Issuu on Google+

รำยงำนผลกำรดำเนินงำนที่ภำคภูมิใจ ผลงำนและนวัตกรรม ประจำปีงบประมำณ 2555 “กำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่กำรพัฒนำองค์กร”

โดย สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำกำญจนบุรี เขต 1 ตุลำคม 2555 1


พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน



“...นึก ถึ งคุ ณธรรมซึ่งเป็น ที่ตั้ง ของความรัก ความสามัค คี ที่ท าให้ คนไทยเรา สามารถร่วมมือร่วมใจกันรักษาและพัฒนาชาติบ้ านเมือง ให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันมาได้ ตลอดรอดฝัง่ ประกำรแรก คือการที่ทุกคนคิด พูด ทา ด้วยความเมตตามุ่งดีมุ่งเจริญ ต่ อ กั น ประกำรที่ ส อง คื อ การที่ แ ต่ ล ะคนต่ า งช่ ว ยเหลื อ เกื้ อ กู ล กั น ประสานงาน ประสานประโยชน์กั น ให้ ง านที่ ท าส าเร็ จ ผล ทั้ง แก่ ต น แก่ ผู้ อื่ น และแก่ ป ระเทศชาติ

ประกำรที่สำม คื อ การที่ ทุ ก คนประพฤติ ป ฏิ บั ติต นอยู่ ใ นความสุ จ ริ ต ในกฎกติ ก า และระเบี ย บแบบแผนโดยเท่ า เที ย มเสมอกั น ประกำรที่ ส่ี คื อ การที่ ต่ า งคน ต่างพยายามทาความคิดความเห็นของตนให้ถูกต้องเที่ยงตรง และมั่นคงอยู่ในเหตุในผล หากความคิ ด จิ ต ใจและความประพฤติ ที่ ล งรอยเดี ย วกั น ในทางที่ ดี ที่ เ จริ ญ นี้ ยังมีพร้อมมูลอยู่ในภายในใจของคนไทย ก็มั่นใจได้ว่าประเทศชาติไทยจะดารงมั่นคง อยู่ตลอดไปได้...”

พระราชดารัส ในการเสด็จออกมหาสมาคมในงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัตคิ รบ 60 ปี ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม 9 มิถุนายน 2549

“...รักพ่อ ทำตำมคำสอนพ่อ...”



คำนำ รายงานผลการดาเนินงานที่ภาคภูมิใจ ปีงบประมาณ 2555 จัดทาขึ้นเพื่อรับการประเมิน จากคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการดาเนินการบริหารจัดการ ของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 รอบปีงบประมาณ 2555 รายงานฉบับนี้ประกอบด้วย ผลสัมฤทธิ์จาก การดาเนินงานตามโครงการพัฒนาครูทั้งระบบ ของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ร่วมกับเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา ระดับปฐมวัย ระดับประถมศึกษา และระดับ มัธ ยมศึ กษาตอนต้น ศู น ย์พั ฒนากลุ่ม สาระการเรีย นรู้ และเครือ ข่ า ยพั ฒนาคุณ ภาพการศึ กษา ซึ่ง มี ประโยชน์อย่างยิ่งในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จากการที่ ส านั ก งาน ได้ จั ด เวที แ ลกเปลี่ ย นเรี ย นรู้ ติ ด ต่ อ กั น 3 ปี ต่ อ เนื่ อ ง ตั้ ง แต่ ปีงบประมาณ 2553-2555 แสดงให้เห็นว่า สานักงาน/สถานศึกษา ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ทุกคน เห็นความสาคัญของการจัดการความรู้ จึงมีความพยายามที่สร้างและแสวงหาความรู้ เพิ่มพูน ทักษะ ประสบการณ์ตามบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ ภายใต้กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยเข้าร่วม การแข่งขัน และนาเสนอผลงาน ซึ่งในรอบปีงบประมาณ 2555 ได้มีผลงานจากผู้บริหาร ครูและบุคลากร ทางการศึกษา ที่ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนวิธีปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ด้านวิชาการ ด้านบริหารจัดการ และ ด้านนวัตกรรม จานวน 108 เรื่อง ซึ่งการที่บุคลากรทุกฝ่ายมีวิธีปฏิบัติท่ดี ี สามารถทางานประสบผลสาเร็จ จึงนับว่า ได้น้อมนาหลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน ” มาสู่การปฏิบัติได้จริง. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ขอขอบคุณผู้บริหาร ครูและ บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกคนที่ ร่วมสร้างและแบ่งปันความรู้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ สามารถนาไปประยุกต์ใช้ และขยายผลเพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณ “คำสอนพ่อ” อันจะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ได้มาตรฐานตามพระราชประสงค์สืบไป.

(นายจานงค์ ยอดขา) ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ตุลาคม 2555



สำรบัญ หน้ำ พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน คำนำ สำรบัญ ส่วนที่ 1 กำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดี กลุ่มสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ 1 2 3 4

 รองผู้อำนวยกำรสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ การจัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการ "งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ภาคกลางและ ภาคตะวันออก" ครัง้ ที่ 61 ปีการศึกษา 2554 การบริหารงบประมาณผ่านระบบ ICT และการมีส่วนร่วม การบริหารจัดการระบบการจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในโรงเรียน (e-Government Procurement : e-GP) การพัฒนาระบบควบคุมภายใน

ก จ ช

1 5 8 11

 ผู้อำนวยกำรกลุ่ม 5 การพัฒนาบุคลากรเพื่อคุณภาพการศึกษา 6 กีฬาสัมพันธ์ครูโรงเรียนเอกชนจังหวัดกาญจนบุรี 7 การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาด้วย ICT

18 22 25

 ศึกษำนิเทศก์ 8 การประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาที่สง่ ผลต่อการบริหารงานวิชาการ

28

 บุคลากรทางการศึกษา 38 ค (2) 9 รายงานการพัฒนาการดาเนินงานรับนักเรียน การศึกษาประถมศึ กษากาญจนบุ 10 การแลกเปลี ่ยนแนวปฏิ บัตทิ ี่เป็นเลิรศี เขต (Best1 Practice)

32 37

 ลูกจ้ำง 11 การพัฒนาการปฏิบัตงิ านตามแนววิถีพอเพียง

41

ส่วนที่ 2 กำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดี กลุ่มสถำนศึกษำ 12 13 14 15 16

 ผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำ การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนพัฒน์พงศ์เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน การใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ เพื่อพัฒนาการศึกษา โรงเรียนบ้านทุ่งยาว เครือข่ายการเรียนรู้สคู่ วามพอเพียง การพัฒนางานบริหารบุคคล โดยรูปแบบ บ้านหัวหิน Model” การบริหารและจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม : เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา

44 48 51 56 59


หน้ำ 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31

การบริหารโรงเรียนตามหลัก SCBM และทฤษฎีเชิงระบบ ( System theory ) ผู้บริหาร สถานศึกษาขนาดใหญ่ การบริหารจัดการศึกษา โดยใช้หลักการจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) การส่งเสริมครูเพื่อมุ่งสูย่ กระดับผลสัมฤทธิ์ รูปแบบการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมในการใช้แหล่งเรียนรู้และนาภูมปิ ัญญา ท้องถิ่นของตาบลหนองบัวมาพัฒนาคุณภาพผู้เรียน การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมโดยมุง่ สู่คุณภาพผู้เรียน วิถีธรรมสูค่ ุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนวัดพุน้อย ศูนย์เรียนรู้แบบมีชีวติ ตามวิถชี วี ิตเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา กระบวนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ เพื่อพิชิต O-Net ของโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง สถานศึ กษาขนาดกลาง านวิชาการ เทคนิคการพั ฒนาการอ่าด้นโดยใช้ กิจกรรม “ตามรอยพ่อ....ขอเป็นนักอ่าน” อ่านเสริมปัญญา พัฒนาความคิด “เครื่องยิงตะกร้อ” รูปแบบการจัดการองค์ความรู้(Knowledge Management) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสถานศึกษาในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ร่วมใจสู่คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา โรงเรียนวัดหนองเสือ การพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้โดยใช้ส่อื สังคมออนไลน์ของโรงเรียนเขาดินวิทยา คารรองผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำ ผลงานและความดี สมศักดิ์ศรี โรงเรียนพระราชทาน โดยใช้การบริหารจัดการ แบบ

62 66 69 73 78 82 85 91 95 98 101 104 108 110 112

School – Based Management (SBM)

32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44

การบริหารแบบมีส่วนร่วม การบริหารงานงบประมาณมุ่งผลสัมฤทธิ์แนวใหม่ (Results Based Management ; RBM)  ครูผู้สอนระดับก่อนประถมศึกษำ น้าอ้อยหวานจังจากภูมปิ ัญญาท้องถิ่น (ชวนหนูออ้ ย ไปอาเซียน) หนูคดิ เป็น กิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สาหรับเด็กปฐมวัย การสร้างเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ปฐมวัย (ด้านการเปรียบเทียบโดยใช้ นิดอกมะลิ ทาน) เพื่อแม่ (ด้านการเปรี ยบโดยใช้ การพั ฒนาพฤติยกบเที รรมเด็ กก้าวร้นาทิ วาน) การสร้างภาพจากกระดาษหนังสือพิมพ์ กิจกรรมหนูนอ้ ยหรรษากับ Learning by Doing  ครูผู้สอนภำษำไทย การพัฒนาความรู้ภาษาไทยจากเพลง เกมและนิทานสระ 8 กระบวนพัฒนา DUANGRAT MODEL หนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน เรื่องการอ่านและเขียนสะกดคา มาตราตัวสะกด ทางด่วนการเขียน

115 118 123 126 130 134 138 140 143 146 150 154 158


หน้ำ 45 46 47 48 49 50 51 52 53

54 55 56 57

58 59 60 61 62

63 64 65 66 67 68 69

“กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน”

เทคนิคการสอนภาษาไทยให้หลากหลายรสชาติ  ครูผู้สอนคณิตศำสตร์ การพัฒนาความสามารถด้านการสร้างสรรค์ผลงานคณิตศาสตร์โดยใช้โปรแกรม GSP ของผู้เฒรียนารู นเพืป่อแบบการจั การแข่งขัดนค่ระดั บชาติ การพั ายคณิ ตศาสตร์โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัตกิ าร สาหรับ นักยเรีนคณิ ยนระดั เรี ตกับลูประถมศึ กคิดไทยกษา ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลการสอบระดับชาติ(O-NET)ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่3 การบริหารจัดการคณิตศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ที่ยั่งยืน เอกสารประกอบการเรียนด้วยตนเอง เรื่องเส้นขนาน  ครูผู้สอนวิทยำศำสตร์ การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์โดยใช้บทเรียนสาเร็จรูปเรื่อง สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดารงชีวิต สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียน อนุบาลวัดไชยชุมพลชนะสงคราม การบริหารจัดการในชัน้ เรียนแบบบูรณาการโดยใช้โครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อ พัฒนาการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้รูปแบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) ชุดกิจกรรมการสร้างความรู้ดว้ ยตนเอง การพัฒนาชุดการสอนรูปแบบวีดีทัศน์ เรื่องสารละลาย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจใน การเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเขาดินวิทยาคาร  ครูผู้สอนสังคมศึกษำ พี่พาน้อง ร่วมเรียนรู้ ปูชนียบุคคล อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในโรงเรียนขยะมีประโยชน์”(กองทุนบุญจากขยะ) “เทคนิค Walk Rally ที่กาญจนบุรีเก่า” การจัดการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โดยการทาโครงงาน ชุดกิจกรรมการพัฒนาคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการด้านมีความสามัคคี ด้วยเพลงปลุกใจ  ครูผู้สอนศิลปะ การพัฒนาทักษะนาฏศิลป์ดว้ ยการแสดงจินตลีลาประกอบเพลงลูกทุ่ง สืบสาน.....ดนตรี การพัฒนาการเรียนรู้โน้ตดนตรีสากล การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนการสอน การแสดงพืน้ เมือง ชุด ระบาทอผ้าฝ้าย สแบบฝึ าหรับกนัทักกเรีษะการวาดภาพ ยนชั้น ม.1 กลุ่มกัสาระ การเรียซินรู ปะ สาระนาฏศิลป์ บการสอนแบบ ปปา้ศิล(CIPPA)  ครูผู้สอนสุขศึกษำและพลศึกษำ กิจกรรมนักคิด ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพ จากแหล่งเรียนรู้…สู่โครงงานสุขภาพ

161 165 169 173 176 179 182 185 188

193 198 203 208

211 216 219 222 227

231 234 237 243 246 251 255


หน้ำ 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89

ถอดรหัสหัวใจ คีตะมวยไทยสู่ความเป็นเลิศ ส่งเสริมทักษะกรีฑานักเรียนสูร่ ะดับจังหวัด ลานกีฬาต้านยาเสพติด  ครูผู้สอนภำษำต่ำงประเทศ Crossword Game For Learning English Vocabulary (การพัฒนาทักษะการเรียนคาศัพท์ “English is Love” (ศLove Learn) - Learn to Live - Live to Love ) ภาษาอังกฤษจากปริ นาอักtoษรไขว้

การใช้ส่อื ปะสมคอมพิวเตอร์ในการฝึกออกเสียงและเรียนรู้คาศัพท์ภาษาอังกฤษ สาหรับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 3 สื่อครบเครื่อง เรื่องภาษาอังกฤษ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ กลุ่มสาระการเรี คลายปม ผูกเงื่อยนนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) การพัฒนาทักษะการเรียนภาษาอังกฤษด้วยการทาโครงงาน  ครูผู้สอนกำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี ไม้ไผ่ ครู และภูมปิ ัญญา บูรณาการสู่เด็ก โครงการทางาน ทาดี มีอาชีพ โครงการเพิ่มผลผลิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา การแก้ปัญหาโดยการแปรรูปปฏิกูลจากวัตถุชวี มวลกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงอย่าง ยั่งยืนสร้างสรรค์ งานสานไม้ไผ่รอบด้านพัฒนางานอาชีพ  ครูผู้สอนวิชำบูรณำกำร กิจกรรมการเรียนรู้.....สู่การบูรณาการ การบริหารจัดการชัน้ เรียนแบบครูมืออาชีพ มหัศจรรย์กับคณิตศาสตร์ การพัฒนาชุดกิจกรรมโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เรื่องการสร้างสรรค์ภาพตัดปะแบบ ง ของนั ยนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3พอเพี R พัยฒ นาเด็กกพิเรีเศษ

259 262 266 268 270 274 277 282 286 288 294 297 300 305 307 310 314 318 322 325

 ครูผู้สอนกิจกรรมแนะแนว

90 91 92 93 94 95

ชุดกิจกรรมแนะแนวที่บูรณาการหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาทักษะการ คิดอย่างมีวจิ ารณญาณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ชวนกันคิดพิชติ ข้อสอบ O-NET ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6 กิจกรรมส่งเสริมการออมทรัพย์วันละ 1 บาท สู่จุดหมายปลายทาง แนะแนวนักเรียนเพื่อพัฒนา ผู้ปกครองร่วมใจ

330 334 336 338 340 344


หน้ำ  ครูผู้สอนวิชำลูกเสือ เนตรนำรี ผู้บำเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมชุมนุม ชมรม

96 97 98 99 100

ลูกเสือสร้างวินัย มีคุณธรรม ชุมนุมงานประดิษฐ์คิดสร้างสรรค์ เรารักอาเซียน ส่งเสริมรายได้ระหว่างเรียน บูรณาการมวลกิจกรรมทางลูกเสือสูช่ นั้ เรียน  ครูผู้สอนกิจกรรมเพือ ่ สังคมและสำธำรณประโยชน์ 101 เครือข่ายสร้างจิตอาสาชาวฟ้า-ขาว 102 บวร : บ้าน วัด โรงเรียน สามประสานสร้างคุณธรรม 103 กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ (ระดับประถม) 104 กิจกรรม(วันสาคัญ)เพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 105 จิตสาธรณ “บวร” รักษ์ทรัพยากรรักษ์ภูมิปัญญาพาทาอาชีพ 106 กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์  ลูกจ้ำง 107 ลูกจ้างแบบพอเพียง 108 เสริมสร้างประสิทธิภาพการพัฒนางานธุรการ

ภำคผนวก

346 355 360 364 368 371 374 378 381 384 390 394 397

400


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

1

การจัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการ "งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ภาคกลางและภาคตะวันออก การปฏิรูปการศึกษา เป็นปัจจัยสาคัญประการหนึ่งของการพัฒนาประเทศ ที่ยั่งยืน ซึ่งจะสาเร็จลุล่วงได้ด้วยดี จาเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย ร่วมกันพัฒนาหลายด้านพร้อมๆกัน การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ เป็นด้านหนึ่ง ของการปฏิรูปการศึกษาที่ทุกฝ่ายเชื่อว่า หากได้ ดาเนินการ อย่างจริงจังแล้ว ผลสัมฤทธิ์ของการปฏิรูปการศึกษาก็คือ การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้โดยยึด ผู้เรียนเป็นสาคัญ การดาเนินการจัดการศึกษาตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษาของทุกเขต พื้นที่การศึกษาได้ดาเนินการบริหารจัดการ ประสาน สนับสนุน ให้สถานศึกษา ได้รับการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ส่งผลต่อการพัฒนา คุณภาพของผู้เรียน ซึ่งปรากฏออกโดยการแสดงศักยภาพทางการแข่งขันประกวด กิจกรรมในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนของทุกเขตพื้นที่การศึกษา และการเข้าร่วม กิ จ กรรมงานศิ ล ปหั ต ถกรรมนั ก เรี ย นภาคกลางและภาคตะวั น ออก ครั้ ง ที่ 61 ประจาปีการศึกษา 2554 ครัง้ นี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ ได้แก่  เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงานปฏิรูปกระบวนการ เรียนรู้ในรูปแบบของการแข่งขันประกวดกิจกรรมของนักเรียน  เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน และครูผู้สอนได้แสดงศักยภาพให้เป็นที่ ประจักษ์ แก่สาธารณชน  เพื่ อ ส่ ง เสริ ม ให้ นั ก เรี ย น ครู และผู้ มี ส่ ว นเกี่ ย วข้ อ งได้ ใ ช้เ ป็ น แหล่ ง เรี ย นรู้ ค้นคว้าหาความรู้และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กันและกัน แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนาการดาเนินงาน ศิลปหัตถกรรมนักเรียน ภาคกลางและภาคตะวันออก จากวิ สั ย ทั ศ น์ พั น ธกิ จ และกลยุ ทธ์ ของส านั ก งานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพืน้ ฐาน สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตพื้นที่การศึกษา ���ึงได้ จัดให้มีการการจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนซึ่งเป็นการบริหารจัดการศึกษาให้ สอดคล้องกับนโยบายและแนวทางดาเนินงาน ในรูปแบบของกิจกรรมต่างๆได้แก่ การแสดงความสามารถทางวิชาการ ศิลปะ ดนตรี นาฏศิลป์และผลผลิตการอาชีพ ของนักเรียน ตลอดถึงการนาเสนอแสดงผลงานทางวิชาการของครู และบุคลากร ทางการศึกษา และที่สาคัญในการแสดงออกถึงศักยภาพความเป็นเลิศที่เป็น ผลสั มฤทธิ์ จากกระบวนการปฏิรูปการเรี ยนรู้ นั่น คื อ การแข่ ง ขัน ทั ก ษะทาง วิชาการของนักเรียนทุกระดับชัน้ การศึกษา

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

นายยงยศ ทัศนะพยัคฆ์ รองผอ.สพป.กจ.1 โทรศัพท์ 085-2907275 E-mail : dasanayuy@hotmail.com

การดาเนินงานของการจัดงาน ศิลปหัตถกรรมนักเรียน ฯ เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 ถึง วันที1่ 8 มกราคม 2555 โดยเริ่มงานระหว่าง วันที่ 11 – 13 มกราคม 2555


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

2

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

planing

Controlling

Organizing

management functions Coordinating

Commanding

กิจกรรมการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ครอบคลุมทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ การศึกษาปฐมวัย กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และการศึกษาพิเศษ(นักเรียนเรียนรวม นักเรียนเฉพาะทาง) จากสถานศึกษาที่เป็นตัวแทนของสานักงาน เขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศึกษา 48 เขต สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 12 เขต และ ศูนย์การศึกษาพิเศษ 26 จังหวัด

นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม ครัง้ นี้ รวม 76,650 คน สถานศึกษาที่จัดใช้เป็นสถานที่ในการ แข่งขันทักษะทางวิชาการ งาน ศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคกลางและ ภาคตะวันออก ประจาปีการศึกษา 2554 ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุก กิจกรรม 18 แห่ง

การบริหารการจัดการในการจัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการ งานศิลปหัตถกรรม นั ก เรี ย น ครั้ ง นี้ ได้ เ ลื อ กน าเอาทฤษฎี ก ารบริ ห ารงานที่ เ กี่ ย วกั บ หน้ า ที่ ก ารจั ด การ (management functions) 5 ประการ ของ Fayol ที่มีความสาคัญและเหมาะสม ต่อการ ดาเนินกิจกรรมครั้งนี้ เป็นอย่างยิ่ง ได้แก่  การวางแผน (Planning) หมายถึง ภาระหน้า ที่ข องผู้ บริ หาร ที่ ต้องทาการ คาดการณ์ล่วงหน้าถึงเหตุการณ์ต่างๆที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจ และกาหนดขึ้นเป็น แผนการปฏิบัติงานหรือวิถีทางที่จะปฏิบัติเอาไว้ เพื่อสาหรับเป็นแนวทางของการ ทางานในอนาคต  การจัด องค์ การ (Organizing) หมายถึง ภาระหน้า ที่ที่ผู้บริ หารจาต้อ งจัด ให้ มี โครงสร้างของงานต่างๆ และอานาจหน้าที่ ทัง้ นี้เพื่อให้เครื่องจักร สิ่งของและตัวคน อยู่ในส่วนประกอบที่เหมาะสม ในอันที่จะช่วยให้งานขององค์การบรรลุผลสาเร็จได้  การบังคับบัญชาสั่งการ(Commanding) หมายถึงหน้าที่ในการสั่งงานต่างๆของ ผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งกระทาให้สาเร็จผลด้วยดี โดยที่ผู้บริหารจะต้องกระทาตนเป็น ตัวอย่างที่ดี จะต้องเข้าใจคนงานของตน  การประสานงาน(Coordinating) หมายถึง ภาระหน้าที่ที่จะต้องเชื่อมโยงงานของทุก คนให้เข้ากันได้ และกากับให้ไปสู่จุดหมายเดียวกัน  การควบคุม (Controlling) หมายถึง ภาระหน้าที่ในการที่จะต้องกากับให้สามารถ ประกันได้ว่ากิจกรรมต่างๆ ที่ทาไปนัน้ สามารถเข้ากันได้กับแผนที่ได้วางไว้แล้ว กระบวนการพัฒนางาน ศิลปหัตถกรรมนักเรียน ภาคกลางและภาคตะวันออก การแข่งขันทักษะทางวิชาการ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ภาคกลางและภาค ตะวันออก ครัง้ ที่ 61 ประจาปีการศึกษา 2554 กาหนดขอบข่ายการดาเนินงาน ตาม แนวทางของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยสานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ในฐานะผู้รับผิดชอบการจัดการแข่งขัน ทักษะทางวิชาการ ดาเนินการตามเป้าหมายที่กาหนด ดังนี้  กลุ่มเป้าหมายในการดาเนินงาน นักเรียน เข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันทักษะทางวิชาการทุกระดับชั้น ตั้งแต่ ระดับชั้นปฐมวัย, ระดับชั้น ป.1 – 3, ระดับชั้น ป.4 – 6, ระดับชั้น ม.1 – 3 และ ระดับชั้น ม. 4- 6 ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และกิจกรรมนักเรียน โดยกาหนดเป็น กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนปกติ นักเรียนการศึกษาพิเศษ -โรงเรียนเรียนรวม - โรงเรียนพิเศษเฉพาะทาง รวม

กิจกรรมหลัก 87 54 19 35 141

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

กิจกรรมย่อย 258 205 126 79 463


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

3

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ขั้นตอนการพัฒนาดาเนินงานการแข่งขันทักษะทางวิชาการ การด าเนิน การจั ดการแข่ ง ขั นทั ก ษะทางวิชาการ ได้ก าหนดรู ปแบบและแนว ทางการดาเนินงานเป็นขั้นตอน ตามขอบข่าย ภารกิจของงาน ตลอดถึงมอบหมาย ความรับผิดชอบต่อคณะทางานตามกลุ่มสาระการเรียนรู้และกิจกรรม จนเสร็จสิ้น กระบวนการการรายงานผล (ตาม model) กลุ่มสาระการ เรียนรู้/กิจกรรม ทักษะวิชาการ ศูนย์ประสาน

ผู้รับผิดชอบ/ กรรมการ แข่งขัน/วัด ประเมินผล รายงานผล

ตรวจสอบกระบวนการเพื่อการพัฒนาทุกขั้นตอน ตามวงจรการทางานเชิงระบบ(PDCA) การวางแผน Plan — การปฏิบัติ Do —การตรวจสอบและประเมินผลCheck การปรับปรุงและพัฒนาAct

Model การจัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการ

Planing กลุม่ สาระการเรียนรู้

Organizing management functions

Commanding

แข่งขัน/วัด

ทักษะวิชาการ

Coordinating

ประเมินผล ศูนย์ประสาน

Controlling แนวทางการนาผลการทางานไปใช้ประโยชน์ จากแนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการดาเนินงานตามขัน้ ตอน กระบวนการ สามารถนาไปใช้ประโยชน์ตอ่ การจัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการ งานศิลปหัตถกรรม นักเรียน ฯ ครั้งนี้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสบผลสาเร็จตามวัตถุประสงค์ ตาม แนวทางการจัดกิจกรรมทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ตลอดระยะเวลาของการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 11 - 13 มกราคม 2555

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

ผู้รับผิดชอบ/กรรมการ

รายงานผล


4

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ปัจจัยที่ทาให้การดาเนินงานการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย 1) การวางแผนที่ ดี โดยอาศั ย เครื่อ งมือ ของวงจรการทางานเชิง ระบบ (PDCA)มีการตรวจสอบขั้นตอน เป็นระยะ 2) การติดต่อประสานงานและการสื่อสารที่ดี โดยการติดต่อประสานงาน และการใช้เครื่องมือทางการสื่อสารที่เหมาะสม ในการประสานงาน และการประชาสัมพันธ์ 3) การมีส่วนร่วมของบุคลากรและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย 4) การมอบหมายความรับผิดชอบแก่บุคลากรและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ 1) การจัดทาเอกสารสรุปผลการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ระหว่างการแข่งขัน วันที่ 11 – 13 มกราคม 2555 2) การรายงานผลการแข่ ง ขั น ทั ก ษะทางวิช าการด้ ว ยระบบ Program electronic ระหว่างการแข่งขัน วันที่ 11 – 13 มกราคม 2555 ให้สาหรับ ทุ ก เขตพื้ น ที่ ก ารศึก ษา 60 เขต และศู น ย์ก ารศึก ษาพิเ ศษจั ง หวั ด 26 จังหวัดทราบ 3) การใช้ระบบ Program - electronic จัดทาเกียรติบัตรประชาสัมพันธ์จาก ผลการแข่งขันทักษะทางวิชาการทุกกิจกรรมทุกรายการ ระหว่าง 11 - 25 มกราคม 2555 4) การสรุ ป ผลการด าเนิ น การจั ด การแข่ ง ขั น ทั ก ษะทางวิ ช าการ ตามแบบ รายงานผลการจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ภาคกลางและภาคตะวันออก ครั้ ง ที่ 61 ประจ าปี ก ารศึ ก ษา 2554 ส าหรั บส านั ก งานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพืน้ ฐาน 5)

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ า���พัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

5

การบริหารงบประมาณผ่านระบบ ICT และการมีส่วนร่วม เพื่อให้การบริหารงบประมาณของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กาญจนบุ รี เขต 1 และสถานศึก ษาในสั ง กั ด มี ป ระสิ ทธิ ภ าพ เป็ น ไปด้ ว ยความ เรียบร้อย รวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรมและตรวจสอบได้ สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่ 5 ของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 “พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา ตามแนวทางการกระจายอานาจทางการศึกษา หลักธรรมาภิบาล เน้นการมี ส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนและความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อ ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา”

แนวคิด วิธีการ และการดาเนินการบริหารงบประมาณผ่านระบบ ICT และการมีส่วนร่วม การบริ ห ารงบประมาณของส านั ก งานเขตพื้ น ที่ ก ารศึก ษาประถมศึ ก ษา กาญจนบุรี เขต 1 ยึดหลักธรรมาภิบาลในการปฏิบัติงานในเพื่อให้มีประสิทธิภาพ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ จากการ วิเคราะห์ผลการใช้วิธีปฏิบัติเดิมนั้นว่า การดาเนินการบรรลุผล สร้างความพึงพอใจ ให้กับทุกคนหรือไม่ อย่างไร เป็นไปตามมาตรฐานตัวบ่งชี้ในการประเมินคุณภาพ หรือไม่ ผลปรากฏว่า ใช้เ วลาในการด าเนิน การระหว่า งเขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษากั บ สถานศึกษาในสังกัดใช้เวลามาก เกิดจากการโต้ตอบหนังสือราชการเป็นส่วนใหญ่ จึงกาหนดการปฏิบัตใิ หม่ด้วยการใช้ระบบICT เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร เช่น e – Office e – Filing e – mail ฯลฯ ส่วนปัญหาด้านความพึงพอใจที่มีมาจากทางสถานศึกษาในกรณี ที่บาง สถานศึกษาไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณ ก็ต้องสอบถามสาเหตุก่อนว่า ได้เสนอขอ หรื อ ไม่ หากไม่ เ สนอขอก็ ย่ อ มไม่ ไ ด้ รั บ การจั ด สรรงบประมาณ ส าหรั บ เรื่ อ งนี้ หลักการทางานที่ยดึ หลักธรรมาภิบาลจะทาให้สถานศึกษา ทุกแห่งเกิดความพึงพอใจ โดยกลุ่มนโยบายและแผน ได้ทาการการศึกษาวิเคราะห์ สภาพของหน่วยงาน หลายวิธี เช่น  การสารวจ การระดมความคิด การทา SWOT เพื่อให้ได้ทราบสภาพปัจจุบัน และปัญหาที่แท้จริง  วิเคราะห์ระหว่างสภาพปัจจุบันและปัญหาที่แท้จริงกับผลการใช้วิธีปฏิบัติ (Best Practice) มีความสอดคล้องที่จะทาให้การปฏิบัติงานตามภารกิจ บรรลุผลมากยิ่งขึน้ เพื่อพัฒนาแนวทางการปฏิบัตใิ หม่ตอ่ ไป การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

นายโอภาส ต้นทอง รองผอ.สพป.กจ.1 โทรศัพท์ 086-4181491 E-mail : optt1964@hotmail.com


6

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

แผนผังแสดงขัน้ ตอนการบริหารงบประมาณ

สพป.จัดทาแบบสารวจความต้องการจาเป็น/ขาดแคลนของโรงเรียน เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณ

แจ้งโรงเรียนจัดทารายละเอียดเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ตามความจาเป็นขาดแคลน สพป.สรุปรายชื่อโรงเรียน ตามรายการที่เสนอขอ (แยกรายอาเภอ)

สพป.แต่งตั้งคณะกรรมการออกตรวจสอบสภาพอาคารเรียน อาคารประกอบ/พร้อมถ่ายภาพประกอบ สพป.ประชุมคณะกรรมการฯ ดังนี้ - จัดทาข้อมูลรายโรงเรียนใน File Excel - จัดทาภาพถ่ายประกอบการพิจารณาใน Power Point - วิเคราะห์ความจาเป็นขาดแคลน - จัดเรียงลาดับความจาเป็นเร่งด่วน - สรุปรายชื่อโรงเรียนพร้อมงบประมาณที่ได้รับ สพฐ.แจ้งกรอบวงเงินงบประมาณ

สพป.แต่งตั้งคณะกรรมการฯ พิจารณาการจัดตั้งงบประมาณ รายการที่มีตามความจาเป็นขาดแคลน สพป.แจ้งขอจัดตั้งงบประมาณไปยัง สพฐ. โดยจัดเรียงลาดับตามความจาเป็นขาดแคลน

สพฐ.แจ้งอนุมัติจัดสรรงบประมาณให้ สพป. สพป.แจ้งจัดสรรให้โรงเรียนดาเนินการ โรงเรียนดาเนินการใช้จา่ ยงบประมาณ ติดตาม ประเมินผลและรายงาน

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการตรวจสอบซ้าการดาเนินงาน การบริหารงบประมาณผ่าน ระบบ ICT และการมีส่วนร่วม มี ก ารปรั บ ปรุ ง แนวปฏิ บั ติ และขยายผลการน าไปใช้ ใ นหน่ ว ยงานให้ กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยการนาแนวปฏิบัติใหม่ไปใช้ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้  กาหนดขอบเขตของการใช้  จัดทาคู่มือ/แนวปฏิบัต/ิ คาสัง่  การดาเนินงานตามแนวปฏิบตั ิใหม่ทใี่ ช้ระบบICT และการมีส่วนร่วมจาก ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง  การติดตามประเมินผลระหว่างปฏิบัติงานตามคู่มอื /คาสัง่ โดยมี การสารวจหรือสอบถามความเห็นการยอมรับของเจ้าหน้าที่ในการนาไปใช้  การประเมินผลการดาเนินงาน โดยใช้วธิ ีการประเมินผลครอบคลุม กระบวนการและ ผลลัพธ์ที่เกิดขึน้ มีแนวโน้มที่ดีขนึ้ โดยมีการกาหนดเป็น มาตรฐาน  การประเมินผลอย่างต่อเนื่อง โดยใช้หลักการของวงจรเดมมิ่ง (PDCA)  แจ้งกลุ่ม หน่วย และสถานศึกษา เมื่อมีการประชุม / การจัดทา แผนปฏิบัติราชการประจาปี โดยชีแ้ จงรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนการ บริหารงบประมาณให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบ

ปัจจัยที่ทาให้การดาเนินการบริหารงบประมาณผ่านระบบ ICT และ การมีส่วนร่วมประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย คว า ม ร่ ว ม มื อ ข อ ง ผู้ บ ริ ห า ร ส า นั ก ง า น ผู้ บ ริ ห า ร ส ถ า น ศึ ก ษ า คณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตามคาสั่ง ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

7


8

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การบริหารจัดการระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement : e-GP) ในโรงเรียน เป้าหมาย/วัตถุประสงค์การบริหารจัดการในระบบ e-GP

นายศิริวุฒิ สามนปาล รองผอ.สพป.กจ.1 โทรศัพท์ 081-2921241 E-mail : sarawatsarmonpal@gmail.com

 เพื่อ ให้ ส านั ก งานเขตพื้น ที่ ก ารศึก ษาประถมศึก ษากาญจนบุ รี เขต 1 และ โรงเรียนในสังกัด บริหารจัดการระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement : e-GP) ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ  เพื่อให้เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษาเป็นศูนย์การเรียนรู้และ ให้ความช่วยเหลือโรงเรียน  เพื่อให้การจัดซือ้ จัดจ้างภาครัฐเป็นไปอย่างโปร่งใส ลดปัญหาทุจริต คุ้มค่ามี ประสิทธิภาพและสามารถจัดซื้อจัดจ้างพัสดุได้ในราคายุติธรรม นอกจากนี้ยังช่วย สร้างโอกาสให้ผู้ขาย และ ผู้รับจ้างได้เข้าถึงข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างอย่างทั่วถึงและ เท่าเทียมกันสาหรับประชาชนทั่วไปหรือผู้มีส่วนได้ เสียยังสามารถตรวจสอบข้อมูล ข่าวสารต่างๆของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้อันจะ เป็นกลไกในการป้องกันการทุจริต คอรัปชั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

เงื่อนไขที่หน่วยงานต้องปฏิบัติงานในระบบ e-GP สพป. สพฐ. และโรงเรียนของรัฐ ทุกแห่ง ที่ดาเนินการจัดซื้อจัดจ้างทุกวิธี ตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 หรือ ตามระเบียบที่เกี่ยวกับพัสดุ ซึ่งหน่วยงานของรัฐได้ใช้ในการปฏิบัตงิ าน

การจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่ต้องดาเนินการในระบบ e-GP วงเงินการจัดหาต่ากว่าครั้งละ 5,000 บาท การดาเนินการตามระเบียบสานัก นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไข���พิ่มเติม ข้อ 39 วรรค 2 “การ ซื้ อ หรื อ การจ้ า งโดยวิ ธี ต กลงราคาในกรณี จ าเป็ น และเร่ ง ด่ ว นที่ เ กิ ด ขึ้ น โดยไม่ ไ ด้ คาดหมายไว้ก่อนและไม่อาจดาเนินการตามปกติได้ทัน ให้เจ้าหน้าที่พัสดุหรือเจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัตริ าชการนั้นดาเนินไปก่อน แล้วรีบรายงานขอความเห็นชอบต่อ หัวหน้าส่วนราชการและเมือ่ หัวหน้าส่วนราชการให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ถือว่ารายงาน ดังกล่าวเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม สาหรับรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดาเนินงานในลักษณะเชิงธุรกิจ และปริมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง โดยวิธีตกลงราคาค่อนข้างมาก ประกอบกับการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธี ตกลงราคาซึ่งมีวงเงินไม่สูงไม่มีการประกาศเชิญชวนแข่งขันการเสนอราคาเหมือนวิธี สอบราคาและวิธีประกวดราคา ดังนั้น ในชั้นนี้ จึงให้การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีตกลง ราคาของรัฐวิสาหกิจ ยังไม่ต้องบันทึกข้อมูลในระบบ e-GP

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

9

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กรณีเป็นการจัดซือ้ จัดจ้างตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่ แ ก้ ไ ขเพิ่ ม เติ ม โดยใช้ จ ากเงิ น ยื ม หรื อ เงิ น ทดรองราชการ เงิ น นอก งบประมาณ การจ้างเหมาบริการกรณีเป็นบุคคลธรรมดา ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0409.3/ว 33 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2549 หรือเงินอื่นใดก็ตาม ซึ่งไม่มกี าร จัดทา PO ในระบบ GFMIS โดยในขั้นตอนสร้างโครงการ การเบิกจ่ายเงินให้เลือกไม่ผ่าน GFMIS

การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสาหรับหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและ ผู้สนใจทั่วไป ข้อมูลหลักที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ 1) ข้ อ มู ล ประกาศจั ด ซื้ อ จั ด จ้ า งเป็ น ข้ อ มู ล ที่ ห น่ ว ยงานภาครั ฐ เข้ า มา จั ด ท าประกาศ การจัดซื้อจัดจ้างประกาศเชิญชวนประกาศแก้ไข/ยกเลิก การจัดซื้อจัดจ้างประกาศ รายชื่อผู้มาขอรับ/ซื้อเอกสารประกาศรายชื่อผู้ย่ืนข้อเสนอประกาศผลการจัดซื้อจัดจ้าง ประกาศข้อมูลสาระสาคัญในสัญญา เพื่อให้ผู้ค้าหรือผู้สนใจทั่วไปสามารถค้นหาดูข้อมูล ได้ 2) ข้อมูลเนื้อหาด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการพัสดุเช่นกฎระเบียบ มติคณะรัฐมนตรีพรบ. พรฎ. และหนังสือเวียนเกี่ยวกับการพัสดุรวมถึงกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง 3) ข้อมูลเนื้อหาด้านราคากลางงานก่อสร้างได้แก่ หลักเกณฑ์การคานวณราคากลางงาน ก่อสร้างอาคาร งานก่อสร้างทางสะพานและท่อเหลี่ยมและงานก่อสร้างชลประทาน 4) ข้อมูลบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานโดยสามารถค้ นหารายชื่อผู้ทิ้งงานและผู้ถูกเพิกถอนการทิ้ง งานได้ 5) ข้อมูลเนื้อหาด้านข่าว/กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดซือ้ จัดจ้างภาครัฐ 6) 6.ข้อมูลสถิตกิ ารจัดซื้อจัดจ้าง

แนวคิด วิธีการ และการดาเนินการบริหารงบประมาณผ่าน ระบบ ICT และการมีส่วนร่วม ได้นาหลักการและแนวคิดของ หลักธรรมาภิบาล การบริหารจัดการแบบมีส่วน ร่วม และการประชุมเชิงปฏิบัติการจริง บน Internet โดยใช้วิธีการดาเนินงาน ตามวงจร เดรมมิ่ง ( PDCA) มาประยุกต์ใช้ P: ร่วมวางแผน

A: ร่วมประเมินผล

D: ร่วมดาเนินการดาเนิน

C: ร่วมดูแล กากับ ติดตาม

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

10

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การวางแผน : สพป. กจ. 1 และสานักงานคลังจังหวัดกาญจนบุรี ได้ร่วมมือกัน วางแผนการจัด ประชุมเชิงปฏิบัติการจริงบน Internet ให้กับโรงเรียน 3 รุ่น โดยกาหนดให้เจ้าหน้าที่พัสดุ และหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุมาเข้าประชุม คือ รุน่ ที่ 1 โรงเรียนในเขตอาเภอด่านมะขามเตี้ย และอาเภอศรีสวัสดิ์ รุ่นที่ 2 โรงเรียนในเขตอาเภอเมือง รุ่นที่ 3 โรงเรียนในเขตอาเภอท่าม่วง  สพป.กจ. 1 แจ้งให้โรงเรียนทุกแห่ง ติดต่อขอ username และ password กับ สานักงานคลังจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเข้าสูร่ ะบบ e - GP  สานักงานคลังจังหวัดกาญจนบุรี ให้การสนับสนุนด้านวิทยากร  สพป.กจ. 1 จัดเตรียมสถานที่การประชุม เอกสาร และระบบ เทคโนโลยี

การดาเนินงาน 1) จัดประชุมเชิงปฏิบัตกิ ารจริง บน Internet จานวน 3 รุน่ 2) โรงเรียนที่ได้รับจัดสรรงบประมาณประจาปี 2555 ดาเนินการจัดซื้อจัดจ้างใน ระบบ e- GP โดยมีเจ้าหน้าที่จาก กลุ่มบริหารการเงินและสินทรัพย์ สพป. กจ. 1 และ สานักงานคลังจังหวัดกาญจนบุรีเป็นพี่เลีย้ งในการดาเนินการ 3) กาหนดให้โรงเรียนที่เป็นศูนย์เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา เป็น จุดให้ความช่วยเหลือ ให้คาแนะนาในการดาเนินการในระบบ e -GP โดยไม่ต้องเดินทางมายัง สพป.กจ. 1 อีกทางหนึ่ง

 ดูแล กากับ ติดตาม

สพป.กจ. 1 และสานักงานคลังจังหวัดกาญจนบุรีร่วมกันดูแล และกากับติดตาม เป็นพี่ เลีย้ ง โรงเรียนให้ดาเนินการให้ถูกต้อง เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ

 ประเมินผล สพป.กจ. 1 และสานักงานคลังจังหวัดกาญจนบุรีร่วมกันประเมินผลการดาเนินงานของ โรงเรียน ว่าถูกต้อง เป็นไปตามระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการ โดยใช้วธิ ีการตรวจสอบคุณภาพ 2 ลักษณะ คือ 1) ตรวจสอบจากเอกสารหลักฐานของโรงเรียนที่ขอเบิกจ่ายเงินงบประมาณจาก สพป.กจ. 1 2) ตรวจสอบจากระบบ e – GP โดยเข้าระบบไปดูการดาเนินงานของโรงเรียนจาก การตรวจสอบพบว่าโรงเรียนสามารถดาเนินการได้ถูกต้อง

ปัจจัยที่ทาให้การบริหารจัดการ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ประสบความสาเร็จ ปั จ จั ย ส าคั ญ ที่ ท าให้ โ รงเรี ย นที่ ไ ด้ รั บ จั ด สรรงบประมาณประจ าปี 2555 สามารถดาเนินการจัดซื้อขัดจ้างในระบบ e -GP ได้อย่างถูกต้อง และสามารถเบิกจ่าย งบประมาณในระบบ GFMIS ได้ คือ สพป.กจ.1 มีกระบวนการศึกษา วิเ คราะห์ วิธีดาเนินการใหม่ทุกขั้นตอน ข้อดี ข้อเสีย แนวทางดาเนินการแก้ไขพร้อมทั้งเชิญวิทยากร เป็นผู้ที่ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติจริง มาให้ความรู้ ทั้งนี้ สพป.กจ.1 ได้สารวจ ความพึ ง พอใจของผู้ ป ฏิ บั ติ ง านของโรงเรี ย น จากแบบส ารวจความพึ ง พอใจของ ผู้ปฏิบัติงานของโรงเรียน พบว่า ผู้ปฏิบัติงานของโรงเรียน มีความพึงพอใจ ร้อยละ 95 การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

11

การพัฒนาระบบควบคุมภายใน สพป.กจ.1 เป้าหมาย/วัตถุประสงค์ของการพัฒนา 1) เพื่อให้การดาเนินงานมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลจากการใช้ทรัพย์สนิ และ ทรัพยากรอื่น ๆ (Operation objectives : “O”) 2) เพื่อให้มรี ะบบข้อมูลด้านการเงินและการดาเนินงานที่ครบถ้วน ถูกต้อง เชื่อถือได้ และเป็นปัจจุบันทันเหตุการณ์ (Financial report objectives : “F”) 3) เพื่อให้การดาเนินการเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และข้อกาหนด (Compliance objectives : “C”) ความเชื่อมโยง/สัมพันธ์ กับเป้าหมาย/จุดเน้นของ สพป./สพฐ. คารับรองการปฏิบัตริ าชการประจาปี มิตทิ ี่ 2 มิตดิ ้านคุณภาพการ ให้การบริการ ตัวชีว้ ัดที่ 12 ระดับความสาเร็จของการควบคุมภายใน แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนา แนวคิดในการดาเนินงาน ใช้กระบวนการบริหารและจัดการตามทฤษฎีของ Dr. Edward W.Deming คือ วงจรการบริหารงานคุณภาพ PDCA ดังนี้  P : Plan หมายถึง การวางแผนการดาเนินงานอย่างรอบคอบ ครอบคลุม ถึงการกาหนดหัวข้อที่ต้องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึงการพัฒนา สิ่งใหม่ๆ การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัตงิ าน อาจประกอบด้วย การกาหนดเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ของการดาเนินงาน  D : Do หมายถึง การดาเนินการตามแผนที่กาหนดไว้ให้มปี ระสิทธิผล ประสิทธิภาพและคุณธรรม  C : Check หมายถึง การประเมินแผน อาจประกอบด้วย การประเมิน โครงสร้างที่รองรับ การดาเนินการ การประเมินขั้นตอนการดาเนินงาน และ การประเมินผลของ การดาเนินงานตามแผน ที่ได้ตั้งไว้  A : Act หมายถึง การนาผลการประเมินมาพัฒนาแผน อาจประกอบด้วย การนาผลการ ประเมินมาวิเคราะห์ว่ามีโครงสร้าง หรือขัน้ ตอนการปฏิบัตงิ าน ใดที่ควร ปรับปรุงหรือพัฒนาสิ่งที่ดอี ยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก และสังเคราะห์ รูปแบบ การดาเนินการใหม่ที่เหมาะสม สาหรับการดาเนินการ ในปีตอ่ ไป

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

ว่าที่ ร.อ. พรเนตร ศรีทอง รองผอ.สพป.กจ.1 โทรศัพท์ 081-7634603 E-mail : p_srithong05@hotmail.com


12

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

วงจรคุณภาพ DEMING CYCLE : PDCA โดย Dr. Edward W.Deming

กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดาเนินการระบบการควบคุมภายใน 1) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2542 2) ระเบี ย บคณะกรรมการตรวจเงิ น แผ่ น ดิ น ว่ า ด้ ว ยการก าหนดมาตรฐานการ ควบคุมภายใน พ.ศ. 2546 3) คาแนะนา การจั ดทารายงานการควบคุม ภายในตามระเบี ยบคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยการกาหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน พ.ศ. 2544 เล่มที่ 1 (รายงานตามระเบียบฯ ข้อ 5) 4) คาแนะนา การจัดทารายงานการควบคุมภายในตามระเบียบคณะกรรมการตรวจ เงินแผ่นดินว่าด้วยการกาหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน พ.ศ. 2544 เล่มที่ 2 (รายงานตามระเบียบฯ ข้อ 6) 5) แนวทาง : การจั ด วางระบบการควบคุ ม ภายในและการประเมิ น ผลการ ควบคุมภายใน 6) พระราชกฤษฎีกาว่า ด้วยหลั กเกณฑ์และวิธีการการบริห ารกิจ การบ้า นเมือ ง ที่ดี พ.ศ. 2546 7) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 8) กฎกระทรวงกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอานาจการบริหารและจัด การศึกษา พ.ศ. 2550 9) ประกาศสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่องการกระจายอานาจ การบริห ารและการจัดการศึกษาของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้ น พื้นฐานไปยังคณะกรรมการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและ สถานศึกษาใน สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2550 10) กลยุทธ์ของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

แนวคิดที่ใช้ในการดาเนินการ การบริ ห ารจั ด การภาครั ฐ แนวใหม่ เน้ น การบริ ห ารจั ด การภาครั ฐ อย่ า งมี คุณภาพ กระบวนการควบคุมภายในของหน่วยงาน จึงสอดรับกับหลักธรรมาภิบาล และ เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการการบริหารกิจการบ้านเมือง ที่ดี พ.ศ. 2546 ซึ่งเน้นการบริหารราชการที่มีประสิทธิผล ประสิทธิภาพ การมีสว่ นร่วม ความโปร่งใส การตอบสนอง ภาระรับผิดชอบ นิติธรรม การกระจายอานาจ และความ เสมอภาค เนื่องจากกระบวนการจัดวางระบบการควบคุมภายใน บุคลากรทุกระดับ และ ทุ ก คนในหน่ ว ยงานต้ อ งมี ส่ ว นร่ ว มในการด าเนิ น งานร่ ว มกั น การประเมิ น ระบบ การควบคุมภายใน มิใช่เป็นการประเมินเพื่อต้องจัดส่งรายงานตามระเบียบฯ ซึ่งต้องจัด ทาทุกปี แต่เป็นการประเมินตนเองในเบื้องต้น เพื่อให้ทราบถึงปัญ หา อุปสรรคในการ ดาเนินงาน และวางแผนเพื่อพัฒนาการปฏิบัติงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์กร อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป กระบวนการพัฒนา  เป้าหมายเชิงปริมาณ จั ด ประชุ ม เชิ ง ปฏิ บั ติ ก ารจั ด วางระบบการควบคุ ม ภายในให้ แ ก่ ผู้ บ ริ ห าร สถานศึกษาหรือครูที่รับผิดชอบ จานวน 223 คน และเจ้าหน้าที่ สพป.กจ.1 จานวน 7 คน รวม 230 คน  เป้าหมายเชิงคุณภาพ 1) ผู้บริหารสถานศึกษา ครูที่รับผิดชอบ เจ้าหน้าที่สพป.กจ.1 มีความรู้ ความเข้าใจในการจัดทารายงานตามระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ว่าด้วย การกาหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน พ.ศ.2544 2) สพป.กจ.1 และสถานศึกษาในสังกัด สามารถรายงานผลการดาเนินงาน ได้ทันตามกาหนดเวลา 7.2 ขั้นตอนการพัฒนา การดาเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดวางระบบควบคุมภายใน ของ สพป.กจ. 1 และสถานศึกษา เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการได้ดาเนินการตาม กระบวนการและขั้นตอนการดาเนินการ ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการควบคุม ภายใน ขั้นตอนที่ 2 การรายงานและการหลอมรวม ขั้นตอนที่ 3 การรายงานการควบคุมภายในตามระเบียบฯ ข้อ 6 ขั้นตอนที่ 1 การเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการควบคุม ภายใน ให้กับบุคลากรและสถานศึกษาในสังกัด โดยการจัดประชุมเชิงปฏิบัตกิ าร ในการดาเนินงานได้ใช้กระบวนการบริหารและจัดการตามทฤษฎีของเดมมิ่ง ดังนี้ 1. การวางแผนการปฏิบัตงิ าน (PLAN) 1.1 ศึกษาระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และแนวปฏิบัตทิ ี่เกี่ยวข้องกับ การจัดวางระบบควบคุมภายใน และผลการประเมินการดาเนินการที่ผ่านมา การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

13


14

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

1.2 จัดทาโครงการประชุมเชิงปฏิบัตกิ ารการจัดวางระบบควบคุมภายใน 1.3 กาหนดเนื้อหา กระบวนการ ขั้นตอนในการประชุมเชิงปฏิบัตกิ าร 1.4 จัดทาเอกสารประกอบการประชุม ประกอบด้วย  ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยการกาหนดมาตรฐาน การควบคุมภายใน  แนวทางการจัดทารายงานการประเมินผลการควบคุมภายในแนวใหม่  แนวทางการประเมินผลการควบคุมภายในด้วยตนเองพร้อมตัวอย่าง 1.5 กาหนดเป้าหมายผู้เข้ารับการอบรม 1.6 แต่งตัง้ คณะกรรมการดาเนินโครงการ / ประชุมคณะกรรมการวางแผน ดาเนินการ 1.7 กาหนดเวลา / กิจกรรม-เนื้อหาสาระ ในการประชุม 1.8 วางแผนการใช้งบประมาณ 1.9 กาหนดสถานทีใ่ นการจัดประชุม 1.10 กาหนดตัว / เชิญวิทยากร 2. ดาเนินการตามแผน (DO) 2.1 จัดพิมพ์หนังสือแจ้งผู้เข้ารับการอบรม / หนังสือเชิญวิทยากร / หนังสือขอใช้ สถานที่ / หนังสือเชิญประธาน / คากล่าวรายงานพิธีเปิด -ปิด / จัดทาเกียรติ ตรมอบผู้เข้ า รับการอบรม / ทาหนั งสือขอบคุ ณวิทยากร – สถานศึก ษาที่ อนุเคราะห์สถานที่ในการประชุม / จัดทาบัญชีลงเวลาผู้เข้าร่วมประชุม 2.2 จัดเตรียมเอกสารที่ใช้ในการอบรม เอกสารประกอบการบรรยาย ระเบียบ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน แบบฝึกปฏิบัติ 2.3 จัดเตรียมเอกสารเพื่อใช้ประกอบการเบิกจ่ายงบประมาณ 2.4 ด าเนิน การประชุม เชิง ปฏิบั ติก ารการจั ด วางระบบควบคุ ม ภายใน ให้ แ ก่ บุคลากรใน สพป.กจ.1 และผู้รับผิดชอบจากสถานศึกษาในสังกัด 3. ตรวจสอบประเมินผล (CHECK) 3.1 การให้ผู้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการทาแบบทดสอบก่อน-หลังการอบรม เพื่อ เป็นการประเมินผลความรู้ความเข้าใจผู้เข้ารับการประชุมเชิงปฏิบัตกิ าร 3.2 จัดทาแบบประเมินผลความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมประชุม ทาการวิเคราะห์ เพื่อเป็นข้อมูลสารสนเทศในการปรับปรุงและพัฒนาการดาเนินงานต่อไป 3.3 การรายงานผลการประเมินให้ผู้บริหารได้รับทราบ 4. การปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง (ACT) 4.1 ดาเนินการปรับปรุงงานที่ดาเนินการ ด้วยแบ���ประเมินผลความพึงพอใจของ ผู้เข้ า ร่ ว มประชุม โครงการประชุม เชิง ปฏิบัติการจั ด วางระบบการควบคุ ม ภายใน ของสพป.กจ.1 แบ่งแบบสอบถามออกเป็น 2 ตอน ตอนที่ 1 เป็ น แบบสอบถามเกี่ ย วกับสถานภาพของผู้ ต อบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ ตาแหน่ง

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ตอนที่ 2 เป็ น แบบสอบถามเกี่ ย วกั บความพึง พอใจของผู้ เข้ า ร่ ว มประชุม โครงการ ประชุ ม เชิ ง ปฏิ บั ติ ก าร ประกอบด้ ว ยข้ อ ค าถาม 9 ข้ อ ลั ก ษณะของ แบบสอบถามเป็นแบบตัวเลือก 5 ระดับ ตอนที่ 3 เป็นข้อเสนอแนะของผู้เข้าร่วมประชุมโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการนามา ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง ปัญหา-อุปสรรคในการดาเนินงานเพื่อเป็นการ พัฒนาคุณภาพในการปฏิบัตงิ านให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 4.2 เปรียบเทียบความรู้ความเข้าใจผู้เข้าร่วมประชุมโครงการประชุมเชิงปฏิบัตกิ าร ก่อน- หลังการประชุม ขั้นตอนที่ 2 การรายงานและการหลอมรวม ในการดาเนินงานขั้นตอนนีใ้ ห้ได้ ผลส าเร็ จ ต้ อ งใช้ ห ลั ก การบริ ห ารแบบมี ส่ ว นร่ ว ม (Participation Management) การบริหารงานในระบบนี้เปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัตงิ านทุกระดับได้ใช้ความรู้ ความสามารถ ของตนเองให้เกิดประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน ในการร่วมประชุมปรึกษาหารือ ช่วยกัน ระดมความคิด มีวธิ ีการดาเนินงาน ดังนี้ 1) แต่งตั้งคณะทางานหลอมรวมรายงานการควบคุมภายใน โดยบุคลากรที่ได้รับ การแต่งตัง้ เป็นคณะทางานมาจากกลุ่มโรงเรียน เพื่อสะดวกในการดาเนินการหลอม รวมเนื่องจากมีสภาพสิ่งแวดล้อมในการควบคุมไม่แตกต่างกันมากนัก 2) ประชุมคณะทางานเพื่อวางแผน มอบหมายงาน และกาหนดการจัดส่งรายงาน 3) ประมวลผลภาพรวมของโรงเรียน/ กลุ่ม รายงานเป็ นภาพรวมของเขตพื้นที่ การศึกษา 4) แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโส ทาหน้าที่รับผิดชอบการอานวยการเกี่ยวกับ การประเมินผลโดยรวม 5) เสนอรายงานการติดตามประเมินผลการควบคุมภายใน ให้หน่วยตรวจสอบ ภายในของเขตพื้นที่การศึกษา ตรวจสอบทานก่อนรายงานผู้บังคับบัญชา ขั้นตอนที่ 3 การรายงานการควบคุมภายในตามระเบียบฯ ข้อ 6 1) ดาเนินการสรุป วิเคราะห์และประมวลผล จัดทารายงานการติดตามประ เมนผลการควบคุมภายในตามแบบ ปย.1 แบบ ปย.2 แบบติดตาม ปย.3และแบบ ปย. 3 โดยจัดทาเป็นรูปเล่ม ส่งให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ภูมิภาคที่ 12 และสพฐ. ภายในเก้าสิบวันนับจากสิน้ ปีงบประมาณ 2) ดาเนินการมอบรายงานการติดตามประเมินผลการควบคุมภายในประจาปีให้ กลุ่มงานของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี เขต 1 และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนา มาตรการการป้องกันความเสี่ยงไปใช้ในการควบคุมการดาเนินงานตามภารกิจต่อไป แนวทางการนาไปใช้ประโยชน์ 1) สพป.กจ.1 และสถานศึกษาในสังกัด สามารถจัดวางจัดวางระบบควบคุม ภายใน การประเมินผล และการติดตามประเมินผลการควบคุมภายในอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ของการบริหารจัดการศึกษา บรรลุผลสาเร็จตามวัตถุประสงค์และ เป้าหมายที่กาหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 2) ผู้รับผิดชอบกาหนดกิจกรรมการควบคุม สามารถดาเนินการเพื่อลดหรือ ควบคุมความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

15


16

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

3) ช่ ว ยในการตั ด สิ น ใจของผู้ รั บ ผิ ด ชอบการจั ด วางระบบควบคุ ม ภายในของ สพป.กจ. 1 และสถานศึกษา รู้จักการยอมรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น โดยยกเลิก โครงการ/กิจกรรม เนื่องจากไม่คุ้มค่าในการจัดการควบคุม 4) การวางระบบควบคุมภายในยังช่วยลดการใช้ทรัพยากร ส่งผลต่อการดาเนินงาน ที่มีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลมากขึ้น ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนา  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ 1) กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาหรือครูผู้รับผิดชอบ จานวน 223 คน และบุคลากรของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี เขต 1 จานวน 7 คน รวม 230 คน ได้รับการอบรมเชิงปฏิบัตกิ ารทุกคน 2) การจัดทารายงานการจัดวางระบบควบคุมภายในของสถานศึกษาและทุกกลุ่มใน สพป.กจ.1  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ 1) กลุ่มเป้าหมายทุกคนมีความรู้ ความเข้าใจและตระหนักเห็นความสาคัญของ การจัดวางระบบการควบคุมภายใน และเกิดจิตสานึกดีในการควบคุมความ เสี่ยงให้อยูใ่ นระดับที่น่าพอใจ 2) สพป.กจ.1 และสถานศึกษา สามารถจัดทารายงานตามระเบียบคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดิน ว่าด้วยการกาหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน พ.ศ. 2544 ได้อย่างถูกต้องและทันตามกาหนดเวลา 3) การปฏิบั ติง านของบุ ค ลากรในสพป.กจ.1 และสถานศึ ก ษา เป็ น ไปอย่า งมี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมถึงการดูแลรักษาทรัพย์สนิ ลดความบกพร่อง ความเสียหาย การรั่วไหล สิ้นเปลืองและการทุจริต  ปัจจัยความสาเร็จของการพัฒนา 1) ฝ่ายบริหารได้จัดให้มกี ารปรับปรุงแก้ไขข้อตรวจพบจากการตรวจสอบและสอบ ทาน ได้อย่างเหมาะสมและทันเวลา 2) มีก ารเผยแพร่ คาแนะน าในการปฏิบัติต ามมาตรฐานการควบคุ ม ภายในของ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ให้บุคลากรในสานักงานและผู้รับผิดชอบใน สถานศึกษา ให้เกิดความเข้าใจอย่างแท้จริง 3) จัดให้มีการประเมินการควบคุมด้วยตนเอง ภายในสานักงานทุกระดับ 4) การบริหารการควบคุมภายในให้เป็นไปตามมาตรฐานการควบคุมภายในตามที่ คณะกรรมการตรวจเงิ น แผ่ น ดิ น ก าหนดทั้ ง 5 องค์ ป ระกอบ ให้ มี ค วาม สอดคล้องสัมพันธ์กัน 5) การส่งเสริมให้มีการสร้างบรรยากาศให้บุคลากรทุกคน ได้เกิดความตระหนักถึง ความจ าเป็ น และความส าคั ญ ของการควบคุ ม ภายใน จึ ง จะทาให้ บุค ลากร ยอมรับการควบคุมที่องค์กรกาหนดขึน้

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการตรวจสอบซ้าเพื่อพัฒนาปรับปรุง ให้เกิดผลดีอย่างต่อเนื่อง วิธีการตรวจสอบซ้า การรายงานและการหลอมรวม ในการดาเนินงานขั้นตอนนี้ให้ได้ผลสาเร็จต้อง ใช้หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participation Management) การบริหารงานในระบบ นี้เ ปิ ด โอกาสให้ ผู้ ป ฏิ บั ติง านทุ ก ระดั บ ได้ ใ ช้ ค วามรู้ ความสามารถของตนเองให้ เ กิ ด ประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน ในการร่วมประชุมปรึกษาหารือ ช่วยกันระดมความคิด มีวธิ ีการดาเนินงาน ดังนี้ 1) แต่งตั้งคณะทางานหลอมรวมรายงานการควบคุมภายใน โดยบุคลากรที่ ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะทางานมาจากกลุ่มโรงเรียน เพื่อสะดวกในการดาเนินการ หลอมรวมเนื่องจากมีสภาพสิ่งแวดล้อมในการควบคุมไม่แตกต่างกันมากนัก 2) ประชุมคณะทางานเพื่อวางแผน มอบหมายงาน และกาหนดการจัดส่ง รายงาน 3) ประมวลผลภาพรวมของโรงเรียน/ กลุ่ม รายงานเป็นภาพรวมของเขต 4) แต่งตัง้ เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโส ทาหน้าที่รับผิดชอบการอานวยการเกี่ยวกับ การประเมินผลโดยรวม 5) เสนอรายงานการติดตามประเมินผลการควบคุมภายใน ให้หน่วยตรวจสอบ ภายในของเขตพื้นที่การศึกษา ตรวจสอบทานก่อนรายงานผู้บังคับบัญชา การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จ และการเผยแพร่ ขยายผล ในวงกว้าง การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้มคี วามทั่วถึงผู้มสี ่วนเกี่ย���ข้องทางจดหมายข่าว ทางสื่อ อิเลคทรอนิกส์ ทั้ง E –news , Facebook .

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

17


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

18

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การพัฒนาบุคลากรเพื่อคุณภาพการศึกษา ของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

นายวิรัตน์ ชื่นเอี่ยม ผอ.กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผล การจัดการศึกษา โทรศัพท์ 081-9433107 E-mail : tay708@hotmail.com

การพัฒนาบุคลากรเพื่อคุณภาพการศึกษา ของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถ ของบุคลากรทาง การศึกษา เพื่อเป็นองค์กรขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทยให้ สูงเทียบเท่าค่าเฉลี่ยของโลก ภายในปี 2563

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนาบุคลากร เพื่อคุณภาพการศึกษา การพั ฒ นาคุ ณ ภาพการศึก ษาตามกลยุ ทธ์ ข องสพฐ.ข้ อ ที่ 1 การพั ฒ นา คุ ณ ภาพและมาตรฐานการศึ ก ษา และกลยุ ท ธ์ ที่ 4 พั ฒ นาครู แ ละบุ ค ลากรให้ สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กับ จุดเน้น ของสพฐ. ทุกข้อ ต้องพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมและมีความรู้ความ เข้าใจ มีความสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อยกระดับคุณภาพครูโดยใช้ โรงเรียนเป็นฐาน มุง่ เน้นให้ครูรวมกลุม่ กันวางแผนและพัฒนาเทคนิคกระบวนการ เรียนการสอน นาไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสอน เป็นครูดี ครูเก่ง มี ศักยภาพพร้อมสาหรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อ การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็น สาคัญ โดยมีระบบการนิเทศ จากศึกษานิเทศก์ กลุ่มนิเทศติดตาม และประเมินผล การจัดการศึกษา สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาการศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ติดตามช่วยเหลือการปฎิบัติงานของครูให้ส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียน อย่างมีประสิทธิภาพ

กระบวนการพัฒนาบุคลากร เพื่อคุณภาพการศึกษา งานการรั นักเรียนมอบรมเชิงปฏิบัตกิ าร  จัดบการประชุ  การศึกษาดูงาน  การเข้าค่าย

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาบุคลากร เพื่อคุณภาพการศึกษา พัฒนาการรายงานผลการรั บนักเรียผลส น าเร็จที่เกิดขึ้น ที่ โครงการ/กิ จกรรม 1 พัฒนาการจัด ครูผู้สอนระดับปฐมวัยทุกคนผ่านการอบรมประชุมเชิง การศึกษาปฐมวัย ปฏิบัติการ ได้รับการพัฒนาเพื่อจัดกิจกรรมต่างๆได้ตาม หลักสูตร ได้แก่  การสอนแบบโครงงาน  การจัดกิจกรรมตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์ น้อยประเทศไทย  การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ที่ดี(Best Pracice) และมีผลงานนาเสนอได้  การจัดการเรียนรูภ้ าษาพม่าสาหรับเด็กปฐมวัย  การพัฒนาการจัดการเรียนรูเ้ ด็กปฐมวัยร่วมกับ พ่อแม่ผู้ปกครอง 2

โครงการ คอมพิวเตอร์พกพา (Tablet)เพื่อ การศึกษาไทย

 ครูผู้สอนชั้นป.1 ผู้บริหารโรงเรียน ศึกษานิเทศก์ รองผอ.สพป. ผู้อานวยการกลุม่ ในสพป. ได้เข้ารับ การอบรมเชิงปฏิบัติการ มีความรู้ความเข้าใจ สามารถนาคอมพิวเตอร์พกพาไปใช้กับการเรียน การสอนและพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้

3

การขับเคลื่อนหลัก ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงสู่ สถานศึกษา

 ครูผู้สอน ผู้บริหารโรงเรียน ได้ศึกษาดูงาน สถานศึกษาพอเพียงต้นแบบ ที่ ร.ร.จุฬาภรณราชวิทยาลัย จ.เพชรบุรี ร.ร.บ้านหนองไผ่ จ.นครสวรรค์ และ ร.ร.วัดอินทารามฯ จ.กาญจนบุรี เพื่อนามาปรับใช้พัฒนาโรงเรียน เตรียมรับการประเมินเป็นสถานศึกษาพอเพียง

4

การประชุมเชิง ปฏิบัติการและ จัดการความรู้ เพื่อสร้างความเข็ม แข็งในการขับเคลื่อน การพัฒนาคุณภาพ ผู้เรียนตามจุดเน้น

 -ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนให้ มีความสามารถวางแผนพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ตามจุดเน้น ตามหลัก Balance Score Card

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

19


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

20

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ที่ โครงการ/กิจกรรม 5 การพัฒนาคุณภาพ การเรียนการสอน ภาษาไทย

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้น ครูผู้สอนภาษาไทยได้รับการประชุมอบรมเชิงปฏิบัติการ จนมีความรูค้ วามเข้าใจ        

การใช้คู่มือครูภาษาไทยชั้น ป.1 เทคนิคการสอนภาษาไทยให้อ่านออกเขียนได้ การวิเคราะห์ผลการสอบ NT ชั้น ป.3 การวิเคราะห์ลักษณะข้อสอบการอ่านของ PISA และข้อสอบภาษาไทยของ ONET ชั้น ป.6-ม.3 การสอนการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน วรรณกรรมไทย การสอนการอ่าน การเขียน ตามตัวชี้วัดของ หลักสูตรการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พ.ศ.2551 การพัฒนาผลงานการเขียนของครูและนักเรียน เพื่อส่งเข้าประกวดในวันภาษาไทยแห่งชาติ พัฒนาผู้บริหารโรงเรียนทุกคนให้สามารถส่งเสริม สนับสนุนให้เด็กนักเรียนอ่านออกเขียนได้ และ อ่านคล่องเขียนคล่อง จัดค่ายพัฒนาการอ่านให้นักเรียนที่ใช้ภาษาถิ่นใน ชีวิตประจาวันมากกว่าภาษาไทย ให้กับผู้บริหาร ครู นักเรียน โรงเรียนบ้านถ้าองจุ

6

ส่งเสริมการเรียน การสอน ภาษาอังกฤษ

 ครูผู้สอนภาษาอังกฤษเข้าค่ายEnglish Camp พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ และเทคนิคการสอน ภาษาเพื่อการสื่อสาร  ผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอน บุคลากรของ สพป. ฝึกทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ  พัฒนาครูผู้สอนภาษาอังกฤษให้สามารถวิเคราะห์ ข้อสอบ NT และ ONET ชั้นป.6 และ ม.3  การอบรมการใช้ส่ือการเรียนการสอน ภาษาอังกฤษสาหรับครูระดับประถมศึกษา (Teacher’s Kit) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ประจาปี 2555

7

ส่งเสริมการจัดการ เรียนการสอนภาษา พม่าเพื่อเตรียม ความพร้อมสู่ ประชาคมอาเชียน

 จัดอบรมการใช้ภาษาพม่าเพื่อการสื่อสารให้กับ ผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอน รวมทั้งจัดทาเอกสาร และCD ประกอบ  จัดอบรมเกี่ยวกับรายวิชาเพิ่มเติมภาษาพม่า ครูผู้สอนสามารถนาไปใช้สอนได้

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ที่ 8

โครงการ/กิจกรรม การพัฒนาครูผู้สอน วิทยาศาสตร์และ คณิตศาสตร์

9

การประชุมเชิง ปฏิบัติการพัฒนา และยกระดับ ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนการสอนสังคม ศึกษาสาระ เศรษฐศาสตร์ การพัฒนาการ ประกันคุณภาพ ภายใน

 ครูมีความรู้ความเข้าใจและสามารถจัดกิจกรรมการ เรียนรูส้ าระเศรษฐศาสตร์ได้อย่างชัดเจนและมี คุณภาพ

การพัฒนา สมรรถนะครูดา้ น การจัดการเรียนรูใ้ น โรงเรียน มาตรฐานสากล การพัฒนาการวัด และประเมินผล

 ประชุมอบรมครูผู้สอนให้สามารถจัดการเรียนรูใ้ น โรงเรียนมาตรฐานสากล(World Class Standard School)

10

11

12

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้น  ประชุมอบรมครูผู้สอนวิทยาศาสตร์และ คณิตศาสตร์ ด้วยระบบทางไกล ETV เพิ่ม ประสิทธิภาพการสอน ทาให้มคี ุณภาพสูงขึ้น

 ประชุมอบรมพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนทุกโรงเรียน ให้มีความรูค้ วามเข้าใจเกี่ยวกับระบบการประกัน คุณภาพภายใน สามารถนาไปวางแผนพัฒนา คุณภาพได้

 ประชุมอบรมครูวิชาการโรงเรียน พัฒนาเครื่องมือ การวัดและประเมินผลการคิด  ประชุมอบรมครูวัดผลโรงเรียน ให้มคี วามรู้ความ เข้าใจ เกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบการวัดและ ประเมินผล ในสถานศึกษา  ประชุมอบรมครูวิชาการโรงเรียน ให้สามารถ วิเคราะห์ผลการ���อบและข้อสอบ ONET

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

21


22

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กีฬาสัมพันธ์ครูโรงเรียนเอกชนจังหวัดกาญจนบุรี

นายวัฒนะ ปลาตะเพียนทอง ผอ.กลุ่มส่งเสริมสถานศึกษาเอกชน โทรศัพท์ 081-9439625 E-mail : watna_pla@yahoo.co.th

กลุ่มส่งเสริมสถานศึกษาเอกชน มีอานาจหน้าที่กากับ ดูแล ประสานงาน ส่งเสริมและสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน การ ปฏิบัตงิ านร่วมกันหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ ได้ รั บมอบหมาย และด าเนิน การอื่ น เกี่ ย วกั บ งานการศึก ษาเอกชนที่ ก ฎหมาย กาหนด จากบริบทดังกล่าวเห็นว่าผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนเป็นพลังสาคัญที่ จะต้ อ งได้ รั บ การส่ ง เสริ ม สนั บ สนุ น ดู แ ลให้ มี ค วามเจริ ญ ก้ า วหน้ า ทางด้ า น สติปัญญา อารมณ์ สังคม และร่างกาย ตลอดจนบุคลิกภาพ การสร้างความมั่นใจ ทางด้านการแสดงออก ดังนั้น “กีฬา” จึงเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะพัฒนาครูให้มีสุขภาพพลานามัย สมบูรณ์แข็งแรง เพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยัง เป็นการพบปะสร้างความใกล้ชิด รับรู้สภาพปัญหา ความต้องการ ความพร้อมของ แต่ละบุคคล การสร้ างเสริมความสามั คคีสัมพันธ์ที่ดีระหว่า งกัน การใช้ชี วิตใน สังคมและการบริหารอารมณ์

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนาการดาเนินงาน กีฬาสัมพันธ์ครูโรงเรียนเอกชนจังหวัดกาญจนบุรี กลุ่ ม ส่ ง เสริ ม สถานศึ ก ษาเอกชน ร่ ว มกั บ คณะกรรมการประสานและ ส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัดกาญจนบุรี ได้กาหนดจัดแข่งขันกีฬาสัมพันธ์ครู โรงเรียนเอกชนจังหวัดกาญจนบุรีข้นึ ภายใต้โครงการหลัก พัฒนาผู้บริหารและ ครูโรงเรียนเอกชนในระดับจังหวัด โดยมีกิจกรรม 4 ขั้นตอน คือ PDCA (Plan, Do, Check., and Act) เป็น กิ จ กรรมพื้ น ฐานในการพั ฒ นาประสิ ท ธิ ภ าพ และ คุณภาพของการดาเนินงาน

ดังนั้นวงล้อเดมมิ่ง หรือวงล้อ PDCA จึงเป็นวิธีการที่เป็นขั้นตอนในการ ทางานให้ ง านเสร็ จ อย่า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพและเชื่ อ ถื อ ได้ ซึ่ ง ประกอบด้ ว ย การ วางแผน (plan) การนาแผนไปสู่การปฏิบัติ (Do) การตรวจสอบผลการปฏิบัติ (Check) และการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาที่ทาให้งานไม่บรรลุเป้าหมายตามแผนที่ วางไว้ (Act) ดังนัน้ การหมุนวงล้อเดมมิ่ง (PDCA) อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นสิ่งสาคัญที่ ทาให้การบริหารงานบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างมีประสิทธิภาพ

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

23

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ผังกระบวนทางานกีฬาสัมพันธ์ครูโรงเรียนเอกชนจังหวัดกาญจนบุรี

ตารางการเปรียบเทียบผลที่เกิดจากการดาเนินงาน รายการ 1. สถานศึกษา เอกชนในระบบของ จังหวัด 2. จานวนผูบ้ ริหาร ครู โรงเรียนเอกชน ทั้งจังหวัด

ข้อเปรียบเทียบการดาเนินโครงการ ข้อมูลเดิม ผลสาเร็จ สถานศึกษาเอกชนในระบบ สถานศึกษาเอกชนในระบบเข้าร่วม จานวน 25 แห่ง กิจกรรมครบ 25 แห่ง สถานศึกษาเอกชนนอกระบบ สถานศึกษาเอกชนนอกระบบเข้าร่วม จานวน 25 แห่ง กิจกรรม 4 แห่ง 909 คน 811 คน

แบ่งนักกีฬาเป็น 4 ทีม (สี่สีเท่า ๆ กัน) จัดขบวนพาเหรดนักกีฬา

3. กิจกรรมที่ ดาเนินการ

4. งบประมาณที่ ได้รับสนับสนุนจาก สช.

จัดประกวดกองเชียร์ จัดการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน และ กีฬาสากล มอบถ้วยรางวัลการแข่งขันและ รางวัลกองเชียร์ งานเลีย้ งสังสรรค์และบันเทิง 190,000 บาท

แบ่งนักกีฬาเป็น 4 ทีม (สี่สีเท่า ๆ กัน) มีวงดุริยางค์นาขบวนพาเหรด เดินลงสู่ สนาม แต่งตัวแฟนซีอย่างหลากหลาย จัดแข่งขันกีฬาสากล 2 ชนิด กีฬา พืน้ บ้าน 2 ชนิด มอบรางวัลชนะเลิศแต่ละชนิดกีฬา และรองชนะเลิศ มีผู้ร่วมงาน จานวน 1,100 คน และจับ ฉลากมอบของที่ระลึก จานวน 80 ชิน้ 190,000 บาท สมทบเพิ่มจาก สถานศึกษาเอกชน จานวน 30,330 บาท

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


24

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ประโยชน์ที่ได้รับจากการดาเนินงาน 1) ผู้ บ ริ ห าร และครู โ รงเรี ย นเอกชน มี ค วามตระหนั ก ในเรื่อ งส่ ง เสริ ม สุขภาพพลานามัย 2) ผู้บริหาร และครูโรงเรียนเอกชน มีสมรรถนะในการปฏิบัตงิ านได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 3) ผู้บริหาร และครูโรงเรียนเอกชน ได้พักผ่อนหย่อนใจ พบปะแลกเปลี่ยน มีประสบการณ์

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ 1) รายงานผลการดาเนินโครงการต่อสานักงานคณะกรรมการส่งเสริ ม การศึกษาเอกชน 2) ประชาสัมพันธ์ผลการดาเนินโครงการทางเว็บไซค์ของ สพป.กจ.เขต 1 3) เผยแพร่โดยสถานศึกษาเอกชน 4) ขยายผลโดยการประสานกั บ กลุ่ ม เครื อ ข่ า ย เช่ น สถานศึ ก ษาต่ อ สถานศึกษา ผู้อานวยการกลุ่มต่อผู้อานวยการกลุ่ม

ปัจจัยที่ทาให้การดาเนินกีฬาสัมพันธ์ครูโรงเรียนเอกชนจังหวัด กาญจนบุรีประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย ความร่วมมือ ความร่วมแรง ความร่วมใจของบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ความมีน้าใจเป็นนักกีฬา ความรักสามัคคีในองค์กร

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

25

การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาด้วย ICT สานัก งานคณะกรรมการการศึก ษาขั้น พื้น ฐาน กาหนดว่า ผู้ เรี ยนทุก คน มี คุ ณ ภาพตามมาตรฐานการศึ ก ษาขั้ น พื้ น ฐานและพั ฒ นาสู่ ค วามเป็ น เลิ ศ ประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับโอกาสในการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่อนุบาลจนจบ การศึกษาขั้นพืน้ ฐานอย่างทั่วถึงและเสมอภาค สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และ สถานศึ ก ษามี ค วามเข้ ม แข็ ง ตามหลั ก ธรรมาภิ บ าลและเป็ น กลไกขั บ เคลื่ อ น การศึกษาขั้นพืน้ ฐาน สู่คุณภาพระดับมาตรฐานสากล สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ตามหลักสูตร และส่งเสริมความสามารถด้านเทคโนโลยีเพื่อเป็นเครื่องมือในการ เรียนรู้ กลยุทธ์ที่ 3 ขยายโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึง ครอบคลุม ผู้เรียนได้รับ โอกาสในการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ และกลยุทธ์ที่ 5 พัฒนาประสิทธิภาพ การบริ ห ารจั ด การศึ ก ษาตามแนวทางการกระจายอ านาจทางการศึ ก ษา หลักธรรมาภิบาล เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนและความร่วมมือกับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา

วัตถุประสงค์ในการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาด้วย ICT  สพป.กจ. 1 มีระบบข้อ มูล ที่ เชื่อมโยงกับหน่ว ยงานทางการศึก ษา และหน่วยงานอื่น ๆ  สพป.กจ. 1 พั ฒ นาครู แ ละบุ ค ลากร เพื่อ จั ด ท าข้ อ มู ล สารสนเทศทาง การศึกษาของโรงเรียน และเขตพื้นที่การศึกษา  สพป.กจ. 1 มี ข้ อ มู ล สารสนเทศทางการศึ ก ษาเพื่ อ ใช้ ใ นบริ ห ารจั ด การศึกษาถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน  สพป.กจ. 1 มีการเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาทั้ งเอกสาร และระบบอิเล็คทรอนิกส์

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนาระบบ ข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาด้วย ICT ระบบข้อมูลสารสนเทศ หมายถึงระบบงานที่ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อเก็บ รวบรวมข้อมูล กระบวนการจัดทาระบบข้อมูลต่าง ๆ ให้เป็นหมวดหมู่อย่างเป็น ระเบียบแบบแผน สะดวกในการใช้งาน สามารถนามาใช้ในการตัดสินใจ วางแผน ควบคุ ม งาน ได้อ ย่างถูก ต้องมีประสิ ทธิภ าพ ให้ แ ก่บุค คลหรือ หน่ว ยงานต่าง ๆ ภายในองค์กรและมีการเชื่อมโยงภายนอกองค์กรอย่างเป็นระบบ เพื่อนาไปช่วย สนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารในทุกระดับ

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

นางวิลาวัลย์ ทองแย้ม ผอ.กลุ่มนโยบายและแผน โทรศัพท์ 086-1760133 E-mail : wilawan07@hotmail.com


26

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ขั้นตอนการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาด้วย ICT การเก็บรวบรวมข้อมูล การตรวจสอบข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล/จัดทาสารสนเทศ การจัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศ การเผยแพร่นาเสนอข้อมูลสารสนเทศ

กระบวนการตรวจสอบคุณภาพ /แนวทางการนา BP ไปใช้ประโยชน์ ใช้โปรแกรมข้อมูลสารสนเทศตรวจสอบคุณภาพ โดยจัดประมวลผลข้อมูลทุก รายการแล้วนามาจัดทาเป็นสารสนเทศทางการศึกษา การนาระบบข้อมูลสารสนเทศ ทางการศึกษาด้วย ICT ไปใช้ประโยชน์ ดังนี้ 1) ครู และผู้ บ ริ ห ารโรงเรี ย นต่ า ง ๆ สามารถน าข้ อ มู ล สารสนเทศทาง การศึกษาไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียน ทั้ง ทางด้ า นคุ ณ ภาพและโอกาสทางการศึ ก ษาของนั ก เรี ย นได้ อ ย่ า งมี ประสิทธิภาพ 2) สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สามารถนาข้อมูลสารสนเทศมาใช้ในการวาง แผนการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนได้อย่างมี คุณภาพและหลากหลายวิธีการ 3) ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษา สามารถรับทราบข้อมูลสารสนเทศ ทางการศึ ก ษา และเชื่ อ มโยงบู ร ณาการในการจั ด การศึ ก ษาร่ ว มกั บ โรงเรียน ชุมชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามความต้องการของ ผู้เรียนและท้องถิ่นอย่างแท้จริง

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ผลสาเร็จในการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาด้วย ICT ผลสาเร็จเชิงปริมาณ  สพป.กจ. 1 มี ร ะบบข้ อ มู ล สารสนเทศทางการศึ ก ษาที่ ค รอบคลุ ม ทุ ก กลุ่มเป้าหมาย  ครูและบุคลากร ได้รับการพัฒนาการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา ทุกโรงเรียน  โรงเรียน หน่วยงานทางการศึกษา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถเชื่อมโยง ข้อมูลสารสนเทศได้อย่างเป็นระบบ ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ  สพป.กจ. 1 สามารถใช้ข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาในการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ  นักเรียนทุกกลุ่มเป้าหมายได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงมีคุณภาพ ครู แ ละบุ ค ลากร ได้ รั บการพั ฒ นาการจั ด เก็ บข้ อ มู ล สารสนเทศทางการศึ ก ษาทุ ก โรงเรียน ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง  จากการประเมินตามคารับรองการปฏิบัติราชการ พ.ศ. 2555 สพป.กจ. 1 ได้คา่ คะแนนระดับ 5

ปัจจัยที่ทาให้การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาด้วย ICT ประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย ปัจจัยความสาเร็จของการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาด้วย ICT จะต้องได้รับความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดาเนินการทุกส่วน ตั้งแต่ การจัดเก็บข้อมูลของนักเรียน ครู โรงเรียน การจัดกระทาข้อมูล โดยหาวิธีการ เทคนิคใหม่ ๆ มาพัฒ นาครูแ ละบุคลากร จัดทาคู่ มือการดาเนิน การจัด ทาข้ อมู ล สารสนเทศให้ กั บโรงเรี ย น เพื่ อ ใช้เ ป็ น แนวทางในการด าเนิน งานได้ อ ย่า งถู ก ต้อ ง สะดวก รวดเร็วการเผยแพร่ข้อมูล และการนาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการจัดการ เรียนการสอน

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

27


28

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาที่ส่งผลต่อ การบริหารงานวิชาการ สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 นายวินยั ธรรมเกื้อกูล ศึกษานิเทศก์ชานาญการพิเศษ โทรศัพท์ 086-8911377 E-mail : kuekool11@hotmail.com

เป้าหมาย/วัตถุประสงค์ของการพัฒนา 1) เพื่ อ ทราบระดั บ การประกั น คุ ณ ภาพภายในของสถานศึ ก ษา สั ง กั ด สพป.กจ.1 2) เพื่อทราบระดับการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสพป.กจ.1 3) เพื่อทราบแนวทางการประกันคุณภาพภายในที่ส่งผลต่อการบริหารงาน วิชาการของสถานศึกษา สังกัดสพป.กจ.1 ระยะเวลาในการพัฒนา มีนาคม 2554 – กันยายน 2555 ความเชื่อมโยง/สัมพันธ์กับเป้าหมาย ดาเนินการตามนโยบายของของสานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานดังนี้  กลยุทธ์ที่ 5  ก าหนดให้ มีก ารพั ฒ นาประสิ ทธิ ภ าพการบริ ห ารจั ด การศึก ษา ตามแนว ทางการกระจายอานาจ ทางการศึกษา หลักธรรมาภิบาล เน้นการมีส่วนร่วมจาก ทุ ก ภาคส่ ว นและความร่ ว มมือ กั บองค์ ก รปกครองส่ ว นท้ อ งถิ่ น เพื่อ ส่ ง เสริ ม และ สนับสนุนการจัดการศึกษา  จุดเน้น  ข้อที่ 10 สถานศึกษาทุกแห่งมีระบบการประกันคุณภาพภายในที่เข้มแข็งและ ได้รับการรับรองจากการประเมินคุณภาพภายนอก ตลอดจนการพัฒนาสถานศึกษา ในพืน้ ที่ชนบท โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และโรงเรียนสูม่ าตรฐานสากล แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนา  ผู้พัฒนา ได้นาแนวคิดและทฤษฎีของ แคทซ์และคาห์น (Daniel Katz and Robert L. Kahn) ที่ กล่ า วถึง ว่า องค์ก รของหน่วยงานเป็ น ระบบ ๆ หนึ่ง ซึ่ ง ประกอบด้ ว ยองค์ ประกอบหรือ ส่ ว นส าคั ญ คื อ ตั ว ป้ อ น (input) กระบวนการ (process) และผลผลิต (output) ซึ่งองค์ประกอบต่าง ๆ เหล่านี้มี ความสัมพันธ์กับ สภาพแวดล้อม (context) ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา โดยที่ตัวป้อน (input) ของสถานศึกษา ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน วัสดุอุปกรณ์ งบประมาณ อาคารสถานที่ นโยบาย เป็นต้น โดยผ่านกระบวนการ (process) อันประกอบด้วย 1) การบริหาร 2) การนิเทศ 3) การเรียนการสอน จน เกิดเป็นผลผลิต (output) คือ คุณภาพของการบริหารงานวิชาการ ได้แก่ คุณภาพ ของผู้เรียน ความพึงพอใจของครู ผู้ปกครอง และผู้มีสว่ นเกี่ยวข้องทุกฝ่าย

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

29

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการพัฒนา  กลุ่มเป้าหมายในการนา ไปใช้ โรงเรียนในสังกัดสพป.กจ.1 จานวน 147 แห่ง  ขั้นตอนการพัฒนา สภาพแวดล้อม (Context)

ปัจจัยนาเข้า (Input)

        

นโยบายรัฐ เศรษฐกิจ สังคม วัสดุอุปกรณ์ อาคารสถานที่ งบประมาณ ทรัพยากรอื่น ผู้ปกครอง ครูและ บุคลากร  ผู้บริหาร

กระบวนการ (Process)

การประกันคุณภาพ ภายใน สถานศึกษา

ผลผลิต (Output)

ประสิทธิผลของ สถานศึกษา

การจัดการเรียนการสอน การนิเทศภายใน

ผลย้อนกลับ (Feedback)

แผนภูมทิ ี่ ที่มา

: กรอบแนวคิดของการวิจัย : Daniel Katz and Robert L. Kahn, “The Social Psychology of Organizations , and Ed.” (New York : John Wiley & Son , 1978) , 20. : สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน , แนวทางการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพ ภายในของสถานศึกษา (กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จากัด 2554 ).

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


30

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

 การตรวจสอบคุณภาพ เป็นการติดตามตรวจสอบของคณะกรรมการของ สถานศึ ก ษาที่ ไ ด้ รั บ การแต่ ง ตั้ ง จากสพป.กจ.1 ในการติ ด ตามตรวจสอบการ ปฏิบัตงิ าน ดังนี้ 1) ตามแผนปฏิบัตกิ ารประจาปี 2) รายงาน���ารประเมินตนเองของโรงเรียน (SAR) 3) โครงการ / กิจกรรมต่าง ๆ ตามที่หน่วยงานกาหนด 4) การดาเนินงานตามนโยบาย วัตถุประสงค์ ตัวชีว้ ัด  แนวทางการนาไปใช้ประโยชน์ โดยดาเนินการให้มกี ารพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ 1) ให้มีการใช้ข้อมูลอย่างชาญฉลาด (Data Wise) 2) มีการจัดการความรู้ (Knowledge Management) 3) รู้จักการใช้ประโยชน์จากผลการประเมิน (Evaluation Utilization) 4) การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ (Learning Network) ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนา  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ  ทุกโรงเรียนในสังกัด สพป.กจ.1 จานวน 147 แห่งได้รับการพัฒนา ระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ  ทุกโรงเรียนในสังกัดสพป.กจ.1 จานวน 147 แห่งได้รับการประเมิน คุณภาพภายในตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา  ทุกโรงเรียนในสังกัด สพป.กจ.1 จานวน 147 แห่งได้รับการพัฒนา การศึกษาอย่างต่อเนื่อง  ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาที่ เกี่ยวข้อง มีความพึงพอใจร้อยละ 100  ปัจจัยความสาเร็จของการพัฒนา /ประสบการณ์เรียนรู้จากการนา ไป ใช้  ปั จ จั ย ด้ า นบุ ค คล ได้ แ ก่ ผู้ บริ ห ารสถานศึ ก ษา ครู แ ละบุ ค ลากร ทางการศึกษา ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีความสามารถใน การดาเนินการด้านการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา  ปัจจัยด้านทรัพยากร เทคโนโลยี และงบประมาณ ได้แก่ ห้องเรียน อาคารสถานที่ สิ่ ง อ านวยความสะดวก หลั ก สู ต รสถานศึ ก ษา แหล่ ง เรี ย นรู้ เทคโนโลยี งบประมาณ มีค วามเหมาะสม มีค วามหลากหลาย เพียงพอต่อ การ พัฒนาคุณภาพตามบริบทของสถานศึกษา

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการตรวจสอบซ้าเพื่อพัฒนาปรับปรุง ให้เกิดผลดีอย่างต่อเนื่อง  วิธีการตรวจสอบซ้า  จัดให้มีระบบการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา  การประเมินคุณภาพภายในตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา  สถานศึกษามีการจัดทารายงานประจาปีที่เป็นรายงานประเมิน คุณภาพภายใน  ผลการตรวจสอบซ้าเพื่อการพัฒนาและปรับปรุง  การจัดระบบการบริหารและสารสนเทศ  การใช้ประโยชน์จากผลการประเมิน  การพัฒนาระบบการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของ และการเผยแพร่ ขยายผล ในวงกว้าง 1) เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการดาเนินประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ในระยะตุลาคม 2555 โดยจัดทาในรูปแบบรายงานการวิจัย 2) เผยแพร่ในระบบเครือข่าย On-line ของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 3) ลงในบทความวารสารวิชาการของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 4) สรุปรายงานชีแ้ จงในวาระการประชุมผู้บริหารระดับเขตพื้นที่การศึกษา 5) เผยแพร่ไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

31


32

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

รายงานการพัฒนาการดาเนินงานรับนักเรียน ของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

นางสุธินนั ท์ พูลสมบัติ นักวิชาการศึกษาชานาญการ โทรศัพท์ 089-2542615 E-mail : siriwan_2516@hotmail.com

ตามที่ ส านั ก งานคณะกรรมการการศึ ก ษาขั้ น พื้ น ฐาน ก าหนดให้ มี ก าร ดาเนินงานและรายงานผลการรับนักเรียนบนเว็บไซต์ ทุกปี เพื่อส่วนกลางมีระบบ ฐานข้อมูลการรับนักเรียนที่ครบถ้วน สมบูรณ์ นาไปใช้ประโยชน์ได้ทันเวลา พร้อมกับ สามารถสรุปและรายงานผลการรับนักเรียนให้ผู้ปกครอง หรื อประชาชนทั่วไป เข้าไป สื บ ค้ น ข้ อ มู ล ตามที่ ต้ อ งการได้ ใ นเวลาอั น รวดเร็ ว สพป.กจ.1. ได้ ด าเนิ น งาน รั บนั ก เรี ย นอย่า งมีป ระสิ ท ธิ ภ าพต่อ เนื่อ งและจริ ง จั ง และการจั ด ทารายงานการ พัฒนาการดาเนินงานรับนักเรียน ของสพป.กจ.1 ครัง้ นี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ ได้แก่  เพื่อพัฒนาการดาเนินงานการรับนักเรียนของสพป.กจ.1  เพื่อสรุปและรายงานผลการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2555 ของโรงเรียนใน สังกัดสพป.กจ.1  เพื่อทราบความคิดเห็นต่อการดาเนินงานการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2555 ของโรงเรียนในสังกัดสพป.กจ.1  เพื่ อ ทราบสภาพปั ญ หาการรั บ นั ก เรี ยน ปี ก ารศึ ก ษา 2555 และ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการรับนักเรียน ของโรงเรียนในสังกัดสพป.กจ.1

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ใน ดาเนินงานการรับนักเรียน

การพัฒนาการ

พัฒนาการดาเนินงานการรับนักเรียน ด้วยกระบวนการ 13 ขั้นตอน และ พัฒนาด้วย วงจรคุณภาพ PDCA ดังนี้ 1. การวางแผน (P-Plan) 1.1 วิเคราะห์สภาพปัญหาและข้อเสนอแนะจากการดาเนินงานในปีการศึกษาที่ ผ่านมา 1.2 กาหนดทิศทางการดาเนินงานการรับนักเรียนในปีการศึกษาปัจจุบัน 1.3 แต่งตั้งคณะกรรมการรับนักเรียน ระดับเขตพื้นที่ 1.4 ประชุมและวางแผนการดาเนินงาน 2. การปฏิบัติ (D-Do) 1.5 ดาเนินการจัดทาสามโนประชากร รายอายุตั้งแต่ 0-18 ปี ภายในเขตพื้นที่ การศึกษา 1.6 จัดตัง้ ศูนย์ประสานงานการรับนักเรียน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา 1.7 ดาเนินการประชาสัมพันธ์และรณรงค์การนาเด็กในปกครองเข้าเรียน ให้ โรงเรียนผู้ปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ 1.8 จัดประชุมอบรมให้ความรู้กับครูที่รับผิดชอบ (สามะโนประชากรและการ รายงานผล) 1.9 โรงเรียนดาเนินการตามประกาศ 1.10 โรงเรียนรายงานผลการดาเนินงาน การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

33

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

3. การตรวจสอบ (C-Check) 1.11 ติดตามและตรวจสอบผลการดาเนินงานโรงเรียนในสังกัด 1.12 สรุปและรายงานผลการดาเนินงาน 4. การปรับปรุงแก้ไข (A-Act) 1.13 นาปัญหาและข้อเสนอแนะวางแผนพัฒนาการดาเนินงานการรับนักเรียน ในปี การศึกษาต่อไป

กระบวนการพัฒนางานการรับนักเรียน กระบวนการ BP การวางแผน (P-Plan) 1.1 วิเคราะห์สภาพปัญหาและข้อเสนอแนะจากการดาเนินงาน ในปีการศึกษาที่ผ่านมา 1.2 กาหนดทิศทางการดาเนินงานการรับนักเรียนในปีการศึกษา ปัจจุบัน 1.3 แต่งตั้งคณะกรรมการรับนักเรียน ระดับเขตพืน้ ที่ 1.4 ประชุมและวางแผนการดาเนินงาน การปฏิบัติ (D-Do) 1.5 ดาเนินการจัดทาสามโนประชากร รายอายุตั้งแต่ 0-18 ปี ภายในเขตพืน้ ที่การศึกษา 1.6 จัดตั้งศูนย์ประสานงานการรับนักเรียน 1.7 ดาเนินการประชาสัมพันธ์และรณรงค์การนาเด็ก ในปกครองเข้าเรียน ให้โรงเรียน ผู้ปกครองและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1.8 จัดประชุมอบรมให้ความรู้กับครูที่รับผิดชอบ (สามะโน ประชากรและการรายงานผล) 1.9 โรงเรียนดาเนินการตามประกาศฯ 1.10 โรงเรียนรายงานผลการดาเนินงาน การตรวจสอบ (C-Check) 1.11 ติดตามและตรวจสอบผลการดาเนินงานโรงเรียนในสังกัด 1.12 สรุปและรายงานผลการดาเนินงาน การปรับปรุงแก้ไข (A-Act) 1.13 นาปัญหาและข้อเสนอแนะวางแผนพัฒนาการดาเนินงาน การรับนักเรียน ในปีการศึกษาต่อไป

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

เป้าหมาย/จุดเน้น ของสพป. ประชากรวัยเรียนทุก คนได้รับโอกาส ในการศึกษาขั้น พืน้ ฐานอย่างทั่วถึง และเสมอภาค


34

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ขั้นตอนการพัฒนาการดาเนินงานการรับนักเรียน ของ สพป.กจ.1 1.1 วิเคราะห์สภาพปัญหาและข้อเสนอแนะ 1.2 กาหนดทิศทางการดาเนินงาน

P

1.3 แต่งตัง้ คณะกรรมการ 1.4 ประชุมและวางแผน 1.5 ดาเนิ���การจัดทาสามะโนประชากร 1.6 จัดตั้งศูนย์ประสานงานการรับนักเรียน 1.7 ดาเนินการประชาสัมพันธ์และรณรงค์

ข้อมูลป้อนกลับ

D

(Feedback)

1.8 จัดประชุมอบรม 1.9 โรงเรียนดาเนินการ

1.10 โรงเรียนรายงานผลการดาเนินงาน 1.11 ติดตามและตรวจสอบผล

C

1.12 สรุปและรายงานผล

1.13 นาปัญหาและข้อเสนอแนะวางแผนพัฒนาฯ ในปีการศึกษาต่อไป

A

ข้อค้นพบแนวทางการพัฒนาการดาเนินงานการรับนักเรียน ของสพป.กจ.1 พัฒนาโดย นางสุธนิ ันท์ พูลสมบัติ ตาแหน่งนักวิชาการศึกษาชานาญการ สพป.กจ.1

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาการรายงานผลการรับนักเรียน จากแนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการดาเนินงานตามขัน้ ตอน กระบวนการ สามารถน าไปใช้ประโยชน์ ต่อ การจั ด ทาคู่ มือ การรายงานผลการรั บนั ก เรี ย น โดย สอดแทรกกระบวนการตาม BP เพื่อให้โรงเรียนยึดเป็นแนวปฏิบัติการรับนักเรียนใน สังกัดและการรายงานผล โดยมีผลสาเร็จเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ ดังนี้  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ วัตถุประสงค์ ผลสาเร็จ 1. เพื่อพัฒนาการดาเนินงานการ 1.ผลการพัฒนาการดาเนินงานการรับนักเรียน ในปี รับนักเรียนของสพป.กจ.1 การศึกษา 2555 สูงกว่า ปีการศึกษา 2554 ร้อยละ 2.37 2. เพื่อสรุปและรายงานผลการ 2. โรงเรียนมีผลการรับนักเรียน จาแนกเป็น 3 ระดับ รับนักเรียน ปีการศึกษา 2555 ดังนี้ ของโรงเรียนในสังกัดสพป.กจ.1 2.1 ระดับอนุบาล 1 ร้อยละ 91.82 2.2 ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ร้อยละ 89.97 2.3 ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ร้อยละ 87.89 เฉลี่ยรวม ร้อยละ 89.89 3. เพื่อทราบความคิดเห็นต่อ 3. ผู้ตอบแบบสอบถามเห็นด้วยกับแนวปฏิบัติการรับ การดาเนินงานการรับนักเรียน นักเรียนของ สพป.กจ.1 จาแนกตามระดับ ดังนี้ ปีการศึกษา 2555 ของ 2.1 ระดับอนุบาล 1 ร้อยละ 92.06 โรงเรียนในสังกัดสพป.กจ.1 2.2 ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ร้อยละ 96.60 2.3 ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ร้อยละ 91.47 เฉลี่ยรวม ร้อยละ 93.38 4. เพื่อทราบสภาพปัญหาการรับ 4. สภาพปัญหาการรับนักเรียน ในปีการศึกษา 2555 นักเรียนปีการศึกษา 2555 และ ลดลงจากปีการศึกษา 2554 ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการรับ นักเรียน ของโรงเรียนในสังกัด สพป.กจ.1

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

35


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

36

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

 ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ วัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาการดาเนินงานการรับนักเรียน ของสพป.กจ.1 2. เพื่อสรุปและรายงานผลการรับนักเรียน ปี การศึกษา 2555 ของโรงเรียนในสังกัด สพป.กจ.1 3. เพื่อทราบความคิดเห็นต่อการดาเนินงาน การรับนักเรียน ปีการศึกษา 2555 ของ โรงเรียนในสังกัดสพป.กจ.1 4. เพื่อทราบสภาพปัญหาการรับนักเรียน ปี การศึกษา2555 และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการ รับนักเรียน ของโรงเรียนในสังกัดสพป.กจ.1

ผลสาเร็จ 1. การดาเนินงานรับนักเรียน มีการพัฒนา และมีคุณภาพมากขึน้ 2.ผลการรับนักเรียนเป็นไปตามเป้าหมาย ของ สพป.กจ.1 คือ สูงกว่าร้อยละ 85 3.โรงเรียนมีความพึงพอใจในการ ดาเนินงานของสพป.กจ.1 ในระดับมาก 4.สภาพปัญหาการดาเนินงานการรับ นักเรียนลดลง

ปัจจัยที่ทาให้การดาเนินงานการพัฒนาการดาเนินงานการรับนักเรียน ของ สพป.กจ.1 ประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย  การดาเนินงานตามกระบวนการของ BP และบริหารการรับนักเรียน ด้วยวงจรคุณภาพ PDCA ประสบการณ์เรียนรูจ้ ากการนา BP ไปใช้  การดาเนินงานตามขั้นตอน ซึ่งควบคุมด้วยวงจรคุณภาพ PDCA จะ ทาให้ระบบการทางานมีประสิทธิภาพ ผลการดาเนินงาน บรรลุตาม เป้าหมาย และปัญหาอุปสรรคน้อยลง การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ 1) การจัดทารายงานการพัฒนาการดาเนินงานรับนักเรียน สพป.กจ.1 2) เผยแพร่ ผ ลการด าเนิ น งานและข้ อ มู ล การรั บ นั ก เรี ย น บนเว็ บ ไซต์ สพป.กจ.1

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

37

การแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 สพป.กจ.1 เป็นส่วนราชการในการกากับดูแลและสนับสนุนส่งเสริมการจัด การศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อให้สถานศึกษาในสังกัดทุก แห่งได้มีการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ตอบสนองเป้าประสงค์ การจัดการศึกษาภายใต้ 9 ประเด็นยุทธศาสตร์ อันได้แก่ 1) การปรับตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน/ ประชาคมโลก 2) การพั ฒ นาสถานศึก ษาและองค์ ค วามรู้ 3) การพั ฒ นาเทคโนโลยีแ ละเครื่อ งมื อ อุปกรณ์ 4) การพัฒนาครูทั้งระบบ 5) การพัฒนาศักยภาพผู้เรียน 6) การวิจัยและ ถ่ายทอดองค์ความรู้ 7) การเพิ่มโอกาสทางการศึกษา 8) การส่งเสริมการมีงานทา 9) การบริหารจัดการกลยุทธ์ของกระทรวงศึกษาธิการ และน้อมนาแนวพระราชดาริใน การพัฒนาประเทศไปสู่การปฏิบัตใิ ห้บังเกิดผล การดาเนินงานของ สพป.กจ.1 เพื่อสร้างองค์ความรู้ สร้างวัฒนธรรมองค์กร ในทางที่ดี พัฒนารูปแบบการทางาน ตลอดจนค่านิยมที่เน้นความร่วมมือ ร่วมใจ เน้น ความมีคุณภาพ มาตรฐาน ให้เข้มแข็งมีพลัง พร้อมรับ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และสังคมสูป่ ระชาคมอาเซียน/ ประชาคมโลก โดยเฉพาะการสร้างภาวะผู้นาให้เกิดขึ้น แก่บุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกคน ทุกตาแหน่ง ให้บรรลุผลสูงสุดดั่งที่ตั้งไว้ และ การแลกเปลี่ย นแนวปฏิบัติที่เป็ น เลิ ศ (Best Practice) ของสพป.กจ.1 ครั้ งนี้ มี วัตถุประสงค์ ได้แก่  เพื่อให้เกิดการประสานความร่วมมือและมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ (Best Practice) ระหว่างหน่วยงาน  ส่ ง เสริ ม ให้ มี ก ารประเมิ น หน่ ว ยงานและบุ ค คล เที ย บกั บ เกณฑ์ ร างวั ล ทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) เพื่อการพัฒนาคุณภาพหน่วยงานและ ผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัตงิ านของตนเองได้อย่างมีประสิทธิผล

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ เป็นเลิศ (Best Practice) พัฒนากระบวนการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)โดยนา หลักการปฏิรูประบบราชการ เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการทางาน พรฎ.หลักเกณฑ์และ วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 (PMQA) ทฤษฎีการบริหารทรัพยากร บุคคล ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 กรอบการประเมินผล การปฏิบัตริ าชการ และเกณฑ์รางวัลทรงคุณค่า สพฐ. OBEC AWARDS บูรณาการ เป็นบันไดสู่ความสาเร็จ 5 ขั้นตอน ซึ่งได้แก่ 1) การรับรู้ 2) 3) 4) 5)

การประเมินตนเอง การยอมรับ การสร้างแรงสนับสนุน การพัฒนาอย่างยั่งยืน การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

นางสาวปิยนาถ สืบเนียม นักทรัพยากรบุคคลชานาญการพิเศษ โทรศัพท์ 089-9189294 E-mail : poopiyanard@gmail.com


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

38

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) สพป.กจ.1 บันไดสู่ความสาเร็จ 5 ขั้นตอน 5. การพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทางานเครือข่ายสายใยสัมพันธ์ด้วยใจ 5.1 การจัดเวทีคุณภาพ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ 5.2 การพัฒนาระบบและปัจจัยที่สนับสนุนกระบวนการพัฒนาระบบคุณภาพ 5.3 Best Practice การสร้างความพึงพอใจต่อผู้รับบริการและการให้บริการเชิงรุก 5.4 สนับสนุนหน่วยงาน/บุคคลที่ปฏิบัติงาน/วิจัยดีเด่น รับรางวัลพระราชทาน/ รางวัลคุณภาพแห่งชาติ

4. การสร้างแรงสนับสนุน

2. การประเมินตนเอง

1. การรับรู้

เพื่อเพิ่มแรงสนับสนุน 4.1 สร้างระบบจูงใจ การยกย่องชมเชยและ การให้รางวัลจากผลลัพธ์ที่เหนือกว่า ความคาดหวัง และส่งผลดีต่อองค์กร 4.2 สร้างระบบ IT ในการจัดการความรู้ เพื่อ ช่วยลดขั้นตอน ลดภาระของบุคลากร 3. การยอมรับ 4.3 สร้างคู่มือ/สื่อ/การวิจัยนาไปสู่การประเมิน คุณภาพภายนอกและภายใน 4.4บัตพัิให้ฒตนารงกันทั่วทั้งองค์กร เพื่อให้ความรู้ และลงมือปฏิ 3.1 แผน/โครงการ/กิจกรรมต่างๆ 3.2 จัดประชุม อบรม สัมมนา ฝึกอบรม 3.3 การกาหนดเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ในการทาปฏิบัติงานและ การถ่ายทอดแผนงานระดับองค์กร สูห่ น่วยงาน/บุคคล 3.4 การจัดการสูค่ วามสาเร็จ

เพื่อวางแผนการปฏิบัติงานและปรับปรุงตนเองเทียบเคียงเกณฑ์รางวัลทรงคุณค่าของ สพฐ. OBEC AWARDS 2.1 วัดและเปรียบเทียบผลการปฏิบัติงานกับหลักเกณฑ์ในการตัดสินกาหนดให้หน่วยงาน/ บุคคลที่จะได้รับรางวัล เพื่อการปรับปรุงสถานะของตนเองและหน่วยงาน 2.2 ออกแบบและสร้างระบบงาน 2.3 การจัดเก็บหลักฐาน เอกสารอ้างอิงตามองค์ประกอบและตัวชีว้ ัดตามภาระงาน

เพื่อทราบถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น 1.1 วิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยมของ สพฐ. สพป.กจ.1 จังหวัดกาญจนบุรี 1.2 แผนยุทธศาสตร์การดาเนินงานที่สาคัญของ สพฐ. สพป.กจ.1 จังหวัดกาญจนบุรี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 1.3 เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา / ศูนย์พัฒนากลุ่มสาระการเรียนรู้ / เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษา

“ทุกคน ทุกตาแหน่ง” มีพนื้ ฐานความเข้าใจร่วมกัน และร่วมเป็นสมาชิกของเครือข่ายสายใยสัมพันธ์ด้วยใจ สพป.กจ.1 การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

 กลุ่มเป้าหมายในการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ได้แก่ บุคลากร ทุกคน ทุกตาแหน่ง และหน่วยงานในสังกัด ทุกแห่ง  การตรวจสอบคุณภาพ โดยวิธีการ 1) การสัมภาษณ์ 2) การสอบถาม 3) ประเมินความพึงพอใจ 4) การประเมินตนเอง 5) การรายงานผลกิจกรรม/โครงการ  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ สพป.กจ.1 และสถานศึกษามีวิธีปฏิบัติ (Best Practice) ด้านวิชาการ ด้าน บริหารจัดการ และด้านนวัตกรรม จากเครือข่ายสายใยสัมพันธ์ด้วยใจที่ได้เข้าร่วม โครงการและกิจกรรม ของ สพป.กจ.1 ปีงบประมาณ 2555 จานวน 109 เรื่อง  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ 1) สพป.กจ.1 และสถานศึกษา สามารถนาวิธีปฏิบัติ (Best Practice) จากการเข้ า ร่ ว มโครงการและกิ จ กรรมของเครื อ ข่ า ยสายใยสั ม พั น ธ์ ด้ ว ยใจไปใช้ ประโยชน์การพัฒนาผลการปฏิบัตงิ านให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้น 2) ผู้ผ่านการประเมิน ได้รับรางวัล และ/หรือได้รับการประกาศเกียรติ คุณรางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ระดับสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ปีงบประมาณ 2555 ประเภทบุคคล 105 คน ประเภทหน่วยงาน 12 แห่ง 3) รวมรวมและจัดเก็บวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) เป็นรูปเล่ม เพื่อ รายงานผลการด าเนิน งานที่ ภ าคภู มิใ จของ สพป.กจ.1 ปี ง บประมาณ 2555 สาหรับ สพฐ.  แนวทางการน าใช้ ก ระบวนการแลกเปลี่ ย นแนวปฏิบัติที่เป็ นเลิ ศ ไปใช้ ประโยชน์ 1) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกณฑ์รางวัลทรงคุณค่าของ สพฐ. OBEC AWARDS 2) ร่วมกันวิเคราะห์แนวทางการดาเนินงาน (จุดอ่อน จุดแข็ง) และบ่งชี้ ข้อควรปรับปรุงโครงการ/กิจกรรม 3) การจัดทาแผนพัฒนาบุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

39


40

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ปัจจัยที่ทาให้การแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) สพป.กจ.1ประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย 1) ความมุ่งมั่น/ภาวะผู้นาในการบริหารความเปลี่ยนแปลง/การโน้มน้าว/ การเป็นแบบอย่าง 2) การสื่อสาร/ทาความเข้าใจกับบุคลากรทุกระดับให้ทราบและตระหนัก ถึงเป้าหมายขององค์กรและมีคุณค่าร่วมกัน 3) ความมุ่ง มั่ น /ความตั้ง ใจของบุ ค ลากรทุ ก ระดั บ ที่ จ ะปรั บเปลี่ ย นและ ปรับปรุงคุณภาพในการทางานและการให้บริการอย่างต่อเนื่อง 4) ความพร้อมของข้อมูลสารสนเทศที่ต้องใช้ในการบริหารจัดการ 5) มีระบบจัดการกับคาร้องเรียน/ข้อเสนอแนะ 6) มีการกระตุ้น/ส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการเสนอแนะทุกช่องทาง 7) เต็มใจที่จ ะตอบสนองต่อคาบ่น/คาร้อ งเรียน “ทุกคาบ่น มีคุณค่าใน การปรับปรุงคุณภาพในการดาเนินงาน” 8) ให้ความสาคัญกับการพัฒนาบุคลากร/ใส่ใจบุคลากร 9) บริหารงานโดยให้บุคลากรมีส่ วนร่ วม โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้ องกั บงาน ปฏิบัตแิ ละส่วนที่สง่ ผลต่อบุคลากรโดยตรง 10) มีระบบการติดตาม/ประเมินผลการทางาน

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ 1) ทาเนียบเครือข่ายสายใยสัมพันธ์ดว้ ยใจ 2) การสรุปผลการดาเนินการโครงการพัฒนาครูทั้งระบบ ปีงบประมาณ 2555 และจัดทารายงานผลงานความภาคภู มิใจของ สพป.กจ.1 ปีงบประมาณ 2555 เพื่อรายงานไปยัง สพฐ. 3) จัด ทารายงานเพื่อเผยแพร่วิธีปฏิบัติ ที่เป็น เลิศ (Best Practice) ไปยั ง สถานศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4) เผยแพร่วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ทางเว็ปไซด์ www.kan1.co.th

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

41

ทุกชีวิตฝากไว้กับพนักงานขับรถ ส านั ก งานคณะกรรมการการศึก ษาขั้ น พื้น ฐาน ก าหนดว่า ครู แ ละบุ ค ลากร ทางการศึกษา สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มตามศักยภาพ สนอง กลยุทธ์ที่ 2 สพป.กจ.1 เรื่อง การปลูกฝังคุณธรรม ความสานึกในความเป็นชาติไทย และวิถชี วี ติ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ รถยนต์ไม่จาเป็นจะต้องเป็นรถ ใหม่เสมอ รถเก่าถ้าได้รับการดูแลรักษาซ่อมบารุงเป็นอย่างดี ก็สามารถใช้งานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ในการพัฒนาในฐานะพนักงานขับรถ  เพื่อเป็นแบบอย่างในการปฏิบัตงิ าน  เพื่อพัฒนาศักยภาพการปฏิบัตงิ านให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึน้  เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สนิ ของทางราชการ

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนา สพฐ. มุ่ งเน้นการติดตาม ประเมิน การปฏิบัติง านของเขตพื้นที่ และสถานศึกษา นามาซึ่งผลลัพธ์ทางการศึกษา เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้มีสมรรถนะด้าน การปฏิบัตงิ าน มุ่งมั่นที่จะเป็นคนเก่งที่มีความรู้ ทักษะในการบริหารงานและการปฏิบัติ หน้าที่ด้วยความตั้งใจ เสียสละ มีความคิดริเริ่ม รับผิดชอบจนบรรลุเป้าหมายอย่างมี ประสิทธิภาพ ดังนั้น ในฐานะผู้ปฏิบัติงานเป็นพนักงานขับรถ จึงต้องรับผิดชอบพัฒนา ปรั บ ปรุ ง ศึ ก ษาค้ น คว้ า เพิ่ ม พู น ความรู้ อ ยู่ เ สมอ และปฏิ บั ติ ง านในหน้ า ที่ ที่ ไ ด้ รั บ มอบหมายให้ดที ี่สุด ตรงต่อเวลา ข้าพเจ้าศึกษาข้อมูลเส้นทางจุดหมายปลายทางก่อน ออกเดินทางทุกครั้ง เพื่อการเดินทางโดยสวัสดิภาพและทันเวลา/เป้าหมายที่กาหนด ซึ่งเป็นแบบอย่างและเป็นที่ยอมรับของบุคลากรในวิชาชีพและสังคมรอบข้าง ในด้าน การครองตน ครองคน ครองงาน ดังนี้  การครองตน  เป็นผู้ปฏิบัตติ ามกฎ ระเบียบเป็นตัวอย่างแก่บุคคลโดยทั่วไป 1) รู้และปฏิบัตติ ามระเบียบวินัยของทางราชการอย่างเคร่งครัด 2) มีอุปนิสัย สุขุม เยือกเย็น ใช้เหตุ ผลไตร่ ตรอง���ม่ใช้อารมณ์ และไม่เคยมีเรื่อ ง ทะเลาะวิวาท 3) อ่อนน้อมถ่อมตน พูดจาสุภาพไพเราะกับทุกคน ทัง้ ต่อหน้าและลับหลัง 4) รู้ เคารพ และปฏิบัติตามกฎหมายไม่เคยต้องคดีใดๆ ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีของ ชาติ 5) เป็นที่ยอมรับของคณะทางานว่าเป็นผู้ประพฤติดี ประพฤติชอบ มีจรรยาบรรณใน การทางาน ขยันและมีนาใจให้ ้ กับทุกคน

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

นายสมเกียรติ นุชโสภา พนักงานพิมพ์ดีด ระดับ 3 โทรศัพท์ 086-7508658 e-mail : somkaedkan@hotmail.com


42

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

 เป็นผู้มคี ุณธรรม จริยธรรม เป็นที่ยอมรับของเพื่อนร่วมงานในวงการวิชาชีพ ทุกชีวิตฝากไว้กับพนักงานขับรถ ดูแล หมั่นตรวจ เช็คสภาพรถยนต์ที่รับผิดชอบ 1) บริจาคเงินช่วยเหลือ นาคนเจ็บป่วยส่งโรงพยาบาลพร้อมช่วยเหลือเท่าที่จะทาได้ ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของ 2) มีสติสัมปชัญญะในการปฏิบัตหิ น้าที่ที่รับผิดชอบตลอดเวลา ผู้โดยสารและทรัพย์สนิ ทางราชการ 3) พูดจาไพเราะ สุภาพ ไม่เคยพูดคาหยาบ 4) ปฏิบัตหิ น้าที่ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว 5) ศึกษาดูงาน และเข้าร่วมกิจกรรม  การครองคน  เป็นผู้ที่ทางานร่วมกับผู้อ่นื ได้ดีและเป็นที่ยอมรับของผู้ร่วมงาน 1) ปฏิบัตติ นเป็นสมาชิกที่ดีของกลุ่ม ยอมรับมติส่วนรวม ไปราชการที่ใด เมื่อได้ที่จอดรถยนต์เรียบร้อย 2) เป็นคณะทางานของกรรมการชุดต่างๆ เช่นกรรมการรับส่งข้อสอบในการสอบบรรจุ แล้ว จะเช็ดและทาความสะอาดอยู่เสมอ ข้าราชการครู และจัดทาเอกสารการอบรมพัฒนา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 จนถึงปัจจุบัน 3) กรรมการดูแลรักษาความปลอดภัยของ สพป.กจ.1 , กรรมการฝ่ายอาคารสถานที่ มี หน้าที่ดูแลรักษาความสะอาด ความสวยงาม ราบรื่นของอาคารสานักงาน 4) เมื่อประสบเหตุการณ์ขัดแย้งกันในกลุ่มจะคอยไกล่เกลี่ย หรือช่วยระงับข้อขัดแย้งใน กลุ่มเพื่อประสานความสามัคคี  เป็นผู้ที่มีความเอื้อเฟื่อเผื่อแผ่ เสียสละ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม เมื่อพบอาการผิดปกติของรถยนต์ 1) เสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม เช่นปฏิบัติงานให้ลุล่วงในเวลา จะทาการตรวจเช็ค และแจ้งซ่อมทันที นอกเวลาราชการ หรือวันหยุดราชการโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ เมื่อพบอาการผิดปกติของรถยนต์ จะทา 2) ใช้วัสดุอุปกรณ์ของทางราชการโดยประหยัด เช่น หมั่นดูแลรักษารถยนต์ที่รับผิดชอบให้ การตรวจเช็ค และแจ้งซ่อมทันที มีสภาพใช้งานได้ดีอยูต่ ลอดเวลา เปรียบเทียบระหว่างอะไหล่เก่ากับอะไหล่ใหม่ 3) เป็นผู้ตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัตงิ านโดยมุง่ ให้เกิดประโยชน์แก่สว่ นรวมและทางราชการ ที่ได้รับการซ่อมบารุง 4) ให้ความช่วยเหลือผู้มา ติดต่อสถานที่ราชการ ชี้แนะ ให้คาแนะนาด้วยความเต็มใจเสมอ มา จั ด หาที่ พั ก ให้ กั บ บุ ค คลที่ ม าสอบบรรจุ พร้ อ มทั้ ง อ านวยความสะดวกโดยไม่ มี ผลตอบแทนใด ๆ  การครองงาน 1) รู้จักใช้ทรัพย์สนิ ของทางราชการให้เป็นประโยชน์ ประหยัด และคุ้มค่านาสิ่งที่เหลือใช้มา ดัดแปลงประยุกต์ใช้ใหม่อยู่เป็นนิจ 2) ดู แ ลรถยนต์ ทั้ง ก่ อ นใช้ แ ละก่ อ นเก็ บ หมั่ น ตรวจตราเครื่ อ งยนต์ ตั ว รถ ให้ เป็ น ปกติ สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา พร้อมทั้งดู แลรักษาและทาความสะอาดทุกวัน ทาให้ รถยนต์สามารถใช้งานได้ดีและอายุการใช้งานนานขึ้น 3) ประหยัดและเก็บออม มัธยัสถ์ในการใช้จ่ายโดยน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิ จ พอเพียง มาใช้ในการดาเนินชีวติ ประจาวัน และไม่มหี นี้สนิ ใด ๆ 4) เป็นผู้ที่มีความอดทนไม่ย่อท้อต่อปัญหา อุปสรรคในการปฏิบัตงิ าน 5) มี ค วามสามารถในการน าความรู้ ที่ มี อ ยู่ ไปใช้ ใ นการปฏิ บั ติ ง านได้ เ ป็ น อย่ า งดี มี ความสามารถในการแก้ปัญหา และมีปฏิภาณ ไหวพริบ ในการปฏิบัตงิ าน รักและชอบที่ จะปฏิบัตงิ านในหน้าที่ความรับผิดชอบ หรืองานที่ได้รับมอบหมายด้วยความเต็มใจ

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ขั้นตอนการดาเนินการพัฒนาการปฏิบัติงาน 1) รับคาสั่งมอบหมายงาน ทาทันที ทาดีที่สุด 2) วางแผนการปฏิบัตงิ าน จัดลาดับความสาคัญของงานก่อนหลัง 3) ด าเนิน การปฏิบัติง าน ตรวจเช็ค สภาพรถยนต์ แจ้ ง ซ่ อ มบารุ ง ดู แ ลตรวจสอบ รถยนต์พร้อมใช้งานตลอดเวลา และทาความสะอาดทั้งภายในและภายนอก เพื่อ บริการผู้โดยสารทุกระดับประทับใจ 4) บริการกระดาษทิชชู น้ายาปรับอากาศ น้าดื่มสะอาด ลูกอม ยาสามัญประจารถ ไว้บริการ 5) สรุปผลการปฏิบัตงิ าน คือ มีการจดบันทึกการใช้รถยนต์ทุกครั้งเมื่อมีผู้ขอใช้รถไป ราชการ 6) รายงานผลการปฏิบัตงิ านต่อผู้บังคับบัญชา สรุปเป็นลายลักษณ์อักษร ตามลาดับ ขั้นตอนเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาเซ็นรับทราบทุกสิน้ เดือน และสิน้ ปีงบประมาณ

ผลสาเร็จในการพัฒนา ผลสาเร็จเชิงปริมาณ  สพป.กจ. 1 มีลูกจ้างประจาได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพและความก้าวหน้าใน การปฏิบัตงิ าน และปรับเปลี่ยนตาแหน่งที่สูงขึ้น ร้อยละ 90 ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ  สพป.กจ. 1 มีลูกจ้างประจาได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพและศักยภาพ ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง  ได้มาจากการตอบแบบสอบถาม จากผู้รับบริการมีความพึงพอใจ ร้อยละ 100

ปัจจัยที่ทาให้การปฏิบัติงานประสบความสาเร็จ 1) คาแนะนาและการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชาทุกระดับ 2) ความร่วมมือจากทุกฝ่าย

การประชาสัมพันธ์ และการเผยแพร่ 1) จัดทาเอกสาร /วารสารลูกจ้างสัมพันธ์ เผยแพร่ความรู้ ผลการประชุมอบรม สัมมนาต่างๆ ให้สมาชิกลูกจ้างประจาเขตต่างๆ ทราบ 2) สรุปรายงานผลการปฏิบัตงิ านให้ผู้บังคับบัญชาทราบ 3) เป็นวิทยากรให้ความรู้ในการอบรมลูกจ้างประจา

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

43


44

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนพัฒน์พงศ์ เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

ดร. ศศกร ไชยคาหาญ ผู้อานวยการโรงเรียนพัฒน์พงศ์ โทรศัพท์ 087-9086651 E-mail : patpong_school@hotmail.com

สานั กงานเขตพื้น ที่ การศึก ษาประถมศึก ษากาญจนบุ รีเขต 1 ได้ แต่งตัง้ โรงเรียนพัฒน์พงศ์ให้เป็นโรงเรียนในโครงการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ตามหนังสือที่ ศธ 04017/3047 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2547 เพื่อให้โรงเรียนได้ มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และโรงเรียนได้ ดาเนินการอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ดั ง นั้น โรงเรี ย นพั ฒ น์พ งศ์ จั ด ได้ ทาโครงการสร้ า งสั ง คมแห่ ง การ เรียนรู้ของโรงเรียนพัฒน์พงศ์ขึ้น เพื่อศึกษาสังคมแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียน มีลักษณะเป็น อย่างไร ชุมชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อ งกับโรงเรีย นมีความเห็ น เกี่ยวกับ การดาเนินงานตามโครงการของโรงเรียนอย่างไรบ้าง ซึ่งข้อมูลที่ ได้หรือค้นพบนั้นได้นามาศึกษาเพื่อเป็นแนวทาง ในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็น องค์กรแห่งการเรียนรู้ที่ ได้รับความพึงพอใจจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อพัฒนา คุณภาพผู้เรียนต่อไป โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้  เพื่อศึกษาระดับการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนพัฒน์ พงศ์ สังกัด สพป.กจ.1  เพื่อเปรียบเทียบระดับการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของบุคลากร โรงเรี ย นพั ฒ น์พ งศ์ กั บ เพศ อายุ บทบาทหน้ า ที่ และ ระดั บ การศึกษา  เพื่อศึกษาแนวทางในการบริหารเพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งการ เรียนรู้ของโรงเรียนพัฒน์พงศ์  เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนพัฒน์พงศ์

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนาโรงเรียนให้ เป็นเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนพัฒน์พงศ์ ใช้แนวคิดทฤษฎีการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ตาม แนวคิดของ ปีเตอร์ เซ็งเก้ ซึ่งมีคุณลักษณะ 5 ประการ ดังนี้  บุคคลมีความเป็นเลิศ (Personal Mastery) หมายถึง สมาชิกมีความรู้ ทักษะ และเจตคติ ที่ดใี นการปฏิบัตงิ าน มีความเป็นตัวของตนเอง มีวิสัยทัศน์ กว้างไกล มีปฏิภาณไหวพริบ เป็นผู้ใฝ่ดี ใฝ่เรียนรู้ สามารถเพิ่มศักยภาพตน และมี แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ และปฏิบัติงานให้บรรลุความสาเร็จใน ชีวติ และองค์กร  รูปแบบวิธีคดิ (Mental Model) หมายถึง สมาชิกมีวิถีชีวิตที่ชัดเจน เข้าใจ บทบาทหน้าที่และสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการคิดให้สอดคล้องกับเป้าหมายของ องค์กร มีโลกทัศน์กว้างไกล ยอมรับการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ยึดติดกับความสาเร็จ ในอดีต ร่วมมือร่วมใจประสานผลประโยชน์ขององค์กร การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

45

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

 การมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน (Shared Vision) หมายถึง สมาชิกมาร่วมกัน กาหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และยุทธศาสตร์ขององค์กร เพื่อการปฏิบัติงานไปใน ทิศทางเดียวกัน ทาให้สภาพการคาดหวังในอนาคตที่สมาชิกปรารถนาเป็นจริงขึ้นได้  การเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม (Team Learning) หมายถึง สมาชิกมีการ สนทนา ประชุมปรึกษาหารือร่วมกันอย่างสม่าเสมอ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความ คิดเห็น และประสบการณ์ สามารถสอนงานซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งสมาชิกสามารถ เรียนรู้ และปฏิบัตงิ านร่วมกันเป็นทีมอย่างเป็นกันเองทุกคน  การคิดอย่างเป็นระบบ (System Thinking) หมายถึง สมาชิกมีความคิด ทั น กั บ สถานการณ์ สามารถสร้ า งกรอบความคิ ด ในการปฏิบัติง านอย่า งชั ด เจน สมาชิกสามารถคิด และปฏิบัติงานที่ซับซ้อนอย่างเป็นระบบ โดยคานึงถึงคุณภาพ องค์รวมก่อน

แผนผังองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนพัฒน์พงศ์

คุณภาพผู้เรียน 1.บุคคลมีความเป็นเลิศ Personal Mastery

5. การคิดอย่างเป็นระบบ System Thinking

องค์กรแห่งการเรียนรู้ โรงเรียนพัฒน์พงศ์ 2. รูปแบบวิธีคิด Mental Model

4. การเรียนรู้รว่ มกันเป็นทีม Team Learning 3. การมีวสิ ัยทัศน์ร่วมกัน Shared Vision

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


46

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ขั้นตอนกระบวนการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนพัฒน์พงศ์ ข้ อ มู ล พื้ น ฐานของบุ ค ลากรของโรงเรี ย นพั ฒ น์ พ งศ์ สพป.กจ.1 ประจาปีการศึกษา 2554 คือ ผู้บริหารสถานศึกษา 1 คน ครูผู้สอน 5 คน คณะกรรมการนักเรียน 9 คน ผู้ปกครองนักเรียน 78 คน และ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้น พื้นฐานโรงเรียน พัฒน์พงศ์ จานวน 9 คน รวมทั้งสิ้น 102 คน โดยมี ขั้นตอนการดาเนินการดังต่อไปนี้ ขั้นที่ 1 การศึกษาและสังเคราะห์ ขั้นที่ 2 การกาหนดประชากร ขั้นที่ 3 การสร้างเครื่องมือ ขั้นที่ 4 การเก็บรวบรวมข้อมูล ขั้นที่ 5 การวิเคราะห์ขอ้ มูล ขั้นที่ 6 การนาเสนอผลงาน กระบวนการพัฒนา BPพัฒนาดาเนินงานการแข่งขันทักษะทางวิชาการ การตรวจสอบคุณภาพ 1) แบบสอบถาม 2) แบบสัมภาษณ์แบบไม่มโี ครงสร้าง 3) การสนทนากลุ่ม ( Focus Group แนวทางการนา ไปใช้  การบริหารงานวิชาการ โรงเรียนได้จัดให้มีแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและ ภายนอกสถานศึกษามี การจัดค่ายทางวิชาการ และค่ายคุณธรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้เรียน  การบริหารงานบุคคล โรงเรียนได้ส่งบุคลากรเข้ารับการพัฒนาทั้งใน ส่วนหน่วยงานของทางราชการและเอกชน รวมถึงครูได้จัดส่งผลงานใน การพั ฒ นาตนเองจนได้ รับ วิทยฐานะชานาญการพิเศษและยั ง ได้ จ้ า ง บุคลากรอีก 2 ตาแหน่ง คือ ครูพ่ีเลี้ยงและแม่บ้าน นอกจากนั้นยังได้ จัดหาครูภูมิปัญญาท้องถิ่นมาช่วยในการจัดการเรียนการสอน  การบริหารงานงบประมาณ โรงเรียนได้จัดให้มีการระดมทรัพยากร จากทุกภาคส่วน ทาให้มีภูมิทัศน์ที่สวยงามขึ้นและมีสภาพแวดล้อมที่ดี เช่น หอพระ โรงอาหาร ห้องสมุด ห้องน้าครูและนักเรียน รั้วโรงเรียน สนามเด็กเล่น อาคารเรียนหลังใหม่ ฯลฯ  การบริหารงานบริหารทั่วไป โรงเรียนได้สร้างความสัมพันธ์และความ เข้าใจกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนางานของโรงเรียนและได้รับการ สนับสนุนเป็นอย่างดีโดยเฉพาะการจัดทาบุญประจาปีครบรอบวันก่อตั้ง โรงเรียนทุกวันที่ 7 ธันวาคม และงานราตรีศรีพัฒน์พงศ์ก่อนปิดเรียนภาค ปลาย ซึ่งเป็นงานที่ทุกคนมีความพึงพอใจและจัดเป็นประจาทุกปี

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ผลสาเร็จของโรงเรียนพัฒน์พงศ์ในการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ 1) โรงเรียน ได้ รับรางวัล เหรี ย ญทองในการประกวดหนึ่งโรงเรีย นหนึ่ง นวั ต กรรม ประจาปี 2552 2) ผู้เรียน ได้เข้าร่วมการแข่งขันในระดับต่าง ๆ และได้รับรางวัลทั้งในระดับภาค ระดับ เขตพื้ น ที่ และระดั บ กลุ่ ม เครื อ ข่ า ยพั ฒ นาคุ ณ ภาพการศึ ก ษาบ้ า นเก่ า และ นอกจากนั้นยังส่งผลให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นทุกสาระวิชาจากผล การสอบ O-Net ปีการศึกษา 2554 โดยผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีคะแนน เฉลี่ ยของการทดสอบ O-Net ในแต่ล ะกลุ่ มสาระการเรี ยนรู้ มากกว่า ค่ าเฉลี่ ย ระดับประเทศ 3) ครู ได้รับรางวัลจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ดังนี้  ครูได้รับรางวั ลประกาศเกีย รติคุณต้นแบบครูผู้สร้างคน ประจาปี 2555 จากหนังสือพิมพ์เส้นทางผู้นา  ครูได้รับรางวัลเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ หนึ่งแสนครูดี ประจาปี 2554  ครูได้รับวิทยฐานะชานาญการพิเศษ 4) ผู้บริหารสถานศึกษา  ได้รับรางวัลเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ หนึ่งแสนครูดี ประจาปี 2554 จากคุรุ สภา  ได้รับรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้ทาคุณประโยชน์ทางด้านการศึกษา เป็น แบบอย่างที่ดีในด้านการดารงตน พัฒนาตน อุทิศตน เสียสละ อดทน ใน การปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ แ ละพั ฒ นาคุ ณ ภาพชี วิ ต ที่ ดี ขึ้ น เป็ น ที่ ป ระจั ก ษ์ ต่ อ สาธารณชน ประจาปี 2554 จาก สกสค. กระทรวงศึกษาธิการ  ได้รับเกียรติบัตรระดับประเทศ เข้าร่วมกิจกรรมสมุดบันทึกความเป็นครูดีได้ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 21 วัน ประจาปีการศึกษา 2553 ตามโครงการ เสริมสร้างศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของผู้ประกอบ พทางการศึ กษาจากคุ รุสภา ยนพัฒน์พงศ์ ปัจจัยวิชทีาชี ่ทาให้ การดาเนิ นงานของโรงเรี - ได้รับรางวั เหรียกญทอง ในฐานะผู มคิดค้นและพัฒาเร็ นานวั ตกรรมทางด้ เป็นลองค์ รแห่งการเรี ยนรู้ร้ ่วประสบความส จตามเป้ าหมายานการศึกษา ประจาปีกประสบความส ารศึกษา 2552าเร็ จากส านักงานเขตพื จตามเป้ าหมาย ้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ความตระหนักและความพยายามของผู้มีส่วนเกี่ยวข้ องกับการเรียนรู้ ทั้งในระดั บ บุคคล ระดับกลุ่ม และในระดับองค์ก รในการพัฒ นาทรัพยากรมนุษย์ให้ สอดคล้อ งกั บ สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก การนาแนวคิดดังกล่าวนี้มาพัฒนาเพื่อการเป็น องค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนพัฒน์พงศ์ เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนมาประยุกต์ใช้นั้น ได้รับความร่วมมือจากผู้มีสว่ นเกี่ยวข้องทุกฝ่าย

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่  สารโรงเรียนพัฒน์พงศ์  หนังสือพิมพ์  สื่ออิเล็กทรอนิกส์ การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

47


48

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ เพื่อพัฒนาการศึกษาโรงเรียนบ้านทุ่งยาว

นางวิชญาณี บุญทวี ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านทุ่งยาว โทรศัพท์ 081-9420010 E-mail : ttj10@hotmail.com

การใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ เพื่อพัฒนาการศึกษา โรงเรียนบ้านทุ่งยาว มีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้  เพื่ อ พั ฒ นากระบวนการจั ด การศึ ก ษาแบบมี ส่ ว นร่ ว มในการบริ ห ารจั ด การศึกษาโรงเรียนบ้านทุ่งยาว  เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้เกี่ยวข้อง แนวคิด ทฤษฎีการใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหาร จัดการเพื่อพัฒนาการศึกษาโรงเรียนบ้านทุง่ ยาว โรงเรียนบ้านทุ่งยาว ใช้แนวคิดทฤษฎี การบริหารแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ เทคนิค 3 หลักการ ได้แก่ ประสาน-บริการ-พัฒนา ของแมคเกรเกอร์(Mc Gregor) ที่มีแนวคิดว่าผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพจะต้องพยายามสนับสนุนและพัฒนาการ ทางานของผู้ร่วมงาน ให้เข้ามามีส่วนร่วมตัด สินใจในส่ว นที่มีผลกับตั วเขา เพิ่ม โอกาสด้านความพึงพอใจทางสังคม เพิ่มความรับผิดชอบ เพื่อให้เห็นว่าเขาเป็น บุคคลคนสาคัญ และเชื่อมั่นในความสามารถ และเพิ่มการมีส่วนร่วมในกิจกรรม ขององค์การ และ ทฤษฎีลาดับขั้นความต้องการ และทฤษฎีสองปัจจัย ของอับบรา ฮั ม มาสโลว์ (Abraham Maslow) และเฟรเดอริ ค เฮิ รซ์ เบอร์ ก (Frederick Herzberg) ซึ่งกล่าวไว้สอดคล้องกันว่า งานขั้นแรกของผู้บริหาร คือ การทาให้ องค์การทาหน้าที่ให้บรรลุเป้าหมายที่กาหนดไว้ซึ่งการที่จะทาเช่นนั้นได้ ผู้บริหาร จะต้ อ งใช้ ค วามสามารถทุ ก วิ ถี ท างที่ จ ะท าให้ ผู้ ร่ ว มงานได้ ป ฏิ บั ติ ง านอย่ า งมี ประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดผลดีต่อสถานศึกษา วิธีหนึ่งที่ผู้บริหารสามารถนามาใช้ได้ อย่างดี คือ การจูงใจบุคลากรในโรงเรียนทางาน นั่นคือ ผู้บริหารต้องรู้และเข้าใจ ลาดับขั้นความต้องการของผู้ร่วมงาน เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ผู้ร่วมงานให้บรรลุผล สาเร็จ

การใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ เพือ่ พัฒนา การศึกษาโรงเรียนบ้านทุ่งยาว การดาเนินงานการใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ เพื่อพัฒนา การศึกษาโรงเรียนบ้านทุ่งยาวได้ด าเนินการในรูปคณะกรรมการ ซึ่ง ประกอบด้ว ย คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้นาชุมชน ผู้ปกครอง คณะครู และผู้มีส่วน เกี่ยวข้อง โดยใช้วงจรเดมมิ่ง (PDCA) ซึ่งได้แบ่งการดาเนินงานออกเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การวางแผน (P) ขั้นตอนที่ 2 การดาเนินงานตามแผน (D) ขั้นตอนที่ 3 การตรวจสอบ (C) ขั้นตอนที่ 4 การทบทวน และพัฒนา (A) การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

แผนผังการใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ เพื่อพัฒนา การศึกษาโรงเรียนบ้านทุ่งยาว

โรงเรียนบ้านทุ่งยาว ใช้หลักการบริหารว่าต้องให้ความสาคัญกับการบริหารคน เป็นหลัก เพราะถ้าคนมีความเข้าใจร่วมกันก็จะทาให้การบริหารจัดการได้ง่ายโดยใช้ ศักยภาพการเป็นผู้นาจูงใจและนาพาไปสู่สิ่งที่ดกี ว่า โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมจาก ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้มีสว่ นเกี่ยวข้อง ร่วมศึกษาสภาพปัญหา วิเคราะห์ ปัญหาตามบริบทของสถานศึกษา โดยใช้เทคนิค SWOT เมื่อรู้ปัญหาก็ร่วมกันวางแผน ตัดสินใจหาทางเลือกแก้ไขปัญหา ด้วยกระบวนการเดมมิ่ง (PDCA) โดยการบริหารงาน แบบมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ประกอบเทคนิค 3 หลักการ คือ  หลั ก การประสาน โดยประสานกั บคณะกรรมการสถานศึก ษา คณะครู ผู้ปกครองการชุมชน หน่วยงานภายนอก เพื่อระดมทรัพยากร  หลักการบริการ โดยให้บริการแก่คณะครูให้ทางานได้คล่อง ไม่ต้องกังวล ส่งเสริมความมุ่งมั่นทางานให้สาเร็จ และให้บริการนักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานภายนอกในด้านต่างๆอย่างเต็มศักยภาพ  หลักการพัฒนา โดยร่วมพัฒนาโรงเรียน โดยเฉพาะการบริหารงานหลัก 4 งาน และร่วมพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

49


50

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ปัจจัยที่ทาให้การใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ เพื่อพัฒนาการศึกษาโรงเรียนบ้านทุ่งยาวประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย ความสาเร็จของการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้โรงเรียนเป็นฐานอย่างมี คุณภาพ เกิดจากปัจจัย ดังนี้ 1) มีข้อมูลในการพัฒนาที่ได้มาจากการวิเคราะห์บริบทของโรงเรียนด้วย วิ ธี SWOT โดยการมี ส่ ว นร่ ว มของผู้ เ กี่ ย วข้ อ งประกอบเทคนิ ค 3 หลักการ 2) นาหลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม ประกอบการใช้เทคนิค 3 หลักการ ได้แก่ ประสาน-บริการ-พัฒนา โดยมีส่วนร่วมจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ในการกาหนดทิศทางสู่เป้าหมายการบริหารโรงเรียนให้ได้มาตรฐาน และมีคุณภาพ 3) ครูและบุคลากรในโรงเรียน มีการทางานแบบมีส่วนร่วม โดยร่วมคิด ร่ ว มประสาน ร่ ว มทาจนทาให้ ง านส าเร็ จ บรรลุ วั ต ถุ ประสงค์ แ ละมี คุณภาพ ผู้บริหารกล้าคิดนอกกรอบ เป็นผู้นาการเปลี่ยนแปลง กล้าทา กล้าตัดสินใจ กล้าเปลี่ยนแปลง มีภาวะผู้นา มีความมุ่งมั่นในการทางาน มีเครือข่ายในการทางาน มีการทางานเป็นทีม และมีคุณธรรม ประพฤติ ตนเป็นแบบอย่างที่ดี 4) ชุมชน ประกอบด้วยผู้ปกครอง ผู้นาชุมชน คณะกรรมการสถานศึกษา และหน่ว ยงานที่ เกี่ ยวข้ อ งให้ก ารยอมรับ มีค วามศรั ทธาและให้ ก าร สนับสนุนด้านงบประมาณในการพัฒนาโรงเรียน 5) ผู้บริ หารกล้า คิดนอกกรอบ เป็ นผู้ นาการเปลี่ย นแปลง กล้า ทา กล้ า ตัดสินใจ กล้าเปลี่ยนแปลง มีภาวะผู้นา มีความมุ่งมั่นในการทางาน มี เครือข่ายในการทางาน มีการทางานเป็นทีม และมีคุณธรรม ประพฤติ ตนเป็นแบบอย่างที่ดี 6) การสร้างบรรยากาศกาทางานภายในโรงเรียนที่อบอุ่น ทาให้เอื้อต่อ ความสาเร็จ

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ 1) ขยายผล โดยน าการใช้กระบวนการมีส่ วนร่ วมในการบริห ารจัด การ เพื่อ พัฒนาการศึกษาโรงเรียนบ้านทุ่งยาว ต่อโรงเรียนต่าง ๆ ที่จัดการศึกษาขั้น พื้นฐานในเครือข่ายและนอกเครือข่าย 2) ในระดับเขตพื้นที่และต่างเขตพื้นที่โดยการแข่งขันประกวดผลงานดีเด่น (Best Practice) ระดับจังหวัด 3) จัดนิทรรศการแสดงผลงาน

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

51

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

เครือข่ายการเรียนรู้สู่ความพอเพียง เนื่องจากโรงเรียนบ้านหนองสามพรานเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก แต่ไม่ผ่านการ รับรองมาตรฐานจากการประเมิน���ายนอกรอบสองทั้งในระดับปฐมวัยและระดับ ประถมศึกษาเมื่อเดือนมกราคม 2550 โดยเฉพาะมาตรฐานที่ 9 การจัดการเรียน การสอนที่เน้นผู้เรีย นเป็นสาคัญ มาตรฐานที่ 5 ความรู้และทักษะที่ จาเป็นตาม หลักสูตร และ มาตรฐานที่ 4 การคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ของผู้เรียน ดังนั้น ครู และผู้มีสว่ นเกี่ยวข้องทุกคนจึงเห็นชอบให้ใช้เครือข่ายการเรียนรู้มาช่วยจัดกิจกรรม การเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้  เพื่อนาเครือข่ายการเรียนรู้มาพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้น ผู้เรียนเป็นสาคัญ  เพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนที่เน้นการใช้เครือข่ายการเรียนรู้ แหล่ง เรียนรู้ และการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลายของครูเพื่อพัฒนาทักษะ การคิดของผู้เรียนและความรู้และทักษะที่จาเป็นตามหลักสูตร

ความเชื่อมโยงของเครือข่ายการเรียนรู้สู่ความพอเพียงกับ เป้าหมายของ สพฐ. การบริหารจัดการเครือข่ายการเรียนรู้สคู่ วามพอเพียงของโรงเรียนมีความ เชื่อมโยงกับนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง และ นโยบายด้านการน้อม นาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การบริหารจัดการและการจัดการเรียนการ สอนทั้งในระดับประเทศลงมาถึงระดับสถานศึกษา การบูรณาการหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนบ้านหนองสามพรานสู่การบริหารจัดการและการ จัดการเรียนการสอน จึงสอดคล้องกับนโยบาย เป้าหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คื อ หน่ ว ยงานทางการศึ ก ษาทั้ ง กระทรวงศึ ก ษาธิ ก าร สพฐ. สพป.กจ.1 และ โรงเรี ย นบ้ า นหนองสามพราน ได้ ก าหนดประเด็ น ยุ ท ธศาสตร์ ใ นการปฏิ รู ป การศึกษาโดยเน้นเกี่ยวกับการนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ โดยเน้น 1) การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและเรียนรู้ของคนไทย 2) การเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและเรียนรู้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ 3) การส่งเสริมการมีส่วน ร่วมของทุกภาคส่วนของสังคมในการบริหารและ จัดการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนเป็นคนไทยยุคใหม่ที่นิสัยใฝ่เรียนรู้ ส่วนครูยุคใหม่ เป็น ผู้เอื้ออานวยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ เป็นสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ รวมทั้ง การบริหารจัดการใหม่ที่เน้นการกระจายอานาจมายังระดับปฏิบัติและเน้น การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา โดยน้อมนาหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการบริหารจัดการศึกษา

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

ดร.นิลุบล คงเกตุ ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านหนองสามพราน โทรศัพท์ 081-9440268 E-mail : nbkk03@hotmail.com


52

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีเครือข่ายการเรียนรู้สู่ความพอเพียง การพัฒนา BP ในครั้งนี้ ได้สังเคราะห์แนวคิดการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียน เป็นสาคัญตามนโยบายการปฏิรูปการเรียนรู้ในทศวรรษที่สองด้านเป้าหมายและกรอบแนว ทางการปฏิรูปการศึกษา แนวคิดการบริหารจัดการเครือข่ายการเรียนรู้ และแนวคิดด้าน ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ โรงเรียนบ้านหนองสามพรานตามมาตรฐานการประกันคุณภาพการศึกษา สรุปได้ ดังนี้  แนวคิดด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญตามนโยบายการ ปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง มุ่งเน้นให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ โดย มีเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ 1) พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและเรียนรู้ของคนไทย 2) เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและเรียนรู้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ 3) ส่ ง เสริ ม การมี ส่ ว นร่ ว มของทุ ก ภาคส่ ว นของสั ง คมในการบริ ห ารและจั ด การศึกษา มีการปฏิรูปการศึกษาและเรียนรู้อย่างเป็นระบบ 4 ด้าน ได้แก่ 1) คุณ ภาพคนไทยยุ คใหม่ ที่ มีนิสั ยใฝ่เรี ยนรู้ 2)คุณ ภาพครู ยุค ใหม่ ที่เป็ น ผู้เอื้อ อานวยให้ ผู้ เรี ย นเกิ ด การเรี ย นรู้ 3)คุ ณ ภาพสถานศึกษาและแหล่ ง เรียนรู้ยุคใหม่ 4)คุณภาพการบริหารจัดการใหม่ ที่มงุ่ เน้นการกระจายอานาจ สู่สถานศึกษา  แนวคิดการบริหารจัดการเครือข่ายการเรียนรู้ สังเคราะห์แนวคิ ดของของ Cohen and Uphoff สรุปได้ว่า เครือข่ายการเรียนรู้มี 3 ประเภท คือ เครือข่ายปัจเจก บุค คล เครือ ข่ ายกลุ่ มบุ คคล และ เครือข่ า ยหน่ว ยงานซึ่ งขั้ นตอนของการมีส่ว นร่ วมไว้ ได้แก่ ขั้นรวมคนรวมพลัง ขั้นร่วมคิด ร่วมวางแผน ขั้นร่วมทา ร่วมดาเนินการ ขั้นร่วม ประเมินผล ร่วมสรุปบทเรียน และ ขั้นร่วมรับผลจากการกระทา  แนวคิดด้านด้านปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วยการบูรณาการ หลักปรัชญาดังกล่าวสู่การปฏิบัติในสถานศึกษาในด้านการบริหารจัดการและการจัดการ เรียนการสอน โดยใช้แนวคิด 3 ห่วง 2 เงื่อน สู่ 4 มิติ ได้แก่ ความพอประมาณ ความมี เหตุผล การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตนเอง เงื่อนไขความรู้ เงื่อนไขคุณธรรม และมุ่งสู่มิติด้าน เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และ วัฒนธรรม

ขั้นตอนการดาเนินงานเครือข่ายการเรียนรู้สู่ความพอเพียง กลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาได้แก่ บุคลากรของโรงเรียนบ้านหนองสามพราน และ ผู้เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ครู 5 คน นักเรียน จานวน 76 คน รวม 81 คน โดยมีขั้นตอนการ ดาเนินงาน “เครือข่ายการเรียนรู้สคู่ วามพอเพียง” ดังนี้ 1. ขั้นเตรียม โดยเตรียมปัจจัย วัสดุอุปกรณ์ แหล่งเรียนรู้ และ เครือข่ายการ เรียนรู้ เพื่อสนับสนุนการดาเนินงาน เช่น ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อสนับสนุน งบประมาณ ได้แก่ คณะผู้บริหารจาก TESCO LOTUS อบต.วังด้ง และ สพป.กจ.1 แล้ว เชิญชวนบุคลากรในชุมชนโดยเฉพาะผู้ปกครองนักเรียน มาสนับสนุนแรงงาน การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

2. ขั้นดาเนินงาน มีขั้นตอน ดังนี้  รวมคน รวมพลัง โดยรวมนักปฏิบัติ ที่ปรึกษา และผู้สนับสนุนการดาเนินงานให้มี เป้ าหมายเดี ยวกัน ในการน้อ มน าปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงมาสู่ การปฏิบัติ ได้แ ก่ ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการที่ปรึกษา เครือข่ายผู้ปกครอง และ เครือข่ายการเรียนรู้ดา้ นการเกษตร  ร่วมคิดร่วมวางแผน โดยประชุมวางแผนการดาเนินงาน วิเคราะห์สมรรถนะของ บุคลากร (Competency) ว่ามีความรู้ และมีช่องว่างของความรู้ในเรื่องใดบ้างเกี่ยวกับเศรษฐกิจ พอเพียง และการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ แล้วมอบหมายงานบุคลากร ตามความสมัครใจของครู  ร่วมทา ร่วมดาเนินการ โดยส่งเสริมให้บุคลากรทุกฝ่าย อบรม ศึกษาดูงานจาก แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งอินเทอร์เน็ต และBest Practices ด้านเศรษฐกิจพอเพียง และการ จัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ เพื่อเติมเต็มความรู้ จากนั้น บุคลากรนาความรู้ที่ ได้รับมาบู รณาการเศรษฐกิจ พอเพียงในการดาเนิน ชีวิต และการจัดการเรี ยนการสอนให้ เหมาะกับระดับชั้น และศักยภาพของผู้เรียน โดยมีรูปแบบการเรียนการสอน ดังนี้ 1) ระดับปฐมวัย จัดการเรียนการสอนโดยเน้นการใช้แหล่ง เรียนรู้ในโรงเรียนและนอก โรงเรี ย นด้ า นเศรษฐกิ จ พอเพีย ง แล้ ว บู รณาการโดยใช้ ก ระบวนการปลู ก ปั ญ ญาใน กิจกรรมการจัดประสบการณ์ใ���ห้องเรียน และการลงมือปฏิบัตจิ ริงผ่านชุมนุมกลุ่มสนใจ กับเครือข่ายการเรียนรู้ 2) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-2 จัดการเรียนการสอนโดยเน้นการใช้แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน แล้วบูรณาการผ่านการอ่านและเขียนตามรูปแบบบันได 4 ขั้นของ ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยโดยใช้และการลงมือปฏิบัตจิ ริงผ่านชุมนุมกลุ่ม สนใจกับเครือข่ายการเรียนรู้ 3) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3-6 จัดการเรียนการสอนโดยเน้นการปฏิบัติจริงกับเครือข่ายการ เรียนรู้ชุมนุมกลุ่มสนใจ และบูรณาการผ่านโครงงานในกลุ่มสาระการเรียนรู้ ต่าง ๆ กับ ครูผู้สอน ชุมนุมกลุ่มสนใจ เรียนบ่ายวันพฤหัสบดีครั้งละ 1 ชั่วโมง มีชุมนุมต่าง ๆ ดังนี้ ชุมนุมชีวภาพหอมหวน สวนสมุนไพร หอมข้าวไร่สามพราน สานฝันปลาดุก กุ๊กกุ๊กไก่ ไข่ หมูหลุมหน้าใส เห็ดไร้สารพิษ ผักเพิ่มชีวติ หมู่เฮา และ จักสานตะเกียงไม้ไผ่  ขั้น ร่ ว มสรุ ป เป็น บทเรีย น ครู ผู้ รับผิ ด ชอบโครงการสรุ ปผลการด าเนิน งาน แล้ ว รายงานโครงการต่อผู้บริหารสถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้องเมื่อสิ้นปีการศึกษา  ขั้นร่วมรับผลจากการกระทา ผู้มีสว่ นเกี่ยวข้องได้รับผลจากการดาเนินงาน ดังนี้ 1) นักเรียน มีความภาคภูมิใจในท้องถิ่น รักวัฒนธรรมไทย และได้ฝึกทักษะต่าง ๆ รวมทั้ง มีคุณธรรมมากขึน้ 2) ครูและบุคลากรของโรงเรียนดาเนินชีวิตแบบพอเพียง รู้จักการทางานเป็นทีมและภูมิใจ ในคุณค่าของตนเอง 3) ครูได้ใช้เทคนิคการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญเหมาะกับศักยภาพของ ผู้เรียน และใช้แหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนการสอน 4) ชุมชนและผู้มีสว่ นเกี่ยวข้องยอมรับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน 5) เครือข่ายการเรียนรู้ได้รับการยกย่อง เชิดชูเกียรติ การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

53


54

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การตรวจสอบคุณภาพกระบวนการมีส่วนร่วมของเครือข่ายการเรียนรู้ ในขัน้ นีผ้ ู้พัฒนาดาเนินการตามกระบวนการมีสว่ นร่วมของเครือข่ายการเรียนรู้ ดังนี้ 1) ประเมินพฤติกรรมการสอนของครู และคุณภาพของผู้เรียนด้านการคิดและด้าน ความรู้ แ ละทั ก ษะที่ จ าเป็ น ตามหลั ก สู ต ร ก่ อ นด าเนิ น การพั ฒ นาโดยใช้ แ บบประเมิ น พฤติกรรมการสอนของครู และเก็บข้อมูลคุณภาพผู้ เรียนจากการรายงานการประกัน คุณภาพภายในของโรงเรียน และ ผลการประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ.ครั้งที่สอง (Pretest) ของโรงเรียนบ้านหนองสามพราน 2) ประชุมปฏิบัติการการใช้รูปแบบ “เครือข่ายการเรียนรู้สู่ความพอเพียง” กับครู เครื อ ข่ า ยการเรี ย นรู้ แ ละผู้ เ กี่ ย วข้ อ ง ได้ แ ก่ คณะกรรมการสถานศึ ก ษาขั้ น พื้ น ฐาน คณะกรรมการที่ปรึกษา และเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนบ้านหนองสามพราน 3) ดาเนินการตามปฏิทินดาเนินงาน และคู่มือการใช้รูปแบบ “เครือข่ายการเรียนรู้สู่ ความพอเพียง” 4) ผู้บริหารนิเทศครูและเครือข่ายการเรียนรู้ของโรงเรียนบ้านหนองสามพราน เพื่อ สอบถามติดตาม สอบถามปัญหา และให้การช่วยเหลือ 5) ประเมินพฤติกรรมการสอนของครู และคุณภาพของผู้เรียนด้านการคิดและด้าน ความรู้และทักษะที่จาเป็นตามหลักสูตร หลังเสร็จสิ้นการดาเนินการ 6) สอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมและเป็นไปได้กับบุคลากรโรงเรียน บ้านหนองสามพราน และเครือข่ายการเรียนรู้ที่เข้าร่วมโครงการ

แนวทางการนากระบวนการมีส่วนร่วมของเครือข่ายการเรียนรู้ไปใช้ ประโยชน์ ในการนารูปแบบ “เครือข่ายการเรียนรู้สู่ความพอเพียง” ไปใช้ประโยชน์ มี แนวทาง ดังนี้ 1) โรงเรียนต่าง ๆ โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่มีบุคลากรจานวนจากัด สามารถ นาเครือข่ายการเรียนรู้มาพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ร่วมกับครู 2) ผู้ บ ริ ห ารโรงเรี ย น สามารถส่ ง เสริ ม การจั ด การเรี ย นการสอนที่ เ น้ น การใช้ เครือข่ายการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ และการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลายของครูเพื่อ พัฒนาทักษะการคิดของผู้เรียนและความรู้และทักษะที่จาเป็นตามหลักสูตร 3) ผู้บริหารโรงเรียน ครู และ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง สามารถน้อมนาหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงสู่การบริหารจัดการและจัดการเรียนการสอนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะกับบิบ ทของโรงเรี ยนและชุม ชนเพื่อพัฒ นาคุณ ภาพการศึกษาของโรงเรี ยนให้ มี ประสิทธิภาพยิ่งขึน้

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ปัจจัยที่ทาให้การดาเนินงานของโรงเรียนบ้านหนองสามพราน เป็นเครือข่ายการเรียนรู้สู่ความพอเพียง ประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย เทคนิคสาคัญในการบริหารจัดการที่โรงเรียนประสบผลสาเร็จคือ ผู้บริหาร สถานศึกษาเป็นตัวจักรสาคัญในการเป็นผู้นาการเปลี่ยนแปลง เป็นผู้ประสานระหว่าง โรงเรียนกับชุมชน และเครือข่ายการเรียนรู้ รวมทั้ง เป็นผู้จุดประกายความคิดให้ครู และผู้มีสว่ นเกี่ยวข้อง ให้พวกเขาอยากรู้ อยากลอง อยากทา ให้ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ ใจ หรือ “การระเบิดจากข้างใน” โดยยึดเป้าหมายที่เด็กเป็นสาคัญ เมื่อลงมือทา ก็คอยติดตาม อานวยความสะดวก ให้กาลังใจและช่วยเหลือ เมื่อเขาต้องการความ ช่วยเหลือ ให้คาชมเป็นน้าหล่อเลี้ยงหัวใจแก่ครูผู้ปฏิบัติเป็นการเสริมพลังทางบวก ส่งเสริมการทางานเป็นทีมของครู

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ ได้นาผลสาเร็จดังกล่าวไปประชาสัมพันธ์ และ เผยแพร่ ดังนี้ 1) ในปีการศึกษา 2552-ปัจจุ บัน โรงเรียนบ้านหนองสามพราน เป็นแหล่งศึกษา ดูงานด้านเศรษฐกิจพอเพียงแก่บุคลากรทางการศึกษาทั้งในจังหวัดกาญจนบุรี ภาคเหนือ ภาคใต้ และ ภาคกลาง ได้ แ ก่ โรงเรี ย นบ้ า นท่ า ข่ อ ยจั ง หวั ด พิษณุ โ ลก โรงเรี ย นสั ง กั ด เทศบาลเบตง จังหวัดยะลา โรงเรียนวัดยอดสุวรรณคีรี จังหวัดราชบุรี โรงเรียนในศูนย์ เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึ กษาห้วยยาง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โรงเรียนพัฒน์พงศ์ และ โรงเรียน ตชด.ประตูด่าน โรงเรียนบ้านท่าหวี โรงเรียนวัดศรีอุปลาราม โรงเรียน บ้านแหลมทอง โรงเรียนบ้านหนองกลางพง โรงเรียนบ้านนากาญจน์ โรงเรียนบ้านดง ยาง จังหวัดกาญจนบุรี และ โรงเรียนวัดวรจันทร์ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น 2) โรงเรียนได้นา BP เผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่ปีการศึกษา 2551 จนถึงปัจจุบัน 3) จัดนิทรรศการเผยแพร่ผลงานในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนทั้งในระดับเขตพื้นที่ ระดั บภาคกลางภาคตะวั น ออก และระดั บ ประเทศ ที่ อิม แพค เมือ งทองธานี ตั้ง แต่ ปี การศึกษา 2551 จนถึงปัจจุบัน รวมทั้ง ในปีการศึกษา 2554 ได้จัดนิทรรศการนาเสนอ BP ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีเมื่อ วันที่ 9 สิงหาคม 2554 จัดที่โรงแรมริเวอร์แคว เมื่อ วันที่ 18 สิงหาคม 2554 และ ต้อนรับรัฐ มนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเมื่อเดือ น พฤษภาคม 2555 ณ โรงแรมราชศุภมิตร 4) นั ก เรี ย นและครู ไ ด้ อ อกอากาศ รายการบ่ า ยนี้มี ค าตอบ ทางสถานี โ ทรทั ศ น์ โมเดิร์นไนน์ทีวี และรายการ Thailand Early News ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 รวมทั้ง ถ่าย ทาสปอร์ตโฆษณาเพื่อประชาสัมพันธ์งานศิลปหัตถรรมนักเรียน ประจาปีการศึกษา 2554 5) ผู้อานวยการโรงเรียนและครูเป็นวิทยากรอบรมขยายเครือข่ายสถานศึกษาพอเพียง แก่ครูและผู้บริหารสถานศึกษาในศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาวังด้ง-ช่องสะเดา เมื่ อ วั น ที่ 4-5 สิ ง หาคม 2554 และได้ น าเสนอเรื่ อ งเล่ า เศรษฐกิ จ พอเพี ย งแก่ ค รู ใน สพป.กจ.1 เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2554 ณ โรงแรมริเวอร์แคว 6) ผู้อานวยการโรงเรียน ได้รับแต่งตัง้ จาก สพฐ. ให้เป็นกรรมการประเมินสถานศึกษา พอเพียงแบบอย่าง ของโรงเรียนในสังกัด สพป.กจ.1 และ 3

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

55


56

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การพัฒนางานบริหารบุคคล โดยรูปแบบ บ้านหัวหิน Model”

นางสุวนีย์ กาญจนฉายา ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านหัวหิน โทรศัพท์ 080 – 0250494 E-mail : suwaneejj@gmailcom

การบริหารจัดการสถานศึกษา จะยึดแนวทางการปฏิบัติงานตามนโยบายที่ กระทรวงศึกษาธิการกาหนด โดยจัดการศึกษาที่ยดึ นักเรียนเป็นศูนย์กลาง และสอด รับกับจุดเน้นของ สพฐ. ที่มุ่งเน้นให้นักเรียนเรียนรู้คู่คุณธรรม เพิ่มศักยภาพ และ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยการพัฒนาประสิทธิภาพครู ให้สามารถจัดการเรียน การสอนโดยใช้กระบวนการจัดการความรู้ ตกผลึกแนวคิดร่วมกัน เพื่อมุ่งผลในการ พัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ สู่การพัฒนาผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการ พัฒนางานบริหารบุคคล โดยรูปแบบ บ้านหัวหิน Model มีวัตถุประสงค์ ดังนี้  เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน  เพื่อส่งเสริมความร่วมมือของครูในการจัดการเรียนการสอน  เพื่อพัฒนาการมีส่วนร่วมของบุคลากรในโรงเรียน

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนางานบริหารบุคคล โดย รูปแบบ บ้านหัวหิน Model

การนาเสนอผลงาน Best Practice ที่ ได้รับรางวัลที่ 1 ระดับ สพป. กจ. 1

จากผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในปีการศึกษา 2554 พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ากว่าเป้าหมายที่กาหนด โรงเรียนได้นาปัญหา ดั ง กล่ า วน าเสนอในที่ ประชุม กรรมการสถานศึ ก ษา ที่ ป ระชุ ม กรรมการเครื อ ข่ า ย ผู้ปกครอง และที่ประชุมครู เพื่อทราบสาเหตุของปัญหา และวิธีการแก้ไข ร้อยละ 40 ของคณะกรรมการที่ประชุม เห็นว่าสาเหตุเกิดจากการจัดการเรียนการสอนของ ครู ร้อยละ 30 เกิดจากความร่วมมือของผู้ปกครอง ร้อยละ 25 เกิดจากความ พร้อมของนักเรียน และร้อยละ 5 เกิดจากสาเหตุอ่ืน ๆ ดังนั้นที่ประชุม ได้เสนอ แนวคิดในการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนของครู โรงเรียนได้จัดทา Modal เพื่อการพัฒนาครูในกระบวนการจัดการเรียนการ สอน โดยใช้ระบบการนิเทศการศึกษา ในรูปแบบเพื่อนช่วยเพื่อน โดยใช้วิธีสอนแบบ ร่วมมือกันเรียนรู้  การนิเทศการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน 1) ประชุ ม ก่ อ นการสั ง เกตการณ์ ส อน –ปรึ ก ษาหารื อ -ก าหนด พฤติกรรมที่สังเกต-วางแผนดาเนินการ 2) สังเกตการณ์สอนในชั้นเรียนเน้นพฤติกรรมทึ่ตกลงร่วมกัน 3) วิเคราะห์ผลการสังเกตการสอน 4) การประชุมหลังการสังเกตการณ์สอน-ให้ข้อมูลย้อนกลับ-ปรับปรุง พฤติกรรมหรือคงไว้-พิจารณาวิธีแก้ปัญหาเรื่องต่อไป

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

57

กระบวนการพัฒนางานบริหารบุคคล โดยรูปแบบ บ้านหัวหิน Model จากแนวคิ ด หลั ก การ ทฤษฎี น ามาพั ฒนาเป็ น รู ปแบบการพั ฒ นาบุ ค ลากรใน โรงเรียนเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอน ของครูให้ส่งผลต่อประสิทธิภาพอย่างแท้จริง โดยทาเป็น Model ดังนี้

ขั้นตอนการพัฒนางานบริหารบุคคล โดยรูปแบบ บ้านหัวหิน Model ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาปัญหา / ความต้องการ  ศึกษาความต้องการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนของครู  เสนอแนวทางในการพัฒนาโดยใช้กระบวนการนิเทศภายในโรงเรียน  จัดบุคลากรคู่ร่วมพัฒนาโดยจัดตามความพึงพอใจของทุกคน ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมการ  ให้องค์ความรู้ ทฤษฎี และกระบวนการที่เกี่ยวข้อ  จัดทาแผนการพัฒนารายคู่เพื่อสูก่ ารปฏิบัติ ขั้นตอนที่ 3 การวางแผน  จัดทาปฏิทินการร่วมนิเทศซึ่งกันและกัน  จัดทาข้อตกลงร่วมกันในการร่วมพัฒนา ขั้นตอนที่ 4 การดาเนินงาน  ครูนิเทศซึ่งกันและกันตามแผนการนิเทศที่จัดทา  จัดการเรียนการสอนแบบร่วมมือตามแผนที่จัดทา  ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นาเสนอแนวคิด สู่การปรับปรุง  สรุปผลการปฏิบัตเิ พื่อคัดเลือกผลงานการปฏิบัตทิ ี่เป็นเลิศร่วมกัน  จัดแสดงผลงานที่เป็นเลิศ เผยแพร่สเู่ พื่อนครูกลุม่ อื่น ๆ ขั้นตอนที่ 5 การวัดประเมินผล  ตรวจสอบผลงานที่เป็นเลิศที่นาเสนอ /ความพึงพอใจของครู  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ขั้นตอนที่ 6 การพัฒนาปรับปรุง นาผลการประเมินมาพัฒนาปรับปรุงในทุกกิจกรรม และทุกขั้นตอนที่มี ปัญหา สอบถามความพึงพอใจของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นาข้อเสนอแนะจากการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ขยายผลสู่เพื่อนครูเพื่อนาสู่การพัฒนาในรูปแบบอื่น ๆ ต่อไป การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

ผลงาน Best Practice สาระภาษาไทย นาเสนอต่อคณะกรรมการ ณ โรงเรียน วัดศรีโลหะราษฎร์บารุง


58

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ปัจจัยความสาเร็จของการพัฒนางานบริหารบุคคล โดยรูปแบบ บ้านหัวหิน Model

การนาเสนอ Best Practice กลุ่ม คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ณ โรงแรมราชศุภมิตร

 ผลสาเร็จเชิงปริมาณ ครูผู้สอน จานวน 14 คน มีการพัฒนากระบวนการสอน และมีรูปแบบการปฏิบัตทิ ี่เป็นเลิศ อย่างน้อย 7 รูปแบบ  ผลส าเร็ จ เชิ ง คุ ณ ภาพ นั ก เรี ย นโรงเรี ย นบ้ า นหั ว หิ น จ านวน 240 คน มี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นกว่าปีการศึกษา 2554 3 %  ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง ต่อ BP ครูผู้สอน จานวน 14 คน มีความพึง พอใจในกระบวนการ ร้อยละ 100  ปัจจัยความสาเร็จของการพัฒนา ผลการปฏิบัตทิ ี่เป็นเลิศ Best Practices ในการ นาเสนอผลงานในระดับเขตพื้นที่การศึกษา และในระดับศูนย์พัฒนาการศึกษา ใน กลุ่มสาระต่าง ๆ

กระบวนการตรวจซ้าเพือ่ พัฒนาปรับปรุงรูปแบบ บ้านหัวหิน Model  ตรวจสอบซ้า BP ผลการนาเสนอรูปแบบการปฏิบัติที่เป็นเลิศ ในเวทีต่าง ๆ เป็น ที่สนใจ และความพึงพอใจของผู้รว่ มกิจกรรม  ผลการตรวจสอบซ้าเพื่อการพัฒนาปรับปรุง BP ข้อเสนอแนะที่ได้จากการเยี่ยมชม ของผู้ร่วมกิจกรรมในเวทีต่าง ๆ และการต่อยอดรูปแบบการปฎิบัติที่เป็นเลิ ศของ ครู ให้มีความหลากหลายมากขึ้น รวมทั้งส่ง เสริมให้มีการเปลี่ยนกลุ่มทางาน เพื่อให้เกิดแนวคิดที่หลากหลาย เกิดผลงานที่นา่ สนใจมากขึ้น

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ การขยายผลแนวคิดสู่โรงเรียนอื่น ๆ โรงเรียนในศูนย์เครือข่าย และจัดทา เอกสารประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน นาส่ง สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อขยายผล ในระดับเขตพื้นที่ต่อไป

การศึกษา ณ แหล่งเรียนรู้ ในชุมชน โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น

การนาเสนอ Best Practice สาระการ งานเทคโนโลยี ณ โรงเรียนอนุบาลวัดไชยชุมพลชนะ สงคราม

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

59

การบริหารและจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม : เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ด้าน การบริหารจัดการศึกษา การบริหารและจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนบ้านทุ่งนานาง หรอก "เพ็ ญ ชาติอุ ปถั ม ภ์" สอดคล้ อ งกั บหน่ว ยงานต้น สั ง กั ด ทุ กระดั บ คื อ ผู้บริหาร คณะครู บุคลากรและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าใจบทบาทหน้าที่ของการมี ส่วนร่วมในการบริหารและจัดการศึกษาของสถานศึกษา , ผู้บริหารมีเทคนิควิธี และความรู้ ค วามเข้ า ใจหลั ก การบริ ห ารแบบมี ส่ ว นร่ ว มอย่ า งกว้ า งขวางและ ลึกซึ้ง และผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้นาการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ที่ดี สามารถพาองค์กรปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทางานได้ตามแนวคิดการบริหารโดย ใช้โรงเรียนเป็นฐาน มีวัตถุประสงค์ ดังนี้  เพื่อ ปรั บปรุ ง และพั ฒ นาสถานศึก ษาทุ ก ด้ า นให้ มี คุ ณ ภาพเกิ ด ผลงานเป็ น ที่ ประจักษ์  เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการบริหารและจัดการศึกษา  เพื่ อ เผยแพร่ รู ปแบบการบริ ห ารและจั ด การศึก ษาตามสภาพที่ แ ท้ จ ริ ง ของ สถานศึกษาให้เป็นประโยชน์ตอ่ สถานศึกษาอื่น

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการบริหารและจัดการศึกษา แบบมีส่วนร่วม : เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา การบริหารและจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม : เข้าใจ เข้าถึง พัฒนานี้ใช้ หลักการนาหลักการ/ทฤษฎีของการบริหารและจัดการสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียน เป็นฐาน เน้นด้านการบริหารและจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม ดาเนินการตามวงจร เดรมมิ่ง(PDCA) มาประยุกต์ใช้กับการน้อมนาพระราชดาริในการดาเนินการต่างๆ ให้ประสบผลสาเร็จคือ หลักของ การเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ในพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยูห่ ัวฯ รัชกาลปัจจุบัน

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

นางบุษกร ห้าสกุล ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านทุ่งนานางหรอก "เพ็ญชาติอุปถัมภ์"

โทรศัพท์ 081- 2991297 E-mail : bussakorn0208@hotmail.com

.. เข้าใจ.. เข้าถึง .. พัฒนา .. ร่วมประชุมปรึกษาหารือ


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

60 ร่วมวิเคราะห์การดาเนินงานในปีที่ผ่านมา

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการบริหารและจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม : เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา การบริหารและจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม : เข้าใจ เข้าถึง พัฒนาเหมาะสาหรับ ผู้บริหารทุกหน่วยงาน และบุคคลทุกระดับที่ต้องการพัฒนาคุณภาพงาน ให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล โดยมีขนั้ ตอนที่สามารถเขียนเป็นแผนผัง ดังนี้ ร่วมวางแผน

ร่วมดาเนินการ

ร่วมประเมินผล

ร่วมดูแล กากับ ติดตาม

ร่วมวางแผนบริหารจัดการในปีปัจจุบันและใน แผน 4 ปี

การตรวจสอบคุ ณ ภาพ โดยการร่ ว มวิเ คราะห์ ผ ลการด าเนิน การบริ ห ารและจั ด การศึกษา ซึ่งเป็นแนวการบริหารและจัดการศึกษาที่ทาให้สถานศึกษาและผู้บริหาร ครู บุคลากร นักเรียนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ โดยมีแนวทางการนาการบริหารและจัดการศึกษา แบบมีส่วนร่วม : เข้าใจ เข้าถึง ไปใช้ประโยชน์ คือ สามารถนาไปใช้ได้ทันที ภายใต้การเปิด กว้างทางความคิด ที่ผู้บริหารควรรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทุก ฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมรับรู้ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการบริหารและจัดการศึกษาแบบมีสว่ นร่วม ผลสาเร็จเชิงปริมาณ  เป็นต้นแบบให้สถานศึกษาและหน่วยงานอื่นมาศึกษาดูงาน  สถานศึกษาพัฒนาต่อเนื่อง เป็นระบบ ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ  สถานศึกษา ครู นักเรียนได้รับรางวัลในระดับต่างๆ  ผู้บริหารมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ได้รับการยอมรับเป็นคณะทางานและได้รับรางวัลใน ระดับต่างๆ ความพึงพอใจ  แบบสอบถามความพึงพอใจผู้ปกครอง นักเรียน ชุมชน และคณะกรรมการสถานศึกษา คณะครู บุคลากรมีความพึงพอใจ 95% ปัจจัยความสาเร็จ  ความร่วมมือเป็นอย่างดีจากคณะครู บุคลากร นักเรียน ชุมชน คณะกรรมการ สถานศึกษา หน่วยงานต้นสังกัด และหน่วยงานในท้องถิ่น

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการตรวจสอบซ้าเพือ่ พัฒนาปรับปรุงกระบวนการของการบริหาร และจัดการศึกษา กระบวนการตรวจสอบซ้าเพื่อพัฒนาปรับปรุงกระบวนการของการบริหาร และจัดการศึกษา โดยการศึกษา วิเคราะห์ใหม่ทุกขั้นตอน ( ข้อดี / ข้อเสีย – แนว ดาเนินการแก้ไข / พัฒนา ) จะพบแนวทางดาเนินการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึน้

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ 1) 2) 3) 4) 5)

จัดทาเอกสาร – CD. เผยแพร่ผลงาน จุลสารสัมพันธ์บ้านโรงเรียน ( เดือนละ 1 ฉบับ ) เว็บไซด์โรงเรียน ( ตลอดปีการศึกษา ) เว็บไซด์สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ในจังหวัดกาญจนบุรี (มติกาญจน์,พิมพ์กาญจน์)

เข้าใจ...เข้าถึง...ร่วมพัฒนา ร่วมกันทุกกระบวนการของการบริหาร และจัดการศึกษา

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

61 ร่วมดาเนินงาน / กิจกรรม / โครงการ


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

62

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การบริหารโรงเรียนตามหลัก SCBM และทฤษฎีเชิงระบบ ( System theory ) ผู้บริหารสถานศึกษาขนาดใหญ่

นายสุวิทย์ ศรีจันทร์ ผู้อานวยการโรงเรียนอนุบาลศรีสวัสดิ์ โทรศัพท์ 081-5191705 E-mail : suwit2506@hotmail.com

ตามกลยุทธ์ของ สพฐ.และสพป.กาญจนบุรีเขต1 ที่ 1-5 และแผนกลยุทธ์แผนปฏิบัติการของโรงเรียน โดยนาแนวคิด ทฤษฎีการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็น ฐาน school- Based Management , ทฤษฎีเชิงระบบ และวงจรเดมมิ่ง (Dammig Circle) ที่นามาใช้ในการพัฒนา เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา โดย เริ่มต้นตั้งแต่ปีการศึกษา 2552 ถึงปีการศึกษา 2554

กระบวนการพัฒนาการบริหารโรงเรียนตามหลัก SCBM และ ทฤษฎีเชิงระบบ ( System theory ) กลุ่มเป้าหมายในการนากระบวนการพัฒนาการบริหารโรงเรียนตามหลัก SCBM และทฤษฎีเชิงระบบ ( System theory ) ได้แก่ จานวนครูและบุคลากรใน โรงเรียน จานวน 17 คน จัดกระบวนการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ คือ นักเรียน 250 คนเมื่อปีการศึกษา 2552 ปีการศึกษา 2553 จานวน 252 คน และปีการศึกษา 2554 จานวน 254 คน โดยมีกระบวนการดังนี้  ทฤษฎีระบบพื้นฐาน ทฤษฎีระบบพื้นฐาน (Basic Systems Theory) ขององค์การซึ่งมี 5 ส่วน คือ ปัจจัยป้อน กระบวนการแปรรูป ผลผลิต ข้อมูลย้อนกลับ และสภาพแวดล้อม ดังภาพต่อไปนี้ สิ่งแวดล้อม องค์การ กระบวนการแปรรูป ปัจจัยป้อน

ข้อมูลย้อนกลับ

ผลผลิต

 ปัจจัยป้อน (Inputs) คือทรัพยากรที่เป็นบุคคล วัสดุอุปกรณ์ เงิน หรือข้อมูลที่ใช้ใน การผลิตหรือการบริการ  กระบวนการแปรรูป (Transformation Process) จาการใช้เทคโนโลยีและหน้าที่ใน ทางการบริห ารตัว ป้ อนนาไปสู่ กระบวนการแปรรูป ในโรงเรีย นปฏิสัม พัน ธ์ ระหว่า ง นักเรียนกับครูเป็นส่วนหนึ่งของการแปรรูปหรือกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งทาให้นักเรียน กลายเป็นพลเมืองที่มีการศึกษา ซึ่งสามารถทาประโยชน์ให้แก่สังคมต่อไป  ผลผลิต (Output) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์และการบริการขององค์การ องค์การทางการศึกษา ผลิตและแจกจ่ายความรู้  ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) คือ สารสนเทศเกี่ยวกับผลผลิตหรือกระบวนการของ องค์การ ซึ่งมีอิทธิพลต่อการคัดเลือกตัวป้อนระหว่างวงจรต่อไป ข้อสารสนเทศเช่นนี้ อาจนาไปสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งในกระบวนการแปรรูปและผลผล���ตในอนาคต การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

63

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

 สภาพแวดล้อม (Environment) สภาพแวดล้อมที่อยูล่ ้อมรอบองค์การ ได้แก่ แรงผลักดัน (Forces) ทั้งด้านสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ ที่มาปะทะกับองค์การ ดังนัน้ การสร้างกรอบแนวคิดให้องค์การเป็นระบบเปิด (Open System ) จึงเป็นแนวคิดรวบ ยอดที่สาคัญที่สุดประการหนึ่งของทฤษฏีระบบองค์การที่เป็นโรงเรียนหรือสถานศึกษาทั้งหมด เป็นระบบเปิด นอกจากนี้ ยังได้ใช้การบริหารโดยใช้หลักการ School Based Management (SBM) มีกรอบการดาเนินงาน ดังนี้  การบริ ห ารโดยใช้ โ รงเรี ย นเป็ น ฐาน (SBM) การกระจายอ านาจ การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (SBM)การกระจายอานาจ

มีอิสระในการบริหารจัดการ

สถานศึกษา

ผู้ปกครอง ชุมชน

มีพันธสัญญากับผู้เรียนและชุมชน -การเรียนการสอน -การพัฒนาหลักสูตร -การประกันคุณภาพ -การใช้ทรัพยากร -การตรวจสอบผลงาน

-มีความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน ผู้ปกครองและ บุคลากรเพิ่มขึ้น

-ผู้ปกครองร่วมมือกับโรงเรียนเพิ่มขึน้ การบริหารจัดการ

มีการตัดสินใจโดยคณะบุคคลแทนการตัดสินใจ โดยผู้บริหาร ร.ร.เพียงคนเดียว

บุคลากร

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

-มีการพัฒนาทักษะสู่มืออาชีพ -มีการพัฒนาตนเอง


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

64

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

 กระบวนการการนาหลักการสู่การปฏิบัติ

/

/

( Plan )

( Action )

(DO )

( Chack )

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการบริหารโรงเรียนตามหลัก SCBM และทฤษฎีเชิงระบบ ( System theory ) จากแนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการดาเนินงานตามขั้นตอน กระบวนการ สามารถนาไปใช้ประโยชน์ต่อการบริหารโรงเรียนตามหลัก SCBM และทฤษฎีเชิงระบบ ( System theory ) จนเกิดผลสาเร็จดังนี้  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ จานวนนักเรียนเพิ่มขึ้น โดยมีนักเรียนนอกเขตบริการย้ายมาเรียนเพิ่มขึ้น  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ ปีการศึกษา 2554 ได้รับรางวัล ดังนี้ 1) ได้รับรางวัลเกียรติบัตรเหรียญทองการเล่านิทาน เด็กบกพร่องทางการเรียนรู้ ระดับชั้น ม.ต้น งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ ครัง้ ที่ 61 2) ได้ รั บ รางวั ล เกี ย รติ บั ต รเหรี ย ญทองผลงานสิ ง ประดิ ษ ฐ์ ท างวิ ท ยาศาสตร์ ระดับชั้น ม.ต้น งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาคกลางและภาคตะวันออก ครัง้ ที่ 61

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

3) ได้ รั บ รางวั ล เกี ย รติ บั ต รเหรี ย ญทองการแสดงทางวิ ท ยาศาสตร์ ท าง วิทยาศาสตร์ ระดับชั้น ม.ต้น งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาคกลางและ ภาคตะวันออกครั้งที่ 61 4) ได้ รับ รางวั ล เกี ย รติ บัต รเหรี ย ญทอง ศาสตร์ ค ณิ ต ในชี วิ ต ประจ าวั น ระดั บ ประถมศึกษา งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาคกลางและภาคตะวันออก ครัง้ ที่ 61 5) ได้รับรางวัลเกียรติบัตรเหรียญทอง โครงงานคุณธรรมระดับประถมศึกษา งาน ศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาคกลางและภาคตะวันออกครั้งที่ 61 6) ได้รับรางวัลเกียรติบัตรเหรียญทองกิจกรรมเต้นแอโรบิก กลุ่มเด็กพิเศษ งาน ศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาคกลางและภาคตะวันออกครั้งที่ 61 7) ได้ รั บ รางวั ล เกี ย รติ บั ต รเหรี ย ญทองกิ จ กรรมร าไทย กลุ่ ม เด็ ก พิ เ ศษ งาน ศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาคกลางและภาคตะวันออกครั้งที่ 61 ปีการศึกษา 2553 ได้รับรางวัล ดังนี้ 8) ได้ รั บ รางวั ล เกี ย รติ บั ต รเหรี ย ญทองผลงานสิ ง ประดิ ษ ฐ์ ท างวิ ท ยาศาสตร์ ระดับชั้น ม.ต้น งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาคกลางฯ ครั้งที่ 61 9) ได้รับรางวัลเกียรติบัตรเหรียญทองการแสดงทางวิทยาศาสตร์ ระดับชั้น ม.ต้น งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาคกลางฯครัง้ ที่ 61 10) ได้ รับ รางวั ล เกี ย รติ บัต รเหรี ย ญทอง ศาสตร์ ค ณิ ต ในชี วิ ต ประจ าวั น ระดั บ ประถมศึกษา งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาคกลางฯครัง้ ที่ 61 11) ได้รับรางวัลเกียรติบัตรเหรียญทอง โครงงานคุณธรรมระดับประถมศึกษา งาน ศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาคกลางและภาคตะวันออกครั้งที่ 61 12) ได้รับรางวัลเกียรติบัตรเหรียญทองกิจกรรมเต้นแอโรบิก กลุ่มเด็กพิเศษ งาน ศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาคกลางและภาคตะวันออกครั้งที่ 61 13) ได้ รั บ รางวั ล เกี ย รติ บั ต รเหรี ย ญทองกิ จ กรรมร าไทย กลุ่ ม เด็ ก พิ เ ศษ งาน ศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาคกลางและภาคตะวันออกครั้งที่ 61  ความพึง พอใจ ครู นั ก เรี ยน ชุมชน มีความพึง พอใจต่อการบริห ารงานด้ า น วิชาการ อยู่ในระดับสูง  ปัจจัยความสาเร็จ 1) ครูปรับวิธีสอน 2) ชุมชนให้ความร่วมมือกับโรงเรียน

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ โรงเรียนได้ผยแพร่ความสาเร็จจากการการใช้กระบวนการบริหารผ่านวารสาร ประชาสัมพันธ์โรงเรียน และ Website http://sswwww.no-ip.info:81/

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

65


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

66

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การบริหารจัดการศึกษา โดยใช้หลักการจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM)

นายวุฒิพงษ์ ปฏิเวชวัฒนางกูร ผู้อานวยการโรงเรียนตลาดสารอง โทรศัพท์ 081-9430475 e-mail: mahakao@hotmail.com

การบริหารจัดการศึกษาโดยใช้หลักการจัดการความรู้ ที่ทาให้ผู้เรียนได้รับ การพัฒนาจนประสบผลสาเร็จตามเป้าหมายและจุดเน้นของสพป./สพฐ. ซึ่งมีวัตถุประสงค์ ได้แก่  เพื่อบริหารจัดการศึกษาในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ  เพื่อบริหารจัดการศึกษาในสถานศึกษาประสบผลสาเร็จตามเป้าหมาย  เพื่อพัฒนาโรงเรียนตลาดสารองให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้น พื้นฐาน

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการบริหารจัดการศึกษา โดยใช้หลักการจัดการความรู้

การเผยแพร่ผลงานด้านการบริหารจัด การศึกษาโดยใช้หลักการบริหารจัดการ ความรู้ (KM) ให้กับผู้บริหารและคณะครู ที่มาศึกษาดูงาน

จากวิสั ย ทั ศ น์ พั น ธกิ จ และกลยุ ทธ์ ของสพฐ. สพป.กจ.1 โดยน า หลัก การ ทฤษฎีที่นามาใช้ใ นการบริห ารจั ดการศึกษา โดยใช้ห ลัก การจัด การ ความรู้ โดยใช้หลักการจัดการความรู้ (KM) ซึ่งได้แก่ 1) การพัฒนาคนอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ 2) ด้านเทคโนโลยี ให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ 3) การพัฒนากระบวนการจัดการความรู้ดว้ ยการเชื่อมโยง บูรณาการอย่าง สมดุล โดยใช้หลักการบริหารจัดการศึกษาบูรณาการกับการบริหารจัดการศึกษา แบบมีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสถานศึกษา

กระบวนการบริหารจัดการศึกษา โดยใช้หลักการจัดการความรู้ กลุ่มเป้าหมายในการบริหารจัดการศึกษา โดยใช้หลักการจัดการความรู้ ได้แก่ 1) บุคลากรในสถานศึกษา ได้แก่ ครู นักเรียน นักการฯ เจ้าหน้าที่ธุรการ และผู้ที่มีสว่ นเกี่ยวข้อง 2) บุ ค ลากรในชุ ม ชน ได้ แ ก่ ผู้ ป กครองนั ก เรี ย น คณะกรรมการ สถานศึกษา และบุคคลในชุมชน โดยมีขั้นตอนการพัฒนา ดังนี้

ประชุมคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

67

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

1.

6.

/

2.

(

)

3.

/

5. 4.

/

/

 การตรวจสอบคุณภาพ โดยวิธีการ 1) การสังเกต 2) สอบถาม,ซักถาม 3) ประเมินความพึงพอใจ โดยใช้แบบสอบถาม 4) การรายงานผลกิจกรรม/โครงการ 5) การรายงานผลการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา (SAR)  ผลการตรวจสอบคุณภาพ บุคลากรในสถานศึกษาและชุมชนให้ความศรัทธาและมี ความพึงพอใจต่อการบริหารจัดการศึกษาอยู่ในระดับมากที่สุด  แนวทางการนาใช้หลักการจัดการความรู้ ไปใช้ประโยชน์ 1) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 2) การนาไปใช้อย่างเป็นระบบ 3) การแก้ปัญหาและปรับปรุงสถานศึกษาให้มคี ุณภาพ

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการศึกษา โดยใช้หลักการจัดการความรู้ ผลสาเร็จเชิงปริมาณ ครูและนักเรียนทุกคนได้รับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ 1) ผลการประเมินคุ ณภาพการศึก ษาขั้ นพื้น ฐาน ภายนอก จาก สมศ. รอบที่ 3 โรงเรียนได้รับการรับรอง คุณภาพอยูใ่ นระดับ ดี 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากการทดสอบ O-NET อยู่ในระดับ พอใช้ 3) นักเรียนได้รับรางวัลเหรียญทองในการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรม ในระดับภาค กลางและภาคตะวันออก ครัง้ ที่ 61 ปีการศึกษา 2554 4) ครูได้รับรางวัลครูสอนดี จากสานักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพ เยาวชน (สสค.) 5) ครูได้รับรางวัลหนึ่งแสนครูดี จากคุรุสภา 6) สถานศึก ษาได้รับคั ด การเลือ กจากโรงพยาบาลท่ า ม่วงเป็ น โรงเรีย นเครือ ข่ า ย เด็ ก ไทยฟั น ดี ปี 2555 ตามโครงการพั ฒ นาเครื อ ข่ า ยส่ ง เสริ ม ป้ อ งกั นทางทั น ต สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี ปี 2555 การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

ประชุมเครือข่ายพัฒนาคุณภาพ การศึกษาพังตรุ


68

มอบใบประกาศโครงการพัฒนาครู ทั้งระบบ

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ความพึงพอใจ 1) ครูในโรงเรียนมีความพึงพอใจต่อการบริหารจัดการศึกษาอยู่ในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 95.88 2) ผู้ปกครองนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการบริหารจัดการศึกษาอยู่ในระดับมาก ที่สุด คิดเป็นร้อยละ 93.56 3) คณะกรรมการสถานศึกษาฯ มีความพึงพอใจต่อการบริหารจัดการศึกษาอยู่ใน ระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 96.18

ปัจจัยที่ทาให้การบริหารจัดการศึกษา โดยใช้หลักการจัดการความรู้ ประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย

ประชุมวิชาการ

1) ภาวะผู้นาและกลยุทธ์ ของผู้บริหารที่มีแนวคิ ดในหลักการบริหารจั ด การศึกษาโดยใช้หลักการจัดการความรู้ (KM) และบูรณาการกับ หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม 2) ความตระหนักถึงประโยชน์สูงสุดที่เกิดกับสถานศึกษาของผู้บริหาร ทา ให้ ไ ด้ รับความศรั ทธาจากบุ ค ลากรในโรงเรี ย น ผู้ ปกครองนั ก เรี ย น คณะกรรมการสถานศึกษาฯและชุมชน

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ 1) เป็นวิทยากรถ่ายทอดถอดประสบการณ์จุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนสู่ การปฏิบัติ ในการประชุมสัมมนาการขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพ ผู้ เ รี ย นสู่ ก ารปฏิ บั ติ ของส านั ก งานเขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษาประถมศึ ก ษา กาญจนบุ รี เขต 1 ณ ห้ อ งประชุ ม โรงแรมริ เ วอร์ แ คว อ าเภอเมื อ ง กาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2554 2) เป็นวิทยากร เผยแพร่ความรู้ดา้ นการบริหารจัดการศึกษาและเอกสารในการ รองรั บการประเมินคุ ณ ภาพการศึก ษาขั้ นพื้น ฐาน ภายนอก จาก สมศ. รอบที่ 3 ให้ กั บ ผู้ บ ริ ห ารและคณะครู ที่ ม าศึ ก ษาดู ง านที่ โ รงเรี ย น อย่ า ง ต่อเนื่องและเป็นจานวนมาก 3) น าผลงานนั ก เรี ย นไปจั ด นิ ท รรศการร่ ว มกั บ เครื อ ข่ า ยพั ฒ นาคุ ณ ภาพ การศึ ก ษาพั ง ตรุ เนื่ อ งในงานศิ ล ปหั ต ถกรรมระดั บ ภาคกลางและภาค ตะวันออก ครัง้ ที่ 61 ปีการศึกษา 2554

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

69

การส่งเสริมครูเพื่อมุ่งสู่ยกระดับผลสัมฤทธิ์ ด้ว ย สพฐ. และสพป.กจ. 1 ได้ ก าหนดกลยุ ทธ์ที่ 1 พั ฒ นาคุ ณภาพและ มาตรฐานการศึ ก ษา ทุ ก ระดั บ ตามหลั ก สู ต รและส่ ง เสริ ม ความสามารถด้ า น เทคโนโลยีเพื่อเป็นเครื่องในการเรียนรู้ประกอบกับสานักงานรับรองมาตรฐานและ ประเมิน คุ ณ ภาพการศึก ษา (องค์ ก รมาหาชน) ได้ เสนอแนะไว้ใ นรายงานการ ประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานรอบ 2 เมื่อวันที่ 15- 17 ธันวาคม พ.ศ. 2551 จานวน 3 ข้อ 1 ใน 3 ข้อคือ ครูควรพัฒนา ผู้ เรี ย นให้ มีค วามรู้ แ ละทั ก ษะที่ จ าเป็ น ตามหลั ก สู ต รในทุ ก สาระการเรี ย นรู้ โ ดย ยกระดับผลสัมฤทธิ์ให้สูงขึ้นในทุกวิชา ดังนั้นโรงเรียนบ้านหนองสองตอน จาเป็นต้องสร้างขวัญและกาลังใจให้ครู และบุคลากรทางการศึกษามีความตระหนักในบทบาทหน้าที่ เพราะมีแนวคิดว่า จะต้องส่งเสริมสนับสนุนให้ครูได้รับเกียรติบัตร / รางวัล เมื่อได้รับเกียรติบัตร / รางวัลแล้วก็จะมีขวัญและกาลังใจที่จะสอนนักเรียนเต็มความรู้ เต็มความสามารถ และเต็มใจ ซึ่งส่งผลต่อการยกระดับผลสัมฤทธิ์ได้ในที่สุด โดยมีวัตถุประสงค์ ได้แก่  เพื่อให้ครูได้รับเกียรติบัตร/รางวัล  เพื่อให้ผ ลสั มฤทธิ์ O-NET ของนั กเรีย นชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 เพิ่มขึ้น  เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาพึงพอใจต่อการปฏิบัตงิ านด้านวิชาการ

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการส่งเสริมครู เพื่อมุ่งสู่ยกระดับผลสัมฤทธิ์ การส่ง เสริมครูเพื่อ มุ่งสู่ ยกระดับผลสั มฤทธิ์ ด้ วยวิธี เสริ มพลัง (Empowered Development Approach) แบ่งออกเป็น 4 มิติ คือ 1) การอบรม (Training) 2) การเป็นพี่เลีย้ ง (Mentoring) 3) การชีแ้ นะ (Coaching) 4) การนิเทศ (Supervision) และใช้กระบวนการวงจรของเดมมิ่ง (Deming Cycle) ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ 1) การวางแผน (Plan) 2) การดาเนินการ (Do) 3) การตรวจสอบ (Check) 4) การปรับปรุง (Action)

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

นายบารุง ข่ายคา ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านหนองสองตอน โทรศัพท์ 089-9188977 E-mail : khaikam7@gmailcom


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

70

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการส่งเสริมครูเพื่อมุ่งสู่ยกระดับผลสัมฤทธิ์ กลุ่มเป้าหมายในการนากระบวนการส่งเสริมครูเพื่อมุ่งสูย่ กระดับผลสัมฤทธิ์ ได้แก่ คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา จานวน 15 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จานวน 26 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จานวน 29 คน รวมทั้งสิ้น 70 คน เพื่อให้เกิดผลดีเลิศในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ให้เพิ่มขึ้น จึงได้ดาเนินการดังนี้  การให้ ค รู ไ ด้ รั บ เกี ย รติ บั ต ร / รางวั ล ใช้ ห ลั ก วิ ธี ก ารเสริ ม พลั ง ( Empowered Development Approach ) แบ่งออกเป็น 4 มิติ คือ 1) การอบรม ( Training ) 2) การเป็นพี่เลีย้ ง (Mentoring ) 3) การชีแ้ นะ ( Coaching ) 4) การนิเทศ (Supervision)  การยกระดั บผลสั ม ฤทธิ์ O-NET ของนั ก เรี ย นชั้น ประถมศึ ก ษาปี ที่ 6 และ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ใช้หลักวงจรของเดมมิ่ง ( Deming Cycle ) ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ 1) การวางแผน (Plan) 2) การดาเนินการ (Do) 3) การตรวจสอบ (Check) 4) การปรับปรุง ( Action )  การตรวจสอบคุณภาพ 1) วัดประเมินผลก่อนเรียน 2) จัดกิจกรรมการเรียนการสอน / เข้าค่ายวิชาการเป็นระยะ ๆ 3) วัดผลประเมินผลหลังเรียน 4) สอบถามความพึงพอใจ  แนวทางการนา BP ไปใช้ประโยชน์ โดยให้คณะครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ สอนชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6 และชัน้ มัธยมศึกษา ปีที่ 3 ทุกคนร่วมคิด ร่วมทา ร่วมแก้ไข ร่วมรับผิดชอบ เมื่อสิ้นปีการศึกษาแล้วสรุปให้ที่ประชุมผู้ปกครองทราบ พร้อมทั้งสอบถาม ความพึงพอใจ สาห���ับกิจกรรมเข้าค่ายวิชาการเป็นระยะ ๆ ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 โดยเขียนเป็นวงจรได้ดังนี้ Plan ประชุม วางแผน Action

Do

เข้าค่ายวิชาการ ระยะที่ 2

จัดทาข้อสอบเข้า ค่ายวิชาการ ระยะที่ 1 Check วัดผลประเมินผล

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการส่งเสริมครูเพื่อมุ่งสู่ยกระดับผลสัมฤทธิ์  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ ครูได้รับเกียรติบัตร/รางวัลจานวน 5 คน รวม 11 รางวัล ดังนี้ 1) นายบารุง ข่ายคา ได้รับเกียรติบัตรหนึ่งแสนครูดีประจาปี 2554 จากคุรุสภา 2) นางอารมณ์ บุญเรืองรอด ได้รับเกียรติบัตร (1) ครูสอนดีประจาปี 2554 พร้อมเงินรางวัล จานวน 10,000 บาท จาก สานักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) (2) ครูผู้สอนนักเรียนระดับเหรียญเงิน กิจกรรมเขียนเรียงความและคัดลายมือ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ประจาปี 2554 จากสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน 3) นางวนิดา ปากโมกข์ ได้รับเกียรติบัตร (1) ครู ผู้ ส อนนั กเรี ยนได้ รับรางวั ลระดับเหรีย ญทอง กิ จ กรรมทาอาหาร คาวหวานเพื่อสุขภาพ(ประเภทเส้น) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ประจาปี 2554 จาก สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน (2) ผู้ทาคุณประโยชน์ทางด้านการศึกษาระดับจังหวัดประจาปี การศึกษา 2555 จากสานักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการ ศึกษา (สกสค.) (3) ครูผู้สอนกิจกรรมประดิษฐ์ของใช้จากเศษวัสดุเหลือใช้ฯ กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชี พ และเทคโนโลยี ประจ าปี 2554 จากส านั ก งานเขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษา ประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 1 (4) กิจกรรมโครงงานอาชีพ ประจาปี 2554 จากสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 1 (5) กิ จกรรมอาหารคาวหวานเพื่อ สุขภาพ(ประเภทเส้น ) ประจ าปี 2554 จากสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 1 4) นางโฉมเฉลา ศรีสนาม ได้รับเกียรติบัตร (1) หนึ่งแสนครูดีประจาปี 2554 จากคุรุสภา (2) ครูดีในดวงใจ ประจาปี 2555 จากสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กาญจนบุรีเขต 1 5) นางจันทร์เพ็ ญ แคล้ วภัย พาล ได้รับเกี ยรติบัตรหนึ่ง แสนครูดี ประจาปี 2554 จากคุรุสภา  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ 1) ผลสั มฤทธิ์ O-NET ของนัก เรี ยนชั้น ประถมศึก ษาปีที่ 6 เมื่อ เปรีย บเทีย บกั บ ปีการศึกษาที่ผ่านมาโดยภาพรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.06 2) ผลสั มฤทธิ์ O-NET ของนัก เรี ยนชั้น ประถมศึก ษาปีที่ 6 เมื่อ เปรีย บเทีย บกั บ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 1 โดยภาพรวมสูงกว่า สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 1 ร้อยละ 0.97

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

71


72

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

3) ผลสั ม ฤทธิ์ O-NET ของนั ก เรี ย นชั้ น มั ธ ยมศึ ก ษาปี ที่ 3 เมื่ อ เปรี ย บเที ย บกั บ ปีการศึกษาที่ผ่านมาโดยภาพรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.67 4) ผลสัมฤทธิ์ O-NET ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เมื่อเปรียบเทียบกับสานักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 1 โดยภาพรวมสู งกว่าสานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 1 ร้อยละ 6.16 5) ผลสัมฤทธิ์ O-NET ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เมื่อเปรียบเทียบกับระดับประเทศ โดยภาพรวมสูงกว่าระดับประเทศ ร้อยละ 3.37  ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องต่อ BP 1) แบบสอบถามความพึ ง พอใจของผู้ ป กครองนั ก เรี ย นจ านวน 336 คน ตอบแบบสอบถามจ านวน 325 คน คิ ด เป็ น ร้ อ ยละ 89.53 คณะครู แ ละ บุคลากรทางการศึกษาสอนให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์(ผลการสอบ) ระดับความพึง พอใจ 4.48(ระดับมาก) หรือเท่ากับร้อยละ 89.60 2) แบบสอบถามความพึงพอใจของคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาจานวน 15 คน ตอบแบบสอบถามจ านวน 15 คน คิด เป็นร้ อยละ 100 ความพึงพอใจ 4.71(ระดับมากที่สุด) หรือเท่ากับร้อยละ 94.20

ปัจจัยที่ทาให้การส่งเสริมครูเพื่อมุ่งสู่ยกระดับผลสัมฤทธิ์ ประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย ผู้อ านวยการสถานศึก ษาเป็ นบุ ค คลส าคัญ ที่ สุ ด ในการเป็ น ผู้น าการพั ฒนา การ บริ หารจั ดการทั้ง สี่ด้ าน ได้แ ก่ ด้ านวิชาการ ด้ านงบประมาณ ด้ านบุค คล และด้ า น บริหารทั่วไป แต่ด้านที่ถือได้ว่าเป็ นหัวใจสาคัญที่สุด คือด้านวิชาการ เมื่อผู้อานวยการ สถานศึกษาให้ความสาคัญเป็นอันดับหนึ่ง คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง นักเรียน นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็จะสนับสนุนให้ความร่วมมือใน การปฏิบัตงิ าน เพราะทุกคนต่างก็ยึดเป้าหมายที่นักเรียนเป็นหลักให้นักเรียนเป็นผู้มีความรู้ และทักษะที่จาเป็นตามหลักสูตร

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ 1) เผยแพร่ ผ ลงานให้ผู้ ปกครองนัก เรี ย นทราบ ในการประชุมผู้ ปกครองทั้ ง โรงเรียน 2) นา Best Practice ส่งให้โรงเรียนในเครือข่ายหนองบัว - แก่งเสี้ยนจานวน 8 โรงเรียน เพื่อให้ผู้บริหารหรือผู้สนใจนาไปศึกษาและปรับใช้ตามความ เหมาะสม 3) เผยแพร่ข้อมูลทางเว็ปไซต์ของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กาญจนบุรีเขต 1 http://www.kan1.go.th

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

73

รูปแบบการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมในการใช้แหล่งเรียนรู้ และนาภูมิปัญญาท้องถิ่นของตาบลหนองบัวมาพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนวัดศรีอุปลาราม ผ่านการรับรองมาตรฐานจากการประเมินภายนอก รอบสองทั้งในระดับปฐมวัยและระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาเมื่อเดือนมกราคม 2550 สมศ.ได้ ให้ข้อ เสนอแนะว่า ทิศทางการพัฒนาในอนาคต ด้ านผู้ บริหารควร พัฒนาระบบการบริหารจัดการที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน ส่วนด้านผู้เรียนให้เน้น การเรียนรู้ที่หลากหลาย ยึดผู้เรียนเป็นสาคัญเและควรพัฒนาครูและบุคลากรทางการ ศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ดังนั้นในฐานะผู้บริหารจึงจาเป็นต้องหา รูปแบบหรือแนวทางในการบริหารจัดการที่ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมและพัฒนา คุณผู้เรียน จึงกาหนดวัตถุประสงค์ ไว้ดังนี้  เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางการศึกษาเข้ามามีส่วน ร่วมในการใช้แหล่งเรียนรู้และภูมปิ ัญญาท้องถิ่นของตาบลหนองบัวเพื่อพัฒนา คุณภาพผู้เรียน  เพื่อส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับครูและ นักเรียนและชุมชน  เพื่ อ สร้ า งความตระหนั ก ในการส านึ ก รั ก ท้ อ งถิ่ น ผ่ า นกระบวนสื บ สาน วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมใน การใช้แหล่งเรียนรู้และนาภูมิปัญญาท้องถิ่น ของตาบลหนองบัวมาพัฒนา คุณภาพผู้เรียน พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่2) พ.ศ.2545 มาตรา 29 ให้สถานศึกษาร่วมกับบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กร ชุมชน องค์กรปกครองท้อ งถิ่น เอกชน องค์ก รเอกชน องค์ก รวิชาชีพ สถาบั น ศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชน เพื่อชุมชนมีการจัดการศึกษาอบรม มีการ แสวงหาความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และรู้จักเลือกสรรภูมิปัญญา และวิทยาการต่างๆ เพื่อพัฒนาชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการ รวมทั้งหาวิธีการ สนั บสนุ นให้ มีก ารแลกเปลี่ ย นประสบการณ์ การพั ฒ นาระหว่างชุม ชน รวมทั้ ง สอดคล้องกับนโยบาย จุดเน้น และยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ ข้อเสนอ การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองนั้นให้ความสาคัญกับการพัฒนาคุณภาพคน ไทยยุคใหม่ที่มีนิสัยใฝ่เรียนรู้การพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งการเรียนรู้ ยุคใหม่ รวมทั้งการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ชุมชน ภาคเอกชน และทุกภาค การพัฒนา BP ในครั้งนี้ ได้สังเคราะห์แนวคิด ด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วม ด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ด้านการจัดการเรียนรู้จากแหล่ง เรียนรู้ และด้านภูมปิ ัญญาท้องถิ่น สรุปได้ ดังนี้ การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

ดร.เตือนใจ รักษาพงศ์ ผู้อานวยการโรงเรียนวัดศรีอุปลาราม โทรศัพท์ 089-5508170 E-mail : jai_sim90@hotmail.com

แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนห้องสมุดมีชีวิต โรงเรียนวัดศรีอุปลาราม


74 แหล่งเรียนรู้ในชุมชนประเพณีร่อยพรรษา

จัดนิทรรศการวันวิชาการส่งเสริมการอ่าน และการเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การดาเนินงานการปฏิรูปการเรียนรู้ของโรงเรียนยึดหลักการและแนวคิดการบริหาร แบบมีส่วนร่วม ด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ด้านการจัดการเรียนรู้จาก แหล่งเรียนรู้ และด้านภูมปิ ัญญาท้องถิ่น ดังนี้ 1) แนวคิดด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ และการปฏิรูปทุกฝ่ายที่ เกี่ยวข้อง คือ ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาไปตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพของ ดัง สาระของการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และ แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที2่ )พ.ศ.2545 ที่กาหนดไว้ในหมวด 4 ตามมาตรา 24 , 25, 29 ผู้พัฒนา จึงได้วิเคราะห์และสรุปองค์ประกอบของด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วม ด้านการจัดการ เรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ด้านการจัดการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ และด้านภูมิปัญญา ท้องถิ่น ที่จะใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาครั้งนี้ ออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการจัดเนื้อหา สาระการเรียนรู้ ด้านการจัดสื่อและแหล่งการเรียนรู้ ด้านการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม และด้านความร่วมมือกับชุมชนในการจัดการศึกษา 2) แนวคิดการปฏิรูปทั้งโรงเรียน เป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วน ร่วมอย่างเต็มที่ในการนาหลักการมีส่วนร่วมของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายโดยมีขั้นตอนที่ สาคัญ 4 ขั้นตอนคือ 1) การร่วมคิดและสร้างจิตอาสา 2) ร่วมวางแผนใช้แหล่งเรียนรู้และนา ภูมิปัญญาท้องถิ่น 3) การร่วมดาเนินการ 4)ร่วมประเมินและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ 3) การใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนาเป็นเครื่องมือหลักในการดาเนินการวิจัยและ พัฒนามีขั้นตอนการดาเนินงานที่สาคัญแบ่งกระบวนหลักเป็น 2 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนการ พัฒนา และขั้นตอนการวิจัย มีการดาเนินการต่อเนื่องกันไป

กระบวนการรูปแบบการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมในการใช้แหล่ง เรียนรู้และนาภูมิปัญญาท้องถิ่นของตาบลหนองบัวมาพัฒนาคุณภาพ ผู้เรียน กลุ่ ม เป้ า หมายในการน า BP ไปใช้ กลุ่ ม เป้ า หมายในการพั ฒ นาได้ แ ก่ บุ ค ลากรของโรงเรี ย นวั ด ศรี อุ ปลาราม และผู้ เกี่ ย วข้ อ ง ประกอบด้ ว ย ครู 15 คน นั ก เรี ย น จ านวน 304 คน ผู้ ป กครองนั ก เรี ย นจ านวน 304 คน คณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จานวน 12 คน ผู้นาชุมชน จานวน 8 คน รวม 643 คน โดย รูปแบบการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมในการใช้แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น ของตาบลหนองบัวเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ประกอบด้วย 1) ศึกษาสภาพภาพการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมและความต้องการในการ ใช้แหล่งเรียนรู้และภูมปิ ัญญาท้องถิ่นในตาบลหนองบัวของโรงเรียนวัดศรีอุปลาราม 2) สารวจข้อมูล และสร้างความร่วมมือกับภูมิปัญญาท้องถิ่นในตาบลหนองบัว 3) นาเสนอ และทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมในการใช้ แหล่งเรียนรู้และนาภูมปิ ัญญาท้องถิ่นของตาบลหนองบัวมาพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดย มีกระบวนการ ดังนี้

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

75

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

จากหลักสูตรท้องถิ่นสูก่ ารปฏิบัติใน สถานศึกษาอาหารพื้นบ้านหนองบัว “ แยมหยวก”

1.การร่วมคิดและสร้างจิตอาสา วิธีดาเนินการ  จัดประชุมชีแ้ จงและสร้างความตระหนักให้แก่ ครู นักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาฯและ ผู้นาชุมชน ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ชม VCD ตัวอย่างความสาเร็จ  ผู้บริหารบรรยายสรุปความสาคัญของการการใช้แหล่ง เรียนรูแ้ ละนาภูมปิ ัญญาท้องถิ่นของตาบลหนองบัวมา พัฒนาคุณภาพผู้เรียน  ร่วมสรรหาผู้มสี ว่ นร่วมในการสารวจแหล่งเรียนรูแ้ ละภูมิ ปัญญาท้องถิ่นตาบลหนองบัว  สารวจสารวจแหล่งเรียนรูแ้ ละภูมิปัญญาท้องถิ่นตาบล หนองบัว  จัดทาเนียบแหล่งเรียนรูแ้ ละภูมิปัญญาท้องถิ่น 4.ร่วมประเมินและ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ วิธีดาเนินการ  ประเมินผลการ ดาเนินงาน  จัดนิทรรศการ เผยแพร่ผลงาน  จัดทาเอกสาร วารสารแผ่นพับ ประชาสัมพันธ์ และ VCD  จัดทาประกาศเกียรติ คุณให้แก่ผู้ที่มีจิต อาสา เสียสละเพื่อ โรงเรียนและชุมชน  โรงเรียนและชุมชน ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนเรียนรุซ้ ึ่ง กันร่วม

รูปแบบการบริหาร จัดการแบบมีส่วนร่วมใน การใช้แหล่งเรียนรู้และ นาภูมิปัญญาท้องถิ่นของ ตาบลหนองบัวมาพัฒนา คุณภาพผู้เรียน

3.การร่วมดาเนินการ วิธีดาเนินการ  จัดทาหลักสูตรท้องถิ่นหนองบัว  จัดทาแผนจัดการเรียนรูบ้ ูรณาการ หลักสูตรท้องถิ่นหนองบัว  จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการ เรียนรูแ้ ละตามปฏิทินการดาเนินงาน  ส่งเสริมการจัดทาสารคดีสืบค้น ประวัติศาสตร์หนองบัว  จัดประกวดแข่งขันการทาอาหาร พืน้ บ้านหนองบัว

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

2. ร่วมวางแผนใช้ แหล่งเรียนรู้และภูมิ ปัญญาท้องถิ่นหนอง บัว วิธีดาเนินการ  ประชุมชีแ้ จง วางแผน  กาหนดกิจกรรม และผู้รับผิดชอบ  กาหนดปฏิทิน การดาเนินงาน  กาหนดแนวทาง การจัดทา

หลักสูตรท้องถิ่น  กาหนดแนวทาง จัดทาแผนการ จัดการเรียนรู้

อาหารพื้นบ้านหนองบัว “แกงบวน”


76

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการแบบมีส่วน ร่วมในการใช้แหล่งเรียนรู้และนาภูมิปัญญาท้องถิ่นของตาบลหนองบัว มาพัฒนาคุณภาพผู้เรียนประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ นักเรียน และครูร้อยละ 100 ได้เรียนรู้จากใช้แหล่งเรียนรู้และ ภูมิปัญญาท้องถิ่นของตาบลหนองบัว ดังนี้ 1) นางจาปี วงศ์นอ้ ม ภูมิปัญญาด้านอาหารพื้นบ้านหนองบัว 2) นายต้น วงษ์เพชร ภูมิปัญญาด้านประเพณีงานศพ 3) นางสาวลัดดา มงคล ภูมิปัญญาด้านเพลงพืน้ บ้าน และประเพณีร่อยพรรษา 4) นักเรียนทุกคนได้เรียนรู้เรื่องราวของตาบลหนองบัว ซึ่งได้แก่ อาหารพื้นบ้านหนองบัว ประเพณีร่อยพรรษา บุคคลสาคัญที่เป็นที่เคารพและบูชา ซึ่งได้แก่ หลวงพ่อเฒ่ายิ้ม หลวงพ่อเหรียญ 5) นักเรียนได้เรียนรู้สิ่งที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นวิถีชีวิตของชาวหนองบัว ในแหล่ง เรียนรู้ได้แก่ พิพิธภัณฑ์พ้ืนบ้านหลวงพ่อเฒ่ายิ้ม -หลวงพ่อเหรียญ ซึ่งเก็บของเก่าที่มีค่า ทางประวัตศิ าสตร์ของหนองบัวและมีคุณค่าทางจิตใจของชุมชน 6) ครูทุกคนมีแหล่งเรียนรู้ ได้รับความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นหนองบัว ตลอดจนนาภูมิ ปัญญามาถ่ายทอดสู่ผู้เรียน  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ 1) โรงเรียนวัดศรีอุปลารามได้รับรางวัลระดับเหรียญทอง ในการประกวดห้องสมุดมีชีวิต ประจาปี 2553 ตามโครงการพัฒนาห้องสมุด 3 ดี สพป.กจ.1 2) โรงเรียนได้รับการรับรองจากสานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินผลคุณภาพ การศึกษา (องค์กรมหาชน) สมศ. รอบสาม อยูใ่ นระดับดีและดีมาก ปี 2555 ผู้บริหารและครู 1) รางวัล เป็ นผู้ทาคุ ณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒ นธรรม ระดั บจั งหวั ด ด้า นผู้ส่ งเสริ ม ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม ประจาปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ จากกระทรวงวัฒนธรรม 2) รางวัลระดับชาติ การยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้ทาคุณประโยชน์ทางด้านการศึกษา อุทิศตนเสียสละ อดทน ในการปฎิบัติหน้าที่และพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นที่ประจักษ์ตอ่ สาธารณชน ประจาปี 2554 จาก สกสค. กระทรวงศึกษาธิการ 3) ได้ รั บ ทุ น ศึ ก ษาวิ จั ย จากกระทรวงศึ ก ษาธิ ก าร ในหั ว ข้ อ “โครงการศึ ก ษาวิ จั ย กระบวนการปลู ก ปั ญ ญาโดยเน้ น การปฏิ บั ติ จ ริ ง เพื่ อ พั ฒ นาคุ ณ ภาพผู้ เ รี ย น ” ปีงบประมาณ 2554 4) ครูได้รับรางวัล เหรียญทอง ประเภท การแข่งขันประกอบอบอาหาร(จากวัสดุท้องถิ่น) งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ประจาปี 2550 จานวน 1 คน 5) ครูได้รับรางวัลหนึ่งแสนครูดี ประจาปี 2554 จานวน 3 คน 6) ครูได้รับรางวัล ครูสอนดี ประจาปี 2554 จานวน 1 คน 7) ครูผู้สอนนักเรียนได้รับรางวัลเหรียญเงินการประกวด การออกแบบผลิตภัณฑ์ สิ่งของ ด้วยคอมพิวเตอร์ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ ครั้งที่ 61 ปีการศึกษา 2554 จานวน 1 คน 8) ครูได้รับแต่งตัง้ ให้เป็นครูชานาญการพิเศษ ค.ศ. 3 จานวน 5 คน การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ปัจจัยที่ทาให้รูปแบบการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมในการใช้แหล่ง เรียนรู้และนาภูมิปัญญาท้องถิ่นของตาบลหนองบัวมาพัฒนาคุณภาพ ผู้เรียนประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย จากการประเมินความพึงพอใจของบุคลากรของโรงเรียนวัดศรีอุปลาราม และผู้ ที่เกี่ย วข้ อง ประกอบด้ วย ครู 15 คน นัก เรี ยน ป.3. ม..3 จานวน 120 คน ผู้ปกครองนักเรียน จานวน 120 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จานวน 12 คน ผู้นาชุมชน 5 คน รวม 272 คน โดยใช้แบบสอบถาม ภาพรวม มีความคิดเห็นว่า ในระดับมาก ( X =4.30, S.D.=0.31) ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสาเร็จในการบริหารจัดการ คือ ผู้บริหารสถานศึกษา ต้องเป็นผู้นาการเปลี่ยนแปลง และเป็นผู้นาเชิงวิชาการ เป็นผู้ประสานความร่วมมือ ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน และตลอดจน เป็นผู้จุดประกายความคิดให้ครูและผู้มีส่วน เกี่ยวข้อง โดยเป้าหมายที่สาคัญ คือ ผู้เรียน ได้เรียนรู้และปฏิบัติจริง ตลอดจนร่วม สร้างจิตสานึกรักท้องถิ่นให้เกิดกับผู้เรียนผ่านกิจกรรมการเรียนทั้งโรงเรียนและชุมชน กระบวนการตรวจสอบซ้าเพื่อพัฒนาปรับปรุง BP ให้เกิดผลดีอย่างต่อเนื่อง หลังจากดาเนินงานพัฒนา BP จนประสบผลสาเร็จแล้ว ปีการศึกษาต่อมาก็ ยังคงดาเนินการต่อเนื่อง โดยมีการประชุมสรุปบทเรียนที่ได้รับจาการดาเนินการเพื่อ นาไปพัฒนาในปีต่อไป จาก ผลการตรวจสอบซ้าเพื่อการพัฒนาและปรับปรุง BP ผล การประเมินพบว่า  ผลการประเมินการนารูปแบบการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมในการใช้ แหล่ ง เรี ย นรู้ แ ละน าภู มิปัญ ญาท้ อ งถิ่ น ของต าบลหนองบั ว มาพั ฒ นาคุ ณ ภาพ ผู้เรียน จากแบบสอบถามในภาพรวมอยูใ่ นระดับ  ผลจากการสัมภาษณ์นักเรียน ครู ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานและผู้นาชุมชน

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ ได้นาผลสาเร็จดังกล่าวไปประชาสัมพันธ์ และ เผยแพร่ ดังนี้ 1) ในปีการศึกษา2552-ปัจจุบัน โรงเรียนเป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านด้าน วัฒนธรรมพื้นบ้านหนองบัว และห้องสมุดมีชีวิต เป็นต้น 2) โรงเรียนได้นา BP เผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่ปีการศึกษา 2551 จนถึงปัจจุบัน 3) จัดนิทรรศการเผยแพร่ผลงานในงานวันเข้าพรรษาของตาบลหนองบัว

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

77 ท่านผู้วา่ ราชการจังหวัด นายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี กาลังชิมอาหารพื้นบ้านหนองบัว“ แยมหยวก และน้าพริกกะปิมอญ”


78

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมโดยมุ่งสู่คุณภาพผู้เรียน

นายสาเนาว์ นาคพิรุณ ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านไทรทอง โทรศัพท์ 089-9191491 E-mail : Director-kai@hotmail.com

การด าเนิ น การบริ ห ารจั ด การแบบมี ส่ ว นร่ ว มโดยมุ่ ง สู่ คุ ณ ภาพผู้ เ รี ย น ครัง้ นี้ ได้มีการวิเคราะห์จุดเน้นและเป้าหมายของหน่วยงานทางการศึกษาทุกระดับ และนามากาหนดเป็นวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าประสงค์ของโรงเรียน โดยเปิด โอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการดาเนินการ ตลอดจนการบูรณา การหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การบริหารจัดการของโรงเรียน โดยการ วางแผนแบบมีส่วนร่วม ดังนี้ 1) รูปแบบคณะกรรมการเพื่อการปรึกษาหารือ ช่วยคิด ช่วยทา และร่วม ตัดสินใจ 2) รูปแบบการร่วมเสนอแนะ 3) รูปแบบการมีส่วนร่วมโดยการทางานเป็นกลุ่มหรือทีม 4) รูปแบบการมีส่วนร่วมการเป็นเจ้าของรับผิดชอบร่วมกัน นอกจากการมีส่ ว นร่ ว มของผู้ มี ส่ ว นเกี่ ย วข้ อ งแล้ ว ยั ง จั ด การบริ ห ารที่ เชื่อมโยงในด้านการเรียนการสอนโดยยึดหลักการปฏิรูปเน้นนักเรียนเป็นสาคัญ โดยให้นักเรียนได้ศึกษาแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและนอกโรงเรียน การลงมือปฏิบัติ จริง การร่วมกิจกรรมการแข่งขันต่าง ๆ ตลอดจนการจัดกิจกรรมใช้กระบวนการ คิด และการแก้ปัญหา โดยมีวัตถุประสงค์ ได้แก่  เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้วางแผนและดาเนินการสู่ สถานศึกษา  เพื่ อ ให้ ผู้ บ ริ ห ารสามารถใช้ เ ทคนิ ค การบริ ห ารแบบมี ส่ ว นร่ ว มได้ อ ย่ า งมี ประสิทธิภาพ  เพื่อส่งเสริมและพัฒนายกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น  เพื่อสร้างนวัตกรรมการบริหารและจัดการศึกษาให้เป็นรูปธรรม

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการบริหารจัดการ แบบมีส่วนร่วมโดยมุ่งสู่คุณภาพผู้เรียน นวัตกรรมการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมโดยมุ่งสู่คุณภาพผู้เรียน ใช้ แนวคิดและหลักการการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน SBM : School – Base Management

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

79

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมโดยมุ่งสู่คุณภาพผู้เรียน กลุ่มเป้าหมายในกระบวนการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมโดยมุ่งสู่คุณภาพผู้เรียน ไปใช้ ได้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู���บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน โดยมีขั้นตอนการบริหารจัดการ ดังนี้ Input (ปัจจัยนาเข้า)

Process (กระบวนการ)

1. การบริหาร

การบริหาร

จัดการแบบมีสว่ น ร่วมในโรงเรียน บ้านไทรทอง 2. คณะครู นักเรียน คณะกรรมการ สถานศึกษาขั้น พืน้ ฐาน ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้มสี ว่ น เกี่ยวข้อง

จัดการแบบมี ส่วนร่วมโดยมุ่งสู่ คุณภาพผู้เรียน 1. การร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ 2. การร่วม วางแผน

Output (ผลผลิต)

กระบวนการจัด การความรู้ 1. การสร้างองค์ ความรู้ 2 การแลกเปลี่ยน ความรู้ 3. การจัดเก็บ ความรู้ให้ เป็นระบบ 4. การนาความรู้ ไปใช้

3. การร่วมปฏิบัติ 4. การร่วม ประเมินผล

การบริหารโดยใช้ โรงเรียนเป็นฐานสู่ การปฏิบัติ มีขั้นตอน ได้แก่ 1. วิเคราะห์บริบทของ โรงเรียน 2. กาหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย 3. กาหนดกลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการ 4. ดาเนินการตาม แผนปฏิบัติการ 5.ประเมินตนเอง 6.รายงานประจาปี ปรับปรุง พัฒนา

และร่วม ปรับปรุง 4. การร่วมรับ ประโยชน์ ภาคภูมิใจ

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

ข้อมูลย้อนกลับ

ประสิทธิภาพของ การบริหารจัดการ แบบมีส่วนร่วมใน โรงเรียนบ้านไทร ทอง 1. ผลสาเร็จของ การดาเนินงาน 2. ความพึงพอใจ ของผู้มสี ว่ น เกี่ยวข้อง


80

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การตรวจสอบคุณภาพการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมโดยมุง่ สู่คุณภาพผู้เรียน  แบบสอบถามความพึงพอใจ  แบบสัมภาษณ์ แนวทางการน าการบริ ห ารจั ด การแบบมี ส่ ว นร่ ว มโดยมุ่ ง สู่ คุ ณ ภาพผู้ เ รี ย นไปใช้ ประโยชน์ ได้แก่ การนารูปแบบนวัตกรรมการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมมุ่งสู่คุณภาพ ผู้เรียนของโรงเรียนบ้าน ไทรทอง นามาซึ่งประโยชน์ในการบริหารจัดการซึ่งสอดคล้องกับ นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อีกทั้งการปฏิบัติงาน จะยึดมั่นในปรัชญาของโรงเรียนบ้านไทรทอง “ ทาอะไร ทาจริง” จึงทาให้เกิด Best Practice ที่เกิดจากการพัฒนา การร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถนาไป บูรณาการในการจัด การเรี ย นการสอน ทาให้ ครู แ ละนั ก เรีย นเรีย นรู้ สู่โ ลกกว้า งอย่า งมี ความสุข และเรียนรู้อย่างไร้พรมแดนบนพืน้ ฐานของความพอเพียง

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมโดยมุ่งสู่คุณภาพ ผู้เรียน ผลสาเร็จเชิงปริมาณ คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครู ผู้ปกครอง นักเรียน ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารและจัดการศึกษาเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเอง และจัดการศึกษาของโรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 95 ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ โรงเรียนบ้านไทรทอง ได้มีการพัฒนางานด้านต่าง ๆ จนเป็น ที่ประจักษ์ และได้รับรางวัลในกิจกรรมด้านต่าง ๆ ที่เกิดจากการปฏิบัติ งานของผู้บริหาร ครู นักเรียน และผลที่เกิดจากความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับประเทศ และระดับ ภาค ภายใต้การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม ตามทฤษฎีการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ( SBM ) ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องต่อการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมโดยมุ่งสู่คุณภาพ โรงเรียนได้ประเมินความพึงพอใจต่อการจัดการบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยใช้กระบวนการ PDCA เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2555 จากผู้ปกครองนักเรียนตั้งแต่ ชั้นอนุบาล 1 -ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ครู คณะกรรมการสถานศึกษา ชุมชน และนักเรียน จานวน 100 คน จากการรวบรวมข้อมูลด้วยเครื่องมือที่สถานศึกษาจัดทาขึ้น ได้แก่ แบบสอบถามความพึง พอใจ แบบสัมภาษณ์ มีผลสรุป ดังนี้  คณะครู บุคลากรและนักเรียน มีความพึงพอใจ คิดเป็นร้อยละ 98  คณะกรรมการสถานศึกษา ตัวแทนผู้ปกครองและชุมชน มีความพึงพอใจ คิดเป็นร้อยละ 92

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ปัจจัยที่ทาให้การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมโดยมุ่งสู่คุณภาพผู้เรียน ประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย

การจัดการบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานส่งผลให้ผู้เกี่ยวข้อง ทุกฝ่ายมีความพอใจ ที่เห็นการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงการจัดการศึกษา เกิดความ ภูมิใจในความสาเร็จ ดังผลงานที่ปรากฏ ดังนี้  รางวัลชนะเลิศโรงเรียนส่งเสริมสร้างนิสัยรักการอ่าน  รางวัลชนะเลิศห้องสมุด 3 ดี  รางวัลชนะเลิศโครงการทาดีถวายในหลวง  รางวัลชนะเลิศหนึ่งโรงเรียนหนึ่งนวัตกรรม  นักเรียนมีผลการประเมินลักษณะอันพึงประสงค์ คิดเป็นร้อยละ 85  โรงเรียนผู้นาคุณธรรมชั้นนา ระดับเครือข่าย  รางวัลผลงานจากคณะครู ระดับภาค และระดับประเทศ  รางวัลการแข่งขันนักเรียนระดับภาค โดยมีกระบวนการตรวจสอบซ้าเพื่อพัฒนาปรับปรุงจัดการบริหารแบบมีส่วน ร่วมให้เกิดผลดีอย่างต่อเนื่อง ด้วยการตรวจสอบและถ่วงดุลเป็นการพัฒนาการศึกษา ซึ่งผลจากแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง สิ่งใดที่มีความพึงพอใจ น้ อ ยหรื อ หรื อ ไม่ ผ่ า นวั ต ถุ ป ระสงค์ ก็ จ ะน าสิ่ ง เหล่ า นั้ น มาปรั บ ปรุ ง แก้ ไ ข โดยใช้ กระบวนการกากับ ติดตาม วัดและประเมินผล รายงานผลการดาเนินการการต่อผู้มี ส่วนเกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาสู่คุณภาพผู้เรียน ผลการตรวจสอบซ้าเพื่อการพัฒนาและปรับปรุง จัดการบริหารแบบมีส่วน ร่วม จากการปรับปรุงแก้ไขตามผลการตรวจสอบซ้า ทาให้กิจกรรมต่าง ๆ ด้านการ จัดการศึกษาที่ได้ดาเนินการมีประสิทธิภาพสูงขึน้

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ 1) จุลสารสานสัมพันธ์บ้านและโรงเรียน 2) เว็บไซด์โรงเรียน 3) จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความสาเร็จของ BP งานวิชาการสู่โลกกว้าง ระดับเครือข่าย 4) การรายงานคณะกรรมการสถานศึกษา

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

81


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

82

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

วิถีธรรมสู่คุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนวัดพุน้อย

เป้าหมาย/วัตถุประสงค์ของการพัฒนา นางกมลวรรณ ศรีละมุล ผู้อานวยการโรงเรียนวัดพุน้อย โทรศัพท์ 081-9595065 E-mail : kamom-12@hotmail.com

 เพื่อให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 4  เพื่ อ ปลู ก ฝั ง ให้ ผู้ เ รี ย นมี คุ ณ ลั ก ษณะอั น พึ ง ประสงค์ ต ามหลั ก สู ต ร แกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐานพุทธศักราช 2551

ระยะเวลาในการพัฒนา ตลอดปีการศึกษา 2554

ความเชื่อมโยง/สัมพันธ์กับเป้าหมาย/จุดเน้นของสถานศึกษา จุดเน้นของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 5 กลุ่มสาระวิชาเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 4  นักเรียนทุกคนมีความสานึก ในความรักชาติไทย จุดเน้นของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 5 กลุ่มสาระวิชาเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 4  นักเรียนทุกคนมีความสานึก ในความรักชาติไทย

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนา แนวคิด หลักการ ทฤษฏีที่นามาใช้ในการพัฒนา คือ 1) วิถีธรรมในแนวทางของ 2 ธรรม กล่าวคือ ธรรมที่ 1 คือ “ธรรมะ” หมายถึง พระธรรมคาสอนของพระศาสดาของศาสนาต่างๆ ซึ่งทุกพระองค์ลว้ นแต่สอนให้ทุกคน เป็นคนดี มีจิตใจที่ดีงาม ธรรมที่ 2 คือ “ธรรมชาติ” หมายถึง ธรรมชาติและ พัฒนาการของผู้เรียน ช่วงอายุ 6 - 12 ปี 2) การบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participative Management) หมายถึง การบริหาร โดยให้บุคคลในองค์กรหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษา ใช้ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ และความร่วมมือร่วมใจในการจัดกิจกรรมของสถานศึกษาและชุมชนให้ บรรลุวัตถุประสงค์ หรือแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากการบริหารงาน

กระบวนการพัฒนา  กลุ่มเป้าหมายในการนา ไปใช้ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 จานวน 55 คน  ขั้นตอนการพัฒนา

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

83

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

วิถีธรรม 9 กิจกรรม 1.สานึกรักชาติไทย 2.โรงเรียนใหม่ดว้ ยมือเรา 3.เติมเต็มสมองภาคเช้า 4.ก่อนกินข้าวมีวินัย 5.เก็บออมวันละนิด 6.ทาดวงจิตให้แจ่มใส

คุณภาพ ผู้เรียน

7.อ่าน ท่อง สวดอย่างตั้งใจ 8.สมองบ่ายได้เติมเต็ม 9.เข้มข้นความกตัญญู

 การตรวจสอบคุณภาพ นาระบบการนิเทศ กากับ ติดตามผลมาใช้ โดยมีผู้บริหารเป็นผู้ดาเนินการ  แนวทางการนา ไปใช้ประโยชน์ 1) ประชุมชี้แจงคณะครูและบุคลการในสถานศึกษา ให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับ วิถีธรรมสูค่ ุณภาพผู้เรียน 2. คณะครู และบุ ค ลากรในสถานศึก ษา น าวิถี ธรรมสู่ คุ ณภาพผู้ เรีย นทั้ ง 9 กิจกรรม ไปใช้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ในโรงเรียนทุกคน 3. ผู้อานวยการโรงเรียนกากับ นิเทศติดตามผลการดาเนินงาน และนาผลมา ปรับปรุงให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนา  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ นักเรียนร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่า เป้าหมายที่ทางโรงเรียนกาหนดไว้  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าเป้าหมาย ที่กาหนดสามารถอ่านคล่องเขียนคล่อง คิดคล่อง  ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องต่อ  ผู้บริหาร คณะครู และบุคลากรในโรงเรียนมีความพึงพอใจต่อวิถีธรรมสู่ คุณภาพผู้เรียนคิดเป็นร้อยละ 95.73  คณะกรรมการสถานศึก ษา ผู้ ปกครอง และบุ ค คลอื่ น ๆ ที่ เกี่ ย วข้ อ งมี ความพึงพอใจต่อ วิถีธรรมสูค่ ุณภาพผู้เรียนคิดเป็นร้อยละ 90.05  นั ก เรี ย น มีค วามพึง พอใจต่อ วิถี ธรรมสู่ คุ ณ ภาพผู้ เรี ย นคิ ด เป็ น ร้ อ ยละ 90.05  ปัจจัยความสาเร็จของการพัฒนา  ความร่วมมือของคณะครู และบุคลากรในโรงเรียน รวมถึงผู้ปกครอง และ นักเรียน  ระบบดูแลของพี่และน้อง การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


84

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการตรวจสอบซ้าเพื่อพัฒนาปรับปรุง ให้เกิดผลดีอย่าง ต่อเนื่อง  วิธีการตรวจสอบซ้า ตรวจสอบตามตัวชี้วัดที่กาหนดให้ในแต่ละ ขั้นตอน เป็นระยะ และถ้ามีปัญหาเข้าปรับปรุงและแก้ไขทันที  ผลการตรวจสอบซ้าเพื่อการพัฒนาและปรับปรุง ร้อยละของแต่ละ ตัวชีว้ ัดที่นักเรียนต้องถูกประเมินสูงขึ้น

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของ และการเผยแพร่  วันที่ 10 พฤษภาคม 2555 ได้นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนประจาปี การศึกษา 2554 เปรียบเทียบกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนประจาปีการศึกษา 2553 แจ้งให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพืน้ ฐาน ผู้ปกครอง รับทราบ และชื่นชม โดยผ่าน การประชุม

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

85

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ศูนย์เรียนรู้แบบมีชีวิตตามวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา โรงเรียนบ้านหนองกวาง เป้าหมาย / วัตถุประสงค์ของการพัฒนา  เพื่อจัดทาศูนย์เรียนรู้ให้ผู้เรียนปฏิบัติ กิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนมี ความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถ และฝึกทักษะด้านอาชีพเกษตร แก่ผู้เรียน  เพื่อให้นักเรียนมีทักษะชีวิต สามารถนาไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ใน ชีวิตประจาวัน และมีจิตสานึก รักท้องถิ่นและอาชีพของบุคคลใน ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน  เพื่อส่งเสริมด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให้สูงขึ้น  เพื่อ ให้ นัก เรี ย นได้ รับประทานอาหารกลางวั น ครบ 100 % อย่า งมี คุณค่าและเพียงพอ

ระยะเวลาในการพัฒนา 1) ระยะเวลาที่เริ่มต้นการพัฒนา เริ่มต้นในปีการศึกษา 2553 2) ระยะเวลาทีใ่ ช้ในการพัฒนา ใช้ระยะเวลาตลอดปีการศึกษา ในแต่ละปีการศึกษาที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน

ความเชื่อมโยง / สัมพันธ์กับเป้าหมาย สถานศึกษา การจัดทาด้านนวัตกรรม “ศูนย์เรียนรู้แบบมีชีวิตตามวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ในสถานศึกษา”ของโรงเรียนเป็นการดาเนินการที่รองรับนโยบายของสพฐ. ที่มุ่งเน้นให้ นาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงลงสู่การปฏิบัติในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยผ่าน หน่วยงานมายังสพป.กจ.1แล้วส่งผ่านโดยตรงมายังสถานศึกษาที่เป็นหน่วยปฏิบัติในการ นาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมต่อสภาพบริบทของ โรงเรี ย น ซึ่ ง ทางโรงเรี ย นบ้ า นหนองกวางนั้น ได้ น าสู่ ก ารปฏิ บั ติอ ย่ า งต่ อ เนื่ อ งทุ ก ปี การศึกษา ในรูปของแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาหรือแผนกลยุทธ์ ลงสู่แผนปฏิบัติ ราชการประจาปี และลงสูโ่ ครงการที่บรรจุลงในแผนปฏิบัตริ าชการของทางโรงเรียนแล้ว ดาเนินการในลักษณะของนวัตกรรมการเรียนรู้ ในรูปของศูนย์การเรียนรู้แบบมีชวี ติ เพื่อให้นักเรียนได้ปฏิบัตกิ ิจกรรมต่างๆ ในแต่ละศูนย์การเรียนรู้แบบมีชวี ติ ดังนี้ 1. ศูนย์การเรียนรู้การเลี้ยงไก่ไข่

2. ศูนย์การเรียนรู้การเลี้ยงปลาดุก

3. ศูนย์การเรียนรู้การเลี้ยงกบคอนโด

4. ศูนย์การเรียนรู้การปลูกผักปลอดสารพิษ

5. ศูนย์การเรียนรู้การปลูกพืชสมุนไพร

6. ศูนย์การเรียนรู้การผลิตน้าส้มควันไม้

7. ศูนย์การเรียนรู้การเพาะเห็ดนางฟ้า

8. ศูนย์การเรียนรู้การทาปุ๋ยหมัก / น้าหมัก ชีวภาพ

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

นางสาวอมรรัตน์ แสงทองดี ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านหนองกวาง โทรศัพท์ 089-2382824 E-mail : Tid3012@hotmail.com


86

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

นอกจากศูนย์เรียนรู้ที่ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว ยังมี ศูนย์ การเรียนรู้เสริมให้กับผู้เรียนโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมกับชุมชนในการฝึกทักษะ และส่งเสริมอาชีพให้กับผู้เรียน ได้แก่ - ศูนย์การเรียนรู้การทาปุย๋ ชีวภาพอัดเม็ด

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนา วิธีการบริหารจัดการศึกษาและพัฒนาผู้เรียน โดยใช้นวัตกรรมศูนย์ เรียนรู้แบบมีชีวิตตามวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา ปีการศึกษา 2555 โรงเรียนบ้านหนองกวางได้ดาเนินการเป็นระบบโดยใช้กระบวนการ PDCA เข้ามา พัฒนางานอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยหลักการบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วมกับทุก ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1) วิเคราะห์สภาพปัญหาชุมชน ท้องถิ่น โรงเรียน และ นักเรียน ที่นามาสู่การจัด กิจกรรมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนทั้งในและนอกห้องเรียน รวมทั้งวิเคราะห์สภาพ ปัญหาของการได้รับประทานอาหารของนักเรียนที่ยังขาดแคลน 2) วางแผนการดาเนินงาน จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับนักเรียนโดยใช้นวัตกรรม ของศูนย์เรียนรู้แบบมีชีวิต ร่วมกับคณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียน บ้านหนองกวาง ผู���ปกครองนักเรียน และนักเรียน 3) นาแผนงานลงสู่การปฏิบัติในรูปของกิจกรรมต่างๆ ของศูนย์เรียนรู้ให้นักเรียนได้ เรียนรู้ ฝึกทักษะการปฏิบัตอิ ย่างต่อเนื่อง เกิดความชานาญในการปฏิบัติกิจกรรม และยั่งยืนเมื่ออยูใ่ นท้องถิ่นของตนเอง 4) นาคณะครู ผู้ปกครอง และผู้นาชุมชน คณะกรรมการสถานศึกษาเข้าร่วม กิจ กรรม พั ฒ นาความรู้ อบรม สั ม มนาและศึก ษาดู ง านจากแหล่ ง ต่า งๆ ที่ เกี่ ย วข้ อ งกั บ การน าหลั ก ปรั ช ญาของเศรษฐกิ จ พอเพี ย งมาสู่ ก ารปฏิ บั ติ ใ น สถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง 5) มี ก ารก ากั บ ติ ด ตาม นิ เ ทศและประเมิ น ผลการปฏิ บั ติ ง าน โดยหั ว หน้ า โครงการ และผู้บริหารสถานศึกษา 6) การรายงานผลเพื่อนาข้อมูลมาแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง

หลักการและแนวคิดในการดาเนินการ การดาเนินงานในการบริหารจัดการศึกษาให้กับนักเรียน โดยใช้นวัตกรรมศูนย์ เรียนรู้แบบมีชีวิตในสถานศึกษานั้นนาแนวคิดตามหลักทฤษฎีปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลดุลยเดชมาเป็นแนวคิดและหลักการ ในการดาเนินงานทุกขั้นตอน โดยยึดหลัก เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา มาเป็นหลักใน การดาเนินงาน โดยต้องการให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถ และมี ทักษะชีวิต เกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และได้เรียนรู้ตามความต้องการของ ตนเอง และท้องถิ่นอย่างเต็มตามศักยภาพ ให้มีพ้ืนฐานทักษะชีวิตในการดารงชีพที่ดี สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข ทางโรงเรียนบ้านหนองกวางได้จัด กิจกรรม การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ลงมือปฏิบัตจิ ริงอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนอย่าง เข้าถึงทุกกิจกรรม และพร้อมนาปัญหา อุปสรรคที่เกิดขึ้นมาปรับปรุง แก้ไข และ ร่ ว มกั น พั ฒ นาให้ ดี ขึ้ น โดยใช้ ก ระบวนการท างานอย่ า งมี ส่ ว นร่ ว มกั บทุ ก ภาคส่ ว นที่ เกี่ยวข้องโดยเฉพาะชุมชนบ้านหนองกวาง

กระบวนการพัฒนา  กลุ่มเป้าหมาย 1) นักเรียนโรงเรียนบ้านหนองกวาง ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงนักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2) ร้อยละ 80 ของผู้ปกครองนักเรียน ชุมชนบ้านหนองกวาง 3) ร้อยละ 70 ของโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษา จรเข้เผือก 4) ร้อยละ 30 ของโรงเรียนต่างกลุ่มเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษา  ขั้นตอนการพัฒนา 1) จัดทาโครงการปฏิบัตงิ านและกาหนดกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้แบบมีชีวิต วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษาเป็นกิจกรรมหลัก ได้แก่ ศูนย์การเรียนรูเ้ ลี้ยงไก่ ไข่ การเลีย้ งปลาดุก การปลูกผักปลอดสารพิษ การเพาะเห็ดนางฟ้า การทาปุ๋ยหมัก การทาน้าหมักชีวภาพ การทาน้าส้มควันไม้ การทาปุย๋ ชีวภาพอัดเม็ด 2) แต่งตัง้ คณะกรรมการดาเนินงาน พร้อมร่วมกับชุมชน 3) ให้ความรู้และทักษะในการปฏิบัติกับนักเรียนทุกระดับชั้นในกิจกรรม ต่างๆ ในรูปศูนย์เรียนรู้แบบมีชวี ติ วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา 4) นักเรี ยนลงมือปฏิบัติ กิจกรรมต่างๆ ในรายชั่วโมงตามกลุ่ม สาระการ เรียนรู้ที่รับผิดชอบรวมทั้งเวลาว่างและวันหยุด 5) นักเรียนเป็นผู้รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยจัดในรูป กิจกรรมพี่สอนน้อง 6) นักเรียนรุ่นพี่ที่รับผิดชอบกิจกรรมในแต่ละกิจกรรมดูแลนักเรียนรุ่นน้อง ปฏิบัตกิ ิจกรรมอย่างต่อเนื่อง 7) ครูผู้รับผิดชอบโครงการ และคณะครู กากับติดตามการดาเนินงาน ของนักเรียนในแต่ละกิจกรรม 8) ประเมินผลการปฏิบัตกิ ิจกรรมของศูนย์เรียนรู้แบบมีชวี ติ 9) รายงานผลการดาเนินการ 10) ปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาการดาเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิด ความยั่งยืน  การตรวจสอบคุณภาพ วิธีการตรวจสอบคุณภาพ  สังเกตการปฏิบัติงานของนักเรียนในแต่ละกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้ ทดสอบความรู้ ความเข้าใจ และทักษะโดยการสัมภาษณ์ และให้ลงมือปฏิบัตจิ ริง

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

87


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

88

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

 

สอบถามความพึงพอใจในการปฏิบัตกิ ิจกรรมต่างๆ ของศูนย์เรียนรู้แบบมีชวี ติ สัมภาษณ์นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครู  ผลการตรวจสอบคุณภาพที่ได้  นักเรียนมีความรู้ ความสามารถ และทักษะในกิจกรรมต่างๆ ของศูนย์การ เรียนรู้จากการสัมภาษณ์และฝึก ปฏิบัติ พร้อมทั้งส่ง ผลให้นักเรียนมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขนึ้  นักเรียนได้ รับอาหารกลางวันครบทุกคนอย่างมีคุณค่าและเพียงพอ  นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงจากการเรียนรู้และปฏิบัตไิ ด้  นั ก เรี ย นมี ค วามสุ ข ในการเรี ย นรู้ แ ละมี คุ ณ ธรรมในการเอื้ อ อาทรรู้ จั ก การแบ่งปันมีนาใจต่ ้ อกัน  แนวทางการนาไปใช้ประโยชน์  นักเรียนนาความรู้ และทักษะไปใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างเหมาะสม  ผู้ปกครอง ชุม ชน และโรงเรีย นใกล้เคีย งนาความรู้ ไปพั ฒนาต่อ ได้ อย่า ง เหมาะสม

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนา  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ  นักเรียนทุกคนมีความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถและทักษะในการเรียนรู้ กิจกรรมต่างๆ ของศูนย์การเรียนรู้ แบบมีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงในสถานศึกษา  นักเรียนทุกคนได้รับประทานอาหารกลางวันครบ 100 % อย่างมีคุณค่าและ เพียงพอ  ร้อยละ 100 นักเรียนมีทักษะชีวิตและสามารถนาไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ ในชีวิตประจาวันได้อย่างเหมาะสม  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ  นักเรียนทุกคนได้รับประทานอาหารกลางวันครบ 100 % อย่างมีคุณค่าและ เพียงพอ  ร้ อ ยละ 90 นั ก เรี ย นมี ทั ก ษะชี วิ ต ที่ ดี แ ละสามารถน าไปปรั บ ใช้ ใ ห้ เ กิ ด ประโยชน์ในชีวิตประจาวันหรือประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสม  นักเรี ยนทุ กคนมีความสุข จากการเรียนรู้ และมีจิ ตสานึกรั กในท้ องถิ่ นและ อาชีพของชุมชน  ความพึงพอใจของผู้ที่เกี่ยวข้องต่อ  ร้อยละ 100 ของนักเรียนมีความพึงพอใจในการเรียนรู้ และทักษะชีวิตที่ดีใน การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ของศู นย์เรียนรู้ แบบมีชีวิตตามวิถี ชีวิต เศรษฐกิ จ พอเพียงในสถานศึกษาที่โรงเรียนดาเนินการ  ร้อยละ 100 ของคณะครูมีความพึงพอใจในการดาเนินการของศูนย์เรียนรู้ แบบมีชวี ติ การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

 ร้อยละ 95 ของผู้ปกครองนักเรียนและชุมชน มีความพึงพอใจในการดาเนินการ ของศูนย์เรียนรู้แบบมีชวี ติ ตามวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา

กระบวนการตรวจสอบซ้าเพือ่ พัฒนา ปรับปรุง ให้เกิดผลดีอย่างต่อเนื่อง  วิธีการตรวจสอบซ้า  การประเมินกิจกรรมต่างๆ ของศูนย์เรียนรู้แบบมีชวี ติ จากนักเรียน คณะครู ผู้ปกครองนักเรียนและคณะกรรมการสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องภาคเรียนละ 2 ครัง้  จากข้อเสนอแนะการเยี่ยมชมกิจกรรมต่างๆ ของศูนย์เรียนรู้แบบมีชวี ติ จากคณะต่างๆ ที่เข้ามาเยี่ยมชมในแต่ละปีการศึกษา  ผลการตรวจสอบซ้าเพื่อพัฒนาและปรับปรุง  ร้อยละ 95 ของนักเรียน คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะ���รรมการสถานศึกษา มีความพึงพอใจในการดาเนินงานของศูนย์เรียนรู้ และให้มีการปฏิบัตอิ ย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาให้เกิดความยั่งยืน

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จและการเผยแพร่ ขอสรุปตัวอย่างผลการดาเนินการประชาสัมพันธ์ความสาเร็จของ “ศูนย์เรียนรู้ แบบมีชีวิต ตามวิถี ชีวิต เศรษฐกิจ พอเพีย งในสถานศึก ษาในปี การศึก ษา 2553 - ปี การศึกษา 2555 ดังนี้  วันที่ 30 มีนาคม 2553 จัดงานแสดงผลงานทางวิชาการและ ให้กั บ นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียนและชุมชนบ้านหนองกวางรับรู้ข่าวสารการดาเนินงานและ ผลสาเร็จของกิจกรรมต่างๆ ของศูนย์เรียนรู้  ส่งวารสารสัมพันธ์ Best Practice ของศูนย์เรียนรู้แบบมีชีวิตแก่โรงเรียน ต่างๆ ในเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาจรเข้เผือกทุก 1 ภาคเรียน รวมทั้งส่งถึง ผู้ปกครองนักเรียนทุก 1 เดือน  นาเสนอผลงาน ศู นย์เรีย นรู้แบบมีชีวิต ตามวิถีชีวิ ตเศรษฐกิจพอเพียงใน สถานศึกษาในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กาญจนบุรี ประจาปีการศึกษา 2553  นาเสนอผลงาน ศู นย์เรีย นรู้แบบมีชีวิต ตามวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงใน สถานศึกษาในนามตัวแทนของอาเภอด่านมะขามเตี้ย การอบรมโครงการพัฒนาครูทั้ง ระบบของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี ประจาปีการศึกษา 2554 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2554  ได้นาเสนอผลงาน ศูนย์เรียนรู้แบบมีชีวิตตามวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงใน สถานศึกษาในนามตัวแทนของอาเภอด่านมะขามเตีย้ ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนครั้ง ที่ 61 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดกาญจนบุรี ประจาปีการศึกษา 2554 เมื่อวันที่ 11 – 13 ธันวาคม 2554

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

89


90

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

 ขยายผลลงสูโ่ รงเรียนต่างๆ ทัง้ ในเครือข่ายและต่างเครือข่ายพัฒนาคุณภาพ การศึกษา ที่สนใจในการนาหลั กปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงลงสู่การปฏิบัติกั บ ผู้เรียน โดยการแจกแผ่นพับข้อมูลความรู้ต่างๆ ของกิจกรรมศูนย์เรียนรู้แบบมีชีวิต ตามวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา  น าเสนอผลการปฏิบัติง าน ”ศู น ย์เ รี ย นรู้ แ บบมี ชีวิต ตามถี ชี วิต เศรษฐกิ จ พอเพีย งในสถานศึ กษา”ให้กั บคณะที่ มาศึกษาดู งานการประกวดหมู่บ้านเศรษฐกิ จ พอเพียงในระดับพออยูพ่ อกิน และระดับอยู่เย็นเป็นสุข ดังนี้  วันที่ 31 กรกฏาคม 2555 การศึกษาดูงานจากโรงเรียนพัฒน์พงศ์ อาเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี  วั น ที่ 24 สิ ง หาคม 2555 การศึ ก ษาดู ง านของชุ ม ชนจ าก อาเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรีจานวน 60 คน  วั น ที่ 27 สิ ง หาคม 2555 การศึ ก ษาดู ง านของชุ ม ชนจาก อาเภอเมือง จังหวัดชลบุรี จานวน 90 คน  วั น ที่ 29 สิ ง หาคม 2555 การศึ ก ษาดู ง านของชุ ม ชนจาก อาเภอเกาะจันทร์ จานวน 90 คน  วั น ที่ 20 กั น ยายน 2555 จั ด นิ ท รรศการ Best Practices ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  ระดับประถมศึกษา ณ โรงเรียนอนุบาลวัดไชยชุมพลชนะสงคราม จ.กาญจนบุรี

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

91

กระบวนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ เพื่อพิชิต O-Net ของโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง สถานศึกษาขนาดกลาง กระบวนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ เพื่อพิชิต O-Net ของโรงเรียนบ้านหนอง หญ้าปล้อง ครั้งนี้ เนื่องผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในทุกกลุ่ มสาระการเรียนรู้ จาก การสอบ O- NET ในระดับชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 มี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนค่อนข้างต่า มาตรฐานการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน มาตรฐานที่ 5 ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จาเป็นตามหลักสูตร  5.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแต่ละกลุ่มสาระเป็นไปตามเกณฑ์  5.2 ผลการประเมินสมรรถนะสาคัญตามหลักสูตรเป็นไปตามเกณฑ์  5.3 ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนเป็นไปตามเกณฑ์  5.4 ผลการทดสอบระดับชาติเป็นไปตามเกณฑ์ และตามจุ ด เน้ น สพฐ. ปี 2554 ในด้ า นผลสั ม ฤทธิ์ คื อ คาดหวั ง ว่ า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 5 กลุ่มสาระวิชาหลัก เพิ่มขึ้นอย่างน้อยละ 4 นโยบาย สพป.กจ.1 คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อขึ้นทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้อย่างน้อย ละ ร้อยละ 5 ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ของ โรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง ในข้อที่ 4 คือ ใฝ่เรียนรู้ ตัวชี้วัด คือ ตั้งใจเพียร พยายามในการเรียน และเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ และแสวงหาความรู้รู้จาก แหล่ ง เรี ย นรู้ ต่า ง ๆ ทั้ ง ภายในและภายนอกโรงเรี ย นด้ ว ยการเลือ กใช้ส่ือ อย่า ง เหมาะสม สรุปเป็นองค์ความรู้ และสามารถนาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้ ดังนั้นทางโรงเรียนจึงได้วางแผนกระบวนการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน เพื่ อ ให้ มี ผ ลการทดสอบระดั บ ชาติ สู ง ขึ้ น ตามเป้ า หมายของหน่ ว ยงานต่ า งๆ ที่ วางเป้าหมายไว้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ คือ  เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในระดับชั้น ป.6 และ ม.3 โรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง  เพื่อให้ผลการทดสอบระดับชาติ ปีการศึกษา 2554 สูงขึน้

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในกระบวนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ เพื่อพิชิต O-Net ของโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง แนวคิ ด หลัก การ ทฤษฏีที่นามาใช้ใ นการพั ฒนากระบวนการยกระดั บ ผลสัมฤทธิ์ เพื่อพิชิต O-Net ของโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง คือ 1) การบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participative Management) หมายถึง การ บริหารโดยให้บุคคลในองค์กรหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการตัดสินใจ ใช้ ความคิดสร้างสรรค์ และความเชี่ยวชาญ ในการบริหารงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ หรือแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากการบริหารงาน 2) หลักการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

นางอัจฉรา รอดภัย ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง โทรศัพท์ 085-2993107 E-mail : Adchara_09@hotmail.com


92

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ เพื่อพิชิต O-Net ของโรงเรียน Best Practice กระบวนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ เพื่อพิชิต O-Net กลุ่มเป้าหมายคือ นักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนบ้านหนอง หญ้าปล้อง

 สร้า งศั กยภาพการอ่ าน คิ ด เขีย น สื่ อสาร โดยจัดการเรี ยนรู้เพื่อให้ผู้ เรี ยนมี ความสามารถในการอ่านคล่องเขียนคล่อง แสวงหาความรูด้ ้วยตนเอง ความสามารถในการ ใช้ เ ทคโนโลยีเ พื่ อ การเรี ย นรู้ ทั ก ษะการคิ ด ขั้ น สู ง ทั ก ษะชี วิต ทั ก ษะการสื่ อ สารอย่ า ง สร้างสรรค์  ยึดหลักการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา จะต้อ งเน้ น กิ จ กรรมที่ ส่ ง เสริ ม ให้ ผู้ เ รี ย นอยู่อ ย่า งพอเพีย ง ทั้ ง ในและนอกห้ อ งเรี ย นเพื่ อ เสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการตามรายวิชาทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เน้นการจัด กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพื่อพัฒนาสังคมและสาธารณประโยชน์ (จิตอาสา)  พร้อมเพรียงพัฒนาครู สู่มืออาชีพ ส่งเสริมให้ครูให้ได้รับการพัฒนาให้เป็นครูมือ อาชีพโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน ให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานครูตามประกาศของคุรุสภา  เร่งรีบพัฒนาสถานศึกษาได้ระบบมาตรฐาน เร่ง���ัดสนับสนุนนิเทศช่วยเหลือให้ครู ในสถานศึกษาพัฒนาตนเองให้มีความพร้อมรับการประเมินภายในจากหน่วยงานต้นสังกัด และการประเมินภายนอก จาก สมศ.  ประสานความร่วมมือภาคีเครือข่าย สนับสนุนให้ กลุ่มและเครือข่ายต่าง ๆ อัน ได้แก่ เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการศึกษา ศูนย์พัฒนาการเรียนรู้ และศูนย์เครือข่าย แกนนาต่าง ๆ ได้ประสานความร่วมมือให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันในการดาเนินการเร่งรัด พั ฒ นาคุ ณ ภาพการศึก ษา โดยเฉพาะการยกระดั บผลสั ม ฤทธิ์ ทางการเรี ย นทั้ ง ในระดั บ สถานศึกษาและระดับชาติ การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

 ประยุกต์ใช้ ICT กับการเรียนรู้ สถานศึกษาจะต้องดาเนินการปรับปรุงพัฒนา หลั ก สู ต รให้ มี ค วามถู ก ต้ อ ง เหมาะสมกั บ สภาพท้ อ งถิ่ น และสอดคล้ อ งกั บ หลั ก สู ต ร แกนกลางการศึก ษาขั้ น พื้น ฐาน พุ ทธศั ก ราช 2551 ปรั บ โครงสร้ า งหลั ก สู ต ร และจั ด กระบวนการเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผลโดยบูรณาการ ICT ให้เอื้อต่อการพัฒนา ผู้เรียนตามจุดเน้นของสพฐ.  มุ่ง สู่ วิ ธี ก ารปฏิ บัติที่ เ ป็ น เลิ ศ ดาเนิน การให้ ครู สามารถพั ฒ นาการบริ ห ารจั ด การศึกษาและการจัดการเรียนรู้ที่มุงสู่การยกระดับผลสัม ฤทธิ์ทางการเรียน โดยการจัดเวที เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ภายใน สถานศึกษา เผยแพร่ผลงาน  นิเทศ กากับ ติดตามให้เกิดความยั่งยืน จัดให้มีระบบการนิเทศ กากับ ติดตาม เน้นการนิเทศเชิงลึก ให้การนิเทศตามนโยบายและจุดเน้น และตามสภาพปัญหาและความ ต้องการของครูในสถานศึกษา โดยใช้กัลยาณมิตรนิเทศและเทคนิควิธีการนิเทศแนวใหม่ มี การรายงานผลการดาเนินการอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ การตรวจสอบคุณภาพ โดยนาระบบการนิเทศ กากับ ติดตามผลมาใช้ โดยมี ผู้บริหารเป็นผู้ดาเนินการ แนวทางการนากระบวนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ เพื่อพิชิต O-Net ของโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้องไปใช้ประโยชน์ ได้แก่ 1. ประชุม ชี้แจงคณะครูและบุคลการในสถานศึกษา ให้ มีความเข้า ใจเกี่ยวกั บ กระบวนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ เพื่อพิชิต O-Net 2. คณะครู และบุคลากรในสถานศึกษา นากระบวนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ เพื่อ พิชติ O-Net ทั้ง 8 ขั้นตอนไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนทุกคน 3. ผู้อานวยการโรงเรียนกากับ นิเทศติดตามผลการดาเนินงาน และนาผลมา ปรับปรุงให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนากระบวนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ เพื่อพิชิต O-Net ของโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง ผลสาเร็จเชิงปริมาณ นักเรียนร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่า เป้าหมายที่ทางโรงเรียนกาหนดไว้ นักเรียนร้อยละ 80 มีผลการทดสอบระดับชาติ ปี การศึกษา 2554 สูงกว่าปีการศึกษา 2553 ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในระดับชั้น ป.6 และ ม.3 โรงเรียนบ้าน หนองหญ้าปล้องสูงกว่าเป้าหมายที่ทางโรงเรียนกาหนดไว้ 2) ผลการทดสอบระดับชาติ ปีการศึกษา 2554 สูงกว่าปีการศึกษา 2553

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

93


94

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ปัจจัยที่ทาให้กระบวนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ เพื่อพิชิต O-Net ของ โรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้องประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย ปัจจัยที่ทาให้ที่ทาให้กระบวนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ เพื่อพิชิต O-Net ของ โรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้องประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย ได้แก่ ความร่วมมือ ของคณะครู และบุคลากรในโรงเรียน รวมถึงผู้ปกครอง และนักเรียน ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องต่อกระบวนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ เพื่อพิชิต O-Net ของโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง  ผู้ บ ริ ห าร คณะครู และบุ ค ลากรในโรงเรี ย นมี ค วามพึ ง พอใจต่ อ กระบวนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ เพื่อพิชิต O-Net คิดเป็นร้อยละ 95 โดย ใช้แบบสอบถาม  คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ ปกครอง และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มี ความพึงพอใจต่อกระบวนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ เพื่อพิชิต O-Net คิด เป็นร้อยละ 83 โดยใช้แบบสอบถาม  นักเรียน มีความพึงพอใจต่อกระบวนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ เพื่อพิชิต O-Net คิดเป็นร้อยละ 89 โดยใช้แบบสอบถาม กระบวนการตรวจสอบซ้ าเพื่ อ พั ฒ นาปรั บ ปรุ ง กระบวนการยกระดั บ ผลสัมฤทธิ์ เพื่อพิชิต O-Net ให้เกิดผลดีอย่างต่อเนื่อง คือ การตรวจสอบตามตัวชี้วัดที่ กาหนดให้ในแต่ละขั้นตอน เป็นระยะ และถ้ามีปัญหาเข้าปรับปรุงและแก้ไขทันที ผล การตรวจสอบซ้าเพื่อการพัฒนาและปรับปรุง คือ ร้อยละของแต่ละตัวชี้วัดที่นักเรียน ต้องถูกประเมินสูงขึน้

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ วันที่ 16 พฤษภาคม 2555 ได้นาผลการทดสอบระดับชาติ ประจาปีการศึกษา 2554 แจ้งให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพืน้ ฐาน ผู้ปกครอง รับทราบ และชื่นชมกับ ผลการทดสอบร่วมกันกับทางผู้บริหาร คณะครู และบุคลากรทางศึกษาของโรงเรียน โดยผ่านการประชุม วารสารของโรงเรียน ตามความเหมาะสม

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

95

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

เทคนิคการพัฒนาการอ่านโดยใช้กิจกรรม ตามรอยพ่อ....ขอเป็นนักอ่าน” โรงเรียนวัดกาญจนบุรีเก่า"อุดมราษฎร์วิทยา" เป้าหมาย / วัตถุประสงค์  เพื่อพัฒนาสมรรถนะด้านการอ่านของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–6  เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีนสิ ัยรักการอ่าน  เพื่อให้นักเรียนกล้าแสดงออกและได้เรียนรู้อย่างมีความสุข

ระยะเวลาในการพัฒนา ระยะเวลาในการพัฒนา ใช้เวลาในการทดลอง 2 ปีการศึกษา วันละ 30 นาที ภาคเช้า ตัง้ แต่เวลา 08.00 – 08.30 น. ภาคกลางวัน ตัง้ แต่เวลา 12.00 - 12.30 น.

การเชื่อมโยง/สัมพันธ์ กับเป้าหมาย จุดเน้นของ สพป. / สพฐ. /สถานศึกษา  นักเรียนทุกคนอ่านออกเขียนได้ คิด เลขเป็น ทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน ทักษะชีวิต การสื่อสาร อย่าง สร้างสรรค์ ตามช่วงวัยและมี คุณลักษณะใฝ่ดี  นักเรียนทุกคนมีความสานึกในความ รักชาติ

เป้าหมายของการพัฒนาการอ่าน  พัฒนาสมรรถนะด้านการอ่านของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6  เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีนิสัย รักการอ่าน  เพื่อให้นักเรียนกล้าแสดงออกและได้ เรียนรูอ้ ย่างมีความสุข

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนา ได้นาแนวคิด หลักการ และทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาให้มีความ เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน ดังนี้ 1) หลักและทฤษฎีการสอนอ่าน 2) วงจรคุณภาพ P DCA ของเดมมิ่ง

กระบวนการพัฒนา  กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – ชัน้ ประถมศึกษา ปีที่ 6 โรงเรียนวัดกาญจนบุรีเก่า “อุดมราษฎร์วิทยา” จานวน 109 คน  ขั้นตอนการพัฒนา การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

นายภูมิพัฒน์ ภาคภูมิ ผู้อานวยการโรงเรียนวัดกาญจนบุรีเก่า "อุดมราษฎร์วิทยา" โทรศัพท์ 089-8369507 E-mail : pum_pat@hotmail.com


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

96

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ออกแบบ กิจกรรม นาผลการ ประเมิน พัฒนา/ ปรับป���ุง

นากิจกรรม ไปใช้ใน สถานการณ์ จริง ประเมินผล กิจกรรม

 การตรวจสอบคุณภาพ  แบบประเมินการอ่านของนักเรียน  แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน และผู้ปกครอง  แนวทางการนา ไปใช้ประโยชน์  ใช้ในการจัดกิจกรรม “ตามรอยพ่อ...ขอเป็นนักอ่าน”  ใช้ในการจัดกิจกรรมสอนซ่อมเสริมเด็กที่อา่ นไม่ออก  นาไปใช้บูรณาการ การจัดการเรียนการสอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้

ผลสาเร็จที่เกิดจากการพัฒนา  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 –6มีความสมรรถนะด้านการอ่านดีขนึ้ คิดเป็น ร้อยละ90.43  นักเรียนมีนสิ ัยรักการอ่านและกล้าแสดงออกเพิ่มขึ้นในระดับดี  นักเรียนและผู้ปกครอง มีความพึงพอใจต่อกิจกรรม “ตามรอยพ่อ....ขอเป็น นักอ่าน” คิดเป็นร้อยละ 100  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ  โรงเรียนมี นวัตกรรม ในการพัฒนาสมรรถนะด้านการอ่านให้กับนักเรียน อย่างมีประสิทธิภาพ  ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องต่อ  ครู นักเรียน และผู้ปกครอง มีความพึงพอใจต่อ Best Practice ในระดับ มาก  ปัจจัยความสาเร็จของการพัฒนา  ครู บ รรณารั ก ษ์ ห้ อ งสมุ ด และบุ ค ลากรในโรงเรี ย น ให้ ค วามร่ ว มมื อ ใน การดาเนินกิจกรรมตามขัน้ ตอน  นักเรียน ตัง้ ใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างสนุกสนาน และกล้าแสดงออก  ผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถาม/ให้ขอ้ เสนอแนะ

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการตรวจสอบซา เพื่อพัฒนาปรับปรุง ให้เกิดผลดีอย่างต่อเนื่อง  วิธีการตรวจสอบซ้า  จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยมีการประเมินกิจกรรมทุกครัง้ และนาผล การประเมินมาใช้ ปรับปรุงและพัฒนา ให้มีคุณภาพยิ่งขึน้  ผลการตรวจสอบซ้าเพื่อพัฒนาและปรับปรุง  ผลการตรวจสอบ หลังการใช้กจิ กรรมแล้วพบว่า 1) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ทุกคนมีความสามารถ อ่านได้ 2) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ทุกคนมีความสามารถ อ่าน คล่อง สรุปได้ว่า Best Practice เทคนิคการพัฒนาการอ่านโดยใช้กจิ กรรม “ตามรอยพ่อ..ขอเป็นนักอ่าน”มีคุณภาพสามารถ นาสู่การปฏิบัตไิ ด้ใน สถานการณ์จริงทาให้บังเกิดผลดีต่อการพัฒนาสมรรถนะด้านการอ่าน

การประชาสัมพันธ์ และการเผยแพร่ ขยายผล ในวงกว้าง      

เผยแพร่ทาง Website ของโรงเรียนวัดกาญจนบุรีเก่า “อุดมราษฎร์วิทยา” เผยแพร่ทาง Facebook ของโรงเรียนวัดกาญจนบุรีเก่า “อุดมราษฎร์วิทยา” เผยแพร่ทาง จุลสาร ของโรงเรียนวัดกาญจนบุรีเก่า “อุดมราษฎร์วิทยา” เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาและในการ ประชุมผู้ปกครอง เผยแพร่ในการสัมมนาแลกเปลีย่ นเรียนรู้การสร้างวัฒนธรรมวิจัย ภาคกลาง จัดโดย สพฐ. ที่โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดกาญจนบุรี นักเรียนได้รับรางวัล รางวัลชนะเลิศ การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งชนะเลิศ อันดับ 1 งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับ ภาคกลางภาคตะวันออก ครัง้ ที่ 60 นักเรียนได้รับรางวัลเหรียญทองการประกวดเล่านิทาน การประกวด สิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง มารยาทไทย การประกวดอ่านทานองเสนาะ รางวัลเหรียญเงิน การประกวดวาดภาพ ระบายสี งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้ง ที่ 61 ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 1 นักเรียนได้รับรางวัลชมเชยการประกวด การกล่าวสุนทรพจน์ งานวัน วิชาการ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ประจาปีการศึกษา 2554

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

97


98

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

อ่านเสริมปัญญา พัฒนาความคิด

นายรัชช์สิทธิ์ ทิพยาลัย ผู้อานวยการโรงเรียนดิศกุล โทรศัพท์ 081-8579769 E-mail : rutsit@hotmail.com

การอ่านเสริมปัญญา พัฒนาความคิด ครั้งนี้ มีความสอดคล้องกับจุดเน้น ของ สพป.กจ.1 ข้อ 2 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ทุกคนอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็นและสอดคล้องกับจุดเน้นของ สพฐ. ข้อ 3 นักเรียน ป.3 ทุกคนอ่าน ออก เขียนได้ คิดเลขเป็น นักเรียน ป.6 ทุกคนอ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขคล่อง และมีทักษะ การคิดขัน้ พืน้ ฐาน (Literacy & Numeracy) วัตถุประสงค์ของการอ่านเสริมปัญญา พัฒนาความคิด ได้แก่  เพื่อให้นักเรียนมีนสิ ัยรักการอ่าน รู้จักคิด วิเคราะห์  เพื่อให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ  เพื่อให้นักเรียนมีทักษะทางภาษาในการสื่อสารเหมาะสมกับวัย

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนากระบวนการอ่านเสริม ปัญญา พัฒนาความคิด

กิจกรรมหนังสือทามือ

ป้ายนิเทศวันสาคัญต่างๆ

จากวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ ของ สพฐ. และสพป.กจ.1 และได้ ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนากระบวนการอ่านเสริมปัญญา พัฒนาความคิด ดังนี้ 1) วงจรคุณภาพ P D C A ของเดมมิ่ง อ้างอิงจาก images.senarat.multiply.multiplycontent.com/.../. 2) ทฤษฎีการอ่าน อ้ า ง อิ ง จ า ก www.banhuakhua.ac.th/banhuakhua/file_editor/lunaresearch.doc 3) กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน อ้างอิงจาก www.library.rbru.ac.th/download/reading.ppt

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

99

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการอ่านเสริมปัญญา พัฒนาความคิด กลุ่มเป้าหมายในการนากระบวนการอ่านเสริมปัญญา พัฒนาความคิดไปใช้ คือ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 โรงเรียนดิศกุล ในปีการศึกษา 2552 จานวน 244 คน โดยมีขั้นตอนการพัฒนา กระบวนการอ่ า นเสริ ม ปั ญ ญา พั ฒ นาความคิ ด ได้แก่

ประชุม วางแผน และกาหนด กิจกรรม

ดาเนินโครงการตามกิจกรรม * วางทุกงานอ่านทุกคน * หนูน้อยนักอ่าน * สะสมแต้ม * เล่านิทานให้น้องฟัง * ป้ายนิเทศวันสาคัญต่างๆ * หนังสือทามือ * บอกใบ้ทายคา * ดูดีดีภาพนี้มีรางวัล

รายงานผลการ ดาเนินกิจกรรม

สรุปและประเมินผลการ ดาเนินกิจกรรม

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

ผลงานนักเรียนจากกิจกรรมเล่า นิทานให้น้องฟัง


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

100 กิจกรรมบอกใบ้ทายคา และดูดีดีภาพนีม้ รี างวัล

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การตรวจสอบคุณภาพกระบวนการอ่านเสริมปัญญา พัฒนาความคิด ตัวชี้วัดความสาเร็จ ร้อยละของผลการดาเนินกิจกรรม

วิธีการวัดและประเมิน ประเมินผลกิจกรรม

เครื่องมือ แบบประเมินกิจกรรม

แนวทางการนากระบวนการอ่านเสริมปัญญา พัฒนาความคิดไปใช้ประโยชน์ คือ 1) นักเรียนใช้ห้องสมุดเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าหาความรู้ 2) นักเรียนรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ 3) นักเรียนมีนสิ ัยรักการอ่าน 4) นักเรียนมีความรู้และความสามารถด้านการอ่านคิดวิเคราะห์

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการอ่านเสริมปัญญา พัฒนาความคิด ป้ายนิเทศเผยแพร่ให้ความรู้และแสดง วันสาคัญต่างๆ

ผลสาเร็จเชิงปริมาณ นักเรียนร้อยละ 80 เข้าใช้หอ้ งสมุดอย่างสม่าเสมอ แ ล ะ นักเรียนร้อยละ 80 ร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ คือ ครูและนักเรียนใช้ห้องสมุดเป็นแหล่งค้นคว้าหาเรียนรู้ และนักเรียนมีนสิ ัยรักการอ่าน ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องต่อ กระบวนการอ่านเสริมปัญญา พัฒนาความคิด จากการสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัด กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน เ���่ากับ 100 อยูใ่ นระดับดีมากที่สุด และจากการสอบถาม ความพึง พอใจของครู พบว่า ครู มีความพึงพอใจต่อการจัดกิ จกรรมส่ งเสริม การอ่า น เท่ากับ 100 อยูใ่ นระดับดีมากที่สุด

ปัจจัยที่ทาให้การอ่านเสริมปัญญา พัฒนาความคิด ประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย ปัจจัยที่ทาให้ที่ทาให้การอ่านเสริมปัญญา พัฒนาความคิดประสบ ความสาเร็จตามเป้าหมาย ได้แก่ การวางแผนที่ดี ,การจัดกิจกรรมที่เหมาะสมและ น่าสนใจ ,การสร้างแรงเสริม และการติดตามและประเมินผลอย่างสม่าเสมอ โดยนา กระบวนการตรวจสอบซ้าเพื่อพัฒนาปรับปรุง ให้เกิดผลดีอย่างต่อเนื่อง คือ การจัด กิจ กรรมอย่า งต่อ เนื่ อ ง และประเมิน กิ จกรรมทุก ครั้ง โดยนาผลการประเมิน มาใช้ ปรับปรุงและพัฒนาต่อเนื่อง

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ เมื่อสิ้นปีการศึกษา 2555 จัดทาเอกสารเผยแพร่ความรู้ จัดทาแผ่นพับ ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมทั้งภายในโรงเรียน ภายนอกโรงเรียน ในระดับศูนย์ เครือข่าย ระดับเขตพื้นที่การศึกษาและเผยแพร่แก่ผู้ที่สนใจทั่วไป และประกาศเสี ย ง ตามสายชีแ้ จงรายละเอียดกิจกรรม ความก้าวหน้าของกิจกรรมภายในโรงเรียน

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

101

เครื่องยิงตะกร้อ “ เครื่องยิงตะกร้อ” เป็นเครื่องมือที่ใช้สาหรับการฝึกผู้เรียน ให้เรียนรู้อย่าง มี ค วามสุ ข มี ค วามสามารถ ทั ก ษะ และคุ ณ ธรรมตามจุ ด เน้ น สอดคล้ อ งกั บ ศั ก ยภาพ ความถนั ด ความสนใจ และความต้ อ งการ ส่ ง ผลให้ ผู้ เ รี ย นมี ความสามารถ ทักษะและคุณลักษณะตามจุดเน้น และเรียนรู้อย่างมีความสุ ขตาม เกณฑ์ที่ สพป.กจ.1 กาหนด ซึ่งเครื่องยิงตะกร้อมีวัตถุประสงค์ ได้แก่  เพื่ออนุรักษ์กีฬาตะกร้อ ซึ่งเป็นศิลปวัฒนธรรมของไทย  เพื่อพัฒนานักเรียนให้มคี วามรู้ ความสามารถในทักษะการเล่นตะกร้อ  เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้ออกกาลังกายอย่างเหมาะสมกับวัย  เพื่อพัฒนานวัตกรรม เทคนิควิธีการเล่นให้เหมาะสมกับนักเรียน เป้าหมาย  โรงเรียนจัดทีมตะกร้อเข้าแข่งขันในกีฬา สพฐ.เกมส์ ชนะเลิศไม่น้อยกว่า 1 ประเภท  ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้สอนคิดค้นนวัตกรรม เทคนิควิธีการเล่นตะกร้อ อย่าง น้อย 1 รูปแบบ  นักเรียนมีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง เหมาะสมกับวัย

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนาเครื่องยิงตะกร้อ

นายเสรี จันทร์เจือจุน ผู้อานวยการโรงเรียนวัดวังขนายทายิการาม โทรศัพท์ 089-551-3095 E-MAIL : Seri.janjiajun@gmail.com

คณะครูจากศูนย์เครือข่ายสถานศึกษา ทุ่งหว้า จังหวัดสตูล ศึกษาดูงานการสอนตะกร้อ

การฝึกนักเรียนที่เป็นนักกีฬาตะกร้อใช้แนวคิด หลักการ ของ สืบสาย บุญวีรบุตร มี 3 องค์ประกอบ คือ  ทางกาย ประกอบด้วยสัดส่วนรูปร่างที่เหมาะสม กับตาแหน่งที่เล่นกีฬานั้นๆ  จิตใจ คือ ความแข็งแกร่งทางใจ หมายถึง การ มี จิ ต ใจที่ มุ่ ง มั่ น มี ส มาธิ แ ละความตั้ ง ใจในการ ควบคุมตัวเองทั้งทางกายและจิตใจ เพื่อให้บรรลุ จุดมุง่ หมายที่ตั้งไว้  สิ่งแวดล้อม แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ 1) สิ่งแวดล้อมทางบุคคล ได้แก่ ครูอาจารย์ ผู้ฝึกสอน ผู้บริหารองค์กร 2) สิ่งแวดล้อมทางวัตถุ ได้แก่ การมีอุปกรณ์ กี ฬ าที่ ดี แ ละทั น สมั ย มี ส่ิ ง อ านวยความ สะดวกทางการกี ฬ าต่ า งๆ การมี เ งิ น ทุ น สนั บ สนุ น เพื่ อ จั ด เตรี ย มความพร้ อ มและ ช่วยให้พัฒนาความสามารถจนถึงขีดสูงสุด

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

ปีการศึกษา 2551 เด็กชายจักรกฤษ วีระนนท์ ชนะเลิศอันดับ 1 เดาะตะกร้อ งานศิลปหัตถกรรมภาคกลาง และภาคตะวันออก


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

102

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการพัฒนาเครื่องยิงตะกร้อ กลุ่มเป้าหมายในการนาเครื่องยิงตะกร้อไปใช้ คือนักเรียนระดับประถมศึกษา ช่วงชั้นที่ 2 (ประถมศึกษาปีที่ 3 – 6) และครูผู้สอนพลศึกษา โดยพัฒนาการเรียนการสอนกีฬา ตะกร้อใช้กระบวนการพัฒนาของเดลมิ่ง คือ ปีการศึกษา 2552 ชนะเลิศอันดับ 1 การเดาะตะกร้อและ ฟุตบอลชาย/หญิง งานศิลปหัตถกรรมภาคกลางและภาค ตะวันออก จังหวัดลพบุรี

P 2551

D

ปีการศึกษา 2553 ชนะเลิศระดับชาติ ตะกร้อลอดห่วงหญิง สพฐ.เกมส์ รุ่นอายุ 12 ปี สนามกีฬากลาง จังหวัดขอนแก่น

C

A

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาเครื่องยิงตะกร้อ ปีการศึกษา 2551 2552 2553 2554 2555

นักเรียนสมัคร 10 คน 20 คน 20 คน 28 คน 50 คน

ผ่านการคัดเลือก 3 คน 6 คน 5 คน 5 คน 15 คน

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

เข้าแข่งขัน 1 คน 4 คน 5 คน 3 คน 10 คน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

103

ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ จากรางวัลที่ได้รับนักเรียนได้รับรางวัลสูงขึ้นทุกปี จาก ระดับจังหวัดกาญจนบุรี จนถึงระดับชาติ ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องต่อเครื่องยิง ตะกร้อ จากการสารวจความพึงพอใจของนักเรียน ร้อยละ 100 ,จากการสารวจความ พึงพอใจของครู ร้อยละ 90 , จากการสารวจความพึงพอใจของคณะกรรมการ สถานศึกษา ร้อยละ 100 และจากการสารวจความพึงพอใจของผู้ปกครอง ร้อยละ 100

ปัจจัยที่ทาให้เครือ่ งยิงตะกร้อประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย ในจังหวัดกาญจนบุรี โรงเรียนวัดวังขนายทายิการาม ได้เป็นตัวแทนเข้าแข่งขัน ระดับประเทศตลอดมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2553 และมีคณะครูชมรมครูพลศึกษาจาก ภาคใต้มาศึกษาดูงานการสอนตะกร้ออย่างไรให้ได้รางวัลระดับชาติ จานวน 40 คน โดยมีกระบวนการตรวจสอบซ้าเพื่อพัฒนาปรับปรุงเครื่องยิงตะกร้อให้เกิดผลดีอย่าง ต่อเนื่อง โดยสามารถศึ ก ษาจากผลการแข่ ง ขั น ในระดั บ จั ง หวั ด ระดั บ ภาค และ ระดับชาติ โดยการพัฒนาเทคนิควิธีการใช้เครื่องยิงตะกร้อ จากประสบการณ์ที่ได้ไป แข่งขันในระดับชาติ โดยประเมินความสามารถของโรงเรียนที่เข้าแข่งขันทั้งหมด แล้ว นาผลมาปรับปรุงเครื่องยิงตะกร้อ ทาให้นักเรียนมีเทคนิคการเล่นตะกร้อสูงขึน้

ปีการศึกษา 2554 ชนะเลิศระดับภาคกลาง 2 เซปักตะกร้อ หญิง สพฐ.เกมส์ รุน่ อายุ 12 ปี ณ โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ โรงเรียนวัดวังขนายทายิการาม เผยแพร่ผลสาเร็จของการแข่งขันตะกร้อลอด ห่ ว งสากลและเซปั ก ตะกร้ อ ทางเว็ บไซต์ ข องโรงเรี ย นวั ด วั ง ขนายทายิก าราม คื อ wkn.ac.th และ YouTube “Hauheen2.wmv” วัน เดือน ปี 23 ธันวาคม 2552

3 กันยายน 2553

30 สิงหาคม 2554

14 กันยายน 2555

การประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ชนะเลิศการเดาะตะกร้อและฟุตบอล ประเภท ทีมหญิงและชาย รุ่น 12 ปี งานศิลปหัตถกรรมภาคกลางและ ภาคตะวันออก จังหวัดลพบุรี ประชาสัมพันธ์ชนะเลิศตะกร้อลอดห่วงสากล ประเภททีมหญิง รุน่ 12 ปี ระดับชาติ ณ สนามกีฬากลางจังหวัดขอนแก่น และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพืน้ ฐาน โรงเรียนวัดวังขนาย ทายิการาม จัดงานฉลองชัยชนะเลี้ยงโต๊ะจีนที่อาคาร อเนกประสงค์โรงเรียนวัดวังขนายทายิการาม จานวน 50 โต๊ะ ประชาสัมพันธ์ชนะเลิศเซปักตะกร้อ ประเภททีมหญิง รุ่น 12 ปี ระดับภาคกลาง 2 ณ สนามกีฬาโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย ประชาสัมพันธ์ชนะเลิศเซปักตะกร้อและตะกร้อลอดห่วง ประเภททีมหญิง รุ่น 12 ปี ระดับจังหวัดกาญจนบุรี

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

ปีการศึกษา 2555 ชนะเลิศ กีฬา สพฐ.เกมส์ ระดับจังหวัดกาญจนบุรี  ตะกร้อลอดห่วงสากล ทีมหญิง รุน่ อายุ 12 ปี  เซปักตะกร้อ ทีมหญิง รุ่นอายุ 12 ปี ณ โรงยิมเทศบาลเมืองกาญจนบุรี (รอไปแข่งขันระดับภาคกลาง)


104

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

รูปแบบการจัดการองค์ความรู้(Knowledge Management) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสถานศึกษาในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เป้าหมาย/วัตถุประสงค์ของการพัฒนา โรงเรียนบ้านห้วยน้าขาว ผ่านการรับรองมาตรฐานจากการประเมินภายนอก ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านห้วยน้าขาว รอบสองทั้งในระดับปฐมวัยและระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาเมื่อเดือนมกราคม 2552 สมศ.ได้ให้ข้อเสนอแนะว่าทิศทางการพัฒนาในอนาคต ด้านครู ควรจัดกิจกรรม โทรศัพท์ 081-5261239 , การเรียนการสอนให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะในการคิดจากการใช้แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น 081-8563386 เปิดโอกาสในการสร้างงานใหม่จากภูมิปัญญาในท้องถิ่นให้มากขึ้น ด้านการบริหาร E-mail : chok_9@yahoo.com ด้านวิชาการควรพัฒนาการใช้ส่อื และเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เรียนให้มากขึน้ ดังนัน้ จึงจาเป็นต้องหารูปแบบหรือแนวทางในการบริหารจัดการความรู้ที่ให้ ทุ ก ฝ่ า ยที่ เ กี่ ย วข้ อ งมี ส่ ว นร่ ว มและพั ฒ นาคุ ณ ผู้ เ รี ย นสู่ ค วามเป็ น เลิ ศ จึ ง ก าหนด วัตถุประสงค์ไว้ดังนี้  เพื่อบริหารจัด การความรู้ ค วามรู้จากภูมิปัญญาในท้องถิ่น ให้เป็ นระเบีย บ ครบถ้วน ง่ายต่อการเรียกใช้ โดยนาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการจัดการ  เพื่อเป็นการปรับปรุงเทคนิค กระบวนการในการจัดการเรียนการสอนของครู โดยมีจุดมุง่ หมายเพื่อพัฒนาองค์ความรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญให้สามารถ สร้างองค์ความรู้ได้ และนาความรู้นั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้

นายโชค เอียดช่วย

ระยะเวลาในการพัฒนา ปีการศึกษา 2553 -2554 ความเชื่อมโยง/สัมพันธ์กับเป้าหมายของ สถานศึกษา พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่2)พ.ศ. 2545 มาตรา 29 ให้ ส ถานศึ ก ษาร่ ว มกั บบุ ค คล ครอบครั ว ชุม ชน องค์ ก รชุม ชน องค์กรปกครองท้องถิ่น เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถาน ประกอบการและสถาบันสังคมอื่น ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนโดยจัดกระบวนการ เรี ย นรู้ ภ ายในชุมชน เพื่อ ให้ ชุม ชนมีก ารจั ด การศึก ษาอบรม มีก ารแสวงหาความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และรู้จักเลือกสรรภูมิปัญญาในท้องถิ่น และวิทยาการต่างๆ เพื่อพัฒนา ชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการ รวมทั้งหาวิธีการสนับสนุนให้มี การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การพัฒนาระหว่างชุมชน รวมทั้งสอดคล้องกับนโยบาย จุดเน้น และยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ ข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาใน ทศวรรษที่ส องนั้น ให้ ค วามส าคัญ กั บการพัฒ นาคุณ ภาพคนไทยยุค ใหม่ที่มีนิสั ย ใฝ่ เรียนรู้การพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งการเรียนรู้ยุคใหม่ รวมทั้งการมีส่วน ร่วมของผู้ปกครอง ชุมชน ภาคเอกชนและทุกภาค

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนา การพั ฒนา ในครั้ งนี้ ได้สั ง เคราะห์แ นวคิ ดการจัด การองค์ ความรู้ (Knowledge Management, KM) มาใช้ในการบริหารจัดการสถานศึกษาสูค่ วามเป็นเลิศ สรุปได้ ดังนี้ การจัดการความรู้ หรือเคเอ็ม (KM = Knowledge Management) คือ การรวบรวมองค์ ความรู้ที่มีอยู่ในองค์กร ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสาร มาพัฒนาให้เป็น ระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงความรู้ และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั้ง ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถในเชิงแข่งขัน สูงสุด โดยที่ความรู้มี 2 ประเภท คือ 1) ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) เป็น ความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ พรสวรรค์หรือสัญชาติญาณของแต่ละบุคคลในการทา ความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ เป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคาพูดหรือลาย ลักษณ์อักษรได้โดยง่าย เช่น ทักษะในการทางาน งานฝีมือ หรือการคิดเชิงวิเคราะห์ บางครัง้ จึงเรียกว่าเป็นความรู้แบบนามธรรม 2) ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ที่สามารถรวบรวม ถ่ายทอดได้ โดยผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น การบันทึกเป็นลาย ลักษณ์อักษร ทฤษฎี คู่มือต่าง ๆ และบางครัง้ เรียกว่าเป็นความรู้แบบรูปธรรม กระบวนการพัฒนา  กลุ่มเป้าหมายในการนา ไปใช้ กลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาได้แก่ บุคลากร ของโรงเรียนบ้านห้วยน้าขาว และผู้เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ครู 25 คน นักเรียนจานวน 548 คน ผู้ปกครองนักเรีย นจานวน 548 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จานวน 15คน ผู้นาชุมชน จานวน 10 คน รวม 1,146 คน  ขั้นตอนการพัฒนา รูปแบบการจัดการองค์ความรู้จากการใช้แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนประกอบด้วย 1) ศึ ก ษาสภาพภาพทั่ ว ไป ส ารวจ รวบรวม ข้ อ มู ล แหล่ ง เรี ย นรู้ แ ละ ภูมิปัญญาท้องถิ่นหมู่บ้านห้วยน้าขาว 2) สร้ า งความร่ ว มมือ กั บ ชุม ชนในการจั ด การองค์ ค วามรู้ จ ากภู มิปั ญ ญา ท้องถิ่นในหมูบ่ ้านห้วยน้าขาว 3) นาเสนอ และทดลองใช้รูปแบบการจั ดการองค์ ความรู้ ในการใช้แหล่ ง เรียนรู้และนาภูมิปัญญาท้องถิ่นของหมูบ่ ้านห้วยน้าขาวมาพัฒนาคุณภาพผู้เรียน  การตรวจสอบคุณภาพ ในขัน้ นีผ้ ู้พัฒนาดาเนินการตามกระบวนการมีสว่ นร่วม ดังนี้ 1) ประเมินก่อนนารูปแบบการจัดการองค์ความรู้มาใช้กับแหล่งเรียนรู้และนา ภูมิปัญญาท้องถิ่นของหมูบ่ ้านห้วยน้าขาวมาพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 2) ประชุมปฏิบัติการในการใช้รูปแบบการจัดการองค์ความรู้มาใช้กับแหล่ ง เรียนรู้และนาภูมิปัญญา 3) ท้ อ งถิ่ น ของหมู่ บ้ า นห้ ว ยน้ าขาวมาพั ฒ นาคุ ณ ภาพผู้ เ รี ย น ได้ แ ก่ ครู นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพืน้ ฐาน ผู้ปกครองโรงเรียนบ้านห้วยน้าขาว และ ผู้นาชุมชน3. ปฏิบัตติ ามปฏิทินการดาเนินงานที่วางไว้ การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

105


106

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

4) ผู้บริหารและคณะทางานนิเทศ เพื่อสอบถามติดตาม สอบถามปัญหา และ ให้การช่วยเหลือ 5) ประเมิ น หลั ง เสร็ จ สิ้ น การด าเนิ น การกั บ ครู นั ก เรี ย น คณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองโรงเรียนบ้านห้วยน้าขาว และผู้นาชุมชน 6) จัด นิทรรศการจากความสาเร็จ ในการจั ดการองค์ ความรู้ มาใช้ กับ แหล่ ง เรียนรู้และนาภูมิปัญญาท้องถิ่นของหมูบ่ ้านห้วยน้าขาวมาพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 7) มอบเกียรติบัตร รางวัล แก่บุคลากรและผู้เกี่ยวข้องในโรงเรียนรวมทั้งผู้ที่มี ส่วนร่วมในการจัดการองค์ความรู้มาใช้กับแหล่งเรียนรู้และนาภูมิปัญญาท้องถิ่นของ หมูบ่ ้านห้วยน้าขาวมาพัฒนาคุณภาพผู้เรียน  แนวทางการนาไปใช้ประโยชน์ ในการนารูปแบบการจัดการองค์ความรู้มาใช้กับแหล่งเรียนรู้และนาภูมิปัญญา ท้องถิ่ นของหมู่บ้านห้ วยน้าขาวมาพัฒ นาคุ ณภาพผู้เรี ยนไปใช้ประโยชน์ มีแนวทาง ดังนี้ 1) การกาหนดความรู้หลักที่จาเป็นหรือสาคัญต่องานหรือกิจกรรมของกลุ่มหรือ องค์กร 2) การเสาะหาความรู้ที���ต้องการ 3) การปรับปรุงดัดแปลงหรือสร้างความรู้บางส่วน ให้เหมาะต่อการใช้งานของตน 4) การประยุกต์ใช้ความรู้ในกิจการงานของตน 5) การนาประสบการณ์จากการทางาน และการประยุกต์ใช้ความรู้มาแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และสกัด “ขุมความรู้” ออกมาบันทึกไว้ 6) การจดบันทึก “ขุมความรู้” และ “แก่นความรู้” สาหรับไว้ใช้งาน และปรับปรุง เป็นชุดความรู้ที่ครบถ้วน ลุ่มลึกและเชื่อมโยงมากขึ้น เหมาะต่อการใช้งานมาก ยิ่งขึน้ โดยที่การดาเนินการ 6 ประการนี้บูรณาการเป็นเนื้อเดียวกัน ความรู้ที่เกี่ยวข้อง เป็ น ทั้ ง ความรู้ ที่ชั ด แจ้ ง อยู่ใ นรู ป ของตั ว หนั ง สือ หรือ รหั ส อย่า งอื่น ที่ เข้ า ใจได้ ทั่ว ไป (Explicit Knowledge) และความรูฝ้ ังลึกอยูใ่ นสมอง (Tacit Knowledge) ที่อยู่ในคน ทั้งที่ อยู่ในใจ (ความเชื่อ ค่านิยม) อยู่ในสมอง (เหตุผล) และอยู่ในมือ และส่วนอื่นๆ ของ ร่างกาย (ทักษะในการปฏิบัติ) การจัดการความรู้เป็ นกิจกรรมที่คนจานวนหนึ่ งทา ร่วมกันไม่ใช่กิจกรรมที่ทาโดยคนคนเดียว เนื่องจากเชื่อว่า “จัดการความรู้” จึงมีคน เข้าใจผิด เริ่มดาเนินการโดยรี่เข้าไปที่ความรู้ คือ เริ่มที่ความรู้ นี่คือความผิดพลาดที่ พบบ่อยมาก การจัดการความรู้ที่ถูกต้องจะต้องเริ่มที่งานหรือเป้าหมายของงาน เป้าหมายของงานที่สาคัญ คือ การบรรลุผลสัมฤทธิ์ในการดาเนินการตามที่ กาหนดไว้ ที่เรียกว่า Operation Effectiveness ให้มีสัดส่วนระหว่างผลลัพธ์ กับต้นทุนที่ ลงไปที่คุ้มค่า มีประสิทธิภาพสูง คือ การทางานที่ลงทุนลงแรงน้อย แต่ได้ผลมากหรือ คุณภาพสูง เป้าหมายสุดท้ายของการจัดการความรู้ คือ การที่กลุ่มคนที่ดาเนินการจัดการ ความรู้ร่วมกัน มีชุดความรู้ของตนเอง ที่ร่วมกันสร้างเอง สาหรับใช้งานของตน คน เหล่านีจ้ ะสร้างความรู้ข้นึ ใช้เองอยูต่ ลอดเวลา โดยที่การสร้างนัน้ เป็นการสร้างเพียง การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

บางส่วน เป็นการสร้างผ่านการทดลองเอาความรู้จากภายนอกมาปรับปรุงให้เหมาะต่อ สภาพของตน และทดลองใช้งาน จัดการความรู้ไม่ใช่กิจกรรมที่ดาเนินการเฉพาะหรือ เกี่ ย วกั บ เรื่ อ งความรู้ แต่ เ ป็ น กิ จ กรรมที่ แ ทรก/แฝง หรื อ ในภาษาวิ ช าการเรี ย กว่ า บูรณาการอยู่กับทุกกิจกรรมของการทางาน และที่สาคัญตัวการจัดการความรู้เองก็ ต้องการการจัดการด้วย 1) การร่วมคิดและสร้างจิตอาสาเป็นก้าวแรกที่มคี วามสาคัญทีจ่ ะทาให้งานประสบ ผลสาเร็จโดยจะต้องสร้างความตระหนักให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นความสาคัญ 2) สร้างวิสัยทัศน์ร่วมในการดาเนินงานตั้งแต่ขนั้ แรกจนจบสิน้ กระบวนการ 3) ส่งเสริมการทางานเป็นทีม เน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของโรงเรียนและภาคี เครือข่ายในชุมชน 4) นิเทศติดตาม ประเมินผล และประชาสัมพันธ์ผลการดาเนินงาน พร้อมมอบ เกียรติบัตรยกย่องผู้ที่มีจิตอาสา เสียสละเพื่อโรงเรียนและชุมชน

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนา  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ 1) นั ก เรี ย น และครู ร้อ ยละ 100 ได้ เรี ย นรู้ จ ากใช้ แ หล่ ง เรี ย นรู้ แ ละภู มิ ปัญญาท้องถิ่นของหมูบ่ ้านห้วยน้าขาว ดังนี้  นางชบา อรุณฉาย ภูมิปัญญาด้านการสานเข่งจากไม้ไผ่  นางสนี แก้วสาคู ภูมิปัญญาด้านงานบายศรี  นายบุญเลิศ พุม่ เทียน ภูมิปัญญาด้านการเชื่อมเหล็ก 2) นักเรียนทุกคนได้เรียนรู้เรื่องราวความเป็นมาของหมู่บ้านห้วยน้าขาว ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สามารถส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไปในอนาคต 3) โรงเรียนเป็นแหล่งรวบรวมของข้อมูลความรู้จากใช้แหล่งเรียนรู้และ ภูมิปัญญาท้องถิ่นของหมูบ่ ้านห้วยน้าขาว 4) ครู ทุ ก คนมี แ หล่ ง เรี ย นรู้ ไ ด้ รั บ ความรู้ จ ากภู มิ ปั ญ ญาท้ อ งถิ่ น บ้ า น ห้วยน้าขาวตลอดจนนาภูมิปัญญามาถ่ายทอดสู่ผู้เรียน  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ 1) โรงเรี ย นบ้ า นห้ ว ยน้าขาวได้ รับ รางวั ล ระดั บเหรี ย ญเงิ น ในงานเวที แลกเปลี่ยนเรียนรู้การดาเนินโครงการอาหารกลางวันแบบยั่งยืนระดับชาติประจาปี 2554 สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน 2) โรงเรียนบ้านห้วยน้าขาวได้รับรางวัลที่ 1 ในการส่งเสริมการสอน จริยธรรมดีเด่นระดับมัธยมศึกษาตามโครงการพอเพียงแห่งชีวิตประจาปี 2554 ***หมายเหตุ*** บริบท และกิจกรรมต่าง ๆ ดูได้ที่ www.huaynamkhao.ac.th

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

107


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

108

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ร่วมใจสู่คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา โรงเรียนวัดหนองเสือ เป้าหมาย / วัตถุประสงค์ของการพัฒนา นายปัญญา เที่ยงธรรม

มุง่ สู่คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา

ผู้อานวยการโรงเรียนวัดหนองเสือ ความเชื่อมโยง/สัมพันธ์ กับเป้าหมายสถานศึกษา โทรศัพท์ 081-9433465 “โรงเรียนวัดหนองเสือ” ได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนดีประจาตาบล รุ่นที่ E-mail : panyaya79@gmail.com 3 เป็นโรงเรียนที่มีมาตรฐานคุณภาพระดับสูง มีความเข้มแข็งทั้งด้านวิชาการ กิจกรรม พัฒนาผู้เรียน ดนตรี กีฬาและศิลปะ มีความพร้อมด้านกายภาพที่มีความสะอาด ร่ม รื่น ปลอดภัย เป็นโรงเรียน “ทามาหากิน” ที่เน้นการพัฒนาพื้นฐานด้านอาชีพและการ มีร ายได้ ร ะหว่ า งเรี ย น มี ค วามร่ ว มมื อ กั บ ท้ อ งถิ่ น และบริ ก ารชุ ม ชนอย่ า งเข้ ม แข็ ง นักเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีสานึกความเป็นไทย มีความรู้และทักษะพื้นฐาน ด้านอาชีพ มีความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ระดับสูงและมีสุขภาพพลานมัยดี ซึ่งมี ความเชื่อมโยงและสัมพันธ์กับจุดเน้น ของ สพป./สพฐ/สถานศึกษา คือเป็นการปฏิรูป การศึกษาในทศวรรษที่ 2 และให้โอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมกันอย่างมี คุณภาพ โรงเรียนดีประจาตาบล รุ่นที่ 3 ตามมาตรฐานการศึกษาโดยคานึงถึงสิทธิเด็กจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

แนวคิด หลักการ ทฤษฏีที่นามาใช้ในการพัฒนา แนวคิด ทฤษฏีที่นามาใช้ในการพัฒนาใช้หลักการ วงจรเดมมิ่ง (Deming cycle) ซึ่งเป็นวิธีการบริหารงานที่มีคุณภาพสูง

กระบวนการพัฒนา  กลุ่มเป้าหมาย ผู้เรียนและครูและบุคลากรทางการศึกษา  ขั้นตอนการพัฒนา สถานศึกษายอดเยี่ยมเหรียญเงิน

ข้อกาหนด การวางแผน (Plan)

การลงมือทา (Do)

ครูผู้สอนยอดเยี่ยมเหรียญทอง

การตรวจสอบหรือ การประเมิน(Check) การลงมือแก้ไขและ ปรับปรุง (Action)

ขั้นตอน 1) ค้นหาปัญหา ความต้องการ 2) วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน 3) กาหนดเป้าหมายว่าจะทาอะไร ทาอย่างไรและทาเพื่อใคร 4) วางแผนแก้ไขปัญหา 5) ศึกษาแผนและเตรียมขั้นตอนการปฏิบัติงาน 6) ปฏิบัติตามแผน 7) ตรวจ ติดตาม ประเมินผล 8) การกาหนดมาตรฐาน 9) สรุปปัญหาและความต้องการครัง้ ที่ 1 10) ปฏิบัติการแก้ไขตามข้อสรุปปัญหา

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

 การตรวจสอบคุณภาพ ตรวจสอบคุณภาพ โดยวิธีการสอบถามและสัมภาษณ์ นาผลที่ได้มา ปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นในปีตอ่ ไปอย่างต่อเนื่อง แนวทางการนา ไปใช้ประโยชน์เผยแพร่ผลงานสู่ผู้สนใจ  ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนา ผลสาเร็จเชิงปริมาณ  นักเรียนร้อยละ 40 มีความส���รถในการแข่งขันได้รับรางวัลดีเด่นใน ด้านต่าง ๆ  ครูร้อยละ 90 ได้รับการส่งเสริมการประเมินวิทยฐานะที่สูงขึน้ ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ  โรงเรี ยนได้รับรางวัล ทรงคุณ ค่ า OBECAWARDS ประจ าปี 2554 ประเภทหน่ ว ยงานที่ มี ผ ลงานดี เ ด่ น เป็ น ที่ ป ระสบผลส าเร็ จ เป็ น ที่ ประจักษ์ “รางวัลสถานศึกษาขยายโอกาสทางการศึกษา ด้านบริหาร จัดการยอดเยี่ยม เหรียญเงิน ระดับชาติ  ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องต่อ  คณะครู บุ ค ลากรทางการศึ ก ษา นั ก เรี ย น คณะกรรมการ สถานศึ ก ษาขั้ น พื้ น ฐาน ผู้ ป กครอง ชุ ม ชน และหน่ ว ยงานอื่ น มีความพึงพอใจ คิดเป็นร้อยละ 95  ปัจจัยความสาเร็จของการพัฒนา  ความร่ วมมือ ร่ วมใจของคณะครู บุ ค ลากรทางการศึก ษา นัก เรี ย น คณะกรรมการสถานศึ ก ษาขั้ น พื้ น ฐาน ผู้ ป กครอง ชุ ม ชน และ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน

109

ครูผู้สอนยอดเยี่ยมเหรียญเงิน

วงดนตรีลูกทุ่งเหรียญเงิน

กระบวนการตรวจสอบซาเพื่อพัฒนา ปรับปรุง ให้เกิดผลดีอย่างต่อเนื่อง  วิธีการตรวจสอบซ้า  นาไปเผยแพร่ให้กับผู้สนใจเพื่อให้ได้ขอ้ เสนอแนะ  ผลการตรวจสอบซ้าเพื่อการพัฒนาและปรับปรุง  นาไปทดลองกับโรงเรียนอื่นที่สนใจ

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของ และการเผยแพร่ ขยายผล ในวงกว้าง  จัดนิทรรศการ  จุลสาร  ชุมชน

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

นักเรียนดีเด่นคุณธรรม


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

110

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ ของโรงเรียนเขาดินวิทยาคาร เป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการพัฒนา นายณรงค์ มุกดาแสงสว่าง ผู้อานวยการโรงเรียนเขาดินวิทยาคาร โทรศัพท์ 081-9424026 E-mail : na112511.gmail@com

 เพื่ อ พั ฒ นารู ป แบบการจั ด การความรู้ โ ดยใช้ ส่ื อ สั ง คมออนไลน์ ข อง โรงเรียนเขาดินวิทยาคาร สพป.กจ.1  เพื่อศึกษาความพึงพอใจของครูผู้สอนที่มีต่อรูปแบบการจัดการความรู้ โดยใช้ส่อื สังคมออนไลน์ของโรงเรียนเขาดินวิทยาคาร สพป.กจ.1

ระยะเวลาในการพัฒนา พฤษภาคม 2554 – มีนาคม 2555

การเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับเป้าหมาย จุดเน้นของสพฐ กลยุทธ์ที่ 4 พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาสู่มอื อาชีพ  จุดเน้น นักเรียน ครู ผู้บริหาร และบุคลากรทางการศึกษาได้รับการ พัฒนาเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงและ สังคมพหุวัฒนธรรม โดยการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบให้สามารถ ปฏิบัตงิ านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แนวคิดหลักการทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนา สืบเนื่องจากพระราชพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหาร กิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 มาตรา 11 กาหนดไว้ว่า ส่วนราชการมีหน้าที่พัฒนา ความรู้ในส่วนราชการ เพื่อให้มลี ักษณะเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างสม่าเสมอ โดย ต้องรับรู้ข้อมูลข่าวสารและสามารถประมวลผลความรู้ในด้านต่าง ๆ เพื่อนามา ประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมทั้งต้องส่งเสริมและพัฒนาความรู้ความสามารถ สร้างวิสัยทัศน์ และปรับเปลี่ยน ทัศ นคติข องข้ า ราชการในสั ง กั ด ให้ เป็ น บุ ค ลากรที่มีประสิ ทธิ ภ าพและมีก ารเรี ย นรู้ ร่วมกัน สื่อสังคมออนไลน์ (social media) เป็นเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นเครื่องมือ สนับสนุนการจัดการความรู้ในองค์กร ตั้งแต่กระบวนการสร้างความรู้ ปะมวลความรู้ และแบ่งปันความรู้และการเผยแพร่ความรู้ กระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management) เป็นกระบวนการที่จะช่วยให้เกิดพัฒนาการของความรู้ หรือการจัดการ ความรู้ที่จะเกิดขึน้ ภายในองค์กร มีทั้งหมด 7 ขั้นตอน คือ 1) การบ่งชี้ความรู้ เป็นการพิจารณาว่าองค์กรมีวิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์ เป้าหมายคืออะไร และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เราจาเป็นต้องใช้อะไร ขณะนีเ้ รามีความรู้อะไรบ้าง อยู่ในรูปแบบใด อยู่ที่ใคร 2) การสร้างและแสวงหาความรู้ เช่นการสร้างความรู้ใหม่ แสวงหา ความรู้จากภายนอก รักษาความรู้เก่ากาจัดความรูท้ ี่ใช้ไม่ได้แล้ว การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

3) การจัด ความรู้ ให้เ ป็น ระบบ เป็น การวางโครงสร้ างความรู้ เพื่อ เตรียมพร้อมสาหรับการเก็บความรู้อย่างเป็นระบบในอนาคต 4) การประมวลและกลั่นกรองความรู้ เช่น ปรับปรุงรูปแบบเอกสารให้เป็น มาตรฐาน ใช้ภาษาเดียวกันปรับปรุงเนื้อหาให้สมบูรณ์ 5) การเข้าถึงความรู้ เป็นการทาให้ผู้ใช้ความรู้เข้าถึงความรู้ที่ต้องการได้ง่าย สะดวก เช่น ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) Web board บอร์ดประชาสัมพันธ์ เป็นต้น 6) การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ ทาได้หลายวิธีการ โดยกรณีเป็น Explicit Knowledge อาจจัดทาเป็นเอกสาร ฐานความรู้ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือกรณีเป็น Tacit Knowledge จัดทาเป็นระบบ ทีมข้ามสายงานกิจกรรมกลุ่มคุณภาพและนวัตกรรม ชุมชนแห่งการเรียนรู้ ระบบพี่เลี้ยง การสับเปลี่ยนงาน การยืมตัว เวทีแลกเปลี่ยนความรู้ เป็นต้น 7) การเรียนรู้ ควรทาให้การเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของงาน เช่น เกิดระบบการ เรียนรู้จากสร้างองค์ความรู้ การนาความรู้ในไปใช้ เกิดการเรียนรู้และประสบการณ์ใหม่ และหมุนเวียนต่อไปอย่างต่อเนื่อง

กระบวนการพัฒนา  กลุ่มเป้าหมาย ครูผู้สอนโรงเรียนเขาดินวิทยาคารทุกคน ที่ปฏิบัตหิ น้าที่การสอน ในช่วงเดือน พฤษภาคม 2554 – มีนาคม 2555  ขั้นตอนในการพัฒนา 1) การกาหนดประชากรและการเลือกกลุ่มตัวอย่าง 2) การพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3) การดาเนินการทดลอง 4) การเก็บรวบรวมข้อมูล 5) การจัดกระทาวิเคราะห์ขอ้ มูล สรุปและอภิปรายผล  ผลสาเร็จที่เกิดจากการพัฒนา  โรงเรียนเขาดินวิทยาคารดาเนินการจัดการเรียนรู้ โดยรูปแบบ การจัดการความรู้โดยใช้ส่อื สังคมออนไลน์ที่พัฒนาขึ้น  ครูผู้สอนที่มีต่อรูปแบบการจัดการความรู้โดยใช้ส่อื สังคม ออนไลน์ของโรงเรียนเขาดินวิทยาคาร สพป.กจ. 1 ระดับมากขึน้

กระบวนการตรวจสอบซาเพือ่ พัฒนาปรับปรุงให้เกิดผลดีอย่างต่อเนื่อง  วิธีการตรวจซ้า สอบถามความพึงใจในการร่วมกิจกรรมการจัดการเรียนรู้  ผลการตรวจสอบซ้าเพื่อการพัฒนาและปรับปรุง นาข้อมูลที่ได้รับเพื่อการปรับปรุงแก้ไขพัฒนาจุดด้อยต่อไป

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

111


112

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ผลงานและความดี สมศักดิ์ศรี โรงเรียนพระราชทาน โดยใช้การบริหารจัดการ แบบ School Based Management (SBM)

นางรัชนีวรรณ จงเจริญ รองผู้อานวยการโรงเรียนวัดอินทาราม “โกวิทอินทราทร” โทรศัพท์ 085-4255429 E-mail : ratchanee-won@hotmail.com

การบริหารจัดการโดยใช้ School – Based Management ทาอย่างเป็น ระบบ ดาเนินงานตามขั้นตอน และชัดเจน ทาให้ โรงเรียนวัดอินทาราม “โกวิท อินทราทร” ประสบความสาเร็จ ได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทาน โดยโรงเรียนได้ ปฏิบัติงานตามแนว SBM โดยให้ชุมชนมีบทบาทและส่วนร่วมในการบริหารจัด การศึกษา เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้รับบริหารที่ใช้ SBM ใช้รูปแบบที่ครู และชุมชนมีบทบาทหลักโดยผู้บริหารเป็นผู้นา การเปลี่ยนแปลง (Change Agent) นาพาองค์กร จนประสบความสาเร็จ วัตถ���ประสงค์ในการบริหารจัดการ ได้แก่  เพื่อให้โรงเรียนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และเป็นที่ยอมรับสู่การเป็นโรงเรียน พระราชทาน  เพื่ อ ให้ ส ามารถด าเนิ น งานตามแนวการบริ ห ารโรงเรี ย น และสามารถ รั บ ผิ ด ชอบการจั ด การโรงเรี ย นของตนเองแบบเบ็ ด เสร็ จ ได้ อ ย่ า งมี ประสิทธิภาพ  เพื่อให้มันวัตกรรมของการบริหารและจัดการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานมี ความชัดเจน และมีประสิทธิภาพ  เพื่อให้โรงเรียน ได้ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับผู้ปกครองชุมชนและทุกฝ่าย ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการบริหารจัดการ แบบ School Based Management (SBM) การบริห ารงาน โดยใช้โรงเรีย นเป็ นฐานนั้น เป็น หลั ก การบริห ารโดยการ กระจายอานาจในการจัดการศึกษา เพื่อให้โรงเรียนมีอานาจหน้าที่ความรับผิดชอบ มีความอิสระและความคล่องตัวในการตัดสินใจการบริหารจัดการทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ บุค ลากร และบริห ารทั่ วไป โดยมีค ณะกรรมการสถานศึกษา ซึ่ ง ประกอบด้วย ผู้บริห ารสถานศึกษา ผู้ปกครองและชุมชน มีส่วนร่วมกันบริหาร สถานศึกษาให้เป็นไปตามความต้องการของผู้เรียนและผู้ปกครองให้มากที่สุด ทั้งนี้ การบริหารจัดการที่รับผิดชอบร่วมกันตามภาระงานของสถานศึกษานั้น จะทาให้ เกิดความเป็นเจ้าของและทาให้ผลการปฏิบัตงิ านของสถานศึกษาเป็นที่ยอมรับได้

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

113

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการบริหารจัดการ แบบ School Based Management (SBM) กลุ่มเป้าหมายในการนากระบวนการบริหารจัดการ แบบ School Based Management (SBM) ไปใช้ ได้แก่ บุคลากรในโรงเรียนวัดอินทาราม “โกวิทอินทราทร” จานวน 33 คน นักเรียน จานวน 500 คน ชุมชนและผู้ปกครอง โดยมีแผนผังขั้นตอนการพัฒนา ดังนี้

School – Based Management

/

Plan

Do

/

/

/

/

Chack

Aetion

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการ แบบ School Based Management (SBM) ผลสาเร็ จเชิง ปริมาณ ผู้ บริ หาร ครู ผู้ ปกครอง ชุมชน คณะกรรมการ สถานศึกษา และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง มีส่วนร่วมและเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของ ตนเอง คือ ผลงานและความดี สมศักดิ์ศรี โรงเรียนพระราชทาน (ระดับประถมศึกษา ขนาดใหญ่ปี 2554 ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ โรงเรียนวัดอินทาราม “โกวิทอินทราทร” ได้รับการ ยอมรับจากหน่วยงานต่างๆจากการบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (SBM) และ รางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดที่ทุกฝ่ายภาคภูมิใจและเป็นที่ประจักษ์

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

114

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ปัจจัยที่ทาให้การบริหารจัดการ แบบ School Based Management (SBM) ประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย การบริ ห ารและจั ด การโดยใช้ โ รงเรี ย นเป็ น ฐาน ของโรงเรี ย นวั ด อิ น ทาราม “โกวิ ท อินทราทร” จะมีการตรวจสอบและถ่วงดุล โดยโรงเรียนได้ดาเนินงาน พร้อมทั้งปรับปรุงและ พัฒนางานทุกๆด้าน อย่างต่อเนื่อง โดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA ของเดรมมิ่ง ผลการตรวจสอบ ซ้าเพื่อการพัฒนาและปรับปรุง โรงเรียนได้รวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถาม และทาข้อมูลมา สรุป ว่าภาพรวมของแต่ละด้านมีผลอย่างไร รวบรวมข้อมูลให้เป็นข้อมูลในระบบสารสนเทศ จากการรวบรวมจากแบบสอบถาม แบบประเมินความพึงพอใจ ผู้ บ ริ ห าร คณะครู และบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน มีความพึงพอใจ 100% คณะกรรมการสถานศึกษา ชุม ชน ผู้ ปกครอง มีค วามพึง พอใจ 95% จากการที่ โรงเรี ย นมีก ารบริห ารจั ด การโดยใช้ โรงเรียนเป็นฐาน (SBM) ส่งผลให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง ชุมชน หน่วยงานอื่นๆเกิดความเชื่อมั่น/ยอมรับ และภาคภูมิใจในความสาเร็จของโรงเรียนซึ่งเป็นที่ ประจักษ์ เช่น  โรงเรียนผ่านการประเมินของ สมศ. ในรอบ 3 (ปีการศึกษา 2554)  โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ระดับ เหรยญทอง-โรงเรียนในฝันรุ่นที่ 2  โรงเรียนการเพิ่มผลผลิตตามแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  โรงเรียนเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรม  โรงเรียนที่สอนหลักสูตร Mini English Program  โรงเรียนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์รางวัล OBEC AWARDS  โรงเรียนได้รับรางวัลชมเชย นักเรียนพระราชทาน  โรงเรียนผ่านการประเมินโรงเรียนคุณธรรมชั้นนา ระดับดีมาก  โรงเรียนแกนนาที่มรี ะดมทรัพยากรเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา  โรงเรียนได้รับรางวัล “สถานศึกษารางวัลพระราชทาน ระดับประถมศึกษา ขนาดใหญ่ มีการศึกษา 2554”

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ 1) 2) 3) 4) 5) 6)

เว็บไซต์ของโรงเรียน หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ของจังหวัดกาญจนบุรี (มติกาญจน์,พิมพ์กาญจน์) เว็บไซต์ของสานักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน ปีการศึกษา 2554 สานักงานพัฒนานวัตกรรม จุลสารของโรงเรียน จัดทาซีดี และ เอกสารแจกคณะผู้มาศึกษาดูงานที่โรงเรียน

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

115

การบริหารแบบมีส่วนร่วม ระบบราชการมุ่งประสงค์ให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในการ ตัดสินใจ ทั้งทางตรงและทางอ้อมในการดาเนินงานทางการบริหาร หรือการ ดาเนินกิจการของรัฐ เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของตนเอง (ประชาชน) การมีส่วนร่วมทางตรง จะเห็นได้จากการที่ประชาชนสามารถตัดสิน ใจทางเลือก เกี่ยวกับนโยบายสาธารณะหรือเข้าร่วมในการจัดทาแผนยุทธศาสตร์ ของรัฐในแต่ ละสาขา หรือการลงประชามติในเรื่องต่าง ๆ หรือการเข้าร่วมเป็นกรรมการใน การดาเนินงาน อาทิ การจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจรับการจ้าง หรือการกาหนด ราคาการจ้างต่าง ๆ ได้ สาหรับการมี ส่วนร่วมทางอ้อม ก็คือการที่ประชาชน สามารถเสนอความคิดความเห็นผ่านเครือข่ายหรือกลุ่มตัวแทนต่าง ๆ และทั้งการ ให้ขอ้ มูลข่าวสาร เพื่อประโยชน์ตอ่ การบริหารราชการผ่านสื่อใดๆ อาทิ วิทยุ , โทรศัพท์ , เว็บไซต์ หรือจดหมายข่าว ซึ่งมีวัตถุประสงค์ ได้แก่  ช่วยสร้างความสามัคคี และการต่อต้านจากพนักงานระดับต่า  ช่วยให้ทราบถึงความต้องการขององค์การทั้งหมด  ช่วยเพิ่มพูนประสิทธิภาพการทางานให้สูงขึ้น ลดความเฉื่อยชาในการทางาน การย้ายงานและการหยุดงาน  ช่วยลดความขัดแย้ง และการต่อต้านจากพนักงานระดับต่า  ช่วยสร้างบรรยากาศในการทางาน และทาให้สุขภาพจิตในองค์การดีขนึ้  ช่วยเพิ่มผลผลิตในองค์กร  สร้างหลักประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในองค์การ  ช่ว ยลดค่า ใช้จ่ า ยในการบริ ห ารงาน ใช้ทรั พ ยากรอย่า งประหยั ดและทะนุ ถนอม  ทาให้พนักงานรู้สกึ ว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งขององค์การ

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการบริหารแบบมีส่วนร่วม แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการบริหารแบบมีส่วนร่วม คือนา ทฤษฎี x และทฤษฎี y ตามแนวคิดของทฤษฎี x ที่เชื่อว่ามนุษย์ขี้เกียจและขาด ความรับผิดชอบ ดังนั้นต้องใช้วิธีการบังคับหรือควบคุมการทางานอย่างใกล้ชิด ส่วนทฤษฎี y เชื่อว่ามนุษย์มีความขยัน ชอบทางานโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าสภาพ การทางานที่มคี วามเหมาะสม และคนมีส่วนร่วมในการทางานโดยไม่ถูกบังคับก็จะ มีความรับผิดชอบมากขึ้น

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

นายสุนนั สาระศาลิน รองผู้อานวยการโรงเรียน อนุบาลวัดไชยชุมพลชนะสงคราม โทรศัพท์ 083-3085347 E-mail : sarasalin@thaimail.com


116

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วม กลุ่มเป้าหมายในการนากระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมไปใช้ คือ บุคลากร ภายในองค์กรและนอกองค์กร โดยมีขั้นตอนการบริหารแบบมีส่วนร่วม ดังนี้  ผู้ปฏิบัตติ ามแผนรับแผนที่ได้อนุมัติแล้วเพื่อการดาเนินการ  ผู้ปฏิบัตติ ามแผนจะต้องทาความเข้าใจส่วนประกอบต่าง ๆ ทางเทคนิคของแผน  การทาความเข้า ใจส่วนต่า ง ๆ ของแผนโดยเน้น ถึง ปัจ จัยที่ ไม่เกี่ ยวกั บวิชาการ เฉพาะด้านหรือเทคนิคแต่มุ่งเน้นไปทางด้านมนุษยสัมพันธ์และปฏิกิริยาของผู้ปฏิบัติที่มีต่อ แผน  การกาหนดบทบาทของผู้ดาเนินการตามแผน  การจัดเตรียมบุคคลผู้ปฏิบัตติ ามแผนและการกาหนดมอบหมายความรับผิดชอบ  การเตรียมแผนดาเนินการหรือแผนปฏิบัตงิ าน  การดาเนินการตามแผน ตามกระบวนการทุกขั้นตอนที่กล่าวมาจะเป็นการเตรียม งานล่วงหน้าเพื่อดาเนินการตามแผนจึงมีลักษณะงานของการวางแผนปะปนอยู่ดว้ ย  การแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องในหน่วยงานทราบถึงโครงการ  การแปลความหมายของแผนให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทราบ  การชีแ้ จงให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทราบถึงความรับผิดชอบเกี่ยวกับการควบคุมงาน  การรวบรวมข้อมูลและตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับความก้าวหน้าของแผน  การตรวจสอบและประเมินข้อมูลและตัวเลข  การปรับปรุงแผนให้เหมาะสม  การรายงานผลการปฏิบัตงิ านตามแผนตัง้ แต่ตน้ จนถึงการสิน้ สุดของแผน การตรวจคุณภาพ โดยดูผลสาเร็จของการปฏิบัติงาน และการพัฒนาองค์กรให้ บริหารงานเกิดประสิทธิผลและมีประสิทธิภาพ

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการบริหารแบบมีส่วนร่วม  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ ความชัดเจนในวัตถุประสงค์และเป้าหมายของ แผนการกาหนดและมอบหมายภารกิจความรับผิดชอบในโครงสร้างบริหารแผน มี ความชัดเจน มีระบบการกากับตรวจสอบและประเมินผลภายในองค์กร และมีการ เสริมแรงผู้ปฏิบัติในเชิงสร้างสรรค์ สมรรถนะองค์กรที่นาแผนสู่การปฏิบัติ มีความ เข้มแข็งทั้งศักยภาพ ความสามารถและความพร้อม และมีการสนับสนุนและมีความ ผู ก พั น ของฝ่ า ยตาง ๆ ทั้ ง ระดั บ นโยบาย และระดั บ ปฏิ บั ติ ท างด้ า นการเมื อ ง งบประมาณ และวิชาการ  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ การเรียนรู้ในกิจกรรมของตนหรือหน้าที่ของ ตนเองอย่างต่อเนื่อง เป็นผลต่อความรู้สึกในการยากรู้ อยากเข้าใจ และอยากเข้าไป มีส่วนร่วม (เป็นการทาการบ้านเพื่อตนเอง) สไตล์การทางานของแต่ละบุคคล เป็น โอกาสของการเลือกเพื่อให้ตนเองก้าวต่อไปหรือได้รับ การ สนับสนุน ความมีอารมณ์ที่มั่นคง การยอมรับจุดอ่อนของตนเอง หรือความ การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ความบกพร่องต่างๆ ของตนเอง รู้ตนเอง (จุดแข็งที่มีอยู่หรือศักยภาพของตนเอง) มี ความคิดเห็นในเชิงทะเยอทะยาน โดยเป้าหมายเป็นจุดน่าทดลองเสี่ยงเพื่อความสาเร็จ ในงานของตนเอง สร้างข่ายงานได้ โดยมีการพึ่งพาต่อกัน ทัง้ เพื่อน , ผู้บังคับบัญชา หรือผู้ใต้บังคับบัญชา เรียนรู้การทางานเป็นกลุ่มว่ามีขั้นตอนอย่างไรและเรียนรู้ที่จะ เงียบ ถือสัตย์ เป็นแบบแผนการทางาน ค ว า ม พึ ง พ อ ใ จ ข อ ง ผู้ ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง ต่ อ ก า ร บ ริ ห า ร แ บ บ มี ส่ ว น ร่ ว ม คื อ ก่อให้เกิดความสามัคคีระหว่างผู้บริหารและผู้ร่วมงานทุกระดับในองค์การ ลดความ ขัดแย้งในการทางาน เพิ่มความไว้วางใจซึ่งกันและกันมากขึ้น สร้างบรรยากาศที่ดีใน การทางาน ช่วยให้ผู้ร่วมงานมีสุขภาพจิตดี ทุกคนมีงานทาสร้างความเป็นประชาธิปไตย ในองค์การ ลดค่าใช้จ่ายและใช้ทรัพยากรอย่างทะนุถนอม ช่วยให้การใช้งบประมาณ เป็ น ไปอย่า งมีประสิ ทธิ ภ าพ ช่ว ยให้ พ นั ก งานเกิ ด ความรู้ สึ ก ว่า เขาเป็ น ส่ ว นหนึ่ง ของ องค์การ

ปัจจัยที่ทาให้การบริหารแบบมีส่วนร่วม ประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย ปัจจัยที่ทาให้ที่ทาให้การการบริหารแบบมีส่วนร่วม ประสบความสาเร็จตาม เป้าหมาย ได้แก่ 1) ความชัดเจนในวัตถุประสงค์และเป้าหมายของแผน 2) การกาหนดและมอบหมายภารกิจความรับผิดชอบในโครงสร้างบริหารแผน มี ความชัดเจน 3) มีระบบการกากับตรวจสอบและประเมินผลภายในองค์กร และมีการเสริมแรงผู้ ปฏิบัตใิ นเชิงสร้างสรรค์ 4) สมรรถนะองค์กรที่นาแผนสูก่ ารปฏิบัติ มีความเข้มแข็งทั้งศักยภาพ ความสามารถ และความพร้อม 5) มีการสนับสนุนและมีความผูกพันของฝ่ายตาง ๆ ทั้งระดับนโยบาย และระดับ ปฏิบัตทิ างด้านการเมือง งบประมาณ และวิชาการ กระบวนการตรวจสอบเพื่อปรับปรุง จากผลสาเร็จของการปฏิบัตงิ านโดย  การติดตามผลการปฏิบัตงิ าน ได้แก่ การติดตามดูว่าการปฏิบัตงิ านตามโครงการ นั้น ได้ ผ ลงานก้ า วหน้า ไปในทิ ศ ทางที่ ส อดคล้ อ งกั บ แผนปฏิ บั ติง านตลอดจน งบประมาณ ที่กาหนดไว้หรือไม่  การติดตามประสิทธิภาพงาน ได้แก่ การศึกษาติดตามดูว่าเมื่อมี การปฏิบัติงาน เพื่ อ ให้ ไ ด้ ผ ลผลิ ต ของโครงการออกมานั้ น ได้ ใ ช้ ก รรมวิ ธี ก ารผลิ ต หรื อ วิ ธี ดาเนินงาน ที่ประหยัดที่สุดหรือไม่ โดยอาจจะมีการเทียบเคียงให้เห็นสัดส่วนของ ผลผลิตกับปัจจัยนาเข้าของโครงการ  การติดตามประเมินผลของงานได้แก่ การศึกษาติดตามดูว่าการปฏิบัติงานตาม โครงการนั้นได้ก่อให้เกิดผลผลิตตามที่กาหนดไว้หรือไม่ และผลผลิตที่เกิดขึ้น ดังกล่าวสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการได้มากน้อยเพียงใด ส าหรั บ การประชาสั ม พั น ธ์ ผ ลส าเร็ จ ของการบริ ห ารแบบมีส่ ว นร่ ว ม และการ เผยแพร่ ขยายผลในวงกว้าง ได้แก่ ทางเว็ปไซด์ของโรงเรียน และสารประชาสัมพันธ์ของ โรงเรียน การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

117


118

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การบริหารงานงบประมาณมุ่งผลสัมฤทธิ์แนวใหม่ (Results Based Management ; RBM) นางทิพวรรณ ชุ่มเพ็งพันธ์ รองผู้อานวยการโรงเรียน อนุบาลวัดไชยชุมพลชนะสงคราม โทรศัพท์ 087-8130379 E-mail : tipmalai@hotmail.com

ส่งเสริมบุคลากรทางการบริหารงาน งบประมาณ พัสดุ การเงิน และบัญชีเข้ารับ การพัฒนาตนสม่าเสมอเพื่อประสิทธิภาพ ในการทางาน ทาให้การบริการมีคุณภาพ

การบริ ห ารงานงบประมาณแบบมุ่ง ผลสั ม ฤทธิ์ แ นวใหม่ (Results Based Management ; RBM)เป็ นการนาเทคนิคการบริห ารมุ่ง ผลสัม ฤทธิ์ม าใช้ใ นการ บริ หารงานงบประมาณให้ เกิ ดประสิ ทธิ ภาพ ซึ่ งการบริ หารแบบมุ่งผลสัม ฤทธิ์เป็ น กิจกรรมสาคั ญของแผนการปรั บเปลี่ ยนบทบาท มีความสอดคล้องกั บภารกิจและ วิธีการบริหารงานของภาครัฐตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 3 ซึ่ ง ค านึง ถึ ง ประชาชนและผลสั ม ฤทธิ์ ข องงาน เพื่อให้ ก ารทางานของ หน่วยงานหรือโครงการมุ่งเน้นผลลัพธ์ของงานมากกว่าเน้นปัจจัยนาเข้า สอดคล้อง กลยุทธ์ของ สพป.กจ.1 คือข้อ 5 พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษาสู่ความ เป็นเลิศ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของโรงเรียนอนุบาลวัดไชยชุมพลชนะสงคราม ข้อที่ 1 คือ พัฒนาระบบบริหารจัด���ารศึกษาโยใช้หลักธรรมาภิบาล เน้นผู้รับบริการเป็น สาคัญและสอดคล้องกับกลยุทธ์ ของโรงเรียนอนุบาลวัดไชยชุมพลชนะสงคราม ข้อ 1 คือบริหารจัดการโดยใช้หลักธรรมาภิบาล โรงเรีย นอนุ บาลวัดไชยชุมพลชนะสงครามเป็น โรงเรีย นขนาดใหญ่ มีการจั ด การศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น มีนักเรียนจานวน 1,144 คน มีการบริหารงานตามโครงสร้างการบริหารครอบคลุม 4 งาน ได้แก่ งาน บริหารวิชาการ งานบริหารงบประมาณ งานบริหารบุคคล และงานบริหารทั่วไป ภาระ งานแต่ละกลุ่มงานค่อนข้างมาก งานมีระบบความซับซ้อน ทัง้ ปริมาณและคุณภาพงาน ในฐานะรองผู้อานวยการที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานบริหารงบประมาณซึ่งมี ขอบข่ ายงานถึง งานแผนกลยุทธ์ แผนพัฒ นาคุ ณภาพการศึก ษารวมถึง แผนปฏิบัติ ราชการประจาปี ได้เห็นความสาคัญที่จะปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความคุ้มค่า จึงจาเป็นต้องพัฒนาระบบงานเพื่อให้งานดาเนินไปอย่างมีคุณภาพ ตามหลักธรรมาภิบาล จึงกาหนดวัตถุประสงค์ไว้ดังนี้  เพื่อให้การปฏิบัติงานบริหารงบประมาณมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและเกิ ด ความคุ้มค่า  เพื่อให้มรี ะบบงานบริหารงบประมาณที่สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล  เพื่ อ ให้ ผู้ รั บ บริ ก ารจากกลุ่ ม งานบริ ห ารงบประมาณมี ค วามพึ ง พอใจในการ ให้บริการ

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการบริหารงาน งบประมาณแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์แนวใหม่ แนวคิดการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์เป็นการบริหารงานของโรงเรียนใน อดีตจะเน้นที่การบริหารปัจจัยนาเข้า (Inputs) ซึ่งได้แก่ ทรัพยากรต่างๆ ที่โรงเรียน จะนามาใช้ในการปฏิบัตงิ าน คือ เงิน คน วัสดุ ครุภัณฑ์ต่างๆ โดยเน้นการทางาน

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ทางานตามกฎ ระเบียบ และความถูกต้องตามกฎหมาย และมาตรฐาน แต่การบริหารแบบ มุ่งผลสัมฤทธิ์จะเน้นที่ผลลัพธ์ (Outcomes) ของงาน โดยจะให้ความสาคัญที่การกาหนด พันธกิจและวัตถุประสงค์ของโครงการ/งาน เป้าหมายที่ชัดเจน การกาหนดผลผลิตและ ผลลัพธ์ที่ต้องการของทุกโครงการในโรงเรียนให้สอดคล้องเป็นไปในทางเดียวกับภารกิจและ วัตถุประสงค์ของโรงเรียน มีการกาหนดตัวบ่งชี้วัดผลการทางานหลัก (Key Performance Indicators) ไว้อย่างชัดเจน เป็นที่เข้าใจของทุกคนในโรงเรียน การวัดความก้าวหน้าของการ ปฏิบัติงานโดยใช้ตัวบ่งชี้ การยืดหยุ่นทางการบริหารและสนับสนุนทรัพยากรแก่ผู้บริหาร ระดับล่างอย่างเหมาะสม การประเมินผลการปฏิบัตงิ านและการให้ค่าตอบแทนตามผลงาน ตลอดจนถึงการปรับปรุงพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงขึน้ เพื่อให้สามารถ สนองตอบต่อปัญหาและความต้องการของประชาชนในฐานะผู้รับ บริการจากโรงเรียนได้ เป็นอย่างดี ดังนั้นการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Results Based Management ; RBM) จึงเป็น การบริหารเพื่อการจัดหาให้ได้ทรัพยากรการบริหารมาอย่างประหยัด (Economy) เน้นใช้ ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficiency) และการได้ผลงานที่บรรลุเป้าหมายของโรงเรียน ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ( Good Government ) ซึ่งประกอบด้วยแนวทางสาคัญ 6 ประการ คือ หลักนิติธรรม (Rule of Law) หลักคุณธรรม (Ethic) หลักความโปร่งใส (Transparency) หลักการมีส่วนร่วม ( Participation) หลักความรับผิดชอบ (Accountability) และหลักความ คุ้มค่า (Value for Money) ซึ่งผู้บริหารต้องมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ รับผิดชอบต่อสังคม และให้ผู้มสี ่วนได้สว่ นเสียมีส่วนร่วมในกิจการต่างของโรงเรียน

119

ร่วมกิจกรรมทุกกิจกรรม โครงการ เพื่อกากับ ติดตาม ประเมินผลและ ตรวจสอบความคุม้ ค่าในการการใช้ ทรัพยากรของสถานศึกษา

ประชุมภาคี 4 ฝ่ายเพื่อให้การทางาน เป็นไปตามระบบและให้เกิดความถูกต้อง รวดเร็ว มีส่วนร่วม โปร่งใส ตรวจสอบได้ เกิดความรับผิดชอบร่วมกัน

กระบวนการบริหารงานงบประมาณแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์แนวใหม่ กลุ่มเป้าหมายในการการบริหารงานงบประมาณแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์แนวใหม่ ได้แก่ ครูและบุคลากรของโรงเรียนอนุบาลวัดไชยชุมพลชนะสงครามและผู้เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ครูและบุคลากรทางการศึกษาจานวน 84 คน นักเรียนจานวน 1,144 คน ผู้ปกครองนักเรียน จานวน 1,144 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจานวน 15 คน ผู้เกี่ยวข้องกับงาน บริหารงบประมาณ จานวน 5 คน รวม 2,392 คน โดยมีขั้นตอนการบริหารงาน ดังนี้ 1) ศึกษาวิเคราะห์แผนพัฒ นาคุ ณภาพการศึกษาหรือแผนกลยุทธ์ ของโรงเรีย นโดย ประชุมร่วมกันระหว่างฝ่ายบริหาร เจ้าหน้าที่งานงบประมาณ 2) แต่งตัง้ คณะกรรมการพัฒนาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน 3) วิเคราะห์พันธกิจและกลยุทธ์กับมุมมอง BSC (Balance Scorecard) และจัดทาแผน ที่มีค วามครอบคลุ ม ขอบข่ า ยทั้ ง 4 ด้ า นและเห็ น ทิ ศ ทางของการพั ฒ นาที่ ชัด เจน และมี ความสัมพันธ์กับปัจจัยความสาเร็จ (CSF) ตัวชี้วัด (KPI) และเป้าหมาย ตามกรอบ SMART ตามแบบประเมิน เพราะตัวชี้วัดที่ดี มีความชัดเจนจะทาให้ได้ขอ้ มูลที่ดมี คี ุณภาพ 4) การจัดเก็บ การรับรอง และการอนุมัตขิ ้อมูล 5) การวิเคราะห์ผล และการออกแบบการรายงานผล ในการจัดทามีการพัฒนาอย่างเป็นระบบดังแผนภาพขั้นตอนการพัฒนาระบบการ บริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ในงานบริหารงบประมาณโรงเรียนอนุบาลวัดไชยชุมพลชนะสงคราม ประกอบด้วย 9 ขั้นตอนดังนี้ การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

ศึกษาดูงานโรงเรียน ที่มีคุณภาพการบริหารจัดการ


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

120

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 1.

9.

2.

8. 3.

4.

ประชุมชี้แจง มีคณะกรรมการดาเนินงานที่ ชัดเจน เพื่อความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ ตัวชี้วัดที่ชัดเจน ทาให้เห็นเป้าหมายในการ ให้บริการ รวมทั้งประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความคุม้ ค่าที่ต้องการให้เกิดขึ้นใน ระบบงาน

7.

5. 6.

การตรวจสอบคุณภาพการบริหารงานงบประมาณแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์แนวใหม่ 1) ประเมินคุณภาพของKPIs Dictionary ด้านงานบริหารงบประมาณก่อนนาไปใช้โดยหา คุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลและ แผนกลยุทธ์ ทั้งหมด 3 ท่านเมื่อมีคุณภาพแล้วจึงนามาใช้จริง 2) จัดประชุมวิพากย์แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาหรือแผนกลยุทธ์ด้านงานบริหาร งบประมาณเพื่อ ให้ เ กิ ด ความครอบคลุ ม ขอบข่ า ยความต้ อ งการและประเด็ น ต่ า งๆให้ ไ ด้ แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ตรงกับความต้องการของโรงเรียน 3) ประชุมเชิงปฏิบัติการกับคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนอนุบาลวัด ไชยชุมพลชนะสงคราม เพื่อสร้างความตระหนักให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ เห็นความสาคัญ ของการน าแผนกลยุ ท ธ์ ไ ปสู่ ก ารปฏิ บั ติ ง านในสถานศึ ก ษาโดยเฉพาะด้ า นงานบริ ห าร งบประมาณ 4) นาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาไปใช้ 5) การนิเทศติดตาม ประเมินผลการ ใช้แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยเฉพาะด้าน บริหารงานงบประมาณ 6) ประเมินแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาในด้านประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและความ คุ้มค่าและความพึงพอใจในการรับบริการจากฝ่ายบริหารงานงบประมาณ 7) ปรับปรุงพัฒนาKPIs Dictionary ด้านงานบริหารงบประมาณอย่างต่อเนื่อง แนวทางการนาการบริหารงานงบประมาณแบบมุง่ ผลสัมฤทธิ์ไปใช้ประโยชน์  ทุกคนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมใช้ร่วมประเมิน  ส่งเสริมการทางานเป็นทีม รับผิดชอบร่วมกันบนหลักการธรรมาภิบาล  ทาให้เกิดองค์กรที่มีประสิทธิภาพมีความเข้มแข็ง มีบรรยากาศที่ดีในการใช้บริการ ถูกต้อง สะดวก รวดเร็ว โปร่งใสตรวจสอบได้  มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทาให้เกิดระบบงานที่มีคุณภาพ

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

121

ปัจจัยที่ทาให้การบริหารงานงบประมาณแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์แนวใหม่ ประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย งานบริหารงบประมาณในมุมมองของครูโดยทั่วไปจะเห็นว่าเป็นงานที่น่ากลัว เพราะต้องไปเกี่ยวข้องกับกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับงานบริหารการเงินและสินทรัพย์ ทาให้หาผู้ปฏิบัติหน้าที่ได้ยากกว่างานอื่น บรรยากาศของฝ่ายบริหารงานงบประมาณ ค่อนข้างเคร่งเครียด มีการเปลี่ยนตัวบุคลากรบ่อย ผู้ปฏิบัติงานขาดความมั่นใจในการ ทางานเพราะความกลัวดังนั้น ปัจจัยที่ทาให้เกิดความสาเร็จในการทางาน คือ 1) ผู้บริหารต้องมีหลักการทางานอยูบ่ นความถูกต้อง สร้างบรรยากาศที่ดใี น การทางาน ร่วมรับผิดชอบ เสียสละ เพื่อให้ได้ทั้งใจคนและทัง้ งาน ยึดหลักทางานตาม หลักธรรมาภิบาล การบริการที่มีคุณภาพ เป็นฟันเฟืองที่ดี มุ่งสูโ่ รงเรียนที่มีมาตรฐาน 2) มุ่งสร้างทีมงานที่เข้มแข็ง สร้างระบบงานที่มีประสิทธิภาพ ทาให้เกิดความ มั่นใจแก่ผู้ร่วมงานและสร้างความคุ้มค่าในการบริหารงานงบประมาณให้สู่ตัวผู้เรียนให้ มากที่สุด การพัฒนาต้องมีความต่อเนื่องจึงจะเกิดความยั่งยืน ผลสาเร็จเชิงปริมาณ นักเรียน ผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุก คน (100 เปอร์เซ็นต์) มีความพึงพอใจในการรับบริการจากงานบริหารงบประมาณ 2) เจ้ าหน้าที่ งานบริห ารงบประมาณทุ กคน (100 เปอร์เซ็นต์) ปฏิบัติงานที่ไ ด้รับ มอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและเกิดความคุ้มค่า การให้บริการเป็น ระบบของงานบริ ห ารงบประมาณโรงเรี ย นอนุ บ าลวั ด ไชยชุ ม พลชนะสงคราม มี ความถูกต้อง รวดเร็ว โปร่งใส คุ้มค่า ตรวจสอบได้ โดยให้ทุกคนมีส่วนร่วม รับผิดชอบ มีความสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ งานบริหารงบประมาณ เป็นที่ยอมรับและพึงพอใจใน ระดับดีมาก เจ้าหน้าที่งานบริหารงบประมาณ ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายอย่างมี ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและเกิดความคุ้มค่า จากการประเมิ น ความพึ ง พอใจ ในภาพรวมมี ค วามพึ ง พอใจในระดั บ ดี ม าก กระบวนการตรวจสอบซ้าเพื่อพัฒนาปรับปรุงการดาเนินงาน ได้นาข้อเสนอแนะต่าง ๆ มาปรับปรุง ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบหาคุณภาพ รวมถึงผู้พัฒนาได้ศึกษาเรื่องเทคนิค การบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์แนวใหม่ (RBM) จากสถาบันวัดไร่ขิง และกลับมาพัฒนาให้ เกิดการปฏิบัตทิ ี่เป็นเลิศ ปีการศึกษาต่อมาได้มีการปรับปรุงบางส่วนและดาเนินการใช้ อย่างต่อเนื่อง และได้รวบรวมประเมินผลการใช้งานเพื่อพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นในปีตอ่ ไป ทาให้ผลการปฏิบัติงานบริหารงบประมาณมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและเกิดความ คุ้มค่าอยู่ในระดับดีมาก 2) ระบบงานบริหารงบประมาณมีความสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ 3) ผู้รับบริก ารจากกลุ่ม งานบริหารงบประมาณมีความพึงพอใจในการ ให้บริการอยู นระดัยบนได้ ดีมเาก 1) ใ่ โรงเรี ผยแพร่ผ่านทางอินเตอร์เน็ท ในปี 2554 จนถึงปัจจุบัน 2) จัดนิทรรศการเผยแพร่ผลงานวิชาการของโรงเรียนอนุบาลวัดไชยชุมพล ชนะสงคราม การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

มีการวางแผน ปฏิบัติงาน และประเมินผล ร่วมกันพัฒนาตนทั้งการอบรมเชิง ปฏิบัติการ ศึกษาดูงานและเข้าอบรม สถาบันครูและบุคลากร ทางการศึกษา (วัดไร่ขิง) โครงการพัฒนาเทคนิคการบริหาร มุง่ ผลสัมฤทธิ์แนวใหม่ (RBM)


Best Practices ครูผู้สอน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

123

น้ำอ้อยหวำนจังจำกภูมิปัญญำท้องถิ่น (ชวนหนูอ้อย ไปอำเซียน) กระบวนการ “น้าอ้อยหวานจังจากภูมปิ ัญญาท้องถิ่น “ (ชวนหนูอ้อย ไปอาเซียน) มีความเชื่อมโยง/สัมพันธ์กับเป้าหมาย/จุดเน้นของ สพป.กจ.1./สพฐ./ สถานศึกษา คือ ตรงกับมาตรฐานของสพฐ.ข้อที่ 4 เด็กมีพัฒนาการด้านสติปัญญา ตัวบ่งชี้ที่ 4.1 ,4.2, 4.4,และ 4.5 มาตรฐานข้อที่ 7 แนวการจัดการศึกษา ตัวบ่งชีท้ ี่ 7.4 มาตรฐานข้อที่ 9 สถานศึกษามีการสร้างส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษา ตัวบ่งชีท้ ี่ 9.2 ซึ่งวัตถุประสงค์ของกระบวนการ “น้าอ้อยหวานจังจากภูมปิ ัญญาท้องถิ่น “ ได้แก่  เพื่อปลูกฝังให้เด็กรูจ้ ักภูมิปัญญาท้องถิ่น และอาชีพที่สุจริตในชุมชน  เพื่อฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ และการแก้ปัญหา  เพื่อฝึกพัฒนาการกล้ามเนื้อมือให้มคี วามสัมพันธ์กับสายตา  เพื่อให้เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์จริง และนาผลมาพัฒนาต่อยอด

นางสุดา เข็มไทย ครู โรงเรียนบ้านหนองสองห้อง โทรศัพท์ 086-1639427 E-mail : Tusuda1@hotmail.com

แนวคิด หลักกำร ทฤษฎีที่น้ำมำใช้ใน กระบวนกำรน้ำอ้อยหวำนจังจำกภูมิ ปัญญำท้องถิ่น จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) มาตรา 39 ให้สถานศึกษาเลือกสรรและวิทยากรต่างๆ ภูมปิ ัญญาท้องถิ่น เข้ามามีส่วน ร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน จังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่ ทาไร่ อ้อยมาก โดยเฉพาะสถานที่โรงเรียนบ้านหนองสองห้ อง ต าบลหนองตากยา ชุม ชนประกอบอาชีพ ทาไร่ อ้อ ยมากที่ สุ ด ในสั ปดาห์ ที่ 12 หน่ว ย “อาชีพ ในชุม ชน” ในช่วงของการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ คุณครูและเด็กๆ ช่วยกันตอบ และจดสิ่ง ต่างๆ ที่เด็กช่วยกันบอกบน กระดานดาพร้อมทั้งบอกอธิบายถึงอาชีพในชุมชนของ ตาบลหนองตากยา และพาเด็กไปศึกษานอกสถานที่ห้องเรียน โดยพาเด็กเดินไปรอบ โรงเรียน ให้เด็กสังเกต ระหว่างที่เด็กดูตน้ อ้อย ใช้คาถามเด็กว่าส่วนใหญ่อาชีพที่ชุมชน เราทามากที่สุด คืออาชีพอะไร สรุปคะแนนเด็กๆ ส่วนใหญ่เด็กตอบว่า ทาไร่อ้อย ทฤษฎีของจอห์น ดิวอี้ (John Dewey) (ค.ศ.1859- 1952) เป็นนักปรัชญาชาว อเมริกัน เป็นผู้หนึ่งที่ลุกขึ้นมาชี้ว่าโรงเรียน ควรเป็นชุมชนแห่งความร่วมไม้ร่วมมือ “จิต วิญญาณของอิสรภาพและความเคารพซึ่งกันและกัน ” ที่ซึ่งไม่มีการบีบบังคับเพื่อที่จะ ยัดเยียดวินัยแต่ให้วิวัฒนาการมาจาก การมีส่วนร่วมอย่างเป็นประชาธิปไตยในหมู่ครู และศิษย์ ที่จะเรียนรู้ที่จะอยู่และทางานร่วมกัน แนวคิดสาคัญของ ดิวอี้ คือ การเรียนรู้ จากการกระทา (Learning by Doing) ที่ยึดเด็กเป็นศูนย์กลางจากการทาจริงใน สถานการณ์ โดยใช้ส่ือจริงตามธรรมชาติที่มีอยู่ ผ่านประสบการณ์จากการสารวจ ทั้ง ในและนอกห้องเรียน การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

กระบวนการ 1. สารวจความต้องการของเด็ก 2. ศึกษาแหล่งเรียนรู้จากภูมิปัญญา ท้องถิ่น 3. วางแผนและสืบค้นหาคาตอบ คุณ เซ็น พันธ์แจ่ม วิทยากรภูมิปัญญา ท้องถิ่นได้รับรางวัลพึ่งพาตนเองใน เขตภาคกลางประจาปี 2554 และ เป็นหัวหน้ากลุม่ พัฒนาการเรียนรู้ เพื่อการพัฒนาด้านอ้อยกาญจนบุรี


124

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนกำรน้ำอ้อยหวำนจังจำกภูมิปัญญำท้องถิ่น

4. สรุปความรูท้ ี่ได้รับร่วมกันและ นามาพัฒนาต่อยอด ผู้ปกครองนาเครื่องคั้น อ้อยสดมาสาธิตให้เด็กดู แจกน้าอ้อยสดคั่น ให้เด็กทุกคนได้ด่ืม

กลุ่มเป้าหมายในการนากระบวนการน้าอ้อยหวานจังจากภูมิปัญญาท้องถิ่นไปใช้ ได้แก่ เด็กชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2554 โรงเรียนบ้านหนองสองห้อง จานวน 32 คน โดยมีขั้นตอนการพัฒนากระบวนการน้าอ้อยหวานจังจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ดังนี้ 1) สารวจความต้องการของเด็ก 2) ศึกษาแหล่งเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น 3) วางแผนและสืบค้นหาคาตอบ 4) สรุปความรู้ที่ได้รับร่วมกัน และนาความรูข้ องเด็กมาพัฒนาต่อยอด 5) สะท้ อ นความคิ ด จากประสบการณ์ จ ริ ง ของเด็ ก เป็ น กิ จ กรรมสร้ า งสรรค์ แ ละมี จินตนาการที่เหมา 6) ประเมินผลพัฒนาการ และจัดแสดงผลงาน การตรวจสอบคุ ณ ภาพกระบวนการน้ าอ้ อ ยหวานจั ง จากภู มิ ปั ญ ญาท้ อ งถิ่ น ใช้แบบบันทึกการสังเกต และแบบสอบถามจากผู้ปกครอง แนวทางการนากระบวนการ น้าอ้อยหวานจังจากภูมปิ ัญญาท้องถิ่นไปใช้ประโยชน์ คือ 1) เด็กรูจ้ ักภูมิปัญญาท้องถิ่น และอาชีพที่สุจริตในชุมชน 2) เด็กมีกระบวนการคิด การจัดการ และรู้จักการแก้ปัญหาขณะทางานร่วมกับผู้อื่น 3) เพื่อฝึกพัฒนาการกล้ามเนื้อมือให้มคี วามสัมพันธ์กับสายตา 4) เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์จริงและนาผลมาพัฒนาต่อยอด

ผลส้ำเร็จที่เกิดขึนจำกกระบวนกำรน้ำอ้อยหวำนจังจำกภูมปิ ัญญำท้องถิ่น  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ เด็กนักเรียนชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 1 ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและนาผลมา พัฒนาต่อยอดร้อยละ 90  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ เด็กมีกระบวนการคิด การจัดการ และรู้จักการแก้ปัญหาขณะทางานร่วมกับ ผู้อื่นได้มากขึ้น 8.3 ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องต่อ BP (ระบุค่าร้อยละของความพึงพอใจ จากผู้เกี่ยวข้องและวิธีการได้มาเกี่ยวกับข้อมูลความพึงพอใจ) ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องและร่วมกิจกรรม Best Practice นี้อยูใ่ นระดับดีมาก 90% ระดับดี 10% โดยคิดจากแบบสอบถาม

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

125

ปัจจัยที่ท้ำให้กระบวนกำรน้ำอ้อยหวำนจังจำกภูมิปัญญำท้องถิ่นประสบ ควำมส้ำเร็จตำมเป้ำหมำย 1) ผู้บริหารสถานศึกษาให้คาปรึกษา และสนับสนุน 2) วิทยากรที่ให้ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น คือคุณเซ็น พันธ์แจ่ม ได้รับรางวัล พึ่งพาตนเองในเขตภาคกลางประจาปี 2555 ปัจจุบันเป็นหัวหน้ากลุ่มการ เรียนรู้เพื่อการพัฒนาด้านอ้อยกาญจนบุรี 3) ผู้ปกครองชั้นปฐมวัยให้ความร่วมมือ และมีความพึงพอใจมาก กระบวนการตรวจซ้าเพื่อพัฒนาปรับปรุงกระบวนการน้าอ้อยหวานจังจาก ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เกิดผลดีอย่างต่อเนื่อง โดยการตรวจสอบจากการดาเนินกิจกรรม การเรียนรู้ของเด็ก แบบสังเกต และแบบสอบถามกับผู้เข้าร่วมกิจกรรม หากเด็กมี พัฒนาการด้านใดที่ยังไม่พร้อม ก็นามาปรับปรุงแก้ไข ผลการตรวจสอบซ้าเพื่อการ พัฒนาและปรับปรุง จากการปรับปรุงแก้ไขตามผลการตรวจสอบซ้า ทาให้กิจกรรม การจัดการเรียนการสอนมีคุณภาพมากขึน้

5. สะท้อนความคิดจากประสบการณ์จริง ของเด็กเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์และมี จินตนาการที่เหมาะสมเป็นการแสวงหา ความรู้เพิ่มเติม

กำรประชำสัมพันธ์ผลส้ำเร็จของกำรด้ำเนินงำน และกำรเผยแพร่ 1) 1 เผยแพร่และขยายผล โดยจัดทาข่าวสารแผ่นเดียวของระดับชั้นปฐมวัย และ ข่าวสารแผ่นเดียวของโรงเรียน เป็นประจาทุกเดือน 2) ประชุมผู้ปกครองเป็นประจาทุกภาคเรียน พร้อมประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง

เด็กกาลังร้อยอ้อยกับไม้ไผ่ เพื่อฝึก กล้ามเนือ้ มือกับตาให้สัมพันธ์กับตา เด็กมีสมาธิในการร้อยมาก เด็กบาง คนบอกว่าเหมือนล้อรถยนต์

การทาตุ๊กตาจากกากอ้อยโดยผู้ปกครองเด็ก เข้ามามีส่วนร่วมการทาดอกไม้จากกากอ้อย เด็กช่วยกันมัดตุ๊กตาอาเซียน

นาผลพัฒนามาต่อยอด เด็กรู้จักการสังเกต เปรียบเทียบ การเรียงลาดับ การนับจานวน 6. ประเมินผลพัฒนาการและจัด นิทรรศการประเมินพัฒนาการเด็กโดย ครูสังเกตและให้เด็กวาดภาพครูจด บันทึกคาพูดเด็ก การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


126

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

"หนูคิดเป็น”กิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ สาหรับเด็กปฐมวัย "หนูคิดเป็น” กิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สาหรับ นางสาวชฎาภรณ์ ป้อมสกุล ครู โรงเรียนบ้านไทรทอง โทรศัพท์ 087-8187611 E-mail : cpomsakul@hotmail.com

เด็กปฐมวัย เป็นการจัดประสบการณ์ที่มุ่งส่งเสริมนักเรียนให้สามารถพัฒนาความ ฉลาดทางปัญญาหรือ IQ ( Intellgence Quotient ) กับการเรียนรู้และสังเกตสิ่ง รอบตั ว ด้ ว ยมุ ม มองใหม่แ ละเสริ ม สร้ า งความฉลาดทางความคิ ด สร้ า งสรรค์ ( Creative Quotient ) ซึ่งการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ นัน้ จะช่วยส่งเสริมต่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยได้เป็นอย่างดี ยิ่ง รวมทั้ ง เด็ ก จะได้ รั บ การฝึ ก ฝนเพื่อ สร้ า งจิ น ตนาการและการใช้ ภ าษาได้ เหมาะสมกับวัยอีกด้วย การจัดประสบการณ์ให้กับเด็กในระดับปฐมวัยในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากปัญหาที่พบในชั้นเรียนว่าเด็กมักทาผลงานในกิจกรรมต่างๆแบบ ลอกเลีย นแบบเพื่อนแทบทุ กครั้ง เมื่อสอบถามมั กตอบว่า คิด ไม่ได้ ทาไม่เป็ น ดังนัน้ การจัดประสบการณ์ในครัง้ นี้จึงจัดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาในชั้นเรียนและสอดรับ กับการส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านอันประกอบด้วยร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา มีวัตถุประสงค์ ได้แก่  เพื่อให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์จินตนาการ  เพื่อให้เด็กใช้ทักษะทางภาษาในการสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในกิจกรรมสร้างสรรค์ "หนูคิดเป็น””  การเรียนรู้ที่ถอื สมองเป็นพื้นฐาน (Brain based Learning) การจั ด การเรี ย นรู้ เ พื่ อ พั ฒ นาศั ก ยภาพทางสมองจ าเป็ น ต้ อ งค านึ ง ถึ ง กระบวนการทางานของสมอง และการทางานให้ประสานสัมพันธ์กันของสมองซีก ซ้ายและสมองซีกขวา ดังนี้ สมองซีกซ้ายจะควบคุมความมีเหตุผลเป็นการเรียน ด้านภาษา จานวนตัวเลข วิทยาศาสตร์ ตรรกศาสตร์ การคิดวิเคราะห์ สมอง ซีกขวาจะควบคุมด้านศิลปะ ดนตรีจินตนาการ ระยะ มิติ ความคิดสร้างสรรค์ ครูควรจัดการเรียนรู้ให้เด็กได้ใช้ความคิด โดยผสมผสานความสามารถของการใช้ สมอง ทั้งสองซีกเข้าด้วยกันเพื่อให้มองทั้งสองซีกเสริมส่งซึ่งกันและกัน เด็กจะ สามารถเรียนรู้ได้ดี มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และสามารถแสดงความมีเหตุผลใน ผลงานชิน้ เดียวกัน  ความคิดสร้างสรรค์ การฝึกคิดอย่างสร้างสรรค์ควรเริ่มตั้งแต่ช่วงปฐมวัยเพราะเป็นช่วงเวลาที่ เซลล์สมองเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ยิ่งเด็กได้ใช้ความคิดมากเท่าไร ใยประสาทก็ จะยิ่งเจริญเติบโตมากเท่านัน้

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

แนวคิดทฤษฎีของกิลฟอร์ด (Guilford 1967) นักจิตวิทยาชาวอเมริกากล่าวคานิยาม ความคิดสร้างสรรค์วา่ การคิดสร้างสรรค์เป็นความสามารถในการทางานของสมองในการคิด ได้หลายทาง กว้างไกล หรือที่เรียกว่า อเนกนัย (Divergent thinking) จะประกอบด้วย ความคิดริเริ่ม ความคิดคล่องตัว ความคิดยืดหยุ่น และความคิดละเอียดลออ ครูสามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กได้ โดยการตั้งคาถามปลายเปิดง่าย ๆ เช่น “ถ้าพูดถึงสีเขียว เด็ก ๆ จะนึกถึงอะไรบ้าง” ซึ่งคาตอบที่หลากหลายของเด็ก ๆ สามารถ แสดงถึงทักษะการคิด และประสบการณ์ที่แตกต่างกันของเด็กแต่ละคน เด็กที่นึกถึงสิ่งที่มีสี เขียวได้หลายชนิด เช่น ใบไม้ ผัก ฝรั่ง มะม่วง องุ่น ต้นหญ้า ฯลฯ และตอบได้รวดเร็วย่อม แสดงถึงทักษะการคิดคล่องตัว และเด็กที่สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่ถามกับความรู้ที่เขามีอยู่ เช่น นึก ถึ ง ทหาร ความร่ ม เย็ น ความอุ ด มสมบู ร ณ์ ฯลฯ แสดงว่ า มีทั ก ษะในการคิ ด ที่ ยืด หยุ่ น สามารถเชื่อมโยงความรู้ที่มีอยูเ่ ข้ากับคาถาม ฉะนั้นการตั้งคาถามให้เด็กตอบ แล้วช่วยชี้นาให้ เขาฝึ ก คิ ด อย่ า งรอบด้ า นเป็ น วิ ธี ที่ช่ ว ยพั ฒ นาความคิ ด สร้ า งสรรค์ ข องเด็ ก ได้ เ ป็ น อย่ า งดี นอกจากนี้การที่เด็ก นัก เรีย นได้รับรู้ ถึงความคิ ดของเพื่อ นร่ วมชั้นที่ นาเสนอ แตกต่างจาก ตนเองจะช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ให้เด็กได้รับรู้มากขึ้น ครูจึงมีบทบาทสาคัญในการช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กนักเรียน การ กระตุน้ ให้เด็กนักเรียนได้ลองคิด ทาสิ่งต่างๆ อย่างอิสระ จึงเป็นการฝึกคิดอย่างสร้างสรรค์ ซึ่ง เป็นพืน้ ฐานในการสร้างพลังทางความคิดให้กับเด็ก  กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมสร้างสรรค์ เป็น กิจกรรมที่ช่ว ยเด็กให้แสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึ ก ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และจินตนาการโดยผ่านกิจกรรมงานศิลปะ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้สารวจ ค้นพบและได้ทดลองกับ สื่ออุปกรณ์ทางศิลปะซึ่งช่วยให้เกิดการพัฒนาความคิดรอบยอดทางพื้นฐานวิทยาศาสตร์และ คณิตศาสตร์จากการสังเกตและประเมินภาพ บทบาทครู ควรวางแผนเตรียมกิจกรรมต่างๆให้ พร้ อ ม ควรให้ ค าแนะน าหรื อ บอกเด็ ก เพี ย งเล็ ก น้ อ ยเท่ า นั้ น แต่ ใ ห้ ใ ช้ วิ ธี ใ ห้ เ ด็ ก ค้ น พบ กระบวนการทางศิลปะด้วยตนเองโดยให้เด็กทดลองสร้างผลงานจากอุปกรณ์ที่หลากหลาย ให้ โอกาสเด็กทางานด้วยความพึงพอใจและเป็นอิสระ เสริมสร้างการเรียนรู้ทางศิลปะและบูรณา การความรู้ที่เกี่ยวข้อง ครูกระตุ้นจินตนาการของเด็กพร้อมสนับสนุนให้เด็กแสดงออกทาง ความคิดอย่างสร้างสรรค์โดยหลีกเลี่ยงให้เด็กลอกเลียนหรือวาดภาพระบายสีจากสมุดภาพ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สามารถเชื่อมโยงการทางานของสมองหลายด้าน และพัฒนา จินตนาการโดยเชื่อมโยงประสบการณ์เป็นภาพ/รูปทรง ที่เด็กนักเรียนได้ฝึ กปฏิบัติจริง มี ประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านการสังเกต การจัดกิจกรรมเชื่อมโยงภาพกับรูปแบบหลากหลาย เพื่อพัฒนาจุดเชื่อมต่อของความคิดของเด็กภายใต้สภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลาย มีอิสระทาง ความคิ ด ผลงานศิ ล ปะที่ ไ ด้ จ ากการคิ ด และการตั ด สิ น ใจของเด็ ก จึ ง เป็ น ผลงานที่ ช่ ว ย เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็ก

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

127


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

128

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการกิจกรรมสร้างสรรค์ "หนูคิดเป็น"”” กลุ่มเป้าหมายได้แก่ เด็กนักเรียนระดับอนุบาล 2 โรงเรียนบ้านไทรทอง จานวน 32 คน โดยมีแผนผังประกอบการอธิบายขั้นตอนการพัฒนา ดังนี้ (

)

Best practice -

-

-

Best practice

การตรวจสอบคุณภาพ 1) มีการจดบันทึกพฤติกรรมของเด็กก่อนและหลังการจัดกิจกรรม 2) มีแบบประเมินผลการจัดประสบการณ์( กิจกรรมสร้างสรรค์ ) 3) มีการประเมินระดับพัฒนาการเรียนรู้ ( รายบุคคล ) 4) มีแบบประเมินคุณภาพจากภาคี 5 ฝ่าย ประกอบด้วย ผู้บริหาร คณะกรรมการ สถานศึกษา คณะครูอนุบาล ผู้ปกครองนักเรียน และนักเรียนด้วย จากผลการประเมิ น คุ ณ ภาพภาคี 5 ฝ่ า ย ประกอบด้ ว ย ผู้ บ ริ ห าร คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครูอนุบาล ผู้ปกครองนักเรียน และนักเรียน มี ความคิดเห็นร้อยละ 92.40 % ว่ากิจกรรมสร้างสรรค์ที่จัดขึ้นนี้เหมาะสมมากที่สุดใน การจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สาหรับเด็กอนุบาล 2 จากผลการบันทึกพฤติกรรมตลอดจนแบบประเมินผลการจัดประสบการณ์ แบบประเมินระดับพัฒนาการเรียนรู้ ( รายบุคคล ) พบว่าเมื่อจัด กิจกรรมแล้วเด็กมี ความคิดสร้างสรรค์งานศิลปะมากขึ้นกล้าพูดกล้าแสดงความคิดเห็นมากขึ้น คิดเป็น ร้อยละ 92.70 % และกิจกรรมที่จัดเป็นกิจกรรมที่ทาให้เด็กสนุกสนาน เพลิดเพลิน ได้ รั บ ความรู้ ต่ า งๆผ่ า นกระบวนการเล่ น มี ได้ รั บ การพั ฒ นาการครบทั้ ง 4 ด้ า น ร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา 7.4. แนวทางการนา BPไปใช้ประโยชน์ 7.4.1.จากผลการวิจัยในชั้นเรียนพบว่าเด็กที่มีปัญหาด้าน พัฒนาการความคิดสร้างสรรค์เมื่อได้รับการจัดกิจกรรมนี้หลายครั้ง พบว่า เด็กมีพัฒนาการที่ดการพั ขี นึ้ ฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนากิจกรรมสร้างสรรค์ "หนูคิดเป็น"” ผลสาเร็จเชิงปริมาณ นักเรียนในระดับชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนบ้านไทรทอง จานวน 32 คนในปีการศึกษา 2555 มีความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างภาพจาก จินตนาการได้ดีข้นึ มีนสิ ัยรักการอ่านและรู้จัก แสวงหาความรู้ด้วยตนเองมากขึ้น มี ทักษะทางภาษาในการสื่อสารเหมาะสมกับวัย กล้าแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงาน ของตนเองมากขึ้น ผลสาเร็จในเชิงคุณภาพ พบว่าเมื่อเด็กได้ผ่านการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์แล้ว นัน้ เด็กมีผลพัฒนาการด้านความคิดสร้างสรรค์ ผลงานดีขึ้นคิดเป็นร้อยละ 92.70 % แสดงว่าการใช้กิจกรรมสร้างสรรค์( หนูคิดเป็น )สามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้าน การคิดริเริ่มสร้างสรรค์และจินตนาการได้มีนิสัยรักการอ่านและรู้จัก แสวงหาความรู้ ด้วยตนเองมากขึ้น มีทักษะทางภาษาในการสื่อสารเหมาะสมกับวัย กล้าแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับผลงานของตนเองมากขึ้น ความพึ ง พอใจของผู้ เ กี่ ย วข้ อ ง จากผลการประเมิ น คุ ณ ภาพภาคี 5 ฝ่ า ย ประกอบด้วย ผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครูอนุบาล ผู้ปกครอง นักเรียน และนักเรียน มีความคิดเห็นร้อยละ 92.40 % ว่ากิจกรรมสร้างสรรค์ที่จัด ขึน้ นีเ้ หมาะสมมากที่สุดในการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สาหรับ เด็ก อนุบาล 2 ( มีการจัดทาแบบประเมินคุณภาพกิจกรรม )

ปัจจัยที่ทาให้กจิ กรรมสร้างสรรค์ "หนูคิดเป็น" ประสบความสาเร็จ ตามเป้าหมาย ความร่ ว มมื อ เกื้ อ หนุ น สนั บ สนุ น จากผู้ บ ริ ห ารโรงเรี ย น คณะกรรมการ สถานศึกษา คณะครู และผู้ปกครองนักเรียนเป็นอย่างดี และมีการวางแผนล่วงหน้า อย่างเป็นระบบ ทาให้การดาเนินการบรรลุตามวัตถุประสงค์ . กระบวนการตรวจสอบซ้าเพื่อพัฒนา ในการจัดประสบการณ์ครั้งนี้ได้มีการ ประเมิ น ระดั บ พั ฒ นาการของเด็ ก ทั้ ง ก่ อ นและหลั ง การจั ด กิ จ กรรมเพื่ อ ดู ผ ลของ พัฒนาการของเด็กว่ามีการพัฒนาการเพิ่มขึ้นมากน้ อยเพียงใด และนอกจากนั้นทุก ครั้งที่มีการจัดกิจกรรมมีการบันทึกพฤติกรรมเด็กทุกครั้งเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของ พัฒนาการด้วย ให���ผู้มคี วามรู้ ความสามารถในด้านการจัดประสบการณ์การจัดการ เรียนรู้ช่วยประเมิน ชี้แนะ แนะนาเพิ่มเติมกิจกรรมที่ขาดหายไปให้สมบรูณ์ยิ่งขึ้น ผลการตรวจสอบซ้า เมื่อทาการประเมินระดับพัฒนาการเด็กหลายครั้งจะเห็นว่า เด็กมีพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นในภาพรวมของเด็กทั้งชั้นเรียน ทาให้เห็น ว่าการจัดประสบการณ์ในครัง้ นี้มีสว่ นทาให้เด็กมีพัฒนาการด้านความคิดสร้างสรรค์ที่ ดีข้นึ การประชาสั พันธ์ผลสาเร็ ของการด และการเผยแพร่ 9.2.2. เมื่อนมาผลงานให้ ผู้ทจรงคุ ณวุฒิปาเนิ ระเมินนงาน และแนะน าเพิ่ม เติมพบว่า สามารถทาให้จัดกิจกรรมได้ครอบคลุมมากขึน้ ทาให้เด็กได้รับการพัฒนาการครบทั้ง 4 สารสัอมจากพั พันธ์คฒรูนาการด้ สู่ผู้ปกครอง วันทีด่ สร้10างสรรค์ สิงหาคม 2555 จัดทาแผ่นพับ สาร ด้านนอกเหนื านความคิ สัมพันธ์ผลงานการจัดประสบการณ์ Best practice วันที่ 16 สิงหาคม 2555 แจก โรงเรียนต่างๆ ในกลุ่มเครือข่ายและนอกเครือข่าย การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

129


130

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การสร้างเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ปฐมวัย” (ด้านการเปรียบเทียบโดยใช้นิทาน) นางสาววารี วิมลพันธ์ ครู โรงเรียนบ้านปากนาสวน โทรศัพท์ 084-3216749 E-mail : varee_1978@hotmail.com

จากหลั ก สู ต รการศึ ก ษาปฐมวั ย พุ ท ธศั ก ราช 2546 ที่ ก ล่ า วว่ า การศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กแรกเกิดถึง ๖ ปี บนพื้นฐานการอบรม เลีย้ งดูและส่งเสริม กระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการของ เด็กแต่ละคนตามศักยภาพ ภายใต้บริบทสังคม วัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วย ความรัก ความเอื้ออาทร และความเข้าใจของทุ กคน เพื่อสร้างรากฐาน คุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อตนเอง และสังคม จึงจาเป็นอย่างยิ่งที่ต้องจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ปฐมวั ย โดยยึ ด หลั ก การส่ ง เสริ ม กระบวนการเรี ย นรู้ และพั ฒ นาการที่ ครอบคลุ ม เด็ ก ปฐมวั ย ทุ ก ประเภท เลี้ย งดู แ ละให้ ก ารศึ ก ษาที่ เน้ น เด็ ก เป็ น ส าคั ญ พั ฒ นาโดยองค์ ร วมผ่ า นการเล่ น และกิ จ กรรมที่ เ หมาะสมกั บ วั ย ประสานความร่วมมือระหว่างครอบครัวชุมชนและสถานศึกษาในการพัฒนา เด็กโรงเรียนบ้านปากนาสวนได้ตระหนักถึงความสาคัญในเรื่องดังกล่าว จึงได้ จัดทากิจกรรมการพัฒ นาทัก ษะพื้น ฐานทางคณิตศาสตร์ ปฐมวั ยขึ้นเพื่อต่อ ยอดจากแผนประสบการณ์ หน่วย คณิตศาสตร์ในชีวิตประจาวัน ซึ่งการสร้าง เสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ปฐมวัยครัง้ นี้ มีวัตถุประสงค์ ได้แก่  เพื่อพัฒนาทักษะพืน้ ฐานทางคณิตศาสตร์ดา้ นการเปรียบเทียบ  เพื่อพัฒนาสื่อการจัดประสบการณ์สาหรับส่ง เสริมพัฒนาการของเด็ก ปฐมวัย  เพืแนวคิ ่อพัฒดนาด้ างกาย อารมณ์ -จิตใจในการสร้ สังคมและสติ หลัานร่ กการ ทฤษฎี ที่นามาใช้ างเสริปัญ มทัญา กษะ

พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ปฐมวัย” โรงเรียนบ้านปากนาสวนได้นาแนวทางการจัดประสบการณ์การการพัฒนา ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ปฐมวัยตามแนวคิดทางสติปัญญาของเพียเจต์ และ มีความเชื่อว่าเด็กปฐมวัยสามารถเรียนรู้คณิตศาสตร์ผ่านกิจกรรมโดยใช้นิทาน ประกอบภาพได้ ตามหลักการเรียนรู้ของเพียเจต์ หลักสูตรที่สร้างขึ้นบนพื้นฐาน ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ คือ  เน้นพัฒนาการทางสติปัญญาของผู้เรียนโดยต้องเน้นให้นักเรียนใช้ศักยภาพ ของตนเองให้มากที่สุด  เสนอการเรียนการสอนที่ให้ผู้เรียนพบกับความแปลกใหม่  เน้นการเรียนรู้ต้องอาศัยกิจกรรมการค้นพบ  เน้นกิจกรรมการสารวจและการเพิ่มขยายความคิดในระหว่างการเรียนการ สอน  ใช้กิจกรรมขัดแย้ง (cognitive conflict activities) โดยการรับฟังความคิดเห็น ของผู้อื่นนอกเหนือจากความคิดเห็นของตนเอง การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการสร้างเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ปฐมวัย” กลุ่มเป้าหมายในการนากระบวนการสร้างเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ปฐมวัย ไป ใช้ ได้แก่ นักเรียนชั้นอนุบาล 2 จานวน 24 คน โรงเรียนบ้านปากนาสวน การสร้างเสริม ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ปฐมวัย ด้านการเปรียบเทียบโดยใช้นิทานประกอบภาพได้ ดาเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้  จัดทาหนังสือนิทานประกอบภาพสร้างเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ปฐมวัย ด้านการเปรียบเทียบสาหรับเด็ก จานวน 10 เรื่อง คือ 1. ราชสีห์กับอูฐ การเปรียบเทียบ ใกล้ – ไกล 2. นึกว่าง่าย การเปรียบเทียบ ซ้าย – ขวา 3. หมากับเงา การเปรียบเทียบ หน้า– หลัง 4. หมีกับคนเดินทาง การเปรียบเทียบ บน– ล่าง 5. หนูบ้านนอกกับหนูในเมือง การเปรียบเทียบ นอก – ใน 6. ผึง้ กับผีเสื้อ การเปรียบเทียบ มี-ไม่มี 7. ปลาตัวใหญ่กับปลาตัวเล็ก การเปรียบเทียบ ใหญ่-เล็ก 8. หนูนิดนับเลข การเปรียบเทียบ กลางวัน-กลางคืน 9. สวนแครอทของกระต่ายน้อย การเปรียบเทียบ มาก-น้อย 10. พระอาทิตย์กับพระจันทร์ การเปรียบเทียบ จานวน-ตัวเลข  นาหนังสือนิทานประกอบภาพการสร้างเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ปฐมวัย ด้านการเปรียบเทียบให้ผู้เชียวชาญตรวจสอบความสอดคล้อง และหาคุณภาพ  นาหนั ง สือ นิทานประกอบภาพจ านวน 10 เล่ ม ไปใช้จั ด ประสบการณ์ กั บเด็ ก ชั้น อนุบาลปีที่ 2 ใช้เวลาในการดาเนินการเป็นเวลา 20 สัปดาห์ โดยใช้นิทานประกอบภาพพัฒนา ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ดา้ นการเปรียบเทียบ เรื่องละ 2 สัปดาห์  ขั้นตอนการจัดกิจกรรมเล่านิทานพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ด้านการ เปรียบเทียบโดย ขั้นนา ครูนาเด็กเข้าสู่กิจกรรมการเล่านิทาน โดยใช้การร้องเพลงประกอบท่าทาง การท่องคา คล้องจอง การสนทนา การทาท่าทาง การใช้คาถาม การใช้ส่ืออย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อกระตุ้น ให้เด็กเกิดความสนใจและสร้างความพร้อมก่อนเข้าสูก่ ิจกรรม ขั้นเล่านิทาน ครูเล่านิทานตามเนื้อเรื่องของแต่ละวัน โดยการเล่านิทานของครูแต่ละครั้ง มีการนาสื่อ มาใช้ประกอบการเล่านิทาน เช่น รูปภาพจากหนังสือนิทาน หุ่นประเภทต่าง ๆ รูปภาพ หรือให้ เด็กออกมาแสดงเป็นตัวละคร ( แสดงบทบาทสมมุต)ิ ในนิทานด้วย เมื่อครูเล่านิทานมาถึงจุดที่ มีเนื้อหาเกี่ ยวกั บการเกิด ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์เรื่อ งการเปรีย บเทียบครู หยุด เปิ ด โอกาสให้เด็กทุกคน ได้ระดมความคิดและนาเสนอ ครูทาหน้าที่จดบันทึกคาพูดของเด็ก ขั้นสรุป เด็กและครูร่วมกันสรุปและตอบคาถามโดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะพืน้ ฐานทาง คณิตศาสตร์ดา้ นการเปรียบเทียบตามเนื้อเรื่องในนิทาน การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

131


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

132

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ลาดับขั้นตอนของการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ (ด้านการเปรียบเทียบโดยใช้นทิ าน) ปัจจัย 1.ทรัพยากรบุคคล ผู้บริหาร ครู และนักเรียน 2.ผลการวิเคราะห์ศักยภาพของ ผู้เรียน 3.องค์ความรู้หนังสือนิทาน ประกอบภาพจานวน 10 เรื่อง 4.ผลการวิเคราะห์องค์ความรู้ 5.แผนการจัดการเรียนรู้ 6.เครื่องมือ/นวัตกรรม/แหล่ง เรียนรู้ 7.เครื่องมือวัดผลประเ���ินผล 8.งบประมาณดาเนินการ

กระบวนการ 1.กาหนดเวลาดาเนินการ 20 สัปดาห์ 2.เรื่องละ 2 สัปดาห์ 3.ใช้กระบวนการต่อยอด 4.ใช้วิธีการส่งเสริมพัฒนาด้าน ร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม สติปัญญาและภาษาทากิจกรรม ต่างๆ 5.ใช้เครื่องมือและนวัตกรรมการ เรียนรู้ 6.ขั้นตอนการจัดกิจกรรม ขั้นนา ขั้น เล่านิทาน ขั้นสรุป

ผลผลิต/ผลลัพธ์ 1.นักเรียนเกิดทักษะตาม คุณลักษะที่กาหนดทุกคน 2.นักเรียนมีความพึงพอใจ รูส้ กึ สนุก ผ่อนคลาย ไม่ เครียด และเห็นคุณค่าของ การเรียนทุกคน 3.นักเรียนสามารถหา คาตอบและสรุปเป็นองค์ ความรู้ของตัวเองและ สามารถบอกให้อื่นรับรูไ้ ด้ ทุกคน 4.นักเรียนเกิดพัฒนาด้าน ร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม สติปัญญาและ ภาษา

การตรวจสอบคุณภาพ  แบบสังเกต/แบบบันทึกคาพูดนักเรียน  แบบสอบถามความพึงพอใจนักเรียน ผู้บริหารและบุคลากรในโรงเรียน และผู้ปกครอง แนวทางการนา BP ไปใช้ประโยชน์  เด็กปฐมวัยเกิดทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ดา้ นการเปรียบเทียบโดย สามารถสังเกตรายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ รอบตัวแล้วจาแนก ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งของนั้น ๆ ตามคุณลักษณะที่กาหนดให้ได้  เด็กปฐมวัยมีความพึงพอใจ สนุกสนาน เพลิดเพลินและสนใจในลักษณะ รูปเล่มนิทานประกอบภาพที่ผู้ศกึ ษาสร้างขึน้  เด็กเกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่ฟังจากการเล่านิทาน และสามารถ สรุปเป็นองค์ความรู้ของตนเองได้ จนผ่านการประเมินพัฒนาการ ทางด้านสติปัญญาเรื่องการเปรียบเทียบ  ครูได้แนวทางการการสร้างเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ดา้ นการ เปรียบเทียบของเด็กปฐมวัยด้วยรูปแบบการจัดกิจกรรมการเล่านิทาน โดยใช้นทิ านประกอบภาพ  ครูได้แนวทางการพัฒนาทักษะด้านอื่น ๆ ของเด็กปฐมวัยด้วยรูปแบบ การจัดกิจกรรมการเล่านิทานโดยใช้หนังสือนิทานประกอบภาพ

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการสร้างเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์”  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ นักเรียนชั้นอนุบาล 2 จานวน 24 คน โรงเรียน บ้านปากนาสวน ได้รับการพัฒนาความสามารถและทักษะโดยใช้กิจกรรมการเล่า นิทาน  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ 1) เพื่อพัฒนาทักษะพืน้ ฐานทางคณิตศาสตร์ดา้ นการเปรียบเทียบ 2) เพื่อพัฒนาสื่อการจัดประสบการณ์สาหรับส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 3) เพื่อพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคมและสติปัญญา  ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง 1) ร้อยละ 100 นักเรียนทุกคนได้มีสว่ นร่วมในการจัดกิจกรรม 2) ร้ อ ยละ 95 นั ก เรี ย นได้ พั ฒ นาการด้ า นร่ า งกาย อารมณ์ สั ง คมและ สติปัญญา 3) ร้อยละ 95 รู้จั กการสั งเกตและเปรี ยบเทีย บสามารถแก้ปัญ หาและการ ตัดสินใจ อย่างมี เหตุผล 4) ร้อยละ 95 นักเรียน ผู้บริหารและบุคลากรในโรงเรียนและผู้ปกครองมี ความพึงพอใจ

ปัจจัยที่ทาให้การสร้างเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ปฐมวัย” ประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย 1) ด้านการบริหารจัดการ ผู้บริหารส่ งเสริม และสนั บสนุนการจัดการศึกษาอย่า ง ต่อเนื่อง 2) ด้านการจัดการเรียนการสอน คณะครูมีความสามัคคีนาการจัดประสบการณ์ให้ เด็กได้ลงมือปฏิบัตจิ ริง 3) ด้านสื่อและเทคโนโลยี จัดหาสื่อได้สอดคล้องกับการเรียนรู้ของเด็ก 4) ด้านการประสานชุมชน ได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองในการจัดประสบการณ์ ส่งเสริมการเรียนรู้ กระบวนการตรวจสอบซ้าเพื่อพัฒนาปรับปรุง จัดกิจกรรมการเล่านิทานอย่าง ต่อเนื่องแต่มีการเพิ่มจานวนเรื่องของนิทานให้มากกว่าเดิมและมีความหลากหลายของ การพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ผลการตรวจสอบซ้าเด็ กมีก ารพั ฒนาทัก ษะพื้นฐานทางคณิต ศาสตร์ ด้านการ เปรียบเทียบ ครูมีการพัฒนาสื่อการจัดประสบการณ์สาหรับส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ปฐมวัย เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคมและสติปัญญา

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ การจัดนิทรรศการ ณ โรงแรมริเวอร์แคว โดยศูนย์ปฐมวัยต้นแบบและ สพป.กจ.เขต 1 มีการนาเสนอผลงาน ไปยังโรงเรียนต่างๆในเครือข่าย และ นอกเครือโดยใช้ Power Point แผ่นพับ และ CD สานสัมพันธ์ ถึงผู้ปกครอง  ในวันที่ 2 กันยายน 2555 ณ โรงแรมริเวอร์แคว  ในวันที่ 21 กันยายน 2555 ณ สพป.กจ.เขต 1 การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

133


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

134

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ดอกมะลิเพื่อแม่

เป้าหมาย/วัตถุประสงค์ของการพัฒนา  เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อเล็กให้กับเด็กปฐมวัย ชัน้ อนุบาลปีที่ 2

นางสาวบุญเตือน ไก่นิล ครู โรงเรียนบ้านวังตะเคียน โทรศัพท์ 086-1701177 E-mail : buntana16@gmailcom

ระยะเวลาในการพัฒนา 

เริ่มสร้างนวัตกรรม เดือน มิถุนายน 2555 – สิงหาคม 2555 รวมระยะเวลาที่ใช้ 3 เดือน

ความเชื่อมโยง/สัมพันธ์กับเป้าหมายสถานศึกษา     

นักเรียนปฐมวัยทุกคนมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ที่เหมาะสมกับวัย นักเรียนทุกคนมีกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง ใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและ ประสานสัมพันธ์กัน นักเรียนมีจินตนาการและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม นักเรียนชั้นอนุบาล 2 ทุกคนมีกล้ามเนื้อมือกับตาสัมพันธ์กันดีและ กล้ามเนื้อมือแข็งแรงหยิบจับสิ่งของต่างๆได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนา หลักสูตรปฐมวัย มุ่งให้เด็กมีพัฒ นาการ ทั้ง ๔ ด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ – จิตใจ สังคมและสติปัญญาเพื่อพัฒนาให้เด็กเกิดความสุขในการเรียนรู้ เกิด ทักษะที่จาเป็นต่อการดารงชีวิต รวมทั้งการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่พึง ประสงค์ให้แก่เด็ก การจั ด ประสบการณ์ ก ารเรี ย นรู้ ค วรเน้น ผู้ เรี ย นเป็ น ศู น ย์ ก ลางเปิ ด โอกาสใช้เด็กได้มีสว่ นร่วมในการกิจกรรมมีประสบการณ์ตรงได้ลงมือปฏิบัติจริงโดยมี ครูเป็นผู้ตอบสนองความสนใจของเด็กและส่งเสริมพัฒนากล้ามเนื้อเล็กให้แข็งแรง ประสานสั ม พั น ธ์ ร ะหว่ า งมื อ กั บ ตา และช่ ว ยให้ เ ด็ ก ได้ เ กิ ด การเรี ย นรู้ ด้ ว ยการท า กิจกรรมสร้างสรรค์ และช่วยปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ให้เด็กมีความรู้สึกที่ดีต่อ ตนเองและผู้อ่ืน รู้จักประหยัด โดย ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาบูรณาการกับ การเรียนรู้ซึ่งช่วยให้เด็กรู้จักประหยัด ด้วยการทาดอกมะลิเองเพื่อมอบให้แม่ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม ซึ่งเป็นวันแม่แห่งชาติ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนา “ฟอร์แมนและฟรีท ให้ความหมายของ ความสามารถในการบังคับการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแขน มือและนิ้วในการทา กิจกรรมต่างๆโดยสัมพันธ์กับสายตา

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

135

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการพัฒนา  กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนบ้านวังตะเคียน ภาค เรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 จานวน 10 คน จาแนกเป็น นักเรียนชาย 5 คน นักเรียน หญิง 5 คน  ขั้นตอนการพัฒนา 2

/

2

/ 2

 การตรวจสอบคุณภาพ ประเมิน พัฒนาการด้า นกล้ ามเนื้อมือของเด็กปฐมวั ยก่อ นการจัด กิจกรรม พัฒนากล้ามเนื้อมือโดยสังเ���ตพฤติกรรมขณะที่เด็กปฏิบัติกิจกรรมและประเมินผลงาน ของเด็กปฐมวัยหลังการจัดกิจกรรม และสอบถามความพึงพอใจของเด็กชั้นอนุบาล 2 ที่ มีตอ่ การจัดประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมือของเด็ก ปฐมวัย พบว่า เด็กชั้นอนุบาล 2 มีพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมือแข็งแรงสูงกว่าก่อน การจั ดกิ จกรรมพั ฒนากล้ ามเนื้อมือของเด็ก ปฐมวั ย และมีความพึงพอใจต่อการจั ด กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมือแข็งแรง อยู่ในระดับ ดีขึ้น มาก  แนวทางการนา ไปใช้ประโยชน์ 1) ครูผู้สอนชั้นอนุบาลปีที่ 2 มีแนวทางในการจัดประสบการณ์ ด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อเล็กของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 มีกิจกรรมที่หลากหลายใน การจัดกิจกรรม เช่น กิจกรรมการปั้นดินน้ามัน กิจกรรมการปัน้ กระดาษ กิจกรรม การฉีกตัดปะกระดาษ กิจกรรมการร้อย คือ ร้อยดอกมะลิ ร้อยลูกปัด กิจกรรม การผสมแป้งปั้นดอกมะลิ 2) พัฒนาเด็กให้มีพัฒนาการด้านร่างกายตามเกณฑ์การวัดและประเมินความพร้อมใน การเรียนรู้ระดับก่อนประถมศึกษา 3) เด็กสามารถทาดอกมะลิได้และนาไปมอบให้แม่ในกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


136

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนา  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ นักเรียนชั้นอนุบาล 2 มีพัฒนาการด้านร่างกายสูงขึ้น คือ ก่อนเรียนมีพัฒนาการด้าน ร่างกาย(กล้ามเนื้อมือ)ในระดับดี ร้อยละ 30.00 หลังการจัดประสบการณ์กิจกรรม สร้างสรรค์ เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อเล็กของเด็กปฐมวัย พบว่านักเรียนชั้นอนุบาล 2 มี พัฒนาการด้านร่างกาย (กล้ามเนื้อมือ)ในระดับดี ร้อยละ 90.00 และเด็กสามารถ ผสมแป้งกับกาวลาเท็กซ์ด้วยตัวเอง และทาดอกมะลิมอบให้แม่ในวันแม่แห่งชาติได้  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการปฏิบัตกิ ิจกรรมและมีผลการประเมินพัฒนาการ ด้านร่างกายสูงขึ้น  ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง 1) โรงเรียนเป็นที่ยอมรับและศรัทธาจากชุมชน ผู้ปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2) เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการทั้ง 4 ด้านดีข้นึ 3) ครูร้อยละ 100 มีความภาคภูมใิ จต่อผลการปฏิบัติงาน 4) ผู้บริหารสถานศึกษามีความมั่นใจในการปฏิบัตงิ านของครู ความสาเร็จของ นักเรียนและมีความเชื่อมั่นต่อชุมชน ผู้ปกครองในการบริหารงาน  ปัจจัยความสาเร็จ 1) ผู้บริหาร มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เป็นผู้นาในการเปลี่ยนแปลง เห็นความสาคัญใน การจั ด กิ จ กรรมกระบวนการเรี ย นการสอนทั้ ง ในและนอกโรงเรี ย น ส่ ง เสริ ม สนับสนุนให้เข้ารับการประชุม อบรมสัมมนา ศึกษาดูงาน ให้ขวัญกาลังใจ ให้ ข้อเสนอแนะเป็นที่ปรึกษา และกากับติดตามดูแลสนับ สนุนด้านงบประมาณอย่าง ทั่วถึง 2) คณะครูทุกท่าน มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนานักเรียนร่วมวางแผนให้แนวคิด ส่งเสริม สนับสนุนการจัดกิจกรรมสูค่ วามสาเร็จ 3) ผู้ ป กครอง เห็ น ความส าคั ญ ในการจั ด กิ จ กรรม สนั บ สนุ น สื่ อ ที่ ใ ช้ ใ นการจั ด กิจกรรม ช่วยดูแล ติดตามผลการเรี ยนของบุตรหลานและสนใจให้ข้อมูลเกี่ยวกับ นักเรียนเสมอ 4) เด็กปฐมวัยมีความกระตือรือร้น ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติกิจกรรม และรู้จัก การทางานร่วมกัน ตามขัน้ ตอนของการเรียนเรียนรู้

กระบวนการตรวจสอบซ้าเพือ่ พัฒนาปรับปรุง ให้เกิดผลดีอย่างต่อเนื่อง  วิธีการตรวจสอบซ้า 1) รายงานผลการปฏิบัตงิ านให้ ผู้อานวยการสถานศึกษาทราบ 2) นานวัตกรรมมาใช้กับเด็กอนุบาลในปีการศึกษาต่อไป 3) ส่ ง ผลงานเข้ า ประกวดผลงานในระดั บ เครื อ ข่ า ย น าผลการแนะน าจาก คณะกรรมการมาปรับปรุงแก้ไขในจุดที่บกพร่อง

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

 ผลการตรวจสอบซ้าเพื่อการพัฒนาและปรับปรุง 1) ผู้อานวยการสถานศึกษา พึงพอใจในพัฒนาการที่สูงขึ้นของเด็กปฐมวัย 2) ได้รับรางวัล Best Practice ระดับเครือข่าย

การประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ 1) ขยายผลการจั ด กิ จ กรรม โดยน ากิ จ กรรมการจั ด ประสบการณ์ ด้ ว ยกิ จ กรรม สร้างสรรค์ เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อเล็กของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ต่อโรงเรียน ต่าง ๆ ที่จัดการศึกษาในระดับปฐมวัยในกลุ่มเครือข่ายและต่างเครือข่าย 2) เผยแพร่ผลงานให้กับเพื่อนครูในโรงเรียนระดับประถมศึกษาและครูศูนย์เด็กเล็ก

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

137


138

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การพัฒนาพฤติกรรมเด็กก้าวร้าว

นางสาวสุธิดา ไทยถานันดร์ ครู โรงเรียนวัดลาสารอง โทรศัพท์ 089-5481294

เป้าหมาย / วัตถุประสงค์ของการพัฒนา  เพื่อพัฒนาพฤติกรรมเด็กก้าวร้าว ชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนวัดลาสารอง ระยะเวลาในการพัฒนา  ระยะเริ่มต้นการพัฒนา การสังเกตพฤติกรรม วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 - 8 ธันวาคม 2554  ระยะพัฒนา วันที่ 9 ธันวาคม 2554 - 25 ธันวาคม 2554  ระยะสังเกตพฤติกรรมหลังการพัฒนา วันที่ 26 ธันวาคม - 30 ธันวาคม 2554 ความเชื่อมโยง / สัมพันธ์กับเป้าหมายสถานศึกษา ปรัชญาการศึกษาปฐมวัยคือ การศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็ก ตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ปี บนพืน้ ฐาน การอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริมกระบวนการ เรีย นรู้ที่สนองต่อ ธรรมชาติ และพัฒนาการของเด็ กแต่ละคน ตามศั กยภาพ ภายใต้บริบทสังคมวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และ ความเข้าใจของทุกคน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสูค่ วามเป็น มนุษย์ท่สี มบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อตนเอง และสังคม แนวคิด หลักการ ทฤษฎีทนี่ ามาใช้ในการพัฒนา  ทฤษฎีการเรียนรูว้ างเงือ่ นไขแบบการกระทา การเสริมแรงทางบวก และการปฏิสมั พันธ์ กับครู  การอบรมเลี้ยงดูแบบประชาธิปไตย  การสังเกตตัวแบบที่แสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม ใช้นิทานเป็นตัวแบบ (แต่งนิทานขึน้ เอง)  การจัดสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้เด็กเกิดความพึงพอใจ กระบวนการพัฒนา Best Practice  กลุ่มเป้าหมาย เด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนวัดลาสารอง จานวน 1 คน (เด็กชายยอดเยี่ยม ต้องชนะ ) นามสมมุติ  ขั้นตอนการพัฒนา สังเกตพฤติก่อน การพัฒนา หนึง่ สัปดาห์พฤติกรรม ระยะพัฒนา สองสัปดาห์ และพฤติกรรมหลังพัฒนาหนึ่งสัปดาห์

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

 การตรวจสอบคุ ณ ภาพ วิ ธี ต รวจสอบคุ ณ ภาพที่ ไ ด้ คื อ ผลของ พฤติกรรมระยะพัฒนาก็เป็นที่พอใจ เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าวลดลง เพื่อความ มั่นใจจึงเกิดระยะสังเกตพฤติกรรมหลังพัฒนาอีกหนึ่งสัปดาห์เพื่อความมั่นว่าเด็กมี พฤติกรรมก้าวร้าวลงหรือไม่ ปรากฏว่า เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าวลดลง  แนวทางการนา ไปใช้ประโยชน์ เผยแพร่ให้เพื่อนครูในโรงเรียนนา วิธีการไปทดลองใช้ เผยแพร่ให้เพื่อนครูต่างโรงเรียน กลุ่มเครือข่าย นาวิธีการไป ทดลองใช้ ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนา  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ เด็กร้อยละร้อย  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าวลดลง  ความพึงพอใจของผ���้เกี่ยวข้องต่อ ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง ครู เพื่อน เด็กรุ่นพี่ ร้อยละ 88 วิธีการได้มาเกีย่ วกับข้อมูล โดยใช้ แบบสอบถาม กระบวนการตรวจสอบซ้าเพือ่ พัฒนาปรับปรุง ให้เกิดผลดีอย่างต่อเนื่อง  วิธกี ารตรวจสอบซ้า สังเกตพฤติกรรม สอบถาม เพื่อน ครู เด็กชายยอดเยีย่ ม ต้องชนะ  ผลการตรวจสอบซ้าเพื่อการพัฒนาและปรับปรุง สังเกต พฤติกรรม สอบถาม เพื่อน ครูของเด็กชายยอดเยี่ยม ต้องชนะ ปรากฏว่า เด็กชายยอดเยีย่ มต้องชนะมีพฤติกรรมการก้าวร้าวลดลง คงเดิม เป็นที่พอใจ การประชาสัมพันธ์ และการเผยแพร่  เผยแพร่ ขยายผล ในห้องประชุมให้คณะครูในโรงเรียนฟัง ในวันประชุมครูโรงเรียนวัดลาสารอง วันที่ 16 มีนาคม 2555  เผยแพร่ ขยายผล ต่างโรงเรียน เช่น โรงเรียนวัดหนองพังตรุ โรงเรียนบ้านหนองสองห้อง โรงเรียนวัดวังขนายทายิการาม ฯลฯ

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

139


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

140

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การสร้างภาพจากกระดาษหนังสือพิมพ์ เป้าหมาย/วัตถุประสงค์ของการพัฒนา นางสุธีรา ท้าวเวชสุวรรณ ครู โรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี โทรศัพท์ 085-2664651 E-mail : sutheera@windowslivecom

 เด็กปฐมวัยสามารถสร้างภาพจากกระดาษหนังสือพิมพ์  เด็กปฐมวัยสามารถเล่าเรื่องเกี่ยวกับผลงานจากกระดาษหนังสือพิมพ์ได้

ระยะเวลาในการพัฒนา 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 ถึง 1 มีนาคม พ.ศ. 2556

ความเชื่อมโยง/สัมพันธ์ กับเป้าหมายสถานศึกษา เป็ น การเตรี ย มความพร้ อ มด้ า นร่ า งกาย อารมณ์ จิ ต ใจ สั ง คม และ สติปัญญา ตามหลั กสูต รการศึกษาปฐมวัยอย่างมีคุณ ภาพ เด็ก ปฐมวัยได้รับการ พั ฒ นาด้ า นร่ า งกาย เช่ น พั ฒ นากล้ า มเนื้ อ มั ด เล็ ก ในการปั้ น หรื อ ย่ น กระดาษ หนังสือพิมพ์ ด้านอารมณ์เด็กพึงพอใจได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเองเด็กมีความสุข การ ทางานร่วมกับเพื่อนๆ เด็กได้การเข้าสังคมกับเพื่อน การสร้างสรรค์ภาพและการเล่า เรื่องเป็นการส่งเสริมด้านสติปัญญา การใช้วัสดุเหลือใช้ เช่น หนังสือพิมพ์ สอดคล้อง กับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนา ทฤษฎีการเรียนรู้ของบรูเนอร์(Jerome S. Bruner) บรูเนอร์(1956) เป็นนักจิตวิทยายุคใหม่ชาวอเมริกันคนแรกที่สืบสานความคิด ของเพียเจต์ โดยเชื่อว่าพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กเกิดจากกระบวนการภายใน อินทรีย์ เน้นความสาคัญของสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมที่แวดล้อมเด็กจะพัฒนาได้ดี เพียงใดขึน้ อยูก่ ับประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก เขาคิดว่าควรศึกษาตัวเด็ก ในชั้นเรียน บรูเนอร์แบ่งขัน้ พัฒนาการคิดในการเรียนรู้เป็น 3 ขั้นด้วยกัน ได้แก่  ขั้นการกระทา เด็กเรียนรู้จากการกระทาและการสัมผัส  ขั้นคิดจินตนาการหรือสร้างมโนภาพ เด็กเกิดความคิดจากการรับรู้ตาม ความเป็นจริงและการคิดจากจินตนาการ  ขั้ น ใช้ สั ญ ลั ก ษณ์ แ ละความคิ ด รวบยอด เด็ ก เริ่ ม เข้ า ใจเรี ย นรู้ ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆรอบตัวและพัฒนาความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งที่พบเห็น

กระบวนการพัฒนา  กลุ่มเป้าหมาย เด็กปฐมวัยชัน้ อนุบาลปีที่ 1/4 จานวน 32 คน  ขั้นตอนการพัฒนา การสร้างภาพจากกระดาษหนังสือพิมพ์ เริ่มจาก การที่ผู้รับผิดชอบโครงการสร้างภาพจากกระดาษหนังสือพิมพ์เป็นสื่อใช้ประกอบการ จั ด ประสบการณ์ เด็ ก ๆสนใจมาก ประกอบกั บ เด็ ก ปฐมวั ย ในชั้น อนุ บ าลปี ที่ 1/4 กล้ามเนื้อมัดเล็กยังไม่แข็งแรงมากนัก

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

1) ระดมความคิดการสร้างภาพจากกระดาษหนังสือพิมพ์ จากเด็กว่าจะทาอย่างไร ได้บ้าง เช่น การปั้น การย่น การสร้างภาพ การประดิษฐ์ 2) เด็กปฐมวัยสร้างภาพจากกระดาษหนังสือพิมพ์โดยวิธีการที่หลากหลาย 3) นาผลงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครูปฐมวัยโรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี เพื่อ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมคาแนะนา 4) นาคาแนะนามาปรับปรุงงานของเด็กปฐมวัย การสร้างภาพจากกระดาษ หนังสือพิมพ์ให้เหมาะสมตามคาแนะนา 5) นาการสร้างภาพจากหนังสือพิมพ์ใช้จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ เด็กปฐมวัย สามารถสร้างภาพโดยการปั้น การย่น การสร้างภาพ การประดิษฐ์ได้ตามวัย 6) นามาขยายผล นาเสนอให้กับครูปฐมวัยและครูฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู สาขาการศึกษาปฐมวัย ในโรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี ตลอดจนครูปฐมวัย สพป.กจ.1  การตรวจสอบคุณภาพ 1) วิธีการตรวจสอบคุณภาพการสร้างภาพจากกระดาษหนังสือพิมพ์ โดยใช้ แบบสอบถามความพึงพอใจของเด็กปฐมวัย ผลการตรวจสอบคุณภาพความ พึงพอใจที่ได้ คิดเป็นร้อยละ 90 อยู่ในระดับดีมาก 2) ตรวจผลงานการสร้างภาพกระดาษหนังสือพิมพ์ภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง  แนวทางการนาไปใช้ 1) เด็กปฐมวัยสามารถสร้างภาพจากหนังสือพิมพ์ได้ตามวัย 2) เด็กปฐมวัยสามารถสร้างภาพจากหนังสือพิมพ์ ทัง้ รายบุคคลและเป็นกลุ่ม 3) สามารถนาการสร้างภาพจากหนังสือพิมพ์ ไปใช้ในการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก ของเด็กปฐมวัย หรือเป็นวัตกรรมในงานวิจัยได้

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนา  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ  เด็กปฐมวัยสามารถสร้างภาพจากกระดาษหนังสือพิมพ์ได้ทุกคนคิดเป็นร้อย ละ 100  เด็กปฐมวัยสามารถเล่าเรื่องจากผลงานได้ทุกคน คิดเป็นร้อยละ 95  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ  เด็กปฐมวัยสามารถสร้างภาพจากกระดาษหนังสือพิมพ์ได้ในระดับ ดี  เด็กปฐมวัยสามารถเล่าเรื่องจากผลงานการสร้างภาพจากหนังสือพิมพ์ได้ ระดับ ดี  ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง ความพึ ง พอใจของผู้ เ กี่ ย วข้ อ งต่ อ เด็ ก ปฐมวั ย คิ ด เป็ น ร้ อ ยละ 90 ครู ฝึ ก ประสบการณ์วิชาชีพ คิดเป็นร้อยละ 90 ครูปฐมวัยพึงพอใจคิดเป็นร้อยละ 90 วิธีการ ได้มาเกี่ยวกับข้อมูลความพึงพอใจ โดยการสอบถามความพึงพอใจและการตรวจชิ้นงาน ที่สร้างขึน้ ภายในเวลา 1 ชั่วโมง

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

141


142 ขั้นตอนการสร้างภาพจากหนังสือพิมพ์

เตรียมอุปกรณ์ หนังสือพิมพ์ กาว กรรไกร ไม้บรรทัด

 เตรียมกระดาษ หนังสือพิมพ์ไว้ หลายๆฉบับ

กระดาษ หนังสือพิมพ์ 1 คู่ แบ่งออกเป็น 4 แผ่น

นากระดาษหนังสือพิมพ์ ม้วนกลมๆทาไว้มากๆ ม้วนหลวมๆ

นากระดาษที่ม้วนแล้ว สอดไม้เข้าไปใช้มือที่ถนัด จับไว้ อีกมือย่นกระดาษ ลงมาเรื่อยๆ จนหมด ค่อยๆหมุนดึงไม้ออก

นากระดาษหนังสือพิมพ์ ที่ย่นเสร็จแล้วมาสร้าง เป็นภาพตามต้องการ

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

 ปัจจัยความสาเร็จของการพัฒนา 1) เด็กปฐมวัยสนใจและสร้างภาพจากกระดาษหนังสือพิมพ์ได้ทุกคน 2) ครูปฐมวัยสามารถให้คาแนะนาในการสร้างภาพจากกระดาษ หนังสือพิมพ์ได้ ทุกคน 3) เพื่อนครูนากระดาษหนังสือพิมพ์มาให้ใช้เป็นวัสดุในการสร้างภาพ

กระบวนการตรวจสอบซ้า เพือ่ พัฒนาปรับปรุง  วิธีการตรวจสอบซ้า จัดกิจกรรมการสร้างภาพจากกระดาษหนังสือพิมพ์ อย่างต่อเนื่อง เช่น ขยายผลกับผู้ปกครองเด็กปฐมวัยตัวแทนเครือข่ายห้องเรียน  ผลการตรวจสอบซ้า เพื่อการพัฒนาและปรับปรุง  เด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนาทั้ง 4 ด้าน สามารถสร้างภาพจากกระดาษ หนังสือพิมพ์ได้  เด็กปฐมวัยสามารถเล่าเรื���องจากผลงานการสร้างภาพจากกระดาษ หนังสือพิมพ์

การประชาสัมพันธ์ และการเผยแพร่ ขยายผลในวงกว้าง  จัดทาแผ่นพับขั้นตอน การสร้างภาพจากหนังสือพิมพ์  เผยแพร่ผลงานในรายการเสียงตามสาย โรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี  เผยแพร่ลงใน Facebook ของ sutheera  ขยายผลการสร้างภาพจากหนังสือพิมพ์ให้กับครูปฐมวัยโรงเรียนอนุบาล กาญจนบุรีโดยการอธิบาย การสาธิต การลงมือปฏิบัตจิ ริง การสร้างผลงานเดี่ยว วันที่ 15 สิงหาคม 2555  ขยายผลการสร้างภาพจากหนังสือพิมพ์ให้กับครูฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ชัน้ ปีที่ 5 สาขาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรี โรงเรียนอนุบาล กาญจนบุรี โดยการอธิบาย การสาธิต การลงมือปฏิบัตจิ ริง การสร้างผลงานเดี่ยว วันที่ 20 สิงหาคม 2555  ขยายผลการสร้างภาพจากหนังสือพิมพ์ให้กับครูปฐมวัย สพป.กจ.1 โดยการแจกแผ่นพับ อธิบาย การสาธิต การลงมือปฏิบัตจิ ริง การสร้างผลงานเดี่ยว วันที่ 1 – 2 กันยายน พ.ศ.2555

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

143

หนูน้อยหรรษากับกิจกรรม Learning by doing เป้าหมาย/วัตถุประสงค์ของการพัฒนา 3.1. เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง 3.2. เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิดจากการลงมือปฏิบัติ 3.3. เพื่อฝึกการกล้าแสดงออกผ่านการทากิจกรรม

ระยะเวลาในการพัฒนา ปีการศึกษา 2554 – ปัจจุบัน

ความเชื่อมโยง/สัมพันธ์ระหว่าง กับเป้าหมาย/จุดเน้นของสพฐ. การจัดกิจกรรม หนูน้อยหรรษากับกิจกรรม Learning by doing นี้ มีความ สอดคล้องกับจุดเน้นของสพฐ.ข้อที่. ๓ ยกระดับคุณภาพสถานศึกษาสูม่ าตรฐาน การศึกษาของชาติพัฒนาผู้เรียน สมรรถนะครูและบุคลากรอย่างเป็นระบบ เพิ่ม ประสิทธิภาพในการบริหารหลักสูตรการศึกษาขั้นพืน้ ฐานและปฐมวัยและการเรียนรู้ที่ เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ผู้เรียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรการศึกษาอย่างเต็ม ตามศักยภาพ

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนา แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 5.1.ทฤษฎีของเพียเจย์ (Piaget) การเรียนรู้ของเด็กเป็นไปตามพัฒนาการ ทางสติปัญญา ซึ่งจะมีพัฒนาการไปตามวัยต่าง ๆ เป็นลาดับขัน้ พัฒนาการเป็นสิ่งที่ เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ควรที่จะเร่งเด็กให้ขา้ มจากพัฒนาการจากขั้นหนึ่งไปสู่อีกขั้นหนึ่ง เพราะจะทาให้เกิดผลเสียแก่เด็ก แต่การจัดประสบการณ์สง่ เสริมพัฒนาการของเด็ก ในช่วงที่เด็กกาลังจะพัฒนาไปสูข่ ั้นที่สูงกว่าสามารถช่วยให้เด็กพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว การเน้นพัฒนาการทางสติปัญญาของผู้เรียนโดยต้องเน้นให้นกั เรียนใช้ศักยภาพของ ตนเองให้มากที่สุดเสนอการเรียนการเสนอที่ให้ผู้เรียนพบกับความแปลกใหม่เน้นการ เรียนรู้ต้องอาศัยกิจกรรมการค้นพบ เน้นกิจกรรมการสารวจและการเพิ่มขยายความคิด ในระหว่างการเรียนการสอน 5.2.ทฤษฎีของจอห์น ดิวอี้ (John Dewey) ซึ่งเป็นต้นคิดในเรื่องของ “การ เรียนรู้โดยการกระทา” หรือ “Learning by Doing” (Dewey ,1963) อันเป็นแนวคิดที่ แพร่หลายและได้รับการยอมรับทั่วโลกมานานแล้ว การจัดการเรียนการสอนโดยให้ ผู้เรียนเป็นผู้ลงมือปฏิบัตจิ ัดกระทานี้ นับว่าเป็นการเปลี่ยนบทบาทในการเรียนรู้ของ ผู้เรียนจากการเป็น “ผู้รับ” มาเป็น “ผู้เรียน” และเปลี่ยนบทบาทของครูจาก “ผู้สอน” หรือ “ผู้ถ่ายทอดข้อมูลความรู”้ มาเป็น “ผู้จัดประสบการณ์การเรียนรู้” ให้ผู้เรียน ซึ่ง การเปลี่ยนแปลงบทบาทนี้ เท่ากับเป็นการเปลี่ยนจุดเน้นของการเรียนรู้ว่าอยู่ที่ผู้เรียน มากกว่าอยู่ที่ผู้สอนดังนั้นผู้เรียนจึง กลายเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอน เพราะ บทบาทในการเรียนรู้สว่ นใหญ่จะอยูท่ ี่ตัวผู้เรียนเป็นสาคัญ การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

นางสาวอรรถยา นครจารุพงศ์ ครู โรงเรียนบ้านบนเขาแก่งเรียง โทรศัพท์ 081-1923992 E-mail : oh_oum31@yahoo.com


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

144

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการพัฒนา  กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนชั้นอนุบาล 2 จานวน 20 คน  ขั้ น ตอนการพั ฒ นา การจั ด กิ จ กรรม หนู น้อ ยหรรษากั บ กิ จ กรรม Learning by doing นี้เป็นการกิจกรรมที่ให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติร่วมกัน โดยให้ สอดคล้ อ งกั บหน่ว ยการเรี ย นรู้ ใ นแต่ ล ะสั ปดาห์ ซึ่ ง แต่ล ะกิ จ กรรมนี้จ ะจั ด นี้ค รู จ ะ วางแผนจัดทาหน่วยการเรียนรู้รายปี และได้กาหนดว่าหน่วยการเรียนรู้อะไรที่จะจัด กิจกรรมเสริมที่ให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติร่วมกัน ซึ่งครูจะเป็นผู้กาหนดและเลือกกิจกรรม ของในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ ภาคเรียนละ 5 กิจกรรม ลาดับหน่วยการเรียนรู้

หนูน้อยหรรษากับกิจกรรม Learning by doing

1) ฟันสวยด้วยมือหนู คุณหนูฟันสวย 2) อาหารดีมีประโยชน์ ผัก ผัก ทอด ทอด 3) ปลอดภัยไว้ก่อน หนูน้อยเรียนรู้กฎจราจร 4) ประสาทสัมผัส จับ ดู เคาะ ชิม 5) สีแสนสวย ขนมบัวลอยแสนหวาน 6) ผลไม้ มะพร้าวแสนอร่อย 7) ชุมชนน่าอยู่ หนูน้อยไปวัด 8) อาชีพในฝัน หนูอยากเป็นหมอ 9) ต้นไม้ ถั่วน้อยแปลงร่าง 10) วิทยาศาสตร์น่ารู้ ไอศกรีมหวานเย็น  การตรวจสอบคุณภาพ  แบบประเมินผลการจัดกิจกรรมก่อนและหลังทากิจกรรม  ผลงานศิลปะหลังการทากิจกรรม  แนวทางการนาไปใช้ประโยชน์ การจัดกิจกรรม Best Practice หนูน้อยหรรษากับกิจกรรม Learning by doing เป็นกิจกรรมที่ช่วยในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย จากสิ่งรอบ ๆ ตัวเด็ก การลงมือปฏิบัตจิ ากประสบการณ์จริง ช่วยในการพัฒนาทักษะ กระบวนการคิด แก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนา  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ นักเรียนร้อยละ 80 ได้ฝึกทักษะการเรียนรู้จาก ประสบการณ์จริง และการลงมือปฏิบัติ  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ นักเรียนร้อยละ 80 ได้แสดงออกผ่านการพูด การ ตอบคาถาม การแสดงความคิดเห็นร่วมกันผ่านการลงมือทากิจกรรม

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

 ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง การจั ด ท าแบบสอบถามประเมิ น กิ จ กรรมแต่ ล ะกิ จ กรรม และการ ประเมินผลแบบสอบถามการจัดนิทรรศการความพึงพอใจของผู้เข้าชมนิทรรศการ ร้อ ยละ 100 ของผู้บริ หาร คณะครู และผู้ ปกครอง มีความพึง พอใจในการจั ด นิทรรศการหนูน้อยหรรษากับกิจกรรม Learning by doing  ปัจจัยความสาเร็จของการพัฒนา 1) ผู้บริหาร : การส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน 2) ครู : คานึงถึงความสาคัญกับเด็ก การพัฒนาการเรียนรู้อย่าง เหมาะสม และการจัดกิจกรรมที่ให้เด็กได้ลงมือปฏิบัตจิ ริง 3) ผู้เรียน : ความร่วมมือในการทากิจกรรม การปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน ระหว่างผู้เรียน 4) ชุมชน : การได้รับความร่วมมือในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ในชุมชน เช่น การเป็นวิทยากร

กระบวนการตรวจสอบซ้าเพือ่ พัฒนาปรับปรุง ให้เกิดผลดีอย่างต่อเนื่อง  วิธีการตรวจสอบซ้า การทากิจกรรมโดยให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัตอิ กี ครัง้ และ การใช้คาถามเพื่อทบทวนความรู้เดิมของผู้เรียน

 ผลการตรวจสอบซ้า เพื่อการพัฒนาและปรับปรุงผู้เรียนได้พัฒนาตรง ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

การประชาสัมพันธ์ และการเผยแพร่ ขยายผล ในวงกว้าง การจัดการเผยแพร่ผลสาเร็จของ Best Prectice นี้ โดยการจัดนิทรรศการ การนาเสนอผลงานผู้เรียนที่จัดขึน้ ทุกสิน้ ปีการศึกษา โดยได้รบั ความร่วมมือจาก ผู้บริหาร คณะครู และผู้ปกครอง เข้าร่วมชมนิทรรศการ

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

145


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

146

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การพัฒนาความรู้ภาษาไทยจากเพลง เกมและนิทานสระ การพัฒนาความรู้ภาษาไทยจากเพลง เกมและนิทานสระ มีความสอดคล้อง กับจุดเน้นของ สพป. / สพฐ. / สถานศึกษา คือ นักเรียนทุกคนอ่านออกเขียนได้ คิด เลขเป็น ทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน ทักษะชีวิต การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ นักเรียน ทุกคนมีความสานึกในความรักชาติ ซึ่งการพัฒนาความรู้ภาษาไทยจากเพลง เกม และนิทานสระครัง้ นี้ มีวัตถุประสงค์ ได้แก่  เพื่อพัฒนาเด็ กให้เกิดการเรียนรู้ เข้าใจ จารูปสระ จาคา และอ่านเขียนคาใน บทเรียนได้  เพื่อให้เด็กสนุกสนาน รักและภาคภูมใิ จในภาษาไทย  เพื่อเด็กได้นาความรูไ้ ปใช้ในชีวิตจริง

นางอารมย์ เหลืองแดง ครู โรงเรียนบ้านวังตะเคียน โทรศัพท์ 084-0760771 E-mail : kruarom_ld@hotmail.com

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนาความรู้ ภาษาไทยจากเพลง เกมและนิทานสระ 1) 2) 3) 4) 5)

เด็กสนุก มีความสุข ทาให้จดจาและเรียนรู้ได้ดี มีเจตคติที่ดตี อ่ การเรียน สอนจากรูปธรรมไปหานามธรรม สอนจากง่ายไปหายากจากสิ่งที่ใกล้ตัว เด็กจะไม่เครียด สอนโดยการเน้น ย้า ซ้า ทวน (ติดตา ติดหู ติดสมอง) ทฤษฎี BBL การพัฒนาการทางสมอง การเคลื่อนไหวร่างกาย

กระบวนการพัฒนาความรู้ภาษาไทยจากเพลง เกมและนิทานสระ  กลุ่ ม เป้ า หมายในการน าเพลง เกมและนิ ท านสระไปใช้ คื อ นั ก เรี ย นชั้ น ป.1 โรงเรีย นบ้านวัง ตะเคียน ปีการศึกษา 2553 จานวน 15 คน นักเรีย นชั้น ป.1 โรงเรียนบ้านวังตะเคียน ปีการศึกษา 2554 จานวน 15 คน นักเรียนชั้นป.2,3 โรงเรียนบ้านวังตะเคียน (ที่อ่านและเขียนไม่คล่อง ) จานวน 10 คน  ขั้นตอนการพัฒนาความรูภ้ าษาไทยจากเพลง เกมและนิทานสระ 1. ขั้นเตรียม / ขั้นวางแผน 1) สารวจความสนใจของนักเรียน 2) ศึกษาคาศัพท์และเนือ้ หาของบทเรียน 3) น าค าศั พ ท์ ใ นบทเรี ย นแต่ ล ะบทผู ก เป็ น เรื่ อ งโดยเนื้ อ หาไม่ เ ปลี่ ย นไปจาก บทเรียน นามาแต่งเป็นบทเพลง 4) ทดลองร้องเพลงให้นักเรียนและเพื่อนครูฟัง เพื่อนาผล มาแก้ไขปรับปรุง 5) ศึกษาสระที่นักเรียนจารูปไม่ได้ ออกเสียงไม่ถูกต้อง 6) นาสระมาแต่งเป็นนิทาน โดยแต่งเป็นบทร้อยกรอง เพื่อให้นักเรียนได้ท่องจา และเกิดจิตนาการ 7) ทดลองนามาใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เพื่อนาผลแก้ไขปรับปรุง 8) วางแผนการจัดกิจกรรมประกอบการเรียนรู้ 9) จัดทาแบบฝึกหัดประกอบการเรียนรู้

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

2. ขั้นดาเนินการตามแผน 1) แนะนาคาใหม่ในบทเรียนโดยใช้เกม “อะไรเอ่ย” 2) อ่านคา อธิบายความหมายของคา 3) อ่านเนื้อเรื่องของบทเรียน 4) ร้องเพลงประจาบทเรียนของแต่ละบท 5) จัดกิจกรรมอ่านเนื้อเพลงตามวิธีการ BBL 6) เล่นเกมแข่งขันทายคา เขียนคาจากบทเพลง 7) จัดกิจกรรมเล่า – อ่านนิทาน สระ 8) ทาแบบฝึกหัดประจาบท 3. ขั้นประเมินผล 1) สังเกตพฤติกรรม 2) ตรวจผลงาน แผนผังขั้นตอนการความรู้ภาษาไทยจากเกมและเพลง

 การตรวจสอบคุณภาพ โดยหาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาโดยให้ผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน จากนั้นนาไปใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และเก็บคะแนนระหว่างเรียน หลังเรียน เพื่อหาคุณภาพ ผลการตรวจสอบหาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา 0.5 สังเกตพฤติก รรมของนักเรียน ตรวจผลงานนัก เรีย น พบว่า นักเรียนมีผลการเรีย น พัฒนาขึ้น มีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น และจากการสัมภาษณ์ และสารวจความพึงพอใจของ ผู้ปกครอง พบว่าพึงพอใจกับผลการเรียน  แนวทางการนาการความรู้ภาษาไทยจากเกมและเพลง ไปใช้ประโยชน์ 1) ใช้ในการจัดกิจกรรมกับการเรียนการสอนปกติ ในห้องเรียน 2) ใช้ในการจัดกิจกรรมสอนซ่อมเสริมเด็กที่อา่ นเขียนไม่คล่อง 3) ใช้ใ นการสาธิ ต การสอน เพื่อ เผยแพร่ใ ห้ เพื่อ นครู ทั้ ง ในโรงเรี ย นและต่า ง โรงเรียน 4) จัดนิทรรศการเผยแพร่ผลงานในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับภาค 5) จัดนิทรรศการเผยแพร่ผลงานต้อนรับรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ 6) จัดนิทรรศการเผยแพร่ผลงาน ในโครงการจัดการความรู้ที่สถาบันพัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษา การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

147


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

148

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ขัน้ ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาความรู้ภาษาไทยจากเพลง เกมและนิทาน สระ

 ผลสาเร็จเชิงปริมาณ 1) นั ก เรี ย นโรงเรี ย นบ้ า นวั ง ตะเคี ย นจ านวน 40 คน ได้ รั บการพั ฒ นาทั ก ษะทาง ภาษาไทย 2) ครูที่ได้รับการเผยแพร่จากการสาธิตการสอน จานวน 120 คน 3) ค รู ไ ด้รั บก า รเ ผ ยแ พร่ จ า ก ก า รเข้า รั บก า รอ บรมแ ล ก เปลี่ ย นเรียน รู้ จานวน 150 คน  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ 1) นักเรียนมีความรู้ เข้าใจ จาคา และเขียนคาในบทเรียนได้ 2) ครูนาไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3) ศึกษานิเทศก์และนักวิชาการนาไปเผยแพร่วิธีการให้บุคคลที่เกี่ยวข้อง  ความพึงพอใจ 1) สัมภาษณ์ความพึงพอใจจากเด็กร้อยละ 100 2) สารวจความพึงพอใจจากผู้ปกครองร้อยละ 100 3) สารวจความพึงพอใจจากครูร้อยละ 98

ปัจจัยที่ทาให้การพัฒนาความรู้ภาษาไทยจากเพลง เกมและนิทานสระ ประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย 1) 2) 3) 4) 5)

ผู้บริหารให้การสนับสนุนสร้างขวัญและกาลังใจ ผู้เชี่ยวชาญให้คาชีแ้ นะ ช่วยเหลือในการพัฒนางาน คณะครูให้คาปรึกษา สนับสนุน และช่วยเหลือในการพัฒนางาน นักเรียนมีความพร้อมกล้าแสดงออก ตั้งใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างสนุกสนาน ผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการให้ข้อเสนอแนะต่างๆ กระบวนการตรวจสอบซ้าเพื่อพัฒนาปรับปรุงการพัฒนาความรู้ภาษาไทยจาก เพลง เกมและนิทานสระให้เกิดผลดีอย่างต่อเนื่อง โดยวิธีการดังต่อไปนี้ 1) นาไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนนักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนบ้านวัง ตะเคียน 2) สาธิตการสอนโดยใช้นวัตกรรมให้กับครูผู้สอนภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 2 จานวน 120 คน เมื่อวันที่ 11 – 12 ตุลาคม 2553 ณ สพป.กจ.1 3) นางเรณู มงคลรั ต นาสิ ท ธิ์ ครู โ รงเรี ย นวั ด ชุ ก พี้ น าไปใช้ กั บ นั ก เรี ย นในชั้ น ประถมศึกษาปีที่ 1 4) เป็นวิทยากรให้ความรู้กับครูผู้สอนภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จานวน 150 คน เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 1555 ณ โรงแรมริเวอร์แคว จังหวัดกาญจนบุรี

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ผลการตรวจสอบซ้า เพื่อการพัฒนาและปรับปรุง 1) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านวังตะเคียน ผลความพึงพอใจ ของนักเรียน เท่ากับ ร้อยละ 100 2) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 2 ของครูที่เข้ารับการอบรมฯ นาไปใช้ ผลความพึงพอใจของนักเรียน เท่ากับ ร้อยละ 90 3) นั ก เรี ย นชั้น ประถมศึก ษาปี ที่ 1 โรงเรี ย นวั ด ชุ ก พี้ ผลความพึง พอใจของ นักเรียน เท่ากับ ร้อยละ 95 4) ครู ที่ เ ข้ า รั บ การอบรม จ านวน 150 คน มี ผ ลความพึ ง พอใจเท่ า กั บ ร���อยละ 100

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ 9.2.31) นั กศูเรี ก ษาปี ที่ 1 โรงเรีกยษากลุ นวั ด ชุ่มกสาระการเรี พี้ ผลความพึ นย์ยเนชั ครื้นอข่ประถมศึ ายพัฒนาคุ ณภาพการศึ ยนรูง้ภพอใจของ าษาไทย ทา นักเรียน เป็นเอกสารจานวน 150 เล่ม แจกทุกโรงเรียนในสังกัด 2) มอบเอกสารการจัดการเรียนรู้พร้อมแผ่นซีดีให้กลุ่มนิเทศติดตามผลการจัด การศึกษา 9.2.33)นั กสาธิ เรี ยตนชั ้น ประถมศึแก่กคษาปี ี่ 1 โรงเรี ย นวั ดกชุษาปี ก พี้ทผลความพึ การสอนให้ รูผู้สทอนชั ้นประถมศึ ี่ 1,2 จานวนง พอใจของ 120 คน เมื่อ นักเรียน วันที่ 11-12 ตุลาคม 2553 4) มอบแผ่นซีดีเพลงประกอบการสอนให้สมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2553 5) ได้รับเชิญเป็นวิทยากรของเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ให้ความรู้ครูชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จานวน 150 คน เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2555 6) จัดนิทรรศการเผยแพร่ผลงานในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับภาคกลาง และภาคตะวันออก ประจาปีการศึกษา 2554 7) 10.7 จัดนิทรรศการเผยแพร่ผลงานต้อนรับ ศาสตราจารย์ ดร.สุ ชาติ ธาดาธารงเวช รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2555 8) 10.8 จั ด นิ ท รรศการเผยแพร่ ผ ลงานโครงการจั ด การความรู้ ที่ สถาบันพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อวันที่ 27 – 31 มีนาคม 2555 จังหวัดนครปฐม

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

149


150

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

8 กระบวนพัฒนา DUANGRAT MODEL

นางดวงรัตน์ สบายยิ่ง ครู โรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี โทรศัพท์ 081-3856367 E-mail : tukky23@gmailcom

8 กระบวนพัฒนา DUANGRAT MODEL ครั้งนี้ สอดคล้องกับเกณฑ์ ประเมินมาตรฐานการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน มาตราฐานที่5 ผู้เรียนมีความรู้ และทักษะ ที่จาเป็นตามหลักสูตร ตัวบ่งชี้ที่ 5.3 สามารถสื่อความคิดผ่านการพูด เขียน หรือนาเสนอด้วยวิธีต่าง ๆ มาตรฐานที่ 6 ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ ด้วยตัวเอง รักการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ตัวบ่งชี้ที่6.3 มีวิธีการ เรียนรู้ของตนเอง เรียนร่วมกับผู้อื่น ได้สนุกกับการเรียนรู้และชอบมาโรงเรียน สอดคล้องกับจุดเน้นของ สพป.ที่ 1 พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุก ระดับ สอดคล้องกับกลยุทธ์โรงเรียน ที่ 1 พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาในบทบาท ของโรงเรียนต้นแบบการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หลักสูตรอาเซียนศึกษา หลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล ซึ่งมีวัตถุประสงค์ ได้แก่  เพื่อพัฒนาการจัดการสิ่งต่าง ๆ ที่มีผลต่อการส่งเสริมความสนใจ ความ เข้าใจ ความกระตือรือร้นในการเรียนของนักเรียน แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ใน 8 กระบวนพัฒนา DUANGRAT MODEL พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 หมวด 4 แนวการจัดการศึกษา ถือว่าผู้เรียนสาคัญที่สุด มาตรา 24 และมาตรา 30 กล่าวว่า การจัด กระบวนการเรี ยนรู้กาหนดให้ส ถานศึกษาต้องสนับสนุน ให้ผู้ สอน สามารถจัดบรรยากาศ ใช้ส่ือ ใช้การวิจัย เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมพัฒนาการ เพื่อ ให้ ผู้ เรี ย นเกิ ด การเรี ยนรู้ แ ละมีค วามรอบรู้ ผู้ ทางานเกี่ ย วข้ อ งกั บสถานศึก ษา สามารถน าผลการวิ จั ย มาใช้เ พื่อ น าไปสู่ ก ารปฏิ รู ปสถานศึ ก ษา การเรี ย นรู้ ูที่ มี ประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลนั้นเกิดจากการเรียนรู้ทีใ่ ห้ผู้เรียนได้มี ส่วนร่วมใน กิจกรรมการเรียนรูู้ ได้คิดลงมือทากิจกรรมอย่างกระตือรือร้น หรือมีใจจดจ่ อผูกพัน กั บ สิ่ ง ที่ ท าด้ ว ยตนเอง เพราะฉะนั้ น ผ้ ูเ รี ย นจะต้ อ งได้ รั บ สิ่ ง กระต้ ุน ที่ ก่ อ ใหเกิ ด พฤติกรรมที่คาดหวัง ซึ่งส่ วนหนึ่งมาจากการดูแลสนับสนุนและการอานวยความ สะดวกของครูในการจัดกิจกรรม ให้ ผู้เรียนได้ สร้างความรู้ผ่านการปฏิสัมพันธกับ เพื่อน กับครูและสิ่งแวดล้ อม ดังนั้ น การจัดบรรยากาศที่เหมาะสม จะส่งผลต่อ ประสิทธิภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน เพราะการเรียนท่ามกลางบรรยากาศที่มีความสุข ผู้ เ รี ย นจะเกิ ด ความรู้ สึ ก ผ่ อ นคลาย ไม กดดั น ท าให้ เ กิ ด การเรี ย นรู้ ไ ด้ ง่ า ยและมี ประสิทธิภาพ ปัญ หาที่ พ บได้ บ่อ ย ๆ ในชั้นเรี ย น คื อ การควบคุ ม ดู แ ลผู้ เรี ย นให้ อ ยู่ใ น ระเบียบวินัย พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ความสนใจและตั้งใจเรียนของผู้เรียน ครูที่มี ประสบการณ์ดา้ นการสอนมานานที่มีความเชื่อมั่นในวิธีการควบคุมชั้นเรียน ใน

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

151

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

แบบเดิม ๆ โดยใช้คาสั่ง นักเรียนต้องเชื่อฟัง และอยู่ในระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด ซึ่งครูก็ สามารถที่จะทาได้ แต่เป็นแนวทางที่ไม่สอดคลองกับแนวการจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันที่ เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ที่ให้นักเรียนได้มอี สิ ระในการแสดงความคิด การปฏิบัติงาน กิจกรรม ที่ได้รับมอบหมายอย่างมีความสุข และประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย จากการศึกษาเอกสารงานวิจัย จะพบว่า การบริหารจัดการชั้นเรียนเป็นส่วนสาคัญ อันดับต้น ๆ อันจะเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้นในการเรียน และการร่วม ปฏิบัตกิ ิจกรรมต่าง ๆ ภายในห้องเรียน และนาไปสูู่การประสบความสาเร็จในการจัดการเรียน การสอนที่มีประสิทธิภาพและไดประสิทธิผลสูงสุด การบริหารจัด การชั้นเรียนของครู มี ความสาคัญและมีผลในการเรียนรู้อันจะเกิดขึ้นกับผู้เรียน ในห้องเรียนจะมีสิ่งรบกวนอยู ู ตลอดเวลาด้ วยปัญหาทางด้านพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียนในห้อง ความไมเป็น ระเบียบเรียบร้อย สิ่งแวดล้อมในชั้นเรียนมีการจัดการที่ไมเหมาะสม เป็นส่วนที่มีผลต่อการ ส่ง เสริม ความสนใจ ความเข้ าใจ ความกระตือ รือ ร้น ในการเรีย นของนัก เรี ยน ส่ง ผลให้ นักเรียนไมสามารถเรียนรู้ไดอย่างเต็มที่ จากแนวคิดของนักการศึกษา และเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการชั้น เรียน พบว่า ปัจจัยสาคัญของการบริหารจัดการชัน้ เรียน นอกจากจะอยู่ที่ตัวครู และ เทคนิค การสอนของครูแล้ว การดาเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมการ เรียนเพื่อสร้างบรรยากาศทางกายภาพ รวมทั้งการสนับสนุนส่งเสริมให้เด็กสร้างวินัยในการ ควบคุมตนเองและระงับยับยัง้ พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ รวมถึงการแก้ปัญหาพฤติกรรมของ นักเรียน เป็นสิ่งสาคัญและมีผลต่อการส่งเสริมความสนใจ ความเข้าใจ ความกระตือรือร้น ในการเรียนของนักเรียนที่จะช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ จนบรรลุผล ตามเป้าหมายของการศึกษา ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงนาแนวคิดจากการศึก ษาเอกสารและงานวิจัย มาปรับประยุกต์เพื่อใช้ในการดาเนินงานด้านการบริหารจัดการชัน้ เรียนในห้องเรียนของตนเอง ตามรูปแบบ 8 กระบวนพัฒน์ DUANGRAT MODEL กระบวนการ 8 กระบวนพัฒนา DUANGRAT MODEL กลุ่มเป้าหมายในการนา8 กระบวนพัฒนา DUANGRAT MODEL ไปใช้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี จานวน 1 ห้องเรียน โดยมี ขั้นตอนการพัฒนา 4 ขั้นตอน ดังนี้ .

Goals Objectives, and Domains)

.

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

Design)

.

Implementation)

.

Evaluation)


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

152

สานักงานเขตพื้นท���่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การตรวจสอบคุณภาพ BP  กระบวนการนิเทศภายใน โดยฝ่ายบริหาร หัวหน้าแผนงานและหัวหน้ากลุ่มสาระ  ความพึงพอใจจากนักเรียน และผู้ปกครองจากการสอบถามความคิดเห็น แนวทางการนา BP ไปใช้ประโยชน์  ขยายผลกระบวนการบริ ห ารจั ด การชั้ น เรี ย น 8 กระบวนพั ฒ น์ DUANGRAT MODEL ให้กับครูคนอื่น ๆ นาไปพัฒนาหรือประยุกต์ใช้  นาเสนอเผยแพร่ให้กับผู้มาศึกษาดูงาน  จัดทาเป็นคู่มือการบริหารจัดการชัน้ เรียน ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนา 8 กระบวนพัฒนา DUANGRAT

MODEL

 ผลสาเร็จเชิงปริมาณ 1) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี มีผลการประเมินใน ระดั บท้อ งถิ่ น (LAS)ในปีก ารศึกษา 2553 เฉลี่ ยร้ อ ยละ 58.72 และมีค่า เฉลี่ ยสู ง กว่า ค่าเฉลี่ยระดับ สพป.กจ.1 2) นักเรี ยนมีผ ลผลสั มฤทธิ์ ทางการเรี ยนสาระการเรีย นรู้ภาษาไทยสูงขึ้น โดยในปี การศึกษา 2553 มีคะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70.10 และในปีการศึกษา 2554 มีคะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 73.00 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 70.00 3) นักเรียนมีผลการประเมินด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์เฉลี่ย อยู่ในระดับ ดีเยี่ยม คือมีคะแนนประเมินในปีการศึกษา 2553 เฉลี่ยร้อยละ 83.75 และในปีการศึกษา 2554 เฉลี่ยร้อยละ 84.82 4) ในการตรวจสอบคุณภาพภายใน โครงการ TOP TEN นักเรียนมีผลการประเมินเฉลี่ย ในรายวิชาภาษาไทยสูงที่สุดในสายชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 2 จากจานวนทั้งหมด 6 ห้องเรียน  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ 1) ความสามารถในการเรียนรู้ของผู้เรียนเกิดทักษะและเกิดศักยภาพสูงสุด ผู้เรียนได้ พัฒนาสติปัญญา เกิดความรู้ ความฉลาด เกิดภูมคิ ุ้มกันที่ดี 2) นักเรียนมีความสุข และสนุกกับการเรียนรู้ในห้องเรียน 3) ครูมีแผนการดาเนินงานในการบริหารจัดการชั้นเรียนที่ดี มีคุณภาพ สามารถนาไป เป็นแบบอย่างได้ 4) โรงเรียนมีผลการพัฒนาตามมาตรฐานผู้เรียนอยูใ่ นเกณฑ์ที่ดี  ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องต่อ BP 1) ฝ่ายบริหารมีความพึงพอใจในการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ของครู และ ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนร้อยละ 100 ซึ่งได้มาจากการสรุปผลการนิเทศภายใน ในสมุดบันทึก การนิเทศ 2) นักเรียนมีความพึงพอใจการบริหารจัดการชั้นเรียนอยู่ในระดับมากที่สุด เฉลี่ยร้อย ละ 98.43 ซึ่งได้มาจากแบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการ สอนของครู 3) ผู้ปกครองมีความพึงพอใจการบริหารจัดการชัน้ เรียนอยูใ่ นระดับมากที่สุด เฉลี่ยร้อย ละ 87.92 ซึ่งได้มาจากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้ปกครองที่มีต่อการจัดการเรียนการ สอนของครู การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

153

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ปัจจัยที่ทาให้ 8 กระบวนพัฒนา DUANGRAT MODEL

ประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย  การปรับการเรียน เปลี่ยนการสอน ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ตาม จุดเน้น Road map เน้นการอ่านออก เขียนได้ในระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 1 – 3  พ่อแม่ ผู้ปกครอง มีบทบาทในการมีส่วนร่วมสนับสนุนส่งเสริมการจัดกิจกรรม กระบวนการในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่อง  ครูทุ่มเทแรงกายแรงใจและสติปัญญา เพื่อการจัดการในชั้นเรียนเพื่อให้นักเรียนได้ พัฒนาความรูอ้ ย่างเต็มศักยภาพ โดยเน้นการเรียนรู้อย่างมีความสุข  นั ก เรี ย นสามารถก าหนดกิ จ กรรมการปฏิบัติต ามความต้อ งการ ความสนใจ ภายใต้ข้อตกลงของชั้นเรียน มีการช่วยเหลือเกือ้ กูลกันจนการดาเนินงานบังเกิดผล  ผู้ บริ ห ารให้ ก ารสนั บสนุ น โดยก าหนดนโยบาย สนั บสนุ น ด้ า นงบประมาณ ให้ กาลังใจกากับ ติดตาม นิเทศ และแก้ปัญหา จนงานดาเนินไปอย่างราบรื่น การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ วัน เดือน ปี ตุลาคม 2553

รูปแบบ/วิธกี าร จัดนิทรรศการ สื่อ และวิธีการ ใช้ส่อื ในการประชุมอบรมสัมมนา จังหวัดชลบุรี

30 ธันวาคม พ.ศ.

นาเสนอบนเวที ในการอบรมสัมมนา โครงการพัฒนาครูทั้งระบบ

2553

โรงแรมราชศุภมิตร

13 – 14 มิถุนาคม

จัดนิทรรศการสื่อที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียน ตามแนวทาง

พ.ศ. 2554

พัฒนาสมอง โรงแรมริเวอร์แคว จ.กาญจนบุรี

3 สิงหาคม พ.ศ.

นาเสนอ Best Practice ที่โรงเรียนวัดศรีโลหะราษฎร์บารุง

2554

อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

30 สิงหาคม พ.ศ.

อบรมปฏิบัติการ นักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

2554

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

11 กันยายน พ.ศ.

นาเสนอ Best Practice ที่โรงเรียนวัดศรีอุปลาราม อ.เมืองฯ

2555

จ.กาญจนบุรี

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


154

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

หนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน เรื่องการอ่านและเขียนสะกดคามาตราตัวสะกด”

นางพิศมัย พรหมสิทธิ์ ครู โรงเรียนบ้านหนองสามพราน โทรศัพท์ 081-9813955 e – mail pisamai_tun@hotmail.com

จากจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของ สพฐ. นโยบายของโรงเรียนบ้าน หนองสามพรานด้านจัดการเรียนการสอนภาษาไทยโดยใช้เทคนิคการจัดการเรียน การสอนที่หลากหลายและใช้แหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนของนักเรียนให้สูงขึ้น และ การบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การ จัดการเรียนการสอนจาก 9 กิจกรรม ผู้รายงานจึงนาแนวคิดทั้ง 3 ประการมา สังเคราะห์เป็นหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน เรื่องการอ่านและ เขียนสะกดคามาตราตัวสะกด โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้  เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาศึกษาปี ที2่  เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จาก การใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน เรื่องการอ่านและ เขียนสะกดคามาตราตัวสะกด  เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน เรื่องการอ่านและเขียนสะกดคามาตราตัวสะกด การพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน เรื่องการอ่าน และเขียนสะกดคามาตราตัวสะกดในครั้งนี้ ผู้รายงานได้นาแนวคิดจากนโยบาย หลักการที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1) จุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้ เรียนให้ อ่านได้ เขียนได้ ของ ส านักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผนวกเข้ากับนโยบายของโรงเรียนบ้านหนอง สามพรานด้านจัดการเรียนการสอนภาษาไทยโดยใช้เทคนิคการจัดการเรียนการ สอนที่หลากหลาย และ การบูรณาการแหล่งเรียนรู้ด้านปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงของโรงเรียนบ้านหนองสามพราน 2) หลั ก การจั ด ท าหนั ง สื อ อ่ า นเพิ่ ม เติ ม โดยใช้ รู ป แบบกลอนสี่ และ เรียงลาดับเนื้อหาจากง่ายไปหายากตามแนวคิดของจินตนา ใบกาซู และ สาระ และมาตรฐานการเรียนรู้ภาษาไทยในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่2 ของหลักสูตร การศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช2551 3) แนวคิดด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน “การใช้บันได้ 4 ขั้น ” ของ ศิวกานท์ ปทุมสูติ คือ1. ครูนาเด็กอ่านออกเสียงคา กลุ่มคา ข้อความตามเนื้อ เรื่อง2. ครูนาเด็กฝึกกิจกรรมชวนกันอ่านออกเสียง สะกดคา 3. เด็กคัดลายมือ จากแบบฝึกทักษะการสะกดคา 4. ทดสอบการอ่านและเขียนสะกดคา

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาอง���์กร

155

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน เรื่องการอ่านและเขียนสะกดคามาตราตัวสะกด กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่2 โรงเรียนบ้านหนองสามพราน อาเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 จานวน 11 คน โดยมีกิจกรรม/วิธีการ/ขั้นตอนที่สาคัญ ที่เป็น ( Best Practice ) สรุปได้ดังแผนภาพ ต่อไปนี้

.

.

.

.

 การตรวจสอบคุ ณ ภาพ โดยน าหนั ง สื อ อ่ า นเพิ่ ม เติ ม ที่ พั ฒ นาขึ้ น ไปหา ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่2 จากการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุดแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน เรื่อง การอ่านและเขียนสะกดคา ชุด มาตราตัวสะกด สอบถามความพึงพอใจของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่2 ที่มีต่อหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุดแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน เรื่อง การอ่านและเขียนสะกดคา ชุด มาตราตัวสะกด  แนวทางการนาไปใช้ประโยชน์ 1) ครูผู้สอนสามารถนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุดแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน เรื่อง การอ่านและเขียนสะกดคาตามมาตราตัวสะกด ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 นี้ ไปใช้เป็น แนวทางสาหรับพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนสะกดคาเพื่อเป็นพื้นฐานของการอ่าน และเขียนในระดับที่สูงขึ้น

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


156

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

2) ครูผู้สอนสามารถนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุดแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน เรื่อง การอ่าน และเขียนสะกดคาตามมาตราตัวสะกด ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 2 นี้ ไปใช้เป็นแนวทางสาหรับ ส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน 3) ผู้บริหารสถานศึกษา สามารถส่งเสริมให้ครูจัดทาหนัง สือส่งเสริ มการอ่านโดยใช้ แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนประเภทอื่น ๆ รวมทั้ง แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นเพื่อนามาใช้เป็นสื่อฝึก ทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียนในระดับชั้นต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีทาให้ครูโดยทั่วไป เห็นประโยชน์ของการสอนโดยใช้ส่อื การเรียนการสอน รวมทั้งมี 4) นักเรียนสามารถใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุดแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน เพื่อฝึกทักษะ การอ่ า นและการเขี ย นสะกดค า กลุ่ ม สาระการเรี ย นรู้ ภ าษาไทย ได้ ด้ ว ยตนเองตาม ความสามารถของแต่ละคน

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด แหล่งเรียนรู้ ในโรงเรียน เรื่องการอ่านและเขียนสะกดคามาตราตัวสะกด  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ ครูมีหนังสืออ่านเพิ่มเติมแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน ประกอบ แบบฝึกทักษะการอ่านและเขียนสะกดคา ชุด มาตราตัวสะกด ที่มปี ระสิทธิภาพ 89.54/84.04  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ 1) นักเรียนทีใ่ ช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนประกอบแบบฝึกทักษะการ อ่านและเขียนสะกดคา ชุด มาตราตัวสะกด มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อน เรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถิตทิ ี่ระดับ .05 2) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่2 มีความพึงพอใจต่อหนังสืออ่านเพิ่มเติม แหล่งเรียนรู้ ในโรงเรียนประกอบแบบฝึกทักษะการอ่านและเขียนสะกดคา ชุด มาตราตัวสะกด อยู่ในระดับ มาก  ความพึงพอใจของผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ปกครองนักเรียน มีความพึงพอใจต่อ หนังสืออ่านเพิ่มเติม แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนประกอบแบบฝึกทักษะการอ่านและเขียนสะกดคา ชุด มาตราตัวสะกด อยูใ่ นระดับมาก  กระบวนการตรวจสอบซาเพื่อพัฒนาปรับปรุง การเผยแพร่ผลงานกับครูในโรงเรียน เดียวกัน และโรงเรียนใกล้เคียงแล้วเก็บรวบรวมข้อมูล ข้อเสนอแนะที่ได้มาปรับปรุงนวัตกรรมให้ มีประสิทธิภาพมากขึ้น การประชาสัมพันธ์นวัตกรรมเพื่อให้ผู้ปกครองได้รับทราบแนวทางการ จัดการเรียนการสอนของครู ผลการตรวจสอบซ้า หลังจากดาเนินงานพัฒนา BP จนประสบ ผลสาเร็จแล้ว ปีการศึกษาต่อมาก็ยังคงดาเนินการต่อเนื่อง โดยทาการประเมินผลการอ่านและ เขียนของนักเรียน โดยใช้รูปแบบระบบPDCA ซึ่งประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลักดังนี้  P (Plan) คือ การวางแผนพัฒนา หรือ ปรับปรุงนวัตกรรมเพื่อพัฒนาทักษะการ อ่านและเขียนของนักเรียนให้บรรลุเป้าหมายของโรงเรียน  D (Do) คือ นานวัตกรรมที่วางแผนไว้ไปปฏิบัติ  C (Check) คือ ระหว่างจัดกิจกรรมการเรียนการสอนก็ดาเนินการตรวจสอบ/ ประเมินผล

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

 A (Action) คือ นาผลการประเมินผลมา ปรับปรุง พัฒนานวัตกรรมให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น ผลการประเมินพบว่า หนังสืออ่านเพิ่มเติม แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนประกอบแบบ ฝึกทักษะการอ่านและเขียนสะกดคา ชุด มาตราตัวสะกด เป็นนวัตกรรม ที่ช่วยฝึกทักษะ การอ่านและเขียนสะกดคาของนักเรียนได้ดี จึงควรส่งเสริมการทานวัตกรรมโดยใช้ส่ือใน ท้องถิ่นให้แพร่หลายมากขึน้ รวมทั้งส่งเสริมการประกวดผลงานครูอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยที่ทาให้ที่ทาให้การพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด แหล่งเรียนรู้ใน โรงเรียน เรื่องการอ่านและเขียนสะกดคามาตราตัวสะกด ประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย 1) ปัจจัยด้านผู้บริหารสถานศึกษา ได้แก่ การสนับสนุนของผู้บริหารสถานศึกษา และการเป็ น ขวั ญ ก าลั ง ใจในการด าเนิน งาน อ านวยความสะดวกให้ กั บ บุ ค ลากร เป็ น แบบอย่างที่ดี เชิญชวนประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวาง ร่วมพูดคุยซักถาม กับผู้เรียน และ เปิดโอกาสให้ครูได้ทางานอย่างเต็มที่ ยอมรับฟังความคิดเห็นของครู เคารพและให้เกียรติ ทา ให้ผลการดาเนินงานออกมาเป็นที่น่าพอใจ 2) ปัจจัยด้านครู ได้แก่  ครูปฏิบัติงานด้วยความมุ่งมั่นและเสียสละ เต็มศักยภาพ และเป็นแบบอย่าง ที่ดีแก่ นักเรียน เป็นผู้นาและให้การสนับสนุนทุกกิจกรรม  ครู มี ค วามรู้ ความเข้ า ใจและทั ก ษะในการจั ด การเรี ย นรู้ แ ก่ ผู้ เ รี ย น สามารถ ปฏิบัติงานอย่า งมีประสิ ทธิ ภ าพ มีเป้า หมาย มีเทคนิค วิธีก ารที่ เหมาะสมในการ จัดการเรียนการสอนภาษาไทย  นักเรียน การให้ความร่วมมือและรูส้ ึกภาคภูมิใจที่สามารถอ่านและเขียนได้ดีข้นึ  เพื่อนครูในโรงเรียนให้การสนับสนุนในการปฏิบัตกิ ิจกรรมอย่างเต็มที่

การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ 1) ในปี การศึก ษา2552 ถึ งปั จ จุบัน ผู้ รายงานได้น าผลงานส าหรั บเผยแพร่ ที่ โรงเรียนบ้านหนองสามพราน แก่ผู้มาศึกษาดูงานด้านเศรษฐกิจพอเพียงทั้ง ในจังหวัดกาญจนบุรี ภาคเหนือ ภาคใต้ และ ภาคกลาง ได้แก่ โรงเรียนบ้าน ท่ า ข่ อ ย จั ง หวั ด พิ ษ ณุ โ ลก โรงเรี ย นสั ง กั ด เทศบาลเบตง จั ง หวั ด ยะลา โรงเรียนวัดยอดสุวรรณคีรี จังหวัดราชบุรี โรงเรียนในศูนย์เครือข่ายพัฒนา คุณ ภาพการศึก ษาห้ วยยาง จั ง หวัด ประจวบคี รีขั น ธ์ โรงเรี ย นพัฒ น์พ งศ์ โรงเรียน ตชด.ประตูด่าน โรงเรียนบ้านท่าหวี โรงเรียนบ้านหนองกลางพง โรงเรียนบ้านแหลมทอง โรงเรียนวัดบ้านยาง และโรงเรียนบ้านนากาญจน์ กาญจนบุรี เป็นต้น 2) โรงเรียนได้สง่ เสริมให้ผู้รายงานต่อยอด BP โดยส่งผู้รายงานเข้าประกวดการ เขียนเรียงความคัดลายมือในโครงการรักษ์ภาษาไทย จนได้เป็น ตัวแทนเข้า ร่วมแข่งขันระดับ���าค การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

157


158

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ทางด่วนการเขียน”

นางมยุรี ศรีสนั ต์ ครู โรงเรียนอนุบาลวัดไชยชุมพล ชนะสงคราม โทรศัพท์ 084-3360319 E-mail : sch40@hotmail.com

ทางด่วนการเขียนครั้งนี้ สอดคล้องกับจุดเน้น สพป.กจ. ที่ 1 และ ที่ 4 และ สพฐ.ที่ 1 และ 4 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ ได้แก่  เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนของนักเรียนให้มปี ระสิทธิภาพ  เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระภาษาไทย สาระการเขียน แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนาทางด่วนการเขียน แนวคิดและทฤษฎีที่นามาบูรณาการในการพัฒนาทางด่วนการเขียน คือ ทฤษฎี ของกิลฟอร์ด (Guilford) และวงจรเดมมิ่ง โดยทฤษฎีของกิลฟอร์ดจะมีองค์ประกอบอยู่ 3 ประการ คือ ความคิดริเริ่ม ความคิดคล่องแคล่วและความคิดยืดหยุ่น โดยมีความ ละเอียดละออสอดแทรกอยู่ในองค์ประกอบทั้ง 3 ด้าน ส่วนวงจรเดมมิ่ง ประกอบด้วย การวางแผน การลงมือทา การตรวจสอบ และการประเมินเพื่อการนาไปใช้ ความสาคัญของการศึกษา ภาษาไทยเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ การ รับสารและการส่งสาร การรับสารจะใช้ทักษะการฟังและการอ่าน การส่งสารจะใช้ ทักษะการพูดและการเขียน โดยผู้ใช้ภาษาจะต้องใช้ทั้ง 4 ทักษะให้สัมพันธ์กัน โดยใช้ กระบวนการคิดเป็นตัวเชื่อมโยง ถ้าต้องการให้ผู้เรียนมีความแม่นยาในทักษะใดก็ควร แยกฝึกทักษะนั้นโดยเฉพาะ ดังนั้นเมื่อต้องการฝึกทักษะการเขียนต้องฝึกให้ผู้เรียนได้ เขียนอย่างถูกต้อง มีนสิ ัยที่ดใี นการเขียน นาการเขียนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวันได้ มีคากล่าวจากนักวิชาการหลายท่านกล่าวถึงการเขียน สรุปได้ว่า การเขียน เป็นวิธีการสื่อสารที่สาคัญในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ประสบการณ์ไปยังผู้รับได้ อย่ า งกว้า งไกล คุ ณ ค่ า แห่ ง การเขี ย นคื อ การบั น ทึ ก ข้ อ มู ล ที่ เ ป็ น หลั ก ฐานถาวรที่ มองเห็นได้มากกว่าการพูด แม้ ว่าการเขียนจะเป็นทักษะที่ยุ่งยากและผู้เรียนก็ประสบ ปัญหามาก จึง จาเป็นต้องได้รับการแก้ไข ซึ่ง เป็น หน้า ที่ของครูที่ต้องให้ค วามรู้ด้า น รูปแบบการเรียน เพราะผู้เรียนสามารถใช้ทักษะการเขียนในการเรียนทุกรายวิชา ผู้นาเสนอมีประสบการณ์การสอนมากกว่า 30 ปี พบปัญหาที่เกี่ ยวกับการ เขียนของผู้เรียน คือ ผู้เรียนไม่รู้ว่า การเขียนเป็นประโยชน์ต่อตัวเองอย่างไร ขาดเนื้อ เรื่ อ งที่ จู ง ใจในการเขี ย น การฝึ ก หั ด มี น้ อ ย เน้ น การเขี ย นที่ ใ ช้ ค วามจ า เขี ย นตาม กฎเกณฑ์และยึดหลักภาษาเป็นส่วนใหญ่ ทาให้นักเรียนรู้สึกว่า การเขียนเป็นเรื่องยาก แต่ผู้นาเสนอพบข้อค้นพบว่า ผู้ เรียนขาดทักษะการคิด เพราะก่อนที่ ผู้เรียนจะเขีย น ออกมาได้เป็นเรื่องเป็นราวนัน้ จะต้องผ่านกระบวนการคิดก่อน ดังนั้นการให้ผู้เรียนได้ รู้จักค้นคว้าหาความรู้ รู้จักคิดจึงเป็นสิ่งสาคัญและจาเป็น การใช้นวัตกรรมทางด่วน การเขียนจึงเป็นนวัตกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความสาเร็จในการใช้กระบวนการฝึกการ เขียนที่สอดคล้องกับนโยบายการจัดการศึกษา

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

กระบวนการพัฒนาทางด่วนการเขียน กลุ่มเป้าหมายในการนาทางด่วนการเขียนไปใช้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่กาลัง ศึกษาในปีการศึกษา 2554 จานวน 74 คน โดยมีขั้นตอนการพัฒนาผลงานทางด่วนการเขียน 3 ขั้นตอน ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ 1) ขั้นเตรียมพร้อมก่อนเขียน (Pre – Writing) กาหนดหัวข้อให้เขียน เริ่มจากสิ่งที่คุ้นเคยและเหมาะสมให้กับเด็กแต่ละวัย จากนั้น เข้าสูก่ ระบวนการรวบรวมข้อมูลความคิดและวางโครงเรื่องดังนี้ (1) เขียนตามใจนึก (Blind Writing) ให้นักเรียนคิดทบทวนหัวข้อที่จะเขียน แล้วให้ นักเรียนลงมือเขียนในเวลาที่กาหนด คิดอะไรก็เขียนไว้เป็นข้อๆ โดยไม่ต้องกังวลในเรื่องผิดถูก เสร็จแล้วให้นักเรียนอ่านทบทวน แล้วให้ขีดเส้นความคิดที่จะกาหนดให้เป็นหัวใจของเรื่องรวมทั้ง ความคิดอื่นๆที่มีความสาคัญรองลงมา (2) ระดมความคิด (Brainstorming) ให้นักเรียนจับคู่ บางครั้งก็แบ่งเป็นกลุ่มๆ ผลัด กันแสดงความคิดเห็น แล้วให้นักเรียนบันทึกความคิดของตนเองและเพื่อนในกลุ่ม จากนั้นเลือก ความคิดที่กาหนดให้เป็นประเด็นหลัก ประเด็นรอง และข้อมูลเสริมที่จะใสไว้ในข้อเขียนของตน (3) วางโครงเรื่อง (Outline) เป็นการเรียงลาดับเรื่องที่จะเขียน เพื่อให้ข้อเขียนนั้น สละสลวย ลื่นไหลไปในทิศทางเดียวกันและชวนอ่าน อาจเป็นกระบวนการต่อเนื่องจาก Blind – Writing หรือ Brainstorming (4) ค้นคว้า (Research) ใช้ในกรณีที่ข้อเขียนนี้ต้องอาศัยการรวบรวมข้อมูล ถ้า แหล่งข้อมูลนั้นไม่อยู่ภายในห้องเรียน หรือต้องใช้เวลาเสาะหาข้อมูล จะมอบให้นักเรียนไปทาเป็น การบ้าน เพื่อให้นักเรียนมีเวลาออกไปค้นคว้าหาข้อมูลประกอบการเรียน โดยแบ่งข้อมูลเป็น 2 ประเภท คือ ข้อมูลที่นักเรียนค้นพบด้วยตนเองจากการสังเกต สัมผัส หรือลงมือปฏิบัติ และข้อมูล ที่ได้จากการสอบถามหรือสัมภาษณ์ ส่วนใหญ่นักเรียนถนัดจาก Internet และหนังสือพิมพ์ 2) ลงมือเขียน (Writing) นาความคิดหรือข้อมูลที่เตรียมไว้ในขั้น (Pre – Writing) มาเรียบเรียงเขียนเป็น ข้อเขียนประเภทต่างๆ ตามที่ครูกาหนด ขั้นนี้จะค่อนข้างยาก แต่สะดวกในการตรวจสอบหรือสอน เบื้องต้น เพื่อให้ความช่วยเหลือนักเรียนได้ เพราะจะพูดเรื่องเดียวกัน ต่อไปจึงค่อยพัฒนาตาม ความเหมาะสมของหั ว ข้ อ หรื อ ให้ นั ก เรี ย นเลื อ กตามความถนั ด เช่ น แสดงความคิ ด เห็ น เปรียบเทียบ บอกขั้นตอน เล่าเรื่อง (นักเรียนจะชอบมากที่สุด) 3) ตรวจทานแก้ไข (Editing and Revision) ข้อ เขี ย นที่ เขี ย นในครั้ ง แรกจะไม่ส มบู รณ์ ต้อ งน ามาอ่า นซ้ า เพื่อ ตรวจสอบความ ถูกต้องของข้อมูลและตัวสะกด ครูจะช่วยนักเรียนในการเพิ่มเติมข้อมูลบางส่วนที่หลงลืม ตัดข้อมูล ที่เยิ่น เย้อ บางที ก็จ ะสับเปลี่ ยนการเรี ยงล าดั บข้ อ มูล เพื่อ ความสละสลวยของข้ อเขีย น โดยให้ นั ก เรี ย นตรวจทานแก้ ไ ขด้ ว ยตนเองก่ อ นในเบื้อ งต้ น จากนั้ น แลกเปลี่ ย นข้ อ เขี ย นกั บ เพื่ อ นใน ห้องเรียนเพื่อช่วยกันอ่านและเสนอความคิดเห็นต่องานเขียนของแต่ละคน

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

159


160

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

 การตรวจสอบคุณภาพ ผู้นาเสนอได้ทดลองใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2552 เมื่อพบปัญหาด้านการสอน ภาษาที่ใช้ขณะสอน กิจกรรมแบ่งกลุ่ม ผู้นาเสนอจะปรับเปลี่ยนทันที ดูจากผลงาน นักเรียนที่ทา และดูจากผลการประเมินความพึงพอใจ  แนวทางการนาไปใช้ประโยชน์ นามาใช้พัฒนาการสอนให้มีประสิทธิภาพ นามาใช้ในชีวิตประจาวัน การเพิ่ม ประสิ ท ธิ ภ าพการเขี ย นในการศึ ก ษาต่ อ ยอดถึ ง ประสิ ท ธิ ภ าพของการเขี ย นเชิ ง สร้างสรรค์

ผลสาเร็จของการพัฒนาทางด่วนการเขียน  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ นักเรียนทุกคนได้รับการพัฒนาด้านการเขียนให้มี ประสิทธิภาพ  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ ผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ด้าน สาระการเขียนพัฒนาขึ้นทุกปี นักเรียนเข้าแข่งขันทักษ���ด้านการเขียนได้รับรางวัลใน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา  ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องต่อกิจกรรมทางด่วนการเขียน นักเรียนมีความพึงพอใจ เฉลี่ย 3 ปี ร้อยละ 89.34 และผู้ปกครองมีความ พึงพอใจ เฉลี่ย 3 ปี ร้อยละ 80.14

ปัจจัยที่ทาให้พัฒนาทางด่วนการเขียนประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย 1) ผู้บริหารสถานศึกษามีวสิ ัยทัศน์ มีความรู้ความสามารถและมีภาวการณ์เป็น ผู้นา ให้โอกาสและสนับสนุนในการจัดกิจกรรมในชัน้ เรียน 2) ความเอาใจใส่ในการเรียนของนักเรียน 3) ความมุ่งมั่นของครูผู้สอน และมีความพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง กระบวนการตรวจสอบซ้าเพื่อพัฒนาปรับปรุงให้เกิดผลดีอย่างต่อเนื่อง โดย ใช้กระบวนการปฏิบัตซิ ้า โดยการสังเกต ตรวจผลงาน ตรวจสอบผลการสอบระดับชาติ ขั้นพื้นฐาน และผลการสารวจความพึงพอใจของนักเรียนและผู้ปกครอง ผลการตรวจสอบซ้าเพื่อการพัฒนาและปรับปรุง นักเรียนมีพัฒนาการด้าน การเขียนที่มีประสิทธิภาพที่ดขี นึ้ ตามศักยภาพของนักเรียนทุกคน การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่ ปีการศึกษา 2554 เผยแพร่บน website ของเขตพื้นที่การศึกษา

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

161

“กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน” นการเขียน”

กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน มีความสอดคล้องตามจุดเน้นของ สพฐ. สาระที่ 1 การอ่าน มาตรฐาน ท1.1. ใช้กระบวนการอ่านสาระความรู้และความคิด เพื่อนาไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาการดาเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน จุดเน้นของ สพป.กจ.1 คือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 แสวงหาความรูด้ ้วยตนเองใช้เทคโนโลยีเพื่อ การเรียนรู้มีทักษะการคิดชัน้ สูงทักษะชีวิตและทักษะการสื่อสารได้อย่างสร้างสรรค์ ตามช่วงวัย ร้อยละ 90 ชั้ นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีความสามารถแสวงหา ความรู้ดว้ ยตนเอง ร้อยละ 95 ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ มี ค ว า ม ส า ม า ร ถ แสวงหาความรู้ ด้ ว ยตนเอง ร้ อ ยละ 100 ชั้ น มั ธ ยมศึ ก ษาปี ที่ 3 ที่ มี ความสามารถแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ของโรงเรี ย นบ้ า นหนองหญ้ า ปล้ อ ง ในข้ อ ที่ 4 คื อ ใฝ่ เรี ย นรู้ และแนวทางการ ดาเนิน งานตามแผนพัฒนาโรงเรียนแนวทางการดาเนินงานตามยุ ทธศาสตร์ ปี 2553 – 2556 กลยุทธ์ที่ 5 พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ตามหลักสูตรและส่งเสริมความสามารถทางเทคโนโลยีเพื่อเป็นเครื่ องมือในการ เรียนรู้ โดยมีกิจกรรมโครงการรักการอ่านรองรับครัง้ นี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ ได้แก่  เพื่อให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และเกิดการศึกษาค้นคว้าด้วย ตนเอง  เพื่ อ ให้ นั ก เรี ย นน าไปใช้ ใ นการเรี ย นทุ ก กลุ่ ม สาระวิ ช า และครู น าทั ก ษะ กระบวนการอ่านส่งเสริมให้นักเรียนใช้ทักษะการอ่านในการเรียนให้มากที่สุด  เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในรายวิชาภาษาไทย แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน สมเด็จพระเทพรัตน์ ทรงแนะวิธีการ ปลูกฝังให้คน รักการอ่านหนังสือ ยัง รับสั่งถึงการปลูกฝังให้คนรักการอ่านหนังสือว่า ให้ฝึกทุกวัน วันละนิด วันละน้อย โรงเรียนหลายแห่งในต่างจังหวัดรณรงค์ในการ รักการอ่านด้วยการอ่านนิทาน ต่างๆ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นที่ดี ช่วยสร้างให้รักการอ่านและมีจินตนาการ เด็กจะรัก การอ่าน ครอบครัวพ่อแม่ก็ควรรักการอ่านด้วย บางคน พ่อแม่ไม่มีเวลาอยู่กับลูก ก็ต้องพึ่งครูที่โรงเรียน ครูอ่าน ให้เห็นแล้วมาคุยให้เด็กฟัง แล้วให้เด็กอ่านต่อ ก็เป็น การฝึกให้เด็กรักการอ่านได้บ้าง ตอนนี้มี 2 ทฤษฎีว่า ให้สอนตั้งแต่เล็กๆ จะดี เริ่ม การอ่านตั้งแต่อายุน้อย แต่ อีกทฤษฎีให้เด็กๆที่ยังเล็กเตรียมความพร้อมเรื่องเข้า สังคม เรื่องสุขภาพไปก่อน ซึ่งก็ตอบไม่ได้แน่ชัดว่า แบบไหนดี ซึ่งพระองค์ทรงถูก สอนมาทั้ง 2 ทฤษฎี ผู้ใหญ่บอกว่าให้อ่านเร็วๆดี เลยทรงอ่านได้ตั้งแต่อยู่อนุบาล เพราะซน เหลือเกิน อ่านหนังสือแล้วจะได้อยู่กับที่ แต่อี กทฤษฎีก็บอกว่า เรียนเร็ว สมองจะเหนื่อย โตขึ้นจะไม่ค่อยดี และในช่วงท้าย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ รับสั่งว่า นอกจากเรื่องการอ่านแล้วก็ควรสอนเรื่องเกิดมาให้ช่วยเหลือคนอื่น เห็น ใครตกทุกข์ได้ยาก อย่านิ่งดูดาย แต่คนไทยทั่วไปเป็นคนมีน้าใจ ไม่ต้องสอนมาก การที่คนไทยมีนาใจช่ ้ วยเหลือกันเป็นเรื่องที่ดมี าก การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

นางณิชาภัทร เส็งเครือ ครู โรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง โทรศัพท์ 081-1929775 E-mail : Lukpoo_Nicha@hotmail.com


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร

162

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

พระราชบัญญัติการจัดการศึกษา มาตรา 22 การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียน ทุกคนมีความสามารถ เรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสาคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตาม ศักยภาพ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 24 ในข้อ (3) จัด กิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัตใิ ห้ทาได้ คิดเป็น ทาเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง จากการศึกษากระบวนการสร้างนิสัยรักการอ่านได้เลือกแนวคิด ทฤษฎีที่ใช้เป็นตัวนา ทางในการศึกษา  แนวคิดเกี่ยวกับกฎการเรียนรู้  ทฤษฎีการเรียนรู้พหุปัญญา  ทฤษฎีพัฒนาการทางสิตปัญญาของเพเจต์ กระบวนการกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน กลุ่ ม เป้ า หมายในการน ากิ จกรรมส่ ง เสริม นิสั ย รั ก การอ่า นไปใช้ ได้ แ ก่ ประชากร ทั้งหมดซึ่งเป็นนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ปีการศึกษา 2554 โรงเรียนบ้านหนอง หญ้าปล้อง สพป.กจ. 1 จานวนทั้งสิ้น 36 คน โดยมีแผนผังขั้นตอนการพัฒนา ดังนี้ /

P

D /

/

C 7 8

A

/

/

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

 การตรวจสอบคุณภาพกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ใช้แบบบันทึก พฤติกรรมเด็กด้านต่าง ๆ ทุกวันหลังจากทากิจกรรมเพื่อครูจะได้รู้ จุดเด่น จุดด้อยของ เด็กแต่ละคนและหาแนวทางในแก้ไขและส่งเสริมเด็กในวันต่อไป  แนวทางการน ากิ จ กรรมส่ ง เสริ ม นิ สั ย รั ก การอ่ า นไปใช้ ป ระโยชน์ “กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน” ต้องให้นักเรียนปฏิบัตอิ ย่างต่อเนื่องและดาเนินการ หลากหลายวิธี จะทาให้ประสบผลสาเร็จได้ดียิ่งขึ้น

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ 1) นักเรียนร้อยละ 100 มีวิธีการที่ดีที่สุดในการเรียนรู้และพัฒนาการอ่านของตนเอง (Best Practice) 2) นักเรียนร้อยละ 90.45 มีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง มีนิสัยรักการ อ่าน และพัฒนาการอ่านของตนเองให้ดขี นึ้ อยูเ่ สมอ 3) ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 90.20 มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการ อ่าน  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ 1) นักเรียนได้ทากิจกรรมที่หลากหลายในการอ่าน 2) นักเรียนได้รับความรูเ้ พิ่มเติม ความรู้รอบตัว และสามารถนาไปใช้ได้ 3) นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ กล้าแสดงออกทางความคิดมากขึ้น 4) นักเรียนมีนสิ ัยรักการอ่านสร้างผลงานการอ่านจากการค้นคว้าด้วยตนเอง 5) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาภาษาไทยของนักเรียนอยูใ่ นระดับดีข้นึ  ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง จากการสัมภาษณ์ความพึงพอใจผู้ที่มีสว่ นเกี่ยวข้องผลปรากฏดังนี้ ครูผู้สอนจานวน 12 คน มีความพึงพอใจ คิดเป็นร้อยละ 90 โดยใช้แบบสอบถาม นักเรียนจานวน 36 คน มีความพึงพอใจ คิดเป็นร้อยละ 95 โดยใช้แบบสอบถาม ผู้ปกครองนัก เรีย น จ านวน 36 คน มีค วามพึง พอใจ คิ ด เป็ น ร้อ ยละ 85 โดยใช้ แบบสอบถาม

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

163


164

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ปัจจัยที่ทาให้ที่ทาให้กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย 1) ผู้บริ ห ารสถานศึก ษาเป็ น บุ คคลที่ มีวิสัย ทั ศ น์ก ว้า งไกล เป็ น ผู้ นาแห่ ง การ เปลี่ยนแปลง เห็น ความสาคัญในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทั้งในและนอก ห้องเรียน ส่งเสริมให้เข้ารับการประชุม อบรมสัมมนา ศึกษาดูงาน ให้ขวัญและกาลังใจ ให้ขอ้ เสนอแนะเป็นที่ปรึกษา กากับ ดูแล สนับสนุนด้านงบประมาณอย่างทั่วถึง 2) นั ก เรี ย นให้ ค วามร่ ว มมื อ มีค วามตั้ ง ใจเรี ย น มีค วามมุ่ง มั่ น ในการปฏิบั ติ กิจกรรมการเรียน จนประสบความสาเร็จ 3) ได้ รับความร่ ว มมือ จากคณะครู โ รงเรี ย นบ้ า นหนองหญ้ า ปล้ อ ง ในการให้ ค าแนะน า จั ด “กิ จ กรรมส่ ง เสริ ม นิ สั ย รั ก การอ่ า น”และให้ ก าลั ง ใจ จนประสบ ความสาเร็จ 4) ผู้ปกครองเห็นความสาคัญในการจัดกิจกรรมช่วยดูแลติดตามผลการเรียน ของบุ ต รหลานและสนใจให้ ข้ อ มู ล เกี่ ย วกั บ นั ก เรี ย นเสมอ1332232ภ4ง เห็ น ความสาคัญในการจัดกิจกรรม สนับ 5) มีระบบการทางาน คือ มีการวางระบบที่ดี (P) มีการดาเนินงานตามระบบทุก ขั้นตอน(D)มีการตรวจสอบระบบ(C) และมีการปรับปรุงแก้ไขระบบ เพื่อนาไปวาง ระบบที่ดกี ว่าเดิม ปฏิบัตอิ ย่างต่อเนื่อง กระบวนการตรวจสอบซ้าเพื่อพัฒนาปรับปรุง กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการ อ่านให้เกิดผลดีอย่างต่อเนื่อง  มีการประชุม วิเคราะห์กิจกรรมและขั้นตอนการดาเนินงาน โดยผู้มีส่วน เกี่ยวข้อง  ครู ผู้ ส อนต้ อ งสร้ า งความตระหนั ก ให้ แ ก่ นั ก เรี ย น ซึ่ ง จะต้ อ งท างานตาม วัตถุประสงค์ ที่กาหนดไว้ พฤติกรรมการทางาน การร่วมมือ ต้องไม่ก่อให้นักเรียนเกิด ความทุกข์ใน การเรียน นั่นคือ นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการค้นคว้า ฝึกปฏิบัติตาม ความพร้อมของผู้เรียน  ผู้บริหารมีการกากับ นิเทศ ติดตาม ส่งเสริมสนับสนุน ให้ขวัญและกาลังใจ อย่างสม่าเสมอ การประชาสัมพันธ์ผลสาเร็จของการดาเนินงาน และการเผยแพร่  เผยแพร่ในสารสัมพันธ์ของโรงเรียน 9.2 ผลการตรวจสอบซ้าเพื่อการพัฒนาและปรับปรุง BP  แผ่นพับ • การจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านจะประสบผลสาเร็จแบบยั่งยืนได้ต้อง  ศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เปิดเวทีให้นักเรียนเติบโตในการเป็นผู้ดาเนิน การจัดกิจกรรมเองโดยใช้การทางานเป็น ทีม และมีครูเป็นที่ปรึกษาและให้กาลังใจอย่างใกล้ชิด • การเรียนรู้ที่ดีควรมีความยืดหยุ่น สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ และนามาปรับเปลี่ยนอย่าง เหมาะสม กับการเรียนวิชาภาษาไทยและสามารถนาประโยชน์ของการเรียนรู้ไปใช้ใน ชีวติ ประจาวันและดารงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข • การต่อยอดกิจกรรมโดยส่งเสริมให้นักเรียนทาหนังสือเล่มเล็ก จัดทาหนังสือ การพัฒนาคน ่มพัสาระการเรี ฒนางาน และพัยฒ น ส่งเสริมการอ่าน จัดทาโครงงานในกลุ นรูนาองค์ ้ต่างๆกรทีเป็่ยั่งนยืการกระตุ ้นให้


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

165

“เทคนิคการสอนภาษาไทยให้หลากหลายรสชาติ” กระทรวงศึก ษาธิ ก ารได้ ก าหนดการปฏิ รูปการศึ ก ษาในทศวรรษที่ ส อง (2552–2561) มุง่ เน้นให้นักเรียนเป็นคนดี และมีความสุข สพฐ.ก็ได้กาหนดนโยบาย รองรั บการพั ฒ นาคุณ ภาพผู้เรี ยนมีจุ ด เน้นในด้า นให้ มีค วามรู้ ความสามารถ และทักษะในทุกช่วงวัย การพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษไทยเป็นนโยบาย ของส านัก งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึก ษาธิ การ ตาม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2552 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มาตรา 47 โดยให้มีการประเมินคุณภาพผู้เรียนทุกระดับชั้น นอกจากนี้ หลั ก สู ต รแกนกลางการศึ ก ษาขั้ น พื้ น ฐานมุ่ ง พั ฒ นาผู้ เ รี ย นให้ มี คุ ณ ภาพตาม มาตรฐานการเรียนรู้ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสาคัญดังในสมรรถนะที่ 1 ความสามารถในการสื่อสาร และตามกลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน การศึกษาทุกระดับชั้นตามหลักสูตรและส่งเสริมความสามารถด้านเทคโนโลยีเพื่อ เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ และตามจุดเน้นข้อที่ 1 ผล สัมฤทธิ์ทางการเรียน 5 กลุ่ ม สาระวิชาหลัก เพิ่ม ขึ้นอย่า งน้อยร้ อ ยละ 5 ดั งนั้น จากเป้ า หมายดั ง กล่ า ว ข้างต้น จึงเป็นที่มาของการพัฒนาเทคนิคการสอนภาษาไทยให้หลากหลายรสชาติ ครัง้ นี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ ได้แก่  เพื่ อ การจั ด กิ จ กรรมการเรี ย นรู้ ใ นกลุ่ ม สาระการเรี ย นรู้ ภ าษาไทยให้ หลากหลาย น่ า สนใจและเพื่ อ กระตุ้ น เร้ า ใจผู้ เ รี ย นให้ เ กิ ด การเรี ย นรู้ ที่ สนุกสนาน ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ที่คงทน  เพื่อยกระดั บคุ ณภาพของนัก เรียนและผลสัมฤทธิ์ใ นกลุ่ม สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย

แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนาเทคนิค การสอนภาษาไทยให้หลากหลายรสชาติ แนวคิ ด หลั ก การ ทฤษฎี ที่ น ามาใช้ ใ นการพั ฒ นาเทคนิ ค การสอน ภาษาไทยให้หลากหลายรสชาติจากการเข้ารับการอบรมเรื่อง“เทคนิคการสอน ภาษาไทยอย่างไรให้หลากหลายรสชาติ ” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ทฤษฏีการสอนของ กาเย่ (Gangne) สถานการณ์ 9 ขั้นตอน ขั้นที่ 1. การกระตุ้นและดึงดูดความสนใจของผู้เรียน ขั้นที่ 2. แจ้งจุดมุ่งหมาย/วัตถุประสงค์แก่ผู้เรียน ขั้นที่ 3. สร้างสถานการณ์เพื่อดึงความรู้เดิม ขั้นที่ 4. เสนอบทเรียนเนื้อหาใหม่ ขั้นที่ 5. ชี้แนวทางการเรียนรู้ ขั้นที่ 6. การกระตุน้ ให้ผู้เรียนแสดงความสามารถและลงมือปฏิบัติ ขั้นที่ 7. การให้ขอ้ มูลย้อนกลับ เป็นการเสริมแรง ขั้นที่ 8. การประเมินผลการแสดงออกของผู้เรียน ขั้นที่ 9. สรุปและนาไปใช้ การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

นางอารมย์ บุญเรืองรอด ครู โรงเรียนบ้านหนองสองตอน โทรศัพท์ 089-8307180 E-mail : aaromrom@hotmail.com


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร

166

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ทฤษฏีการสอนที่มุ่งพัฒนาทั กษะการคิดขั้ นสูงของ Bloom ซึ่งได้ แยกระดับของ จุดประสงค์การเรียนรู้ไว้ 6 ระดับ ดังนี้ (1 ) ความรู้ ......รู้ (2) ความเข้าใจ.....เข้าใจ (3) การประยุกต์ใช้......ประยุกต์ (4) การวิเคราะห์.....วิเคราะห์ (5) การสังเคราะห์..... สร้างสรรค์ (6) การประเมินค่า.....ประเมิน แนวคิ ด ในการจั ด กิ จ กรรมจากแหล่ ง เรี ย นรู้ แ ละภู มิ ปั ญ ญาในท้ อ งถิ่ น และการใช้ เทคโนโลยีเพื่อให้เด็กนักเรียนเกิดความภาคภูมิใจในภูมปิ ัญญาและวัฒนธรรมของตน สามารถ ทาให้ เด็ ก ที่ จ บการศึก ษาออกไปมีส่ วนรั บผิ ด ชอบและมีค วามสร้ า งสรรค์สั ง ���มได้ และใน ปัจจุบันเป็นยุคของการสื่อสารด้วยเทคโนโลยีจึงต้องจัดให้นักเรียนมีความสารถในการเลือกใช้ เทคโนโลยีในด้านต่างๆอย่างถูกต้องเหมาะสมและมีคุณธรรม และหลักสูตรการศึกษาขั้น พื้นฐานตามสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน 5 ประการ

กระบวนการพัฒนาเทคนิคการสอนภาษาไทยให้หลากหลายรสชาติ กลุ่มเป้าหมายในการนาเทคนิคการสอนภาษาไทยให้หลากหลายรสชาติไปใช้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ปีการศึกษา 2552 – 2554 โดยมีขั้นตอนการดังต่อไปนี้ .... 1.

..

2.

..

3.

..

4.

...

5.

(8

)

...

6.

...

7.

...

8.

( (

/

/

)

/

/

)

...

9.

..

.

..

( (

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

)

)


การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สูก่ ารพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

การตรวจสอบคุณภาพ จากการใช้เทคนิคการสอนภาษาไทยให้หลากหลายรสชาติ ซึ่ง เป็ น นวั ต กรรมเกี่ ย วกั บศาสตร์ ก ารสอนที่ ข้ า พเจ้ า คิ ด ผสมผสานขึ้น มาและน ามาใช้ กั บ นั ก เรี ย นโดยมี ก ารปรั บ ปรุ ง และพั ฒ นาเพิ่ ม เติ ม มาเรื่ อ ยๆได้ มี ก ารตรวจสอบคุ ณ ภาพ ดังต่อไปนี้ 1) สอบถามนักเรียนเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งมีผลสรุปเป็นที่น่าพอใจทุก ครัง้ ที่จัดกิจกรรมโดยใช้เทคนิคนี้ 2) นักเรียนเขียนแสดงความรู้สกึ ต่อครูอารมย์ บุญเรืองรอด ในแฟ้มสะสมผลงาน 3) ผลจากการประกวดแข่ ง ขั น งานศิล ปหั ต ถกรรมนั ก เรี ย นระดั บศู น ย์เครือ ข่ า ยฯ ระดับเขตพื้นที่ ระดับจังหวัด ระดับภาค ระดับประเทศ 4) ผลการสอบปลายปีการศึกษาของนักเรียน 5) ผลสัมฤทธิ์การสอบ NT ., O-NET ของนักเรียน จากรายการดังกล่าวข้างต้นพบว่ามีผลอยู่ในเกณฑ์ดเี ป็นที่น่าพอใจและสูงขึ้นทุกปี แนวทางการนาเทคนิคการสอนภาษาไทยให้หลากหลายรสชาติไปใช้ประโยชน์ โดยนาไปจัด กิจกรรมการเรีย นรู้ ให้นั กเรีย นมีคุ ณลั กษณะอั นพึงประสงค์ และสมรรถนะพร้อ มทั้ งได้ มาตรฐานตรงตามตัวชี้วัดและส่งผลไปถึงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ที่สูงขึ้น เป็นต้นแบบให้ คณะครูได้มีวิธีการจัดกิจกรรมด้วยเทคนิคต่างๆ ที่หลากหลายและก่อประโยชน์อันสูงสุด สาหรับการจัดการศึกษา โรงเรียนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ เป็น Best Practice ขยายผล ออกไปสู่ชุมชนและโรงเรียนต่างๆ ได้นาไปเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

ผลสาเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาเทคนิคการสอนภาษาไทยให้หลากหลายรสชาติ  ผลสาเร็จเชิงปริมาณ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 (ปีการศึกษา 2552 – 2554) ได้เข้าร่วมการจัดกิจกรรมจากเทคนิคการสอนภาษาไทยให้หลากหลายรสชาติ คิด เป็น 99 % ( 1 % เป็นน.ร.ที่ขาดเรียน) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์การสอบ O – NET , NT สูงขึ้นคิดเป็น 100 % นักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนกิจกรรม ต่างๆ คิดเป็น 80 %  ผลสาเร็จเชิงคุณภาพ คณะครูและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 ของ โรงเรียนบ้านหนองสองตอนมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในกลุ่มสาระภาษาไทยให้มีการบูร ณาการกับสาระอื่น และมีความน่าสนใจ ก่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีมีคุณภาพเป็นกิจกรรมที่ กระตุ้น ให้ นั ก เรี ย นได้ มีส่ ว นร่ ว มลงมือ ปฏิบัติแ ละได้ เรี ย นรู้ จ ากแหล่ ง เรี ย นรู้ ภู มิปัญ ญา ท้ อ งถิ่ น และความเปลี่ ย นแปลงในยุ ค ปั จ จุ บั น ของการใช้ เ ทคโนโลยี ใ นการสื่ อ สาร ผลสัมฤทธิ์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของโรงเรียนทั้ ง O-NET , NT สูงขึ้น และ ภาพรวมของ O-NET ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 ทุกกลุ่มสาระเปรียบเทียบปี 2553 กับ ปี 2554 สูงขึ้น นักเรียนมีความรู้ความสามารถและกล้าแสดงออกได้เข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขัน เนื่องในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนทุกปีและมีผลการแข่งขันได้รับรางวั ลในระดับภาคและ ระดับประเทศ  ความพึงพอใจ คณะครู นักเรียนและผู้ปกครอง มีความพึงพอใจคิดเป็น 90 %

การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน

167


168

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การพัฒนาองค์กร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ปัจจัยที่ทาให้การพัฒนาเทคนิคการสอนภาษาไทยให้หลากหลายรสชาติ ประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย ในการจัดกิจกรรมก็ได้รับการสนับสนุนและร่วมมือจากบุคคลหลายฝ่ายซึ่งเป็นปัจจัยใน ความสาเร็จของ BP มีกลุ่มบุคคลดังต่อไปนี้ 1) ผู้บริหารให้การสนับสนุนและส่งเสริมการจัดกิจกรรมทั้งในด้านของการให้คาปรึกษา อานวยความสะดวกทุกรูปแบบ พร้อมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมด้วย 2) คณะครู(ทั้งในโรงเรียนและต่างโรงเรียน)ให้ความร่วมมือเป็นคณะทางานร่วมมือกัน วางแผนการจัดกิจกรรมและดาเนินงานจนกิจกรรมเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์ 3) ผู้ปกครองให้การสนับสนุนร่วมมือพร้อมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนด้วย 4) นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมด้วยความเต็มใจ สนุกสนาน และตื่นตัวตลอดเวลา 5) ชุมชนทั้งภาคเอกชนและภาครัฐให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมด้วยดีเสมอมาทั้ง ด้านงบประมาณ บุคลากรและสถานที่ กระบวนการตรวจสอบซ้าเพื่อการพัฒนาปรับปรุง จากการร่ ว มกั น จั ด กิ จ กรรมโดยใช้ เทคนิคการสอนภาษาไทยให้หลากหลายรสชาติ ของข้าพเจ้าได้มีการตรวจสอบซ้าดังนี้ จั ด