Page 1

1

E-BOOK โค น๊ม นม . . . นายมนัสวิน โหล่ตระกูล

PBAC


2

คำ�นำ�

E-BOOK เล่มนี้จัดทำ�ขึ้นเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับวัวนม การเลี้ยงวัวนม ประวัติ วัวนม และที่มาของวัวเพื่อให้ความรู้สำ�หรับคนชอบวัว คนเลี้ยงวัว คนที่ทำ�อาชีพวัว นม เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไป สามารถนำ�ไปไช้กับชีวิตประจำ�วันได้ เกิดผิดพลาดประการใดขอกราบขอโทษ ณ ที้นี้ด้วย ผู้จัดทำ� นายมนัสวิน โหล่ตระกูล


3

สารบัญ

เรื่อง

หน้า

พระราชสมัญญา “พระบิดาแห่งการโคนมไทย” ส่งเสริมและเผยแพร่การเลี้ยงโคนมโดยสาธิตการดำ�เนินงาน วิธีการเลี้ยงโคนม

4 5 8

ประวัติฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์คและศูนย์อบรมการเลี้ยงโคนม

10

การเลี้ยงโคนมในประเทศไทย โดย นายอิสระ สุวรรณบล พันธุ์โคที่นิยมเลี้ยงในประเทศไทย

12 14


4

พระราชสมัญญา “พระบิดาแห่งการโคนมไทย” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงพระเยาว์ ทรงมีความคุ้นเคยกับ โรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๘ เคยเสด็จฯ พร้อมด้วยพระบาท สมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช ชนนี ทอดพระเนตรโรงงานออร์เบอร์ ผลิตนมข้นหวานของเนสท์เล่ ที่ประเทศส วิตเซอร์แลนด์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักว่า นม มีคุณค่าทางอาหารสูงและ เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ ดังนั้นเมื่อเสด็จประพาสประเทศเดนมาร์ก ใน พ.ศ. ๒๕๐๓ จึงเสด็จทอดพระเนตร กิจการฟาร์มโคนมและการแปรรูป ผลิตภัณฑ์นมหลายแห่ง เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการดำ�เนินกิจการ โคนม และแปรรูปนมในประเทศไทย ซึ่งในครั้งนั้นสมเด็จพระเจ้าเฟรเดอริก ที่ ๙ แห่งเดนมาร์ก ร่วมรัฐบาล และองค์การเกษตรกรรมของประเทศเดนมาร์ก ได้ น้อมเกล้าฯ


5 ถวายลูกโคพันธุ์เรดเดน จำ�นวน ๔ ตัวเป็นเพศผู้ ๑ ตัว เพศเมีย ๑ ตัว และ โคสาวตั้งท้องอีก ๒ ตัว ต่อมากรมปศุสัตว์ได้น้อมเกล้าฯ ถวายโคสาวตั้งท้อง อีก ๒ ตัว พันธ์บราวน์สวิส และลูกผสมเรดชินดิ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำ�นวน ๓๒,๘๘๖.๗๓ บาท เพื่อ ใช้ในการดำ�เนินการจัดสร้างโรงโคนม ในบริเวณพระตำ�หนักสวนจิตรลดา รโหฐาน และเสด็จฯ เปิด “โรงโคนมสวนจิตรลดา“ เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งได้พระราชทานพระราโชบายสำ�หรับโรงโคนมสวนจิตรลดาไว้ ๔ ประการ คือ ๑. ส่งเสริมและเผยแพร่การเลี้ยงโคนมโดยสาธิตการ ดำ�เนินงานให้เป็นตัวอย่างแก่ เกษตรกรเพื่อสามารถ ที่จะนำ�เอาวิธีการดังกล่าวไปดำ�เนินการเองได้ภายใน ครอบครัว ๒. เพื่อค้นคว้า ทดลองหาวิชาการแผนใหม่เกี่ยวกับ โคนม และทำ�การเผยแพร่ความรู้ไปยังเกษตรกรผู้ เลี้ยงโคนม เพื่อปรับปรุงวิธีการให้ถูกต้องและเหมาะ สม ๓. เพื่อทำ�การคัดเลือกและปรับปรุงพันธ์โคนม ที่ เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ และภูมิประเทศของ ประเทศไทย ๔. เพื่อส่งเสริมให้มีการบริโภคนมสดให้กว้างขวางยิ่ง ขึ้น


6 เมื่อโคสาวที่ตั้งท้องอยู่ตกลูกจึงเริ่มทำ�การรีดนม น้ำ�นมที่เหลือ จากการแบ่งให้ลูกโค กินแล้ว จะนำ�มาใส่ขวดแก้วจำ�หน่ายให้แก่ข้าราช บริพาร ส่วนโคตัวผู้จะพระราชทานให้กรมปศุสัตว์ไปเลี้ยงเป็นพ่อพันธุ์ต่อไป เมื่อ จำ�นวนโคนมเพิ่มขึ้นจากแม่โคที่ให้ลูกทุกปี และมีผู้น้อมเกล้าฯ ถวาย เพิ่มเติม ทำ�ให้สามารถผลิตน้ำ�นมสดออกจำ�หน่วยแก่บุคคลภายนอกและ โรงเรียนในละแวกใกล้ เคียงได้ เมื่อมีกำ�ไรสะสมมากขึ้น จึงได้ขยายงานออก ไปตามลำ�ดับ ทั้งในด้านการผลิตน้ำ�นม การตรวจสอบคุณภาพของนม แบ ละการส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรเพื่อเป็นอาชีพใหม่ เมื่อเกษตรกรเดือนร้อน ในเรื่องหญ้าสำ�หรับเลี้ยงโคนม ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สาธิตการ ปลูกนาหญ้าขึ้นในสวนจิตรลดา โดยใช้ท่อนพันธุ์หญ้าขนปักดำ�คล้ายการ ดำ�นา ซึ่งเป็นวิธีที่เกษตรกรรู้จักกันเป็นอย่างดีและสามารถนำ�วิธีการนี้ไป ปฏิบัติ ได้เอง และได้เสด็จฯ ทอดพระเนตรการสาธิตการปักดำ�หญ้า นับเป็น ขวัญกำ�ลังใจแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอย่างยิ่ง ทรงมีพระราชประสงค์ให้การ ดำ�เนินงานของโรงโคนมสวนจิตรลดาเพื่อเป็นการสาธิต และเป็นตัวอย่าง จึง จำ�กัดจำ�นวนโคนมที่เลี้ยงไว้ประมาณ ๔๐ ตัวโดยเป็นแม่โครีดนมประมาณ ครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือเป็นลูกโค โคนมที่เลี้ยงเป็นพันธุ์ลูกผสมโฮลสไตน์-ปรีส์ เชี่ยน ขาวดำ� (Holstein-Friesian) โดยเป็นลูกโคที่เกิดในโรงโคนมเอง และ ได้รับน้อมเหล้าฯ ถวาย จากสถาบันหน่วยงานราชการ สำ�หรับลูกโคเพศผู้ เมื่อหย่านมแล้วจะคัดเป็นโคพระราชทานให้เป็นพ่อพันธุ์แก่เกษตรกร หรือ สถาบันการศึกษาที่สนใจที่ทำ�หนังสือขอรับพระราชทาน ส่วนแม่โคที่คัด ออกจะพระราชทานแก่ผู้ที่สนใจเช่นกัน


7

นอกจากนี้โรงโคนมส่วนจิตรลดายังมีการทำ�ทะเบียนประวัติโคนม บันทึกปริมาณน้ำ�นม เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานและสถิติในการศึกษาวิจัยต่อไป ด้วย ทั้งหมดนี้เพื่อให้เกษตรกรโคนมมีวิธีเลี้ยงโคนมที่เหมาะสมในภูมิภาค ต่าง ๆ ของประเทศ ให้คนไทยมีสุขภาพ อนามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง ได้บริโภค นมกันอย่างทั่วถึงซึ่งโรงโคนมแห่งนี้ มีกระบวนการผลิตที่ครบวงจร ทั้งใน เรื่องของวิชาการและวิธีการเลี้ยง เกษตรกรโคนมที่ได้มีโอกาสเข้าศึกษา เรียนรู้


8

วิธีการเลี้ยงโคนม ตลอดจนการดำ�เนินงานด้านต่าง ๆ จะสามารถ นำ�กลับไปใช้และพัฒนาต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะที่นี่มีทั้งนัก วิชาการจากกรมปศุสัตว์ รวมทั้งหน่วยงานเอกชนที่ให้การสนับสนุน ให้ คำ�ปรึกษาในการปรับปรุงและพัฒนาวิธีการเลี้ยงโคนม ซึ่งทางโรงโคนม สวนจิตรลดามีความยินดีที่จะเผยแพร่ความรู้ต่าง ๆ ให้ประชาชนผู้มีความ สนใจทุกคนสามารถเข้ามาเรียนรู้ เข้ามาทดลองฝึกงานจริงได้ ซึ่งการเลี้ยง โคนมไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีปัญหาเกิดขึ้นให้ต้องแก้ไขกันอยู่เป็นประจำ� แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ไม่ทรงย่อท้อ แสดงให้เห็นเป็นตัวอย่าง แก่เกษตรกรว่าประเทศไทยสามารถเลี้ยงโคนมได้


9

ในปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ได้รวมกลุ่มกันดำ�เนินการในรูปแบบของ สหกรณ์ ตามแนวพระราชดำ�ริเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ทำ�ให้ ผลิตน้ำ�นมดิบได้มากกว่าร้อยละ ๘๕ ของผลผลิตทั้งประเทศ ยังส่งผลใน วงกว้างในการผลักดันให้รัฐบาล และภาคเอกชนดำ�เนินการส่งเสริมการ ทำ�ฟาร์มโคนม และเกิดการแปรรูปเป็นอุตสาหกรรมนมครบวงจร จนกระ ทั้งเกิดการผลักดันของภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรในการรณรงค์การ บริโภคนม ทั้งในภาคการศึกษาของรัฐและตลาดผู้บริโภคทั่วไป จนทำ�ให้ ประเทศไทย เป็นประเทศที่ประสบความสำ�เร็จมากที่สุด ในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ในด้านการส่งเสริมการเลี้ยงโคนม และการบริโภคนม ของประชากร นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้ำ�ค่าที่สุด ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ พระราชกรณียกิจ พระปรีชาสามารถ พระวิริยะ อุตสาหะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อกิจการโคนมไทยดัง กล่าว จึงทรงได้รับการน้อมเกล้าฯ


10

ประวัติฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์คและศูนย์ อบรมการเลี้ยงโคนม ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์คและศูนย์อบรมการเลี้ยงโคนม ตั้งอยู่ที่ ตำ�บลมิตรภาพ อำ�เภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เริ่มเมื่อต้นปีพุทธศักราช ๒๕๐๕ ซึ่งตรงกับปี คริสต์ศักราช ๑๙๖๒ เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ปีนั้นได้ เกิดปรากฎการณ์ยิ่งใหญ่ในวงการปศุสัตว์ของไทย นับเป็นประวัติศาสตร์ ที่ควรค่ากี่การจารึก อันได้แก่ พิธีเปิดฟาร์มโคนมแห่งแรกในประเทศไทย เป็นการสร้างอาชีพใหม่ซึ่งเป็นอาชีพพระราชทาน โดยพระราชพิธีเปิด ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ก พร้อมกันทั้งสองพระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้า เฟสเดอริกที่ ๙ พระมหากษัตริย์แห่งประเทศเดนมาร์ก และพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช แห่งประเทศไทย พระราชดำ�รัสของพระเจ้า เฟสเดอริค ที่ ๙ แห่งประเทศเดนมาร์ก ในระหว่างพิธีเปิด มีใจความว่า


11 “ข้าพเจ้ารู้สึกปิติยินดีเป็นล้นพ้น ที่พิธีเปิดฟาร์มโคนรม ไท เดนมาร์กได้กระทำ�ต่อหน้าพระพักตร์ของพระองค์ท่าน ซึ่งได้ทรงสน พระทัย ติดตามเรื่องการจัดตั้งฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ก ตลอดมาอย่าง ใกล้ชิด นับแต่วาระของพระองค์ท่านได้เสด็จ เยือนประเทศเดนมาร์ก เป็นต้นมา ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นว่า ความสนพระทัยของพระองค์ท่าน จะเป็นกำ�ลังใจอันยิ่งใหญ่ไม่เสื่อมคลายแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในโครงการ นี้ทั้งสองฝ่าย พิธีเปิดครั้งนี้เปรียบประดุจศิลาจารึก ที่ประกาศให้ทราบ ถึงโครงการช่วยเหลือที่แล้ว ๆ มา ของเดนมาร์กได้จัดทำ�ผ่าน องค์การ สหประชาชาติ ทั้งสิ้น ข้าพเจ้ารู้สึกปิติยินดีเป็นพิเศษ ที่โครงการช่วยเหลือ โดยตรงนี้ ได้เริ่มกระทำ�ในประเทศไทย เป็นแห่งแรก เพราะพระราชวงศ์ ตลอดประชากรของข้าพเจ้าได้เคยมีและยังจะมีมิตรสหายในประเทศนี้อยู่ อีกมากมาย ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์กและศูนย์อบรมการเลี้ยงโคนมให้เนิน การหลังพิธีเปิดเป็นต้นมา โดยการบริหารการจัดการฟาร์มเป็นชาว เดนมาร์ก นักวิชาการขาวไทยบางส่วน วัตถุประสงค์หลักในการจัดตั้ง ฟาร์มโคนมและศูนย์อบรมการเลี้ยงโคนม คือ - เพื่อเป็นแหล่งสาธิตความเป็นไปได้ที่จะทำ�ฟาร์มโคนมขึ้นในประเทศไทย - เพื่อผลิตสายพันธุ์โคนมลูกผสมที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมใน ประเทศไทย - เพื่อฝึกเกษตรกรไทย,นักเรียน นิสิต,นักศึกษา ให้มีความรู้ครอบคลุม เกี่ยวกับการเลี้ยงโคนม - เพื่อเนินการส่งเสริมแนะนำ�การเลี้ยงโคนม แก่กลุ่มผู้เลี้ยงโคนม รวมทั้ง


12

การเลี้ยงโคนมในประเทศไทย โดย นาย อิสระ สุวรรณบล

น้ำ�นมที่ใช้บริโภคมีทั้งน้ำ�นมที่ได้จากพืช เช่น ถั่วเหลือง และน้ำ�นม ที่ได้จากสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น โค แพะ แกะ กระบือ เป็นต้น น้ำ�นมโค มีส่วนประกอบที่ใกล้เคียงกับน้ำ�นมคน (มารดา) มากที่สุด จึงนิยมบริโภค กันทั่วโลก การเลี้ยงโคนมเพื่อนำ�น้ำ�นมมาบริโภคในประเทศไทยเริ่มมานาน แล้ว แต่เพิ่งมาเลี้ยงอย่างจริงจังเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรง สถาปนาศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย-เดนมาร์กขึ้นที่อำ�เภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ร่วมกับพระเจ้าเฟรเดริคที่ ๙ (King Frederick IX) แห่งประเทศเดนมาร์ก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ ศูนย์ฝึกอบรมนี้ ต่อมาได้พัฒนา กลายเป็นองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย มีฐานะเป็น รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขณะเดียวกัน พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงทดลองเลี้ยงโคนมด้วยพระองค์เอง ในบริเวณ สวนจิตรลดา และเมื่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมสามารถผลิตน้ำ�นมดิบได้เกิน ความต้องการของตลาด ก็ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงงานนมผง และ ศูนย์รับนม นอกจากนี้ยังทรงริเริ่มให้มีการจัดตั้งบริษัทผลิตภัณฑ์นมหนอง โพ จำ�กัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) ดำ�เนินการผลิตนมผงใน พ.ศ. ๒๕๑๕ ต่อมาในพ.ศ. ๒๕๑๘ ได้ทรงโอนกิจการของบริษัทนี้ให้สหกรณ์โคนมราชบุรี จำ�กัด ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำ�กัด (ใน พระบรมราชูปถัมภ์)


13 ในปัจจุบันมีแหล่งเลี้ยงโคนมที่สำ�คัญอยู่ ๔ แห่ง คือ บริเวณจังหวัดสระบุรีนครราชสีมาลพบุรี บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์-เพชรบุรีบริเวณจังหวัด เชียงใหม่ และบริเวณจังหวัดราชบุรี-นครปฐม เกษตรกรในสามแหล่งแรก ส่งน้ำ�นมดิบเข้าโรงงานขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ที่อำ�เภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรีอำ�เภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และอำ�เภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ตามลำ�ดับ ส่วนแหล่งสุดท้ายส่งเข้า โรงงานของสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำ�กัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) อย่างไรก็ตาม ในระยะหลังได้มีการมีเลี้ยงโคนมกว้างขวางยิ่งขึ้น โดย เฉพาะในบริเวณใกล้เคียงกับวิทยาลัยเกษตรกรรม วิทยาลัยเทคโนโลยีและ อาชีวศึกษาและบริษัทเอกชนที่มีการแปรรูปนม การเลี้ยงโคนมแม้มีรายจ่ายค่อนข้างสูงแต่ผลตอบแทนจากการเลี้ยง โคนมจะสูงกว่าการทำ�นาทำ�ไร่หลายเท่า จึงเป็นการสร้างรายได้ที่ดีของ เกษตรกร ทั้งที่มีอาชีพเลี้ยงโคนมโดยตรง และที่เป็นอาชีพเสริม นับว่ามี ส่วนช่วยในการสร้างงานในชนบทของชาติ และช่วยลดการสูญเสียเงิน ตราให้แก่ต่างประเทศจากการนำ�เข้าผลิตภัณฑ์นมชนิดต่างๆ ประกอบกับ ประเทศไทยก็มีภูมิประเทศที่เหมาะสมกับการเลี้ยงปศุสัตว์ เนื่องจากอุดม สมบูรณ์ด้วยอาหารสัตว์ เช่น ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ผลิตผลพืชไร่ (ข้าวโพด มันสำ�ปะหลัง ฯลฯ) วัสดุเหลือใช้จากโรงงานอุตสาหกรรมทางการเกษตร (เปลือกข้าว รำ�ข้าว เปลือกสับปะรด ยอดอ้อยกากน้ำ�ตาล ฯลฯ) ซึ่งมีราคา เลี้ยงปศุสัตว์ในต่างประเทศก็นำ�มาใช้ในการเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศเพื่อ ส่งออกเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่า เป็นต้น


14 พันธุ์โคที่นิยมเลี้ยงในประเทศไทย ได้แก่ พันธุ์โฮลสไตน์ (Holstein) ซึ่งมีชื่อ เรียกแตกต่างกัน เช่น ในอังกฤษเรียกว่า ฟรีเชียน (Friesian) ในเดนมาร์ก เรียกว่า ขาว-ดำ� (Black and White) หรือดัตช์ฟรีเชียน (Dutch friesian) ในอิสราเอลเรียกว่าอิสราเอลฟรีเชียน (Israel friesian) เป็นต้น เป็นโคนม ที่มีลักษณะเด่นตรงที่มีสีดำ�ตัดกับสีขาวอย่างชัดเจน โคตัวผู้ที่โตเต็มที่จะมี น้ำ�หนักประมาณ ๘๐๐-๑,๐๐๐ กิโลกรัม ส่วนตัวเมียจะมีน้ำ�หนักประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ กิโลกรัม และเจริญเติบโตดีกว่าตัวผู้ แม่โคจะเจริญเต็มที่เมื่อ อายุ ๖-๗ ปีมีอายุผสมพันธุ์ประมาณ ๑๘ เดือน คลอดลูกเมื่ออายุได้ ๒๘๓๐ เดือน การให้นมอยู่ในเกณฑ์สูงประมาณ ๕,๐๐๐ กิโลกรัมต่อปี มีไข มันนม ๓.๕% (ไขมันสีขาวเหมาะที่จะนำ�ไปบริโภค)เคยมีความเชื่อกันว่าโค พันธุ์นี้มีสายเลือด ๑๐๐% ไม่สามารถเลี้ยงได้ดีในประเทศที่มีอากาศร้อน แต่ในอิสราเอลกลับเลี้ยงเป็นผลสำ�เร็จ ในประเทศไทยโคพันธุ์นี้ส่วนใหญ่มี สายเลือดผสม ๕๐-๗๕% แต่ก็มีแนวโน้มที่จะพัฒนาให้มีสายเลือดสูงขึ้น จนสามารถเลี้ยงสายเลือด ๑๐๐% ได้ พันธุ์โคนมที่นิยมเลี้ยงมากอีกพันธุ์หนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณ อำ�เภอมวกเหล็ก คือ พันธุ์เรดเดน (Red dane) ซึ่งพัฒนาขึ้นที่ประเทศ เดนมาร์ก ให้นมและเนื้อใกล้เคียงกับพันธุ์โฮลสไตน์แต่มีปัญหาในการปรับ ตัวในสภาพอากาศร้อน นอกจากนี้ยังมีโคพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งพัฒนามาจากอินเดียและปากีสถาน คือ พันธุ์เรดซินดิ (Red sindhi) และซาฮิวาล (Sahiwal) ให้นมน้อยกว่าพันธุ์ ยุโรปครึ่งหนึ่ง และมีไขมันค่อนข้างสูง


15 การพัฒนาทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์และอาหารสัตว์จะมีผลต่อการเพิ่มผลิตผล และลดรายจ่ายอย่างมากเพราะหญ้าเป็นอาหารหลักของโคนม และมี ราคาถูก จึงต้องพัฒนาและบำ�รุงรักษาเป็นอย่างดีเพื่อให้มีปริมาณหญ้า เพียงพอแก่โคนม หญ้าที่โคนมชอบกินได้แก่ หญ้าขน และหญ้าตระกูลถั่ว ต่างๆ ในบางฤดูกาลอาจมีหญ้าไม่เพียงพอเกษตรกรจึงต้องทำ�หญ้าแห้ง และหญ้าหมักไว้ด้วยแต่เนื่องจากหญ้าเป็นอาหารหยาบ มีโปรตีนต่ำ� และ มีคุณค่าทางโภชนาการไม่เพียงพอต่อการผลิตน้ำ�นม เกษตรกรจึงมักใช้ อาหารข้นเพิ่มเติม เช่น เมล็ดพืชหรือผลพลอยได้จากเมล็ดพืช ได้แก่ ปลาย ข้าว รำ�ข้าว ข้าวโพด กากถั่ว กากน้ำ�ตาลตลอดจนอาหารเสริมที่มีสาร อาหารต่างๆ ด้วย


16

การเลี้ยงโคนม  

การเลี้ยงวัว พันธุ์โคนม

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you