Issuu on Google+

1


2

  


3


 


ขอมูลบรรณานุกรมของหอสมุดแหงชาติ

พาฝน ศุภวานิช, สุวรรณี แซลิ้ม, พฤหัส พหลกุลบุตร, เรืองพิลาศ ธรรมวิเศษ, ผูสัมภาษณ อมรากุล อินโอชานนท, บรรณาธิการ 10 เรื่องเลา บนเสนทางของความคิดสรางสรรค อมรากุล อินโอชานนท. พิมพครั้งที่ 1. นนทบุรี : สํานักพัฒนาสุขภาพจิต. 2548. 182 หนา. 1.เด็ก-ความคิด 2.สรางสรรค 3.พรสวรรค 4.ในทุกคน 10 เรื่องเลา บนเสนทางของความคิดสรางสรรค เลขมาตรฐานสากลประจํา หนั งสื อ 974-506-782-2 พิ มพ ครั้ งแรก พฤศจิ กายน 2548 จํา นวน 1,000 เลม ผลิต โดย สํา นั ก พั ฒ นาสุ ข ภาพจิ ต กรมสุข ภาพจิ ต กระทรวงสาธารณสุ ข โทร. 0-2951-1385 โทรสาร 0-2951-1386 สงวนลิ ข สิ ท ธิ์ ตามพระราชบั ญญั ติ ห า มลอกเลี ย นแบบส ว นหนึ่ งส วนใดของหนั งสื อ เล มนี้ โดยไม ไ ด รั บ อนุ ญาตจากเจาของลิข สิ ทธิ์ พิ ม พ ที่ โรงพิ มพชุ มนุ มสหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย จํา กั ด ศิล ปกรรม อติวรรณ พึ่ งรอด ภาพประกอบ จั กรพั นธุ หงษสวัสดิ์ , ฤทธิ รงค อรุ ณานนท ออกแบบตัวการตูน บริษัท อาตาป จํากัด


 แมวาบันทึกคําบอกเลาภายในหนังสือเลมนี้เปน เพียงขอมูลทีไ่ ดจากผูมคี วามคิดสรางสรรค เพียง 10 ทาน ซึ่งเปนจํานวนเพียงนอยนิด แตในจํานวนนี้ก็เปนสวนที่ ทําใหเห็นถึงจุดเริม่ ตนและความเปนไปของเสนทางทีท่ อด ยาวไปสูความงอกงามของกระบวนการเกิดความคิดสราง สรรค ไดเห็นรองรอยของการเสริมสราง และรายละเอียด ในการพัฒนาความคิดอยางแยบยลทีผ่ ูเ ปนพอแมไดหวาน เพาะใหกับลูก แตละทานมาจากตางที่ตางถิ่น ตางสถานะทาง ครอบครัว แตสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันของผูเดินรวมเสนทาง สายนีค้ อื ความสามารถในการคนพบศักยภาพทีฝ่ ง ลึกอยู ภายในตัวตน การตระหนักรูวา ความสุขและเปาหมายชีวติ ของตนเองอยูที่ไหน และการไดรับการสนับสนุนจาก พอแมใหสามารถสานฝนไดสําเร็จ


กรมสุขภาพจิตเชือ่ วายังมีเด็กไทยอีกจํานวนไมนอ ย ที่ ตอ งการการสงเสริม และสนับสนุนใหเขาไดคนพบ เสนทางสายความคิดสรางสรรคของตนเอง จึงไดจดั พิมพ หนังสือเลมนี้ขึ้น โดยหวังวาชวงชีวิตในวัยเยาวของใคร บางคน จะเปนรองรอยสําคัญทีช่ ว ยใหผูเ ปนพอแมสามารถ สืบคนและหาแนวทางที่เหมาะสมสําหรับลูกๆ ของทาน ตอไป ดวยความปรารถนาดี กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข


 

 ครูชวี ัน นักคิดนักฝนผูเชือ่ มั่นในอํานาจของ เรื่องเลา รูปวาด และจินตนาการ ...................... 11

 นักเขียนหนุม ลูกไมหลนใตตน ........................ 25

 นายดี ชางหมอ นักสรางสรรคปน ดินจากจินตนาการ และความรูสกึ .................................................. 83

 การตนู กับการสงเสริมความคิดสรางสรรคในเด็ก ....................................................................... 93

 ผูกํากับภาพยนตรไทยทีม่ ีสวนทําใหคนไทยหันกลับมา ดูหนังไทยกันมากขึน้ ความคิดสรางสรรคในหัวผูกาํ กับ คนนี้ ทุก อยางไมมีผิดถูก และเปน เรื่องสนุกสนาน สําหรับเขา .....................................................107






นักเขียนเรางวัลซีไรต 2 สมัย เขาไดรับรางวัลซีไรต ประจําป 2540 จากนวนิยายเรือ่ ง ประชาธิปไตย บนเสนขนาน .................................................119

 เพราะเลนในวันนั้น...จึงมีวันนี้ .......................129

 ดนตรีและการเคลือ่ นไหวชวยพัฒนาความคิด สรางสรรคในเด็ก ...........................................137

 นักสืบสิ่งแวดลอม ..........................................149

 กวาเพชรจะสองประกาย “เพชรทีเ่ จียระไนไมดมี นั ก็เปน เพชร อาจจะไวใชตดั กระจก หรือขุดบอน้าํ มันแตเจียระไน ดีๆ มันขึ้นแหวนได มันคนละความหมาย ของเพชร” .....................................................................161

  179


12   


           นักเขียน นักเลานิทาน นักวาดภาพประกอบหนังสือเด็ก ผูใหกําเนิดเจาหานจอมหงุดหงิดที่ ชอบรองเสียงดังวา “อีเลงเคงโคง” เจาของผลงานที่ไดรับรางวัลหลายเลม อาทิ มดสิบตัว เจาหนูเมืองพิสดาร และผูเขียนคูมอื พอแม เรือ่ ง “รักวัวใหผกู รักลูกใหเลน” คนนี้ เปนคุณพอลูกสอง เปนชาวกรุงเทพฯ ทีไ่ ปตัง้ รกรากสรางครอบครัวทีจ่ งั หวัด  13


นครปฐม และใชเวลายาวนานรวม 20 ป ทีผ่ า นมาอยูกบั งานสรางสรรคโลกมหัศจรรยใหกับเด็กๆ ผานนิทาน และภาพสวยงามนารักมากมาย เปนอีกคนหนึ่งทีไ่ ดรับคําถามจากเราวา ความคิด สรา งสรรค ที่ ทําใหเขาสามารถสรางงานศิ ลปะที่ เด็ ก อานได ผูใหญอานดี ไดไมเวนแตละวันเชนนี้ เกิดขึ้น ตัง้ แตเมือ่ ไร “สรุปยาก” เขาวา “ตองคอยๆ ลําดับทีละเรื่อง” แลวชายหนุมอารมณดเี จาของนามปากกา “คันชีว”ู ก็คอ ยๆ ยอนอดีตใหฟง วา “ภาพแรกที่ ผุดโผลขึ้ นมาเวลานึกถึงวัยเด็ก คือ ตอนที่เรากําลังยืนวาดหนาคนอยูที่ประตูหอง ตอนนั้น ประมาณ 2-3 ขวบยังไมเขาอนุบาลเลย” เรียกวา เริ่ มสรางงานศิลปะตั้ งแตวัยกอนเรียน เลยเชียว “เด็ ก ทุ ก คนชอบวาดนะ แตไ มมี เด็ ก คนไหน รูหรอกวาตัวเองกําลังทํางานศิลปะ แคอยากวาดก็วาด ออกมา เปนการตอบสนองความชอบมากกวา ความชอบ ของผมทําใหในกระดาษ ในสมุด ในหนังสือเรียนมีแต รูปวาด ตอนนั้นพอเปนครู บานพักครูอยูใกลโรงเรียน 14   


พอเด็กมัธยมเขาสอบไลเสร็จ เขาจะทิง้ สมุดเกาๆ ทีใ่ ชแลว เอาไว เราก็ไปเดินเก็บๆ มาชั่งกิโลขาย แตกอนชั่งเรา จะเลือกหนาทีเ่ หลือวางๆ ดึงออกมาเย็บเปนสมุดวาดเลน พกไปโรงเรี ย นดวย ตอนวางๆ ถาไมเลน กับเพื่อ นก็ วาดรูปเลน” หากยอ นวั ยเด็ก ของหลายๆ คนคงพอจําไดวา การวาดภาพไดนนั้ เปนเรือ่ งสุดแสนมหัศจรรย และถาลอง มี เด็ ก คนไหนในหอ งเปน คนวาดรูปเกงๆ เด็กคนนั้น มักจะไดเปนขวัญใจเพือ่ นๆ เด็กชายชีวนั วิสาสะ ก็เชนกัน “เด็ กทุกยุ คสมั ยจะเปนอยางนี้ สั งเกตดู ไดเลย ปจจุบันก็เปน คือจะชอบวาดเลน แลวก็จะมีเพือ่ นทีส่ นใจ วาใครวาดรูปเกง ก็จะมามุง บอกใหวาดนั่นวาดนี่ใหดู วาดแลวก็ขอ ซึ่งเราก็วาดเกงไง(หัวเราะ) ตอนนั้นพอมี เพื่อนชม และอยากไดรูปที่เราวาด เราก็จะพยายามวาด ใหเหมือน พยายามดูการตูนและจําใหได จะไดเอามา วาดอวดเพื่อน วาดยอดมนุษย วาดหนูนอย ไดโนเสาร หุนอภินิหาร เพื่อนก็ตื่นเตน เราก็วาดใหญเลย” ความปลาบปลื้มที่ไดรับคําชมจากเพื่อนๆ ทําให เด็กชายชีวันมุมานะฝกฝนฝมือตนเองจนชํานาญยิ่งขึ้น  15


โดยไมรูตัว เขาแทรกจังหวะการเลาเรื่องราวในอดีตของ ตัวเองดวยขอสรุปยิ้มๆ วา ถาอยากใหเด็กทําอะไรดีๆ ตองใชวิธชี มนีแ่ หละ ไดผลแนนอน เรียกวาการสร���งแรง จูงใจ “ถาวิ เคราะหต ามหลั ก จิ ต วิ ทยาก็ ต รงเลย คื อ พอเด็กไดรับการชื่ นชมในสิ่งที่ ทํา ก็จะอยากทําอีก ไมใชเฉพาะคําชมจากผูใหญ แตเปนคําชืน่ ชมจากเพือ่ นๆ ดวย ซึง่ กิจกรรมวาดโนนนีเ่ ลนในยุคนัน้ ผูใหญอาจจะมอง ไม เ ห็ น ความสําคั ญ มองแค เ ป น การเล น ของเด็ ก เราทําอะไร เขาก็เฉยๆ แตเพื่ อนๆ จะเปนตัวกระตุน อยางดี เพราะเรารูสึกภูมิใจในตัวเองวา เออ สิ่งที่เราทํา นีน่ ะ เรามีความสุข เพือ่ นก็มคี วามสุข เราไดรบั คําเยินยอ เปนพวกบายอ (หัวเราะ)” ดู เ หมื อ นวาการวาดรูปเลน ในระยะแรกๆ ของ เด็กชายชีวัน จะเปนการวาดภาพตัวการตูนตามแบบที่ เด็ ก ๆ ในสมั ย นั้นชื่นชอบ โดยมีตนแบบการตูนจาก โทรทัศนบา ง จากหนังสือการตนู บาง ยังเปนความพยายาม ที่จะ “เหมือน” มากกวาที่จะ “ตาง” “ถา ถามวา ความคิ ด สร า งสรรค เติ บโตขึ้ นมา ตอนไหน จะวาตั้งแตตอนนั้นเลยมันก็ยังไมถึง มันเปน การสั่งสมมากกวา เปนกระบวนการสั่ งสมและสะสม 16   


มาเรื่อยๆ ตอนนั้นเราก็เปนเด็กนักเรียน มีวิชาศิลปะ จําไดวาครู ใหวาดแจกัน วาดดอกชบา ดอกพูร ะหงส วาดกลองชอลกก็ยังมีเลย วาดวนเวียนอยูอยางนี้ ราวๆ ประถม ถึ ง ป.7 เลย บางทีครูจ ะเอาองุน มาตั้ งบาง สับปะรดบาง ใหวาดตามแบบ เปนการวาดภาพเหมือน แตก็เหมือนบางไมเหมือนบางนัน่ ละนะ (หัวเราะ)” แมจะเริม่ ตนดวยการวาดภาพตามแบบ แตครูชวี นั บอกว า เมื่ อ ถึ ง เวลา ความคิ ด สร างสรรคจ ะมาเอง ตามธรรมชาติ เพราะคนเราจะเกิดความเบื่อกับสิ่งที่ทํา ซ้ําแลวซ้ําอีก และเริ่มคนหาความพอใจใหมๆ ดวยการ พยายามทําใหตา งออกไปจากเดิม “สมัยนัน้ คําวา ความคิดสรางสรรคยงั ไมคอ ยไดยนิ เด็ก ๆ ทุกคนจะเริม่ ทีก่ ารวาดตามแบบ แตเราวาดบอยๆ เขาก็ชกั จะวาดไมใหเหมือนแบบ คือตัง้ ใจไมใหเหมือนกับ ที่ มี อ ยูแ ล ว จุ ด นั้ น อาจจะพู ด ได ว า เริ่ ม ต น ความคิด สรางสรรคก็ได เพราะเปนการคิดนอกกรอบ คงเปน ธรรมชาติของมนุษยทุกคนหรือเปลา ที่พอทําอะไร ทําๆ ไปแลว มันคงจะทนทําอะไรที่มันจําเจไมได มันไมเปน ตัวของตัวเอง โดยหลักพัฒนาการ คนเราก็ตองแสวงหา ความเปนตัวของตัวเอง แตก็ตองเริ่มตนที่ความจริง  17


หรือสิง่ เกาทีม่ อี ยูกอน ถึงจะพัฒนาตอไปเปนสิง่ ใหมได ตัวอยางเชนคนที่เรียนศิลปะ คนที่วาดภาพนามธรรม หรือ abstract ภาพเหนือจริง surrealistic พวกนีถ้ าเรียน ตามวิธีการของเขา เริ่มตนเลยจะมาวาดภาพ abstract ไมได จะ surrealistic เลยก็ไมไ ด ตองเริ่ มจากภาพ เหมือนจริงกอน ศึกษาความเปนจริงกอน หลังจากนั้น ก็คอ ยพลิกแพลง อันนีก้ เ็ ปนกระบวนการธรรมชาติของเรา เอง” แตสําหรับการเติบโตมาเปนนักสรางสรรคนิทาน และภาพสําหรับเด็กอยางทุกวันนี้ เขาวิเคราะหตัวเองวา ไมไดมาจากการวาดรูปหรือวิชาศิลปะแตเพียงอยางเดียว ยังมีกิจกรรมอืน่ ๆ มาผสมผสานเขาดวยกัน ไมวาจะเปน การเลนหรือการทํางาน “ตอนเด็กๆ ผมชอบประดิษฐ ชอบทําของเลน จะมี กลองเครื่องมือประจําตัว เปนกลองแฟซา ในนั้นจะมีคีม มีหลอดกระจุกกระจิก ทีเ่ ราเก็บไดจากในโรงเรียน เศษนัน่ เศษนี่ ปลั๊กไฟ สวิทซ ขดลวดทองแดง มอเตอร เพียบเลย ที่ไปเก็บมาเพราะรูสึกวาเปนของเลนที่มีความทาทาย อยากเอามันมาประดิษฐ เพราะเราไมมีของเลน พอแม ไมไดซื้อให เราก็ตองทําเลนเอง ไมมีใครสอน เกิดขึน้ เอง ทดลอง เอานั่นมาตอนี่ เทาที่มันจะทําได เราก็เห็นเวลา เด็ ก มัธยมเขามีนิทรรศการแสดงผลงานวิทยาศาสตร 18   


ของนั ก เรี ย นของพี่ โตๆ เราก็ ไ ปดู เขาทําปน จั่ น บาง ทํารถบาง เราก็ตนื่ เตน คิดวาจะตองทําใหไดบาง เกิดจาก ความอยากได เกิดจากความขาดแคลนบางสวน และ มีในบางสวน คือขาดแคลนของเลนที่สมบูรณแบบ แตก็ พอมีวสั ดุรอบๆ ตัวทีส่ ามารถมาคิดตอทําตอได เราก็ทาํ เอง ไปซื้ อ รถพลาสติกที่ไมมีลานอะไรขางในเลย จะใหวิ่ง ก็จับไถเอาเราก็ซื้อมาแกะออก แลวก็เอามาตอมอเตอร ขางใน เอายางเปนสายพาน ตออะไรตอมิอะไรทําเปน รถบังคับ ทําไดยังไง เราก็ทดลองเอาสิ หมุนไปทางนั้น เปนไง หมุนมาทางนี้เปนไง ทดลองตอกับถานไฟฉาย สลั บขั้ ว กั น แล ว จะเปนไง ลองผิดลองถูก มีเครื่ องไม เครื่องมืออะไรที่พอหาได เราก็ทําไป ” คงเปนโชคดีถาเด็กคนหนึ่งมีของเลนสําเร็จรูป พรังพร ่ อมทุกอยางเทาทีอยากมี ่ โดยไมตอ งดินรนใดๆ ้ แต แทจริงแลว กลับเปนความโชคดีกวา ทีค่ วามขาดแคลน ในบางสิง่ บางอยาง กลายเปนอุปสรรคชัน้ เยีย่ ม ทีส่ ราง โอกาสใหกระบวนการคิดสรางสรรคอยางเปนธรรมชาติ เกิดขึ้นในสมองของเด็กๆ และแปลงออกมาเปนการ ลงมือทําโดยไมมใี ครบังคับ

 19


“พูดงายๆ วา เกิดความคิดสรางสรรคได เพราะ เกิ ด ป ญหา เกิด ความขาดแคลนบางสิ่ ง บางอยางจน เรารูสึ กว า ต อ งทําอะไรบางอยางแล ว ละ ก็เ กิด การ สรางสรรคขนึ้ เรียกวา ปญหามา ปญญามี” ครูชวี นั กลาว “ที่บานมีรถมือสองมือสาม เสียประจํา เราตองแก ไดเรียนรูรายละเอียดของเครื่องยนตกลไก รูว าทุกสิ่ง ทุ ก อยางตางก็ มี รายละเอี ย ดของมั น วั ย เด็ ก ของเรา มันไมไดเจอรายละเอียดเรื่องเดียว รูปที่เราวาดขึ้นมา ในงานแตละชิ้น ถาลองถอดดู เราจะรูวาเปนสิ่ งที่เรา สั่งสมมาทัง้ สิ้น หลายอยางทีผ่ านเขามาในชีวิตตัง้ แตเด็ก ส ว นหนึ่ ง มั น จะเป น ขอ มูล สวนหนึ่งเปนตัวทําใหเกิด ความคิดสรางสรรค เพราะความคิดสรางสรรคไมใชสงิ่ ใหม รอยเปอรเซ็นต เปนการคิดเชือ่ มโยงและตอยอดทัง้ นัน้ ทักษะของคนในครอบครัวก็มสี ว นสําคัญ อยางเรือ่ ง ศิ ล ปะ บรรพบุรุษของผมจากเมือ งจีนก็เปน คนเขีย น ลวดลายที่ ศ าลเจา ลุง ผมคนหนึ่ งก็ เกง เรื่ องลายไทย พอของผมก็เปนครูศิลปะ จบเพาะชาง มีฝมือทางเปน นั ก ป น และเขี ย นลายไทย สว นแม เป น ชาวนาก็ จ ริ ง แต แกมี ง านอดิ เรกที่ เปนศิ ลปะคือ เปนนางเอกลิ เก (หัวเราะ) รอบตัว ผมมีศิลปะ มี รายละเอียด แถมยัง มี อิ ท ธิ พ ลภายนอกอีก เราไดมีโอกาสฟง เพลงอยาง สุ น ทราภรณ ไม มี ร็ อ ค ไม มี อั ล เทอเนที ฟ มี แ ต 20   


สุ เ ทพ ชริ น ทร ฟ ง เพลงลู ก ทุง เพลิ น พรหมแดน โรม ศรีธรรมราช พร ภิรมย ซึ่งตรงนั้นสิ่งที่ไดคือภาษา ที่ไพเราะ มันก็สะสม หลอหลอมเรามาเรื่อยๆ ทําใหเรา มีทกั ษะทางภาษา มีความเจาบทเจากลอนอยู ซึง่ มีโอกาส เอามาใช ตอนโตในการเลาเรื่ อง รูว าภาษาแบบไหน เปนภาษาที่มีสุนทรี ภาษาแบบไหนที่โดนใจเด็ก เด็กฟง แลวเขาใจได คิดตอได ทุกอยางมันผสมผสานกันหมด” ถึงแมวาธรรมชาติจะใหเมล็ดพันธุแหงความคิด สรางสรรคไวในตัวของเด็กทุกคน และพรอมที่จะเจริญ งอกงามตามโอกาสและสภาพแวดลอ มที่ เหมาะสม แตบางครั้ง มันก็อาจจะเหี่ยวเฉา แคระแกร็น หรือแมแต หยุดเติบโตไดดว ยมุมมองและทาทีการตอบสนองบางอยาง ของผูใหญ เชนเดียวกับทีเ่ ด็กชายชีวนั เคยเจอมาแลว “การวาดภา���สงครูในวิชาวาดเขียน บางครั้งครู ไมเชื่อวาเราวาดเอง คือวาดสวยเกินไปมั้ง (หัวเราะ) แตจริงๆ คือเกิดจากทักษะที่เราไดฝกวาด วาดบอยกวา เพื่ อ น อะไรที่ ฝก ฝนบอยๆ มันก็ยอมจะดี ขึ้นเรื่ อยๆ ตามธรรมชาติ แตครูกไ็ มเชือ่ วาเปนฝมอื เราจริงๆ ตอนนัน้ นาจะเปนจุดพลิกผันจุดหนึง่ ทีอ่ าจจะทําใหเราเลิกไปเลย ก็ได โชคดีที่ไมใชคนใจนอย แตอาจจะมีเด็กที่เจอแบบนี้  21


แลวทําใหเขาไมอยากวาดอีกเลยก็ได เราก็อาจจะเคย ไดยนิ มาวาเด็กบางคนเลิกวาดรูปไปเลยเพราะครูไมเชือ่ ถือ ในตัวเขา ตอนทํางานประดิษฐสง ครู ครูใหทาํ กลอง เอาแบบ มาใหดู เราก็ทาํ ซะดีอกี แหละ(หัวเราะ) ทําไมดีละ ก็เพราะ เรามีเครื่องมือของพอที่สอนศิลปะ เราก็คุนและใชเปน มีเลื่อยมีอะไรสารพัด วัดฉาก เขามุม ตอมุม เลื่อยเฉียง ทําไดทกุ อยาง งานเลยออกมาดีเกินหนาเพือ่ น ครูไมเชือ่ อีกแหละ ถามวาทําเองหรือเปลานี่ โอโฮ ไมรูจะพูดยังไง โชคดีที่เราไมทอ แตอยางที่บอกคือ ความคิดของผูใหญ สามารถหยุดความคิดสรางสรรคของเด็กไดจริงๆ” และแลว เนื้อที่อันจํากัดก็ทําใหเรามาถึงบทสรุป ทีว่ า ถาอยากใหเด็กมีความคิดสรางสรรค ควรทําอยางไร ความคิดสรางสรรคมนั ไมไดเกิดขึน้ ปุบปบโดย ไมมที ม่ี าทีไ่ ป มันมาจากการเรียนรูหลายๆ ดานประกอบ กัน สัง่ สมและตอยอดมาเรือ่ ยๆ จนเกิดเปนความคิด ในปจจุบนั ครูชวี นั กลาวย้าํ ประโยคเดิมที่ไดเอยไปแลวใน ตอนตน

22   


แลวถามองยอนไปจริงๆ การเรียนรูในวัยเด็ก มาจากการเลนลวนๆ เลย สําหรับเด็ก ทุกอยางคือเลน วาดรูปก็เปนการเลน เลนวาดรูป การประดิษฐก็เปนการ เลน เลนทําของเลน ถามีโอกาสไดเลน มันก็มีโอกาส ที่จะใชความคิดสรางสรรค เพราะฉะนั้น จะบอกวามัน เกิดขึ้นเมื่อไร มันจะ คลิก ตรงจุดไหนที่ทําใหเราเปนคน มี ค วามคิ ด สรา งสรรค มันระบุชัด เจนอยางนั้ นไมได มันขึน้ อยูกบั โอกาส เด็กทุกคน ถามีโอกาสเขาจะสรางสรรคทนั ที ถาเรา ใหดินน้ํามันเด็กไปกอนหนึ่ง เขาก็จะลงมือกับมันทันที แตวาอาจจะไมใชครัง้ แรกทีห่ ยิบดินน้าํ มันแลวสรางสรรค อยางนอยตองมีการวอรม เขาตองทําความรูจกั ดินน้าํ มัน กอน ตองเรียนรูวสั ดุวามันทําอะไรไดบาง เรียนรูขอ จํากัด เรียนรูความยืดหยุนของมัน เรียนรูคณ ุ สมบัตขิ องมัน เมือ่ เขาใจแลว ทีนี้ก็เริ่มละ ถึงตอนนี้สิ่งที่เปนขอมูลขาเขา คือสิ่งตางๆ ที่ไดรูมา ก็มีโอกาสนําออกมาใชแลว เชน อยากปนชาง ก็ตองเคยเห็นหรือรูจักชาง เพราะฉะนั้น ความคิดสรางสรรคมนั ไมไดเกิดขึน้ มาโดดๆ ไมใชวา ปง ขึน้ มาแลว เกิด เลย อยูๆ จะเปนคนพิเศษที่ปง ขึ้นมาเลย ไมใช มันตองมีอะไรมากอนหนานั้นอีก มันจะตองสั่งสม หลายๆ กระบวนการรอบตัว คือตองไมถูกปดกั้น ไมวา  23


การฟง การดู ดูทีวหี รือสิง่ ตางๆ รอบตัว คือมีขอ มูลรับเขา ใหมาก ผูใหญตอ งเปดกวาง ตองรูทัน บางคนบอกวาเด็ก ดู ทีวี จะทํา ให ค วามคิดสรา งสรรคนอยลง มันก็ถูก แคบางสวน แตไมใชทงั้ หมด ขึน้ อยูกบั วาเด็กไดดอู ะไร มากกวา ที่ สําคัญคือไมใชแคดูเฉยๆ บางรายการ ดูเฉยๆ ไมได ถาดูเฉยๆ แลวมันเปนพิษ เราตองรูจกั วิธกี ารดู เหมือนกินปลาปกเปา ถาหยิบมากินเลยมันก็มี พิษ เชฟหรือกุกเขาตองมีวธิ กี ารแลเอาเนือ้ สวนทีก่ นิ ได ออกมา ผูใหญกต็ อ งชวยดูแลขอมูลทีเ่ ด็กๆ ไดรบั ดวย ความคิดสรางสรรคเมื่อมีแลวมันจะหมดไปไหม ก็คงไมถาเราหมั่นเติมขอมูลขาเขาอยางที่วา ของผมเอง คิดวาก็คงมีตอไปเรื่อยๆ ยิ่งเรายึดเปนหนาที่ เปนอาชีพ ก็เหมือนเปนตัวบังคับใหเราคิดอะไรใหมๆ เราตองพยายามคิด เมื่อคิดก็ตองศึกษาใหมากขึ้น คิดแลวจะสื่อสารกับเด็ก กับพอแมแบบไหน บางทีอาจพูดเรื่องเดิม แตสื่อสาร ในรูปแบบใหม ตองคิดและหาขอมูลตลอดเวลา ความคิด สรางสรรคมนั ก็ไมตาย” ทุ ก วั น นี้ ชี วั น วิ สาสะ ยัง คงบอกเลาเรื่ อ งราว จากจินตนาการสรางสรรคของเขา ออกมาในรูปของนิทาน ภาพวาด เพื่อตอยอดจินตนาการและทะนุบํารุงความคิด สรางสรรคของเด็กใหงอกงามตอไป หากเรากําลังถาม 24   


ตัวเองอีกครั้งวา เราจะชวยใหลูกเปนเด็กที่มีความคิด สรางสรรคไดอยางไรกันนะ ก็ลองยอนกลับไปอานเรือ่ งราว ของ “คันชีว”ู รวมทัง้ ของคนอืน่ ๆ อีกสักรอบสองรอบ

 25


26   


                                        27


คนทีม่ คี วามคิดสรางสรรคสงู แสดงออกทางภาษา ทีเ่ ขาผูนนั้ ใช วิธีคดิ วิธกี ารสรางงานทีแ่ ตกตางจากคนอืน่ รวมไปถึงการใชชีวิตที่ เปนผูกําหนดเองมากกวาจะอยู ในระบบ และถาพูดถึงกรอบ คนที่มีความคิดสรางสรรค สามารถทําตัวอยูในกรอบไดโดยทีไ่ มรูส กึ วาติดกรอบ อานปราบดาหยอกเยากับภาษาไทย ทดลองความคิด สรางสรรคการสรางเรือ่ งแบบเฉียบพลัน ถาม

คําแรก “ชม” (สุมเปดจากหนังสือ รานหนังสือ รอบโลก) ปราบดา มีคนชมวาเธอเปนเด็กที่สวยทีส่ ุดในโลก

ถาม คําที่สอง “เหลานั้น” ปราบดา แต เ ธอก็ ไ ม เ ข าใจวาคนที่ สวยที่ สุด ในโลก เปนยังไง เพราะวาเธอยังไมเคยพบคนทัง้ หมด ในโลกเหลานั้น ถาม คําทีส่ าม “มอง” ปราบดา เธอคิดวากอนทีจ่ ะมีความรูสกึ กับคําชมนัน้ ได เธอตองมองเห็นคนอื่นๆ กอน... ทําไปนาน เทาไหรครับเนี่ยะ (เดี๋ยวเราจะรูเองวาควร จบตอนไหน – ผูถาม) 28   


ถาม คําที่สี่ “ขณะ” ปราบดา แตเธอคิดวาคงเปนไปไมได เพราะวาขณะนัน้ เธอยั ง เป น เด็ ก และไม ส ามารถเดิ น ทาง ไปพบคนทั้งโลกได จบครับ ถาม เรือ่ งนีช้ อ่ื วา ปราบดา (หัวเราะ) เรือ่ งนีช้ อ่ื วา...เด็กทีส่ วยทีส่ ดุ ในโลก ครับ (จบ) ถาม

“ความคิดสรางสรรค” ในคําจํากัดความของ ปราบดามีความหมายอยางไร ปราบดา จริงๆ มันมีคําจํากัดความเยอะมาก แตใน ขณะเดียวกันเหมือนกับไมนาจะมีคําจํากัด ความดวย เพราะวาความสนุกอันหนึง่ ความ พิเศษอันหนึ่งของความคิดส���างสรรค ผมวา มั น อยูที่ มั น เป น สิ่ ง ที่ เ ปลี่ ย นแปลงอยู ตลอดเวลา และก็ไมมีใครสามารถจะบงบอก ไดวา มันคืออะไร ถาจะเอากวางๆ ในความรูสกึ ของผม มันคือการรูจกั หรือวาเรียนรูในอะไร บางอยา ง เปน การสรา งความสัมพั น ธ ระหวางตัวเรากับสิ่งนั้น ไมวาจะเปนการ วาดรูป คือความคิดสรางสรรคมักจะเริ่ม   29


ตัง้ แตเด็กๆ เพราะฉะนัน้ สิง่ ทีเ่ ปนพื้นฐาน ทีส่ ดุ ก็อาจจะเปนการวาดรูป การฟงดนตรี การละเลน หรือวามุมมองที่ไดจากการ ทํากิจกรรมตางๆ เพราะฉะนัน้ มันก็เหมือน กับเราทําความรูจักกับอะไรบางอยาง ไมวา จะเปนของเลน ตอนเด็กๆ มีของเลนอะไร มาให เด็กสวนใหญกม็ กั จะไมไดเลนตามหลัก หรื อ ไม ไ ด เลนเฉพาะในกรอบวิ ธี ก ารเลน สิ่ ง ของเหล า นั้ น เด็ ก ส ว นใหญ ก็ มัก จะมี ความคิด สรางสรรค พลิกแพลง ประยุกต เล น เอง เพราะฉะนั้ น มัน เหมือ นกับเปน การรูจั ก เป น การเรี ย นรู เปน การสราง ความสัมพันธที่เพิ่มขึ้นเอง โดยมีทั้งตัวเรา แลว ก็ สิ่ง นั้ น มาเชื่อ มโยงกั น ... ความคิ ด สรางสรรคคือ เปดใจใหเราไดเรียนรูมัน และเปดใจใหสิ่งนั้นๆ มาเรียนรูเราดวย เหมือนกัน ไมใชแคเห็นอยางเดียวแลว ก็ผา นไป คือความคิดสรางสรรคจะเกิดขึน้ ไมได ถาเราไมเอาตัวเองไปผูกพันกับมัน ถาม ภาพในวัยเยาวของเด็กชายปราบดา ปราบดา ผมเติ บ โตในสภาพแวดล อ มที่ ส งบและ 30   


เรียบงาย ผมโตในบริเวณจังหวัดสมุทรปราการ ชานเมื อ ง ถึ ง แม ว า จะติ ด กรุ ง เทพฯ แต ความรูสกึ สวนตัว ผมใชชวี ติ คอนขางจะเหมือน เด็กตางจังหวัด เพราะวาไปโรงเรียนก็ใกลๆ บาน ซึ่งเปนโรงเรียนไม สมัยกอนนี่ไมมีตึก ไมมี อ ะไรทั้ง สิ้น เปนอาคารไมดั้งเดิมเลย คอนขางที่จะใกลชิดกับธรรมชาติ เพราะวา บ านผมอยูใ นซอยลึก ขางหลังก็เปนที่ นา มันยังไมมตี กึ รามบานชองเยอะเหมือนสมัยนี้ เพราะฉะนั้นภาพบานของเราที่อยูในความ ทรงจํา คือรอบๆ บานก็เปนคลอง เปนปา เราก็ยั ง ตกปลา หยอดเบ็ ดลงไปในคลอง หลังบานก็ไดปลา การละเลนของผมในวัยเด็ก จึงยังเปนการเลนของเด็กตางจังหวัดอยูมาก เลนกับตนไม เลนกับธรรมชาติรอบตัว วายน้าํ ในคลอง ถาม การเลนตกปลาเลนอยางไร ปราบดา อยางเบ็ดผมทําเอง ในความรูสึกเราตอนนั้น ไมนาเชื่อวามันงายมาก แคเอาเศษขนมปง หรืออะไรก็ไดมาผูกไวกบั ดายแลวหยอนลงไป ในคลอง ก็มีปลามาติด ไมรูวามันงายมาก   31


หรื อ ว า ปลาไมฉ ลาด พอจับไดก็ปลอ ยไป เพราะมันคือการละเลนอยางหนึง่ คือตอนเด็กๆ เราไมไดนึกหรอกวา มันคือการทํารายสัตว มันเปนความสนุกของเรา ถาม

เด็กชายปราบดามีบุคลิกนิสัยอยางไร มีการ ตั้งกวนเพื่อสรรหาการเลนกันไหม ปราบดา ผมเปน เด็ก ที่ ค อนขางอยูเงียบๆ คนเดียว มากกวา คือจะเลนกับเพื่อนก็ที่โรงเรียน แต พอกลับมาบาน ... อาจจะเปนดวยสภาพ ครอบครั ว ครอบครั วผมคอนขางที่ จ ะอยู เป น ส ว นตั ว ไม ค อ ยได ค บคาสมาคมกับ ใครมาก ไม ช อบสั ง สรรค ไม มี ลั ก ษณะ เพือ่ นเลนในวัยเดียวกันทีเ่ ปนลูกของเพือ่ นพอ หรือลูกของญาติ ไมคอยมี เปนครอบครัว ที่เงียบๆ และสวนใหญจะเปนผูใหญ และก็มี ผมกั บ น อ งสาวที่ เ ป น เด็ ก เพราะฉะนั้ น เวลาเลนก็มกั จะเลนคนเดียว หรือเลนกับพีๆ่ ซึง่ อายุมากกวา เพราะวาบานผมอยูตดิ กับสลัม พี่ๆ เหลานั้นก็เปนวัยรุนกันแลว แตผมยัง เปนเด็กอยู ก็จะมาเลนดวยกัน 32   


ถาม นอกจากเลนตกปลา ยังเลนอะไรอีกเทาทีจ่ าํ ได ปราบดา ที่ จําไดคือ เลน กับตนมะพราว การละเลน หลายๆ อย างจะไดจ ากชิ้ น สว นที่ ไ ดจ าก ตนมะพราว ก็จะมีคนทีโ่ ตหนอย เพือ่ นรุนพีเ่ ขา ก็จะทําดาบจากทางมะพราวเปน ก็จะทําดาบ มาเลนกัน หรือวาสานใบมะพราวเปนปลา ตะเพียน โดยมีคนสอน ตอนนัน้ ก็ไมไดทาํ ได อยางประณีตอะไรมาก ก็พยายามประยุกต ทําเองดวย เลนกับสิง่ ทีม่ อี ยูรอบๆ ตัว เพราะ วาคอนขางมีตนไมเยอะ มีหญา มีอะไร เยอะ ถาม

การละเลนที่ มีลักษณะของการจินตนาการ เขามาเกีย่ วของเริม่ ตอนไหน ปราบดา ตอนเด็กๆ เปนคนทีช่ อบดูละครวิทยายุทธจีน ทางทีวี ซึ่งตอนนั้นก็คอนขางเปนที่นิยมกัน ทัว่ ไป สรางเรือ่ งขึน้ มาเอง เปนตัวละครในเรือ่ ง แตวาเลนอยูคนเดียวนะครับ (หัวเราะ) คือ เลนทุกบท เลนเปนพระอาจารย เลนเปน พระเอก ถาม

และไดดึ ง นองสาวเขามามีสวนในการเลน ของเราไหม   33


ปราบดา ผมกับนองสาวจะชอบการละเลนทีไ่ มเหมือน กัน นองสาวไมชอบเลนอะไรทีม่ นั บูลา งผลาญ มากนัก เขาก็จะชอบเลนขายของ แตวา สิง่ ที่ เลนดวยกันและเริ่มเชื่อมโยงกันคือการเลน ตุกตา คือนองสาวผมจะมีตุก ตาเยอะมาก และ ผมเปนคนที่ชอบแตงเรื่อง ชอบสรางละคร เพราะฉะนัน้ ตุกตาเหลานัน้ ของนองก็จะกลาย เปนตัวละครใหผม และผมก็ชอบดวย เพราะ ฉะนัน้ ตุกตาแตละตัวก็จะมีคาแรคเตอรของมัน เองทีม่ าปฏิสมั พันธ และก็มเี รือ่ งราวเกิดขึน้ ถาม

นอกจากทีเ่ ลนกับสิง่ แวดลอมรอบตัว เลนกับ ขาวของที่มีอยู แลวมีการเลนของเลนที่เด็ก ผูชายเลนกัน และเปนของเลนทีต่ อ งซือ้ หามา เมือ่ ไร ปราบดา ตอนทีผ่ มเปนเด็กถือวาเปนโชคดีอยางหนึง่ ก็ได เพราะวาโดยธรรมชาติของเด็กทัว่ ไปก็จะรบเรา ให ผูป กครองซื้ อ ของเลน ที่ เห็ นในโฆษณา ทางทีวี หรือทีเ่ ห็นคนอืน่ เขามีกนั แตวา พอกับ แมผมใจแข็งมาก ก็ไมซื้อให แตในวัยเด็ก ผมก็ สนใจอยากไดหุนยนต อยากไดรถแขง อยากไดรถบังคับวิทยุ แตวาพอแมไมเคยซื้อ ใหเลย 34   


ถาม

การที่ คุ ณ พอ คุ ณแม ไมซื้ อ ของเลนใหเปน เพราะทานคิดวางแผนลวงหนาแลว ปราบดา ผมไม แ น ใ จเหมื อ นกั น วา เปน เพราะเขา คิดทบทวนอยางดีแลววาไมควรซื้อของเลน เหลานัน้ ให หรือเปนเพราะเหตุผลทางการเงิน หรือวาอะไรก็ตาม แตมกั จะไดคาํ ตอบเสมอวา ไมซื้อ แตจะซื้ออยางอื่น เชน ของเลนไม ตัวตอไม เปนของเลนที่ตองใชความคิด มากกวา การไปซื้อหุน ยนตตัวหนึ่งที่เรา ดูจากทางทีวแี ลวก็มาเลน เพราะฉะนัน้ ก็จะ ไมมี ของเล น เยอะเทาคนอื่น เรีย กวา มี ของเลนนอยมาก และมันเปนเหตุผลทีเ่ รา คิดสรางของเลน การเลนขึ้นมาเอง และ ผมก็ชอบเลนเหมือนเลนหนัง ไมไดเลนของ แตวา เลนสถานการณ มีอยูพกั หนึง่ คอนขาง ชอบอานนิยายเกีย่ วกับนักสืบ สืบสวนสอบ สวน ผมก็จะเลนเปนนักสืบ ตั้งสํานักงาน นักสืบขึ้นมาเองในบาน ชอบเลนแบบนี้ มากกวา ถาม

เริ่ มชอบการอานหนังสือเมื่ อไหร และเริ่ ม อานหนังสือเลมแรกๆ เปนแนวไหน   35


ปราบดา คือความทรงจําที่วาอานหนังสือไมยอมเลิก และอยากอานไปตลอดทั้ งคืน คือการอาน เชอรล็อคโฮม แนวนักสืบ ซึ่งมันก็มีอิทธิพล ตอการละเลนอื่นๆ ของผมไปทั้งหมด และ อิ ทธิ พ ลที่ ทําให ผมอยากอานหนัง สืออื่ นๆ เพิ่ ม ขึ้ น ด ว ย เพราะมันสนุกมาก มันมีทั้ง ความตื่นเตน ความลึกลับ คือทําใหเรานอน ไมหลับ จากนั้นก็เลยคอยๆ อานอยางอื่น ตอไป ซึง่ ผมก็โชคดีอกี เหมือนกันที่ทงั้ คุณพอ และคุณแมชอบอานหนังสือมาก เพราะฉะนัน้ จะเปน บานที่มีหนัง สือเยอะ และการอาน หนังสือเปนสิ่งที่เขาสนับสนุน คือเขาไมเคย สนั บ สนุ น ให ทําอย า งอื่ น เลย นอกจาก อานหนังสือ เลนกีฬา ไปเขาคายกับเพื่อน เรียนดนตรีไมเคยมีเลย แตวาจะสนับสนุนให อานหนังสืออยางเดียว ถาม

บทบาทของคุ ณ พ อ คุ ณ แม ที่ ว าสนั บสนุ น การอานของเราเปนอยางไร จัดบรรยากาศ ทํามุมอานหนังสือให ปราบดา คือมีชั้นหนังสืออยูแลว แลวก็จะมีกิจกรรม วันเสารอาทิตย วันที่ คุณพอคุณแมไมตอง

36   


ทํางาน แรกๆ จะเปนคลายแนวแกมบังคับ ใหอา น อานใหแมฟง เชน ประวัตบิ คุ คลสําคัญ ของโลก โธมัส เอดิสัน อัลเบิรต ไอนสไตน เป น หนั ง สื อ ปกแข็ ง ๆ ผมไมไ ดรูสึ ก ชอบ แตถูกบังคับใหอานมากกวา มันไมบันเทิง ตอจากนั้นคุณแมถึงไดใหอานเชอรล็อคโฮม แลวคอยมาอานชุดบานเล็กในปาใหญ ความที่ คุณพอคุณแมเปนคนทีช่ อบอานหนังสืออยูแลว และก็ไมไดชอบเฉพาะหนังสือที่ เปนผูใหญ หนั ก ๆ ที่ บ านก็ จ ะมีหนัง สื อเด็ก หนั ง สือ เยาวชน หนังสืออะไรตางๆ ซึ่งในชวงหนึ่ง คุณแมกจ็ ะซือ้ หนังสือเหลานีใ้ หบอ ยเปนพิเศษ คือของเลนจะไมซื้อ แตถาเปนหนังสือจะซื้อ ยุคนัน้ มีหนังสือเยาวชนแปลออกมาคอนขาง เยอะ ผมจําชือ่ สํานักพิมพไมคอ ยได แตจะเปน เล ม เล็ ก ๆ เหมื อ นกับเอานวนิ ย ายสําคั ญ ของฝรัง่ มายอความ ทําใหอานงาย โมบี้ ดิก้ อะไรพวกเนีย่ ะ ขอดีอกี อยางหนึง่ คือ ชัน้ หนังสือ ไมมกี ารแบงแยก ไมหา มวาลูกจะอานอะไร หรือ ไมอา นอะไร ผมเปนคนทีอ่ ยูบา นเยอะมาก และ สวนใหญก็อยูค นเดียว เพราะฉะนั้ นก็ไมมี ผูปกครอง ไมมีผูใหญมาสอดสองวากําลัง   37


ทําอะไรอยู หรือเลือกหนังสือที่ไมควรอาน มาอานหรือเปลา ก็มอี สิ ระพอสมควร เพราะ ฉะนั้นหนังสือเด็ก หนังสือผูใหญที่อานแลว ไมเขาใจ ผมก็อานหมด คือผมชอบอาน และ ผมวาอาจจะเปนธรรมชาติของเด็กที่มีความ ฟุงซาน แกแดด คิดวาเราโตแลว เพราะฉะนัน้ เราก็อา นหนังสือของผูใหญไปทัง้ ๆ ทีไ่ มเขาใจ แตก็สนุก เชน หนังสือของหมอมราชวงศ คึ ก ฤทธิ์ ปราโมช ผมอานตอน ป.5 ป.6 อานเรื่องไผแดง เรื่องสั้นของหมอมคึกฤทธิ์ ก็ชอบ ชอบทุ กเลมเลย คือชอบโดยที่ไมรู หรอกวา ไผแดงมันเกีย่ วกับคอมมิวนิสต ไมรู คืออานเอาความบันเทิง อานเอาเรือ่ งมากกวา และชอบอานของนอย อินทนนท เรือ่ งลองไพร เลมนีก้ ท็ าํ ใหเกิดความชอบการผจญภัยในปา การผจญภัยกับธรรมชาติ อะไรแบบนี้ เพราะ ฉะนั้ นผมวาการเลนตอนเด็กๆ ของผมมัน หนักไปในดานจินตนาการในหัวของเราเอง ถาม

พูด ไดไ หมว าคุณพอ คุณแมพยายามใหเรา ไดเลนกับจินตนาการมากกวาเลนกับของเลน ทีต่ อ งซือ้ หามา

38   


ปราบดา ผมวามันครึง่ ๆ คือมันไมถงึ กับวาผูใหญตงั้ ใจ แตมนั เปนเพราะความเปนอยู รสนิยมในการ ใชชวี ติ ของเขาเองทีม่ นั บังคับใหเปนไปแบบนัน้ พอกับแมผมไมชอบสังสรรค เพราะฉะนั้น ก็จะไมใชเฮฮาญาติเยอะแยะ หรือออกไปเจอ เพือ่ นบอยๆ จะไมใชแบบนัน้ จะเปนลักษณะ อยูบานเฉยๆ อานหนังสือเงียบๆ มากกวา ถาม

และเริ่ ม อ า นหนั ง สื อ ที่ เ ป น ภาษาอั ง กฤษ เมือ่ ไหร ปราบดา เริม่ อานชวงวัยรุนตนๆ เริ่มอานจากหนังสือ นิ ท านภาษาอัง กฤษ ชว งมัธยมตนผมทํา วารสารที่โรงเรียนเทพศิรินทร ชื่อจุลรําเพย ซึ่ ง มั น เป น ช ว งที่ เ รารูสึ กว า สนุ ก กั บ การ ทํากิ จ กรรม แล ว ก็ ค วามที่ เราชอบเขี ย น ชอบอาน ก็อยากจะลองแปลบาง ลองแปล นิทานภาษาฝรัง่ ซึง่ มันงาย คําศัพทที่เราไมรู ก็เปดดิกฯ เอาได มันไมใชวรรณกรรมยาก ขนาดนัน้ แปลเรือ่ งสองเรือ่ ง ตอนนัน้ ไมไดวา อานเกง คิดวาแปลถูกแปลผิดบาง จนกระทัง่ ไปเรียนตอที่อเมริกาถึงไดอานหนังสือภาษา อังกฤษจริงจัง   39


ถาม ยอนกลับมาถาม “จุลรําเพย” เริม่ ตนอยางไร ปราบดา อยดู ๆี ก็มรี ุน พีก่ ลุมหนึง่ คิดจะทําวารสารขึน้ มา โดยทีไ่ มเกีย่ วอะไรกับโรงเรียน คือรุนพีอ่ ยาก ทําเอง แตพอดีรุนพี่กลุมนี้สนิทกับอาจารย สอนภาษาไทยซึ่งเปน ครูประจําชั้นของผม อาจารยก็เลยมารีครูทคน มาหาเด็กที่สนใจ เขียน หรือสนใจทํา ใหไปชวย ผมก็เลยเขาไป ชวยดวย ไปชวยทัง้ หมดทุกขัน้ ตอน กระทัง่ หา โฆษณา ผมจําไดวาไปเดินแถวสยามฯ เขาไป ตามรานเสื้อบอกวาเราทําวารสารนักเรียน จะมาขอโฆษณา ไปจนถึงออกแบบปก วาดรูป ประกอบ เขียนเรือ่ งสัน้ ลง สัมภาษณคน ผมทํา ยุคเริม่ แรกเลยพรอมๆ กับเพือ่ น ซึง่ มันทําให เราเรียนรูการทําหนังสือเลมหนึง่ ตัง้ แตเด็กเลย ตอนนัน้ เราก็ไมไดคดิ วามันเปนอาชีพหรืออะไร แตวาเราสนุก และคงเปนเพราะบรรยากาศ ที่บาน ทั้งพอและแมก็ทําหนังสือ มันก็รูสึก เหมือนกับวาคุนชิน ถาม

คลายๆ กับวาการอานที่เราสะสมมาไดมา แสดงออกดวยการเขียนตอชุมชนเปนครัง้ แรก เปนจุดเริม่ ตนทีเ่ ริม่ เขียนเลยหรือเปลา

40   


ปราบดา เปนจุดเริม่ ไดแสดงออกในสิง่ ทีเ่ ราชอบ ในวัย ทีช่ อบฟงเพลง ชอบอานหนังสือ ชอบดูหนัง คือมันหนักไปในทางลอกเลียนแบบซะเยอะ นะฮะ ตอนวัยนัน้ ผมชอบอาน ถาเปนแมกกาซีน ก็ไปยาลใหญ ฟงเพลงก็อัสนี วสันต เรวัต พุทธินันท ถาม แลวไดทาํ จุลรําเพยนานแคไหน ปราบดา เริ่ ม ทําตั้ ง แต ม .2 ก็ ทําไปเรื่ อ ยจนจบม.3 ก็หลายเลมอยูเหมือน ตอนที่ผมไปเรียนตอ อเมริกา เขาก็ยงั ทํากันตอไป แตวา มันนอยลง ทุกวันนี้นอยลงมาก เหมือนปละเลม แตเมื่อ กอนทําทุกเดือน ทําอยูสิบกวาเลม คือเขา ตั้ ง ใจจะทําทุ ก เดื อ นแต บ างเดื อ นก็ ไ มไ ด ไมมีเงิน ไมมีทุน ถาม

เกือบ 20 ปที่แลว สมัยนั้นทําหนังสือดวยวิธี การอยางไร ใชวธิ ถี ายเอกสารหรือเปลา ปราบดา ออ ไมใช ใชจริงๆ เลย สงอารตเวิรค เขาเรียก อะไร สมัยนีไ้ มมแี ลวมัง้ ทีม่ นั จะมาเปนมวนๆ เราตองมาตัด สมมติวา เราพิมพเรื่องของเรา ไป เราไปสงรานทําตัวอักษร เขาก็จะทํามา   41


เปนมวนๆ เหมือนกับตัวพิมพทเี่ ราเห็นอยางนี้ เปนแผนกลมยาวๆ นึกภาพไมออกใชไหม (หั ว เราะ) และเราก็ตองเอาไอเนี่ ยมาตั ด อยางเชน สมมติวา เขาทําอยางนีม้ าใชไหมฮะ (ชีท้ หี่ นังสือ) อันนีม้ นั จะมาเปนมวน แลวเรา ตองเอาตัดเองติดกาวเองลงบนแผนเลยเอาท ซึงอั ่ นนีเป้ นกระบวนการปกติของการทํานิตยสาร ในสมัยนัน้ ทุกคนตองทําเหมือนกันหมด ไมวา จะเปนวารสาร หรือหนังสือจริง ก็ตอ งมาทากาว ติด อะไรทีผ่ ดิ ก็ตอ งมาเอาคัตเตอรกรีดทีละตัว ทิง้ ไป พอทุกวันนีเ้ ราใชคอมพิวเตอรเรานึกไมถงึ เลยวา มันทํากันไดอยางไร มันเกงมากเลย แมแตตวั เราเราก็เคยทํามาแลว เรายังนึกภาพ ไมออกวา... มันเปนงานทีล่ ะเอียดมา��� คือเสน กรอบเราตองตีเองนะ เราตองซือ้ ปากการอตติง้ มาตีเอง แลวก็บอกวาเอาสีนี้ คือทุกอยางมันเปน แฮนดเมดหมด ถาม

พอจะเห็นภาพของการอานและการเขียนใน วัยเด็กแลว ขอถามในขอบวงของการวาดภาพ กระดาษ สี กับปราบดา เริม่ ตนอยางไร

42   


ปราบดา

เริม่ ยังไงไมคอ ยแนใจ และคิดวาเปนความชอบ ปกติของผูชายในวัยเด็ก ก็จะชอบวาดรูปจากสิง่ ทีเ่ ราดูในทีวี ชอบวาดรูปไอมดแดง ชอบวาดรูป นินจา อะไรแบบนี้ ตัวการตนู ทีเ่ ราอาน ชอบวาด รูปโดเรมอน แตมนั จะเริม่ พัฒนาไปเปนชวงอายุ เพราะวาชวงถัดมาก็เริม่ อยากวาดรูปเหมือน เริม่ อยากวาดรูปคนทีเหมื ่ อนจริงๆ เราก็จะฝกเอาเอง ... ผมมักจะเปนคนที่อาจารยมอบหมายให ทําบอรด เชน มีวนั สําคัญเราก็จะเปนคนออก แบบโฟมวาจะตัดยังไง ออกแบบกรอบบอรด ขางหลังหองยังไง เพราะวาวิชาศิลปะในการ เรียนหลักสูตรของไทย มันไมสง เสริมใหเรารู อะไรมากไปกวานั้น มักจะเปนแคซื้อสมุด วาดเขียนมาเลมหนึง่ และทุกอาทิตยอาจารย ก็จะสั่งวาไปวาดรูปที่เกี่ยวกับวันลอยกระทง อยางเงีย้ ะ ซึง่ มันมีแคนนั้ จริงๆ ไมไดมาสอน หลักการอะไรทีม่ ากไปกวานัน้

ถาม

จบม.3 ทีโ่ รงเรียนเทพศิรนิ ทรแลวไปเรียนตอ ทีอ่ เมริกา เลือกเรียนสายศิลปะเลย ปราบดา ไมใช คือตอนไปเรารูตวั วาเราชอบเรียนศิลปะ แตวา... อันนี้เปนสาเหตุหนึ่ งเหมือนกันที่   43


คุณพอคุณแมสง ไปเรียน คือหนึง่ เขาอยากใหได ภาษา ซึง่ ในความคิดของเขามันอาจจะเกีย่ วกับ งานของคุณพอ ซึง่ ทําหนังสือพิมพภาษาอังกฤษ แตวา สําหรับผม ผมเริม่ รูตวั วาเราชอบไปทาง สายศิลป ขณะเดียวกันตอนที่อยูมัธยมตน ผลการเรียนมันเริ่มแยลงเรื่อยๆ เพราะเรา ทํากิจกรรมเยอะ และก็แทบจะไมไดสนใจ การเรียน ก็เลยคุยกันวาถาผมเรียนตอไปยังไง ซะผมก็ เ รีย นสายศิลปแนๆ แลวก็คงจะ... ไมรูละ เขาศิลปากร หรือเพาะชาง หรืออะไร สักอยาง แตวา ความทีค่ ุณพอคุณแมมเี พือ่ นที่ เรียนศิลปากรเยอะ มีเพื่อนที่เรียนมาทางนี้ เยอะ ทุกคนก็เหมือนกับออกมาเปน เสียง เดียวกันวา การเรียนศิลปะในเมืองไทยมันยัง ไมไดมาตรฐานทีด่ ี หรือวามันยังแคบมาก และ มันก็ถูกมองโดยสังคมไมดีดวย หมายถึงวา ถาเราเรียนศิลปะก็จะถูกมองวาเปนเด็กเกเร เรียนไมดี อืม มันเปนคานิยมเกาๆ ในยุคนัน้ ทุกคนก็ออกความเห็นวา ถามีโอกาสไดไป เรีย นตางประเทศ และเรียนศิลปะก็นาจะ ดีกวา อันนีผ้ มตัดสินใจในใจไมแนใจวาคุณพอ คุณแมจะเห็นดวยหรือเปลา ผมตัดสินใจในใจ 44   


คือถาผมจะเรียนศิลปะ ผมก็จะไปเรียนตอ ตางประเทศดีกวา ในใจคิดมุงมั่นวา การไป เรียนของเราคือ ถาไมไปเรียนศิลปะ ก็ไปเรียน เกีย่ วกับการเขียน เกีย่ วกับวรรณกรรม แตวา ก็มคี วามกลัว ความกังวลในใจ เพราะวาภาษา อังกฤษเราไมไดดีมากตอนนั้น ก็เลยคิดวา เรีย นอะไรที่ เราคิดวาทําไดและถนัด ไมมี กรอบของภาษามาเกีย่ วของ ก็เลยเปนศิลปะ ถาม พอไปถึงอเมริกา เริม่ เรียนทีไ่ หนเปนแหงแรก ปราบดา เริม่ ตนไปเรียนโรงเรียนธรรมดา เรียนโรงเรียน นานาชาติ เออซึง่ หลักสูตรการสอนคลายกับ เมืองไทยมาก เรียนไปสักพักหนึ่งก็รูสึกวา แลวจะมาทําไมเนี่ยะ (หัวเราะ) เหมือนอยู เมืองไทยเลย และก็เรียนไมไดดีขึ้น ก็เลย ตัดสินใจใหมอีกครั้งหนึ่งประกอบกับสาเหตุ อืน่ ๆ ดวย ไปหาโรงเรียนทีเ่ หมาะกับเราดีกวา ทีบ่ านก็เลยพาไปดูโรงเรียนประจําหลายๆ ที่ และก็ไปเจอที่หนึ่งชื่อวา เคมบริดจสคูล เปน โรงเรียนทีค่ อ นขางแปลกจากโรงเรียนอืน่ เปน โรงเรียนมัธยมปลาย ไฮสคูล แตวาเนนเรื่อง ศิลปะ เปนโรงเรียนที่มีการสอนดานศิลปะ   45


ครบสู ต รเทามหาวิทยาลัยศิลปะเลย และ หลัก การสอนของเขาก็มีปรัชญาที่ตางจาก โรงเรียนอื่ น คือเขาเชื่อในการไมสอนมาก เกินไป ไมใหเด็กเรียนวันละ 8 วิชา ใหเด็ก เรียนแควนั ละ 3 วิชาก็พอแตใหเรียนแบบเขา ใจจริงๆ เรียนแบบลึกซึง้ จริงๆ ก็เลยตัดสินใจ เขาเรียนทีน่ นั่ และผมก็คอ นขางทีจ่ ะแนใจแลว วาอยากเรียนศิลปะจริงๆ ก็ไมควรทีจ่ ะตองรอ เพราะถาเราเรียนที่นี่มันเปนการทําพื้นฐาน ใหเราดีเพือ่ ใหเราไปสมัครเรียนในมหาวิทยาลัย ศิลปะได ถาม

โรงเรี ย นเคมบริ ด จ มีสว นชว ยหลอ หลอม ความเปนปราบดาทุกวันนีอ้ ยางไร ปราบดา ที่ นี่ มี ส ว นเยอะเหมื อ นกั น หนึ่ ง มั น เป น โรงเรียนที่อยูในปา และก็เปนโรงเรียนที่ได ปรัชญาการศึกษามาจากยุคฮิปป ยุค 60 ของอเมริกา เพราะฉะนัน้ มันก็ออกมาในแนว รั ก ธรรมชาติ แนวคอนขางที่จะกบฏนิดๆ นะฮะ คือไมใชกระแสหลัก คือคอนขางจะ ตอตานทุนนิยม ในชวงนัน้ ตอนทีเ่ ราเปนวัยรุน เราไมไดสนใจขนาดนัน้ หรอก แตวา มันซึมซับ 46   


ขึ้นมาเอง มันเปนการใชชีวิตการใชมุมมอง ที่จะพยายามกลับสูธรรมชาติมากขึ้น เออ... เขามีวชิ าเดินในปาอะไรแบบนี้ ตอนทีเ่ ราเรียน ก็ขําๆ เรียนแบบขําๆ (หัวเราะ) แตวามัน ก็หลอหลอมใหเรารูสกึ คุนเคยกับชีวติ แบบนัน้ รูสึ ก ชอบกั บการไดเขาไปสัมผัสธรรมชาติ อยา งใกลชิ ด ขึ้ น และก็ไ มใหค วามสําคั ญ กับการเรียนเพื่อแขงขันทางดานเกรด หรือ การไตเตาไปสูวชิ าชีพทีท่ าํ เงิน อะไรทํานองนี้ คือการเรียนทีไ่ มองิ กับบริโภคนิยม วัตถุนยิ ม อยางสิ้นเชิง เปนฮิปปที่ใหความสําคัญกับ มุมมองและปรัชญาในการดําเนินชีวติ มากกวา ถาม แนวปจเจกนิยม ปราบดา คือไมถงึ ขนาดนั้น ออกไปในแนวโซเชียลิสต คือออกในแนวเหมือนกับสังคมนิยม คืออยู ด ว ยกั น และก็ พ ยายามให สิ ท ธิ์ ใ ห เ สี ย ง กั บ ทุ ก คนอย า งเท า เที ย มกั น สมมติ วามี อาจารยใครคนใดคนหนึง่ มีพฤติกรรมแยจริงๆ สอนแยจริงๆ เขามาสอนแลวเมามา นักเรียน ก็มสี ทิ ธิท์ จี่ ะโหวตใหไลอาจารยคนนัน้ ออกได หรื อ วา ให ปรั บเปลี่ย นพฤติก รรมได มันมี   47


การประชุมทุกๆ อาทิตยรวมกันของนักเรียน ทุกคน ใหสิทธิ์นักเรียนออกไปพูดหนาหอง ประชุ ม เรื่ อ งอะไรก็ ไ ด ไม ว าจะเป น การ ประชาสัมพันธใหเขาชมรม หรือจะออกมา ตอวาใครก็ได เพราะฉะนัน้ มันเปนการเรียน ที่ในมุมมองของคนอื่นก็คอนขางจะรุนแรง เปนโรงเรียนหัวรุนแรงพอสมควร ถาม

ยกตัวอยางวิชาเดินปา คุณครูมเี จตนาแอบแฝง อืน่ ไหม นอกจากทีจ่ ะใหนกั เรียนไดอยูใกลชดิ กับธรรมชาติ ปราบดา วิชาเดินปาก็เพือ่ พูดคุย เพราะอาจารยทเี่ ปน คนนําเดินปา แกเปนคนทีห่ ลงใหลและชืน่ ชอบ งานเขียนและมุมมองชีวติ ของเดวิธ ธอโรและ เชื่อในการศึกษารายละเอียดของธรรมชาติ เพราะฉะนัน้ การเดินก็จะเปนลักษณะนัน้ คือ เดินเขาไปเพือ่ พูดคุย ไมใชเพือ่ ไปเก็บอะไรจาก ในปามา เดินแลวก็อาจจะนัง่ ลงเพือ่ พูดคุยเกีย่ ว กับชีวติ เกีย่ วกับธรรมชาติมากกวา ถาม

บุคลิก มุมมองการใชชวี ติ ทีป่ ราบดาเปนหรือ รูสกึ อยูทกุ วันนีก้ เ็ รียกไดวา ถูกฟอรมขึน้ มาจาก โรงเรียนแหงนี้

48   ���


ปราบดา คือวาตอนทีเ่ ราเรียนเราไมคดิ แบบนี้ เราไมได มองวาในอนาคตเราจะกลายเปนคนแบบไหน แต ว า มั น เป น การเผชิญกับ ประสบการณ แบบนัน้ คือเด็กทีน่ นั่ เหมือนผูใหญ เราเขาไป แลวพอเราออกมาเจอโลกแบบคนอืน่ ๆ มันก็ทาํ ใหเราเพิ่งจะรูสึกวา เออโรงเรียนเรามันไม เหมือนชาวบานเขา เพราะวาคนอืน่ การเติบโต ทางความคิด การออกความเห็น มันยังอยู คนละระดับกวาเรา โรงเรียนผมทีเ่ รียนจะเรียก วาแกแดดเกินไปก็ได แตวาทุกคนพยายาม จะออกความเห็นและก็มตี วั ตนทีช่ ดั เจน และก็มี ความเปนผูใหญ มีการตัดสินใจอะไรเองแบบ ผูใหญ เพราะฉะนัน้ อะไรบางอยางทีม่ นั เล็กๆ นอยๆ อยางเชน กฎเกณฑอะไรบางอยางที่ โรงเรี ย นอื่ น เขาจะมี กั น หรื อ แมแตก ฎที่ ผูปกครองจะมีตอ ลูกๆ เชน ตองเขาบานเวลา เทานี้ ตองนอนเวลาเทานัน้ โรงเรียนนีจ้ ะไมมี ทุกคนมีสิทธิ์ ที่ จะตัดสินใจที่ จะทําอะไรเอง เผชิญกับปญหาเอง เรียนรูเองวาสิง่ นีท้ ตี่ ดั สินใจ ทําลงไปมันผิด แลวสิ่งที่ถูกคืออะไร มีครูที่ เขาใจ คือมันก็ตอ งผานการคัดเลือกครูมาแลว ในระดั บ หนึ่ ง ก็ สว นใหญเปน ครู ที่ เขาใจ ธรรมชาติของเด็ก ธรรมชาติของวัยรุน ครู   49


บางคนเปนเด็กยิง่ กวาเด็กอีก คือตองปรึกษา เด็ก (หัวเราะ) เพราะฉะนัน้ มันมีความสัมพันธ ทีไ่ มเหมือนครูกบั นักเรียน ทีน่ กั เรียนตองกลัว ครู ไมมเี ลย ครูอยูรว มกับนักเรียนและก็ปรึกษา กับนักเรียนวาควรจะเรียนอะไรดีวนั นี้ ถาม

ใช ร ะบบไชลด เซนเตอร ซึ่ งตางประเทศ เขาทํากันเปนปกติอยูแลว ปราบดา ใช แตมี นอ ยโรงเรีย นมากที่เขาทําแบบนี้ ศัพทของเขาเรียกวาโพรเกรซซีฟ สคูล ซึ่ง ดูเหมือนก็จะมีบางโรงเรียนในประเทศไทย ทีล่ องทําแบบนัน้ อยู แตวาของผมไมถงึ ขนาด ปลูกขาว ไมไดสดุ โตงขนาดนัน้ ยังอยูในขอบขาย ของการศึกษาปกติอยู

ถาม

หลั ง จากจบการศึ ก ษาระดั บมั ธยมปลาย เลือกศึกษาตอในระดับมหาวิทยาลัยทีไ่ หน ปราบดา การเข า มหาวิ ท ยาลั ย ของผมก็ แ ปลกอยู นิ ด หนึ่ ง ตรงที่ ความที่ โ รงเรี ย นมัธ ยมที่ ผมเรียนมันเปดกวางมาก โดยที่ไมบอกใคร ผมไปสมัครเขามหาวิทยาลัยเองตัง้ แตยงั เรียน ไมจบมัธยม คือผมลองไปอยางนัน้ แหละ เลนๆ

50   


เพราะวาผมรูจกั รุนพีท่ เี่ ขามหาวิทยาลัย ผมก็ สมัครตาม ก็ปรากฏวาเขาได ชวงนั้นเปน วัยรุนทีใ่ จรอนมาก คิดวาเราไมตอ งเรียนมัธยม จนจบหรอก เราเขามหาวิทยาลั ย ไดแลว เพราะฉะนั้ น ผมก็ไ ปบอกอาจารย ผมเขา มหาลัยไดแลว เขารับผมแลว แตยังไมจบ ไฮสคูล ยังไมจบมัธยม อาจารยกบ็ อกไมเปนไร ใหลองไปเรียนได ไปลองเรียนเทอมหนึ่งที่ มหาวิทยาลัยนัน้ แลวก็ใหกลับมาเรียนไฮสคูล ใหมใ ห จ บ ผมก็ เลยไดมี ประสบการณไ ป ลองเรียนในระดับมหาวิทยาลัยกอนลวงหนา มาหนึง่ เทอมที่ มิวเซียม สคูล ออฟ ไฟน อารต ที่ บ อสตั น ตอนนั้ น เลื อ กเรี ย นภาพยนตร เพราะวาอยากทําหนัง ซึ่งเปนประสบการณ ที่ ดี ม าก เพราะทําใหผมรูว า จริง ๆ แลว ผมไม อ ยากเรียนทําหนัง ผมแคชอบหนัง ชอบดู ห นั ง ชอบนึ ก ภาพเปน หนัง แตวา การเรียนเบือ้ งหลังการทําหนังจริงๆ เปนเรือ่ ง ของเทคนิคซึ่งผมไมไดสนใจ มันก็เลยทําให ผมได ก ลั บมาทบทวนใหมวา จริ ง ๆ แลว ผมอยากเรียนศิลปะมากกวา   51


ถาม

การใหโอกาสผูเรียนไดเลือก ไดเปลี่ยนใจ ลั ก ษณะนี้ แ ทบจะไม เ กิด ขึ้ น เลยในระบบ การศึกษาเมืองไทย ปราบดา การศึกษาที่นูนไมเครงครัดเทาเรา เขาไมได บัง คั บ สมมติวาถาเรามีโอกาส เราไดทุน ไดเขาไปเรียนอยางอืน่ ทางโรงเรียนจะเขาใจ และเป ด โอกาสใหเราทําได มันถึง ยังเปน การศึ ก ษาที่ทุกคนเขาเรียนไดตลอดเวลา อายุ 40 50 ก็ยังมีคนไปสมัครเรียนตลอด มุมมองและความคิดในการเรียนเขาไมเหมือน ของเรา เขาไมไดมองเปนระดับขั้นจะตอง จบอันนี้แลว ตอ งอยางนั้น แตวาการเรียน ของเขาก็คือการเรียน อยูดีๆ คุณทํางานแลว คุณเบื่อ คุณอยากไปเรียนก็กลับไปเรียนได มันไมมชี วงอายุทชี่ ดั เจน

ถาม

รูจักความชอบ ความถนัด ความสนใจของ ตนเองแลว รูวาสนใจศิลปะแนๆ แลว ศิลปะ ก็มีมากมายหลายแขนง เหตุผลอะไรที่เลือก เรียนกราฟฟคอารตในระดับมหาวิทยาลัย ปราบดา คือสาเหตุที่ เลือกเรียนกราฟฟคเปนเพราะ เกรงใจทีบ่ าน เพราะรูสึกวาถาเราบอกเขาวา 52   


เราจะเรียนจิตรกรรม เขาก็คงเปนหวง เปน ธรรมดาทีพ่ อกับแมเปนหวงเรือ่ งอาชีพของลูก วาลูกเรียนจบจะทําอะไร เพราะฉะนัน้ ผมเลย คิดทบทวนวา การทีเ่ ราเรียนศิลปะมันโอ.เค. ตรงกับความตองการของเรา แตเราก็ไมอยาก ใหผูใหญเปนหวง เราก็เลยคิดวา การเรียน อะไรที่ มันเอียงไปทางพาณิชยศิลปก็จะทํา ให เขาสบายใจขึ้ น ดูมีอ าชี พ ดูเหมือนวา จะกลั บ มาทําโฆษณาไดอ ะไรทํานองนั้ น (หัวเราะ) เรียนกราฟฟคดีไซน แตในชวง ปลายๆ ของการศึกษาก็เอนไปในทางไฟน อารตมากขึน้ ... ผมเรียนสองที่ ทีแ่ รก พารสนั สคูล ออฟ ดีไซน ( Parson School of Design) ทีน่ ิวยอรค เรียนที่นี่ 2 ป ก็รูต ัวเลยวาไมชอบ พาณิชยศิลป ก็เลยยายไปเรียนที่ คูเปอร ยูเนียน สคูล ออฟ อารต ( Cooper Union School of Arts) ซึ่งเปนไฟน อารตมากกวา เรียนอีก 3 ป ถาม

เวลาที่ใชเรียนศิลปะอยางจริงจัง 5 ป ใน ระดั บ อุ ด มศึ ก ษา ไดรั บอะไรที่ มี อิ ทธิ พล ตอวิธคี ดิ ของเราในเวลาตอมา   53


ปราบดา มันเปนชวงที่ เราคนพบความชอบที่แทจริง ของเรา เพราะฉะนั้นผมคิดวาความสําคัญ ของมันก็คอื การมีเวลาชวง 5 ปนนั้ ... สมมติ วาถาผมอยูเมืองไทยไปเรียนในระบบการศึกษา แลวผมก็ผา นป 1 ป 2 ป 3 ทุกอยางกําหนด มาแลววาตองทําอะไร ผมคิดวาผมคงใชเวลา นานกวาผมจะคนพบสิง่ ทีผ่ มชอบเอง เพราะ การเรียนทีโ่ นนตองเขาเรียนก็จริง แตวาเวลา ทีเ่ หลือในชีวติ เขาเปดโอกาสใหกบั ความชอบ ความสนใจส ว นตัว มาก ผมรูสึ ก เสมอใน ขณะทีเ่ รียนอยูดว ยซ้าํ วา ผมไดความรูจากนอก โรงเรียนมากกวา เพราะวาการทีผ่ มอยูนวิ ยอรค ผมอยูใกลชดิ กับพิพธิ ภัณฑ แกลลอรี่ ผมอยูใกล ชิ ด กับ วิถี ชีวิ ต จริงๆ ของการทํางานศิลปะ เพราะฉะนัน้ ผมเรียนรูจากสิง่ เหลานีม้ ากกวา ผมเรียนรูจากการเขาหองสมุด คือสิง่ ทีเ่ รา เรียนในหองเรียนก็เรียนไป แตบางทีมนั ไม ตรงกับความสนใจของเรา ขณะทีก่ ารไดเขา หองสมุด รานหนังสือ พิพธิ ภัณฑ เราไดเจอ สิ่งทีเ่ ราชอบอยูตอ หนาตอตาเรา และเรา ก็ศกึ ษาไดจากสิง่ นัน้ มันก็คอื ชวงเวลาของ การศึกษาอยางแทจริง แตวาไมใชศึกษา 54   


ในมหาวิทยาลัย เปน การศึ ก ษานอกรั้ ว โรงเรียนดวย ถาม

เหมือนกับวาไดรบั โอกาสใหอยูคนเดียว ไดอยู ในบรรยากาศที่ตื่นตัวและเอื้อตอการเรียนรู โดยเฉพาะดานศิลปะทีเ่ ราสนใจ ปราบดา ใช จะเรียกวาแขงขันก็อาจจะมีสวน แตวา ทุ ก คนมี ค วามต อ งการที่ จ ะพัฒนาตั ว เอง ในความสนใจของตนเอง มองด านหนึ่ ง ก็เหมือนค���พยายามจะขมกัน สมมติวาเรา มีความรูดา นนีก้ จ็ ะมีคนมาขมวาเขารูมากกวา เพราะฉะนัน้ มันจะมีความตองการทีจ่ ะรูมากขึน้ ไปเรือ่ ยๆ เพือ่ ทีจ่ ะใหทดั เทียมกันในสังคม ถาม

จริงไหมที่วาบรรยากาศในนิวยอรคคอนขาง รวดเร็วและแขงขันสูง ปราบดา อืม...อันนัน้ เปนดานไมดที บี่ างคนประสบมา แตสาํ หรับผม ผมไมคอ ยเห็น ผมชอบ ผมไมมี ความรูสกึ วามันมาเรงรัดเรา หรือวาโหดราย กั บ เรา เพี ย งแต ว า มั น เปด โอกาสให เรา คนพบอะไรหลายๆ อยาง และถาเราไม... จะพูด วาไง ถาเราไมดี ไมขยัน มันก็อันตรายตอ   55


การสูญเสียโอกาส เพราะฉะนัน้ คนทีน่ วิ ยอรค จะสั ง เกตเห็ น ว า จากวั น หนึ่ ง ที่ มี ห น าที่ การงานดี เขาสามารถพลิกผันเปนคนจรจัด ไดในชัว่ ขามคืน หากวาเขากาวพลาด อยางเชน ถาบาการพนันมาก หรือวาเลนหุนจนไมลมื หู ลืมตา กับการที่เปนนักธุรกิจมีเงินมากมาย อยูบ นวอลล สตรี ท วั น รุง ขึ้นเขาอาจจะ กลายเปนคนนอนในกลองขางทาง มั นมี ตัวอยางทีเ่ กิดขึน้ จริงในนิวยอรค เพราะฉะนัน้ คนมันก็เลยไมอยากใหชีวิตตนเองเปนแบบ นัน้ ไง ทุกคนก็เลยพยายามทีจ่ ะขวนขวายมาก ขึน้ ๆ ไปเรื่อยๆ ถาม

จะพูดไดไหมวา การอยูคนเดียวเปนปจจัย ที่กอ ใหเกิ ดกระบวนการสรางสมความคิด สรางสรรคของปราบดา ปราบดา อื ม ...ในกรณีผม มั น คือ ปจจั ย สําคั ญมาก ในชีวติ ผมเลย คือการอยูคนเดียว แลวแตคน คือบางคนอยูค นเดียวเยอะ แตเขาไมชอบ เขาไมไดปรับความโดดเดีย่ วนัน้ เปนสิง่ ทีม่ คี า สําหรับเขา แตวาสําหรับผม ผมเรียนรูทจี่ ะทํา ใหมันเปนแบบนั้น ตอนเปนวัยรุนผมก็เปน

56   


วัยรุน ทั่วไปที่อยากอยูกั บกลุม เพื่อนที่ชอบ อะไรเหมือนๆ กัน แตวานานๆ ไปเราเริ่มที่ จะคนพบวาเพือ่ นทีช่ อบอะไรเหมือนๆ กับเรา มีนอ ยมาก และการที่ออกไปขวนขวายหา แสวงหา มันไมไดประโยชนอะไรกับชีวิตเรา ทําไมเราไมนําเวลาทีเ่ รามีอยูกบั ตนเองมาใช ใหเปนประโยชน ในเมือ่ คนอืน่ เขาอยูกบั เพือ่ น เขาตองไปสังสรรคกัน ตองไปเที่ยวกลางคืน กัน มันเสียเวลาไปเยอะมาก ในขณะที่เรา อยูบาน มีเวลาเยอะ เราควรใชเวลาเหลานั้น ไปกับสิ่งที่ เราชอบและสนใจ เพราะฉะนั้ น มันเปนการจุดชนวนใหผมเริ่ มที่จะใชเวลา กับตัวเองไปในทางทีเ่ ราสนใจจริงๆ เมือ่ กอน อาจจะคิดวา อาว วางอีกแลว และการที่เขา ไปในห อ งสมุ ดมันนาเบื่ อ ก็พยายามที่ จะ ขวนขวายไปหาเพื่ อ นแทน แตถึ งจุ ด หนึ่ ง ในชีวติ ก็เริม่ ทีจ่ ะปรับตัวใหเขากับตนเองไดวา จริงๆ เราไมไดชอบสังสรรค เราไปแลวเราก็ ไมไดสบายใจ ไปปารตี้เสร็จ เราก็รูสึกไมดี กั บ ตั ว เอง รูสึ ก เหนื่ อ ย อะไรอยา งเนี้ย ะ ก็เลยคิดวา เอาละ จะเอาเวลาที่วานาเบื่อ ในห อ งสมุดมาทําใหมั น สนุ ก ขึ้ น การเขา หองสมุดก็เลยกลายเปนเรื่องสนุก   57


ถาม

คิดวาบุคลิก “รักสงบ” จากคุณพอคุณแม มีสวนตอพฤติกรรมของเราไหม บุคลิกภาพ อาจจะเปนสิง่ หนึง่ ทีถ่ กู สงผานมาทางพันธุกรรม ปราบดา (หัวเราะ) ผมวามันก็มสี วน แตอาจจะไมเปน จริงกับทุกๆ คน ผมก็สังเกตวา ลูกบางคนก็ ไมไดเหมือนกับพอแม แตวา ผมกับนองสาวผม ความชอบทีไ่ ดอยูในครอบครัวเล็กๆ จะเหมือน กัน นองผมไมไดสนใจอะไรเหมือนผมเลย แต ว า ในด า นชี วิ ต ของเขาก็ เ ปน แบบนั้ น เขาก็พอใจที่อยูกับครอบครัวของเขาเงียบๆ แลวก็อยูในเมืองเล็กๆ ที่ไมจําเปนตองเปน เมืองหลวง เพราะฉะนัน้ ก็นา จะมีสว นทีท่ าํ ให หลอหลอมมาเปนแบบนีไ้ ดเหมือนกัน

ถาม

อานมาวาการสรางสรรคงานของปราบดา คือ การเริม่ ตนระหวางกระดาษเปลากับตัวเองที่ เปน ผูทํา การทดลอง โดยไมไ ดไปกําหนด กฎเกณฑ ผลลัพธม ากนัก ถือ วาเปน หลัก ในการสรางงานของตนเองหรือเปลา ปราบดา หลักนีม้ นั เกิดขึน้ เมือ่ เราตองการทําใหตัวเอง แปลกใจ คือผมวา ความชอบศิลปะของคน แตละคนก็ไมเหมือนกัน บางคนก็ชอบศิลปะ 58   


ในแงทวี่ า เขาคอนโทรลได เขาสรางในสิง่ ทีเ่ ขา อยากเห็น เขาก็ทํามันอยูอยางนั้น สมมติวา เปนคนทีช่ อบวาดสีแดง แลวก็อยากจะทําแต งานสีแดง เขาก็สามารถคอนโทรลของเขาได และเขาก็ ไ ม มี ค วามต อ งการที่ จ ะทํางาน อยางอื่น หรือวาไมสนใจอยางอื่น แตการ ทํางานศิลปะของผมคือการทําใหตัวเองรูสึก ตืน่ เตนดวย เพราะฉะนัน้ ผมก็ไมอยากทําอะไร ทีผ่ มทําเปนอยูแลว หรือวารูอยูแลววามันเปน อยางไร หรือวาวางแผนได อยางเชน การวาด คนเหมื อ นเนี่ ย ะ ผมไมมี ค วามสนใจเลย เพราะผมรูสกึ วาก็ถายรูปเอาก็ได หรือการได เจอตัวจริงของคนก็ดกี วาการมานัง่ วาดรูปเขา เพราะฉะนั้นผมก็จะชอบวาดสิ่งที่มันไมมีอยู จริงในโลกมากกวา ทําใหเรารูสึกเหมือนได คนพบสิง่ ใหมๆ ไปดวย เพราะวาผมไมตอ งการ ทํางานศิลปะเพือ่ แสดงความเกงดานเทคนิค ของตนเอง เรื่องเทคนิคนัน้ จําเปนก็จริง แต จําเปนในอีกลักษณะหนึง่ มันคือการเรียนรูกบั วัสดุ การใชสมาธิในการผลิตอะไรสักอยางหนึ่ง แตวาในสิง่ ที่ถา ยทอดออกมาผมไมคิดวามัน จะตองอยูในขอบขายของกฎเกณฑทมี่ อี ยูแลว   59


ผมไมไดสนใจความเพอรเฟคมากเทากับความมี เอกลักษณ หรือความนาสนใจในตัวของมันเอง ถาม

ในหนึ่งวันใชเวลากับการทํางานสรางสรรค มากนอยแคไหน ปราบดา ถาเปนรูปธรรมนอยมาก แตวามันเกิดขึ้น ข างในอยูต ลอดเวลา ใชๆ อี กอยางหนึ่ ง คือวาผมไมใชคนทีแ่ อคชัน่ ผมจะไมชอบลงไม ลงมือ ผมชอบสะสมความคิดไวกอน สะสม จินตนาการไวกอ น และเมือ่ ถึงเวลาผมจะตะบี้ ตะบันทํามันในชวงเวลาเดียว ผมจะไมนงั่ วาด รูปรูปเดียวที่ตองใชเวลา 3 เดือนกวาจะวาด จบ (จะใชเวลาคิด 3 เดือน แตลงมือวาด 1 วัน - ผูถาม) อะ ใช ทํานองนั้น

ถาม

ใชวิธีไหนในการสะสมหรือบันทึกความรูสึก นึกคิดและจินตนาการ ปราบดา สะสมดวยวิธกี ารเก็บไวในหัวแลวหวังวาจะไม ลืม (หัวเราะ) ผมคนพบแลววา สําหรับผมมัน เปนวิธีการที่ลงตัว เพราะผมเคยลองจดแลว และมั น ไมมี ประโยชน เวลาที่ผมจด เมื่อ ผมเห็นมันในแผนกระดาษแลวผมมาอานซ้าํ 60   


ผมจะไมชอบมันอีก ผมชอบทีจ่ ะรูคราวๆ วา จุด ประสงคในการทํา หรือสิ่งที่ผมอยากเห็นมัน คืออะไร แตผมจะไมลงในรายละเอียดวา ตอง เปนสีนี้ หรือวาเรือ่ งนีพ้ ระเอกตองชือ่ นี้ ผมจะ รอเวลาทีผ่ มลงมือทําแลวผมจะทํา มันเลยเปน สาเหตุทผี่ มชอบสิง่ ทีม่ นั เกิดขึน้ อยางฉับพลัน มากกวาสิง่ ทีเ่ ตรียมการนานๆ ถาม

ลั ก ษณะการทํางานที่เปน เอกลักษณอยาง หนึง่ ของปราบดา คือการสรางงานในสถานที่ จริง บรรยากาศจริง ถือเปนสิ่งจําเปนในการ สรางสรรคงาน ปราบดา ไมเชิง บางครั้งก็ไมสามารถทําได แตจริงๆ แลว ถาเปนไปไดอยากจะทําอยางนัน้ มากกวา เพราะวาการที่เราสนใจอะไรบางอยางและ ถายทอดความรูสึกออกมาไดจริง มีความ สัมพันธกับมันจริงๆ ถึงแมวาเราจะสามา���ถ หาขอมูลดวยวิธีอื่น แตวาขอมูลมันเปนเพียง แคความรู มันไมใชความรูสกึ คือบางที ผมไม ไดลงไปอยูกบั มันเพราะวาผมอยากจะจับราย ละเอียดได ผมไมไดจด สมมติจะเขียนเรื่อง เกีย่ วกับปา ผมจะไมไดเขาไปในปาเพือ่ จดชือ่   61


ตนไม หรืออยากรูวาดอกไมดอกนี้ เติบโต ยังไง บานยังไง ไมไดเขาไปเพือ่ ดอคคิวเมนท (document) เพื่อดูรายละเอียดที่แทจริง แต ผมเข า ไปเพื่ อ เอาความรูสึ กที่ แทจ ริ ง มา ถายทอด ผมเชื่อวา ถาเราเขียนอะไรที่เรา ไมรูสกึ จริง มันจะปรากฏออกมาในงานเขียน นั้น วามันเปนการเสแสรง วามันเปนการที่ ทําตามคนอื่นเขามาอีกทีหนึ่ง แตวาถาเรา ประสบกับตนเองจริงๆ เราจะรูคําที่เราควร จะใชในการอธิบายอะไรบางอยาง อยางการ เขาไปในปาจริงๆ ผมก็ไมรูหรอกวาตนไมตน ไหนมันชือ่ อะไร แตวาผมจะจําความรูสกึ ของ ตนเองไดวา ตอนตื่นขึ้นมาผมรูสึกอยางไร หรื อ วาอะไรที่สรางความรําคาญใหกับผม หรือวารายละเอียดไหนของการนอนในปา ตอนกลางคืนที่มันยังติดอยูในความทรงจํา คือผมไมไดสนใจงานเขียน งานสรางสรรคใน ลักษณะของการใหขอมูลนะฮะ ผมอยากใช ความรูสึ ก มากกวา ยกเคสที่ฮองกงละกัน ผมเขียนบทภาพยนตรใหคณ ุ เปนเอก รัตนเรือง และก็เนื้ อหาเกิดขึ้ นที่ ฮองกงเปนสวนใหญ ซึง่ อันทีจ่ ริงแลว ผมไมจาํ เปนตองไปฮองกงก็ได 62   


คือผมเคยไปฮองกงแลว และมันก็ไมมีอะไร ลึกซึ้งมากนัก มันก็เปนตึก และก็มีรานคา รา นแบรนดเนม มีอะไรเยอะแยะไปหมด เหมือนกับเปนเยาวราชใหญๆ ที่หนึ่ง แตแค ให ผ มมานั่ ง นึ ก ภาพฮ อ งกงที่ ผ มเคยเห็ น แลวก็ใหผมเดาๆ เอา ผมก็เขียนไมออก คือ ขอมูลผิดผมยังไมคิดวาเปนเรื่องใหญเทากับ ความรูสกึ ผิด หมายถึงวาถาเราเขียนแลวเรา รูสึกวา เราไมรูหรอก คือในใจเราเขียนตัว พระเอกเปนคนฮองกงกําลังเดินไปในราน อาหารที่ฮองกง แตเรานึกไดแคภาพสุขุมวิท นึกไดแคภาพรัชดา คือมันไมถกู อะฮะ แลวเรา ก็รูสึกไมดีดวย เรารูสึกวาเราโกหกคนอาน เพราะฉะนั้นผมก็เลยตัดสินใจวาผมจะไป เขียนทีน่ นั่ ดีกวา อยางนอยการใชชวี ติ ของผม ทีน่ นั่ มันก็จริง เวลาทีเ่ ราเขียนมันก็นกึ ภาพออก นึกภาพออกในที่นี้ก็ไมใชภาพในหัวคนอาน ดวยนะ นึกภาพในหัวผมเอง เวลาที่ผมเขียน วาตัวเอกเดินไปหาตัวอีกตัวหนึ่งตรงนี้เนี่ยะ เขาเดิ น ไปไหน ผมก็นึ ก ภาพออกวา ออ ถนนเส น นี้ ข า งๆ ถนนมี รานรวงแบบนี้ ซึ่ง ไมไ ดแปลวาผมจะตองเขียนลงไปนะฮะ   63


อาจจะไมไดเขียนก็ได เออ...ซึง่ การไปครัง้ นัน้ ก็ลงทุนเองหมดเลย ไมไดมกี ารชวยเหลือจาก ที ม โปรดิ ว เซอร ที่ จ ะทําภาพยนตร เรื่อ งนี้ ( The Invisible Way) ตอนนีอ้ ยูในชวงตัดตอ ผมก็ตดั สินวาไปดีกวา ออกเงินเอง และผมก็ ไปอยูเองคนเดียว ตลอดเวลา 1 เดือน โดยที่ ไมไดติดตอกับเพื่อนหรือวาอะไรเลย มีแค บางชวงเทานัน้ ทีม่ เี พือ่ นไปหา แตวา นอยมาก ผมก็ใชชวี ติ อยูในหองหองหนึง่ โดยทีไ่ มคอ ยได เกี่ ย วข อ งกั บ โลกภายนอกดว ยนะฮะ คือ บางทีผมตื่นมา ผมก็เขียนหนังสือโดยไมรูวา กีโ่ มง ผมไมไดมองไปขางนอก แลวผมก็แคออก ไปเพื่อกินขาว ซือ้ ของกิน และมันก็เปนชวงที่ หนาวดวย มันก็เปนอีกบรรยากาศหนึ่งของ ฮองกงทีเ่ ราไมคอ ยเคยไดเห็น ถาม คุมไหมคะ ปราบดา คือถามองในแงของอาชีพ ในแงของการทํางาน มันก็คงไมคุม ในแงของการลงทุน เพราะวามัน เทากับวาผมยังไมไดคาตัวในการเขียนเลย แตวาผมก็ออกเงินไปกอนแลว และมันก็ยัง ไมแนชัดดวยซ้ําวา เขาจะชอบไหม เขาอาจ จะไมชอบก็ไดและเขาอาจจะบอกวาไมเอาละ 64   


นั่ นแปลวาผมเสียไปแลว โดยที่ ไมไดอะไร กลับมาเลย แตวา ในการทํางาน อยางทีบ่ อก ผมชอบที่ จ ะตื่ นเตน กับมัน และผมก็ชอบ ทีจ่ ะรูสกึ วามันเปนประสบการณของชีวติ ไมใช แคเราอยูในหองแลวเราก็นกึ เอา แลวก็คดิ วา นี่คืองานที่จะทําใหเราไดเงินจํานวนเทานี้ๆ เพิ่มขึ้นมาในสมุดบัญชี คือมันดูไมมีคา คือ ถาผมคิดแบบนัน้ ผมทําธุรกิจอยางอืน่ ดีกวา ทีไ่ มตอ งใชหวั ไมตอ งใชจนิ ตนาการ ไมตอ งใช อะไรเลย สวนตัวผมถาทํางานสักชิน้ หนึง่ แลว ไมมคี วามสุขกับมัน ผมก็ไมทําดีกวา คือผม มองวางานของเราจะทํายังไงใหมนั มาเปน ประสบการณชี วิ ตของเราดวย ไมใชแค ทําเหมือนๆ กันทุกๆ วัน และก็เรียนรูอยูแคสงิ่ เดิมๆ ลาสุดผมก็เพิง่ ไปเขียนหนังสือมาทีเ่ มือง จันท ไปอยูทเี่ มืองจันทมา 2-3 อาทิตย และ ก็ผมไมเคยไปอยูทนี่ นั่ มากอน ก็เปนเหมือนกับ เราเอาตัวเองเขาไปในสภาพแวดลอมใหม แลว ก็จดั การชีวติ ของตนเอง มันคือการอยูคนเดียว นัน่ แหละ ในทายทีส่ ดุ แลวมันยอนกลับไปสูการ สรางสรรคในการอยูคนเดียว ซึง่ ถาผมอยูใน เมืองอยางนี้ ผมทําไมได   65


ถาม ก็เลยใชรปู แบบนีใ้ นการสรางงาน ปราบดา คือมันไดผลนะฮะ พอมันไดผลก็เลยอยาก จะทํา ตอนทีก่ ลับจากฮองกงปทแี่ ลว ผมก็ไป ที่หัวหินมาเดือนหนึ่งเพื่อที่จะเขียนหนังสือ เหมือนกัน คือมันทําใหเราไดทาํ งานอยางทีเ่ รา อยากจะทําจริงๆ อยูกรุงเทพฯ โอ.เค. ทํางานได แตเ ดี๋ ย วๆ ก็ มี อ ะไรสักอยางหนึ่ ง ตองไป จายคาน้าํ วันนี้เพื่อนทีไ่ มไดเจอกันมา 3 ปี แล ว อยากจะเจอ มั น มีหลายๆ กิ จ กรรม ในเมื อ งที่ เ ราหลีก เลี่ ยงไมไ ด... การที่ เรา ตัด ทุก อยางไปทั้งหมดใน 1 เดือน บางที มั น ก็ เ สี่ ย งนะ มันเสี่ ยงกับการเสี ยโอกาส หลายๆ อยางในขณะทีเ่ ราไมอยู แตวา ผมก็ชอบ แบบนัน้ มากกวา ไดงานอยางดีเยีย่ มเลย ถาม

การสรางสรรคงานของปราบดาคือการหนี ไปจากรูปแบบที่เคยทําแลว หรือพยายาม สรางความประหลาดใจดวยวิธใี หมๆ อยูเสมอ ปราบดา ก็ มี ส ว น แต ใ นความต อ งการไมใชคําวา “หนี” มันเหมือนกับเราอยากเรียนรู หรือ ทําความรูจั ก กั บ ด า นอื่ น ๆ ดวยที่ มันอาจ จะสะทอนตัวเรา หรือวามันอาจจะทําใหเรา 66   


รูเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่เราสนใจ คือผมไมได เป น คนชอบศิลปะในลัก ษณะที่ วา ยึด ติด ยึดมั่นกับแนวหรือกับสไตลอะไรเปนพิเศษ ผมแค ผมชอบ หรื อ ผมรูสึ กทึ่ ง ในการ สรางสรรคที่พลิกแพลง เปลี่ยนแปลงของ ศิลปน เพราะฉะนั้นตัวผมเองก็เหมือนกัน อยางที่บอกเมื่อกี้วา ถาทําซ้ําๆ เดิมๆ มันก็ ไมย าก และมันก็ไมสนุก ดวย เหมือ นกับ อานหนังสือเลมหนึง่ จบไปแลว ปกติผมไมใช คนที่ จ ะกลั บ ไปอานซ้ํา ผมกําลัง อยากหา สิ่งอื่นๆ มาอานเพิ่ม ก็เหมือนกับการทํางาน เหมือนกัน ผมอยากจะทํางานในสิ่งที่เปลีย่ น ไป แตวาทั้งนี้ ทั้งนั้น จริงๆ แลว มันอาจจะมี แกนสารเดิม แตโดยรูปแบบหรือวิธกี ารเปลีย่ น ไปเพื่อสะทอนในดานอืน่ ๆ บาง ถาม มีวิธมี องหาวัตถุดบิ ในงานเขียนอยางไร ปราบดา ผมว าโดยคนสวนใหญมักจะมีเรื่องที่คาใจ หรือติดใจอยูแลว แตวา อยางผมเปนคนทีช่ อบ เกี่ยวกับเรื่องความสั���พันธระหวางคน โดย เฉพาะกับครอบครัว ก็ไมรูเหมือนกัน อาจ จะเปนเพราะตอนเด็กๆ คิดถึงเรือ่ งครอบครัว   67


ของตัวเองบอย แตมนั มาสงเสริมวา ผมจะรูสกึ อยากเขียนหรืออยากพูดถึงความพิลึกพิลั่น ของความสัมพันธระหวางคนมากกวา และ ที่ เป น ปจ จัย สําคัญ ที่ก ระตุน ใหอยากเขียน คืออยากพูดถึงความจริงที่มันเกิดขึ้นภายใต ขนบธรรมเนียม ความเชือ่ ภายใตกฎระเบียบ ตางๆ เออ...ผมจะสนใจเรือ่ งเหลานี้ ซึง่ บางที มันอาจจะไมใชประเด็นใหม อยางเชนการ บอกวาตํารวจก็อาจจะไมใชคนดีเสมอไป หรือ วาครูกอ็ าจจะไมใชบคุ คลทีน่ า นับถือในสายตา นักเรียนเสมอไป อะไรตางๆ เหลานี้ มันเหมือน เปน การสะทอนความจริ ง ในรู ปแบบหนึ่ ง ในความรูสกึ ของผม ผมมองความเปนมนุษย ในแบบตางๆ มากขึ้น ซึ่งมันก็รวมไปหมด ไมวาจะเปนเรือ่ งโศกนาฏกรรม ไมวาจะเปน เรือ่ งมนุษยมคี วามสุข เรือ่ งตลกขบขัน เรือ่ งนา ตืน่ เตน อะไรก็ตามทีผ่ มเขียนหรือคนอืน่ เขียน มันลวนเปนการบันทึกเกีย่ วกับธรรมชาติของ มนุษย เพราะวาความที่ เราเปนมนุษยเรา ไมสามารถทีจ่ ะเขียนแทนอยางอืน่ ได เราไม สามารถทีจ่ ะรูวา สัตวมคี วามรูสกึ ยังไง เพราะ ฉะนัน้ อะไรก็ตามไมวา จะเปนเรือ่ งวิทยาศาสตร 68   


เรือ่ งผี เรือ่ งสัตว เรือ่ งพอมด มันคือการสะทอน ตัวตนของมนุษยทงั้ หมด ถาม

งานเขียนมักจะเขียนเรื่องความสัมพันธของ มนุษย เปนเรื่องที่มอี ยูจริง แตในงานศิลปะ ปราบดามักจะสรางงานทีไ่ มมอี ยูจริง แบงแยก กันอยางชัดเจน ปราบดา มักจะเปนอยางนัน้ ในงานศิลปะผมชอบงาน ทีเ่ ปนรูปทรงทีเ่ ปนนามธรรมมากกวา ไมได เจาะจงวาจะคืออะไร ซึ่งอันนี้มันเหมือนกับ ชองแสดงความคิดความรูสกึ ทีม่ นั ตางกัน คือ การเขียนหนังสือ เราวนเวียนอยูกบั วัฏจักรของ ความเปนมนุษย คนอื่ นอาจจะปลดปลอย ตัวเองดวยการไปนัง่ สมาธิทวี่ ดั แตสาํ หรับผม ปลดปลอยดวยการวาดรูปหรือการทํางาน ศิลปะ มันเปนความตองการที่จะไมยึดติด กับความเปนตัวเองมากเกินไป ซึง่ มองในแงนนั้ อาจจะบอกไดวา ในงานเขียนคือการหมกหมุน อยูกั บ ความเปน มนุ ษย แตง านศิลปะคือ การที่พยายามจะหนีออกไปจากความเปน มนุษย   69


ถาม งานเขียนกับงานศิลปะดูจะไมสอดคลองกัน ปราบดา มันไมสอดคลอง แตวาวิธีการและขั้ นตอน มั น สอดคลอ งกัน คื อ มันเปน การทดลอง เหมือนกัน ถาม

ใชเวลาอยูที่อเมริกา 11 ป แลวกลับมาเริ่ม ทํางานเขียนทีเ่ ปนภาษาไทย สามารถเขียนได อยางคลองแคลวและก็ประสบความสําเร็จ อยางดีดว ย แสดงวาตลอดเวลาทีอ่ ยูตา งประเทศ อานหนังสือไทยสม่ําเสมอ ปราบดา ไม ไมไดอานเลย 10 ปนิดๆ เหตุที่มันยังอยู เพราะผมเปน คนที่ชอบหมกหมุน กับอะไร เดิมๆ อยูในหัว มันยังอยูเพราะวาความทรงจํา ที่ ดีๆ ที่เรามีกับหนังสือของหมอมคึกฤทธิ์ หนั ง สื อ ของฮิ ว เมอริ สต หนั ง สื อ ของนอ ย อินทนนท มันเหมือนกับเปนพื้นฐานความรู ที่ ดี และเรามี สั น ดานของการเลน ซุก ซน กับคําอยางเนี่ยะ มันจะมาเองโดยธรรมชาติ เพราะวาเวลาผมอานหนังสือภาษาอังกฤษ หรือเขียนภาษาอังกฤษ ผมก็จะเปนอยางนี้ เหมื อ นกั น ผมวามันไมเกี่ย วกับตัว ภาษา มันอยูทบี่ ุคลิกนิสัยของเราวาเราชอบแบบนี้

70   


คื อ เวลาที่ อ านหนังสือภาษาอังกฤษ ผมก็ ชอบนัก เขีย นที่ ใชศัพทอยางมีจิน ตนาการ อยางสรางสรรค ถาม ปราบดา

นัก เขีย นที่มีอิทธิพลตอทักษะการใชภาษา ความคิดสรางสรรคเชิงภาษาของเรา ถาเปนในชวงแรกๆ ผมชอบอานงานของครูอบ ไชยวสุ ทีใ่ ชนามปากกาวาฮิวเมอริสต เปนเพราะ วาแกเปนคนทีใ่ ชอารมณขนั กับการใชภาษา คือ มุขตลกของแกมักจะเกิดกับการเลนคํา มันไมใช สถานการณที่ต ลก เชน “ผมเคยคลุกคลี กับวงการสิง่ พิมพมาบาง แตวาไมไดคลุกคลี จนถึงขัน้ มือไมเปรอะหมึก” “คลุกคลี” แกเอา ความหมายวาลงไปคลุกกับหมึกจริงๆ ซึงมั ่ นเปน อิทธิพลตอนเด็กทีผ่ มติดใจมาตลอดในการเลน คํา เหมือนกับวาเมือ่ เราเห็นคําใดคําหนึง่ แลวเรา ตีความไปอีกแบบหนึ่งจากที่มันควรจะเปน ถาเปนนักเขียนตางชาติ... คืออันทีจ่ ริงภาษา อังกฤษกับภาษาไทยมีคณ ุ สมบัตทิ แี่ ตกตางกัน มันไมสามารถทีจ่ ะเปรียบเทียบกันไดในหลายๆ กรณี อยางเชนการอานภาษาอังกฤษเนีย่ ะ ผมก็ มักจะชอบ 2 แบบ แบบที่ 1 คนทีเ่ ขียนเรียบๆ   71


งายๆ เพราะวาภาษาอังกฤษมันสรางความ สับสนไดงา ยมากถาเขียนรุงรัง และก็การเขียน เรี ย บง า ยเป น ศิ ล ปะอย า งหนึ่ ง ที่ ไ ม ใ ชวา ทุกคนจะทําได เพราะฉะนัน้ ผมก็ชอบงานเขียน เรียบงายมากจนเห็นภาพแลวเขาใจ กับอีก แบบหนึ่ง ก็คือ คนที่สรางภาษาขึ้นมาใหม เหมือนกับทีค่ รูอบ ไชยวสุทาํ แลวก็มาในชวง หลัง งานเขียนของคุณ’รงค วงษสวรรค ก็เปน แรงบันดาลใจทีด่ ี ถึงแมวาผมคงจะเขียนไมได แบบนั้น แตเวลาที่ไดอานก็ทําใหรูสึกสนุก ไปด ว ย เหมือ นเปน กําลัง ใจวาสิ่งที่เราทํา มันไมไดประหลาดหลุดโลกจนเกินไป ถาม

นักเขียนทีเ่ ขียนไดเรียบงายทีช่ น่ื ชอบมีใครเปน พิเศษ ปราบดา ก็มีหลายคนนะครับ เปนนักเขียนตางชาติ นักเขียนเรือ่ งสัน้ ทีผ่ มชอบมากทีส่ ดุ ก็คอื เชอร วูด แอนเดอรสนั ซึง่ คนไทยอาจจะไมคอ ยรูจกั เปนนักเขียนเกาแลว เสียชีวิตไปนานแลว เปนนักเขียนชวงยุคตนๆ ศตวรรษที่ 20 ซึง่ มี อิทธิพลกับโฟกคเนอร กับเฮมมิงเวย กับอะไร ตางๆ เรือ่ ยมา 72   


ถาม

ถือวาทัง้ ภาษาอังกฤษกับภาษาไทยก็มอี ทิ ธิพล ตอทักษะทางภาษาของปราบดาพอๆ กัน ปราบดา มีอิทธิพล แตมีอิทธิพลตางกัน เพราะภาษา อังกฤษจะมีลกั ษณะของการเปนภาพมากกวา เพราะวาแตละคําถูกแยกออกมา มันไมได เขียนติดกันเปนพรืดเหมือนอยางภาษาไทย เพราะฉะนั้ น ภาษาอั ง กฤษจะมี ค วามเปน ทัศนศิลปอยูมากกวา เออ ซึ่งความชอบของ ผมจึงหนักไปทางนัน้ มากกวา ผมจะมองเห็น ภาพจากตัวอักษร ในขณะทีภ่ าษาไทยอิทธิพล หลักๆ ของผมนาจะเปนบทกวี ซึง่ ผมไมคอย เขี ย นเองนะ แตวาตอนเด็ กๆ ผมจะชอบ แต ง กลอน คื อ การแตง กลอนมั น จําเปน ที่จ ะตอ งหาคําใหคลองจอง สัมผัส เพราะ ฉะนั้นบางคําที่ถึงแมมันจะไมสัมผัส แตเรา ตองทําใหมนั สัมผัสใหได มันก็คอื การบวกเอา คํามาเชื่ อมกันใหเปนอีกคําหนึ่ งเพื่ อใหมัน สัมผัสกับวรรคที่แลว เพราะฉะนั้นงานเขียน ของผมก็จะมีอิทธิพลแบบนี้อยู ซึ่งถึงแมวา จะไมไดเขียนบทกวี แตมันเปนอิทธิพลของ การเล น กั บ คํา สลับคํา ตอ คําในลัก ษณะ แปลกๆ   73


ถาม ปราบดาเปนคนทีม่ คี ลังคําเยอะไหม ปราบดา อันที่จริงไมมีคลังคําเยอะ แตชอบคิดคําเอง เยอะมากกวา คือคลังคําทีถ่ กู ตองผมไมคอ ยรู คือลองมานั่งนึกดูในภาษาที่เราใช คําตางๆ ทีเ่ ราใชเพือ่ สือ่ สารจริงๆ เลยนะครับ มันมีนอ ย มาก แตวาไอคาํ เยอะๆ ทีเ่ พิม่ พูนขึน้ มารอบๆ มันเปนสําบัดสํานวนทีถ่ ูกคิดขึ้นมาอีกทีหนึ่ง มันไมใชคําที่จําเปน อยางเชนบอกวาอะไร บางอยางเปนสิง่ ทีส่ วยงาม เราก็ไมจาํ เปนตอง ใชคาํ วา “สวยงาม” เพราะวามันอธิบายความ หมายเดียวกันวาสวยงาม แตใครสักคนหนึ่ง ในชวงเวลาหนึ่งเขียนขึ้นมาวาสวยงามและ ทุกคนชอบก็ใชสืบตอกันมา มันไมไดบัญญัติ วานีค่ อื สิง่ ทีถ่ กู ตองในการอธิบายอะไรบางอยาง เพราะฉะนัน้ เราก็อาจจะเลนกับมันได เราก็อาจ จะเปลีย่ นมันไดตามความเหมาะสมในสิง่ ทีเ่ รา เขียนถึง ถาม

ถ า ต อ งสร า งคําขึ้ น มาใหม แ บบฉั บ พลั น ปราบดาจะเรียกมันวาอะไร (ผูถามชีไ้ ปทีไ่ มค ทีต่ อเขากับเครือ่ งอัดเทป)

74   


ปราบดา มันคืออะไร ผมยังไมรูเ ลยเนีย่ ะ เออ ตัวจําเสียง มัง้ ครับ ถาม (ผูถามชีไ้ ปทีว่ ปิ ปงครีมในถวยกาแฟ) ปราบดา เมฆกาแฟ ถาม (ผูถามชีไ้ ปทีค่ ลิปหนีบกระดาษ) ปราบดา ทีค่ าบกระดาษ ทีก่ นิ กระดาษ ตัวกัดกระดาษ ถาม

นักเขียนจะนึกภาพเปนคํา นักวาดภาพนึก ภาพเปนภาพ ปราบดานึกคําเปนภาพ ปราบดา บางครั้ง แตไมใชทุกครั้ง ผมอาจจะเรียกวา ฟุงซาน อยางสมมติวาเกีย่ วกับคํา ผมก็จะมา นั่ ง นึก เลน ๆ ของผมจนคําคําหนึ่งมันไมมี ความหมาย สมมติคาํ วา “พายุ” คือจริงๆ แลว เราก็พูดกันตลอด เราก็เขาใจกัน เรากําหนด รวมกันวาคําวา “พายุ” แปลวาปรากฏการณ แบบนี้ แตวา พอเรามานัง่ นึกและพูดคํานีซ้ า้ํ ไป เรือ่ ยๆ สักพักเราก็จะรูแลววามันเปนแคเสียง ที่ตัวมันเองไมมีความหมายอะไร และสักพัก เราลืมความหมายของมันไป มันกลายเปน การรองอะไรก็ไมรู เหมือนกับการสงเสียง   75


เหมือนไกขนั มันไมมคี วามหมายทีช่ ดั เจน มัน ทําใหเรารูวาภาษามันเปนกรอบทีม่ าทําใหเรา สือ่ สารกันเขาใจ จะเรียกวายังไง มันไมใชความ จริง มันมีอะไรนอกเหนือไปจากนั้น มันมี ธรรมชาติ มันมีสิ่งทีเ่ ราอธิบายเปนคําไมได เพราะวามันอยูนอกความสามารถของมนุษยที่ จะอธิบายได มันก็เลยทําใหเรารูสกึ วา มันเปน สิง่ ทีอ่ นุญาตใหเราเลนกับมันได อนุญาตใหเรา ไมกลัวทีจ่ ะพลิกแพลงมัน เพราะวาในทีส่ ดุ แลว มันก็คอื สิง่ ทีม่ นุษยประยุกตประดิษฐขนึ้ อยูแลว ถาม

ตัวอยางคําวา “พายุ” อากัปกิรยิ าของ “พา” กับ “ยุ” คือความหมายออกทางลบ สรางความ วุนวาย ปนปวน เสียหาย ก็คลายๆ กับอากัป กิรยิ าของ “พายุ” ทีเ่ ปนปรากฏการณธรรมชาติ ซึง่ คนทีบ่ ญ ั ญัตคิ าํ วา “พายุ” อาจไดไตรตรอง กอนแลววามันมีบางอยางเชือ่ มโยงกันอยู ปราบดา (หัว เราะ) แตนั่นหมายความวาเขาคิดอยู บนพืน้ ฐานของคําวา “พา” กับคําวา “ยุ” ก็ตอ ง มีคนคิดคําวา “พา” กับ “ยุ” ขึ้นมากอน มันถึงมาเปนแบบนีไ้ ด 76   


ถาม

แล ว กั บ การตั้ ง ชื่ อ สํานั ก พิ ม พ “ไต ฝุน / Typhoon” ถูกคิดขึน้ มาจากอะไร ปราบดา มันก็บังเอิญดวย และก็เปนความตั้งใจปนๆ คือวาผมเปนคนชอบปรากฏการณธรรมชาติ ผมชอบเห็นฝนตก (ชี้ออกไปนอกหนาตาง ที่ฝนกําลังตกอยู) ผมชอบเห็นฟารอง ถาได ไปลาทอรนาโดอยางทีเ่ ขาทํากันในทีวใี นหนัง ผมก็คงไป ผมชอบ แลวคําวาไตฝุน มันไมใช คําไทย แตมันก็เหมือนจะเปนคําไทย คือ ผมอยากจะตัง้ ชือ่ อะไรทีไ่ มใชฝรัง่ จาซะทีเดียว แต ใ นขณะเดี ย วกั น มั น ก็ เ ขีย นเปน ภาษา อังกฤษได เออ...คําวาไตฝุนเปนสิง่ ที่ผมชอบ ผมชอบคําวา “ฝุน” ดวยเหตุผลอะไรก็ไมรู เหมือนกัน (หัวเราะ) และฝุนมันก็มีสระอุ ไมเอก กับนอหนู ซึ่งมันคลายๆ ชื่อผม และ นามสกุล และในภาษาอังกฤษมันก็นาสนใจ เหมือนกัน มันเริ่มตนดวย typ ซึ่งถาเติม e เขาไป มันก็คือคําวา “type” แปลวาตัวพิมพ ตัวอักษร และมันก็เกี่ยวกับสิ่งที่ทําอยู และ มันก็มี “oon” เขามาอีก ซึ่งมันจะเปน “คุน” ก็ได “หยุน” ก็ได คําวา “ไตฝุน” มันลงตัว ทีส่ ดุ จะมา “monsoon” มันก็พดู ยากไป   77


ถาม

“จินตนาการสําคัญกวาความรู” ปราบดา เห็นดวยไหม ปราบดา ผมไม ยึ ด ติ ด กั บ คําพู ด นี้ คนที่ พู ด แบบนี้ มักจะเปรียบเทียบ 2 อยางแยกออกจากกัน คือเขาจะเปรียบคนทีเ่ รียนวิทยกบั คนทีเ่ รียน ศิลปะ คนเรียนวิทยก็จะบอกวาความรูเปน สิ่ ง ที่ สําคั ญตอ งอา นหนังสือ เยอะๆ ตองรู ทุกอยางที่โลกนี้เคยเรียนรูมาแลว ในขณะที่ คนทําศิ ล ปะอาจจะบอกวา ไม รูอ ะไรเลย แตพยายามหาความรูด ว ยตนเองจากการ วาดรูป จากการมองธรรมชาติอะไรก็ตาม แตผมวามันเปนการแยกทีผ่ ดิ ผมวามันไมควร จะแยกออกจากกั น จิ น ตนาการก็ เ ป น สวนหนึ่งของการหาความรู และผมก็คิดวา ความรูก็ มีสวนสงเสริมใหเรามีจินตนาการ เพิม่ ขึน้ ได... ผมชอบอานหนังสือวิทยาศาสตร ด ว ยเหตุ ผ ลนี้ เหมือ นกัน เพราะมันทําให ผมรูสกึ สงสัยมากขึน้ ผมไมไดอา นเพือ่ ทีจ่ ะมา อธิบายกับคนไดวา เออ...ทฤษฎีของไอนสไตล คืออะไร หรือสมการนีค้ อื อะไร ผมไมไดสนใจ แบบนั้น แตวา ผมอานแลวผมไดศึกษาวิธคี ิด ของคนพวกนี้ แลว มั นทําใหผมแตกหนอ 78   


ในความคิดของตัวเองเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้น ผมคิดวาจินตนาการควรทีจ่ ะนําไปสูความรู ไมใชจินตนาการไปเรื่อยๆ ฟุง ซานแลว ไมเกิดอะไรขึ้นมา (หัวเราะ) ถาม

การอ า นหนั ง สื อ วิ ท ยาศาสตรมี สว นช ว ย ลับคมในกระบวนการคิดอยางไร ปราบดา คือผมมักจะสนใจทฤษฎีทเี่ ขาโตแยงกัน หรือ วาทฤษฎีใหมๆ อยางพวกเคออส หรือพวก ทฤษฎีสมั พันธภาพ อะไรตางๆ ทีเ่ ขาพยายาม จะพู ด ธรรมชาติ โดยรวม พูด ถึ ง จั ก รวาล โดยรวม อยาง ไอนสไตนเองก็พยายามทีจ่ ะหา ทฤษฎีมาอธิบายทุกอยาง เขาบอกวา Theory of Everything คือสิ่ งที่ มาอธิบายไดตั้ งแต พฤติกรรมของมนุษยไปจนกระทัง่ พฤติกรรม ของจักรวาล ผมไมไดอา นเพือ่ ทีจ่ ะเชือ่ แบบนัน้ แตเราเองก็พยายามจะตีความแบบของเรา เราเองก็ พยายามที่ จะมีสิ่ งที่ มาโตแยง กับ เขาดวย ในความคิดนะฮะ และการทําอยางนี้ ผมวาเปนวิธกี ารสรางความคิดสรางสรรคทดี่ ี เพราะวามันกวางมากมันจะเกิดอะไรขึน้ ก็ได กับทฤษฎีพวกนี้ และมันก็ชวยสอนดวยวา   79


แมกระทัง่ วิทยาศาสตรกไ็ มใชศาสตรทแี่ นนอน เสมอไป มันก็มีความเปนจินตนาการ เปน ตํานานพอๆ กับประวัตศิ าสตร พอๆ กับศิลปะ พอๆ กับทุกอยางทีม่ นุษยสรางขึน้ มา ในชวง ชีวติ นีข้ องเรา เราอาจจะเชือ่ วาเราอยูบนโลกนี้ ไดดวยแรงโนมถวง แตในอนาคตขางหนา คนอาจจะคนพบวามันไมใชแบบนัน้ เลย แตเรา อาจจะถูกแรงอยางอืน่ ยึดไวกไ็ ด คือมันไมใช ความแนนอน แตมันทําใหสมองเราไดคิด ไปเรือ่ ยๆ ถาม

พฤติกรรมชางคิดทีต่ วั เองเปนมีอทิ ธิพลตอการ ดําเนินชีวติ ประจําวันอยางไรบาง ปราบดา มีอทิ ธิพลทีด่ กี บั ตัวเอง แตอาจจะไมดกี บั คนอืน่ อิทธิพลสําคัญคือ มันทําใหผมไมเคยรูสกึ เบือ่ กับการคิด ผมไมเคยมานัง่ กลุมใจวาทําไมเรา เปนคนคิดมากอยางนี้ มันสนุกฮะ มันทําใหมี ความคิดใหมๆ อยูตลอดเวลา มีความรูสึก เหมือนกับวาเรามีประสบการณใหมๆ กับโลก ตลอดเวลา และมันก็ไมไดทาํ ใหชวี ติ ทีถ่ งึ แมวา หลาย��� ครัง้ เราจะอยูคนเดียว ถึงแมวา หลายๆ ครัง้ เราจะโดดเดีย่ ว หรือวาเออ... เขาเรียกอะไร 80   


อะ ไมมพี รรคพวก มันก็ไมไดเลวราย เราก็รูส กึ วาเราเหมือนคนคนหนึ่งที่ ...ที่บอกไปเมื่อกี้ สมมติวา เราเดินเขาไปในปาโดยไมรูจกั อะไร เลย แลวก็คอยๆ เรียนรูไปทีละอยาง ตัง้ แต สิง่ ทีม่ นั อยูใตเทาเรา แลวมันคอยๆ โตขึน้ มา จากดิน โตขึน้ มาปกคลุมหัวเรา แตวา การเปน อยูในสังคมมันก็ตา งจากพฤติกรรมนัน้ คลายๆ กับมุงหวังทางออมวาคนตองอยูในสังคมและ มีปฏิสมั พันธกนั แบบทีท่ กุ คนลงมติกนั ไว เพราะ ฉะนันไอ ้ ความเปนแบบผมมันทําใหคนอืน่ รูสกึ วา เหมือนเราไมแครใคร และมันก็ทาํ ใหดเู หมือนวา เราไมมีความผูกพันกับอะไรเปนจริงเปนจัง สักอยาง เพราะเรายังเปนคนทีช่ อบคิดอะไร ใหมๆ เพราะฉะนัน้ ผมไมใชเปนคนทีย่ ดึ ติดกับ อดีต ไมใชคนทีม่ านัง่ ถวิลหาสิง่ ทีผ่ า นไปแลว หรือ นัง่ คิดถึงวันเวลาเกาๆ อะไรทํานองนี้ ผมจําใคร ไมคอ ยได ผมจะไมคดิ ถึงคน ไมคดิ ถึงใครเลย ถาม

ในงานเขียน เรือ่ งทีเ่ ขียนถึงมักจะเกีย่ วของกับ ความสัมพันธของมนุษยรปู แบบตางๆ แตในชีวติ จริ ง ดู เหมื อนจะเปนคนไมคอยสรางความ สัมพันธกบั ใครเทาไหร   81


ปราบดา สนใจเรือ่ งความสัมพันธ มันก็อาจจะเปนไดวา สิง่ ทีผ่ มชอบเขียนเกีย่ วกับความสัมพันธ เปน เพราะผมไมคอยมีความสัมพันธ (หัวเราะ) เปนคลายๆ กับความใหมของเรา เปนโลกของ เราเอง คือผมคอนขางทีจ่ ะชัดเจนมากวาอะไร ผานมาแลว และอะไรเปนปจจุบัน และอะไร เปนอนาคต ผมไมคอ ยมีความรูสกึ ผูกพันอยาง รุ น แรงกั บ อดี ต ผมไมเหมือนกับคนอื่นที่ สามารถนัง่ รองไหไดกบั สิง่ ทีผ่ า นมาแลว ก็เห็น วามันลืมไปแลว ผมก็ไมสนใจ

82   


83


84   


   หนุมเหนือคนนีเ้ กิดและโตที่แพร เรียนที่เชียงใหม ทํางานมากมายหลายแหง เดินทางมาหลายจั งหวั ด กอนจะเตรียมตัวไปลงหลักปกฐานทีส่ ระบุรี บานเกิดของ คนขางกาย และตั้งใจสรางสรรคงานดินปนที่เต็มไปดวย อารมณความรูสึกออกมากํานัลผูคน ดินปนรูปเด็กอวน นาเอ็นดูหลากหลายอิริยาบถ หรือเณรนอยศีรษะกลม เกลี้ ยงที่ดูจะซอนอารมณหลากหลายไวในทีทาสงบนิ่ง เปนงานทีห่ ลายคนคุนตา และหลายคนเสาะหามาสะสม ไวในบานและสวน ทั้งยังเปนตนแบบของคนทํางานปน รุน ใหมๆ แตค วามจริง ที่หลายคนไมทราบ คือตั้ง แต เล็กมา กอนจะมาเปน “นายดี ชางหมอ” เขาไมเคยปน   85


ดิน ไมชอบงานปน วัยเด็กของเขาไมเคยคลุกคลีอยูกับ การปน ไมวา จะเลนปน ดินเหนียวหรือดินน้าํ มัน หากอยูกบั การวิง่ เลนซุกซนมากกวา เมือ่ โตขึน้ เขาก็ไมเคยใฝฝน วาจะมี อาชีพปน ดิน ถึงแมจะผานการเรียนวิชาปน มาบาง แตกเ็ ปน การเรียนอยางทีพ่ ดู ไดวา จําใจ เพราะไมมที างอืน่ ใหเลือก “แตงานปนเขามาเปนสวนหนึ่งของชีวิตไดยังไง ผมมองวางานปนคือความละเอียดออน และความรูสึก ละเอียดออนนีผ้ มคงซึมซับมาตัง้ แตเด็ก” วั ย เด็ ก ของนายดี อ ยูใ นสวน แวดลอ มด วย ธรรมชาติของพืชพันธุ ของเลนหรือเรื่องเลนตางๆ นานาเทาทีเ่ ด็กชายซนๆ คนหนึง่ จะคิดได ลวนมาจาก สวน เขาเชื่อวาธรรมชาติมีอํานาจในการกลอมเกลา จิตใจคน ไมวาจะเปนจิตใจของเด็กซนๆ หรือคนดุๆ แคไหนก็ตาม “ยายชอบพาไปสวนเปนประจํา เราไดอยูกบั ใบไม ใบหญา ลําคลอง สายน้าํ หิวก็ปน ตนไมเก็บฝรัง่ เก็บมะมวง ชีวติ ไมมอี ะไรเกีย่ วของกับวิชาศิลปะ มีแตความเรียบงาย ในชีวติ ประจําวัน ตอนนัน้ ไมคดิ อะไรมาก แตเมือ่ ผมโตขึน้ แลวมีโอกาสยอนกลับไปที่แพร ผมกลับรูสึกวา ชีวิตที่ 86   


ผานมานัน้ ชางเรียบงายเหลือเกิน ไมมอี ะไรซับซอน บานไม ธรรมดาๆ ไมไดทาสี กระบวยตักน้ําทําดวยมือ การกิน การอยูทกุ อยางเรียบงายเปนธรรมชาติ ตอนทีอ่ ยูเราก็ไมรูส กึ หรอก แตพอโตขึ้น ไดไปสัมผัสอีกสังคมหนึ่ง มันมีสิ่ง เปรียบเทียบชัดเจนวาเราโตมากับอะไร ก็เลยคิดไดวา สิ่งเหลานี้เองที่ประทับอยูในใจลึกๆ แลวปรากฏออกมา ในงานของผม” คนแตละคนคงใชเวลาในการคนหาตัวตนทีแ่ ทจริง ของตัวเองไมเทากัน บางคนเร็ว แตบางคนก็ชา เชนเดียว กับเด็กชายดุษฎี ทีร่ กั การวาดรูปมาตัง้ แตเด็ก และรูตวั วา สนใจอยางจริงจังเมื่อเรียนม.3 เขาตัดสินใจเลือกเรียน ดานศิลปะ จนเรียนจบวิจติ รศิลป จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม “ผมวาเด็กทัว่ ๆ ไปชอบวาดนะ มันเปนทางออกของ จินตนาการ ขนาดผมโตมาจากบานนอกทีเ่ ขาทําไรทาํ สวน ไมไดอยูในแวดวงทีใ่ ครสนใจศิลปะหรือการวาดกันเลย พอแมกเ็ ลีย้ งไปตามประสา ผมก็ยงั ชอบวาดเลน เพือ่ นๆ ก็เหมือนกัน อยากวาดก็เอาสมุดเรียนหนาวางๆ มาวาด ตอนนัน้ ชอบวาดผูชายมีกลาม ก็ไมไดวาดเกงนะ วาดแบบ เด็กๆ แคอยากวาดก็วาดเทานัน้ ตอนอยูม.1 ชอบโดเรมอน ชอบอิก๊ คิวซัง ชอบแลวก็วาดไปเรือ่ ยเปอ ย ม.3 ชักจะวาด เกงขึน้ คือดูเหมือนมีหวั ศิลป มีฝมอื คือไมไดดมี ากหรอก   87


นะ แตอาจจะสนใจทางนีม้ ากกวาเพือ่ นๆ พอมีงานจัดบอรด จัดอะไรของหองครูกใ็ หจดั ” แตเมือ่ ถามถึงความฝนในอนาคตของเด็กชายดุษฎี ในตอนนั้น กลับเปนอาชีพที่แตกตางอยางสุดขั้วกับสิ่งที่ เปนอยูในปจจุบนั “อยากเปนหมอ (หัวเราะ) แมก็อยากใหเปนหมอ ผมตอนนัน้ เรียนเกงมาก เคยไดคะแนนสูงสุดในโรงเรียน ดวยนะ ได 3.9 หรือ 4 เลยละ ก็เลยรูสึกวาเปนอยางอื่น ไมไดแลว ตองเปนหมอเทานั้น(หัวเราะ) แตพออยู ม.3 ยายจากบานนอกไปอยูโรงเรียนประจําจังหวัด เจอของจริง มี แ ต ค นเก ง ๆ คะแนนก็ เลยตก เหลื อ สั ก 3 กว าๆ คิดวาหมอไมไหวแลว ขอเปนเภสัชกรก็แลวกัน ชวงนั้น ยังวาดเลนอยูนะ แตไมวาดโดเรมอนแลว เริม่ เปดนิตยสาร วาดหนาคนตามแบบ แตยังไมคิดเรื่องศิลปะนะ แคชอบ วาด แตพอม.5 ม.6 เกรดชักตกใหญแลว เหลือแค 2 กวา ตอนนี้ฟสิกสเคมีชีวะคณิตศาสตรไมเขาหัวเลย เภสัชกร นี่เลิกคิดไดเลย คิดวา เฮย เราชอบวาดนี่หวา เริ่มคิดวา เรียนศิลปะก็แลวกัน” แรงบันดาลใจสําคัญทางศิลปะเกิดขึน้ อยางเขมขน เมือ่ ไดฟง การพูดและดูภาพเขียนของถวัลย ดัชนีทจี่ ดั แสดง ทีห่ องสมุดโรงเรียน “มันอึ้ง และทึ่ง วาคนเราสามารถแสดงความคิด ความรูสึกออกมาในภาพไดมหัศจรรยและมีพลังขนาดนี้ 88   


ผมถึงกับเอางานแกมาลอก มาเขียนตาม มันก็ไมเหมือน หรอกนะ แตเรามีความสุขที่ไดทํา เพราะเราชอบ ก็เลย ฝกหนัก ฝกเองดวยเพราะเราเรียนสายวิทย ไมใชสายศิลป ก็ ไ ปขอฝ ก กั บครูศิลปะของโรงเรียน ครูเห็นเราสนใจ แกก็อนุญาตใหไปฝกกับแกได” ขณะที่ ฝ ก วาดรู ป อย า งขะมัก เขมน เพีย งเพราะ ความสนใจมากกวาการมุงเนนทางอาชีพ ดุษฎียังเปน นักดนตรีประจําโรงเรียนที่ถนัดดนตรีไทย เชนฆองวง ระนาด ซอ ทั้งยังคลองดนตรีสากลอีกดวย “พอเรียนมหาวิทยาลัยเชียงใหม ดนตรีก็เปนทาง ทํามาหากินของผมดวย ตอนนั้นเลือกเรียนวาดรูปอยาง จริงจังแลวนะ แตกลับขีเ้ กียจเพราะเอาเวลาไปซอมดนตรี หมด สงสัยยังคนหาตัวเองไมเจอ คือยังแยกแยะไมออก อยากเกงวาดรูป แตก็สนใจดนตรี แลวก็สนุกกับการ มีสังคม ไปเลนดนตรีตามผับ แตผมมาคนพบขอดีวา ดนตรีก็เปนอีกสวนหนึ่งที่ ประเลาประโลมจิตใจให ละเอียดออน ตอนที่เขาเรียน เขามีใหเลือก 3 วิชา วาดรูป ปน แลวก็ภาพพิมพ เราชอบวาดรูป ก็เลยเลือกกอนเลย เปน วิชาเอก ทีนี้มันตองเลือกวิชาโท ไมเลือกไมได ไอเรา ไมอยากปนเลย ไมชอบเลย แตภาพพิมพกย็ งิ่ ไมอยากทีส่ ดุ ก็จําใจเลือกปน แลวก็เรียนไปตามประสา ไมไดสนใจ จริงจัง ตอนเรียนศิลปะ ทุกคนก็อยากเปนศิลปน ประกอบ   89


อาชีพศิลปะโดยตรง พูดงายๆ วาดรูปขายนั่นแหละ แต พอเรียนจบ เชือ่ ไหมงานแรกทีผ่ มไดกลับเปนงานปน ” ครั้งนั้นอาจนับเปนกาวแรกที่เขาจับงานปนอยางจริงจัง ในลักษณะทีเ่ ปนอาชีพเลีย้ งตัว เพราะมีรุนพีม่ าชวนใหไป ในขณะทีเ่ ขายังไมมงี านจิตรกรรมอยางทีอ่ ยากจะทํา “เปนงานสรางบานทีเ่ จาของเขาอยากไดบา นหรูๆ แบบฝรัง่ ๆ แบบหลุยสอะไรอยางนัน้ ประตูโคง เสาปูนกลมๆ มีรปู ปน ประตูหนาตางมีลายเยอะๆ คือตองไปปน เปนดิน กอนเพื่อใหเขาหลอเปนปูน ไอเราตอนแรกก็คดิ วา เออ ยังดีกวานัง่ ทํางานในออฟฟส ทีไ่ มไดใชฝม อื ทําอะไร ทําอยู ไดหกเดือนก็ออก (หัวเราะ) เพราะผมทําไมได พบวาอะไร ที่ซับ ซอ นมากๆ ผมทําไมได งานนั้นมันซับซอนมาก สองขางตองเทากันเปะ อะไรทีม่ นั เนีย้ บมาก สองขางตอง เทากัน มีขนั้ ตอนและเหตุผลมากอยูในนัน้ คนพบวามัน ไมเขากับนิสยั ผมเลย ตอนแรกทีร่ บั ทําเพราะไมรูต วั ยังไม พบตัวเองจริงๆ รูแตวา อยากทํางานใหดี แตมนั ก็ไมดดี งั ใจ เจานายเขาก็เลยปลด เสียใจมากนะ รูสกึ ลมเหลว รูสกึ ตัว เองแย” แตในสภาวะที่รูสึกลมเหลวและมีอุปสรรคใหมๆ ขวางอยูขา งหนา ดุษฎีกลับคนพบการทํางานบางประการ ของตัวเอง “ผมรูสกึ วาอยากจะทําอะไรทีส่ องขางไมจาํ เปนตอง เทากันอีกตอไป พอกันที อยากทํางานทีไ่ มตอ งมีแมพมิ พ 90   


ไมตอ งมีเหตุผลในลวดลาย ผมก็เลยอยากไประบายความ รูสึกนี้ออก เพราะเราเจอความกดดันมาตลอดหกเดือน ตอนนั้นเลยคิดวา จะลองทํางานปนแบบสบายๆ ที่มัน ตรงขามกับทีเ่ จอมา “ เมือ่ มีความกระหายทีจ่ ะเรียนรู นายดีจงึ ไดเขาไปใช ชีวิตอยูในหมูบานเหมืองกุง ที่หางดง เชียงใหม ซึง่ เปน ชุมชนที่ชาวบานมีอาชีพหัตถกรรมดินเผา เขาใชเวลา ตลอด 7 เดือนเต็มในการฝกปน อยางใจตัวเอง สภาพแวดลอมคือตัวแปรสําคัญสําหรับคนทํางาน สรางสรรค สมัยหนึ่งทีย่ ังคนหาตัวเองพบยังไมครบถวน เขาเคยไปนัง่ ปน ดินขายอยูขา งถนน รถยนตผา นไปมาตลอด เวลา รอบตัวมีแตความจอแจวุนวาย “สังเกตไดเลยวางานปน ของผมชวงนัน้ ดูเครียดมาก คงเพราะสภาพแวดลอมมันบีบคั้น ปนหนาคนออกมา จะเปนใบหนาทีเ่ หมือนถูกทรมาน คือดูเจ็บปวด คิว้ ขมวด เหมือนเปนทุกขตลอดเวลา” วันเวลาและประสบการณชว ยใหงานของนายดีเขารูป เขารอยและลงตัว พรอมกับแสดงความรูสึกของตัวเอง ผานกอนดินออกมาไดชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน เขาก็พบวา งานปนไดชวยถายทอดความคิดความรูสึก ทีส่ รางสรรคออกมาไดตลอดเวลา

  91


“ผมวาไมวางานแบบไหน โดยเฉพาะทีต่ องใช ความคิดสรางสรรคออกมา ความละเอียดออนเปน คุณสมบัตหิ นึง่ ทีส่ าํ คัญ โชคดีทผี่ มไดสงั่ สมสิง่ นีม้ าตัง้ แต เด็กๆ และความทีไ่ มชอบอะไรทีม่ ันมีรปู แบบตายตัว ผมก็เลยไมตดิ กับกรอบ อยากทําออกมายังไงก็ทาํ ” แมจะเติบโตเปนผูใหญ สรางงานที่นาประทับใจ มามากมายนับชิน้ ไมถว น แตการสัง่ สมขอมูลความคิด และ ประสบการณกย็ งั คงดําเนินตอไป เพือ่ บํารุงรักษาความคิด สรางสรรคไมใหสญ ู หาย “เดินทางบอยมาก บางชวงเดินทางเกือบตลอด ไมเคยอยูกบั ทีเ่ กินเจ็ดวัน พูดแบบชาวบานก็วา ใบตองเหลือง เมือ่ ไรก็ออกเดินทาง ไปดูบา นบาง ไปวาดรูปบาง เดีย๋ วก็ไป ปน โอง ไปทําโบสถชวยงานวัด บางทีกไ็ ปสัมผัสกับวิถชี วี ติ ของชาวบานในหมูบาน ไปดูชีวิตความเปนอยูของเขา ไปดูเด็กๆ ดูเขาเลน ดูอริ ยิ าบถ สิง่ ทีเ่ ราเห็นมันก็กลายเปน ขอมูลใหเรามาคิดงานตอไปเรือ่ ยๆ กวางขึน้ ลึกซึง้ ขึน้ ” ความคิดสรางสรรคอนั งอกงามตลอดเวลาของดุษฎี รักษมณี หรือนายดี ชางหมอ ยังคงจะปรากฏออกมา ในความเบิกบานของงานปน รูปเด็กอวนและเณรนอย หลากหลายอิริยาบถ ใหเราไดรวมเสพความสุขตาสุขใจ ไปอีกนาน 92   


93


94   


                     95


                                   ปจจุบนั เปนนายแพทย9 ดานเวชกรรม สาขาจิตเวช โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห จังหวัดเชียงราย และมีงานวิจารณการตนู ลงในนิตยสารหลายเลม § การตนู มีผลตอความคิดสรางสรรคในเด็กอยางไร คุณสมบัตขิ องการตนู มันคือเรือ่ งลายเสน ลายเสน นั้ น มั น ช วยกระตุน การทํา งานของสมอง มี ผลตอ พัฒนาการทางสมองของเด็ก ในชวงวั ยเด็ กระบบ ความคิดในสมองเด็กจะทํางานแบบ Animism คืออะไร เคลื่อนไหวไดลวนมีชีวิต ฉะนั้นในตอนเด็กผมจึงเลน เอาตุกตาสูกันบนหนาอก เพราะผมจับมันเคลือ่ นไหวได เคลือ่ นไหวไดกม็ ชี วี ติ การตนู วอลตดสี นียก ็นาํ เอาสิง่ ทีไ่ ม มีชวี ติ ทุกชนิดมาทําใหมชี วี ติ เชน รถไฟยิม้ ได นีเ่ ปนความ คิดขัน้ พืน้ ฐานของเด็ก ในการตนู ชองเนีย่ แตละชองจะมี เสนแสดงการเคลื่อนไหว มีเสนแสดงความสั่นสะเทือน มี เ ส น แสดงควั น ที่ ล อย ไฟที่ ลุ ก อะไรที่เ คลื่อ นไหว 96   


ลวนเปนสิง่ มีชวี ิต เพราะฉะนั้นการอานการตนู ดูการตูน จึงเปนการกระตุนสมอง ฝกวิธคี ดิ แบบ animism ทีจ่ ะเปน พืน้ ฐานการคิดในอนาคต ความคิดอยางที่ 2 คือ Magical thinking เปนความ คิดเชิงเวทมนตร มันเปนรากฐานของสมองมนุษยทจี่ ะตอง เกิดความคิดรูปแบบนีข้ นึ้ กอน ซึง่ เปนความคิดทีเ่ กิดขึน้ ตาม ธรรมชาติ การตนู สวนใหญกเ็ ปนเชิงแฟนตาซี ไมมอี ะไร จริงสักอยาง ซึง่ ทําใหถกู กลาวหาวาไรสาระ แตแฟนตาซี เหลานีเ้ ปนรากฐานของเรือ่ งมีสาระในอนาคต ไมใชเรือ่ ง เหลวไหล มันจําเปนตองมี และตองใหเด็กไดไรสาระ อยางนีใ้ นชวงแรกๆ ความคิดอยางที่ 3 คือ Phenomenalistic causality เหตุการณที่เกิดขึ้นสองอยางพรอมกันเปนสาเหตุซึ่งกัน และกัน นี่เปนวิธีคิดของเด็กๆ มีเรื่องขําขันคือเด็กเลน ยิงปนฉีดน้ําไปที่เครื่องบินที่บินอยูบนฟาแลวเครื่องบิน ตกพอดี จิตวิทยาของเด็กจะเจอเรือ่ งนีบ้ อ ย พอแมทะเลาะ กันตอนเชา พอดีตนเองเปนไขเลือดออกเขาโรงพยาบาล ตอนเย็น เด็กจึงคิดวาเพราะหนูปว ยพอแมจงึ ทะเลาะกัน หรือเด็กหนีโรงเรียนวันนัน้ และพอแมหยารางพอดี ฉะนัน้ การอานการตนู ชอง ชองที่ 2 ตองสัมพันธกบั ชองที่ 1เสมอ  97


ช อ งที่ 3ต อ กั บ ชอ งที่ 2 ช อ งที่ 4 ต อ จากช อ งที่ 3 นักจิตวิทยาจะมีวิธีการทดสอบเด็กโดยการวางรูป 4 รูป แลวใหเด็กเรียงเหตุการณ นี่คือโครงสรางของการตูน ความคิดอยางที่ 4 คือ Egocentric การเห็นตนเอง เปนศูนยกลาง เด็กพรอมจะเห็นตนเองเปนศูนยกลางของ เรื่องตางๆอยูแลว สืบเนื่องจากตัวอยางที่ยกมาเมื่อครู พอแมหยารางกันเพราะหนู พอแมทะเลาะกันเพราะหนู เอาตนเองเปนศูนยกลางตลอด เวลาอานการตนู ก็เชนกัน เด็ ก ๆจะสวมรอยพระเอกนางเอกในการ ตู น ไดงา ย นี่แหละฉัน มันก็จะถูกโฉลกตอวิธีคิดในสมองของเด็ก การอ า นการ ตู น ของเด็ก จึ ง ลื่ น ไหล หนึ่ งนี่ มั น ฉั น เห็นตนเองเปนศูนยกลาง สอง อะไรเคลื่อนไหวไดลวน มี ชี วิ ต สาม อะไรเกิดขึ้ นพรอ มกันเปนสาเหตุ ซึ่ง กัน และกั น เด็ ก จึ ง อ า นการ ตู น ต อ ช อ งได อ ย า งสบาย เชื่ อมเหตุเชื่อมผลกันเร็วมาก ความคิดเหลานี้ จะเปน รากฐานในการคิด ที่ตอ ยอดไปสูค วามคิด สรางสรรค ในอนาคต § 4 ฐานความคิดที่กลาวมานี้จะเปนพื้นฐานในการ พัฒนาความคิดสรางสรรคในเด็กไดอยางไร หากความคิ ดสรางสรรคมันอยูบ นยอดปรามิด คําถามก็ คื อ วา อะไรอยูที่ ฐาน ฐานที่บอกไปแลวคือ 98   


ความคิด 4 อยาง ถั ด จากฐานความคิ ดทั้ ง 4 คื อ ความคิดที่เปนรูปธรรม ตัวอยาง ถาเราถามวาหนูกับ แมวตางกันอยางไร เด็กสวนใหญอาจจะตอบวา “ มีขน เหมือนกัน” ถาถามผูใหญอาจจะตอบวา “ เปนสัตวเลีย้ ง ลูกดวยนมเหมือนกัน” จะเห็นวาความคิดของผูใหญเปน นามธรรม เรามีความคิดเปนนามธรรมไดเพราะครัง้ หนึง่ เรามีความคิดเปนรูปธรรม ถัดสูงจากความคิดรูปธรรม คือความคิดนามธรรม และสูงสุดคือความคิดสรางสรรค แตฐานความคิด 4 อยางนี้ตองวางอยูบนตัวตนที่ชัดเจน และแข็งแรง ซึ่งตัวตนที่ชัดเจนนี้วางอยูบนฐานของการ เลี้ ย งดู ของพอแมทั้งปริมาณเวลาและคุณภาพ มั นจะ เกี่ยวเนื่องกัน ทั้งหมดนี้เปนฐาน ถาเราทุบฐานเหลานี้ ทิง้ ความคิดสรางสรรคทวี่ างอยูบนยอดนี้ไมตองพูดถึง § คุณหมอเลี้ยงดูลูกอยางไร ผมเลี้ย งลูกดวยเวลาอยางเดียวเลยและใหเยอะ มากด ว ย ผมอ า นหนั ง สือ ให ลูก ฟง ตั้ง แต 3 เดื อ น ลูกคนเล็กก็ตั้งแตแรกเกิด เพราะเราอานใหลูกคนโตฟง อานทุกวัน 1 ปนาจะมีสกั 10-20 วันทีไ่ มไดอานหนังสือ ใหลูกฟงเพราะผมงวงจัด ผมคิดวาสิ่งนี้เปนสิ่งที่หาคา ไมได มันปลูกฝงตัวตนและจริยธรรมใหเขา ผมเปนหมอ ผมก็ทาํ คลีนคิ แตคลีนคิ ผมปด 1 ทุมตรงเวลา ถาผูปว ย มาตอน 1 ทุม ผมจะขอวาวันนีข้ อสัน้ ๆ วันหนามาใหม  99


กลับบาน 1 ทุม 5 นาที เพราะบานกับคลีนคิ อยูใกลกนั กลับบานก็เริม่ เลนกับลูก เอาลูกเขานอนแลวก็อา นหนังสือ ให ลู ก ฟง ทุ ก วั น ทุ ก ฤดู รอ นและปด เทอมกลางเที่ ย ว เปนครอบครัว ไมมเี วนแมแตรายการเดียว เสารอาทิตย กลางคืน ไมเคยไปไหน ปริมาณเวลาเยอะมาก ถามผม เรื่องการเลี้ยงดูถาเอาตามเนื้อหามีถูกมีผดิ แตนั่นไมใช ประเด็น ประเด็นคือเรือ่ งเวลา ผมกับภรรยาคุยกัน วาเรา จะทําอยางไร ลูกเกเรแบบนีเ้ ราจะอยางไร สามัคคีแลวแกไข บางเรือ่ งก็ผดิ บางเรือ่ งก็ถกู และจากการทีเ่ ราเรียนมาดวย วาพอเด็กเริม่ 10 ขวบ เขาจะไมเอาเราแลว ในแงพฒ ั นาการ ก็เหมือนกัน อะไรทีส่ ําคัญในแงจติ ใจมนุษยมนั กอราง สรางตัวใน 10 ขวบทัง้ สิน้ ตัวตน อัตลักษณทางเพศ จริยธรรม และความคิดสรางสรรค ทัง้ หมดมันจบทีป่ ท ี่ 10 เกือบทุกเรือ่ ง เพราะฉะนัน้ ตรงนีเ้ ปนเวลาทีเ่ รียกคืน ไมได คุณพอคุณแมทที่ ําแตงานการ พอตัวเองเริม่ มี ฐานะ เริม่ จะคิดมาดูแลเด็ก แตตอนนัน้ เด็กไมเอาเรา แลว กลายเปนโชคราย 2 ตอ ชีวติ คนในสังคมมันตีกลับ กัน 10 ขวบปแรกตองทิ้ งทุกอยางเพื่ อลูก ทิ้ งงาน ทิง้ ความกาวหนา ทิง้ ปริญญาโท เพือ่ ลูก ทุกวันนีล้ กู ผมอายุ 13 และ 15 ก็เริม่ ติดเพือ่ น แตผมมัน่ ใจวาเคาไมเปนอะไร เพราะเราวางรากฐานใหเขาสามารถมีภูมิคุมกันในการ ไปเผชิญโลกขางนอก ไปเหอะ แตปรากฏวากลับไมไป ฉะนัน้ ไอรายการเทีย่ วดวยกันทุก 6 เดือน ก็ยงั คงตองอยู 100   


§ ปจจุ บั นคุ ณหมอไดใ ชก ารตู น ในการอธิ บายถึ ง พัฒนาการเด็กและจิตวิเคราะหในเด็ก ตองการสราง ความเขาใจใหผูปกครองและใหมองการตูนมุมใหม ใชไหม ใช แรงบั น ดาลใจในการวิจ ารณก ารตูนคือ จูๆ ผมก็คิ ดวาการตู นญี่ ปุน มั นดี มันสนุ กอยางเหลือเชื่ อ สรางจินตนาการ วิธีเขียนคือปรับเอาจิตเวชเขามาใช เอามาซอนทับกับการตนู วามันใชไดไหม เรือ่ งแรกทีว่ จิ ารณ คือ โจโจลาขามศตวรรษ กาวราวมาก ถึงเลือดถึงเนื้อ ถึงอุจจาระปสสาวะดวย สกปรกมากแตกม็ ปี ระเด็นทางดาน จริยธรรมเยอะ มีแนวคิดทางนิยายวิทยาศาสตรเยอะ อะไรทีว่ ากาวราวนัน้ มันก็อยูทขี่ นบญีป่ ุน อุจจาระปสสาวะ ในขนบญีป่ ุน เขาไมถอื วาแปลก มันก็ปรากฏอยูในนวนิยาย หลายเรื่อง มีเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งคัดหลั่ง ซึ่งเราถือวา นารังเกียจ เรื่องนี้ยาวมาก 60 กวาเลมก็ยังไมยอมจบ ยิ่ ง อ า นก็ ยิ่ ง รูสึ กวา มี ประเด็ น ทางจิ ต วิทยาเยอะมาก เรื่องแรกนี้ ไมไดรับการตีพิมพ สวนเรื่องที่ 2 ที่ ไดรับ การตี พิ ม พ คื อ เรื่ อ งโคนั น ซึ่ ง ถู ก ตี พิ ม พ ใ นป 2539 เปน นั ก สื บ จิ๋ ว แนวเหมื อ นอากาธา คริ สตี้ ผสมกั บ เชอล็อคโฮม

 101


§ ถาการตนู มีความกาวราวมาก เด็กจะติดพฤติกรรม ความกาวราวจากการตนู ไหม แมวา จะไดรบั การเลีย้ งดู ทีด่ จี ากครอบครัว เรื่ อ งความก า วร า วก็ ��� ามเรื่ อ งทางเพศก็ ต าม เรามองไดสองดานเสมอ ดานที่ 1 คือ กระตุน ดานที่ 2 คือเปนทางระบาย ตามทฤษฎีถาคุณพอคุณแมใหเวลา เด็กอยางเต็มที่ ของเหลานี้ จะเปนทางระบาย ไมใช ตัวกระตุน เพราะถึงอยางไรมนุษยก็ตองมีความขับดัน ทางเพศและความกาวราว ถาคุณพอคุณแมมีเวลาเต็มที่ เด็กก็จะมีจริยธรรมตามสมควร ถาเด็กจะสนใจเรือ่ งเพศ อันนั้นเปนการสนใจเพื่อระบาย แตไมไดกระตุนใหไป ทําความผิดทางเพศ อะไรที่มันไมดีในการตูนอยางไร ก็ไมเทียบเทากับเรื่องที่ มันเกิดในชีวิตจริง การตูนจะ เลวรายอยางไร มันไมเลวรายเทาชีวิตจริงหรอก พอแม สบายใจได ถาทานใหเวลาที่เพียงพอกับเด็ก พวกเขา กาวขามไปไดอยางแนนอน ยกตัวอยางเชน อานการตนู เจอเรือ่ งเลวทรามแลวพอแมเดินผาน กับการอานการตนู เจอเรื่องเลวทรามอยู 5 ชั่วโมง พอแมยังไมเดินผาน การปลู ก ฝ ง ความเลวทรามมันตางกัน การตี ก รอบ ความคิดวาสิ่งนี้ไมดีตองเซ็นเซอร ผมคิดวานี่เปน ตัวการในการขัดความคิดสรางสรรค เรามีความจําเปน อยางมากทีจ่ ะตองไมเซ็นเซอรอะไรรวดเร็วเกินไป มันควร 102   


มีกลไกอื่นในการควบคุมดวย มันไมจาํ เปนตองใชกลไก การเซ็นเซอรอยางเดียว อยางที่เราคุยกันในวันนี้ผม เสนอกลไกวาครอบครัวตองแข็งแรง มันจะไปลบลาง ความไมดไี มงามของสือ่ ตางๆเอง ในทางตรงขามทีเ่ ราชอบ ใชอาวุธเซ็นเซอร เราตองยอมรับวาอาวุธเซ็นเซอรมัน เซ็นเซอรสติปญญาของผูคนเสมอ มันอาจจะเซ็นเซอร สิง่ ไมดไี มงามได จริงหรือเปลา? ทีแ่ นๆคือมันเซ็นเซอร สติ ปญ ญาของเด็กของเรา มันทําใหเด็กบานเราไมมี ความคิด สรางสรรค อยางเรื่องอุลตราแมนเรื่องใหม ผมอานขาว ยังไมไดดกู ารตนู นะ เรือ่ งคือวานักเรียนหญิง 3 คน ถูก อุลตราแมนเหยีย บตาย อุ ลตราแมนชดใช โดยมอบพลั ง ให กั บ ผูห ญิ ง ทั้ ง 3 คน เลยมี ฤทธิ์ แบบอุลตราแมนกลายรางเปนคนตัวใหญยกั ษ แลวคิดดูวา ชุดนักเรียนมัธยมผูหญิงเมือ่ เปนยักษ ไอนมี่ นั ตองลามก แนๆ ยังไมพอมีเวลา 3 นาทีเทาอุลตราแมน ตองไปรับ พลังแสงอาทิตย แลวเจานักเรียนผูหญิงนี่ครบ 3 นาที แลว เสื้ อ ผ าจะหลุด จึงตอ งปราบสัตวประหลาดใหไ ด ภายใน 3 นาที ผมถามจริงๆสติปญญาแบบไหนจึงคิด เรื่องพวกนี้ออกมาได เห็นไหมวาความคิดสรางสรรค มันมาไดอยางไร มันมาจากการไมเซ็นเซอร ผมไมได บอกวาการตนู แบบนีด้ ีนะ แตผมอยากถามวามีใครกีค่ น คิดพล็อตแบบนีไ้ ด ความคิดมันอยูในอากาศ แตนกั เขียน  103


การตูนญี่ปุนคิดได ไมมีนักเขียนการตูนไทยคิดไดวา จะเอาอยางนีม้ าเขียน ผมวาความคิดสรางสรรคเปนเรือ่ ง ระดับชาติ ผมคิดวาเซนเซอรเปนอาวุธทูๆทีไ่ มคอ ยไดอะไร ถาไมใชเซนเซอรจะใหใชอะไร คําตอบคือผมไมรู แตเรา นั่ ง คุ ย รว มกั น ไดวาเราจะใชกลไกอะไรในการจัด การ กับความไมดีไมงามในเรือ่ งเหลานี้ § อยากใหคุณหมอแนะนําวาเด็กแตละวัยเหมาะสม กับการตนู ประเภทไหน ประเภทการ ตู น ผมยั ง เห็ น ว า ไมใ ช เ รื่ อ งใหญ เรื่องใหญคือถาเปนเด็กเล็กพอแมอานใหลูกฟง ซึ่งมัน คือนิทานประกอบภาพก็ได การตูนก็ได ลายเสนมันชัด นารัก ประเด็นก็คอื ไมใชการโยนหนังสือใหเด็กอานแลว พ อ แมไ ปไหนก็ไ มรู ไมใชเนื้อหา จะเปนการตูน ฝรั่ง การ ตู น ไทย การ ตู น ญี่ ปุน ก็ ไ ด ขึ้ น ชื่ อ วาเด็ ก เล็ ก อยางไรมันก็นารัก พอแมควรมีเวลารวมกับลูกใหเยอะ ที่สุด การตูนไลออนคิงจะดีอยางไรก็ไมมีประโยชน ถาทิ้งใหลูกดูการตูนคนเดียว องคกรตางๆหนวยงาน ไหนๆ พยายามหาการตนู ทีด่ สี าํ หรับเด็กๆ ผมวาเสียเวลา สิ่งที่นา ทําคือใหคุณพอคุณแมอยูกับเด็กใหมากๆ โดยใช การตูนเปนสือ่ ผมวาอันนี้นาสนใจมากกวา

104   


§ พอแมกต็ องเขาใจในความหมายทีก่ ารตนู ซอนอยู ครับ ตองเขาใจ ไมใชมองวามันไรสาระอยางทีค่ ดิ คือ มัน มีสาระและประโยชนตอพัฒนาการเด็กอยูดวย ชวยกระตุนพื้นฐาน 4 ดานอยางที่พูดไปแลว ขอย้ําวา ทุกเรือ่ ง ไมเฉพาะการตนู ดีๆเทานัน้ ผมคิดวาการตนู ฝรัง่ ซุปเปอรฮโี รทงั้ หลายมันก็สอนจริยธรรม ผมจะไดประเด็น จริยธรรมไดมาก การตูนญี่ปุนยิ่งมีจริยธรรมเยอะ คือ ธรรมะชนะอธรรม ตอยกันทัง้ เรือ่ ง ฆากันทัง้ เรือ่ ง จะเห็น วาสิ่งที่เด็กคนหนึ่งเชนผมไดมานั้นไมใชความกาวราว ผมไดจริยธรรม ซุปเปอรฮีไรตองปองกันคนสวนใหญ การตูนทอมแอนดเจอรี่ บั๊ก บันนี่ มิกกี้เมาท ทุกเรื่อง มันทุบกันทัง้ เรือ่ ง แตผมไมไดเอาความกาวราวมา ผมเอา จริยธรรมมา เปนจริยธรรมในบานในครัวเรือน ดารกอ นบอล เซนเซยา หมัดเพชฌฆาตดาวเหนือ พวกนี้ตายกันเปน วาเลน สิง่ ทีไ่ ดไมใชความกาวราว สิง่ ทีไ่ ดคือธรรมะยอม ชนะอธรรม ความดีตองชนะความชัว่ เสมอ จริยธรรมนี้ สําคัญนะ ถาเด็กๆไมเชือ่ วาธรรมะยอมชนะอธรรม และ ความดีต องชนะความชั่วเสมอ ยุง ตายเลย ใครจะไป ทําความดี

 105


§ คุ ณหมอคิ ด วา ระบบการศึกษาบานเรามีผลตอ ความคิดสรางสรรคของเด็กไทยไหม ผมไปประเทศฝรัง่ เศสเมือ่ เดือนกรกฎาคม มีแมเข็น เด็กในรถเข็นเขาไปในรถไฟใตดิน ฮูดมันปดตาขางหนึง่ ของเด็ ก เพื่ อ นผมเลนกั บเด็ก เด็ กยิ้ ม แตมือ ไมขยับ ขยับหัวไปมายิม้ อยางเดียวผมสงสัยวาทําไมมือเด็กไมขยับ หรือวามือเขาขยับไมได ผมก็คิดไปเรื่อย พอถึงสถานี เพือ่ นผมยกมือบายบาย เด็กยกมือบายบายตอบ ถาผมเปน อาจารยผมจะออกขอสอบวาทําไมเด็กไมเอาฮูดออก ทัง้ ที่ มือใชได การดูตาเดียวกับ 2 ตามันตางกันไหม เด็กมี ความสามารถในการใชมอื แตมอื นัน้ ไมเอามาใชดงึ ฮูดออก แตไปใชในการบายบายคนเพราะอะไร ผมไมรูคําตอบ หรอก แตการศึกษาไทยไมเคยสอนใหคดิ เราถูกสอน ใหทอ งอยางเดียวแลวรอฟง แตเราไมเคยถูกฝกใหคดิ วาจุดมุงหมายในการกระทําบางอยางของมนุษยจริงๆ เราไมเคยถูกฝกสมองเรื่องแบบนี้ เราไดแตอานตําราที่ บอกวาอายุเทาไหรทาํ อะไรได อาจารยกส็ อนตามตําราวา อายุเทาไหรทําอะไรได แตไมมีใครสอนใหเราประยุกต มันเกิดกับระบบการศึกษาทั้งประเทศ ในทุกๆ พื้นที่ ฉะนัน้ ความคิดสรางสรรคเราก็ไมเหลือแนนอน เราไมเคย ถูกฝกคิดใหยากขึน้ มาอีกชัน้ หนึง่ ประเด็นก็คอื วา คําตอบ ไมใชประเด็น ตั้งคําถามใหเปน หัดตั้งคําถามกันบาง 106   


บางทีคาํ ตอบอาจไมจาํ เปน ตัง้ คําถามแลวคุยกัน คําตอบ มาเอง ถูกผิดไมรู ตั้งคําถามวา จีเอ็มโอ มีประโยชน หรือมีโทษอยางไร ทางดวนขามทะเลมีประโยชนหรือ มีโทษอยางไร สมารทการดมีประโยชนหรือมีโทษอยางไร ทีเ่ ราลากมาถึงตรงนีเ้ รือ่ งความคิดสรางสรรคเพือ่ ทีจ่ ะพูด วาเราไมควรยึดติดในตําราเรียนมากเกินไป อะไรที่อยู รอบตัวเด็กใชเปนกา���เรียนไดทั้งสิน้ รวมทัง้ การตูน

 107


108   


                 ไมแนใจเหมือนกันวา หากยอนกลับในวัยเด็กของ จิระ หากเขามีกวนเพื่อนแบบแฟนฉัน ชีวิตของผูกํากับ หนังไทยคนดังจะเปลีย่ นไปอยางไร แตทแี่ นๆ ของเลนใน วัยเด็กของเขาก็บอกอนาคตของเด็กคนหนึ่งทีง่ วนอยูกับ การเลนเครือ่ งเลนเทปแบบ 2 หัว เปนเครือ่ งเลนเทปทีพ่ งั  109


แตซอมจนใชได จิระ มะลิกลุ เลนบันทึกเสียงตัวเองกับ พีป่ านาอา เลียนแบบรายการสัมภาษณทเี่ ห็นในทีวมี กี าร ตัดตอบทสัมภาษณใหไดความมันตามประสาทีต่ วั เองคิดวา เด็ด! แถมดวยพากยการตูนพิน็อคคิโอในเวอรช่นั ทีค่ ิด ขึ้นเอง จุดเริ่มตนของผูกํากับหนังไดเปลงประกายขึ้น ตัง้ แตวยั เด็กแลว ตอนเปนเด็กผมอยูกบั ยาย ไมไดรบั อนุญาต ใหออกไปเลนนอกบานเด็ดขาด ทีท่ ําไดกค็ ือการเลนกับ พีช่ ายคนเดียวอยูในบริเวณบาน จําไดวา ของเลนชิน้ โปรด ก็คือ เครื่องบันทึกเสียงแบบเกาที่เปนมวนเทปสองดาน สามารถอัดเสียงไดสองแทร็ค เปนอุปกรณทาํ งานของพอ รูสึ กวามันจะเสีย แตพอผมเอามันกลับมาซอมที่ บาน พอ ผมสอนวิธีอัดเสียงใหผม ผมจะชอบมาก เที่ยวไป สัมภาษณใครๆ แลวก็มาตัดตอบันทึกเสียงตัวเองลงไปดวย ที่จําไดค รั้ง หนึ่ง เคยไปสัมภาษณคุณปาซึ่งทํางานอยู กระทรวงเกษตรฯ วา สัญลักษณของกระทรวงเกษตรฯ คือ อะไร ปาตอบวา นาคเลนน้าํ ผมก็ตัดเอาเฉพาะเสียงปา ตรงที่พูดวา นาคเลนน้ํา แลวบันทึกเสียงตัวเองลงไป ในตอนตนเปนคําถามถามวา สัตวทคี่ ณ ุ ชอบคืออะไร เลนอยูกบั มวนเทปและเครือ่ งอัดนีน่ านมาก บางที ก็บั น ทึ ก เสีย งตัว เองลงไปเปนเสียงพากยก ารตูนเรื่อง พินอ็ คคิโอ ในเวอรชน่ั ของตัวเอง 110   


นอกจากจิระ จะเปนผูกาํ กับหนังไทยทีใ่ ครๆ ก็ยอม รับวาเปนคนหนุมมีความสามารถแลว ความสามารถใน การวาดลวดลายทางภาษาไทยของจิระไมเปนรองใคร เขาสนุกกั บการนําเสนอมุ ม มองที่ ไ มเหมื อนใครดว ย ศั พทแ สงของคนที่เชี่ยวชาญและมีคลัง คําจํานวนมาก คลังคําของจิระเริม่ ตนในวัยเด็กอีกเชนกัน เมือ่ อานมาก ก็ยอมอยากจะเอาออกมากดวยเชนกัน ถาจิระไมเอาดี ทางการเปน ผูกํา กั บ เขาอาจจะเปนนักเขียนเรื่องสั้น นักเขียนคําโฆษณาที่ประสบความสําเร็จก็ได แตที่แนๆ นอกจากเปนผูกาํ กับแลว เขายังเขียนบทภาพยนตรเองดวย บทภาพยนตรที่รูจักกันดีก็คือ เรื่อง ขึ้น 15 ค่ํา และ มหาลัยเหมืองแร ลองยอนกลับไปดูวยั เด็กของเขาสิครับ เรือ่ งเลนของผูกาํ กับชือ่ ดังในวัยเด็กอีกชิน้ หนึง่ คือ การทําหนังสืออานกันเองกับพีช่ าย เปนหนังสือในวันพิเศษ โอกาสตางๆ วันปใหม วันแม และเทศกาลตางๆ ก็จะเปน นิตยสารทีร่ วบรวมขอมูลทีห่ าไดในบาน จากสารานุกรมบาง เขียนเองบาง เปนหนังสือทํามือ บางครัง้ ก็เลนทําโปสเตอร โฆษณาหนัง ตีต้ า งวาเราเปนโรงหนัง ติดประกาศแขงกัน ซึง่ ก็ไมมใี ครมาดูหรอก ทําดูกนั เอง ทําเอาสนุก ผมไม ช อบเล น แต ผ มชอบนั่ ง ดู เพื่ อ นๆ เล น เปน กิ จ กรรมที่ ชอบมาก เนื่องจากผมเลนกีฬาไมเกง เวลาเลนฟุตบอล หรือเลนกีฬาอะไร มักจะไดเปนตัวแถม  111


ทุกทีไป แตผมไมเคยรูสึกวานี่คือปมดอย กลับรูสึกวา เปนความภูมใิ จดวยซ้าํ ไป สมัยที่ผมเปนเด็ก ทีวีมีแคสองชองเทานั้น สิ่งที่มี อิทธิพลกับผมอีกอยางหนึ่งก็คือ ละครวิทยุ ผมติดละคร วิทยุงอมแงม เปนกิจกรรมทีต่ รึงผมใหอยูกบั ที่ ไมทาํ อะไร ทั้งสิ้น ไดแตนั่งตาลอยไปลอยมา การฟงวิทยุถือวาเปน พื้นฐานในการอานสปอตโฆษณาของผม ผมสังเกตเห็น วาคนรุนหลังไมมที กั ษะดานการใชเสียง อาจจะเปนเพราะ ไมมโี อกาสฟงละครวิทยุ ผมฟงวิทยุ ฟงแมกระทัง่ รายการ เปรียบมวยทางวิทยุ ซึ่งเปนพื้นฐานใหผมไดคิดชื่ออะไร แปลกใหมได เชน พุธ เหล็กไหล การเรงเรียนเขียนอานในวัยเด็กไมกอ ประโยชน สํา หรั บ ใครใดๆ ทั้ ง สิ้ น ของที่ แ ถมมาด วยก็ คื อ ความเครียดครับ หากรับไดกผ็ อ นปรนกันไป เด็กบางคน เหลือจะรับ ขอลาจากโลกนี้ไป ตัวอยางมีใหเห็นมากมาย เหลือเกิน พอแมควรเขาใจวา สิง่ ใดทีเ่ ด็กรักและสนใจ เขาจะทําไดดเี ปนพิเศษ พอแมควรสงเสริมลูกใหถกู ทาง ความทุกขประการเดียวของผมในวัยเด็กคือ การทีต่ องนัง่ หลังขดหลังแข็งทําการบาน ทําตั้งแตเย็นจนถึงดึกดื่ น ก็ไมเสร็จ เนือ่ งจากผมอยูในโรงเรียนทีเ่ รงเรียน เขียน อาน 112   


ครั้ น ตอนอยูมั ธ ยมปลาย ก็ บัง เอิ ญเปน คนสุด ทายที่ โรงเรียนเลือกใหไดเรียนตอ เนื่ องจากมีแตโปรแกรม วิทยาศาสตรเทานัน้ การสอบไดครั้งนั้น นับเปนความ พินาศของชีวิต เปนความทรมานสุดๆ เนื่องจากความ ไมรูจกั ตนเองดี จนกระทัง่ มีจดุ หักเหในชีวติ เพือ่ นสนิท คนหนึง่ เห็นวาไมมหี นทางแหงความกาวหนาในโปรแกรม วิทยาศาสตรสาํ หรับนายจิระ มะลิกลุ จึงไดแนะนําใหผม รูจักกับสาขานิเทศศาสตร โดยยกตํารับตําราของพี่สาว ทีเ่ รียนอยูทสี่ ตรีวทิ ยา ซึง่ เปนหนังสือและสมุดจดงานทีจ่ ดั เก็บไวเปนระเบียบ มีการขีดเสนใตขอความสําคัญที่ผม พบวา มันปรากฎอยูในขอสอบจํานวนมาก และในทีส่ ุด ผมก็ ผ า นสอบเข า ไปเป น นิ สิ ต คณะนิ เ ทศศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ความโชคดีประการหนึ่ งของผมคือ ความไมมี พรสวรรคในทางเลวใดๆ เลยทั้งสิ้น เลนไพเลนการพนัน ก็ไมไหว เพราะคิดเลขชา ไปจีบสาวก็คิดไมทัน สิง่ เดียว ทีท่ าํ ไดดใี นวัยเด็กก็คอื การถายรูป พอของผมเปนตากลอง ฝมือดีมาก ขนาดเปนนายกสมาคมถายภาพของ สจม. ผมไดรับการสอนเรื่องการถายภาพจากพอ ( อาจจะคิด การณไกล วา หากผมเอาดีทางการศึกษาไมได ก็อาจจะมี ความสามารถในการถายภาพเปนเครือ่ งมือเลีย้ งชีพ)  113


ผมถ า ยรู ป เก ง เหมื อ นพ อ สามารถถ า ยภาพ ดว ยกลอ งที่ต อ งมีค วามเชี่ยวชาญในการเปด รูรับแสง ปรับโฟกัสดวยมือ สมัยเรียนผมเปนชางภาพของโรงเรียน ไดถือกุญแจหองอัดลางรูป เวลาที่อยูในหองนั้น ผมรูสึก วาตัวเองยิง่ ใหญ เพราะไมมใี ครทําเปน หองลางอัดรูปนัน้ เปนอาณาจักรทีผ่ มรักและหวงแหน เมื่อบรรยากาศเปลี่ยนไป โลกสําหรับคนๆ หนึ่ง ก็พลอยเปลี่ยนไปดวย การไดพบเพื่อนที่มีความคิดใกล เคียงกัน ความสุขที่ไมตองกังวลกับเรื่องอื่นใด เรียนเพื่อ อยากรู เรียนเพราะสนุก ไมใชเรียนเพราะคะแนน ภาวะ แห ง ที่ ส ง เสริ ม ความคิ ด สร า งสรรคไ ดแ ผอ าณาจั ก ร ครอบคลุมจิระ จิระสนุกเกินขีดสุดกับทุกๆ สิ่ง จนไดดี โลกของผมเปลี่ยนไปอยางมาก จากที่เคยเครียด เขม คอยกังวลเรื่องการเรียน กลับกลายเปนความสนุก มีอิสระ ทีไ่ ดรูจกั หนทางใหมๆ ทีไ่ มไดมคี ําตอบเจาะจงไว อยางเดียว เหมือนวิชาวิทยาศาสตรทเี่ คยเรียน มีคาํ ตอบ ถูกตองมากกวาหนึง่ ไมมคี าํ ตอบอะไรผิดเลย ยิง่ ไดมาเจอ เพื่อนคูหูอยาง กรอย กิตติพงศ ทุมวิภาต นักเรียนจาก โรงเรียนสาธิตจุฬา ที่มีประสบการณการเรียน การสอน และความคิด ที่แ ตกตางจากที่ที่เขามา ผมจึงสนุกกับ การไดคิด ไดทาํ อะไรทีแ่ ตกตางออกไป ดวยเหตุผลเดียว 114   


คือ ความสนุกและความพอใจสวนตัว เปนความพอใจ ที่สามารถทําใหเพื่อนอยางกรอยไดฮือฮา ผมไมแครวา สิ่งที่ตองตอบในขอสอบจะทําใหไดคะแนนถูกใจอาจารย หรือไม แตผมสนใจวาไดทําตามอยางที่ตัวเองคิดหรือไม จึงไมนาแปลกใจวาระหวางที่อยูในรั้วมหาวิทยาลัย 4 ป นั้น ผมสรางผลงานที่แปลกใหม และเปนที่ตื่นตาตื่นใจ น าตื่ น เต น ทั้ ง กั บ เพื่ อ น รุน นอ งและไมเวน แมกระทั่ง อาจารยผูสอน บางครั้งก็เลยเถิด แตผมไดเรียนรูวา ความอยากทําอะไรของเรานั้น ตองไมทําใหคนอื่น เดือดรอน ถึงแมขณะที่คิดเราจะไมไดคิดหรือเจตนา จะใหเดือดรอนก็ตาม ครีเอทีฟคือคนที่มีความคิดสรางสรรค คนเหลานี้ ทํางานบนเหตุผลและความเชือ่ ของตัวเองมากกวาจะทํา เพราะคนอื่นเขาทําตามๆ กัน คนครีเอทีฟไมมีขอจํากัด แตจ ะทําใหเกิ นความสามารถของตัว เอง และไมรูจั ก คําวาผิด ทุกๆ อยางเปนไปไดเสมอ เมื่อ เข าสูวั ย ทํางาน ผมไดมีโอกาสทํางานในสิ่ง ที่ตนถนัด ไดคิดทําอะไรตามที่คิดวาดี มีคนหลายคน บอกว า งานของผมนําความแปลกใหม ม าสูว งการ ยกตัวอยางเชน การทํามิวสิควิดีโอในรูปแบบทีไ่ มตองให นักรองมารองใหเห็นจริงๆ ในมิวสิคนัน้ ผมไมเคยคิดวา  115


ตัวเองมีความคิดสรางสรรค สิ่งที่ทําออกมานั้น ทําตาม ตามความคิดของตัวเองมากกวา ความทีผ่ มไมใชคนเกง เคยรูวา เด็กไมเกงรูสกึ อยางไร รูจกั ความผิดหวัง เปนสิง่ ที่ ผมแอบทดไวในใจวาจะตองทําใหดีใหได หากถามถึง ทัศ นะของผมเรื่องความคิดสรางสรรค ผมวาไมมีผิด ถูก หากแตนคี่ อื ความคิดสรางสรรคของนายจิระ มะลิกลุ ตางหาก ผูกาํ กับภาพยนตรไทยทีม่ คี วามคิดสรางสรรคอยาง จิระ มะลิกลุ กลานําเสนอมุมมองใหมๆ ของหนังไทยให คนดู ทําใหวงการภาพยนตรไทยลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง ใหทนั กับคนดู ชวยใหอตุ สาหกรรมภาพยนตรไทยกาวหนา ทั น ประเทศตะวันตก ที่ สําคั ญเขาเปน แรงบั นดาลใจ ให ผูกํา กั บ รุน น อ งๆ ไดมี ที่ ทางของตนเองในวงการ ภาพยนตรไทย…ความคิดสรางสรรคทดี่ มี พี ลังสงตอใหกบั ผูทไี่ ดมโี อกาสเสพงานทีผ่ า นการสรางสรรคชน้ิ นัน้ ๆ อีกดวย จิระ เปนคนหนึง่ ทีไ่ ดชอ่ื วา ปลุกผีวงการภาพยนตร ไทยใหฟน คืนชีพขึน้ มา วงการหนังไทยคึกคักก็เพราะเขา เขายังเปนตัวตัง้ ตัวตีเปดบริษทั ผลิตภาพยนตรไทยใหเปน เรื่ อ งเปน ราว ผลิต หนังไทยออกมาใหคนไทยไดดูกัน เปนหนังไทยที่อยูในระดับมาตรฐาน รวมไปถึงบทบาท ในการเปนอาจารยสอนวิชาวาดวยภาพยนตร ลูกศิษย 116   


ลูกหาของจิระ ก็ไดดงั ใจเสียดวย เรียนจบมา จิระก็ชว ยเชียร ชวยหาทุน เปนแรงบันดาลใจ จนทีมงานสรางชื่อเสียง จากภาพยนตรเรือ่ งแรกของพวกเขา “แฟนฉัน” หาใหเจอวา เด็ก คนไหนมีเมล็ด พันธุอ ะไร แลว สงเสริมเขาใหเติบโตในทางนัน้ ๆ …นีค่ อื เคล็ดลับการสราง ผูกาํ กับภาพยนตรไทยหนาใหมของจิริ มะลิกลุ ถามถึงวิธกี ารสอน จิระ ตอบวา เขาสอนแบบไมสอน พูดคุยไรสาระไปเรื่อย บางครั้งก็เอาแบบสอบถามเรื่อง ความเปนตัวเองมาทํากัน ทําโนนทํานี่ เพื่อใหเด็กรูจัก ความเปนตัวเองใหมากทีส่ ดุ ไดเขาใจวาเราถนัดงานแบบ ไหน แลวคอยสงเสริมกันไป วิธนี เี้ ขาไดรบั แรงบันดาลใจ จากครู สั ง คม ทองมี ซึ่ ง ครั้ ง หนึ่ ง เขามีโอกาสไดไ ป ถายทําภาพยนตรโฆษณาทีม่ คี รูสงั คมรวมอยูดว ย เขาออก จะแปลกใจทีเ่ ห็นรางวัล ประกาศนียบัตรมากมาย ครูสงั คม ทําไดอยางไร ครูสงั คมตอบวา คนเปนครูตองรูใหไดวา นักเรียนของเราอยูทเี่ กียรไหน เด็กทุกคนมีเมล็ดพันธุ อยูแ ล ว แต ต อ งทํา ให เ ด็ก รูใ หไ ดวา เขาเปน อะไร จากนั้ น คอ ยส ง เสริม เปนคน เด็กคนไหนเกง การตูน ก็ใหไปทางนัน้ บางคนถนัดแอ็บสแตร็ค ก็ใหวาดแตแบบนัน้ เขาเลียนแบบการสอนของครูสงั คม ทองมี ซึง่ ในนักเรียน รุน แรกๆ นัน้ ยังไมประสบความสําเร็จ เพราะสวนหนึ่ ง  117


เด็ ก ก็ ยั ง ไม ห ลุ ด กรอบวา การทํางานที่ ดี หมายถึ ง การทํางานใหครูพอใจ เพื่อใหไดคะแนนมาก พอเขา จับจุดตรงนี้ ถูก เขาแจกเกรดเอเด็กทุกคนที่สอนตั้งแต วันแรกทีเ่ จอกัน จากนัน้ ใหเด็กกาวขามเรือ่ งเกรด เพือ่ ไป สูง านที่ มี คุ ณ ภาพที่ ค นทําเองมี ค วามพอใจ ทุ ก วั นนี้ เขามีความภาคภูมใิ จเล็กๆ ในความเปน ครูจริ ะ มะลิกุล ของตัวเองวาเขาทําสําเร็จแลว

118   


119


120   


                         121


นักเขียนรางวัลซีไรต 2 สมัย วัย 49 ป วิ น ทร เลี ย ววาริณเปน นักเขียนที่มีแนวทาง ของตัวเองชัดเจน ดวยความเปนสถาปนิกและมี แนวคิดงานออกแบบเปนพื้นฐาน งานของเขาจึงมี แนวคิดรวมทีม่ ีพลัง ชัดเจน และเปนระบบ งานเขียน ของเขามีหลายแนวมาก เจาตัวบอกวา เปนคนขี้เบื่อ ไม ช อบทํา อะไรซ้ํา ซาก อยากทํา อะไรที่ มั น สนุ ก ดวยความที่ไมอยากจําเจ จึงลองผิดลองถูกไปเรื่อย เขาบอกวา ไมใชทกุ ครัง้ ทีท่ าํ อะไรใหม แลวมันจะดีกวา เดิมเสมอไป แตก็ทํา เพราะถาหยุดเมือ่ ไร ก็ถอยหลัง เขาคลองเมือ่ นัน้ … ข อ ดี ข องการไมมีอ ะไรเพีย บพรอ ม ทํา ใหมี โอกาสในการคิดคน ประดิษฐของเลนดวยตัวเอง ตอยอดความคิด ทําใหความคิดเปนระบบ ตอนเปนเด็ก คุณวินทรเลนอะไรบาง ก็เหมือนเด็กตางจังหวัดอื่นๆ ในยุคที่โทรทัศนยัง ไมมี บ ทบาทในชีวิตประจําวัน ผมก็เลน เกมที่อ อกไป ทางแบบเด็กผูชาย เชน ยิงไมยางสติ๊ก ยิงจิ้งจก จับแมลง ไปตามเรือ่ งแตมีจดุ หนึ่งทีอ่ าจเกิดจากลักษณะของสังคม ที่บานคือ เนื่องจากพอแมไมมีเงินซื้���ของเลนให ดังนั้น 122   


ผมจึงตองทําของเลนเอง เชน นําฝากลองรองเทามากรีด บางสวนใหขาด พับใหเปนรูปทรงรถยนต เจาะรูที่ฐาน เสียบไมลูกชิ้นเขาไป โดยรอยแกนดายเขาไปดวยเปนลอ ก็ไดรถยนตมาเลนหนึ่งคัน บางครั้งก็ประดิษฐของเลน จากมอเตอรเล็กๆ บางทีกเ็ อากาวทีท่ าํ จากยางพารากาว มาปนเปนรูปทรงตางๆ บางทีกท็ าํ วาว ทําจรวดมาเลนเอง เปนตน คุณพอคุณแมมบี ทบาทสงเสริมหรือลดทอน มีสว นรวม สรา งบรรยากาศที่เอื้อใหคุณวินทรไดพัฒนาความ สามารถในเชิงความคิดสรางสรรคมากนอยแคไหน พอ แมข องผมไมมีเวลามาดูแลกิจ กรรมของลูก ทุกคน เพราะมีพี่นองถึงสิบคน และพอแมตองทํางาน ตัวเปนเกลียว ดังนั้ นแตละคนตองมีวินัยเอง พอแม เพียงแตดุลูกหากเห็นวาเลนมากเกินไป แตเนื่องจาก ผมเรียนดี พอแมจงึ แทบไมมายุงกับกิจกรรมสวนตัวของผม ผมจึงฝนไปไดเต็มที่ ความสามารถในเชิ ง ความคิ ด สร า งสรรค ข อง คุณวินทรสมั พันธกบั การเลนและพฤติกรรมในวัยเด็ก อยางไรบาง ผมเชื่ อวาการที่ ตองประดิษฐของเลนเอง นาจะ  123


ชวยพัฒนาจินตนาการและความคิดสรางสรรคไดอยาง มาก เพราะเปนการฝก ทั้ งมื อ และสมองไปพรอ มกัน อีกประการหนึ่ ง เนื่ องจากที่ โรงเรียนมีวิชาหัตถกรรม ซึ่งผมชอบ และมักมีกิจกรรมเชน สรางสรรคงานศิลป มาติดบอรด ก็ทาํ ใหไดพัฒนาความคิดสรางสรรคดขี นึ้ บอยครั้งที่เราจะอานพบวา เด็กที่เลนอะไรแผลงๆ มักเปนเด็กอัจฉริยะ คุณเปนแบบนีห้ รือเปลา ผมก็ไมถึงกับทําอะไรแผลงๆ เพียงแตเลนไปตาม ประสาเด็ก เพราะสนุกกับการฝนมาแตเล็ก ชอบมอง ทองฟา มองดูเม็ดฝน ตนไม ดอกไม การเติบโตของพืช เปนการสังเกตและคิดเงียบๆ มากกวา ความสามารถในเชิงภาษาและการคิดของคุณ กอตัว เปนรูปเปนรางจับตองไดชัดเมื่ออายุเทาไร อะไรคือ แรงจูงใจทีส่ าํ คัญ ผมอานเขียนไดตงั้ แตเด็ก อานนิยายทุกวันตัง้ แตชน้ั ป. 6 ซึง่ ผมเชือ่ วานาจะมีสว นชวยกอรางความคิดอาน และ ความสามารถทางการอานการเขียนมาเรือ่ ยๆ แตความคิด อานแบบผูใหญนาจะไดรับการกระตุน อยางมากเมื่อมี โอกาสไปใชชีวิตในตางประเทศ และเรียนรูโลกใหมที่ไม เคยพบมากอน การเปลีย่ นบรรยากาศจากเด็กหองแถวใน 124   


ตางจังหวัดมาเรียนตอมหาวิทยาลัยในเมือง ไปทํางานและ เรียนตอในตางประเทศ ชวยพัฒนาการคิด มุมมอง ไดมาก ทีเดียว ความคิดอานของผมนาจะชัดเจนและลึกขึน้ หลังวัย 35 ไปแลวการเขียนหนังสือชาหรือเร็วไมใชสิ่งสําคัญ เพราะวิถชี วี ติ ของแตละคนแตกตางกัน …แตแนนอนทีส่ ดุ วา คนทีเ่ ดินบนถนนสายนีย้ อ มมีมลู เหตุจงู ใจไมตา งกันคือ การเปนนักอานมากอน ซึง่ สะสมมาจากวัยเด็กจนกระทัง่ โต เขาเลาใหฟง วา ตอนยังเด็ก ชอบอานการตนู ภาพ เรือ่ ง สิงหดํา ของ ราช เลอสรวง และเจาชายผมทอง ของ จุก เบี้ยวสกุล จนติดงอมแงม จนถึงขั้นเขียนการตูน เลมละ 1 บาทขาย แลวพัฒนาไปอานนิยายตางๆ โดย เฉพาะนิยายกําลังภายใน ไปจนถึงนิยายวิทยาศาสตร หากเปนเรื่องสั้น เขาชอบเรื่องหักมุมของ โอ.เฮ็นรี่ และ ปกรณ ปนเฉลียว (…ขอมูลจาก www.winbookclub.com) คุ ณสง เสริ มทั ก ษะในการอา นหรือ ศิลปะใหลูกคุณ อยางไรบาง ซือ้ หนังสือใหอานแบบไมอนั้ พยายามคุยกับลูกใน เรือ่ งตางๆ แตกท็ ําไดในระดับหนึง่ เทานัน้ เพราะเด็กรูสกึ เหมือนถูกเทศน  125


นิทานทีด่ ี ยอมมีผลตอนิสยั รักการอานทีด่ ขี องเด็กๆ ได ถ าเราไมรูจั กหนังสือ เลย มันเหมือ นขาดอะไรไป บางอยาง หนังสือมีคณ ุ คา มีสงิ่ ดีๆ ความรูมากมายทีซ่ อน อยู ผมวาอยางนอยเด็กก็ควรมีนิสัยรักการอานอยูบาง แมวาไม ไ ด อา นหนัง สือเปน หลักเหมือนคนสมัย กอน แตควรมีสว นนีอ้ ยูบา ง สําหรับผม นิทานเปนการปูพน้ื ฐาน ใหรักการอาน ซึ่งผมคิดวาสําคัญกวาเนื้อหาของมัน ก็คือ หากเราสามารถจับใจใหเด็กสนใจอานเพราะ ความสนุกสนานของนิทาน มันจะทําใหเด็กโตขึน้ และ มีนิสัยรักการอานไปโดยปริยาย ถาเลมแรกเปนเลม ที่ยากๆ ถาไมชอบ เกิดภาพลบตอหนังสือนี่ โตขึ้นคงไม เดินเขารานหนังสือ… ผมวาหนังสือมันมีหนาที่ตรงจุดนี้ ทีจ่ ะทําใหเด็กหันมารักการอาน ทีนถี้ าหากหนังสือเลมนัน้ มี “เนือ้ หาซอน” ทําใหคนทีว่ ยั วุฒสิ งู ขึน้ มาหนอยไดอะไร มากกวานัน้ ก็ถือวาเปนโบนัสไป ( ขอมูลจาก www.winbookclub.com ) พอแมควรมีบทบาทในการสงเสริมทักษะทางภาษา และศิลปะอยางไร จึงจะทําใหเด็กมีศักยภาพดานนี้ ผมคิด วาการสงเสริมการอานอยางหลากหลาย นาจะเปน ทางหนึ่ง การพูด คุยสนทนากันในสิ่งที่อาน และพบเห็นก็เปนอีกทางหนึ่ง 126   


ไมใชคนไทยไมอา นนะครับ แตเราอานไมหลากหลาย อานไมครบทุกชนิด คือเราอานชนิดหนึง่ ชนิดใดมากเกินไป ทําใหสมองเราแคบตีบตัน หนังสือหลากชนิดทําใหเรา มองโลกในแงมมุ ทีล่ ุม ลึกกวาเดิม แลวก็ตอ งเปนหนังสือ ในแนวทีส่ อนใหเราคิด ไมใชสอนใหเราเชือ่ เมือ่ คิดเปน แลว เราก็เอามาใชกบั ชีวติ ใชแกปญ  หา ผมมองทุกอยาง ในโลกนีเ้ ปนเรือ่ งเดียวกัน ปญหาอะไรหลายๆ อยาง ถาเรา มองในระยะประชิดอาจจะไมชัดเจน ปญหาหลายอยาง แกงายมาก เพียงแตเปลีย่ นมุมมองเทานัน้ …ปญหาของ คนคือปญหาเดิมเสมอ มันไมมอี ะไรแปลกใหมอกี แลวใน โลก หลายปญหามันเปนเรือ่ งไรสาระจริงๆ ตองหัดมองตาง มุม ลองมองปญหาในอีกมุมหนึง่ ดูบา ง สรางทางเลือกบาง ไมใชทกุ อยางตองมีคาํ ตอบอยูแบบเดียว โลกไปถึงไหนแลว …เราควรจะรูจกั คิด ถาเราเปนอิสระอยางแทจริง เราจะไม ตกอยูในอํานาจอะไร เราจะตามทันทุกอยาง นัน่ คือหัวใจ ของการมีชวี ติ อยูบนโลกนีม้ ากกวานะ ผมวา คําแนะนําของผมก็คือ หนึง่ ผมคิดวา เราไมควร ปลูกฝงใหเด็กอานหนังสือทีเ่ ปนรางวัล ตรงกันขามผมวา หนังสือทีม่ รี างวัลควรจะหางๆ ออกมากอน เพราะวามัน ไมไดเหมาะสมกับเด็กทุกคน อยางทีส่ อง ใหพอ แมอา นกับ ลู ก ด ว ย จะไดวาเด็ก แตละคนตอ งการอะไรแน และ สามอยาบังคับฝนใจเด็ดขาด  127


ผมดูจากตัวเองเวลาผมใหลูกอาน ผมจะไมบังคับ ใหอานหนังสือทีผ่ มชอบ หรือหนังสือทีค่ ดิ วาดี ใหเขาอาน หนังสือที่เขาอยากอาน ไมวาจะเปนนิทานหรือเรื่องราว ที่ เนน ความเพลิ ด เพลินอยางเดีย ว ผมก็วาไมเปนไร ตราบใดที่ เราสรางพื้นฐานการรักการอานใหเขาแลว ก็โอเค เพราะอายุมากขึน้ เขาจะหันไปอานหนังสือทีด่ ีขนึ้ โดยปริยาย โดยอัตโนมัติ ที่สําคัญมีการพูดคุยกันยิ่งดี จะไดแตกหนอทางสติปญ  ญาไปดวย (…ขอมูลจาก www.winbookclub.com) คุณไดใชชีวิตอยูในตางประเทศ สิงคโปรและสหรัฐ เห็ น ความแตกตา งในการเลี้ ย งลู กของคนไทยกั บ ตางประเทศ มีมมุ ใดบางทีพ่ อ แมคนไทยควรจะเปลีย่ น วิธีคิด ไมสกัดกั้นจินตนาการของเด็ก หรือคุณคิดวา พอแมไทยเขาใจเรื่อง���วามคิดสรางสรรคในวัยเด็ก เพียงพอหรือไม เด็ ก ต างประเทศที่ผมพบเห็น มักกลาแสดงออก เพราะผูใหญไมแสดงใหเห็นวาตนฉลาดกวาเด็ก ทําใหเด็ก กลาคุยและกลาแสดงออก ปญหาในบานเราทีผ่ มมองเห็น คื อ การที่ พ อ แม ตั ด สิ น ใจแทนลู ก และมั ก บอกว า “เชื่ อ พอ แมเถอะ พอ แมอ าบน้ํา รอ นมากอ น” หรื อ “มันเปนไปไมไดหรอกลูก” ทําใหเด็กเกิดการตอตานได 128   


การพูดคําวา ไม หรือ ไมได บอยๆ ชวยทําลาย ความคิดสรางสรรคไดอยางชะงัด ความคิดสรางสรรค น า จะมาจากพ อ แม ด ว ย ที่บา นควรมีบ รรยากาศ ทีม่ องโลกในแงดี และมองวาทุกอยางเปนไปไดผมจะ บอกใหวา อะไรคือจุดเปลีย่ นในชีวิตของผม อยางหนึ่งคือ การที่ชีวิตชวงหนึ่งไดไปทํางานตางประเทศ เราไดเห็น มุมมอง เห็นวิธีคิด ของคนที่ อยูในพื้นฐานวัฒนธรรม ที่ไมเหมือนกัน เขาจะจริงจังกับทุกอยาง ซีเรียสเรื่องงาน แตถาถึงเวลาเลนก็เลน ของเราดูเหมือนจะเลนไปหมด ทุกเวลา กับอีกอยางคือการไดรูจกั หองสมุด (…ขอมูล www.winboolclub.com) จริงๆ แลวคุณคิดวา ความคิดสรางสรรคเปนเรื่องที่ ฝกฝนกันได ควรเริม่ ฝกกันตัง้ แตเมื่อไหร นาจะตัง้ แตเกิด สรางบรรยากาศที่เปนบวกที่บาน สงเสริมใหเด็กซึมซับศิลปะทุกสายแตเล็ก ตัง้ แตภาพวาด หนังสือ ดนตรี

 129


130   


                              

  131


รายการเด็ก “ผึง้ นอย” ถือกําเนิดขึน้ เมือ่ ป 2521 ที่ ส ถานี โ ทรทั ศ น สี ก องทั พ บกช อ ง 5 และยื น หยั ด ผลิ ต รายการนานถึง 16 ป ในคนรุน แม คานิยม ของสัง คมเนนใหลูกเรียนหนัก เด็กไมกลาแสดงออก และผูใหญใหความสําคัญกับเด็กนอย รายการสโมสร ผึ้งนอยโดยนานิดจึงใสเนื้อหาใหเด็กแสดงถึงสิทธิของ ตนเอง ให ผูใ หญและสั งคมเห็นความสําคั ญของเด็ก “ยุ คนั้ นไมมีอะไรที่ เปนของเด็ กจริ งๆ ผึ้ งนอยจึ งเปน รายการทีเ่ ราทําใหเขาจริงๆ ให เด็กทุกคนมีสทิ ธิ์ แกนอยู ตรงนีเ้ ลย วานีค่ อื เปนรายการของเขา” ในวัยสาวอุดมคติ แรงกลา ผึง้ นอยจึงเขมขนดวยอุดมการณ ซึง่ เมือ่ มองยอน กลับไปในวันนัน้ นานิดก็คดิ วามันออกจะไมคอ ยจะยุตธิ รรม กับเด็กเทาไรนัก “ เราอยากใหเด็กแกรง เขมแข็ง ตองอยู ดวยตัวเองใหได มีเหตุผล พอแมไมไดอยูกบั เราตลอดชีวติ ตองรูตวั ใหเร็วทีส่ ดุ วาเราจะเปนอะไร จะทําอะไร เชือ่ มัน่ ในตนเอง มันเหมือนกับเอาตัวเราไปใสในเด็กหมดเลย อะไรทีเ่ ราอยากจะเปนแลวไมไดเปนเราก็ใสลงไป ชวงนัน้ เหี้ ย มหาญกั บ เด็ ก มาก แตเด็ ก ผึ้ ง นอ ยเกง เหลื อ เชื่ อ ทุกวันนี้เอาเทปเกาๆ มาดูแลวกมหัวใหเลย พวกคุณเกง มาก” เปรียบเทียบกับ “ เห็ดหรรษา” ยุคนี้ “ เราเปนคนอายุ 50 แลวไง มันเริม่ มีความกระจาง เราก็ไมไดอยากไปปน อะไรเขา ไมไดเปนหวงวาคุณตองแกรงนะ ก็แคใหเขามี 132   


ความสุข ไดแสดงออก เคารพเขามากขึน้ เคารพครอบครัว เขามากขึน้ ” แมเขมขนแตกตางกัน แตรูปแบบการนําเสนอ รายการของทั้ง 2 รายการ ยังคงความนารักดวยการ นําเสนอที่ใชศิลปะของเพลงและการเตน เนื้อหาถูกแฝง ฝงไวในทวงทํานองเหมาะสําหรับเด็กที่กลอมเกลาใหคิด และคล อ ยตามโดยไมรูสึ กวาถูกยัดเยียดหรือสั่ งสอน สโมสรผึ้งนอยครองใจเด็กคอนประเทศยืนยาวมาไดถึง 16 ป รายการที่เด็กในยุคนั้ นติดกันงอมแงม “ เมื่ อ ตอนคิดทํารายการ เราคิดวาจะทํารายการที่เด็กๆชอบ แลวเมื่อตอนเด็กๆเราชอบอะไร พอเริ่มคิด ความสุข ความสนุกในวัยเยาวกก็ ลับมาพรึบๆเลย ไมลืมตอนเด็ก เลย” ยอนกลับไปเมื่อวัยเด็ก ความสุขของด.ญ.นิด คือ การยายมากรุงเทพฯและไดเขาเรียนที่โรงเรียนอนุบาล พิบูลเวทย ที่นี่คุณครูใชศิลปะและใชเพลงสอน ไดวาด ไดตัด ไดประดิษฐ “ มีความสุขมาก คุณครูใชเพลงสอน ยังจําเพลงอาหาร 5 หมูไดเลย คุณครูใหทาํ มงกุฎสวมเอง ได ว าดรู ป เยอะมาก ครู สอนอะไรก็จ ะใหเด็ ก วาดรู ป ตาม เลาเรือ่ งอะไรก็ใหเรานึกเปนภาพ” แตกตางจากตอน เรียนอนุบาลทีจ่ .เพชรบุรี ทีถ่ ูกตีถกู หยิกเปนประจําเพราะ ถูกเคี่ยวเข็ญใหบวกลบเลขที่ในวัยเด็กเล็กที่ยังไมเขาใจ   133


เครื่องหมายบวกลบเหลานั้น “ เพื่อนออกไปวิ่งเลนกัน หมดแลว แตครูก็ยังตองการใหเราบวกเลขใหได ก็ไม เขาใจวาขีดๆ แลวมีเครื่องหมายบวกหรือลบแลวก็มขี ีดๆ อยูข  า งล า ง แล ว ขี ด เส น เพื่ อ ใหไ ดผลลั พทมั น ไมรูว า หมายความวาอยางไร ก็รูอ ยูอยางเดียววาอยากออกไปเลน กับเพือ่ นขางนอก” เมื่อไดมีโอกาสเรียนอยูในโรงเรียนในฝน บวกกับ นิสยั แสนซนและชอบเลนเปนชีวติ จิตใจขนาดเลนจนหลับ ตื่ นขึ้ นมาเลนตอเลย เปนเซียนปนตนไม วิ่ งเลนตาม ทองรอง เลนสรางบานในจินตนาการ อยากเลนตุกตา ก็ตอ งไปเอาลูกตาลทีเ่ คาคัน้ แลวมายี มาแตงผมเขียนหนา เขียนตา “ สิ่งหนึ่งที่จุดไฟการเปนเด็กสรางสรรคในตัว 100 เปอรเซ็นต คือหนังขาวดําเรื่อง The Young Rascal เปนสโมสรเด็กทีเ่ ด็กมาชุมนุมกัน มาแสดงความคิดเห็น หนั ง เรื่ อ งนั้ น เป น สิ่ ง ที่ เ ราอยากจะมี อ ยากจะเป น อยางนั้นเลย เราก็เอากรงไกของพอมามุง มาทําหลังคา ใบจาก พ อ ก็ ไ ม ว า น า รั ก จั ง เลย แลว ก็ทําบัต รเชิญ เขี ย นหนั ง สื อ ก็ ไ มคอ ยเปน หรอกก็ ชวนเพื่ อ นมารว ม เลน หนั ง เรื่อ งนี้ทําใหฝนอยากมีสโมสรเหมือนในหนัง เคยคิดวา ไอความทรงจําในวัยเยาวมันสรางเราใหมี วันนี”้ 134   


ความสุข 5 ปในรั้วโรงเรียนของด.ญ.นิดก็ปดฉาก ลงเมือ่ ตองกลับไปเรียนหนังสือทีเ่ พชรบุรอี กี ครัง้ ดวยความ เศราเมื่อขึ้นชั้นป.5 “ ชีวิตมันเหมือนดับ ขาดความสุข เลย ครู เขาไมเลน ดว ยยั งไงคะ เปน วิ ชาการมากๆ เขาไมคอ ยใหคดิ ใหแสดงออก เมือ่ ไมไดทาํ อะไรทีโ่ รงเรียน เราก็มาทําที่บานเรา เอาฝาผนังระเบียงเปนเวทีละคร แลวก็ทําโนนทํานี่ เพื่อนบานเยอะ อยากทําอะไรก็ได ทํา ไปขอตังคพอไปซือ้ กระดาษมาตกแตง จะชวนเพือ่ น มางานเลี้ ยง มีโตะกินขาวตัวใหญก็เอามานั่ งกินขาว บนโตะมีหนังสือสมบัตผิ ูด กี เ็ อามาact เลนกัน อานไมคอ ย รูเรือ่ งห���อก เปนหนังสือเลมหนาไมรูว า เอามาจากของใคร เบือ่ ๆ ก็เอาไปเลนทําเปนบานอยูใตโตะ ” เมื่อไดเลน จึงไดคิด ไดฝน ไดจินตนาการ ได สร า งสรรค ก ารเลน หลากหลายและสรางความสนุก ใหกับชีวิตของเด็กหญิงนิดแทบทุกวัน “ ตกเย็นก็จะมี เพื่ อ นมาเล น ตี่ จั บ ไมหึ่ ง หึ่ ง กันรอบซอย เลน เสร็ จ จะเมื่ อ ยขาจนเดินไมไหวเลย เลนซอนหาเสียงดัง จน คุณยาดา มันเลนไดทุกอยาง พอไมมีเพื่อนมาเราก็เลน ของเราเอง เลนวาดตุกตา เขียนนูนเขียนนี่” ซึ่งนานิด มองวา การเล น ในวั ย เด็ ก อั น มากมายของเธอคื อ การเรี ย นรูชี วิต สะสมประสบการณและบมเพาะ   135


ความคิดสรางสรรคอยางดีใหเธอในวันนี้ “ มันไดคดิ การเลน ทุกอยางตองใชความคิดและตองออกแรง อยากเลนอะไรตองทําเอง” ทําใหเราคิดเปน พอเรา มาเทียบกับเด็กยุคนี้ที่เราคลุกคลี เขาไมคอยคิดอะไร เทาไหรนะ พอใหคดิ อะไรเมือ่ เทียบกับเราตอนเด็กๆ นะ อย าบอกให ทําเลย ทําทันที ครูอ ยาไดอ นุญาตเชีย ว มันถูกกระตุนในชวงเวลาทีเ่ รากําลังอยากพอดี อยางเด็กๆ ถ าเราไมเปด โอกาสเขาจะทําไดอ ยางไร ถา เราปอ น ทุก อยา งใหเด็ก เขาก็ไมตองคิดอะไร รายการเห็ด หรรษาเราเลยคิดวาจะทํายัง ไงใหเด็ก มีก ระบวนการ คิดวิเคราะหเปน คําถามปลายเปดใชไหม ถางัน้ 1 คําตอบ 5 คําถาม ถามไดหลายอยาง แตใหตอบมาเพียงคําตอบ เดียว ถามแบบศิลปะ ถามแบบวิทยาศาสตร ถามแบบ ภาษาอังกฤษ ถามแบบภาษาไทย ถามไดหลายอยาง เด็กชอบมาก เพราะทาทายความคิดเขา” การเลน อย างเต็ม อิ่มของเด็กหญิงนิด ในวัยเด็ก ไดสรางใหเธอเปน “ นานิด” ของเด็กๆในวันนี้ ยอนกลับ ไปในวันนั้น คุณเปนอีกคนหนึ่งที่เคยเฝาหนาจอจดจอ ดูรายการสโมสรผึง้ นอยใชไหม?

136   


137


138   


                                                    139


“ความคิดสรางสรรค เริ่มตนตั้งแต กําเนิดออกมา มี อ ยูแ ล ว ในตั ว มนุ ษ ย ทุ กคน มีอ ยูแ ลวในเด็ก ทุก คน ทุกอยางเปนความคิดสรางสรรค เราลองสังเกตจากเด็ก เล็กๆดูกไ็ ด เด็กอาจเริม่ ตนจากการเลียนแบบผูใหญ เชน ไดของเลนมา แลวหาวิธเี ลน สรางสรรควธิ เี ลนของตนเอง เชน ถาไดหนิ มาเด็กอาจทดลองเรียงกอนกรวด เรียงเปน ยาวๆ แลวเรียงเปนสูง เปนรูปรางตางๆ เพิม่ กลไกในการ เรี ย งก อ นหิ น สรุปก็คือ เขาพยายามที่ จะทดลองคิด แลวลงมือทํา นั่นแหละเขากําลังใชความคิดสรางสรรค “ ความคิดสรางสรรคนนั้ มีความสําคัญกับทุกอาชีพ ทุกอาชีพตองใชความคิดสรางสรรคในมุมทีแ่ ตกตางกันไป ใครที่มีความคิดสรางสรรค ก็จะเปนผูนําในอาชีพนั้ น นักบริหารที่ หาทางบริหารเฉพาะตัวในแบบของตัวเอง หรือ นักวิทยาศาสตรทไี่ มมีความคิดสรางสรรคเปนเพียง นักพิสจู นสราง แพทยทาํ อยางไรจะใหแผลผาตัดเล็กทีส่ ดุ นอยที่สุด เปนเงื่อนไขที่ตองสรางขึ้นมากอน ที่สําคัญ ความคิดสรางสรรค เนนทีก่ ารลงมือทํา ไมอยางนัน้ จะเปน การคิ ด อย า งเดี ย ว ต อ งคิ ด เอง เป น ความคิ ด ใหม ที่เกิดขึ้นจากเงื่อนไขบางอยาง เครื่องโทรศัพทที่ติดอยู ที่บาน คิดวาเงื่ อนไขที่โทรศัพทติดอยูกับที่ทําอยางไร ใหสามารถเดินทางไปกับเราได จึงเกิดเปนโทรศัพทมอื ถือ 140   


ขึ้น “การใหคุณคากับการคิดอยางเดียวโดยไมยอมทํา ก็จะไมเปนการคิดสรางสรรคแตเปนแคการจินตนาการ” เราจะสงเสริมความคิดสรางสรรคในตัวด็กๆไดยงั ไง “ถ า เด็ กได โ อกาสและพื้ นที่ ได ฝ  ก การคิ ด สรางสรรค ลองคิด แลวลองทําจะเปนกาวแรกไปสูการ คิดสรางสรรค” ตามธรรมชาติของมนุษย ความคิดสรางสรรคมี อยูแลวในตัวเด็กทุกคน แตผูใ หญมกั เปนผูทาํ ลายเอาออก เด็กควรไดโอกาสในการคิดดวยตนเอง ดีไซนรางกาย ตั ว เองในการเคลื่ อ นไหว ถ า ปล อ ยให เ ด็ ก เล น เอง ดวยตัวเอง เด็กสามารถคิดไดเอง ไมควรกําหนดกรอบ ที่ แ คบเกิ น ไปให เ ด็ ก ถ า ทําบ อ ยๆ เด็ ก อาจจะชิ น ไม ย อมคิ ด เพราะฉะนั้ น ไมจําเปน ตอ งมีก ารปลูก ฝง เรื่องนี้ แตผูใหญควรรักษาไว โดยใหโอกาสในการคิด กับเด็ก เริม่ ตนทีก่ า วแรก การฝกตองมีกรอบกวางๆ และ พรอมทีจ่ ะยืดหยุน อยูในตัว ตองสรางเงื่อนไขบางอยางเอาไว เชน เราสราง    141


จังหวะแลวใหเด็กเคลือ่ นไหวเอง แลวเพิม่ เงือ่ นไขดวยการ ไมใชขาในการเคลือ่ นไหวจะใชอะไร เพือ่ เปดโอกาสใหเด็ก แตละคนไดมีโอกาสคิดเองอยางมีอสิ ระ เนนทีก่ ารสราง เงื่อนไขและ การเปดโอกาส สําคัญที่ยุทธวิธี ตองสนใจ ”กระบวนการ”ไมใช”ผลิตผล” ไมใชการทําตามเพื่อ ความถูกตอง หรือ ความสวยงามสมจริง แตตองเนน ใหเด็กสรางการคิดดวยตนเอง คุณครูกามีความเห็นเพิ่มเติมวา พอแมรุน ใหม มีการศึกษามากขึน้ มีสอื่ ตางๆในการใหการศึกษาพอแม มากขึน้ มุงชีป้ ระเด็นเรือ่ งการคิดสําคัญกวาความจํา ทําให ผูปกครองจํานวนมากใหความสนใจและรวมมือกับการ พัฒนาการดานความคิดของเด็กมากยิง่ ขึน้ สรางความสนใจดวยการใชศิลปะ โจทยสําคัญสําหรับคุณพอคุณแมที่ตองคํานึงถึง ก็คือ “ทําอยางไรจึงรักที่ จะเขียนกอนที่ จะเขียนเปน” กิ จ กรรมการเรีย นรูข องเด็ก ๆ ตอ งเปน ไปอยางเปน ธรรมชาติ สอดคลอ งกั บความสนใจของเด็ก เอง เชน การเขียนตามเสนประ เปนการทํางานทีป่ ระกอบขึน้ ดวย ความเครียด ไมไดใชความคิดอะไรเลย แตการวาดรูป อยางอิสระชวยได ทําใหเด็กไดเพลิดเพลินกับการทํางาน 142   


ที่เขาสนใจในเรื่องการวาด เรื่องสีและ เรื่องเสนอยูแลว นอกจากนั้นการวาดยังเปนการใชความคิดตอความคิด เราจะเอาอะไรไวตรงไหนของกระดาษ การวาดบานเอา อะไรไวตรงไหน นี่ เปนการฝกการคิ ด กลามเนื้ อมื อ สายตา ทํางานสัมพันธกับการสั่งการในสมองของเด็ก การเคลื่อนไหวจึงเปนการใชความคิด เชน คิดวาการใช รางกายสวนไหนเอาไวตรงไหน ทําอยางไรทีจ่ ะไมชนคนอืน่ จะอยูตรงไหน ที่ไ���น เคลื่อนไหวไปพรอมกันไดอยางไร มีความกลาที่จะทดลองสิ่งใหม ความกลาที่จะคิดดวย ตัวเองเปนการกาวพนจากความกลัวในการทีจ่ ะทําอยาง อืน่ ได “ความรัก” ปราการดานสําคัญทีต่ อ งกาวขามไปใหพน อุปสรรคสําคัญ ทีจ่ ํากัดความคิดสรางสรรคของ เด็ก คือ ความรัก ที่ มากเกินไป เปนหวงลูกมากเกินไป จนไมเปดโอกาสใหเด็กแกปญ  หาดวยตัวเอง รักเขามาก จึงกลัวเขาไมประสบความสําเร็จเลยลงไปชวย เปนการ ไมเปดโอกาสในการแกปญหาของเด็ก เพราะเราเนน ผลงานทีค่ วามสําเร็จ เหมือนการสอนศิลปะทีเ่ นนผลงาน วาตองสวย แตความจริงตองเนนที่กระบวนการ ไมใช ของใครสวยกวาใคร เราไมมสี ทิ ธิตดั สิน สิง่ จําเปนในการ เรียนรู ตองใหเด็กเผชิญความลมเหลว เพือ่ ใหสนุกกับ    143


การแกปญหา การสรางมุมมองเชนนีเ้ ปนการปลูกฝง ความสําเร็จ ความเชือ่ มัน่ ในตัวเองได แตตอ งเปดโอกาส ใหลมเหลวโดยไมเครียด เชน การตอบลอค เด็กเล็ก อาจเริ่มจากการตอแนวนอน เมื่ อพอใจ เขาจะเริ่มตอ แนวตัง้ ถาพอแมเปดโอกาสใหเขาตอแลวลม เริม่ สรางใหม เอาใหม ตอเปนกลไกมากขึ้น ถาเราเขาไปชวยเขาแกไข ปญหาจะทําใหเขาไมมโี อกาสในการแกปญหาดวยตัวเอง แบบฝกหัดเหลานี้ ควรเปนกิจกรรมใกลๆ ตัวเนนทีก่ าร ลงมือปฏิบตั เิ พือ่ สรางประสบการณ ไมใชเปนกระดาษ หรื อ ข อ สอบวั ด ความคิ ด สร า งสรรค แต ตอ งทํา อยางสม่าํ เสมอทุกวัน อยูในชีวติ ประจําวันงายๆ เชน การอาบน้าํ แตงตัว พยายามที่จะติดกระดุม ใสแขนเสื้อ เริ่มตนดวยการที่พอแมเขาไปชวยนิดหนอย ดูพัฒนา การจากการใหโอกาสจากเด็ก เปนการฝกทักษะชีวิต ชวยเหลือตัวเองใหได หากพอแมเห็นคุณคาเชนนี้ ของ รอบตัวจะเปนโอกาสในการสรางความคิดใหเขา ทีส่ ดุ เขา จะพบดวยตัวเองวาวิธีไหนดีที่สดุ เร็วทีส่ ดุ และเหมาะกับ เขามากทีส่ ุด แลวเขาจะเปนเด็กทีก่ ลาเผชิญกับความจริง อยางองอาจ กลายอมรับความผิดพลาด แตมีมุมมอง ที่พยายามจะแกปญหาดวยตัวเอง เมื่อเขาทําไดสําเร็จ จะเกิดความภาคภูมิใจ ทําใหเขามีทัศนคติที่ดีตอตนเอง 144   


ดนตรีเกีย่ วของกับความคิดสรางสรรคอยางไร กิจกรรมงายๆ เรือ่ งดนตรี ศิลปะ การเขียนอาน เปน ชองทางการสื่อสารของมนุษยเหมือนกัน เมื่อกอนเรา ใหความสําคัญกับการคัดลายมือ การทองจํา การทําตาม พอแม เด็กจึงคิดเองไมเปน เขียนเองไมเปน แตทาํ ตามเปน สังเกตจากการสอนวายน้ํา ถาเขารูสึกวาไปเรียนเขา จะไมอยากเรียน แตถาเขารูสึกวาไดไปเลน เขาจะ ไมยอมขึ้น ใหเด็กเปนนักสรางสรรค ออกแบบการวายน้าํ ไดทดลองการใชแขนขา สนุกกับการเรียนรูด วยตัวเอง แลวคอยเนนที่การคิดไดดวยตัวเอง ไมตองทําตามใคร ไมมีการผิด เรียนดนตรีก็เชนเดียวกัน เราตองการได นักแตงเพลง แตไมใชนักกอปปเพลง สรางการคิด และ ความกลาของเขาเอง ในวัยเด็กเล็ก( 3-5 ป ) การเคลือ่ นไหว กับดนตรีและภาษาไปดวยกัน สังเกตจากเด็กทารกจะ เคลื่อนไหวทันทีที่ไดยินเสียงเพลง พอแมตองหัดสังเกต ลีลาการเรียนรู และ จริตของเด็กกอนที่จะใหเขาเรียนรู เด็กวัยนี้จะไมนั่งเฉยๆ เขาจะรูสึกอึดอัดเพราะธรรมชาติ ในการเรียนรูของเด็กเปนเชนนั้น การเคลื่อนไหว และ ดนตรีจึงสอดคลองกับธรรมชาติการเรียนรูของเขา และ ยังชวยเรื่องการออกกําลังกายดวยความคิดสรางสรรค

   145


“คิดดวยกาย”: ขยับกายขยายจินตนาการ § การคิดดวยกาย เริม่ ตนจากการฟงเพลงแลวใช ความคิด ความรูสึก ใหสมองสั่งการ เกิดการรับรูทางหู เกิดความรูสึก ตีความจากบทเพลง แลวจึงแปรออกมา เปนการเคลือ่ นไหวทางกาย เปนกระบวนการเรียนรูอยาง ละเอียดละออ เด็กมักเริ่มตนรองเสียงออๆแอ ๆ กอน แลวเราจึงคอยๆเชือ่ มตอไป ทีละนิดทีละนอย อาจใหเด็ก คิดจังหวะประกอบเอง แตไมบอกวาผิดและตองรองเพลง ตามที่ พอ แม รอ งเท านั้ น พอ แมค วรรว มเลน กับลูก สรางความปลอดภัยภายในจิตใจใหพวกเขา เปนการสราง ความสัมพันธแนวระนาบ ไมใชการสั่งการแบบแนวดิ่ง พยายามสรางการยอมรับความคิดเด็ก การไดรบั คําชมเชย ยิง่ เปนการสรางแรงจูงใจในการคิดของเด็ก § เรือ่ งเพลง ควรเลือกเพลงทีห่ ลากหลาย ใหเด็ก ไดฟงเพลงหลากหลายประเภท เชนเพลงไทยเดิม เพลง คลาสสิค เพลงหมอลํา เพือ่ เปนการสรางคานิยมทีด่ ี เปนการ เปดกวางในเรือ่ งรสนิยม ยอมรับความแตกตางทางวัฒนธรรม ไดมากขึน้ สุดทายเด็กจะลุกขึน้ มาเลือกเองวา วันนีห้ นูมี อารมณนี้ อยากฟงเพลงประเภทไหน ทีส่ าํ คัญอยทู ที่ า ทีของ พอแมทมี่ ตี อ เพลงนัน้ ๆดวยวาเราใหคณ ุ คากับเพลงประเภท ไหน แตมขี อ แนะนําวา ตอนเริม่ ตน อาจเริม่ ตนทีเ่ พลงบรรเลง เครือ่ งดนตรีนอ ยชิน้ จังหวะไมซบั ซอน ชาหรือเร็วจนเกินไป 146   


พอแมควรรูไววา § เด็ ก ทุ ก คนชอบดนตรี แ ละการเคลื่ อ นไหว การใชกิจ กรรมดนตรีและการเคลื่อนไหว ชวยพัฒนา ความเปนมนุษยทสี่ มบูรณแบบของเด็ก เด็กจะมีทศั นคติ วา หากเขาไดฝกฝนบอยๆ เด็กจะรูสึกวาเครื่องดนตรี ไมใชเรื่องยากสําหรับฉัน เราสามารถเลนไดดวยความ สนุกสนาน § พยายามพูดใหนอยลง หรือ พูดเฉพาะทีจ่ าํ เปน เทานัน้ อยาลืมคาถาทีต่ อ งทองไวในใจพอแม คือ เราพูดนอย เด็กคิดเยอะ เราพูดเยอะ เด็กคิดนอย § พอแมตองลงไปแหยการเลนของลูก เปนการ กระตุน ช ว ยแนะนําแนวทาง แตไมบอก ไมสั่ง สอน พอแมควรชวยตัง้ คําถาม โดยไมหยุดแคคําชม เชน ทําทา สวยจังลูก เกงจังลูก แตควรถามตอไปวา ทําอะไรไดอีก ทําเพิม่ ยังไงไดอกี เนนทีก่ ารทดลองทําตอจากการคิดดวย § พอแมตอ งใจเย็นและอดทนทีจ่ ะรอได อยาตอบ คําถามลูกเร็วเกินไป ถาเรามีทุกคําตอบเด็กจะคิดวาเขา ไมสามารถคิดเอง แต พอแมคิดได สุ ด ท ายคุณ ครู กา ฝากขอสรุปที่นาสนใจสําหรับ พอแมไววา “การใหเขากลาทดลองที่จะคิด เปนเรื่อง ของทั ศนคติข องพอแม เปน การเรียนรูรวมกัน ไป    147


ระหวางพอแมลกู ไมมอี ปุ กรณสาํ เร็จรูป ไมจําเปนตอง มีเ ครื่ อ งมือ ราคาแพง การชวยพัฒนาเรื่องการคิด สรางสรรคของเด็กอยูในชีวติ ประจําวันรอบๆ ตัวเด็ก พ อ แม เ ป น บุ ค คลสํา คั ญที่ สุ ดในการเปน เพื่ อนลู ก ไมตองจางครูสอน พอแมตอ งกลาทีจ่ ะเรียนรูไปพรอม กับลูก เรียกความมั่นใจในการเลี้ยงดูลูกดวยตัวเอง กลับคืนมา” แลวนัน่ ก็จะเปนหนทางการพัฒนาความคิด สรางสรรคใหกับลูก และเรียกสัญชาตญาณความเปน มนุษยของเราไปพรอมกันอยางแทจริง

148   


149


150   


   ���                         151


ดร.ออย บอกวาตนทุนเดิมของเธอมาจากชีวิตใน วัยเด็กที่ไดรับอิทธิพลจากบิดามารดา ผูซึ่งเปนเจาของ โครงการสารพัดโปรเจ็ค เปนคนทําใหเธอเห็น ทําใหเธอ ไดมีโอกาสเรียนรูจากมันโดยตรงผานกิจกรรมสองเรื่อง หลักคือ นิทานและการเลน ตอนเปนเด็กสิง่ ทีม่ อี ทิ ธิพลกับตัวเองและพีน่ อ งมีอยู สองเรื่อง คือนิทานและของเลน แมนี่สุดยอด เขาสอน ใหเรารักสัตว นอกจากนัน้ มันเปนเพราะสิง่ แวดลอมสมัย นั้นดวย พอแมไมตองมานั่งรบกับอะไรมากมายเหมือน สมัยนี้ เรียนพิเศษก็ไมตองเรียน สามโมงก็กลับบาน มี เวลาเลนมากมาย เหลือเฟอ ทุกคนมีงานอดิเรก เคยเปด ดูตารางเวลาของเด็กสมัยนี้ เห็นแลวอึง้ เปนเพราะพอแม กลัวลูกเรียนไมเกง ไมมีความคิดสรางสรรค ใชไหมละ นิทานของแมมหี ลากหลาย เราชอบทัง้ ทีเ่ ปนเรือ่ งเจาหญิง เจาชาย และเรื่องผจญภัยที่เปนเรื่องสารคดี เรื่องฉลาม เรือ่ งจริงของวิศวกรทีเ่ ขาไปสรางถนนในแทนซาเนีย แลว เจองู แมเปน นักเลานิทานที่วิเศษมาก เรื่องธรรมดา แตเวลาแมเลาจะไมธรรมดา แมทําเสียงสัตวไดทุกชนิด จิ น ตนาการมั น จะบรรเจิด แอคติ้งสุดชีวิต เฟมินิสต บางคนแอนตีซ้ นิ เดอเรลลา แตเราไมเห็นรูสกึ อะไร ก็ชอบ แลวก็ไมมผี ลใหเราอยากเปนเจาหญิงสักหนอย ลูกคนเล็ก 152   


ชอบสัตวแมก็เลาเรื่องสัตวใหฟง แมซื้อหนังสือใหดวย แตกไ็ มมาก แตเราอานมันซ้าํ ๆ ไดไมเบือ่ มีพี่นองดวยกันทั้งหมด 4 คน แมนี่ตองทํางาน แตกต็ อ งแบงเวลาใหลกู ทุกคนทุกวัน คนละอยางนอย ครึ่งชั่วโมง ตอนเย็นพอทําอะไรเสร็จ เราก็จะมีเวลา พิเศษนัน้ ก็คอื เวลาสําหรับนิทาน อานนิทาน เลานิทาน อะไรก็แลวแต ทุกคนก็จะไดเลือกหนังสือเลมทีอ่ ยาก ใหแมอานหรือเลาใหฟง เราก็ไดฟง ของคนอืน่ ๆ ดวย นอกจากนีล้ กู ทุกคนจะมีเพลงประจําตัว แมจะแตงเนือ้ เฉพาะใหลกู แตละคนดวยเลย ก็เปนเวลาทีม่ คี วามสุข นอนฟงนิทานเรียงกัน พอเราฟงมากๆ เขา เราก็เริ่ม ทํา หนั ง สื อ นิ ท านอา นเอง วาดภาพเอง เปน เรื่ อ ง ปกติมากเลย จําได แ ม น เลยว า พอเริ่ ม อ า นหนัง สือ เองเปน ตอน 5 ขวบ นิทานเรือ่ งแรกทีอ่ านเองยาวตัง้ 30 หนาแนะ แตก็อานเรื่อง นางพญาสมุทร มีเกาอี้ตองมนตร 5 สี เปนหนังสือที่ไมมีภาพแตเราก็สนุกและประทับใจมากๆ เพราะเราไดจนิ ตนาการเอง ถึงไดบอกวาหนังสือทีเ่ อามา ทําเปนหนัง มันจะสนุกไมเทากับตอนทีเ่ ปนหนังสือ เพราะ มันตองมาแขงกับจินตนาการคน และมันก็แขงไมคอ ยไดนะ   153


เรื่องของเลน คิดวาจริงๆ แมเองก็ตั้งใจนะที่จะ ไมซื้ อ ของเลน ใหลู ก คือ แมเปน ครู เงินเดือ นไมม าก เราก็จะไมฟุมเฟอยกับเรื่องแบบนี้ยกเวนเฉพาะโอกาส พิเศษ เชน วันเกิด แตคิดวาถึงแมมีตังคมากก็เชื่อวา แมไมซอื้ ของเลนให เพราะเขาตองการใหเด็กมีวตั ถุดบิ สรางขึ้นเอง ไมรูเหมือนกันวาทําไม แตมันคงเปนเรื่อง ธรรมชาติของเด็กปกติทั่วไปนะ ก็จะชอบ แมจะเนนใหมี กระดาษ สี พรอมพรั่ง สวนพอก็เปนวิศวกรที่สรางอะไร ขึ้นมาจริงๆ ไมใชแคเขียนแบบในกระดาษ พอก็ชอบ ทําอะไรจริงๆ เอง ทําเรือใบ เราเห็นพอเราทําอะไร แบบนี้มาตลอด เขาก็จะมีเศษวัสดุเหลือ เราก็เก็บมา เลนกัน เราก็เลนสรางบานจริงๆ เปนบานจริงๆ ที่เด็ก เขาไปอยูได เราสรางกันหลายหลังมาก เปนเรื่องเลน ธรรมดาไปเลย พอตอนโตไปอยูเมืองนอก แมซื้อแฟลต ทีน่ นั่ พวกตู โตะ นีเ่ ราตอเองหมดทุกอยาง ซือ้ ไมมาเลือ่ ย มาตอก เพราะเคยเห็น เคยมีทักษะมาตอนเปน เด็ก สวนแมนแี่ นนอนวาเปนครูเขาก็ตอ งหาอะไรใหมๆ ไปสอน เด็ก หรือบางทีไปสอนเด็กแลวเอากลับมาเลนกับลูกตอ มันก็เลยมีหลายสือ่ มากๆ แมเปนคนเอ็นจอยกับการทดลองคิดคนตลอด ไมเวนวาจะเปนงานศิลปะ เขาก็จะทดลองกับวัสดุแปลก 154   


ชนิดที่ไมติดกรอบ เขาเรียนรูไปเรื่อย ทดลองใชโนนนี่ ไปเรือ่ ย ถึงไดมเี ทคนิคแปลกๆ อยางเชน บาติก เขาไมได ใชแคจันติ้ง แตเขาใชทางมะพราว ทัพพีมาเขียน รวมไป ถึงวัสดุแปลก พอแมสนุกกับสิ่งที่เขาทําจริงๆ ไมใชทํา เพื่อเก นี่เปนสิ่งที่เราไดเห็น สมัยเปนเด็ก เราไมตองเรียนพิเศษ เรามีเวลา เลน มาก และไมไดดูทีวีอ ะไรมากมาย นอกจากนี้ สภาพแวดลอมบานทีอ่ ยู ขนาดอยูกลางสุขมุ วิท ยังเปนบึง ทองนา มีชมุ ชน มีคนขายขนม เราไมไดเรียนรูสงิ่ ธรรมชาติ แตเราเดินผานทุกวัน มันไดซึมซับธรรมชาติเหลานั้น โดยอัตโนมัติ สมัยนั้นคนมีงานอดิเรก ทุกคนมีงานอดิเรกของ ตัวเองทั้งนั้น ตางจากทุกวันนี้เราเสพกันมาก เด็กสมัยนี้ ก็อปปเ สือ้ ผายุคสมัยเราก็จริง แตมนั เปนการซือ้ ขณะทีเ่ รา ทําเองนะ เสื้อผาบาบออะไร นี่ เราทําเองหมด ขณะที่ ปจจุบนั เราใชเงินซือ้ เอามากกวาทําอะไรเอง ครึ่ ง หนึ่ ง ของต น ทุ น มาจากวั ย เด็ ก ที่ มี พ อ แม คอยสนับสนุน กลายเปนฐานรากของความคิด ขณะที่ อีกครึ่งหนึ่งมาจากการที่ไดเห็น ไดพบคนที่หลากหลาย   155


ประสบการณในชั้นเรียนที่อังกฤษ จะวาไปตองขอบคุณ ระบบการศึกษาของโรงเรียนแนวกาวหนาทีน่ นั่ ดวยเชนกัน ไปเรียนเมืองนอกตอนอายุ 14-15 ป เพราะแมกโ็ ต ทีอ่ งั กฤษ ซึง่ จริงๆ ควรจะไปเร็วกวานี้ ไปชวงประถม หรือ เขามหาวิทยาลัยไปเลย เพราะที่เขาแข็งคือชวงประถม ก็เลยไมไดประโยชนจากระบบการศึกษาอังกฤษเทาไหร เพราะชวงมัธยมที่ไหนๆ ก็มีปญหาเหมือนกันคือ เรียน เพื่ อ สอบเข ามหาลัย แตโรงเรียนที่ไ ปก็เปนโรงเรีย น แนวกาวหนา เนนกิจกรรมศิลปะ ธรรมชาติ เพราะโรงเรียน ตัง้ อยูในเมืองทามกลางธรรมชาติ ทีโ่ รงเรียนก็คอื เขาจะมี ฟรีอาฟเตอรนูนในอาทิตยหนึ่ง สองวันชวงบายจะเปน กิจกรรมพิเศษใหเลือกทําตามจริตของตัวเอง เชน ศิลปะ โครงการใหเด็กไปชวยเหลือสังคม ทีเ่ มืองนอกการทีเ่ ด็ก จะลุ ก ขึ้ น มาทํา โครงการอะไรของตัวเองเปน เรื่ อ ง ธรรมดามาก นอกจากสนุกแลว เด็กก็ไดคนพบรูจัก ตัวเอง หรืออยางโครงการเพื่อสังคมบานเราควรจะ มีบาง เพราะที่ ตางประเทศประชาคมจะเขมแข็ งมาก ระบบของรัฐจะไมมที างมีอาํ นาจเหนือประชาคม อังกฤษ เขาเปนที่ที่เกิดสงครามโลกมาแลว 2 ครั้ง เขาไมมีวัน ใหมนั เกิดอีกแนนอน เขามีบทเรียนทีเ่ จ็บปวดมากมาแลว พู ด ถึ ง หลั ก สู ต รชี ว วิ ท ยา ตอนแรกอยากเรีย น ชีววิทยา แตพอมาดูครูนาเบือ่ สิง่ ทีค่ รูสอนเปนเรือ่ งทีเ่ ล็ก 156   


ลงไปในระดับเซลล เลยเรียนเคมีแทน ขอดีของระบบ การศึ ก ษาที่ม หาวิทยาลัย ลอนดอนก็คือ เราสามารถ เลือกเรียนที่ไหนก็ได วิชาใดก็ได แตตองสามารถตอบ อาจารยที่ปรึกษาไดวาเราเรียนเพื่ออะไร มันเกี่ยวของ กับสาขาของเราอยางไร ทําใหเราไดเลือกวิชาที่ สนใจ ตัวเองชอบภูมิศาสตร เพราะรูสึกวาภูมิศาสตรคือนิทาน ของโลก มันเลาเรื่องของมนุษยกับโลกในแตละยุค ขอดี อีกอยางหนึ่งคือ ที่นั่นไมมีขอจํากัดของอายุ ครึ่งหนึ่ง ของชั้นเรียนจะเปนเด็กอายุ 17-18 อีกครึ่งเปนผูใหญ หลากหลายวัยและอาชีพ มันทําใหเกิดบรรยากาศการ แลกเปลี่ยนที่หลากหลายมาก เปนขอดีจริงๆ สําหรับ ตัวเอง โครงการนักสืบสายน้าํ ไดใจคนจํานวนหลายแสนคน เพราะมันสนุก ไดประโยชน ไดคาํ ตอบดวย มันเปนคําตอบ แรก มันเชือ่ มไปถึงแหลงน้าํ และอืน่ ๆ ไดอกี มาก การทีเ่ รา ไดทาํ อะไรทีม่ คี ณ ุ คาตอสังคม บางครัง้ มันก็ชว ยทําใหเรา รูสกึ รักชีวติ เรา เห็นชีวติ เปนของมีคา ทําใหเราเชือ่ มโยง ตัวเรากับสิง่ แวดลอมเขาดวยกันไดไมยาก กิจกรรมนักสืบสายน้าํ เด็กศึกษาสงเคราะห พอเขา มาศึกษาเขามีความรูสกึ วาเขามีคณ ุ คา มันตลกเราชอบพูด   157


กันวาบูรณาการ จริงๆ ชีวติ ประจําวันมันบูรณาการอยูแลว มันเปนธรรมชาติ นักสืบชายหาด เรามาทําบริเวณอาวไทยตอนใน การเฝาระวังมันตองเฝารอเปนระยะเวลา ฤดู ตองการให มันไดทั้งระบบ จากตนน้ําถึงทะเล หาดเปนระบบนิเวศ ที่ไมคอยไดรับการใสใจเทาไหร ถนนมาเลียบหาดเลย ชายหาดที่สมบูรณหายากกวาปาดงดิบเสียอีก หาดเลน หาดทราย หาดหิน เปนพื้นที่แนวน้ําขึ้นน้ําลง เปนดาน สุดทายของแผนดินกับประตูเชือ่ มรอยตอของทะเล ตอนเด็กเราโตมากับหาด แตเราไมรูว ามันคืออะไร ทีท่ ะเลเราไดเจอบรรพบุรษุ ของเรา เพรียงหัวหอมบรรพบุรษุ ของสัตวมกี ระดูกสันหลัง เด็กจะสังเกตเกง ตัง้ คําถามเกง เด็กจะคนหาอะไร หาสั ต ว เ ก ง กว า คําถามแรกของเขาคื อ นี่ คื อ อะไร ตอมาเปนอะไร นิสัยเดิมของเด็กคือชินกับการยอมให ผูใ หญ แตจ ริง ๆ เขาเปนเด็กทองถิ่น เขาเห็นอยูแลว ยังไมมีการเอาขอมูลเกาออกมาใช หนาที่ของเราก็คือ ทําใหเด็กเชื่อมโยงองคความรูที่มีอยูใหได โรงเรียนเปน ศูนยกลางการศึกษาของชุมชน เด็กมีเวลามากกวาในการ สืบคนและเก็บขอมูลไดมากกวา โรงเรียนมีบทบาทมากขึน้ มีคณ ุ คา ไมใชแคเปนโรงเก็บเด็กเทานัน้ 158   


ความคิดสรางสรรค ไมคอ ยรูสกึ วาตัวเองสรางสรรค แตวามันสนุกไปเรื่อยๆ เราไปมองวาเปนเรื่องของศิลปะ แตมัน กว างกวานั้ น มันขึ้นอยูกั บลัก ษณะนิสัยมากๆ บางคนมีความสามารถในการจัดการคนไดดมี าก ถาคุณ สรางสรรคกบั การจัดการคนมันก็เปนทักษะสุดยอดนะ คือ อยากใหเห็นคุณคามากกวา เราเห็นหลายคนอยาก เป น คนที่ ถู ก มองวามีค รีเอทีฟ ในวงการโฆษณา อาว แลวงานอยางอืน่ ไมมคี รีเอทีฟเหรอ อยางบางคนทําขนม สุดยอด จริงๆ ชื่อมันก็บอกวา สรางสรรค คือ คนที่ สามารถเอ็ น จอยกั บ สิ่ ง ที่ คุ ณ ทํา อยู หรือ สามารถ พลิกแพลงกับสิง่ ๆ นัน้ ได เขาใจธรรมชาติของสิง่ ทีค่ ณ ุ กําลังทําอยู แกปญ  หามัน หรือสรางมันขึน้ มาใหตอบรับ กับฟงกชน่ั ตางๆ นีแ่ หละ สรางสรรค คนทีส่ รางสรรค จะสนุกกับโจทยใหม สนุกที่จะแกมัน ที่ ตลกก็คือ หากเรามุงแตผลลัพธ มันจะไมเกิด เราไมเอนจอย มันไมมีทางเกิดการสรางสรรค มันไมมีความมันกับ การแกปญ  หา แกโจทย กลายเปนความขมขืน่ มากกวา มีเพื่อนคนหนึ่งเกงอยางหนึ่ง แตเขากลับมองวาสิ่งที่เขา ทําไดนเี่ ปนของเชยๆ เปนของนาเบือ่ เขาอยากเปนดีไซน เนอร อยากเปนนักเขียนทั้งๆ ที่ ทักษะไมมี เลยเปนคน ขี้อิจ ฉา นาสงสารมาก นี่เปนการใหคุณคาของสังคม ใชไหม   159


พีช่ อบนิทาน ชอบเรือ่ งความสัมพันธ เพือ่ นสมัยเรียน พอเขาเปนนักพฤกษศาสตร พอเขา พาไปเที่ยวภูกระดึงตั้งแตเด็ก เขาเปนสาวเมือง แตเขา ก็ถูกปลูกฝงมาดีมาก เขาจะไมทํารายธรรมชาติ เขาจะมี ความเขาใจ เวลาไปบานนอก บานปา เขาก็จะไมเรียกรอง แมเราจะสอนอาจจะโดยไมตั้งใจ เขาจะใหเราเห็น ใจสัตว แตเด็กมีความรักสัตวเปนทุน รวมทัง้ ความโหดอยู ในตัวดวยเชนกัน ขึน้ อยูกบั ผูหญดว ย ถาผูใหญมคี วามคิด อยางไร เด็กก็จะถูกปลูกฝงแบบนั้น ที่บานไมตีงู เจอนก ปกหัก ก็เก็บมารักษา ไอเดียใหมๆ มันจะมาจากสิง่ ตางๆ นานาทีเ่ ราไดเห็น ชอบเรียนโบราณคดี ก็ลงเรียนวิชามนุษยกับสิ่งแวดลอม เราเรียนแลวก็ชอบ หลักสูตรมันเปดกวางใหเราออกแบบ หลักสูตรเอง เอาภูมิศาสตรมาผสมกับโบราณคดี แต เรียนแลว ปง สนุกมาก เพราะจริงๆ เปนคนชอบนิทาน ภูมิศาสตรคือการเชื่อมโยงเรื่องตางๆ คือนิทานของโลก นิทานของธรรมชาติ ครัน้ จะเรียนชีววิทยามันลงลึกไปใน เรื่ องเซลลมากกวา แตไมใชสิ่ งที่ อยากเรียน ตอนนั้ น หนาตามีความสุขแฮปปมากจนคนทักนึกวาเราอินเลิฟ ถาเกิด ความสนใจมันจะเกิดการเรียนรูโดยไมรูสึกตัว 160   


ไดเลย เหมาะกับนักศึกษาทีม่ วี ฒ ุ ภิ าวะ วัฒนธรรมการเรียน ของฝรัง่ เรียนอายุเทาไหรกไ็ ด เด็กทีจ่ บอาจมีแคครึง่ เดียว ความรั ก ธรรมชาติ เปนพื้นฐานของเด็กทุก คน ถ า เขาได รั บ การปลู ก ฝ ง เขาจะซึม ซั บ โดยพื้ น ฐาน คนมันจูนกับธรรมชาติ เราเปนสวนหนึ่งของธรรมชาติ เรากินอะไร เรามีดีเอ็นเอจากธรรมชาติ เวลาเหนื่อยๆ เห็นธรรมชาติกจ็ ะสบายใจ แตธรรมชาติของเรามันถูกกลบ จากดานทีวี การบริโภควัตถุ ทําใหธรรมชาติปกติของเรา มันถูกฝงลึก

  161


162   


      § เด็กๆ เลนอะไร ฟา - ก็เลนธรรมดาเหมือนเด็กทัว่ ไป ไปทะเลก็เลน ทราย คุณพอคุณแมกจ็ บั ใหวา ยน้าํ วายจนเปนนักกีฬาของ โรงเรียน จําไดวา ทาแรกทีว่ ายไดคอื กรรเชียง วายหงาย ไปรอบสระ แลวก็เลนยิมนาสติกประมาณ ตอน 3 ขวบ คุณแมก็ใหเรียนวาดรูป ครูมาสอนที่บาน ก็ไดทํางาน เกี่ยวกับศิลปะตางๆ เลนเกม เลนเลโกเยอะมากๆ เลน เกือบทุกวัน ตอนนั้นก็ประมาณ 5 ขวบ  163


§ เลโกถอื วาเปนของเลนโปรดหรือเปลา ฟา - เปน ของเลน ที่ ถื อเปนชิ้นเปนอัน ไปเดิน ตลาดปนัง ก็ขอใหพอซื้อ แลวก็มานั่งตอ ตอเสร็จก็ไป ซื้อใหม จนมาตอเปนเมืองใหญมากที่หองนอน เคย ถายหนังโดยเอาเลโกมาเลาแลวพู ดไปเรื่ อยๆ คุณพอ เปนคนถาย ผมก็เลาเรือ่ งไปเรือ่ ยเปอ ย ชอบดูการตนู ของ เลนก็เปนหุนยนตมาประกอบ อาจจะแปลกกวาเด็กคนอืน่ หนอ ยนึ ง ตรงที่ ชอบเลนโขน เปด ทีวีดูแลว ก็เตนตาม แมเลยจับใหเรียนเปนทางการ ใหครูมาสอนทีบ่ า น ก็ชอบ ตัวหนุมาน ตอนงานสมเด็จยาเขามีโขนถึงเชา ก็ไปนอน ดูก็สนุกดี พอเลนเปนแลวก็ดูรูเรื่องก็สนุกดี § ความประทับใจในวัยเด็กเปนเรืองเกี ่ ยวกั ่ บอะไร ฟา - ลอยกระทงทุกปจะไปทํากระทงที่บานครู สุกญ ั ญา บานครูเปนบานไทยๆ จากโฟม เปนกาบมะพราว สุดทายก็พับใบตองเอง ที่บานก็มีพี่ๆ เลนดวย เลนพลุ แลวก็ลอยกระทง ผมถูกเลีย้ งแบบไทยมากเลย ผมเพิง่ รูวา บานอืน่ ๆเขาไมไดทํากัน (คุณแมแทรกวาจะพาไปเรียนรู วัฒนธรรมประเพณีไทยทุกอยาง ) § ซนไหมตอนเด็ก คุณแม - จะสนใจทุกอยางที่เขามา เดินไปก็จะ ถามไปทุก อย าง แมก็เลาใหฟง เดินไปเห็นเด็ก ตีกัน 164   


เขามองด ว ยใบหน า ครุน คิ ด เขาจะมองและสนใจ เขาถามวา แมเขาตี กั น เพราะอะไร เขาจะถามมาก แตที่บา นจะตอบคําถามของเขา ใหความรูกบั เขา § ทําไมไมรูส กึ รําคาญเวลาเขาถามละคะ แม - เราอยากใหเขาคิ ด ดว ย เราก็จ ะตอบให เหตุ ผลที่ ม าที่ ไ ป เพื่ อ ตอ ไปเขาจะไดไ วคิด แกปญหา ของเขาในอนาคต ฟา - ตอนเด็ ก ผมเคยถามคําถามยอดฮิ ต ไหม วาผมเกิดมายังไง พอ - ถาม ก็ตอบวาเกิดมาจากทองแมไง เด็กจะ พอใจคําตอบในระดับนึง ฟาถามวาเด็กๆ เกิดมายังไง ก็จากทองแมไง จะมายังไงเขาไมสนใจ เขารูแตวา เขาอยู ในทองแม § ไมเคยละเลยทีจ่ ะตอบเมือ่ เขาถามใชไหม พอ - ถ า เราไม ต อบคําถามเด็ก เราไปปด กั้ น ความคิดเขา เพราะขณะที่เด็กสงสัยเขามีจินตนาการ ของเขา เชน ทําไมไฟมาจากไหน วิธีตอบงายนิดเดียว พาไปทีส่ วิชต แลวก็กด ไฟมาจากการเปด เขายังไมตอ ง รูวามันเปนไฟฟา แตรูวาสวิชตทาํ ใหเกิดไฟ เวลาลูกถาม ก็จะตอบหมด ทําไมพระอาทิตยขนึ้ ก็มีพระจันทรไงเลย ตองมีพระอาทิตย เออใช เขาพอใจมากกับคําตอบ พระ  165


อาทิตยตกก็บอกพระอาทิตยกลับบาน แลวพระจันทรกม็ า แทนที่ พอพระจันทรกลับบาน พระอาทิตยกม็ าแทน เขา ก็พอใจ เขาก็จินตนาการไดวามันมีวงจร § ถามมากเกินเด็กทัว่ ไปไหม พ อ - ไมค รับ ผมมองวาเขาเหมือนเด็กทั่ว ไป เพียงแตวาโดนเราถามเยอะ เชน เราเห็นปายโฆษณา เราก็จะถามวาเขาเห็นอะไรในปายโฆษณา ใหเขาอธิบาย เด็กจะตองถูกฝกใหอธิบายในสิ่งที่เห็น ในรายละเอียด วาสือ่ อะไรในความรูสกึ ของเขา เราก็จะรูวา คนทําโฆษณา เกง หรือ ไม เกง ที่สื่อใหเด็ก เห็นไปทางไหน โฆษณา บางปายไมเมกเซนต (make sense) หรือทําใหเกิด อะไรเลย ไมกระตุนตอมความคิดอะไรเลย จะขายไอเดีย อะไรก็ดไู มออก § นอกจากลูกถามเราแลว เราใชวธิ ถี ามกลับดวย พอ - ก็ตองใชวิธหี ลอกถามกลับดวย § ความโดดเดนของเขาทีแ่ ตกตางจากคนอืน่ พอ - ทีส่ งั เกตเห็นคือความจําดี อยางตอน 2 ขวบ กวาคุณแมอา นกลอนแปดสองบท เปนกลอนทีพ่ ส่ี าวตอง อานในวันไหวครู คุณแมอานใหฟง สองเทีย่ ว ฟาจําไดหมด เลย หูเขาดีมากและจําเร็ว § สงเสริมดานอืน่ ๆ อยางไร พอ - ในพัฒนาการนอกจากสุขภาพแลวเราตอง เสริม ความรูด านวิชาการ เราสังเกตวาเขาเรียนเร็ว 166   


เร็วกวาเพื่อนในหอง เราจะใหเขาเรียนลวงหนาไปกอน เพราะเขาจะเบื่อการเรียนในหอง ขณะเดียวกันเราให ทํากิจกรรมวิชาการพิเศษ เชนไปตอบคําถามแขงขัน ไปทํางานวิจยั ไปคาย ตีเทนนิส วาดรูป เรียนโขน ศิลปะ คื อ เด็ ก ที่ เรี ย นเร็ว เราตอ งใหเขาจบหลัก สูตรเร็ว ที่สุด เมื่อมีเวลาเหลือก็ไปทํากิจกรรมอื่น อยางฟาเขาอยู ม.1 เขาจะเรียนเนื้อหาวิชาการจบ ม.3 แลว พอ ม.2 เขามี เวลาเตรี ย มตัว ไปสอบโอลิ ม ปก หรือ ไปทํางานวิ จัย ของสวทช. ( สวทช : สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร และเทคโนโลยีแหงชาติ ) § สังเกตเห็นวาฟาเรียนรูเร็วเมือ่ ไหร พอ - ตอนประถมประมาณ ป.2-ป.5 เรารูแลวแต เรายังไมรูวธิ ีในการพาเขาไป มารูตอนป.5 § ความชางถามกับชางสังเกตของเขามีผลให เขาเรียนรูเร็วไหม พอ - คือเด็กที่มีความจําเร็วจะไดเปรียบ ขอมูล ในสมองเขาเยอะ เมื่อเขามองประสบการณใหมในชีวิต เขาจะเจาะลึกกวาเด็กที่มีความจํานอย วิธีจําของคนที่มี ความจําเปนเลิศนีเ้ ขาเรียกวา photo graphic memory คือ ถ ายเป น รู ป เวลาจําอะไรเขาจะจําเปน ภาพ เหมือ น ถายรู ป ความจําประเภทนี้ จะเปนความจําที่ ใหญมาก ถาเปนคอมพิวเตอร memory จะใหญมาก  167


§ ตางจากระบบความจําทัว่ ไปอยางไร ฟา- พวกนั้นตองทองจํา คนที่มี photo graphic memory นีม้ ไี มเยอะ อยางผมตอนเด็กๆ ดูคนซอมรถยนต ถาชางทําใหผมดูสักครั้งสองครั้ง ผมสามารถซอมไดเลย เพราะน็อตที่เขาถอดมี 10 จุด มันเหมือนถายรูปเปะเลย เมือ่ เอาน็อตกลับเขาไป มันเหมือนอัตโนมัติ เหมือนเปด ภาพถายเมื่ อกี้แลวหยิบใส ตอนอยู ม.ศ. 3 ครูเขียน สองกระดานยาวมาก ผมก็หนั ไปคุยกับเพือ่ น ครูกท็ าํ โทษ ใหหนั หลัง แลวบอกมาซิวาครูเขียนวาอะไร ผมหันหลังให กระดานผมเห็นภาพเหมือนกระดานอยูขา งหนา แลวผมก็ อานตัวแรกถึงตัวสุดทายทั้งสองหนา เพื่อนๆ พึมพําแลว บอกวาผมทําไดอยางไร ครูตีไมลง เราหันหลังให แต กระดานทั้งสองมันอยูในภาพ มันเหมือนถายรูปไว § ฟาแสดงสิง่ เหลานีอ้ อกมาตอนอายุเทาไหร พอ- ผมไมเห็นครับ เปนครูที่อเมริกาเห็น ครูวชิ า ประวัติศาสตรอเมริกัน ครูเขียนในใบ comment วาฟามี photo graphic memory ฟา - ผมจะจําไดในลักษณะวาประโยคนีม้ ันจะอยู ประมาณหนานีท้ มี่ รี ปู ภาพหรือหนาตาประมาณนี้ มันไมชดั ขนาดวาอานไดทกุ ตัว พอ - แคหนังสือเปนรอยๆหนาแลวจําไดวา อยูหนา ไหนก็นา สนใจ เพราะบางครัง้ การทีเ่ ขาเปดหนังสือใหเรา ดู เขาบอกอยูหนานี้ครับ เขาเปดใหเราดูแลวก็ชี้ 168   


พิเศษ

§ สิง่ นีค้ ดิ วาฝกไดไหม หรือเปนความสามารถ

ฟา- ผมวานาจะฝกได ตอนเด็กๆผมเคยฝกจําโดย การจะจําทุกอยางทีอ่ ยูในรูปทีผ่ มใชฝก ตอนนัน้ มีความรูสกึ แปลกๆ เดินไปเจอหนังสือพิมพกจ็ ะหยิบมาอาน วาเขียน อะไร และจะจินตนาการวาผมเห็นภาพอะไร ทําอยางนี้ เรือ่ ยๆ ปรากฏวา photo graphic memory มันเกิด เมือ่ กี้ ถามว า ฝ ก ได ไ หม ผมสงสัย วาเกิ ด จากการฝก ตรงนี้ อันนี้ผมไมแนใจ ไมเคยทําการทดลองกับคนอืน่ แลวมีประโยชนไหม ผมวาการจําแบบนัน้ มันจําเปน ภาพแลวเราไมไดเอาไปทําอะไรตอ ถาเราจําเปนขอมูล มันเหมือนสมองจะจัดแบงเปนกลุมๆ ไปเอง § คิดวาการมี photo graphic memory มันจะทํา ใหเรามี visual thinking เห็นสิง่ ตางๆหรือคิดเปนภาพ ฟา - ถา เปรี ย บเที ย บก็เหมือ นกั บวาที่ บานเรา มีหนังสือพิมพอยูหลายฉบับ photo graphic memory เหมือ นเรามีหนังสือพิมพกองรวมๆกันไว ถาเราเอา ขอความในหนังสือพิมพมาพิมพลงบนคอมพิวเตอรแลว จัด หมวดหมูใ หกั บมัน มัน ก็จะเปนขอมูลในแ���ละชุด แตถา เราเอามาทั้งกอน (photo graphic memory ) มันเอามาทําอะไรตอไมได photo graphic memory เปนความจําระยะสั้น แตความคิดเปนเหตุเปนผลเปน ความจําระยะยาว  169


§ฟา -แตชว งหลังผมจําเปนเหตุผลมากกวา พอ - อันนั้ นมันเปนความรูขั้ นสูงที่ ไมสามารถ จําได ใ นเสต็ ปเดีย ว เวลาอยูกั บเด็ ก ที่ มี ความจํา สู ง ความคิดสรางสรรคเยอะ คําถามทีม่ าจากเขาจะเยอะ ถาเราไมเขาใจเราจะหงุดหงิด § ตอนเด็กเลนบทบาทสมมุตเิ ยอะไหม พอ - นอยมาก ความที่เปนเด็กฉลาด อะไรที่ เปนแฟนตาซีจะแยกออก จินตนาการมันแยกออกหลาย ลั ก ษณะ เป น แฟนตาซี ซึ่ ง มี ลั ก ษณะเปนเทพนิ ย าย เขาค อ นขา งจะหลุ ด ออกจากชุด จิ น ตนาการชุด นี้ เร็ ว แฟนตาซีเขาสัน้ เลนไอมดแดงสูกนั สักประมาณเดือนนึง ก็ไมเอาแลว เลิกจินตนาการนีเ้ ร็ว มันผานตรงนัน้ ไปเร็ว มาก สวนใหญจะไปทางวายน้ํา เลนโขน วาดรูป ฟา - วายน้าํ มันเหมือนเรากระโดดลงสระไปแลว ก็มีเราคนเดียว อยูกบั ตัวเอง พอ - เด็กวายน้าํ เกงนีจ่ ะมีสมาธิแมน เพราะมัน ตองจัดวางจังหวะและทาทางขณะทีว่ าย ฟา - วายน้าํ ตองมีระยะเวลาดวย ไมใชวา ย 2 -3 ที แลวเลิก แตตองวายจนไมเหนื่อย เชน วายครึ่งชั่วโมง ติดตอกันแลวไมเหนือ่ ย § โรงเรียนมีสว นในการเพาะบมเขาไหม พอ - เขาได เ ข า เนิ สเซอรรี่ เตรี ย มความพรอ ม ตอนเด็ก ครูเปนชาวอังกฤษและนักเรียนสวนใหญเปน 170   


ชาวตา งชาติ ตอนนั้ นวั ย 2 ขวบ เปนวั ยที่ ไ ดภาษา ทั้ง การฟง และการพูด การออกเสียงและการฟงจะได โดยอัตโนมัติเขาไปในสมองแลวไมลืม ที่โรงเรียนเขาก็มี การเลนทราย ซึ่ งชวยสรางจินตนาการ การปนแปง โดยการระบายสี การวายน้ํา เลนยิมนาสติก ที่นี่เปน ที่ เ ตรี ย มความพร อ มยอดเยี่ย ม เปน มาตรฐานฝรั่ ง โรงเรียนอนุบาลที่ เขาเรียนตอจากนั้ น ก็เปนการสอน เรื่ อ งอา นเขี ย นเรี ย นหนัง สือ ซึ่ง เขาจะไมมีสิ่งเหลานี้ ที่นี่เด็กเรียนยิมนาสติก เด็กลมอยางปลอดภัยไดตั้งแต ตอน 2 ขวบ ฟา - มีค รั้ ง หนึ่ง ที่พี่สาววิ่งลมคว่ําหนา เขาเอา สองมือตบพื้นขางหนาปง เสียงดังมาก ตบปง หยุดเลย หนาไมกระแทก ผมมหัศจรรยมาก อีกครัง้ พีส่ าวตกบันได ลงมา เขามวนหนาลงมา ไมบาดเจ็บเลย เขาเก็บคอ งอเขาแลวมวนลงมา นี่เปนยิมนาสติกที่ได § ตอนประถมฟาเรียนทีอ่ สั สัมชัญ ทําไมเลือก โรงเรียนนี้ ไดขาววาวิชาการแนนมาก พอ - หลักความจริงที่ผมรู คือผมเรียนโรงเรียน คาทอลิกมา ตั้งแต ป.1- ป.4 มันทําใหเราเรียนรูถึง ความอดทน แตเราก็ตองเสี่ยงกับไมเรียวดวยนะ ฉะนั้น การบานตองทํา หนังสือตองอาน ศัพทตองทอง ทําเลข ผิดถูกตี ทําเกินก็ตี ทําขาดก็ตี มันทําใหเด็กเปะ โดยที่ เรานั่งอมยิ้มอยู ทําใหเด็กเขาระเบียบเอง เด็กเล็กนี่ถา ไมมคี นตีไมทํา  171


§ ไมคิดวาลูกควรเรียนในบรรยากาศเลนๆ หรือคะ พอ - ถาเลนก็เละเลย เด็กที่เรียนในแนวสาธิต พอขึ้นมัธยม 1 ไมยอมเรียนเยอะ สําหรับเด็กเล็กแลว คือวินัย ถาในเชิงวิชาการความรูตอ งตอนมัธยม 1-6 ซึง่ กอนหนานีเ้ ด็กตองมีวนิ ยั วินยั มันมากับความอดทน ในตอน เล็กๆ เปนการเรียนแบบใชความจํา แตพอมัธยมมันเริม่ คิด แลว ถาเด็กไมถกู ปูพนื้ ฐานมาดี ไมมจี นิ ตนาการ มันจะคิด ไดไมดี § ความสามารถของเขาในวันนี้ มองพัฒนาการ ทางความคิดของเขาแลว มันมาอยางไร พอ - มันเปนเรือ่ งคอยๆสะสม เราตองสอนใหลกู เราจับสังเกตถึงสิง่ ทีพ่ บเห็น หาเหตุผล จากการทีผ่ มเปน นัก เรีย นแพทย เราถูก ฝกใหแกปญหาแบบ problem Oriented ตัง้ ปญหาขึน้ มาแลวหาคําตอบ เหมือนกับงานวิจยั ที่ เราตองตั้งโจทยขึ้ นมาแลวตอบโจทยนั้น เราตองทํา การวิเคราะหปญ  หา จากนัน้ ก็ไปหาแหลงขอมูล คิดทดลอง แกปญหา การบันทึกทํารายงาน นําเสนอ ถาเลีย้ งลูก แบบนี้ก็จะชวยใหความคิดของลูกเราเปนระบบ ผมใช การเรียนแพทยมาประยุกต เด็กเล็กก็ทาํ เบาๆ พอโตหนอย โจทยของเราก็ยากขึน้ 172   


§ มีการใชวธิ ที าทายใหลกู คิดไหม พอ - ก็เรื่อยๆ เวลาเขามาถามวาโจทยเลขขอนี้ ทํายังไง ผมจะตอบวาพอเองก็ไมรูเหมือนกัน ลูกลอง คิดดูกอน ผมจะไมทําการบานให แตจะแนะนําวามัน อยูในเรือ่ งนั้นเรื่องนี้ § ความรูท างวิ ช าการของฟา จะปรากฏชัด ตอนชวงมัธยม พอ - มั น เป น เรื่ อ งสะสมมา อย า งมั ธ ยม 1 เขาจะเรียนวิชาการของ 1-3 พอมีเวลาเหลือ เขาสามารถ เตรียมตัวไปแขงขันสอบโอลิมปค หรือเขาโครงการวิจัย ของสวทช. พอขึน้ ม.2-3 กําลังความรูทเี่ ขามีมันก็ขยาย ขึ้ น ไปอี ก เหมื อ นเครื่ อ งขยาย ยิ่ ง ใสก็ยิ่ ง ดัง ถาเด็ก ไมพรอม เราไปใสเครือ่ งขยายเสียงก็อูอี้ § กรณีของฟานี่เปนพรสวรรคหรือพรแสวง ของเขา พอ - ทั้ ง สองอย า ง คอมพิ ว เตอร ที่ ดี ก็ ต อ งมี โปรแกรมเมอรทดี่ ี § จากงานสัมภาษณ ฟาดูมคี วามตัง้ ใจสูงในการเรียนรูหรือทําสิง่ ใดสิง่ หนึง่ และสามารถประคองความตั้งใจใหอยูไ ปจนจบ ไมลม กลางคันเสียกอน  173


ฟา- เรารักเราชอบเราจึงทํา ถาถูกบังคับใหทาํ ใน สิง่ ทีไ่ มอยากทําเราก็ไมทํา เราทําเพราะเราชอบ § ทักษะทางคณิตศาสตรทเี่ ลิศนีม้ ายังไง พอ- เราอยากใหลกู เกงคณิตศาสตรเราก็สงไปแขง เขาจะแพอยางมากมาย เราก็จะอธิบายวาเขาแพเพราะอะไร เขาแพเพราะวาเขายังรูนอย จัดสรรการเรียนเพิ่มเติม แลวไปแขง เมือ่ เขาแขงชนะ ตอนนีก้ ต็ ดิ ลมแลว มันเปน กุศโลบาย อยางใหเขาไปเรียนวายน้าํ เราก็ไมไดใหเขาเรียน แควา ยเปน แตเราจัดสรรโคชใหเขา ทําใหลกู เราวายน้ํา สวย วายน้ําเกง วายน้ําเร็ว ฟา- เดิ ม ที่ ต อนชว งประถมจะมีชว งที่ ผมเรีย น คณิตศาสตรไมรูเ รือ่ ง โชคดีไดพบอาจารยทา นหนึ่งทําให ผมเขาใจ เมือ่ เขาใจแลวมันก็ไมยาก จากนัน้ คณิตศาสตร เรี ย นแคไ หนก็ไ มเคยยากเลย ผมทําไดเรื่อยๆ ก็เลย รูสกึ ชอบ ทําใหผมอยากรูมากขึน้ เรือ่ ยๆ § เครียดไหมเวลาเรียน ฟา- ไมน ะครับ ผมเรียนเพราะผมอยากเรียน มากกว า ครูหมดแรงสอนไปกอ น ผมยัง อยากเรีย น อยูเลย คือพอเราเขาใจ เราก็สนุก เราก็มีความสุขกับ สิง่ ทีเ่ รารู เราก็อยากรูเพิม่ เมือ่ รูและรูวา เราทําได ก็เกิด ความภาคภู มิใ จ พอถึงระดับหนึ่งความภูมิใจเหลานี้ มันก็ไมมคี วามหมายแลว แตความหมายทีเ่ พิม่ ขึน้ มากกวา นัน้ ก็คอื ความสวยงามของวิชานัน้ ในตัวของมันเอง 174   


§ ทีม่ ากวาจะมาถึงโครงการกิง้ กือ พอ - ที่ ม ามั น ไกลมาก ไมใชสิ่ ง ที่ สรางกั น มา ภายใน 2 -3 ป ผมโชคดี ในเรื่ อ งความชางสั ง เกต คิดหาคําตอบโดยตัวเองผานกระบวนการทางวิทยาศาสตร เปนการทําวิจยั ซึง่ ผมทํามาตัง้ นานแลว ตัง้ แตประถมแลว ผมอยูในกลุมทําโครงงานเชนการทําเฟรนชฟรายกินดวย น้ําผลไม หรือการทําโครงงานแมเหล็ก เปนงานเด็กๆ งายๆ แตมันเปนจุดเริ่มตน พอขึ้นมัธยม ทําใหผมคิด แบบหาคําตอบหรือคิดทีจ่ ะไปทําโ���รงงานมากขึน้ โชคดีที่ ตอน ม.2-3 เขาโครงการของสวทช. ไดเขาไปทํางานวิจยั ดู ว า ผูใ หญเ ขาทําโครงงานอะไรบาง ทําใหไ ดเรีย นรู กระบวนการ ทําใหเราตัง้ คําถามมากขึน้ และชางสังเกต มากขึ้น ปแรกทางสวทช. เขาจะจัดสรรงบใหเราไปทํา โครงงานขึ้นมา เราก็ตองพยายามคิดวาเราสนใจอะไร เรื่องที่เราชอบและอยากจะทํา มันทําใหเราฝกการคน การคิ ด มีขอ สังเกตคืออาจารยในคายก็จะบอกวาผม เปนคนที่ถามเยอะ เชน ทําไม เพราะอะไร ที่จริงคายนี้ ก็ครั้งละ 2 สัปดาห ปหนึ่งเขา 3 ครั้ง แตมันสรางแรง บันดาลใจใหเราอยากทําแบบนักวิจยั เขาทํางานกันจริงๆ มันทําใหเราเห็นโลกกวางขึน้ เรารูวา มันทําอยางนีไ้ ดดวย คิดอยางนี้ ทําอยางนี้ก็ได บางงานวิจัยที่ผมเห็นแลว ประทับใจมาก มันงายๆแตผลของมันก็ยิ่งใหญ ซึ่งทําให ผมยอนกลับมาคิดวา เอะ งานแบบนีเ้ ราเองก็คดิ ไดนนี่ า  175


เราก็สามารถถามคําถามเหลานัน้ ได แตทาํ ไมเราไมถาม เริ่ม จับไดว าทุก อยางมันสามารถเปนงานวิจัยไดหมด แมแตเรือ่ งใกลตวั § ใหลองเลากระบวนการคิดของโครงงานนี้ ฟา - สิ่ ง ที่ ย ากที่ สุ ด คื อ การตั้ งคําถามครั้ง แรก วาเราตองการทําอะไร เมื่อรูคาํ ถามแนนอนแลว เราจะ รูวาจะทําอะไรตอ ครั้งแรกที่ตั้งคําถามนั้น กวาเราจะ ตั้งคําถามไดมันมีหลายองคประกอบ เราตองฝกการ สังเกตจากการทําโครงงาน ( 6 ป) ความจํา (ความรู) ที่เราจัดหมวดหมูไว วิธีการเรียนผมจะไมจําเปนกอนๆ แตจ ะฟง ให เขา ใจแลวจดเทาที่ตัว เองจะเขาใจได คือ เราจะจัดระเบียบความรูเพื่อที่จะใหมันเก็บอยูในระบบ ความคิดของเรา เพื่อที่เราจะดึงออกมาใช มาประกอบ กั บ ความคิ ด ความรูที่ เราสนใจ คําถามแรกจึ งไมใช เรือ่ งงาย มันจะตองมีพนื้ ฐานที่เราสะสมมา § จากคําถามแรก แลวเรามีกระบวนการอะไรตอ ฟา - ก็เฝาคิดเฝาสังเกต เมื่อมันไมพบคําตอบ ก็เริ่มถามหรือหาความรูเขามาเสริม ก็เอาขอมูลเหลานัน้ มาคิดตอ จนเกิดเปนโครงงานขึน้

176   


§ จากที่เลามาจะเห็นวาทางบานจะเปนกอง หนุนทีส่ ําคัญ พอ - เพราะไดหาชองทางใหเขาและเลือกสรรสิ่ง ทีด่ ใี หคอื เรามองวาใน 1 ชัว่ โมงเทากันตองดีทสี่ ดุ คุณภาพ ดีที่สุด § เด็กอื่นๆจะพัฒนาตนเองใหมีความรูความ สามารถนัน้ ไดไหม พอ - ได แตตองลงทุนลงแรงเยอะ พอแมตอง เอาใจใส § ฟามีความเกงติดตัวมาเปนตนทุน คุณพอ คิดวาการเลีย้ งแบบเลือกสรรสิง่ ทีด่ ที สี่ ดุ ให หรือปลอย ใหเขาเรียนตามธรรมชาติ พอ - ถาปลอยตามธรรมชาติไดมากสุดก็เทาผม แตตอนนี้เขาเกงกวาผมหลายสิบเทา เพชรที่เจียระไน ไมดมี นั ก็เปนเพชร อาจจะไวใชตดั กระจก หรือขุดบอน้าํ มัน แตถาเจียระไนดีๆมันขึ้นแหวนได มันคนละความหมาย ของเพชร § กระบวนการเลีย้ งดูแบบไหนทีท่ ําใหเขาเผย ความเปนเพชรในตัวออกมา พอ - เราใหเขามีเวทีแสดงออก สิง่ ทีผ่ มชอบมาก คือเขาพูดวา สิง่ ทีพ่ อพูดเปนความคิดเห็นของพอ สิง่ ทีแ่ ม พูดเปนความคิดเห็นของแม สิ่งที่ทําและเลือกทําเปน  177


ความคิดเห็นของผม ใช สิง่ ทีค่ ณ ุ เลือกทําคุณตองรับผิดชอบ ไมวา จะดีหรือไมดี อะไรทีจ่ ะเกิดขึน้ ก็ตอ งยอมรับมัน § พอใจทีพ่ อแมเลีย้ งดูเราแบบนีไ้ หม พอ - ทําไมจะไมพอใจครับ ผมพอใจ พอแมให ผมไดทําในสิ่ งที่ผมชอบตั้งเยอะ ใหอิสระ ใหผมเลือก ตอนผม 9 ขวบ อยากจะบวช พอแมกพ็ าไปบวช ในการเลีย้ งดูลกู เราใหประสบผลสําเร็จผมวาเรา ตองรูจักลูกของเรากอน สนับสนุนสวนที่เขาตองการ ใหเขามีความคิดเปนของตนเอง เนนการสรางสรรค ในสิ่ง ที่เ ขาอยากทํา การเขาถึงแหลงขอมูล เชน โครงการวิจัยของสวทช. ถาโรงเรีย นสนใจก็ตองเปด ให เด็ ก ของตนเขาไปมีโอกาส นาเสีย ดายคือ สวทช. เปรีย บเหมือ นสถานีโทรทัศนที่สงขาวสารออกไป แต ทุกคนปดทีวหี มดเลย ฟา - เปนเรือ่ งของระบบจริงๆ สวทช. เปนเรือ่ งที่ ไมเกี่ยวกับแนวหลักของโรงเรียน ผมภูมิใจนะที่ผมบอก กับเพือ่ นๆหลายคนวามีโครงการนี้ หลายคนก็ตามเรือ่ ง แลวเขาไดเขาไปซึ่งเขาก็ชอบ และคนพบวาจริงๆ ตัวเอง ก็ไมไดตอ งการเปนหมอแลว คือคนพบวาตัวเองตองการ อะไร พ อ - อยางฟานีต่ อนเด็กๆ อยากเปนหมอ แตพอ เขาโครงการนีแ้ ลวเปลีย่ นใจ อยากใหครูตอ งทําตรงนีด้ วย 178   


คื อ ชว ยให เด็ก ไดมีโอกาสเลือกและคน พบศักยภาพ ของตนเอง แนน อนวาจารุพลนั้นเกิด มาพรอมอัจ ฉริยภาพ ที่ติดตัวเขามา บางคนอาจจะเรียกมันวาพรสวรรค แต พรสวรรคนอี้ าจไมฉายแววเจิดจรัส หากไมใชเพราะพรแสวง ในตัวของจารุพลทีอ่ ดทนและทํางานหนักในสิง่ ทีเ่ ขารัก โดย มีครอบครัวและครูบาอาจารยที่ คอยเจียระไนใหเพชร เม็ดงาม “เพชรทีเ่ จียระในไมดมี นั ก็เปนเพชร อาจไวใชตดั กระจก หรือขุดบอน้าํ มัน แตถา เจียระไนดีๆ มันขึน้ แหวนได มันคนละความหมายของเพชร”

 179


180   


 ทีป่ รึกษา นายแพทยสจุ ริต

สุวรรณชีพ ทีป่ รึกษากรมสุขภาพจิต

นายแพทยหมอมหลวงสมชาย จักรพันธุ อธิบดีกรมสุขภาพจิต นายแพทยอภิชยั

มงคล รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต

นายแพทยวชิระ

เพ็งจันทร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต

นายแพทยเสรี

หงสหยก รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต

แพทยหญิงศุภรัตน เอกอัศวิน ผูอํานวยการสํานักพัฒนาสุขภาพจิต นางสุชาดา

สาครเสถียร รองผูอาํ นวยการสํานักพัฒนาสุขภาพจิต    181


คณะทํางาน นางสาวสมพร อินทรแกว หัวหนากลุมงานพัฒนาระบบงานสุขภาพจิต ประธานคณะทํางาน นางเยาวนาฎ ผลิตนนทเกียรติ นักจิตวิทยา 8 คณะทํางาน นางสาวกาญจนา วณิชรมณีย นักจิตวิทยา 8 คณะทํางาน นางสาววิไล เสรีสิทธิพิทักษ นักจิตวิทยา 8 คณะทํางาน นางสาวจุฑาธิป วัชรานนท นักวิชาการสาธารณสุข 7 คณะทํางาน 182   


นางสาวภัคนพิน กิตติรักษนนท นักวิชาการสาธารณสุข 7 คณะทํางาน นางสาวสิริกุล จุลคีรี นักจิตวิทยา 7 คณะทํางาน นางสาวนันทนภัส ประสานทอง นักวิชาการสาธารณสุข 6 คณะทํางาน นางสาวพัชริน คุณค้าํ ชู นักวิชาการสาธารณสุข 6 คณะทํางาน นางสาวอมรากุล อินโอชานนท นักจิตวิทยา 8 คณะทํางานและเลขานุการ    183


ผูสมั ภาษณ นางสาวพาฝน นางสาวสุวรรณี นายพฤหัส นางสาวเรืองพิลาศ

ศุภวานิช แซลมิ้ พหลกุลบุตร ธรรมวิเศษ

บริษัท จีโอเมทริค จํากัด บริษัท จีโอเมทริค จํากัด บริษัท จีโอเมทริค จํากัด บริษัท จีโอเมทริค จํากัด

184   


185


186   


021_ebook002