Page 1


2

3

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

ขั น ธ ะ วิ มุ ติ ส ะ มั ง คี ธ ร ร ม หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต


2

ชมรมกัลยาณธรรม หนังสือดีล�ำดับที่ ๙๘

ขันธะวิมุติสะมังคีธรรม

3

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

รม ร ธ ณ า คำค นำน จากชมรมกลั ย

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

พิมพ์ครั้งที่ ๑ จำ�นวนพิมพ์ จัดพิมพ์โดย ภาพปก/ภาพประกอบ จัดรูปเล่ม แยกสี จัดพิมพ์โดย

พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ๕,๐๐๐ เล่ม ชมรมกัลยาณธรรม ๑๐๐ ถนนประโคนชัย ตำ�บลปากน้ำ� อำ�เภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ๑๐๒๗๐ โทรศัพท์ ๐-๒๗๐๒-๗๓๕๓ และ ๐-๒๖๓๕-๓๙๙๘ เซมเบ้ คนข้างหลัง canna graphic โทร. ๐๘-๖๓๑๔-๓๖๕๑ บริษัท ขุมทองอุตสาหกรรมการพิมพ์ จำ�กัด ๐-๒๘๘๕-๗๘๗๑-๓

สัพพทานัง ธัมมทานัง ชินาติ การให้ธรรมะเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง www.kanlayanatam.com

ถ้าได้มีโอกาสศึกษาชีวประวัติของพระเถรานุเถระ บูรพาจารย์ มาแล้วในจ�ำนวนมาก เราจะเห็นได้ประการหนึง่ ว่า พระอริยสาวกทัง้ หลาย ดังกล่าวมานี้ เต็มไปด้วยภูมิธรรม ภูมิปัญญา งดงามด้วยศีลาจริยาวัตร คู่ควรแก่ความเลื่อมใสศรัทธาเหนือเกล้าเหนือเศียรแก่สานุชนทั้งหลาย เป็นอย่างยิ่ง เราจะเห็นว่า  พระอริยสงฆ์  บูรพคณาจารย์ที่เราน้อมศรัทธา ทั้งหลายนั้น หลายท่านมีพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่อบรมธรรมให้พวกท่าน ทั้งหลาย ชื่อของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ นับเป็นพระอาจารย์ สุดยอดพระนักกัมมัฎฐาน ที่มีลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศ ท่านเป็นต้นแบบ เป็นยอดของพระอริยสงฆ์ในสายวิปัสสนา ที่ พวกเราควรศึกษาเป็นแบบอย่างในแนวทางปฏิปทาอันสละชีวิตอุทิศเพื่อ


4

ขั น ธ ะ วิ มุ ติ ส ะ มั ง คี ธ ร ร ม

พระธรรมเป็นอย่างยิ่ง การบ�ำเพ็ญเพียรธรรมของท่านถือเป็นแบบอย่าง อันอุกฤษฏ์และมุ่งมั่น ท่านสามารถหยั่งรู้ถึงกรรมและหยั่งรู้ถึงจิตใจ ของเหล่าสรรพสัตว์น้อยใหญ่อย่างลึกซึ้ง ตลอดจนสามารถพูดคุยกับ สิงสาราสัตว์ต่างๆ เป็นที่เข้าใจได้ ธรรมะหรือบทธรรมที่ออกมาจากปาก ของท่าน ช่างจับจิตจับใจของสาธุชนเป็นอย่างยิ่ง ท่านคือ พระอริยสงฆ์ทยี่ งิ่ ใหญ่ทสี่ ดุ ในยุคสมัยหนึง่  ทีย่ ากจะหาใคร เทียบเทียมได้ ท่านคือ เอกองค์บูรพาจารย์ ผู้มุ่งการบ�ำเพ็ญเพียรภาวนา ธรรม ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เนื่องในมงคลวาระ ครบรอบ ๖๐ ปี แห่งการละสังขาร ของท่าน พระอาจารย์มนั่  ภูรทิ ตั ตเถระ ในพุทธศักราช ๒๕๕๒ ชมรมกัลยาณธรรม ขอจัดพิมพ์หนังสือขันธะวิมุติสะมังคีธรรมเล่มนี้ เพื่อแจกเป็นธรรมทาน น้อมถวายแด่องค์บรู พาจารย์ ด้วยความเคารพศรัทธาเหนือเศียรเกล้า หวัง อานิสงส์ในธรรมทานนี้ จักได้เกื้อกูลเหล่าสรรพสัตว์ผู้แสวงหาหนทาง พ้นทุกข์ ให้พบแสงสว่างแห่งปัญญา ตามรอยพระพุทธองค์และพระอริย สงฆ์สาวกทั้งหลายทั่วกันเทอญ ชมรมกัลยาณธรรม

5

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

สารบัญ ขันธะวิมุติสะมังคีธรรม นมตฺถุ สุคตสฺส ปญฺจ ธมฺมขนฺธานิ ทาน ศีล ภาวนา คนดีมีศีลธรรม สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม อานิสงส์ของการรักษาศีล ๕ วิธีปฏิบัติของผู้เล่าเรียนมาก คติธรรมค�ำสอน

๗ ๒๕ ๓๙ ๔๗ ๕๕ ๖๑ ๖๕


6

7

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

ขันธะวิมุติสะมังคีธรรมะ นมตฺถุ สุคตสฺส ปญฺจ ธมฺมขนฺธานิ ข้าพเจ้าขอนอบน้อมซึ่งพระสุคต  บรมศาสดาศากยมุนี สัมมาสัมพุทธเจ้า แลพระนวโลกุตตรธรรม ๙ ประการ และอริยสงฆ์ สาวกของพระพุทธเจ้านั้น บัดนี้ ข้าพเจ้าจักกล่าวซึ่งธรรมขันธ์  โดยสังเขปตามสติ ปัญญาฯ ยังมีท่านคนหนึ่งรักตัวคิดกลัวทุกข์  อยากได้สุขพ้นภัย เทีย่ วผายผัน  เขาบอกว่าสุขมีทไี่ หนก็อยากไป  แต่เทีย่ วหมัน่ ไปมา


8

ขั น ธ ะ วิ มุ ติ ส ะ มั ง คี ธ ร ร ม

9

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

อยู่ช้านาน  นิสัยท่านนั้นรักตัวกลัวตายมาก  อยากจะพ้นแท้ๆ เรื่องแก่ตาย  วันหนึ่งท่านรู้จริงซึ่งสมุทัยพวกสังขาร  ท่านก็ปะ ถ�้ำสนุกสุขไม่หาย  เปรียบเหมือนดังกายนี้เองฯ

ทุกข์ไม่ม  ี คือกายคตาสติภาวนา  ชมเล่นให้เย็นใจหายเดือดร้อน หนทางจรอริยวงศ์  จะไปหรือไม่ไปฉันไม่เกณฑ์  ไม่หลอกเล่น บอกความให้ตามจริง

ชะโงกดูถ�้ำสนุกทุกข์คลาย  แสนสบายรู้ตัวเรื่องกลัวนั้นเบา ด�ำเนินไปเมินมาอยู่หน้าเขา  จะกลับไปป่าวร้องซึ่งพวกพ้องเล่า ก็ ก ลัวเขาเหมาว่าเป็นบ้าบอ   สู้อยู่ผู้เดียวหาเรื่ อ งเครื่ อ งสงบ เป็นอันจบเรื่องคิดไม่ติดต่อ  ดีกว่าเที่ยวรุ่มร่ามท�ำสอพลอ  เดี๋ยว ถูกยอถูกติเป็นเรื่องเครื่องร�ำคาญฯ

แล้วกล่าวปริศนาท้าให้ตอบ ปริศนานั้นว่า ระวิ่ง คือ อะไร ตอบว่า วิง่ เร็ว คือวิญญาณอาการใจ  เดินเป็นแถวตามแนว กัน สัญญาตรงไม่สงสัย  ใจอยูใ่ นวิง่ ไปมา สัญญาเหนียวภายนอก หลอกลวงจิต  ท�ำให้คดิ วุน่ วายเทีย่ วส่ายหา  หลอกเป็นธรรมต่างๆ อย่างมายา

ยังมีบรุ ษุ คนหนึง่   คิดกลัวตายน�ำ้ ใจฝ่อ  มาหาแล้วพูดตรงๆ น่าสงสาร  ถามว่าท่านพากเพียรมาก็ช้านาน  เห็นธรรมที่แท้จริง แล้วหรือยังที่ใจหวัง  เอ๊ะ! ท�ำไมจึงรู้ใจฉัน  บุรุษผู้นั้นก็อยาก อยู่อาศัย  ท่านว่าดีดี ฉันอนุโมทนา  จะพาดูเขาใหญ่ถ�้ำสนุก

ถามว่า ขันธ์ห้า ใครพ้นจนทั้งปวง แก้วา่  ใจซิพน้ อยูค่ นเดียว  ไม่เกาะเกีย่ วพัวพันติดสิน้ พิษหวง หมดที่หลงอยู่เดียวดวง  สัญญาลวงไม่ได้หมายหลงตามไป


10

11

ขั น ธ ะ วิ มุ ติ ส ะ มั ง คี ธ ร ร ม

ถามว่า ที่ว่าตาย ใครเขาตาย ที่ไหนกัน แก้ว่า สังขารเขาตาย ท�ำลายผล ถามว่า สิ่งใดก่อให้ต่อวน แก้ว่า กลสัญญาพาให้เวียน  เชื่อสัญญาจึงผิดคิดยินดี ออกจากภพนีไ้ ปภพนัน้ เทีย่ วหันเหียน  เลยลืมจิตจ�ำปิดสนิทเนียน ถึงจะเพียรหาธรรมก็ไม่เห็น ถามว่า ใครก�ำหนดใครหมายเป็นธรรม แก้วา่  ใจก�ำหนดใจหมาย  เรือ่ งหาเจ้าสัญญานัน้ เอง  คือว่า ดีว่าชั่ว ผลัก ติด รัก ชัง ถามว่า กินหนเดียวไม่เที่ยวกิน แก้ว่า สิ้นอยากดูไม่รู้หวัง  ในเรื่องเห็นต่อไปหายรุงรัง

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

ใจก็นั่งแท่นนิ่งทิ้งอาลัย ถามว่า สระสี่เหลี่ยมเปี่ยมด้วยน�้ำ แก้วา่  ธรรมสิน้ อยากจากสงสัย  ใสสะอาดหมดราคีไม่มภี ยั สัญญาในนั้นพราก สังขารขันธ์นั้นไม่กวน  ใจจึงเปี่ยมเต็มที่ไม่มี พร่อง  เงียบระงับดวงจิตไม่คดิ ครวญ  เป็นของควรชมชืน่ ทุกคืนวัน แม้ ไ ด้ ส มบั ติ ทิ พ ย์ สั ก สิ บ แสน   หาแม้ น เหมื อ นรู ้ จ ริ ง ทิ้ ง สั ง ขาร หมดความอยากเป็นยิ่งสิ่งส�ำคัญ  จ�ำอยู่ส่วนจ�ำ ไม่ก�้ำเกิน ใจ ไม่เพลินทั้งสิ้นหายดิ้นรน เหมือนดังเอากระจกส่องเงาหน้า  แล้วอย่าคิดติดสัญญา เพราะสัญญานัน้ เหมือนดังเงา  อย่าได้เมาไปตามเรือ่ งเครือ่ งสังขาร ใจขยับจับใจที่ไม่ปน  ไหวส่วนตนรู้แน่เพราะแปรไป  ใจไม่เที่ยง ของใจใช่ต้องว่า  รู้ขันธ์ห้าต่างชนิดเมื่อจิตไหว  แต่ก่อนนั้น


12 ขั น ธ ะ วิ มุ ติ ส ะ มั ง คี ธ ร ร ม

หลงสัญญาว่าเป็นใจ  ส�ำคัญว่าในว่านอกจึงหลอกลวง  คราวนีใ้ จ เป็นใหญ่ไม่หมายพึ่ง  สัญญาหนึ่งสัญญาใดมิได้ห่วง  เกิดก็ตาม ดับก็ตามสิ่งทั้งปวง  ไม่ต้องหวงไม่ต้องกันหมู่สัญญา  เปรียบ เหมื อ นขึ้ น ยอดเขาสู ง แท้ แ ลเห็ น ดิ น    แลเห็ น สิ้ น ทุ ก ตั ว สั ต ว์ ... สูงยิง่ นักแลเห็นเรือ่ งของตนแต่ตน้ มา  เป็นมรรคาทัง้ นัน้ เช่นบันได ถามว่า น�้ำขึ้นลงตรงสัจจังนั้นหรือ ตอบว่า สังขารแปรแก้ไม่ได้  ธรรมดากรรมแต่งไม่แกล้งใคร ขืนผลักไสจับต้องก็หมองมัว  ชั่วในจิต ไม่ต้องคิดขัดธรรมดา สภาวะสิ่ ง เป็ น จริ ง ดี ชั่ ว    ตามแต่ เ รื่ อ งของเรื่ อ งเปลื้ อ งแต่ ตั ว ไม่พัวพันสังขารเป็นการเย็น  รู้จักจริงต้องทิ้งสังขารที่ผันแปร เมื่อแลเห็น  เบื่อแล้วปล่อยได้คล่องไม่ต้องเกณฑ์  ธรรมก็เย็นใจ ระงับรับอาการ

13

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

ถามว่า ห้าหน้าที่ มีครบกัน ตอบว่า ขันธ์แบ่งแจกแยกห้าฐานเรื่องสังขาร  ต่างกองรับ หน้ า ที่ มี กิ จ การ    จะรั บ งานอื่ น ไม่ ไ ด้ เ ต็ ม ในตั ว    แม้ ล าภยศ สรรเสริญ เจริญสุข นินทา ทุกข์ เสือ่ มยศ หมดลาภทัว่  รวมลงตาม สภาพตามเป็นจริง  ทัง้ แปดสิง่ ใจไม่หนั ไปพัวพัน  เพราะว่ารูปขันธ์ ก็ท�ำแก่ไข้มิได้เว้น  นามก็มิได้พักเหมือนจักรยนต์  เพราะรับผล ของกรรมทีท่ ำ� มา  เรือ่ งดีพาเพลิดเพลินเจริญใจ  เรือ่ งชัว่ ขุน่ วุน่ จิต คิดไม่หยุด  เหมือนไฟจุดจิตหมองไม่ผ่องใส  นึกขึ้นเองทั้งรัก ทั้งโกรธไปโทษใคร อยากไม่แก่ไม่ตายได้หรือคน  เป็นของพ้นวิสัยจะได้เชย เช่นไม่อยากให้จิตเที่ยวคิดรู้  อยากให้อยู่เป็นหนึ่งหวังพึ่งเฉย จิตเป็นของผันแปรไม่แน่เลย  สัญญาเคยอยู่ได้บ้างเป็นครั้งคราว ถ้ารู้เท่าธรรมดาทั้งห้าขันธ์  ใจนั้นก็ขาวสะอาดหมดมลทินสิ้น


14

ขั น ธ ะ วิ มุ ติ ส ะ มั ง คี ธ ร ร ม

15

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

เรื่องราว  ถ้ารู้ได้อย่างนี้จึงดียิ่ง  เพราะเห็นจริงถอนหลุดสุดวิถี ไม่ฝ่าฝืนธรรมดาตามเป็นจริง  จะจนจะมีตามเรื่องเครื่องนอกใน ดี ห รื อ ชั่ ว ต้ อ งดั บ เลื่ อ นลั บ ไป    ยึ ด สิ่ ง ใดไม่ ไ ด้ ต ามใจหมาย ใจไม่เทีย่ ง ของใจไหววิบวับ  สังเกตจับรูไ้ ด้สบายยิง่   เล็กบังใหญ่ รู้ไม่ทันขันธ์บังธรรมมิดผิดที่นี่ มัวดูขันธ์ธรรมไม่เห็นเป็นธุลีไป ส่วนธรรมมีใหญ่กว่าขันธ์นั้นไม่แล

นั้นแล องค์ธรรมเอก วิเวกจริง  ธรรมเป็นหนึ่งไม่แปรผัน เลิศภพสงบยิ่ง  เป็นอารมณ์ของใจไม่ไหวติง  ระงับนิ่งเงียบสงัด ชัดกับใจ  ใจก็สร่างจากเมาหายเร่าร้อน  ความอยากถอนได้หมด ปลดสงสัย  เรื่องพัวพันขันธ์ซาสิ้นไป  เครื่องหมุนในไตรจักร ก็หักลง  ความอยากใหญ่ยิ่งก็ทิ้งหลุด ความรักหยุดหายสนิท สิ้นพิศวง  ร้อนทั้งปวงก็หายหมดดังใจจง

ถามว่า มีไม่ม ี ไม่มีม ี นี้คืออะไร ทีนตี้ ดิ หมด คิดแก้ไม่ไหว  เชิญชีใ้ ห้ชดั ทัง้ อรรถแปล  โปรด แก้เถิด ที่ว่าเกิดมีต่างๆ ทั้งเหตุผล  แล้วดับไม่มีชัดใช่สัตว์คน นี้ข้อต้นมีไม่มีอย่างนี้ตรง  ข้อปลายไม่มีมีนี้เป็นธรรม  ที่ลึกล�้ำ ไตรภพจบประสงค์  ไม่มีสังขาร มีธรรมที่มั่นคง

เชิญโปรดชี้อีกอย่างหนทางใจ  สมุทัยของจิตที่ปิดธรรม แก้ว่า สมุทัยกว้างใหญ่นัก  ย่อลงก็คือความรักบีบใจอาลัย ขันธ์  ถ้าธรรมมีกับจิตเป็นนิจนิรันดร์  เป็นเลิกกันสมุทัยมิได้มี จงจ�ำไว้อย่างนี้วิถีจิต  ไม่ต้องคิดเวียนวนจนป่นปี้  ธรรมไม่มี อยู่เป็นนิตย์ติดยินดี  ใจตกที่สมุทัยอาลัยตัว


16

ขั น ธ ะ วิ มุ ติ ส ะ มั ง คี ธ ร ร ม

ว่าอย่างย่อทุกข์กับธรรมประจ�ำจิต  เอาจนคิดรู้เห็นจริง จึงเย็นทัว่   จะสุขทุกข์เท่าไรมิได้กลัว  สร่างจากเครือ่ งมัวคือสมุทยั ไปที่ดี รู้เท่านี้ก็คลายหายความร้อน  พอพักผ่อนเสาะแสวงหา ทางหนี  จิตรูธ้ รรมลืมจิตทีต่ ดิ ธุล  ี ใจรูธ้ รรมทีเ่ ป็นสุข ขันธ์ทกุ ข์แท้ แน่ประจ�ำ  ธรรมคงเป็นธรรม ขันธ์คงขันธ์เท่านัน้ แล  ค�ำว่าเย็นสบาย หายเดือดร้อน  หมายจิตถอนจากผิดที่ติดแก้  ส่วนสังขารขันธ์ ปราศจากสุ ข เป็ น ทุ ก ข์ แ ท้    เพราะต้ อ งแก่ ไ ข้ ต ายไม่ ว ายวั น จิตรู้ธรรมที่ล�้ำเลิศจิตก็ถอน  จากผิดเครื่องเศร้าหมองของแสลง ผิดเป็นโทษของใจอย่างร้ายแรง  เห็นธรรมแจ้ง ถอนผิดหมดพิษใจ จิ ตเห็นธรรมดีล้นที่พ้นผิด   พบปะธรรมเปลื้ อ งเครื่ อ งกระสั น มีสติอยู่ในตัวไม่พัวพัน  เรื่องรักขันธ์ขาดสิ้นหายยินดี  สิ้นธุลีทั้ง ปวงหมดห่วงใย  ถึงจะคิดก็ไม่หา้ มตามนิสยั  เมือ่ ไม่หา้ มกลับไม่ฟงุ้ พ้นยุ่งไป  พึงรู้ได้บาปมีขึ้นเพราะขืนจริง ตอบว่า บาปเกิดได้ เพราะไม่รู้ถ้าปิดประตูเขลาได้สบายยิ่ง  ชั่วทั้งปวงเงียบหาย

17

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต


18 ขั น ธ ะ วิ มุ ติ ส ะ มั ง คี ธ ร ร ม

19

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

ไม่ไหวติง  ขันธ์ทุกสิ่งย่อมทุกข์ไม่สุขเลย

ก็มาชวน  ยกกระบวนทุกอย่างต่างๆ ไป

แต่ก่อนข้าพเจ้ามืดเขลาเหมือนเข้าถ�้ำ  อยากเห็นธรรม ยึดใจจะให้เฉย  ยึดความจ�ำว่าเป็นใจหมายจนเคย  เลยเพลิน เชยชม “จ�ำ” ธรรมมานาน  ความจ�ำผิดปิดไว้ไม่ให้เห็น  จึงหลง เล่นขันธ์ห้าน่าสงสาร ให้ยกตัวอวดตนพ้นประมาณ เที่ยวระราน ติคนอืน่ เป็นพืน้ ไป  ไม่เป็นผล เทีย่ วดูโทษคนอืน่ นัน้ ขืน่ ใจ  เหมือน ก่อไฟเผาตัวต้องมัวมอม

เพราะยึดขันธ์ทั้งห้าว่าของตน  จึงไม่พ้นทุกข์ภัยไปได้นา ถ้ารู้โทษของตัวแล้วอย่าชาเฉย  ดูอาการสังขารที่ไม่เที่ยงร�่ำไป ให้ใจเคย  คงได้เชยชมธรรมะอันเอกวิเวกจิต  ไม่เทีย่ งนัน้ หมายใจ ไหวจากจ�ำ  เห็นแล้วซ�ำ้ ดูๆ อยูท่ ไี่ หว  พออารมณ์นอกดับระงับไป หมดปรากฏธรรม  เห็นธรรมแล้วย่อมหายวุ่นวายจิต  จิตนั้น ไม่ติดคู่จริงเท่านี้หมดประตู  รู้ไม่รู้อย่างนี้วิถีใจ  รู้เท่าที่ไม่เที่ยง จิตต้นพ้นริเริ่ม  คงจิตเดิมอย่างเที่ยงแท้  รู้ต้นจิตพ้นจากผิด ทั้งปวงไม่ห่วง  ถ้าออกไปปลายจิตผิดทันที

ใครผิดถูกดีชวั่ ก็ตวั เขา  ใจของเราเพียรระวังตัง้ ถนอม  อย่า ให้อกุศลวนมาตอม  ควรถึงพร้อมบุญกุศลผลสบาย  เห็นคนอื่น เขาชั่วตัวก็ดี  เป็นราคียึดขันธ์ที่มั่นหมาย  ยึดขันธ์ต้องร้อนแท้ เพราะแก่ตาย  เลยซ�ำ้ ร้ายกิเลสกลุม้ เข้ารุมกวน  เต็มทัง้ รักทัง้ โกรธ โทษประจักษ์  ทั้งกลัวนักหนักจิตคิดโหยหวน  ซ�้ำอารมณ์กามห้า

ค�ำทีว่ า่ มืดนัน้ เพราะจิตคิดหวงดี  จิตหวงนีป้ ลายจิตคิดออก ไป  จิตต้นดีเมื่อธรรมะปรากฏหมดสงสัย  เห็นธรรมอันเลิศล�้ำ โลกา   เรื่ อ งคิ ด ค้ น วุ ่ น หามาแต่ ก ่ อ น  ก็ เ ลิ ก ถอนเปลื้ อ งปลด


20

ขั น ธ ะ วิ มุ ติ ส ะ มั ง คี ธ ร ร ม

ได้หมดสิน้   ยังมีทกุ ข์ตอ้ งหลับนอนกับกินไปตามเรือ่ ง  ใจเชือ่ งชิด ต้ น จิ ต คิ ด ไม่ ค รวญ    ธรรมดาของจิ ต ก็ ต ้ อ งนึ ก คิ ด    พอรู ้ สึ ก จิตต้นพ้นโหยหวยเงียบสงัดจากเรือ่ งเครือ่ งรบกวน  ธรรมดาสังขาร ปรากฏหมดด้วยกัน  เสื่อมทั้งนั้นคงที่ไม่มีเลย ระวังใจเมื่อจ�ำท�ำละเอียด  มักจะเบียดให้จิตไปติดเฉย ใจไม่เที่ยงของใจซ�้ำให้เคย  เมื่อถึงเอยหากรู้เองเพลงของใจ เหมือนดังมายาที่หลอกลวง  ท่านว่าวิปัสสนูปกิเลสจ�ำแลงเพศ เหมื อ นดั ง จริ ง ที่ แ ท้ ไ ม่ จ ริ ง    รู ้ ขึ้ น เองหมายนามว่ า ความเห็ น ไม่ใช่เช่นฟังเข้าใจชั้นไต่ถาม  ทั้งตรึกตรองแยกแยะแกะรูปนาม ก็ใช่ความเห็นเองจงเล็งดู  รู้ขึ้นเองใช่เพลงคิด  รู้ต้นจิต จิตต้น พ้นโหยหวนต้นจิตรู้ตวั แน่ว่าสังขาร  เรื่องแปรปรวนใช่กระบวนไป ดูหรือรู้อะไร

21

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

รู้อยู่เพราะหมายคู่ก็ไม่ใช่  จิตคงรู้จิตเองเพราะเพลงไหว จิตรูไ้ หวๆ ก็จิตติดกันไป  แยกไม่ได้ตามจริงสิง่ เดียวกัน  จิตเป็น สองอาการเรียกว่าสัญญาพาพัวพัน  ไม่เทีย่ งนัน้ ก็ตวั เองไปเล็งใคร ใจรูเ้ สือ่ มของตัวก็พน้ มัวมืด  ใจก็จดื สิน้ รสหมดสงสัย  ขาดค้นคว้า หาเรื่องเครื่องนอกใน  ความอาลัยทั้งปวงก็ร่วงโรย  ทั้งโกรธรัก เครื่ อ งหนั ก ใจก็ ไ ปจาก    เรื่ อ งใจอยากก็ ห ยุ ด ได้ ห ายหวนโหย พ้นหนักใจทัง้ หลายโอดโอย  เหมือนฝนโปรยใจ ใจเย็นเห็นด้วยใจ ใจเย็นเพราะไม่ต้องเที่ยวมองคน  รู้จิตต้นปัจจุบันพ้นหวั่นไหว ดี ห รื อ ชั่ ว ทั้ ง ปวงไม่ ห ่ ว งใย     ต้ อ งดั บ ไปทั้ ง เรื่ อ งเครื่ อ งรุ ง รั ง อยู ่ เ งี ย บๆ ต้ น จิ ต ไม่ คิ ด อ่ า น   ตามแต่ ก ารของจิ ต สิ้ น คิ ด หวั ง ไม่ต้องวุ่นต้องวายหายระวัง  นอนหรือนั่งนึกพ้นอยู่ต้นจิต ท่านชี้มรรคฟังหลักแหลม  ช่างต่อแต้มกว้างขวางสว่างไสว ยังอีกอย่างทางใจไม่หลุดสมุทยั   ขอจงโปรดชีใ้ ห้พสิ ดารเป็นการดี


22 ขั น ธ ะ วิ มุ ติ ส ะ มั ง คี ธ ร ร ม

ตอบว่ า   สมุ ทั ย   คื อ   อาลั ย รั ก    เพลิ น ยิ่ ง นั ก ท� ำ ภพใหม่ ไม่หน่ายหนี  ว่าอย่างต�่ำกามคุณห้าเป็นราคี อย่างสูงชี้สมุทัย อาลัยฌาน ถ้าจับตามวิถี มีในจิตก็เรื่องคิดเพลินไปในสังขาร เพลิ น ทั้ ง ปวงเคยมาเสี ย ช้ า นานกลั บ เป็ น การดี ไ ปให้ เ จริ ญ จิตไปในส่วนที่ผิด ก็เลยแตกกิ่งก้านฟุ้งซ่านใหญ่ เที่ยวเพลินไป ในผิดไม่คิดเขิน สิ่งใดชอบอารมณ์ก็ชมเพลิน เพลินจนเกินลืมตัว ไม่กลัวภัย เพลินดูโทษคนอื่นดื่นด้วยชั่ว  โทษของตัวไม่เห็นเป็นไฉน โทษคนอืน่ เขามากสักเท่าไร  ไม่ทำ� ให้เราตกนรกเลย  โทษของเรา เศร้าหมองไม่ตอ้ งมาก  ส่งวิบากไปตกนรกแสนสาหัส  หมัน่ ดูโทษ ตนไว้ให้ใจเคย  เว้นเสียซึ่งโทษนั้น คงได้เชยชมสุขพ้นทุกข์ภัย เมื่อเห็นโทษตนชัดรีบตัดทิ้ง  ท�ำอ้อยอิ่งคิดมากจากไม่ได้

23

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

เรื่องอยากดีไม่หยุดคือตัวสมุทัย  เป็นโทษใหญ่กลัวจะไม่ดีนี้ก็แรง ดีแลไม่ดีนี้เป็นพิษของจิตนัก  เหมือนไข้หนักถูกต้องของแสลง ก�ำเริบโรคด้วยพิษผิดส�ำแลง  ธรรมไม่แจ้งเพราะอยากดีนี้เป็น เดิม  ความอยากดีมีมากมักลากจิต  ให้เที่ยวคิดวุ่นไปจนใจเหิม สรรพชั่ ว มั ว หมองก็ ต ้ อ งเติ ม    ผิ ด ยิ่ ง เพิ่ ม ร�่ ำ ไปไกลจากธรรม ที่ จ ริ ง ชี้ ส มุ ทั ย นี้ ใ จฉั น คร้ า ม   ฟั ง เนื้ อ ความไปข้ า งนุ ง ทางยุ ่ ง ยิ่ ง เมื่อชี้มรรคฟังใจไม่ไหวติง ระงับนิ่งใจสงบจบกันทีฯ อันนี้ชื่อว่าขันธวิมุติสะมังคีธรรมประจ�ำอยู่กับที่ไม่มีอาการ ไปไม่มีอาการมา  สภาวธรรมที่เป็นจริงสิ่งเดียวเท่านี้  และไม่มี เรื่องจะแวะเวียน สิ้นเนื้อความแต่เพียงเท่านี้ฯ ผิดหรือถูกจงใช้ปัญญาตรองดูให้รู้เถิดฯ พระภูริทัตโตฯ (มั่น) วัดสระประทุมวัน เป็นผู้แต่งฯ


24

25

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

ทาน ศีล ภาวนา ทาน คือ เครือ่ งแสดงน�ำ้ ใจของมนุษย์ผมู้ จี ติ ใจสูง มีเมตตา จิตต่อเพื่อนมนุษย์และสัตว์ด้วยการให้ การเสียสละแบ่งปัน มาก น้อยตามก�ำลังของวัตถุเครื่องสงเคราะห์ที่มีอยู่ จะเป็นวัตถุทาน ธรรมทานหรือวิทยาทาน เพือ่ สงเคราะห์ผอู้ นื่ โดยไม่หวังสิง่ ตอบแทน ใดๆ นอกจากกุศล คือ ความดีที่ได้จากทานนั้น เป็นสิ่งตอบแทน ที่เจ้าของทานได้รับอยู่โดยดีเท่านั้น อภัยทานควรให้แก่กันเมื่ออีก ฝ่ายหนึ่งผิดพลาดหรือล่วงเกิน


26 ขั น ธ ะ วิ มุ ติ ส ะ มั ง คี ธ ร ร ม

คนมีทานย่อมเป็นผู้สง่าผ่าเผยและเด่นในปวงชน เป็นที่ เคารพรักในหมู่ชน จะตกอยู่ทิศใดย่อมไม่อดอยากขาดแคลน จะมีสิ่งหรือผู้อุปถัมภ์จนได้ ไม่อับจนทนทุกข์ ผู้มีทานประดับตน ย่อมไม่เป็นคนล้าสมัย บุคคลทุกชั้นไม่รังเกียจ ผูม้ ที านย่อมเป็นผูอ้ บอุน่  หนุนโลกให้ชมุ่ เย็น การเสียสละจึง เป็นเครือ่ งค�ำ้ จุนหนุนโลก การสงเคราะห์กนั ท�ำให้โลกมีความหมาย ตลอดไป ไม่เป็นโลกที่ไร้ชาติขาดกระเจิง เหลือแต่ซากแผ่นดิน ไม่แห้งแล้งแข่งกันทุกข์ตลอดไป ศีล คือ รั้วกั้นความเบียดเบียนและท�ำลายสมบัติร่างกาย และจิตของกันและกัน ศีล คือ พืชแห่งความดีอันยอดเยี่ยมที่ควร มีประจ�ำชาติมนุษย์ ไม่ปล่อยให้สูญหายไป เพราะมนุษย์ไม่มีศีล เป็นรั้วกั้น เป็นเครื่องประดับตัว จะไม่มีที่ให้ซุกหัวนอนหลับสนิท

27

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

ได้โดยปลอดภัย แม้โลกเจริญด้วยวัตถุจนกองสูงกว่าพระอาทิตย์ แต่ความรุ่มร้อนแผดเผาจะทวีคูณยิ่งกว่าพระอาทิตย์ ถ้ามัวคิดว่า วัตถุมีค่ามากกว่าศีลธรรม ศีลธรรมเป็นเพียงสมบัติของมนุษย์ พระพุ ท ธเจ้ า ผู ้ ค ้ น พบและน� ำ มาประดั บ โลกที่ ก� ำ ลั ง มื ด มิ ด ให้ สว่างไสว ร่มเย็นด้วยอ�ำนาจศีลธรรมเป็นเครื่องปัดเป่า ความคิดของมนุษย์ผู้มีกิเลส ผลิตอะไรออกมาท�ำให้โลก ร้อนจะบรรลัยอยู่แล้ว ยิ่งปล่อยให้ความคิดตามอ�ำนาจโดยไม่มี ศีลธรรมช่วยเป็นยาชโลมไว้บ้าง จะผลิตยักษ์ใหญ่ทรงพิษขึ้นมา กว้าน กินมนุษย์จนไม่มีอะไรเหลืออยู่บ้างเลย ความคิดของคน สิน้ กิเลสทีท่ รงคุณอย่างสูง คือพระพุทธเจ้า มีผลให้โลกได้รบั ความ ร่มเย็นซาบซึง้ กับความคิดทีเ่ ป็นกิเลสมีผลให้ตนเองและผูอ้ นื่ ได้รบั ความเดือดร้อนจนคาดไม่ถึงผิดกันอยู่มาก  ควรหาทางแก้ไข ผ่อนหนักให้เบาลงก่อนจะหมดทางแก้ไข ศีลจึงเป็นเหมือนยาปราบ


28 ขั น ธ ะ วิ มุ ติ ส ะ มั ง คี ธ ร ร ม

โรค ทั้งโรคระบาดและเรื้อรัง ภาวนา คือ การอบรมใจให้ฉลาดเทีย่ งตรงต่อเหตุผลอรรถ ธรรม รูจ้ กั วิธปี ฏิบตั ติ อ่ ตัวเองและสิง่ ทัง้ หลาย ยึดการภาวนาเป็นรัว้ กั้นความคิดฟุ้งของใจให้อยู่ในเหตุผลอันจะเป็นทางแห่งความ สงบสุข ใจทีย่ งั มิได้รบั การอบรมจากภาวนา จึงเปรียบเหมือนสัตว์ ที่ยังมิได้รับการฝึกหัด ยังมิได้รับประโยชน์จากมันเท่าที่ควร จ�ำ ต้องฝึกหัดให้ท�ำประโยชน์ ถึงจะได้รับประโยชน์ตามควร ใจจึงควรได้รับการอบรมให้รู้เรื่องของตัว จะเป็นผู้ควรแก่ งานทัง้ หลาย ทัง้ ส่วนเล็กส่วนใหญ่ภายนอกภายใน ผูม้ ภี าวนาเป็น หลักใจ จะท�ำอะไรชอบใช้ความคิดอ่านเสมอ ไม่เสี่ยงและไม่เกิด ความเสียหายแก่ตนและผู้เกี่ยวข้อง

29

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

การภาวนาจึงเป็นงานเพื่อผลในปัจจุบันและอนาคต การ งานทุกชนิด ที่ท�ำ ด้วยใจของผู้มีภาวนาจะส� ำ เร็จลงด้วยความ เรียบร้อย ท�ำด้วยความใคร่ครวญเล็งถึงประโยชน์ที่จะได้รับ เป็น ผู้มีหลักมีเหตุผล ถือหลักความถูกต้องเป็นเข็มทิศทางเดินของ กาย วาจา ใจ ไม่เปิดช่องให้ความอยากอันไม่มีขอบเขตเข้ามา เกี่ยวข้องเพราะความอยากดั้งเดิมเป็นไปตามอ�ำนาจของกิเลส ตัณหา ซึ่งไม่เคยสนใจต่อความผิดถูก ดีชั่ว พาเราเสียไปจนนับ ไม่ถ้วนประมาณไม่ถูก จะเอาโทษมันก็ไม่ได้ ยอมให้เสียไปอย่าง น่าเสียดาย ถ้าไม่มสี ติระลึกบ้างเลยแล้ว ของเก่าก็เสียไป ของใหม่ ก็พลอยจมไปด้วยไม่มวี นั ฟืน้ คืนตัว ฉะนัน้  การภาวนาจึงเป็นเครือ่ ง หักล้างความไม่มีเหตุผลของตนได้ดี วิธีภาวนานั้นล�ำบากอยู่บ้าง เพราะเป็นวิธีบังคับใจ


30 ขั น ธ ะ วิ มุ ติ ส ะ มั ง คี ธ ร ร ม

วิธีภาวนาก็คือวิธีสังเกตตัวเอง สังเกตจิตที่มีนิสัยหลุกหลิก ไม่อยู่เป็นปกติสุข ด้วยมีสติตามระลึกรู้ความเคลื่อนไหวของจิต โดยมีธรรมบทใดบทหนึง่ เป็นค�ำบริกรรม เพือ่ เป็นยารักษาจิตใจให้ ทรงตัวอยู่ได้ด้วยความสงบสุขในขณะภาวนา ที่ให้ผลดีก็มี อานาปาณสติ คือ ก�ำหนดจิตตามลมหายใจ เข้าออกด้วยค�ำภาวนา พุทโธ พยายามบังคับใจให้อยู่กับอารมณ์ แห่งธรรมบททีน่ ำ� มาบริกรรมขณะภาวนา พยายามท�ำอย่างนีเ้ สมอ ด้วยความไม่ลดละความเพียร จิตที่เคยท�ำบาปหาบทุกข์อยู่เสมอ จะค่อยรูส้ กึ ตัว และปล่อยวางไปเป็นล�ำดับ มีความสนใจหนักแน่น ในหน้าที่ของตนเป็นประจ�ำ จิตที่สงบตัวลงเป็นสมาธิ เป็นจิตที่ มีความสุขเย็นใจมากและจ�ำไม่ลืม ปลุกใจให้ตื่นตัวและตื่นใจได้ อย่างน่าประหลาด

31

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต


32 ขั น ธ ะ วิ มุ ติ ส ะ มั ง คี ธ ร ร ม

เมื่อพูดถึงการภาวนา บางท่านรู้สึกเหงาหงอยน้อยใจว่าตน มีวาสนาน้อยท�ำไม่ไหว เพราะกิจการยุ่งยากทั้งภายในบ้านและ นอกบ้าน ตลอดงานสังคมต่างๆ ที่ต้องเป็นธุระ จะมานั่งหลับตา ภาวนาอยู่ เห็นจะไม่ทันอยู่ทันกินกับโลกเขา ท�ำให้ไม่อยากท�ำ ประโยชน์ที่ควรได้ จึงเลยผ่านไป ควรพยายามแก้ไขเสียบัดนี้ แท้จริงการภาวนา คือ วิธแี ก้ความยุง่ ยากล�ำบากใจทุกประเภท ทีเ่ ป็นภาระหนักให้เบาและหมดสิน้ ไป ได้อบุ ายมาแก้ไขไล่ทกุ ข์ออก จากตัว การอบรมใจด้วยการภาวนาก็เป็นวิธหี นึง่ แห่งการรักษาตัว เป็นวิธีที่เกี่ยวกับจิตใจผู้เป็นหัวหน้างานทุกด้าน จิตจ�ำต้องเป็นตัวการรับภาระแบกหาม โดยไม่คำ� นึงถึงความ หนักเบาว่าชนิดใดพอยกไหวไหม จิตต้องรับภาระทันที ดีชวั่ ผิดถูก หนักเบา เศร้าโศกเพียงใด บางเรื่องแทบเอาชีวิตไปด้วย ขณะนั้น

33

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

จิตใจยังกล้าเอาตัวเข้าเสี่ยงแบกหามจนได้ มิหน�ำซ�้ำยังหอบเอา มาคิดเป็นการบ้านอีกจนนอนไม่หลับ รับประทานไม่ได้ก็มี ค�ำว่า หนักเกินไปยกไม่ไหวเกินก�ำลังใจจะคิดและต้านทานนั้นไม่มี งานทางกายยังมีเวลาพักผ่อนนอนหลับ และยังรูป้ ระมาณว่า ควรหรือไม่ควรแก่กำ� ลังของตนเพียงใด ส่วนงานทางใจไม่มเี วลาได้ พักผ่อนเอาเลย พักได้เล็กน้อยขณะนอนหลับเท่านัน้  แม้เช่นนัน้ จิต ยังอุตส่าห์ท�ำงานด้วยการละเมอเพ้อฝันต่อไปอีก ไม่รจู้ กั ประมาณ ว่าเรื่องต่างๆ นั้นควรแก่ก�ำลังของใจเพียงใด เมื่อเกิดอะไรขึ้น ทราบแต่ว่าทุกข์เหลือทน ไม่ทราบว่าทุกข์เพราะงานหนักและเรื่อง เผ็ดร้อนเหลือก�ำลังใจจะสู้ไหว ใจคือนักต่อสู้ ดีก็สู้ ชั่วก็สู้ สู้จนไม่รู้จักหยุดยั้งไตร่ตรอง สู้จนไม่รู้จักตาย หากปล่อยไปโดยไม่มีธรรมเป็นเครื่องยับยั้ง คง


34 ขั น ธ ะ วิ มุ ติ ส ะ มั ง คี ธ ร ร ม

ไม่ได้รับความสุข แม้จะมีสมบัติก่ายกอง ธรรม เป็นเครื่องปกครองสมบัติและปกครองใจ ถ้าขาด ธรรมเพียงอย่างเดียว ความอยากของใจจะพยายามหาทรัพย์ ได้ กองเท่าภูเขาก็ยงั หาความสุขไม่เจอ ไม่มธี รรมในใจเพียงอย่างเดียว จะอยู่ในโลกใด กองสมบัติใด ก็เป็นเพียงโลกเศษเดนและกอง สมบัตเิ ดนเท่านัน้  ไม่มปี ระโยชน์อะไรแก่จติ ใจแม้แต่นดิ  ความทุกข์ ทรมาน ความอดทน ทนทานต่อสิง่ กระทบกระทัง่ ต่างๆ ไม่มอี ะไร จะแข็งแกร่งเท่าใจ ถ้าได้รับความช่วยเหลือที่ถูกทาง ใจจะกลาย เป็นของประเสริฐ ให้เจ้าของได้ชมอย่างภูมใิ จต่อเรือ่ งทัง้ หลายทันที จิตเป็นสมบัตสิ ำ� คัญมากในตัวเรา ทีค่ วรได้รบั การเหลียวแล ด้วยวิธเี ก็บรักษาให้ด ี ควรสนใจรับผิดชอบต่อจิตอันเป็นสมบัตทิ มี่ ี ค่ายิง่ ของตน วิธที คี่ วรกับจิตโดยเฉพาะก็คอื  ภาวนา ฝึกหัดภาวนา ในโอกาสอันควร ควรตรวจดูจิตว่ามีอะไรบกพร่องและเสียไป จะ

35

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

ได้ซ่อมสุขภาพจิต คือนั่งพินิจพิจารณาดูสังขารภายใน คือ ความ คิดปรุงแต่งของจิตว่าคิดอะไรบ้าง ในวันและเวลาที่นั่งๆ มีสาระ ประโยชน์ไหม คิดแส่หาเรื่อง หาโทษ ขนทุกข์มาเผาตนอยู่นั้น พอรู้ผิดถูกของตัวบ้างไหม พิจารณาสังขารภายนอกว่ามีความ เจริญขึ้นหรือเจริญลง สังขารร่างกายมีอะไรใหม่หรือมีความเก่า แก่ชราหลุดลงไป พยายามเตรียมตัวเตรียมใจเสียแต่เวลาที่พอจะ ท�ำได้ ตายแล้วจะเสียการ ให้ท่องอยู่ในใจเสมอว่า เรามีความแก่เจ็บตายอยู่ประจ�ำ ตัวทั่วหน้ากัน ป่าช้าอันเป็นที่เผาศพภายนอก และป่าช้าที่ฝังศพ ภายในคือตัวเราเอง เป็นป่าช้าร้อยแปดพันเก้าแห่งศพที่น�ำมาฝัง ภายในหรือบรรจุอยู่ในตัวเราตลอดเวลา ทั้งศพใหม่ศพเก่าทุกวัน


36 ขั น ธ ะ วิ มุ ติ ส ะ มั ง คี ธ ร ร ม

พิจารณาธรรมสังเวช พิจารณาความตายเป็นอารมณ์ ย่อมมี ทางถอดถอนความเผลอเย่อหยิ่งในวันในชีวิตและวิทยฐานะต่างๆ ออกได้ จะเห็นโทษแห่งความบกพร่องของตัว และพยายามแก้ไข ได้เป็นล�ำดับมากกว่าจะไปเห็นโทษของคนอื่นแล้วมานินทาเขา ซึ่งเป็นความไม่ดีใส่ตน นี่ คื อ การภาวนา  คื อ วิ ธี เ ตือ นตน  สั่ ง สอนตน  ตรวจตรา ดูความบกพร่องของตนว่าควรแก้ไขจุดใดตรงไหนบ้าง ใช้ความ พิจารณาอยูท่ ำ� นองนีเ้ รือ่ ยๆ ด้วยวิธสี มาธิภาวนาบ้าง ด้วยการร�ำพึง ในอิริยาบทต่างๆ บ้าง ใจจะสงบเย็นไม่ล�ำพองผยองตัว และ ไม่เอาความทุกข์มาเผาลนตัวเอง เป็นผู้รู้จักประมาณในหน้าที่ การงานที่พอเหมาะพอดีแก่ตัวทั้งทางกายและทางใจ ไม่ลืมตัว มัว่ สุมในสิง่ ทีเ่ ป็นหายนะต่างๆ คุณสมบัตขิ องผูภ้ าวนานีม้ มี ากมาย ไม่อาจพรรณนาให้จบสิ้นได้

37

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

ทาน ศีล ภาวนา ธรรมทัง้  ๓ นี ้ เป็นรากแก้วของความเป็น มนุษย์ และเป็นรากเหง้าของพระศาสนา ผู้เกิดมาเป็นมนุษย์ต้อง เป็นผู้เคยสั่งสมธรรมเหล่านี้มาอยู่ในนิสัยของผู้จะมาสวมร่างเป็น มนุษย์ที่สมบูรณ์ด้วยมนุษย์สมบัติอย่างแท้จริง


38

39

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

คนดีมีศีลธรรม

หาคนดีมศี ลี ธรรมในใจ หายากยิง่ กว่าเพชรนิลจินดา ได้คน เป็นคนดีเพียงคนเดียวย่อมมีคุณค่ามากกว่าเงินเป็นล้านๆ เพราะ เงินเป็นล้านๆ ไม่สามารถท�ำความร่มเย็นให้แก่โลกได้อย่างถึงใจ เหมือนได้คนดีมาท�ำประโยชน์


40 ท า น ศี ล ภ า ว น า

คนดีแม้เพียงคนเดียว ยังสามารถท�ำความเย็นให้แก่โลกได้ มากมายและยั่งยืน เช่นพระพุทธเจ้าและพระสาวกทั้งหลายเป็น ตัวอย่าง คนดีแต่ละคนมีคุณค่ามากกว่าเงินเป็นก่ายกอง เป็น คุณค่าแห่งความดีของตนที่จะท�ำต่อไปมากกว่าเงิน แม้จะจนก็ ยอมจน ขอแต่ให้ตัวดีและโลกมีความสุข แต่คนโง่ชอบเงินมากกว่าคนดีและความดี ขอแต่ได้เงินแม้ ตัวจะเป็นอย่างไรไม่สนใจคิดสนใจดู ถึงจะชั่วช้าลามกหรือแสน โสมมเพียงไรไม่หลีกห่าง ขนาดยมบาลเกลียดกลัวไม่ยอมนับเข้า บัญชีผู้ต้องหา กลัวจะไปท�ำลายสัตว์นรกด้วยกันให้เดือนร้อน ขอ แต่ได้เงินก็เป็นที่พอใจ ส่วนจะผิดถูกประการใดเขาไม่ยุ่งเกี่ยว คนดีกับคนชั่ว สมบัติเงินทองกับธรรมะคือคุณความดี ผิด กันอย่างนี้แล ใครมีหูมีตาก็คิดแก้ไขเสียแต่บัดนี้ อย่าให้สายเกิน แก้ ฉะนั้น สัตว์โลกจึงต่างกันทั้งภพก�ำเนิด รูปร่างลักษณะ จริต

41

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

นิสัย ดี-ชั่ว สุข-ทุกข์ เพราะกฎของกรรมหรือกฎของตัวเองที่ท�ำ ขึ้น ไม่ใช่กฎของใครไปท�ำให้ ตัวท�ำเอาเอง ของดีมีอยู่กับตัวเราทุกคน ก็พากันปฏิบัติเอา ท�ำเอา เมื่อ เวลาตายแล้ววุน่ วาย หานิมนต์พระมากุสลามาติกา ไม่ใช่เกาถูกที่ คัน ต้องรีบแก้เสียแต่บดั นี ้ คือเร่งท�ำความดีแต่บดั นี ้ จะได้หายห่วง อะไรๆ ที่เป็นสมบัติของโลก มิใช่สมบัติอันแท้จริงของเรา ตัวจริงไม่มใี ครเหลียวแล สมบัตใิ นโลกเราแสวงหามา หามาทุจริต ก็เป็นไฟเผา เผาตัวท�ำให้ฉิบหายได้จริงๆ ข้อนี้ขึ้นอยู่กับความ ฉลาดและความโง่เขลาของผู้แสวงหาแต่ละราย ท่านผู้พ้นทุกข์ไป ด้วยความอุตส่าห์สร้างความดีใส่ตนจนกลายเป็นสรณะของพวกเรา ท่านไม่เคยมีสมบัติเงินทองเครื่องหวงแหนเป็นคนร�ำ่ รวย สวยงาม เฉพาะสมัย จึงพากันรักพากันห่วงจนไม่รู้จักเป็นรู้จักตาย ส�ำคัญ


42 ท า น ศี ล ภ า ว น า

ตนว่าจะไม่ตายและพากันประมาทจนลืมตัว เพลิดเพลินตักตวง เอาแต่สิ่งไม่เป็นท่าใส่ตนแทบหาบไม่ไหว อย่าส�ำคัญตนว่าเก่งกาจสามารถฉลาดรู้กว่าเขาเลย ถึงกับ สร้างความมืดมิดปิดตาทับถมตัวเองจนไม่มวี นั สร่างซา เมือ่ ถึงเวลา จนตรอกอาจจนยิ่งกว่าสัตว์ ถ้าไม่เตรียมทราบไว้เสียแต่บัดนี้ ซึ่งอยู่ในฐานะอันควร อาตมาขออภัยด้วยถ้าพูดหยาบคายไป แต่คำ� พูดทีส่ งั่ สอนคนให้ละชัว่ ท�ำความดี จัดเป็นหยาบคายอยูแ่ ล้ว โลกเราก็จะถึงคราวหมดสิ้นศาสนา เพราะไม่มีผู้ยอมรับความจริง การท�ำบาปหยาบคายมีมาประจ�ำแทบทุกคน ทัง้ ให้ผลเป็นทุกข์ตน ยังไม่อาจรู้ได้ และต�ำหนิมันบ้างพอมีทางคิดแก้ไข แต่กลับต�ำหนิ ค�ำสั่งสอนหยาบคาย ก็นับเป็นโรคที่หมดหวัง

43

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

เมื่อมีผู้เตือนสติ ควรยึดมาเป็นธรรมค�ำสอน จะเป็นคนมี ขอบเขตมีเหตุผล ไม่ทำ� ตามความอยาก เมือ่ พยายามฝ่าฝืนให้เป็น ไปตามทางของนักปราชญ์ได้ จะประสบผลคือความสุขในปัจจุบนั ทันตา แม้จะมิได้เป็นเจ้าของเงินล้าน แต่มีทางได้รับความสุขจาก สมบัติและความประพฤติดีของตน คนฉลาดปกครองตนให้มีความสุขและปลอดภัย ไม่จ�ำเป็น ต้องเทีย่ วแสวงหาทรัพย์มากมาย หรือเทีย่ วกอบโกยเงินเป็นล้านๆ มาเป็นเครื่องบ�ำรุงจึงมีความสุข ผู้มีสมบัติพอประมาณในทาง ที่ชอบมีความสุขมากกว่าผู้ได้มาในทางมิชอบเสียอีก เพราะนั่น ไม่ใช่สมบัติของตนอย่างแท้จริง ทั้งๆ ที่อยู่ในกรรมสิทธิ์ แต่กฎ ความจริงคือกรรม สาปแช่งไม่เห็นด้วย และให้ผลเป็นทุกข์ไม่สิ้น สุด นักปราชญ์ทา่ นจึงกลัวกันนักหนา แต่คนโง่อย่างพวกเราผูช้ อบ สุกเอาเผากินและชอบเห็นแก่ตัว ไม่มีวันอิ่มพอ ไม่ประสบผลคือ ความสุขดังใจหมาย


44

ท า น ศี ล ภ า ว น า

คนหิวอยูเ่ ป็นปกติสขุ ไม่ได้ จึงวิง่ หาโน่นหานี ่ เจออะไรก็คว้า ติดมือมาโดยไม่ส�ำนึกว่าผิดหรือถูก ครั้นแล้วสิ่งคว้ามาก็มาเผา ตัวเองให้ร้อนยิ่งกว่าไฟ คนที่หลงจึงต้องแสวงหา ถ้าไม่หลงก็ไม่ ต้องหา จะหาไปให้ล�ำบากท�ำไม อะไรๆ ก็มีอยู่กับตัวเองอย่าง สมบูรณ์อยูแ่ ล้ว จะตืน่ เงาตะครุบเงาไปท�ำไม เพราะรูอ้ ยูแ่ ล้วว่าเงา ไม่ใช่ตัวจริง ตัวจริงคือสัจจะทั้งสี่ที่มีอยู่ในกายในใจอย่างสมบูรณ์ แล้ว ความมั่งมีศรีสุขจะไม่บังเกิดแก่ผู้ทุจริตสร้างกรรมชั่ว มีมาก เท่าไหร่ย่อมหมดไป พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ที่สร้างบาปกรรมไว้ ผลกรรมนั้นย่อมตกอยู่กับลูกหลานรุ่นหลังให้มีอันเป็นไป ผู้ทุจริต เบียดเบียนรังแกผู้อื่น จะหาความสุขความเจริญไม่ได้เลย

45

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต


46

47

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม เราทั้งหลายต่างเกิดมาด้วยวาสนา มีบุญพอเป็นมนุษย์ได้ อย่างเต็มภูมิ ดังที่ทราบอยู่แก่ใจ อย่าลืมตัวลืมวาสนา โดยลืม สร้างคุณงามความดีเสริมต่อ ภพชาติของเราที่เคยเป็นมนุษย์จะ เปลีย่ นแปลงและกลับกลายหายไปเป็นชาติทตี่ ำ�่ ทรามไม่ปรารถนา จะกลายมาเป็นตัวเราเขาแล้วแก้ไม่ตก


48 สั ต ว์ โ ล ก ย่ อ ม เ ป็ น ไ ป ต า ม ก ร ร ม

ความสูงศักดิ์ ความต�่ำทราม ความสุขทุกชั้นจนถึงบรมสุข และความทุกข์จนเข้าขั้นมหันตทุกข์เหล่านี้ มีได้กับทุกคนตลอด สัตว์ ถ้าตนเองท�ำให้มี อย่าเข้าใจว่ามีได้เฉพาะผู้ก�ำลังเสวยอยู่ เท่านั้น โดยผู้อื่นไม่มี เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสมบัติกลาง แต่กลับ กลายมาเป็นสมบัตจิ ำ� เพาะของผูผ้ ลิตผูท้ ำ� เองได้ ท่านจึงสอนไม่ให้ ดูถกู เหยียดหยามกัน เราอาจมีเวลาเป็นเช่นนัน้  หรือยิง่ กว่านัน้ ก็ได้ เมือ่ ถึงวาระเข้าจริงๆ ไม่มใี ครมีอำ� นาจหลีกเลีย่ งได้ เพราะกรรมดี กรรมชัว่ เรามีทางสร้างได้เช่นเดียวกับผูอ้ นื่  จึงมีทางเป็นได้เช่นเดียว กับผู้อื่น และผู้อื่นก็มีทางเป็นได้เช่นเดียวกับที่เราเคยเป็น ศาสนาเป็นหลักวิชาตรวจตราดูตัวเองและผู้อื่นได้อย่าง แม่นย�ำ ไม่มีวิชาใดในโลกเสมอเหมือน สิง่ ดีชวั่ ที่มีและเกิดอยู่กับ ตนทุกระยะมีใจเป็นตัวการ พาให้สร้างกรรมประเภทต่างๆ จนเห็น ได้ชัดว่ากรรมมีอยู่กับผู้ท�ำ มีใจเป็นเหตุของกรรมทั้งมวล

49

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

กรรมเป็นของลึกลับและมีอ�ำนาจมาก ไม่มีผู้ใดหนีกฎแห่ง กรรมได้เลย ถ้าเราสามารถรูเ้ ห็นกรรมดี กรรมชัว่  ทีต่ นและผูอ้ นื่ ท�ำ ขึ้นเหมือนเห็นวัตถุต่างๆ จะไม่กล้าท�ำบาป แต่จะกระตือรือร้น ท�ำแต่ความดี ซึ่งเป็นของเย็นเหมือนน�้ำ ความเดือดร้อนในโลกก็ จะลดน้อยลงเพราะต่างก็รักษาตัว กลัวบาปอันตราย ท่านว่าดีชั่วมิได้เกิดขึ้นเอง แต่อาศัยการท�ำบ่อยก็ชินไป เอง เมื่อชินแล้วก็กลายเป็นนิสัย ถ้าเป็นฝ่ายชั่วก็แก้ไขยาก คอย แต่จะไหลลงไปตามนิสัยที่เคยท�ำอยู่เสมอ ถ้าเป็นฝ่ายดีก็นับว่า คล่องแคล่วกล้าขึ้นเป็นล�ำดับ เราเกิดเป็นมนุษย์มีความสูงศักดิ์ มากอย่าน�ำเรื่องของสัตว์มาประพฤติ มนุษย์เราจะต�่ำลงกว่าสัตว์ และจะเลวกว่าสัตว์อีกมากมาย อย่าพากันท�ำ ให้พากันละบาป บ�ำเพ็ญบุญท�ำแต่คุณความดี อย่าให้เสียชีวิตเปล่าที่มีวาสนาเกิด มาเป็นมนุษย์


50 สั ต ว์ โ ล ก ย่ อ ม เ ป็ น ไ ป ต า ม ก ร ร ม

การท�ำความเข้าใจเรื่องของกรรมเป็นการศึกษาธรรมะเพื่อ เตรียมพร้อมทีจ่ ะรับภาวะของตัวเราเอง ซึง่ จะต้องเป็นไปตามกรรม ที่ได้ท�ำไว้ ตามพุทธภาษิตที่มีว่า “กรรม จ�ำแนกสัตว์ให้ทรามและ ประณีตต่างกัน” ผู้สงสัยกรรม หรือไม่เชื่อกรรมว่ามีผล คือ ลืมตนจนกลาย เป็นผู้มืดบอดอย่างช่วยไม่ได้ แม้เขาจะเกิดและได้รับการเลี้ยงดู จากพ่อแม่มาเป็นอย่างดีเหมือนโลกทั้งหลายก็ตาม เขาก็มอง ไม่เห็นคุณของพ่อแม่ว่าได้ให้ก�ำเนิดและเลี้ยงดูตนมาอย่างไรบ้าง แต่เขาจะมองเห็นเฉพาะร่างกายเขาที่เป็นคนหนึ่งก�ำลังรกโลก อยู่โดยเจ้าตัวไม่รู้เท่านั้น ไม่สนใจคิดว่าเขาเติบโตมาจากท่านทั้ง สอง ซึ่งเป็นแรงหนุนร่างกายชีวิตจิตใจเขาให้เจริญเติบโตมาจน ถึงปัจจุบัน การดื่มกินเป็นการสร้างสุขภาพความเจริญเติบโตแก่ ร่างกายไม่จัดว่าเป็นกรรม

51

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

กรรม คือ การกระท�ำดีชั่วทางกาย วาจา ใจ ต่างหาก ผลจริงคือความสุขทุกข์ที่ได้รับกันอยู่ทั่วโลก กระทั่งสัตว์ผู้ไม่รู้จัก กรรม รูแ้ ต่กระท�ำคือหากินหาอยู ่ ทางศาสนาเรียกว่ากรรมของสัตว์ ของบุคคล และผลกรรมของสัตว์ของบุคคล ควรมีเมตตาสงสาร ในสัตว์ทงั้ หลายซึง่ มีความเกิดแก่เจ็บตายเช่นเดียวกับเรา ไม่มอี ะไร ยิ่งหย่อนกว่ากัน ความยิ่งหย่อนแห่งวาสนาบารมีนั้นมีได้ทั้งคนและสัตว์ สัตว์บางตัวมีวาสนาบารมีและอัธยาศัยดีกว่ามนุษย์บางคน แต่เขา ตกอยูใ่ นภาวะความเป็นสัตว์กจ็ �ำต้องทนรับเสวยไป สัตว์เดรัจฉาน ก็ยงั มีและเสวยกรรมไปตามวิบากของมัน มิให้ประมาทเขาว่าเป็น สัตว์ที่เกิดในก�ำเนิดต�่ำทราม ความจริงเขาเพียงเสวยกรรมตาม วาระที่เวียนมาถึงเท่านั้น เช่นเดียวกับมนุษย์ขณะที่ตกอยู่ในความ ทุกข์จนข้นแค้นก็จ�ำต้องทนเอาจนกว่าจะสิ้นกรรม


52 สั ต ว์ โ ล ก ย่ อ ม เ ป็ น ไ ป ต า ม ก ร ร ม

เมือ่ มนุษย์เราเกิดเสวยชาติเป็นคน มีสขุ บ้างมีทกุ ข์บา้ งตาม วาระของกรรมที่อ�ำนวย มนุษย์ก็มีกรรมชนิดหนึ่งที่พาให้มาเป็น เช่นนี้ ซึ่งล้วนผ่านก�ำเนิดต่างๆ มาจนนับไม่ถ้วน ให้ตระหนักใน กรรมของสัตว์ว่ามีต่างๆ กัน เพราะฉะนั้น ไม่ให้ดูถูกเหยียดหยามในชาติก�ำเนิดความ เป็นอยูข่ องกันและกัน และสอนให้รวู้ า่ สัตว์ทงั้ หลายมีกรรมดีกรรม ชั่วเป็นของๆ ตน

53

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต


54

55

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

อานิสงส์ของการรักษาศีล ๕ ค�ำว่า ศีล ได้แก่สภาพเช่นไร ศีลอย่างแท้จริงเป็นไปด้วย ความมีสติ รู้สิ่งที่ควรหรือไม่ควร ระวังการระบายออกทางทวาร ทัง้ สาม คอยบังคับ กาย วาจา ใจ ให้เป็นไปในขอบเขตของศีลที่ เป็นสภาพปกติ ศีลที่เกิดจากการรักษามีสภาพปกติไม่คะนองทาง กาย วาจา ใจ ให้เป็นทีเ่ กลียด นอกจากความปกติงดงามทางกาย วาจา ใจของผู้มีศีล ว่าเป็นศีลเป็นธรรม เราควรรักษาศีล ๕


56 อ า นิ ส ง ส์ ข อ ง ก า ร รั ก ษ า ศี ล ๕

๑. สิ่งมีชีวิต เป็นสิ่งที่มีคุณค่า จึงไม่ควรเบียดเบียนข่มเหง และท�ำลายคุณค่าแห่งความเป็นอยู่ของเขาให้ตกไป ๒. สิ่งของของใครๆ ก็รักและสงวน ไม่ควรท�ำลาย ฉก ลัก ปล้น จี้ เป็นต้น อันเป็นการท�ำลายสมบัติและท�ำลายจิตใจกัน ๓. ลูก หลาน สามี ภรรยาใครๆ ก็รักสงวนอย่างยิ่ง ไม่ ปรารถนาให้ใครมาอาจเอื้อมล่วงเกิน เป็นการท�ำลายจิตใจของ ผู้อื่นอย่างหนัก และเป็นบาปไม่มีประมาณ ๔. มุสา การโกหกพกลมเป็นสิ่งท�ำลายความเชื่อถือของ ผู้อื่นให้ขาดสะบั้นลงอย่างไม่มีดี แม้เดรัจฉานเขาก็ไม่พอใจค�ำ หลอกลวง จึงไม่ควรโกหกหลอกลวงให้ผู้อื่นเสียหาย

57

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

๕. สุรา ยาเสพติด เป็นของมึนเมาและให้โทษ ดื่มเข้าไป ย่อมท�ำให้คนดีๆ กลายเป็นคนบ้าได้ ลดคุณค่าลงโดยล�ำดับ ผู้ต้องการเป็นคนดีมีสติปกครองตัวอย่างมนุษย์ จึงไม่ควรดื่มสุรา เครื่องท�ำลายสุขภาพทางร่างกายและใจอย่างยิ่ง เป็นการท�ำลาย ตัวเองและผู้อื่นไปด้วยในขณะเดียวกัน อานิสงส์ของศีล ๕ เมื่อรักษาได้ ๑. ท�ำให้อายุยืน ปราศจากโรคภัยเบียดเบียน ๒. ทรัพย์สมบัตทิ อี่ ยูใ่ นความปกครอง มีความปลอดภัยจาก โจรผู้ร้ายมาราวีเบียดเบียนท�ำลาย ๓. ระหว่างลูก หลาน สามี ภรรยา อยู่ด้วยกันเป็นผาสุก ไม่มีผู้คอยล่วงล�้ำกล�้ำกราย ต่างครองกันอยู่ด้วยความเป็นสุข ๔. พูดอะไรมีผู้เคารพเชื่อถือ ค�ำพูดมีเสน่ห์เป็นที่จับใจ ไพเราะด้วยสัตย์ด้วยศีล


58 อ า นิ ส ง ส์ ข อ ง ก า ร รั ก ษ า ศี ล ๕

๕. เป็นผู้มีสติปัญญาดีและเฉลียวฉลาด ไม่หลงหน้าหลง หลัง จับโน่นชนนีเ่ หมือนคนบ้าคนบอหาสติไม่ได้ ผูม้ ศี ลี เป็นผูป้ ลูก และส่งเสริมสุขบนหัวใจคนและสัตว์ทั่วโลกให้มีแต่ความอบอุ่น ไม่เป็นทีร่ ะแวงสงสัย ผูไ้ ม่มศี ลี เป็นผูท้ ำ� ลายหัวใจคนและสัตว์ให้ได้ รับความทุกข์เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า

59

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต


60

61

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

วิธีปฏิบัติ ของผู้เล่าเรียนมาก ผู้ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนคัมภีร์วินัยมาก  มีอุบายมาก เป็น ปริยายกว้างขวาง ครั้นมาปฏิบัติทางใจ จิตไม่ค่อยจะรวมง่าย ฉะนั้น ต้องให้เข้าใจว่าความรูท้ ไี่ ด้ศึกษามาแล้วต้องเก็บใส่ต้ใู ส่หีบ ไว้เสียก่อน ต้องมาหัดผูร้ คู้ อื จิตนี ้ หัดสติให้เป็นมหาสติ หัดปัญญา ให้เป็นมหาปัญญา ก�ำหนดรู้เท่ามหาสมมุติมหานิยม อันเอาออก ไปตั้งไว้ว่าอันนั้นเป็นอันนั้น เป็นวันคืนเดือนปี เป็นดินฟ้าอากาศ


63

62 วิ ธี ป ฏิ บั ติ ข อ ง ผู้ เ ล่ า เ รี ย น ม า ก

กลางหาว ดาวนักขัตตฤกษ์ สารพัดสิ่งทั้งปวง อันเจ้าสังขาร คือ อาการจิตหากออกไปตั้งไว้บัญญัติไว้ว่าเขาเป็นนั่นเป็นนี่ จนรู้เท่า แล้ว เรียกว่าก�ำหนดรู้ทุกข์ สมุทัย เมื่อท�ำให้มาก เจริญให้มาก รู้เท่าเอาทันแล้ว จิตก็จะรวมลงได้ เมื่อก�ำหนดอยู่ก็ชื่อว่าเจริญมรรค หากมรรคพอแล้วนิโรธ ก็ไม่ตอ้ งกล่าวถึง หากจะปรากฏชัดแก่ผปู้ ฏิบตั เิ อง เพราะศีลก็มอี ยู่ สมาธิก็มีอยู่ ปัญญาก็มีอยู่ในกายวาจาจิตนี้ ทีเ่ รียกว่า อกาลิโก ของมีอยูท่ กุ เมือ่  โอปนยิโก เมือ่ ผูป้ ฏิบตั ิ มาพิจารณาของทีม่ อี ยู ่ ปัจจัตตัง จึงจะรูเ้ ฉพาะตัว คือมาพิจารณา กายอันนี้ให้เป็นของอสุภะ  เปื่อยเน่าแตกพังลงไปตามสภาพ ความจริงของภูตธาตุ ปุพเพสุ ภูเตสุ ธัมเมสุ ในธรรมอันมีมาแต่ เก่าก่อนสว่างโร่อยู่ทั้งกลางวันและกลางคืน ผู้มาปฏิบัติพิจารณา

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

พึงรู้อุปมารูปเปรียบดังนี้ อันบุคคลผู้ท�ำนาก็ต้องท�ำลงไปในแผ่นดิน ลุยตมลุยโคลน ตากแดดกร�ำฝน จึงจะเห็นข้าวเปลือกข้าวสาร ข้าวสุกมาได้ และ ได้บริโภคดืม่ สบาย ก็ลว้ นท�ำมาจากของมีอยูท่ งั้ สิน้ ฉันใด ผูป้ ฏิบตั ิ ก็ ฉั น นั้ น  เพราะศี ล  สมาธิ  ปั ญ ญา  ก็ มี อ ยู ่ ใ นกายวาจาใจของ ทุกคนฯ


64

65

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

คติธรรมค�ำสอน * ผู้สนใจศึกษาปฏิบัติธรรม คือผู้สนใจหาความรู้ความ ฉลาดเพื่อคุณงามความดีทั้งหลายที่โลกเขาปรารถนากัน เพราะคนเราจะอยู่และไปโดยไม่มีเครื่องป้องกันตัว ย่อม ไม่ปลอดภัยต่ออันตรายทั้งภายนอกภายใน เครื่องป้องกันตัว คือ หลักธรรม มีสติปัญญาเป็นอาวุธส�ำคัญ จะเป็นเครื่องมั่นคง ไม่สะทกสะท้าน มีสติปัญญาแฝงอยู่กับตัวทุกอิริยาบท จะคิดพูด ท�ำอะไรๆ ไม่มกี ารยกเว้น มีสติปญั ญาสอดแทรกอยูด่ ว้ ยทัง้ ภายใน


66 ค ติ ธ ร ร ม คํ า ส อ น

และภายนอก มีความเข้มแข็งอดทน มีความเพียรที่จะประกอบ คุณงามความดี คนอ่อนแอโง่เง่าเต่าตุ่นวุ่นวายอยู่กับอารมณ์ เครื่องผูกพันด้วยความนอนใจ และเกียจคร้านในกิจการที่จะ ยกตัวให้พ้นภัย * การต�ำหนิติเตียนผู้อื่น ถึงเขาจะผิดจริงก็เป็นการก่อกวน จิตใจตนเองให้ขุ่นมัวไปด้วย ความเดือดร้อนวุน่ วายใจทีค่ ดิ แต่ต�ำหนิผอู้ นื่ จนอยูไ่ ม่เป็นสุข นัน้  นักปราชญ์ถอื เป็นความผิดและบาปกรรม ไม่ดเี ลย จะเป็นโทษ ให้ท่านได้สิ่งไม่พึงปรารถนามาทรมานอย่างไม่คาดฝัน การกล่าวโทษผูอ้ นื่ โดยขาดการไตร่ตรอง เป็นการสัง่ สมโทษ และบาปใส่ตนให้ได้รับความทุกข์ จึงควรสลดสังเวชต่อความผิด ของตน งดความเห็นที่เป็นบาปภัยแก่ตนเสีย ความทุกข์เป็นของ น่าเกลียดน่ากลัว แต่สาเหตุทที่ ำ� ให้เกิดทุกข์ทำ� ไมพอใจสร้างขึน้ เอง

67

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

* เมื่อเกิดมาอาภัพชาติแล้ว อย่าให้ใจอาภัพอีก ผู้เกิดมาชาตินี้อาภัพแล้ว อย่าให้ใจอาภัพ คิดแต่ผลิตโทษ ท�ำบาปอกุศลเผาผลาญตนให้ได้ทุกข์เป็นบาปกรรมอีกเลย คนชั่ว ท�ำชั่วได้ง่าย และติดใจไม่ยอมลดละแก้ไขให้ดี คนดี ท�ำดีได้ง่ายและติดใจกลายเป็นคนรักธรรมตลอดไป * เราต้องการของดี คนดีก็จ�ำต้องฝึก ฝึกจนดี จะพ้นการ ฝึกไปไม่ได้ งานอะไรก็ต้องฝึกทั้งนั้นฝึกงานฝึกคน  ฝึกสัตว์ ฝึกตน ฝึกใจ นอกจากตายแล้วจึงหมดการฝึก ค�ำว่า ดี จะเป็นสมบัตขิ อง ผู้ฝึกดีแล้วแน่นอน * ผู้เห็นคุณค่าของตัว จึงควรเห็นคุณค่าของผู้อื่นว่ามีความ รู้สึกเช่นเดียวกัน ไม่เบียดเบียนท�ำลายกัน


68 ค ติ ธ ร ร ม คํ า ส อ น

ผูม้ ศี ลี สัตย์ เมือ่ ท�ำลายขันธ์ไปในสุคติในโลกสวรรค์ ไม่ตกต�ำ่ เพราะอ�ำนาจศีลคุ้มครองรักษาและสนับสนุน จึงสมควรอย่างยิ่ง ที่จะพากันรักษาให้บริบูรณ์ ธรรมก็สั่งสอนแล้วควรจดจ�ำให้ดี ปฏิบัติให้มั่นคง จะเป็นผู้ทรงคุณสมบัติทุกอย่างแน่นอน * ศีลนั้นอยู่ที่ไหน มีตัวตนเป็นอย่างไร ใครเป็นผูร้ กั ษาแล้วก็รวู้ า่ ผูน้ นั้ เป็นศีล ศีลก็อยูท่ ตี่ นนี ้ เจตนา เป็นตัวศีล เจตนาคือจิตใจ คนเราถ้าจิตใจไม่มีก็ไม่เรียกว่าคน มีแต่กายจะท�ำอะไรได้ ร่างกายกับจิตต้องอาศัยซึ่งกันแลกัน เมื่อ จิตไม่เป็นศีล กายก็ประพฤติไปต่างๆ มีโทษต่างๆ ผู้มีศีลแล้ว ไม่มีโทษ จะเป็นปกติแนบเนียนไม่หวั่นไหว ไม่มีเรื่องหลงหาหลง ขอ คนที่หาคนที่ขอต้องเป็นทุกข์ ขอเท่าไหร่ยิ่งไม่มี ยิ่งอดอยาก ยากเข็ญ กายกับจิตเราได้มาแล้วมีอยู่แล้ว ได้มาจากบิดามารดา

69

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

พร้อมบริบูรณ์แล้ว จะท�ำให้เป็นศีลก็รีบท�ำ ศีลมีอยู่ที่เรานี้แล้ว รักษาได้ไม่มกี าล ได้ผลไม่มกี าล ผูม้ ศี ลี ย่อมเป็นผูอ้ งอาจกล้าหาญ ผูม้ ศี ลี ย่อมมีความสุข ผูจ้ กั มัง่ คัง่  บริบรู ณ์ สมบูรณ์ ไม่อด ไม่ยาก ไม่จน ก็เพราะรักษาศีลได้สมบูรณ์ จิตดวงเดียวเป็นศีล เป็นสมาธิ เป็นปัญญา * ผู้มีศีลแท้เป็นผู้หมดเวรหมดภัย * พระพุทธเจ้าตรัสสอนเรือ่ งกายวาจาจิต มิได้สอนอย่างอืน่ ทรงสอนให้ปฏิบัติฝึกหัดจิตใจ ให้เอาจิตพิจารณากาย เรียกว่า กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน หัดสติให้มาก ในการค้นคว้าที่เรียกว่า ธัมมวิจยะ พิจารณาให้พอ ทีเดียว เมือ่ พิจารณาพอจนเป็น สติสมั โพชฌงค์ จิตจึงจะเป็นสมาธิ รวมลงเอง การประกอบความพากเพียรท�ำจิตให้ยงิ่  เป็นการปฏิบตั ิ ค�ำสอนตามค�ำสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า


70 ค ติ ธ ร ร ม คํ า ส อ น

* คุณธรรม ยังผู้เข้าถึงให้เป็นผู้ฉลาดปราดเปรื่องเลื่อง ระบือ มีความฉลาดกว้างขวางในอุบายวิธี ไม่มคี วามคับแค้นจนมุม * ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่แน่นอน ความยิ่งใหญ่ คือ ความไม่ยั่งยืน ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือ ชีวิต ที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเท่านั้น * วาสนา นั้นเป็นไปตามอัธยาศัย คนที่มีวาสนาในทางที่ดีมาแล้ว แต่คบคนพาลวาสนาก็อาจ เป็นเหมือนคนพาลได้ บางคนวาสนายังอ่อน เมือ่ คบบัณฑิตวาสนา ก็เลือ่ นขัน้ ขึน้ เป็นบัณฑิต ฉะนัน้  บุคคลควรพยายามคบแต่บณั ฑิต เพื่อเลื่อนภูมิวาสนาของตนให้สูงขึ้น

71

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

* ผูม้ ปี ญั ญาไม่ควรให้สงิ่ ทีล่ ว่ งมาแล้วตามมา ไม่ควรหวังใน สิง่ ทีย่ งั มาไม่ถงึ  ผูม้ ปี ญั ญาได้เห็นในธรรมซึง่ เป็นปัจจุบนั  ควรเจริญ ความเห็นนั้นไว้เนืองๆ ควรรีบท�ำเสีย ผู้มีปัญญาซึ่งมีธรรมเป็นเครื่องอยู่ มีความเพียรแยกกิเลส ให้ ห มดไป   จะไม่ เ กี ย จคร้ า น   ขยั น หมั่ น เพี ย รทั้ ง กลางวั น และ กลางคืน


บั น ทึ ก

72

73

ห ล ว ง ปู่ มั่ น ภู ริ ทั ต โ ต

ขันธะวิมุติสะมังคีธรรม_หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต  

ขันธะวิมุติสะมังคีธรรม_หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you