Issuu on Google+

หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

เมนบอร์ ดและชิปเซต (Mainboard And Chipset) แนวคิด เมนบอร์ดหรื อแผงวงจรหลัก เป็ นส่ วนสําคัญในระบบคอมพิวเตอร์ถือได้วา่ เป็ นหัวใจที่อยู่ ภายในเครื่ อง เมนบอร์ดที่ใช้กบั เครื่ องพีซีโดยทัว่ ไป เป็ นชนิด ATX เมนบอร์ดแบบออนบอร์ดจะ ติดตั้ง ชิปเสี ยง ชิปการแสดงผลและชิปอื่น ๆ ที่จาํ เป็ นมาให้ ซึ่งผูใ้ ช้ไม่จาํ เป็ นต้องติดตั้งการ์ดเพิ่ม เมนบอร์ดมีส่วนประกอบหลัก ๆ ที่สาํ คัญ คือ ซ็อกเก็ตสําหรับติดตั้งซีพียชู ิปเซ็ตควบคุมการทํางาน ของอุปกรณ์ซ่ ึงมีอยู่ 2 ตัว คือ North Bridgeทํางานกับอุปกรณ์ความเร็ วสู งและ South Bridge ทํางาน กับอุปกรณ์ความเร็ วตํ่า สล็อตสําหรับติดตั้งหน่วยความจํา ระบบบัสและสล็อตสําหรับติดตั้งการ์ด ต่าง ๆ ROM Bios แบตเตอรี่ ขั้วต่อสวิทช์และไฟหน้าเครื่ อง ขั้วต่อสายแหล่งจ่ายไฟ จัมเปอร์สาํ หรับ กําหนดการทํางานของเมนบอร์ด พอร์ตสําหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ IDE และ Floppy disk drive และ พอร์ตสําหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ภายนอก เช่นพอร์ตอนุกรมและพอร์ตขนานพอร์ตคียบ์ อร์ด พอร์ตเม้าส์และพอร์ต USB สําหรับแหล่งจ่ายไฟที่จ่ายให้กบั เมนบอร์ดและอุปกรณ์ต่าง ๆ นั้น โดย ส่ วนใหญ่จ่ายไฟออกมาดังนี้ +3.3V,-5V, +5V, -12V +12V และ 0 V เป็ นสายกราวนด์ เป็ นต้น

สาระการเรียนรู้    

เมนบอร์ด ชนิดของเมนบอร์ด ส่ วนประกอบของเมนบอร์ด ชิปเซ็ต

จุดประสงค์ การเรียนรู้ 1. 2. 3. 4. 5.

บอกหน้าที่และชนิดของเมนบอร์ดได้ บอกส่ วนประกอบต่าง ๆ ที่อยูบ่ นเมนบอร์ดได้ บอกลักษณะขั้วต่อสัญญาณไฟที่จ่ายให้กบั อุปกรณ์ต่างๆที่ออกมาจากแหล่งจ่ายไฟได้ อธิบายหน้าที่การทํางานของส่ วนประกอบต่าง ๆ บนเมนบอร์ดได้ ประกอบติดตั้งแหล่งจ่ายไฟลงบนเมบอร์ดได้


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

5.1 เมนบอร์ ด(Main board) เมนบอร์ ด (Mainboard) เป็ นแผงวงจรหลักในคอมพิวเตอร์ ใช้สาํ หรับติดตั้งหรื อเชื่อมต่อกับ อุปกรณ์ต่างๆ เช่น ซี พียู แรม ฮาร์ ดดิสก์ ฟลอปปี้ ดิสก์ไดร์ฟ ซีดีรอมไดร์ ฟ ดีวีดีรอมไดร์ฟ เครื่ อง เขียนแผ่นซีดีหรื อดีวีดี และการ์ดต่าง ๆ เช่น การ์ดแสดงผล การ์ดเสี ยง เป็ นต้น ซึ่ งการ์ดต่างๆเหล่านี้ จะติดตั้งลงบนช่องสําหรับเสี ยบการ์ดเพิ่มเติม ที่เรี ยกว่า สล็อต (Slot) เมนบอร์ดบางรุ่ น เรี ยกว่า เป็ น แบบออนบอร์ ด (Onboard) หมายความว่า เมนบอร์ ดนัน่ อาจจะได้ติดตั้ง ชิปเสี ยง ชิปแสดงผลหรื อ ชิปอื่น ๆ มาแล้วบนตัวเมนบอร์ด ไม่จาํ เป็ นต้องติดตั้งการ์ดอื่นเพิ่มเข้าไปอีก อุปกรณ์สาํ คัญที่ทาํ ให้ เมนบอร์ดมีความสามารถต่างกัน คือ ชิปเซ็ต (chipset) ซึ่งมีไว้สาํ หรับ ประสานการทํางานระหว่าง อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่อยูบ่ นเมนบอร์ ดและที่ดา้ นท้ายของเมนบอร์ ด ไม่ว่าจะเป็ นที่อยูข่ องพอร์ ตสําหรับ ต่ออุปกรณ์ภายนอก เช่น เม้าส์ คียบอร์ด พอร์ตยูเอสบี เครื่ องพิมพ์ เสี ยง การ์ดจอ โมเด็มและแลน แบบ Onboard เป็ นต้น

รู ปที่ 5.1 ตัวอย่ างเมนบอร์ ด

5.2 ชนิดของเมนบอร์ ด เมนบอร์ด มีการออกแบบโครงสร้างที่ไม่เหมือนกัน จึงทําให้มีลกั ษณะรู ปร่ างและซ็อกเก็ต สําหรับติดตั้งซีพียไู ม่เหมือนกันไปด้วย สําหรับรู ปแบบของเมนบอร์ด (Form Factor) หรื อชนิดของ เมนบอร์ด ที่นิยมใช้งานกันในปัจจุบนั มีดงั นี้

รูปที่ 5.2 ชนิดของเมนบอร์ ด

AT


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

5.2.1 เมนบอร์ ดแบบเอที (AT) เป็ นเมนบอร์ดรุ่ นเก่า ด้านหลังเมนบอร์ดจะติดตั้งขั้วต่อ คียบ์ อร์ดแบบ AT หรื อ Din เป็ นแบบหัวกลมใหญ่มาบนเมนบอร์ดเลย ปั จจุบนั เลิกใช้แล้ว

รู ปที่ 5.3 เมนบอร์ ดแบบ AT 5.2.2 เมนบอร์ ดแบบเอทีเอ็ก (ATX) เป็ นเมนบอร์ดที่บริ ษทั อินเทล เป็ นผูก้ าํ หนดมาตรฐาน ขึ้นมาเพื่อใช้แทนเมนบอร์ ดแบบAT มีรูปร่ างลักษณะเป็ นแบบสี่ เหลี่ยมผืนผ้า มีส่วนยาวมากกว่า ส่ วนกว้าง ซึ่ งเมนบอร์ ดชนิดนี้เน้นเรื่ องประสิ ทธิภาพและการระบายความร้อน โดยวางตําแหน่งให้ แรมและซีพียอู ยูใ่ กล้กนั และตําแหน่งติดตั้งซี พียใู กล้กบั พัดลมระบายความร้อนของตัวเคส (Case) พอร์ตและขั้วต่อ (Connector) สําหรับต่อพ่วงอุปกรณ์ต่างๆที่อยูด่ า้ นหลังเมนบอร์ ด จะถูกกําหนดไว้ เป็ นสี ต่างกัน เพื่ออํานวยความสะดวกให้กบั ผูใ้ ช้ ในการนําอุปกรณ์มาเสี ยบต่อได้โดยไม่ผิดพลาด เมนบอร์ดชนิดนี้จะต้องใช้กบั เคสหรื อตัวเครื่ องที่เป็ นแบบ ATX

รูปที่ 5.4 เมนบอร์ ดแบบ ATX


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

5.2.3 เมนบอร์ ดแบบ Micro ATX เป็ นเมนบอร์ดในมาตรฐานเดียวกับเมนบอร์ดแบบ ATX ทุกประการ แต่ลดขนาดของตัวเมนบอร์ดให้เล็กลง เพื่อให้ใช้กบั ตัวเคสแบบ ATX ที่มีขนาดเล็กได้ และทําให้เครื่ องคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กประหยัดพื้นที่ในห้องทํางาน ซึ่งเมนบอร์ดแบบนี้จะมีช่อง สล็อตสําหรับติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ เพียง 2-3 ช่อง เท่านั้น เนื่องจากส่ วนใหญ่เป็ นแบบ ออนบอร์ด ติดตั้งอุปกรณ์พ้นื ฐานไปไว้ในชิปเซ็ตบนเมนบอร์ดเรี ยบร้อยแล้ว

รู ปที่ 5.5 เมนบอร์ แบบ Micro ATX 5.2.4 เมนบอร์ ดแบบ Flex ATX และ ITX เหมาะสําหรับเครื่ องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ซึ่ง ช่วยประหยัดเนื้อที่บนโต๊ะทํางานได้มาก โดยลดจํานวนสล็อตลงและอุปกรณ์เกือบทั้งหมดเป็ นชิป ออนบอร์ด ซึ่งตัวเครื่ องที่ใช้กบั เมนบอร์ดแบบ Flex ATX และ ITX มักมีขนาดเล็กเป็ นพิเศษ ไม่ สามารถเพิ่มอะไรได้มากนัก ในบางครั้ง เรี ยกว่าเป็ น คอมพิวเตอร์แบบ Mini-PC

รู ปที่ 5.6 เมนบอร์ แบบ Flex ATX 5.2.5 เมนบอร์ ดแบบ BTX ย่อมาจาก Balanced Technology Extended เป็ นฟอร์มแฟคเตอร์ รู ปแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยบริ ษทั อินเทล เพื่อช่วยลดปั ญหาเรื่ องความร้อนภายในตัวเครื่ อง โดยปรับปรุ งระบบระบายความร้อนภายในตัวเครื่ องให้มีประสิ ทธิ ภาพมากยิง่ ขึ้น โดยย้ายตําแหน่ง การจัดวางอุปกรณ์ ต่าง ๆ บนเมนบอร์ ดเสี ยใหม่ คือ ย้ายตําแหน่ งซี พียูมาจัดอยู่บริ เวณด้านหน้า


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

ของตัวเครื่ องและติดตั้งฝาครอบ (Thermal Module) พร้อมพัดลมดูดอากาศเย็นจากภายนอกบริ เวณ หน้าตัวเครื่ องเพื่อมาเป่ าให้กบั ซี พียโู ดยตรง ก่อนที่จะพัดผ่านไปยังส่ วนต่าง ๆ แล้วดูดออกไปทาง ด้านหลังหรื อด้านข้างของตัวเครื่ อง

รู ปที่ 5.7 เมนบอร์ แบบ BTX

5.3 ส่ วนประกอบของเมนบอร์ ด เมนบอร์ดโดยทัว่ ไปจะมีส่วนประกอบหลัก ๆ ก็คือ ซ็อกเก็ต (Socket) สําหรับติดตั้งซีพียแู ละ แรม สล็อต (Slot) สําหรับติดตั้งการ์ดเสริ มต่างๆ เช่น การ์ดจอ การ์ดเสี ย งและด้านท้ายจะมี พอร์ต และขั้วต่อสําหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่น ๆ แต่ส่วนประกอบที่สาํ คัญบนเมนบอร์ด ที่ทาํ ให้ เมนบอร์มีประสิ ทธิภาพและคุณสมบัติต่างกันก็คือชิปเซ็ตที่อยูบ่ ริ เวณใจกลางเมนบอร์ด ดังรู ป

รู ปที่ 5.8 ส่ วนประกอบของเมนบอร์ ด


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

ต่อไปจะได้กล่าวถึงรายละเอียดของส่ วนประกอบต่าง ๆ ที่อยูบ่ นเมนบอร์ด ซึ่งมีดงั นี้ 5.3.1 ซ็อกเก็ตติดตั้งซีพยี ู (CPU Socket ) การเลือกเมนบอร์ ดนอกจากดูว่าใช้ซีพียูใดแล้ว ยังต้องเลือกซ็อตเก็ตที่จะใช้สําหรับ ติดตั้งซี พียใู ห้ตรงกับที่ตอ้ งการใช้งานด้วย โดยเมนบอร์ดเเต่ละรุ่ นก็จะออกแบบซ็อตเก็ตสําหรับใช้ กับซีพียยู หี่ อ้ หรื อรุ่ นใดรุ่ นหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งซ็อกเก็ตที่ยงั คง มีใช้งานในปัจจุบนั มีดงั นี้ ตารางที่ 5.1 ลักษณะรู ปร่ างของซ็อกเก็ตซีพยี ู ซ็อกเก็ต

ลักษณะรู ปร่ าง

ซ็อกเก็ต

370

754

462

775

478

939

ลักษณะรูปร่ าง

รู ปที่ 5.9 ลักษณะซ็อกเก็ตซีพยี ูทตี่ ิดตั้งอยู่บนเมนบอร์ ด


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

5.3.2 ชิปเซ็ต (Chip Set) ชิ ปเซ็ตจะถือว่าเป็ นส่ วนสําคัญของเมนบอร์ ดอีกตัวหนึ่ ง���ลยก็ว่าได้ ชิ ปเซ็ตจะเป็ น ตัวเชื่ อมความสัมพันธ์ระหว่าง อุปกรณ์ทางด้านความเร็ วสู งกับอุปกรณ์ดา้ นความเร็ วที่รองลงไป ให้สามารถติดต่อสื่ อสารอย่างสัมพันธ์กนั เพราะความสามารถต่าง ๆ ที่เมนบอร์ดมีน้ นั ส่ วนใหญ่ชิป เซ็ตจะเป็ นตัวกําหนด ไม่ว่าจะเป็ นเรื่ องของการกําหนดความถี่ให้แก่ระบบบัสทั้งระบบ หรื อจะเป็ น การจํากัดสิ ทธิ์ในการให้ใช้ซีพียขู องยีห่ อ้ ใดได้บา้ ง หรื อให้สามารถรองรับหน่วยความจําประเภทใด อีกทั้งเป็ นตัวกําหนดให้เมนบอร์ดนั้นต้องมีสล็อตแบบใดบ้างและอีกหลายๆคุณสมบัติดว้ ยกันที่มีอยู่ ในตัวของชิปเซ็ต ซึ่งรายละเอียดจะได้กล่าวถึงต่อไป

รูปที่ 5.10 ชิปเซ็ตทีต่ ิดตั้งบนเมนบอร์ ด 5.3.3 ช่ องสํ าหรับติดตั้งแรม ช่องหรื อสล็อตสําหรับติดตั้งแรม เป็ นส่ วนที่ใช้สาํ หรับนําหน่วยความจําแรมมาติดตั้ง ลงบนตําแหน่งที่ระบุ เมนบอร์ดแต่ละรุ่ นจะมีสล็อตเพื่อติดตั้งแรมต่างชนิดกันขึ้นอยูก่ บั ว่าเมนบอร์ด ที่ออกแบบมานั้นสามารถรองรับแรมชนิดใดบ้าง ซึ่งโมดูลของแรมแต่ละชนิดก็มีลกั ษณะร่ องบากที่ ไม่เหมือนกัน มีจาํ นวนขาไม่เท่ากัน จึงทําให้สล็อตบนเมนบอร์ดมีลกั ษณะต่างกันไปด้วย สําหรับ สล็อตต่อแรมบนเมนบอร์ดมีดงั นี้ 1. SIMM แบบ 30 ขา (8 บิต) ใช้กบั แรมรุ่ นแรกปัจจุบนั เลิกใช้แล้ว 2. SIMM แบบ 72 ขา (32 บิต) ใช้กบั แรมแบบ EDO 3. RIMM แบบ 184 ขา (16 บิต) ใช้กบั แรมแบบ RDRAM 3. DIMM แบบ 168 ขา (64 บิต) ใช้กบั แรมแบบ SDRAM 4. DIMM แบบ 184 ขา ใช้กบั แรมแบบ DDR SDRAM 5. DIMM แบบ 240 ขา ใช้กบั แรมแบบ DDR II


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

รู ปที่ 5.11 ช่ องเสี ยบแรมในเมนบอร์ ดแบบต่ าง ๆ 5.3.4 ระบบบัสและสล็อตสํ าหรับติดตั้งการ์ ดเสริม อุปกรณ์ต่าง ๆ บนเมนบอร์ด จะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกผ่านพอร์ตของเมนบอร์ดซึ่ง มีการรับ-ส่ งข้อมูลกันอยูต่ ลอดเวลาโดยข้อมูลหรื อคําสั่งนี้จะวิ่งอยูบ่ นถนนหรื อทางเดินข้อมูลบน เมนบอร์ดที่เรี ยกว่าบัส (Bus) แต่เนื่องจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยูน่ ้ นั ต้องการความเร็ วในการติดต่อ แตกต่างกันระบบบัสบนเมนบอร์ดจึงถูกแบ่งออกเป็ นหลายชุดสําหรับการทํางานดังนี้ 1. ระบบบัสแบบ ISA (Industry Standard Architecture) เป็ นบัสแบบ 8 Bit และ16 Bit และต่อมาได้พฒั นามาเป็ น EISA (Extended Industry Standard Architecture) ขนาด 32 Bit เป็ นบัส รุ่ นเก่าปั จจุบนั ไม่ได้ใช้แล้ว

รูปที่ 5.12 ระบบบัสแบบ ISA 2. ระบบบัสแบบ PCI (Peripheral Component Interconnect) ซึ่งระบบบัสแบบนี้มี ชิป เซ็ตเป็ นตัวควบคุมโดยเฉพาะ ทําให้มีความเร็ วในการติดต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ทําได้สูงขึ้น คือ 33 MHz เป็ นบัสแบบ 32 บิต มีความเร็ วในการรับ-ส่ งข้อมูลเท่ากับ 133 MB/s ซึ่งระบบบัสชนิดนี้ใช้ เชื่อมต่อกับสล็อตแบบ PCI (ส่ วนใหญ่สล็อตมีสีขาวบนเมนบอร์ดตามปกติมี 5-6 สล็อต) มักใช้กบั อุปกรณ์ความเร็ วสูงรองลงมาจากการ์ดแสดงผล ได้แก่ การ์ดเสี ยง โมเด็ม และการ์ดแลน เป็ นต้น


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

รูปที่ 5.13 สล็อตแบบ PCI 3. ระบบบัสแบบAGP (Accelerated Grahpic Port) เป็ นระบบบัสความเร็ วสู งซึ่งพัฒนา โดยบริ ษทั อินเทล เพื่อนํามาใช้กบั การ์ดแสดงผลที่รองรับงานมัลติมีเดีย ซึ่งบัสชนิดนี้จะเชื่อมต่ออยู่ กับสล็อตAGP สําหรับการ์ดแสดงผลโดยเฉพาะจะอยูใ่ กล้กบั ซีพียทู ี่สุดและมีได้เพียง1 สล็อตเท่านั้น ความเร็ วเริ่ มต้นที่มาตรฐาน 1x คือ 66 MHz ทํางานในแบบ 32 บิต มีอตั ราในการรับ-ส่ งข้อมูลอยูท่ ี่ 266 MB/s และได้มีการพัฒนาให้มีความเร็ วสู งขึ้นอีก เป็ น 2x , 4x และ 8x ซึ่งสามารถรับ-ส่ งข้อมูล ได้สูงถึง 2 GB/s จึงเป็ นระบบบัสสําหรับการ์ดแสดงผลที่ยงั ได้รับความนิยมอยู่

รู ปที่ 5.14 สล็อตแบบ AGP สํ าหรับการ์ ดแสดงผล 4. ระบบบัสแบบ PCI Express เนื่องจากความต้องการอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่มีความเร็ วใน การรับ-ส่ งข้อมูลที่สูงขึ้น และระบบบัสแบบเดิม ยังไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการนี้ได้ อย่างเต็มที่ เนื่องจาก PCI มีความเร็ วที่ต่าํ ไป ส่ วน AGP ใช้ได้กบั การ์ดแสดงผลเพียงอย่างเดียวและ มีได้ 1 สล็อตเท่านั้น จึงได้มีการพัฒนาระบบบัสแบบใหม่ คือ PCI Express ขึ้นมา ซึ่งเป็ นบัสที่มี ความเร็ วสูงถึง 500 MB/s สําหรับ PCI Express x 1 ซึ่งจะนํามาใช้กบั สล็อตที่ติดตั้งการ์ดเสริ มทัว่ ไป


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

ส่ วน PCI Express x 16 มีอตั ราการรับ-ส่ งข้อมูลสูง 4-8 GB/s จะนํามาใช้แทนที่มาตรฐาน AGP 8x ที่ใช้กบั การ์ดแสดงผลโดยในขณะนี้ผผู ้ ลิตเมนบอร์ดต่าง ๆ ได้เริ่ มนําบัสมาตรฐานนี้มาใช้กนั มากขึ้น

รูปที่ 5.15 สล็อตแบบ PCI Express 5.3.5 ขั้วต่ อหรือพอร์ ตสํ าหรับต่ อไดร์ ฟ ขั้วต่อหรื อพอร์ตสําหรับต่อไดร์ฟเป็ นส่วนที่ใช้ในการควบคุมการทํางานของอุปกรณ์ ประเภทตัวขับหรื อไดร์ฟต่าง ๆ ที่สาํ คัญ ได้แก่ Hard Disk Drive , CD-ROM Drive และ Floppy Disk Drive รวมทั้ง Writer แบบต่าง ๆ ที่จะต้องพึ่งพาขั้วต่อเหล่านี้ ในอดีตนั้นชุดควบคุมอุปกรณ์ ประเภทตัวขับจะอยูภ่ ายนอกแยกเป็ นอิสระ ที่เรี ยกว่า Controller Card หรื อ Multi I/O หมายความว่า สามารถควบคุมและเป็ นตัวค่อยเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ส่วนการนําเข้าและส่ วนการแสดงผลได้ในการ์ด ตัวเดียวกัน นัน่ เอง แต่ในปัจจุบนั ถูกติดตั้งไว้บนเมนบอร์ดเลย รายละเอียดของขั้วต่อมีดงั นี้


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

1. ขั้วต่อหรื อพอร์ตสําหรับอุปกรณ์ IDE เป็ นพอร์ตที่ใช้สาํ หรับควบคุมการทํางานของอุปกรณ์ IDE (Intergrated DriveElectronics) ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ ซีดีรอมไดร์ฟ และตัวเครื่ องเขียนแผ่นต่าง ๆ ซึ่งตามปกติบน เมนบอร์ดจะมีข้ วั ต่อ IDE จํานวน 2 พอร์ต แต่ละพอร์ตจะต่อพ่วงกับอุปกรณ์ IDE ได้ 2 ตัว โดย ใช้สายแพร (Ribbon Cable) เป็ นตัวเชื่อมต่อระหว่างพอร์ตกับอุปกรณ์แต่ละตัว บนเมนบอร์ดมักจะ กําหนดให้พอร์ตที่ 1 เป็ นพอร์ตที่ใช้เชื่อมต่อกับฮาร์ดดิสก์ ซึ่งมักจะมีตวั อักษร IDE0 หรื อ IDE1 กํากับไว้ที่ดา้ นข้างแต่เมนบอร์ดบางรุ่ นอาจเขียนไว้วา่ Primary ก็ได้ ส่ วนมากพอร์ตจะมีสีเป็ นสี น้ าํ เงิน และให้พอร์ตที่ 2 เป็ นพอร์ตที่ใช้เชื่อมต่อกับซีดีรอหรื อดีวดี ีรอมไดร์ฟและเครื่ องเขียนแผ่นซึ่ง มักมีตวั อักษร IDE2 หรื อ Secondary กํากับไว้ที่ดา้ นข้าง เช่นเดียวกัน สําหรับเมนบอร์ดรุ่ นใหม่ ๆ จะมีพอร์ต IDE มาให้เพียง 1 พอร์ต แต่มีพอร์ต SATA (Serial ATA) เพิม่ มาแทน

รูปที่ 5.16 ขั้วต่ อหรือพอร์ ตสํ าหรับอุปกรณ์ IDE สําหรับมาตรฐาน IDE ที่ใช้มีดงั นี้ 1) Ultra ATA/33 มีชื่อเรี ยกหลายอย่างว่า Ultra DMA/33 หรื อ UDMA2 เป็ น มาตรฐานที่พฒั นาต่อมาจาก ATA-2 มีการรับส่ ง-ข้อมูลด้วยความเร็ ว 33 MB/s โดยใช้ สายแพรแบบ 40 เส้นเป็ นตัวเชื่อมต่อไดร์ฟ ปั จจุบนั มีเพียงซีดีรอมไดร์ฟ เท่านั้นที่ยงั คงเชื่อมต่อกับมาตรฐานนี้

รู ปที่ 5.17 ขาสั ญญาณและสาย IDE 40 Pin


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

2) Ultra ATA/66/100/133 หรื ออาจเรี ยกได้วา่ Ultra DMA/66/100/133 เป็ น ระบบควบคุมที่พฒั นาต่อจาก Ultra ATA/33 ทําให้มีความเร็ วในการรับ-ส่ งข้อมูลสูงขึ้น เป็ น 66/100/133 MB/s แต่การที่จะใช้คุณสมบัติน้ ีได้ทุกส่ วนจะต้องสนับสนุนกัน อันได้แก่ ฮาร์ดิสก์ เมนบอร์ด ชิปเซ็ตและระบบปฏิบตั ิการ สําหรับสายควบคุมการทํางานใช้แบบ 80 เส้นซึ่งจะมีข้ วั ต่อ เพียง 40 ขา เหมือนกับสายแพรแบบ 40 เส้นทุกประการ เพียงแต่เพิม่ สายกราวด์แทรกระหว่างเส้น เดิมทุกเส้นเพือ่ ลดปัญหาสัญญาณรบกวนฮาร์ดดิสก์ที่ผลิตในปั จจุบนั รองรับมาตรฐานนี้

รู ปที่ 5.18 สายแพรฮาร์ ดดิสก์ IDE 80 Pin 3) Serial ATA หรื อเรี ยกกันสั้น ๆ ว่า SATA เป็ นพอร์ตมาตรฐานใหม่ที่มา แทนที่มาตรฐาน IDE มีการรับ-ส่ งข้อมูลแบบอนุ กรม (Serial) ซึ่ งเดิมแบบ IDE ใช้การรับ-ส่ ง ข้อมูลในแบบขนาน มีความเร็ วสู งถึง 150 MB/s และพัฒนาความเร็ วขึ้นเป็ น 300 และ 600 MB/s สําหรับสายที่ใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ประเภท SerialATA เช่น ฮาร์ดดิสก์ เป็ นสายขนาดเล็กมี 7 เส้น ซึ่งเล็กกว่าแบบ IDE เดิมมาก ทําให้ลดความแออัดและความร้อนในตัวเครื่ องได้อีกด้วย

รูปที่ 5.19 พอร์ ตและสายแบบ Serial ATA


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

2. ขั้วต่อหรื อพอร์ตสําหรับเชื่อมต่อ ฟลอปปี้ ดิสก์ไดร์ฟ มีไว้สาํ หรับเชื่อมต่อฟลอปปี้ ดิสก์ไดร์ฟเพียงอย่างเดียว พอร์ตชนิดนี้มกั อยูใ่ กล้ ๆ กับพอร์ต IDE แต่มีขนาดสั้นกว่าเนื่องจากมีเพียง 34 ขา สายแพรที่ใช้เชื่อมต่อมีลกั ษณะคล้ายกัน แต่มีเพียง 34 เส้น ถ้าเป็ นสายไขว้สามารถต่อฟลอปปี้ ดิสก์ไดร์ฟได้ 2 ตัว บนเมนบอร์ดทัว่ ไปมี เพียง 1 พอร์ตด้านข้างพอร์ตอาจเขียนว่า FDD,FDC หรื อ Floppy disk

รูปที่ 5.20 พอร์ ตและสายสํ าหรับเชื่อมต่ อฟลอปปี้ ดิสก์ ไดร์ ฟ 5.3.6 รอมไบออส (ROM BIOS) ใช้เก็บโปรแกรม BIOS ซึ่งเป็ นโปรแกรมเล็ก ๆ ที่จาํ เป็ นต่อการบู๊ตระบบ มีหน้าที่ใน การตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ต่าง ๆ หลังจากที่เราเปิ ดเครื่ องคอมพิวเตอร์ข้ ึนมา และเพื่อ ทํางานตามขบวนการ โปรแกรม BIOS นี้ ไม่สามารถแก้ไขหรื อเปลี่ยนแปลงได้ แต่ต่อมาก็ได้ เปลี่ยนมาใช้ชิปแบบ Flash BIOS ซึ่ งสามารถอัพเดทไบออสได้จึงทําให้รู้จกั กับอุปกรณ์ใหม่ ๆ ได้ มากขึ้นผูผ้ ลิตชิปไบออสที่ได้รับความนิยมในปัจจุบนั คือ AMI และ Award ซึ่ งเป็ นผูผ้ ลิตชิปไบออส ที่มีคุณสมบัติเเละลักษณะการทํางานไม่แตกต่างกันมากนัก โดยปกติชิปไบออสจะประกอบไปด้วย 2 ส่ วนคือ ชิปรอมไบออสและชิปซี มอส ชิปซีมอส (CMOS) เป็ นชุดโปรแกรมขนาดเล็กที่เก็บค่า มาตรฐานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จาํ ป็ นต่อการบู๊ตระบบเอาไว้ เช่น ชนิ ดและความเร็ วของซี พียู แรม ฮาร์ดดิสก์และซีดีรอมไดร์ฟ เป็ นต้น โดยชิปซีมอสมีลกั ษณะการทํางานเหมือนกับแรมจึงจําเป็ นต้อง มีไฟเลี้ยงตลอดเวลา ซึ่ งได้จากแบตเตอรี่ บนเมนบอร์ ดนัน่ เอง ด้วยเหตุน้ ีจึงสามารถแก้ใขข้อมูลใน ชิปซีมอสได้ดว้ ยการกําหนดค่าในส่ วนที่เรี ยกว่า CMOS setup ดังนั้นเมื่อเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทุกครั้ง จึงมักต้องเข้าไปกําหนดค่าในส่ วนนี้ แต่ปัจจุบนั ชิปไบออสรุ่ นใหม่ เมื่อเปิ ดเครื่ องทํางานก็มกั จะมี


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

การตรวจสอบและรู ้จกั กับอุปกรณ์ใหม่ๆ ที่ติดตั้งเพิ่มโดยอัตโนมัติจึงไม่จาํ เป็ นต้องเข้าไปกําหนดค่า ในส่ วนนี้อีกต่อไปแล้ว

รูปที่ 5.21 ROM BIOS ทีอ่ ยู่บนเมนบอร์ ด 5.3.7 แบตเตอรี่ (Battery) และจัมเปอร์ (Jumper) แบตเตอรี่ หรื อถ่านเป็ นส่ วนที่จ่ายไฟเลี้ยงให้กบั CMOS เพื่อรักษาข้อมูลที่ทาํ การSetup หรื อการตั้งค่าใน BIOSไว้ เช่น เวลาของเครื่ องและค่าอื่น ๆ หากแบตเตอรี่ เสื่ อมหรื อกระแสไฟฟ้ า หมดก็จะทําให้เกิดความผิดพลาดในการจดจําข้อมูลที่เก็บไว้ได้ เช่น เมื่อเปิ ดเครื่ องขึ้นมาแล้วค่า ต่าง ๆ ที่ต้ งั ไว้หายไป ต้องทําการตั้งค่าใหม่ทุกครั้งนั้นแสดงว่า แบตเตอรี่ อ่อนหรื อหมดต้องทําการ เปลี่ยนถ่านหรื อแบตเตอรี่ ใหม่ หลังจากเปลี่ยนแล้วจะต้องเข้าไปตั้งค่าต่าง ๆ ใน BIOSใหม่ เพื่อให้ เครื่ องคอมพิวเตอร์ทาํ งานได้อย่างเต็มประสิ ทธิภาพต่อไป แต่หากต้องการจะลบค่าใน BIOS ก็ สามารถทําได้ โดยการถอดแบตเตอรี่ ออก หรื อย้ายจัมเปอร์มาเสี ยบระหว่างขั้วต่อขา ที่มีตวั อักษร กํากับว่า CLEAR CMOS ไว้ประมาณ 2-3 วินาที แล้วจึงย้ายจัมเปอร์ออกมาเสี ยบในตําแหน่งเดิม จัมเปอร์น้ ีจะอยูบ่ ริ เวณใกล้ๆ กับแบตเตอรี่ ถา้ หาไม่พบให้ดูจากคู่มือเมนบอร์ด สําหรับแบตเตอรี่ ที่ใช้ ในท้องตลาดมี 2 ประเภท คือ แบบนิ เกิ ล-แคดเมี่ยม (Ni-Cad) มีแรงดันไฟฟ้ า 3.6โวลต์ และแบบ ลิเทียมมีแรงดันไฟฟ้ า 3 โวลต์

รูปที่ 5.22 แบตเตอรี่ Backup และการลบค่ าใน CMOS


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

จัมเปอร์ (Jumper) เป็ นอุปกรณ์ที่เป็ นตัวนําทางไฟฟ้ า ทําจากแผ่นทองแดงมาพับเข้าหา กันอยูภ่ ายใน ใช้สาํ หรับเสี ยบลงบนขาโลหะเพื่อใช้ในการเชื่อมต่อวงจรให้ถึงกัน ในกรณี ที่ตอ้ งการ กําหนดค่าเพื่อให้ทาํ งานหรื อให้ยกเลิกการทํางาน อย่างใดอย่างหนึ่ ง แล้วแต่ว่าผูผ้ ลิตเมนบอร์ ดจะ กําหนดไว้เป็ นอย่างไรหรื อใช้ในการกําหนดการทํางานของอุปกรณ์แต่ละชนิดตามคู่มือของอุปกรณ์ นั้น ด้านนอกของจัมเปอร์เป็ นพลาสติกสี่ เหลี่ยมอันเล็ก ๆ มีหลากสี ดงั รู ป

รูปที่ 5.23 ตัวอย่ างจัมเปอร์ นอกจากจัมเปอร์ แล้วยังมีอุปกรณ์อีกชนิ ดหนึ่ งเรี ยกว่า ดิพสวิทช์ (dip : daul in-line package) ซึ่งเป็ นแผงสี่ เหลี่ยมพลาสติก ที่ประกอบไปด้วยสวิทช์ขนาดเล็ก ๆ เรี ยงกันอยูบ่ นแผง เพื่อ กําหนดการทํางานของวงจร เปิ ด หรื อ ปิ ด มีไว้สาํ หรับกําหนดค่าการทํางานของเมนบอร์ ดเช่นกัน ในอดีตทั้งจัมเปอร์และดิพสวิทช์ต่างก็มีหน้าที่กาํ หนดค่าความเร็ วบัสของระบบ (FSB) ความเร็ วบัส ของแรม การ์ด AGP ตั้งค่าตัวคูณสัญญาณสําหรับซี พียู กําหนดแรงดันไฟเลี้ยงซี พียแู ละแรมแต่ใน ปั จจุบนั ไม่ค่อยมีความจําเป็ นต้องกําหนดค่าบนตัวดิพสวิทช์หรื อจัมเปอร์ อีกต่อไป เนื่ องจากไบออส บนเมนบอร์ ดรุ่ นใหม่ จะกําหนดค่าความเร็ วบัสและแรงดันไฟเลี้ยงที่จ่ายให้กบั อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ โดยอัตโนมัติเมื่อเปิ ดเครื่ อง ดังนั้นจัมเปอร์ จึงเหลือหน้าที่อยู่เพียง 2 อย่างคือ จัมเปอร์ สําหรับล้าง ค่าที่กาํ หนดไว้ในไบออสหรื อ Clear CMOS และจัมเปอร์ ที่กาํ หนด ให้สามารถใช้ปุ่มบนคียบ์ อร์ ด เปิ ดเครื่ องได้ สําหรับที่ตวั ฮาร์ดดิสก์ IDE ก็ยงั คงใช้จมั เปอร์ในการตั้งค่าอยูเ่ ช่นกัน

รูปที่ 5.24 แสดงตําแหน่ งการกําหนดจัมเปอร์ สําหรับ Clear CMOS และ ดิพสวิทช์


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

5.3.8 ช่ องเสี ยบแหล่ งจ่ ายไฟ เป็ นขั้วต่อแหล่งจ่ายไฟบนเมนบอร์ด มีไว้สาํ หรับต่อไฟเลี้ยงจาก Power Supply มายังเมนบอร์ด มีลกั ษณะดังนี้คือ 1. แบบ AT 12 Pin (P8,P9) ใช้กบั เมนบอร์ดรุ่ นเก่าแบบ AT มีสายแยกออกเป็ น 2 ชุด ชุดละ 6 เส้น การต่อใช้งานให้สีดาํ ชนกันอยูต่ รงกลางโดยเวลาที่จะเชื่อมต่อ Power Connector เข้ายัง ช่องเสี ยบจะต้องเรี ยงสายไฟของขั้วด้านที่เป็ นสายสี ดาํ ให้ชิดกัน แล้วถึงจะสามารถนําไปเสี ยบยัง ช่องเสี ยบไฟบนเมนบอร์ดได้เพียงทางเดียว ห้ามเสี ยบสลับข้างเพราะจะทําให้เมนบอร์ดเสี ยหายได้

รูปที่ 5.25 ขั้วต่ อและช่ องเสี ยบแหล่งจ่ ายไฟในเมนบอร์ ดแบบ AT 2. แบบ ATX 20 Pin สําหรับเมนบอร์ดชนิด ATX มีสายไฟเป็ นชุดเดียวกันจํานวน 20 เส้น แบ่งออก 2 แถว ๆ ละ 10 เส้น บนเมนบอร์ ดมีข้ วั ต่อแบบ 20 ช่ อง สําหรับนําสายจาก Power Supply มาเสี ยบเพื่อจ่ายไฟเลี้ยงให้กบั เมนบอร์ ดการเสี ยบให้นาํ ด้านที่มีหวั ล็อคมาเทียบกับ ขั้วต่อด้านที่มีคนั ล็อคให้ตรงกัน และดันเข้าไปให้สุดจนคันล็อค สําหรับเมนบอร์ ดรุ่ น ATX 2.0 จะ ใช้ข้ วั ต่อแบบ 24 ช่องซึ่ งคงจะต้องใช้กบั Power Supply รุ่ น ATX 2.0 ที่มีหวั จ่ายไฟแบบ 24 ช่อง เช่นเดียวกัน แต่กส็ ามารถแปลงมาใช้กบั หัวแบบ 20 ช่องได้

รู ปที่ 5.26 ขั้วต่ อและช่ องเสียบแหล่ งจ่ ายไฟในเมนบอร์ ด


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

เมนบอร์ดสมัยใหม่จะมี 24 Pin เพิ่มมาแต่ถา้ หากว่าการ์ดแสดงผล (Graphic card) ไม่ ต้องการไฟมากก็สามารถใช้ Power Supply แบบ 20 pin ได้ ซึ่งบน Power Supply สมัยใหม่จะทํามา เป็ นแบบ 20+4 pins คือถอดประกอบได้ สามารถใช้กบั เมนบอร์ดรุ่ นเก่าและรุ่ นใหม่ได้

รูปที่ 5.27 ขั้วต่ อของแหล่งจ่ ายไฟแบบ 24 Pin นอกจากที่กล่าวมาแล้วบนเมนบอร์ดยังประกอบไปด้วยขั้วต่อแบบอื่นๆอีกเช่นขั้วต่อ ไฟเลี้ยงซีพียสู าํ หรับเมนบอร์ดที่ใช้กบั ซีพยี ู Pentium 4 ของอินเทลจะมีข้ วั ชนิดนี้อยูบ่ นเมนบอร์ด เพื่อจ่ายไฟเลี้ยงให้กบั ซีพยี โู ดยเฉพาะได้แก่ ขั้วต่อไฟ 12V เป็ นขั้วต่อชนิด 4 ช่อง แต่ถา้ เป็ นรุ่ น ATX 2.0 ขั้วต่อชนิดนี้จะเพิ่มเป็ นแบบ 8 ช่อง แต่ใช้ไฟ 12 V เท่าเดิม บางเมนบอร์ดจะทําขั้วจ่ายไฟซีพยี ู มาเป็ น 8 pins สําหรับ ซีพียู server ที่ตอ้ งการไฟมากกว่าปกติ บางครั้งเรี ยกว่า EPS 12V

รู ปที่ 5.28 ขั้วต่ อและช่ องเสี ยบไฟเลีย้ งซีพยี ู 12V แบบ 4 และ 8 ช่ อง 5.3.8.1 แหล่งจ่ายไฟ (Power Supply) สําหรับแหล่งจ่ายไฟหรื อที่เรี ยกทับศัพท์วา่ เพาเวอร์ซพั พลาย ใช้จ่ายไฟ ให้กบั เมนบอร์ดและอุปกรณ์ส่วนต่าง ๆ ในคอมพิวเตอร์น้ นั มีลกั ษณะดังนี้


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

รู ปที่ 5.29 แหล่งจ่ ายไฟแบบต่ าง ๆ เพาเวอร์ ซพั พลายบรรจุอยูใ่ นกล่องสี่ เหลียมมีลกั ษณะเป็ นโลหะเพื่อป้ องกัน สัญญาณรบกวน ติดตั้งอยู่ตรงมุมบนของเคส ด้านหลังจะเป็ นปลัก๊ สําหรับต่อสายไฟไปยังปลัก๊ ไฟ บ้าน พร้อมกับมีพดั ลมสําหรับระบายความร้อนให้กบั ตัวเพาเวอร์ซพั พลาย โดยปกติแล้วแรงดันไฟ ที่เพาเวอร์ ซพั พลายจ่ายให้กบั อุปกรณ์ในทํางานคือ แรงดันไฟขนาด 3.3 โวลต์ และ 5 โวลต์ ซึ่ งจะ เป็ นไฟที่จ่ายให้กบั วงจรต่าง ๆ ขณะที่แรงดันขนาด 12โวลต์ จะใช้สาํ หรับมอเตอร์ในดิสก์ไดร์ฟและ พัดลม เพาเวอร์ซพั พลายมีหน่วยเป็ นวัตต์ (Watts) โดยค่าวัตต์น้ ีได้มาจากขนาดแรงดัน (Voltage) ใน หน่ วยโวลต์ (Volts) และกระแสไฟ (Current) ในหน่ วยเป็ นแอมแปร์ (Amperes) ทุกวันนี้ เรา สามารถสั่งปิ ดเครื่ องได้ โดยผ่านระบบปฏิบตั ิการ คือ ขณะเมื่อมีการสั่ง Turn Off เครื่ องก็จะส่ ง สัญญาณไปที่เพาเวอร์ ซัพพลายเพื่อสั่งให้ปิดเครื่ อง สําหรับสายไฟต่างๆที่เพาเวอร์ ซพั พลายจ่าย ให้กบั อุปกรณ์อื่นทั้งแบบ AT และ ATX จะเหมือนกัน คือ สายไฟ 4 เส้น สายไฟสี เหลืองจะเป็ นไฟ + 12V สายไฟสี แดงจะเป็ นไฟ + 5V และสายไฟสี ดาํ 2 เส้นตรงกลางจะเป็ นสายกราวด์หรื อสายดิน

รู ปที่ 5.30 ขั้วต่ อต่ าง ๆ ของแหล่งจ่ ายไฟทีจ่ ่ ายให้ กบั อุปกรณ์ ในระบบคอมพิวเตอร์


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

หัว Power Connector ของเพาเวอร์ซพั พลายแบบ ATX ที่ใช้ต่อกับอุปกรณ์ ต่าง ๆ ในคอมพิวเตอร์มีอยูห่ ลายแบบ ซึ่งลักษณะของขั้วต่อและสี ของสายแต่ละเส้นสามารถบ่ง บอกรายละเอียดต่าง ๆ ได้ ดังนี้ 1. ATX(20 Pin) เป็ นหัว Main Power connector ที่ใช้กบั เมนบอร์ด 2. ATX 2.0 (24 pin) เป็ นหัว Main Power connector ที่ใช้กบั เมนบอร์ด ได้รวมเอาสาย auxiliary เข้าไว้ดว้ ยกัน โดยเปลี่ยนจาก 20 pin เป็ น 24 pin เพิ่มสาย 12 โวลต์สาํ หรับ PCI-Express

20 Pin ATX รู ปที่ 5.31 Power Connector ทีจ่ ่ ายไฟให้ กบั เมนบอร์ 3. Peripheral (4 pin)ใช้ต่อกับอุปกรณ์พวกฮาร์ดดิสก์ หรื อ ซีดีรอม ซึ่ง ทัว่ ไปแล้ว เพาเวอร์ซพั พลายส่ วนใหญ่จะให้มา 4-5 หัว ทําให้เราสามารถนําฮาร์ดดิสก์หรื อซีดีรอม มาต่อได้หลายตัว 4. Floppy (4 Pin) หัว ขนาดเล็ก ใช้ต่อกับ Floppy Drive

รู ปที่ 5.32 Power Connector ทีจ่ ่ ายไฟให้ กบั ไดร์ ฟ


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

5. AUX (6 Pin) auxiliary power connector

รู ปที่ 5.33 Power Connector AUX 6. 4 Pin 12 volt cable

รู ปที่ 5.34 Power Connector 12 Volt 7. 15 Pin SATA

รู ปที่ 5.35 Power Connector 15 Pin SATA การเลือกซื้อ Power supply มาใช้ จําเป็ นจะต้องเลือกที่มีกาํ ลังมากพอที่จะ จ่ายให้กบั อุปกรณ์ท้ งั หมดที่กินไฟจาก Power Supply ส่ วน Power Supply สําหรับPentium 4 นั้น อาจต้องใช้ขนาดสูงสุ ดถึง 350 หรื อ 400 วัตต์


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

ตารางที่ 5.2 ลักษณะสั ญญาณไฟและการใช้ งาน ขาสั ญญาณ 0V -12 V +3.3 V +5 V +12 V Power OK

ลักษณะการใช้ งาน หมายถึงกราวด์ซ่ ึงใช้เทียบกับสัญญาณไฟต่าง ๆ ในเครื่ อง ใช้สาํ หรับสัญญาณเชื่อมต่อของพอร์ตอนุกรม คู่กบั ไฟ+12V เท่านั้น นําไปใช้กบั ซีพียู RAM และการ์ด AGP เป็ นหลัก ใช้ สําหรับเมนบอร์ดและไดร์ฟต่าง ๆ ใช้สาํ หรับมอเตอร์ของดิสก์และพัดลมเป็ นหลัก เป็ นสัญญาณบอกว่ามีไฟเลี้ยงแล้วเมนบอร์ดจะยังไม่เริ่ มทํางานจนกว่า เพาเวอร์ซพั พลายจะส่ งสัญญาณนี้ออกไป Soft Power /PS on เป็ นการใช้สญ ั ญาณบอกให้เพาเวอร์ซพั พลายเปิ ดหรื อปิ ดเครื่ อง ซึ่ง ทําให้ ระบบปฏิบตั ิการสามารถสัง่ ปิ ดเครื่ องได้และผูใ้ ช้สามารถเปิ ด คอมพิวเตอร์ดว้ ยวิธีอื่น ๆ 5.3.9 ขั้วต่ อสวิทซ์ และไฟสั ญญาณหน้ าเครื่อง(System Panel Connector) เป็ นขั้วต่อที่ใช้สาํ หรับเชื่อมต่อกับหลอดไฟและปุ่ มกดหน้าเครื่ องเพื่อทําหน้าที่เป็ นปุ่ ม สวิทช์หรื อไฟสัญญาณแสดงสถานะการทํางานของเครื่ องและอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น ฮาร์ดดิสก์ สําหรับ ขั้วต่อและปุ่ มสวิทซ์เหล่านี้มีดงั นี้ 1. ขั้วต่อลําโพง (Speaker Connector) ใช้สาํ หรับต่อกับลําโพงขนาดเล็กที่อยูภ่ ายใน เครื่ องเพื่อส่ งเสี ยงเตือนในสถานะต่าง ๆ เมื่อเปิ ดเครื่ อง 2. ขั้วต่อ Power (Power Switch) ใช้สาํ หรับต่อกับปุ่ ม Power ที่อยูห่ น้าตัวเครื่ อง เพื่อ การเปิ ดและปิ ดเครื่ อง 3. ขั้วต่อ Power (Power LED) ใช้ต่อกับหลอดไฟ Power ที่อยูต่ วั เครื่ อง เพื่อแสดง สถานะว่าเปิ ดเครื่ องอยู่ 4. ขั้วต่อฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk LED) ใช้ต่อกับหลอดไฟหน้าเครื่ อง เพื่อแสดงสถานะ การทํางานของฮาร์ดดิสก์โดยเมื่อเปิ ดเครื่ องจะเห็นหลอดไฟกะพริ บอยูต่ ลอดเวลาแสดงว่าฮาร์ดดิสก์ กําลังทํางาน 5. ขั้วต่อ Reset (Reset Switch) เพื่อต่อกับปุ่ ม Reset ที่อยูห่ น้าตัวเครื่ องสําหรับบูต๊ ระบบใหม่เวลาเครื่ องค้าง โดยไม่ตอ้ งปิ ดคอมพิวเตอร์


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

รู ปที่ 5.36 แสดงการติดตั้งขั้วต่ อสั ญญาณไฟหน้ าเครื่อง 5.3.10 พอร์ ตเชื่อมต่ ออุปกรณ์ ประเภทต่ าง ๆ ที่บริ เวณด้านหลังของเมนบอร์ดจะมีพอร์ตอยูจ่ าํ นวนหนึ่งใช้สาํ หรับต่อกับอุปกรณ์ ภายนอก เช่น เม้าส์ คียบ์ อร์ด เครื่ องพิมพ์ โมเด็ม นอกจากนี้บางเมนบอร์ดก็อาจมีอุปกรณ์ประเภท Onboard มาให้เลย เช่น การแสดงผลภาพ เสี ยง โมเด็ม และ แลน เป็ นต้น ตามมาตรฐานปัจจุบนั พอร์ตเหล่านี้จะมีสีและตําแหน่งดังรู ป

รู ปที่ 5.37 พอร์ ตเชื่อต่ ออุปกรณ์ บนเมนบอร์ ด พอร์ตที่อยูด่ า้ นหลังเมนบอร์ดจะเป็ นช่องทางเชื่อมต่อของอุปกรณ์ส่วนการนําเข้า (Input) และส่วนการแสดงผล (Output) ที่มาทําการเชื่อมต่อ (Interface) ใช้งานร่ วมกับเครื่ อง คอมพิวเตอร์พอจะแยกออกได้เป็ นดังนี้


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

1. Serial Port หรื อ พอร์ตอนุกรม มีชื่อเรี ยกกันหลายอย่าง เช่น COM 1 , COM 2 , พอร์ตสื่ อสารหรื อพอร์ตของเม้าส์ เป็ นต้น มีลกั ษณะเป็ นรู ปตัว D มี 9 ขา เป็ นตัวผู ้ แต่สายที่นาํ มา ต่อนั้นจะเป็ นตัวเมีย มักใช้ต่อกับเม้าส์และโมเด็มรุ่ นเก่า มีความสามารถในการขนถ่ายข้อมูลขนาด 8 บิต ได้ครั้งละ 1 บิตในสาย 1 เส้นจนครบที่ปลายทาง 8 บิต ใช้กบั อุปกรณ์ที่ไม่ตอ้ งการความเร็ วสู ง มากนักเช่น เม้าส์ (Mouse) โมเด็ม (Modem) เป็ นต้น

รู ปที่ 5.38 พอร์ ตอนุกรม หรือ Serial Port 2. Parallel Port หรื อ พอร์ตขนาน มีชื่อเรี ยกกันหลายอย่างด้วยกัน เช่น LTP Port, Printer Port เป็ นต้น มีลกั ษณะเป็ นรู ปตัว D มี 25 ขาเป็ นตัวเมีย สายที่นาํ มาต่อกับพอร์ตนี้จะเป็ นตัวผู ้ มีความสามารถในการขนถ่ายข้อมูลขนาด 8 บิต ได้ครั้งละ 8 บิตในสาย 8 เส้น ดังนั้นพอร์ตประเภท นี้จึงถือเป็ นพอร์ตที่มีความเร็ วสู ง ใช้ต่อกับสแกนเนอร์และเครื่ องพิมพ์รุ่นเก่า แต่ในปัจจุบนั อุปกรณ์ รุ่ นใหม่นิยมใช้การเชื่อมต่อผ่านทางพอร์ต USB แทนเนื่องจากมีความเร็ วในการรับส่ งข้อมูลสูงกว่า

รู ปที่ 5.39 พอร์ ตขนาน หรือ Parallel Port


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

3. USB Port (Universal Serial Bus) เป็ นพอร์ตมาตรฐานใหม่ ที่เข้ามามีบทบาทต่อ อุปกรณ์ในปั จจุบนั เป็ นอย่ามาก มีความเร็ วสูงกว่า 2 พอร์ตแรก ซึ่งถ้าเป็ น USB 1.1 จะมีความเร็ วใน การรับส่ งข้อมูล 12 Mbps (เมกะบิตต่อวินาที) และ USB 2.0 รับส่ งได้ 480 Mbps ซึ่งเมนบอร์ดใน ปัจจุบนั จะติดพอร์ตUSB 2.0 มาให้ประมาณ 4 พอร์ต เป็ นอย่างน้อย ข้อดีของUSBอีกอย่า���หนึ่งก็คือ มีความปลอดภัยต่อการใช้งานไม่วา่ จะเป็ นการเชื่อมต่อหรื อถอดอุปกรณ์ ในขณะที่เครื่ องเปิ ดทํางาน อยู่ ก็จะไม่เกิดความเสี ยหาย มาตรฐานUSB นั้นสนับสนุนระบบ Plug & Play ที่ทาํ ให้การติดตั้ง อุปกรณ์ของผูใ้ ช้กลายเป็ นเรื่ องง่าย อุปกรณ์ที่ใช้กบั USB Port นั้นมีมากมายหลายชนิดด้วยกัน เช่น Mouse , Keyboard , Printer , Scanner , Modem , Camera Digital และอื่น ๆ แทบจะเรี ยกได้วา่ อุปกรณ์ที่ทาํ การเชื่อมต่อ กับคอมพิวเตอร์ ส่ วนใหญ่เป็ น USB กันหมดแล้ว เนื่องจากมีความเร็ วสูง

รู ปที่ 5.40 พอร์ ต USB และสายเชื่อมต่ อ สําหรับขั้วต่อพอร์ต USB บนเมนบอร์ดนั้นมีลกั ษณะดังรู ป

รู ปที่ 5.41 ขั้วต่ อพอร์ ต USB บนเมนบอร์ ด 4. PS/2 Port สําหรับเมนบอร์ดแบบ ATX จะเป็ นพอร์ตกลมเล็กอยูด่ า้ นบนสุ ดมี 2 พอร์ต คือ พอร์ตสี ม่วงใช้ต่อกับคียบ์ อร์ดส่วนสี เขียวใช้ต่อกับเม้าส์ และจะมีสญ ั ลักษณ์เป็ นรู ป คียบ์ อร์ดและเม้าส์บอกให้ผใู ้ ช้ทราบ


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

รู ปที่ 5.42 พอร์ ต PS/2 สํ าหรับต่ อเม้ าส์ และคีย์บอร์ ด 5. พอร์ตอุปกรณ์ อื่น ๆ นอกจากพอร์ตมาตรฐานดังกล่าวมาแล้ว บางเมนบอร์ดก็อาจ จะมีพอร์ตอุปกรณ์ onboard อื่น ๆ ที่ ติดตั้งมาให้ดว้ ยเช่น ส่ วนแสดงผล, เสี ยง, โมเด็ม, LAN หรื อ พอร์ต Fire wire(IEEE1394) ซึ่งใช้สาํ หรับอุปกรณ์ที่มีความเร็ วสู ง เช่น กล้องวีดีโอ ดิจิตอล เป็ นต้น

Sound port

VGA port รูปที่ 5.43 พอร์ ตเชื่อมต่ ออุปกรณ์ อนื่ ๆ

 VGA Prot สําหรับต่อจอภาพ มีลกั ษณะเป็ นรู ปตัว D มี 3 แถว 15 ขาหากต่ออยู่ บนเมนบอร์ดจะเป็ นตัวเมีย แต่ถา้ สายจากจอภาพจะเป็ นตัวผู ้ ส่ วนใหญ่เป็ นสี น้ าํ เงิน

รู ปที่ 5.44 พอร์ ตและสาย VGA


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

 Sound Port ในเมนบอร์ดรุ่ นใหม่จะติดตั้ง chip Sound มากับเมนบอร์ดด้วยที่ เรี ยกว่า Sound on Board จุดสังเกตก็คือที่เมนบอร์ดจะมีช่องสําหรับต่อไมโครโฟนสี ชมพู และ ลําโพงสี เขียวส่ วนสี ฟ้าสําหรับต่อสัญญาณภายนอกเข้ามา ด้วยเหตุน้ ีทาํ ให้เราไม่ตอ้ งซื้อ Sound Card เพิ่ม อย่างไรก็ตามถ้าเราต้องการคุณภาพเสี ยงที่ดีกว่าหรื อต้องการใช้เครื่ องคอมพิวเตอร์กบั งานด้าน เสี ยงโดยเฉพาะ เราควรใช้ Sound Card แยกต่างหาก

รู ปที่ 5.45 ช่ องสั ญญาณบน Sound Card  RJ-45 หรื อพอร์ต LAN สําหรับการเชื่อมต่อเครื อข่าย LAN มี 8 ขา และขั้วต่อ ที่มีลกั ษณะคล้ายกันคือ ขั้วต่อ RJ 11 หรื อ พอร์ตโมเด็ม แต่มีเพียง 4 ขา เท่านั้น

รู ปที่ 5.46 ขั้วต่ อ RJ 45 และ RJ 11


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

 Fire wireหรื อพอร์ต EEE1394 บริ ษทั โซนี่จะเรี ยกว่า I-Link เป็ นพอร์ตที่ใช้ สําหรับอุปกรณ์ต่อพ่วงอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งก็มีในเมนบอร์ดบางรุ่ น สําหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่มีความเร็ ว สู ง เช่น สแกนเนอร์ ฮาร์ดดิสก์ที่มีพอร์ตแบบFire wire กล้องวีดีโอและกล้องดิจิตอลวิดีโอ เป็ นต้น

รู ปที่ 5.47 พอร์ ต Fire Wire ในส่ วนประกอบอื่น ๆ ที่เหลือบนเมนบอร์ดส่ วนใหญ่จะเป็ นพวกชิปคอนโทรเลอร์ ชนิดต่าง ๆ ซึ่งชิปเหล่านี้จะทําหน้าที่ควบคุมการทํางานเฉพาะอย่าง ดังแสดงในตาราง ตารางที่ 5.3 แสดงตัวอย่ างชิปคอนโทรเลอร์ ทใี่ ช้ บนเมนบอร์ ด ลักษณะชิปตัวอย่ าง

ชื่อและหน้ าที่ Sound Chip หรื อ Audio Codec ควบคุมอุปกรณ์ที่ เกี่ยวกับเสี ยง

Raid Controller Chip ทําหน้าที่ RAID หรื อการนํา ฮาร์ดดิสก์ 2 ตัวขึ้นไปมาทํางานร่ วมกัน ส่ วนใหญ่ เป็ นของบริ ษทั PROMISE และ HIGHT POINT


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

ตารางที่ 5.3 (ต่ อ) ลักษณะชิปตัวอย่ าง

ชื่อและหน้ าที่ I/O Controller Chip เป็ นชิปที่ทาํ หน้าที่ควบคุมการ รับส่ งข้อมูลของเมนบอร์ดกับอุปกรณ์ต่อพ่วงผ่าน พอร์ตต่างๆ อย่างเช่น คียบ์ อร์ด เม้าส์ เครื่ องพิมพ์ และสแกนเนอร์ เป็ นต้น

USB Controller Chip ชิปทําหน้าที่ควบคุมการใช้ งานพอร์ต USB ทั้งหมด ซึ่ง ชิปคอนโทรลเลอร์จะ กระตุน้ โปรแกรมทันที เมื่อรับรู ้วา่ มีการใช้งานพอร์ต USB

Hardware Monitoring Chip คอยตรวจสอบความ ผิดปกติทางฮาร์ดแวร์ ซึ่งจะมีประโยชน์เมื่อเครื่ องมี ปัญหา เพราะเมื่อชิปดังกล่าวตรวจพบก็จะแจ้งให้ ทราบทันทีวา่ ชิ้นส่ วนไหนเสี ย

Serial ATA Controller Chip เป็ นชิปที่พบได้ใน เมนบอร์ดรุ่ นใหม่ ๆ เท่านั้น เนื่องจากฮาร์ดดิสก์ มาตรฐาน Serial ATA เริ่ มมีใช้ได้ไม่นาน โดย ทําหน้าที่ควบคุมการทํางานระหว่างฮาร์ดดิสก์กบั ระบบให้เป็ นไปอย่างราบรื่ น


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

5.4 ชิปเซ็ต (Chip Set) เมนบอร์ดถือเป็ นส่ วนประกอบที่สาํ คัญของเครื่ องพีซี ส่ วนชิปเซตนั้นก็เปรี ยบได้กบั หัวใจ ของเมนบอร์ดเพราะชิปเซตเป็ นตัวกําหนดว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต่ออยูก่ บั เมนบอร์ดจะต้องมีขอ้ จํากัด อย่างไร เช่น ชนิดของแรม ประเภทของฮาร์ดดิสก์ และหากต้องการติดต่อไปยังซีพียู ก็ตอ้ งผ่านการ ควบคุมและจัดลําดับความสําคัญจากชิปเซตก่อน ชิปเซ็ตที่ผลิตขึ้นมาโดยทัว่ ไปมีอยูห่ ลายยีห่ อ้ เช่น VIA, Intel, SiS, AMD, NVIDIA เป็ นต้น ชิปเซ็ตมีโครงสร้างการทํางานอยู่ 3 รู ปแบบ คือ 1. แบบชิปเซ็ตตัวเดียว ซึ่งจะรวมเอาการทํางานทุกอย่างอยูใ่ นตัวชิปเซ็ตเพียงตัวเดียว

รู ปที่ 5.48 ตัวอย่ างชีปเซ็ตทีร่ วมการทํางานทุกอย่ างอยู่ในตัวเดียว 2. แบบ North Bridge กับ South Bridge ผูผ้ ลิตชิปเซ็ตส่ วนใหญ่ ได้แก่ VIA, AMD,ATi เเละ SiS โดยชิปเซ็ตจะประกอบไปด้วยชิป 2 ตัวทํางานร่ วมกัน ชิปเซ็ตประเภทนี้มีหลักการทํางาน ดังนี้ คือ  ชิปเซ็ตตัวแรกที่เป็ นแบบ North Bridge หรื อ North Bridge Chip เป็ นชิปตัวใหญ่ที่อยู่


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

ด้านบนของเมนบอร์ดใกล้กบั ซีพียทู าํ หน้าที่ติดต่อควบคุมการทํางานอุปกรณ์ที่มีความเร็ วสู งทั้งหมด ในเมนบอร์ด ซึ่งได้แก่ ซีพียู หน่วยความจําแรม และ กราฟิ กการ์ด หรื อ กราฟิ กบัสแบบ AGP สําหรับการแสดงผลของการ์ดจอ  ชิปเซ็ตตัวที่สองแบบ South Bridge หรื อ South Bridge Chip เป็ นชิปตัวเล็กอยูด่ า้ นล่าง เมนบอร์ด ทําหน้าที่ติดต่อควบคุมอุปกรณ์ต่อพ่วงที่มีความเร็ วตํ่า ได้เเก่ ฮาร์ดดิสก์ ซีดีรอมไดร์ฟ ฟลอปปี้ ดิสก์ไดร์ฟ และพอร์ตเชื่อมต่อภายนอกต่าง ๆ

รู ปที่ 5.49 โครงสร้ างภายในของชิปเซตทีท่ าํ งานในแบบ North Bridge กับ South Bridge 3. เเบบ Accelerated Hub โครงสร้างของชิปเซ็ตแบบนี้คล้ายกับแบบ North Bridge กับ South- Bridge แต่จะมี Firmware Hub เป็ นส่ วนที่ใช้เป็ นระบบรักษาความปลอดภัยให้แก่เครื่ อง คอมพิวเตอร์เพิ่มเข้ามาด้วย ชิปเซ็ตที่มีโครงสร้างแบบนี้จะมีระบบบัสแบบ PCI ที่เชื่อมต่อระหว่าง Graphics กับ I/O Controller ซึ่งชิปเซ็ตที่ทาํ ในงานในลักษณะนี้มกั จะเป็ นชุดชิปเซ็ตของอินเทล


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

รู ปที่ 5.49 ชิปเซตเเบบ Accelerated Hub ชิปเซตแบบนี้จะมีชิปเซ็ตสําหรับทํางานอยูจ่ าํ นวน 3 ตัว คือ 1. Grapphic & Memory Controller Hub (GMCH, MCH) ซึ่งมีหน้าที่และลักษณะการ ทํางานคล้ายกับชิป NorthBnidge คือควบคุมการทํางานของอุปกรณ์ความเร็ วสู ง ได้แก่ ซีพียู แรม กราฟิ กบัสแบบ AGP และ I/O Controller Hub ผ่านระบบบัสที่มีความเร็ วสู ง 2. I/O Controller Hub (ICH) ทําหน้าที่คล้ายชิป SouthBridge ควบคุมการทํางานของ อุปกรณ์ความเร็ วตํ่า ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ ฟล็อปปี้ ดิสก์ใดร์ฟ เม้าส์ คียบ์ อร์ด และพอร์ตเชื่อมต่ออุปกรณ์ ภายนอกต่าง ๆ 3. FirmWare Hub(FWH)ชิปเซ็ตส่ วนนี้ จะทําหน้าที่เหมือนไบออสบนเมนบอร์ดคือบรรจุ โปรแกรมย่อยเพื่อควบคุมการทํางานของชิป MCH และ ICH อีกต่อหนึ่ง FWH เป็ นหน่วยความจํา Flash ขนาด 4 Mb ซึ่งสามารถอัพเกรดได้ดว้ ยซอฟต์แวร์เหมือนกับการ Flash BIOS ทัว่ ไป

รู ปที่ 5.50 โครงสร้ างการทํางานภายในของชิปเซ็ตแบบ Accelerated Hub


หน่วยที่ 5

Computer System And Peripherals

สรุป เมนบอร์ ดจัดได้ว่าเป็ นหัวใจสําคัญของคอมพิวเตอร์ เป็ นศูนย์กลางในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ ต่างๆ ภายในเครื่ องคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน โดยเมนบอร์ดนั้นแบ่งออกเป็ นหลายชนิ���ตามขนาดและ ลักษณะการใช้งาน เช่น AT ATX Micro ATX Flex ATX หรื อ ITX และ BTX ซึ่ งเป็ นฟอร์ ม แฟคเตอร์ รูปแบบใหม่ช่วยลดปั ญหาเรื่ องความร้อนภายในตัวเครื่ อง นอกจากนี้บนเมนบอร์ ดยังมี องค์ประกอบหลายส่ วนด้วยกัน เช่ น ซ็อกเก็ตสําหรับติดตั้งซี พียู สล็อตสําหรับเชื่ อมต่ออุปกรณ์ ประเภทไดร์ ฟ ฮาร์ ดดิ สก์ สล็อตเชื่ อมต่อการ์ ดต่าง ๆ รอมไบออส แบตเตอรี่ จัมเปอร์ ขั้วต่อและ พอร์ตต่างๆ อีกมากมาย รวมทั้งชิปเซต ซึ่งเป็ นหัวใจสําคัญของเมนบอร์ด ที่ทาํ หน้าที่ติดต่อควบคุม การทํางานต่าง ๆ โดยชิปเซตที่สาํ คัญ คือ ชิปเซต North Bridge และ ชิปเซต South Bridge ชิปเซต North Bridge ทํางานกับอุปกรณ์ความเร็ วสู ง เช่น แคช แรม ติดต่อกับซี พียโู ดยตรง ช่วยถ่ายโอน ข้อมูลจากซีพียกู บั หน่วยความจําหลักเป็ นผูป้ ระสานงานระหว่างซีพียกู บั เมนบอร์ดให้การสนับสนุน การทํางานของหน่วยความจําแคช และสนับสนุนการเชื่อมต่อการ์ ด AGP ใหม่ ๆ ด้วย ส่ วนชิปเซต South Bridge ทํางานกับอุปกรณ์ อินพุท เอ้าท์พุท ทั้งภายในและนอกเมนบอร์ ด เช่น ฮาร์ ดดิสก์ ซีดีรอม และคียบ์ อร์ ด เป็ นต้น ให้การสนับสนุนระบบฮาร์ ดดิสก์แบบใหม่และ ระบบ I/O ใหม่ ๆ ซึ่ งอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ จะมีความเร็ วตํ่ากว่า แรมและแคช เมนบอร์ ดและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่อยู่บน เมนบอร์ดจะทํางานได้ก็ตอ้ งอาศัยแหล่งจ่ายไฟเป็ นตัวจ่ายไฟให้กบั ชิ้นส่ วนต่าง ๆ โดยแหล่งจ่ายไฟ ที่ออกแบบมาสําหรับคอมพิวเตอร์น้ นั จะมีข้ วั ต่อและพอร์ตสําหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์แต่ละชนิดให้มา โดยเฉพาะ สี ของสายไฟแต่ละเส้นจะเป็ นตัวบ่งบอกถึงขนาดแรงดันไฟฟ้ าที่จ่ายออกมา การเลือก แหล่งจ่ายไฟมาใช้งาน ต้องคํานึ งถึงกําลังวัตต์ให้เพียงพอกับความต้องการของอุปกรณ์ทุกชิ้นที่อยู่ บนเมนบอร์ด สําหรับการเลือกเมนบอร์ดมาใช้งานนั้นต้องสามารถรองรับกับซีพียทู ี่จะนํามาใช้ดว้ ย

***************************************


หน่วยที่ 5 เมนบอร์ดและชิปเซต