Page 1

รายงาน เรื่ อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีและสารสนเทศ

เสนอ อาจารย์สุจิตตรา จันทร์ลอย

จัดทำาโดย ำ ้ว 564152003 นางสาวจุฑารัตน์ กล่างิ นางสาวศศิวมิ ล สมบูรณ์ 564152036 นางสาวยุพดี

เมืองศรี 564152038

นางสาวบุษกร เกิดทรัพย์ 564152047 นางสาวเกตสิ ณีย ์ สุ ขกาญจนา 564152053

สาขาวิชาชีววิทยา คบ.1 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายงานนี้ เป็ นส่ วนหนึ่งของรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ อสารสำาหรับครู (PC54504) ภาคเรี ยนที่ 1

ปี การศึกษา 2556

มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บา้ นจอมบึง จังหวัดราชบุรี


คำานำา ข้ าพเจ้ าและคณะผู้จดั ทำาได้ จดั ทำารายงานเล่มนี ้ขึ ้นมาเพื่อเป็ นผลงานของพวกข้ าพเจ้ าใน รายงานกล่าวถึงเรื่ องความรู้เบื ้องต้ นเกี่ยวกบเทคโนโลยีและสารสนเทศ เช่นความหมายของ เทคโนโลยีและสารสนเทศ ขอบเขตของเทคโนโลยีสารสนเทศ องค์ประกอบของเทคโนโลยี สารสนเทศ ลักษณะสำาคัญของเทคโนโลยีและสารสนเทศ ประโยชน์ โทษ ของเทคโนโลยี และ ข้ อดีและข้ อเสียของเทคโนโลยี เป็ นต้ น ข้ าพเจ้ าและคณะขอขอบพระคุณอาจารย์สจุ ิตตรา จันทร์ ลอยที่คอ่ ยให้ คำาแนะนำาแก่คณะ ผู้จดั ทำามาโดยตลอด จัดทำาโดย คณะผู้จดั ทำา วันที่ 8 กันยายน 2556


สารบัญ เรื่ อง

หน้ า

ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ

1

ความหมายของข้ อมูลและสารสนเทศ

1

ความหมายของข้ อมูล

1

ความหมายของสารสนเทศ

1

ขอบเขตของเทคโนโลยีสารสนเทศ

1

องค์ประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสารข้ อมูล

3

ปั จจัยสำาคัญในการสื่อสารข้ อมูล

5

ลักษณะของวิธีการสื่อสาร

6

ลักษณะสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ

8

ประโยชน์และโทษของเทคโนโลยีสารสนเทศ

10

ข้ อดีและข้ อเสียของเทคโนโลยีสารสนเทศ

11

สรุป

12

บรรณานุกรม

13


ความรู้ เบือ้ งต้ นเกีย่ วกบเทคโนโลยีและสารสนเทศ ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศหมายถึง อุปกรณ์หรื อเครื่ องมือที่เกี่ยวข้ องกับการ รวบรวมประมวล เก็บรักษา และเผยแพร่ข้อมูลและสารสนเทศโดยรวมทังฮาร์ ้ ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ฐานข้ อมูล และการสื่อสาร โทรคมนาคม ความหมายของข้ อมูลและสารสนเทศ ระบบสารสนเทศสร้ างขึ ้นมาเพื่อจุดมุ่งหมายหลายประการจุดมุง่ หมายพื ้นฐานประการ หนึง่ คือ การประมวลข้ อมูล (Data) ให้ เป็ นสารสนเทศ (Information) และนำาไปสูค่ วามรู้ (Knowledge) ที่ช่วยแก้ ปัญหาในการดำาเนินงาน ความหมายของข้ อมูล ข้ อมูล คือ ข้ อเท็จจริ งเกี่ยวกับเหตุการณ์ หรื อข้ อมูลดิบที่ยงั ไม่ผ่านการประมวลผล ยังไม่มี ความหมายในการนำาไปใช้ งาน ข้ อมูลอาจเป็ นตัวเลข ตัวอักษร สัญลักษณ์ รูปภาพ เสียง หรื อ ภาพเคลื่อนไหว ความหมายของสารสนเทศ สารสนเทศ คือ ข้ อมูลที่ได้ ผ่านการประมวลผลหรื อจัดระบบแล้ ว เพื่อให้ มีความหมาย และคุณค่าสำาหรับผู้ใช้ ขอบเขตของเทคโนโลยีสารสนเทศ คำาว่า เทคโนโลยี หมายถึง การประยุกต์เอาความรู้ทางด้ านวิทยาศาสตร์ ความจริ งเกี่ยวกับ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้ อม มาทำาให้ เกิดประโยชน์ตอ่ มวลมนุษย์ เทคโนโลยีจงึ เป็ นวิธีการในการ สร้ างมูลค่าเพิ่มของสิ่งต่างๆ ให้ เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ ้น เช่น ทรายหรื อซิลิกอน (silikon) เป็ น


สารแร่ที่พบเห็นทัว่ ไปตามชายหาด หากนำามาสกัดด้ วยเทคนิควิธีการสร้ างเป็ น ชิป (chip) จะ ทำาให้ สารแร่ซิลิกอนนันมี ้ คณ ุ ค่า และมูลค่าเพิ่มขึ ้นได้ อีกมาก

ชิป สำาหรับสารสนเทศ หมายถึง ข้ อมูลที่เป็ นเรื่ องเกี่ยวข้ องกับ ความจริ งของคน สัตว์ สิ่งของ ทังที ้ ่ เป็ นรูปธรรมและนามธรรม ที่ได้ รับการจัดเก็บรวบรวม ประมวลผล เรี ยกค้ น และสื่อสารระหว่าง กัน นำามาใช้ ให้ เกิด ประโยชน์ได้ เทคโนโลยี ส ารสนเทศ (IT : Information Technology) หมายถึง การนำา วิ ท ยาการที่ ก้ าวหน้ า ทางด้ า นคอมพิ ว เตอร์ แ ละ การสื่ อสารมาสร้ างมูล ค่า เพิ่ ม ให้ กับสารสนเทศ ทำา ให้ สารสนเทศ มีประโยชน์และใช้ งานได้ กว้ างขวางมากขึ ้น เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการใช้ เทคโนโลยีด้านต่างๆ ในการรวบรวม จัดเก็บ ใช้ งาน ส่งต่อ หรื อสื่อสารระหว่างกัน เทคโนโลยี สารสนเทศเกี่ ย วข้ อง โดยตรงกับเครื่ องมื อ เครื่ องใช้ ในการจัดการสารสนเทศ ได้ แ ก่ เครื่ อง คอมพิ ว เตอร์ แ ละอุป กรณ์ ร อบข้ าง ขัน้ ตอนวิ ธี ก ารดำา เนิ น การซึ่ ง เกี่ ย วข้ อ งกับ ซอฟต์ แ วร์ เกี่ยวข้ องกับตัวข้ อมูล บุคลากร และกรรมวิธีการดำาเนินงานเพื่อให้ ข้อมูลเกิดประโยชน์สงู สุด เทคโนโลยีสารสนเทศจึงเป็ นเทคโนโลยีที่ครอบคลุมเรื่ องเกี่ยวกับการประมวลผล ข้ อมูล ซึง่ ได้ แก่การใช้ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ การติดต่อสื่อสารระหว่างกันด้ วยความรวดเร็วการจัดการ ข้ อมูล รวมถึงวิธีการที่จะใช้ ข้อมูลให้ เกิดประโยชน์สงู สุด


องค์ ประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่ อสารข้ อมูล องค์ประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสารข้ อมูล(datacommunication)คือการส่งผ่าน ข้ อมูลระหว่างอุปกรณ์ตงแต่ ั ้ 2 ตัวขึ ้นไปซึง่ ข้ อมูลที่แลกเปลี่ยนกันนี ้มีได้ หลายรูปแบบ ตัวอย่าง เช่น ตัวอักษร ตัวเลข รูปภาพ หรื อเสียง เป็ นต้ นเปรี ยบเทียบอย่างง่าย ๆ การสื่อสารข้ อมูล ระหว่างอุปกรณ์ตา่ ง ๆ ก็เหมือนกับการพูดระหว่างนักเรี ยนในกลุม่ หรื อการโทรศัพท์คยุ กัน ข้ อมูลในที่นี ้คือบทสนทนาที่นกั เรี ยนแปลกเปลี่ยนกันนัน่ เอง เราสามารถเปรี ยบเทียบการใช้ งาน คอมพิวเตอร์ ก่อนและหลังการนำา ระบบเครื อข่ายมาใช้ ได้ ดงั นี ้ สมัยก่อน : เราจะต้ องพิมพ์ข้อมูลออกมาเป็ นเอกสาร หรื อเก็บข้ อมูลลงแผ่นบันทึก แล้ วอาศัย พนักงานในการส่งเอกสารและแต่ละคนจะทำางานโดยอาศัยทรัพยากรหรื อซอฟต์แวร์ ที่มีอยูใ่ น เครื่ องตนเอง ปั จจุบนั : เราสามารถรับส่งข้ อมูลกันได้ อย่างรวดเร็ วผ่านเครื อข่าย และยังสามารถใช้ ทรัพยากร ทังฮาร์ ้ ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ร่วมกันได้ เป็ นการเพิ่มประสิทธิภาพทังการทำ ้ างานและการใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่ ส่ วนประกอบที่สาำ คัญของระบบสารสนเทศมี 5 ส่ วนคือ 1. ฮาร์ ดแวร์ (เครื่ องจักรอุปกรณ)์ 2. ซอฟต์แวร์ 3. ข้อมูล 4. บุคลากร 5.ขั้นตอนการปฏิบตั ิงาน


เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็ นเครื่ องมือที่ช่วยในการจัดการสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ ช่วย ประมวลผล คัดเลือก คำานวณ หรื อพิมพ์รายงาน ผลตามที่ต้องการ คอมพิวเตอร์ เป็ นอุปกรณ์ที่ ทำางานได้ รวดเร็ว มีความแม่นยำาในการทำางาน และทำางานได้ ตอ่ เนื่อง คอมพิวเตอร์ และ อุปกรณ์ตา่ ง ๆ จึงเป็ นองค์ประกอบหนึง่ ของระบบสารสนเทศ ซอฟต์ แวร์ คือลำาดับขันตอนคำ ้ าสัง่ ให้ เครื่ องคอมพิวเตอร์ ทำางานตามวัตถุประสงค์ที่วาง ไว้ ซอฟต์แวร์ จึงหมายถึงชุดคำาสัง่ ที่เรี ยง เป็ นลำาดับขันตอนสั ้ ง่ ให้ คอมพิวเตอร์ ทำางานตาม ต้ องการ และประมวลผลเพื่อให้ ได้ สารสนเทศที่ต้องการ ข้ อมูล เป็ นวัตถุดิบที่ทำาให้ เกิดสารสนเทศ ข้ อมูลที่เป็ นวัตถุดิบจะต่างกัน ขึ ้นกับ สารสนเทศที่ต้องการ เช่น ในสถานศึกษามักจะต้ องการ สารสนเทศที่เกี่ยวข้ องกับข้ อมูล นักเรี ยน ข้ อมูลผลการเรี ยน ข้ อมูลอาจารย์ ข้ อมูลการใช้ จ่ายต่าง ๆ ข้ อมูลเป็ นสิ่งที่สำาคัญ ประการหนึง่ ที่มีบทบาทต่อการให้ เกิด สารสนเทศ บุคลากร เป็ นส่วนประกอบที่สำาคัญ เพราะบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และเข้ าใจ วิธีการให้ ได้ มาซึง่ สารสนเทศ จะเป็ นผู้ดำาเนินการ ในการทำางานทังหมด ้ บุคลากรจึงต้ องมีความ รู้ความเข้ าใจในการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ บุคลากรภายในองค์กรเป็ นส่วนประกอบที่จะทำาให้ เกิด ระบบสารสนเทศด้ วยกันทุกคน เช่น ร้ านขายสินค้ าแห่งหนึง่ บุคลากรที่ดำาเนินการในร้ าน ค้ าทุกคน ตังแต่ ้ ผ้ จู ดั การถึงพนักงานขาย เป็ นส่วนประกอบที่จะทำาให้ เกิดสารสนเทศได้ ขัน้ ตอนการปฏิบัติ เป็ นระเบียบวิธีการปฏิบตั ิงานในการจัดเก็บรักษาข้ อมูลให้ อยูใ่ นรูป แบบที่จะทำาให้ เป็ นสารสนเทศได้ เช่น กำาหนดให้ มีการป้อนข้ อมูลทุกวัน ป้อนข้ อมูลให้ ทนั ตาม กำาหนดเวลา มีการแก้ ไขข้ อมูลให้ ถกู ต้ องอยูเ่ สมอ กำาหนดเวลาในการประมวลผล การทำา รายงาน การดำาเนินการ ต่าง ๆ ต้ องมีขนตอน ั้ หากขันตอนใดมี ้ ปัญหาระบบก็จะมีปัญหาด้ วย เพราะทุกขันตอนมี ้ ผลต่อระบบสารสนเทศ


ปัจจัยสำ าคัญในการสื่ อสารข้ อมูล ปั จจัยสำาคัญในการสื่อสารข้ อมูล การสื่อสารข้ อมูลจะสำาเร็จได้ ต้องประกอบด้ วย 6 ปั จจัยสำาคัญดังต่ อไปนี ้ 1. ผู้สง่ (sender หรื อ sending device) คืออุปกรณ์ที่ทำาหน้ าที่เริ่ มออกคำาสัง่ ในการส่งข้ อมูล ได้ แก่ เครื่ องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรื ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตา่ ง ๆ 2. ข้ อมูลข่าวสาร (message) คือข้ อมูลที่ผ้ สู ง่ ต้ องการส่งไปยังผู้รับ ซึง่ ข้ อมูลนี ้อาจจะเป็ น ข้ อความตัวอักษร ตัวเลข รูปภาพ หรื อเสียง เป็ นต้ น 3. โพรโทคอล (protocol) คือข้ อกำาหนดมาตรฐาน หรื อข้ อตกลงในเรื่ องรูปแบบของข้ อมูล ข่าวสารระหว่างผู้สง่ และผู้รับโพรโทคอลเปรี ยบเสมือนภาษาที่นกั เรี ยนใช้ ในการพูดคุยกัน ถ้ า เราใช้ ภาษาไทยในการสนทนาเพื่อนทุกคนก็เข้ าใจแต่ถ้านักเรี ยนใช้ ภาษาอื่นที่เพื่อนไม่ร้ ูจกั จะ ทำาให้ เกิดความสับสนไม่สามารถสื่อสารกันได้ 4. ช่องทางการสื่อสาร (communication channel) คือช่องทาง หรื อเส้ นทางในการส่งข้ อมูล จากผู้สง่ ไปยังผู้รับ อันได้ แก่ สายโทรศัพท์ คลื่นวิทยุและสัญญาณดาวเทียม เป็ นต้ น 5. ตัวแปลงสัญญาณ (communication device) คืออุปกรณ์ที่ใช้ ในการแปลงข้ อมูลที่ต้องการ ส่งให้ อยูใ่ นรูปของสัญญาณที่สามารถส่งผ่านช่องทางการสื่อสารที่จะใช้ และแปลงสัญญาณที่ ได้ จากช่องทางการส่งข้ อมูลเมื่อถึงปลายทาง ให้ อยูใ่ นรูปแบบที่ผ้ รู ับเข้ าใจ 6. ผู้รับ (receiver หรื อ receiving device) คืออุปกรณ์ที่ทำาหน้ าที่รับข้ อมูล ซึง่ อาจจะเป็ น อุปกรณ์ชนิดเดียวกับผู้สง่ หรื อไม่ก็ได้ อาจจะเป็ นเครื่ องคอมพิวเตอร์ แบบพกพาเวิร์กสเตชันหรื อ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เป็ นต้ น การส่ งสั ญญาณข้ อมูล การส่งสัญญาณข้ อมูล หมายถึง การส่งข้ อมูลจากเครื่ องส่งหรื อผู้สง่ ผ่านสื่อกลางไปยังเครื่ อง รับหรื อผู้รับ สัญญาณที่ใช้ สง่ ก็ได้ แก่ สัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สัญญาณเสียง หรื อแสงก็ได้ ลักษณะของวิธีการสื่ อสาร


1. แบบมีสาย เช่น สายโทรศัพท์ เคเบิลใยแก้ วนำาแสง เป็ นต้ น สื่อที่จดั อยูใ่ นการสื่อสารแบบมี สายที่นิยมใช้ ในปั จจุบนั ได้ แก่ - สายทองแดงแบบไม่ห้ มุ ฉนวน (Unshield Twisted Pair) มีราคาถูกและ นิยมใช้ กนั มากที่สดุ ส่วนใหญ่มกั ใช้ กบั ระบบโทรศัพท์ แต่สายแบบนี ้มักจะถูกรบกวนได้ งา่ ย และไม่คอ่ ยทนทาน - สายทองแดงแบบหุ้มฉนวน (Shielded Twisted Pair) มีลกั ษณะเป็ นสองเส้ น มีแนวแล้ วบิด เป็ นเกลียวเข้ าด้ วยกันเพื่อลดเสียงรบกวน มีฉนวนหุ้มรอบนอก มีราคาถูก ติดตังง่ ้ าย น้ำ าหนัก เบาและการรบกวนทางไฟฟ้าต่าำ สายโทรศัพท์จดั เป็ นสายคูบ่ ิดเกลียวแบบหุ้มฉนวน - สาย Coaxial สายแบบนี ้จะประกอบด้ วยตัวนำาที่ใช้ ในการส่งข้ อมูลเส้ นหนึง่ อยูต่ รงกลางอีก เส้ นหนึง่ เป็ นสายดิน ระหว่างตัวนำาสองเส้ นนี ้จะมีฉนวน พลาสติกกันสายโคแอคเชี ้ ยลแบบหนา จะส่งข้ อมูลได้ ไกลกว่าแบบบางแต่มีราคาแพงและติดตังได้ ้ ยากกว่า - ใยแก้ วนำาแสง (Optic Fiber) ทำาจากแก้ วหรื อพลาสติกมีลกั ษณะเป็ นเส้ นบางๆคล้ าย เส้ นใยแก้ วจะทำาตัวเป็ นสื่อในการส่งแสงเลเซอร์ ที่มีความเร็ ว ในการส่งสัญญาณเท่ากับ ความเร็ วของแสง ข้ อดีของใยแก้ วนำาแสง คือ 1. ป้องกันการรบกวนจากสัญญาณไฟฟ้าได้ มากก 2. ส่งข้ อมูลได้ ระยะไกลโดยไม่ต้องมีตวั ขยายสัญญาณ 3. การดักสัญญาณทำาได้ ยาก ข้ อมูลจึงมีความปลอดภัยมากกว่าสายส่งแบบอื่น 4. ส่งข้ อมูลได้ ด้วยความเร็วสูงและสามารถส่งได้ มาก ขนาดของสายเล็กและน้ำ าหนักเบา 2. แบบไม่มีสาย เช่น ไมโครเวฟ, ดาวเทียม , 3G ระบบ 3G ( UMTS ), Wireless X และ GPRS - ไมโครเวฟ (Microwave) สัญญาณไมโครเวฟเป็ นคลื่นวิทยุเดินทางเป็ นเส้ นตรง อุปกรณ์ที่ใช้ ในการรับ – ส่ง คือ จาน สัญญาณไมโครเวฟซึง่ มักจะต้ องติดตังในที ้ ่สงู และมักจะให้ อยูห่ า่ งกัน ประมาณ 25 – 30 ไมล์ ข้ อดีของการส่งสัญญาณด้ วยระบบ ไมโครเวฟ ก็คือ สามารถส่งสัญญาณด้ วยความถี่กว้ างและ การรบกวนจากภายนอกจะน้ อยมากจนแทบไม่มีเลย แต่ถ้าระหว่างจานสัญญาณไมโครเวฟมี


สิ่งกีดขวางก็จะทำาให้ การส่งสัญญาณไม่ดีหรื ออาจส่งสัญญาณไม่ได้ การส่งสัญญาณโดยใช้ ระบบไมโครเวฟนี ้จะใช้ ในกรณีที่ไม่สามารถจะติดตังสายเคเบิ ้ ลได้ เช่น อยูใ่ นเขตป่ าเขา - ดาวเทียม (Satellite) มีลกั ษณะการส่งสัญญาณคล้ ายไมโครเวฟ แต่ตา่ งกันตรงที่ ดาวเทียมจะมีสถานีรับ – ส่ง สัญญาณลอยอยูใ่ นอวกาศ จึงไม่มีปัญหาเรื่ องส่วนโค้ งของ ผิวโลกเหมือนไมโครเวฟ ดาวเทียมจะทำาหน้ าที่ขยายและทบทวนสัญญาณให้ แรงเพิ่มขึ ้นก่อน ส่งกลับมายังพื ้นโลก ข้ อดีของการสื่อสารผ่านดาวเทียม คือ ส่งข้ อมูลได้ มากและมีความผิดพลาดน้ อย ส่วนข้ อเสีย คือ อาจจะมีความล่าช้ าเพราะระยะ ทางระหว่างโลกกับดาวเทียม หรื อถ้ าสภาพอากาศไม่ดี ก็อาจจะก่อให้ เกิดความผิดพลาดได้ - 3G ระบบ 3G (UMTS) คือการนำาเอาข้ อดีของ ระบบ CDMA มาปรับใช้ กบั GSM เรี ยกว่า W-CDMA ซึง่ ถูกพัฒนาโดย บริ ษัท NTT DoCoMo ของญี่ปนุ่ - Wireless X Wireless X หรื อระบบ Network แบบไร้ สาย ด้ วยเทคโนโลยีการสื่อสารภายใต้ มาตรฐาน IEEE 802.11 ซึง่ อุปกรณ์ทกุ ตัว ที่ตา่ งยี่ห้อกันนันจะสามารถติ ้ ดต่อสื่อสารกันได้ โดยไม่ประสบปั ญหา หากอุปกรณ์นนผ่ ั ้ านตามเกณฑ์มาตรฐานก็จะมีการประทับตรา Wi-Fi Certified ซึง่ หมายความ ว่า อุปกรณ์ตวั นี ้สามารถเชื่อมต่อแบบไร้ สายกับ อุปกรณ์อื่นที่มีตรา Wi-Fi Certified ได้ แล้ วจึง กลายมาเป็ นคำาศัพท์ของอุปกรณ์ LAN ไร้ สาย - GPRS - เทคโนโลยีที่พฒ ั นาขึ ้นบนเครื อข่ายเดิมเพื่อให้ การส่งข้ อมูลเป็ นไปอย่างรวดเร็ว และสะดวกยิ่ง ขึ ้น - เทคโนโลยีการส่งข้ อมูลแบบรวดเร็ว ซึง่ ใช้ ได้ กบั เครื อข่ายระบบ GSM ช่วยเพิ่มความรวดเร็วให้ กับการติดตังและทำ ้ าให้ ระยะเวลาในการส่งข้ อมูล รวดเร็วยิ่งขึ ้น


- เทคโนโลยีที่สร้ างขึ ้นมาเพื่อการใช้ Mobile Internet ด้ วยความสะดวกยิ่งขึ ้น ทำาให้ ทา่ น สามารถทำาธุรกรรมต่างๆ ได้ อย่างสะดวก และง่ายดาย ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ - นวัตกรรมใหม่ที่ทำาให้ การส่งข้ อมูลมีประสิทธิภาพด้ วยความเร็ วจากเดิมเพียงแค่ 9.6 Kbps เป็ น 40 Kbps ช่วยให้ ทา่ นสามารถเชื่อมต่อทางอินเตอร์ เน็ต ได้ ภายในเวลาอันสัน้ ไม่วา่ จะอยู่ ที่ไหน เมื่อไหร่ - การส่งข้ อมูลแบบใหม่ในรูปแบบของมัลติมีเดีย ซึง่ จะประกอบไปด้ วยรูปภาพที่เป็ นกราฟิ ก เสียงและวิดีโอ เช่นการใช้ Video Conference ลักษณะสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศมีประโยชน์ตอ่ การพัฒนาประเทศชาติให้ เจริ ญก้ าวหน้ า เทคโนโลยี สารสนเทศทำาให้ วิถีความเป็ นอยูข่ องสังคมเปลี่ยนไปอย่างมาก เทคโนโลยีสารสนเทศก่อให้ เกิด การเปลี่ยนแปลงกับโลกครัง้ ใหญ่ อาจกล่าวได้ วา่ เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลกระทบต่อทุกสิ่ง ทุกอย่าง ทังการดำ ้ าเนินชีวิต เศรษฐกิจ สังคม การเมือง การศึกษาและอื่นๆ เทคโนโลยี สารสนเทศเป็ นการประยุกต์เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสื่อสารในรูปแบบต่างๆ เพื่อ ให้ บรรลุวตั ถุประสงค์ ลักษณะเด่นที่สำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศมีดงั นี ้

1) เทคโนโลยีสารสนเทศช่ วยให้ การทำางานรวดเร็ว ถูกต้ อง และแม่ นยำา ใน ระบบการจัดการขององค์กรทุกแห่งต้ องใช้ ข้อมูลเพื่อการดำาเนินการและ ตัดสินใจ ระบบธุรกิจ จึงใช้ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีการสื่อสารเป็ นเครื่ องมือช่วยในการดำาเนินการ เพื่อให้ การทำางานมีความรวดเร็ ว ถูกต้ อง และแม่นยำา เช่น ใช้ ในระบบฝากถอนเงิน และระบบ จองตัว๋ เครื่ องบิน 2) เทคโนโลยีสารสนเทศช่ วยทำาให้ การบริการกว้ างขวางขึน้ เมื่อมีการ พัฒนาระบบเก็บและใช้ ข้อมูล ทำาให้ การบริ การต่างๆ อยูใ่ นรูปแบบการบริ การแบบกระจาย


ผู้ใช้ สามารถสัง่ ซื ้อสินค้ าจากที่บ้าน สามารถสอบถามข้ อมูลผ่านทางโทรศัพท์ นิสิตนักศึกษา บางมหาวิทยาลัยสามารถใช้ คอมพิวเตอร์ สอบถามผลสอบจากที่บ้านได้ เมื่อก่อนเราต้ องซื ้อขายสินค้ าโดยตรงกับร้ านค้ า แต่ปัจจุบนั เราสามารถซื ้อขายสินค้ าผ่าน เครื อข่ายอินเทอร์ เน็ตได้ ทำาให้ มีความสะดวก และรวดเร็วขึ ้น

เทคโนโลยีสารสนเทศแบบกระจาย


ประโยชน์ ของเทคโนโลยี -1 ลดแรงงานคนในการทำางานต่าง ๆ เช่น ควบคุมการผลิต และช่วยในการคำานวน -2 เพิ่มความสะดวกสะบายตังแต่ ้ สว่ นบุคคล จนถึงการคมนาคมและสื่อสารทัว่ โลก -3 เป็ นแหล่งความบันเทิง -4 ได้ ผลผลิตที่มีมาตรฐาน เหมือนกันหมดทุดชิ ้น ซึง่ อิเฎลเห็นว่าเป็ นการลดคุณค่าของชิ ้นงาน เพราะ Handmade คืองานชิ ้นเดียวในโลก -5 ลดต้ นทุนการผลิต -6 ทำาให้ เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ ้น -7 ทำาให้ เกิดความเท่าเทียมกันในสังคม และ เกิดการกระจายโอกาศ -8 ทำาให้ เกิดสื่อการเรี ยนการสอนต่างๆมากขึ ้น -9 ทำาให้ เกิดการจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้ ดียิ่งขึ ้น -10 ทำาให้ เกิดระบบการป้องกันประเทศที่มีประสิทธิภามมากยิ่งขึ ้น -11 ในกรณีของอินเตอร์ เน็ต ผู้ใช้ สามารถเลือกการผ่อนคลายได้ ตามอิสระ โทษของเทคโนโลยี -1 สิ ้นเปลืองทรัพยากร เช่น น้ำ ามัน แก็ส และถ่านหิน จนกระทังน้ ้ ำา -2 เปลี่ยนสังคมชาวบ้ าน ให้ กลายเป็ นวัตถุนิยม (อิเฎลไม่ชอบมาก ๆ) -3 ทำาให้ มนุษย์ขาดการออกกำาลังกาย -4 ทำาให้ เกิดปั ญหาการว่างงาน เพราะใช้ แรงงานเครื่ องจักรแทนแรงงานคน -5 ทำาให้ เสียเวลา ทังจากรายการไร้ ้ สาระในโทรทัศน์ จนกระทัง่ นัก chat -6 หากใช้ เว็ปไซด์จำาพวก Social Network จะทำาให้ ผ้ ใู ช้ มีโลกเป็ นของตนเอง ขาดการติดต่อกับ ผู้อื่น โดยเฉพาะที่เห็นชัดเจนเกิดช่องว่างระหว่างผู้สงู อายุกบั เด็ก


ข้ อดีของเทคโนโลยีสารสนเทศ 1.เพิ่มประสิทธิภาพการทำางาน 2.เพิ่มผลผลิต 3.เพิ่มคุณภาพบริ การลูกค้ า 4.ผลิตสินค้ าใหม่และขยายผลผลิต 5.สามารถสร้ างทางเลือกเพื่อแข่งขันได้ 6.สร้ างโอกาสทางธุรกิจ 7.ดึงดูดลูกค้ าและป้องกันคูแ่ ข่ง ข้ อเสี ยของเทคโนโลยีสารสนเทศ 1.วงจรชีวิตของระบบสารสนเทศ เป็ นระบบที่มีวงจรชีวิตค่อนข้ างจำากัด อาจจะอธิบายได้ วา่ เนื่องจาการเปลี่ยนแปลงทางด้ านเทคโนโลยี รวมทังสภาพทางเศรษฐกิ ้ จและธุรกิจ เช่น ความ ก้ าวหน้ าทางเทคโนโลยี ทำาให้ ต้องมีการปรับเปลี่ยนระบบสารสนเทศไปด้ วยหรื อ การ เปลี่ยนแปลงความต้ องการของผู้บริ หาร ก็อาจจะต้ องเปลี่ยนระบบสารสนเทศไปด้ วย 2.ลงทุนสูง เทคโนโลยีสารสนเทศเป็ นเครื่ องมือที่มีราคาแพง และส่วนมากไม่อาจจะนำาไปใช้ ได้ ทันที แต่จะต้ องมีความรู้ความเข้ าใจเสียก่อนจึงจะใช้ ได้ อย่างถูกต้ องและมีประสิทธิภาพ 3.ก่อให้ เกิดช่องว่าง (Gap) เทคโนโลยีสารสนเทศ ทำาให้ เกิดช่องว่างในการรับข่าวสารระหว่าง คนจนกับคนรวย

สรุป


เทคโนโลยีที่ใช้ ในระบบสารสนเทศที่กำาลังได้ รับความสนใจอย่างมากในขณะนี ้ คือ เทคโนโลยี สื่อประสม (multimedia) ซึง่ รวมข้ อความ ภาพ เสียงและวิดีทศั น์เข้ ามาผสมเทคโนโลยีนี ้กำาลังได้

รับการพัฒนา ในอนาคตเทคโนโลยีแบบสื่อประสม จะช่วยเสริ มและสนับสนุนงานด้ าน สารสนเทศให้ ก้าวหน้ าต่อไป เป็ นที่คาดหมายว่าอัตราการเติบโตของ ผู้ทำางานด้ าน เทคโนโลยี สารสนเทศจะมีมากขึ ้นแต่อย่างไรก็แล้ วเทคโนโลยีและสารสนเทศมักจะมีทงประโยชน์ ั้ และโทษ ข้ อดีและข้ อเสียเสมอ


บรรณานุกรม www.satit.su.ac.th/soottin/471301/lesson1.pdf http://sw-eden.net/2010/08/09/bipolar-technology/ http://www.chakkham.ac.th/technology/homepage/page1.html เอกสารอ้ างอิง : http://school.obec.go.th/suwalag/00/sersan1.html : http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type2/tech04/24/n1_217.html : http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type2/tech04/24/n1_218.html http://www.thaigoodview.com/node/33672 http://www.learners.in.th/blogs/posts/346443


ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีและสารสนเทศหน้าปก2  
Advertisement