Page 1

English The Simple Present & The Simple Past Tense Prathom 5 by Revadee

Visessumon


วัตถุประสงค์ 1.เพื่อให้ นักเรียนพูดและเขียนเหตุการณ์ ได้ ถูกต้ องกับเวลาที่เกิดขึน้ 2. เพื่อให้ นักเรียนพูดและเขียนเหตุการณ์ ได้ ถูกต้ องตามหลัก ไวยกรณ์ 3. เพื่อให้ นักเรียนเขียนบรรยายเหตุการณ์ จากรูปภาพได้


THE SIMPLE PRESENT TENSE & THE SIMPLE PAST TENSE


THE SIMPLE PRESENT TENSE Simple Present คือ กริยาที่ ใช้ แสดงการกระทาที่เป็ นนิสัยหรือเป็ นข้ อเท็จจริงรูปกริยาที่ใช้ Infinitiveโดยเติม s (หรื อ es) หลังกริ ยาถ้ าใช้ กับประธานเอกพจน์ บุรุษที่ 3 (He, She, It)และคานามเอกพจน์ ทุกตัว Ex.

That dog bites. สุนัขตัวนัน้ กัด (to bite) (แต่ Those dog bite.)


ถ้าประธานเป็ นเอกพจน์ (ยกเว้นIและYOU) ต้องเติม s (หรือ es) ที่ท้ายกริยา แล้ วแต่ ลักษณะของ verb เป็ นตัวๆไป เช่ น He sings.

Ladda sings.

She sings.

Dang sings.

It sings.

A bird sings.


การเติม S ทีค่ ากริยา 1. กริยาที่ลงท้ ายด้ วย o,ss,x,ch,sh เติม –es เช่ น go – goes ไป pass – passes ผ่ าน fix – fixes ติด ,ซ่ อมแซม reach – reaches ถึง wash – washes ซัก ล้ าง


2. กริยาที่ลงท้ ายด้ วย y ให้ เปลี่ยน y เป็ น i เสียก่ อน แล้ วจึงเติม -es เช่ น try – tries พยายาม rely – relies เชื่อถือ carry – carries ถือ , แบก hurry – hurries รีบ แต่ ถ้าหน้ า y เป็ นสระ(vowel) คือ a,e,i,o, u เติม s ได้ ทันที เช่ น enjoy – enjoys สนุก , พอใจ play – plays เล่ น 3. นอกจากสองข้ อข้ างบนนีใ้ ห้ เติม s ได้ ตามปกติ


ควรใช้ TENSE นี้เมื่อไร 1. กริ ยานัน ้ อยู่เป็ นประจาหรือเป็ นนิจสิน หรือเป็ นนิสัย หรือทุกวัน สัปดาห์ ทุกเดือน ฯลฯ ซึ่งมักจะมี adverb ต่ อไปนีร้ วมอยู่ด้วย

always เสมอ sometimes บางที every day (week. month, year) ทุกวัน

เช่ น She comes to school every day. เธอมาโรงเรียนทุกวัน I sometimes go the movies with her.

บางทีผมก็ไปดูหนังกับเธอ

ทุก


2. เมื่อเหตุการณ์ นัน้ ๆ เป็ นความจริงเสมอ หรืออย่ างน้ อยก็เป็ นความ จริงขณะที่พูดประโยคนัน้ เช่ น The earth moves round the sun. โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ He behaves himself well. เขาประพฤติตัวดี


THE SIMPLE PAST TENSE Simple past ใช้ เหตุการณ์ ท่ เี กิดขึน้ มาแล้ วในอดีตใช้ กริยาช่ องที่ 2 หรือกริยาเติม ed ใช้ กับประธานทุกชนิดได้ โดยไม่ มีการเปลี่ยนแปลงใดๆไม่ ว่าประธานจะเป็ นเอกพจน์ หรือ บุรุษที่ 1-2-3 ยกเว้ น verb to be ซึ่งต้ องเปลี่ยนไปตามพจน์ ของประธาน


VERB TO BE ประธานเป็ นเอกพจน์

ประธานเป็ นพหูพจน์

I was He was She was It was Ladda was A bird was

We were They were Dang and Ladda were Two birds were


การเติม ed ที่กริยา กริยาส่ วนใหญ่ มีรูป Simple Past tense ด้ วยการเติม ed เช่ น walk – walked เดิน reach - reached ถึง play – played เล่ น end – ended สิน้ สุด มีกริยาบางคาเวลาเติม ed ต้ องมีการเปลี่ยนแปลง มีข้อสังเกตคือ


กริ ยาซึ่งลงท้ายด้วย e อยูแ่ ล้ว คงเติมเฉพาะ d เช่น hope – hoped move – moved free – freed agree – agreed raise – raised

หวัง เคลื่อนไหว ปล่ อยเป็ นอิสระ ตกลง , เห็นด้ วย ยกขึน้


กริยาซึง่ ลงท้ายด้วย เปลีย่ น เป็ น แล้วเติม ED เช่น cry – cried ร้ อง

rely – relied เชื่อถือ carry – carried ถือ , แบก try – tried พยายาม แต่ หน้ าถ้ า y มีสระ(vowel)คือ a,e,i,o,u ตัวหนึ่งตัวใดอยู่ด้วยคงเติม ed ได้ ทันทีโดยไม่ ต้องเปลี่ยน y เป็ น i ได้ เลย


•ยกเว้น ถ้าลงท้ายด้วย H,W,X หรือ Y ไม่ต้องเพิม่ พยัญชนะท้ายเช่น tax – taxed เก็บภาษี tow – towed ลากด้ วยเชือก


ใช้ SIMPLE PAST TENSE เมือ่ ไร 1. ใช้ เมื่อแสดงเหตุการณ์ หรืออาการที่เกิดขึน้ และสิน้ สุดไปแล้ วใน อดีต จึงมักมีคาบ่ งเวลาที่เป็ นอดีตกากับอยู่ด้วยเช่ น Yesterday, last night, last year, last week, last month, in 1962, ago, once


EXAMPLE : She arrived at four o’clock yesterday morning.

หล่ อนมาถึงเมื่อตีส่ ีเช้ าวานนี ้ I lived in Songkla for three years. ผมอยู่สงขลา 3 ปี (เดี๋ยวนีไ้ ม่ อยู่) She went to the cinema last night.

เมื่อคืนวานหล่ อนไปดูหนัง

The Simple Present & The Simple Past Tense  

การใช้ The Simple Present & The Simple Past Tense ให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น