Issuu on Google+

วารสารประชาสัมพันธ์ งานประชาสัมพันธ์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต ๑ ปีที่ ๑ ประจาเดือน มิถ ุนายน ๒๕๕๗

นายอนันต์ กัลปะ ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ พร้อมด้วยข้าราชการในสังกัด ร่วมบันทึกเทป ถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๗ ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัด กาญจนบุรี สานักประชาสัมพันธ์เขต ๘ เมื่อวันที่ ๑๒ มิถนุ ายน ๒๕๕๗

สารบัญ ภาพกิจกรรม หน้า ๒-๘ สาระหน้ารูเ้ กีย่ วกับกฎหมาย หน้า ๙ สรรหามาฝาก หน้า ๑๐


เพจ ๒

วารสารประชาสัมพันธ์

นายอนันต์ กัลปะ ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ ร่วมเป็ นเกียรติในพิธีมอบรองเท้านักเรียน ในเขต พื้นที่อาเภอศรีสวัสดิ์ จานวน ๒,๒๙๑ คู่ จาก เหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี ตามโครงการก้าวนี้เพื่อน้อง เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีนายชัยวัฒน์ ลิมป์ วรรณธะ ผูว้ ่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็ นประธานในพิธี เมือ่ วันที่ ๓ มิถนุ ายน ๒๕๕๗ ณ โรงเรียนบ้านนา้ พุ สังกัด สพป.กาญจนบุรี เขต ๑


เพจ ๓

วารสารประชาสัมพันธ์

นายอนันต์ กัลปะ ผอ.สพป.กาญจนบุรี พร้อมด้วยข้าราชการในสังกัด ร่วมต้อนรับคณะศึกษาดูงาน จาก สพป.เพชรบูรณ์ เขต ๓ นาโดย นายวรการ ฐานะวิจิตรรักษาการ ตาแหน่ง ผอ. สพป.เพชรบูรณ์ เขต ๓ เข้าศึกษาดูงานกลุม่ บริหารงาน บุคคล เมื่อวันที่ ๕ มิถนุ ายน ๒๕๕๗

ศูนย์พัฒนาเครือข่ายเกาะสาโรง จัดโครงการเข้าค่ายปฏิบัติธรรมให้กับนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษา ตอนต้น ระหว่างวันที่ ๔-๖ มิถนุ ายน ๒๕๕๗ ณ วัดถา้ เจริญธรรม ตาบลหนองหญ้า อาเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีนายอนันต์ กัลปะ ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ เป็ นประธานในพิธีเปิ ด ค่าย เมื่อวันที่ ๔ มิถนุ ายน ๒๕๕๗


เพจ ๔

วารสารประชาสัมพันธ์

สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ จัดประชุมชี้แจง ให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษา ในสังกัดที่จะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ ๓๐กันยาย ๒๕๕๗ โดยมี นายอนันต์ กัลปะ ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ เป็ นประธานเปิ ดการประชุม เมื่อ วันที่ ๕ มิถนุ ายน ๒๕๕๗ ณ ห้องประชุม ๑ สพป.กาญจนบุรี เขต ๑

สพป.กาญจนบุรี เขต 1 โดยหน่วยตรวจสอบภายใน จัดโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการ บริหารงบประมาณในสถานศึกษา ให้กับผูบ้ ริหารสถานศึกษาและครูผปู้ ฏิบัติงานด้านการเงินและบัญชี ระหว่างวันที่ ๗-๘ และ ๑๔ มิถนุ ายน ๒๕๕๗ โดยมีนางช่อผกา ชูเลิศ ผูอ้ านวยการหน่วยตรวจสอบ ภายใน เป็ นวิทยากรในการอบรม


เพจ ๕

วารสารประชาสัมพันธ์

อบรมคัดกรองเรียนร่วม สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ จัดอบรมหลักสูตร “ผูด้ าเนินการคัดกรองคนพิการทางการศึกษา ให้กบั ข้าราชการครูทกุ โรงเรียน โรงเรียนละ ๒ คน ระหว่าง วันที่ ๑๐ - ๑๑ มิถนุ ายน ๒๕๕๗ โดยมีนายอนันต์ กัลปะ ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ เป็ นประธานในพิธีเปิ ด เมื่อวันที่ ๑๐ มิถนุ ายน ๒๕๕๗ ณ ห้องประชุม ๑ สพป.กาญจนบุรี เขต ๑

ประช ุม อ.ก.ค.ศ สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ กลุม่ บริหารงานบุคคล จัดประชุม อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กาญจนบุรี เขต ๑ ครัง้ ที่ ๖/๒๕๕๗ โดยมีนายนิวัฒน์ วีระสุนทร ผอ.สกสค. เป็ นประธานการประชุม เมื่อวันที่ ๑๑ มิถนุ ายน ๒๕๕๗

สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ โดยกลุม่ บริหารงานบุคคล เรียกบรรจุครูผชู้ ว่ ย รอบ ๓ จานนวน ๑๓ ราย โดยมี นายอนันต์ กัลปะ ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ พร้อม ด้วยนายชนินทร์ แสงแก้ว รอง ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ กล่าวแสดงความยินดีพร้อมทัง้ ปฐมนิเทศ เมื่อ วันที่ ๑๒ มิถนุ ายน ๒๕๕๗ ณ ห้องประชุม ๒ สพป. กาญจนบุรี เขต ๑


เพจ ๖

นายโอภาส ต้นทอง รอง ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ เป็ นประธานนาคณะทางานการ พัฒนาประสิทธิภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ร่วมประชุมและรับฟั งความคิดเห็น ของ คณะกรรมการสถานศึกษา ผูป้ กครอง และชุมชนในการเลิก สถานศึกษาโรงเรียนอาทรสังขะวัฒนะ ๓ ณ ห้องประชุม โรงเรียนวัดทุง่ ลาดหญ้า “ลาดหญ้าวิทยา” โดยมีนายไกรพจน์ บุญประเสริฐ ผูอ้ านวยการโรงเรียนวัดทุง่ ลาดหญ้า ร่วมชีแ้ จง เมื่อวันที่ ๑๓ มิถนุ ายน ๒๕๕๗

สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ จัดกิจกรรมการ แข่งขันทักษะภาษาไทย โครงการรักภาษาไทย เนือ่ งในวันภาษาไทยแห่งชาติ ปี ๒๕๕๗ เพื่อ คัดเลือกตัวแทนนักเรียน เข้าร่วมแข่งขันระดับประเทศ โดยมีนายยงยศ ทัศนะพยัคฆ์ รอง ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ เป็ นประธานในพิธีเปิ ดการ แข่งขัน เมื่อวันที่ ๑๔ มิถนุ ายน ๒๕๕๗ ณ โรงเรียนเขาดินวิทยาคาร

สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ จัดประชุม เชิงปฏิบัตกิ ารยกระดับผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนโดยใช้ผลการประเมิน เป็ นฐาน กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม ระดับชัน้ ประถมศึกษาปี ที่ ๖ โดยมีนายยงยศ ทัศนะพยัคฆ์ รอง ผอ.สพป. กาญจนบุรี เขต ๑ เป็ นประธานในพิธีเปิ ด เมื่อวันที่ ๑๕ มิถนุ ายน ๒๕๕๗ ณ ห้องประชุม ๑ สพป.กาญจนบุรี เขต ๑

วารสารประชาสัมพันธ์


เพจ ๗

วารสารประชาสัมพันธ์

สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ จัดประชุมคณะกรรมการดาเนินการพัฒนาสมรรถนะองค์การ ตามโครงการสร้างความเข้มแข็งการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยมีนายอนันต์ กัลปะ ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ เป็ นประธาน เมื่อวันที่ ๑๖ มิถนุ ายน ๒๕๕๗

“ปรองดองสมานฉันท์” นายศุภชัย มากสมบูรณ์ รองผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ นา คณะข้าราชการในสังกัด ร่วมกิจกรรม “ปรองดองสมานฉันท์ และ ร่วมกันปฏิรปู ประเทศไทย” ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระ นเรศวรมหาราช ตาบลดอนเจดีย์ อาเภอพนมทวน จังหวัด กาญจนบุรี โดยมีผวู้ ่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็ นประธาน เมื่อวันที่ ๑๙ มิถนุ ายน ๒๕๕๗

พิธีมอบเครือ่ งกรองน้า นายอนันต์ กัลปะ ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ เป็ น ตัวแทนรับมอบเครื่องกรองนา้ จากสโมสรโรตารีโตโยนากะ ภาค ๒๖๖๐ ประเทศญี่ปุ่นและสโมสรโรตารีท่าม่วง ภาค ๓๓๓๐ ประเทศไทย โดย การประสานงาน จากมูลนิธิดวงประทีป เพื่อมอบเครื่องกรองนา้ ให้กับโรงเรียน จานวน ๒๒ โรงเรียน ๑ สถานีอนามัย ในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ นักเรียนในชนบทและประชาชนบริเวณใกล้เคียงกับโรงเรียนทีไ่ ด้รับการติดตัง้ เครื่องกรองนา้ ได้ดมื่ นา้ ทีส่ ะอาดและมีสขุ ภาพอนามัยทีส่ มบูรณ์ เมื่อวันที่ ๑๑ มิถนุ ายน ๒๕๕๗ ณ ห้องประชุม สกสค.กาญจนบุรี


เพจ ๘

วารสารประชาสัมพันธ์

วิเคราะห์ลกั ษณะข้อสอบระดับชาติ

สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ จัดอบรมเชิงปฏิบัตกิ าร ยกระดับผลสัมฤทธิท์ างการเรียน : พัฒนาการเรียนการสอน ภาษาไทย เรื่อง วิเคราะห์ลักษณะข้อสอบระดับชาติ O-Net , LAS , PISA ให้กับครูผสู้ อนภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปี ที่ ๖ และมัธยมศึกษาปี ที่ ๓ เพื่อพัฒนาและใช้รปู แบบการเรียนการสอนภาษาไทย ด้านความรู้ ความสามารถการจัดกิจกรรม การเรียนการสอนภาษาไทย จุดเน้นที่ทกั ษะการอ่าน การเขียน ทักษะการคิด พื้นฐานและทักษะการสื่อสารสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยของนักเรียน โดยมีนายอนันต์ กัลปะ ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ เป็ นประธานในพิธีเปิ ด เมื่อวันที่ ๒๘ มิถนุ ายน ๒๕๕๗

กิจกรรม วันสุนทรภูแ่ ละวันต่อต้านยาเสพติดโลก

โรงเรียนในสังกัด สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ ร่วมจัดกิจกรรม วันสุนทรภู่และวันต่อต้านยาเสพติดโลก เมื่อวันที่ ๒๖ มิถนุ ายน ๒๕๕๗


เพจ ๙

วารสารประชาสัมพันธ์

สาระหน้ารูเ้ กี่ยวกับกฎหมาย

(ฉบับที่ ๘) (ชนินทร์ เชาวรักษ์ นิติกรชานาญการพิเศษ)

เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางอย่างไร ? ... (ไม่) หมดสิทธิ ! คดีปกครองที่จะนามาเล่าสู่กันฟังในฉบับนี้ เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการใช้สิทธิเบิกเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของ “เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น” แม้ว่าจะเป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในขณะที่มีการบังคับใช้ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการ เดินทางไปราชการของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๒๖ ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่ง ปัจจุบันระเบียบดังกล่าวได้ถูกยกเลิกโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๕ แต่ก็ถือเป็นอุทาหรณ์ที่ดีสาหรับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น รวมทั้งข้าราชการในสังกัดอื่นๆ เกี่ยวกับการใช้สิทธิเบิกค่าใช้จ่ายใน การเดินทางไปราชการหรือการใช้สิทธิในกรณีอื่นๆ ในกรณีที่มีกฎหมายหรือระเบียบกาหนดระยะเวลาการใช้สิทธิไว้อย่างชัดเจน ดังเช่นตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๒๖ ที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๔๘ ซึ่งกาหนดว่า การใช้สิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ผู้เบิกเงิน (ผู้มีสิทธิ) ต้องยื่นรายงานการเดินทางตามแบบที่ระเบียบกาหนดพร้อมด้วยใบสาคัญคู่จ่ายและเงินเหลือจ่าย (หากมี) ต่อหน่วยการ บริหารราชการส่วนท้องถิ่นเจ้าสังกัด “ภายในสิบห้าวัน” นับแต่วันกลับหรือวันเดินทางไปถึงหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นนั้นๆ (ข้อ ๕๖ วรรคหนึ่ง) ระยะเวลาตามข้อ ๕๖ วรรคหนึ่ง ดังกล่าว จะมีผลทาให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นผู้มีสิทธิเบิก ต้องดาเนินการยื่นเรื่องขอ เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางภายในสิบห้าวันหรือไม่ ? หรือเป็นเพียงระยะเวลาที่กาหนดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทางด้านการเงินเกิดความสะดวกหรือเกิดความคล่องตัวในการเบิกจ่ายเงินเท่านั้น ข้อพิพาทในคดีนี้เกิดจากผู้ ฟ้องคดีซึ่งเดิมเป็นเจ้าพนักงานธุรการ ๒ สังกัดผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ (องค์การบริหารส่วนตาบล ซ.) ได้รับคาสั่งให้โอน (ย้าย)ไปรับราชการ ในตาแหน่งใหม่ สังกัดองค์การบริหารส่วนตาบล ส. จากนั้นจึงได้เดินทางไปรายงานตัวในวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๙ และต่อมาเมื่อ วันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๐ จึงได้ยื่นคาขอเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ (นายกองค์การบริหารส่วน ตาบล ซ.) ไม่อนุมัติให้เบิกค่าใช้จ่ายดังกล่าวโดยอ้างว่าผู้ฟ้องคดียื่นขอเบิกค่าใช้จ่ายเกินระยะเวลาที่ระเบียบกาหนด ผู้ฟ้องคดีไม่ เห็น ด้วยจึงนาคดีมาฟ้องต่อศาลปกครองขอให้เพิกถอนคาสั่งไม่อนุมัติให้เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการและให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ เงิน คาสั่งไม่อนุมัติให้ผู้ฟ้องคดีเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการเป็นคาสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ? ศาลปกครองสูงสุด วินิจฉัยว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิที่จะได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ อย่างไรก็ตาม ผู้ฟ้องคดีได้ออกเดินทางเมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๔๙ โดยมิได้ยืมเงินทดรองจ่ายในการเดินทางไปราชการและได้เข้ารายงานตัวกับองค์การบริหารส่วนตาบล ส. เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๙ ซึ่งหากผู้ฟ้องคดีประสงค์จะขอเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ก็ชอบที่จะยื่นรายงานการเดินทางภายใน สิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้เดินทางไปถึง การที่ผู้ฟ้องคดีได้เข้ารายงานตัวแล้ว ได้ปล่อยให้เวลาล่วงเลยถึง ๕ เดือนเศษ จึงมี หนังสือขอเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการเป็นค่ารถโดยสารประจาทางปรับอากาศและค่าขนย้ายสัมภาระ กรณีจึงเป็นการยื่น เรื่องขอเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการเมื่อพ้นกาหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้เดินทางไปถึงองค์การบริหารส่วนตาบล ส. ตาม ข้อ ๕๖ วรรคหนึ่งและไม่ปรากฏว่ามีเหตุจาเป็นหรือมีอุปสรรคใดที่ขัดขวางทาให้ผู้ฟ้องคดีไม่สามารถยื่นเรื่องขอเบิกค่าใช้จ่ายภายใน ระยะเวลาดังกล่าวได้ จึงเป็นการไม่ใช้สิทธิภายในเวลาที่กาหนด ผู้ฟ้องคดีจึงไม่มีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ คาสั่งไม่ อนุมัติให้ผู้ฟ้องคดีเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการจึงเป็นคาสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย(คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. ๖๖๘/๒๕๕๖) ด้วยเหตุนี้กรณีที่มีกฎหมายหรือระเบียบกาหนดระยะเวลาในการใช้สิทธิในเรื่องใดๆ ไว้ ก็จะต้องถือปฏิบัติตามกฎหมายหรือ ระเบียบดังกล่าว และถึงแม้ระเบียบจะถูกยกเลิกไปแล้ว และแม้ว่าระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป ราชการของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๕ จะไม่ได้กาหนดระยะเวลาในการยื่นคาขอเบิกไว้ชัดเจน แต่หากพิจารณาข้อ ๕๘ ซึ่งบัญญัติ ว่า “การเบิกเงินตามระเบียบนี้ ผู้เบิกต้องยื่นรายงานการเดินทาง พร้อมด้วยใบสาคัญคู่จ่ายและเงินเหลือจ่าย (หากมี) ต่อองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเจ้าสังกัดและให้เบิกจากงบประมาณประจาปีที่เดินทางไปราชการ” ย่อมแสดงให้เห็นว่าระเบียบปัจจุบัน ยังมุ่ง ประสงค์ที่จะให้ผู้มีสิทธิเร่งรีบดาเนินการยื่นคาขอเบิกเพื่อให้การปฏิบัติงานทางด้านการเบิกจ่ายเงินของราชการในปี งบประมาณ นั้นๆ เกิดความคล่องตัว กรณีนี้ จึงเป็นอุทธาหรณ์ สาหรับข้าราชการครู เมื่อจาต้องเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ก็ควรดาเนินการภายใน ระยะเวลาพอสมควร ไม่ปล่อยให้ล่าช้าเกินความจาเป็นนะครับ. --------------------------


เพจ ๑๐

วารสารประชาสัมพันธ์

• ลาศึกษาต่อ และการได้รับเงินเดือน เพื่อนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน สถานี ก.ค.ศ.วันนี้ ดิฉันมีเรื่องมาบอกกล่าวให้ท่านได้รับทราบ ซึ่งเป็นกรณีที่พบจากการตรวจสอบการรายงานการดาเนินงานของเขตพื้นที่การศึกษา เกี่ยวกับการพิจารณาอนุมัติให้ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ลาศึกษาต่อได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนระหว่างลา ซึ่งมีการพิจารณาที่ ไม่เป็นไปตามที่ ก.ค.ศ.กาหนด เพื่อที่จะได้เป็นกรณีตัวอย่างให้ความรู้กัน ดังนี้ ตามที่ ก.ค.ศ.มีมติมอบให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ.ที่ ก.ค.ศ.ตัง้ เป็นผู้พิจารณาการให้ข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา ไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัตงิ านวิจยั ถือเป็นการปฏิบตั ิหน้าที่ราชการและมีสิทธิได้รับการพิจารณา เลื่อนขั้นเงินเดือนระหว่างลาไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัตงิ านวิจัย ตามนัยข้อ 8 ของกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือน ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2550 โดยต้องดาเนินการตามแนวทางการพิจารณาอนุมัตติ ามหนังสือ สานักงาน ก.ค.ศ.ที่ ศธ 0206.7/ว 8 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2554 และให้รายงาน ก.ค.ศ. เพื่อทราบ ซึ่งสานักงาน ก.ค.ศ.ได้ ตรวจสอบพบว่ามีกรณีทพี่ ิจารณาอนุมัติไม่เป็นไปตามกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือนฯ เช่น กรณีที่ 1 นางสาว ก. ได้รับอนุญาตให้ลาศึกษาต่อปริญญาโท มีกาหนด 2 ปี ตัง้ แต่วันที่ 27 ตุลาคม 2551 ถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2553 และได้รายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติราชการตัง้ แต่วันที่ 26 ตุลาคม 2553 แต่สาเร็จการศึกษา เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2555 จากกรณีตัวอย่างจะเห็นได้ว่า นางสาว ก. ได้รบั อนุญาตให้ลา���ึกษาต่อเป็นเวลา 2 ปี แต่ใช้เวลาในการศึกษา เกินระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต กล่าวคือใช้เวลาในการศึกษา 3 ปี 9 เดือน จึงไม่เป็นไปตามกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการเลื่อนขั้น เงินเดือนฯ ข้อ 8 (1) ที่กาหนดว่าศึกษา ฝึกอบรม หรือวิจัย ภายในระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตและตามระยะเวลาของหลักสูตรที่ สถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาลาไปศึกษา ฝึกอบรม หรือวิจัย ได้กาหนดไว้โดยไม่ มีการขอขยายระยะเวลา กรณีที่ 2 นางสาว ข. ได้รับอนุญาตให้ลาศึกษาต่อปริญญาเอก มีกาหนด 4 ปี ตัง้ แต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2552 ถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2556 (ระยะเวลาของหลักสูตรดังกล่าวกาหนดไว้ 3 ปีการศึกษา) นางสาว ข. สาเร็จการศึกษาเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2556 จากกรณีตัวอย่าง นางสาว ข. สาเร็จการศึกษาภายในระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ลาศึกษาต่อ (4 ปี) แต่เกิน ระยะเวลาที่หลักสูตรกาหนด (3 ปี) จึงไม่เป็นไปตามกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือน ข้อ 8 (1) เช่นเดียวกับกรณีที่ 1 ดังนั้น ทัง้ 2 กรณีดงั กล่าวข้างต้น จึงไม่มีสิทธิได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนระหว่างลาศึกษาต่อได้ จากกรณีที่ นาเสนอในวันนี้ สานักงาน ก.ค.ศ.หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คงได้รบั ความกระจ่างกันแล้วนะคะ และหากมีการพิจารณากรณีเช่นนี้ จะได้ไม่เกิดความคลาดเคลื่อน ศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการ ก.ค.ศ.

เจ้าของ งานประชาสัมพันธ์ กลุม่ อานวยการ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต ๑ ที่ปรึกษา นายอนันต์ กัลปะ ผอ.สพป.กจ. ๑ , นายศุภชัย มากสมบูรณ์ รอง ผอ.สพป.กจ. ๑ , นางพรทิพย์ สันทัด ผอ.กลุม่ อานวยการ บรรณาธิการ นางสาวภณิตา สืบอาสา : http://www.facebook.com/#!/kan.buri1 กองบรรณาธิการ นางอังคนา คุณฑี และเครือข่ายประชาสัมพันธ์ภายในและภายนอกองค์กร ที่อยู่ สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ ถนนแม่น้าแม่กลอง ตาบลปากแพรก อาเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ๗๑๐๐๐ โทร. ๐ ๓๔๕๖ ๔๓๓๐ โทรสาร ๐ ๓๔๖๒ ๓๐๐๖ เว็บไซด์ www.kan1.go.th


วารสาร สพป.กาญจนบุรี เขต 1 ประจำเดือนมิถุนายน