน้าที่กดั ต่อย หลังจากวางแผนเรี ยบ ร้อยกองทัพของพญาคางคกก็เดินทางออกรบ มอดทำหน้าที่กดั เจาะด้ามอาวุธ แมงป่ องและ ตะขาบกัดต่อยไพร่ พลของพญาแถนเจ็บปวด ร้องระงมจนกองทัพระส่ ำระส่ าย ในที่สุด พญาแถนยอมแพ้ และตกลงทำสัญญาสงบศึก กับพญาคางคก ดังนี้


บุญบั้งไฟ

7

1. ถ้ามวลมนุษย์จุดบั้งไฟขึ้นสู่ทอ้ งฟ้ าเมื่อใด ให้พญาแถนสัง่ ให้ฝนตกในโลกมนุษย์ 2. ถ้าได้ยนิ เสี ยงกบ เขียดร้อง ให้รับรู ้วา่ ฝนได้ตกลงมาแล้ว 3. ถ้าได้ยนิ เสี ยงสนู (เสี ยงธนูควายของว่าว) หรื อเสี ยงโหวด ให้ฝนหยุดตกเพราะจะเข้าสู่ ฤดูเก็บเกี่ยวข้าว

หลังจากที่ได้สญ ั ญากันแล้ว พญาแถนจึงได้ถกู ปล่อยตัวไป และได้ปฏิบตั ิตามสัญญาจนบัดนี้ การจุดบั้งไฟให้ข้ ึนไปบนท้องฟ้ า เพื่อเป็ นการแสดงคารวะ กับเป็ นสัญญาแจ้งให้เทพารักษ์ได้ ทราบว่าใกล้จะถึงฤดูทำไร่ ไถนากันแล้ว ขอได้โปรดเมตตาช่วยบันดาลให้ฝนตกมายังภาคพื้น ดินด้วย ประกอบกับชาวพื้นเมืองทัว่ ๆ ไปในภาคอีสาน ได้ทำพิธีแห่บุญบั้งไฟขึ้นก็ในราวเดือน 6 ซึ่งเป็ นเดือนราษฎร์ และตรงกับเดือนหลวงก็คือเดือนพฤษภาคมของทุก ๆ ปี


8

บุญบั้งไฟ

ประวัติความเป็นมา ประเพณี บุญบั้งไฟมีมาแต่ครั้งไหนยังหาหลักฐานที่แน่ชดั ไม่ได้ สิ รวัฒน์ คำวันสา ได้ให้ ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับความเป็ นมาของประเพณี บุญบั้งไฟในแง่ต่างๆ ไว้ดงั นี้ บุญบั้งไฟ เป็ นประเพณี ที่นิยมทำกันในเดือน ๖ การจัดทำบุญบั้งไฟขึ้นเพื่อบูชาอารักษ์หลักเมือง เป็ นประเพณี ทำบุญขอฝนจากพญาแถนเพื่อให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลบ้าง คนหรื อวัวควายอาจเกิดป่ วย เป็ นโรคต่างๆ บ้างเป็ นต้น และเมื่อทำบุญดังกล่าวแล้ว ก็เชื่อว่าฟ้ าฝนจะอุดมสมบูรณ์ ประชาชนใน หมู่บา้ นนั้นจะอยูเ่ ย็นเป็ นสุ ข เพราะมีอาหารข้าวปลาที่บริ บูรณ์ท้ งั ปราศจากโรคภัยด้วย

“ ฮีตหนึ่งนั้น เถิงเดือนหก แล้วให้นำเอาน้ำวารี สรงโสก ฮดพระพุทธรู ปเหนือใต้สู่ภาย อย่าได้ละเบี่ยงบ้ายปั ดป่ าย หายหยุด มันสิ สูญเสี ยศรี ต่ำไปเมือหน้า จงพากันทำแท้แนวคองฮีตเก่า เอาบุญไปเรื่ อยๆ อย่าถอยหน้าหากสิ เสี ย”


บุญบั้งไฟ

เดือนหกทำบุญบั้งไฟและบุญวันวิสาขบูชา การทำบุญบั้งไฟเพื่อขอฝน และจะมีงาน บวชนาค พร้อมกันด้วย การทำบุญเดือนหกเป็ นงานสำคัญก่อนการทำนา หมู่บา้ นใกล้เคียงจะนำ เอาบั้งไฟ มาจุดประชันขันแข่งกัน หมู่บา้ นที่รับเป็ นเจ้าภาพจะจัดอาหาร เหล้ายามาเลี้ยงโดยไม่คิด มูลค่า เมื่อถึงเวลาก็จะตั้งขบวนแห่บ้ งั ไฟและรำเซิ้งออกไป ณ ลานที่จุดบั้งไฟ การเซิ้งจะกระทำด้วย ความสนุกสนาน ไม่มีการทะเลาะวิวาท คำเซิ้งและการแสดงประกอบจะออกไปในเรื่ องเพศ แต่กไ็ ม่ ถือสาหรื อคิดเป็ นเรื่ องหยาบคายแต่อย่างใด (ไปชมประเพณี ยง่ิ ใหญ่น้ ีได้ที่จงั หวัดยโสธร ช่วงต้น เดือนพฤษภาคมของทุกปี ) ส่ วนการทำบุญวิสาขบูชานั้น ก็มีการทำบุญเลี้ยงพระ ฟังเทศน์ ช่วงเย็น มีการเวียนเทียนเช่นเดียวกับภาคอื่นๆ โดยการเอาขี้เจีย(ดินประสิ ว) มาประสมคัว่ กับถ่าน โขลกให้แหลกเรี ยกว่าหมื่อ (ดินปื น) เ อาหมื่อใส่ กระบอกไม้ไผ่อดั ให้แน่น แล้วเจาะรู ใส่ หางเรี ยกว่าบั้งไฟ การทำบุญมีให้ทาน เป็ นต้น เกี่ยวกับการทำบ้องไฟ เรี ยกว่า บุญบั้งไฟ กำหนดทำกันในเดือนหก

9


10 บุญบั้งไฟ

ความหมายของบั้งไฟ

คำว่า “บั้งไฟ” ในภาษาถิ่นอีสานมักจะสับสนกับคำว่า “บ้องไฟ” แต่ที่ถกู นั้นควรเรี ยก ว่า”บั้งไฟ” ดังที่ เจริ ญชัย ดงไพโรจน์ ได้อธิบายความแตกต่างของคำทั้งสองไว้วา่ บั้งหมายถึง สิ่ งที่เป็ นกระบอก เช่น บั้งทิง สำหรับใส่ นำ้ ดื่ม หรื อบั้งข้าวหลาม เป็ นต้น ส่ วนคำว่า บ้อง หมายถึง สิ่ งของใดๆ ก็ได้ที่มี 2 ชิ้น มาสวมหรื อประกอบเข้ากันได้ ส่ วนนอกเรี ยกว่า บ้อง ส่ วนในหรื อสิ่ งที่เอาไปสอดใสจะเป็ นสิ่ งใดก็ได้ เช่น บ้องมีด บ้องขวาน บ้องเสี ยม บ้องวัว บ้องควาย ดังนั้น คำว่า บั้งไฟ ในภาษาถิ่นอีสานจึงเรี ยกว่า บั้งไฟ ซึ่งหมายถึงดอกไม้ไฟชนิด หนึ่ง มีหางยาวเอาดินประสิ วมาคัว่ กับถ่านไม้ตำให้เข้ากันจน ละเอียดเรี ยกว่า หมื้อ (ดินปื น) และเอาหมื้อนั้นใส่ กระบอกไม้ไฝ่ ตำให้แน่นเจาะรู ตอนท้ายของ บั้งไฟ เอาไฝ่ ท่อนอื่นมัดติดกับกระบอกให้ใส่ หมื้อโดยรอบ เอาไม้ไฝ่ ยาวลำหนึ่งมามัดประกบต่อ ออกไปเป็ นหางยาว สำหรับใช้ถ่วงหัวให้สมดุลกัน เรี ยกว่า “บั้งไฟ” ในทัศนะของผูว้ จิ ยั บั้งไฟ คือการนำเอากระบอกไม้ไผ่ เลาเหล็ก ท่อเอสลอน หรื อเลาไม้อย่างใดอย่างหนึ่งมาบรรจุหมื้อ (ดินปื น) ตามอัตราส่ วนที่ช่างกำหนดไว้แล้ว ประกอบท่อนหัวและท่อนหางเป็ นรู ปต่างๆ ตามที่ตอ้ งการ เพื่อนำไปจุดพุง่ ขึ้นสู่อากาศ จะมีควันและเสี ยงดัง บั้งไฟมีหลายประเภท ตามจุดมุ่งหมายของ ประโยชน์ในการใช้สอย


บุญบั้งไฟ

11

ความเชื่อของชาวบ้าน ชาวบ้านเชื่อว่ามีโลกมนุษย์ โลกเทวดาและโลกเทวดา มนุษย์อยูใ่ ต้อิทธิพลของเทวดา การรำผีฟ้าเป็ นตัวอย่างที่ แสดงออกทางด้านการนับถือ เทวดา และเรี ยกเทวดาว่า “แถน”

เมื่อถือว่ามีแถนก็ถือว่า ฝน ฟ้ า ลม เป็ นอิทธิพลของแถน หากทำให้แถนโปรดปราน มนุษย์ ก็จะมีความสุ ข ดังนั้นจึงมีพิธีบูชาแถน การจุดบั้งไฟก็อาจเป็ นอีกวิธีหนึ่งที่แสดงความเคารพหรื อ ส่ งสัญญาณความภักดี ไปยังแถน ชาวอีสานจำนวนมากเชื่อว่าการจุดบั้งไฟเป็ นการขอฝนจากพญาแถน และมีนิทานปรัมปราเช่นนี้อยูท่ วั่ ไป แต่ความเชื่อนี้ยงั ไม่พบหลักฐานที่แน่นอน นอกจากนี้ใน วรรณกรรมอีสานยังมีความเชื่ออย่างหนึ่งคือ เรื่ องพญาคันคาก หรื อคางคก พญาคันคากได้ รบกับพญาแถนจนชนะแล้วให้พญาแถนบันดาลฝนลงมาตกยังโลกมนุษย์


12 บุญบั้งไฟ

ความเชื่อในทางศาสนาพุทธ มีการฉลองและบูชาในวันวิสาขบูชา กลางเดือนหก มีการทำดอกไม้ไฟ ในแบบต่างๆ ทั้ง ไฟน้ำมัน ไฟธูปเทียน และดินประสิ ว ในงานนี้มีการรักษาศีล การให้ทาน การบวชนาค การอัดทรง และนิมนต์พระเทศน์อานิสงฆ์ ลายบั้งไฟ : ใช้ลายศิลปไทย คือ ลายกนก อันเป็ นลายพื้นฐานในการลับ ลายบั้งไฟ โดยช่างจะนิยมใช้กระดาษ ดังโกทองด้านเป็ นพื้นและสี เม็ดมะขาม เป็ นตัวสับลาย เพื่อให้ลายเด่นชัดใน การตกแต่งเพื่อให้ความ ตัวบั้งไฟ : มีลกู โอ้จะใช้ลายประจำยาม ลายหน้าเทพพนม ลายหน้ากาล ลูกเอ้ใช้ลายประจำยาม ก้ามปูเปลว และลายหน้ากระดาน ฯลฯ กรวยเชิง : เป็ นลวดลายไทยที่เขียนอยู่ เชิงยาบที่ประดับพริ้ วลงมาจากช่วงตัว บั้งไฟ ยาบ : เป็ นผ้าประดับใต้เลาบั้งไฟ จะสับลายใดขึ้นอยูก่ บั ช่างบั้งไฟนั้น เช่น ลายก้านขูด ลายก้านดอกใบเทศ ตัวพระนาง : เป็ นรู ปลักษณ์สื่อถึงผาแดง นางไอ่ หรื อตัวละครในเรื่ องรามเกียรติ์ พระลักษณ์ พระราม เป็ นต้น


บุญบั้งไฟ

13

ความเชื่อในทางศาสนาพราหมณ์ กระรอกเผือก : ท้าวพังคี แปลงร่ างมาเพื่อให้นางโอ่หลงใหล ปล้องคาด : ลายรักร้อย ลายลูกพัดใบเทศ ลายลูกพัดขอสร้อย เป็ นต้น เกริ น : เป็ นส่ วนที่ยนื่ ออกสองข้างของบุษบก เป็ นรู ปรอนเบ็ดลายกนก สำหรับตั้งฉัตรท้ายเกริ น ราชรถประดับส่ วนท้ายของหางบั้งไฟ บุษบก : เป็ นองค์ประกอบไว้บนราชรถ เพื่อสมมุติให้เป็ นปราสาทผาแดงนางไอ่ ต้างบั้งไฟ : ลายกระจังปฏิญาณ ลายก้านขด ลายพุม่ ข้าวบิณฑ์ ลายประกอบตกแต่งอื่นๆ : ลายกระจังตั้ง กระจังรวน กระจังตาอ้อย ลายน่องสิ งห์ บัวร่ วน กลีบขนุน

การบูชาเทพเจ้าด้วยไฟ ถือว่าเป็ นการบูชาเทพเจ้าเบื้องบนสวรรค์ ดังนั้น การจุดบั้งไฟเป็ นการ ละเล่นอีกอย่างหนึ่งและเป็ นการบูชาเทพเจ้า เพื่อให้พระองค์บนั ดาลในสิ่ งที่ตนต้องการ


14 บุญบั้งไฟ

จุดประสงค์ของการทำบุญบั้งไฟ

เพื่อเป็ นการสักการะบูชาพระยาแถน ซึ่ งเชื่อว่าเป็ นเทพเจ้าแห่งฝน ถ้าได้จุดบั้งไฟขึ้นไปบูชาเทพ เจ้าองค์น้ ีแล้วจะบันดาลให้ฝนตกลงมา ตามฤดูกาลและมีปริ มาณเพียงพอแก่การปลูกพืชพันธุ์ ธัญญาหาร ...การเอาบุญบั้งไฟในเดือนหกนั้น เกิดจากความเชื่อที่วา่ พระยาคันคากได้ทำสัญญาสงบศึกกับพระยาแถน หลังจากที่ต่อสูก้ นั แล้ว พระยาแถนเกิดพ่ายแพ้และยอมเป็ นเมืองส่ วย (เมืองขึ้น) จะมอบบรรณาการด้วยการแต่ง ฝนฟ้ าให้ทุกปี ซึ่งพอเมื่อถึง เดือนหก คนในเมืองมนุษย์กจ็ ะจุดบั้งไฟขึ้นไปเตือนพระยาแถน เพื่อให้รู้วา่ ถึงฤดู ทำนาแล้วและให้พระยาแถนแต่งฝนให้...นอกจากนี้ บางท้องถิ่นถือว่าการจุดบั้งไฟเป็ นการเสี่ ยงทายว่าฟ้ าฝนปี นี้ จะเป็ นอย่างไร โดยการสังเกตจากบั้งไฟที่จุด หากว่า บั้งไฟขึ้นดีไม่มีเหตุขดั ข้องก็ถือว่าฟ้ าฝนในปี นี้ ดีแต่ทว่า บั้งไฟไม่ข้ ึนหรื อมีอุปสรรคถือว่าฟ้ าฝนในปี นั้นไม่ค่อยจะดี และมักจะมีการหามเอาช่างที่ทำบั้งไฟที่ไม่ข้ ึนโยน ลงบ่อโคลน เป็ นการลงโทษและเป็ นที่สนุกสนาน เกี่ยวกับประเพณี ความเชื่อในเรื่ องนี้ ชาวอีสานได้ปฏิบตั ิเป็ น ประเพณี มาจนถึงปัจจุบนั นี้ พิธี ...ชาวบ้านจะประชุมตกลงกันกำหนดวันนัดหมายวันที่จะทำบุญบั้งไฟผูท้ ี่เป็ นช่างจะจัดหาไม้ไผ่ มาทำบั้งไฟ เอาถ่านคัว่ ขี้เจีย (ดิน)ประสมตำเป็ นหมื่อ การทำบั้งไฟมาแข่งขันกัน แบ่งออกตามขนาดที่กำหนด เช่น บั้งไฟฟมื่น จะมีหน้ำหนักประมาณ 12 กิโลกรัม บั้งไฟแสน จะมีนำ้ หนักประมาณ 120 กิโลกรัม บั้งไฟพลุ (มีตน้ ตำรับแบบลูกระเบิด) เมื่อถึงวันรวม ชาวบ้าน ญาติโยมจะทำบุญเลี้ยงพระเพล และตอนประมาณบ่าย 3โมงเย็น ทางวัดจะตีกลองเป็ นสัญญาณบอกให้ทุกๆ คนนำบั้งไฟมารวมกันที่วดั แล้วเริ่ มตั้งขบวนแห่โดยเริ่ ม จากจุดใด จุดหนึ่งซึ่งเป็ นจุดเริ่ มต้นขบวนแห่ แล้วก็นำรถที่บรรทุกใส่ บ้ งั ไฟเป็ นขบวนแห่ให้ประชาชนดูรอบๆ แล้วนำไปไว้ที่วดั ในการแข่งขันบั้งไฟจะมีคนมาร่ วมขบวนแห่จำนวนมาก


บุญบั้งไฟ

15

...คำเซิ้งบั้งไฟยกตัวอย่างมาให้ดูดงั นี้ “ โอเฮาโอ พวกฟ้ อนเฮาโอ บั้งไฟหมื่นของพญาแถน ขึ้นไปเทิงเมืองแมนเถิงที่ช้ นั ฟ้ าสุ ดแหล่งหล้า เหลียวบ่มีเห็น ข้ามตาเวนอุดรเป็ นเขต ข้ามประเทศเมืองใหญ่หนองหาน ข้ามภูพานไปแล้วคุณพ่อ ขึ้นก่อด่อสามมื้อบ่ลง ตำข้าวถงไปนำเอาโลด ช่างแม่นขึ้นโพดเอาโลดเอาเหลือจนมีเสื อหมูหมาช้า งย้าน จนว่าฮ้านซิโปดซิเพ คักแท้เดบั้งไฟบักส่ า ขึ้นจนว่าฝ้ าแตกเป็ นฝอย แหงนตาลอยจนว่าตาค้าง พออยากจ้างไผส่ องนำเห็นบั้งไฟ ...การแห่บ้ งั ไฟออกนอกวัดไปแสดงคารวะมเหศักดิ์หลักเมืองและผีปู่ตาหรื อผีเจ้าบ้าน ซึ่ งเป็ น สิ่ งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองหรื อหมู่บา้ น แล้วแห่ไปตามละแวกบ้าน การแห่บ้ งั ไฟจะมีการเซิ้งและฟ้ อนรำ พร้อมดนตรี พ้ืนเมืองชนิดต่าง ๆ เช่น กลอง ฆ้อง แคน พิณฯลฯ สำหรับขบวนเซิ้งและคำเซิ้งในประเพณี บุญบั้งไฟ อาจแบ่งออกได้เป็ นสามพวก คือ พวกที่มีความรู ้และเป็ นสำคัญ คำเซิ้งจึงไม่พิถีพิถนั นักอาจ เป็ นคำขอและอื่น ๆ ก็ไพเราะ อีกพวกหนึ่งมักคือพวกที่มีความรู ้และคุณธรรมคำขอเหล้ากินบ้าน และ ขบวนแห่กม็ กั จะจัดตามชอบส่ วนอีกพวกหนึ่งมักค่อนข้างไปในทางตลกโปกฮา และบางทีคำพูดและ กิริยาท่าทางที่แสดงอาจหยาบคาย คือ คำเซิ้ง บางที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะเพศและคำหยาบปะปนอยูบ่ า้ ง นอกนี้ในขบวนแห่บางทีนำวัตถุบางอย่าง เช่น ไม้ เป็ นต้น มาทำรู ปอวัยวะเพศของชายหญิงมาประดับ ตามร่ างกาย หรื อถือแห่ร่วมขบวนไปด้วย และบางทีทำรู ปชายหญิงร่ วมเมกุนกับบนบั้งฟขณะที่หามไปก็ มี นอกนี้บางคนก็อาจมีการแสดงท่าทางหยาบโลนบ้าง แต่การทำเช่นนี้ ส่ วนใหญ่ไม่มีใครถือสาหาความ ถือเป็ นเรื่ องขบขันและสนุกสนาน


16 บุญบั้งไฟ

ชาวบ้านร่ วมแรงร่ วมใจ


บุญบั้งไฟ

ช่วยกันแห่บ้ งั ไฟล้าน

17


18 บุญบั้งไฟ

การเตรียมงานบุญบั้งไฟ การเริ่ มการเตรี ยมงานจะเริ่ ม จากชาวบ้านภายในคุม้ แบ่งงานกันว่า ใครจะทำอะไรนับตั้งแต่การจัดทำบั้งไฟ การฝึ กหัดการฟ้ อนรำประกอบขบวนแห่ บั้งไฟ การปลูกปะรำที่พกั อาศัยเผือ่ แขก ที่เชิญมาจากหมู่บา้ นอื่น การเตรี ยมอาหาร ไว้ทำบุญ หรื อเลี้ยงแขกในงานนอกจากนี้ พ่อแม่มีลกู สาวกก็จะเตรี ยมตัด ชุดลำเซิ้งและชุดสวยที่สุดไว้ให้ ลูกสาว ใส่ ในวันงานอุปัชฌาย์กจ็ ะเตรี ยมซ้อม นาคเพื่อบวชในงาน

ช่วงนี้จะเป็ นช่วงที่ครึ กครื้ นมาก สถานที่จดั งานสมัยก่อนจะใช้วดั เป็ นศูนย์ กลางรวบรวมราษฎรมาช่วยกันทำบั้งไฟ บั้งไฟแต่ละบั้งจะใช้เวลาทำประมาณสอง ถึงสามเดือน จึงจะแล้วเสร็ จ เพราะมีพิธีกรรม มากมายเริ่ มด้วยการหาฤกษ์ยามในการ บรรจุบ้ งั ไฟจะเลือกเอาหญิงสาวพรหม จารี ยม์ าตอกบั้งไฟเป็ นคนแรกเพราะมี ความเชื่อกันว่าจะทำให้บ้ งั ไฟสู งขึ้น


บุญบั้งไฟ

19

ประเภทของบั้งไฟและวิธีการทำบั้งไฟ ก่อน กล่าวถึงอุปกรณ์ ขั้นตอนการทำ เรามารู ้จกั กับชนิดของบั้งไฟชนิดต่างๆ โดยบั้งไฟมีหลายชนิดขึ้นอยู่ กับจุดมุ่งหมายในการ ทำ อาจแยกเป็ นแบบใหญ่ๆ ตามความนิยมในการทำ 5 แบบ คือ 1. บั้งไฟมีหาง 2. บั้งไฟไม่มีหาง 3. บั้งไฟตะไล 4. บั้งไฟแสน 5. บั้งไฟหมื่น


20 บุญบั้งไฟ

บั้งไฟมีหาง

บั้งไฟแบบมีหาง เป็ นแบบมาตรฐานเรี ยกว่า “บั้งไฟหาง” มีการตกแต่ให้สวยงามเมื่อเวลาเซิ้ง เวลาจุดจะพุง่ ขึ้น สู่ทอ้ งฟ้ าได้สูงมาก ควบคุมทิศทางได้เล็กน้อย วัสดุอุปกรณ์ 1. ดินประสิ ว 2. ถ่าน 3. ท่อ pvc 4. ไม้ไผ่ 5. ลวด 6. กาว 7. เชือกฟาง 8. เครื่ องบด วิธีการทำ 1. จัดเตรี ยมท่อ pvc ตามขนาดที่เราต้องการ (2 นิ้ว) ยาว 90 ซ.ม. 2. ตัดไม้ไผ่นำมาทำเป็ นหางขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.5 ซ.ม.ยาว 280 ซ.ม.นำมาใส่ รางต้มจนสุ กเพื่อให้ ความเหนียวและทนหลังจากนั้นก็นำไปตากแดดให้แห้ง 3 . จัดเตรี ยมถ่านและดินประสิ ว ในอัตราส่ วน ก็คือ ดินประสิ ว 4 กิโลกรัม ถ่าน 0.9 กิโลกรัม นำมาผสมให้เข้ากัน โดย ถ่านต้องบดให้ละเอียด ส่ วนดินประสิ วเราจะใช้สวิงกรอง แล้วนำส่ วนผสมที่ได้ มาผสมให้เข้ากัน 4.นำส่ วนผสมที่ได้ไปอัดเข้าในท่อ pvc ที่เตรี ยมไว้ 5. นำบั้งไฟที่อดั เสร็ จแล้วมาเจาะรู 6.นำลวดมาติดหางที่เตรี ยมไว้กบั บั้งไฟ เป็ นอันเสร็ จพร้อมจุด


บุญบั้งไฟ

บั้งไฟไม่มีหาง

บั้งไฟแบบไม่มีหาง เรี ยกว่า”บั้งไฟก่องข้าว” รู ปร่ างคล้ายกล่องข้าวเหนืยวชนิด มีขาตั้ง เป็ นแฉก ถ้าจะเปรี ยบเทียบ ให้เห็นชัดก็คล้ายจรวดนัน่ เอง วัสดุอุปกรณ์ 1. ดินประสิ ว 2. ถ่าน 3.ท่อ pvcขนาด 3 นิ้ว 4. ลวด 5. กาว 6. เชือก 7. ตัดไม้ไผ่นำมาทำเป็ นหางขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 ซ.ม.ยาว 350 ซ.ม. 8.กระทะ 9.เครื่ องบด วิธีทำ 1. จัดเตรี ยมท่อ pvc ตามขนาดที่เราต้องการ (3นิ้ว) ยาว100 ซ.ม. 2. ตัดไม้ไผ่นำมาทำเป็ นหางขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 ซ.ม.ยาว350 ซ.ม.นำมาใส่ รางต้มจนสุ ก เพื่อให้ความเหนียวและทนหลังจากนั้นก็นำไปตากแดดให้แห้ง 3. ตวงส่ วนผสมของดินประสิ วและถ่านคือ 1ต่อ3 ตามลำดับแต่อย่าผึ่งนำมาผสมกัน 4. นำกระทะใส่ นำ้ มาตั้งไฟจนเดือดแล้วนำดินประสิ วลง 5. เมื่อดินประสิ วละลายหมดแล้วเราก็นำถ่านที่เตรี ยมไว้ใส่ ลงไปพร้อมกับลดไฟลง 6. ทำให้ส่วนผสมนั้นเข้ากันจนน้ำเกือบแห้งแล้วก็ปิดไฟ นำส่ วนผสมนั้นไปตากให้แห้ง 7. นำส่ วนผสมนั้นมาบทให้ละเอียด ภาษาอีสานเรี ยกว่า ขี้เกียสุ ก 8. นำส่ วนผสมนั้นมาอัดใส่ ท่อที่เตรี ยมเอาไว้ 9. นำบั้งไฟมาเจาะรู หลังจากนั้นก็ใช้มีดผ่าท่อ pvc ออก 10. นำมาติดหางเป็ นอันเสร็ นสิ้ นพร้อมจุด

21


22 บุญบั้งไฟ

บั้งไฟตะไล บั้งไฟตะไล มีรูปร่ าง กลมมีไม้บางๆแบนๆทำเป็ นวงกลมรอบหัวท้ายของบั้งไฟ เวลาพุง่ ขึ้นสู่ทอ้ งฟ้ าจะพุง่ ไป โดยทางขวาง วัสดุอุปกรณ์ 1. ดินประสิ ว 2. ถ่าน 4. ไม้ไผ่ 5. ตะปู 6. กาว 7. เชือก 8.เครื่ องบด วิธีทำ 1. เตรี ยมไม้ไผ่หรื อท่อเหล็กตามขนาดที่เราต้องการ (ขนาด 1 นิ้ว ยาว 25 ซ.ม.) 2. เหลาไม้ไผ่ให้เป็ นแผ่นเพื่อมาทำเป็ นวงของตะไลโดยให้มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 25 ซ.ม.


บุญบั้งไฟ

23

3. ตวงส่ วนผสมของดินระสิ วและถ่านคือ 1 ต่อ 2 ตามลำดับแต่อย่าผึ่งนำมาผสมกัน 4. นำกระทะใส่ นำ้ มาตั้งไฟจนเดือดแล้ว นำดินประสิ วลง 5. เมื่อดินประสิ วละลายหมดแล้วเราก็ นำถ่านที่เตรี ยมไว้ใส่ ลงไปพร้อมกับลด ไฟลง 6. ทำให้ส่วนผสมนั้นเข้ากันจนน้ำเกือบ แห้งแล้วก็ปิดไฟ นำส่ วนผสมนั้น ไปตากให้แห้ง 7. นำส่ วนผสมนั้นมาบทให้ละเอียด ภาษาอีสานเรี ยกว่า ขี้เกียสุ ก 8. นำส่ วนผสมนั้นมาอัดใส่ ท่อที่เตรี ยม เอาไว้ 7. เหลาไม้ไผ่ให้เป็ นวงวกลมแล้วนำมา ปั กด้านข้างของบั้งไฟโดยให้อยูต่ รง กลางพอดี 8. เจาะรู สองรู โดยให้อยูร่ ะหว่าง ไม้ทปี่ กั ไว้ตรงกลางกับขอบของ บั้งไฟ 9. นำไม้ที่เหลาไว้เป็ นแผ่นมาติด กับบั้งไฟโดยทำให้เป็ นวงรอบ บั้งไปเป็ นอันเสร็ จสิ้ น+


24 บุญบั้งไฟ

บั้งไฟหมื่น บั้งไฟหมื่น บั้งไฟชนิดนี้เป็ นบั้งไฟขนาดกลาง บรรจุดินปื น 15 - 120 กิโลกรัม ขนาดกระบอกกว้าง 3.5 นิ้วยาวประมาณ 140 เซนติเมตร ทำด้วยกระบอกไม้ไผ่กระบอกเหล็ก (เลาเหล็ก) กระบอกพลาสติก (เลาเอสลอน) การจุดบั้งไฟแข่งขันส่ วนมากเป็ นบั้งไฟหมื่น ถ้าดินประสิ ว 1 ส่ วน ถ่าน 3 ส่ วน เรี ยกว่าหมื้อถ่านสาม มีความเร็ วปานกลาง ถ้าดินประสิ ว 1 ส่ วน ถ่าน 4 ส่ วน เรี ยกว่าหมื้อถ่านสี่ มีความไวช้า หมื้อขับนิยมทำกันถึงถ่านแปด 1. ลำกล้อง นิยมนำลำไม้มาทะลุปล้องและตากให้แห้ง อาจจะใช้ตน้ หมาก ลำตาล ไม้ประดู่ ไม้เนื้อแข็งที่มีคุณภาพดี ท่อเหล็กแป๊ ปท่อน้ำ หรื อเอลสลอน อย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ แล้วแต่คณะกรรมการจัดงานกำหนด 2. ตัวบั้งไฟ แบบดั้งเดิมใช้กระบอกไม้ไผ่ขนาดยาว สั้น ตามต้องการ ของแต่ละคูรมีสูตรไม่แน่นอน ไม่เหมือนกับใช้ไม้ไผ่สดทะลวงปล้อง กลวงกลางข้างในออกลนไ ฟให้แห้งพันรอบขันชะเนาะด้วยเชือกหวายหรื อตอกไม้ไผ่ ควัน่ ให้แน่นเพื่อกันแตก บรรจุดิน ซึ่ ง เป็ นดินปื นสู ตรผสมที่เปฯความลับเฉพาะของช่างทำบั้งไฟนั้น ปั จจุบนั ตัวบั้งไฟนิยมทำด้วยท่อเห ล็กหรื อเอลสลอน บางครั้งมีลกู ไฟด้วย 3. หางบั้งไฟ ไม้ที่จะใช้ทำหางบั้งไฟจะต้องใช้ไม้ไผ่ยาวๆเรี ยบๆ พอเหมาะกับม้ำหนังของตัวบั้งไ ฟมัดติดเข้ากับตัวบั้งไฟให้แน่นเพื่อเป็ นหาง บังคบให้พงุ่ ตรงขึ้นไป 4. หมื้อหรื อดินปื น เป็ นวัสดุที่มีส่วนผสมกำมะถัน (คนอีสานเรี ยกว่ามาด ) ผสมกับดินระสิ ว ( คนอิสานเรี ยกว่าขี้เจีย )และถ่านที่ได้จากการเผาไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้ละอาง(นนทรี ) ไม้สะคร่ าง (หมากเล็กหมากน้อย) ไม้มะค่า เพราะมีเขม่าน้อยตำลัเอียดเร็ วนอกจากนี้อาจใช้ไม้ฉำฉา หรื อไม้สาบเสื อก็ได้ แต่เป็ นดินปื นแล้วเขม่ามาก


บุญบั้งไฟ

5. เถียด คือส่ วนที่อยูห่ วั ท้ายของตัวบั้งไฟ ทำด้วยไม้กลมๆ หรื อดินเหนียว กันแรงระเบิดพุง่ ออกมา ต่อจากเถียดมีดินเหนียวคัน่ หมื้อไว้อีกชั้นหนึ่งก่อนใส่ เถียดท้ายบั้งไฟ ต้องเจาะรู ชนวนซึ้งใช้จีวรพระ หรื อผ้าเก้ามัดให้ยาวตามต้องการ คลุกกับดีเกลื่อบรรจุเตามรู ชนวน แล้วปล่อยหางชนวนไว้จุดไฟ ขั้นตอนการทำหมื่อ 1. เตรี ยมฟื น ใชไม้เนื้ออ่อนมาตัดเป็ นท่อนๆ แล้วผ่าเป็ นผืนจะใช้จำนวนมากหรื อน้อยขึ้นอยูก่ บั ขนาด ของบั้งไฟ ผึ่งแดด นำฟื นที่ผา่ แล้วมาตากแดด 2. ขุดหลุม ขุดหลุมให้มีลกั ษณะกลม ขนาดจะเล็กหรื อใหญ่ข้ ึนอยูก่ ลับจำนวนฟื นเสร็ จแล้วนำฟื นที่ ตากอย่าให้แห้งมาก ลงวางในหลุมลักษณะการว่างฟื นจะวางเป็ นรู กกระโจม 3. เมื่อวางไม้ในหลุมแล้วก็จุดไฟเผาเหมือนเผาถ่าย 4. เมื่อฟื นไหม้หมดแล้วเหลือแต่ถ่านก็นำใบตองหรื อสังกะสี มาปิ ดปากหลุมแล้วใช้ดินกลบปากหลุม ไม่ให้ควันออก เก็บถ่าน นำถ่านที่ได้จากการเผาใส่ ภาชนะแล้วนำไปผึ่งให้เย็น 5. เตรี ยมดินปื น โดยคัว่ ขี้เจีย (ดินประสิ ว) และถ่านร่ วมกันโดยคัว่ ดินประสิ วก่อน ต้มน้ำให้เดือดก่อน แล้วจึงเอาดินประสิ วลงเมื่อละลายแล้วจึงนำถ่านมาคัว่ รวม กัน เคี่ยวต่อจนเกือบแห้งจึงนำขึ้นมาผึ่งโขลก นำถ่านและดินประสิ วที่ควั่ แล้วมาโขลกให้ละเอียด 6. ร่ อน นำดินปื น หมื้อที่ควั่ แล้วตำแล้วมาร่ อนให้ละเอียด 7.ทดลองหมื้อหรื อดินปื น เพื่อหาอัตราส่ วนมี่สมดุลย์ ถ้าติดไฟเร็ วแสดงว่าสมดุลย์ใช้ได้ แต่ถา้ ติดไฟ ช้าแสดงว่าส่ วนประกอบส่ วนใดส่ วนหนึ่งน้อยไปเช่นอาจเป็ นที่ดินประสิ วหรื อถ่านต้องคอยเติม เวลาคัว่ แล้วนำมาทดลองจนกว่าจะได้ที่ หมื้อ (ดินปื น)

25


26 บุญบั้งไฟ

บั้งไฟแสน

บั้งไฟแสน บั้งไฟแสนชนิดนี้เป็ นบั้งไฟขนาดใหญ่ บรรจุดินปื น 120 กิโลกรัมขึ้นไป บั้งไฟขนาดนี้ทำยากที่สุดจะต้องอาศัยความชำนาญพิเศษ เพราะบั้งไฟขนาดนี้ใหญ่แล้วเป็ นอันตรา ยมาก เพราะฉะนั้นก่อนทำช่างบั้งไฟจะต้องมีพิธีกรรมบวงสวงให้ถกู ต้องตามหลักการทำ บั้งไฟแสนเสี ยก่อนจึงจะลงมือทำเมื่อทำเสร็ จแล้วจะมีการประกอบหางบั้งไฟสั้น ยาวตามขนาด เสร็ จแล้วจะมีการตกแต่งประดับประดาบั้งไฟ หมื้อ (ดินปื น) แบ่งออกเป็ น 2 ชนิด คือ 1. หมื้อดินสุ ก หมายถึง การใช้ดินประสิ วผสมกันแล้วนำไปคัว่ (ผสมน้ำเล็กน้อย) หมื้อชนิดนี้มีแรงอัด มากกว่า และมีอนั ตรายมาก สำหรับอัตราส่ วนก็เหมือนกัน 2.หมื้อดินดิดบ หมายถึง การใช้ดินประสิ วตำแล้วผสมถ่นตามสัดส่ วน แบ่งหม้อออกเป็ นหลายชนิด ตามแบบเดิมของช่างโบราณ โดยถือเป็ นส่ วนผสมของดินประสิ ว และถ่าน เช่น ถ้าดินประสิ ว 2 ส่ วน ถ่าน 2.5 ส่ วน เรยกว่า หม้อสิ บสลึง หรื อเบี่ยห้า มีคว่ามเร็ วมาก หมื้อ (ดินปื น) แบ่งตามลักษณะการใช้ คือ 1. หมื้อถีบ เป็ นหมื้อที่มีความไวสูง ผสมดินมาดและถ่านในอัตราส่ วน 4:1/4:1คือ ดินบาด มาดเฟื้ อง ถ่านสลึงใช้เป็ นหมื้อปื นหรื อหมื้อพลุ เพราะติดง่ายและไวไฟ 2. หมื้อขับ เป็ นหมื้อที่มีความไวรองลงมา ได้แก่ หมื้อสิ บสลึง หมื้อถ่านสามและหมื้อถ่านสี่ ใช้ในการทำบั้งไฟและตะไลทัว่ ไป 3. หมื้ออ่อน เป็ นหม้อที่มีความไวไฟตำ ได้แก่ หมื้อ ตั้งแต่ถ่านห้าก้อนขึ้นไปใช้ใส่ ในบั้งไฟ เมื่อต้องการ แรงเฉื่ อย เช่น ตอนปากกระบอกไฟ 4. หมื้อผสม เป็ นหมื้อพิเศษ เป็ นหมื้อพิเศษมีส่วน ผสมแตกต่างกันออกไปเพื่อผลบางอย่าง ส่ วนผสม จึงไม่แน่นอน เช่น ใส่ นุน ขี้เหล็ก นำนม ฯลฯ เช่น หม้อไฟพะเนียง สู ตรหม้อ (ดินปื น) ทัว่ ไปช่างทำบั้งไปจะใช่ หม้อบรรจุลงในตัวบั้งไฟ จะขึ้นสู งแค่ไหน ขึ้นอยูก่ บั กลวิธีในการทำ การบรรจุ ถ้าผสมดินปื นแรงไปบั้งไฟจะเกิดระเบิดเสี ยก่อน หรื อพอขึ้นไปได้เล็กน้อยก็จะระเบิด ระหว่างทาง เรี ยกว่า บั้งไฟแตก ถ้าผสมดินปื นอ่อนไป บั้งไฟ จะขึ้นไปยังไม่พน้ ฐานปล่อย ก็ตกลงไปคำรามอยูบ่ น พื้นดิน หรื อคำรามอยูก่ บั ที่ เรยกว่า “บั้งไฟซุ”


บุญบั้งไฟ

สูตรหม้อ (ดินปื น) ทัว่ ไปช่างทำบั้งไปจะใช่ หม้อบรรจุลงในตัวบั้งไฟจะขึ้นสู งแค่ไหน ขึ้นอยูก่ บั กลวิธีในการทำการ บรรจุถา้ ผสมดินปื นแรงไปบั้งไฟจะเกิดระเบิดเสี ยก่อนหรื อพอขึ้นไปได้เล็กน้อยก็จะระเบิด ระหว่างทาง เรี ยกว่า บั้งไฟแตก ถ้าผสมดินปื นอ่อนไป บั้งไฟจะขึ้นไปยังไม่พน้ ฐานปล่อย ก็ตกลงไปคำรามอยูบ่ น พื้นดิน หรื อคำรามอยูก่ บั ที่ เรยกว่า “บั้งไฟซุ”

การบรรจุดินปื น มีข้ นั ตอนดังต่อไปนี้ - ตอนหนึ่ง แรงยก - ตอนสอง แรงขับส่ ง - ตอนสาม แรงพุง่ สู ตรดินปื นบั้งไฟแสน ใช้ดินปื น 3 ช่วง ช่วงที่ 1 ส่ วนผสมดินประสิ ว 10 กิโลกรัม ใช้ถ่านผสม 4 กิโลกรัม ช่วงที่ 2 ส่ วนผสมดินประสิ ว 10 กิโลกรัม ใช้ถ่านผสม 3 กิโลกรัม ช่วงที่ 3 ส่ วนผสมดินประสิ ว 10 กิโลกรัม ใช้ถ่านผสม 2.5 กิโลกรัม บั้งไฟแสน 1 บั้ง บรรจุดินปื น 120 กิโลกรัม

27


28 บุญบั้งไฟ

บั้งไฟล้าน

บั้งไฟล้าน มีนำ้ หนักดินปื นหรื อดินดำประมาณ 500 ก.ก. มีวธิ ีการทำเหมือนบั้งไฟแสน ต่างกันที่นำ้ หนักดินปื นและขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลาง ขั้นตอนการทำบั้งไฟ 1. การทำดินปื นโดยนำถ่านและดินประสิ วมาผสม ให้เข้ากันเติมน้ำลงไปเล็กน้อย 2. นำดินปื นที่ได้อดั ลงในท่อที่เป็ นตัวบั้งไฟให้แน่น พอสมควร บั้งไฟธรรมดาจะอัดดินปื นลงไป 34 ชัด ( 1 ชัด = 3 ขีด) ใช้ดินปื น 54 ชัดสำหรับบั้งไฟแสน และบั้งไฟล้าน 3. จากนั้นนำหางบั้งไฟไปต้มน้ำจนเดือดเพื่อทำให้ หางเบาไม่ถ่วงตัวบั้งไฟเวลาจุด 4. นำตัวบั้งไฟและส่ วนหางมาผูกติดกันจากนั้น ตกแต่งให้สวยงามเป็ นอันเสร็ จขั้นตอนการทำ

การเจาะรู ชนวน 1. การเจาะรู ชนวนแบบเศวตฉัตร ให้เอาเชือก เจาะอะไรก็ได้วดั ความกว้างของบั้งไฟจากริ ม นอกข้างหนึ่ง ผ่าศุนย์กลางถึงถึงริ มในอีกข้างหนึ่ง แล้วนำความยาวมาแบ่งเป็ น 6 ส้วนหาความยาว 1 ใน 6 มาแบ่งเป็ น 6 ส่ วน ซึ่ ง 1 ใน 6 ส่ วนนี้คือความ กว้างของรู ชนวนช่วงแรก แล้วเอาความกว้างของ รู ชนวนช่วงแรกมาเป็ นเป็ น 6 ส่ วน เจาะรู เท่ากัน 1ใน 6 ลดหลัน่ ไปทีละชวงจนถึงเถียดสลัก 2. การเจาะรู ชนวนแบบตาลถอดยอด รู ชนวนช่วง แรกมีขนาดทำแบบเศวตฉัตรเอาความกว้าง ของรู แค่ 1 ใน 2 ลดหลัน่ กันไป ทั้งสองแบบนี้ เป็ นแบบจุดชนวนทางหัว ซึ่ งสมัยก่อนชอบทำ เพราะไม่มีแป๊ บเหล็กทำบั้งไฟ


บุญบั้งไฟ

29

3. การเจาะรู ชนวนแบบโมคตัลลาหลงทวีป ซึ่ งจะเจาะรู แบบ ใดก็ได้ แต่หวั บั้งไฟมีเถียดหรื อสลักแน่นหนาแบบ นี้ใช้จุดชนวนท้ายบั้ง เป็ นวิธีการค่อนข้างใหม่ ถ้าจะใช้พงุ่ แรงไปให้ได้ไกล ๆ สู ง ๆ ให้บรรจุกำมะถันลงไป ตรงงเถียดหลังมาก ๆ จะมีแรงระเบิด ระเบิดมาก การเจาะรู เ พื่อใส่ ชนวนนี้ตอ้ งอาศัยความชำนาญ เพราะถ้าทำไม่ดีอาจก่ อให้เกิดอันตรายเวลาจุดบรรจุดินปื น นำดินปื นบรรจุลงในเ ลาแล้วอัดให้แน่นจนเกือบเต็มแล้วปิ ดรู อีดด้านให้แน่นเจาะ รู ลำกล้อง เมื่ออัดดินปื นแน่นแล้ว ก็เจาะรู ลำกล้องสำหรับใส่ ช นวนนำลำกล้องที่เจาะรู แล้วมามัดเข้าทางบั้งไฟ

ในช่วงที่มีการจุดบั้งไฟนั้นนับเป็ นช่วงตื่นเต้น และสนุกสนาน โดยเฉพาะช่างบั้งไฟจะต้อง ลุน้ มากกว่าใคร เพราะหากบั้งไฟไม่ข้ ึนก็จะ ถูกโยนลงบ่อโคลนนัยว่าเพื่อเป็ นการลงโทษ แต่ปัจจุบนั นั้น ไม่วา่ บั้งไฟจะขึ้นหรื อไม่ข้ ึนก็ จะมีการโยนโคลน เพื่อความสนุกสนานมากกว่า จากวัฒนธรรมที่มีพ้ืนฐานมาจากภูมิปัญญา และกุศโลบายอันชาญฉลาดของบรรพบุรุษ ได้ถกู ถ่ายทอดจากรุ่ นสู่รุ่น เป็ นประเพณี ที่สืบต่อ กันมาด้วยแรงเชื่อและศรัทธาในอำนาจของ เทพเทวดาที่บนั ดาลให้ฝนตกถูกต้องตามฤดูกาล และในปั จจุบนั ได้นำมาสู่ การประกวด การแข่งขัน การเดิมพัน และความสนุกสนาน จนกลายเป็ น งานประเพณี ระดับชาติที่สร้างชื่อเสี ยงไปทัว่ โลก.......


30 บุญบั้งไฟ

บรรณานุกรม

ประวัติความเป็ นมา ประเพณี บุญบั้งไฟ - Bangfai Community Site ชุมชนออนไลน์ชาวยโสธร http://page.bangfai.com/topic/38-0.html สู ตรการทำจรวดอีสาน – สูตรการทำจรวดอีสาน http://www.learners.in.th/blogs/posts/283545 บั้งไฟ (จรวดไทยแลนด์) : IsanGate ประตูสู่ อีสานบ้านเฮา http://www.isangate.com/local/thairocket_02.html บุญบั้งไฟ | history48 http://history48.exteen.com/20070205/entry-6 พญาอินทรี ยเ์ วหา - โย่ว ๆ ๆ งานบุญบั้งไฟ ยโสธร http://eagle6996.multiply.com/photos/album/136?&show_interstitial=1&u=%2Fphotos%2F my sight, my moments ... - บุญบั้งไฟ ชัยภูมิ - Photo http://surattsc.multiply.com/photos/album/355/355#photo=15 บุญบั้งไฟบ้านโพน อ.คำม่วง - CULTURE - Kalasin Photo Club http://www.livekalasin.com/webboard/viewthread.php?tid=4931&extra=&page=1 ภาพงานประเพณี บุญบั้งไฟ 10 ล้าน อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด 2554 http://www.roiet.go.th/webboard/index.php?topic=8272.0


บุญบั้งไฟ

ผู้จัดทำ

31

นางสาวจตุภกั ดิ์ โคตรเงิน นิเทศศาสตร์ กศ.พบ. 18 รหัส 5130123418043

จ่าสิ บโทคงศักดิ์ ทรัพย์ประเสริ ฐ นิเทศศาสตร์ กศ.พบ. 18 รหัส 5130123418064


บุญบั้งไฟ  

กศ.พบ.รุ่น 18

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you