Page 1

กลอน (รึ) เปลา หนึ่งเตียงนอนสองเจาของยายและนา แมแตความอบอุนใตผืนผานั้น ..... ก็ยังถูกแบงครึ่ง ..... ยายตื่นกอน นาตื่นตาม เห็นจนชิน สองผูกพันนอนแนบชิด ไมหางกาย โดยธรรมดาแสงแดดควรอบอุน หากแตแดดรุงอรุณวันนี้กลับเหน็บหนาว ยายตื่นกอน นาตื่นตาม เห็นจนชิน หากแตเชานี้เหลือเพียงหนึ่ง นาตื่นกอน แตยายไมตื่นตาม ลำไผ อินตะเทพ หนังสือพิมพบางกอกโพสต

1


“คนดีของพอ” ยามเชา... ตื่นเถิดตื่น KK ลุกขึ้นมา K K ใหผอนคลาย K เสร็จแลวก็K K เสื้อผา K K พอจัดเตรียมKK ใสแลวพลันKK การบานลูก KK พออยากให KK อาหารเชา K K กินแลวเจา KK พรอมแลวก็ K อยากใหเจา KK จำใสใจ K K สุขสำราญ K K

เดี๋ยวจะไป KK เราก็ออก K K ไปเราไป K K ประแปง K K ชุดใหม K K ใหลูกแลว K K มั่นใจ K K เรียบรอย K K ลูกตรวจดู K K รสเลิศล้ำ K K จะมี KK K เตรียมขึ้นรถ K พากเพียร K K คำสอนครู K K เปนคนดี K K

โรงเรียนสาย กำลังกาย ลางหนาสีฟน ใหทั่วหนา ที่เจาใฝฝน อยางครบครัน และดูดี แลวใชไหม อยางถวนถี่ อรอยดี จิตเบิกบาน ไปโรงเรียน สนุกสนาน อาจารย ของพอเอย โดย นายธีรสิญจ สีนาเมือง หนังสือพิมพนครเชียงใหม

2


“ยามเชา” แสงไฟจากริมระเบียง สะทอนผานลอดหนาตางเขามาในหองใบเกา ที่เต็มไปดวยความทรงจำของ “เรา” แตวันนี้กลับมีเพียงความไมเขาใจ ไมรูวาทำไมเปนแบบนี้ เราจะพูดจากันดีๆ ไมไดแลวใชไหม เปลี่ยนไป เปลี่ยนแปลง เปนอะไร เบื่อๆ อยากเลิกกันใชมั้ย ... ไดเลย รูปถาย ตุกตา ตั๋วหนัง และอื่นๆ อีกมากมาย ... ของขวัญ ไมอยากเห็นอะไรทั้งนั้น ใหแสลงใจ ... ทรมาน นั่งเก็บรวบรวมทุกสิ่ง ทุกอยาง ที่เธอเคยใหฉัน ไมวาจะมีคา มีความหมายสำคัญ แคไหน แหวนวงเล็กที่เธอเคยซื้อ ... ใสให ตุกตาที่เคยอัดเสียงเราไว ทุกสิ่งทุกอยางลวนมีเรื่องเลา ... ความทรงจำของมัน เวลาผานไปชาๆ จนแดดออนๆ ยามเชา สะทอนผานลอดหนาตางเขามาในหองเกา ไดมีเวลานั่งทบทวนเรื่องราวของเรา แตในความจริงวันนี้ไมมีเขาแลว... เปนเพียงแคความฝนที่บางเบาใชไหม เราจะตองตื่นขึ้นมาเดินตอไป เพื่อตอนรับวันใหม พรอมแสงตะวัน ดารินทร หอวัฒนกุล สำนักขาว ที-นิวส 3


ขยะในใจ ฉันไมเคยเกลียดใครเทานี้มากอน ... ไมเคยเกลียดใครเทาตัวฉันเองเลย ... วัน นั้น ขณะที่นั่งรอเพื่อนอยูในความคิดยังสับสนวาตัดสินใจถูกแลวหรือ คิดถึงแม คิดถึงงานที่ กำลังกาวไปหา และหวนนึกถึงงานที่จากมา ปานนี้ทุกคนคงกำลังถูกสาปใหนิ่งอยูบนทองถนน ของเมืองหลวงเปนแน แคคิดถึงภาพของรถติดฉันก็ปวดหัวแลว “วีสะจู” ฉันหันไปมองหาที่มาของเสียงนั้น ซึ่งเจาของเสียงกำลังวิ่งเขามาหาและโผกอดฉันซะ แนนจนแทบหายใจไมออก จนทำใหฉันไมทันไดเห็นรางสาวนอยที่ยืนนิ่ง เนื้อตัวมอมแมมสวม เสื้อแขนสั้นตัวเดียวโดยไมมีเสื้อกันหนาว “นั่นใคร” “ออ เสาะดานะ นักเรียนอนุบาล เสาะเดามาสวัสดีพี่บัวสิ พี่เขาจะมาเปนคุณครูที่โรงเรียนของ เรา” เอพูดพรอมกับกวักมือเรียกเด็กนอย “วีสะจู” เสาะเดากลาวทาทางยังไมคอยไวใจผูมาเยือนคนใหม ขณะ ที่ยังอยูทายรถกระบะไตสันเขาสูจุดหมายคือยอดดอยสูง เพื่อนของฉันก็ไดอธิบายใหฟงถึง เรื่องราวตางๆ ของโรงเรียนบานแมสะทิงที่ฉันจะตองไปสอนชั้น ป.6 เธอบอกวา โดยรวมเด็กๆ และชาวบานจะพูดภาษาปากะญอ เด็กๆที่มาโรงเรียนพวกชั้นอนุบาล-ป. 1 ก็ยังจะพูดภาษาไทย ไมได ป.2-ป.3 ก็รูเรื่องหนอย เมื่อรถวิ่งมาไดสักพักคนขับก็สงสัญญาณบอกใหพวกเราลงจากรถ “อะไรเหรอ” “เรา ตองลงเดินนะโคงตรงนี้มันชันมาก รถขึ้นไมไหว วาแตแกจะถอดใจหนีกลับกรุงเทพเลย หรือเปลา” เธอพูดจบก็หัวเราะเสียงใส ฉันแอบอิจฉาทาทางของเธอที่ดูกลมกลืนเขากลับตนไม และขุนเขาที่นี่เสียจริง

4


หลังจากที่เพลิดเพลินกับตนไมใหญใบหนาสองขางทาง สักพักรถก็พาฉันมาถึงที่หมายภายในเขต โรงเรียนแมสะทิงที่รอบลอมดวยรั้ว ใหญของปาทึบ เวลานั้นแมจะสายแลวแตก็ยังมีหมอกขาว จางๆ ลอยออยอิ่งใหไดเห็น เพื่อนของฉันแนะนำใหไปรายงานตัวกับหลวงพอซึ่งเปนเสมือนพอของทุกคนในดอย สูงนี้ชาว บานไมเพียงแตในบานแมสะทิงเทานั้นที่เคารพหลวงพอ แตหมูบานอื่นๆ ที่อยูใกลกันก็เลื่อมใส ศรัทธาหลวงพอมากไดอาศัยความเมตตาของหลวงพอสง ลูกหลานขามปาเขามามาเรียนที่ โรงเรียนบานแมสะทิงเพราะเปนโรงเรียนเดียวในรัศมีเดินเทาตั้งแตตะวัน ขึ้นจนตะวันตกเลยก็ วาได กอนที่ฉันตัดสินใจมาก็รูมาวาโรงเรียนบานแมสะทิงเปนโรงเรียนประจำ มีนักเรียนมาจากสี่ หมูบานใกลบางไกลบางรวมแลวก็รอยกวาคนคนไหนบานไกล ก็กินนอนอยูโรงเรียน เสารอาทิตย จึงจะไดกลับบานสักครั้ง บานเด็กอยูไกลแคไหนไมมีใครเคยมาวัดวากี่กิโลเมตร รูเพียง วาเด็กออกเดินทางตั้งแตพระอาทิตยขึ้นกวาจะถึงบานก็พระอาทิตย ตกนูนแหละ “ถนนหนทางก็ไมมีหรอกแกเอย เด็กเดินตามปาเขาไปเรื่อยๆ เคราะหดีก็ถึงบาน โชครายก็หาย ไปกลางทาง ไวๆ นี้ก็โดนงูกัดไปหนึ่งคนโชคดีที่มีชาวบานผานไปเห็น” เธอเลาดวยเสียงเรียบ เฉยคลายกับวามันเปนเรื่องสามัญหนักนา “อยางเจาเสาะเดาเนี่ยก็นาสงสารนัก เสารอาทิตยก็ไมไดกลับบานหรอก แกยังเด็กจำทางกลับ บานไมได ปดเทอมพอแมก็มารับ เสารอาทิตยก็อยูเปนเพื่อนกันไปปนี้ก็ไมรูวาจะไดกลับหรือ เปลาชาว บานที่บานไกลมากๆ เขาไมคอยหวงลูกนะ บางปไมมารับกลับก็มี” เพื่อนฉันหันมา อธิบายหลังจากที่ฉันทำหนางงๆ หลังจากที่กลับมาจากกราบหลวงพอหรือจะเรียกวารายงานตัวตอผูบังคับบัญชาก็ไมนาแปลก ฉัน ก็ไดรับการบานมาขอใหญ หลวงพอเลาถึงความเปนมาของโรงเรียนที่ไมคอยจะเปนโรงเรียนแหงนี้วา เดิมทีตั้งใจจะทำใหถูก กฎหมายก็เดินเรื่องติดตอทางการไป แตก็ตองผิดหวังเพราะหมูบานตั้งอยูใจกลางพื้นที่ของ อุทยานแหงชาติและ ถาจะตั้งโรงเรียนก็ตองมีที่ดินกอน แตก็ไมมีอุทยานฯ ไหนเขาขายที่ดินให ใครเลยติดตอขอรองและออนวอนไปหลายครั้งก็ไมเคยสำเร็จ เพราะติดขัดกฎหมายไปหมด “หลวงพอก็เหนื่อยแลว เลยตองใหเปนไปตามบุญตามกรรม” คำพูดของหลวงพอยังกองอยูในหู 5


โชคยังดีอยูบางที่ฉันยังพอรูจักชองทางการติดตออยูบาง เผื่อจะขอมือเพื่อนรวมงานเกามาชวย กันสานตอความหวังของทุกคนในหมูบาน เพื่อใหโรงเรียนนี้ไดตั้งเปนโรงเรียนถูกกฎหมาย เมื่อ นักเรียนเรียนจบไปแลวจะไดมีหลักฐานรองรับจากทางการบาง เพราะโลกทุกวันนี้เปลี่ยนหมุน อยูตลอดไมรูวาคลื่นโลกาภิวัฒนจะโหม กระหน่ำมาตอนไหน ดีรายอยางไรยังไมรู การมอบความ รูเปนภูมิคุมกันเด็กๆ พวกนี้ไวนาจะเปนเรื่องดี ดูอยางเจาเสาะเดาหากวันใดพอแมไมมารับแกกลับ เพราะเกิดหายไปกลางทางความรูก็นาจะพอ เปนที่ยึดเหนี่ยวชีวิตของเด็กนอยได ฉันไมรอชารีบติดตอประสานงานโดยอาศัยความรวมมือจากสื่อมวลชนใหรับรูถึง ความจำเปนใน การตั้งโรงเรียนแหงนี้ และจากการรวมมือของเพื่อนๆ ในหลายสาขาอาชีพ ทำใหความหวังที่เคย ริบหรี่ก็เริ่มเห็นแสงสวางเจิดจาขึ้นทีละนอย ระหวางการเฝาคอยฉันก็ทำหนาที่ครูเต็มความ สามารถ อาจจะเปนเพราะนักเรียนที่นี่นารัก ตั้งใจเรียนมาก พอเลิกเรียนก็แบงหนาที่กันทำ นักเรียนที่อยูหอพักตางดูแลกันเหมือนพี่เหมือนนอง สวนหนึ่งเปนเพราะวานักเรียนทุกคน ตระหนักถึงความเมตตาของหลวงพอ จึงไมมีใครดื้อเลย จะมีปญหาก็แตเจาเสาะดานอยที่ไม ยอมเขากลุมกับใคร เดินตามฉันกับเพื่อนเหมือนลูกเปดเดินเดินตามแม แตตอนนี้แมเปดมีเพิ่ม มาอีก 1 ตัว แตละวันเธอก็จะเลือกวาตามแมตัวไหน จนฉันเกรงวาเธอจะมีปญหาการเขากับ เพื่อน บางวันฉันปงไอเดีย เอาขนมใสจานใหเธอแลวบอกวาเอาไปนั่งกินกับเพื่อนๆ เธอก็พยักหนา ถือ จานเดินไปอยางวางาย ฉันก็แอบภูมิใจวาเด็กนอยก็อยางนี้แหละเอาขนมมาลอก็อยูหมัด แตแลว ความภูมิใจก็หมดลงทันทีที่เห็นเจาเสาะดาเดินกลับมานั่งติดกับฉัน ทำตาปริบๆ ปลอยเพื่อนๆ กลุมใหญนั่งกินขนมกันไปโดยไมสนใจ วันเวลาผานไปฉันก็สอนหนังสือไปและรบกับเจาเสาะเดาไป ไมนานนักการติดตอกับทางการก็ ประสบผลสำเร็จ เริ่มมีรถวิ่งขึ้นลง ในหมูบานกับตัวเมืองจึงใกลกันมากขึ้น ระยะทางที่เคยดูเหมือนไกลก็ไมใชอีก ตอไป เสียงรถขน อิฐ หิน ปูน ทราย วิ่งขึ้นลงดังครื่นๆ อยูตลอดทั้งวัน

6


ความเจริญกำลังจะเขามาถึงแลว โรงเรียนกำลังจะมีอาคารคอนกรีต นักเรียนจะมีใบ ประกาศนียบัตรรับรอง ความดีใจและยินดีของนักเรียนและชาวบานปรากฏเปนรอยยิ้มบน ใบหนา ฉันเดินขึ้นดอยไปสงสารถึงความคืบหนาแกหลวงพอ เพราะสังเกตเห็นวาชวงหลังหลวงพอไม คอยลงไปยังหมูบานเลย ฉันแจงสารแกหลวงพอแลวหลวงพอเอยขึ้นวา “ภาพความเจริญที่ทุก คนเห็น เปนเรื่องนายินดี และหลวงพอคงหมดหนาที่แลว” ฉันยังคงไมเขาใจในสีหนาความกังวลของหลวงพอ จนกระทั่งหลายเดือนผานมาเมื่ออาคารเรียน ตางๆ ตั้งตระหงาน คงงานกอสรางรื้อถอนอุปกรณเครื่องมือกลับไปแลวแตความประทับใจใน ความนา รัก สดใสและความสวยงามของธรรมชาติยังคงตรึงอยูในใจของพวกเขาเหลานั้น ในทุกๆ วันหยุดจึงไดเห็นคนเมืองเหลานี้เขาไปกางเต็นท ปกนิคกันอยางสนุกสนานแตก็ไมเคย ลืมซื้อขนมมาฝากนองๆ บนดอยแหงนี้ ทุกๆ เชาวันจันทร งานหลักของเด็กนักเรียนที่เพิ่มขึ้นมาอีกอยางหนึ่งก็คือการหิ้วตะกราใบ ใหญ เดินทั่วโรงเรียน กมหนากมตาเก็บอะไรบางอยางที่คนเมืองลืมเก็บกลับไปดวย ทั้งถุงพลาสติก กระปองเบียร และกลองโฟม โดยไมไดสังเกตวาฉันยืนดูอยู เมื่อเด็กนอยสังเกตเห็น เด็กนอยกลาวคำวา “สวัสดี” ทำใหฉันนึกขึ้นไดวานานมาแลวที่ฉันไม ไดยินคำวา “วีสะจู” “เก็บอะไรนะ” ฉันทักทายโดยไมไดใสใจในคำถามหรือคำตอบ “เก็บขยะคะ ขยะที่คนเมืองลืมไวคะ” พลันน้ำตาของฉันก็ไหลและรูสึกเกลียดตัวเองขึ้นมาทันที ภาติยา แหยมรักษา E-Finance

7


8


ผานพบผูกพัน “ฉันไมเคยเกลียดใครเทานี้มากอนเลย” น้ำเพชร บนเบาๆ กับคมสร ชายหนุมหนาตาเกลี้ยง เกลาที่นั่งเฝาอยูขางเตียง กอนที่จะไดยินเสียงรองไหปริ่มที่จะขาดใจของแมเมื่อลูกชายผูเปน แกวตา ดวงใจถูกพรากไปดวยโรคราย และเสียงอื้ออึง เสียงไอ เสียงรองโหยหวนของเตียงขางๆ แสดงถึงความเจ็บปวด บางคนปวยหลายรายก็มองอยางเคยชิน “ฉันไมชอบที่นี่เลยแก ไมเอาฉันไมอยากตาย ไมอยากอยูแลว” น้ำเพชรพูดพรอมน้ำตาอาบสอง แกม ระหวางนั้นพยาบาลก็ลากรถเข็นพรอมกับหยิบเข็มฉีดยาขึ้นมา “ฉีดยากอนนะคะ จะไดหลับสบาย” น้ำเพชรนิ่งเงียบไปไมตอบอะไร ไดแตทำหนาเบะ “ฉันเกลียดมัน คมศร ฉันเกลียดมัน ...” เสียงน้ำเพชรแนนิ่งเพราะฤทธิ์ยาไหลลึกเขาเสนเลือด คมศรไดแตเฝามองเจาหญิงนอยนิทราดวยความเวทนาในตัวเพื่อน น้ำเพชร มองผานกระจกหนาตางโรงพยาบาลเห็นเงาตัวเองมีแตหนังหุมกระดูกลมหายใจแผว เบาทิ้งความหวังละทุกอยาง มองไปดานขางเห็นแตคนใกลตายและคิดในใจวา “สักวันมันคงมา ถึงเรา” จากชีวิตสาววัยรุนครอบครัวอบอุนมีพอแมอยูกันพรอมหนา อาศัยอยูในเมืองสงขลา มีอาชีพ คาขายสอบเขามหาวิทยาลัยชื่อดังของภาคใต เรียนดีเกรดเฉลี่ย 4.00 เปนเด็กกิจกรรม และได รับตำแหนง “ดาวมหา’ลัย” ชีวิตสวยงามเหมือนเทพนิยาย เจาหญิงแหงเทพนิยายก็ไดมาเจอกับไฟซอล หนุมรัฐศาสตร รูปรางสูงโปรงผิวขาว ใครๆ ก็เรียก เขาวา “เบซอล” เนื่องจากไฟซอล นับถือศาสนาอิสลามเปนชาวยะลาที่เขามาทำงานเปนอาจารย สอนรัฐศาสตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร วิทยาเขตปตตานี จากนั้นทั้งคูจึงสานสัมพันธรักกัน ในขณะที่น้ำเพชรเรียนชั้นปที่ 2 “น้ำเพชรคะ ผมรักคุณนะ ผมจะอยูดูแลคุณตอไปตลอดชีวิต ผมสัญญา” ไฟซอลใหสัญญารัก กับน้ำเพชร ทั้งคูตัดสินใจยายมาอยูดวยกันในอพารทเมนทแหงหนึ่งหลังมหาวิทยาลัย เย็นวันหนึ่งฝนตกฟารั่วราวกับสูญเสียสิ่งที่รักน้ำเพชรกลับหองเพราะลืมของ แตหากุญแจไมเจอ จึงโทรศัพทหาไฟซอลใหมารับและไปสงที่อพารทเมนท น้ำเพชรรอนานถึง 2 ชั่วโมงก็ไรวี่แววคน รักจึงตัดสินใจโทรศัพทไปหาไฟซอลอีกครั้ง “หมายเลขที่คุณเรียกไมสามารถติดตอไดในขณะนี้ 9


อีกสักครูกรุณาติดตอกลับมาใหม” สัญญาณปลายทางคูสายสงเสียงน้ำเพชรจึงตัดสินใจเดินกลับ อพารทเมนท ทามกลางสายฝนเย็นระริก เสียงโทรศัพทมือถือดังขึ้นอีกครั้ง แตเบอรไมคุนน้ำเพชรจึงไมรับโทรศัพทจนกระทั่งมีเจาหนาที่ ตำรวจ 3-4 นายขับรถปกอัพมาจอดหนาอพารทเมนทขอเชิญตัวน้ำเพชรไปใหปากคำที่โรงพัก เนื่องจากทราบวาไฟซอลเปนเอเยนรายใหญของจังหวัดปตตานีพรอมกับขอเขา ตรวจคนหองพัก ทำใหน้ำเพชรตกใจถึงกลับเปนลม เพราะเจาหนาที่พบยาบา และเฮโรอีน จำนวนมากในหองของ น้ำเพชรและไฟซอล “เบซอลทำอยางนี้กับเพชรไดอยางยังไง หมดแลวอนาคตเราหมดกันอนาคตเพชร” น้ำเพชร รองไหและพูดกับตัวเอง แลวยอนไปถึงคำมั่นสัญญาของทั้งสองคน “นี่เหรอผมจะดูแลคุณไป ตลอดชีวิต นี่เหรอคำมั่นสัญญา” น้ำเพชรรองไหเจ็บใจที่หลงเชื่อน้ำคำของชายหนุมผูเปนที่รัก ภายหลังเจาหนาที่สอบปากคำน้ำเพชรใหการวาไมมีสวนรูเห็นใดๆ แตในทางกฎหมาย น้ำเพชรรู ดีวาไมรอดแน เพราะมีสารเสพติดไวในครอบครอง ก็ไดแตทำใจและยอมรับชะตากรรมในสภาพ คนคุกในขณะที่ศาลเบิกความไตสวน น้ำเพชรไดเจอหนาไฟซอลอีกครั้ง แววตาไรซึ่งรักไดหมด สิ้นลง “พี่ทำอยางนี้กับหนูไดยังไง” น้ำเพชรเอยถามคนรักแตไรเสียงตอบกลับ หลังจากพนโทษน้ำเพชรก็กลับบาน แตทวาไมมีใครใหการตอนรับคนคุกอยางน้ำเพชรเลยแมแต คนในครอบครัว ทำใหน้ำเพชรไรสิ้นสูญเสียจึงออกจากบานใชชีวิตอยางโดดเดี่ยวชวงชีวิต หญิง สาววัยสามสิบตนๆ ผานคุกผานรอนผานหนาวอยางราวรานจนทำใหน้ำเพชรตองหันไปทำงาน ขายบริการ ยานรัชดา เนื่องจากสังคมไมใหโอกาสคนคุกอยางเธอ จนกระทั่งคมศรเพื่อนชีวิตที่เปนหนุมกอสรางที่หลงรักน้ำเพชร หวังจะใชเวลาทั้งชีวิตคอยดูแล เธอแมคมศรจะมีอาชีพรับเหมากอสรางแตเขาก็ พยายามเก็บเงินสรางบานเพื่อหญิงคนรัก “น้ำเพชร ผมรักคุณ ผมจะดูแลคุณไปตลอดชีวิต” คมศรบอกถอยคำรักกับน้ำเพชร แตน้ำเพชร ปฏิเสธสิ้นเยื่อใหญเพราะความกลัวในอดีตตามหลอกหลอนอีกครั้ง คนคุกอยางเธอไมเปนที่นา พิศมัยเลยแมแตนิด กอปรกับน้ำเพชรรูตัวดีวา สาวขายบริการอยางเธอคงไมเหมาะมีความรักอีก แลว

10


“อยาเลยแก คนคุกอยางฉัน อีตัวอยางฉันไมเหมาะกับคนดีๆ อยางแกหรอกคมศร” น้ำเพชร บอกกับคมศร และน้ำเพชรก็เลาชีวิตอันทุเรศทุรังของตัวเองอยางไมสะทกสะเทือนอารมณให คมศรฟงดวยเสียงหัวเราะไมยี่หระกับชีวิตบาบอ 3 ปตอมามิตรภาพสวยงามของคนทั้งคูก็งอกงามแมวาน้ำเพชรและคมศรจะไมใชคู ชีวิตกันแต มิตรภาพความเปนเพื่อนกับงอกงามไมแยแสโรครายของน้ำเพชร คนทั้ง 2 ใชชีวิตเพื่อนคูทุกข คูยากในที่ๆ เรียกวาบานวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี น้ำเพชรเฝามองเพื่อนผูปวยเตียงขางๆ จากไปคนแลวคนเลา เฝารอวันสิ้นลมของตัวเองทั้ง 2 พุดคุยกันเชนเคย “แกๆ ยิ่งนับวันฉันไมชอบที่นี่เลยแก จะกี่เดือน กี่วัน กี่ชั่วโมง ฉันก็ทำใจ ชอบมันไมได” น้ำเพชรบอกซ้ำๆ อยางนี้ทุกวันกับคมศร แตคมศรก็ไรเสียงตอบกลับไดแตเฝา มองเพื่อน “แกๆ ตองมาเยี่ยมฉันทุกวันนะ” น้ำเพชรพูดพรอมน้ำตาไหลอาบแกมอันซูบเหี่ยวมือไร เรี่ยวแรงหนังหุมกระดูก ยกขึ้นจับมือคมศร “เออ! ฉันสัญญา ฉันจะดูแลน้ำเพชรไปตลอดชีวิต” คมศรรับปาก เวลา 8.30 น. หลังจากพยาบาลฉีดยาน้ำเพชร คมศรเฝามองจนน้ำเพชรหลับแนนิ่งจากไปอยาง สงบ เจาหนาที่และพยาบาลนำศพน้ำเพชรไปรักษาสภาพทันทีและเก็บไวเปนกรณีศึกษา ที่ พิพิธภัณฑชีวิต เพื่อใชประโยชนในการศึกษาผูปวยที่เสียชีวิตดวยโรคเอดส คมศร มองดูซากศพผูบริจาครางกายแตละคนลวนพบวา อาชีพที่นำมาสูความตายไมตางไปจาก อาชีพของหญิงคนรักเลย เมื่อเดินมาถึงซากศพของน้ำเพชรในพิพิธภัณฑชีวิตเห็นสภาพคนรัก แลวก็กลาว วา “เจาหญิงนอยของผมหลับใหสบายนะน้ำเพชร” กรวดเพชร (เหมือนแพร ศรีสุวรรณ หนังสือพิมพไทยโพสต)

11


12


รอยยิ้มสีเขียว ฉันไมเคยมีความสุขมากเทานี้มากอน เสียงรัวราวหากระสุนจากปนกลดังกึกกองไปทั่วหอง สวนหนึ่งในรางกายของฉันไดปลิดปลิวออก จากรางตกกระทบลงสูผืนน้ำอันเย็น ฉ่ำเบื้องลาง นอนสงบนิ่งไมไหวติง ทิ้งไวแตกลิ่นอายของ เศษซาก ฉันมองมันดวยแววตานิ่งเฉย จบกันสักที ขออยาไดตามมาจองเวรจองกรรมกับฉันอีก เลย ทานผูบัญชาการทหารบก ชวยฉันขจัดเสี้ยมหนามในใจไดอยางราบคาบจริงๆ จากนี้ไปเกาอี้ นายกรัฐมนตรีของฉันจะมั่นคงไปอีกนาน ใครจะมากลาหือ ขนาดชิ้นสวนในรางกายของฉัน ฉัน ยังทิ้งขวางมันไปไดอยางไมใยดี แลวนับประสาอะไรกับลูกพรรค ถาใครแตกแถวก็ตองเจอดี แนนอน “ทานครับ ทานฑูตจีนมาขอพบ แสดงความยินดีในการเขารับตำแหนงของทานครับ” เลขานุการ หนุมรายงานภารกิจแรกของนายกรัฐมนตรีใหมของวันนี้ “อืม รูแลวขอแตงตัวใหเรียบรอยกอน” นายกรัฐมนตรีหนุมตอบ พลางจับเนคไทใหเขาที่ “จากนั้นก็ตองเดินทางไปประชุมกับประธานสภาหอการคา, สหภาพแรงงาน ... วาแตทานจะนั่ง รถกันกระสุนไหมครับวันนี้ มันกันตัวหนอนไดนะครับ เผื่อเจอผูชุมนุมอีก ทานจะไดไมตองวิ่ง หนีหูตาเหลือกเหมือนนายฯ คนอื่นๆ” เลขาหนุม เสนอแนะดวยความหวงใย “แลวมันปองกันรองเทาเบอร 10 ของนักขาวไดไหมละ” นายกฯ หนุมกลาวตอบเลขาฯ อยาง อารมณดี พลางนึกถึงภาพผูนำประเทศยักษใหญที่หลบรองเทาจากนักขาวไดอยาง คลองแคลว แลวก็อมยิ้ม พลางแสดงทาหลบรองเทาบางเปนการซอมไปในตัว เผื่อเจอเหตุการณไมคาดฝน เกิดขึ้นเพราะสถานการณบานเมืองวุนวายมาหลาย เดือน “เอาละ เราไปลุยงานกันไดแลว” นายกฯ หนุมยิ้มใหกับผูชายในกระจกที่ยิ้มตอบกลับมาอยางให กำลังใจหลังจากที่ไมมีรอยยิ้มมาหลายวัน บรรยากาศการประชุมกับสภาหอการคาเต็มไปดวยความเครงเครียด ตัวเลขผูตกงาน จำนวน บริษัทผูประกอบการปดตัวลง คาเงินบาทออนตัวลง สงผลตอสภาพเศรษฐกิจที่ทรุดตัวลง ขอ เสนอจากภาคธุรกิจเอกชนหยิบยกมาเสนอตอนายกรัฐมนตรีใหมใหพิจารณาตัดสิน ใจสั่งการ บท 13


สรุปของการประชุมวันนี้คือ “แลวเราจะประชุมกันอีกครั้งเพื่อหามาตรการที่เหมาะสมตอไป คือ คำตอบที่ไดจากปากนายกฯ หนุม ในระหวางที่ใหสัมภาษณหลังเลิกประชุม เสียงนักขาวอาวุโสชายก็ดังขึ้นถามทันที “ทราบมาวาประธานหอการคา อยากไดมืออาชีพรวม รัฐบาลเพื่อแกปญหาหาเศรษฐกิจ” “ครับเรากำลังพิจารณาขอเสนอนี้อยู ตอนนี้เราตองแกปญหาเศรษฐกิจ ปญหาปากทองของพี่ นองเปนอันดับแรก ไมตองหวงครับ เราจะคัดเลือกคนทำงานใหออกมาใหดีที่สุด” นายกฯ หนุม ตอบอยางมั่นใจ “ทานครับ เย็นนี้ทานตองเจอ ทานนายพลเผาพงษ นะครับ” เลขาฯ คูใจบอกภารกิจลำดับตอไป “จริงสิ ผมตองขอบคุณในคำแนะนำของทานนายพล ซะหนอย” นายกฯ หนุมตอบ “เออ ... ทานครับ ทานแสดงความสนิทสนมกับนายทหาร แบบนี้ ไมกลัวถูกโจมตีเหรอครับ” เลขาฯ ถามอยางหวงใย “จะเปนไรไปเลา ก็ทานนายพลใหคำแนะนำที่ดีจริงๆ นี่นา ผมวาสังคมจะเขาใจและใหอภัยผม” นายกหนุมฯ บอกกับเลขาฯ คูใจ พรอมตบบาเบาๆ “อยาหวงเลย” ทามกลางวงลอมนักขาวทุกแขนง สถานีโทรทัศนทุกชองติดตั้งอุปกรณถายทอดสด การพบปะ กันของ 2 บุคคลสำคัญในบานเมือง ภาพที่ปรากฏไปทั่วประเทศ เปนภาพการโอบกอดกันของ 2 ผูนำดวยความสนิทสนมทามกลางความฉงนสนเทหใจของบรรดาสื่อมวลชน เนื่องจากใบหนาของ ผูนำรัฐบาลยิ้มแยมมากผิดปกติ การพบปะและสวมกอดผูนำเหลาทัพดูเหมือนจะเปนการแสดง ความยินดีที่ไดมาพบกัน แลว ดูเหมือนจะเปนการแสดงความขอบคุณเรื่องอะไรบางอยางแฝงอยู “ทานนายกฯ คะ คุยอะไรกับทานนายพลคะ หรือทานนายพลมีคำแนะนำอะไรดีๆ ในการแกไข สถานการณบานเมืองอยางที่มีขาวกัน” นักขาวสาวจากสถานีโทรทัศนที่มีสีนอยที่สุดถามพลางยื่น ไมคโครโพนจอปากรอ คำตอบจากนายกฯ หนุม “ครับ ผมขอบคุณในคำแนะนำของทานนายพลครับ คือถาไมมีคำแนะนำดีๆ จากทานนายพล ผมตองทำงานในวันนี้ไมไดครับ” นายกฯ หนุมตอบพลางสงรอยยิ้มอบอุนผานจอทีวี เพื่อสงตอ ไปยังพี่นองประชาชนทั่วประเทศ

14


“งั้น ขาวที่วานายพลอยูเบื้องหลังการจัดตั้งรัฐบาลก็เปนความจริงสิครับ วันนี้ทานนายกฯ ถึงดู สบายใจทุกอยางลงตัวแลวเปนรัฐบาลสีเขียว” นักขาวชายจากหนังสือพิมพแนวการเมืองสง คำถามตอและรอคำตอบอยางใจจดใจจอ หวังยืนยันรายงานขาวของตนเองไปกอนหนานี้ นายกฯ หนุมหยุดนิ่งอยูครูหนึ่งเหมือนกำลังจะชั่งใจและคิดหาคำตอบที่จะไมใหมัน สงผลกระ ทบตอภาพลักษณทาการเมืองของตนเอง แลวก็ตัดสินใจตอบดวยน้ำเสียงทุม นุม ราวกับจะรอ ความเห็นใจจากพี่นองทั่วประเทศวา “ผมยืนยันวาทานนายพลไมไดอยูเบื้องหลังการจัดตั้ง รัฐบาลครับ แตผมยอมรับวารัฐบาลนี้กำลังจะเปนรัฐบาลสีเขียวครับ” เสียงเซ็งแซของบรรดากระจอกขาวดังขึ้น และไมตองรอฟงคำถามตอไปของนักขาว นายกฯ หนุมก็บอกตอวา “ความจริงที่ผมเครียดและยิ้มไมออกมาหลายวัน เพราะผมทองผูกครับ ทาน นายพลแนะใหผมกินผักสีเขียวมากๆ ครับ ปกติผมไมชอบทานผักครับ แตทองผูกนี่มันทรมาน จริงๆ ทำใหอึดอัดหาทางไมออก ก็ไดทานนายพลนี่แหละครับ ชี้ทางสวางใหผม เชานี้ผมรูสึก สบาย และไมเคยมีความสบายเทานี้มากอนและจะแนะนำคณะรัฐมนตรีของผมทุกคนใหทานผัก ใหมากๆ เพื่อการขับถายที่ดี เราจะรูสึกสบายตัว สมองเราก็จะปลอดโปรง ทำงานใหบานเมืองได อยางมีความสุขครับ อยางนี้จะเรียกวารัฐบาลสีเขียวก็ไดนะครับ” “พี่นองครับ ทานผักใหมากๆ นะครับ จะไดไมทองผูกอยางผม” สุทธิวรรณ ตัญูพงศปรัชญ หนังสือพิมพไทยรัฐ

15


16


รักเธอ...เทาเชียงคาน “...ฉันไมเคยรักใครเทานี้มากอน...” คำลงทายขอความในจดหมายนอยฉบับนั้นยังคงเวียนอยูในความคิดของหลวงพี่บอย บางทีถาอน เลือกที่จะสงขอความในใจดวย SMS แทนไวใจบริษัทไปรษณียไทย ในวันนี้เขาอาจจะหลุดพน จากความรูสึกที่คุมขังนี้ เอก อี เอก เอก (เสียงไกที่เชียงคานก็ขันเหมือนไกที่กรุงเทพฯ นั่นแหละ) เปนเวลาตี 4 กวาๆ (ตามที่นาฬกาดีเซลที่ขอมือบอก) หลวงพี่บอยลืมตาขึ้นมา มือขวาอันหยาบขยับจีวรใหกระชับ ขึ้นอีกกอนเดินลงกุฏิไปลางหนาลางตา เชานี้เปนเชาอีกหนึ่งวันที่เขาไมอาจลางอนออกไปจาก ความคิดได ความหนาวที่มาพรอมกับความเหงา แมจะโหดราย แตมันก็ยังมีขอดีอยูตรงที่มันทำใหเขาไดฟง เสียงหัวใจตัวเอง หัวใจหรือกอนเนื้อที่เขารูวาจังหวะการเตน ตุบ ... ตุบ ... นั้นเปลี่ยนไปตั้งแต เขาไดรูจักกับอน แมตอนนี้ แคนึกถึงก็แทบจะเตนเปนจังหวะร็อค เชาแลว แตดูเหมือนตะวันยังไมตื่น หลวงพี่บอยจัดแจงหยิบบาตรเตรียมเขาเมืองอยางเคย ระยะทางจากวัดทานเขก วัดปาเล็กๆ ที่เขาอยูนั้นหางจากตัวเมืองเกือบ 2 กิโลเมตร เขาจึงตื่น แตเชาเพื่อเผื่อเวลาเดินฝาดงหมอกเขาไปรับบาตรจากชาวบาน ประเพณีของชาวเชียงคานไมไดใสบาตรเหมือนกรุงเทพฯ ขาวเหนียวรอนๆ ปนเปนกอนที่บรรจงหยอนลงบาตร เมื่อบวกกับใบหนาเปอนยิ้มของคุณยาย ยามทำบุญ นั่นเปนภาพที่หลวงพี่บอยประทับใจ มันไมใชแคภาพงดงามในเมมโมรี่กลองดิจิตอล ของนักทองเที่ยว สำหรับหลวงพี่บอยแลวมันมีความหมายกวานั้นมาก อาจเปนความอบอุนอยางเดียวที่เขาสัมผัสไดในวันหมอกหนาเชนวันนี้ ความจริง อากาศที่เมืองเชียงคาน จ.เลย นั้นหนาวเย็นตลอดปอยูแลว แตยิ่งในชวงสุดทายของป นี้ยิ่งหนาว เขาเลือกมาบวชที่นี่ ที่ที่เขาสามารถซอนความหนาวในใจไวใตความหนาวทางกายได อยางมิดชิด

17


บางที ความเย็นจากไอหมอก ความเหงาจากสายลมอาจชวยเกาะกุมหัวใจที่แสนเจ็บปวดของเขา ใหชาชินได เรื่องของความหนาว นาตลก... เมื่อกอน เขาเคยหัวเราะเยาะบางคนที่ขวนขวายไปในที่สูงๆ เพื่อทักทาย “ ความหนาวจากนั้นก็ บนคอนขอดถึงความขาดแคลนของ “น้ำอุน” เชนเดียวกัน บางคนที่บุกบั่นเขาปาฝาดงอยาก เผชิญกับความลำบาก จากนั้นก็ใครครวญหา “เซเวน” (ขนมจีบ ซาลาเปาเพิ่มมั้ยคะ?) เทียบ กันแลว ชีวิตเขาคงไมตางกัน จากฐานะพีอารหนุมหนาตาดีในโลกอันฉูดฉาดที่เคาคุนเคย เรียก วา ยานสถานบันเทิงฮิตๆ ทองหลอ เอกมัย รัชดา ... สีลมนี่ยิ่งแลวใหญ รูจักทุกซอย จน หลับตาเดินได วันนี้ เขากลับหยุดความวุนวายเหลานั้น ดวยหลงใหล “ความสงบเงียบ” ของ เมืองเล็กๆ ริมแมน้ำโขงแหงนี้ หลวงพี่บอยรูซึ้งแลววา “โลกเงียบ” ใหความสุข สงบอยางไร... ถาไมนับเสียงวี้ดๆ วายๆ ของนักทองเที่ยวสาวๆ ที่กำลังยืนรอใสบาตรขาวเหนียวหนาโฮมสเตย ปาศรีพรรณ เชียงคานของหลวงพี่บอยก็ถือวาสงบหละนา... “พวกหลอนคงเพิ่งเคยมา ... ชอบหละซิ ... ถึงไดตื่นเตนกันนักนะ?!” เขาไดแตนึกเงียบๆ อยู ในใจขณะรับบาตรดวยความสำรวม “ชางเถอะ ถึงจะเสียงดังไปบาง แตก็ตองขอบคุณนักทองเที่ยวอยางพวกหลอนนั่นแหละที่ไม เหอไปเที่ยว เมืองนอก มาเที่ยวที่นี่ก็ดี ชาวบานจะไดมีงาน มีเงินหากินได ลมหายใจของเมือง เชียงคานขึ้นอยูกับพวกหลอนนั่นแหละ” ... หลวงพี่บอยคิดขณะใหพรสาวๆ กลุมนั้น ยามสาย แตหมอกยังไมหาย จีวรสีกรัก (เหลืองเขมๆ ไปทางน้ำตาล) ของหลวงพี่บอยดูเขากันดิบดีเหลือเกินกับทิวแถวบาน ไมเกาๆ สีซีด บานเรือนทรงกลองเรียบๆ ที่ปลูกลดหลั่นกันไปตามลักษณะถนนที่สูงๆ ต่ำๆ สวย เปนเสนหที่หลับใหลอยางเงียบเชียบใน จ.เลย ไมนาเชื่อวา เมืองเล็กๆ อยางที่นี่กลับมีพลังขาดดึงดูดอดีตหนุยพีอารคนหนึ่งละทิ้งเมืองหลวง อันนาทิ้งไปได

18


เมืองหลวง ... ที่มีแตตึกสูงระฟา เกะกะสายตาเวลามองจากระเบียงคอนโด สวยสูภูทอกที่ทวม ดวยทะเลหมอกแหงเชียงคานไมเลน เมืองหลวง ... ที่วันๆ คนตองตื่นตัวคอยฟงขาวม็อบ พันธมิตรปดสนามบิน นาเบื่อหนายสูฟงเสียงเด็กๆ วิ่งเลนในโรงเรียนไมได เมืองหลวงนาเบื่อ ... ไหนจะเรื่องการเมืองที่เปลี่ยนขั้วไปมายังกับวาเปนของเลน เบื่อหนาย ความไมเทาเทียมกัน เมืองใหญแตแออัด คับแนนไปดวยความเหลื่อมล้ำ เขาจำไดวาบางซอยที่ นั่นมีทั้งบานของเศรษฐีที่รวยที่สุดและก็เปนซอยเดียว กับสลัมของคนที่จนที่สุด ไมวาจะเลือกตั้ง ผูวาฯ ไปแลวกี่คนปญหาของเมืองหลวงเหลานี้ก็ยังไมคลี่คลาย ไมเหมือนเชียงคาน ไมเห็นมีนักการเมืองหนาไหนๆ อยากจะมารุมกินเคกที่นี่บางเลยบางทีอาจ ตองขอบคุณความหางไกล แคขามแมน้ำโขงไปก็ถึงตางประเทศ (เพื่อนบาน) แลว จริงๆ แลวความงามของเชียงคาน อาจไมสามารถรั้งใจของหลวงพี่บอยได ถามีอนอยู! จะปาวประกาศบอกใครไปก็คงไมมีใครเขาใจถึงความรัก ความผูกพันอันลึกซึ้งจนเกินที่จะ อธิบายเปนตัวอักษรได ความจริงที่ไมอาจเปดเผยคือ บอยคือรักครั้งแรกของอน แตวาอนคือรัก สุดทายของบอย บอยเคยคิดรวมชีวิตกับคนคนนี้ เขาคิดวาแคมีความรักก็นาจะพอ ปญหาใหญ แคไหนความยิ่งใหญของความรักก็จะทำใหปญหาเหลานั้นเล็กนอย จนแกไดไมยาก เขาเพิ่งรูวา เขาคิดผิด! ความจริงแลวยังมีจารีตและบรรทัดฐานทางสังคมที่ไมอาจเลี่ยงได ปญหาของ “อน” และ “บอย” จึงเจ็บปวด ... หนาว ... เหงา ... กระทั่งเงียบขาวจากอนจนวัน นี้ ... สังคมทั่วไปรับรูวาอนมีคนอื่นอีก ไอคลิปที่หลุดมาไมนานนี้มันไมใชครั้งแรก บอยตางหากคือครั้ง แรกของอน แตเมื่ออนเปลี่ยนไป ประตูหลังอาจไมใชทางเขาของอนอีกแลว บอยจึงตัดใจ บอยใชเวลาทำใจอยูนาน เขาทำใจไมไดที่คนรักจากไปหาคนอื่น มิหนำซ้ำสังคมยังรับรูเรื่อง “อน” กับ “คนใหมของอน” แลวดวย บอยจึงตัดสินใจมาบวชที่เชียงคานแหงนี้หวังวาความรักที่ เขามีตอเมือง เชียงคานแหงนี้จะทำใหเขาลืมอนไดจริงๆ สักที แตบอยไมเคยทำได... 19


แมเจ็บปวด แตเขาก็จะอานมันอีกซ้ำแลวซ้ำเลา ฝนถึงมันซ้ำแลวซ้ำอีก ... ขอความในจดหมายนอยที่อนเลือกสงมาทางจดหมายไมสงมาทาง SMS อาจเพราะไมอยากให บอยรูเบอรโทรศัพทและติดตอเขาอีก มันคือขอความสั้นๆ ที่ผูชายอก 3 ศอก (จากการไปบม เพาะที่ฟตเนส) อานแลวน้ำตาแทบจะรวงทุกครั้ง ขอความจากอนที่อานไดวา “นอกจากนวลแลว ... ฉันไมเคยรักใครมากเทานี้มากอน” เกศรินทร สีหเนตร หนังสือพิมพประชาชาติธุรกิจ

20


“หมานำทาง” เรื่องโดย: เพทาย กันนิยม อดีตผูสื่อขาวหนังสือพิมพไทยโพสต “ปะ ไปกินขาวกัน โชคชัย 4 นะซุปเปอรขาไกอรอย” เสียงเพื่อนของฉันเอยปากชักชวนแกม คะยั้นคะยอ เมื่อยังเห็นทาทางออยอิ่งของฉันที่มุงสาละวนอยูหนาจอคอมพิวเตอร และหลังจาก ที่ตกลงกันเรียบรอยแลวฉันจึงไดฤกษเก็บขาวของลงกระเปาเพื่อ เตรียมตัวเดินทางหาอาหารอ รอยๆ รับประทานตามคำชวนของเพื่อนและนี่ถือเปนครั้งแรกในการทัวรตลาดโชคชัย 4 ของฉัน ตลาดโชคชัย 4 เปนตลาดที่ขึ้นชื่อในเรื่องอาหารการกินที่มีอาหารหลากหลายทั่วทุกภาคทั่ว ประเทศ ทำเลที่ตั้งอยูบริเวณถนนลาดพราว ถือไดวาเปนตลาดขายกับขาวที่ใหญที่สุดภายในยาน นั้นก็วาได จึงไมเปนเรื่องแปลกที่เราจะไดพบเห็นการสวนทางกันของหลายชีวิตบริเวณตลาด แหงนี้ รานขาวตมขางตลาดโชคชัย 4 ก็เปนอีกจุดนัดพบหนึ่งที่บุคคลหลากหลายอาชีพใชในการพบปะ สังสรรค หลากหลายเรื่องราวถูกถายทอดผานโตะแลวโตะเลา รวมถึงคณะเราที่นัดพบเพื่อ ถายทอดเรื่องราวของชีวิตในแตละวันของการทำงาน ดวย “ซุปเปอรขาไกอยาลืม” เพื่อนของฉัน ไมลืมที่จะกำชับเมนูเด็ดที่เจาตัวไดประกาศเจตจำนงไวตั้งแต แรก ฉันและเพื่อนลงมือกินเมื่อ อาหารถูกวางไวตรงหนาอยางไมขาดหรือตกหลนสัก เมนู หากการถายทอดความทุกขยากของชีวิตคือการบอกกลาวและบอกเลาดวยคำพูด ฉันและเพื่อน หลายคนคงใชเวลาในการกินเปนตัวบอกเลาความทุกขยากในชีวิตแทน คำพูดไดดีที่สุด ซึ่งใน ระหวางที่เราสาละวนกับการกินอยางตั้งอกตั้งใจอยูนั้นฉันเริ่ม รูสึกวาที่ขามีสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งเดิน วนเวียนไปมาอยู “อาวเอาแลว มาอีกแลว” เพื่อนของฉันบน “ไอหมาพวกนี้กินทีไรมาทุกที” เพื่อนของฉันอีกคน พูดสำทับโดยที่ยังไมไดมองสิ่งมีชีวิต 4 ขาที่อยูใตโตะ ในใจฉันคิดดังแตไมไดพูดวา “บนอะไรกัน นักหนาวะธรรมชาติของหมาที่ไหนมีของกินมันก็ตองมา” ฉันและเพื่อนอีกคนชวยกันคีบกระดูก ไกที่วางอยูพูนจานหยอนลงไปใหไอ เพื่อนยาก 4 ขาที่มาปวนเปยนอยูบริเวณโตะเรา แตกอนที่ อาหารจะถึงปากเจาเพื่อนยาก 4 ขาเราทั้งโตะตองตกตะลึงและมองหนากันดวยความแปลกใจ “เฮย หมาปก” เราพูดเกือบพรอมกัน เจาสุนัขตัวนอยสะดุงสุดตัวกับเสียงอุทานของพวกเรา พรอมมองตามเสียงพวกเรา ดวยความฉงน “มนุษย” คงถือเปนสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวบนโลกที่ตี 21


ราคาและคุณคาของการมีชีวิตดวยรูป รางหนาตา เสื้อผาการแตงกาย และไมจำกัดอยูแคการตี ราคาชีวิตของมนุษยดวยกันเองเทานั้น แตยังรวมไปถึงสิ่งมีชีวิต 4 ขาที่อยูตรงหนาพวกเราก็ได รับการตีราคาชีวิตดวยคำวา “สายพันธ” “ปก” จัดเปนสุนัขที่ไดขึ้นชื่อวาสายพันธดี รูปรางเตี้ยแตลำตัวอวนกลม จุดเดนของสุนัขสาย พันธนี้จะอยูที่ใบหนาที่ยับยนยูยี่พรอมดวงตาที่กลม โต และดวยความที่ “ปก” เปนสุนัขที่มีรูป รางลักษณะที่แปลกประหลาดเชนนี้จึงทำใหเปนที่นิยมของ เหลาผูมีอันจะกินที่ชอบซื้อหาไป เลี้ยงสนนราคาตัวละไมต่ำกวา 5,000 บาท การที่เจา “ปก” ตัวนี้มาอยูที่โตะเราเวลานี้จึงสรางความแปลกใจใหพวกเราเปนอันมาก และเราก็ ตองแปลกใจกันมากยิ่งขึ้น เมื่อมีสุนัขพันธ “ปก” อีกหลายตัวทยอยกันออกมาจากรานและสราง ความช็อคใหกับพวกเราอยางสุดขีด เพราะแตละตัวอยูในสภาพพิการ “นั่นพี่คนโต นี่นองคนกลาง สวนไอตัวที่อยูโตะพวกคุณนะนองคนเล็ก” เจาของบรรดาตระกูล “ปก” ซึ่งเปนคนขายสมโอขางรานขาวตมโชคชัย 4 บอกเลาใหเราฟง “พี่คนโตโดนรถชนขาขาด สวนนองคนกลางตกบันไดสะโพกหลุดเดินไมได และไอนองคนเล็กก็ตาบอด” เจาของปกทั้ง 3 ตัวบอกเลาใหเราฟงถึงชะตากรรมของปกทั้ง 3 ตัว “มันพิการหมดเลยนะ พี่ไดมาจากเพื่อน ตอนไดมาก็นารักรางกายสมบูรณไอตัวเล็กที่ไป ปวนเปยนแถวโตะนองนะใช จะมองเห็นนะนั่นไดกลิ่นอาหารก็เลยตามไป ดูสิดมใหญเลย” เจา ของปกทั้ง 3 ตัวบอกเลาพรอมรอยยิ้ม ขณะที่ฉันและเพื่อนคุยกับเจาของปกอยางออกรสออกชาติอยูนั้น ฉันเหลือบมองเห็น “ปก” ตัว สุดทองนองสุดและตาบอด เดินสะเปะสะปะและกำลังจะออกไปตรงบริเวณถนนที่มีรถวิ่งอยาง ขวักไขว เร็วกวาความคิดของฉันเจาปกตัวโตที่ขาขาด และเจาปกตัวรองที่สะโพกหลุดใชรางกาย ที่พิการอยางคลองแคลวคาบตรงคอ นองตัวเล็ก และดึงกลับเขามาภายในราน หลังจากที่หาย จากอาการตกอกตกใจ ฉันจึงหันมาสนใจฟงเรื่องเลาของเจาปกทั้ง 3 ตัวตอ “ตอนมันพิการ ใหมๆ ก็มีคนบอกใหพี่เอาไปปลอยเขาบอกเลี้ยงไวก็เปนภาระ แตพี่ทำแบบนั้นไมไดหรอกนองก็ ดูสิใครจะไปทำลงอยางนอยมันอยูกับพี่พี่ ก็มีกำลังใจนะ ตอนนั้นพี่ขายของใหมๆ ขายไมไดเลย นะพี่ก็ทอวาเฮย ทำไมวะทำไมมันเปนแบบนี้ พี่ทอมากเลยนะ แตในชวงทอของพี่ไอพวกนี้ก็ ปวนเปยนขางกายตลอด เลียหนาบางเลียขาบาง พี่ก็ยอนไปคิดถึงไอตัวโตนะตอนมันขาขาด ใหมๆ มันงงกับรางกายมันมากเลยนะที่เคยมี 4 ขาแลวเหลือ 3 ขา มันฝกตั้งนานกวาจะเดิน 22


คลองทุกวันนี้มันเดินขึ้นลงบันไดดวยขา 3 ขางนั่นแหละ พี่ก็เลยเรียนรูวาเราตองสูเพราะขนาด หมามันยังสูเลย” เจาของปกบอกเลาอยางมีความสุข “โห แบบนี้พี่ก็เปนผูใหสุดๆ เลยสิ หนูทึ่งพี่มากเลยที่พี่ไมเอามันไปทิ้ง” เพื่อนฉันสนทนากับเจา ของปก “พี่ไมไดใหอะไรมันเลยมีแตมันนะแหละที่ใหพี่ทุกอยาง ทั้งกำลังใจ ความซื่อสัตยและ เพื่อนแท” สิ้นคำบอกเลาของเจาของปก ฉันหันไปมองเจาสุนัขพันธปกทั้ง 3 ตัวอยางละเอียด เจาตัวโตใชขาทั้ง 3 ขางของมันสำรวจพื้นที่และเดินไปมาอยางคลองแคลว เจาตัวรองถึงแม สะโพกของมันจะหลุดหนาตาของมันดูมีความสุขกับการที่มันได ใชชีวิตอยูบนโลกใบนี้ สวนเจา ตัวเล็กถึงแมโลกของมันจะอยูในความมืดมิด แตการใชชีวิตของมันกลับเต็มไปดวยความสวาง ฉันกลับมานั่งคิดถึงจุดมุงหมายในการเดินทางของชีวิตเงียบๆ ภาพของสุนัขพันธปกทั้ง 3 ตัวยัง วนเวียนอยูในหวงความนึกคิดของฉัน หากมนุษยคนหนึ่งตองพบเจอตองพบเจอเรื่องราวที่โชค รายที่สุดในชีวิตแบบ เจาปกทั้ง 3 ตัวนั้นจะทำเชนไร ถาเปนฉันแวบแรกของปญหาคงนั่ง ฟูมฟายรองไหและคร่ำครวญถึงความโชครายใน ชะตากรรมที่ไดพบเจอ แตสุนัขทั้ง 3 ตัวกับ ผานโชคชะตาที่โหดรายมาไดและใชชีวิตอยูอยางมีความสุข สิ่งที่ฉันพูดไดในขณะนี้คือขอบคุณ ขอบคุณเจาสุนัขพิการทั้ง 3 ตัวจริงๆ ที่มาหลอเลี้ยงและเติมเต็มแงงามของสังคมที่ใจพิการอยูใน ขณะนี้ อยางนอยฉันคงไดกลับไปนั่งที่หองและมองดูจิตใจของตนเองวา “พิการ” มากกวา รางกายของสุนัขทั้ง 3 ตัวนี้หรือไมอยางไร

23


24


“โลกใบเดิมของผูหญิงที่ชื่อวาจักจั่น” “ฮือๆ เห็นพี่เบิรดแฟนหนูไหม พี่เบิรดแฟนหนูเคานั่งอยูกับผูหญิงคนอื่นตอนนั่งเรียน” หญิงสาวที่อายุเลยวัยเบญจเพศนั่งรองไหฟูมฟายอยูในชุดนักศึกษาที่ไมได ติดตรากระดุม ของมหาวิทยาลัยใดเลย และไมมีใครรูวาผูหญิงคนนี้มีชื่อและนามสกุลจริงวาอะไร แคทุกคน รับรูกันเพียงปากตอปากวาเอคนนั้นชื่อวา “จักจั่น” และจั๊กจั่นก็ชอบเดินเขามาวนเวียน เสมือนวาเปนนักศึกษาในมหาวิทยาลัย หอการคาไทยเปนประจำเกือบทุกวัน หากใครผานไปผานมาแถวซอย ประชาสงเคราะห 27 หรือซอยวัดหลวงพอเณร ซึ่งเปนลัดที่ ทะลุมายังบริเวณประตูทางเขาดานหลังมหาวิทยาลัยหอการคาไทย ก็จะเห็น “จักจั่น” กับแม ยืนอยูขางรถเข็นและพลิกไมหมูปงกลับไปกลับมาอยูบริเวณนั้น ตั้งแตเชาจดเย็น หญิงสาวจะแตงตัวเหมือนกับนักศึกษาทั่วๆ ไปทุกวันเธอจะใสเสื้อนักศึกษาสีขาวที่มีแบบทัน สมัยมีกระดุมติดเรียงยาว 5 เม็ด กระโปรงดำ เอวต่ำ สั้นและผาหนา เข็มขัดหนังสีน้ำตาล ใตเอว พรอมกระเปาสีใสหนีบใตรักแร ขางในมีเครื่องสำอาง เชน น้ำยาอุทัยทิพยสีแดง ใชทาแกมและทาปากแปงเด็กกระปองใหญที่ใชทาหนา หวีสีเจ็บๆ ที่หาซื้อไดทั่วไปและสิ่งที่ ขาดไมได ที่เธอตองพกในกระเปาคือ โทรศัพทมือถือที่ไมไดใสซิมการดที่เธอพรอมจะเอาไว พูดฮัลโหลทุกครั้ง ที่นึกได กิจวัตรประจำวันของ “จักจั่น” คือการเดินเขาไปนั่งเรียนในทุกหองทุกตึกของมหาวิทยาลัย และระหวางที่เดิน ผานผูคนเธอจะสงยิ้มหวานที่แฝงไปดวยไมตรีจิตพรอมกับทักทายทุกคน ดวยวาจา ที่นารักแตดูเหมือนวาคำพูดที่เปลงออกมาเปนภาที่เธอเขาใจอยูคนเดียว ถึง แมบางครั้งจะมีนักศึกษาผูชายตอบกลับคำพูดของเธอดวยเสียงหัวเราะและคำเยาะเยย แตดูเหมือนกับวาคำพูดยียวนกวนประสาทเหลานั้นจะไมไดลอยเขาไปในโลก ของความรูสึก ของเธอเทาไหรนัก และเธอก็ยังคงมุงหนาหาหองเรียนที่ถูกใจตอไป

25


กรณีของพี่เบิร ดก็เชนกัน จั๊กจั่นมักจะติดตามไปเฝาหนาหองเรียนที่เธอจำไดวาชายหนุมจะ ตองมา เรียนทุกวันพี่เบิรดก็ไมไดแสดงทาทางรังเกียจจักจั่นเลย จนเธอเผลอคิดไปเองวา ชายหนุมเปนแฟน และจะรองไหเสียใจทุกครั้งที่เห็นชายหนุมนั่งเรียนในที่นั่งที่ติดกับเพื่อน นักศึกษาสาว ทุกคนตางมองวา “จักจั่น” เปนคนนารำคาญแตก็มีอีกหลายคนที่มองวาเธอ เปนคนสราง สีสันใหกับมหาวิทยาลัยแหงนี้เพราะทุกครั้งที่มีการซอมเตน เชียรลีดเดอร ทุกคนจะตองเห็น จักจั่น แตงตัวในชุดออกกำลังกายและมาโชวสเต็ปการเตนดวยทาทางที่เธอออกแบบมาเอง และทาทางนั้นก็เปนทาทางที่เต็มไปดวยความมั่นใจเกินรอย ถึงแม จักจั่นจะพูดอะไรที่ฟงไมรูเรื่องและดูเหมือนวาเธอจะเขาใจในทุกสิ่งรอบ ตัวไดชา แต ในทางตรงกันขามดูเหมือนวาเธอจะมีตอมพิเศษที่สามารถเขาใจถึงอารมณและ ความรูสึก ของคนอื่นไดเปนอยางดี เชนมีอยูครั้งหนึ่งนักศึกษาสาวคนหนึ่งกำลังคุยถังขยะใบใหญ เพื่อ หาของสำคัญที่เผลอลืมทิ้ง เมื่อเธอผานเขามาเห็น เธอก็รีบทิ้งตัวลงนั่งขางๆ กองขยะแลว หยิบขยะออกจากถังทีละชิ้น พรอมใชนิ้วมือรีดซองขนมที่อยูในถังขยะทุกซองราวกับวามันมี สิ่งของซอน อยู ปากก็พร่ำพูดวา “ทำอะไรหาย ไมตองตกใจนะ เดี๋ยวหนูจะชวยหา พี่ทำ อะไรหลน เดี๋ยวหนูชวยหาเอง” พอพูดจบเธอก็รีบรื้อถังขยะอีกรอบโดยไมสนใจวาคนที่เดิน ผานไปผานมาจะมอง อยางไร ยิ่งไปกวานั้นทุกครั้งที่จักจั่นเห็นคนรองไหเธอจะรีบ ตรงเขาไปปลอบดวยภาษาที่ไมเขาใจนัก ในขณะเดียวกันหากเธอเห็นใครถือของ รุงรังเธอก็จะรีบเขาไปชวยถือ นาแปลกสิ่งเล็กๆ นอยๆ เหลานี้เปนการกระทำที่คนสวนมากไมคอยมองเห็นและไมสนใจที่จะมอง นั่น เปนกิจวัตรสวนตัวของจักจั่น โลกอีกดานหนึ่งของเธอคือการตื่นแตเชาเพื่อมาชวยแม เสียบหมูใสไมทุก เชามืดกอนที่จะเข็นรถขายหมูปงออกจากบานที่อยูในซอยเล็กๆ บานใน ซอยประชาสงเคราะห 27 ไปยังบริเวณประตูทางเขาที่อยูขางหลังมหาวิทยาลัย หอการคาไทย กอนที่เธอจะหลบแมและเดินเขามาเที่ยวเลนราวกับวาเปนนักศึกษาในหมาวทิ 26


ยา ลัยและจั๊กจั่นจะกลับมาชวยแมอีกครั้งเมื่อถึงตอนเย็น โดยวิถีชีวิตของเธอจะวนเวียน อยางนี้อยูทุกวัน ถึงตรงนี้ทุกชีวิตที่อาศัยอยูบนโลกใบนี้ตางก็ตองขวนขวายใหไดมาซึ่งสิ่ง ที่ตัวเองตองการ บางคนอาจจะลืมใสใจคนรัก บางคนอาจจะตองทำงานหนักจนไมมีเวลาใหความสนใจกับคน รอบขาง หรือบางคนอาจจะไมอยากใหความชวยเหลือคนอื่นเนื่องจากคิดวาไมใชเรื่อง ของ ตัวเอง แตไมวาทุกคนจะคิดอยางไร โลกก็ตองหมุนไปทุกวัน แตสิ่งหนึ่งที่จะไมเปลี่ยนก็คือ ความมีน้ำใจตอเพื่อนมนุษยและการที่คิด วาทุกคนเปนคนเทากัน และพรอมที่จะหยิบยื่น น้ำใจใหกับทุกคน ซึ่งสิ่งเหลานี้ลวนมีอยูในตัวของหญิงสาวที่ชื่อวา “จักจั่น” สุดารัตน ขาเมระนิยะ ASTV ผูจัดการออนไลน

27


28


“ธนบัตรสีเทา” ธนบัตรสีเทาปกหนึ่งถูกควักออกมาจากปกชั้นในของเสื้อสูทสีกรมทา ยื่นมาตรงหนาฉัน “เอา ... เก็บไวเปนคารถมาทำงาน” ฉันอึ้ง นัยนตาเบิกโตขึ้นเมื่อเห็นปกธนบัตรเปนแวบแรก แลวความรูสึกภายในก็ตอสูกันอยาง รุนแรง แอรเย็นฉ่ำในรถดูเหมือนไมชวยอะไรกับสภาวะรอบตัวที่เต็มไปดวยความขัดแยง ณ วินาทีนั้น รถเบนซสีเขียวหรู กับเบาะหนังสีแดงภายในรถ นายแบงกอันดับหนึ่งของเมืองไทยในสูทยี่หอโก รองเทาหนังมันที่นั่งอยูทางซาย กับนักขาวหญิง เพิ่งเรียนจบไมนาน ตัวเล็กๆ ดำๆ ใสสูทสั้นสีดำกระโปงยาวนั่งตัวลีบเคียงกันอยูทางขวาของ เบาะหลังรถเบนซสี เขียวหรู ฉันลอบมองปฏิกิริยาของชายสองคนเบื้องหนาที่อยูในรถคันเดียวกันทางกระจก คนขับรถสองมือ กุมพวงมาลัยตามองไปขางหนาซื่อสัตยกับเสนทาง บอดี้การดรางสูงโปรงนั่งคอตรงเหมือนไมแม แตจะเงี่ยหูฟงเสียงใดๆ จากคนสองคนที่อยูเบาะหลัง แลวฉันก็ยื่นมือขวาออกไปรับธนบัตรสีเทาปกนั้น ฉัน กับ “บอส” ไมเคยรูจักกันเปนการสวนตัวมากอนจนกระทั่งมาทำขาว แตคุณตาของฉันรูจัก กับนายแบงกผูนี้และผูใหญในแบงกดี คุณตาเปนเพื่อนเรียนประถมกับกรรมการแบงกซึ่งสนิท สนมกับบอส บอสยังเคยออกปากชมฝมือขาวเกรียบทอดของคุณยายฉันซึ่งคุณตาหิ้วมาฝากใน อดีต อาจจะเปนเพราะเหตุนี้นายแบงกผูนี้จึงคอนขางเอ็นดูฉันมากกวานักขาวคนอื่น และฉันก็นับถือ เขาเสมือนผูใหญที่ใกลชิด กอนหนานี้ไมถึงเดือน ฉันเพิ่งเขียนขาวที่ “มีสวนทำใหลูกสาวคนโตของบอสตองเสียน้ำตา เพราะความดอยประสบการณ และเพราะแคประโยคสั้นๆ ที่เปนความในใจซึ่งบอสพูดกับฉัน และนักขาว ซึ่งถามถึงไฟแนนซในเครือธนาคารวา “ผมอยากใหแบงกชาติเขามาชวยดูแล”

29


ฉันไมเคยคิดมากอนวาประโยคสั้นๆ ที่ตีพิมพในหนาหนึ่งของ Section การเงินของหนังสือพิมพ ฉบับหนึ่ง ราวเดือนมีนาคม 2540 จะมีอิทธิพลถึงกับทำใหคนแหมาถอนเงิน และลูกสาวของ บอสตองโทรศัพทมาตอวาตอขานผูเปนพอดวยเสียงรองไหที่ เต็มไปดวยอารมณ ฉันไมเคยตระหนักถึงอำนาจของปากกาในมือมากขนาดนี้มากอนจนกระทั่งเชาวัน นั้น เชาวันที่ ฉันมานั่งที่หองนักขาวของแบงกตามปกติ หลังจากโผลหนาเขามาทักทายพี่ๆ ประชาสัมพันธ ดวยเสียงแหลมๆ เล็กๆ เหมือนเคย แตดูเหมือนพี่ๆ จะไมทักทายฉันดวยความยินดีเหมือน เชนทุกวัน พี่คนหนึ่งถามฉันวา “ไปทำไรใหบอสโกรธหรือ” แลวเลาถึงสถานการณที่เกิดขึ้นกับ ไฟแนนซของลูกสาวของบอสใหฟง ฉันตัวเย็นวาบตั้งแตมือถึงเทา ใจหลนไปอยูที่ตาตุม ฉันทำรายลูกสาวของคนที่ฉันนับถือคนที่ให ความเอ็นดูฉันหรือนี่ รูสึกตัวเองเหมือนงูเหาแวงกัดชาวนาซึ่งเปนเจาของหองนักขาวที่ฉันนั่ง อยู ทุกวัน แลวฉันควรจะทำอยางไร? ฉันถามตัวเอง ฉันจะตองทำอะไรสักอยางเพื่อใหบอสรู แลวฉันก็ทนนั่งตากหนาอยูที่แบงกจนบาย เพื่อรอพบ บอสที่ประตูดานขางแบงกซึ่งเปนจุดจอดรับสงผูบริหาร พลันที่รถเบนซสีเขียวเคลื่อนเขามาในระยะสายตา ฉันรูสึกเหมือนตนเองตัวเล็กลงทุกทีๆ รถเขา มาจอดเทียบประตู บอดี้การดลงจากประตูดานหนามาเปดประตูใหเจานาย บอสกาวลงจากรถ เบือนหนาไปทางขวาเมื่อเห็นฉันแลวยืนอยูกับที่ ผูบริหารแบงกที่มาดวยกันมองฉันดวยสายตาที่ สงคำถามเชิงตำหนิ ยังมีหนามายืนอยูตรงนี้ไดอยางไร ฉันเดินเขาไปตรงหนาพนมมือขึ้นระหวางอกอยางนอบนอมที่สุดแลวพูดวา “หนูมาขอโทษใน ฐานะเด็กที่ทำใหผูบริหารโกรธ” บอสมองหนาฉันจับไหลฉันทั้งสองขางแลวพูดวา “ไมเปนไร ผมไมโกรธ” แลวบอสก็เดินขึ้น ลิฟตขึ้นไป ฉันยืนอยูตรงที่เดิมตรงประตูทางเขาแบงกคอแหงผากนึกถึงเหตุการณสมัยเด็ก ชั้นประถม 4 ที่ โรงเรียนประจำ ฉันทะเลาะกับลูกพี่ลูกนองที่อาวุโสกวา เธอเปนลูกสาวของปา เราไมพูดจากัน นานกวา 2 สัปดาห ฉันไมงอเพราะฉันไมใชคนเริ่มตนและไมใชฝายผิด ในที่สุดครูผูปกครองซึ่งมีศักดิ์เปนคุณยาย (นองสาวคุณตา) เรียกฉันเขาไปพบสอบถาม เหตุการณและขอรองใหฉันพูดกับพี่สาวกอนดวยเหตุผล ที่ฉันจำไดดีวา “ยายไมไดขอใหลูกพุด 30


กับพี่กอนเพราะลูกเปนคนผิด แตยายขอใหลูกพูดกับพี่ในฐานะที่ออนอาวุโสกวา” คำพูดนี้เปน คำสอนที่มีอิทธิพลตอการดำเนินชีวิตและการตัดสินใจในหลายเรื่อง ในชีวิตฉันตอมา ฉันเดินกลับไปหองนักขาว เก็บของ แลวตัดสินใจวาจะไมโผลมาแบงกนี้อีก ถาไมจำเปนจน กระทั่งวันนี้ 4 ปที่ฉันตองมาสัมภาษณผูบริหารที่ธนาคารนี้อีกครั้ง และตองไปทำขาวงานเลี้ยงที่ โรงแรมโอเรียนเต็ลในตอนค่ำ ฉันพบกับบอสหนาประตูขณะที่บอสกำลังจะออกไปโรงแรมพอดี บอสชวนฉันนั่งรถไปดวยกันระยะทางสั้นๆ ไมเกิน 3 กิโลเมตร ระหวางถนนสีลมถึงโรงแรมชาง ดูยาวนานเสียเหลือเกินในความรูสึก บอสถามคำถามสัพเพเหระแตฉันไมสนใจตอบเพราะฟง คำถามไมรูเรื่องเนื่องจาก ความรูสึกภายในกำลังถกเถียงกันอยางรุนแรงหลังจากที่ยื่นมือไปหยิบ ธนบัตร ปกนั้นมา รถจอดหนาประตูโรงแรม บอสเดินขึ้นบันไดเขาไปในงานเลี้ยง สวนฉันอยูในหองน้ำความรูสึก หลายอยางยังประดังประเดกันอยู ฉันลวงมือหยิบธนบัตรนั้นออกมาจากกระเปาเสื้อสูท ธนบัตรถูกแม็กซเย็บบนมุมซายหมายเลขบัตรเรียงกันพอดีติดกันเปนปกเดียว ฉันเริ่มตนนับใน ใจ “หนึ่ง ... สอง สาม สี หา ... สิบเกาใบพอดี บอสคงใชเงินไปแคหนึ่งพันบาท” ฉันคิด “เงินมากขนาดนี้ไหนวาเปนคารถ นี้มันคาเครื่องบินไปกลับกรุงเทพฯ-ฮองกง สองรอบไดสบายๆ เลยนะนี่” ฉันรูสึกตื่นเตน แตแวบหนึ่งก็มีความละอายใจแฝงเขามารูสึกเหมือนโดนตบ ฉันกำลังโดนตบ หนาดวยเงินหรือนี่ จริงอยูที่บอสคงไมไดตั้งใจดูถูกฉัน แตถาฉันรับเงินนี้ฉันก็ดูถูกตัวเอง ... ฉัน ตัดสินใจทันทีวา ฉันตองนำเงินไปคืน ฉันโทรบอกหัวหนา โทร.หาแมเลาถึงเหตุการณที่เกิดขึ้นและการตัดสินใจสุดทาย ฉันโทรหา แหลงขาวที่สนิทกัน และเลขานุการของบอส ทั้งคูบอกวาใหฉันรับเงินไว เพระผูใหญใหฉันใน ฐานะที่ฉันเปนเด็กเปนหลานของคนรูจัก และนายจางของฉันก็ไมไดจายเงินเดือนแบบขาดๆ วิ่นๆ รวม 3 เดือนแลว ฉันนำธนบัตร 19 ใบพรอมแมกซซึ่งยังไมถูกแกะใสซองไปฝากคืนไวกับเลขาฯ พรอมเหตุผล ทางจรรยาบรรณของวิชาชีพ ฉันสามารถกลับมานั่งที่หองนักขาวแบงกดวยหัวใจที่ภาคภูมิอีกครั้ง 31


แมวาเงินจำนวนนั้นจะคืนไปเรียบรอยแลว แตสิ่งหนึ่งที่ฉันอยากบอกเพื่อนนักขาวทุกคนเปน อุทาหรณ คือความรูสึกเปนหนี้บุญคุณมันไมไดเกิดเมื่อเรานำเงินนั้นไปมันไมไดหาย ไปเมื่อเรา นำเงินกอนนั้นไปคืน สำหรับฉันมันเกิดขึ้นชั่ววินาทีที่ฉันเอื้อมมือไป “สัมผัส” เงินกอนนั้นและฉันยังจำความรูสึก วินาทีนั้นไดเปนอยางดี ดารณา จูทะศรี Bangkok Post

32

Handmade Book Content  

“อ อ เสาะดาน ะ นั กเรี ยนอนุ บาล เสาะเดามาสวั สดี พี ่ บั วสิ พี ่ เขาจะมาเป นคุ ณครู ที ่ โรงเรี ยนของ เรา” เอพู ดพร อมกั บกวั กมื อเรี...