Page 1


6

ภาพบรรยากาศงานสงกรานต์ บริษัท แพรคติก้า จ�ำกัด เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา

ขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่ ให้ความสนใจเข้าเยี่ยมชมบูธ ของบริษัท ทีเอ็น ในงานสถาปนิก 61 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 1-6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา


ปีที่ 5 ฉบับที่ 53 พฤษภาคม-มิถุนายน 2561 ที่ปรึกษา

รติเทพ ตังคไชยนันท์ นพดล ตันติดลธเนศ ปรีชา วีรรัตนากร ศักดิ์อุดม พูนสวัสดิ์ ที่ปรึกษาระหว่างประเทศ

บูรจิตร พิบูลย์

ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ความรับผิดชอบ นั้นส�ำคัญกับการด�ำเนินชีวิตมาก ผู้ที่มีความรับผิดชอบมาก ก็ยิ่งมีบททดสอบยากขึ้น ดังค�ำกล่าวที่ว่า

“ยิ่งสูงยิ่งหนาว ความรับผิดชอบจะเพิ่มขึ้น ยิ่งเข้าใกล้จุดสูงสุดเท่าไหร่ ชีวิตก็ยิ่งยากขึ้น” เฟรดริค วิลเฮล์ม นิชเช

วิรัตน์ คลี่เกษร กานต์ ปัญจศิริ

บรรณาธิการบริหาร

ยุทธพล สว่างเกษม บรรณาธิการอวุโส

ผศ.นพ.ฐานพัฒน์ ดิฐสถาพรเจริญ ผศ.ดร.ราชศักดิ์ ศักดานุภาพ ผศ.ดร.อาภาภรณ์ สกุลการะเวก ดร.อภิชาติ ชยานุภัทร์กุล อ.วัชรพงษ์ มุขเชิด อ.กนก แนวพนิช

ฝ่ายธุรการและการเงิน

กนกพร เรืองเลขา อนุเทพ ตันติดลธเนศ ภาคิน วงศ์วิชัย

แยกสีและพิมพ์

กองบรรณาธิการ

คุณธันย์ชนก บุญเกิด เจ้าของ

บริษัท ฐิตินันท์ สถาปัตย์ จ�ำกัด 8, 10 ถ.ประชาร่วมใจ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ 10510 โทร. 02 914 5986

สรพงษ์ ภู่ทอง

ห.จ.ก. เหรียญบุญการพิมพ์ (1988) 31/ 4-6 เฉลิมเขต 2 สวนมะลิ ป้อมปราบ กรุงเทพฯ 10100 โทร. 02 225 8428, 02 225 8429

อนุเทพ ตันติดลธเนศ

ยุทธพล สว่างเกษม

ศิลปกรรม

ฝ่ายโฆษณา

ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา

นิตยสารคมช่าง เป็นนิตยสารแจกฟรี รายเดือน ในเครือของ ทีเอ็นกรุ๊ป กิตติวุฒิ ตันติดลธเนศ บรรณาธิการอ�ำนวยการ


8

ตอกย�้ำความเป็นเวทีแห่งนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ก่อสร้างอันดับหนึ่งของอาเซียน งานสถาปนิก ’61 ชูแนวคิด การสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นในวิถีชีวิตร่วมสมัยของสังคมไทย ภายใต้ชื่องาน “Beyond Ordinary: ไม่ ธรรมดา” รวบรวมสถาปัตยกรรมและงานออกแบบพื้นถิ่นที่ท้าทายการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคนี้ โดยน�ำเสนอ ผ่านนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ ภายใต้แนวคิด “Vernacular Living” วิถีพื้นถิ่นที่ไม่ธรรมดา ความร้อนแรงของงานสถาปนิก’ 61 นี้ นอกจากจะรวบรวมเทคโนโลยี สถาปัตยกรรมและผลิตภัณฑ์ ก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนแล้ว ยังสร้างปรากฏการณ์ใหม่อย่าง “พาวิลเลียน” จัดแสดงนวัตกรรมด้านการ ก่อสร้างโดยผู้แสดงสินค้าจากต่างประเทศ ได้แก่ IMAG GmbH บริษัทในเครือ จากประเทศ เยอรมนี ผู้จัดงาน BAU งานแสดงสถาปัตยกรรม ผลิตภัณฑ์และระบบก่อสร้าง ที่จัดแสดงงานมาแล้วทั่วโลก ซึ่ง ในปีนี้มาร่วมงานกับเราเป็นครั้งแรก รวมถึงประเทศอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน อเมริกา เวียดนาม ฯลฯ นับเป็นโอกาสดีของนักออกแบบรุ่นใหม่ที่ได้เปิดโลกทัศน์เข้าถึงนวัตกรรม ระดับโลกทั้งของคนไทยและต่างประเทศ เพียงเดินทางมาในงานสถาปนิก’ 61 ที่เดียวเท่านั้น


9

ไฮไลท์เด็ดภายในงานที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง คือ นิทรรศการ Vernacular Living ที่เปิดโอกาสให้นักออกแบบและสถาปนิกกว่า 18 กลุ่มร่วมกันออกแบบ นิทรรศการ โดยน�ำ 4 วัสดุพื้นถิ่นอย่างดิน, อิฐ, ไม้และไผ่ มาผนวกกับ 2 เทคโนโลยี คือแบบดั้งเดิมและนวัตกรรมใหม่ สร้างสรรค์รูปแบบสถาปัตยกรรมรวมไปถึงงาน ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ผ่านมุมมองความคิดในคอนเซ็ปต์สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่ไม่ ธรรมดา โดยเนื้อหาหลักจะแบ่งออกเป็น 4 พาวิลเลี่ยน ประกอบด้วย • Living Space Pavilion น�ำเสนอลักษณะและรูปแบบการอยู่อาศัยภายในเรือนพื้นถิ่น หลากหลายรูปแบบ นิทรรศการถูกจัดแสดงผ่านภาพถ่ายและการออกแบบแสง รวม ถึงโครงร่างจ�ำลองแม่เตาไฟ ภายใต้แนวคิด “ดิน ฟ้า อากาศ คือหนึ่งเดียว” ผล งานการออกแบบโดย บุญเลิศ เหมวิจิตรพันธ์ จาก Boon Design • Working Space Pavilion เล่าเรื่องราวความเป็นมาของอาชีพด้านเกษตรกรรม ด้าน อุตสาหกรรม-หัตถกรรม และอาชีพด้านบริการพาณิชยกรรม ที่เคยใช้ชีวิตการ ท�ำงานและชีวิตครอบครัวในพื้นที่ร่วมกันมาก่อน แต่เมื่อผ่านมาในยุคอุตสาหกรรม ขยายตัวท�ำให้ทั้งสองพื้นที่แยกขาดจากกัน จนในปัจจุบันนี้ความทันสมัยของ เทคโนโลยีน�ำพาให้พื้นที่ท�ำงานและพื้นที่ชีวิตครอบครัวกลับมาซ้อนทับกันอีกครั้ง จัด แสดงผ่านการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ผสมการแสดงมัลติมีเดีย ออกแบบโดย คุณจริยา วดี เลขะวัฒนา และ Mr.Luke Yeung บริษัท ARCHITECTKIDD • Meeting Space Pavilion นิทรรศการที่ว่าด้วยสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นกับพื้นที่ สาธารณะ พื้นที่แห่งการพบปะสังสรรค์ เมื่อโลกจริงและโลกออนไลน์ถูกรวมเข้าไว้ ด้วยกัน บอกเล่าเรื่องราวผ่านโครงสร้างไม้ไผ่ที่ไม่ธรรมดา ออกแบบโดย สุริยะ อัม พันศิริรัตน์ จาก Walllasia • Moving System Pavilion นิทรรศการที่น�ำเสนอระบบการเดินทาง ขนส่ง และการ เคลื่อนที่ รูปแบบวิถีชีวิต แนวโน้มพฤติกรรมและค่านิยมของสังคมเครือข่ายที่ยึดเอา ความสะดวกรวดเร็วเป็นหลัก ผ่านการออกแบบที่น�ำของเล่นโบราณอย่าง ‘เถร-อดเพล’ มาพัฒนาเป็นสถาปัตยกรรม พาวิเลียนสร้างจากไม้โดยประยุกต์ใช้โครงสร้าง ไร้ตะปู ออกแบบโดย ศ.ดร.วีระ อินพันทัง และ พิช โปษยานนท์ • Introduction Pavilion นิทรรศการจัดแสดงภาพรวบรวมแนวคิดการจัดงานครั้งนี้ ชู บทบาทและความส�ำคัญของสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น เรื่องราวของผู้วางรากฐานการ ศึกษาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่สําคัญของประเทศ สะท้อนเอกลักษณ์ของ สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ออกแบบโดยคุณสาวิตรี ไพศาลวัฒนา และ Mr. Jakub Gardolinski จาก บริษัท PAGAA ร่วมกับคุณเมธัส ศรีสุชาติ จากบริษัท MAGLA


10

นอกจากพาวิลเลียนแต่ละโซนที่สร้างความฮือฮาได้แล้ว ภายในงานยังมีไฮไลท์อื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ หมอบ้านอาสา บริการให้คําปรึกษาการออกแบบและก่อสร้างงานสถาปัตยกรรม โดยทีมงานสถาปนิกจิตอาสา, กิจกรรมประกวดงานออกแบบระดับ นานาชาติ ASA International Design Competition 2018 ซึ่ง จัดขึ้นภายใต้แนวคิด VEX: Agitated Vernacular การสร้างสรรค์ สถาปัตยกรรมที่ท้าทายนิยามความเป็นพื้นถิ่นแบบเดิมๆ, ASA Sketch พื้นที่จัดกิจกรรมส�ำหรับเยาวชนและผู้ที่สนใจในการวาด เขียน รวมถึงการรวบรวมเหล่าสถาปนิกชื่อดังระดับโลกบนเวที สัมมนาระดับนานาชาติ ASA Forum 2018 อาทิ มานูแอล โกทร องด์ (Manuelle Gautrand) สถาปนิกชาวฝรั่งเศสเจ้าของรางวัล European Prize for Architecture, ยุง โฮ ชาง (Yung HoChang) สถาปนิกระดับมาสเตอร์หนึ่งในคณะกรรมการรางวัล พริตซเกอร์, เดวิด แวน เซเวเรน (David Van Severen) สถาปนิก ชาวเบลเยียมจากสตูดิโอ OFFICEKGDVS, ฮาน ทูมาเทคิน สถาปนิกชาวตุรกีเจ้าของรางวัล Aga Khan Award และ ฟาร์ชิด มูซาวี (Farshid Moussavi) สถาปนิกชาว อังกฤษเชื้อสายอิหร่านผู้มีผลงานออกแบบได้รับรางวัล RIBA Award แต่ได้ยินชื่อก็ถือว่าไม่ธรรมดาจริงๆ! ในส่วนบูธแสดงสินค้าก็ไม่น้อยหน้า ผู้ประกอบการแต่ละบูธ เตรียมตัวมาอย่างดี ขนทัพผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานงานด้านดีไซน์ นวัตกรรม และเทคโนโลยี มาแบบไม่มีใครยอมใคร อาทิ บูธ Lixil ผู้น�ำเข้าแบรนด์และผลิตภัณฑ์ส�ำหรับบ้านและสุขภัณฑ์ระดับโลก ที่ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ American Standard ให้ได้ชมกันก่อน ใครกับ Kastello Collection และ City Collection รวมถึงที่สุด ของนวัตกรรมการอาบน�้ำ กับ Aqua Symphony เรนชาวเว่อร์ที่ ใหญ่ หรูหรา และมีฟังก์ชั่นมากที่สุด และ GROHE Sensia Arena สุขภัณฑ์อัจฉริยะที่ผสานดีไซน์จากเยอรมนีและเทคโนโลยีจาก ญี่ปุ่น, บูธ UMI Group ภายใต้แบรนด์กระเบื้องดูราเกรส และเซอ เกรส น�ำเสนอไอเดียการตกแต่งบ้านด้วยดีไซน์กระเบื้องในแบบ ต่างๆ ถ่ายทอดการตกแต่งห้องในแบบ Cozy (อบอุ่น เรียบง่าย), Fresh (สดชื่นมีชีวิตชีวา) และ Inspire (แรงบันดาลใจและ จินตนาการ), ส่วนบูธ SCG ที่โดดเด่นมาตลอดทุกปี ปีนี้มาในคอน เซ็ปต์ Passion for Better Living แรงผลักดันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดี กว่า พร้อมกับเปิดตัวเทคโนโลยีการพัฒนาหุ่นยนต์ดินสอตัวเล็ก ที่ เพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้สูงอายุเข้าไป ให้สอดรับกับการก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ ทั้งหมดนี้คือไฮไลท์เด็ดที่งานสถาปนิก’61 ตั้งใจรวบรวมมาให้ เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุค Thailand 4.0 เปิดมุมมองวิถีชีวิต ร่วมสมัยให้ทุกคนเข้าใจและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข หากใครที่ได้ เข้าไปสัมผัสก็ถือเป็นความคุ้มค่าแบบอลังการงานสร้างจริงๆ •


11

ด้วยธุรกิจที่ท�ำอยู่ท�ำให้ทุกครั้งที่ผมมีโอกาสได้เดิน ทางไปเมืองใหญ่ๆในต่างประเทศ จะต้องคอยสังเกต งานตกแต่งด้วยโลหะอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นภายนอก หรือภายใน การได้ไปเปิดหูเปิดตาเห็นงานแปลกๆล�้ำ สมัย ท�ำให้รู้สึกเหมือนกับได้ไปยืนอยู่ในห้องเรียน ใหญ่ๆที่มีอะไรให้ศึกษาได้ทั้งวัน ย่าน Ginza โตเกียว เป็นย่านหนึ่งที่เต็มไปด้วย สถาปัตยกรรมน่าสนใจมากมาย เพราะเป็นย่านชอปปิ้ง ที่มีแต่แบรนด์ชั้นน�ำสองข้างทาง มูลค่าที่ดินในย่านนี้สูง ที่สุดในญี่ปุ่น และครั้งหนึ่งย่านนี้เคยมีมูลค่าที่ดินสูง Dear Ginza เป็นอาคารส�ำนักงานให้เช่า ที่สุดในโลก และในปัจจุบันก็ยังมีมูลค่าสูงที่สุดในญี่ปุ่น (ในระดับโลก ยังไม่เท่าย่าน causeway bay ของ ฮ่องกง และ Upper 5th Ave ของนิวยอร์ค) เมื่อค่า เช่าที่สูงลิบลิ่วขนาดนี้ แต่ละแบรนด์จึงจัดงบประมาณ เต็มที่ในการตกแต่งอาคารร้านค้า ท�ำให้ย่านนี้เป็นย่าน ที่น่าสนใจมากในการเปิดโลกทัศน์ด้านงานตกแต่งทั้ง ภายในภายนอก Facade ธรรมดาๆแบบที่เป็นลายฉลุแบนๆเรียบๆ นี่ถ้ามาอยู่แถวนี้ออกจะดูเชยไปเลยนะครับ ดีไซน์ของ Facade ของแต่ละอาคารนี่ส่วนใหญ่แล้วมักจะท�ำให้ ผมต้องยืนดูอยู่สักพักนึงเลย ผมเคยเข้าไปดูงานใกล้ๆ ยิ่งทึ่งเข้าไปอีกเพราะทั้งวัสดุที่ใช้คือแผ่นอลูมิเนียมนั้น ใช้หนามากๆ และการจับยึดก็แข็งแรงสุดๆ ที่ส�ำคัญ งานเนี้ยบมากๆ เห็นแล้วรู้สึกถึงความแตกต่างจากงาน ที่เห็นๆในบ้านเราชัดเจน วันนี้มีตัวอย่าง Facade ของตึกที่น่าสนใจย่านกินซ่ามาให้ดู ครับ

Ginza Place เป็น Showroom ของ Nissan และ Sony

ต้องยอมรับว่า ในการตกแต่งอาคารด้วย Facade โลหะนั้นใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ในบ้านเราจึงยังมี ให้เห็นไม่มากนัก แต่ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เราเริ่ม เห็นแนวโน้มงานตกแต่งแบบนี้ในบ้านเรามากขึ้น โดย เฉพาะย่านที่มูลค่าที่ดินสูงในกรุงเทพ เช่น สุขุมวิท ปทุมวัน ซึ่งต่อไปน่าจะนิยมใช้มากขึ้นเรื่อยๆครับ •

Shiseido Ginza Building


12

2 เครื่องมือที่ ใช้ในการเชื่อม MIG/MAG

การเชื่อม MIG/MAG จะเป็นการเชื่อมแบบกึ่งอัตโนมัติ นิยมใช้มากในวงจรอุตสาหกรรมทั่วๆ ไป ซึ่งมีเครื่องมือและ อุปกรณ์ส�ำคัญ ดังแสดงให้เห็นในภาพ ซึ่งประกอบด้วย 1. เครื่องเชื่อม (Welding Machine) 2. ระบบการป้อนลวดและระบบการควบคุม (Feed Control and control System) 3. หัวเชื่อมและชุดสายประกอบการเชื่อม (Welding gun and Cable Assembly) ใช้เรียกเมื่อใช้กับการเชื่อม ด้วยวิธีกึ่งอัตโนมัติ หรือทอร์ชเชื่อม (Welding Torch) ใช้เรียกเมื่อใช้กับการเชื่อมด้วยวิธีอัตโนมัติ 4. ลวดเชื่อม (Electrode Wire) 5. แก๊สปกคลุม (Shielding Gas)

วงจรในการเชื่อม MIG/MAG

เครื่องเชื่อม MIG/MAG

เป็นเครื่องเชื่อมที่ใช้ส�ำหรับเชื่อมกับลวดเชื่อมชนิดหมดเปลือง (Consumable Electrode) และเป็นเครื่องเชื่อมชนิดแรงเคลื่อนไฟฟ้า คงที่ (Constant Voltage) หรือ CV Type โดยมีเคิร์บของโวลท์และ แอมแปร์อยู่ในลักษณะราบ โวล์ทเทจทางออก (Out Put Voltage) V จะต้องคงที่ตลอดเวลา ไม่ว่ากระแสไฟจะเปลี่ยนแปลงไป ขนาดใด ก็ตามเครื่องเชื่อมชนิดกระแสคงที่นี้ไม่มีตัวควบคุม หรือปรับ A กระแส จึงไม่สามารถจะน�ำไปใช้ในการเชื่อมด้วยธูปเชื่อมธรรมดาได้ แรงดัน วงจรเปิด (OCV : Open Circuit Voltage) โดยปกติอยู่ในช่วง 40-50 โวลท์และแรงเคลื่อนอาร์คประมาณ 35 โวลท์ เนื่องจากว่า Slope ของ เชื่อมชนิดนี้ต�่ำ กระแส (Out Put Current) ของเครื่องอาจถูกควบคุม ด้วยโหลด (Load) ที่ป้อนเข้าไปและความเร็วของการป้อนลวดเชื่อม ปกติจะใช้ไฟกระแสตรงกลับขั้ว (DC+, DCEP) เครื่องเชื่อมที่ใช้จะมี ขนาดตั้งแต่ 50 แอมแปร์ จนถึง 400 แอมแปร์ มีสมการแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง ค่าแรงดัน V และ ค่ากระแส ในการเชื่อม A ดังนี้ V = (0.05xIa) + 14 เช่น ถ้ากระแสเชื่อมที่ 100 แอมป์ (Ia) แทนค่าในสมการ V = (0.05 x 100) + 14 V = 19 จากค่าที่ค�ำนวณได้ หากกระแสในการเชื่อมที่ 100 แอมป์ ค่าของ แรงดัน ควรจะอยู่ที่ 19 โวลท์ จากสมการสามารถน�ำไป ก�ำหนดค่าใน การตั้งพารามิเตอร์ในการเชื่อม MIG/MAG ได้ ลักษณะของเครื่องเชื่อมชนิดแรงเคลื่อนคงที่ (CV : Constant Voltage) ในการปรับค่ากระแสไฟเชื่อม ท�ำค่อนข้างยาก ด้วยว่ามี ค่าตัวแปรในการปรับ สอง ส่วนคือ ปรับแรงดัน (โวลท์) และปรับ ความเร็วลวด (Wire feed speed)(เครื่องเชื่อมบางรุ่นเค้าปรับเปลี่ยน ค่าความเร็วลวด เปลี่ยนเป็นตัวเลขกระแสเชื่อม (แอมป์)) จึงจะทราบ ค่ากระแสเชื่อม (แอมป์)ในขณะท�ำการเชื่อม ในเบื้องต้นสามารถปรับ ความสัมพันธ์ ระหว่าง V และ A โดยสามารถใช้สมการด้านบนได้ ในบางครั้งการปรับความสัมพันธ์ ระหว่าง V และ A อาจฟังได้ จากเสียงที่เกิด จากการอาร์ก บางต�ำราจะบอกว่าเสียงอาร์ก คล้ายกับ เสียงทอด เบคอน ซึ่งฟังแล้วเสียงจะนิ่ม ไม่มีเสียงกระแทกรุนแรง หรือ เสียงลวดเชื่อม หลอมรุนแรง


13

การเชื่อม MIG/MAG เป็นกระบวนการเชื่อมที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ที่สามารถเชื่อมโลหะต่างๆ ได้หลายชนิด กระบวนการ เชื่อม MIG/MAG ที่ได้พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้งท�ำให้สามารถเชื่อมได้ทั้งชนิดที่ควบคุมการเชื่อมด้วยมือและด้วยระบบอัตโนมัติ การเชื่อม MIG/MAG เป็นขบวนการเชื่อมที่ได้จากความร้อนจากอาร์กระหว่างลวดเชื่อม (Consumable electrode) กับชิ้นงาน ส�ำหรับ ลวดเชื่อมที่ใช้เป็นลวดเชื่อมเปลือยแข็ง ที่ส่งป้อนอย่างต่อเนื่องไปยังบริเวณอาร์กและท�ำหน้าที่เป็นโลหะเติมลงยังบ่อหลอมละลาย บริเวณบ่อ หลอมละลายจะถูกปกคลุมไว้ด้วยแก๊สปกคลุม ไม่ให้เกิดการรวมตัวกับอากาศ วิธีการเชื่อมอาจใช้วิธีอัตโนมัติหรือกี่งอัตโนมัติ แต่วิธีกึ่งอัตโนมัติ เป็นวิธีที่ ใช้กันมากที่สุด

ผลกระทบของการปรับค่าแรงดัน (V) เมื่ออัตราการเติมลวดคงที่ (Wire feed speed)

ค่าแรงดัน (V) บริเวณท�ำงาน ระยะอาร์ก

สูง AL ห่าง

ปานกลาง AM ปานกลาง

ผลกระทบของการปรับอัตราการเติมลวด (Wire feed speed) เมื่อค่าแรงดันคงที่ (V)

ต�่ำ AS ต�่ำ

เครื่องเชื่อมชนิดกระแสคงที่ • ใช้ในการเชื่อมด้วยลวดหุ้มฟลักซ์ • มีทั้งชนิดมอเตอร์ขับเคลื่อน เครื่องยนต์และหม้อแปลงเรคติไฟเออร์ • แรงเคลื่อนวงจรเปิดถึง 40 V

เครื่องเชื่อม MIG/MAG


14

Bracing (ค�้ำยัน)

Handrail (ราวกันตก)

Stair (บันได)

Arm lock (อาร์มล็อค)

สวัสดีครับ ชาวคมช่าง ฉบับนี้นายช่างตี๋ ขอน�ำเสนอ เรื่องของการออกแบบนั่งร้าน ประเภทต่างๆ กันครับ โดยมี 2 ประเภทใหญ่ๆ ของนั่งร้านที่นิยมกัน

Stair hanger (คานรับบันได)

Stair handrail (ราวบันได)


15

มาตรฐานนั่งร้านแบบญี่ปุ่น (Frame scaffold standard)

นั่งร้านญี่ปุ่น (Frame scaffold) มีใช้กันมานานในเมืองไทย ด้วยความสะดวกในหลายๆด้านเช่น ราคาถูก น�้ำหนักเบาในการขนย้าย ง่ายในการติดตั้ง แต่!!! ติดตั้งง่ายก็จริง แล้วติดตั้งส่วนประกอบครบหรือเปล่า ตามส่วนประกอบที่นั่งร้านควรจะมี บางชิ้นส่วนบางคนใช้ มาตลอดชีวิตการท�ำงานยังไม่เคยเห็นเลย ปัญหาจึงมีมากมายเมื่อน�ำมาใช้ และท�ำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ มาดูกัน ว่านั่งร้านญี่ปุ่นควรจะมี ส่วนประกอบอะไรบ้าง 1. Bracing (ค�้ำยัน) ช่างนั่งร้านเรียกขาตะเกียบ ใส่เพื่อป้องกันไม่ให้นั่งร้านเกิดการโยก เอียง แต่วัสดุชิ้นเป็นส่วนที่อ่อนแอที่สุดใน บรรดาส่วนประกอบของนั่งร้านญี่ปุ่นทั้งหมด 2. Handrail (ราวกันตก) เป็นชิ้นส่วนที่ส�ำคัญ ที่จ�ำเป็นต้องมี เพื่อป้องกันผู้ปฏิบัติงานตกลงมา ขณะปฏิบัติงาน เราจะมักพบเสมอว่าผู้ ปฏิบัติงานจะไม่ใส่ชิ้นส่วนชิ้นนี้ หากพบไม่มีชิ้นส่วนนี้ให้สั่งหยุดการท�ำงานโดยทันที เพราะมีความเสี่ยงมากๆ 3. Stair (บันได) ชิ้นส่วนนี้ เป็นข้อได้เปรียบของนั่งร้านแบบนี้ ด้วยความเอียงอยู่ที่ 45 องศา จึงเป็นบันไดชนิดที่เราเดินขึ้น ส่วนอีก ประเภทเช่น นั่งร้านท่อ บันไดจะเป็นแบบเอียง 75 องศาจึงเป็นบันไดแบบไต่ขึ้น ฉะนั้นจึงเป็นข้อได้เปรียบของนั่งร้านแบบนี้ที่เวลาขึ้น เดินขึ้นได้เลย 4. Arm lock (อาร์มล็อค) บางท่านตั้งแต่ใช้นั่งร้านมา ชิ้นส่วนชิ้นนี้ยังไม่เคยเห็นยังไม่เคยใช้เลย ชิ้นนี้มีไว้ส�ำหรับยึดส่วนบนและส่วนล่าง ไม่ให้หลุดออกจากกัน กรณีนั่งร้านเอียง 5. Stair hanger (คานรับบันได) ชิ้นส่วนชิ้นนี้เพื่อความส�ำคัญในสองกรณี อย่างแรกชิ้นนี้มันก็คือตง นั่งร้านญี่ปุ่นที่ชั้นแรกจะไม่มีตงมา ให้ ท�ำให้เกิดความไม่แข็งแรงที่ขาหรือเสานั่งร้าน อย่างที่สองเพื่อยึดบันไดไม่ให้เกิดการสไลด์ ป้องกันเขี้ยวที่ตีนบันไดเกิดการเสียหาย ได้อีกด้วย 6. Stair handrail (ราวบันได) สองประการเหมือนกันส�ำหรับความส�ำคัญที่ต้องมีชิ้นส่วนนี้ อย่างแรกก็ตามชื่อคือราวบันได เอาไว้ให้เรา จับขณะขึ้นบันไดจะได้สะดวกปลอดภัย อย่างที่สองตามภาพด้านซ้ายหากไม่มีชิ้นส่วนนี้ตรงนั้นจะโล่งมาก เสียงที่ผู้ปฏิบัติงานจะตกออก ไปได้ 7. Toe Board (แผ่นกั้นกันของตก) นั่งร้านเกือบร้อยละ 95 % ในเมืองไทยเราจะไม่มีชิ้นชิ้นนี้ติดตั้ง ชิ้นส่วนนี้ตามชื่อก็ติดตั้งไว้เพื่อป้อง ของที่บริเวณพื้นร่วงหล่นลงมาท�ำอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานด้านล่าง 8. Cat walk (แผ่นพื้นแบบบานพับ) อุปกรณ์ชิ้นนี้วัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้จุดบริเวณท�ำงานเป็นพื้นที่เต็มไม่ต้องการให้เกิดช่องเปิด ช่างที่ติดตั้งมักจะไม่ใส่ชิ้นนี้ ท�ำให้ผู้ปฏิบัติงานเสียงผลัดตกลงที่ช่องเปิด 9. Prop up (ขาช้าง) เพื่อขยายฐานนั่งร้านให้กว้างขึ้นกว่าเดิมป้องกันนั่งร้านเกิดการโค่นหรือเอียง 10. Stoper (ราวกั้นขาตั้ง) ข้อเสียของนั่งร้านญี่ปุ่นอีกจุดหนึ่งคือบริเวณนี้ซึ่งกว้างและมากพอที่ผู้ปฏิบัติงานจะตกลงมาง่ายๆ เพื่อการ ป้องกันเราต้องใส่ Stoper ไว้จ�ำนวนสองชั้น โอกาสตกก็จะลดลงทันที 11. Frame (ขาตั้ง) อุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นชิ้นส่วนที่แข็งที่สุดของนั่งร้านแบบญี่ปุ่น ขณะท�ำการติดตั้งต้องเช็คฉากให้ได้ระดับ 12. Internal sleeve (ข้อต่อสวมใน) จุดนี้เป็นอุปกรณ์ในการต่อนั่งร้านให้สูงขึ้นไป ช่างที่ท�ำการติดตั้งต้องสวม Arm lock ดังที่กล่าวมา แล้วข้างต้นเพื่อป้องกันการหลุดออกจากกันของขาตั้งขณะนั่งร้านเกิดการเอียง

Toe Board

Cat walk (แผ่นพื้นแบบบานพับ) Prop up (ขาช้าง)

Stoper (ราวกั้นขาตั้ง)

Frame (ขาตั้ง)

Internal sleeve (ข้อต่อสวมใน)


16

นั่งร้านตามมาตรฐาน BS Standard

การติดตั้งและตรวจสอบนั่งร้าน ตาม มาตรฐาน BS Standard นั้น ผู้ที่ท�ำการติดตั้ง และผู้ที่ท�ำหน้าตรวจสอบ ควรผ่านการฝึกอบรม หลักสูตรนั่งร้าน เสียก่อน เพื่อจะได้ท�ำความเข้าใจ ถึงส่วนประกอบ และมาตรฐานของนั่งร้าน ตามมาตรฐานอังกฤษ มีหลายท่านสอบถาม ท�ำไมต้องมาตรฐานอังกฤษ ก็เพราะมาตรฐานอังกฤษ เป็นมาตรฐานต้นแบบ และมาตรฐานของไทยเรานั้น ยัง ไม่แน่นพอที่จะบังคับ หรือบังคับไปแล้ว ภาคอุตสาหกรรม ยังปฏิบัติตามไม่ได้ ผู้สนใจ จึงต้องศึกษาและอาศัยจากมาตรฐานอังกฤษ มาดูส่วนประกอบของนั่งร้านตาม มาตรฐาน BS Standard หรือมาตรฐานอังกฤษ ว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้าง 1. แผ่นไม้รองฐาน 2. แผ่นฐานรองเสา 3. เสานั่งร้าน 4. คานล่างสุด 5. ตง 6. ค�้ำยัน 7. นั่งร้านชั้นแรก 8. ตงหลัก 9. ตงเสริม 10. แผ่นกันของตก 11. ราวกันตกล่าง 12. ราวกันตกบน 13. ประตูทางเข้า 14. บันได 15. แผ่นพื้น

จากส่วนประกอบนั่งร้านชนิด Pipe Clamp ผู้ท�ำการติดตั้งยังต้องศึกษาถึงระยะต่างๆในการติดตั้ง เช่น ระยะห่างแต่ละจุดเท่าใด การ รับน�้ำหนักเป็นอย่างไร ในแต่ละระยะความห่าง หลักสูตรนั่งร้าน ส�ำหรับการ อบรมนั่งร้าน ในการการติดตั้งและตรวจสอบนั่งร้าน มาตรฐาน BS Standard จะท�ำให้ผู้ที่ผ่านการอบรมมีความเข้ามากขึ้นไปอีก ผู้ที่จะใช้งานนั่งร้าน นั่งร้านจะต้องผ่านการ การตรวจสอบ จากเจ้าหน้าที่ที่ช�ำนาญการและได้รับการฝึกอบรมแล้วเท่านั้น ฉบับนี้ ช่างตี๋ก็ขอจบเรื่องนั่งร้านเพียงเท่านี้ครับ สวัสดี • เพื่อเป็นการเพิ่มทักษะและความรู้ในการติดตั้งนั่งร้านให้ได้มาตรฐานมากขึ้นผู้ปฏิบัติงานต้องผ่านการอบรม หลักสูตร การติดตั้งและตรวจสอบนั่งร้าน ผู้เข้ารับ การอบรมจะได้ทักษะมากขึ้นในการติดตั้ง และ หลักสูตรนั่งร้าน นี้มีระยะเวลาอบรมประมาณ 2 วัน ( 12 ชั่วโมง ) ผู้สนใจ อบรมติดตั้งนั่งร้าน สามารถจัดฝึกอบรมได้ ทั่วไป หรือตรวจสอบที่ www.dt.co.th โทรศัพท์ 089-5412239 โทรสาร 033-650-825 และอีเมล  preecha_sriroon@hotmail.com


17

การท�ำความสะอาด สเตนเลส ของเหลว และสารเคมี 3 ชนิดที่ ใช้ในการท�ำความสะอาดสเตนเลส

1. น�ำ้ เป็นของเหลวที่หาง่ายสุด ราคาถูกสุด เรียกว่าทุกบ้าน

สวัสดีครับท่านผู้ติดตามสาระความรู้กับ “มุมสเตนเลส” ทุกท่าน วันเวลาช่างเดินรวดเร็วจริง อีกเพียงสองเดือนก็จะผ่านครึ่งปี ของปี 61 นี้ หลาย ๆ ท่านคงต้องเหนื่อย หมุนเงินหมุนทองกันเป็นเกลียว หาลูกค้าก็ยาก ไม่ง่ายเหมือนสมัยก่อน การแข่งขันก็มีความรุนแรง มากขึ้น ผมขอเป็นก�ำลังใจให้ทุกท่านนะครับ ฉบับนี้เราจะมาเรียนรู้กันว่า ของเหลว หรือสารเคมีใดบ้าง ที่ สามารถน�ำมาใช้ท�ำความสะอาด กับสเตนเลสนั้น มีอะไรบ้างที่ไม่ควร น�ำมาใช้ท�ำความสะอาดสเตนเลส เพราะการดูแลรักษาที่ผิดวิธีนั้น กลับเป็นปัจจัยที่ท�ำให้สเตนเลสเกิดการผุกร่อน หรือเกิดสนิม ซึ่งผู้ใช้ งานจ�ำนวนมาก ไม่เข้าใจและ ตั้งค�ำถามในใจว่า สเตนเลสที่ท�ำมาดี หรือไม่ เกรดต�่ำหรือไม่ แม้กระทั่งโทษทางร้านที่รับท�ำงานสเตนเล สบ้าง ก็เลยเกิดความไม่เข้าใจกัน ถึงขั้นแจ้งความ ฟ้องร้อง เรียกค่า เสียหายกัน

ทุกครัวเรือนจะต้องมีแน่นอน อย่างที่เรารู้มาว่า สเตนเลสนั้ นกลัวสารเคมีที่มี Cl (คลอรีน) หรือสารเคมีมีใด ๆ ที่ มีสูตรเคมี ที่ลงท้ายด้วย Cl นั่นด้วย เช่น HCl , NaCl เป็นต้น ก็เลยมี ค�ำถามว่าในน�้ำประปานั้น ก็มีคลอรีนไม่ใช่หรือ แล้วจะมีผลต่อ การผุกร่อนของสเตนเลสหรือไม่ โดยทั่วไปแล้วปริมาณสาร คลอรีน ในน�้ำประปาที่ผสมอยู่ เพื่อฆ่าเชื้อโรคจะผสมอยู่ที่ 100 ppm เท่านั้น ซึ่งไม่มีผลต่อสเตนเลสในการน�ำน�้ำประปามาใช้ ท�ำความสะอาด แต่ต้องยกเว้น น�้ำเค็ม น�้ำกร่อย ซึ่งจะมี โซเดี่ ยมคลอไลด์ (NaCl) อยู่ ซึ่งจะส่งผลท�ำให้สเตนเลส เกิดการผุ กร่อน หรือสนิมได้

2. เอททิลแอลกอฮอล์ ในกรณีที่สเตนเลสที่ใช้อยู่ใน

กระบวนการ ที่ต้องสัมผัสกับอาหารการกิน ของเหลวตัวนี้ถือว่า ดีที่สุด ปลอดภัยสุด เพราะเมื่อใช้ท�ำความสะอาดจะเกิดการ ระเหยตัวออกจากผิวของสเตนเลส โดยไม่ทิ้งคราบไว้ในหลุม ร่องบนผิวสเตนเลส ซึ่งจะท�ำให้อ็อกซิเจน สามารถท�ำปฎิกริยา กับ โครเมี่ยมที่ผสมมาในเนื้อของสเตนเลสได้ เพื่อสร้างฟิล์ม ป้องกันสนิม แต่จะมีค่าใช้จ่ายแพงกว่าน�้ำ

3. อาเซโตน หรือ อาซิโตน เป็นสารเคมีที่ใช้ในการท�ำ

สะอาดพื้นผิวของสเตนเลส ที่ใช้กันในโรงงานอุตสาหกรรมตัว หนึ่ง ซึ่งก็ระเหยง่ายไม่ทิ้งคราบไว้ในหลุมร่องบนผิวสเตนเลสเช่น กัน แต่จะมีข้อเสียคือ จุดวาปไฟต�่ำ หรือติดไฟง่าย ต้องมีความ ระมัดระวังในการใช้งาน และเป็นสารก่อมะเร็ง ส่วนใหญ่ใช้ท�ำค วาสะอาดสเตนเลส ที่ไม่ได้ใช้ในกระบวนการด้านอาหาร สารเคมีใดที่คนนิยมน�ำมาใช้ท�ำความสะอาดสเตนเลส แล้วเกิด ปัญหาการผุกร่อน หรือสนิมตามมาภายหลัง นั่นก็คือ น�้ำมันสน น�้ำมันซักแห้ง และ ทินเนอร์ผสมสี ห้ามใช้ท�ำความสะอาดส เตนเลสอย่างเด็ดขาด มิฉะนั้นเมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้ว ค่าใช้จ่าย ในการแก้ไขค่อนข้างแพง หรือบางครั้งอาจถึงต้องรื้อเปลี่ยนกัน เลยทีเดียว ท้ายสุด ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์สเตนเลส เพียงแต่เปลี่ยนสารเคมีที่ ใช้เช็ดท�ำความสะอาดเท่านั้น งานนี้ก็จะกลับมาใช้งานและดูคุ้ม ค่ากับการลงทุนเหมือนเดิม •


18

ผศ.ดร.ราชศักดิ์ ศักดานุภาพ

วิทยาลัยนวัตกรรมการผลิตขั้นสูง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ผศ.ดร.อาภาภรณ์ สกุลการะเวก ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์

มอดุ ล ั ส ของสภาพยื ด หยุ ่ น (Modulus of Elasticity) ในฉบับนี้ขอให้ความรู้แก่ผู้อ่านเรื่องสมบัติเชิงกลอย่างหนึ่งของวัสดุคือ มอดุลัสของสภาพยืดหยุ่นหรือมอดุลัสของยัง (Young’s

modulus) ซึ่งเป็นสมบัติของวัสดุซึ่งอธิบายถึงความต้านทานของวัสดุต่อการเสียรูปภายใต้แรงกระท�ำ (Stiffness) ดังนั้นจึงเป็นหนึ่งใน สมบัติที่ส�ำคัญของวัสดุของแข็ง (solid) การเปลี่ยนรูปร่างของวัสดุแบบเชิงกล (Mechanical Deformation) เกิดขึ้นเนื่องจากพลังงานที่ ใส่ เข้าไปตัวในวัสดุ พลังงานอาจจะถูกเก็บอยู่ในรูปแบบการเปลี่ยนรูปยืดหยุ่น (Elastic deformation) หรือท�ำให้เปลี่ยนรูปแบบถาวร (Plastic Deformation) โดยพลังงานที่วัสดุเก็บเอาไว้สามารถอธิบายได้ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างความเค้น-ความเครียด • ความเค้น (Stress) นิยามคือ ค่าของแรงต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ • ความเครียด (Strain) นิยามคือ ระยะยืดหรือหดของวัสดุต่อหนึ่งหน่วยความยาว ค่ามอดุลัสของสภาพยืดหยุ่น (E) มีนิยามเป็นอัตราส่วนของความเค้นต่อ ความเครียดตามกฏของ Hook

มีหน่วยเป็นเมกกะปาสคาล (MPa)

โดยที่ σ คือ ความเค้น มีหน่วยเป็น MPa E คือ มอดุลัสของสภาพยืดหยุ่น มีหน่วยเป็น MPa และ ε คือ ความเครียด ไม่มีหน่วย ความเค้นไม่สามารถวัดได้โดยตรง เราสามารถค�ำนวณได้จากวิธีการวัดที่ แตกต่างกัน เช่น แรงดึง (Tension) หรือ การบิดงอ (Flexural stress) ความเครียดมีนิยามคือการเปลี่ยนแปลงของความยาวหารด้วยความยาวเริ่มต้น ตามสมการ รูปที่ 1แสดงวิธีการหาค่าความเครียดของวัสดุ ไม่มีหน่วย หรือ อาจคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยที่ Δl คือ การเปลี่ยนแปลงของความยาว มีหน่วยเป็นเมตร l1 คือ ความยาวหลังจากการยืดของวัสดุ มีหน่วยเป็นเมตร l0 คือ ความยาวเริ่มต้นของวัสดุ มีหน่วยเป็นเมตร

รูปที่ 1 แสดงวิธีการหาค่าความเครียดของวัสดุ


19

การวัดมอดุลัสของสภาพยืดหยุ่น

วิธีการที่ ใช้ในการวัดค่ามอดุลัสของสภาพยืดหยุ่น ประกอบไปด้วย การทดสอบ การดึง (tension) หรือการกด (compression), การทดสอบการงอ (bending test) และ การทดสอบการสั่นด้วยความถี่ธรรมชาติ (natural frequency vibration test) การทดสอบโดยวิธี tension และ bending อยู่บนพื้นฐานของ Hook’s law เราเรียก ว่า static method ส่วนวิธี natural frequency vibration เราจะเรียกว่า dynamic method ส�ำหรับการทดลองนี้เราจะพิจารณาเฉพาะ static method วิธี static method อาศัยการออกแรงดึงหรืองอตัวอย่างวัสดุด้วยเครื่องมือที่สามารถวัดขนาด ของแรงและวัดการเปลี่ยนแปลงของความยาวได้ การเปลี่ยนแปลงของความยาวโดย ปรกติจะน้อยมาก ๆ ในระดับของ 10-100 mm แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้ไม้บรรทัด ปกติในการวัด ส�ำหรับเครื่องมือพิเศษที่ใช้ในการวัดเราเรียกว่า Extensometers ซึ่งมี หลายรูปแบบทั้งแบบกลศาสตร์ และ strain gauge แบบไฟฟ้า การวัดมอดุลัสของสภาพยืดหยุ่นจากแรงดึง ชิ้นส่วนของตัวอย่างจะยึดติดกับเครื่อง Tensile testing machine ซึ่งสามารถ วัดแรงที่ใส่ให้กับชิ้นงานและระยะที่ยืดขยายของชิ้นงาน ค่าความเค้นดึงสามารถ ค�ำนวณได้จาก มีหน่วยเป็น MPa โดยที่ F คือแรงที่ใส่ให้กับชิ้นงาน [N] A คือ พื้นที่หน้าตัดของชิ้นงาน [m2] เครื่อง Mechanical strain gauge มีจุดสัมผัสอยู่ 2 จุด โดยที่มีจุดหนึ่งเป็นจุด ตรึง และอีกจุดสามารถเคลื่อนที่ได้ระยะห่างระหว่างจุดสองจุดเราเรียกว่า ระยะเกจ (gauge length) ซึ่งจะมีอุปกรณ์ท�ำหน้าที่วัดระยะ โดยดูจากหน้าปัดซึ่งบอกระยะใน หน่วย เซนติเมตรหรือมิลลิเมตร โดยเราจะวัดความแตกต่างของระยะที่เปลี่ยนในส ถาะการใส่ loading stage และ unloading state

รูปที่ 2 Mechanical strain gauge

มอดุลัสของสภาพยืดหยุ่น จากความเค้นของการบิดงอ (Modulus of Elasticity in Flexural Stress)

ในการหาค่ามอดุลัสของสภาพยืดหยุ่นจาก ความเค้นของการบิดงอ ชิ้นงานถูกยึดด้วยปลาย สองด้านและใส่น�้ำหนักที่ต�ำแหน่งกึ่งกลาง จาก นั้นจึงท�ำการวัดด้วยเกจแบบไฟฟ้า ความเค้น เนื่องจากการบิดสามารถค�ำนวณได้จาก โดยที่ M คือ bending moment [N.mm2] W คือ section modulus [mm3] หลักการของ Electrical resistance gauge อยู่บนพื้นฐานของความจริงที่ว่า การเปลี่ยนของ ความต้านทานไฟฟ้าเป็นสัดส่วนต่อค่า ความเครียด ΔR/R เป็นฟังก์ชันกับ ε electrical resistance gauge ประกอบไปด้วย เส้นลวดขนาดเล็ก ที่ยึดติดอยู่บน foil โดยที่ gauge จะยึดติดอยู่บนพื้นผิวของวัสดุที่ต้องการ ทดสอบด้วยกาวบางๆ ดังรูปที่ 3

รูปที่ 3 Electrical resistance gauge


20

การเปลี่ยนค่าของความต้านทานเป็นสัดส่วนต่อค่า ความเครียดตามสมการ โดยที่ l คือความยาวของลวด R คือค่าความต้านทานไฟฟ้า K คือ ค่า gauge factor ในทางทฤษฎี strain gauge อาจจะเปลี่ยนค่าความต้านทานได้เนื่องจากการ เปลี่ยนรูปของพื้นผิว รวมทั้งอิทธิพลของอุณหภูมิ สมบัติของวัสดุ รวมไปถึงการยึด ติดระหว่าง gauge และ พื้นผิวของวัสดุ อิทธิพลภายในตัว strain gauge ได้แก่ชนิด ของวัสดุที่ใช้ท�ำลวด ขนาดของลวด รูปร่างของลวดที่ขด รวมถึงชนิดของกาวที่ใช้ ทั้งหมดจะรวมความสัมพันธ์ในรูปของ gauge factor K ในการวัดค่าความเครียด ด้วย strain gauge แบบไฟฟ้าจ�ำเป็นจะต้องมีการเชื่อมต่อวงจรไฟฟ้าให้สามารถวัด การเปลี่ยนแปลงความต้านทานน้อย ๆ ได้ โดยมักจะใช้วงจร Wheatstone bridge ซึ่งมีแขนสี่ข้าง และตัวต้านทานสี่ตัวดังรูป

รูปที่ 4 วงจร Wheatstone bridge ส�ำหรับทดลองหาวัดมอดุลัสของสภาพยืดหยุ่น

จากสมการความสัมพันธ์ของ Wheatstone bridge จะได้ว่า และเมื่อจ่ายความต่างศักย์ไฟฟ้า ให้กับวงจรที่ จุด A และ C จะได้ว่าความต่างศักย์ระหว่างจุด B และ D จะมีค่าเท่ากับศูนย์เมื่อเกิดสมดุลของ วงจร ถ้าหากค่า R1 มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมี ค่าไม่เท่ากับ R2, R3, R4 วงจรจะไม่ สมดุลและท�ำให้มีความต่างศักย์เกิดขึ้นที่ Vout อุปกรณ์ส�ำหรับการวัดแสดงได้ดังรูป ความ ต้านทาน R1 คือ เกจวัด ซึ่งติดอยู่บนวัสดุ ทดสอบที่ต้องการวัดการผิดรูป ความต้านทาน R2 เรียกว่า compensating gauge เป็นเกจ ชนิดเดียวกับ R1 แต่ติดกับวัสดุโดยที่ไม่มี การใส่ load ท�ำหน้าที่เป็นตัวชดเชยผลของ อุณหภูมิสิ่งแวดล้อม ผลการเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิจะส่งผลต่อค่า R1 และ R2 เท่ากัน ซึ่งจะหักล้างกัน เพราะฉะนั้นวงจรจะไม่สมดุล ก็ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงค่า R1 เนื่องจาก การผิดรูปเท่านั้น ความต้านทาน R3 สามารถปรับค่าความต้าน ได้ท�ำหน้าที่ nullification gauge factor และ R4 คือ potentiometer ซึ่งมีหน้าที่ท�ำให้วงจร bridge สมดุลอีกครั้ง สมบัติของสภาพยืดหยุ่นในวัสดุมี ประโยชน์ทางด้านอุตสาหกรรมเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงทั้งในงานทางช่าง เช่น ในการเลือกวัสดุ เพื่อใช้เป็นโครงสร้างอาคารสะพาน หรือชิ้น ส่วนของเครื่องกล วิศวกรหรือผู้ออกแบบจะ ต้องพิจารณาสมบัติของสภาพยืดหยุ่นของวัสดุ ที่จะน�ำมาใช้ประโยชน์ให้เหมาะสมกับงาน แต่ละประเภท •


Restraint Chastity Equipment


25

Ford Escort 2018 เปิดตัวไปได้สวยในประเทศจีน โดยเป็น รถยนต์รุ่นเล็กที่เน้นความพรีเมียมและดีไซน์ที่หรูหราแต่คล่องตัว ตั้ง เป้าจับกลุ่มหนุ่มสาวชาวจีนที่เพิ่งเริ่มท�ำงาน ปัจจุบันมียอดจ�ำหน่ายไปแล้วกว่า 800,000 คัน Ford Escort Facelift ออกแบบให้มีดีไซน์ใกล้เคียงกับ Focus 2018 ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า HID พร้อมไฟ Daytime Running Light รูปตัว C ขณะที่ด้านท้ายมีการปรับดีไซน์ไฟท้ายแบบ LED ใหม่เล็กน้อย และมาพร้อมกระจังหน้าโครเมี่ยมดีไซน์ใหม่ รับกับชุด กันชนหน้าใหม่และไฟตัดหมอกทรงกลม ออกแบบล้ออัลลอย 17 นิ้วลายใหม่ เพิ่มความหรูหรามากขึ้น พร้อมเสาอากาศคล้ายครีบฉลาม เติมเต็มความสปอร์ตอย่างลงตัว ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีทูโทนเทา-ด�ำ เรียบง่ายดูหรูหรา เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชั่นเมมโมรี่, ติดตั้งหน้าจอ อินโฟเทนเม้นท์แบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว, เบาะหลังพับได้ส�ำหรับเก็บสัมภาระ, กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ, ที่ปัดน�้ำฝนอัตโนมัติ, ปุ่ม Push Start, กุญแจ Keyless Entry เป็นต้น เป็นการดีไซน์ให้เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่โฉบเฉี่ยวทันสมัยแต่ก็ยังครบครันไปด้วยประโยชน์ ใช้สอย Ford Escort 2018 ถูกติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 3 สูบ EcoBoost ขนาด 1.0 ลิตร 125 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร Ti-VCT พัฒนาใหม่ให้แรงและประหยัดน�้ำมันมากกว่าเดิมถึง 16 % โดยให้ก�ำลังมากถึง113 แรงม้า แรงบิด 142 นิวตันเมตร จับคู่ กับระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด •

https://www.caradvice.com.au/638365/2018-ford-escort-china


26

เมื่อศิลปะสะท้อนมุมมองและตัวตนของเจ้าของผลงาน จึงไม่น่าแปลกใจ ที่งานศิลปะของ คุณรักษ์ศิลป์ ฤทธิ์มหันต์ หรือคุณโค้ก จะมีความโดดเด่น แตกต่าง และน่าค้นหา เช่นเดียวกับตัวตนจริงๆ ของเขาที่เราได้สัมผัส เมื่อเส้นทางสายศิลป์ไม่ง่ายอย่างที่คิด หลังเรียนจบจากวิทยาลัยเพาะช่าง คุณรักษ์ ศิลป์ หรือคุณโค้ก เริ่มต้นจากการเป็น พนักงานประจ�ำในต�ำแหน่งกราฟิกดีไซน์ ออกแบบหนังสือ วาดภาพประกอบ ท�ำอยู่ หลายปีก็ตัดสินใจออกมาเปิดบริษัทกราฟิก เป็นของตัวเอง แต่ด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจ และอีกหลายอย่างท�ำให้บริษัทไม่สามารถไป ต่อได้ จึงเริ่มหันกลับมาวาดภาพอีกครั้ง ซึ่ง เป็นทางที่ตนเองถนัดตั้งแต่สมัยเรียน พอได้ มาเริ่มท�ำงานศิลปะอย่างจริงจัง จึงเข้าใจว่า งานศิลปะเป็นงานที่ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว สามารถต่อยอดความคิดไปได้ไม่มีวันจบ ได้ ถ่ายทอดความเป็นตัวเอง รวมถึงเป็นงานที่ ท�ำให้ตัวเองสนุกและมีความสุขทุกวัน

จากวันนั้นคุณโค้กก็เริ่มมีงานเข้ามา อย่างต่อเนื่อง หลักๆ คืองานวาดภาพเหมือน และงานปั้น ลูกค้าส่วนใหญ่ก็มีทั้งคนไทย และต่างชาติ คนไทยจะชอบให้วาดภาพ เหมือนเพื่อน�ำไปตกแต่งบ้าน อาคาร ส�ำนักงาน แตกต่างกับคนต่างชาติที่ส่วน ใหญ่จะเน้นไปทางงานปั้น โดยเฉพาะที่เกี่ยว กับศาสนา พระพุทธรูป หรืองานวาดก็จะ ชอบงานลายไทย อนุสาวรีย์ต่างๆ งานที่มี เอกลักษณ์ความเป็นไทยส่วนใหญ่จะนิยมกัน มาก ส่วนราคาขายก็จะอยู่ที่ความพอใจของ ตัวเอง ไม่มีกฎเกณฑ์เรื่องราคาตายตัว ราคาหลักสิบก็สามารถขายได้ เพราะตัวเอง ไม่ได้เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียง คุณค่าควรอยู่ที่ ผลงานไม่ใช่ราคา

คุณโค้กท�ำงานศิลปะด้วยตัวคนเดียวมา ตลอด เพราะตัวเองเป็นคนใส่ใจรายละเอียด มาก ผลงานที่ออกมาต้องเป๊ะต้องเนี๊ยบ ซึ่ง มันไม่มีนิยามว่าแค่ไหนละเอียดมากหรือน้อย ศิลปะเป็นเรื่องของความรู้สึก คนอื่นมาช่วย ก็อาจจะรู้สึกไม่เท่ากัน ท�ำให้อาจกลายเป็น ปัญหาตามมาได้ แค่ตัวเราเองกับลูกค้า เข้าใจสไตล์งานกัน งานนั้นๆ ก็จบง่าย ต้อง เข้าใจก่อนว่างานศิลปะไม่ใช่ธุรกิจและไม่ใช่ แฟชั่น ตามเทรนด์ได้แต่ต้องไม่หลุดความ เป็นตัวของตัวเอง และต้องคอยพัฒนาตัว เองตลอดเวลา สิ่งส�ำคัญคือเรื่องความคิด ต้องคิดให้นอกกรอบเพื่องานจะได้โดดเด่น ไม่เหมือนใคร ออกไปเรียนรู้ ไปให้เห็น จ�ำ ให้ได้และน�ำมาปรับใช้กับงานของตัวเอง เพราะคนเสพศิลปะก็มักจะมองหาอะไร ใหม่ๆ ตลอดเวลา คนสร้างงานก็ต้องรู้จัก ปรับเปลี่ยนศิลปะให้เป็นไปตามยุคสมัยโดย ยังไม่ทิ้งความเป็นตัวของตัวเอง

เมื่องานศิลปะถูกแทรกซึมเข้าไปในสิ่งก่อสร้างหลายยุคสมัย คุณโค้กมองว่าสิ่งนี้ท�ำให้ เกิดศิลปะนอกกรอบต่อยอดไปไม่มีที่สิ้นสุด การออกแบบงานเหล็ก งานไม้ หรืองานปูน สามารถผสมผสานกันได้หมด ความแตกต่างแต่โดดเด่นคือสิ่งที่คนในยุคสมัยนี้ต้องการ ส่วนตัวก็ชอบดูผลงานศิลปะที่แทรกซึมไปกับสถาปัตยกรรมต่างๆ เพราะรู้สึกว่าได้เปิดโลก ใหม่ๆ ได้ตื่นเต้นไปกับความสามารถและความคิดของศิลปินที่ไม่มีขีดจ�ำกัด ถือเป็นสิ่งหนึ่ง ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการท�ำงานให้กับตัวเองด้วย คุณโค้กยังพูดถึงการวางแผนงาน ในอนาคตว่ายังรู้สึกสนุกกับการท�ำงาน และมีแผนต่อยอดงานศิลปะของตัวเองไปท�ำงานปั้น กระถางต้นไม้เงินล้าน กระถางต้นไม้ดีไซน์แหวกแนวเป็นรูปหน้าคนในอารมณ์ต่างๆ ซึ่ง ตอนนี้มีอยู่กว่า 20 แบบและก�ำลังอยู่ในขั้นตอนการผลิต


27

ชีวิตตัวตน

กับการตกแต่งด้วยงานศิลป์ ความสนุกของงานนี้คือ เราจะท�ำอย่างไรให้มันแตกต่าง แต่ต้องยังเป็นที่ต้องการของตลาดด้วย แม้ตอนนี้จะพอใจกับ แบบต่างๆ ที่มีอยู่มาก แต่ก็จะเครียดเพิ่มขึ้นกับอีกหลายๆ แบบที่ต้องท�ำให้แตกต่างไม่เหมือนใคร และอาจจะปั้นไป เรื่อยๆ เป็นดอกไม้บ้าง สัตว์บ้าง แต่รับรองว่าจะไม่เคยเห็น ที่ไหนมาก่อน มันคือความท้าทายที่เกิดขึ้นทุกวัน งานชิ้นนี้เรา คาดหวังให้คนที่ได้รับมีความสุขกับงานของเรา ได้น�ำไปใช้ ตกแต่งบ้าน อาคาร สวน มองแล้วอารมณ์ดีได้ความสบายใจ เราก็ถือว่าประสบความส�ำเร็จ ส่วนช่องทางการขายอาจจะ ขายในเว็บไซต์หรือในโซเชียลต่างๆ ซึ่งอยู่ในช่วงหาข้อมูล ตอนนี้ก็ท�ำแบบค่อยเป็นค่อยไปเพราะทุกขั้นตอนท�ำด้วยตัว เองทั้งหมด

งานศิลปะนอกจากจะท�ำเป็นอาชีพได้แล้ว ยังช่วยในเรื่อง การใช้ชีวิตได้อีกด้วย ท�ำให้มองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวละเอียด มากขึ้น รู้จักคิดพิจารณา เหมือนรูปหนึ่งรูปที่ต้องใช้เวลามอง ใช้เวลาวาดจึงจะเสร็จสมบูรณ์ได้ พอคิดแบบนั้นมันท�ำให้เรา รู้สึกตัวเล็กลง เพราะศิลปะมันยิ่งใหญ่ บางครั้งการที่คนคน หนึ่งชอบศิลปะมันไม่ใช่แค่การขีดเขียนรูปได้ หรือสร้างผล งานได้แบบศิลปิน อาจจะแค่มองแล้วมีความสุขศิลปะก็เกิดขึ้น ในใจแล้ว •

คุณรักษ์ศิลป์ ฤทธิ์มหันต์ (โค้ก) โทร 083 653 9287


28

หลายคนคงได้พบกับไฟล์สกุล High Efficiency Image Container (HEIC) ที่ ใช้ได้ กับระบบปฎิบัติการ iOS 11 และ macOS High Sierra นี้เป็น format จากทาง Apple กันบ้างแล้ว ประโยชน์ของมันคือจะมีขนาดไฟล์ที่เล็กกว่าหากเทียบกับ JPG หรือ PNG, และล่าสุดทาง Microsoft และ Google ก็ออกมาประกาศรองรับไฟล์สกุล HEIC ด้วย เหมือนกันในรุ่นใหม่ๆ ต่อไปแล้ว เรามารู้จักกับไฟล์สกุลนี้กันสักนิด HEIC หรือไฟล์เอ็กซ์เท็นชั่นที่เกี่ยวข้องกับรูปภาพ ใช้เทคโนโลจีจาก High Efficiency Video Compression (HEVC) codec/แบบบีบอัด หรือที่รู้จักกันในรูปแบบ h.265 ทั้ง HEVC และ HEIF ซึ่งถูกพัฒนามาจาก Moving Picture Experts Group (MPEG) ทาง Apple น�ำสกุลไฟล์ HEIF มาให้ใช้กับ iOS11 และ macOS High Sierra ทาง ด้านรูปภาพโดยเฉพาะ ส่วน operating systems อื่นๆ หรือเว็ปไซด์นั้นยังไม่รองรับ HEIF และ HEIC file extension แต่ส�ำหรับของทาง Apple จะแปลงไฟล์ไปเป็น JPEG แบบอัตโนมัติหากต้องการแชร์ไฟล์ไปให้เพื่อนๆ ที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Apple ประโยชน์ของ HEIC หากกล่าวถึงประโยชน์ที่จะได้รับมากสุดเห็นจะเป็นขนาดของไฟล์ HEIC ที่จะเหลือ เพียงครึ่งเดียวหากเทียบกับ JPEG แถมคุณภาพบองภาพยังดีกว่าเสียอีก. HEIC ยัง สามารถมาแทน file extensions ที่เป็นไฟล์วีดีโอหรือ image sequences เช่น GIF และ GIFV นอกเหนือไปจากนั้น ไฟล์ HEIC ยังสามารถเก็บภาพลักษณะอื่นๆ ได้อีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหวแบบสั้นๆ ไว้ในภาพเดียวกัน ภาพลึก หรือแม้กระทั่ง เสียง (HDR data, alpha และ depth maps) ได้อีกด้วย ซึ่งอันนี้จะเอื้อประโยชน์กับ สมาร์ทโฟน และการตัดแต่งภาพ ได้เป็นอย่างดี เพราะมีขนาดเล็กแต่คุณภาพที่ดีกว่า และเนื่องจากยังไม่เป็นที่แพร่หลายในการใช้งานของ HEIC นอกเสียจากอุปกรณ์ที่ ใช้ iOS 11 และ macOS High Sierra การใช้งานคงจะเป็นเพียงกลุ่มแฟนๆ Apple เท่านั้น เนื่องจากทาง Apple นั้นรองรับไฟล์ HEIC บน iOS 11 และ macOS High Sierra, แฟนๆ ของทางบริษัทไม่น่าจะมีปัญหากับการเข้าใช้งาน HEIC files หรือการ ดัดแปลงไฟล์ใดๆให้ไปเป็น JPEG HEIC มีขนาดไฟล์ที่เล็กลง แต่คุณภาพในด้านรูปภาพยังดีกว่าเดิม ด้วยคุณ ประโยชน์ทางด้านขนาดของไฟล์ ซึ่งเชื่อได้แน่ว่า HEIC อาจจะเป็นสกุลไฟล์ภาพอีกตัวที่ จะได้รับความนิยมต่อไป อย่างแน่นอน •


29

อาคารสุดเก๋จากตู้คอนเทนเนอร์ขนส่ง

จากตู้คอนเทนเนอร์ขนส่ง 21 ตู้ต่อกันกลายเป็นอาคารพักอาศัยทรงสวยแปลกตาใจกลางเมืองบ รุกลิน ประเทศสหรัฐอเมริกา ออกแบบโดยบริษัทสถาปัตย์จากนิวยอร์กและเนเปิล LOT-EK โดย ตัวอาคารวัดจากมุมมีขนาด 25 x 100 ฟุต ตู้คอนเทนเนอร์แต่ละตู้ถูกวางซ้อนกัน และตัดตาม แนวเฉียงจากบนสุดลงมา การออกแบบของ LOT-EK เน้นความรู้สึกโล่งโปร่งสบาย ด้วยพื้นที่ ระเบียงบริเวณด้านหลังของบ้านที่มีอยู่ทุกชั้น ซึ่งนอกจากจะท�ำให้เกิดความเชื่อมต่อระหว่าง ภายในและภายนอกบ้านแล้ว การตัดแนวเฉียงยังสร้างผนังที่ยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวเอาใว้ ได้อีกด้วย ส่วนที่พักอาศัยหลักของบ้าน รวมไปถึงห้องครัว ห้องทานอาหารและห้องนั่งเล่นจะอยู่ บนชั้นแรกบริเวณส่วนหน้าของบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ยกสูงจากพื้นถนนเพื่อท�ำทางลาดไปยังชั้นจอด รถใต้ดิน โดยห้องนั่งเล่นประกอบไปด้วยอัฒจันทร์พร้อมโปรเจ็คเตอร์ขนาดใหญ่ ชั้นสองจะเป็น ส่วนส�ำหรับเด็กๆ ที่มีทั้งห้องน�้ำส่วนตัวและห้องนั่งเล่นของเด็กๆ และชั้นบนสุดเป็นห้องนอนใหญ่ ที่พร้อมด้วยสิ่งอ�ำนวยความสะดวกมากมาย ทุกพื้นที่ถูกจัดสรรไว้อย่างลงตัว ให้คุณสัมผัส ประสบการณ์การผักผ่อนแบบใหม่ในสไตล์โมเดิร์น

รี ไซเคิลขยะ ให้เป็นม้านั่งสาธารณะ

“Print Your City” หรือโครงการปั้นเมืองสร้างสรรค์ คืออีกหนึ่งโครงการล่าสุดจาก เนเธอร์แลนด์ที่สร้างความตื่นตัวให้แก่นักออกแบบรุ่นใหม่ และสร้างจิตส�ำนึกที่ดีในการลดปัญหา ขยะล้นเมือง เหมือนอย่างไอเดียม้านั่งสาธารณะตัวนี้ ผลงานของสตูดิโอออกแบบรุ่นใหม่ The New Raw ในเมืองอัมสเตอร์ดัมที่ได้ทดลองน�ำขยะพลาสติกจากครัวเรือนมาผ่านกระบวนการ รีไซเคิลเต็มรูปแบบ เพื่อที่จะ ‘รีดีไซน์ใหม่’ ให้เป็นเฟอร์นิเจอร์สาธารณะสุดเก๋พร้อมฟังก์ชั่นการ ใช้งานครบครัน ม้านั่งดีไซน์แปลกตาตัวนี้มีชื่อว่า “XXX bench” เป็นผลงานที่มาจากขยะ รีไซเคิล 100% โดยผลงานชิ้นนี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อสตูดิโอ The New Raw ได้ขอความร่วมมือจาก Aectual บริษัทท้องถิ่นผู้เชี่ยวชาญด้านการขึ้นรูปวัสดุด้วยพรินเตอร์สามมิติขนาดใหญ่ และช่วย กันสนับสนุนจนโครงการเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น “XXX bench” ถูกดีไซน์ขึ้นส�ำหรับการนั่ง ระหว่าง 2-4 คน โดยมีแรงบันดาลใจมาจากเก้าอี้โยกที่ต้องบาลานซ์น�้ำหนักทั้งสองด้าน (Double-sided rocking chair) โดยทีมนักออกแบบ The New Raw เปิดเผยว่า “เพราะเรา อยากให้งานดีไซน์นี้สื่อสารกับสังคมถึงความจ�ำเป็นในการท�ำงานร่วมกันอย่างสมดุล เพื่อที่เราจะ เติมเต็มวงจรการผลิตและการบริโภคพลาสติกได้แบบยั่งยืนร้อยเปอร์เซ็นต์”

บ้านขนาดเล็กพร้อมแนวคิดแบบยั่งยืน

บ้านขนาดเล็กประหยัดพลังงานก�ำลังเป็นที่ต้องการในโลกอนาคตอันใกล้ ทีมนักศึกษาจาก รัฐซ คราเมนโต แคลิฟอเนีย สหรัฐอเมริกา ภายใต้ชื่อทีม Sol Vespiade ได้ออกแบบบ้านขนาดเล็ก ที่สะท้อนแนวคิดพลังงานที่ยั่งยืนเพื่ออนาคตแห่งการใช้ชีวิต ด้วยบ้านติดล้อขนาดกะทัดรัด 400 ตารางฟุต ที่ตกแต่งภายในอย่างอบอุ่น มาพร้อมกับแผงโซล่าเซลล์ขนาดใหญ่ส�ำหรับผลิตไฟเพื่อ ใช้ในตัวบ้าน ในส่วนวัสดุหลักที่ใช้ภายในบ้านหลังนี้คือไม้ซีดาห์ทาสีกันความร้อนตามแบบฉบับ บ้านไม้ดั้งเดิมสไตล์อเมริกัน และเพิ่มนวัตกรรมบ้านแห่งอนาคตโดยการติดแผงโซล่าเซลล์ที่ผนัง ภายนอกตัวบ้าน และบริเวณหลังคา เพื่อเพิ่มการสร้างไฟฟ้าที่มากยิ่งขึ้น ในส่วนผนังบ้านฝั่งใต้ ได้ติดตั้งแผ่นรับแสงแบบหลอดแก้วสุญญากาศ (Evacuated Tube Solar Collector) ที่จะ เปลี่ยนแสงอาทิตย์เป็นความร้อนส�ำหรับใช้ท�ำน�้ำอุ่น และส�ำหรับบ้านที่ต้องการใช้น�้ำ ทางทิศ ตะวันตกของตัวบ้านมีการติดตั้งถังเก็บน�้ำฝนขนาด 40 แกลลอนเพื่อใช้อุปโภคบริโภคภายใน บ้านอีกด้วย นอกจากนี้ ยังใส่ใจไปถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ประตูบ้านยังเลือกใช้ประตู บานสวิงแบบเปิดเข้าหาตัวเพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองพื้นที่ และเป็นประตูกระจกเพื่อรับแสงได้ดี รวมถึง มีหน้าต่างที่ช่วยถ่ายเทอากาศได้ดีอีกด้วย


30

INTERMACH 2018

ASEAN Sustainable Energy Week (ASE)

InterPlas Thailand 2018

งานแสดงแหล่งรวมเครื่องจักรและ เทคโนโลยีล่าสุดรวมทั้งอุปกรณ์เพื่อการผลิตใน อุตสาหกรรมโลหะการ จากบริษัทผู้ผลิตระดับ โลกครอบคลุมอุตสาหกรรมการผลิต อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์, อิเล็กทรอนิกส์, แม่ พิมพ์อุตสาหกรรม, อุปกรณ์การแพทย์, การ ผลิตเฟอร์นิเจอร์, การเกษตร และอีกมากมาย

แสดงเทคโนโลยีและการประชุมนานาชาติ ด้านพลังงานทดแทน การใช้พลังงานอย่างมี ประสิทธิภาพ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ ใหญ่และครบวงจรที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ที่ รวบรวมนวัตกรรมล่าสุดด้านพลังงาน อาทิ แผงพลังงานแสงอาทิตย์, เทคโนโลยีทางด้าน แรงลม, พลังงานชีวมวล, ก๊าซชีวภาพ, พลังงานจากขยะ, การจัดเก็บพลังงาน, การ จัดการด้านพลังงาน, แสงสว่าง, ศูนย์ข้อมูล, การควบคุมมลพิษทางอากาศ, การบ�ำบัดน�้ำ เสียและของแข็ง, การกรองน�้ำ, อุปกรณ์ ประจุไฟฟ้าในรถยนต์ไฟฟ้า, การเสียดสี, ส่วน ประกอบของมอเตอร์และระบบขับเคลื่อนและ อีกมากมาย

มหกรรมด้านเทคโนโลยีเพื่อการผลิต พลาสติกและปิโตรเคมีหนึ่งเดียวของไทย ได้ รวมเทคโนโลยีล่าสุดจากกว่า 350 แบรนด์ชั้น น�ำจาก 20 ประเทศ จากหลายอุตสาหกรรม จากทั่วอาเซียน ไม่ว่าจะเป็น ผู้ผลิตชิ้นส่วนยาน ยนต์ บรรจุภัณฑ์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน จะช่วยให้นักอุตสาหกรรมได้เพิ่มประสิทธิภาพ สายการผลิตและมูลค่าสินค้า

16 - 19 พฤษภาคม 2561 @ ไบเทค บางนา

สัมมนาเชิงวิชาการ

ความปลอดภัยและข้อปฎิบัติ ส�ำหรับการบ�ำรุงรักษาอุปกรณ์ในสถานีไฟฟ้า แรงสูงและระบบส่งจ่ายไฟฟ้า มอเตอร์ และเครื่องก�ำเนิดไฟฟ้าในโรงจักรไฟฟ้า

21 - 23 พฤษภาคม 2561 @ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

สมาคมวิศกรไฟฟ้าและอีเลคโทรนิคส์แห่ง ประเทศไทย โดยการสนับสนุนด้านวิชาการจาก กฟน., กฟภ. และ กฟผ. ได้จัดสัมมนาเชิง วิชาการ เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กับอุปกรณ์ใน สถานีไฟฟ้าแรงสูง ระบบส่งจ่ายไฟฟ้า และโรง จักรไฟฟ้าของไทย

Asian Paper & Tissue World 2018 6 - 8 มิถุนายน 2561 @ ไบเทค บางนา

งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีในแวดวง อุตสาหกรรมกระดาษและงานพิมพ์ ครั้งแรกใน ประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของโรงงานผู้ผลิต บรรจุภัณฑ์ กระดาษ เยื่อกระดาษ และ กระดาษอุตสาหกรรม ผู้ผลิตเครื่องจักร และผู้ ค้ารายย่อย รวมไปถึงกลุ่มผู้จัดจ�ำหน่าย และ กระจายสินค้า รวมทั้งผู้ผลิตและประกอบ เครื่องจักรส�ำหรับอุตสาหกรรมผลิตกระดาษ เจ้าของเทคโนโลยีระบบการผลิต ระบบ อัตโนมัติ และการควบคุมด้านเคมีภัณฑ์ เป็นต้น ร่วมฟังเสวนา กลยุทธ์สู่การเติบโต อย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมกระดาษ •

Boilex Asia and Pumps and Valves Asia 6 - 9 มิถุนายน 2561 @ ไบเทค บางนา

งานแสดงเทคโนโลยีนิทรรศการเฉพาะ ทางด้านหม้อไอน�้ำ และวาล์ว ใหม่ล่าสุดใน ประเทศไทย ที่จะน�ำเสนอเทคโนโลยีและ นวัตกรรมใหม่ล่าสุดแก่ผู้เข้าชมงานจากทั้งใน ประเทศและอาเซียนโดยตรง จาก 45 ประเทศ รวมทั้งพาวิเลียนระดับชาติ กิจกรรมสัมมนา กว่า 80 หัวข้อ พร้อมการประชุมนานาชาติด้าน พลังงานทดแทน •

6 - 9 มิถุนายน 2561 @ ไบเทค บางนา

OEM Manufacturer Expo 2018 7 - 9 มิถุนายน 2561 @ ไบเทค บางนา

จากการสนับสนุนจากสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย งานแสดงสินค้าภาค อุตสาหกรรมรับจ้าง การผลิตสินค้าที่ สร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณภาพ เป็นการจัด งานเพื่อกลุ่มคนทั่วไปที่ต้องการมีธุรกิจ, กลุ่ม SMEs ด้วยแนวความคิด An Easy Way to Reach The Right Manufacturer เพื่อให้งาน OEM Manufacturer Expo เป็นงานแสดง ศักยภาพและตอกย�้ำความส�ำเร็จของภาค อุตสาหกรรมรับจ้างผลิตที่ครอบ คลุมและยิ่ง ใหญ่ที่สุดแห่งปี ดังนี้

• อุตสาหกรรมเสริมอาหาร • อุตสาหกรรมเครือ่ งส�ำอาง • อุตสาหกรรมอาหารและเครือ่ งดืม่ • อุตสาหกรรมเสือ้ ผ้า กระเป๋า รองเท้า และเครือ่ งหนัง • อุตสาหกรรมบรรจุภณ ั ฑ์และแพ็คเกจ • กลุม่ โรงงานทีผ่ ลิตแบรนด์ • อุตสาหกรรมสินค้าส�ำเร็จรูป

NEPCON Thailand 2018 20 - 23 มิถุนายน 2561 @ ไบเทค บางนา

หนึ่งในงานที่จัดทั่วโลก ที่น�ำเสนองาน แสดงเทคโนโลยีเพื่อการประกอบ การวัด และ การทดสอบคุณภาพเพื่ออุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ อันดับ 1 แห่งอาเซียน สู่ประเทศไทย 4.0 ด้วยโซลูชั่นอัจฉริยะ ผู้น�ำเสนอเทคโนโลยีจาก 22 ประเทศ จะมา รวมตัวกันที่เวทีนี้เพื่อสนับสนุนการเติบโตของ อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ทุก โปรไฟล์ในสายการผลิต •

20 - 23 มิถุนายน 2561 @ ไบเทค บางนา

Automotive Manufacturing 20 - 23 มิถุนายน 2561 @ ไบเทค บางนา

มหกรรมสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ นานาชาติที่ครบครันที่สุดด้านเทคโนโลยี จาก 415 แบรนด์ชั้นน�ำ จาก 25 ประเทศ ที่จะมา พบกับนักอุตสาหกรรมทั่วทุกสาขากว่า 85,000 ราย เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อระหว่างธุรกิจ กับกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และ นัก อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับสาระประโยชน์ มากมายและพบโอกาสในการสานสัมพันธ์ทาง ธุรกิจ เพื่อผลักดันธุรกิจให้มุ่งหน้าสู่ความเป็น เลิศด้านประสิทธิภาพ จากมุมมอง ความรู้และ ความคิดใหม่ๆ

Assembly & Automation Technology 20 - 23 มิถุนายน 2561 @ ไบเทค บางนา

ความนิยมที่เพิ่มมากขึ้นของระบบ อุตสาหกรรม 4.0 และการผลิตอัจฉริยะช่วยขับ เคลื่อนให้งาน สามารถชี้น�ำกลุ่มนัก อุตสาหกรรมสู่หนทางการผลิตแห่งอนาคตเพื่อ ประสานและสร้างการผลิตให้มีศักยภาพ ทางการแข่งขันมากขึ้นในตลาดโลก ที่จะพลิก โฉมการผลิตแบบเดิมจากที่มุ่งเน้นด้านต้นทุน ไปสู่การมุ่งเน้นด้านผลก�ำไรที่ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ใส่ใจลงทุนอย่างต่อเนื่อง ภายในงานได้รวม 330 แบรนด์จาก 27 ประเทศส�ำหรับกลุ่มผู้มี อ�ำนาจตัดสินใจและผู้ซื้อที่มีศักยภาพกว่า 85,000 รายจากหลากหลายอุตสาหกรรมทั่ว ภูมิภาค งานนี้ยังเป็นเวทีครบวงจรส�ำหรับการเปิด รับองค์ความรู้เพื่อน�ำไปพัฒนาระบบการผลิต อัจฉริยะ พร้อมโอกาสในการขยายเครือข่าย และแบ่งปันข้อมูล กิจกรรมต่างๆ ในงาน อาทิ การจับคู่ทางธุรกิจส�ำหรับกลุ่มแขก VIP การ สัมมนาด้านการใช้งานและเทคนิค ตลอดจน สัมมนา Automation Forum จะดึงดูดกลุ่ม ผู้น�ำจากทั้งภาคเอกชนและวิชาการให้มาร่วม แสดงวิสัยทัศน์ด้านแนวโน้มต่างๆ •


31

ชื่อ …………………………………….............................................…………...… อาชีพ…………………………………................……......................…….......... บริษัท/ห้างร้าน/สถาบันศึกษา………….......……..............……….….…... …………………………………................……......................……..........………… ที่อยู่…………………………………................……........................…………………… ……………………………................……......................……..........………… …………………………………................……......................……..........………… …………………………………................……......................……..........………… …………………………………................……......................……..........………… …………………………………................……......................……..........………… จังหวัด................................................รหัสไปรษณีย์…….……….…........ โทร…………………………………................……........................……..........… แฟกซ์…………………………………................……......................……........… อีเ มล์…………………...................……..................................…………........

กรุณาส่งแแบฟอร์มสถานที่จัดส่ง หรือแนบนามบัตร มาที่

Fax : 02 914 7600 E-mail : jaeb_tn@hotmail.com : komchangmag หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

คุณธันย์ชนก บุญเกิด (เจี๊ยบ) โทร. 083 804 8227, 02 914 5986

8,10 ถนนประชาร่วมใจ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ 10510


32

ขอต้อนรับทุกท่านสู่คอลัมน์ คุยกับหมอ เวชศาสตร์ครอบครัว สวัสดีสมาชิกนิตยสารคมช่างทุกท่าน ฉบับนี้หมอครอบครัวน�ำเสนอข้อมูลโรคที่พบ ได้บ่อยโรคหนึ่งในการช่วงชีวิตที่เราด�ำเนิน ไป โดยเฉพาะเมื่อเริ่มเข้าสู่ภาวะผู้สูงวัยที่ มีอายุมากขึ้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่เรา จะต้องเผชิญความเสื่อมสลายของร่างกาย หนึ่งในนั้นคือภาวะกระดูกเสื่อมพรุนที่เกิดขึ้น ฉะนั้นความรู้ที่จะน�ำเสนอในฉบับนี้คือ โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis)

อาการของโรคกระดูกพรุน

สาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยง

1. พันธุกรรม ผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน โดยเฉพาะบิดาหรือ มารดามีประวัติกระดูกสะโพกหักมาก่อน เสี่ยงเป็นโรคนี้สูงเช่นเดียวกัน 2. ดื่มกาแฟปริมาณมาก ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่จัดเป็นประจ�ำ ท�ำให้แคลเซียมลดลง 3. ผู้สูงอายุ พบมากในผู้หญิง โดยเฉพาะเข้าสู่วัยหมดประจ�ำเดือน ผู้หญิงที่ผ่าตัดรังไข่ทิ้ง 4. เชื้อชาติ พบมากในคนผิวขาว หรือชาวเอเชีย 5. ไม่ค่อยออกก�ำลังกาย นั่งอยู่กับที่ไม่มีกิจกรรม อยู่ในที่ร่ม 6. มีโรคประจ�ำตัวเจ็บป่วยเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ต่อมพารา ไทรอยด์ท�ำงานมากเกินไป โรครูมาตอยด์ โรคไตเรื้อรัง โรคเลือดธาลัสซีเมีย โรคตับ เรื้อรัง โรคเอสแอลอี โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคมะเร็งต่อมน�้ำเหลือง เป็นต้น 7. ได้รับยาเป็นเวลานาน เช่น ยากันชัก (Phenytoin) ยากลุ่มสเตียรอยด์-ทานยาเพรดนิโซ โลนขนาดมากกว่าหรือเท่ากับ 5 มิลลิกรัมขึ้นไปเป็นประจ�ำหรือทานนานไม่น้อยกว่า 3 เดือน ยาในกลุ่มกลูโคคอร์ติคอยด์ ยาขับปัสสาวะที่ท�ำให้สูญเสียแคลเซียม ยาใช้ป้องกัน แข็งตัวของเลือดเช่น เฮ็พพะริน (Heparin), วอฟะริน (Warfarin) 8. รับประทานอาหารไม่ถูกต้อง ไม่ได้สัดส่วน ไม่เพียงพอในการสร้างกระดูก ได้แก่ ขาด แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินดีต�่ำ

• ไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ พบส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ • ส่วนสูงลดลง • หลังโกง/หลังค่อม มีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ รู้สึกหายใจได้ไม่เต็มปอด • ปวดหลังเรื้อรัง • อาการปวดเจ็บส่วนต่างๆของร่างกายตรงบริเวณอันเนื่องจากกระดูกหัก เช่น อาการปวดหลังบริเวณกระดูกสันหลังหักหรือยุบตัวลง, ลุก ขึ้นยืนเดินไม่ได้หลังจากล้มก้นกระแทรกพื้น, เจ็บปวดพบข้อมือผิดรูปเกิดหลังจากใช้มือยันพื้น เป็นต้น การวินิจฉัยโรคกระดูกพรุน สามารถท�ำได้โดยฉายภาพรังสีของกระดูกสันหลังระดับเอวและกระดูกสะโพก ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า DEXA Scan (Dual Energy X-ray Absorption) เป็นการตรวจวัดหาความหนาแน่นของกระดูก (Bone Mineral Density=BMD)แล้วน�ำ ค่าที่ตรวจไปเปรียบเทียบกับค่าความหนาแน่นของกระดูกของคนอายุ 20-30 ปี เพศเดียวกัน เป็นค่าคะแนนตัวเลขที (T-score) ของส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation, SD) จากค่าคะแนนนี้ สามารถแบ่งความผิดปกติของโรคกระดูกพรุนต่างๆ ได้ดังนี้คือ 1. ปกติ : ค่าความหนาแน่นของกระดูก T score มากกว่า -1SD (T-score ≥-1SD) 2. กระดูกบาง (osteopenia) : ค่าความหนาแน่นของกระดูก T score น้อยกว่า -1SD แต่มากกว่า -2.5SD (-2.5SD<T-score<-1SD) 3. กระดูกพรุน (osteoporosis) : ค่าความหนาแน่นของกระดูก T score น้อยกว่าหรือเท่ากับ -2.5 SD (T-score ≤ -2.5SD) 4. กระดูกพรุนรุนแรง (severe osteoporosis) : ค่าความหนาแน่นของกระดูก T score น้อยกว่าหรือเท่ากับ -2.5SD (T-score≤-2.5SD) พบร่วมกับมีกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน


33

การรักษา

แนวทางรักษาโรคกระดูกพรุนมีเป้าหมายหลักคือการพยายามป้องกันและลดความเสี่ยงไม่ให้เกิดกระดูกหักในกลุ่มที่เริ่มมีภาวะของ กระดูกบาง วิธีการรักษาสามารถแบ่งออกได้ 2 วิธีคือ การรักษาแบบไม่ใช้ยาและการรักษาแบบใช้ยา 1. การรักษาโดยไม่ใช้ยา คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่ก่อให้เกิดโรคกระดูกพรุน สามารถด�ำเนินการได้ดังนี้ 1.1 รับประทานอาหารครบห้าหมู่ ทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงและวิตามินดีให้เพียงพอ ปกติร่างกายต้องการแคลเซียมประมาณ 1000 มิลลิกรัมต่อวัน เมื่ออายุที่เพิ่มขึ้นต้องการถึง 1200 มิลลิกรัมต่อวัน อาหารที่มี แคลเซี่ยมสูงได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์จากนม, น�้ำส้ม, เมล็ดงา, คะน้า, บรอกโคลี, ข้าวโอ๊ต, ถั่วขาว, ถั่วแระ, เมล็ดอัลมอนต์, นมถั่วเหลือง, เต้าหู้, ปลาซาร์ดีน, ปลาแซลมอน ทานวิตามินดีที่ร่างกายต้องการประมาณ 800-1000 IU (international units) ต่อวัน เป็นต้น 1.2 งดหรือหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกาแฟ ทุกชนิด 1.3 ออกก�ำลังกายที่ลงน�้ำหนักอย่างสม�่ำเสมอ เหมาะสมกับวัย เช่น เดินแกว่งแขน วิ่งเหยาะๆ เดินขึ้นลงบันได กระโดดเชือก ว่ายน�้ำ ปั่นจักรยาน การออกก�ำลังกายสามารถช่วยสร้างกระดูกให้แข็งแรงและลดการเสื่อมสลายของกระดูกให้ช้าลง 1.4 การได้รับแสงแดดอ่อนๆ อย่างเหมาะสมเพียงพอเพื่อให้ผิวหนังของคนเราใช้สร้างวิตามินดี เวลารับแสงแดดช่วงเช้าก่อนเวลา 9 โมง(ประมาณ 8-10 โมงเช้า) ช่วงเย็นรับแสงแดดเวลา 3-5 โมงเย็น(15.00-17.00 น.)ก่อนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า เวลาที่ใช้ใน การรับแสงแดดแต่ละครั้งนานประมาณ 10-15 นาที ส�ำหรับเรื่องของเวลาในการรับแสงแดดอาจจะไม่แน่นอนสักทีเดียวเนื่องจาก ดวงอาทิตย์ขึ้นและตกของแต่ละภูมิประเทศจะไม่เท่ากัน

โรคกระดูกพรุนคือ หมายถึง ความ

ผิดปกติที่เกิดจากมวลเนื้อกระดูกลด น้อยลง มีการสร้างเนื้อกระดูกลดลง แต่ มีการท�ำลายสลายเนื้อกระดูกเพิ่มมาก ขึ้น เสียสมดุลระหว่างการสร้างและ สลายกระดูก โครงสร้างภายในกระดูกมี การเปลี่ยนแปลง ส่งผลท�ำให้กระดูก ขาดความแข็งแรง แข็งแกร่ง เกิดความ เสี่ยงต่อกระดูกที่จะเปราะแตกและหักได้ ง่ายมากขึ้น โรคนี้พบได้มากในผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป พบในเพศหญิง มากกว่าเพศชาย ต�ำแหน่งกระดูกที่หัก พบบ่อยได้แก่ กระดูกสะโพก กระดูกสัน หลัง และกระดูกข้อมือ


34

2. การรักษาด้วยยา ยาที่ใช้ในการรักษาแบ่งได้ 2 กลุ่มดังนี้ 2.1 การใช้ยาฮอร์โมนเพศ (Hormone Therapy, HT) หมายถึง การใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือ โปรเจสโต เจน ทดแทนในวัยหมดประจ�ำเดือนขาดฮอร์โมน เช่น Tibolone, Norethynodrel ฮอร์โมนพาราไทรอยด์ เช่น Teriparatide ขนาดยา 20 ไมโคกรัมฉีดใต้ ผิวหนังวันละครั้ง การใช้ยาจะต้องอยู่ในการดูแลของ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 2.2 การใช้ยาที่ไม่ใช่ฮอร์โมนเพศ ยาที่ใช้ในกลุ่มนี้ได้แก่ ยาลดการสลายเนื้อกระดูก ยาช่วยการสร้างเนื้อ กระดูก ยาออกฤทธิ์ทั้งสองแบบลดการสลายและเพิ่ม การสร้างกระดูก ได้แก่ ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนท (Bisphosphonate) • Alendronate : 70 mg รับประทานสัปดาห์ละครั้ง และมีแบบผสมกับวิตามินดี 3 = 5,600 IU รับ ประทานสัปดาห์ละครั้ง • Risedronate : 35 mg รับประทานสัปดาห์ละครั้ง • Ibandronate : 150 mg รับประทานเดือนละครั้ง • Zoledronate ขนาด 5 mg ฉีดเข้าเส้นเลือดให้ช้าๆ ในเวลา 15 นาที ปีละครั้ง (ข้อควรทราบพึงปฏิบัติ การใช้ยาชนิดรับประทานนี้คือ ต้องรับประทานยา ขณะท้องว่าง ดื่มน�้ำตามอย่างน้อย 1-2 แก้ว หลัง ทานยางดทานอาหารรอนาน 1 ชั่วโมงและหลังทานยา ในช่วงเวลา 30-60 นาทีไม่ให้นอนราบ เนื่องจากยาก ลุ่มนี้ดูดซึมยาก ช้า) • แคลซิโตนิน(Calcitonin) คือโปรตีนที่สร้างจาก ต่อมไทรอยด์ ช่วยลดการสลายกระดูก มีทั้งแบบฉีด และแบบพ่นจมูก • ยาชนิดอื่นๆเช่น Denosumab, Teriparatide, PTH 1-84, Raloxifene

การใช้ยารักษาโรคกระดูกพรุนควรจะต้องอยู่ ในการดูแล ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ควรพบแพทย์เมื่อไหร่ดี ควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาพูดคุยเกี่ยวกับ โรคกระดูกพรุนเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยหมดประจ�ำเดือน หรือผู้ที่มีการใช้ยา สเตียรอยด์มานานหลายเดือน หรือพบบิดา มารดามีกระดูกสะโพก หักจากโรคกระดูกพรุน หรือการตรวจคัดกรองหากลุ่มเสี่ยงของโรค กระดูกพรุนโดยการใช้สูตรค�ำนวณดังนี้ สูตรค�ำนวณ 0.2 x น�้ำหนักตัว(กิโลกรัม) - อายุ (ปี)] น�ำค่าที่ ค�ำนวณได้เทียบกับตารางความเสี่ยงเกิดโรคกระดูกพรุน เพื่อใช้ พิจารณาในการส่งตรวจหาค่าความหนาแน่นของกระดูก (DEXA) ต่อ ไป ผลลัพธ์ที่ค�ำนวณเสร็จให้ตัดจุดทศนิยมทิ้งไป ค่าดัชนี น้อยกว่า -4 อยู่ระหว่าง -4 ถึง -1 ตั้งแต่ -1 ขึ้นไป

ความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน สูง ปานกลาง ต�่ำ

ตัวอย่าง คนอายุ 61 ปี น�้ำหนัก 55 กิโลกรัม ค�ำนวณได้ดังนี้ 0.2 x (55-61) = 0.2 x (-6) = -1.2 = -1 มีความเสี่ยงต�่ำ ท�ำอย่างไรไม่ให้เกิดโรคกระดูกพรุน การดูแลป้องกันรักษา กระดูกของเราให้ดีตลอดไปชั่วชีวิตประกอบด้วยปัจจัยที่จ�ำเป็น 3 ประการดังนี้ 1). การได้รับแคลเซียมที่เพียงพอ 2). การได้รับวิตามินดีที่เพียงพอ 3). การออกก�ำลังกายอย่างสม�่ำเสมอ รู้เขารู้เรามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว ร่วมด้วยช่วยกันป้องกันห่างไกล จากโรคกระดูกพรุน พบกันใหม่ฉบับต่อไป สวัสดีครับ •


35

2

ต่อจากฉบับที่แล้ว 2. พิจารณาว่า ภายหลังจากท�ำสัญญาหรือข้อตกลงแล้ว ได้ มีการปฏิบัติตามสัญญาบ้างแล้วหรือไม่ หากภายหลังท�ำ สัญญาแล้ว คู่กรณีฝ่ายที่ผิดสัญญาได้มีการปฏิบัติตาม สัญญาไปแล้วบางส่วน แต่ไม่อาจปฏิบัติให้ส�ำเร็จลุล่วง ไปได้ภายหลัง ย่อมชี้ให้เห็นว่าขณะท�ำสัญญา คู่กรณี ฝ่ายนั้นไม่ได้มีเจตนาฉ้อโกงตั้งแต่แรก ตัวอย่างค�ำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 935/2542 หลังจากท�ำสัญญาจะซื้อ จะขายบ้านแล้ว ก็ส่งบ้านให้ครอบครอง เมื่อผู้เสียหาย จะขอช�ำระเงินเพิ่มเติม ก็ไม่ยอมรับ เพราะยังไม่พร้อม โอนกรรมสิทธิ์ ค�ำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19/2541 หลังท�ำ สัญญาซื้อขายแล้ว ส่งสินค้าให้จ�ำนวน 2 ครั้ง ไม่ครบ ตามสัญญา ค�ำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6604/2540 รับเงิน ไปปรับพื้นที่ท�ำการเกษตร และได้ท�ำการปรับพื้นที่ไป แล้ว รวมทั้งการร่างแผนโครงการ ติดต่อขออนุญาตกับ บุคคลที่เกี่ยวข้องแต่ท�ำไม่เสร็จสิ้น ค�ำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 3585/2534 และ 151/2527 เคยท�ำการซื้อขายกัน มาแล้วหลายครั้ง ภายหลังเกิดปัญหา รับเงินไปแล้วไม่ ส่งมอบสินค้าให้ หรือส่งมอบสินค้าให้แล้ว ไม่ยอมช�ำระ เงิน ย่อมเป็นเพียงเรื่องทางแพ่ง เพราะพฤติการณ์ชี้ให้ เห็นว่าท�ำการซื้อขายกันจริงๆมาแล้วหลายครั้ง ไม่ได้ ตั้งใจมาฉ้อโกงแต่แรก แต่ถ้าหากภายหลังจากท�ำสัญญา แล้วไม่เคยปฏิบัติตามสัญญาเลยนับแต่ท�ำสัญญา ย่อมชี้ ให้เห็นว่ามีเจตนาฉ้อโกงตั้งแต่แรก ตัวอย่างเช่น ค�ำ พิพากษาศาลฎีกาที่102/2485, 1719/2518 (หลังท�ำ สัญญาเช่าซื้อแล้ว น�ำรถหลบหนีไปทันที และไม่เคย ช�ำระค่าเช่าซื้อเลย) ค�ำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2191/2551 (อ้างว่าจะน�ำเงินไปลงทุนประกอบกิจการ แต่เมื่อรับเงิน ไปแล้วไม่ประกอบกิจการใดๆ)

3. พิจารณาว่า ภายหลังจากผิดสัญญาแล้ว มีการปฏิเสธความรับผิด ทางแพ่งหรือไม่ หากภายหลังกระท�ำผิดสัญญาแล้ว คู่สัญญาฝ่ายที่ ผิดสัญญา ปฏิเสธความรับผิดโดยสิ้นเชิง โดยอ้างว่าไม่ได้ท�ำ สัญญา หรือท�ำสัญญาแต่ปฏิบัติตามสัญญาครบถ้วนแล้ว ทั้งๆที่ ความเท็จ ย่อมสามารถน�ำมาประกอบให้เห็นได้ว่าคู่กรณีฝ่ายนั้น ตั้งใจจะไม่ปฏิบัติตามสัญญาตั้งแต่แรก อันเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ตัวอย่างค�ำพิพากษาศาลฎีกาเช่น ค�ำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1124/2529 (ซื้อโคไป แล้วไม่น�ำค่าโคมาช�ำระ เมื่อถูกตามจับได้ อ้างว่าช�ำระแล้ว) ค�ำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1866/2543 (หลอกให้ผู้ เสียหายรับซื้อฝากที่ดิน โดยชี้ที่ดินผิดแปลง และหลังท�ำสัญญาขาย ฝากแล้ว ไม่ขวนขวายหาเงินมาไถ่ถอนเลย) ค�ำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5886/2536 (ขณะท�ำสัญญาซื้อขาย รับรองว่า เช็คที่ผู้ซื้อจ่าย สามารถขึ้นเงินได้ หากขึ้นเงินไม่ได้จะรับผิดชอบเอง แต่เมื่อเช็คขึ้น เงินไม่ได้ อ้างว่าไม่ต้องรับผิด เพราะเป็นนายหน้าอย่างเดียว) ค�ำ พิพากษาศาลฎีกา 39/2552 (หลังจากรับสินค้าที่ซื้อไปแล้ว ไม่ ช�ำระเงินตามก�ำหนด ปิดโทรศัพท์หนี) ค�ำพิพากษาศาลฎีกาที่ 271/2507 (รับสินค้าไป อ้างว่าจะขายต่อ แล้วไม่น�ำเงินมาให้ หลัง เกิดเหตุ อ้างว่าไม่ได้รับสินค้าไปจากผู้เสียหาย แต่ถ้าหากภายหลัง ผิดสัญญาแล้ว คู่กรณียอมรับแต่โดยดีว่าผิดสัญญาและรับจะชดใช้ ทางแพ่งให้ ก็อาจชี้ให้เห็นได้ว่าไม่มีเจตนาฉ้อโกงมาตั้งแต่แรก ตัวอย่างเช่น ค�ำพิพากษาศาลฎีกาที่ 927/2534 (หลังผิดสัญญา แล้วยอมรับว่าผิดจริง และยอมชดใช้ให้) ค�ำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1728/2542 (เมื่อขอคืนเงินก็รับว่าจะคืนให้ แต่ขอเลื่อนเวลาออก ไปก่อน) ทั้งนี้การที่พิจารณาว่า การผิดสัญญาหรือข้อตกลงที่ให้ไว้ต่อกัน นั้น เป็นความผิดฐานฉ้อโกง หรือเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งนั้น จะ ต้องพิจารณาจากพฤติการณ์ต่างๆของคู่กรณีตามตัวอย่างที่กล่าวไว้ ข้างต้น และนอกจากนี้ในแต่ละคดียังมีข้อเท็จจริงอื่นๆที่ย่อมแตกต่าง กันไป นอกเหนือจากตัวอย่างที่กล่าวมานี้ ที่จะชี้ให้เห็นว่า คู่กรณีฝ่ายที่ ผิดสัญญานั้น ตั้งใจที่จะไม่ปฏิบัติตามสัญญาตั้งแต่ต้น หรือไม่อาจ ปฏิบัติตามสัญญาได้ในภายหลัง อันจะท�ำให้สามารถชี้ขาดได้ว่าเป็น ความผิดฐานฉ้อโกงหรือเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง ได้น�ำตัวอย่างการสู้คดีฉ้อโกง ในประเด็นว่าเป็นเพียงเรื่องผิด สัญญาทางแพ่งมาให้ผู้สนใจได้ศึกษากันครับ โดยคดีนี้ผู้เสียหายแจ้ง ความร้องทุกข์ให้ด�ำเนินคดีกับจ�ำเลยในข้อหาฉ้อโกง โดยอ้างว่าจ�ำเลย หลอกลวงให้ส่งมอบเงินเพื่อร่วมลงทุนในกิจการรับจ�ำน�ำรถ และภาย หลังไม่คืนเงินลงทุนให้แก่จ�ำเลย ซึ่งจ�ำเลยสู้คดีในประเด็นว่าเป็นเพียง เรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง โดยอาศัยแนวทางตามตัวอย่างค�ำพิพากษา ศาลฎีกาในบทความนี้ •


36

พฤษภาคม - มิถุนายน 2561

ราศีมังกร

(15 ม.ค. - 12 ก.พ.)

การงาน ทุกสิ่งที่ได้พยายามท�ำมา ไม่ว่าจะเป็น งานเก่าหรืองานใหม่ จะมีความส�ำเร็จสมบูรณ์ หรือได้รับรางวัล ค�ำชมเชย ได้รับชัยชนะ ประสบกับความส�ำเร็จอย่างคาดไม่ถึง อาจจะมี เกณฑ์การเปลี่ยนแปลง ย้ายที่ท�ำงาน หรือเดิน ทางไปติดต่องานต่างประเทศ และได้มิตรใหม่ที่ จะสนับสนุนการงานเป็นอย่างดี การเงิน ยังราบรื่นดี แต่รายจ่ายก็ยังมาก รวม ถึงอาจมีบริวารน�ำปัญหาเดือดร้อนมาให้จน ท�ำให้ต้องเสียเงินก้อนใหญ่ ที่คิดจะลงทุนท�ำ ธุรกิจ หรือวางแผนในเรื่องของการลงทุนเพิ่ม ต้องมีสติและตัดสินใจอย่างรอบคอบ เพราะผล ตอบแทนอาจไม่ได้ตามที่หวัง ความรัก ที่มีคู่แล้ว ให้ระวังเรื่องการมีระยะห่าง หรือให้เวลาส่วนตัว ที่ตัวติดกันตลอด อาจท�ำให้ อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดได้ แต่โดยรวมยังไม่มีอะไรน่า เป็นห่วง ส่วนที่ยังโสด มีเกณฑ์ได้พบคนที่ถูกใจ ที่เดินทางมาไกล อาจเป็นชาวต่างชาติ หรือผู้ที่ เดินทางมาท่องเที่ยว •

ราศีกุมภ์

(13 ก.พ. - 14 มี.ค.)

การงาน มีแต่เรื่องให้ต้องคิดเยอะ อาจจะต้อง ตัดสินใจบางอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลง แก้ไข ปัญหาที่สะสมมายาวนานให้ดีขึ้น เรื่องเอกสาร สัญญาต่างๆ ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ หาก มีการฟ้องร้องทางด้านกฎหมาย หรือคดีความ ต่างๆ จะมีเกณฑ์ได้รับชัยชนะสูง การเงิน จะมีรายจ่ายที่ไม่คาดคิดเข้ามา ท�ำให้ การเงินของต้องชะงัก หรือชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่ บ้าง รวมถึงบริวารอาจน�ำปัญหาเดือดร้อนมาให้ ท�ำให้ต้องเสียทรัพย์ก้อนใหญ่ หากที่อยากเสี่ยง ดวงเสี่ยงโชค มีเกณฑ์ได้ไม่คุ้มเสีย ความรัก ที่มีคู่แล้ว มีโอกาสได้เดินทางไกลท่อง เที่ยวร่วมกัน ความสัมพันธ์ราบรื่นมีความสุขดี ดูแลเอาใจใส่กันมากเป็นพิเศษ หากใครที่คบหา ดูใจกันมานาน ก็เป็นโอกาสเหมาะที่จะสละโสด เสียที ส่วนที่ยังโสด มีโอกาสเจอเพื่อนใหม่มา ขายขนมจีบ แต่ก็ยังไม่โดนใจอยู่ดี •

ราศีมีน

(15 มี.ค. - 12 เม.ย.)

การงาน ผู้ที่ท�ำธุรกิจมีเกณฑ์ขยับขยาย เพิ่ม สาขา หรือเปลี่ยนสถานที่ท�ำงานใหม่ แต่ก็ยัง ไม่ง่ายอย่างที่คิด ต้องพบเจออุปสรรคมากพอ สมควร ให้ระวังปัญหาเดิมจะกลับมา การ ตัดสินใจเรื่องต่างๆ ต้องพิจารณาอย่าง รอบคอบ เพราะมีเกณฑ์เสียรู้ได้ง่าย แต่ไม่ต้อง กังวล จะเห็นความส�ำเร็จ เพียงแต่ต้องรอเวลา การเงิน ยังมีหนี้สินเก่าๆ คอยรุมเร้า ได้มาก็ ต้องจ่ายไป ไม่เหลือเก็บ ที่ก�ำลังรอคอยเงิน ก้อนจากงานเก่าๆ หรือเงินปันผลจากการลงทุน อาจไม่ได้ตามที่หวัง นอกจากนี้ให้ระวังค่าใช้ จ่ายฟุ่มเฟือย จากความอยากได้อยากมี ของตัว เองด้วย ความรัก ที่มีคู่แล้ว อย่าพยายามขุดเอาปัญหา เก่าปัญหาเดิมมาเป็นเรื่องทะเลาะกันไม่รู้จักจบ จักสิ้น จะสร้างความน่าเบื่อน่าร�ำคาญให้กับ ชีวิตคู่เป็นอย่างมาก ส่วนที่ยังโสด คนที่เข้ามา หาตอนนี้ก็ยังไม่คิดจริงจัง ลองคุยเป็นเพื่อนไป ก่อน เวลาโดนเท จะได้ไม่เสียความรู้สึก •

ราศีเมษ

(13 เม.ย. - 14 พ.ค.)

การงาน มีเกณฑ์ได้รับข่าวดีด้านการการงาน มี โอกาสได้ท�ำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ผู้ใหญ่จะเห็นความสามารถ มีเกณฑ์โยกย้าย ปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แต่ให้ระวังมีปัญหา กระทบกระทั่งกับคนรอบข้าง จนท�ำให้งานไม่ ส�ำเร็จตามเป้าหมายได้ การเงิน มีโชคเรื่องการหารายได้ มีโอกาสได้ งานพิเศษ แต่ก็ยังให้ระวังเรื่องค่าใช้จ่าย ฟุ่มเฟือยที่หมดไปกับการพบปะสังสรรค์ มี เกณฑ์ข้าวของพังเสียหาย ท�ำให้ต้องเสียเงิน โดยไม่คาดคิด ด้านโชคลาภก็พอมีลุ้น ความรัก ที่มีคู่แล้ว ให้ระวังค�ำพูดที่อาจกระทบ กระทั่งกันโดยไม่ตั้งใจ จนท�ำให้อีกฝ่ายคิดมาก และอาจท�ำให้ความสัมพันธ์ไม่ราบรื่นเท่าที่ควร ส่วนที่ยังโสด มีเกณฑ์ได้พบคนที่ถูกใจ แต่ให้ดู ไปนานๆ เพราะไม่แน่อาจจะกลายเป็นมือที่สาม โดยไม่รู้ตัว •

ราศีพฤษภ

(15 พ.ค. - 15 มิ.ย.)

การงาน มีปัญหาพอสมควร แต่ก็สามารถแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี การงานมีเกณฑ์โยกย้าย ปรับเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น เป็นผลมาจาก ความอดทนพยายามอย่างหนัก ให้ระวังความ ขัดแย้ง ความคิดเห็นไม่ลงรอยกันของเพื่อน ร่วมงาน ท�ำให้โครงการงานต่างๆ มีอันต้อง สะดุดลงได้ การเงิน ยังไม่มีอะไรโดดเด่น รายรับยังเข้ามา เรื่อยๆ ไม่เดือดร้อน แต่หนักไปทางภาระหนี้สิน ที่จ่ายเท่าไหร่ก็ไม่หมดเสียที ที่เดินทางไกลให้ ระวังข้าวของหรือทรัพย์สินสูญหาย หรือโดน หลอกให้เสียเงินก้อนใหญ่ ด้านโชคลาภยังต้อง รอไปก่อน ความรัก ที่มีคู่แล้ว เป็นช่วงอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ให้ระวังค�ำพูดที่อาจท�ำให้ผิดใจกันได้ง่าย หรือ บั่นทอนจิตใจของอีกฝ่าย หรือหากฝ่ายใดฝ่าย หนึ่งยอมได้ก็ถือเป็นเรื่องดี ส่วนที่ยังโสด อาจ ได้พบเพื่อนใหม่จากการเดินทางไกล และมี โอกาสสานสัมพันธ์ในระยะยาว •

ราศีเมถุน

(15 มิ.ย. - 16 ก.ค.)

การงาน ที่เริ่มต้นกิจการงานใหม่ๆ ได้เป็น อย่างดี ได้รับความช่วยเหลือจากผู้มีอ�ำนาจ โดยตรงจากสายงานที่ท�ำอยู่ ขอเพียงมีความ มั่นใจในตัวเอง รับรองว่าไปได้ไกล หากคิดท�ำ ท�ำสิ่งใดต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะ กลายเป็นปัญหาเรื้อรัง ตามแก้ไขไม่จบสิ้น การเงิน ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ยังวางแผนการเงินได้ ดี รวมถึงรายรับก็มีเข้ามามากเป็นพิเศษ มี โอกาสได้ก้อนใหญ่จากการลงทุนที่ผ่านมา หรือ เงินที่ถูกคั่งค้างมานาน ภาระหนี้สินในมีเกณฑ์ สะสางจนครบ ท�ำให้สบายใจกว่าที่ผ่านมา ความรัก ที่มีคู่แล้ว ความสัมพันธ์ที่คุมเครือจะ เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น มีเกณฑ์ได้ท่องเที่ยว ร่วมกันเป็นการกระชับความสัมพันธ์ที่ดี ส่วนที่ ยังโสด มีโอกาสพบมิตรที่ดี มีความคิดเป็น ผู้ใหญ่ ให้ค�ำปรึกษาที่ดีได้ และเป็นคนที่ถูกใจ เอามากๆ •


37

ราศีกรกฏ

(17 ก.ค. - 16 ส.ค.)

การงาน จะมีการวางรูปแบบ การวางแผนงาน ที่ดี และมีพื้นฐานความส�ำเร็จที่ชัดเจนที่เกิดจาก ความพยายามของตัวเอง รวมถึงจะมีผู้ใหญ่ใจดี คอยช่วยเหลือ สนับสนุนให้ท่านโดดเด่นมากยิ่ง ขึ้น หากได้เกี่ยวข้องกับต่างชาติ หรือลงทุนต่าง ประเทศ จะเห็นความส�ำเร็จและผลประโยชน์ที่ น่าพอใจ การเงิน ค่อนข้างโดดเด่น มีโอกาสได้ผลก�ำไร หรือเงินปันผลแบบเป็นกอบเป็นก�ำ มองเห็น ช่องทางการท�ำรายได้ใหม่ๆ ท�ำให้มีรายรับ หลายช่องทาง รวมถึงมีโอกาสปลดหนี้ที่คารา คาซังมานาน ให้หลีกเลี่ยงเรื่องการค�้ำประกัน ให้คนอื่น เพราะมีเกณฑ์ที่จะต้องรับภาระหนัก ความรัก ที่มีคู่แล้ว ความสัมพันธ์ยังราบรื่นดี มี เกณฑ์ได้รับของขวัญของฝากที่ถูกใจจากคนรัก แต่ให้ระวังเรื่องอารมณ์ร้อน พูดไม่คิด อาจ ท�ำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ ส่วนที่ยัง โสด จะคุยกับใครต้องดูให้ดีๆ เพราะไม่แน่ว่า อาจหลงใหลไปกับคนที่มีเจ้าของแล้ว •

ราศีสิงห์

(17 ส.ค. - 16 ก.ย.)

การงาน เกณฑ์พลิกผันบางประการ อาจท�ำให้ ธุรกิจต้องสะดุดลงได้ หรืออาจมีอุปสรรคเข้ามา หลายอย่างพร้อมกันจนท�ำให้รู้สึกท้อแท้ เครียด ต้องมีสติเพื่อรับมือกับปัญหาต่างๆ ให้มาก ให้ ระวังคู่แข่งจะแทงข้างหลัง เรื่องงานเอกสาร ต่างๆ ต้องรอบคอบให้มาก การเงิน อาจจะติดขัดอยู่บ้าง ที่ควรจะได้กลับ ไม่ได้ หรือมีเกณฑ์ต้องฟ้องร้องถึงขั้นขึ้นโรงขึ้น ศาล จะมีคนเข้ามาขอความช่วยเหลือเรื่องเงินๆ ทองๆ หากเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง เพราะมีเกณฑ์ เสี่ยงที่จะสูญง่ายๆ การเสี่ยงดวงควรงดไปก่อน ความรัก ที่มีคู่แล้ว อาจเกิดอารมณ์หงุดหงิดใส่ กันบ้าง เพราะความเครียดหลายอย่างที่เข้ามา ระวังเรื่องค�ำพูดที่อาจท�ำให้อีกฝ่ายน้อยใจ หรือ ต้องใช้ความเข้าใจกันให้มากถึงจะไปรอด ส�ำหรับที่ยังโสด จะรักใครชอบใครต้องมีสติให้ มาก อย่าหลงจนทุ่มให้ทุกอย่าง •

ราศีกันย์

(17 ก.ย. - 17 ต.ค.)

การงาน มีเกณฑ์ได้รับข่าวดีเกี่ยวกับความ ส�ำเร็จบางอย่างที่รอคอยอยู่ และเห็นเรื่องความ ก้าวหน้าชัดเจนมากขึ้น ผู้ใหญ่จะสนับสนุนทั้ง ต�ำแหน่งและหน้าที่การงาน มีเกณฑ์เดินทางไป ดูงานต่างแดน หรือย้ายไปประจ�ำการสาขาใหม่ ท�ำให้มีโอกาสเติบโตมากขึ้น การเงิน ยังใช้ได้อย่างสบายใจ มีรายรับก้อน ใหญ่ ท�ำให้การเงินหมุนเวียนคล่องตัวมากขึ้น ให้ระวังค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยให้มาก การรูดใช้ บัตรเครดิตเกินตัว ท�ำให้เป็นหนี้สะสมระยะยาว การเดินทางต้องใช้มาก ควรวางแผนการเงินให้ รอบคอบ ความรัก ที่มีคู่แล้ว ความสัมพันธ์ยังไปใน ทิศทางที่ดี แต่ให้ระวังมือที่สามจะเข้ามาปั่น ป่วน ท�ำให้ชีวิตรักต้องสั่นคลอน ต้องใช้สติและ ความเชื่อใจกันให้มาก แล้วจะผ่านพ้นไปได้ ส�ำหรับที่ยังโสด มีเกณฑ์ได้พบเพื่อนใหม่ที่ถูกใจ หน้าที่การงานดี ท�ำให้หลงใหลได้ปลื้มเป็น พิเศษ •

ราศีตุลย์

(18 ต.ค. - 16 พ.ย.)

การงาน จะต้องรอบคอบให้มากๆ ในด้านของ งานเอกสาร และโดยเฉพาะที่ต้องท�ำงานติดต่อ กับลูกค้าจ�ำนวนมาก จะต้องเหน็ดเหนื่อยเป็น พิเศษ มีงานล้นมือ เอกสารสัญญาต่างๆ มี เกณฑ์ผิดพลาดได้ง่ายต้องระวัง มีเกณฑ์เปลี่ยน งาน หรือได้ความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้นด้วย การเงิน จากที่ติดขัดจะเริ่มมีความลงตัวมากขึ้น แต่ก็ต้องวางแผนให้ดี เพราะมีเกณฑ์ต้องเสียไป กับเรื่องครอบครัวหรือบริวาร หรือคนรอบข้าง แบบไม่คาดคิด การลงทุนต่างๆ จะให้ผลเป็นที่ น่าพอใจ ด้านโชคลาภหวังมากก็เสียใจมาก ความรัก ที่มีคู่แล้ว ราบรื่นดี ที่มีเกณฑ์ลงทุนท�ำ ธุรกิจร่วมกันจะช่วยส่งผลกันไปในทิศทางที่ดี แต่ให้ระวังจะผิดใจกันเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ความ คิดเห็นไม่ตรงกัน ส่วนที่ยังโสด มีเกณฑ์เจอ เพื่อนใหม่ที่อายุมากกว่ามาสนใจ ท�ำให้ต้อง กลับมาคิดตัดสินใจอีกครั้ง •

ราศีพิจิก

(17 พ.ย. - 15 ธ.ค.)

การงาน ยังมีอุปสรรคค่อนข้างมาก ที่วางแผน ท�ำธุรกิจอะไรไว้อาจมีเหตุให้ต้องพับโครงการ ไปก่อน หรือต้องรอเวลา การเข้าหาผู้ใหญ่เพื่อ ขอค�ำปรึกษาจะเห็นผลดี ได้รับความช่วยเหลือ อย่างไม่คาดคิด การร่วมหุ้นลงทุนกับใครต้อง คิดให้หนัก เพราะอาจมีเบื้องหลังแฝงอยู่ การเงิน จะใช้จ่ายอะไรก็ต้องคิดให้รอบคอบ ได้ เงินมาก็มีเหตุให้ต้องเสียออกไป อยากได้อะไร ก็ยังไม่ได้อย่างที่หวัง ต้องอดใจรอเพื่อให้ผ่าน พ้นวิกฤติไปก่อน ให้ระวังการโดนโกงโดนหลอก หรือท�ำให้เชื่อใจจนต้องสูญเงินโดยไม่คาดคิด ด้านโชคลาภอาจต้องรอไปก่อน ความรัก ที่มีคู่แล้ว ให้ระวังปัญหาคนรักมี เกณฑ์นอกลู่นอกทาง ท�ำให้ต้องทะเลาะเบาะ แว้งกันเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ต้องใช้เหตุผล ในการตัดสินใจให้ดี อย่าวู่วาม แล้วปัญหาจะมี ทางออก ส่วนที่ยังโสด มีเกณฑ์พบรักกับคนมี เจ้าของแล้ว ต้องรีบหักห้ามใจก่อนปัญหาจะ บานปลาย •

ราศีธนู

(16 ธ.ค. - 14 ม.ค.)

การงาน มีเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ และดีกว่าที่เป็นอยู่มากขึ้น ได้ใช้ความคิด สร้างสรรค์ แปลกใหม่ เป็นที่ยอมรับของผู้ใหญ่ และเพื่อนร่วมงาน หากคิดจะลงทุนร่วมหุ้นกับ มิตรสหาย จะเห็นผลเป็นที่น่าพอใจ รวมถึง ความส�ำเร็จในการเริ่มต้นท�ำอะไรใหม่ๆ อีกด้วย การเงิน ถือว่าโดดเด่น มีรายรับเข้ามาหลาย ทาง การใช้จ่ายถือว่าคล่องตัวดี ให้ระวังการ ไว้ใจ หรือใจดีให้คนอื่นหยิบยืม อาจมีเกณฑ์ไม่ ได้คืนสูง และยังสร้างภาระหนักให้อีกด้วย ให้ ระวังสุขภาพของคนในครอบครัว อาจมีเกณฑ์ ให้ต้องเสียเงินระยะยาว ความรัก ที่มีคู่แล้ว เอาใจใส่กันและกันเป็น อย่างดี มีความสุขมาก หรืออาจมีข่าวดีที่เป็น มงคล มีแต่เรื่องน่ายินดี ส่วนที่ยังโสด อาจได้ พบเพื่อนใหม่จากการแนะน�ำของญาติผู้ใหญ่ และเป็นคนที่ถูกใจ อาจมีสิทธิ์ลงจากคานได้ •


38

กราบไหว้บูชา ขอพรหิ้งพระประจ�ำบ้านกันมาก็นาน ถึงเวลาที่ต้องปัดๆ เช็ดๆ ท�ำความสะอาด โดยเฉพาะ “กระถางธูป” มีเศษผงธูป ร่วงหล่นจนเต็ม แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหยิบมาท�ำได้เลย ต้องมีวิธีที่ถูกต้อง • ใช้ผงขี้เถ้าบริสุทธิ์ แทนข้าวสาร และไม่จ�ำเป็นต้องใส่เครื่องรางของขลัง หรือเหรียญสตางค์ • ก่อนท�ำความสะอาด พนมมือขออนุญาตต่อหน้าหิ้งพระ เพื่อความเป็นสิริมงคลกับตัวเองและครอบครัว • การท�ำความสะอาด ยกกระถางธูปมาไว้ในที่ที่เหมาะสม อย่าท�ำกับพื้น แนะน�ำให้เป็นโต๊ะหรือที่วางของแบบสูงจากพื้น • ควรท�ำความสะอาดโดยรอบกระถางธูป รวมถึงบริเวณหิ้งพระสม�่ำเสมอ • หากเปลี่ยนจากข้าวสารเป็นผงขี้เถ้า ให้เทออกก่อน แล้วเช็ดท�ำความสะอาดโดยไม่ใช้น�้ำ จากนั้นค่อยเทผงขี้เถ้าลงไปแทน • อย่าปล่อยก้านธูปให้ค้างอยู่ในกระถางธูป ถือว่า ไม่เหมาะสม ไม่สะอาด เสมือนค้างของเหลือใช้ไว้ในกระถางธูป • เมื่อผงเถ้าธูปในกระถาง ถ้ามากเกินควร ให้ตักเอาผงธูปออก ใส่ภาชนะที่สมควร (ไม่ควรเทลงถังขยะโดยตรง) • ผู้หญิงที่มีประจ�ำเดือน ไม่ควรท�ำความสะอาดกระถางธูป • ก้านธูปเมื่อมีจ�ำนวนมากขึ้น ให้เผาในที่ที่สมควร หรืออาจจะเผาทุกๆ ขึ้น 1 ค�่ำ หรือเฉพาะวันพระใหญ่นักขัตฤกษ์ต่างๆ ได้ • ผงธูปเดิมและข้าวสาร เมื่อมากขึ้นให้น�ำไปลอยแม่น�้ำ • ใส่ผงขี้เถ้าลงจนเต็ม โดยให้อยู่ในระดับต�่ำกว่าปากกระถางธูปประมาณหนึ่งข้อนิ้วชี้ โดยไม่ต้องกดให้แน่นมากไป • ทุกครั้งที่จุดธูปบูชา ให้ถอนก้านธูปของเดิมในกระถางธูปออกก่อน แล้วจึงปักธูปที่บูชาใหม่แทนที่เดิม


40


41

สวัสดีครับท่านสมาชิกนิตยสารคมช่าง ฉบับนี้พาท่านสมาชิกไปเที่ยวเหนือ ทริปนี้ไป เยี่ยมลูกค้ามีโอกาสได้มานอนที่ จังหวัดพะเยา ไม่ได้เข้ามาชมริมกว๊านพะเยาสิบกว่าปีแล้ว ต้องบอกว่าแตกต่างจากแต่ก่อนมากมาย ริม กว๊านปัจจุบันทางจังหวัดได้ท�ำฟุตบาททางเดิน ออกก�ำลังกายเรียบกว๊าน ท�ำให้ผมนึกถึง บรรยากาศที่จังหวัดนครพนม นอกจากนั้นยังมี ร้านอาหาร ที่พักโรงแรม พูดถึงที่พักโรงแรม ขออนุญาตกล่าวถึงผมได้ไปพักที่โรงแรมภู กลอง ซึ่งอยู่ริมกว๊านพะเยา และได้พักชั้น 7 เป็นห้องแฟมิลี่ ใหญ่โอ่โถง บรรยากาศห้อง ต้องขอบอกว่าเยี่ยมมาก ข้อส�ำคัญราคาไม่แพง ที่ผมพักห้องนี้อยู่ที่ 3,400 บาท ซึ่งราคาช่วง ท่องเที่ยวประมาณ 4,000 กว่าบาทเอง ส�ำหรับราคานี้ถือว่าคุ้ม ผมได้ไปเดินตลาดเช้า ซึ่งห่างจากโรงแรมไม่ไกลหาของกินแบบตลาด บ้านๆ จังหวัดพะเยามีที่เที่ยวธรรมชาติหลายที่ ไม่ว่าจะเป็น น�้ำตก ภูเขา วัดวาอาราม ที่ จังหวัดพะเยาเป็นบรรยากาศแบบเงียบๆ สบายๆ ถ้ามีโอกาสจะไปอีก เสน่ห์เมืองพะเยา พบกันใหม่ฉบับหน้าครับ โชคดี มีชัย •


Kc53s  
Kc53s  
Advertisement