Page 1

2010

การแนะแนวอาชีพ(Career Guidance)

นายคมธัช รัตนคชและนายดนุพล คลอวุฒินันท  กลุมงานพัฒนาระบบการฝก  21/10/2010 


บทนํา การพัฒนาทักษะฝมือภาคแรงงานของประเทศถือเปนหัวใจสําคัญของการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอยางประเทศที่กําลังพัฒนาอยางประเทศไทย ซึ่งมีผูใชแรงงานในภาคสวนตางๆ ทั้ง ภาค เกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจบริการ ซึ่งแรงงานที่อยูในภาคอุตสาหกรรมเปนกลุมคนที่ สําคัญที่จะขับเคลื่อนใหภาคอุตสาหกรรมเจริญกาวหนา และสงเสริม สนับสนุนใหเศรษฐกิจของประเทศ กาวไปขางหนาอยางยั่งยืน กรมพัฒนาฝมือแรงงาน เปนหนวยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในการพัฒนาฝมือแรงงาน เพื่อ แกปญหาดานทักษะฝมือของแรงงานใหสามารถรองรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอยางทัน เหตุการณ และใหแรงงานมีมาตรฐานในการปฏิบัติงาน สามารถตอบสนองตอความตองการของ ตลาดแรงงานไดอยางมีประสิทธิภาพ กรมพัฒนาฝมือแรงงาน โดยสํานักพัฒนาผูฝกและเทคโนโลยีการฝก มีหนาที่คิดคน และพัฒนา ระบบ รูปแบบและวิธีการฝกทักษะที่ตอบสนองตอ ความตองการดานแรงงาน มี มาตรฐานฝมือแรงงานและมาตรฐานการปฏิบัติงานในสาขาอาชีพตางๆ ที่สถานประกอบกิจการและ ภาคอุตสาหกรรมตองการ กลุมงานพัฒนาระบบการฝก กรมพัฒนาฝมือแรงงาน ไดจัดทํา เอกสารทางวิชาการขึ้น เพื่อเผยแพร องคความรู และเผยแพรขอมูลขาวสารทางวิชาการที่เกี่ยวของกับการพัฒนาทักษะฝมือของผูรับการฝกใน สถาบันพัฒนาฝมือแรงงานภาค และศูนยพัฒนาฝมือแรงงานจังหวัด เพื่อให บุคลากร เจาหนาที่และผูที่ เกี่ยวของกับการพัฒนาทักษะฝมือแรงงานไดใชเพื่อการศึกษา คนควา และเปนแนวทางในการพัฒนาทักษะ ฝมือแรงงาน เพื่อประโยชนในการพัฒนาความสามารถของผูรับการฝกให บรรลุวัตถุประสงคในการฝก ทักษะฝมือแรงงานและมีมาตรฐานสมรรถนะสอดคลองกับงานและอาชีพตางๆ ที่สถานประกอบกิจการและ ภาคอุตสาหกรรมมีความตองการ ตอไป

กลุมงานพัฒนาระบบการฝก สํานักพัฒนาผูฝกและเทคโนโลยีการฝก กรมพัฒนาฝมือแรงงาน


สารบัญ หนา  บทที่6  การแนะแนวอาชีพ (Career Guidance)  จุดมุงหมายของการแนะแนว  การดําเนินการแนะแนวอาชีพ  ขอพิจารณาของการเลือกอาชีพสําหรับบุคคลตางๆ  ในการเสริมสรางบุคลิกภาพที่ดี ตองการพื้นฐานในการสงเสริมอยางไร  สรุป 

1 1  6  9  10  13


1

บทที่ 6 การแนะแนวอาชีพ  การแนะแนวอาชีพเปนเรื่องสําคัญยิ่ง ถือวาสวนหนึ่งของระบบการศึกษา  นั่นหมายความวาในการ  ใหการศึกษาแกเยาวชนในทุกระดับ  ตั้งแตระดับประถมศึกษา จนถึงอุดมศึกษา มีความมุงหมายใหเขาไดเปน  คนโดยสมบูรณ คือนอกจากจะมีพลานามัยดี มีทักษะพื้นฐานในการดํารงชีวิตแลวเขายังตองเตรียมตัวที่จะมี  อาชี พและเปน สมาชิ ก ของสัง คมที่ มี ป ระโยชน   การแนะแนวไดมี ม านานแลว จนกลายเป น ศาสตร ห นึ่ ง  ปจจุ บันไดรับ การรับ รองวา เปน สิ่งประดิษฐ อยางหนึ่ ง  ใช คําว า “Social    Invention”  เปน สิ่งที่ มนุษ ยไ ด  กลั่นกรองคิดคนขึ้นมาเพื่อจะชวยมนุษยดวยกัน และเปนเครื่องมือที่จะแกปญหาในเรื่องของการเลือ กเรียน  เพื่อจะเตรียมตัวไปสูอาชีพ  การแนะแนวอาชีพ จะตองคอ ย ๆ ทําไปเพื่อความสํา เร็จในอนาคต (วชิร ญา  บัวศรี) 2528 ,21)  งานแนะแนวเปนการชวยเหลือ บุคคลใหส ามารถพัฒนาตนเองใหถึงขีดสูง สุดของความสามารถ  กลาวคือเพิ่มใหบุคคลไดเปนหรือไดรับในสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเขาใหมากที่สุด   การแนะแนวจึงมิใชค วาม  พยายามที่จะทําใหบุคคลไดเปนหรือไดรับในสิ่งที่ผูแนะแนวตองการคาดหวัง  หรือเห็นวาเหมาะสม  ดังนั้น  นักแนะแนวจะตองมีการศึกษา  พิจารณาและทําความเขาใจในตัวบุคคลรวมทั้งปฏิบัติงานไปในลักษณะที่จะ  เอื้ออํานวยใหบุคคลไดเขาใจตนเองและพรอมที่จะพัฒนาตนเองใหถึงขีดสูงสุดของความสามารถของเขา  สวัสดิ์  สุวรรณอักษร (2542,  143-144)  กลาวถึงการแนะแนวอาชีพวา เปนกระบวนการหนึ่งใน  การ  1) ชวยใหบุ คคลรูจักและเข าใจตนเองอยา งลึกซึ้ งทุกด าน คื อ สติ ปญญาความสามารถ  ความถนั ด  ความสนใจและอุปนิสัยใจคอวาเหมาะกับงานหรือ อาชีพใด  2) ชวยใหบุคคลรูจักและเขาใจโลกของงาน  อาชีพตาง ๆ และองคประกอบของงาน เชน ลักษณะของงานอาชีพคุณสมบัติของผูประกอบอาชีพ  เงินเดือน  หรือ รายไดค วามมั่นคงในงาน โอกาสกาวหนาในงาน  สภาพปจจุ บันและแนวโน มของตลาดแรงงานใน  อนาคตสําหรับงานอาชีพตาง ๆ เหลานี้ เปนตน  3) ชวยใหบุคคลรูจักเลือกและตัดสินใจเลือกงานอาชีพอยาง  ฉลาดถูกตองเหมาะสมกับอัตภาพ  4) ชวยใหบุคคลรูจักตัดสินใจเลือกอยางฉลาดในการเขารับการศึกษาและ  ฝกอบรมในวิชาชีพตาง ๆ  5) ชวยใหบุคคลไดมีโอกาสพัฒนาบุคลิกลักษณะของตนใหเหมาะกับงานอาชีพ  เชน ความอดทน  ความรับผิดชอบ  ความซื่อสัตย  ความขยันหมั่นเพียร   ความตรงตอเวลา   ความรวมมือ ใน  การทํางาน  เปนตน  6) ชวยใหบุคคลไดมีโอกาสสัมผัสกับงานอาชีพตาง ๆ ตามความเหมาะสมกับ วัย  และ  7) ชวยใหบุคคลสามารถปรับตนใหเขากับงานอาชีพ จนประสบความสําเร็จและมีความสุขในงานอาชีพของตน  จุดมุงหมายของการแนะแนว  การแนะแนวเปนกระบวนการชวยเหลือบุคคลที่มีระเบียบแบบแผน โดยใชเทคนิคและกลวิธีตาง ๆ  เพื่อชวยใหบุคคลแตละคนบรรลุความสําเร็จสูงสุดที่เหมาะกับความสามารถและความตองการของตัวเขา นัก  แนะแนวมิควรมีหนาที่แกปญหาใหกับผูมีปญหา  แตควรพยายามหาหนทางชวยใหผูประสบปญหาสามารถ  แกป ญหาได ด วยตนเอง ซึ่ งวิ ธีก ารนี้ต รงกั บ ความต อ งการของผู มี ปญ หา  กล า วคือ  จากการสํ า รวจความ


2 ตองการของนักศึกษาเกี่ยวกับวิธีการชวยเหลือที่พึงประสงค  พบวา นักศึกษารอ ยละ 76.2 ตองการใหผูชวย  ใหเขาสามารถแกปญหาไดดวยตัวเอง  นอกจากนี้นักแนะแนวควรชวยใหบุคคลสามารถพัฒนาตัวเองไดอยาง  เหมาะสมดวยสําหรับการที่จะทําใหบุค คลแตละคนสามารถพัฒนาตนเองจนถึงขีดสูงสุดนั้น  นุช ลี  อุป ภัย  (2546,  22)  กลาววาควรมีการกําหนดจุดมุงหมายของการทํางานที่ชัดเจนเพื่อ จะไดสามารถดําเนินการให  เปนไปตามเปาหมายหลักที่วางไว  ซึ่งจุดมุงหมายของการแนะแนวควรกําหนดไว ดังนี้  1. การพยายามทํ า ให บุ ค คลรู จั ก ตนเอง (Self  –  Understanding)  เป น การทํ า ใหบุ ค คลรู ข อ ดี  ขอบกพรองของตนเองทั้งทางดานอารมณ สติปญญา ความสามารถและความถนัด เปนตน  2.  การพยายามช วยใหบุค คลสามารถตัด สินใจไดดวยตนเอง (Self  –  Determination)  เปนความ  พยายามที่จะทําใหบุคคลรูจักหาหนทางตัดสินปญหาและเลือกแนวทางในการแกปญหาไดดวยตัวเอง  3.  การชวยใหบุคคลเกิด การปรับตัว (Self – Adjustment) เปนการชวยสนับสนุน ใหบุคคลยอมรับ  ตนเองทั้งจุดดีและจุด บกพรอง จนเกิด การตัดสินใจแกปญหาและนําพาตนเองไปสูการพัฒนาที่เหมาะสม  ตามลําดับ  Ontaril  (1984  อางถึงใน ดี.สววต  คองเกอร 2546,  12-16)  ไดกําหนดคุณลักษณะที่นักเรียนพึงมี  จากผลการจัดโปรแกรมแนะแนว  กลาวคือ มีทักษะความรูและเจตคติพื้นฐานที่จําเปน  ดังตอไปนี้  1.  รูจักและชื่นชมตนเอง  1) บอกจุดเดน  คานิยม  ความสนใจ  ความถนัด  และความสําเร็จของตนเองได  2)ใชประสบการณทั้งในและนอกสถานศึกษา  กิจกรรมและความสนใจตาง ๆ ของตนใหเปน  ประโยชนตอการเรียนรูเกี่ยวกับสมรรถภาพของคนไดมากยิ่งขึ้น  3) พัฒนาทักษะที่เกี่ยวของกับความเปลี่ยนแปลงตาง ๆ ทางรางกายและอารมณ  ซึ่งอาจเกิดขึ้น  ไดขณะที่นักเรียนพัฒนาจากวัยรุนไปสูวัยผูใหญ  4) บงชี้  อธิบาย  และยอมรับความรูสึกตาง ๆ ของตนที่มีตอตนเองและผูอื่นได  5) บอกใหทราบถึงความหวัง  ความคาดหวัง และความกลัวหรือความวิตกกังวัลของตนได  2.  ปฏิสัมพันธกับผูอื่นไดอยางมีประสิทธิภาพ  1) แสดงทักษะความสามารถที่จําเปนในการติดตอสื่อสารไดอยางมีประสิทธิภาพ  2) บอกคุณลักษณะตาง ๆ ที่ตนแสวงหาจากการมีสัมพันธภาพกับผูอื่นได  3) บอกวิธีการที่เหมาะสมในการจัดการกับอารมณของตนได  4) บอกวิธีการตาง ๆที่มนุษยปฏิบัติในกลุมและสามารถประเมินผลพฤติกรรมตาง ๆ เหลานี้ได  5) เขาใจความสําคัญของการรับรูความรูสึกและความตองการตาง ๆ ของผูอื่นในกลุมได  6) แสดงความสามารถและทักษะที่จําเปนในการทํางานเปนกลุมอยางไดผล  7) ระบุวิธีก ารอุทิศ ตนเพื่อ มีสวนรวมในงานชุมชนของผูที่ตางกันในดานวัฒนธรรม  เชื้อชาติ  ศาสนา  ความสามารถ  อายุ และแบบแผนของวิถีชีวิต  8)  มี ป ฏิ สั ม พั น ธ ที่ ดี กั บ ผู อื่ น ที่ มี ค วามแตกต า งด า นวั ฒ นธรรม  เชื้ อ ชาติ    กลุ ม   ศาสนา  ความสามารถ และอายุ


3 9) เขาใจถึงลักษณะการพึ่งพาอาศัยกันระหวางบุคคลในชุมชน  3.  พัฒนาแผนการเรียนไดอยางเหมาะสม  1) คุ น เคยกั บ ข อ เลื อ กหลากหลายทางการศึ ก ษาที่เ ป ด โอกาสให นั ก เรีย นไดเ ลื อ กในแต ล ะ  ระดับชั้น  2) รูจักใชแหลงวิทยาการที่มีอ ยูหลากหลาย เชน ปฏิทินงานของสถานศึกษา ระบบขอมูล ทาง  คอมพิวเตอร และแบบทดสอบวินิจฉัย  3) ไปทัศนศึกษาตามสถาบันการศึกษาตาง ๆ หลายแหงและรับฟงวิทยากรใหความรูเกี่ยวกับ  แนวทางการศึกษาตอ  4) เขาใจความสัมพันธระหวางการศึกษากับการเลือกอาชีพ  5) เลื อ กวิ ช าเรี ยนได ส อดคล อ งกั บ พื้ น ฐานความรูค วามสามารถ ความสนใจ ค านิย ม และ  สัมฤทธิผลทางการเรียนของตน  6) ปรับปรุงแผนการเรียนของตนเปนระยะ ๆ ใหเหมาะสมกับขอสนเทศใหม ๆ รอบตัว  7) มีความรูและเจตคติที่พึงมีสําหรับการเลื่อนชั้นเรียนขึ้นไปแตละขั้น  8) เขาใจถึงความสําคัญและแรงเสริมที่จูงใจใหประสบความสําเร็จทางการเรียน  9) รูจักใชแหลงความรูแกไขและเสริมการเรียนของตน  10) รูจักพัฒนาทักษะการเรียนที่เหมาะสมกับระดับการศึกษา  11) รูจักพัฒนาทักษะการบริหารเวลาอยางมีประสิทธิภาพ  4.  สํารวจทางเลือกในการประกอบอาชีพ  1) เขาใจความหมายและความสําคัญของคําที่เกี่ยวของกับอาชีพ เชน การหาเลี้ยงอาชีพ (career)  การประกอบอาชีพ (occupation)  งาน (work)  และชิ้นงานหรืองานเหมา (job)  เปนตน  2) เขาใจความสําคัญของการวางแผนในแตละชวงของชีวิต คือชวงการเรียน การทํางานและการ  ออกจากงาน  3) รูวาประสบการณและการตัดสินใจของตนมีผ ลกระทบอยางไรตอชีวิตในปจจุบันและอาจมี  ผลกระทบตออาชีพในอนาคตของตน  4) ตระหนั กถึงสภาพเศรษฐกิ จและสั งคม และแนวโนม ในอนาคตที่ อาจมีผ ลกระทบตอ การ  วางแผนอาชีพ  5) รูจักใชกระบวนการตาง ๆ ในการตัดสินใจ  6) แสดงใหเห็นถึงทักษะการตัดสินใจวางแผนอาชีพอยางไดผล  7) ระบุขอมูลหรือขอสนเทศที่จําเปนสําหรับการเลือกแนวทางประกอบอาชีพไดถูกตองตรงกับ  ขอเท็จจริง  8) รูจักใชแหลงวิทยาการใหเปนประโยชนตอการสํารวจแนวทางเลือกอาชีพ  9) ใชความรูของตน ใชความสัมพันธกับผูอื่น และใชทัก ษะของตน รวมทั้งแผนการเรียน เพื่อ  พัฒนาแผนการเลือกอาชีพใหครอบคลุมจุดหมายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว


4 10) ระบุและรูจักใชแหลงขอสนเทศหลากหลายเกี่ยวกับโอกาสในการทํางาน  11) เขียนจดหมายตาง ๆ และจดหมายสมัครงานไดครบถวนถูกตอง เขียนประวัติยอ และพัฒนา  กลวิธีการหางานทํา  12) ผานการทดลองสัมภาษณเพื่อสมัครเขาทํางาน  13) เขาใจความคาดหวังโดยทั่วไปที่นายจางมีตอลูกจาง  14) เขาใจถึงสิทธิและความรับผิดชอบตามกฎหมายในฐานะที่เปนลูกจาง  15) เขาใจบทบาทของสหภาพแรงงานและสมาคมตาง ๆ ของนายจางหรือลูกจาง  16) เรียนรูเกี่ยวกับโอกาสอันพึงมี และขอดีขอเสียของการประกอบอาชีพอิสระ  สวัสดิ์   สุวรรณอักษร  (2542,  144)  ไดกลาวถึงหลักการแนะแนวอาชีพ ในการจัดบริการแนะแนว  อาชีพใหเปนระบบ  จําเปนจะตองยึดถือหลักการที่สําคัญ ดังตอไปนี้  1. จะต องจัด ให เป น กระบวนการต อเนื่ อ งกัน ไปนับ ตั้งแต เด็ก กอ นเขา เรียน  ระหวา งเรีย น  และ  ภายหลังเมื่อเด็กจบการศึกษาไปแลว  2. จะตองจัดเพื่อเด็กทุกคน ไมใชเฉพาะเด็กที่มีปญหาเรื่องอาชีพเทานั้น  3. จะตองถือวาเด็กเปนศูนยกลางสําคัญในการใหบริการแนะแนวอาชีพ โดยคํานึงถึงความแตกตาง  ของแตละบุคคลซึ่งมีสติปญญา ความสามารถ ความถนัด ความสนใจ และอุปนิสัยใจคอแตกตางกัน รวมทั้ง  ศักยภาพในตนซึ่งอาจแตกตางกัน  4. จะตองถือวาเด็กทุก คนยอมจะมีศักดิ์ศ รีแ หงความเปนคน  ซึ่งมีสิทธิและเสรีภาพที่จะเลือกและ  ตัดสินใจเลือกแนวทางชีวิตในดานการงานอาชีพของตนโดยไมมีการบังคับ และถือวาเด็กจะตอ งรับผิด ชอบ  ในการกระทําของตน  5. จะตองจัดบริการแนะแนวอาชีพใหครบทั้ง 5 บริการใหเปนกระบวนการตอ เนื่องกันไปดุจลูก โซ  เริ่มตั้งแต  5.1  บริก ารสํ ารวจเด็ ก เป น รายบุ ค คล เพื่ อ ช ว ยให เ ด็ ก รู จั ก และเข าใจตนเองว า มี ส ติ ป ญ ญา  ความสามารถ ความถนัด ความสนใจ และอุปนิสัยใจคอหรือบุคลิกภาพเหมาะกับงานอาชีพอะไร  5.2  บริการสนเทศ  เพื่อใหขอมูลที่ถูกตองเกี่ยวกับโลกของงานอาชีพตาง ๆ และความตองการ  ของตลาดแรงงาน ทั้งนี้เพื่อใหเด็กมีเจตคติที่ดีตองานอาชีพสุจริตทุกชนิดดวย  5.3  บริการใหคําปรึกษาเพื่อชวยเด็กรูจัก ตัดสินใจเลือ กแนวทางประกอบอาชีพอยางฉลาดและ  ถูกตองเหมาะสมกับอัตภาพ  5.4  บริการจัดวางตัวบุคคล เพื่อชวยใหเด็กไดมีโอกาสเลือกวิชาชีพเหมาะกับงานอาชีพตาง ๆ ที่  สนใจดวยการฝกงาน ทดลองงานเพื่อหาประสบการณในระหวางศึกษา  5.5  บริการติดตามผลและประเมินผล เพื่อบริการใหความชวยเหลือในระหวางศึกษา ระหวาง  ฝกงานหรือลองงานหรือทํางานเพื่อหารายไดพิเศษตลอดจนเมื่อออกไปประกอบอาชีพแลว


5 6. การบริหารงานแนะแนวอาชีพและการจัดกิจกรรมแนะแนวอาชีพ จะตองประสานสัม พันธแ ละ  สอดคลองกับการปฏิบัติงานดานอื่น ๆ ของโรงเรียน เชนการจัดแผนการเรียน  การจัดการเรียนการสอนตาม  หลักการ  7. จะตอ งมีบุ คลากรหรือ คณะบุค ลากรผู มีค วามศรั ทธาตอ งานนี้ข องผูรับ ผิด ชอบในการกํา หนด  นโยบาย  วางโครงการและวางแผนปฏิบัติงานแนะแนวอาชีพในโรงเรียน  8. จะตองไดรับความรวมมือและมีการติดตอประสานงานกับหนวยงานและองคกรตาง ๆ ทั้งของรัฐ  และเอกชนในชุมชนหรือภายนอกโรงเรียน เพื่อรับและใหบริการ ทั้งเพื่อสงเสริมสนับสนุนใหงานแนะแนว  อาชีพดําเนินไปอยางมีประสิทธิภาพและอยางเปนระบบครบถวนตามหลักการแนะแนว  9. ในการแนะแนวอาชีพแตละระดับ  จะตองคํานึงถึงวัยและความพรอมของเด็กเปนสําคัญ กลาวคือ  ในระดับประถมศึกษาเด็กยังไมถึงวัยที่จะเลือกอาชีพหรือทํางาน ทั้งยังไมสนใจในเรื่องอาชีพมากนัก แตเปน  วัยที่ควรปลูกฝงเจตคติที่ดีตออาชีพตาง ๆ ควรใหเด็กรักการทํางานและมีกิจนิสัยในการทํางาน  10. ผูจัด บริก ารแนะแนวอาชีพ  จะต องมีค วามรูก วา งขวางเกี่ ยวกับ โลกของงานอาชีพ เชน ความ  ตองการของตลาดแรงงานทั้งในปจจุบันและอนาคต ลักษณะของงานอาชีพตาง ๆ สภาพสิ่งแวดลอมเกี่ยวกับ  งานคุณสมบัติตาง ๆ ของผูทํางาน ระเบียบการรับสมั ครงาน เงินเดือ น หรือคาจาง สวั สดิก ารและโอกาส  กาวหนาในอาชีพประเภทของอาชีพตาง ๆ  11. จะตองมีเครื่อ งมือและอุป กรณตาง ๆที่จําเปนตามสมควร  เชน แบบทดสอบความถนัด แบบ  สํารวจความสนใจ ความสามารถและบุค ลิก ภาพที่พอเชื่อ ถือ ได   เพื่ อชวยให เด็ก รูจัก ตนเองอยา งถูก ตอ ง  จะตองมีแฟมประวัติของเด็ก หรือระเบียบสะสมสําหรับประมวลขอ มูลเกี่ยวกับตัวเด็กเพื่อ ความสะดวกใน  การใหบริการแนะแนวอาชีพไดถูกตอง  12. จะตอ งจั ด ระบบการให ข อ มู ล ขา วสารความรูเ กี่ย วกั บ อาชี พ ต า ง ๆ และความต อ งการด า น  ตลาดแรงงานอยางเพียงพอและมีประสิท ธิภาพในรูปแบบตาง ๆ เชน เอกสาร สิ่งพิมพ  โปสเตอร สไลด  วีดิโอเทป ภาพยนตร  เปนตน  เพื่อกระตุนความสนใจเจตคติที่ดีและคานิยมที่ถูกตองในอาชีพตาง ๆ  13. จะตองพยายามใหเด็ก ผูปกครองและทรัพยากรตาง ๆ ในชุมชนเขามามีสวนรวมมากที่สุดเทาที่  จะทําไดในโครงการและกิจกรรมตาง ๆ ของการแนะแนวอาชีพ ทั้งจะตองประชาสัมพันธเผยแพรใหเด็ก ครู  ผูปกครอง และชุมชน ทราบและมองเห็นความสําคัญ  การแนะแนวอาชีพ (Vocational Guidance)  เปนการชวยเหลือบุคคลในการเลือกอาชีพ  การเตรียม  ตัวเพื่อประกอบอาชีพ และการปฏิบัติงานอยางมีประสิทธิภาพเพื่อความกาวหนาในวิช าชีพ  ซึ่งถือเปนการ  แนะแนวในระยะยาวและเปนการแนะแนวอยางตอเนื่อง  Skolnik (1995  อางใน  นุชลี  อุปภัย  2546, 164)  ไดเสนอแผนงานที่จะทําใหเด็กเกิดความรูเกี่ยวกับ  งานอาชีพ ต า ง ๆ และคุ น เคยกับ ลั กษณะของการทํ า งาน  เพื่อ จะได เ กิ ด ความคิ ด ที่เ ป นประโยชน ตอ การ  วางแผนเลือกแนวทางการศึกษาตอและการประกอบอาชีพในอนาคต  ซึ่งการดําเนินแผนงานดังกลาวจะมีทงั้   การใหขอมูลขาวสาร  การใหคําปรึกษา  การจัดวางตัวบุคคล  และการติดตามผลในตัว  ถึงแมเด็ก ๆ จะขาด  ความรูดานอาชีพ  แตสวนใหญจะมีแผนการหรือความฝนสําหรับอนาคตของตนเอง  เชน ความตองการ


6 ชวยเหลือผูอื่น  ความตองการปกปอ งสิ่งแวดลอม  ความตองการมีเงินและใชเงินอยางสนุกสนาน  การได  ตอสูกับอาชญากรรม  รวมทั้งไดผจญภัยในโลกกวาง เปนตน  อยางไรก็ตาม การทําใหความฝนเปนจริงเมื่อ  เติบโตขึ้ นคอนขางจะทํา ไดยาก  ซึ่งการที่จะทํา ใหสิ่งที่ป รารถนานั้นเปน จริงในอนาคตได จะตอ งเริ่มต น  วางแผนตั้งแตในวัยเด็ก  แตสิ่งที่เด็กยังขาดคือ เขาไมมีความรูเกี่ยวกับโลกแหงความเปนจริงของการทํางาน  จึงทําใหฝนของเขาขาดพื้นฐานที่มั่นคงและชัดเจน อีก ทั้งยังขาดขอมูลที่จะชวยทําใหฝนนั้นกลมกลืนกั บ  สภาพความเปนจริงในชีวิตและในสังคมปจจุบัน  ตัวอยางเชน  เด็กที่มีความฝนที่จะปกปอง  การดําเนินการแนะแนวอาชีพ  ในการจัด บริก ารแนะแนวอาชี พ ในสถานการศึ ก ษาทุ ก ระดั บ  ไม วา จะเป น ระดับ ประถมศึ ก ษา  มัธยมศึกษาหรืออุดมศึกษา  ผูดําเนินการจัดหรือผูรับผิดชอบจําเปนตองมีหลักการที่สําคัญ ๆ ที่ควรยึดถือเพือ่   ใช ป ระกอบการพิจารณาในการจั ดบริ ก ารแนะแนวอาชี พ ให มี ป ระสิ ท ธิภ าพซึ่ ง ดร. สํ าเนาว   ขจรศิ ล ป  (2529,78) รวบรวมไวดังนี้  1. การแนะแนวอาชี พ เปน กระบวนการที่ ตอ เนื่ อ ง การที่ บุ คคลจะเลือ กประกอบอาชี พได อ ย า ง  เหมาะสมนั้น ขึ้นอยูกับปจจัยที่สําคัญสามประการคือ  1.1  บุ ค คลจะต อ งรู จั ก ตั ว เองในด า นต า ง ๆ เช น  ในด า นที่ เ กี่ ย วกั บ ความสนใจในอาชี พ  ความสามารถ ความถนัด และคานิยม เปนตน  1.2  บุ คคลต อ งมีค วามรู เกี่ ยวกั บโลกของงาน คื อรู วา ในสัง คมที่ ต นอาศัย อยูมีอ าชี พอะไรบ า ง  บุคคลจะตองมีความรูอยางละเอียดถี่ถวนกับอาชีพตาง ๆ ที่ตนเองสนใจและนอกจากนั้นก็จะตองมีความรู  เกี่ยวกับตลาดแรงงานอีกดวย  1.3 บุคคลจะตอ งมีระดับวุฒิภาวะที่สูงพอที่จะสามารถวิเคราะหตนเอง และวิ เคราะหอาชีพ ได  อยางดี และสามารถใชวิจารณญาณตัด สินใจเลือกอาชีพ โดยใชหลักการวิเ คราะหตนเองและการวิเคราะห  อาชีพประกอบกัน  การที่บุคคลจะมีปจจัยทั้งสามประการดังกลาวไดจึงตองอาศัยเวลาในการพัฒนา การเลือ กอาชีพ  ของบุคคลจึงตองใชเวลาอันยาวนาน ฉะนั้นการจัดบริการแนะแนวอาชีพจึงตองกระทําเปนโครงการระยะ  ยาวที่ตอเนื่อง  โดยเริ่มตั้งแตประถมศึกษาเพื่อใหเด็กไดมีความรูความเขาใจถึงความสําคัญของการประกอบ  อาชีพและเพื่อปลูกฝงเจตคติที่ดีตอ อาชีพตาง ๆ ในระดับมัธ ยมศึกษาตอนตน  ควรเนนในเรื่องการสํารวจ  ตนเองและการสํารวจอาชีพตาง ๆ ที่มีอยูในสังคมและในระดับมัธยมปลายควรเนนการตัดสินใจเลือ กอาชีพ  ของนักเรียน ในระดับอุดมศึกษาการแนะแนวอาชีพ จะเนนในเรื่องการตัดสินใจเลือกอาชีพ เพื่อชวยเหลือ  นักศึกษาที่คิดวาไมสามารถตัดสินใจเลือกอาชีพไดถูกตอง การจัดบริการแนะแนวอาชีพจึงตองทําตอเนือ่ งอยู  ตลอดเวลาทุกปและทุกระดับการศึกษา  2. การจัดบริการแนะแนวอาชีพนั้น  ผูใหบริการจําเปนตองเขาใจผูรับบริการและตองใหผูรับบริการ  เขาใจตนเองลึกซึ้ง


7 ในการใหบ ริการแนะแนวอาชีพนั้น จํ าเปนตอ งมีแบบทดสอบและแบบสํารวจชนิดต าง ๆ ที่ มี  คุณภาพดีไวใชทดสอบหรือสํารวจบุคลิก ภาพของผูรับบริการ  เพื่อ ใหผูใหคําปรึก ษาไดทราบและเขาใจผู  ขอรับบริการ เพื่อใหผูใหคําปรึกษาไดทราบและเขาใจผูข อรับคําปรึกษาไดอยางลึก ซึ้ง  และเพื่อใหผูขอรับ  คําปรึกษาไดมีค วามรูและความเขาใจในตนเองมากขึ้น การรูจักตนเองอยางดีพอ จะทําใหบุค คลตัดสินใจ  เลือกอาชีพไดดียิ่งขึ้น  3. การจัดบริการแนะแนวอาชีพนั้น จําเปนตองมีขอมูลดานการศึกษาและอาชีพที่ทันตอเหตุการณที่  มีปริมาณมากและมีความถูกตองดี บริการแนะแนวอาชีพทุกแหง ควรมีขอมูลเกี่ยวกับสถานที่ศึกษาระดับสูง  ขึ้นทั้งในและตางประเทศ  4.  การแนะแนวอาชี พ ส ง เสริ ม ให บุ ค คลมี ค วามรั บ ผิ ด ชอบตอ ตนเอง ควรยึ ด หลั ก ว า บุค คลมี  ความสามารถในการใชวิจารณญาณเพื่อตัดสินใจดวยตนเองได  5. การตัดสินใจเลือกอาชีพควรมีความยืดหยุน คือเมื่อบุคคลตัด สินใจเลือกประกอบอาชีพใดอาชีพ  หนึ่งแลว ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงได ถาสภาพการณตาง ๆ ในสังคมไดเปลี่ยนแปลงไป  6. การเตรียมตัวเพื่อประกอบอาชีพเปนสิ่งจําเปน เปนการพัฒนาบุค คลทางดานวิช าชีพ สติปญญา  สังคม อารมณ รางกายและจิตใจ  7.  การแนะแนวอาชีพเปนงานของทุก ฝายในสถาบันการศึกษา ฝายกิจการนักศึกษา กับคณะวิช า  ตาง ๆ จะตองมีการประสานงานและมีความรวมมือกันอยางใกลชิด  8. การจัดบริการแนะแนวอาชีพใหมีความสมบูรณ  นอกจากหลัก การที่สําคัญตาง  ๆ ดังที่ไดก ลาว  มาแลว บริการแนะแนวอาชีพจะมีประสิทธิภาพไดจะตองมีบริการและกระบวนการตาง ๆ ดังตอไปนี้  8.1 บริการสนเทศเกี่ยวกับอาชีพ  8.2 มีการทดสอบ  8.3 มีบริการใหคําปรึกษาทั้งทางดานการศึกษา อาชีพ สวนตัวและสังคม  8.4 มีการเก็บรวบรวมระเบียนสะสมของนักศึกษา  8.5 มีกระบวนการพัฒนาใหมีความพรอมทั้งรางกายและจิตใจ  8.6 มีบริการจัดหางาน  8.7 มีการติดตามประเมินผล  9. ควรมีการประสานงานกับหนวยงานภายนอกสถาบัน เชน ศูนยแนะแนวการศึกษาและอาชีพ  กรม  แรงงาน  ตลอดจนบริษัทหางราน  เปนตน  แนวโนมของการแนะแนวอาชีพในชวงทศวรรษนี้เปนการเนนเรื่อง Life  Career  Development  คือ  การพัฒนาอาชีพ ตลอดชีวิ ต  แทนที่จะพั ฒนาอาชี พเฉพาะอยางเดียว จึงตองมีการเตรียมความพรอ มที่จ ะ  ทํางาน  การหางาน  กระทั่งวิธีการที่จะแกไขความเบื่องานและรักษาสุขภาพจิตไว  ซึ่งกระบวนการนี้จะตอ ง  ทํา เป นระบบ โดยหาความตอ งการของกลุ มว าเปน อย างไร  วางเป าหมาย  และก็ หาวิท ยากรให  แลวจึ ง  ประเมินผลโครงการ  ซึ่ง นวลศิริ  เปาโรหิตย  (2528,18)  ไดกลาวถึงการแนะแนวอาชีพวา  ควรมีการบริการ  ที่สําคัญ  5  ประการ คือ


8 1. บริการใหคําปรึกษาดานอาชีพ (Career  Counseling)  ชวยในการตัดสินใจในการเลือกอาชีพและ  ใหความกระจางในเรื่องการแนะแนวอาชีพโดยตรง  การใหคําปรึกษาดานอาชีพตามหลักสากลจะมีวิธีการ  ดังนี้คื อ  ครั้งแรกจะเป นเรื่ องการสั มภาษณ  คือหาขอ มูล ทั่ ว ๆ ไปก อนว า  เขาเกง อะไร  ภูมิหลั งเขาเป น  อยางไร  การศึกษาเปนอยางไร  เขามีทักษะหรือเกงทางใดเพื่อชวยเขาในการหางานไดเหมาะกับเขา  และ  สุดทายก็เปนเรื่องของการทําแบบทดสอบดานอาชีพ  แลวจึงทําการใหคําปรึกษาดวยการพูดคุยกัน  เราจะคุย  กับเขาเพียง 2-3 ครั้งเขาก็จะเริ่มรูวาตัวเองเกงอะไร และชวยใหเขามีทักษะในการตัดสินใจ  2. การจัดโครงการตาง ๆ (Program  Consultation)  ไดแก การจัดวันอาชีพ  วันนัด พบแรงงาน  การ  สัมมนาหรืออภิปรายเกี่ยวกับตลาดแรงงาน  3. บริการแบบทดสอบ (Psychometric Service)  โดยการจัดหาแบบทดสอบตาง ๆ ไวในหองสมุด  อาชีพ  เชน  แบบทดสอบ SDS  (Self  Directed  Search)  หรือแบบทดสอบที่ส รางขึ้นเอง  4. การจัดตั้งหองสมุดอาชีพ (Career  Library)  ซึ่งควรจะเปนลักษณะของศูนยขอมูลอาชีพ คือมีแฟม  อาชีพ  สไลดอาชีพ  เทปและวีดีโอเกี่ยวกับอาชีพ  5. บริการจัดหางาน (Placement  Service)  เปนบริการที่เปนหัวใจของการแนะแนวอาชีพมากที่สุด  นอกจากนี้นุชลี  อุปภัย  (2546, 25-27)  ไดกลาวถึงวิธีการดําเนินงานและขอตกลงเบื้องตนของการ  แนะแนวในการชวยเหลือบุคคล เพื่อใหบรรลุจุดมุงหมายของการแนะแนว นักแนะแนวควรมีหลักในการ  ปฏิบัติงานอันเปรียบเสมือนจุดยืนที่บอกย้ําถึงวิธีการดําเนินงานดังตอไปนี้  1. การแนะแนวจะตองเปนการพัฒนาความเปนบุคคลของแตละคน การแนะแนวถูกกําหนดมาโดยมี  ความเชื่อวาในการพัฒนาบุคคลนั้น จะตองเปดโอกาสใหบุคคลไดเรียนรูเกี่ยวกับตัวเองวา  ตนเองคือใคร  มี  คุณสมบัติอยางไร  และคุณสมบัติเหลานั้นมีความหมายตอชีวิตในอนาคตของเขาอยางไร  2. การดําเนินการแนะแนวมีจุดมุงหมายเพื่อใหบุคคลไดรูจักตนเองและสิ่งแวดลอม  นักแนะแนวจะ  ใชกลวิธีตาง ๆ เพื่อทําใหบุคคลไดรูจักและเขาใจลักษณะภายในของตนเอง เชน การใชเทคนิคการสัมภาษณ  การใหคําปรึกษา  และการใชแบบสอบถาม  เปนตน  วิธีการดังกลาวจะเปนโอกาสใหบุคคลสามารถสํารวจ  ความเปน ตัว ตนของตนเอง  รวมทั้ งความหมายของคุณ คาที่ไ ดจ ากประสบการณชี วิต  และเนื่อ งจากการ  ดําเนินชีวิตของบุคคลประกอบดวย  ตัวบุคคลและโลกแหงการรับรูสวนตัวของเขา และเหตุการณภายนอกที่  เขามาสูชีวิตของเขาตามลําดับ  3. การแนะแนวตองยึดหลักความรวมมือกัน มิใชเปนการบังคับ ตองขึ้นอยูกับความพอใจของบุคคล  สองฝาย  ฝายหนึ่งคือผูชวยเหลือ  อีกฝายหนึ่งคือผูรับความชวยเหลือ  การแนะแนวเปนเรื่องที่เกี่ยวของกับ  แรงจูงใจภายในและความเต็มใจ  การไมบังคับและการไมสรางความกดดันใหกับบุคคลจึงถือเปนหลักสําคัญ  ของการแนะแนว  4. การแนะแนวจะตองมีความเชื่อเบื้อ งตนวา มนุษยมีความสามารถในตัวที่จะพัฒนาตนเอง  ผูให  ความชวยเหลือควรยึดความเชื่อที่วามนุษยมีความสามารถภายในตัวที่จะปรับปรุงพัฒนาตนเอง


9 5. การแนะแนวจะตองคํานึงถึงศักดิ์ศ รีแ ละคุณ คาของมนุษ ย  รวมทั้งการยอมรับสิทธิและเสรีภาพ  สวนบุคคลในการตัดสินใจ การเห็นความสําคัญในคุณคา และความเทาเทียมกันของมนุษย  รวมทั้งเสรีภ าพ  สวนบุคคลเปนสิ่งจําเปนในการแนะแนว  6. การแนะแนวเปนกระบวนการศึกษาที่มีความตอเนื่องและเปนขั้นตอน  โดยจัดใหบริการตั้งแตใน  ระดับประถมไปจนถึงสิ้นสุดการศึกษาและตอเนื่องไปจนตลอดชีวิต  ขอพิจารณาในการเลือกอาชีพสําหรับบุคคลตาง ๆ  เรื่ อ งเกี่ ยวกั บ การเลื อ กอาชี พ  ซึ่ง มี ค วามสํ าคั ญ  ผูที่ จะเริ่ม เข า สู อาชี พ  ควรจะไดรู ข อ มูล ต า ง ๆ ที่  เกี่ยวกับอาชีพใหมากที่สุดกอนที่จะตัดสินใจเขาสูอาชีพนั้น ๆ เพราะธรรมชาติทําใหคนเรามีอะไรที่แตกตาง  กัน มีความสนใจแตกตางกัน มีความสามารถแตกตางกัน มีบุคลิกภาพแตกตางกัน  เพราะฉะนั้น จึงประกอบ  อาชีพที่แตกตางกัน  ดังนั้นจึงมีหลักในการพิจารณาเลือกอาชีพที่ สวัสดิ์  ประทุมราช (2529, 89)  เห็นวาสิ่งที่  จําเปนในการพิจารณาอยางคราว ๆ เพื่อประโยชนในการแนะแนว ไดแก  1. ความสนใจในอาชีพ  2. ความถนัดและความสามารถ  3. ความตองการตลาดแรงงาน  ทั้งนี้ สวัสดิ์   ประทุมราช (2529, 90 )  ไดจัดอาชีพตาง ๆ เปน 10 อาชีพ  และแตละสาขาอาชีพจะมี  ลักษณะของงานเปนสามระดับ  เปนอยางนอย  ประกอบดวย  ระดับอาชีพ (professional)  ระดับกึ่งอาชีพ  (semi professional)  และระดับทักษะ (skilled worker) ซึ่งอาชีพตาง ๆ  จําแนกได  ดังนี้  1. เรื่องเกี่ยวกับเครื่องจักรกล  ไดแก วิศวกรสาขาตาง ๆ ชางยนต  2. งานเชิงคํานวณ  ไดแก  นักบัญชี  งานสถิติ  3. งานเชิงวิทยาศาสตร  ไดแก  แพทย  นักเคมี  4. งานชักชวนโฆษณา  ไดแก  งานขายโฆษณา  5. งานศิลปะ  ไดแก  สถาปนิก  นักแสดง  ชางภาพ  6. งานวรรณกรรม  ไดแก  นักประพันธ  ทนายความ  ผูพิพากษา  7. งานดนตรี  ไดแก  นักประพันธเพลง   นักดนตรี  8. งานบริการสังคม   นักสังคมสงเคราะห  งานฝายบุคคล  9. งานเสมียน  ไดแก งานในสํานักงาน  10. งานนอกสํานักงาน  ไดแก เจาหนาที่เกษตร  ปาไม  ผูบังคับการเรือ  กรมการจั ด หางาน  กองส ง เสริ ม การมี ง านทํ า   ได จั ด ทํ า ข อ มู ล เผยแพร ท างอิ น เทอร เ น็ ต  URL:http://doe.go.th/vgnew/guide  โดยกลาววา บุคลิกภาพกับ การเลือกอาชีพและการศึกษาใหเหมาะสม  กับตัวเอง  การเลือกอาชีพและสาขาวิชาที่จะศึกษา  ใหเหมาะสมกับตัวเองโดยเนนเรื่องบุคลิกภาพ  บุคคลแต  ละบุคคลยอมมีบุคลิกภาพที่แตกตางกัน แตละคนจะมีลักษณะที่ชี้เฉพาะตนไมวารูปราง  หนาตา  ผิวพรรณ  หรือนิสัยใจคอ มีนัก วิช าการบางทานไดใหค วามหมายของคําวา  “บุค ลิกภาพ”  คือ  ลักษณะสวนรวมของ


10 บุคคล  ซึ่งประกอบดวยสิ่งที่ปรากฏทางรางกาย  นิสัยใจคอ  ความรูสึกนึกคิด  และพฤติกรรมรวมของบุคคล  นั้น  ซึ่งไดรวมอยูดวยกันอยางผสมกลมกลืนในตัว  บุคคลนั้น รวมถึงสิ่งที่เขาชอบและไมช อบ  สิ่งที่เขา  สนใจและไมสนใจ  เปาหมายตาง ๆ ในชีวิตของเขา  ความสามารถดานตาง ๆ ของเขา  ลักษณะของบุคลิกภาพเฉพาะของแตละคนนั้น  หากบุคคลรูจักและเขาใจบุคลิกภาพจนสามารถมอง  ตนไดตามสภาพความเปนจริงยอมชวยใหบุคคล ตัดสินใจเลือกแนวทางชีวิต  การศึกษา  และอาชีพไดอยาง  สอดคลองกับตัวเองมากที่สุด  บุคลิกภาพนั้นเกี่ยวของกับอะไรบาง  1. ทางกายภาพ  หมายถึง รูปรางหนาตาดี ยอมสงผลใหผูสัมภาษณสนใจไดบางและตนเองก็มีค วาม  ภูมิใจมั่นใจยิ่งถามีสุขภาพที่แข็งแรงวองไวในการทํางานยิ่งนาประทับใจ  2. ทางสมอง  สมองดีไมมีโรคภัยไขเจ็บก็จะทําใหเขามีความทรงจําดี เชาวนปญญาดี แตตอ งเปนผล  จากการศึกษาอบรมพื้นฐานดวย  3. ความสามารถ อาศัยประสบการณ และความถนัดจากการฝกฝน  4. ความประพฤติ  เปนผูอยูในศีลธรรม สุภาพออนโยน มีมนุษยสัมพันธ  ไมเปนปฏิปกษกับสังคม  5. ชอบเขาสังคมมีทัศนคติที่ดีตอผูอื่น  การแสดงออกตอเพื่อ นฝูง  ไมเห็นแกตัว  มีน้ําใจตอ ผูอื่ น  ไมอวดตัว  6. อารมณดี  ใจเย็น  ไมฉุนเฉียว  อดกลั้นโทสะได  7. กําลังใจ  เปนคนที่จิตใจเขมแข็ง ไมทอถอย  ไมเสียขวัญงาย  ในการเสริมสรางบุคลิกภาพที่ดีนั้น  ตองการพื้นฐานในการสงเสริมอยางไรบาง  1. ตองเอาใจใสสุขภาพ  การออกกําลังกาย  การทํางาน  การกินอาหาร  การพักผอนนอนหลับ   ตอ ง  จัด ใหเ ปนไปตามความเหมาะสมของรางกายโดยถือ ความพอดี ข องแตล ะบุคคลเปน หลัก คือ กินได ถา ย  สะดวก และนอนหลับ  คุณก็จะปลอดภัยจากการถูกรบกวนดวยอาการออนเพลียจิตใจ หงุดหงิด และปวด  ศีรษะ  2. บําเพ็ญตนใหเปนประโยชนแกสังคม ขอนี้เปนขอสําคัญในการควบคุม “พลังใจใฝอํานาจ” มิให  แสดงออกมานอกลูนอกทาง ถาไมมีพลังใจใฝสังคมมาถวงคุณไว คุณ จะกลายเปนคนเห็นแกตัว เอาแตใจ  ตนเอง ตอตานสังคม  3. ศึกษางานในหนาที่ ความรอบรูทําใหเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง คนที่รูงานในหนาที่ของตนดีและ  ทํางานดวยความมั่นใจ ยอมเกิดความภาคภูมิใจวาเปนคนสําคัญคนหนึ่งในบริษัท และการมีความรูสึกเชนนีก้ ็  ยอมจะเสริมสรางบุคลิกลักษณะของเขาใหดีขึ้นได  4. หัดนิสัยใหเปนคนขวนขวาย   ความขวนขวายจะเกิดไดก็ตอเมื่อ มีความสนใจ ความรักในหนาที่  ฉะนั้นในขั้นตนจะตองสรางความสนใจขึ้นมากอน พึงสนใจงานในหนาที่ งานของเพื่อนบาน และของสังคม  อยาทําตัวเปนคนชอบบนจูจี้จุกจิก และคอยมุงคิดแตวาเมื่อใดจะถึงวันหยุดงาน


11 5. เปนผูฟงที่ดี แตตองเปนการฟงอยางมีศิลปะ  คือผูฟงตองชักจูงผูพูดใหพูดในเรื่องที่เขาเรื่อ งและ  แสดงใหเห็นวาตนเองฟงคําพูดของเขาดวยความตั้งใจ เมื่อถึงโอกาสที่ควรถามก็ถามแตควรจะคอยใหเขาพูด  จนจบเสียกอน นี่คือศิลปะในการฟง  6. มีวาทศิลป  ศึกษาปญหาชีวิตของสังคมที่เกิดขึ้นประจําวันโดยการสังเกตการณอานหนังสือพิมพ  ชมภาพยนตรบาง  ซึ่งจะชวยใหคุณมีความรูหรือมีขอมูลเก็บไวใชในการพูดคุยกับผูอื่นไดมากขึ้น  7. มีความรูพอที่จะพูดคุยกับผูอื่นไดทุกระดับ  8. รูจักถอมตัว หมายถึง การไมยกตนขมทาน ทั้งดานกริยาและคําพูด  การถอมตนที่ถูก ตองนั้นตอ ง  เกิดจากความรูสึกที่จริงใจวาตนเองแมจะมีความสําคัญในทางใดบาง แตก็มิใชเปนคนสําคัญคนเดียว หากแต  ยังมีคนอื่นที่สําคัญเทากัน หรือสําคัญกวา ซึ่งจะทําใหคุณเขาสังคมกับใคร ๆ ไดอยางหนาชื่นตาบาน  9. รัก เพื่ อ นบ า น คุ ณ ควรจะมีก ารวิส าสะกั บ เพื่ อ นบ านบา งสั ม ผัส กั น ตามสมควรแล ว คุ ณ จะได  ประโยชนมากมาย  10. อยามุงสรางบุคลิกภาพมากเกินไป ถาคุณวาดภาพอยูในใจอยูเสมอวาบุคลิกภาพของคุณ จะตอ ง  เปนอยางนั้นอยางนี้ตามที่คุณเห็นวาดีหรืองามแลว คุณก็พยายามประพฤติตัวใหเปนอยางที่คุณตองการ  ภาพ  ที่จะสะทอนใหเห็นก็คือคุจะกลายเปนคนที่แข็งทื่อ ฝนธรรมชาติ และกลายเปนคนที่อยูในสภาพหลอกลวง  ไป  นอกจากขอพึงปฏิบัติเพื่อเสริมสรางบุคลิกภาพแลวยังมีสิ่งที่ค วรหลีก เลี่ยงละทิ้งออกไปจากตัวคุณ  ไดแก  ก. ความรูสึกต่ําตอย รวมทั้งความหมั่นไสเยาะเยยตนเอง  ข. ความอิจฉาริษยา  ค. ความไวตัวมากเกินไปซึ่งขอนี้จะทําใหเกิดผลตามมาคือ จะเปนคนโกรธงาย ประสาทออ น ขี้แ ย  ถือดีเกินไปหัวสูง และแยกตัวเองออกจากสังคม  บุคลิกภาพดีเปนของมีคา ที่ควรยึดไดเปนสมบัติประจําตัวจะทําใหช ีวิตประสบแตความสําเร็จ  บุคลิกภาพมีอิทธิพลตอการเลือกอาชีพ  โดยบุคคลจะเลือ กอาชีพ ที่เหมาะสมกับบุคลิก ภาพของตน  บุ ค ลิก ภาพเฉพาะอย า งมี ค วามสั ม พั น ธ กั บ อาชี พ   เฉพาะอย า ง ทฤษฎี ก ารเลื อ กอาชี พ ของ “จอหน แ อล  ฮอลแลนด”  มีแนวคิดพื้นฐาน 4 ประการ  ประการที่ 1 อาชี พ เป น เครื่อ งแสดงออกทางบุ ค ลิ ก ภาพ บุ ค คลจะเลือ กอาชี พ ใดยอ มแสดงว า  บุคลิกภาพของเขาจะปรากฏออกมาในทิศ ทางเดียวกัน  ประการที่ 2 บุคลิกภาพของแตละบุคคลมีความสัมพันธกับชนิด ของสิ่งแวดลอ มในการทํางานของ  บุคคลนั้น  ดังนั้น บุคคลจึงมีแนวโนมจะหันเขาหางาน หรืออาชีพที่สอดคลองกับบุคลิกภาพของเขา  ประการที่ 3 บุคคลจะคนหาสิ่งแวดลอมที่เอื้ออํานวยใหเขาไดฝกทักษะ และใชความสามารถของเขา  ทั้งยังเปดโอกาสใหเขาไดแสดงเจตคติ คานิยม  และบทบาทของเขา  ประการที่ 4 บุคลิกภาพของสิ่งแวดลอมจะเปนตัวกําหนดพฤติก รรมของแตละบุคคล ดังนั้น เมื่ อ  สามารถทราบบุคลิกภาพและสิ่งแวดลอมของบุคคลแลว ก็จะทําใหทราบผลที่จะติดตามมาของบุคคลนัน้ ดวย


12 เชน การเลือกอาชีพ  ความสําเร็จในอาชีพ  ตลอดจนทั้งพฤติกรรมตาง ๆ  ทั้งการศึกษาอาชีพและสังคมดวย  ฮอลแลนดไดส รุปทฤษฎีของเขาไว 4 ประการดังนี้ คือ (อางใน สําเนาว    ขจรศิลป  2529,38)  1. ในสั งคมของวัฒนธรรมตะวั นตก  สามารถแบ ง บุค คลออกตามลั ก ษณะของบุค ลิก ภาพได 6  ประเภท คื อ  พวกชอบเกี่ยวขอ งกับ สิ่ง ที่เ ป นรู ปธรรม (Realistic)  พวกที่ช อบเกี่ ย วข องกับ กิ จกรรมที่ใ ช  ความคิ ด     การแก ป ญ หา (Intellectual)  พวกชอบเข า สัง คม (Social)  พวกชอบระเบี ย บแบบแผน  (Conventional)  พวกที่มีความทะเยอทะยาน  ชอบมีอํานาจ (Enterprising)  และพวกชอบศิลปะ (Artistic)  2. บรรดาอาชีพตาง ๆ นั้น  สามารถแบงตามลักษณะและสภาพแวดลอมได 6 ชนิด  ซึ่งสอดคลองกับ  บุคลิกภาพของคนทั้ง 6 ประเภท  3. บุคคลยอมแสวงหาสภาพแวดลอมและอาชีพ  ซึ่งเปดโอกาสใหเขาไดใชความสามารถและทัก ษะ  เพื่ อ แสดงออกถึ งค านิ ย มและทั ศ นคติ   ตลอดจนการมี บ ทบาทที่ เ หมาะสม  และหลี ก เลี่ย งบทบาทที่ ไม  เหมาะสมกับตนเอง  4. พฤติกรรมของบุคคลสามารถอธิบายไดจากปฏิกิริยาระหวางแบบฉบับแหงพฤติกรรมของเขากับ  สภาพแวดลอมของเขา  คนเรานั้น มี ค วามถนั ด ในการกระทํ า สิ่ ง ใดสิ่ งหนึ่ง   หรื อ หลาย ๆ สิ่ ง ด ว ยกัน ทุ ก คน แต มี ร ะดั บ  ความสามารถมากนอยแตกตางกันไป  บางคนมีความถนัด ในการทํางานหลาย  ๆ  ดาน  แตบางคนมีค วาม  ถนัด ในการทํ างานดานใดดานหนึ่งโดยเฉพาะความถนั ดก็คื อ ระดับ ความสามารถของบุค คล  ซึ่ งอาจจะ  เกิดขึ้นได โดยที่บุคคลนั้น ๆ ไดรับการฝกอบรม หรือมีประสบการณในงานนั้น ๆ มาคูกัน และสามารถที่จะ  นําประสบการณหรือความรูที่ไดจากการฝกอบรมนั้นไปใชใหเปนประโยชน  สําหรับ การสํ ารวจตัวทา นเองวาเปน คนอยางไร  มีบุค ลิ กภาพอยา งไร  ตลอดจนพฤติ กรรมและ  ลักษณะที่เปนทั้งขอดีขอเสีย  มีความเชี่ยวชาญ  ชอบงาน ประเภทใด และมีความถนัดทางดานใด จะชวยให  เราสามารถมองภาพที่เปนตัวเองไดทั้งหมด  การคัดเลือกอาชีพตามลักษณะบุคลิกภาพและสภาพแวดลอมทางอาชีพของบุคคลตามที่จอหน  แอล  ฮอลแลนด  (อางใน สําเนาว   ขจรศิลป  2529,46)  ไดแบงเปน 6 ประเภทดังนี้  กลุมที่ 1 บุคลิกภาพแบบจริงจัง  ไมคิดฝน  นิยมความจริง และสิ่งที่เปนรูปธรรม (Realistic)  เชน  วิศวกร   ชางเทคนิค  ฯลฯ  กลุมที่ 2 บุคลิกภาพแบบที่ตองใชเชาวปญญาและความคิด (Investigative) เชน แพทย  ทันตแพทย ฯลฯ  กลุมที่ 3 บุคลิกภาพแบบมีศ ิลปะ (Artistic)  มีจินตนาการสูง  ชอบอิสรภาพ  เชน  สถาปนิก  จิตรกร  นักประพันธ  นักดนตรี  ฯลฯ  กลุมที่ 4 บุคลิกภาพที่ช อบการสมาคม  สังคมกับผูอื่น (Social)  ชอบชวยเหลือผูอื่น  เชน นักสังคม  สงเคราะห  พยาบาล  นักสังคมวิทยา  ฯลฯ  กลุมที่ 5 บุคลิกภาพแบบมีความทะเยอทะยาน  กลาคิดกลาทํา  ชอบทํากิจกรรม (Enterprising)  เชน  นักธุรกิจ    เศรษฐศาสตร   การเงิน  นักการเมือง   ฯลฯ


13 กลุมที่ 6 บุคลิกภาพที่ทําตามระเบียบแบบแผน (Conventional)  ไมคอยมีความยืดหยุน รอบคอบและ  ขยันหมั่นเพียร  เชน  เลขานุการ    บัญชี  ฯลฯ  นอกจากนี้ เรียม   ศรีทอง  (2535,  131)  ไดกลาวถึงแนวคิดในการแบงกลุมอาชีพ แบบงาย ๆ โดย  กลุมนักวิชาการทดสอบของอเมริกา  ไดผ สมผสานแนวคิดในการแบงอาชีพตามบุคลิก ภาพของฮอลแลนด  และการแบงอาชีพตามลักษณะงานของโรว   โดยเรียกวา  แผนที่โลกงานอาชีพ  ซึ่งแบงงานทุก ชนิดในโลก  ออกเปน 4 ประเภทใหญ ๆ ไดแก  1. งานอาชีพที่เกี่ยวของกับตัวเลขหรือขอ มูล (information)  หมายถึง งานที่ตองทําเกี่ยวกับตัวเลข  จํานวน  ขอมูล  ทําสถิติ  บัญชี  วัดผล  ไดแก อาชีพ  ผูซื้อ-ขาย   ผูแ ทนจําหนาย  เจาของกิจการ  พนักงาน  การเงิน  บัญชี   พนักงานตรวจสอบ  2. งานอาชีพที่เกี่ยวกับความคิด (ideas)  หมายถึง งานที่ทําเกี่ยวกับการคิดคนแตง  ประดิษฐ  รวมทั้ง  คํา พู ด   ศิล ปะ  ดนตรี  ไดแ ก   อาชี พนั ก วิ ท ยาศาสตร    นั ก ดนตรี    นั ก ปรัช ญา   มั ณ ฑนากร   สถาปนิ ก  ชางภาพ   นักเขียน   นักขาว   เปนตน  3. งานอาชีพที่เกี่ยวกับบุคคล (people)  หมายถึง  งานที่เกี่ยวกับการชวยเหลือผูอื่น  ใหความรูบริการ  รับใช   ชักจูงใจ   ใหความบันเทิง   ไดแกอ าชีพ  นัก ขาย  พยาบาล   ครู   ทัน ตแพทย   แมบาน   พนักงาน  โรงแรม  นักสังคมสงเคราะห  4. งานอาชีพที่เกี่ยวกับวัตถุหรือสิ่งของ (things)  หมายถึง งานที่ตองทํากับเครื่องจักร   วัสดุอุปกรณ  และเครื่องมือ  หรือเครื่องทุนแรง  รวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวของกับสิ่งของ  ไดแก อาชีพชางเทคนิค   วิศวกร  พนักงานกอสราง   ผูประดิษฐงานทางคหกรรมและหัตถกรรมชาวสวน  สรุป  การแนะแนวเปนกระบวนการชวยเหลือบุคคลที่มีระเบียบแบบแผน  โดยใชเทคนิคและกลวิธีตาง ๆ  เพื่อชวยใหบุคคลแตละคนบรรลุความสําเร็จสูงสุดที่เหมาะกับความสามารถและความตองการของตัวเขา  ให  ผูรับการแนะแนวมีทักษะ  ความรู   เจตคติที่จะเปน คือ รูจักและชื่นชมตนเอง  ปฏิสัมพันธกับผูอื่นไดอยางมี  ประสิทธิภาพ  พัฒนาแผนการเรียนไดอยางเหมาะสม   สํารวจทางเลือกในการประกอบอาชีพ   การแนะแนว  เปนกระบวนการตอเนื่องที่บุคคลจะตองรูจักตนเองในดานความสนใจอาชีพ  ความสามารถ  ความถนัดและ  คานิยม  ตองมีความรูเกี่ยวกับโลกอาชีพ  ตองมีระดับวุฒิภาวะที่สูงพอที่จะสามารถวิเคราะหตนเองและอาชีพ  ผูใหบริการแนะแนวอาชีพตองเขาใจผูรับบริการ และตองใหผูรับบริการเขาใจตนเองลึกซึ้ง  ตองมีขอมูลดาน  การศึกษาและอาชีพที่ทันตอเหตุการณ สงเสริมใหบุคคลมีความรับผิดชอบตน  เตรียมตัวเพื่อประกอบอาชีพ  พัฒนาวิช าชีพ  สติปญญา  สังคม  อารมณ  รางกายและจิตใจ  การใหบริก ารแนะแนวมีก ระบวนการ ดังนี้  บริก ารสนเทศเกี่ ย วกั บ อาชี พ    บริ ก ารทดสอบ   บริก ารให คํา ปรึ ก ษา   เก็ บ รวบรวมระเบี ย นสะสม  มี  กระบวนการพัฒนาใหมีความพรอมทั้งรางกายและจิตใจ  มีบริการจัดหางาน  มีการติดตามผล


14 ในการพิจารณาในการเลือกอาชีพนั้น  นอกจากตองพิจารณาความสนใจ  ความถนัด  ความสามารถ  และความตอ งการตลาดแรงงานแล ว   บุค ลิก ภาพก็ เปนสิ่งสํ าคัญยิ่งในการเลื อกอาชีพ   ซึ่งบุค ลิกภาพนั้ น  เกี่ยวของกับ  กายภาพรูปรางหนาตา  สมองเชาวนปญญา  ประสบการณความถนัด   ความประพฤติ   การ  แสดงออกตอสังคม   อารมณ   กําลังใจ   ดังนั้น บุคลิกมีอิทธิพลตอการเลือกอาชีพมาก  โดยเราจะตอ งเลือก  อาชีพใหเหมาะกับบุคลิกภาพของตน  ซึ่งแบงบุคลิกภาพได 6 ประเภท  คือ  พวกชอบเกี่ยวของกับสิ่งที่เปน  รูปธรรม   พวกที่ช อบเกี่ยวของกับกิ จกรรมที่ใชความคิด    การแกปญหา   พวกชอบเขาสังคม   พวกชอบ  ระเบียบแบบแผน    พวกที่มีความทะเยอทะยาน   และพวกชอบศิลปะ


คณะดําเนินการ ที่ปรึกษา

๑.นายนคร ศิลปอาชา ๒.นายประพันธ มนทการติวงศ ๓.นายประวิทย เคียงผล ๔.หมอมหลวงปุณฑริก สมิติ ๕.นายสันโดษ เต็มแสวงเลิศ

ผูจัดทํา

๑.นายณรงค ฉ่ําบุญรอต ๒.นายคมธัช รัตนคช ๓.นายดนุพล คลอวุฒนิ ันท

อธิบดีกรมพัฒนาฝมือแรงงาน รองอธิบดีกรมพัฒนาฝมือแรงงาน รองอธิบดีกรมพัฒนาฝมือแรงงาน รองอธิบดีกรมพัฒนาฝมือแรงงาน ผูอํานวยการสํานักพัฒนาผูฝกและเทคโนโลยีการฝก

นักวิชาการพัฒนาฝมือแรงงานชํานาญการพิเศษ นักวิชการพัฒนาฝมือแรงงานชํานาญการ นักวิชการพัฒนาฝมือแรงงานปฏิบัติการ

การแนะแนวอาชีพ  

การแนะแนวอาชีพ แนะนำการประกอบอาชีพ (Career Guidance)

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you