Issuu on Google+


อาเซียนเปนกรอบความรวมมือทางเศรษฐกิจที่มีความใกลชิด กับไทยมากที่สุด และจัดเปนตลาดที่สำคัญของไทยตลาดหนึ่งดวยจำนวน ประชากรกวา 560 ลานคน ปจจุบันอาเซียนใหความสำคัญกับการจัดตั้ง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ภายในป 2558 (ค.ศ. 2015) โดยเรงรัดการ รวมกลุมทางเศรษฐกิจภายในอาเซียนใหมีการเคลื่อนยายสินคา บริการ การลงทุน แรงงานฝมืออยางเสรี และการเคลื่อนยายเงินทุนที่เสรีมากขึ้น สมดังเจตนารมณที่ผูนำอาเซียนไดประกาศไวตามปฏิญญาเซบูวาดวยการ เรงรัดการจัดตัง้ ประชาคมอาเซียน เมือ่ เดือนมกราคม 2550 การศึกษาแนวทางการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจของอาเซียนจึงเปน สิง่ สำคัญทีจ่ ะชวยสรางความรู ความเขาใจเกีย่ วกับพัฒนาการดานเศรษฐกิจ ของอาเซียน และแผนงานสำคัญของอาเซียนที่จะตองดำเนินการเพื่อไปสู เปาหมายการเปนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งจะชวยใหทุกภาคสวนที่ เกีย่ วของเตรียมความพรอมและสามารถใชประโยชนจากโอกาสทีม่ อี ยเู ดิมและ ทีก่ ำลังจะเกิดขึน้ ในอนาคตอันใกลไดอยางเต็มที่ รวมทัง้ สามารถปรับตัวเพือ่ รองรับกับการเปลีย่ นแปลงทีก่ ำลังจะเกิดขึน้ ไดอยางมีประสิทธิภาพ กรมเจรจาการคาระหวางประเทศหวังเปนอยางยิง่ วา หนังสือเลม นีจ้ ะเปนประโยชนตอ หนวยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงสาธารณชนทัว่ ไป ทีจ่ ะใชเปนแนวทางประกอบการดำเนินงานในสวนทีเ่ กีย่ วของ และสรางความ พรอมใหกบั ทุกทานในการกาวเดินไปพรอมๆ กันสกู ารเปนประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียนดวยกาวยางทีม่ นั่ คง

กรมเจรจาการคาระหวางประเทศ พฤษภาคม 2551


ความเปนมา อาเซียน หรือ สมาคมประชาชาติแหงเอเชียตะวันออกเฉียงใต เปน องคกรทีก่ อ ตัง้ ขึน้ ตามปฏิญญากรุงเทพฯ เมือ่ วันที่ 8 สิงหาคม 2510 มีประเทศ สมาชิกรวม 10 ประเทศ แบงเปนประเทศสมาชิกอาเซียนเดิม 6 ประเทศ คือ บรูไน ดารุสซาลาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟลปิ ปนส สิงคโปร และไทย และ ประเทศสมาชิกอาเซียนใหม 4 ประเทศ คือ กัมพูชา ลาว พมา และเวียดนาม หรือเรียกสัน้ ๆ วา กลมุ CLMV (Cambodia, Laos, Myanmar, Vietnam)

วัตถุประสงคของการกอตัง้ อาเซียนกอตัง้ ขึน้ โดยมีวตั ถุประสงคเริม่ แรกเพือ่ สรางสันติภาพใน ภูมภิ าคเอเชียตะวันออกเฉียงใต อันนำมาซึง่ เสถียรภาพทางการเมือง และ ความเจริญกาวหนาทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และเมือ่ การคา ระหวางประเทศในโลกมีแนวโนมกีดกันการคารุนแรงขึน้ ทำใหอาเซียนไดหนั มามงุ เนนกระชับและขยายความรวมมือดานเศรษฐกิจการคาระหวางกันมาก ขึน้ อยางไรก็ตาม ก็ยงั คงไวซงึ่ วัตถุประสงคหลัก 3 ประการ ดังนี้ - สงเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในภูมภิ าค - รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมัน่ คงในภูมภิ าค - ใชเปนเวทีแกไขปญหาความขัดแยงภายในภูมภิ าค 6

7


อาเซียนครบรอบ 40 ปของการจัดตัง้ ในวันที่ 8 สิงหาคม 2550 โดยมีคำขวัญทีต่ งั้ ขึน้ จากเวทีการประชุมรัฐมนตรีตา งประเทศอาเซียน เมือ่ เดือนกรกฎาคม 2549 และใชกนั ทัว่ อาเซียน วา “one ASEAN at the heart of dynamic Asia” ซึ่งแสดงใหเห็นถึงความเปนหนึ่งเดียวของอาเซียน ทามกลางกระแสการเปลีย่ นแปลงและความทาทายใหมๆ ในภูมภิ าค โดยมี การจัดประกวดตราสัญลักษณการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 40 ป แหง การกอตัง้ อาเซียนภายใต theme ดังกลาวเพือ่ ใชตราสัญลักษณนที้ วั่ อาเซียน

สีขาว (ความบริสทุ ธิ)์ และสีเหลือง (ความเจริญรงุ เรือง) และตราสัญลักษณ ของอาเซียน เพื่อสะทอนถึงจุดมุงหมายและคุณคาพื้นฐานของอาเซียน ตลอดจนแสดงถึงความมงุ มัน่ ของอาเซียนทีจ่ ะรวมตัวเปนประชาคมเดียวกัน

“ทีจ่ ะเปนไป…” ตลอดระยะเวลาทีผ่ า นมาการดำเนินงานความรวมมือดานเศรษฐกิจ ของอาเซียนมีความคืบหนามาตามลำดับ ไมวา จะเปนการจัดทำเขตการคาเสรี อาเซียนซึง่ เริม่ ดำเนินการตัง้ แตป 2535 การเจรจาเพือ่ เปดตลาดการคาบริการ และการลงทุนในภูมภิ าค จนถึงปจจุบนั ผนู ำอาเซียนไดมงุ ใหความสำคัญกับ การดำเนินการเพือ่ นำไปสกู ารเปนประชาคมอาเซียน หรือ ภายในป 2558 (ค.ศ. 2015) ซึง่ เร็วขึน้ กวากำหนดการเดิมทีผ่ นู ำอาเซียนไดเคยประกาศแสดง เจตนารมณไวตามแถลงการณบาหลี ถึง 5 ป ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community: AC) ประกอบไป ดวย 3 เสาหลักคือ ประชาคมความมั่นคงอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน โดยมีกฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter) เปนกรอบหรือพืน้ ฐานทางกฎหมายรองรับ ซึง่ จะสราง กฎเกณฑสำหรับองคกรอาเซียนใหสมาชิกมีพันธกรณีที่จะตองปฏิบัติตาม (Legal Binding)

ตราสัญลักษณการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 40 ป แหงการกอตัง้ อาเซียน ออกแบบโดย Mr. Haji Othman bin Haji Salleh ซึง่ เปนผอู อก แบบชาวบรูไนฯ ความหมาย : ผอู อกแบบไดอธิบายวา ไดนำตัวเลข 40 เขามาเปน สวนหนึง่ ของสัญลักษณ โดยออกแบบเลข 4 ไขวกนั เปนรูปหัวใจ สะทอนถึง ความกลมกลืนความกาวหนาและการพัฒนาอยางไมหยุดยั้ง รูปหัวใจยัง แสดงออกถึงภาพของการเปนประชาคมอาเซียนทีม่ คี วามเอือ้ อาทรและแบงปน อีกทัง้ ไดนำสีของอาเซียน ไดแก สีน้ำเงิน (สันติภาพ, เสถียรภาพ) สีแดง (พลวัตร), 8

ในสวนของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ซึง่ เปนเสาหลักทีจ่ ะเปนพลังขับเคลือ่ นใหเกิดการรวมตัว ทางเศรษฐกิจของอาเซียน ภายในป 2558 เพือ่ นำไปสกู ารเปนตลาดและฐาน การผลิตรวมกัน (Single Market and Single Production base) และจะมี การเคลือ่ นยายสินคา บริการ การลงทุน เงินลงทุน และแรงงานฝมอื อยาง เสรี รวมทัง้ ผบู ริโภคสามารถเลือกสรรสินคา/บริการไดอยางหลากหลายภายใน ภูมภิ าค และสามารถเดินทางในอาเซียนไดอยางสะดวกและเสรีมากยิง่ ขึน้ ซึ่งนับเปนความทาทายที่สำคัญของอาเซียนที่จะตองรวมแรงรวมใจและ ชวยกันนำพาอาเซียนไปสเู ปาหมายทีต่ งั้ ไว 9


ความสำเร็จในชวงทีผ ่ า นมา: “AFTA (1992)…เขตการคาเสรีอาเซียน”

ความรวมมือทางเศรษฐกิจทีช่ ดั เจนของอาเซียนไดเริม่ ขึน้ ในป 2535 เมือ่ ผนู ำอาเซียนไดลงนามกรอบความตกลงแมบทวาดวยการขยายความรวม มือทางเศรษฐกิจของอาเซียน (Framework Agreement on Enhancing ASEAN Economic Cooperation) และรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนลงนาม ความตกลงวาดวยการใชอัตราภาษีพิเศษที่เทากันสำหรับเขตการคาเสรี อาเซียน [Agreement on the Common Effective Preferential Tariff (CEPT) Scheme for the ASEAN Free Trade Area (AFTA)] เปน การประกาศเริม่ ตนการจัดตัง้ เขตการคาเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area : AFTA) ครอบคลุมสินคาอุตสาหกรรม เกษตรแปรรูป และสินคาเกษตร ไมแปรรูป โดยมีความยืดหยนุ ใหแกสนิ คาออนไหวได

10

11


เงือ่ นไขการไดรบั สิทธิประโยชนอาฟตา

เปาหมายการลดภาษีภายใตอาฟตา

1. ตองเปนสินคาทีอ่ ยใู นบัญชีลดภาษีหรือ Inclusion List (IL) ของ ทัง้ ประเทศผสู ง ออกและนำเขา 2. เปนสินคาที่มีการผลิตในอาเซียนประเทศใดประเทศหนึ่งหรือ มากกวาหนึง่ ประเทศ (ASEAN Content) รวมกันแลวคิดเปนมูลคา อยางนอยรอยละ 40 ของมูลคาสินคา (แตกอ น อาเซียนเคยกำหนด วาสินคาจากประเทศสมาชิกอาเซียนใดประเทศหนึ่งจะไดรับสิทธิ ประโยชนอาฟตาเมื่อสงออกไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนอีก ประเทศหนึง่ ก็ตอ เมือ่ สินคานัน้ มีสดั สวนการผลิต (local content) ภายในประเทศสมาชิกผสู ง ออกไมต่ำกวารอยละ 40 ตอมาอาเซียน ไดผอ นคลายขอกำหนดดังกลาว โดยนำกฎวาดวยแหลงกำเนิดสินคา แบบสะสมบางสวน (Partial Cumulation) มาใช (สัดสวนขัน้ ต่ำ รอยละ 20) ตัวอยางเชน เวียดนามสงสินคาทีม่ ี local content 20% มาไทย เวียดนามจะไมรับสิทธิประโยชนอาฟตาจากไทย แตไทย สามารถนำสินคาดังกลาวของเวียดนามมาใส local content ของ ไทยเพิม่ หากเพิม่ จนถึง 40% และสงออกไปประเทศสมาชิกอาเซียน อืน่ ไทยก็จะไดรบั สิทธิประโยชนภายใตกรอบอาฟตา) 3. ลาสุด อาเซียนไดเริม่ นำกฎการแปลงสภาพอยางเพียงพอ (Substantial Transformation) มาใช กลาวคือ สินคาทีแ่ ปรรูปไปจากวัตถุดบิ อยาง มาก โดยในกรณีที่มีประเทศที่เกี่ยวของกับการผลิตมากกวาหนึ่ง ประเทศจะถือวาสินคานัน้ มีแหลงกำเนิดจากประเทศสุดทายทีม่ กี าร เปลี่ยนแปลงอยางมากเกิดขึ้น โดยพิจารณาจากการเปลี่ยนพิกัด ศุลกากร โดยนำมาใชกบั สินคาบางประเภทแลว ไดแก สิง่ ทอและ เครือ่ งนงุ หม แปงขาวสาลี ผลิตภัณฑไม ผลิตภัณฑอลูมเิ นียม และ เหล็ก เปนตน

12

“AFAS (1995)…ความตกลงดานการคาบริการของอาเซียน” สมาชิกอาเซียนไดเล็งเห็นถึงความสำคัญของการคาบริการ ซึ่งมี บทบาทสำคัญตอเศรษฐกิจมากขึน้ อยางตอเนือ่ ง จึงไดรว มกันจัดทำและลงนาม ยอมรับ “กรอบความตกลงวาดวยบริการของอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Services: AFAS)” เมือ่ เดือนธันวาคม 2538 และมีผลบังคับ ใชเมือ่ ป 2539 โดยมีวตั ถุประสงคเพือ่ 1) ขยายความรวมมือในการคาบริการบางสาขาที่ชวยเพิ่มความ สามารถในการแขงขันใหสมาชิกอาเซียนมากขึน้ 2) ลดอุปสรรคการคาบริการระหวางสมาชิก 3) เปดตลาดการคาบริการระหวางกลมุ ใหมากขึน้ โดยมีเปาหมาย ทีจ่ ะเปดเสรีอยางเต็มทีใ่ นป 2558 (ค.ศ.2015)

13


หลักการสำคัญของ AFAS - สมาชิกทุกประเทศตองเขารวมการเจรจาเปนรอบๆ ละ 3 ป ซึง่ ภายหลังไดลดลงเหลือรอบละ 2 ป แทน เพือ่ ทยอยผูกพันการ เปดตลาดใหมากขึน้ ทัง้ สาขา (sector) และรูปแบบการใหบริการ (mode of supply) รวมถึงลดขอจำกัดทีเ่ ปนอุปสรรคตอผใู ห บริการในกลมุ สมาชิก - แตละประเทศยังมีสิทธิในการออกกฎระเบียบภายในประเทศ ุ ภาพได ของตนเพือ่ กำกับดูแลธุรกิจบริการใหมคี ณ - สมาชิกอาเซียนตองเปดตลาดธุรกิจบริการใหแกกันมากกวาที่ แตละประเทศไดมขี อ ตกลงไวกบั องคการการคาโลก (WTO) ทีผ่ า นมามีการเจรจาไปแลว 4 รอบ โดยการเจรจาสองรอบแรก (2539-2541 และ 2542-2544) มงุ เนนการเปดเสรีใน 7 สาขาบริการ คือ สาขาการเงิน การขนสงทางทะเล การขนสงทางอากาศ การสื่อสาร โทรคมนาคม การทองเทีย่ ว การกอสราง และสาขาบริการธุรกิจ ตอมาใน การเจรจารอบที่ 3 (2545-2547) และรอบที่ 4 (2548-2549) ไดมกี ารขยาย ขอบเขตการเจรจาเปดเสรีใหรวมทุกสาขาบริการ และนอกเหนือจากการเปด ตลาดรวมใน 7 สาขา ขางตนแลว ยังไดรเิ ริม่ วิธเี จรจาเปดตลาดการคาบริการ ตามหลักการ ASEAN-X ดวย กลาวคือ ประเทศสมาชิกตัง้ แต 2 ประเทศ ขึ้นไปที่มีความพรอมจะเปดเสรีสาขาบริการใดใหแกกันมากขึ้นก็สามารถ กระทำกอนได และเมือ่ ประเทศอืน่ มีความพรอมจึงคอยเขามารวม โดยหวัง วาวิธนี จี้ ะชวยใหการเปดตลาดเปนไปดวยความรวดเร็วมากขึน้

นอกเหนือจากการเปดตลาดการคาบริการในกรอบ AFAS แลว สมาชิกอาเซียนยังตองเรงรัดเปดตลาดในสาขาบริการทีเ่ ปนสาขาบริการสำคัญ (Priority Sectors) 5 สาขา ไดแก สาขาโทรคมนาคมและเทคโนโลยี สารสนเทศ สาขาสุขภาพ สาขาการทองเที่ยว และสาขาการบิน ภายใน ป 2553 (ค.ศ. 2010) สาขาบริการโลจิสติกส ภายในป 2556 (ค.ศ. 2013) และเปดเสรีบริการสาขาอื่นๆ ทุกสาขา (non priority sectors) ภายใน ป 2558 (ค.ศ. 2015) “AIA (1998)…เขตการลงทุนอาเซียน” อาเซียนไดลงนามกรอบความตกลงวาดวยเขตการลงทุนอาเซียน (Framework Agreement on the ASEAN Investment Area: AIA) ในป 2541 (ค.ศ. 1998) โดยมีวตั ถุประสงคเพือ่ ใหอาเซียนเปนแหลงดึงดูด การลงทุน ทัง้ จากภายในและภายนอกอาเซียน และมีบรรยากาศการลงทุน ทีเ่ สรีและโปรงใส ทัง้ นี้ จะครอบคลุมเฉพาะการลงทุนโดยตรงในสาขาการผลิต เกษตร ประมง ปาไม เหมืองแร และบริการทีเ่ กีย่ วของกับ 5 สาขาดังกลาว (services incidental) แตไมรวมการลงทุนในหลักทรัพย (Portfolio Investment)

เปาหมาย อาเซียนเดิม 6 ประเทศ มีเปาหมายเปดเสรีการลงทุนและใหการ ประติบตั เิ ยีย่ งคนชาติแกนกั ลงทุนอาเซียน ภายในป ค.ศ. 2010 และสำหรับ ประเทศสมาชิกอาเซียนใหม (CLMV) ภายในป ค.ศ. 2015

ขณะนี้ อยรู ะหวางการเจรจารอบที่ 5 (1 มกราคม 2550 - 31 ธันวาคม 2551) โดยในหลักการจะมีการขยายจำนวนประเภทธุรกิจในแตละ สาขาบริการเพือ่ เปดตลาดระหวางสมาชิกใหมากกวารอบทีผ่ า นมา พรอมทัง้ เปดตลาดในเชิงลึกใหมากขึน้ โดยการเจรจารอบตอไปจะเปนการเจรจารอบ ที่ 6 ระหวางป 2552-2553 และใหมกี ารเจรจาเปนรอบๆ ตอไปจนบรรลุ เปาหมายการเปดตลาดในป 2558 14

15


หลักการทีส่ ำคัญภายใต AIA 1) หลักการประติบตั เิ ยีย่ งคนชาติ (National Treatment: NT) หมายถึง ประเทศสมาชิกจะตองใหการ ปฏิบัติตอนักลงทุน อาเซียนเทาเทียมกับทีป่ ฏิบตั ติ อ นักลงทุนทีเ่ ปนคนชาติตน ทัง้ นี้ นั ก ลงทุ น อาเซี ย นหมายถึ ง บุ ค คลธรรมดาที่ เ ป น คนชาติ (national) ของประเทศสมาชิกอาเซียน หรือ นิตบิ คุ คลใดของ ประเทศสมาชิกอาเซียนที่ลงทุนในประเทศสมาชิกอื่น โดยมี สัดสวนการถือหุนของคนชาติอาเซียนรวมกันแลวอยางนอย ทีส่ ดุ เทากับสัดสวนขัน้ ต่ำทีก่ ำหนดใหเปนหนุ คนชาติ และสัดสวน การถือหุนประเภทอื่นตามที่กำหนดไวในกฎหมายภายในและ นโยบายของชาติทมี่ กี ารพิมพเผยแพรของประเทศทีร่ บั การลงทุน ในสวนทีเ่ กีย่ วของกับการลงทุนนัน้ ๆ 2) หลักการวาดวยการเปดตลาด (Opening-up of industries) หมายถึง ประเทศสมาชิกจะตองเปดเสรีทุกอุตสาหกรรมแก นักลงทุนสัญชาติอาเซียน แตมีขอยกเวนได โดยประเทศ สมาชิกจะตองยื่นรายการประเภทกิจการที่ขอยกเวนชั่วคราว (Temporary Exclusion List :TEL) และรายการประเภทกิจการ ทีม่ คี วามออนไหว (Sensitive List: SL) ได แตตอ งมีการทบทวน เพือ่ ยกเลิกรายการดังกลาว อาเซียนอยรู ะหวางพิจารณาทบทวนกรอบความตกลง AIA ใหเปน ความตกลงทีม่ คี วามครอบคลุมมากขึน้ (comprehensive) โดยจะรวมกรอบ ความตกลง AIA เดิมเขากับความตกลงเพือ่ สงเสริมและคมุ ครองการลงทุน (The ASEAN Agreement for the Promotion and Protection of Investments) ป 2530 (ค.ศ. 1987) เพื่อปรับปรุงใหเปนความตกลงที่ เอือ้ ตอการดึงดูดการลงทุนโดยตรง (FDI) จากตางประเทศ

16

“AICO (1996)…ความรวมมือดานอุตสาหกรรมของอาเซียน” ความร ว มมื อ ภายใต โ ครงการ AICO (ASEAN Industrial Cooperation: AICO) มีวัตถุประสงคเพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตสินคา อุตสาหกรรมของอาเซียน และสนับสนุนการแบงการผลิตภายในอาเซียน รวม ถึงการใชวตั ถุดบิ ภายในภูมภิ าค

เงือ่ นไขการดำเนินการ 1) ผปู ระกอบการอยางนอย 1 รายในประเทศอาเซียนประเทศหนึง่ รวมมือกับผปู ระกอบการ อีกอยางนอย 1 ราย ในอีกประเทศ อาเซียนหนึง่ (สามารถมีประเทศทีเ่ ขารวมโครงการไดมากกวา 2 ประเทศ) ยืน่ คำรองขอรับสิทธิประโยชนภายใต AICO ตอ หนวยงานทีแ่ ตละประเทศกำหนด ซึง่ ในสวนของไทย คือ สำนักงาน เศรษฐกิจอุตสาหกรรม 2) ตองมีหนุ คนชาติทบี่ ริษทั นัน้ ตัง้ อยอู ยางนอยรอยละ 30 3) ตองชีแ้ จงเหตุผลวาจะรวมมือกันอยางไร

สิทธิประโยชน 1) ในป 2548 สินคาและวัตถุดบิ ทีใ่ ชในการผลิตภายใตโครงการ AICO เสียภาษีนำเขาในอัตรารอยละ 0 2) สินคานัน้ ไดรบั การยอมรับเสมือนเปนสินคาทีผ่ ลิตในประเทศ 3) สามารถขอรับสิทธิประโยชนที่มิใชภาษีไดตามหลักเกณฑและ เงือ่ นไขของประเทศทีใ่ หสทิ ธิประโยชน 4) ไมถูกจำกัดดวยระบบโควตาหรือมาตรการกีดกันทางการคาที่ มิใชภาษี

17


ทำอยางไรเมือ่ เกิดขอพิพาทระหวางประเทศสมาชิก? กระบวนการระงับขอพิพาทใหมของอาเซียน… อาเซียนไดปรับปรุงกลไกการระงับขอพิพาทเดิมที่มีอยูใหมีความ ชัดเจนมากขึน้ โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ไดลงนามในพิธสี าร วาดวยกลไกการระงับขอพิพาทของอาเซียนฉบับใหม (ASEAN Protocol on Enhanced Dispute Settlement Mechanism) ไปเมือ่ เดือนพฤศจิกายน 2547 ทีป่ ระเทศลาว ประเทศสมาชิกอาเซียนมีสิทธิใชกระบวนการระงับขอพิพาทใหม ของอาเซียนได เมื่อเห็นวาประเทศสมาชิกอื่นใชมาตรการที่ขัดตอความ ตกลงของอาเซียน โดยในขัน้ แรก สามารถขอหารือกับประเทศสมาชิกคกู รณี หากไมสามารถตกลงกันได ในขัน้ ตอไป ก็สามารถขอจัดตัง้ คณะผพู จิ ารณา (panel) เพือ่ พิจารณาตัดสินคดี ซึง่ ถาหากคำตัดสินของคณะ ผพู จิ ารณายัง ไมเปนที่พอใจ ประเทศที่เปนฝายโจทยก็สามารถยื่นอุทธรณคำตัดสินของ คณะผพู จิ ารณาได โดยใหองคกรอุทธรณ (appellate body) เปนผพู จิ ารณา ประเทศสมาชิกทีเ่ ปนฝายแพคดีตอ งปฏิบตั ติ ามคำตัดสินของคณะผพู จิ ารณา หรือองคกรอุทธรณ อีกทัง้ ยังตองเปนผอู อกคาใชจา ยในการพิจารณาคดีดว ย ทัง้ นี้ การดำเนินงานในแตละขัน้ ตอนไดมกี รอบเวลากำหนดไวอยางชัดเจน แตรวมทัง้ สิน้ แลวตองไมเกิน 445 วัน

18

19


ระบบการระงับขอพิพาทอืน่ ๆ ของอาเซียน… นอกจากนัน้ อาเซียนยังไดปรับปรุงกลไกการดำเนินงานใหมรี ะบบ การระงับขอพิพาทอืน่ ทัง้ ในลักษณะของการใหคำปรึกษาหารือและชีแ้ นะแนว ทางแกไขปญหา ดังนี้ 1. จัดตัง้ หนวยงานดานกฎหมาย (ASEAN Legal Unit) ขึน้ ณ สำนักเลขาธิการอาเซียน กรุงจาการตา ประเทศอินโดนีเซีย เพือ่ ใหคำปรึกษาหารือและการตีความกฎหมายและความตกลง/ พิธสี ารฉบับตาง ๆ ของอาเซียน 2. จัดตัง้ หนวยงานกำกับดูแลแกไขปญหาการคาและการลงทุนของ อาเซียนทางอินเตอรเน็ต (ASEAN Consultations to Solve Trade and Investment Related Issues - ACT) เพือ่ ชวย แกไขปญหาการคาและการลงทุนของประเทศสมาชิกอาเซียน โดยใชวธิ กี ารติดตอประสานงานทางอินเตอรเน็ต เปนการลด ขัน้ ตอนและระยะเวลาดำเนินการเพือ่ แกไขปญหาใหลลุ ว ง โดย National AFTA Unit ของไทย คือ กรมเจรจาการคาระหวางประเทศ กระทรวงพาณิชย ซึง่ รับผิดชอบในฐานะเปน ACT Focal Point และติดตอไดที่ thailand_act@dtn.go.th 3. จัดตัง้ คณะผตู ดิ ตามและตรวจสอบการดำเนินงานของอาเซียน (ASEAN Compliance Body - ACB) เพื่อกำกับดูแลให ประเทศสมาชิกปฏิบตั ติ ามพันธกรณีตา งๆ ทีม่ อี ยอู ยางจริงจัง โดยสมาชิกอาเซียนมีสิทธิแตงตั้งผูแทน ACB ไดประเทศ ละ 1 คน สำหรับไทย ไดแตงตัง้ อธิบดีกรมเจรจาการคาระหวาง ประเทศเปนผแู ทนใน ACB

20

21


วิวฒ ั นาการสำคัญของการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจของอาเซียน: พัฒนาการในดานแนวคิดการรวมกลุมทางเศรษฐกิจของอาเซียน ไดเกิดขึน้ อยางชัดเจนในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครัง้ ที่ 8 เมือ่ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2545 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ที่ผูนำอาเซียนได เห็ น ชอบให อ าเซี ย นกำหนดทิ ศ ทางการดำเนิ น งานเพื่ อ ไปสู เ ป า หมายที่ ชัดเจน ไดแก การเปนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึง่ อาจเปนไปในทำนอง เดียวกับประชาคมเศรษฐกิจยุโรปในระยะเริ่มตน โดยมีลำดับพัฒนาการ ทีส่ ำคัญ ดังนี้

22

23


24

ป

การดำเนินการ

2546

- ผนู ำอาเซียนประกาศแถลงการณ Bali Concord II เห็น ชอบทีจ่ ะจัดตัง้ ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ซึง่ ประกอบดวย 3 เสาหลัก ไดแก ความมัน่ คง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ภายในป ค.ศ. 2020

2547

- ผนู ำอาเซียนไดลงนามในกรอบความตกลงวาดวยการรวม กลุมสาขาสำคัญของอาเซียนและรัฐมนตรีเศรษฐกิจ อาเซียนไดลงนามในพิธีสารรายฉบับ รวม 11 ฉบับ ซึ่งมี Roadmap เพื่อการรวมกลุมสาขาสำคัญเปน ภาคผนวก โดยมีวตั ถุประสงคเพือ่ นำรองการรวมกลมุ ทาง เศรษฐกิจใน 11 สาขาสำคัญกอน (เกษตร/ ประมง/ ผลิตภัณฑไม/ ผลิตภัณฑยาง/ สิง่ ทอและเครือ่ งนงุ หม/ ยานยนต/ อิเล็กทรอนิกส/ สุขภาพ/ เทคโนโลยีสารสนเทศ/ การทองเทีย่ ว/ การบิน)

2548

- เจาหนาทีอ่ าวุโสดานเศรษฐกิจอาเซียนพิจารณาทบทวน ปรับปรุงแผนงานการรวมกลมุ สาขาสำคัญของอาเซียนใน ระยะที่ 2 เพือ่ ปรับปรุงมาตรการตางๆ ใหมปี ระสิทธิภาพ และรวมขอเสนอของภาคเอกชน

2549

- รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนลงนามในกรอบความตกลงวา ดวยการรวมกลมุ สาขาสำคัญของอาเซียน และพิธสี ารวา ดวยการรวมกลมุ สาขาสำคัญ (ฉบับแกไข)

ม.ค. 2550

- ผนู ำอาเซียนไดลงนามในปฏิญญาเซบูวา ดวยการเรงรัด การจัดตัง้ ประชาคมอาเซียนภายในป ค.ศ. 2015 เพือ่ เรงรัดเปาหมายการจัดตัง้ ประชาคมอาเซียนใหเร็วขึน้ อีก 5 ป จากเดิมทีก่ ำหนดไวในป ค.ศ. 2020

ป

การดำเนินการ - ผู นำอาเซี ย นได ล งนามในปฏิ ญ ญาเซบู ว า ด ว ยแผน แมบทสำหรับกฎบัตรอาเซียน เพื่อสรางนิติฐานะให อาเซียนและปรับปรุงกลไก/กระบวนการดำเนินงานภายใน ของอาเซียน เพือ่ รองรับการเปนประชาคมอาเซียน

ส.ค. 2550

- รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนไดลงนามในพิธสี ารวาดวยการ รวมกลมุ สาขาโลจิสติกสของอาเซียน โดยมี Roadmap เพือ่ การรวมกลมุ สาขาโลจิสติกสเปนภาคผนวก ซึง่ จะเปน สาขาสำคัญลำดับที่ 12 ทีอ่ าเซียนจะเรงรัดการรวมกลมุ ใหแลวเสร็จโดยเร็ว

พ.ย. 2550

- ผนู ำอาเซียนลงนามในปฏิญญาวาดวยแผนงานการจัดตัง้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งมีแผนการดำเนินงาน (AEC Blueprint) และตารางเวลาดำเนินงาน (Strategic Schedule) เปนเอกสารผนวก โดยมีวตั ถุประสงคเพือ่ สรางอาเซียนใหเปนตลาดและฐานการผลิตเดียว เพิม่ ขีด ความสามารถในการแขงขัน ลดชองวางการพัฒนา ระหวางประเทศสมาชิก และสงเสริมการรวมตัวของ อาเซียนเขากับประชาคมโลก

25


แนวทางนำรองสกู ารเปนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน: “การเรงรัดการรวมกลมุ 12 สาขาสำคัญของอาเซียน” แนวทางการนำรองการรวมกลุมทางเศรษฐกิจเริ่มตนจากการ ทดลองเรงรัดการรวมกลุมใน 12 สาขาสำคัญของอาเซียน (12 Priority Integration Sectors) มีวตั ถุประสงคเพือ่ สงเสริมใหเกิดการเคลือ่ นยายสินคา และบริการในสาขาตางๆ ดังกลาวไดอยางเสรี และสรางการรวมกลมุ ในดาน การผลิตและการจัดซื้อวัตถุดิบ เพื่อสงเสริมการเปนฐานการผลิตรวมของ อาเซียน และมีการใชทรัพยากรตางๆ ไดอยางมีประสิทธิภาพ

การดำเนินการ กำหนดประเทศผปู ระสานงานหลัก (Country Coordinators) ในแต ละสาขา ดังนี้

26

27


ความสำคัญของการรวมกลมุ 12 สาขา

3. การปรับปรุงกฎวาดวยแหลงกำเนิดสินคาใหมคี วามโปรงใส มี มาตรฐานทีเ่ ปนสากล และอำนวยความสะดวกใหแกภาคเอกชน มากขึน้ ขณะนี้ นอกเหนือจากกฎ 40% value-added content แลว อาเซียนไดพฒ ั นาการคิดแหลงกำเนิดสินคาโดยวิธแี ปรสภาพ อยางเพียงพอ (substantial transformation) เพือ่ เปนทางเลือก ในการคำนวณแหลงกำเนิดสินคาใหกบั สินคาสิง่ ทอ อลูมเิ นียม เหล็ก และผลิตภัณฑไมแลว และไดเริม่ ใชวธิ กี ารคิดคำนวณแหลง กำเนิดสินคาแบบสะสมบางสวน (Partial Cumulation ROO) เพือ่ ใหการคำนวณสัดสวนวัตถุดบิ ทีใ่ ชในการผลิตมีความยืดหยนุ มากขึน้ โดยสินคาทีม่ สี ดั สวนการผลิตภายในขัน้ ต่ำรอยละ 20 สามารถนำมานับรวมในการคิดแหลงกำเนิดสินคาแบบสะสมของ อาเซียนได เพือ่ รับสิทธิประโยชนภายใตอาฟตา

จากขอมูลสถิติการคาที่ผานมา มูลคาการคาของไทยกับอาเซียน สำหรับสินคาที่อยูภายใตแผนงานการรวมกลุมทางเศรษฐกิจ มีมูลคากวา รอยละ 50 ของมูลคาการคาทัง้ หมดของไทยกับอาเซียน ดังนัน้ จึงเปนโอกาส สำคัญทีไ่ ทยจะตองเรงพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในดานการสงออก โดยเฉพาะในสาขาทีไ่ ทยมีความพรอมและมีขดี ความสามารถในการแขงขันสูง อยางเชน สาขาผลิตภัณฑอาหาร ผลิตภัณฑยานยนต ผลิตภัณฑอเิ ล็กทรอนิกส รวมถึงสาขาบริการ อาทิ สาขาการทองเทีย่ ว การบริการสาขาสุขภาพ และ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ เปนตน เพือ่ ใชประโยชนจากการรวมกลมุ สาขา สำคัญของอาเซียนไดอยางเต็มที่

แผนงานภายใตการรวมกลมุ 12 สาขาสำคัญของอาเซียน

4. การคาบริการ อาเซียนไดเห็นชอบเปาหมายการเปดเสรี สาขาบริการสำคัญ 5 สาขา (Priority Services Sectors) ไดแก สาขาการทองเทีย่ ว เทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาสุขภาพ และ สาขาการบิน ภายในป ค.ศ. 2010 สาขาโลจิสติกส ภายใน ป ค.ศ. 2013 สำหรับสาขาบริการอืน่ ๆ ไดกำหนดเปาหมายไว ภายในป ค.ศ. 2015 ซึง่ จะตองเรงเจรจาและจัดทำขอผูกพันในการ เปดตลาดในแตละรอบของการเจรจาทัง้ ในดานการเขาสตู ลาด (Market Access) และการใหการประติบัติเยี่ยงคนชาติ (National Treatment: NT) ซึง่ ไดสรุปผลการเจรจารอบที่ 4 (ป 2548-2549) และจัดทำขอผูกพันการเปดตลาดการคาบริการ ชุดที่ 5* ซึง่ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนไดลงนามพิธสี ารอนุวตั ิ

1. การเรงขจัดภาษีสนิ คาใน 9 สาขาหลัก* (เกษตร/ ประมง/ ไม/ ยาง/ สิง่ ทอ/ ยานยนต/ อิเล็กทรอนิกส/ เทคโนโลยีสารสนเทศ/ สาขาสุขภาพ) ใหเร็วขึน้ จากกรอบอาฟตา อีก 3 ป ดังนี้

2. การขจัดมาตรการที่มิใชภาษี อาเซียนไดจัดทำหลักเกณฑ (criteria) การจำแนกมาตรการทีม่ ใิ ชภาษีของประเทศสมาชิก แลว ซึง่ ใชพนื้ ฐานหลักเกณฑการจำแนกตาม WTO และได เห็ น ชอบแผนงานการขจั ด มาตรการที่ มิ ใ ช ภ าษี (Work Programme on elimination of NTBs) ซึง่ ประเทศสมาชิก อาเซียนเดิม 5 ประเทศมีกำหนดทีจ่ ะขจัดมาตรการทีม่ ใิ ชภาษี ทัง้ หมดภายในป ค.ศ. 2010 สำหรับประเทศฟลปิ ปนสภายใน ป ค.ศ. 2012 และประเทศ CLMV ภายในป ค.ศ. 2015 28

*

*

สินคาที่จะเรงลดภาษีใน 9 สาขาสำคัญมีจำนวนทั้งสิ้น 4,272 รายการ โดยประเทศสมาชิกสามารถ ยกเวนรายการสินคาทีไ่ มพรอมเรงลดภาษี (Negative List) ไดไมเกินรอยละ 15 ของจำนวนรายการ สินคาทั้งหมด สาขาบริการทีไ่ ทยเสนอเปดตลาดเพิม่ เติมภายใตขอ ผูกพันชุดที่ 5 ประกอบดวย การรักษาในโรงพยาบาล (ทัง้ คนไขนอกและคนไขใน) บริการทีพ่ กั ประเภท โมเตล และศูนยทพี่ กั แบบตางๆ การติดตัง้ วางระบบ คอมพิวเตอร การประมวลผลขอมูล บริการโทรเลข โทรสาร บริการโทรคมนาคมเสริม เชน Electronic mail, voice mail บริการดานการแปล และบริการตรวจเรือเพือ่ ออกใบสำคัญรับรอง ทัง้ นี้ เงือ่ นไข การเปดตลาดยังคงอยูภายใตกรอบกฎหมายไทยที่กำหนดในปจจุบัน

29


ขอผูกพันชุดที่ 5 เมือ่ วันที่ 8 ธันวาคม 2549 ณ เมืองเซบู ประเทศฟลิปปนส ขณะนี้ อยูระหวางการเจรจารอบที่ 5 (ป 2550-2551) โดยไดจดั ทำขอผูกพันการเปดตลาดชุดที่ 6 ซึง่ เปนการปรับปรุงขอเสนอการเปดตลาดในขอผูกพันชุดที่ 5 แลวเสร็จ และไดมีการลงนามใชสารอนุวัติขอผูกพันชุดที่ 6 ดังกลาวเมือ่ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2550 ณ ประเทศสิงคโปร 5. การลงทุน สงเสริมการลงทุนภายในภูมภิ าคโดยการรวมลงทุน ในสาขาอุตสาหกรรมทีม่ ศี กั ยภาพ และสรางเครือขายดานการ ลงทุนของอาเซียน ซึง่ ขณะนี้ ไดจดั ทำรายชือ่ เขตสงเสริมการ ลงทุนพิเศษ และเขตนิคมอุตสาหกรรมในอาเซียนแลวเพือ่ ให เกิดการเชือ่ มโยงดานการผลิตและการใชวตั ถุดบิ ภายในภูมภิ าค 6. การอำนวยความสะดวกดานพิธกี ารดานศุลกากร อาเซียนได จัดทำความตกลงวาดวยการอำนวยความสะดวกดานศุลกากร ดวยระบบอิเล็กทรอนิกส ณ จุดเดียว เมือ่ ป 2548 ซึง่ กำหนด ให ป ระเทศสมาชิ ก อาเซี ย นเดิ ม 6 ประเทศพั ฒ นาระบบ National Single Window ใหแลวเสร็จภายในป 2551 และ ประเทศ CLMV ภายในป 2555 เพื่อเชื่อมโยงเปนระบบ ASEAN Single Window ตอไป ซึง่ ไทยและฟลปิ ปนสไดเริม่ โครงการนำรองการอำนวยความสะดวกดานศุลกากรดวย ระบบอิเล็กทรอนิกส ณ จุดเดียว เมื่อป 2549 โดยทดลอง ใชกับใบขนสินคาขาออกและแบบฟอรม D กอน เพื่อให ผูประกอบการสามารถยื่นเอกสารและขอมูลที่เกี่ยวของกับ การนำเขา-สงออก ณ จุดเดียว โดยกรมศุลกากรสามารถตัดสินใจ ในการตรวจปลอยสินคาไดในคราวเดียว

สาขาสำคัญดวย เชน ผลิตภัณฑไม เครือ่ งมือแพทย ยาสมุนไพร และผลิตภัณฑเสริมสุขภาพ เปนตน 8. การเคลือ่ นยายของนักธุรกิจ ผเู ชีย่ วชาญ ผปู ระกอบวิชาชีพ แรงงานมีฝม อื และผมู คี วามสามารถพิเศษ อยรู ะหวางการ พัฒนาจัดทำ ASEAN Business Card เพือ่ อำนวยความสะดวก ในการเดินทางใหแกนักธุรกิจภายในภูมิภาค และเรงพัฒนา มาตรฐานการยอมรับรวมสำหรับบุคลากรในสาขาวิชาชีพตางๆ ซึง่ ขณะนี้ ไดจดั ทำขอตกลงยอมรับรวมในสาขาวิศวกรรม สาขา พยาบาล สถาปนิก และคุณสมบัตผิ สู ำรวจแลว และอยรู ะหวาง การพัฒนาในสาขาวิชาชีพอื่นๆ เชน นักกฎหมาย นักบัญชี บุคลากรทางการแพทย เปนตน โดยมีวตั ถุประสงคหลักเพือ่ อำนวยความสะดวกในการประกอบวิชาชีพของผูเชี่ยวชาญ และแรงงานมีฝม อื ภายในอาเซียน 9. การอำนวยความสะดวกดานการเดินทางภายในอาเซียน อยู ระหวางการปรับประสานกระบวนการ/พิธกี ารในการตรวจลง ตราใหกบั นักเดินทางตางชาติทเี่ ดินทางเขามาในอาเซียน รวม ทัง้ การยกเวนการตรวจลงตราใหกบั ผเู ดินทางสัญชาติอาเซียน ทีเ่ ดินทางภายในอาเซียน

7. การพัฒนามาตรฐานและความสอดคลองของผลิตภัณฑ ได จัดทำมาตรฐานการยอมรับรวมสำหรับผลิตภัณฑเครือ่ งสำอาง และผลิตภัณฑอเิ ล็กทรอนิกสและเครือ่ งใชไฟฟาแลว ในระยะ ตอไปจะพัฒนาใหครอบคลุมสินคาอื่นๆ ภายใตการรวมกลุม

30

31


ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

เปาหมายของการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจของอาเซียน: อาเซียนจะรวมตัวเปนประชาคมเศรษฐกิจภายในป 2558 (ค.ศ.2015) โดยมีตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน (single market and production base) และมีการเคลือ่ นยายสินคา บริการ การลงทุน และแรงงานฝมอื อยางเสรี และ การเคลื่อนยายเงินทุนที่เสรีมากขึ้น (free flows of goods, services, investment, and skilled labors, and freer flow of capital)

32

33


ทำไมตองจัดตัง้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ? อาเซี ย นจำเป น ต อ งเร ง รั ด การรวมกลุ ม ภายในหรื อ เร ง จั ด ตั้ ง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เนือ่ งจากกระแสโลกาภิวตั น และแนวโนมการ ทำขอตกลงการรวมกลุมทางเศรษฐกิจในภูมิภาคตางๆ มากขึ้น ทำให อาเซียนตองเรงแสดงบทบาทการรวมกลมุ ดวยความมัน่ คงมากขึน้ กวาแตกอ น และปรับปรุงการดำเนินงานใหทนั กระแสการเปลีย่ นแปลงดังกลาว โดยเฉพาะ อยางยิ่งกระแสการแขงขันทางการคาและการแขงขันเพื่อดึงดูดการลงทุน โดยตรงที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นและมีแนวโนมจะถายโอนไปสู ประเทศเศรษฐกิจใหม เชน จีน อินเดีย และรัสเซีย มากขึน้ การรวมกลุมทางเศรษฐกิจของอาเซียนจะเปนปจจัยสำคัญที่ ชวยเสริมสรางความแข็งแกรงทางเศรษฐกิจและเพิ่มความสามารถในการ แขงขันของอาเซียนในตลาดโลก เนื่องจากสงเสริมใหเกิดการเปดเสรีการ เคลื่อนยายปจจัยการผลิตระหวางประเทศสมาชิกที่ลึกซึ้งและกวางขวาง มากยิง่ ขึน้ ���ัง้ ในดานการคาสินคา การคาบริการ การลงทุน เงินทุน และ แรงงาน รวมถึงความรวมมือในดานการอำนวยความสะดวกทางการคาและ การลงทุน เพื่อลดอุปสรรคทางดานการคา การลงทุน ใหเหลือนอยที่สุด เทาทีจ่ ะเปนไปได ซึง่ จะนำไปสกู ารพัฒนามาตรฐานการครองชีพและความ กินดีอยูดีของประชาชนภายในประเทศ และลดชองวางความเหลื่อมล้ำ ทางสังคมใหนอยลง

34

35


บานของอาเซียน “10 แรงแข็งขัน”


เดินหนาเต็มตัว…มงุ หนาสปู ระชาคมเศรษฐกิจอาเซียน : “AEC Blueprint …พิมพเขียวเพือ่ จัดตัง้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” เพือ่ ไปสเู ปาหมายการเปนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน อาเซียนได จัดทำแผนงานในเชิงบูรณาการการดำเนินงานในดานเศรษฐกิจตางๆ เพือ่ ให เห็นการดำเนินงานในภาพรวมทีจ่ ะนำไปสปู ระชาคมเศรษฐกิจอาเซียนภายใน ป ค.ศ. 2015 ไดอยางชัดเจน ซึง่ ถาหากเปรียบเทียบกับการสรางบาน แผน งานนี้ก็เปรียบเสมือนพิมพเขียวที่จะชวยบอกองคประกอบและรูปรางหนา ตาของบานหลังนีว้ า เมือ่ สรางเสร็จแลวจะมีรปู รางหนาตาอยางไร ทำไมตองจัดทำ AEC Blueprint ? z

z

เพือ่ กำหนดทิศทางการดำเนินงานในดานเศรษฐกิจใหชดั เจนตาม กรอบระยะเวลาทีก่ ำหนดจนบรรลุเปาหมาย AEC ในป ค.ศ. 2015 เพือ่ สรางพันธะสัญญาระหวางประเทศสมาชิกทีจ่ ะดำเนินการ ไปสเู ปาหมายดังกลาวรวมกัน

องคประกอบสำคัญของ AEC Blueprint

38

การเปนตลาดเดียว และฐานการผลิตรวม

การสรางขีดความ การพัฒนาเศรษฐกิจ สามารถในการ อยางเสมอภาค แขงขันทางเศรษฐกิจ ของอาเซียน

แผนงานที่จะสง เสริมใหมกี ารเคลือ่ น ยายสินคา บริการ การลงทุน และ แรงงานมีฝม อื อยางเสรี และการ เคลื่อนยายเงิน ทุนอยางเสรีมากขึน้

แผนงานที่จะสงเสริม การสรางความ สามารถในดานตางๆ เชน นโยบายการ แขงขัน สิทธิใน ทรัพยสนิ ทางปญญา นโยบายภาษี และการ พัฒนาโครงสราง พืน้ ฐาน (การเงิน การขนสง และ เทคโนโลยสารสนเทศ)

แผนงานที่จะสงเสริม การรวมกลมุ ทาง เศรษฐกิจของสมาชิก และลดชองวางของ ระดับการพัฒนา ระหวางสมาชิกเกา และใหม เชน สนับสนุน การพัฒนา SMEs

การบูรณาการเขา กับเศรษฐกิจโลก แผนงานทีจ่ ะสงเสริม การรวมกลมุ เขากับ ประชาคมโลกโดยเนน การปรับประสาน นโยบายเศรษฐกิจของ อาเซียนกับประเทศ ภายนอกภูมภิ าค เชน การจัดทำเขตการคา เสรี และการสราง เครือขายในดานการ ผลิต/จำหนายเปนตน

39


สำหรับองคประกอบอืน่ ๆ ไดแก การปรับปรุงกลไกดานสถาบันโดย การจัดตัง้ กลไกการหารือระดับสูง ประกอบดวยผแู ทนระดับรัฐมนตรีทกุ สาขา ทีเ่ กีย่ วของ รวมทัง้ ภาคเอกชนอาเซียน ตลอดจนการพัฒนาระบบกลไกการ ตรวจสอบติดตามผลการดำเนินงาน (Peer Review) และจัดหาแหลง ทรัพยากรสำหรับการดำเนินงานกิจกรรมตางๆ อยางมีประสิทธิภาพ ในชวงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครัง้ ที่ 13 เมือ่ เดือนพฤศจิกาย น 2550 ณ ประเทศสิงคโปร ผนู ำอาเซียนไดลงนามในปฏิญญาวาดวยแผน งานการจัดตัง้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยประกอบดวยแผนการดำเนิน งาน (AEC Blueprint) และตารางเวลาดำเนินงาน (Strategic Schedule) ซึ่งเปนเอกสารผนวก จึงนับไดวา ขณะนี้อาเซียนไดจัดทำพิมพเขียวของ การดำเนินงานไปสูการเปนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเสร็จสมบูรณแลว ขัน้ ตอไป คือ การเริม่ ลงมือดำเนินงานตามแผนงานในดานตางๆ เพือ่ รวมกัน สรางประชาคมทีเ่ ปนหนึง่ เดียวกันของอาเซียนตอไป (รายละเอียด AEC Blueprint ในภาคผนวก)

ความเชือ่ มโยงของ AEC Blueprint กับกฎบัตรอาเซียน : กฎบัตรอาเซียน เปนเสมือนธรรมนูญของอาเซียนซึง่ วางกฎเกณฑ สำหรับประชาคมอาเซียน ทีป่ ระกอบดวย 3 เสาหลัก ไดแก ความมัน่ คง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม โดยในสวนของเสาเศรษฐกิจ จะมี AEC Blueprint เปนแผนงานที่อาเซียนตองดำเนินการเพื่อใหบรรลุการเปน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในป 2558

ทำอยางไรหากบางประเทศไมสามารถปฏิบตั ติ ามแผนงานได ? ในการดำเนินงานสามารถกำหนดใหมคี วามยืดหยนุ ในแตละเรือ่ งไว ลวงหนาได (pre-agreed flexibilities) แตเมือ่ ตกลงกันไดแลว ประเทศสมาชิก จะตองยึดถือและปฏิบตั ติ ามพันธกรณีทไี่ ดตกลงกันอยางเครงครัดดวย การติดตามวัดผลการดำเนินงาน : เพือ่ ใหการดำเนินงานเปนไปตาม แผนงานและกำหนดเวลาทีต่ งั้ ไว อาเซียนจึงตกลงทีจ่ ะจัดทำเครือ่ งมือติดตาม วัดผลการดำเนินการตาม AEC Blueprint หรือทีเ่ รียกวา AEC Scorecard ซึง่ จะใชเปนเครือ่ งมือหรือกลไกในการติดตามความคืบหนาและประเมินผล การดำเนินงานในดานตางๆ ของประเทศสมาชิกเปนรายประเทศ รวมทั้ง ภาพรวมการดำเนินงานในระดับภูมภิ าคดวย โดยจะเสนอ AEC Scorecard ใหผนู ำอาเซียนทราบในการประชุมสุดยอดอาเซียนทุกปดว ย

40

41


กฎบัตรอาเซียน “ASEAN Charter” แนวคิดของการจัดทำกฎบัตรอาเซียนเกิดขึน้ ในกรอบกระบวนการ ปฏิรปู อาเซียนเพือ่ แกไขปญหาสภาพนิตบิ คุ คลและจัดโครงสรางองคกรเพือ่ รองรับการเปนประชาคมอาเซียน โดยมงุ เนนการสรางนิตฐิ านะ (legal status) ในเวทีระหวางประเทศใหกบั อาเซียน

วัตถุประสงคของการจัดทำกฎบัตรอาเซียน : เพื่อใหกระบวนการรวมกลุมของอาเซียนมีพื้นฐานทางกฎหมาย รองรับ และมีพนั ธะสัญญาตอกันมากขึน้ และจะเปนเสมือนธรรมนูญของ อาเซี ย นซึ่ ง จะวางกรอบทางกฎหมายและโครงสร า งองค ก รเพื่ อ เพิ่ ม ประสิทธิภาพของอาเซียนในการรับมือกับความทาทายใหมๆ และสงเสริม เอกภาพในการรวมตัวกันของประเทศสมาชิก และเปนกาวสำคัญในการ ยกระดับการรวมตัวของประเทศสมาชิกไปสกู ารจัดตัง้ ประชาคมอาเซียนใน ป ค.ศ. 2015 ซึง่ ประกอบดวย 3 ดานหลัก ไดแก ดานความมัน่ คง ดานเศรษฐกิจ ดานสังคมและวัฒนธรรม

องคประกอบสำคัญในกฎบัตรอาเซียน : กฎบัตรอาเซียนนอกจากจะระบุเรือ่ งโครงสรางองคกรและสถานะ ของอาเซียนแลว ยังมีเรือ่ งของกระบวนการตัดสินใจ และกลไกการระงับขอ พิพาทระหวางประเทศสมาชิก รวมถึงเรือ่ งกองทุนและงบประมาณในการ ดำเนินกิจกรรมตางๆ ของอาเซียนดวย ผนู ำอาเซียนไดลงนามในกฎบัตรอาเซียนในชวงการประชุมสุดยอด อาเซียน ครัง้ ที่ 13 เมือ่ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2550 ทีส่ งิ คโปร ดังนัน้ จึงเปน ทีน่ า จับตามองวา ภายหลังจากการลงนามในกฎบัตรอาเซียนนีแ้ ลวจะพลิกโฉม การดำเนินงานของอาเซียนไดมากนอยเพียงใด

42

43


เมือ่ พิจารณารูปแบบการดำเนินงานการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจของ อาเซียนในปจจุบนั จะพบวา มีการดำเนินงานในลักษณะผสมผสานระหวาง Customs Union (มีการขจัดภาษีภายในภูมิภาค แตสิ่งที่ยังขาดอยู คือ uniform external tariff structure) Common Market (มีการขจัดอุปสรรค ทางการคาทัง้ ดานภาษีและมิใชภาษี และสงเสริมการเคลือ่ นยายสินคา บริการ และการลงทุน แตสงิ่ ทีย่ งั ขาดอยู คือ common external trade policy) และ Economic Union (มีเปาหมายการเคลือ่ นยายสินคา บริการ เงินทุน และปจจัยการผลิตที่เสรี แตยังขาดนโยบายการเงิน การคลัง และระบบ สกุลเงินรวมกัน) ซึ่งจัดเปนลักษณะเฉพาะที่พัฒนาขึ้นมาใหเหมาะสมกับ การดำเนินงานภายในของอาเซียนเอง นอกจากนี้ เพือ่ ใหการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจภายในภูมภิ าคเปนไป อยางมีประสิทธิภาพและเพิม่ ขีดความสามารถในการแขงขัน อาเซียนจำเปน ตองคำนึงถึงบริบทภายนอกประกอบ โดยเฉพาะทิศทางนโยบายดานเศรษฐกิจ กับประเทศภายนอกกลมุ เพือ่ สรางขีดความสามารถในการแขงขันของอาเซียน ในประชาคมโลก และเพิม่ ขีดความสามารถในการเจรจาตอรอง รวมถึงสง เสริมการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจทีล่ กึ ซึง้ และกวางขวางมากขึน้ ซึง่ มีความเปน ไปไดทจี่ ะพัฒนาไปในลักษณะการเปนสหภาพศุลกากร (Customs Union) ตลาดรวม (Common Market) หรือสหภาพเศรษฐกิจ (Economic Union) ในอนาคต กลาวโดยสรุป รูปแบบการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจของอาเซียนคงไม สามารถอิงตามหลักการ/รูปแบบตามทฤษฎีทมี่ อี ยู เนือ่ งจากอาเซียนไดพฒ ั นา แนวทาง/รูปแบบวิธดี ำเนินงานเพือ่ ใหเหมาะสมกับการดำเนินงานภายในของ อาเซียนเอง และการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจของอาเซียนก็เปนไปในลักษณะ ทีป่ ระเทศสมาชิกตางเห็นพองรวมกันทีจ่ ะดำเนินการใหเปนไปตามเปาหมาย/ พันธะสัญญาทีไ่ ดตกลงกันไว ซึง่ นับเปนสิง่ สำคัญทีจ่ ะนำไปสคู วามสำเร็จและ การรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจทีล่ กึ ซึง้ มากขึน้ ในอนาคต

44

45


ปจจัยสำคัญตอความสำเร็จของการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจของอาเซียน ความสำเร็จของการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจในระดับภูมภิ าคขึน้ อยกู บั ปจจัยสำคัญหลายประการ แตสงิ่ หนึง่ ทีน่ า จะมีสว นสำคัญตอการดำเนินงาน เห็นจะเปนความเปนหนึง่ เดียวกันของประเทศสมาชิกภายในกลมุ ทีจ่ ะตองยึด มั่นและถือมั่นเปาหมายในระดับภูมิภาครวมกันอยางจริงจัง ยอมสละ ผลประโยชนบางประการของแตละประเทศเพื่อผลประโยชนสวนรวมใน ระดับภูมภิ าครวมกัน มิเชนนัน้ คงไมสามารถผลักดันใหเกิดการรวมกลมุ ทาง เศรษฐกิจทีล่ กึ ซึง้ และกวางขวางขึน้ มาได นอกจากปจจัยดังกลาวขางตนแลว ปจจัยอืน่ ๆ ทีจ่ ะชวยสงเสริมการ รวมกลมุ ทางเศรษฐกิจใหเห็นผลเปนรูปธรรม และสรางขีดความสามารถทาง ดานเศรษฐกิจในระดับภูมภิ าคใหโดดเดน ไดแก

46

47


1) โครงสรางพืน้ ฐานภายในภูมภิ าค โดยเฉพาะระบบการขนสง ที่ จ ะต อ งเชื่ อ มโยงถึ ง กั น ในระดั บ ภู มิ ภ าค เพื่ อ ให เ กิ ด การ เคลือ่ นยายสินคา และผคู นไดอยางสะดวกตลอดเสนทาง รวม ถึงการอำนวยความสะดวก ณ จุดผานแดนตางๆ และสงเสริม ความรวมมืออยางจริงจังในสาขาทีม่ ผี ลเชือ่ มโยงตอการพัฒนา สาขาอืน่ ๆ (spin over effect) ในอาเซียน เชน สาขาพลังงาน สาขาการคมนาคม และการศึกษา เปนตน 2) นโยบายรวมในระดับภูมิภาค อาเซียนจำเปนตองพิจารณา แนวทางการกำหนดนโยบายดานเศรษฐกิจรวมกันในระดับ ภูมภิ าคเพือ่ ชวยเพิม่ ขีดความสามารถในการเจรจาตอรอง รวมถึง สรางผลประโยชนรวมกันในระดับภูมิภาค ซึ่งมีความจำเปน อยางยิง่ ทีแ่ ตละประเทศจะตองใหความสำคัญกับการปรับปรุง กฎเกณฑ/กฎระเบียบ/กฎหมายภายในใหสอดคลองกับความ ตกลงอาเซียนทีม่ อี ยดู ว ย

48

3) กลไกการตัดสินใจ อาเซียนควรพิจารณารูปแบบการตัดสินใจ แบบอืน่ ๆ ในการพิจารณากำหนดนโยบายหรือตัดสินใจเกีย่ วกับ กิจกรรมภายในของอาเซียน นอกเหนือจากระบบฉันทามติ (consensus) ทีใ่ ชมาตัง้ แตเริม่ ตนของการรวมตัวทางเศรษฐกิจ จนถึงปจจุบนั ซึง่ มีความเปนไปไดทจี่ ะผลักดันใหมกี ารนำเอา ระบบเสียงสวนใหญ (majority vote) มาใชกบั กระบวนการ ตัดสินใจของอาเซียน แตสมาชิกคงตองหารือทีจ่ ะกำหนดแนวทาง และขอบเขตของระบบเสียงสวนใหญเพือ่ ใหมคี วามชัดเจนและ โปรงใสในการพิจารณาเรือ่ งสำคัญๆ ทีป่ ระเทศสมาชิกจะไดรบั ประโยชนรว มกัน 4) การสรางสังคมกฎระเบียบ อาเซียนจำเปนตองพัฒนาไปสู สังคมกฎระเบียบ (Rule-based Society) และสรางนโยบาย ดานการคาและการลงทุนทีส่ อดประสานในระดับภูมภิ าค โดย ใชจุดแข็งของประเทศสมาชิกใหเกิดประโยชนสูงสุด เพื่อ สรางขีดความสามารถและขอไดเปรียบในการแขงขันใหกับ อาเซียน และเนนย้ำการปฏิบัติตามพันธกรณีของประเทศ สมาชิกอยางเครงครัด

49


โอกาสและผลกระทบของการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจ ของอาเซียน : นัยตอไทย การรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจในภูมภิ าคอาเซียนจะชวยสงเสริมใหเกิด การขยายตัวในดานการคาและการลงทุนอันเนือ่ งมาจากการลดอุปสรรคใน การเขาสตู ลาด ทัง้ ดานมาตรการภาษีและมาตรการทีม่ ใิ ชภาษี รวมถึงการ สงเสริมความรวมมือเพือ่ อำนวยความสะดวกทางการคาและการลงทุน ดังนัน้ จึงนับเปนโอกาสสำคัญสำหรับผปู ระกอบการไทยทีจ่ ะตองเรงปรับตัวและใช โอกาสจากการลดอุปสรรคทางการคาและการลงทุนตางๆ ลง ใหเกิดประโยชน อยางเต็มที่ โดยเฉพาะในสาขาทีไ่ ทยมีความพรอมและมีขดี ความสามารถใน การแขงขันสูง อยางเชน สาขาผลิตภัณฑอาหาร ผลิตภัณฑยานยนต ผลิตภัณฑอิเล็กทรอนิกส รวมถึงสาขาบริการ อาทิ สาขาการทองเที่ยว การบริการสาขาสุขภาพ และสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งสาขาตางๆ เหลานี้ ลวนเปนสาขาที่อาเซียนจะเรงรัดการรวมกลุมทางเศรษฐกิจให เห็นผลเปนรูปธรรมภายในป ค.ศ. 2010

50

51


อยางไรก็ตาม สำหรับสาขาอุตสาหกรรมทีไ่ มพรอมในการแขงขัน หรือไมมคี วามไดเปรียบในดานตนทุน คงหลีกหนีไมพน กับผลกระทบทีจ่ ะเกิด ขึน้ อันเนือ่ งมาจากการลดอุปสรรคในดานการคาและการลงทุนตางๆ ลง ทำให ผปู ระกอบการจากตางชาติสามารถเขาสตู ลาดไดสะดวกมากขึน้ และเพิม่ การ แขงขันในตลาดใหสงู ขึน้ ดังนัน้ ผปู ระกอบการทีไ่ มมคี วามพรอม หรือมีขดี ความสามารถในการแขงขันต่ำอาจถูกกดดันใหตอ งออกจากตลาดไป ภาครัฐ จึงจำเปนตองเตรียมแผนการรองรับทีร่ อบคอบและรัดกุมเพือ่ ลดผลกระทบที่ จะเกิดขึน้ เชน การจัดตัง้ กองทุนเพือ่ รองรับผลกระทบจากการเปดเสรีทาง การคา การกำหนดแนวนโยบายดานเศรษฐกิจในระดับมหภาคทีช่ ดั เจน ซึง่ จะชวยสงสัญญาณใหภาคเอกชนไดรับทราบและเตรียมความพรอมใน การปรับตัวไดอกี ทางหนึง่

52

53


นโยบายของภาครัฐตออาเซียน ภาครัฐไดใหความสำคัญกับการดำเนินงานของอาเซียนเปนลำดับ แรกมาโดยตลอดในฐานะทีอ่ าเซียนเปนกลมุ ภูมภิ าคทีม่ คี วามใกลชดิ ทัง้ ในดาน การเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม โดยรัฐบาลไดใชนโยบาย ASEAN First Policy คือ อาเซียนตองมากอน เนือ่ งจากเห็นวา การรวมตัวอยาง แนนแฟนของอาเซียนจะชวยเพิม่ ศักยภาพการแขงขันของอาเซียนรวมทัง้ ไทย ในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากตางประเทศ รวมทั้งชวยสรางอำนาจ ในการตอรองในกรอบการเจรจาระดับภูมภิ าค และพหุภาคี และจากพืน้ ฐาน ทีแ่ ข็งแกรงนี้ จะทำใหการเชือ่ มโยงกับประเทศอืน่ ๆ ของไทยเปนไปอยางมี ประสิทธิภาพมากขึน้ ดวย รัฐบาลมีโครงการสรางเครือขายและขยายความรวมมือทางธุรกิจใน อาเซียน หรือ ASEAN Hub โดยมีกระทรวงพาณิชยเปนหนวยงานรับผิดชอบ ซึง่ กำหนดยุทธศาสตรทมี่ ตี อ อาเซียนไว 4 ดาน คือ

54

55


1) การเปนพันธมิตรและหนุ สวน คือ ตองทำใหอาเซียนเปนทัง้ พันธมิตรและหนุ สวนเพือ่ ใหประเทศไทยเปน gateway ของ อาเซียน ทัง้ การคาและการลงทุน โดยการใชเวทีทวิภาคีทมี่ อี ยู และความรวมมือในกรอบอนุภูมิภาคตางๆ เชน ACMECS GMS และ IMT-GT เปนตัวชวยผลักดัน และตองเปลีย่ นแนวคิด การมองอาเซียนจากคแู ขงมาเปนหนุ สวน โดยการสรางความ ไววางใจใหเกิดขึน้ ทัง้ แกคนไทย และผปู ระกอบการไทย โดยการ ใหความชวยเหลือแกประเทศเพือ่ นบาน การเขาไปลงทุนผลิต สินคาเกษตรทีข่ าดแคลน และการชักจูงประเทศทีส่ า���เขารวม ในการพัฒนา เปนตน

3) การเปนฐานการผลิตใหอตุ สาหกรรมไทย ซึง่ อาจจำเปนตอง พิจารณาเรือ่ งการยายฐานการผลิตของบางอุตสาหกรรมออกไป ยังประเทศเพื่อนบานเพื่อสรางความไดเปรียบในการแขงขัน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมทีใ่ ชแรงงาน และแรงงานกึง่ ฝมอื เชน อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร สิ่งทอ เฟอรนิเจอร แปรรูป ผลิตภัณฑไม หรือการรวมลงทุนกับประเทศเพือ่ นบาน 4) การเปนตลาดทีม่ ปี ระชากรกวา 550 ลานคน ซึง่ ไทยจะตอง รักษาตลาดเดิมนี้ไวใหมั่นคง และพยายามขยายออกไปให กวางขวางมากขึน้

2) การเปนแหลงวัตถุดบิ ทีส่ ำคัญ คงตองยอมรับวา ประเทศใน อาเซียนมีความหลากหลายและความพรอมทางเศรษฐกิจที่ แตกตางกันไป มีทั้งกลุมที่มีความชำนาญในดานเทคโนโลยี กลุมที่เปนฐานการผลิต และกลุมที่มีทรัพยากรและแรงงาน สำหรับการผลิต ดังนั้น ไทยจึงจำเปนตองพิจารณาเลือกใช ประโยชนจากจุดแข็งทีม่ อี ยขู องแตละประเทศใหเหมาะสม

56

57


แนวทางการปรับตัวและการใชประโยชนจากการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจของอาเซียน การรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจนอกจากจะชวยเสริมสรางความสามารถ ของประเทศภายในกลุมแลว ยังเปนการเปดโอกาสทางดานการคาและ การลงทุนภายในภูมภิ าคใหกวางขวางขึน้ อยางไรก็ตาม ในการรวมกลมุ ทาง เศรษฐกิจทีม่ กี ารลดอุปสรรคตางๆ ลง เพือ่ ใหเกิดการเคลือ่ นยายสินคา บริการ การลงทุน และแรงงานไดอยางเสรี ยอมสงผลใหเกิดการแขงขันทีเ่ พิม่ สูงขึน้ และหลีกเลีย่ งไมพน ทีผ่ ปู ระกอบการภายในประเทศจะตองปรับตัวใหทนั กับ การเปลีย่ นแปลงทีจ่ ะเกิดขึน้ ดังนั้น การเตรียมความพรอมเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงจึง เปนสิง่ สำคัญทีจ่ ะชวยหลีกเลีย่ ง/บรรเทาผลกระทบในเชิงลบทีอ่ าจจะเกิดขึน้ รวมถึงชวยใหสามารถใชประโยชนจากโอกาสทีม่ อี ยไู ดอยางเต็มที่ โดยแนวทาง การปรับตัวทีภ่ าคเอกชนสามารถนำมาใชอาจพิจารณา ไดทงั้ ในเชิงรุกและ เชิงรับ อาทิ

การปรับตัวในเชิงรุก 1. เพิม่ ขีดความสามารถในการแขงขัน เชน การสรางมูลคาเพิม่ (value creation) การสราง brandname ใหเปนทีย่ อมรับใน ระดับสากล

58

59


2. ดำเนินกลยุทธการตลาดในเชิงรุก โดยเจาะถึงตลาดผูซื้อใน ตางประเทศ และศึกษาความตองการของผซู อื้ เพือ่ พัฒนาสินคา ใหสอดคลองกับความตองการ 3. นำเทคโนโลยีใหมๆ เขามาใชเพือ่ ยกระดับความสามารถในการ แขงขัน โดยเฉพาะเทคโนโลยีดา นสารสนเทศทีจ่ ะชวยอำนวย ความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ และใหความสำคัญกับเรือ่ ง การวิจยั และพัฒนา (R&D) ใหมากขึน้ เพือ่ สรางนวัตกรรมใหมๆ 4. พัฒนาและสรางความสัมพันธกับภาคเอกชนของประเทศ สมาชิกอาเซียนอืน่ เพือ่ สรางเครือขาย หรือพันธมิตรในการ ดำเนินธุรกิจ และสรางอำนาจในการเจรจาตอรองทางการคา 5. ศึกษากฎระเบียบในดานตางๆ ทีเ่ กีย่ วของใหเขาใจอยางถองแท และหากพบอุปสรรคเกี่ยวกับมาตรการกีดกันทางการคาให ประสานแจงหนวยงานภาครัฐทราบเพือ่ แกไขปญหาโดยเร็ว

60

การปรับตัวในเชิงรับ 1. เตรียมแผนการรองรับสำหรับสินคาทีไ่ มมศี กั ยภาพในการแขงขัน เชน การพัฒนาเทคโนโลยี การพัฒนาระบบบริหารจัดการ การ ทบทวน/วิเคราะหดา นกำลังคน เปนตน 2. พัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะแรงงานฝมอื และชางเทคนิค ให สอดคลองกับความตองการในแตละสาขาและระดับเทคโนโลยี ทีเ่ ปลีย่ นแปลงไป โดยเฉพาะการมีความรคู วามสามารถในการใช ICT ตรวจสอบกฎระเบียบทีไ่ มสอดคลองกับการเปดตลาด 3. ศึกษาลทู างการคาใหมๆ รวมถึงชองทางในดานธุรกิจอืน่ ๆ เพือ่ รองรับการเปลีย่ นแปลง 4. ทบทวนนโยบายการดำเนินธุรกิจใหมีความยืดหยุน รวมถึง พิจารณาความเปนไปไดในการรวมทุนกับผูประกอบการจาก ตางชาติเพือ่ เสริมสรางขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจ

61


ขอเสนอแนะสำคัญเพือ่ ใชประโยชนจากการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจของอาเซียน “ดูใหด…ี มีโอกาส”

ขอเสนอ 1. ใชประโยชนจากการลดภาษี สินคาภายใตกรอบอาเซียน

แนวทางดำเนินงาน - ศึกษารายการสินคาทีส่ ามารถไดรบั สิทธิประโยชนภายใต AFTA (สามารถเรี ย กดู ร ายการสิ น ค า ที่ ไ ด รั บ สิ ท ธิ Common Effective Preferential Tariff (CEPT) ของ ประเทศสมาชิกอาเซียนไดจาก (www.aseansec.org) - ขอรับสิทธิประโยชนการยกเวนภาษีสำหรับสินคาภายใต ความตกลงไดทกี่ รมการคาตางประเทศ (สามารถศึกษา รายละเอียดเพิม่ เติมไดที่ (www.dft.go.th) หมายเหตุ สินคาทีจ่ ะไดรบั สิทธิประโยชนจะตองมีแหลง กำเนิดสินคาในอาเซียน (รายละเอียดเรือ่ งแหลงกำเนิด สินคาสามารถติดตอสอบถามเพิ่มเติมไดที่กรมศุลกากร หรือ กรมการคาตางประเทศ)

2. ขยายตลาดการคาบริการไปยัง ประเทศสมาชิกอาเซียนอืน่

62

- วิเคราะหความสามารถในการแขงขันของธุรกิจ ทัง้ ในดาน ความพรอมของเทคโนโลยีและ know-how ศึกษาขอ กำหนด/กฎเกณฑ ข องประเทศสมาชิ ก อาเซี ย นใน สาขาบริการทีส่ นใจ รวมทัง้ ขอผูกพันในการเปดตลาดการ คาบริการภายใตอาเซียน (รายละเอียดการเปดตลาดการ คาบริการของประเทศสมาชิกอาเซียนสามารถสอบถาม ไดทสี่ ำนักเจรจาการคาบริการและการลงทุน กรมเจรจา การคาระหวางประเทศ Call center : 0-2507-7444 )

63


ขอเสนอ

64

แนวทางดำเนินงาน

3. ใชประโยชนจากการรวมกลมุ 12 สาขาสำคัญของอาเซียน (เกษตร/ ประมง/ ไม/ ยาง/ สิง่ ทอ/ ยานยนต/ อิเล็กทรอนิกส/ สุขภาพ/ เทคโนโลยีสารสนเทศ/ การทองเทีย่ ว/ การบิน/ โลจิสติกส)

- ศึกษาแผนงานการรวมกลมุ 12 สาขาสำคัญของอาเซียน (12 Priority Sectors) เพื่อใชประโยชนจากการลด อุปสรรคในดานภาษีและมาตรการที่มิใชภาษี รวมทั้ง มาตรการอำนวยความสะดวกทางการคาตางๆ ทัง้ นี้ สินคา ทีอ่ ยภู ายใตการรวมกลมุ 12 สาขาสำคัญ ไดลดภาษีเปน รอยละ 0 แลว ตัง้ แตวนั ที่ 1 มกราคม 2550 (รายละเอียด สามารถติดตอสอบถามเพิ่มเติมไดที่กรมเจรจาการคา ระหวางประเทศ)

4. การลงทุนในสาขาอุตสาหกรรม ทีม่ ศี กั ยภาพในประเทศ สมาชิกอาเซียนอืน่

- ศึกษารายละเอียดแผนงานการเปดตลาดดานการลงทุน ภายใตความตกลงเขตการลงทุนอาเซียน (AIA) ซึ่ง ประเทศสมาชิกอาเซียนเดิม 6 ประเทศ มีเปาหมายเปด เสรีภาคการลงทุนทัง้ หมดภายในป 2553 ในขณะทีส่ มาชิก อาเซียนใหมมคี วามยืดหยนุ ไดถงึ ป 2558 (รายละเอียด สาขาอุตสาหกรรมที่แตละประเทศนำมาเปดเสรีภายใต AIA สามารถสอบถามเพิ่ ม เติ ม ได ที่ สำนั ก งาน คณะกรรมการสงเสริมการลงทุน (BOI) หรือ สำนักเจรจา การคาบริการและการลงทุน กรมเจรจาการคาระหวาง ประเทศ)

5. การออกไปประกอบวิชาชีพยัง ประเทศสมาชิกอาเซียนอืน่

- บุคลากรในประเทศที่มีความสนใจจะออกไปประกอบ วิ ช าชี พ ด า นวิ ศ วกรและพยาบาลในประเทศสมาชิ ก อาเซียนอืน่ สามารถสอบถามขัน้ ตอนและแนวทางไดจาก สภาวิศวกร และสภาการพยาบาล ซึง่ ขณะนี้ ไดมกี ารจัด ทำขอตกลงยอมรับรวมกัน (MRA) ในสาขาวิชาชีพ ดังกลาวของอาเซียนแลว

6. การใชสทิ ธิประโยชนภายใต โครงการความรวมมือดาน

- ผูประกอบการสามารถขอใชสิทธิประโยชนเพื่อยกเวน/ ลดภาษีสำหรับสินคาที่นำเขาภายใตโครงการ AICO

ขอเสนอ

แนวทางดำเนินงาน

อุตสาหกรรมของอาเซียน (AICO)

ได จ ากสำนั ก งานเศรษฐกิ จ อุ ต สาหกรรม กระทรวง อุตสาหกรรม (รายละเอียดสามารถศึกษาเพิม่ เติมไดจาก www.oie.go.th)

7. การใชสทิ ธิประโยชนภายใต เขตการคาเสรีระหวางอาเซียน กับประเทศคเู จรจาตางๆ

- ผปู ระกอบการสามารถใชสทิ ธิประโยชนการลดภาษีสนิ คา ทีอ่ ยภู ายใตความตกลง FTA ระหวางอาเซียนกับประเทศ คเู จรจาตางๆ ซึง่ ขณะนีท้ เี่ จรจาแลวเสร็จและสามารถ ขอรับสิทธิประโยชนไดแลว คือ ภายใตกรอบอาเซียน-จีน และสำหรับกรอบ อาเซียน-ญีป่ นุ รวมทัง้ อาเซียน-เกาหลี คาดวาจะสามารถใชสทิ ธิประโยชนไดภานในตนป 2552 (รายละเอียดสามารถศึกษาไดที่ www.thaifta.com หรื อ สอบถามข อ มู ล เพิ่ ม เติ ม ได ที่ ก รมเจรจาการค า ระหวางประเทศ)

8. ใชประโยชนจากการจัดทำ มาตรฐานการยอมรับรวม (MRA) ในสินคาอุตสาหกรรม ของอาเซียน

- ศึกษากฎเกณฑ/ขอกำหนดในดานมาตรฐานสำหรับสินคา ที่อาเซียนไดจัดทำ MRA รวมกันแลวเพื่อลดขั้นตอน/ ระยะเวลาในการตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้ สินคาที่จัดทำ MRA แลวเสร็จ ไดแก เครือ่ งสำอาง ผลิตภัณฑไฟฟา และอิเล็กทรอนิกส (รายละเอียดสามารถสอบถามไดที่ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอตุ สาหกรรม www.tisi.go.th)

9. การแกไขปญหาดานการคาและ การลงทุนในกรอบอาเซียน

- ผปู ระกอบการทีป่ ระสบปญหาดานการคาและการลงทุน ภายใตเขตการคาเสรีอาเซียน (AFTA) สามารถแจง ปญหา/อุปสรรคใหหนวยงานภาครัฐทราบเพื่อแกไข ปญหาดังกลาว โดยสามารถติดตอไดทกี่ รมเจรจาการคา ระหวางประเทศในฐานะ National AFTA Unit ของไทย (www.dtn.go.th)

65


ขอมูลพืน้ ฐานราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia)

1. ขอมูลทัว่ ไป พืน้ ที่

เวลา

: GMT +7 เทากับประเทศไทย

ประชากร

: 14 ลานคน (ก.ค. 50) ประชากรรอยละ 80 อาศัยอยใู น ชนบท มีอตั ราเพิม่ ของประชากร 1.7% ตอป

เชือ้ ชาติ

: กัมพูชา 90% เวียดนาม 5% จีน 1% อืน่ ๆ 4%

ศาสนา

: พุทธศาสนานิกายเถรวาท 95% (มี 2 นิกายยอย ไดแก ธรรมยุตแิ ละมหานิกาย โดยมีสมเด็จพระสังฆราช 2 องค) ศาสนาอิสลาม (หรือเขมรจามซึง่ มีประมาณ 200,000 คน) และศาสนาคริสต

ภาษา

: ภาษาราชการ ไดแก ภาษาเขมร สวนภาษาทีใ่ ชงานทัว่ ไป ไดแก ภาษาอังกฤษ ฝรัง่ เศส เวียดนาม จีน และไทย

2. เครือ่ งชีว้ ดั ทางเศรษฐกิจ (2550)

ภูมอิ ากาศ

: รอนชืน้ มีฤดูฝนยาวนาน อุณหภูมโิ ดยเฉลีย่ 20-36 องศา เซลเซียส

ผลิตภัณฑมวลรวม

: 25.8 พันลานเหรียญสหรัฐ จำแนกเปนภาคเกษตรกรรม 33.7% ภาคอุตสาหกรรม 27.1% และภาคบริการ 39.1%

เมืองหลวง

: กรุงพนมเปญ (Phnom Penh) มีประชากรประมาณ 1,000,000 คน เปนแหลงการคา การลงทุนทีส่ ำคัญ : - กำปงจาม เปนเมืองทาการคา มีประชากร ประมาณ 1,513,500 คน

ผลิตภัณฑมวลรวมตอหัว

: 1,800 เหรียญสหรัฐ

เมืองสำคัญ

66

: 181,035 ตร.กม. (พืน้ ดิน 176,525 ตร.กม. พืน้ น้ำ 4,520 ตร.กม.) หรือมีขนาดประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศไทย กวาง 500 กม. ยาว 450 กม.

- เสียมราฐ เปนศูนยของการทองเทีย่ วและธุรกิจโรงแรม เนื่ อ งจากเปนที่ตั้งของ นครวัด นครธมซึ่งเปนสิ่ง มหัศจรรยของโลก - พระตะบอง เปนเมืองกระจายสินคา - เกาะกง เปนทีต่ งั้ ของทาเรือจามเยีย่ ม ซึง่ เปนเมืองทา ทีส่ ำคัญของประเทศ - สี ห นุ วิ ล ล (กำปงโสม) เป น เมื อ งท า การค า และ การทองเทีย่ ว

อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ : 8.5%

67


ขอมูลพืน้ ฐานเนการาบรูไน ดารุสซาลาม (Negara Brunei Darussalam)

3. การคาระหวางประเทศ (ป 2550) ประเทศคคู า ทีส่ ำคัญ

: สหรัฐอเมริกา ไทย จีน ฮองกง และสิงคโปร

มูลคาการสงออก

: 4.1 พันลานเหรียญสหรัฐ

สินคาสงออกทีส่ ำคัญ

: เครือ่ งนงุ หม ไมซงุ ยางพารา ขาว ปลา ใบยาสูบ รองเทา

แหลงสงออกทีส่ ำคัญ

: สหรัฐฯ (53.3%) ฮองกง (15.2%) เยอรมนี (6.6%) UK (4.3%)

มูลคาการนำเขา

: 5.3 พันลานเหรียญสหรัฐ

สินคานำเขาทีส่ ำคัญ

: ผลิ ต ภั ณ ฑ ป โ ตรเลี ย ม ยาสู บ ทองคำ วั ส ดุ ก อ สร า ง เครือ่ งจักร ยานพาหนะ เภสัชภัณฑ

แหลงนำเขาทีส่ ำคัญ

: ฮองกง (18.1%) จีน (17.5%) ไทย (13.93%) ไตหวัน (12.7%) เวียดนาม (9.0%)

สกุลเงิน

: เรียล (Riel หรือ KHR)

อัตราแลกเปลีย่ น

: อัตราแลกเปลี่ยน 4,085 เรียล/1 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 118.4 เรียล/1 บาท

1. ขอมูลทัว่ ไป

68

พืน้ ที่

: 5,765 ตารางกิโลเมตร โดยพืน้ ที่ 70% เปนปาเขตรอน

ภูมอิ ากาศ

: อากาศโดยทัว่ ไปคอนขางรอนชืน้ มีปริมาณฝนตกคอนขาง มาก และมีอณ ุ หภูมิ อบอนุ โดยมีอณ ุ หภูมเิ ฉลีย่ 28 องศา เซลเซียส

เมืองหลวง

: กรุงบันดารเสรีเบกาวัน (Bandar Seri Begawan)

เวลา

: +8 GMT เร็วกวาประเทศไทย 1 ชัว่ โมง

ประชากร

: 379,444 คน (2549) มีอัตราการเติบโตของประชากร 1.9% ตอป

เชือ้ ชาติ

: มาเลย 67% จีน 15% ชาวพืน้ เมือง 6% อืน่ ๆ 12% 69


ศาสนา

: อิสลาม 67% พุทธ 13% คริสต 10% และอืน่ ๆ 10%

ภาษา

: ภาษามาเลย (Malay หรือ Bahasa Malayu) เปนภาษา ราชการ รองลงมาเปนภาษาอังกฤษและจีน

ขอมูลพืน้ ฐานประเทศมาเลเซีย (Malaysia)

2. เครือ่ งชีว้ ดั ทางเศรษฐกิจ (2550) ผลิตภัณฑมวลรวมภายในประเทศ : 9.531 พันลานเหรียญสหรัฐ มาจากภาคเกษตร 0.9% ภาคอุตสาหกรรม 71.6% ภาคบริการ 27.5% ผลิตภัณฑมวลรวมตอหัว

: 25,600 เหรียญสหรัฐ

อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ : 0.4%

3. การคาระหวางประเทศ (2550)

70

มูลคาการสงออก

: 6.247 พันลานเหรียญสหรัฐ

สินคาสงออก

: น้ำมันดิบ กาซธรรมชาติ ปโตรเลียมกลัน่ เสือ้ ผา

แหลงสงออกสำคัญ

: ญีป่ นุ (36.8%) อินโดนีเซีย (19.3%) เกาหลีใต (12.7%) สหรัฐอเมริกา (9.5%) ออสเตรเลีย (9.3%)

มูลคาการนำเขา

: 1,481 พันลานเหรียญสหรัฐ

สินคานำเขาสำคัญ

: เครือ่ งจักรและอุปกรณการขนสง อาหาร เคมีภณ ั ฑ

พืน้ ที่

: 330,257 ตารางกิโลเมตร

แหลงนำเขาสำคัญ

: สิงคโปร (32.7%) มาเลเซีย (23.3%) ญี่ปุน (6.9%) สหราชอาณาจักร (5.3%) ไทย (4.5%) เกาหลีใต (4%)

ภูมอิ ากาศ

สกุลเงิน

: ดอลลารบรูไน (Bruneian Dollar : BND)

: เขตรอนชืน้ มีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใตในเดือน เม.ย.-ต.ค. และตะวันออกเฉียงเหนือในเดือน ต.ค.-ก.พ. อุณหภูมเิ ฉลีย่ 28 องศาเซลเซียส

อัตราการแลกเปลีย่ น

: 1,558 ดอลลารบรูไน/1 เหรียญสหรัฐ (2549) หรือ ประมาณ 22.98 บาท/1 ดอลลารบรูไน

เมืองหลวง

: กรุงกัวลาลัมเปอร (Kuala Lumpur)

เมืองสำคัญ

: เมืองปุตราจายา (Putrajaya) เปนเมืองราชการ

เวลา

: GMT + 8 เร็วกวาประเทศไทย 1 ชัว่ โมง

1. ขอมูลทัว่ ไป

71


ประชากร

: 26.24 ลานคน (2550) มีอตั ราการเพิม่ ประชากร 1.76%

มูลคาการนำเขา

: 147.1 พันลานเหรียญสหรัฐ

เชือ้ ชาติ

: มาเลย 50.4% จีน 23.% ชนพื้นเมือง 11% อินเดีย 7.1% อืน่ ๆ 7.8%

สินคานำเขาสำคัญ

: อิเล็กทรอนิกส เครือ่ งจักร ผลิตภัณฑปโ ตรเลียม เหล็ก และ ผลิตภัณฑ เหล็กกลา พลาสติก ผลิตภัณฑเคมี ยานพาหนะ

ศาสนา

: อิสลาม 60.4% พุทธ 19.2% คริสต 11.6% ฮินดู 6.3% อืน่ ๆ 2.5%

แหลงนำเขาสำคัญ

: ญี่ ปุ น (13.0%) จี น (12.9%) สิ ง คโปร (11.5%) สหรัฐอเมริกา (10.9%) ไทย (5.4%)

ภาษา

: Bahasa Melayu เป น ภาษาราชการ อั ง กฤษ จี น (Cantonese, Mandarin, Hokkien, Hakka, Hainan, Foochow) Telugu Malayalam Panjabi ไทย และ ทางตะวันออก มีภาษาทองถิน่ จำนวนมาก สวนใหญพดู ภาษา Iban และ Kadazan

สกุลเงิน

: ริงกิต (Ringgits : MYR)

อัตราการแลกเปลีย่ น

: 3.75 ริงกิต/1เหรียญสหรัฐ หรือ 10.65 บาท/1 ริงกิต

2. เครือ่ งชีว้ ดั ทางเศรษฐกิจ (2550) ผลิตภัณฑมวลรวมภายในประเทศ : 165.0 พันลานเหรียญสหรัฐ มาจากภาคเกษตร 8.4% ภาค อุตสาหกรรม 48% ภาคบริการ 43.6% ผลิตภัณฑมวลรวมตอหัว

: 6,146 เหรียญสหรัฐ

อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ : 5.3%

3. การคาระหวางประเทศ (2550)

72

มูลคาการสงออก

: 176.3 พันลานเหรียญสหรัฐ

สินคาสงออกศำคัญ

: เครือ่ งจักรอิเล็กทรอนิกส เครือ่ งจักรกล ปโตรเลียม และ กาซธรรมชาติเหลว ไมและผลิตภัณฑไม น้ำมันปาลม ยางพารา สิง่ ทอ ผลิตภัณฑเคมี

แหลงสงออกสำคัญ

: สหรัฐอเมริกา (15.6%) สิงคโปร (14.6%) ญีป่ นุ (9.1%) จีน (8.8%) ไทย (5.0%)

73


ขอมูลพืน้ ฐานราชอาณาจักรไทย (Kingdom of Thailand)

ประชากร เชือ้ ชาติ ศาสนา ภาษา

: : : :

63 ลานคน (2550) มีอตั ราการเพิม่ ประชากร 0.82% ไทย (75%) จีน (14%) อืน่ ๆ (11%) ���ุทธ (94.6%) อิสลาม (4.6%) คริสต (0.7%) อืน่ ๆ (0.1%) ไทย อังกฤษ ภาษาทองถิน่

2. เครือ่ งชีว้ ดั ทางเศรษฐกิจ (2550) ผลิตภัณฑมวลรวมภายในประเทศ : 245.5 พันลานเหรียญสหรัฐ จากภาคเกษตร 10.7% ภาคอุตสาหกรรม 44.6% ภาคบริการ 44.7% ผลิตภัณฑมวลรวมตอหัว : 3,720 เหรียญสหรัฐ อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ : 4.8%

3. การคาระหวางประเทศ (2550) มูลคาการสงออก สินคาสงออกสำคัญ

1. ขอมูลทัว่ ไป

74

พืน้ ที่

: 513,254 ตารางกิโลเมตร

ภูมอิ ากาศ

: เขตรอนชืน้ มี 3 ฤดู ไดแก ฤดูรอ นเริม่ ตัง้ แตเดือน ก.พ.เม.ย. ฤดูฝนในชวง เดือน พ.ค.-ต.ค. ฤดูหนาวจะเริม่ ตน เดือน พ.ย.-ม.ค. พื้นที่ทั้งหมดอยูภายใตอิทธิพลของ ลมมรสุม คือ มรสุมตะวันตกเฉียงใตจากแถบมหาสมุทร อินเดียใน ฤดูฝน และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจาก ทะเลจีนใตในฤดูหนาว อุณหภูมเิ ฉลีย่ ตลอดป ประมาณ 18-34 องศาเซลเซียส

เมืองหลวง

: กรุงเทพมหานคร (Bangkok)

เวลา

: GMT+7

แหลงสงออกสำคัญ มูลคาการนำเขา สินคานำเขาสำคัญ

แหลงนำเขาสำคัญ สกุลเงิน อัตราแลกเปลีย่ น

: 163.5 พันลานเหรียญสหรัฐ : เครื่องคอมพิวเตอร อุปกรณและสวนประกอบ รถยนต อุปกรณและ สวนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป อัญมณีและ เครือ่ งประดับ ยางพารา : สหรัฐอเมริกา (13.2%) ญีป่ นุ (12.7%) จีน (8.9%) ฮองกง (4.7%) : 151.7 พันลานเหรียญสหรัฐ : น้ำมันดิบ เครือ่ งจักรกลและสวนประกอบ เคมีภณ ั ฑ เครือ่ ง จักรไฟฟา และสวนประกอบ เหล็ก เหล็กกลาและ ผลิตภัณฑ แผงวงจรไฟฟา : ญีป่ นุ (20.7%) จีน (11.5%) สหรัฐอเมริกา (7.0%) มาเลเซีย (6.3%) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส (4.4%) : บาท (Baht : THB) : 31.5 บาท/1 เหรียญสหรัฐ (มี.ค. 51) 75


ขอมูลพืน้ ฐานสหภาพพมา (Union of Myanmar)

: เมียวดี เมืองคาขายสินคาชายแดนกับไทย ตรงขาม อ.แมสอด จ.ตาก : ทาขี้เหล็ก เมืองคาขายสินคาชายแดนกับไทย ตรงขาม อ.แมสาย จ.เชียงราย : เกาะสอง เมืองคาขายสินคาชายแดนกับไทย ตรงขาม จ. ระนอง : มูเซ เมืองคาขายสินคาชายแดนกับจีน ตรงขามเมืองลุยลี่

1. ขอมูลทัว่ ไป พืน้ ที่

: 678,500 ตร.กม. ประมาณ 1.3 เทาของไทย

ภูมอิ ากาศ

: มรสุมเขตรอน

เมืองหลวง

: เมืองเนปดอ (Naypyidaw) เปนเมืองหลวงใหมตั้งอยู ตอนกลางของประเทศ อยหู า งจากกรุงยางกงุ ไปทางตอน เหนือราว 320 กม.

เมืองสำคัญ

: ยางกงุ เมืองหลวงเกาของประเทศ และเปนเมืองศูนยกลาง การคมนาคม : มัณฑะเลย ศูนยกลางธุรกิจการคาในประเทศทางตอนบน

76

เวลาทองถิน่

: GMT+6.30 (เร็วกวาประเทศไทย 30 นาที)

ประชากร

: 47.4 ลานคน (ก.ค. 50) มีอตั ราการเพิม่ ประชากร 0.8% (ป 2550)

เชือ้ ชาติ

: มีเผาพันธุ 135 เผาพันธุ ประกอบดวยเชื้อชาติหลักๆ 8 กลมุ คือ พมา (68%) ไทยใหญ (8%) กะเหรีย่ ง (7%) ยะไข (4%) จีน (3%) มอญ (2%) อินเดีย (2%)

ศาสนา

: สวนใหญชาวพมานับถือศาสนาพุทธ 90% ศาสนาคริสต 4% ศาสนาอิสลาม 3% ศาสนาฮินดู 0.7% นับถือผี ไสยศาสตร 2.3%

ภาษา

: รอยละ 85 ใชภาษาพมา นอกนัน้ รอยละ 15 พูดภาษา กระเหรีย่ ง มอญ จีนกลาง ภาษาราชการคือภาษาพมา

2. เครือ่ งชีว้ ดั ทางเศรษฐกิจ (2550) ผลิตภัณฑมวลรวมภายในประเทศ : 91.1 พันลานเหรียญสหรัฐ จำแนกเปน ภาคเกษตรกรรม 53.9% ภาคอุตสาหกรรม 10.6% ภาคบริการ 35.5% ผลิตภัณฑมวลรวมตอหัว

: 1,900 เหรียญสหรัฐ

อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ : 3.56%

77


ขอมูลพืน้ ฐานสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (The Socialist Republic of Vietnam)

3. การคาระหวางประเทศ (2550) มูลคาการสงออก

: 6.6 พันลานเหรียญสหรัฐ

สินคาสงออกสำคัญ

: กาซธรรมชาติ ไมและผลิตภัณฑ ถัว่ ตางๆ สินคาประมง ขาว

แหลงสงออกสำคัญ

: ไทย (48.8%) อินเดีย (12.7%) จีน (5.2%) ญีป่ นุ (5.2%) (2549)

มูลคาการนำเขา

: 2.6 พันลานเหรียญสหรัฐ

สินคานำเขาสำคัญ

: ผาผืน ผลิตภัณฑปโ ตรเลียม ปยุ พลาสติก เครือ่ งจักรกล อุปกรณการขนสง

แหลงนำเขาสำคัญ

: จีน (35.1%) ไทย (22.1%) สิงคโปร (16.4%) มาเลเซีย (4.8%) (2549)

สกุลเงิน

: จาต (Kyat : MMK) = 100 Pyas

อัตราแลกเปลีย่ น (ทางการ)

: 6 จ็าด/1 เหรียญสหรัฐ

อัตราแลกเปลีย่ น (ไมเปนทางการ) : 1,305 จ็าด/1 เหรียญสหรัฐ : 37.8 จาด/1 บาท

78

1. ขอมูลทัว่ ไป พืน้ ที่

: 331,689 ตารางกิโลเมตร หรือ 0.645 เทาของประเทศ ไทย

ภูมอิ ากาศ

: มีความแตกตางตามลักษณะทางพื้นที่ภูมิศาสตรของ เวียดนาม คือ ภาคเหนือมี อากาศคอนขางหนาวเย็น แบง ออกเปน 4 ฤดู ไดแก ฤดูใบไมผลิ ฤดูรอ น ฤดูใบไมรว ง และฤดูหนาว ขณะที่ภาคกลางและภาคใตมีสภาพภูมิ อากาศที่ คอนขางรอนตลอดทัง้ ป ซึง่ มีเพียง 2 ฤดู ไดแก ฤดูฝนและฤดูแลง

เมืองหลวง

: กรุงฮานอย (Hanoi) 79


เมืองสำคัญ

ประชากร

80

: - เมืองไฮฟอง (Hai Phong) เปนเมืองทาทีส่ ำคัญ และ เขตอุตสาหกรรมหนัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมตอเรือ เคมีภณ ั ฑและวัสดุกอ สราง - เมืองกวางนินห (Quang Ninh) เปนเมืองทีอ่ ดุ มสมบูรณ ดวยทรัพยากรธรรมชาติ ปาไมและเปนแหลงถานหิน ทีใ่ หญทสี่ ดุ ของประเทศ - เมืองเว (Hue) เปนเมืองประวัติศาสตรและแหลง ทองเทีย่ วทีส่ ำคัญ - เมืองกวางนัม-ดานัง (Quang Nam-Da Nang) เปน ศูนยกลางทางธุรกิจการคา และการทองเทีย่ ว - นครโฮจิมนิ ห (Ho Chi Minh City) เปนศูนยกลาง ทางธุรกิจการคา และเมืองทาสำคัญ - เมืองดองไน (Dong Nai) เปนเมืองทีเ่ ปนทีต่ งั้ ของนิคม อุตสาหกรรมมากทีส่ ดุ ของประเทศและเปนแหลงผลิต วัตถุดบิ เกษตรเพือ่ ปอนอุตสาหกรรมการเกษตร เชน ยางพารา ถัว่ เหลือง กาแฟ ขาวโพด ออยและยาสูบ - เมืองเกิ่นเธอ (Can Tho) เปนเมืองอุตสาหกรรม แปรรูปอาหารและแหลงเพาะปลูกขาวที่ใหญที่สุด ของประเทศ - เมืองเตีย่ งยาง (Tien Giang) เปนแหลงผลิตขาวและ ผลไมตา งๆ เชน ทุเรียน มะมวง และผลไมเมืองรอน ชนิดอืน่ ๆ - เมืองบาเรีย-วงุ เตา (Ba Ria-Vuang Tau) เปนเมืองที่ มีการผลิตน้ำมันดิบ และกาซธรรมชาติ รวมทั้งเปน เมืองตากอากาศชายทะเลทีส่ ำคัญของเวียดนาม : 85.3 ลานคน (ก.ค. 2550) มีอัตราการเพิ่มประชากร 1.0% ตอป

เชือ้ ชาติ

: เวียดนาม 85-90% ที่เหลือเปน จีน ไทย เขมรและ ชาวเขาเผาตางๆ

ศาสนา

: พุทธนิกายมหายานรอยละ 70 ทีเ่ หลือนับถือศาสนาคริสต ซึง่ สวนใหญนบั ถือ นิกายโรมันคาทอลิก ศาสนาอิสลาม และความเชือ่ ทีส่ บื ทอดมาจากบรรพบุรษุ

2. เครือ่ งชีว้ ดั ทางเศรษฐกิจ (2550) ผลิตภัณฑมวลรวมภายในประเทศ : 222.5 พันลานเหรียญสหรัฐ มาจากภาคเกษตรกรรม 19.4% ภาคอุตสาหกรรม 42.3% และภาคบริการ 38.3% ผลิตภัณฑมวลรวมตอหัว

: 2,600 เหรียญสหรัฐ

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ

: 8.2%

3. การคาระหวางประเทศ (2550) มูลคาการสงออก

: 49.9 พันลานเหรียญสหรัฐ

สินคาสงออกทีส่ ำคัญ

: น้ำมันดิบ ผลิตภัณฑประมง ขาว กาแฟ ยางพารา ชา เสือ้ ผาสำเร็จรูป รองเทา

ตลาดสงออกทีส่ ำคัญ

: สหรัฐอเมริกา (21.1%) ญี่ปุน (12.3%) ออสเตรเลีย (9.4%) จีน (5.7%) เยอรมนี (4.5%)

มูลคาการนำเขา

: 52.0 พันลานเหรียญสหรัฐ

สินคานำเขาทีส่ ำคัญ

: เครือ่ งจักร ผลิตภัณฑปโ ตรเลียม ปยุ ผลิตภัณฑเหล็ก ฝาย เมล็ดธัญพืช ปูนซีเมนต จักรยานยนต

แหลงนำเขาทีส่ ำคัญ

: จีน (17.7%) สิงคโปร (12.9%) ไตหวัน (11.5%) ญีป่ นุ (9.8%)

สกุลเงิน

: ดอง (Dong : VND)

อัตราการแลกเปลีย่ น

: 16,119 ดอง/1 เหรียญสหรัฐ หรือ 467.2 ดอง/1 บาท 81


ขอมูลพืน้ ฐานสาธารณรัฐฟลปิ ปนส (The Republic of the Philippines)

เมืองหลวง

: กรุงมะนิลา (Metro Manila)

เมืองสำคัญ

: เซบู ดาเวา บาเกียว

เวลาทองถิน่

: GMT+8 (เร็วกวาประเทศไทย 1 ชัว่ โมง)

ประชากร

: 91 ลานคน (2550) มีอตั ราการเพิม่ ของประชากร 1.8% (2549)

เชือ้ ชาติ

: ตากาล็อก 28.1% Cebuano 13.1% Ilocano 9% Bisaya/Binisaya 7.6% Hiligaynon Ilonggo 7.5% Bikol 6% Waray 3.4% อืน่ ๆ 25.3%

ศาสนา

: ฟลิปปนสเปนประเทศที่มีประชากรนับถือศาสนาคริสต นิกายโรมันคาทอลิก อันดับ 4 ของโลก นิกายโปรเตสแตนต อันดับ 13 ของโลก ศาสนาอิสลามอันดับที่ 40 ของโลก ศาสนาฮินดูอนั ดับที่ 7 ของโลก และพระพุทธศาสนาอันดับ ที่ 17 ของโลก 92% ของชาวฟลิปปนสทั้งหมดนับถือ ศาสนาคริสต โดย 83% นับถือนิกายโรมันคาทอลิก และ 9% เปนนิกายโปรเตสแตนต

ภาษา

: ภาษาราชการ คือ ภาษาอังกฤษ และภาษาตากาลอก (ภาษาฟลปิ โ น) มีการใชภาษามากกวา 170 ภาษา โดย สวนมากเกือบทัง้ หมดนัน้ เปนตระกูลภาษา ยอยมาลาโยโปลินเี ซียนตะวันตก สวนภาษาตางประเทศอืน่ ๆ ทีใ่ ชกนั มากใน ฟลปิ ปนสมที งั้ หมด 8 ภาษา ไดแก สเปน จีน ฮกเกีย้ น จีนแตจวิ๋ อินโดนีเซีย ซินด ปญจาบ เกาหลี และ อาหรับ

1. ขอมูลทัว่ ไป

82

พืน้ ที่

: พื้นที่ดิน 298,170 ตารางกิโลเมตร ประกอบดวยเกาะ ขนาดตางๆ 7,107 เกาะ เกาะทีส่ ำคัญไดแก เกาะลูซอน (Luzon) หมเู กาะวิสซายา (Visayas) และเกาะมินดาเนา (Mindanao)

ภูมอิ ากาศ

: มรสุมเขตรอน ไดรบั ความชมุ ชืน้ จากลมมรสุมทัง้ 2 ฤดู ชวงระหวาง พ.ย.- เม.ย. มีมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ระหวาง พ.ค.-ต.ค. มีมรสุมตะวันตกเฉียงใต ไดรับ ฝนจากลมพายุไตฝนุ และดีเปรสชัน่ บริเวณทีฝ่ นตกมาก ทีส่ ดุ คือ เมืองบาเกียว เปนเมืองทีฝ่ นตกมากทีส่ ดุ ในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต

2. เครือ่ งชีว้ ดั ทางเศรษฐกิจ (2550) ผลิตภัณฑมวลรวมภายในประเทศ : 142.3 พันลานเหรียญสหรัฐ มาจากภาคบริการ 48.4% ภาค อุตสาหกรรม 32.8% เกษตรกรรม 18.8% ผลิตภัณฑมวลรวมตอหัว

: 1,563 เหรียญสหรัฐ 83


สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) (The Lao People’s Democratic Republic or Lao PDR)

อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ : 7.3%

3. การคาระหวางประเทศ (2550) มูลคาการสงออก

: 96.1 พันลานเหรียญสหรัฐ

สินคาสงออกทีส่ ำคัญ

: ผลิตภัณฑอเิ ล็กทรอนิกส เครือ่ งจักรกล เสือ้ ผาสำเร็จรูป

ตลาดสงออกทีส่ ำคัญ

: สหรัฐอเมริกา (17.1%) ญีป่ นุ (14.5%) ฮองกง (11.6%) จีน (11.4%) เนเธอรแลนด (8.2%)

มูลคาการนำเขา

: 50.3 พันลานเหรียญสหรัฐ

สินคานำเขาทีส่ ำคัญ

: ชิน้ สวนอิเล็กทรอนิกส เครือ่ งจักรกล น้ำมันเชือ้ เพลิง เครือ่ ง จักรกล เหล็ก ยานพาหนะ และพลาสติก

แหลงนำเขาทีส่ ำคัญ

: สหรัฐอเมริกา (14.4%) ญีป่ นุ (12%) สิงคโปร (11.5%) ไตหวัน (7.4%) จีน (7.3%) ซาอุดอิ ารเบีย (6.7%)

สกุลเงิน

: ฟลปิ ปนส เปโซ (Philippine peso : PHP)

อัตราแลกเปลีย่ น

: 48.3 เปโซ/1 เหรียญสหรัฐ หรือ 1.5 เปโซ/1 บาท (มี.ค.51)

1. ขอมูลทัว่ ไป

84

พืน้ ที่

: 236,800 ต.ร.กม. หรือประมาณครึง่ หนึง่ ของประเทศไทย

ภูมอิ ากาศ

: แบบเขตรอน มีฝนตกชุกระหวาง พ.ค.-ก.ย. อุณหภูมิ เฉลี่ ย ที่ น ครหลวง เวี ย งจั น ทน 25 องศาเซลเซี ย ส (ม.ค.) และ 36-37 องศาเซลเซียส (เม.ย.) ปริมาณฝน เฉลีย่ 1,715 ม.ม.ตอป

เมืองหลวง

: นครหลวงเวี ย งจั น ทน อยู ต รงข า มจั ง หวั ด หนองคาย มีประชากร 606,000 คน

เมืองสำคัญ

: แขวงสะหวันนะเขต มีประชากรมากที่สุดในประเทศ 690,000 คน อยู ต รงข า ม จั ง หวั ด มุ ก ดาหาร 85


แขวงจำปาสัก มีประชากรมากเปนอันดับสาม 500,000 คน มี พื้ น ที่ ติ ด ต อ กั บ จั ง หวั ด อุ บ ลราชธานี แขวงคำม ว น มีประชากร 280,000 คน และมีปาไมและแรธาตุอุดม สมบูรณ อยตู รงขามจังหวัดนครพนม เวลา

: GMT+7 เทากับประเทศไทย

ประชากร

: 6.5 ลานคน (ก.ค. 50) มีอตั ราการเพิม่ ประชากร 2.4% ตอป

เชือ้ ชาติ

: ลาวลมุ รอยละ 68 ลาวเทิง รอยละ 22 ลาวสูง รอยละ 9 และอืน่ ๆ รวม ประมาณ 68 ชนเผา

ศาสนา

: ศาสนาพุทธ 75% นับถือผี 16-17% คริสต ประมาณ 100,000 คน อิสลาม ประมาณ 300 คน

ภาษา

: ภาษาราชการ ไดแก ภาษาลาว ภาษาทีใ่ ชในการติดตอ ธุรกิจ ไดแก ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรัง่ เศส

มูลคาการนำเขา

: 1.2 พันลานเหรียญสหรัฐ

สินคานำเขาทีส่ ำคัญ

: เครือ่ งจักร ยานพาหนะ ผลิตภัณฑปโ ตรเลียม สินคาอุปโภค บริโภค

แหลงนำเขาทีส่ ำคัญ

: ไทย (69.0%) จีน (11.4%) เวียดนาม (5.6%) (2549)

สกุลเงิน

: กีบ (Kip : LAK)

อัตราการแลกเปลีย่ น

: 9,658 กีบ/1 เหรียญสหรัฐ หรือ 280 กีบ/1 บาท

2. เครือ่ งชีว้ ดั ทางเศรษฐกิจ (ป 2550) ผลิตภัณฑมวลรวมภายในประเทศ : 12.6 พันลานเหรียญสหรัฐ มาจากภาคเกษตรกรรม 49% ภาคอุตสาหกรรม 26% และภาคบริการ 25% ผลิตภัณฑมวลรวมตอหัว

: 570 เหรียญสหรัฐตอป

อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

: 7.0%

3. การคาระหวางประเทศ (ป 2550)

86

มูลคาการสงออก

: 720.9 ลานเหรียญสหรัฐ

สินคาสงออกทีส่ ำคัญ

: เครือ่ งนงุ หม ไมและผลิตภัณฑ กาแฟ กระแสไฟฟา ดีบกุ

แหลงสงออกทีส่ ำคัญ

: ไทย (41.0%) เวียดนาม (9.7%) จีน (4.1%) มาเลเซีย (4.0%) (2549) 87


ขอมูลพืน้ ฐานสาธารณรัฐสิงคโปร (The Republic of Singapore)

ภาษา

: ภาษาประจำชาติ คือ ภาษามาเลย ภาษาทีใ่ ชเปนทางการ คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาราชการมี 4 ภาษา คือ ภาษา มาเลย จีนกลาง ทมิฬ และอังกฤษ

2. เครือ่ งชีว้ ดั ทางเศรษฐกิจ (2550) ผลิตภัณฑมวลรวมภายในประเทศ : 147.5 พันลานเหรียญสหรัฐ ภาคอุตสาหกรรม 26.8% ภาคธุรกิจบริการ 12.6% การคมนาคมและการสื่อสาร 11.9% ภาคการเงิน 10.8% กอสรางและสาธารณูปโภค 3.6% อืน่ ๆ 34.3 ผลิตภัณฑมวลรวมตอหัว

: 32,074 เหรียญสหรัฐ

อัตราการเจริญเติบโต

: 7.5%

3. การคาระหวางประเทศ (2550)

1. ขอมูลทัว่ ไป

88

มูลคาการสงออก

: 450.6 พันลานเหรียญสหรัฐ

สินคาสงออกทีส่ ำคัญ

: เครือ่ งจักรกล เครือ่ งใชไฟฟา เคมีภณ ั ฑ เสือ้ ผา

ตลาดสงออกทีส่ ำคัญ

: มาเลเซีย (12.9%) ฮองกง (10.5%) อินโดนีเซีย (9.8%) จีน (9.7%) สหรัฐอเมริกา (10.0%)

มูลคาการนำเขา

: 395.9 พันลานเหรียญสหรัฐ

สินคานำเขาทีส่ ำคัญ

: เครือ่ งจักรกล ชิน้ สวนอุปกรณไฟฟา น้ำมันดิบ เคมีภณ ั ฑ เสือ้ ผา

แหลงนำเขาทีส่ ำคัญ

: มาเลเซีย (13.1%) สหรัฐอเมริกา (12.3%) จีน (12.1%) ญีป่ นุ (8.2%)

พืน้ ที่

: 699.0 ตารางกิโลเมตร

ภูมอิ ากาศ

: อากาศรอนชืน้ และฝนตกตลอดทัง้ ป

เมืองหลวง

: สิงคโปร

เวลา

: GMT+8 (เร็วกวาประเทศไทย 1 ชัว่ โมง)

ประชากร

: 4.6 ลานคน (2550) มีอตั ราการเพิม่ ของประชากร 3.3%

เชือ้ ชาติ

: จีน 76% มาเลย 14% อินเดีย 8.3% และอืน่ ๆ 1.7%

สกุลเงิน

: สิงคโปรดอลลาร (SGD)

ศาสนา

: พุทธ (42.5%) อิสลาม (14.9%) คริสต (14.5%) ฮินดู (4%)

อัตราแลกเปลีย่ น

: 1.44 เหรียญสิงคโปร/1 เหรียญสหรัฐ หรือ 21.9 บาท/ 1 เหรียญสิงคโปร 89


ขอมูลพืน้ ฐานสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia)

ศาสนา

: อิสลาม 87% คริสตนกิ ายโปรแตสแตนท 6% คริสตนกิ าย แคทอลิก 3.5% ฮินดู 1.8% และพุทธ 1.3%

ภาษา

: Bahasa Indonesia เปนภาษาราชการ (ดัดแปลงมาจาก ภาษามาเลย) อังกฤษ ดัทช และภาษาพืน้ เมืองกวา 583 ภาษา (สวนใหญพดู ภาษาจาวา)

2. เครือ่ งชีว้ ดั ทางเศรษฐกิจ (2550) ผลิตภัณฑมวลรวมภายในประเทศ : 935 พันลานเหรียญสหรัฐ มาจากภาคเกษตรกรรม 13.1% ภาคอุตสาหกรรม 46% และภาคบริการ 41% ผลิตภัณฑมวลรวมตอหัว

: 4,684 เหรียญสหรัฐ

อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ : 6.2%

3. การคาระหวางประเทศ (2550) 1. ขอมูลทัว่ ไป

90

มูลคาการสงออก

: 118.4 พันลานเหรียญสหรัฐ

พืน้ ที่

: 1,919,440 ตารางกิโลเมตร (พืน้ ดิน 1,826,440 ตาราง กิโลเมตร และพืน้ น้ำ 93,000 ตารางกิโลเมตร

สินคาสงออกสำคัญ

: น้ำมันและกาซ เครื่องใชไฟฟา ไมอัด เสื้อผาสำเร็จรูป ยางพารา

ภูมอิ ากาศ

: เขตรอนชืน้ แบบศูนยสตู ร มี 2 ฤดู คือ ฤดูแลง (พ.ค.ต.ค.) และฤดูฝน (พ.ย.-เม.ย.)

แหลงสงออกสำคัญ

: ญีป่ นุ (21.6%) สหรัฐฯ (11.2%) สิงคโปร (8.9%) จีน (8.3%) เกาหลีใต (7.6%)

เมืองหลวง

: จาการตา (Jakarta)

มูลคาการนำเขา

: 86.24 พันลานเหรียญสหรัฐ

เมืองสำคัญ

: สุราบายา บันดุง เมดาน บาหลี

สินคานำเขาสำคัญ

: เครือ่ งจักรและอุปกรณ เคมีภณ ั ฑ น้ำมันและกาซ อาหาร

เวลา

: GMT +7 เวลาเทาประเทศไทย

แหลงนำเขาสำคัญ

ประชากร

: 240 ลานคน (61% อาศัยอยบู นเกาะชวา) มีอตั ราการ เพิม่ ประชากร 1.41%

: สิงคโปร (16.4%) ญีป่ นุ (9%) จีน (10.9%) สหรัฐฯ (6.7%) เกาหลีใต (7.6%)ไทย (6%)

สกุลเงิน

: รูเปยห (Indonesian Rupiah : IDR)

เชือ้ ชาติ

: จาวา 40.6% ซุนดา 15% มาดู 3.3% มาเลย 7.5% อืน่ ๆ 26%

อัตราแลกเปลีย่ น

: 9,056 รูเปย���/1 เหรียญสหรัฐ 91


92

93


พิมพเขียวเพือ่ เรงรัดการจัดตัง้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ความเปนมา 1. ผนู ำอาเซียนไดประกาศวิสยั ทัศนอาเซียน 2020 (ASEAN Vision 2020) ในการประชุมสุดยอดอาเซียนเมื่อเดือนธันวาคม 1997 ณ กรุง กัวลาลัมเปอร ทีจ่ ะเปลีย่ นแปลงอาเซียนไปสภู มู ภิ าคทีม่ นั่ คง มัง่ คัง่ และ มีขดี ความสามารถในการแขงขัน พรอมพัฒนาเศรษฐกิจทีเ่ ทาเทียมกัน ลดความยากจน และความแตกตางในดานสังคมและเศรษฐกิจ 2. ในการประชุมสุดยอดอาเซียนเมือ่ เดือนตุลาคม 2003 ณ เกาะบาหลี ผนู ำอาเซียนไดประกาศแถลงการณบาหลี ฉบับที่ 2 ทีต่ งั้ เปาหมาย การดำเนินการไปสปู ระชาคมอาเซียน ภายในป 2020 ซึง่ ประกอบ ดวยการดำเนินงานใน 3 เสาหลัก ไดแก ความัน่ คง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ทัง้ นี้ ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครัง้ ที่ 11 เมือ่ ป 2548 ผนู ำอาเซียนมอบหมายใหรฐั มนตรีเศรษฐกิจอาเซียนหารือถึง ความเปนไปไดทจี่ ะเรงรัดการจัดตัง้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนใหเร็ว ขึน้ อีก 5 ป เปนภายในป 2015 จากเดิมทีก่ ำหนดไวในป 2020 3. ดวยเหตุนี้ ทีป่ ระชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนเมือ่ เดือนสิงหาคม 2006 ณ ประเทศมาเลเซีย จึงไดเห็นชอบทีจ่ ะจัดทำพิมพเขียวซึง่ เปนแผนงาน ในเชิงบูรณาการเพือ่ เรงรัดการจัดตัง้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดย ระบุคุณลักษณะและองคประกอบสำคัญของประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียนที่จะจัดตั้งขึ้นภายในป 2015 ซึ่งสอดคลองกับแถลงการณ บาหลี ฉบับที่ 2 โดยระบุเปาหมายและกรอบระยะเวลาในการดำเนิน มาตรการตางๆ พรอมทัง้ ความยืดหยนุ ทีจ่ ะตกลงกันลวงหนาในการ ดำเนินงานตามแผนงานสำหรับประเทศสมาชิกทัง้ 10 ประเทศ 4. ลาสุดในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครัง้ ที่ 12 ผนู ำอาเซียนประกาศ แสดงเจตนารมณตามแถลงการณเซบู ทีจ่ ะเรงรัดการจัดตัง้ ประชาคม อาเซียนภายในป 2015 จากเดิมทีร่ ะบุไวในป 2020 ตามวิสยั ทัศน 94

95


อาเซียน 2020 และแถลงการณบาหลี ฉบับที่ 2 โดยในดานเศรษฐกิจ ผนู ำอาเซียนไดเห็นชอบทีจ่ ะเรงรัดการจัดตัง้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพือ่ ใหอาเซียนเปนภูมภิ าคทีม่ กี ารเคลือ่ นยายสินคา บริการ การลงทุน แรงงานฝมอื อยางเสรี และ มีการเคลือ่ นยายเงินทุนทีเ่ สรีมากขึน้ คุณลักษณะสำคัญของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 5. เปาหมายสุดทายของการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจตามทีร่ ะบุไวภายใต วิสยั ทัศนอาเซียน 2020 คือ การดำเนินการไปสกู ารเปนประชาคม เศรษฐกิ จ อาเซี ย น ซึ่ ง จะตั้ ง อยู บ นพื้ น ฐานของการประสาน ผลประโยชนของประเทศสมาชิกโดยการสงเสริมการรวมกลุมทาง เศรษฐกิจในเชิงลึกและกวางขวางมากขึน้ ผานความรวมมือทีม่ อี ยใู น ปจจุบนั และแผนการดำเนินงานใหมภายใตกรอบระยะเวลาทีช่ ดั เจน 6. ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะทำใหอาเซียนเปนตลาดและฐานการ ผลิตเดียวกัน เสริมสรางขีดความสามารถในการแขงขัน ดวยกลไก และมาตรการตางๆ อาทิ การเรงรัดการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจในสาขา สำคัญ การอำนวยความสะดวกในการเคลือ่ นยายนักธุรกิจ แรงงาน ฝมอื และผมู คี วามสามารถพิเศษ และเสริมสรางความแข็งแกรงใน ดานกลไกสถาบันของอาเซียน 7. ในขณะเดียวกัน การดำเนินงานไปสปู ระชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะให ความสำคัญกับการลดชองวางการพัฒนาและสงเสริมการรวมกลุม ของประเทศสมาชิกใหม ไดแก กัมพูชา ลาว พมา และเวียดนาม (CLMV) ผานความรวมมือภายใตโครงการแผนงานการรวมกลมุ ของ อาเซียน (IAI) และแผนงานในกรอบภูมภิ าคอืน่ ๆ รวมทัง้ สงเสริมการ ดำเนินงานแผนความรวมมือในดานอืน่ ๆ เชน การพัฒนาบุคลากร การยอมรับคุณสมบัติของผูประกอบวิชาชีพ การหารือในเรื่อง เศรษฐกิจมหภาคและนโยบายทางการเงิน มาตรการทางการคาและ การเงิน การสงเสริมโครงสรางพืน้ ฐานและการเชือ่ มโยงในการติดตอ สือ่ สาร การพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส (e-ASEAN) การรวมกลมุ 96

ของอุตสาหกรรมตางๆ ในภูมภิ าคเพือ่ สงเสริมการจัดซือ้ ภายใน และ สงเสริมการเขามามีสว นรวมของภาคเอกชนในการจัดตัง้ ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน 8. ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะมีคณ ุ ลักษณะทีส่ ำคัญ คือ 1) การเปนตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน 2) การเปนภูมภิ าคทีม่ ขี ดี ความสามารถในการแขงขันสูง ั นาการทางเศรษฐกิจทีเ่ ทาเทียมกัน 3) การเปนภูมภิ าคทีม่ พี ฒ 4) การเปนภูมภิ าคทีบ่ รู ณาการเขากับเศรษฐกิจโลกไดอยางสมบูรณ คุณลักษณะตางๆ เหลานีล้ ว นมีความเกีย่ วของและสงผลเกือ้ กูลซึง่ กันและกัน การรวบรวมแผนงาน/มาตรการภายใตคณ ุ ลักษณะตางๆ เหลานี้ ไวภายใตพมิ พเขียวนีจ้ ะชวยใหการดำเนินงานเปนไปในทิศทางเดียวกันและมี ความเปนเอกภาพ รวมทัง้ ชวยใหการปฏิบตั ติ ามแผนงานและการประสานงาน ระหวางผมู สี ว นเกีย่ วของเปนไปอยางมีประสิทธิภาพมากขึน้

แผนงานสำคัญเพือ่ ดำเนินการไปสคู ณ ุ ลักษณะสำคัญในแตละดาน A. การเปนตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน 9. การเปนตลาดและฐานการผลิตเดียวกันจะประกอบดวย 5 องคประกอบ สำคัญ ไดแก 1) การเคลือ่ นยายสินคาอยางเสรี 2) การเคลือ่ นยาย บริการอยางเสรี 3) การเคลื่อนยายการลงทุนอยางเสรี 4) การ เคลือ่ นยายเงินทุนอยางเสรีมากขึน้ และ 5) การเคลือ่ นยายแรงงาน ฝมอื อยางเสรี นอกจากนี้ การเปนตลาดและฐานการผลิตเดียวไดรวม องคประกอบสำคัญอีก 2 สวน คือ การรวมกลุมสาขาสำคัญของ อาเซียน และความรวมมือดานอาหาร การเกษตร และปาไม A1. การเคลือ่ นยายสินคาอยางเสรี 10. การเคลือ่ นยายสินคาทีเ่ สรีเปนหนึง่ ในหลักการสำคัญทีจ่ ะสงเสริมการ ไปสจู ดุ มงุ หมายของการเปนตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน การเปน 97


ตลาดเดียวสำหรับสินคา (และบริการ) จะชวยสงเสริมการพัฒนา เครือขายการผลิตในภูมภิ าคและสงเสริมขีดความสามารถของอาเซียน ในการที่จะเปนศูนยกลางการผลิตของโลก หรือเปนสวนหนึ่งของ หวงโซอปุ ทานของโลก 11. โดยผานการดำเนินงานเขตการคาเสรีอาเซียน ทำใหอาเซียนประสบ ความสำเร็จทีส่ ำคัญในการยกเลิกภาษีศลุ กากร อยางไรก็ตาม การ เคลื่อนยายสินคาที่เสรีไมเพียงแตการยกเลิกภาษีศุลกากรเทานั้น ยังตองคำนึงถึงการยกเลิกมาตรการกีดกันทางการคาทีม่ ใิ ชภาษีดว ย นอกจากนี้ องคประกอบทีส่ ำคัญอืน่ ๆ ทีจ่ ะชวยสงเสริมการเคลือ่ นยาย สินคาทีเ่ สรี คือ มาตรการอำนวยความสะดวกทางการคา เชน การ บูรณาการดานพิธกี ารศุลกากร การจัดตัง้ ระบบบริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวของอาเซียน และการสงเสริมกฎวาดวยแหลงกำเนิดสินคา ภายใต CEPT อยางตอเนือ่ ง ซึง่ รวมถึงเรือ่ งระเบียบพิธกี ารในทาง ปฏิบัติภายใตกฎวาดวยแหลงกำเนิดสินคา และการปรับประสาน มาตรฐานและความสอดคลองในดานพิธกี าร 12. ความตกลงวาดวยการใชอตั ราภาษีพเิ ศษทีเ่ ทากันสำหรับเขตการคา เสรีอาเซียน (ความตกลง CEPT) จะถูกทบทวนและสงเสริมใหเปน ความตกลงทีม่ คี วามครอบคลุมเพือ่ ใหบรรลุการเคลือ่ นยายสินคาทีเ่ สรี และสอดคลองกับความประสงคของอาเซียนทีจ่ ะเรงใหเกิดการรวม กลมุ ทางเศรษฐกิจภายในป 2015 13. การยกเลิกภาษีศุลกากร ภาษีศุลกากรสำหรับสินคาภายในอาเซียน จะถูกยกเลิกใหสอดคลองกับกรอบเวลาและพันธกรณีทรี่ ะบุไ���ภายใต ความตกลง CEPT และความตกลง/พิธสี ารอืน่ ทีเ่ กีย่ วของ การดำเนินงาน: 1) ยกเลิกอากรศุลกากรขาเขาสำหรับสินคาทุกรายการ ยกเวนสินคา ทีโ่ อนยายมาจากบัญชีออ นไหวและออนไหวสูง ภายในป 2010 สำหรับประเทศสมาชิกอาเซียนเดิม 6 ประเทศ และภายใน 98

ป 2015 สำหรับประเทศ CLMV โดยมีความยืดหยนุ ไดสำหรับ CLMV ในสินคาออนไหวบางรายการภายในป 2018 ซึง่ สอดคลอง กับขอบทที่ระบุไวภายใตพิธีสารเพื่อแกไขความตกลง CEPT สำหรับการยกเลิกภาษีอากรศุลกากรขาเขา 2) ยกเลิกอากรศุลกากรขาเขาสำหรับสินคาที่อยูในสาขาสำคัญ (Priority Integration Sectors) ภายในป 2007 สำหรับประเทศ สมาชิกอาเซียนเดิม 6 ประเทศ และป 2012 สำหรับประเทศ CLMV ซึง่ สอดคลองกับขอบททีร่ ะบุไวภายใตกรอบความตกลงวา ดวยการรวมกลมุ สาขาสำคัญของอาเซียน (ฉบับแกไข) 3) โอนยายสินคาในบัญชีออ นไหวเขาสู CEPT และลดภาษีศลุ กากร ของสินคาเหลานี้ ลงเหลือรอยละ 0-5 ภายในวันที่ 1 มกราคม 2010 สำหรับประเทศสมาชิกอาเซียนเดิม 6 ประเทศ วันที่ 1 มกราคม 2013 สำหรับเวียดนาม วันที่ 1 มกราคม 2015 สำหรับ ลาวและพมา และวันที่ 1 มกราคม 2017 สำหรับกัมพูชา ซึง่ สอด คลองกับขอบทภายใตพิธีสารวาดวยกลไกการดำเนินการพิเศษ สำหรับสินคาเกษตรไมแปรรูปทีอ่ อ นไหวและออนไหวสูง 4) โอนยายสินคาออกจากบัญชียกเวนทัว่ ไปเพือ่ ใหเปนไปตามทีร่ ะบุ ไวภายใตความตกลง CEPT 14. การยกเลิกมาตรการกีดกันทางการคาทีม่ ใิ ชภาษี อาเซียนประสบความ สำเร็จอยางดีในการเปดเสรีดา นภาษีศลุ กากร ประเด็นสำคัญทีอ่ าเซียน จะมงุ ดำเนินการไปจนถึงป 2015 คือ การยกเลิกมาตรการกีดกันทาง การคาทีม่ ใิ ชภาษี (NTBs) อยางสมบูรณ การดำเนินงาน: 1) สงเสริมความโปรงใสโดยยึดมัน่ กับพิธสี ารวาดวยกระบวนการแจง (Protocol on Notification Procedure) และการจัดตัง้ กลไก การเฝาระวังทีม่ ปี ระสิทธิภาพ 2) ยึดตามพันธกรณีที่จะไมเพิ่มเติมและลดจำนวนมาตรการกีดกัน ทางการคาทีม่ ใิ ชภาษี 99


3) ยกเลิกมาตรการกีดกันทางการคาทีม่ ใิ ชภาษี (NTBs) ทัง้ หมดภาย ในป 2010 สำหรับประเทศสมาชิกอาเซียนเดิม 5 ประเทศ ป 2012 สำหรับฟลปิ ปนส และป 2015 โดยมีความยืดหยนุ ได ถึงป 2018 สำหรับประเทศ CLMV ซึง่ จะสอดคลองกับแผนการ ยกเลิกมาตรการกีดกันทางการคาทีม่ ใิ ชภาษี 4) สงเสริมความโปรงใสของมาตรการที่มิใชภาษี (Non-Tariff Measures) 5) ดำเนินงานในสวนที่เปนไปไดเพื่อใหมีกฎเกณฑและกฎระเบียบ ระดับภูมภิ าคทีส่ อดคลองกับหลักปฏิบตั ทิ ดี่ ใี นระดับสากล 15. กฎวาดวยแหลงกำเนิดสินคา (ROO) ดำเนินการใชกฎวาดวยแหลง กำเนิดสินคาทีต่ อบสนองตอพลวัตรและการเปลีย่ นแปลงกระบวนการ ผลิตของโลก เพื่ออำนวยความสะดวกในทางการคาและการลงทุน ระหวางประเทศสมาชิกอาเซียน สงเสริมเครือขายการผลิตระดับ ภูมภิ าค สนับสนุนการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม ลด ชองวางการพัฒนา และสงเสริมใหมีการใชสิทธิประโยชนภายใต CEPT ใหมากขึน้ การดำเนินงาน: 1) ปฏิรปู และผลักดันการพัฒนากฎวาดวยแหลงกำเนิดสินคาภายใต CEPT เพือ่ ใหตอบสนองตอการเปลีย่ นแปลงกระบวนการผลิตที่ เกิดขึน้ ในภูมภิ าค รวมทัง้ ดำเนินงานปรับปรุงสวนใดสวนหนึง่ ที่ จำเปน เชน การใหมกี ารใชมาตรการการแจงผลลวงหนา และ การปรับปรุงกฎวาดวยแหลงกำเนิดสินคา 2) ทำใหระเบียบพิธกี ารในทางปฏิบตั ภิ ายใตกฎวาดวยแหลงกำเนิด สินคาของ CEPT งายขึน้ และใหมกี ารดำเนินการดังกลาวอยาง ตอเนือ่ ง รวมถึงการใหมกี ระบวนการเพือ่ อำนวยความสะดวก เชน กระบวนการออกใบรับรองแหลงกำเนิดสินคาทางอิเล็กทรอนิกส และมีการจัดรูปแบบวิธีการเพื่อการออกใบรับรองแหลงกำเนิด สินคาระหวางประเทศใหเปนรูปแบบเดียวกันเทาทีจ่ ะทำได 100

3) ทบทวนกฎวาดวยแหลงกำเนิดสินคาที่ใชในทางปฏิบัติในหมู ประเทศสมาชิกอาเซียนแตละประเทศ และรวบรวมและสำรวจ ขบวนการการสะสมทีเ่ ปนไปได ในกรณีตา งๆทีเ่ ปนไปได 16. การอำนวยความสะดวกในทางการคา กระบวนการ ระเบียบพิธกี าร และการไหลเวียนของขอมูลที่เกี่ยวของทางการคาและศุลกากรที่ เรียบงาย เปนรูปแบบและมาตรฐานเดียวกัน ไดรบั การคาดหวังวา จะชวยลดตนทุนทางธุรกรรมทีเ่ กิดขึน้ ในอาเซียน ซึง่ จะชวยผลักดัน ขีดความสามารถในแขงขันดานการสงออก และอำนวยความสะดวก การรวมกลมุ ของอาเซียนใหเปนตลาดเดียวสำหรับสินคา บริการและ การลงทุน และฐานการผลิตเดียวกัน การดำเนินงาน: 1) ประเมินสถานะการอำนวยความสะดวกทางการคาในอาเซียน 2) พัฒนาและดำเนินการตามแผนงานดานการอำนวยความสะดวก ทางการคา ซึง่ มีจดุ มงุ หมายเพือ่ ใหมกี ระบวนการ ระเบียบพิธกี าร และการไหลเวียนของขอมูลทีเ่ กีย่ วของทางการคาและศุลกากร ทีเ่ รียบงาย เปนรูปแบบและมาตรฐานเดียวกัน 3) สงเสริมการดำเนินการและการมีสวนรวมของผูที่เกี่ยวของกับ ธุรกรรมการคาระหวางประเทศใหมคี วามโปรงใสและชัดเจน 4) สรางกลไกความรวมมือดานการอำนวยความสะดวกทางการคา ระดับภูมภิ าค 5) จัดตัง้ ศูนยรวมดานการอำนวยความสะดวกทางการคาของอาเซียน 6) พัฒนามาตรการระดับชาติเพือ่ สนับสนุนและเปนหลักประกันใน การปฏิบตั ติ ามขอริเริม่ ระดับภูมภิ าคอยางมีประสิทธิภาพ 7) พัฒนาโครงการเสริมสรางขีดความสามารถอยางเต็มรูปแบบเพือ่ ใหมนั่ ใจวาการปฏิบตั ติ ามแผนดำเนินการเปนไปดวยความราบรืน่

101


17. การรวมกลมุ ทางศุลกากร จากการเรงรัดการเปนประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน การไปสวู สิ ยั ทัศนดา นศุลกากรของอาเซียนป 2020 ไดถกู เรงรัดเปนป 2015 โดยเฉพาะแผนยุทธศาสตรสำหรับการพัฒนา ศุลกากรระหวางป 2005-2010 มีจดุ มงุ หมาย (a) บูรณาการโครงสราง ศุลกากร (b) ปรับปรุงการจำแนกประเภทพิกดั ศุลกากร การประเมิน ราคาทางศุลกากร และการกำหนดแหลงกำเนิดสินคาใหทันสมัย และจัดทำระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกสของอาเซียน (c) ปรับระบบ การตรวจปลอยสินคาใหมีความคลองตัวมากขึ้น (d) การพัฒนา ทรัพยากรมนุษย (e) สงเสริมสรางการเปนหนุ สวนกับองคกรระหวาง ประเทศที่เกี่ยวของ (f) ลดชองวางในการพัฒนาดา นศุลกากร และ (g) ยอมรับเทคนิคการบริหารความเสีย่ งและการตรวจสอบหลัง การตรวจปลอย (PCA) การดำเนินงาน: 1) พัฒนาเทคนิคทางศุลกากรใหทนั สมัย ตามแนวทางระเบียบพิธกี าร ทีเ่ รียบงาย และเปนรูปแบบเดียวกัน และมีการประเมินอากรตาม แนวทางทีเ่ ปนมาตรฐานระหวางประเทศ และแนวปฏิบตั ทิ ดี่ ี โดย การปฏิบตั ติ ามรูปแบบของกระบวนการขนสงสินคาระดับภูมภิ าค (การตรวจปลอยของอาเซียนและแบบฟอรมใบขนสินคาของ อาเซียน ป 2007) 2) จัดทำระบบการสงสินคาผานแดนของศุลกากรอาเซียน เพือ่ อำนวย ความสะดวกในการเคลือ่ นยายสินคา และชนิดของการขนสง 3) จัดทำระบบศุลกากรของอาเซียนเพื่อจัดการกับกรอบงานดาน ศุลกากรในกรณีพเิ ศษ เชน การนำเขาชัว่ คราว การผลิตนอกเขต ประเทศ การผลิตภายในเขตประเทศ เพือ่ อำนวยความสะดวก การรวมกลมุ ทางการผลิตและหวงโซอปุ ทาน 4) ยอมรับมาตรฐานและแนวการปฏิบตั ริ ะหวางประเทศ เพือ่ ใหการ จำแนกประเภทพิกัดศุลกากรมีรูปแบบเดียวกัน ปรับประสาน ระบบการประเมินราคา การตรวจสอบแหลงกำเนิดสินคา และ การแลกเปลีย่ นใหเป���นแนวเดียวกัน ในสวนทีเ่ ปนไปได 102

5) ดำเนินการระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกสของอาเซียน 6) สงเสริมการใหความชวยเหลือรวมกันเพื่อใหระบบศุลกากรมี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล 18. ความตกลงวาดวยการอำนวยความสะดวกดานศุลกากรดวยระบบ อิเล็กทรอนิกส ณ จุดเดียวของอาเซียน การใชกฎระเบียบ กระบวนการ และขั้นตอนทางการคาและศุลกากรที่เปนแนวทางเดียวกันและ มีมาตรฐาน รวมถึงการใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารในทุก กิจกรรมทีเ่ กีย่ วเนือ่ งกับการอำนวยความสะดวกทางการคา จะมีความ สำคัญอยางยิง่ ตอการพัฒนาระบบอำนวยความสะดวกดานศุลกากร ดวยระบบอิเล็กทรอนิกส ณ จุดเดียวของอาเซียน การอำนวยความ สะดวกดานศุลกากรดวยระบบอิเล็กทรอนิกส ณ จุดเดียวของอาเซียน คือ การเชือ่ มตอบริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวแหงชาติของแตละ ประเทศสมาชิก บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวแหงชาติจะทำให สามารถสงขอมูลเพียงครั้งเดียว ประมวลผลขอมูลและขาวสารใน คราวเดียว และตัดสินใจตรวจปลอยสินคาไดในคราวเดียว ซึง่ จะชวย เรงการตรวจปลอยทางศุลกากร ลดตนทุนและเวลาการทำธุรกรรม ซึง่ จะชวยเพิม่ ประสิทธิภาพทางการคาและความสามารถในการแขงขัน การดำเนินงาน: 1) อาเซียน 6 (บรูไนดารุสซาลาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟลปิ ปนส สิงคโปร และไทย) เริม่ ดำเนินการบริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุด เดียวแหงชาติ ภายในป 2008 เปนอยางชา 2) อาเซียน 4 (กัมพูชา ลาว พมา และเวียดนาม) เริม่ ดำเนินการบริการ แบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวแหงชาติ ไมชา ไปกวาป 2012 3) จัดทำองคประกอบขอมูลใหเปนมาตรฐานบนพืน้ ฐานรูปแบบขอมูล ของ WCO (WCO Data Model) ชุดขอมูลของ WCO (WCO Data Set) และสารบั ญ ข อ มู ล การค า ของสหประชาชาติ (UNTDED : United Nations Trade Data Elements Directory) และเรงนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารมาใช เพือ่ ใหกระบวนการและการแลกเปลีย่ นขอมูลเปนแบบดิจติ อล 103


19. มาตรฐานและอุปสรรคทางเทคนิคตอการคา ระบบมาตรฐานคุณภาพ การประกัน การรับรองระบบงาน และการวัดมีความสำคัญตอการ สงเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มประสิทธิผลในการลดตนทุน การผลิต เพือ่ การนำเขา/สงออกภายในภูมภิ าค การดำเนินการปรับ มาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค และกระบวนการตรวจสอบและ รับรองใหสอดคลองกัน จะเปนไปตามแนวนโยบายดานมาตรฐานและ การรับรองของอาเซียนเพือ่ ใหเกิดความโปรงใสมากขึน้ มีการพัฒนา คุณภาพของการตรวจสอบและรับรอง และใหภาคเอกชนมีสว นรวม อยางแข็งขัน การดำเนินงาน : 1) ปรับมาตรฐานกฎระเบียบทางเทคนิคและกระบวนการตรวจสอบ และรับรองใหสอดคลองกับวิธีปฏิบัติสากลในสวนที่สามารถ ดำเนินการได1 2) จัดทำและดำเนินการตามความตกลงการยอมรับรวม (MRA) ใน การตรวจสอบและรับรองรายสาขาตามแนวทางทีร่ ะบุไวในกรอบ ความตกลงวาดวยการยอมรับรวมของอาเซียน (ดูเชิงอรรถ 1) 3) เสริมสรางโครงสรางพืน้ ฐานทางเทคนิค และขีดความสามารถ ของหองปฏิบตั กิ ารทดสอบ การสอบเทียบ การตรวจ การรับรอง และการรับรองระบบงาน โดยใชหลักการและแนวทางทีไ่ ดรบั การ ยอมรับในระดับภูมภิ าค/สากลเปนพืน้ ฐาน 4) สงเสริมใหเกิดความโปรงใสในการกำหนดและการนำมาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค และกระบวนการตรวจสอบและรับรองไป ปฏิบตั ิ โดยใหสอดคลองกับความตกลงวาดวยอุปสรรคทางเทคนิค ตอการคาภายใต WTO และแนวนโยบายดานมาตรฐานและการ รับรองของอาเซียน (ASEAN Policy Guideline on Standards and Conformance) การระบุมาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค และการประเมินความสอดคลองทีจ่ ะตองมีการปรับประสาน หรือการจัดทำมาตรฐานการยอมรับรวมรายสาขาจะตองคำนึงผลกระทบตอการคาของอาเซียน ความ ซับซอนของระบบกฎเกณฑ โครงสรางพื้นฐานทางเทคนิค และความเห็นของผูมีสวนเกี่ยวของ 1

104

5) เสริมสรางความแข็งแกรงของระบบตรวจติดตามผลหลังการ วางตลาด (Post market surveillance) เพื่อใหมั่นใจวาการ ดำเนินงานตามกฎระเบียบทางเทคนิคที่ไดปรับใหสอดคลองกัน บรรลุผลสำเร็จ 6) จัดทำโครงการเสริมสรางขีดความสามารถ เพือ่ ใหมนั่ ใจวาการ ดำเนินการตามแผนงานเปนไปอยางราบรืน่ A2. การเคลือ่ นยายบริการอยางเสรี 20. การเปดเสรีการคาบริการเปนองคประกอบทีม่ คี วามสำคัญสวนหนึง่ ตอ ไปสกู ารเปนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึง่ จะเกิดจากการลดขอจำกัด ตอผใู หบริการของอาเซียนในการใหบริการ และเขามาจัดตัง้ กิจการ ในประเทศสมาชิกอืน่ ตามเงือ่ นไขกฎเกณฑภายในประเทศ การเปด เสรีการคาบริการดำเนินการโดยการเจรจาเปนรอบ ซึง่ สวนใหญอยู ภายใตการเจรจาของคณะกรรมการประสานงานดานการคาบริการ ของอาเซียน การเจรจาบางสาขา เชน สาขาการเงิน และการขนสง ทางอากาศ รับผิดชอบโดยรัฐมนตรีทเี่ กีย่ วของ ในการเจรจาเปดเสรี จะตองไมดำเนินการเปดเสรีในชวงทาย และเห็นชอบใหมีความ ยืดหยนุ ทีต่ กลงกันลวงหนาสำหรับประเทศสมาชิกอาเซียน 21. เพือ่ ชวยใหเปดเสรีการคาบริการในป 2015 ได อาเซียนอยรู ะหวาง ดำเนินงานเพือ่ ยอมรับคุณสมบัตวิ ชิ าชีพ เพือ่ อำนวยความสะดวกการ เคลือ่ นยายบุคลากรในภูมภิ าค การดำเนินงาน: 1) ขจั ด ข อ จำกั ด ต อ การค า บริ ก ารอย า งมี นั ย สำคั ญ สำหรั บ 4 สาขาบริการสำคัญ ไดแก การขนสงทางอากาศ เทคโนโลยี สารสนเทศ สุขภาพ และการทองเทีย่ ว ภายในป 2010 และ สาขาบริการสำคัญที่ 5 ไดแก โลจิสติกส ภายในป 2013

105


2) ขจัดขอจำกัดตอการคาบริการอยางมีนยั สำคัญสำหรับสาขาบริการ ทุกสาขาทีเ่ หลืออยภู ายในป 2015

7) จัดทำขอผูกพันใหสอดคลองกับเกณฑทตี่ กลงกันสำหรับขอจำกัด ในดานการประติบตั เิ ยีย่ งคนชาติ การคาบริการรูปแบบที่ 4 และ ขอจำกัดในตารางผูกพันภาพรวมภายในป 2009

3) ดำเนินการเปดเสรีโดยการเจรจาอยางตอเนือ่ งเปนรอบ รอบละ 2 ป จนถึงป 2015 ตัวอยางเชน 2008 2010 2012 2014 และ 2015

8) รวบรวมมาตรการทีเ่ ปนอุปสรรคตอการคาบริการใหเสร็จสิน้ ภาย ในเดือนสิงหาคม 2008 9 อนุญาตใหมีความยืดหยุนในภาพรวม2 ในการจัดทำตารางขอ ผูกพันการเปดเสรี ซึง่ ครอบคลุมสาขา ทีจ่ ะยกเวนจากการเปดเสรี และสาขาทีไ่ มสามารถเปดเสรีไดตามเกณฑทกี่ ำหนดสำหรับการ คาบริการ ในแตละรูปแบบ ตารางขอผูกพันสำหรับการเปดเสรี ในแตละรอบการเจรจาจะมีความยืดหยนุ ได ดังนี้

4) ตั้ ง เป า หมายจั ด ทำข อ ผู ก พั น สาขาใหม ขั้ น ต่ำ ในแต ล ะรอบ การเจรจา โดย 10 สาขาในป 2008 15 สาขา ในป 2010 20 สาขา ในป 2012 20 สาขาในป 2014 และ 7 สาขาในป 2015 โดยใช GATS W/120 เปนพืน้ ฐานในการจำแนกสาขาบริการตางๆ 5) จัดทำตารางขอผูกพันสำหรับทุกรอบการเจรจาตามเกณฑที่ กำหนด :

- การจัดทำขอผูกพันใหไดตามเปาหมายที่กำหนดสำหรับการ เจรจาในรอบถัดไป หากประเทศสมาชิกไมสามารถจัดทำ ขอผูกพันไดตามเกณฑทกี่ ำหนดในรอบกอนหนานี้

- ไมมขี อ จำกัดสำหรับการคาบริการรูปแบบที่ 1 และ 2 ยกเวน กรณีมีเหตุผลอันสมควร (เชน เพื่อความปลอดภัยของ สาธารณชน) ซึง่ ขึน้ อยกู บั เงือ่ นไขการตกลงระหวางประเทศ สมาชิกเปนกรณีๆ ไป

- อนุญาตใหมกี ารทดแทนสาขาทีไ่ ดมกี ารตกลงกันในการเปดเสรี ในรอบนั้น แตประเทศสมาชิกไม สามารถจัดทำขอผูกพัน สำหรับสาขานัน้ ได ดวยสาขาอืน่ ทีอ่ ยนู อกเหนือจากทีต่ กลงกัน

- อ���ุญาตการถือหนุ ของคนสัญชาติอาเซียนไมนอ ยกวารอยละ 51 ในป 2008 และรอยละ 70 ในป 2010 สำหรับสาขาบริการ สำคัญ 4 สาขา และไมนอ ยกวารอยละ 49 ในป 2008 รอยละ 51 ในป 2010 และรอยละ 70 ในป 2013 สำหรับสาขา โลจิสติกส และไมนอ ยกวารอยละ 49 ในป 2008 รอยละ 51 ในป 2010 และรอยละ 70 ในป 2015 สำหรับสาขา บริการอืน่ ๆ

- การเปดเสรีโดยวิธกี าร ASEAN-X 10) ดำเนินการจัดทำขอตกลงการยอมรับคุณสมบัติวิชาชีพที่กำลัง เจรจาอยใู หแลวเสร็จ ซึง่ รวมบริการ สถาปตยกรรม บริการดานบัญชี คุณสมบัตผิ สู ำรวจ บุคลากรดานการแพทย ภายในป 2008 และ บุคลากรดานทันตกรรมภายในป 2009 11) ดำเนินการตามขอตกลงยอมรับคุณสมบัติวิชาชีพใหสอดคลอง ตามขอกำหนดในแตละขอตกลง

- ขจัดขอจำกัดอื่นๆ ในการเขาสูตลาดสำหรับการคาบริการ รูปแบบที่ 3 อยางกาวหนาภายในป 2015 6) ตั้ ง เป า หมายสำหรั บ การเป ด เสรี สำหรั บ ข อ จำกั ด ในด า นการ ประติบตั เิ ยีย่ งคนชาติสำหรับการคาบริการรูปแบบที่ 4 และขอ จำกัดในขอผูกพันในตารางผูกพันภาพรวม สำหรับการเจรจาแต ละรอบภายใน ป 2009 106

12) ให ร ะบุ แ ละจั ด ทำข อ ตกลงยอมรั บ คุ ณ สมบั ติ วิ ช าชี พ สำหรั บ ผปู ระกอบวิชาชีพอืน่ ๆ ภายในป 2012 และดำเนินการใหแลว เสร็จภายในป 2015 ตัวเลขความยืดหยุนในภาพรวมรอยละ 15 ใหมีการทบทวนภายหลังจากการรวบรวมมาตรการที่เปน อุปสรรคแลวเสร็จในป 2008

2

107


13) สงเสริมการพัฒนาบุคลากรและเสริมสรางขีดความสามารถใน ดานการคาบริการ สำหรับสาขาบริการดานการเงิน3 22. มาตรการเปดเสรีสำหรับสาขาบริการดานการเงินควรทีจ่ ะเปดโอกาสให ประเทศสมาชิกสามารถดำเนินการพัฒนาสาขาการเงินตามลำดับอยาง เปนขัน้ ตอน และรักษาไวซงึ่ ความมัน่ คงทางการเงิน เศรษฐกิจและสังคม ประเทศสมาชิกจะดำเนินมาตรการตามหลักการทยอยเปดเสรี ดังนี้ a) การเปดเสรีโดยหลักการ ASEAN-X ซึง่ ประเทศทีม่ คี วามพรอม ในการเปดเสรีสามารถเริม่ ดำเนินการไดกอ น และประเทศสมาชิก ทีเ่ หลือสามารถเขารวมในภายหลัง b) ขัน้ ตอนการเปดเสรีจะตองคำนึงถึงนโยบายของชาติและระดับการ พัฒนาทางดานเศรษฐกิจและดานการเงินของสมาชิกแตละประเทศ การดำเนินงาน : 1) ทยอยเปดเสรีขอจำกัดสำหรับสาขายอยตางๆ หรือรูปแบบ การใหบริการ ทีป่ ระเทศสมาชิกแตละ ประเทศไดระบุไว ภายใน ป 2015 2) ทยอยเปดเสรีในขอจำกัดสำหรับสาขายอย หรือรูปแบบการให บริการอื่นที่เหลือ นอกจากที่ระบุไว ภายใต “ความยืดหยุนที่ ตกลงกันลวงหนา” ภายในป 2020 A3. การเคลือ่ นยายการลงทุนอยางเสรี 23. นโยบายการลงทุนที่เสรีและเปดกวางเปนปจจัยสำคัญที่สนับสนุน ความสามารถในการแขงขันของอาเซียนในการดึงดูดการลงทุนโดย ตรงจากตางประเทศ และการลงทุนระหวางกันในอาเซียน การไหล เขาของเงินลงทุนใหมและการนำผลกำไรกลับมาลงทุนใหมแบบยัง่ ยืน จะสนับสนุนและพัฒนาเศรษฐกิจของอาเซียน

24. ความรวมมือดานการลงทุนของอาเซียนกำลังดำเนินการอยูภายใต กรอบความตกลงเขตการลงทุนของอาเซียน (ASEAN Investment Area: AIA) ป 1998 ในขณะทีก่ ารคมุ ครองการลงทุนอยภู ายใตความ ตกลงทีแ่ ยกตางหาก คือ ความตกลงดานการสงเสริมและการคมุ ครอง การลงทุนของอาเซียน ป 1987 หรือ ทีอ่ า งถึงโดยทัว่ ไปในชือ่ ความ ตกลงวาดวยการคุมครองการลงทุนของอาเซียน (Investment Guarantee Agreement: IGA) 25. ภายใตกรอบความตกลงเขตการลงทุนของอาเซียน ทุกอุตสาหกรรม (การผลิต เกษตร ประมง ปาไม และเหมืองแร และบริการทีเ่ กีย่ ว เนือ่ งกับ 5 ภาคอุตสาหกรรม) จะเปดเสรีและใหการประติบตั เิ ยีย่ งคนชาติ แกนกั ลงทุนทัง้ กอนและหลังการลงทุน โดยมีขอ ยกเวนไดตามรายการ ยกเวนชัว่ คราว (Temporary Exclusion List) และรายการออนไหว (Sensitive List) ของประเทศสมาชิก รายการยกเวนชัว่ คราวจะตอง ถูกยกเลิกภายในเวลาทีต่ กลงกัน ในขณะทีร่ ายการออนไหวไมมกี รอบ เวลาในการยกเลิก แตจะมีการทบทวนรายการดังกลาวเปนคราวๆ ไป 26. เพือ่ สนับสนุนการรวมกลมุ ในภูมภิ าคและการเปนเขตการลงทุนทีแ่ ขง ขันได จะตองทบทวนกรอบความตกลงเขตการลงทุนของอาเซียนและ ความตกลงดานการสงเสริมและการคมุ ครองการลงทุนของอาเซียน เพือ่ ใหมคี วามตกลงดานการลงทุนเต็มรูปแบบ ซึง่ จะตองมองไปขาง หนา พรอมกับปรับปรุงคุณลักษณะ บทบัญญัตแิ ละขอผูกพันโดยคำนึง ถึงแนวปฏิบตั ทิ ดี่ ี (Best Practices) ระหวางประเทศ ซึง่ จะชวยเพิม่ ความมัน่ ใจตอนักลงทุนอาเซียน ความตกลงเขตการลงทุนอาเซียนเต็ม รูปแบบ (ACIA) ซึ่งจะจัดทำขึ้นโดยอิงความตกลงเขตการลงทุน อาเซียน และความตกลงคมุ ครองการลงทุนของอาเซียนทีม่ อี ยเู ดิม โดยครอบคลุมการดำเนินงานในดานตางๆ ดังนี้

มาตรการทุกมาตรการสำหรับสาขาบริการทางการเงินจะขึ้นอยูกับเงื่อนไขภายใตมาตรการกำกับดูแล และมาตรการปองกันดุลการชำระเงิน ตามบทบัญญัติภายใตความตกลงการคาบริการภายใต WTO 3

108

109


การคมุ ครองการลงทุน 27. ใหการสงเสริมความคุมครองผูลงทุนและการลงทุนภายใตความ ตกลงเต็มรูปแบบ การดำเนินงาน : 1) เสริมสรางกลไกในดานตางๆดังนี้ - กลไกระงับขอพิพาทระหวางผูลงทุนกับภาครัฐ (investorstate dispute mechanism) - การโอน (transfer) และการสงคืน (repatriation) ทุน กำไร และเงินปนผล ฯลฯ 4 - ขอบเขตการยึดทรัพย (expropriation) และใหการชดเชย (compensation) ทีโ่ ปรงใส - ใหความคมุ ครองและความมัน่ คงเต็มรูปแบบ - ใหการชดเชยความเสียหายอันเนื่องจากการเกิดจลาจล (strife) การอำนวยความสะดวกและความรวมมือ 28. กฎระเบียบ กฎเกณฑ นโยบาย และขัน้ ตอนดานการลงทุนทีม่ คี วาม โปรงใส มีความสอดคลอง และสามารถคาดการณได

110

4) ปรับปรุงฐานขอมูลดานการลงทุนในทุกรูปแบบ ซึง่ ครอบคลุมดาน การคาสินคาและการคาบริการเพื่ออำนวยความสะดวกในการ กำหนดนโยบาย 5) สงเสริมการประสานงานระหวางหนวยงานภาครัฐและหนวยงาน ทีเ่ กีย่ วของใหมากขึน้ 6) หารือกับภาคธุรกิจของอาเซียนเพื่ออำนวยความสะดวกการ ลงทุน 7) ระบุและดำเนินการเพื่อสงเสริมความรวมมือระหวางกันทั้งใน กรอบกวางของอาเซียน (ASEAN-Wide) และการรวมกลมุ ทาง เศรษฐกิจทวิภาคี การสงเสริมและการสรางความรับรใู นดานการลงทุน 29. สงเสริมใหอาเซียนเปนแหลงรวมของการลงทุนและเครือขายการผลิต การดำเนินงาน :

การดำเนินงาน :

1) สรางสภาพแวดลอมทีจ่ ำเปน เพือ่ สงเสริมการลงทุนทุกรูปแบบ และสาขาใหมทมี่ กี ารเติบโตใหเขามายังอาเซียน

1) ปรับประสาน ตามความเหมาะสม นโยบายการลงทุน เพือ่ บรรลุ เปาหมายการสงเสริมอุตสาหกรรมและการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจ

2) สงเสริมการลงทุนระหวางกันในอาเซียน โดยเฉพาะจากอาเซียน 6 ไปยังกัมพูชา ลาว พมา และเวียดนาม

2) ปรับปรุงขัน้ ตอนการขอรับการลงทุนและการขออนุญาต โดยการ ลดขัน้ ตอนและใหมคี วามเรียบงาย

3) สงเสริมการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม และกิจการ ขามชาติ

เนื่องจากรายการเหลานี้เกี่ยวของกับการเคลื่อนยายเงินทุน จึงจะตองดำเนินการตามหลักการของแนว ทางการเปดเสรีดา นเงินทุน เคลือ่ นยาย ซึง่ ระบุไวในสวน A.4 “การเคลือ่ นยายเงินทุนอยางเสรียงิ่ ขึน้ ” โดยเฉพาะในสวนของการยินยอมใหมีการเคลื่อนยายเงินทุนที่เสรียิ่งขึ้น 4

3) สงเสริมการเผยแพรขอ มูลดานการลงทุน : กฎระเบียบ กฎเกณฑ นโยบายและขัน้ ตอนดานการลงทุน รวมถึงการเผยแพรผา นทาง ศูนยบริการลงทุนเดียว (One-stop Investment center) หรือ คณะกรรมการสงเสริมการลงทุน

4) สงเสริมการเกื้อกูลดานอุตสาหกรรมและเครือขายการผลิต ระหวางบรรษัทขามชาติทอี่ ยใู นอาเซียน 111


5) สงเสริมคณะผูแทนรวมดานการลงทุนที่เนนการรวมกลุมของ ภูมภิ าคและเครือขายการผลิต 6) ขยายประโยชนจากความรวมมือดานอุตสาหกรรมของอาเซียนอืน่ ๆ นอกเหนือจากความรวมมือ ดานอุตสาหกรรมของอาเซียน (AICO) เพือ่ กระตนุ การรวมกลมุ ของภูมภิ าคและเครือขายการผลิต 7) ดำเนินการเพือ่ ใหมกี ารจัดตัง้ เครือขายความตกลงทวิภาคีดา นการ หลีกเลีย่ งการเก็บภาษีซอ นระหวางอาเซียน การเปดเสรีการลงทุน 30. การทยอยเปดเสรีดา นการลงทุนของประเทศสมาชิก เพือ่ บรรลุวตั ถุ ประสงคของการเปดเสรีดา นการลงทุนในป 2015 การดำเนินงาน : 1) ขยายมาตรการไมเลือกปฏิบตั ซิ งึ่ รวมถึงการประติบตั เิ ยีย่ งคนชาติ และการประติบัติเยี่ยงชาติที่ไดรับความอนุเคราะหยิ่งใหกับ นักลงทุนในอาเซียนดวยขอยกเวนที่จำกัด ลด และหากเปนได ยกเลิกขอยกเวนนัน้ ๆ 2) ลด และหากเปนไปได ยกเลิกขอจำกัดในการเขามาลงทุนในสาขา สำคัญซึง่ ครอบคลุมการคาสินคา 3) ลด และหากเปนได ยกเลิกมาตรการจำกัดและอุปสรรคดานการ ลงทุน รวมถึงขอกำหนดผลการ ดำเนินงาน A4. การเคลือ่ นยายเงินทุนอยางเสรียงิ่ ขึน้ 31. เสริมสรางความแข็งแกรงในการพัฒนาและการรวมตัวของตลาดทุน ในอาเซียน การดำเนินงาน : 1) บรรลุความสอดคลองในมาตรฐานดานตลาดทุนในอาเซียนทีม่ าก ขึ้นในดานการออกกฎเกณฑในการ เสนอขายตราสารหนี้ ขอ กำหนดในการเปดเผยขอมูล และหลักเกณฑการจัดจำหนาย 112

2) สงเสริมการจัดทำขอตกลงยอมรับรวม หรือความตกลงสำหรับการ ยอมรับซึ่งกันและกันในคุณสมบัติ และคุณวุฒิการศึกษาและ ประสบการณของผปู ระกอบวิชาชีพดานตลาดทุน 3) มีความยืดหยนุ มากขึน้ ดานภาษาและขอกำหนดทีใ่ ชบงั คับสำหรับ การออกหลักทรัพย 4) ปรับปรุงโครงสรางภาษีหกั ณ ทีจ่ า ยตามความเหมาะสม เพือ่ สง เสริมการขยายฐานนักลงทุนใน ตราสารหนีท้ อี่ อกในอาเซียน 5) สงเสริมใหใชตลาดเปนตัวขับเคลือ่ นในการสรางความเชือ่ มโยง ระหวางกันเองในตลาดหลักทรัพย และตลาดตราสารหนี้ รวมถึง กิจกรรมการระดมทุนขามพรมแดน 32. การยินยอมใหมีการเคลื่อนยายเงินทุนที่เสรียิ่งขึ้น การเปดเสรีการ เคลือ่ นยายเงินทุนใหดำเนินการตามหลักการ ดังนี้ 1) สงเสริมการเปดเสรีบญ ั ชีทนุ อยางเปนขัน้ ตอนและสอดคลองกับ วาระแหงชาติและความพรอมทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก 2) เปดโอกาสใหมมี าตรการปกปองทีเ่ พียงพอเพือ่ รองรับผลกระทบ จากปญหาความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค และความเสี่ยง เชิงระบบ ทีอ่ าจเกิดจากการเปดเสรีดา นเงินทุนเคลือ่ นยาย รวม ถึงการมีสิทธิที่จะใชมาตรการที่จำเปนเพื่อรักษาเสถียรภาพ เศรษฐกิจมหภาค 3) ดำเนินการเพือ่ ใหสมาชิกอาเซียนทุกประเทศไดรบั ผลประโยชน จากการเปดเสรีดา นเงินทุนเคลือ่ นยายอยางทัว่ ถึง การดำเนินงาน : 1) ยกเลิก หรือผอนคลายขอจำกัด ตามความเปนไปไดและความ เหมาะสม เพือ่ อำนวยความสะดวกในการจายชำระเงินและการ โอนเงินสำหรับการทำธุรกรรมบัญชีเดินสะพัด

113


2) ยกเลิก หรือผอนคลายขอจำกัดในการเคลือ่ นยายทุน ตามความ เปนไปไดและความเหมาะสม เพือ่ สนับสนุนการลงทุนโดยตรงจาก ตางประเทศและมาตรการริเริม่ ตางๆ ในการสงเสริมการพัฒนา ตลาดทุน

3) เสริมสรางขีดความสามารถในการวิจัยของประเทศสมาชิก อาเซียนเพือ่ สนับสนุนความชำนาญ การเขาทำงาน และพัฒนา เครือขายขอมูลดานตลาดแรงงานระหวางประเทศสมาชิกอาเซียน A6. สาขาสำคัญในการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจ

A5. การเคลือ่ นยายแรงงานฝมอื อยางเสรี 33. ใหบริหารจัดการการเคลือ่ นยายหรืออำนวยความสะดวกในการเดิน ทางสำหรับบุคคลธรรมดาทีเ่ กีย่ วของกับการคาสินคา บริการ และการ ลงทุน ใหสอดคลองกับกฎเกณฑของประเทศผรู บั อาเซียนอยรู ะหวาง ดำเนินการ เพือ่ การดำเนินงาน : 1) อำนวยความสะดวกในการตรวจลงตราและออกใบอนุญาตทำงาน สำหรับผปู ระกอบวิชาชีพและแรงงานฝมอื อาเซียน ทีเ่ กีย่ วของกับ การคาขามพรมแดน และกิจกรรมทีเ่ กีย่ วเนือ่ งกับการลงทุน 34. เพือ่ อำนวยความสะดวกในการเปดเสรีการคาบริการ (ภายในป 2015) อาเซียนอยรู ะหวางการดำเนินการประสานและสรางมาตรฐานเพือ่ อำนวยความสะดวกในการเคลือ่ นยายบุคลากรในภูมภิ าค การดำเนินงาน : 1) สงเสริมความรวมมือระหวางสมาชิกของเครือขายมหาวิทยาลัย ของอาเซียน (AUN) เพื่อเพิ่มการ เคลื่อนยายทั้งนักเรียนและ เจาหนาทีภ่ ายในภูมภิ าค 2) พัฒนากรอบแผนงานมาตรฐานความสามารถและคุณสมบัตขิ อง งาน หรืออาชีพและความชำนาญของ ผฝู ก อบรมในสาขาบริการ สำคัญ (ภายในป 2009) และสาขาบริการอืน่ ๆ (จากป 2010 ถึง ป 2015)

114

35. ในขณะที่มีความประสงคใหเกิดการรวมกลุมในทุกสาขาเศรษฐกิจ อาเซียนไดตระหนักถึงความทาทายทีส่ ำคัญทีจ่ ะเกิดขึน้ และในระยะแรก จะมงุ ใชทรัพยากรในการพัฒนาการรวมกลมุ ทีจ่ ำกัดในบางสาขาสำคัญ เพือ่ เปน แรงกระตนุ การรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจในภาพรวมของอาเซียน 36. 12 สาขาสำคัญไดถูกระบุเพื่อเรงรัดการรวมกลุมทางเศรษฐกิจ ประเทศสมาชิกหลายประเทศไดรบั หนาทีก่ ารเปนผปู ระสานงานใน แตละสาขา สาขาสำคัญแตละสาขามีแผนงานซึง่ รวมมาตรการเฉพาะ สาขาและมาตรการในภาพรวมที่คาบเกี่ยวการดำเนินงานทุกสาขา เชน มาตรการอำนวยความสะดวกทางการคา 37. การเพิ่มประสิทธิภาพของสาขาสำคัญเหลานี้จะชวยใหอาเซียน สามารถแขงขันเพื่อเงินทุนและรักษากิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มี มูลคาเพิม่ รวมทัง้ การจางงานในภูมภิ าค การใชแนวทางเปนรายสาขา (Sectoral Approach) ชวยใหภมู ภิ าคสามารถใชทรัพยากรทีจ่ ำกัดใน การรวมกลุมที่มีความรวดเร็วและลึกซึ้งในสาขาสำคัญเหลานี้ ใน ขณะเดียวกันทำใหสมาชิกอาเซียนมีโอกาสทีจ่ ะสังเกตและจัดการกับ ผลกระทบทีอ่ าจเกิดขึน้ จากการรวมกลมุ รวมทัง้ สามารถรวมกันพัฒนา พันธกรณีของการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจใหเขมแข็งขึน้ กอนการรวม กลมุ ในกรอบกวาง การดำเนินงาน : 1) ดำเนินการทบทวนการดำเนินงานทุกๆ 2 ป เพือ่ ตรวจสอบสถานะ การดำเนินการ ความคืบหนาและ ประสิทธิภาพของแผนงาน

115


การรวมกลมุ สาขาสำคัญ เพือ่ ใหมนั่ ใจวาการดำเนินงานเปนไป ตามกำหนดเวลา

เกษตรและอาหารที่มีความสำคัญทางการคา มีศักยภาพทาง การคา ภายในป 2012

2) ระบุโครงการเฉพาะสาขา หรือความริเริม่ ผานการหารืออยางสม่ำ เสมอกับผมู สี ว นเกีย่ วของ โดยเฉพาะภาคเอกชน

4) ปรั บ ประสานระบบการกั ก กั น และวิ ธี ก ารตรวจสอบหรื อ สุ ม ตัวอยาง ภายในป 2010 และมาตรการดานสุขอนามัยและ สุขอนามัยพืชสำหรับผลิตภัณฑเกษตร อาหาร และปาไม ทีม่ คี วาม สำคัญทางการคา มีศกั ยภาพทางการคา ใหสอดคลองกับแนวทาง หรือมาตรฐานสากล ทีส่ ามารถปฏิบตั ไิ ด ภายในป 2015

A7. อาหาร เกษตร และปาไม 38. ยกระดับการคาภายในและภายนอกอาเซียน และความสามารถในการ แขงขันของสินคา/ผลิตภัณฑอาหาร เกษตร และปาไมของอาเซียน ในระยะยาว การดำเนิ���งาน : 1) ติดตามการดำเนินการตามความตกลง CEPT ในผลิตภัณฑ เกษตรและปาไม 2) พัฒนาและใชระบบบริหารจัดการคุณภาพประมงทีจ่ ะชวยสราง ความมัน่ ใจเกีย่ วกับความปลอดภัยของอาหารและสนับสนุนความ สามารถในการแขงขันของผลิตภัณฑประมงอาเซียนในตลาดโลก โดยการดำเนินการตามระบบการวิเคราะหอนั ตรายและจุดวิกฤต ที่ตองควบคุม (Hazard Analysis Critical Control Point :HACCP) และปรับปรุงวิธปี ฏิบตั ใิ นหองปฏิบตั กิ าร และปรับใช ระบบบริหารจัดการดานคุณภาพและความปลอดภัยเพือ่ ใหสามารถ ประยุกตใชไดกบั ธุรกิจขนาดเล็กในอาเซียน ภายในป 2009 3) จัดตัง้ ระบบโดยใชแนวทางการปฏิบตั ทิ ดี่ ที างการเกษตร/การเพาะ เลีย้ งสัตวน้ำ (Good Agriculture/ Aquaculture Practice :GAP), การจัดการทางสุขาภิบาลและสุขภาพสัตวที่ดี (Good Animal Husbandry Practices :GAHP), การปฏิบตั ทิ างสุขลักษณะทีด่ ี (Good Hygiene Practice:GHP), การปฏิบัติที่ดีทางการผลิต (Good Manufacturing Practice :GMP), และ ระบบการ วิเคราะหอนั ตรายและจุดวิกฤตทีต่ อ งควบคุม (Hazard Analysis Critical Control Point :HACCP) เปนพืน้ ฐาน สำหรับผลิตภัณฑ 116

5) ปรับประสานระดับปริมาณสารตกคางสูงสุดทีย่ อมรับไดของยาปราบ ศัตรูพชื ในผลิตภัณฑทมี่ กี ารคาอยางแพรหลาย ใหสอดคลองกับ แนวทางหรือมาตรฐานสากล ทีส่ ามารถปฏิบตั ไิ ด ภายในป 2010 6) ปรับประสานกรอบกฎเกณฑสำหรับผลิตภัณฑเกษตรที่ไดจาก เทคโนโลยีชวี ภาพสมัยใหม ใหสอดคลองกับแนวทางหรือมาตรฐาน สากล ทีส่ ามารถปฏิบตั ไิ ด ภายในป 2015 7) ปรับประสานมาตรฐานดานความปลอดภัยและคุณภาพสำหรับ ผลิตภัณฑพืชสวนและผลิตภัณฑเกษตรที่มีความสำคัญทาง เศรษฐกิจในอาเซียน ใหสอดคลองกับแนวทางหรือมาตรฐานสากล ทีส่ ามารถปฏิบตั ไิ ด ภายในป 2015 8) ปรับประสานการควบคุมสุขภาพสัตว (ทัง้ สัตวบกและสัตวน้ำ) เพือ่ ความปลอดภัยของอาหาร โดยใชกรอบมาตรฐานรวมในการ บริหารจัดการเกีย่ วกับความปลอดภัยทางชีวภาพ ใหสอดคลองกับ แนวทางหรือมาตรฐานสากล ทีส่ ามารถปฏิบตั ไิ ด ภายในป 2015 9) ปรับประสานแนวทางสำหรับการใชสารเคมีในการเพาะเลี้ยง สัตวน้ำและมาตรการเพือ่ ขจัดการใชสารเคมีอนั ตราย ใหสอดคลอง กับแนวทางหรือมาตรฐานสากล ที่สามารถปฏิบัติได ภายใน ป 2009 10) พัฒนากรอบอางอิงระดับภูมิภาคสำหรับระเบียบขั้นตอนการ ออกใบรับรองดานปาไม ภายในป 2015 117


39. สงเสริมความรวมมือ แนวทางรวมและการถายโอนเทคโนโลยี ระหวาง อาเซียนกับองคกรระดับนานาชาติ ระดับภูมภิ าค และภาคเอกชน

2) จัดตั้งการเชื่อมโยงทางธุรกิจระหวางสหกรณการเกษตรที่มี ศักยภาพในอาเซียน

การดำเนินงาน : 1) พัฒนากลยุทธ/ทาทีรว มในประเด็นทีอ่ ยใู นความสนใจของอาเซียนกับ องคกรระหวางประเทศ เชน องคการการคาโลก (WTO) องคการ อาหารและเกษตรแหงสหประชาชาติ (FAO) องคการโรคระบาด สัตวระหวางประเทศ (OIE) อนุสญ ั ญาอารักขาพืชระหวางประเทศ (IPPC) คณะกรรมาธิการโครงการมาตรฐานอาหาร (CODEX) อนุสญ ั ญาวาดวยการคาระหวางประเทศซึง่ ชนิดสัตวปา และพืชปา ทีก่ ำลังจะสูญพันธุ (CITES) และประเทศคเู จรจา

3) สงเสริมการลงทุนทางตรงและการเปนหุนสวนยุทธศาสตรกับ สหกรณการเกษตรอาเซียน ผผู ลิต ผบู ริโภค และผคู า

B. การไปสภู มู ภิ าคทีม่ คี วามสามารถในการแขงขันสูง B1. นโยบายการแขงขัน 41. วัตถุประสงคหลักของนโยบายการแขงขันคือการสงเสริมใหเกิด วัฒนธรรมทีม่ กี ารแขงขันอยางเปนธรรม แมประเทศสมาชิกอาเซียน บางประเทศ5 จะมีหนวยงานและกฎหมายทีเ่ กีย่ วของกับนโยบายการ แขงขันทางการคา แตปจ จุบนั ยังไมมหี นวยงานอยางเปนทางการของ อาเซียนทำหนาทีป่ ระสานงานดานนโยบายและกฎหมายการแขงขัน ทางการคาในภูมิภาค เพื่อเปนเครือขายสำหรับหนวยงานกำกับ ดูแลนโยบายดานการแขงขันหรือองคกรอืน่ ๆ ทีเ่ กีย่ วของในการแลก เปลีย่ นประสบการณดา นนโยบาย ตลอดจนแบบแผน แนวปฏิบตั ทิ ี่ เกีย่ วของกับนโยบายและกฎหมายการแขงขันทางการคา

2) สงเสริมความรวมมือดานการวิจัยและการถายโอนเทคโนโลยี สำหรับผลิตภัณฑเกษตร อาหาร และปาไม 3) จัดตัง้ พันธมิตรดานยุทธศาสตรและแนวทางรวมกับภาคเอกชนใน การสงเสริมความปลอดภัยทางอาหาร โอกาสการลงทุนและรวม ลงทุน สนับสนุนการคาผลิตภัณฑเกษตรและการเขาสตู ลาด 4) เสริมสรางความพยายามในการตอตานการคาไมทผี่ ดิ กฎหมาย และ การคาทีเ่ กีย่ วเนือ่ ง การเกิดไฟปา และผลทีเ่ กีย่ วเนือ่ งจากไฟปา

การดำเนินงาน :

5) สงเสริมความพยายามในการตอตานการทำประมงทีผ่ ดิ กฎหมาย

1) ผลักดันใหประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศมีนโยบายดานการแขง ขันทางการคาภายในป 2015

40. สงเสริมสหกรณการเกษตรของอาเซียนเพื่อเปนวิธีการในการเพิ่ม อำนาจและเสริมสรางการเขาสตู ลาดของผลิตภัณฑเกษตร เพือ่ สราง เครือขายกลไกในการเชือ่ มโยงสหกรณการเกษตร และเพือ่ ใหบรรลุ วัตถุประสงคของสหกรณการเกษตรในการสงเสริมประโยชนใหกับ เกษตรกรในภูมภิ าค

2) จัดตัง้ เครือขายหนวยงานกำกับดูแลงานดานนโยบายการแขงขันเพือ่ เปน เวทีสำหรับหารือ และประสานงานทีเ่ กีย่ วของกับนโยบายการแขงขัน 3) สนับสนุนแผนงาน/กิจกรรมตางๆ เพือ่ เพิม่ ขีดความสามารถสำหรับ ประเทศสมาชิกอาเซียนในการ พัฒนานโยบายการแขงขันของแตละ ประเทศ

การดำเนินงาน : 1) เสริมสรางพันธมิตรดานยุทธศาสตรระหวางสหกรณการเกษตรใน อาเซียน ผานความรวมมือในระดับทวิภาคี ระดับภูมภิ าค และ ระดับพหุภาคี 118

ปจจุบนั มีประเทศสมาชิกอาเซียนเพียง 4 ประเทศเทานัน้ คือ อินโดนีเซีย สิงคโปร ไทย และเวียดนาม ที่มีกฎหมายการแขงขันทางการคา และมีหนวยงานที่กำกับดูแลงานดานแขงขันทางการคาดังกลาว มาเลเซียยังไมมกี ฎหมายเกีย่ วกับการแขงขันในระดับประเทศ แตมกี ารบังคับใชกฎระเบียบตางๆ เฉพาะ รายสาขา เพื่อบังคับใชและดูแลการแขงขันในตลาด 5

119


4) พัฒนาใหมแี นวนโยบายการแขงขันของภูมภิ าคใหแลวเสร็จภายในป 2010 บนพืน้ ฐานของ ประสบการณของแตละประเทศสมาชิกและ มาตรฐานการปฏิบัติที่เปนสากลโดยมีจุดมุงหมายที่จะใหเกิดสภาพ แวดลอมของการแขงขันทีเ่ ปนธรรม B2. การคมุ ครองผบู ริโภค 42. ในการรวมกลุมทางเศรษฐกิจในภูมิภาคโดยยึดประชาชนเปนศูนย กลางนัน้ อาเซียนตระหนักดีวา มาตรการทัง้ หลายทีจ่ ะนำไปสกู ารรวม กลุมทางเศรษฐกิจทุกมาตรการจะตองไมละเลยความสำคัญของ ผบู ริโภค ขณะนี้ มาตรการการคมุ ครองผบู ริโภคกำลังอยรู ะหวางการ พัฒนาควบคไู ปกับมาตรการทางเศรษฐกิจ เพือ่ ระบุถงึ ประเด็นการ คมุ ครองผบู ริโภคทีไ่ ดเกิดขึน้ การดำเนินงาน : 1) เสริมสรางความเขมแข็งดานการคมุ ครองผบู ริโภคในอาเซียนโดย การจัดตัง้ คณะกรรมการประสานงานดานการคมุ ครองผบู ริโภคใน อาเซียน (ASEAN Coordinating Committee on Consumer Protection - ACCCP) 2) จัดตัง้ เครือขายหนวยงานทีเ่ กีย่ วของกับการคมุ ครองผบู ริโภคเพือ่ อำนวยความสะดวกในการแบงปน และแลกเปลีย่ นขอมูล 3) จัดหลักสูตรฝกอบรมในภูมิภาคสำหรับเจาหนาที่ของหนวยงาน คุมครองผูบริโภค และผูนำที่เกี่ยวของกับการคุมครองผูบริโภค ทุกภาคสวน เพื่อเตรียมความพรอมสำหรับการรวมเปนตลาด เดียวกันของอาเซียน B3. สิทธิในทรัพยสนิ ทางปญญา 43. โดยหลักการแลว น���ยบายทรัพยสนิ ทางปญญานับเปนแรงผลักดันที่ ทรงอานุภาพในดาน (a) การสรางสรรคทางวัฒนธรรม สติปญ  ญา และศิลปะ รวมถึงการใชประโยชนในเชิงพาณิชยจากการสรางสรรคนี้ 120

(b) การรับและประยุกตใชเทคโนโลยีขนั้ สูงอยางมีประสิทธิภาพ และ (c) การเรียนรูอยางตอเนื่องเพื่อบรรลุผลการปฏิบัติงานตามความ คาดหวังทีเ่ พิม่ ขึน้ อยตู ลอดเวลา 44. นโยบายดานทรัพยสินทางปญญายังมีสวนชวยกอใหเกิดวัฒนธรรม แหงการสรางสรรคและการประดิษฐที่รุงโรจน และใหความมั่นใจ แกผมู สี ว นไดเสียในการเขาถึงและไดรบั ประโยชนจากสิทธิในทรัพยสนิ ทางปญญาทัง้ แบบดัง้ เดิมและแบบใหมอยางเทาเทียมกัน นอกจากนี้ นโยบายดานทรัพยสินทางปญญายังสงอิทธิพลตอทั้งปริมาณและ คุณภาพของการคาและการลงทุนระหวางประเทศ และการถายทอด เทคโนโลยีขั้นสูงที่ไดรับความคุมครอง การสรางสรรคทรัพยสิน ทางปญญาจึงเปนปจจัยหลักของการเพิม่ มูลคาการผลิตภายในประเทศ และ ขีดความสามารถทางการแขงขันระหวางประเทศ 45. ความรวมมือในระดับภูมิภาคดานสิทธิในทรัพยสินทางปญญาไดรับ แนวทางจากแผนปฏิบัติการดานสิทธิในทรัพยสินทางปญญาของ อาเซียน 2004-2010 (ASEAN IPR Action Plan 2004-2010) และ แผนงานความรวมมืออาเซียนดานลิขสิทธิ์ (ASEAN Cooperation on Copyrights) ซึง่ มงุ พัฒนาวัฒนธรรมแหงการเรียนรแู ละพัฒนา นวัตกรรม ซึง่ ไดรบั การสนับสนุนจากสภาวะแวดลอมดานทรัพยสนิ ทางปญญาทีเ่ ปนมิตรกับนักธุรกิจ นักลงทุน นักประดิษฐ และผสู ราง สรรคในอาเซียนมากยิง่ ขึน้ นอกจากนี้ แผนงานเหลานีไ้ ดถกู ออกแบบ มาเพือ่ สงเสริมใหสาธารณชนมีความเขาใจ การประสานงาน และ การสรางเครือขาย การคาดการณ การเพิม่ ขีดความ สามารถ และ การมีสว นรวมของอุตสาหกรรมทีเ่ กีย่ วของกับทรัพยสนิ ทางปญญาใน การสรางความสามารถในการแขงขันและการพัฒนาใหดยี งิ่ ขึน้ การดำเนินงาน : 1) ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการดานสิทธิในทรัพยสินทางปญญา ของอาเซียน 2004-2010 และ แผนงานความรวมมืออาเซียน ดานลิขสิทธิใ์ หครบถวน 121


2) จัดตั้งระบบยื่นคำขอจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑของ อาเซียน เพือ่ จัดเก็บขอมูลของอาเซียนเพือ่ อำนวยสะดวกในการ ยืน่ คำขอใหแกผขู อรับความคมุ ครอง และสงเสริมการประสาน งานระหวางสำนักงานทรัพยสินทางปญญาของประเทศสมาชิก อาเซียน ในฐานะทีเ่ ปนสำนักงานรับคำขอ โดยขึน้ อยกู บั เงือ่ นไข ดานภาษาทีจ่ ะใช 3) การเขาเปนภาคีพธิ สี ารมาดริด (Madrid Protocol) หากเปนไปได 4) หารือและแลกเปลี่ยนขอมูลระหวางหนวยงานที่รับผิดชอบดาน การบังคับใชกฎหมายของแตละ ประเทศในเรือ่ งการคมุ ครองสิทธิ ในทรัพยสนิ ทางปญญา 5) สงเสริมใหเกิดความรวมมือในภูมิภาคดานภูมิปญญาทองถิ่น (Traditional Knowledge: TK) ทรัพยากรชีวภาพ (Genetic Resources: GR) และการแสดงออกซึ่งวัฒนธรรมดั้งเดิม (Cultural Traditional Expressions: CTE) B4. การพัฒนาโครงสรางพืน้ ฐาน

122

วางกรอบการดำเนินงานดานการเปดเสรีบริการขนสงทางอากาศใน อาเซียนอยางเต็มรูปแบบโดยเร็ว 48. การอำนวยความสะดวกดานการขนสงและการขนสงตอเนือ่ งหลาย รูปแบบ แผนปฏิบตั กิ ารดานการขนสงอาเซียน (ATAP) 2005-2010 ครอบคลุมการขนสงทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ และการอำนวย ความสะดวกในการขนสง โดยแผนปฏิบตั กิ ารดังกลาวประกอบดวย มาตรการการดำเนินงาน 48 มาตรการ การดำเนินงาน : 1) ดำเนินการตามกรอบความตกลงอาเซียนวาดวยการอำนวยความ สะดวกในการขนสงสินคาผานแดน ภายในป 2009 2) ดำเนินการตามกรอบความตกลงอาเซียนวาดวยการขนสงตอเนือ่ ง หลายรูปแบบ ภายในป 2010 3) เรงรัดการหาขอยุตกิ ารจัดทำรางกรอบความตกลงอาเซียนวาดวย การอำนวยความสะดวกในการ ขนสงขามแดนใหแลวเสร็จ ภาย ในป 2008 และเริม่ ดำเนินการตามกรอบความตกลงฯ ไดภายใน ป 2010

46. ความรวมมือดานการขนสง โครงขายการขนสงที่มีประสิทธิภาพ มั่นคง และบูรณาการในอาเซียนเปนปจจัยสำคัญที่ชวยพัฒนาใช ศักยภาพของเขตการคาเสรีอาเซียนไดอยางเต็มที่ สงเสริมแรงจูงใจ ดานการเปนฐานการผลิตเดียว การเปนจุดหมายดานการทองเทีย่ ว และการลงทุนในภูมภิ าค อีกทัง้ ลดชองวางของการพัฒนา ยิง่ ไปกวา นัน้ การขนสงในอาเซียนยังเปนสิง่ จำเปนทีจ่ ะเชือ่ มโยงอาเซียนกับ ประเทศเพือ่ นบานทางดานตะวันออกเฉียงเหนือ และเอเชียใต

49. การขนสงทางบก ใหความสำคัญกับการดำเนินโครงการเชือ่ มโยงเสน ทางรถไฟสายสิงคโปร-คุนหมิง (SKRL) และโครงการโครงขายทาง หลวงอาเซียน (AHN) ใหเสร็จสมบูรณ

47. ประเทศตางๆ ในภูมภิ าคไดรว มมือกันเพือ่ สงเสริมการอำนวยความ สะดวกดานการขนสงและบริการ โลจิสติกส สนับสนุนการเชือ่ มโยง โครงสรางพืน้ ฐานดานการขนสงตอเนือ่ งหลายรูปแบบ อำนวยความ สะดวกดานการขนสงและการรวมกลมุ ดานการทองเทีย่ วและสงเสริม การเปดเสรีสาขาการขนสงทางอากาศและทางน้ำ และจะเรง

2) พัฒนาโครงการโครงขายทางหลวงอาเซียนใหเสร็จสมบูรณ โดย เฉพาะอยางยิง่ การสรางถนน/การปรับปรุงถนนต่ำกวาระดับ 3 สำหรับเสนทางการขนสงผานแดน (Transit Transport Routes : TTRs) ทีก่ ำหนด ในโครงการโครงขายทางหลวงอาเซียน

การดำเนินงาน : 1) พัฒนาเสนทางชวงขาดภายใตโครงการเชือ่ มโยงเสนทางรถไฟสาย สิงคโปร-คุนหมิงให เสร็จสมบูรณ

123


3) เสริมสรางการรักษาความปลอดภัยทางถนนในอาเซียน 50. การขนสงทางน้ำและทางอากาศ นำหลักการและกรอบการทำงานเพือ่ ใหมกี ารรวมกลมุ สาขาการขนสงทางทะเลของอาเซียนเปนตลาดเดียว มาใช และพัฒนาการเปนตลาดการบินรวมอาเซียนอยางเปนรูปธรรม การดำเนินงาน : 1) ปฏิบตั ติ ามสนธิสญ ั ญาทีเ่ กีย่ วของขององคการทางทะเลระหวาง ประเทศ (IMO) 2) ปฏิบตั ติ ามแผนปฏิบตั กิ ารวาดวยการขนสงทางทะเลทีม่ กี ารรวมตัว และมีขดี ความสามารถในการ แขงขันในภูมภิ าคอาเซียน 3) ดำเนินนโยบายการเปดนานฟาเสรีอาเซียน (แผนงานการรวมกลมุ สาขาการบิน) 4) พัฒนาตลาดการบินรวมอาเซียน (ASEAN Single Aviation Market) 51. โครงสรางพืน้ ฐานสารสนเทศ (Information Infrastructure) โครงสราง พื้นฐานสารสนเทศที่มีการปองกันความปลอดภัยและเชื่อมตอกันมี ความสำคัญอยางยิ่งตอการพัฒนาและการแขงขันทางเศรษฐกิจ ของภูมภิ าค มีการดำเนินการหลายๆ ดานเพือ่ สนับสนุนการเชือ่ มตอ โครงขายระหวางกัน (interconnectivity) และความสามารถในการ ทำงานรวมกันทางดานเทคนิค (technical interoperability) ระหวาง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร การยกระดับเครือขาย แหงชาติทมี่ อี ยแู ละพัฒนาเครือขายดังกลาวใหเปนโครงสรางพืน้ ฐาน สารสนเทศของภูมิภาค ใหความสำคัญเทาๆ กันกับการเพิ่มความ นาเชือ่ ถือและความมัน่ ใจในการใชอนิ เทอรเน็ต และความปลอดภัย ในการทำธุรกรรม การจายเงิน และการรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส

124

52. พัฒนาการเชื่อมตอความเร็วสูง (high-speed inter-connection) ระหวางโครงสรางพืน้ ฐานสารสนเทศแหงชาติ (National Information Infrastructures: NII) ของทุกประเทศสมาชิกอาเซียน การดำเนินงาน : 1) อำนวยความสะดวกใหเกิดการเชือ่ มตอความเร็วสูง (high-speed connection) ระหวางโครงสรางพื้นฐานสารสนเทศแหงชาติ (National Information Infrastructures: NII) ของทุกประเทศ สมาชิกอาเซียน ภายในป 2010 และดำเนินมาตรการดาน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารทีร่ ะบุไวในแผนปฏิบตั กิ าร เวียงจันทน (Vientiane Action Plan) 2) เสริมสรางขีดความสามารถ และจัดทำโปรแกรมการฝกอบรม สำหรั บ ศู น ย ป ระสานการรั ก ษาความปลอดภั ย คอมพิ ว เตอร แหงชาติ (Computer Emergency Response Teams : CERTs) ของแต ละประเทศ และเพิม่ ศักยภาพใหกบั ความมัน่ คงปลอดภัย บนเครือขายสารสนเทศ (cyber-security network) ของอาเซียน โดยการขยายเครือขายของการดำเนินการทดสอบการรับมือ สถานการณฉุกเฉินตอความมั่นคงบนเครือขายและสารสนเทศ (ASEAN CERT Incident Drills) ใหครอบคลุมประเทศคเู จรจา ของอาเซียนภายในป 2007 3) สงเสริมใหผทู เี่ กีย่ วของ (ประชาชน ชุมชน ธุรกิจ และหนวยงาน ภาครัฐ) มีสว นรวมในการพัฒนา และนำเทคโนโลยีสารสนเทศ และบริการดานโครงสรางพืน้ ฐานสารสนเทศในภูมภิ าคมาใชใน งานทีเ่ กีย่ วของ 4) สนับสนุนใหสาขาที่เปนกลุมเปาหมายนำเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใชเพือ่ เพิม่ ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล (ในเบือ้ งตนประกอบ ดวยสาขาสำคัญ เชน ศุลกากร โลจิสติกส ขนสง ธุรกิจเกีย่ วกับ ขอมูลในรูปแบบตางๆ)

125


5) เพิ่มจำนวนประเทศสมาชิกในการตกลงยอมรับรวมกันของ อาเซียน (ASEAN MRA) สำหรับ อุปกรณดา นโทรคมนาคม 6) พัฒนานโยบายและกรอบการกำกับดูแลในเชิงลึกเพื่อรองรับ โอกาสและความทาทายทางธุรกิจในสวน ทีเ่ กีย่ วกับโครงขายยุค หนา (Next Generation Network) ซึง่ รวมถึงการทำงานรวม กันไดของสินคาและบริการ ระบบสารสนเทศ และเครือขายที่ เชือ่ มโยงกัน 53. ความรวมมือดานพลังงาน การมีแหลงพลังงานที่มั่นคงและเพียง พอเป น ป จ จั ย สำคั ญ ที่ ส นั บ สนุ น ให ร ะบบเศรษฐกิ จ รวมทั้ ง ภาค อุตสาหกรรมมีการพัฒนาทีย่ งั่ ยืน ความรวมมือในภูมภิ าคดานโครงการ เชื่อมโยงทอสงกาซธรรมชาติของอาเซียน และโครงการเครือขาย ระบบสายสงไฟฟาของอาเซียน สงผลใหมกี ารใชทรัพยากรพลังงงาน ในภูมภิ าคอยางเหมาะสมและกอใหเกิดความมัน่ คงทางดานพลังงาน มากขึน้ โครงการเหลานีย้ งั เปนโอกาสใหภาคเอกชนมีสว นรวมในดาน การลงทุน การเงิน และการโอนถายเทคโนโลยี การเชื่อมโยง เครือขายระหวางประเทศทั้งดานเครือขายระบบสายสงไฟฟาและ กาซธรรมชาติกอ ใหเกิดประโยชนอยางยิง่ ทัง้ ดานความมัน่ คง ความ ยืดหยนุ และคุณภาพของพลังงาน 54. เรงการพัฒนาโครงการเครือขายระบบสายสงไฟฟาของอาเซียน และ โครงการเชือ่ มโยงทอสงกาซธรรมชาติของอาเซียน โครงการเครือขาย ระบบสายสงไฟฟาของอาเซียนมี 14 โครงการ และโครงการเชือ่ มโยง ทอสงกาซธรรมชาติของอาเซียน มี 7 โครงการ การดำเนินงาน : 1) เรงการดำเนินการโครงการเครือขายระบบสายสงไฟฟาของ อาเซียน และโครงการเชือ่ มโยงทอสงกาซธรรมชาติของอาเซียน

2) สงเสริมการเขามามีสวนรวมของภาคเอกชนเกี่ยวกับโครงการ เครือขายระบบสายสงไฟฟาของ อาเซียน และโครงการเชือ่ มโยง ทอสงกาซธรรมชาติของอาเซียนใหมากขึน้ 3) ดำเนินการราง ASEAN Petroleum Security Agreement ให แลวเสร็จเพื่อเสริมสรางความมั่นคงของแหลงน้ำมัน และกาซ ในภูมภิ าค 55. ในขณะทีป่ ระเทศสมาชิกกำลังผลักดันทุกวิถที างเพือ่ ใหบรรลุเปาหมาย การจัดตัง้ ประชาคมอาเซียนในป 2015 จำเปนอยางยิง่ ทีจ่ ะตองสราง ความมั่นใจวาพัฒนาการดังกลาวเปนไปอยางยั่งยืนภายใตนโยบาย และมาตรการตางๆ โดยเฉพาะอยางยิ่ง การลดสภาวะกาซเรือน กระจกดวยนโยบายและมาตรการที่มีประสิทธิผลซึ่งชวยบรรเทา ปญหาการเปลีย่ นแปลงอุณหูมขิ องโลก อาเซียนตระหนักดีถงึ ความ จำกั ด ของแหล ง สำรองพลั ง งานฟอสซิ ล ของโลกและความไร เสถียรภาพของราคาน้ำมันเชือ้ เพลิงในตลาดโลก จึงเนนความสำคัญ ในการสรางแหลงพลังงานทดแทนทีส่ ามารถนำกลับมาใชไดใหม อาทิ ไบโอดีเซล และสงเสริมใหมกี ารคา การอำนวยความสะดวก และ ความรวมมือในสาขาพลังงานที่สามารถนำกลับมาใชใหมรวมไปถึง อุตสาหกรรมทีเ่ กีย่ วของ อีกทัง้ การพัฒนาโครงสรางพืน้ ฐานทีจ่ ำเปน สำหรับแหลงพลังงานดังกลาว 56. ความรวมมือดานการทำเหมืองแร เพิม่ ศักยภาพดานการคาและการ ลงทุนและเสริมความแข็งแกรงดานความรวมมือและการสรางขีด ความสามารถในสาขาภูมศิ าสตรและการเหมืองแรเพือ่ ใหมกี ารพัฒนา สาขาเหมืองแรทยี่ งั่ ยืนในภูมภิ าค การดำเนินงาน : 1) สนับสนุนการคาและการลงทุนในสาขาเหมืองแรใหมากขึน้ 2) เสริมสรางขีดความสามารถขององคกรและบุคลากรในสาขา ภูมศิ าสตรและการเหมืองแรในอาเซียน

126

127


3) สงเสริมการพัฒนาสาขาเหมืองแรใหมพี ฒ ั นาการทีย่ งั่ ยืนทัง้ ในแง สิง่ แวดลอมและสังคม 4) สนับสนุนใหภาคเอกชนเขามามีสวนรวมในการพัฒนาสาขา เหมืองแร 57. การสนับสนุนดานการเงินแกโครงการพัฒนาโครงสรางพืน้ ฐานตางๆ เงินทุนมีบทบาทสำคัญตอการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดย ทีอ่ าเซียนไดเรงการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจ จำเปนตองสงเสริมการลง ทุนมากขึน้ โดยเฉพาะอยางยิง่ ในดานการพัฒนาโครงสรางพืน้ ฐานของ ภูมภิ าค ดังนัน้ การพัฒนาวิธกี ารระดมเงินทุนแบบใหมๆ เพือ่ ดึงดูด ใหภาคเอกชนสนใจลงทุนจึงเปนสิง่ สำคัญ การดำเนินงาน : 1) สงเสริมใหภาคเอกชนและองคกรระหวางประเทศเขามามีสวน รวมมากขึน้ ในการสนับสนุนดานการเงิน แกการพัฒนาโครงสราง พืน้ ฐานของภูมภิ าค อาทิ โครงการเชือ่ มโยงทอสงกาซธรรมชาติ ของอาเซียน โครงการเครือขายระบบสายสงไฟฟาของอาเซียน โครงการเชือ่ มโยงเสนทางรถไฟสิงคโปร-คุนหมิง และโครงการ ทางหลวงอาเซียน 2) ยกเลิก/ลดอุปสรรคตอการลงทุนและ/หรือการสนับสนุนเงินทุน เพือ่ พัฒนาโครงการดานโครงสราง พืน้ ฐานของภูมภิ าค B5. ภาษีอากร 58. การดำเนินงาน : 1) ดำเนินการใหประเทศสมาชิกจัดทำความตกลงวาดวยการเวนการ เก็บภาษีซอนแบบทวิภาคีขึ้นระหวางกันภายในป 2010 เทาที่ จะสามารถดำเนินการได

128

B6. พาณิชยอเิ ล็กทรอนิกส 59. เพือ่ วางนโยบายและโครงสรางพืน้ ฐานทางกฎหมายสำหรับพาณิชย อิเล็กทรอนิกสและชวยใหการคาสินคาทางอิเล็กทรอนิกส (พาณิชย อิเล็กทรอนิกส) ภายในอาเซียนบรรลุผลสำเร็จ โดยการปฏิบตั ติ าม กรอบความตกลง e-ASEAN และอยูบนพื้นฐานของกรอบความ ตกลงรวมอืน่ ๆ การดำเนินงาน : 1) ยอมรั บ แนวปฏิ บั ติ ที่ ดี ม าใช ดำเนิ น นโยบายการแข ง ขั น ด า น โทรคมนาคมและเตรียมความพรอมของ กฎระเบียบ/กฎหมาย ดานพาณิชยอเิ ล็กทรอนิกสภายในประเทศ 2) ทำใหเกิดความสอดคลองดานโครงสรางพื้นฐานทางกฎหมาย พาณิชยอเิ ล็กทรอนิกส เพือ่ การทำสัญญาทางอิเล็กทรอนิกสและ การระงับขอพิพาท 3) พัฒนาและดำเนินการเพือ่ ใหไดแนวปฏิบตั ทิ ดี่ ดี า นการทำสัญญา ทางอิเล็กทรอนิกส หลักการสำหรับการระงับขอพิพาทและกรอบ การยอมรับรวมกันดานลายมือชือ่ อิเล็กทรอนิกสในภูมภิ าคอาเซียน 4) อำนวยความสะดวกเรื่ อ งการยอมรั บ ร ว มกั น ของลายมื อ ชื่ อ อิเล็กทรอนิกสในภูมภิ าคอาเซียน 5) ศึกษาและสนับสนุนการยอมรับแนวปฏิบตั ทิ ดี่ แี ละแนวทางของ กฎระเบียบ และ/หรือ มาตรฐานทีอ่ ยบู นพืน้ ฐานของกรอบความ ตกลงรวม 6) จัดตัง้ เครือขายระหวางภาคธุรกิจในภูมภิ าคอาเซียนกับประเทศ คเู จรจา เพือ่ เปนเวทีสำหรับสงเสริมดานการคาและการลงทุน

129


C. การพัฒนาเศรษฐกิจอยางเทาเทียมกัน C1. การพัฒนาวิสาห���ิจขนาดกลางและขนาดยอม 60. พิมพเขียวนโยบายของอาเซียนดานการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดยอม (APBSD) 2004-2014 ไดกำหนดกรอบแนวทาง สำหรับการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอมในภูมิภาค อาเซี ย น ซึ่ ง ประกอบด ว ยแผนยุ ท ธศาสตร ก ารดำเนิ น งาน มาตรการนโยบายตางๆ และผลลัพธ ทัง้ นี้ มีวตั ถุประสงคเพือ่ (a เรงการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอมอยางเหมาะสม ตามความหลากหลายของประเทศสมาชิกอาเซียน (b) พั ฒ นาขี ด ความสามารถในการแข ง ขั น และการปรั บ ตั ว ของ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอมในอาเซียน โดยอำนวยความ สะดวกในการเขาถึงขอมูล ตลาด การพัฒนาทรัพยากรมนุษยและ ทักษะแรงงาน แหลงเงินทุนรวมทัง้ เทคโนโลยี (c) เสริมสรางความยืดหยนุ ใหวสิ าหกิจขนาดกลางและขนาดยอมของ อาเซียนเพือ่ ใหสามารถรองรับกับผลกระทบทีเ่ กิดจากเศรษฐกิจ มหภาคและความไมมนั่ คงทางการเงิน ตลอดจนความทาทายที่ อาจเกิดขึน้ จากสภาพแวดลอมทางการคาทีเ่ สรีมากขึน้ (d) เพิม่ การมีสว นรวมของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอมตอการ เติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาภูมภิ าคอาเซียนในภาพรวม การดำเนินงาน : 1) ดำเนินการตามพิมพเขียวนโยบายของอาเซียนดานการพัฒนา วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม (APBSD) 2004-2014 2) สงเสริมเครือขายวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอมและการมี สวนรวมในการสรางเครือขายผลผลิต และการกระจายสินคา ของภูมภิ าค

130

3) สงเสริมแนวทางการปฏิบตั ทิ ดี่ ใี นการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดยอม รวมถึงแหลงเงินทุน ของวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดยอม C2. ความริเริม่ เพือ่ การรวมตัวของอาเซียน 61. เนือ่ งจากประเทศอาเซียนมีระดับการพัฒนาทีแ่ ตกตางกัน จึงมีความ จำเปนทีจ่ ะตองเนนการรวมกลมุ ของอาเซียนทัง้ ในแนวลึกและแนว กวาง โดยใหมคี วามรวมมือดานเทคนิคและการพัฒนา โดยคำนึงถึง ระดับการพัฒนาที่แตกตางและเรงการรวมกลุมทางเศรษฐกิจของ ประเทศสมาชิกทีม่ รี ะดับการพัฒนาต่ำกวาใหรวดเร็วยิง่ ขึน้ ทัง้ นี้ เพือ่ ใหประเทศสมาชิกอาเซียนทัง้ หมดไดรบั ผลประโยชนอยางทัว่ ถึง และ ในภาพรวมทำใหอาเซียนพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน 62. ความริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน (Initiative for ASEAN Integration: IAI) เริม่ ขึน้ ในเดือนพฤศจิกายน 2000 โดยกำหนดแนว ทางและเนนความพยายามรวมกันในการลดระดับชองวางของการ พัฒนาทัง้ ภายในอาเซียนและระหวางอาเซียนกับประเทศอืน่ ๆ ดวย ปจจุบัน ความริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียนครอบคลุมดาน โครงสรางพืน้ ฐาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสือ่ สาร การเสริมสรางขีดความสามารถในการรวมกลมุ ทาง เศรษฐกิจในภูมภิ าค พลังงาน บรรยากาศการลงทุน การทองเทีย่ ว การลดระดับความยากจนและการปรับปรุงคุณภาพชีวติ 63. ในการปรับตัวเพือ่ รองรับความทาทายจากการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจ ของอาเซียน ประเทศสมาชิกใหม (CLMV) ของอาเซียนจะตองพัฒนา นโยบายทีจ่ ะเพิม่ การพัฒนาทางเศรษฐกิจ เพิม่ ความสามารถในการ แขงขัน เพิม่ การลงทุนทัง้ ภายในประเทศและการลงทุนโดยตรงจาก ตางประเทศ ขยายธุรกิจภาคเอกชนในขณะเดียวกันก็จะตองบรรลุเปา หมายเชิงสาธารณะ 131


การดำเนินงาน : 1) ส ง เสริ ม ให ค วามริ เ ริ่ ม เพื่ อ การรวมตั ว ของอาเซี ย นเป น เวที (platform) ในการกำหนดและดำเนินการตามโครงการความชวย เหลือดานเทคนิคและการเสริมสรางขีดความสามารถ สำหรับทัง้ ภาครัฐและภาคเอกชนในอาเซียน โดยเฉพาะประเทศสมาชิกใหม และตามความตกลงในกรอบอนุภมู ภิ าคอืน่ ๆ เชน IMT-GT และ BIMP-EAGA เพือ่ ยกระดับใหเทาเทียมกันในการพัฒนาโครงขาย ดานการผลิตและการจัดจำหนายในภูมภิ าค 2) ประเทศสมาชิกเดิม 6 ประเทศตองใหการสนับสนุนโครงการ ความริเริม่ เพือ่ การรวมตัวของอาเซียน อยางตอเนือ่ ง 3) รวบรวมการสนับสนุนจากคูเจรจาและองคกรระหวางประเทศ เชน ธนาคารเพือ่ การพัฒนาเอเชีย และธนาคารโลก เพือ่ ใหการดำเนินการเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ 4) สราง/พัฒนาขีดความสามารถของเจาหนาที่รัฐในการพัฒนา/ ดำเนินนโยบายสังคมและเศรษฐกิจเพือ่ ชวยบรรเทาผลกระทบ จากการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจ 5) จัดทำการศึกษาดานสังคมและเศรษฐกิจเปนครัง้ คราว เพือ่ ตรวจ สอบและประเมินผลของการ รวมกลมุ ทางเศรษฐกิจ

D. การบูรณาการเขากับเศรษฐกิจโลก 64. อาเซียนดำเนินงานในลักษณะทีม่ ปี ฏิสมั พันธกบั โลกภายนอกมากขึน้ ดวยการพึ่งพาตลาดและอุตสาหกรรมในระดับโลก เพื่อสงเสริม นักธุรกิจของอาเซียนใหสามารถแขงขันไดในระดับสากล และสราง อาเซียนใหมีพลวัตรและเปนสวนหนึ่งของหวงโซอุปทานของโลกที่ แข็งแกรงมากขึน้ และสรางความมัน่ ใจวาตลาดภายในยังคงนาดึงดูด สำหรับการลงทุนโดยตรงจากตางชาติ จึงจำเปนทีอ่ าเซียนจะตองคำนึง ถึงบริบทอืน่ ประกอบนอกเหนือจากการดำเนินงานภายใตประชาคม 132

เศรษฐกิจอาเซียน กฎเกณฑและกฎระเบียบภายนอกจะตองถูกนำมา พิจารณาใหมากขึ้นในการพัฒนานโยบายที่เกี่ยวของกับประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน D1. แนวทางการสรางความเปนหนึ่งเดียวกันตอปฏิสัมพันธดานเศรษฐกิจ กับภายนอก 65. อาเซียนจะตองดำเนินงานเพื่อสรางความเปนหนึ่งเดียวกันที่จะมี ปฏิสมั พันธดา นเศรษฐกิจกับภายนอก ซึง่ รวมถึงการเจรจาจัดทำเขต การคาเสรี (FTAs) และความตกลงวาดวยหุนสวนทางเศรษฐกิจ (CEPs) ซึง่ สามารถดำเนินการได โดย การดำเนินงาน : 1) ทบทวนพันธกรณีของ FTA/CEP เทียบกับพันธกรณีของการรวม กลมุ ภายในอาเซียน 2) ดำเนินการใหมรี ะบบทีจ่ ะสนับสนุนการประสานงานมากขึน้ ในการ เจรจาการคากับประเทศคเู จรจาภายนอกอาเซียน และในเวทีการ เจรจาการคาในระดับภูมภิ าคและระดับพหุภาคี โดยมีวตั ถุประสงค เพือ่ บรรลุกรอบทาทีการเจรจารวมกัน D2. สงเสริมการมีสว นรวมในเครือขายอุปทานของโลก 66. อาเซียนจะตองสงเสริมการเขาไปมีสว นรวมในเครือขายอุปทานของ โลกมากขึน้ โดย การดำเนินงาน : 1) รับหลักปฏิบตั สิ ากลทีด่ แี ละมาตรฐานในการผลิตและจำหนายมา ใชในภูมภิ าคอยางตอเนือ่ ง 2) พัฒนาความชวยเหลือทางวิชาการเพือ่ ยกระดับขีดความสามารถ และผลิตภาพดานอุตสาหกรรมและสงเสริมการเขามามีสว นรวม ในการรวมกลมุ ระดับภูมภิ าคและระดับโลกใหกบั ประเทศสมาชิก ทีม่ รี ะดับการพัฒนาต่ำกวาของอาเซียน 133


แนวทางดำเนินงานตามแผนงานทีก่ ำหนด 67. แผนกลยุทธทรี่ วมหลักเกณฑสำคัญสำหรับการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจ ในเชิงลึกและครอบคลุมเปนภาคผนวกของแผนงานนี้ ทัง้ นี้ ไดมกี าร หารือกับผมู สี ว นเกีย่ วของในทุกภาคสวนเพือ่ รวบรวมความเห็นและได จัดการประชุมประสานงานเพือ่ ทบทวนแผนงานการจัดตัง้ ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน และตารางเวลาการดำเนินงานรวมกันระหวาง ผูมีสวนเกี่ยวของเพื่อสรางความมั่นใจวามาตรการ แผนงานตางๆ และเปาหมายที่กำหนดขางตนมีความสอดคลองตองกัน ตลอด จนเสริมสรางความรสู กึ ทีเ่ ปนเจาภาพของพิมพเขียวนีร้ ว มกัน 68. หนวยงานอาเซียนทีเ่ กีย่ วของจะประสานการดำเนินงานตามแผนงาน และมาตรการตางๆ ในขณะทีห่ นวยงานรัฐบาลทีเ่ กีย่ วของจะรับผิดชอบ ในการดูแลการดำเนินการและเตรียมพรอมสำหรับการจัดทำแผน ปฏิบตั กิ ารในระดับชาติ ทัง้ นี้ จะดำเนินการเพือ่ ใหเกิดการมีสว นรวม ในลักษณะหนุ สวนกับภาคเอกชน สมาคมอุตสาหกรรมและประชาคม ตางๆ ในระดับภูมภิ าคและระดับประเทศตามความจำเปน เพือ่ ให มั่นใจวาผูเกี่ยวของในทุกภาคสวนไดมีสวนรวมในกระบวนการของ การรวมกลมุ

คณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะดูแลรับผิดชอบการดำเนิน งานตามแผนงานในภาพรวม 71. เพือ่ ใหการดำเนินงานตามแผนงานเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ จะตอง ดำเนินงานตามมาตรการตางๆ ดังนี้ การดำเนินงาน : 1) คณะทำงานระดับสูงวาดวยการรวมกลุมทางเศรษฐกิจของ อาเซียนจะเปนผใู หความเห็นในเชิงกลยุทธตอ รัฐมนตรีเศรษฐกิจ อาเซียนในประเด็นทีส่ ง ผลตอการปฏิบตั ติ ามแผนงานในพิมพเขียว นีใ้ หเปนไปตามกำหนดเวลา 2) ดำเนินการปรึกษาหารืออยางสม่ำเสมอรวมกับหนวยงานทีเ่ กีย่ วของ เพือ่ แลกเปลีย่ นและรับขอคิดเห็นตอการดำเนินงานตามแผนงาน ในพิมพเขียว 3) เลขาธิการอาเซียนจะเปนผรู ายงานความคืบหนาการดำเนินงาน การจัดตัง้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ใหรฐั มนตรีในสาขาตางๆ ทีเ่ กีย่ วของและผนู ำอาเซียนรับทราบ

69. เพื่อความสำเร็จของการปฏิบัติตามแผนงานและมาตรการเหลานี้ จะต อ งได รั บ การสนั บ สนุ น ทั้ ง ในด า นสถาบั น หรื อ กลไกที่ จำเป น ทรัพยากร ขีดความสามารถ และเจตนารมณทางการเมืองในกระบวน การของการจัดตัง้ ประชาคมอาเซียน A. กลไกการดำเนินงาน 70. รัฐมนตรีทกี่ ำกับดูแลดานตางๆ จะรับผิดชอบตอการดำเนินงานตาม แผนงาน และติดตามการดำเนินงานใหเปนไปตามพันธกรณีเฉพาะ ในขอบเขตที่เกี่ยวของ โดยที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนในฐานะ รัฐมนตรีที่รับผิดชอบการรวมกลุมทางเศรษฐกิจของอาเซียนภายใต 134

135


72. เพือ่ ใหการดำเนินงานตามแผนงานนีไ้ ดผลดียงิ่ ขึน้ และกระบวนการ ตัดสินใจทีเ่ กีย่ วของกับความริเริม่ ทาง เศรษฐกิจดานตางๆ ทัง้ ทีร่ ะบุ ในแผนงานและทีเ่ กิดขึน้ นอกเหนือจากนัน้ เปนไปอยางมีประสิทธิภาพ ควรตองดำเนินการตามมาตรการตอไปนี้ 1) ปรับปรุงขั้นตอนการออกประกาศที่เกี่ยวของกับขอตกลงทาง เศรษฐกิจตางๆ ของอาเซียนใหโปรงใสโดยดำเนินการตามพิธสี าร วาดวยกระบวนการแจง (Protocol on Notification Procedures) 2) การใหสัตยาบันตอพันธกรณีทางกฎหมายของอาเซียนจะตอง ดำเนินการภายใน 6 เดือนนับแตวนั ทีม่ กี ารลงนาม 3) กระบวนการตัดสินใจขององคกรทีเ่ กีย่ วของกับเศรษฐกิจจะตอง ดำเนินการโดยความเห็นชอบรวมกัน ในกรณีทไี่ มสามารถบรรลุ ความเห็นชอบรวมกันได อาเซียนอาจพิจารณาแนวทางอืน่ เพือ่ ให กระบวนการตัดสินใจเปนไปโดยรวดเร็ว 4) นำกลไกระงับขอพิพาทของอาเซียน (DSM) มาใชเพือ่ สงเสริมการ สรางสังคมแหงกฎระเบียบ 5) หลักการ ASEAN-X สามารถนำมาใชในการเรงการดำเนินงาน ตามแผนงานในดานเศรษฐกิจ 6) ให มี ค วามยื ด หยุ น ในการดำเนิ น งานไปสู ก ารเป น ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน ซึง่ จะตองมีการตกลงกันกอนลวงหนา และไม กอใหเกิดความลาชาตอการดำเนินงานในภาพรวมเพือ่ ไปสกู ารเปน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

การดำเนินงาน : 1) จัดทำตัวชีว้ ดั ในเชิงสถิติ ซึง่ รวมถึงอัตราภาษี และระบบฐานขอมูล ดานการคา ขอสังเกตเกีย่ วกับความสอดคลองของขอมูลสถิตและ คุณภาพของขอมูล และ AEC scorecards เพื่อติดตามและ ประเมินความคืบหนาการดำเนินงานตามองคประกอบตางๆ ของ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 74. ในสาขาการเงิน 1) จัดตัง้ กลไกการดำเนินงานทีเ่ หมาะสมเพือ่ ใหมกี ารรายงานอยาง สม่ำเสมอตอผนู ำอาเซียน B. ทรัพยากร 75. ดำเนินการใหมีการวิจัยและการสนับสนุนการเสริมสรางขีดความ สามารถโดยอาศัยทรัพยากรดานตางๆ การดำเนินงาน : 1) กองทุนเพือ่ พัฒนาอาเซียน (ASEAN Development Fund) โดย การสมทบทุนจากประเทศสมาชิก จะเปนเครือ่ งขับเคลือ่ นในการ ใชทรัพยากรจากแหลงอืน่ ทัง้ ภายในอาเซียนและภายนอกอาเซียน

73. ความคืบหนาของการดำเนินงานตามแผนงานและมาตรการเพือ่ ไปสู การเปนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนโดยประเทศสมาชิกจำเปนจะตอง มีการติดตาม ทบทวน และเผยแพรใหผมู สี ว นเกีย่ วของไดรบั ทราบ สำนักเลขาธิการอาเซียนจะตองทบทวนและติดตามการปฏิบัติตาม แผนงาน

136

137


2) ระบุหวั ขอและดำเนินการศึกษาดานวิชาการหรือโครงการอบรม ในประเด็นหรือหัวขอทีต่ อ งอาศัยการวิเคราะหและการสนับสนุน เพือ่ เพิม่ ขีดความสามารถ เพือ่ สนับสนุนการดำเนินงานตามแผน งานเพือ่ เรงรัดการจัดตัง้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 3) แปลงเปาหมายและเปาประสงคของแผนงานเพือ่ เรงรัดการจัดตัง้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนไปสู เปาหมายและเปาประสงคใน ระดับชาติ และรวมไวเปนสวนหนึ่งของแผนพัฒนาของแตละ ประเทศ 4) สนับสนุนการเขามามีสวนรวมของธนาคารพัฒนาแหงเอเชีย ธนาคารโลก ประเทศคเู จรจา และภาคเอกชนในโครงการพัฒนา โครงสรางพืน้ ฐานในระดับภูมภิ าค

C. การสือ่ สาร 76. ความสำเร็จของการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจำเปนตอง อาศัยการมีสว นรวมของผมู สี ว นเกีย่ วของทุกฝายในขัน้ ตอนของการ รวมกลมุ นอกจากการใหทกุ ภาคสวนทีเ่ กีย่ วของเขามามีสว นรวมใน การจัดทำแผนงานนี้แลว ยังตองมีแผนงานดานการสื่อสารที่ดีเพื่อ สรางการรับรขู องสาธารณชนเกีย่ วกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนใน ทุกประเทศสมาชิก และเผยแพรความคืบหนาของการจัดตัง้ ประชาคม อาเซียนตอผมู สี ว นเกีย่ วของทัง้ หมด รวมทัง้ ภาคธุรกิจ และประชาชน ในอาเซียนไดรบั ทราบ การดำเนินงาน :

5) สรางความแข็งแกรงในดานการวิจยั และการวางแผนของสำนัก งานเลขาธิ ก ารอาเซี ย นในประเด็ น ที่ เ กี่ ย วข อ งกั บ ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน

1) ดำเนิ น การตามแผนงานการสื่ อ สารที่ ค รอบคลุ ม รอบด า น เพื่ออธิบายใหหนวยราชการ ผูมีสวนเกี่ยวของที่สำคัญและ สาธารณชนไดทราบวัตถุประสงค ประโยชน และโอกาสทีท่ า ทาย ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

6) สรางความแข็งแกรงในดานความสามารถในการวิจัยและการ พัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศ สมาชิกแตละประเทศ

2) พัฒนาเวทีระดับภูมภิ าคเพือ่ ใชในการหารือและแลกเปลีย่ นขอมูล ในการดำเนินการจัดตัง้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

7) จัดทำโครงการเสริมสรางขีดความสามารถที่เหมาะสมเพื่อชวย ประเทศสมาชิกใหมในการสงเสริมการพัฒนาตลาดการเงินและ กรอบกลไกการกำกับดูแลตลาดการเงินทีม่ ปี ระสิทธิภาพ

3) ประเทศสมาชิกจะตองจัดตัง้ กลไกระดับชาติเพือ่ รายงานผลการ ดำเนินงานและประเด็นทีเ่ กีย่ วของกับการรวมกลมุ ทางเศรษฐกิจ อยางสม่ำเสมอ 4) พัฒนาเว็บไซตเพื่อสื่อสารเรื่องการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน เพือ่ เปนอีกชองทางหนึง่ ในการเขาถึงประชาคมอยางทัว่ ถึง และผมู สี ว นเกีย่ วของในทุกภาคสวนสามารถใหขอ เสนอแนะ และ ขอคิดเห็นตอความริเริม่ ทางเศรษฐกิจดานตางๆ ของอาเซียน D. การทบทวน 77. แผนงานเพือ่ จัดตัง้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะตองมีการทบทวน เปนระยะ โดยคำนึงถึงการเปลีย่ นแปลงของพัฒนาการตางๆ ของ ภูมภิ าคและของโลกเปนสำคัญ

138

139


140

141


ภาคผนวก 4 หนวยงานทีเ่ กีย่ วของกับการดำเนินงานตามแผนงานภายใต AEC Blueprint ประธานคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหวางประเทศไดเห็น ชอบการจั ด ตั้ ง คณะอนุ ก รรมการดำเนิ น การตามแผนงานไปสู ก ารเป น ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึง่ ประกอบดวย ผแู ทนหนวยงานตางๆ ทีเ่ กีย่ ว ของ โดยมีปลัดกระทรวงพาณิชยทำหนาทีป่ ระธานคณะอนุกรรมการฯ และ อธิบดีกรมเจรจาการคาระหวางประเทศทำหนาที่คณะอนุกรรมการและ เลขานุการ โดยแบงการดำเนินงานออกเปนคณะทำงานในดานตางๆ ดังนี้

คณะทำงาน 1. คณะทำงานดานการคาสินคา

142

หนวยงานทีเ่ กีย่ วของ -

กรมเจรจาการคาระหวางประเทศ กรมศุลกากร สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอตุ สาหกรรม สำนักงานมาตรฐานสินคาเกษตรและอาหารแหงชาติ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมประมง กรมปศุสตั ว กรมปาไม สำนักงานกิจการโทรคมนาคมแหงชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กรมวิชาการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการคมุ ครองผบู ริโภค กรมการคาตางประเทศ กรมการคาภายใน กรมสงเสริมการสงออก สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง 143


คณะทำงาน

หนวยงานทีเ่ กีย่ วของ

2. คณะทำงานดานการคาบริการ

- กรมเจรจาการคาระหวางประเทศ - คณะกรรมการการคาบริการ สาขาการขนสง - คณะทำงานพิจารณาการเปดเสรีการคาบริการ ดานการบิน - คณะกรรมการการคาสินคาและบริการ สาขาเทคโนโลยี สารสนเทศและการสือ่ สาร - คณะทำงานยอยดานการคาบริการ สาขาบริการสุขภาพ - คณะทำงานยอยดานการคาบริการ สาขาการทองเทีย่ ว - คณะทำงานยอยดานการคาบริการ สาขาการศึกษา - คณะทำงานยอยดานการคาบริการ สาขาบริการธุรกิจ กอสราง โสตทัศน จักจำหนาย และบริการทีเ่ กีย่ วของ - สำนักงานตรวจคนเขาเมือง - กระทรวงแรงงาน - กระทรวงการตางประเทศ - กรมพัฒนาธุรกิจการคา - กรมสงเสริมการสงออก - สภาอุตสาหกรรมแหงประเทศไทย - สภาหอการคาแหงประเทศไทย

3. คณะทำงานดานการลงทุน

144

-

กรมเศรษฐกิจระหวางประเทศ กรมสนธิสญ ั ญาและกฎหมาย กรมอาเซียน สำนักงานคณะกรรมการสงเสริมการลงทุน กรมพัฒนาธุรกิจการคา สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ธนาคารแหงประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพยและตลาด หลักทรัพย - ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย

คณะทำงาน

หนวยงานทีเ่ กีย่ วของ - สภาอุตสาหกรรมแหงประเทศไทย - สภาหอการคาแหงประเทศไทย

4. คณะทำงานดานการพัฒนา ตลาดทุนและการเคลือ่ นยาย เงินทุน

-

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรมเจรจาการคาระหวางประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง กรมสรรพากร กรมเศรษฐกิจระหวางประเทศ กรมสนธิสญ ั ญาและกฎหมาย กรมอาเซียน ธนาคารแหงประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพยและตลาด หลักทรัพย ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย ตลาดตราสารหนี้ บริษทั ตลาดอนุพนั ธ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สมาคมตราสารหนีไ้ ทย สมาคมบริษทั จัดการลงทุน สมาคมบริษทั หลักทรัพย สำนักนโยบายการออมและการลงทุน สำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและระหวางประเทศ

5. คณะทำงานดานการเคลือ่ นยาย - กระทรวงมหาดไทย - สำนักงานปลัดกระทรวงการทองเทีย่ วและกีฬา บุคลากร - กรมการกงสุล - กรมอาเซียน - กรมเศรษฐกิจระหวางประเทศ - กระทรวงแรงงาน - กรมพัฒนาฝมอื แรงงาน 145


คณะทำงาน

146

หนวยงานทีเ่ กีย่ วของ -

กรมการจัดหางาน สำนักงานตรวจคนเขาเมือง กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา กระทรวงวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี สำนักงานสงเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม กรมเจรจาการคาระหวางประเทศ สภาหอการคาแหงประเทศไทย

6. คณะทำงานดานโครงสราง พืน้ ฐาน (ขนสง ICT พลังงาน และพาณิชยอเิ ล็กทรอนิกส)

-

กรมเจรจาการคาระหวางประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม กรมการขนสงทางบก กรมทางหลวง กรมการขนสงทางอากาศ กรมการขนสงทางน้ำและพาณิชยนาวี กรมพัฒนาธุรกิจการคา สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแหงชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร กระทรวงพลังงาน การรถไฟแหงประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแหงชาติ

7. คณะทำงานเพือ่ เสริมสรางขีด ความสามารถ

-

กรมเจรจาการคาระหวางประเทศ สำนักงานคณะกรรมการคมุ ครองผบู ริโภค กรมสงเสริมการสงออก กรมพัฒนาธุรกิจการคา กรมการคาตางประเทศ

คณะทำงาน

หนวยงานทีเ่ กีย่ วของ - กรมการคาภายใน - กรมทรัพยสนิ ทางปญญา

8. คณะทำงานเพือ่ ลดชองวาง การพัฒนา

- กระทรวงการคลัง - ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอมแหง ประเทศไทย - บรรษัทประกันสินเชือ่ อุตสาหกรรมขนาดยอม - สำนักงานสงเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม - สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแหงชาติ - สำนักงานความรวมมือเพือ่ การพัฒนาระหวางประเทศ - กรมขนสงทางน้ำและพาณิชยนาวี - สำนักงานคณะกรรมการสงเสริมการลงทุน - สำนักงานความรวมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศ เพือ่ นบาน - กรมศุลกากร - กระทรวงเกษตรและสหกรณ - กระทรวงสาธารณสุข - กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร - ศูนยเทคโนโลยีอเิ ล็กทรอนิกสและคอมพิวเตอรแหงชาติ - กรมเจรจาการคาระหวางประเทศ

147


ภาคผนวก 5 กระบวนการระงับขอพิพาทของอาเซียน

ขัน้ ตอนของกระบวนการระงับขอพิพาท (FLOWCHART OF MECHANISMS AND PROCESSES OF THE ASEAN DISPUTE SETTLEMENT)

148

149


NOTE: * ในการนำปญหาเขาสกู ระบวนการระงับขอพิพาท ประเทศสมาชิกมีสทิ ธิ ในการพิจารณาเลือกนำปญหาเขาสูกระบวนการ/ขั้นตอนตามที่เห็น วาเหมาะสม โดยมิไดมขี อ บังคับใหประเทศสมาชิกตองดำเนินการโดย เริม่ จากขัน้ ตอนใหคำแนะนำ กอนใชขนั้ ตอนปรึกษาหารือ และสิน้ สุด ทีข่ นั้ ตอนการระงับขอพิพาท

ขัน้ ตอนใหคำแนะนำ (Advisory Mechanism) การดำเนินการของ ACT

^ ประเทศสมาชิกไมจำเปนตองนำปญหาเขาสกู ระบวนการระงับขอพิพาท ตามลำดับขัน้ ตอนทีป่ รากฏ โดยหลังจากทีน่ ำปญหาเขาสขู นั้ ตอนแรก คือ ขั้นตอนใหคำแนะนำไมวาจะภายใตศูนยกฎหมายของอาเซียนหรือ ภายใต ACT ประเทศสมาชิกอาจเลือกนำปญหาดังกลาวเขาสกู ระบวน การระงับขอพิพาทภายใต ACB หรือเขาสกู ระบวนการ DSM โดยตรง เลยก็ได - ทัง้ นี้ เมือ่ มีการตกลงดวยความสมัครใจ ประเทศสมาชิกทีเ่ ปนคกู รณีใน ประเด็ น ข อ พิ พ าทอาจขอดำเนิ น กระบวนการหารื อ หรื อ ไกล เ กลี่ ย ขอพิพาท โดยอาจขอใหเลขาธิการอาเซียน (the good offices of the ASEAN Sec-Gen) เขามารวมในกระบวนการได

150

151


ภาคผนวก 6

152

153


154

155


156

157



ASEAN Economic Community