Issuu on Google+

สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์สร้างค่านิยม หลักคนไทย ๑๒ ประการ เพื่อสร้างสรรค์ประเทศไทยให้เข้มแข็ง ตามนโยบายคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทีก่ ารดาเนินการสร้างค่านิยมของคนไทยต้องอาศัย ความร่วมมือกันทุกภาคส่วน ตัง้ แต่ระดับครอบครัวทีจ่ ะต้องมีความรักความอบอุน่ พ่อแม่จะต้องเป็ นแบบอย่างทีด่ ี ต่อเนื่องไปถึงระดับชุมชนและสังคม เมื่อเด็กเข้าสู่ โรงเรียนก็จะได้รบั การปลูกฝงั ค่านิยมจากครูอาจารย์ รวมถึงหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง ทัง้ หมดต้องมีทศิ ทางทีช่ ดั เจนตรงกัน ในการร่วมกันพัฒนาคนและปลูกฝงั ความ จงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย.์ ...


เน’


โครงการประชาอาสาปลูกปา่ 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี

นายอนันต์ กัลปะ ผอ.สพป.กาญจนบุร ี เขต 1 พร้อมด้วยตัวแทนผูบ้ ริหารร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการ ปลูกต้นไม้โครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี กับสานักจัดการทรัพยากรปา่ ไม้ที่ 10 (ราชบุร)ี เมือ่ วันที่ 22 กรกฎาคม 2557 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุม 1 เพื่อเป็นการนาร่องการร่วมดาเนินการและขยายผลไปยังเขตพื้นทีก่ ารศึกษา อื่นต่อไป โดยสานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุร)ี ได้สนับสนุนกล้าไม้สาหรับแจกจ่ายให้แก่นักเรียน ครู และบุคลากรทางการ ศึกษา เพื่อนาไปปลูกทีบ่ า้ น โรงเรียน ทีส่ าธารณะของหมูบ่ า้ นหรือสถานทีอ่ ่นื ๆ และจัดจัดให้มกี ารให้ความรูเ้ กีย่ วกับวิธกี ารปลูก การ บารุงรักษาต้นไม้ในโอกาสต่อไป


นักเรียนดรุณากาญจนบุรี สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดกาญจนบุรี และ ประเทศไทย สพป.กาญจนบุรี เขต 1 ขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่ง กับ "น้องแทน" เด็กชายปพณ ละเภท ที่ได้สร้างชือ่ เสียงให้กบั โรงเรียนดรุณากาญจนบุรี และ ประเทศไทยของเรา ทีไ่ ด้รับรางวัล เหรียญทอง ประเภทบุคคล และ ประเภททีม ในการแข่งขันคณิตศาสตร์ประถมโลก ระดับประถมศึกษา : Po Leung kuk Primary Mathematics World Contest 2014 (PMWC 2014) ณ เขตบริหาร พิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 11 - 18 กรกฎาคม 2557


ฉบับที่ ๘ (ชนินทร์ เชาวรักษ์ นิติกรชานาญการพิเศษ) เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางอย่างไร ? ... (ไม่) หมดสิทธิ ! คดีปกครองที่จะนามาเล่าสู่กันฟังในฉบับนี้ เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการใช้สิทธิเบิกเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของ “เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น” แม้ว่าจะเป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในขณะที่มีการบังคับใช้ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป ราชการของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๒๖ ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งปัจจุบันระเบียบดังกล่าว ได้ถูกยกเลิกโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๕ แต่ก็ถือเป็นอุทาหรณ์ ที่ดีสาหรับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น รวมทั้งข้าราชการในสังกัดอื่นๆ เกี่ยวกับการใช้สิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการหรือการใช้สิทธิในกรณี อื่นๆ ในกรณีที่มีกฎหมายหรือระเบียบกาหนดระยะเวลาการใช้สิทธิไว้อย่างชัดเจน ดังเช่นตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าใช้จ่ายใน การเดินทางไปราชการของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๒๖ ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๔๘ ซึ่งกาหนด ว่า การใช้สิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ผู้เบิกเงิน (ผู้มีสิทธิ) ต้องยื่นรายงานการเดินทางตามแบบที่ระเบียบกาหนดพร้อมด้วย ใบสาคัญคู่จ่ายและเงินเหลือจ่าย (หากมี) ต่อหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นเจ้าสังกัด “ภายในสิบห้าวัน” นับแต่วันกลับหรือวันเดินทางไป ถึงหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นนั้นๆ (ข้อ ๕๖ วรรคหนึ่ง) ระยะเวลาตามข้อ ๕๖ วรรคหนึ่ง ดังกล่าว จะมีผลทาให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นผู้มี สิทธิเบิก ต้องดาเนินการยื่นเรื่องขอเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางภายในสิบห้าวันหรือไม่ ? หรือเป็นเพียงระยะเวลาที่กาหนดขึ้นโดยมีวั ตถุประสงค์ เพื่อให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทางด้านการเงินเกิดความสะดวกหรือเกิดความคล่องตัวในการเบิกจ่ายเงินเท่านั้น ข้อพิ พาทในคดี นี้เกิดจากผู้ฟ้องคดีซึ่งเดิมเป็นเจ้าพนักงานธุรการ ๒ สังกัดผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ (องค์การบริหารส่วนตาบล ซ.) ได้รับคาสั่งให้โอน (ย้าย)ไปรับราชการ ในตาแหน่งใหม่ สังกัดองค์การบริหารส่วนตาบล ส. จากนั้นจึงได้เดินทางไปรายงานตัวในวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๙ และต่อมาเมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๐ จึงได้ยื่นคาขอเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ (นายกองค์การบริหารส่วนตาบล ซ.) ไม่อนุมัติให้ เบิกค่าใช้จ่ายดังกล่าวโดยอ้างว่าผู้ฟ้องคดียื่นขอเบิกค่าใช้จ่ายเกินระยะเวลาที่ระเบียบกาหนด ผู้ฟ้องคดีไม่เห็นด้วยจึงนาคดีมาฟ้องต่อศาล ปกครองขอให้เพิกถอนคาสั่งไม่อนุมัติให้เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการและให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้เงิน คาสั่งไม่อนุมัติให้ผู้ฟ้องคดีเบิก ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการเป็นคาสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ? ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ผู้ฟ ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิที่จะได้รับ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ อย่างไรก็ตาม ผู้ฟ้องคดีได้ออกเดินทางเมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๔๙ โดยมิได้ยืมเงินทดรองจ่ายในการ เดินทางไปราชการและได้เข้ารายงานตัวกับองค์การบริหารส่วนตาบล ส. เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๙ ซึ่งหากผู้ฟ้องคดีประสงค์จะขอเบิก ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ก็ชอบที่จะยื่นรายงานการเดินทางภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้เดินทางไปถึง การที่ผู้ฟ้อ งคดีได้เข้า รายงานตัวแล้ว ได้ปล่อยให้เวลาล่วงเลยถึง ๕ เดือนเศษ จึงมีหนังสือขอเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการเป็นค่ารถโดยสารประจาทาง ปรับอากาศและค่าขนย้ายสัมภาระ กรณีจึงเป็นการยื่นเรื่องขอเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการเมื่อพ้นกาหนดสิบห้าวันนับแต่วนั ทีไ่ ด้ เดินทางไปถึงองค์การบริหารส่วนตาบล ส. ตามข้อ ๕๖ วรรคหนึ่งและไม่ปรากฏว่ามีเหตุจาเป็นหรือมีอุปสรรคใดที่ขัดขวางทาให้ผู้ฟ้องคดีไม่ สามารถยื่นเรื่องขอเบิกค่าใช้จ่ายภายในระยะเวลาดังกล่าวได้ จึงเป็นการไม่ใช้สิทธิภายในเวลาที่กาหนด ผู้ฟ้องคดีจึงไม่มีสิทธิเบิกค่ าใช้จ่ายในการ เดินทางไปราชการ คาสั่งไม่อนุมัติให้ผู้ฟ้องคดีเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการจึงเป็นคาสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย(คาพิพากษาศาลปกครอง สูงสุดที่ อ. ๖๖๘/๒๕๕๖) ด้วยเหตุนี้กรณีที่มีกฎหมายหรือระเบียบกาหนดระยะเวลาในการใช้สิทธิในเรื่องใดๆ ไว้ ก็จะต้องถือปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบีย บ ดังกล่าว และถึงแม้ระเบียบจะถูกยกเลิกไปแล้ว และแม้ว่าระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของเจ้าหน้าที่ ท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๕ จะไม่ได้กาหนดระยะเวลาในการยื่นคาขอเบิกไว้ชัดเจน แต่หากพิจารณาข้อ ๕๘ ซึ่งบัญญัติว่า “การเบิกเงินตามระเบียบนี้ ผู้เบิกต้องยื่นรายงานการเดินทาง พร้อมด้วยใบสาคัญคู่จ่ายและเงินเหลือจ่าย (หากมี) ต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเจ้าสังกัดและให้เบิ กจาก งบประมาณประจาปี���ี่เดินทางไปราชการ” ย่อมแสดงให้เห็นว่าระเบียบปัจจุบัน ยังมุ่งประสงค์ที่จะให้ผู้มีสิทธิเร่งรีบดาเนินการยื่นคาขอเบิก เพื่อให้การปฏิบัติงานทางด้านการเบิกจ่ายเงินของราชการในปี งบประมาณนั้นๆ เกิดความคล่องตัว

กรณีนี้ จึงเป็นอุทธาหรณ์สาหรับข้าราชการครู เมื่อจาต้องเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ก็ควรดาเนินการภายใน ระยะเวลาพอสมควร ไม่ปล่อยให้ล่าช้าเกินความจาเป็นนะครับ. --------------------------


นายอนันต์ กัลปะ ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ เข้าตรวจเยี่ยมและให้ กาลังใจครู นักเรียน ผู้บริหารโรงเรียนบ้านห้วยไร่ เพื่อสร้างขวัญและกาลังใจ ให้กับผู้ปฏิบตั ิงานทุกคน ในครานี้ ได้พบ คุณครูภิรมย์ นกน้อย คุณครูโรงเรียน บ้านห้วยไร่ ซึ่งแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยมาโรงเรียนทุกวัน .....ขอชื่นชม

“ความเจริญของประเทศชาติ เป็นความเจริญส่วนรวม ซึ่งเกิดจากผลงานหรือผลของการกระทาของ คนทั้งชาติ ถือได้ว่าทุกคนแบ่งหน้าที่กันทาประโยชน์ให้แก่ชาติ ตามความถนัดและความสามารถ และเกื้อกูลกันและกัน ไม่มีผู้ใดจะอยู่ได้และทางานให้แก่ประเทศชาติได้โดยลาพังตนเอง” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๑๓

เจ้าของ งานเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กลุม่ อานวยการ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต ๑ ที่ปรึกษา นายอนันต์ กัลปะ ผอ.สพป.กจ.๑, นายศุภชัย มากสมบูรณ์ รอง ผอ.สพป.กจ.๑, นางพรทิพย์ สันทัด ผอ.กลุ่มอานวยการ, บรรณาธิการ นางสาวภณิตา สืบอาสา : http://www.facebook.com/#!/kan.buri1 กองบรรณาธิการ นางอังคนา คุณ ฑี และเครือข่ายประชาสัมพันธ์ภายในและภายนอกองค์กร ที่อยู่ สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ ถนนแม่น้าแม่กลอง ตาบลปากแพรก อาเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ๗๑๐๐๐ โทร ๐ ๓๔๕๖ ๔๓๓๐ โทรสาร ๐ ๓๔๖๒ ๓๐๐๖ e mail : monokung@windowslive.com


วารสารสัมพันธ์กรกฎาคม