Issuu on Google+


คําถวายพระพร

พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว “ ภูมพิ ะละมะหาราชะวะรัสสะ ชะยะมังคะละวะระทานะคาถา ” ภูมิพะโล มะหาราชา เทว หิ วัสสะสะหัสสานิ ทวิตาีสุตตะราเนวะ ตัสมิง วัสเส มะหาปุญโญ ชินัสสะ สาสะเน สัทโธ ยะตีนิง สีละธารีนัง อะยัง ภัททะมะหาราชา เขมัญจะ สัมปะวัตเตติ เสฏโฐ เสฏฐันทะโท ราชา ยัตถะ อันธะตะมัง โหติ ตัตถะ ทัยยานะ ปชโชโต ตัสมา เสฏโฐ มะหาราชา ภิยโยโส ทัยยะวาสีนัง ระตะนัตตะยานุภาเวนะ ทีฆายุโก มะหาราชา พะลูเปโต อะนีโฆ จะ สัพเพ เทวานุโมทันตุ อะภิปาเลนตุ รักขันตุ

ภูปาโล ทะสะธัมมิโก ปญจัสสะตาธิกานิป ยัสม งิ โหนติ สุมงั คะเล ทวสิ ตั ตะตยาวุวฑั ฒะโก ปะสันโน พุทธะมามะโก โสปตถัมภะมะโม สะมัง วิทู รัฏฐะปะสาสะเน โสตถิญจะ รัฏฐะวาสินงั ทะทะมาโนอะภิกขะณัง ทีปะโท วิยะ จักขุโท สะมุปปาเทติ ผาสุกัง ทัยยินโท ธัมมะขัตติโย จิรัง โหติ อะติปปโย กะตะปุญญานะเตชะสา วัณณะวา จะ สุเขธิโต อะโรโค โหตุ นิพภะโย เตชะวันโต ยะสัสสิโน อิมงั ภูมพิ ะลัง สะทาติฯ


พระครูสังฆกิจจารักษ ธมฺมธีโร ป. (สม สุทธคํา)


คํานํา “การใหธรรมเปนทาน ยอมชนะการใหทง้ั ปวง” การสวดมนตอธิษฐาน และพลังแหงการอธิษฐานนัน้ จะทําใหเกิด สันติสุขได ยิ่งถาไดมีการสวดมนตอธิษฐานจิตรวมกันหลายๆ คน พรอมๆ กันดวย ก็จะยิง่ มีพลังแหงการอธิษฐานมากกวาทีจ่ ะทําไปโดย ลําพังคนเดียวหรือทําคนละที เปรียบเหมือนการออกแรงกายทําอะไร สักอยาง ถาไดชว ยกันออกแรงหลายคนพรอมๆ กัน ก็จะมีพลังมากกวา การออกแรงคนเดียว อย า งไรก็ ต ามการสวดมนต อ ธิ ษ ฐานจิ ต ย อ มส ง ผลไปไกล กวานัน้ ออกไปอีก กลาวคือ นอกจากจะไดจติ ทีม่ พี ลังแลวในการรวม อธิษฐานจิตนัน้ เองยังสงผลใหผรู ว มอธิษฐานมีความผูกพันทางจิตใจ เขาดวยกัน และสงกระแสจิตไปผูกพันอยูก บั สิง่ ทีด่ งี ามอันกระแสจิตนัน้ ย อ มแผ อ อกไปได ไ ม มี ข อบเขตจํากัดถาเปนกระแสจิตที่ดีท่สี ะอาด ก็จะไปสูก ระแสจิตที่มีลักษณะเดียวกันนี่เปนเหตุผลที่วา ทําไมคนดี มักพบแตคนดีดว ยกันหรือคนทีม่ นี สิ ยั ใจคออยางไรมักชอบคบคากับ คนที่มีนิสัยใจคอเปนเชนเดียวกัน “อยูใหคนเขารัก จากไปใหคนเขาอาลัย ลวงลับไปใหคน เอยอางถึง” อยูใ หคนรัก คือ อยูอยางผูให จากไปใหคนอาลัย คือ กอนจากสรางสรรคแตสิ่งที่มีคุณคา ลวงลับไปใหคนระลึกถึง คือ เวลามีชีวิตทําแตคุณงามความดี จนเปนที่จดจํา ครอบครัว สุทธคํา


คําบูชาพระรัตนตรัย โยโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ โยโส สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ โยโส สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ

คํามนัสการพระรัตนตรัย อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ 1 หน) สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ 1 หน) สุปะฎิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆังนะ มามิ (กราบ 1 หน) ๓


คํามนัสการพระพุทธเจา นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะฯ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะฯ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะฯ

คํามนัสการไตรสรณคมน พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมป พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมป ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมป สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมป พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมป ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมป สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ๔


คํามนัสการ

พระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ อิ ติ ป โส ภะคะวา อะระหั ง สั ม มาสั ม พุ ท โธ วิชชาจะระณะ สัมปนโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุ ริ ส ะทั ม มะ สาระถิ สั ต ถา เทวะมะนุ ส สานั ง พุทโธ ภะคะวาติ สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปส สิโก โอปะนะยิโก ปจจัตตัง เวทิตพั โพ วิญูหตี ิ สุ ป ะฏิ ป น โน ภะคะวะโต สาวะกะสั ง โฆ อุชปุ ะฏิปน โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฎิ ปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทงั จัตตาริ ปุรสิ ะยุคานิ อัฏฐะ ปุรสิ ะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลี กะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ


คาถาชุมนุมเทวดา สะรัชชัง สะเสนัง สะพันธุง นะรินทัง ปะริตตานุภาโว สะทา รักขะตูติ ผะริตวานะ เมตตั ง สะเมตตา ภะทั น ตา อะวิ ก ขิ ต ตะจิ ต ตา ปะริตตัง ภะณันตุ สัคเค กาเม จะรูเป คิริสิขะระตะเฏ จันตะลิกเข วิมาเน ทีเป รัฏเฐ จะ คาเม ตะรุวะนะคะหะเน เคหะ วัตถุมหิ เขตเต ภุมมา จายันตุ เทวา ชะละถะละ วิสะเม ยักขะคันธัพพะนาคา ติฏฐันตา สันติเกยัง มุนิวะระวะ จะนัง สาธะโว เม สุณันตุฯ ธัมมัสสะวะ นะกาโล อะยัมภะทันตา ธัมมัสสะวะ นะกาโล อะยัมภะทันตา ธัมมัสสะวะ นะกาโล อะยัมภะทันตา ๖


ยอดพระกัณฑไตรปฎก ตนฉบับเดิมเปดกรุไดที่เมืองสวรรคโลก จารเปนอักษรขอม จารึ ก ไว ใ นใบลาน โบราณาจารย จึ ง ได แ ปลเป น อั ก ษรไทย หลวงธรรมาธิกรณ (พระภิกษุแสง) ไดมาแตพระแทนศิลาอาสน มณฑลพิษณุโลก อานิสงสการสวดและภาวนา ผูใดไดสวดพระพุทธมนตอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ทุกค่ํา เชาแลว เป น การบู ช ารํ า ลึ ก ถึ ง พระพุ ท ธเจ า อั น เป น บ อ เกิ ด มหาเตชั ง มีเดชมาก มหานุภานัง มีอานุภาพมาก และมีลาภยศ สุขสรรเสริญ ปราศจากโรคภั ย อุ ป ท วั น ตราย และความพิ น าศทั้ ง ปวง ตลอดทั้ ง หมู ม ารร า ย และศั ต รู คู อ าฆาตไม อ าจแผ ว พานได ผู นั้ น จะไม ต กไปอยู ใ นอบายภู มิ แม ไ ด บู ช าไว กั บ บ า นเรื อ น ก็ ป อ งกั น อั น ตรายต า งๆได จะภาวนาพระคาถาอื่ น ๆ สัก ๑๐๐ ป อานิสงสก็ไมสูงเทาภาวนาพระคาถานี้สักครั้งหนึ่ง ถึงแมนวา อินทร พรหม ยม ยักษ ที่มีอิทธิฤทธิ์ จะเนรมิต แผนอิฐเปนทองคํา กอเปนพระเจดีย สูงตัง้ แตมนุษย โลก สูงขึน้ ไป ถึงพรหมโลก อานิสงส ก็ยงั ไมเทาภาวนายอดพระกัณฑไตรปฎกนี้ ยอดพระกัณฑไตรปฎกนี้ ถาผูใดบริจาคทรัพยสรางถวาย พระภิกษุสงฆ สามเณร ญาติ-มิตรสหาย หรือสวดจนครบ ๗ วัน ครบ อายุปจ จุบนั ของตน จะบังเกิดโชคลาภทํามาคาขายเจริญรุง เรือง จะพนเคราะห ปราศจากทุกขโศกโรคภัยและภัยพิบัติทั้งปวง ฯ


พิธีไหวพระ และการสวดยอดพระกัณฑไตรปฎก กอนสวด ควรอาบน้ําชําระรางกายใหสะอาด นุงหมให เรี ย บร อ ย นั่ ง สงบด ว ยความสํ า รวมกาย ใจ ตั้ ง จิ ต ต อ หน า พระพุทธรูป ตั้งจิตใหแนวแน เพงตรงยังพระพุทธรูป ระลึกถึง พระรั ต นตรั ย แล ว ค อ ยกราบ ๓ หน สงบจิ ต ระลึ ก ถึ ง พระคุ ณ บิ ด ามารดา ซึ่ ง เป น พระอรหั น ต ข องบุ ต ร จากนั้ น ก็ จุ ด เที ย นบู ช า ให จุ ด เที ย นเล ม ขวา ของพระพุ ท ธรู ป ก อ น แลวจุดเทียนเลมซาย จากนั้นก็ จุดธูป ๓ ดอก กายสงบนิ่ง ใจนิ่ง เอาจิตนึกมโนภาพ ใหเห็นพระพุทธองค ทรงมาประทับ เปนประธาน เบื้องหนาเรา พึงนั่งคุกเขาประนมมือตั้งใจบูชาพระรัตนตรัย นมัสการ พระรัตนตรัยกอน นมัสการพระพุทธเจา และมนัสการ พระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ แลวจึงเจริญภาวนาพระคาถายอดพระกัณฑ ไตรปฎก สิ่ ง สํ า คั ญ การเจริ ญ ภาวนาทุ ก ครั้ ง ต อ งอยู ใ นสถานที่ อันสมควร และขอใหทําจิตตั้งมั่นในบ���สวดมนต จะมีเทพยดา อารักษ ทัง้ หลายมารวมอนุโมทนาสาธุการดวย ขออยาทําเปนเลน จะเกิดโทษแกตนเอง


ยอดพระกัณฑไตรปฎก (ตนฉบับเดิม)

๑. อิติป โส ภะคะวา อะระหัง วะตะ โส ภะคะวา. อิ ติ ป โ ส ภ ะ ค ะ ว า สั ม ม า สั ม พุ ท โ ธ ว ะ ต ะ โ ส ภะคะวา. อิ ติ ป โส ภะคะวา วิ ช ชาจะระณะสั ม ป น โน วะตะโส ภะคะวา. อิติป โส ภะคะวา สุคะโต วะตะ โส ภะคะวา. อิ ติ ป โส ภะคะวา โลกะวิ ทู วะตะ โส ภะคะวา. อะระหันตัง สะระณัง คัจฉามิ. อะระหันตัง สิระสา นะมามิ. สัมมาสัมพุทธัง สะระณัง คัจฉามิ. สัมมาสัมพุทธัง สิระสา นะมามิ. วิชชาจะระณะสัมปนนัง สะระณัง คัจฉามิ. วิชชาจะระณะสัมปนนัง สิระสา นะมามิ. สุคะตัง สะระณัง คัจฉามิ. สุคะตัง สิระสา นะมามิ. โลกะวิทัง สะระณัง คัจฉามิ. โลกะวิทัง สิระสา นะมามิ.


๒. อิติป โส ภะคะวา อะนุตตะโร วะตะ โส ภะคะวา. อิ ติ ป โส ภะคะวา ปุ ริ ส ะทั ม มะสาระถิ วะตะ โส ภะคะวา. อิ ติ ป โส ภะคะวา สั ต ถา เทวะมะนุ ส สานั ง วะตะ โส ภะคะวา. อิติป โส ภะคะวา พุทโธ วะตะ โส ภะคะวา. อะนุตตะรัง สะระณัง คัจฉามิ. อะนุตตะรัง สิระสา นะมามิ. ปุริสะทัมมะสาระถิ สะระณัง คัจฉามิ. ปุริสะทัมมะสาระถิ สิระสา นะมามิ. สัตถา เทวะมะนุสสานัง สะระณัง คัจฉามิ. สัตถา เทวะมะนุสสานัง สิระสา นะมามิ. พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ. พุทธัง สิระสา นะมามิ. อิติป โส ภะคะวาฯ ๓. อิ ติ ป โส ภะคะวา รู ป ะขั น โธ อะนิ จ จะลั ก ขะณะปาระมิ จะ สัมปนโน. อิ ติ ป โส ภะคะวา เวทะนาขั น โธ อะนิ จ จะลั ก ขะณะปาระมิ จะ สัมปนโน.

๑๐


อิ ติ ป โส ภะคะวา สั ญ ญาขั น โธ อะนิ จ จะลั ก ขะณะ ปาระมิ จะ สัมปนโน. อิ ติ ป โส ภะคะวา สั ง ขาระขั น โธ อะนิ จ จะลั ก ขะณะปารมิ จะ สัมปนโน. อิติป โส ภะคะวา วิญญาณะขันโธ อะนิจจะลักขะณะปาระมิ จะสัมปนโน. ๔. อิ ติ ป โ ส ภ ะ ค ะ ว า ป ะ ฐ ะ วี ธ า ตุ ส ะ ม า ธิ ญ า ณ ะ สัมปนโน. อิ ติ ป โส ภะคะวา อาโปธาตุ ส ะมาธิ ญ าณะสั ม ป น โน. อิ ติ ป โส ภะคะวา เตโชธาตุ ส ะมาธิ ญ าณะสั ม ป น โน. อิ ติ ป โส ภะคะวา วาโยธาตุ ส ะมาธิ ญ าณะสั ม ป น โน. อิ ติ ป โส ภะคะวา อากาสะธาตุ ส ะมาธิ ญ าณะสัมปนโน. อิ ติ ป โ ส ภะคะวา วิ ญ ญาณะธาตุ ส ะมาธิ ญ าณะสัมปนโน. อิ ติ ป โส ภะคะวา จั ก กะวาฬะธาตุ ส ะมาธิ ญ าณะสัมปนโน. ๕. อิ ติ ป โส ภะคะวา จาตุ ม มะหาราชิ ก าธาตุ ส ะมาธิ -

๑๑


ญาณะสัมปนโน. อิติป โส ภะคะวา ตาวะติงสาธาตุสะมาธิญาณะสัมปนโน. อิติป โส ภะคะวา ยามาธาตุสะมาธิญาณะสัมปนโน. อิติป โส ภะคะวา ตุสิตาธาตุสะมาธิญาณะสัมปนโน. อิ ติ ป โส ภะคะวา นิ ม มานะระตี ธ าตุ ส ะมาธิ ญ าณะสัมปนโน. อิ ติ ป โส ภะคะวา ปะระนิ ม มิ ต ะวะสะวั ต ตี ธ าตุ สะมาธิญาณะสัมปนโน. อิ ติ ป โส ภะคะวา กามาวะจะระธาตุ ส ะมาธิ ญ าณะสัมปนโน. อิติป โส ภะคะวา รูปาวะจะระธาตุสะมาธิญาณะ-สัมปนโน. อิ ติ ป โส ภะคะวา อะรู ป าวะจะระธาตุ ส ะมาธิ ญ าณะสัมปนโน. อิ ติ ป โส ภะคะวา โลกุ ต ตะระธาตุ ส ะมาธิ ญ าณะสัมปนโน. ๖. อิ ติ ป โส ภะคะวา ปะฐะมะฌานะธาตุ ส ะมาธิ ญ าณะสัมปนโน. อิ ติ ป โส ภะคะวา ทุ ติ ย ะฌานะธาตุ ส ะมาธิ ญ าณะสัมปนโน.

๑๒


อิ ติ ป โส ภะคะวา ตะติ ย ะฌานะธาตุ ส ะมาธิ ญ าณะสัมปนโน. อิ ติ ป โส ภะคะวา จะตุ ต ถะฌานะธาตุ ส ะมาธิ ญ าณะสัมปนโน. อิ ติ ป โส ภะคะวา ป ญ จะมะฌานะธาตุ ส ะมาธิ ญ าณะสัมปนโน. ๗. อิ ติ ป โส ภะคะวา อากาสานั ญ จายะตะนะธาตุ สะมาธิญาณะสัมปนโน. อิติป โส ภะคะวา วิญญานัญจายะตะนะธาตุสะมาธิญาณ ะสัมปนโน. อิติป โส ภะคะวา อากิญจัญญายะตะนะธาตุสะมาธิญาณ ะสัมปนโน. อิ ติ ป โส ภะคะวา เนวะสั ญ ญานาสั ญ ญายะตะนะธาตุ สะมาธิญาณะสัมปนโน. ๘. อิ ติ ป โส ภะคะวา โสตาป ต ติ มั ค คะธาตุ ส ะมาธิ ญ าณะสัมปนโน. อิติป โส ภะคะวา สะกิทาคามิมัคคะธาตุสะมาธิ-ญาณะสัม ปนโน.

๑๓


อิ ติ ป โส ภะคะวา อะนาคามิ มั ค คะธาตุ ส ะมาธิ ญ าณะสัมปนโน. อิติป โส ภะคะวา อะระหัตตะมัคคะธาตุสะมาธิ-ญาณะสัม ปนโน. อิ ติ ป โส ภะคะวา โสตาป ต ติ ผ ะละธาตุ ส ะมาธิ ญ าณะสัมปนโน. อิติป โส ภะคะวา สะกิทาคามิผะละธาตุสะมาธิญาณะสัมปนโน. อิ ติ ป โส ภะคะวา อะนาคามิ ผ ะละธาตุ ส ะมาธิ ญ าณะสัมปนโน. อิติป โส ภะคะวา อะระหัตตะผะละธาตุสะมาธิญาณะสัมปนโน. ๙. กุสะลา ธัมมา อิติป โส ภะคะวา อะอา ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณั ง คั จ ฉามิ ชั ม ภู ที ป ญ จะ อิ ส สะโร กุ ส ะลา ธัมมา นะโม พุทธายะ นะโม ธัมมายะ นะโม สังฆายะ ปญจะ พุทธา นะมามิหัง อา ปา มะ จุ ปะ,ที มะ สัง อัง ขุ, สัง วิ ธา ปุ กะ ยะ ปะ, อุปะสะชะ-สะเห ปาสายะโสฯ โส โส สะ สะ อะ อะ อะ อะ นิ เต ชะ สุ เน มะ ภู จะ นา วิ เว, อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ, อิสะวาสุ, สุสะวาอิ กุสะลา

๑๔


ธัมมา จิตติวิอัตถิ. ๑๐. อิติป โส ภะคะวา อะระหัง อะอา ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ สาโพธิปญจะ อิสสะโร ธัมมา. กุ ส ะลา ธั ม มา นั น ทะวิ วั ง โก อิ ติ สั ม มาสั ม พุ ท โธ สุคะลาโน ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ. จาตุ ม มะหาราชิ ก า อิ ส สะโร กุ ส ะลา ธั ม มา อิ ติ วิ ช ช า จ ะ ร ะ ณ ะ สั ม ป น โ น อุ อุ ย า ว ะ ชี วั ง พุ ท ธั ง สะระณัง คัจฉามิ. ตาวะติงสา อิสสะโร กุสะลา ธัมมา นันทะ ปญจะ สุ ค ะโต โลกะวิ ทู มะหาเอโอ ยาวะชี วั ง พุ ท ธั ง สะระณัง คัจฉามิ. ยามา อิสสะโร กุสะลา ธัมมา พรหมาสัททะ ปญจะสัตตะ สัตตาปาระมี อะนุตตะโร ยะมะกะขะ- ยาวะชีวัง พุทธัง สะ ระณัง คัจฉามิ. ตุ สิ ต า อิ ส สะโร กุ ส ะลา ธั ม มา ปุ ย ะปะกะ ปุ ริ ส ะทัมมะสาระถิ ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ. นิ ม มานะระตี อิ ส สะโร กุ ส ะลา ธั ม มา เหตุ โ ปวะ สั ต ถา เทวะมะนุ ส สานั ง ตะถา ยาวะชี วั ง พุ ท ธั ง สะระณัง คัจฉามิ.

๑๕


ปะระนิมมิตะวะสะวัตตี อิสสะโร กุสะลา ธัมมา สังขาระ ขันโธ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ พุทธะปะผะ ยา วะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ พรัหมา อิสสะโร กุสะลา ธัมมา นัตถิปจ จะยา วินะปญจะ ภะคะวะตา ยาวะ นิพพานัง สะระณัง คัจฉามิ. ๑๑. นะโม พุ ท ธั ส สะ นะโม ธั ม มั ส สะ นะโม สั ง ฆั ส สะ พุ ท ธิ ล าโภกะลา กะระกะนา เอเตนะ สั จ เจนะ สุ วั ต ถิ โหนตุ หุลู หุลู หุลู สะวาหายะ. นะโม พุ ท ธั ส สะ นะโม ธั ม มั ส สะ นะโม สั ง ฆั ส สะ วิตติ วิตติ วิตติ มิตติ มิตติ มิตติ จิตติ จิตติ วัตติ วัตติ มะยะสุ สุวัตถิ โหนตุ หุลู หุลู หุลู สะวาหายะ. อิ น ทะสาวั ง มะหาอิ น ทะสาวั ง พรหมะสาวั ง มะหา พรั ห มะสาวั ง จั ก กะวั ต ติ ส าวั ง มะหาจั ก กะวั ต ติ ส าวั ง เทวาสาวั ง มะหาเทวาสาวั ง อิ สี ส าวั ง มะหาอิ สี ส าวั ง มุ นี ส าวั ง มหามุ นี ส าวั ง สั ป ปุ ริ ส ะสาวั ง มหาสั ป ปุ ริ ส ะสาวั ง พุ ท ธะสาวั ง ป จ เจกะพุ ท ธะสาวั ง อะระหั ต ตะสาวั ง สั พ พะสิ ท ธิ วิ ช ชาธะรานั ง สาวั ง สั พ พะโลกา อิ ริ ย านั ง สาวั ง เอเตนะ สั จ เจนะ สุ วั ต ถิ โหนตุ . สาวั ง คุณัง วะชะ พะลัง เตชัง วิริยัง สิทธิกัมมัง ธัมมัง สัจจัง

๑๖


นิพพานัง โมกขัง คุยหะกัง ทานัง สีลงั ปญญา นิกขัง ปุญญัง ภาคะยัง ยะสัง ตัปปง สุขัง สิริ รูปง จะตุวีสะติเทสะนัง เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหนตุ หุลู หุลู หุลู สะวาหายะ ฯ ๑๒. นะโม พุทธัสสะ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะ นาขันโธ สัญญาขันโธ สังขาระขันโธ วิญญา-ณะขันโธ นะโม อิติปโส ภะคะวา. นะโม ธัมมัสสะ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะนา ขันโธ สัญญาขันโธ สังขาระขันโธ วิญญา-ณะขันโธ นะโม สฺ วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม. นะโม สังฆัสสะ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะนา ขันโธ สัญญาขันโธ สังขาระขันโธ วิญญาณะขันโธ นะโม สุ ปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ วาหะปะริตตัง. นะโมพุ ท ธายะ มะอะอุ ทุ ก ขั ง อะนิ จ จั ง อะนั ต ตา ยาวะตั ส สะ หาโยโมนะ อุ อ ะมะ ทุ ก ขั ง อะนิ จ จั ง อะนั ต ตา อุ อ ะมะอะ วั น ทา นะโม พุ ท ธายะ นะอะ กะติ นิ ส ะระณะ อาระปะขุ ท ธั ง มะอะอุ ทุ ก ขั ง อะนิจจัง อะนัตตา ฯ วิปสสิต สัพพะทุกขา สัพพะภะยา สัพพะโรคา วินาสสันตุ

๑๗


คํากรวดน้ํา

ของยอดพระกัณฑไตรปฎก อิมนิ า ปุญญะกัมเมนะ ดวยเดชะผลบุญแหงขาพเจาไดสราง และสวดยอดพระกัณฑไตรปฎกนี้ ขอใหค้ําชู อุดหนุนคุณบิดา มารดา พระมหากษัตริย ผูม พี ระคุณ ญาติกา ครูอปุ ช ฌาย อาจารย เจากรรมนายเวร และมิตรรักสนิท เพื่อนสรรพสัตวนอยใหญ พระภูมเิ จาที่ เจากรุงพาลี แมพระธรณี แมพระคงคา แมพระโพสพ พญายมราช นายนิริยบาล ทาวจตุโลกบาลทั้งสี่ ศิริคุตอํามาตย ชั้นจาตุมมะหาราชิกาเบื้องบนสูงสุดจนถึงภวัคคะพรหม และ เบื้องลางต่ําสุด ตั้งแตโลกันตมหานรก และอเวจีขึ้นมาจนถึง โลกมนุษย สุดรอบขอบจักรวาล อนันตจักรวาล คุณพระศรีรตั นตรัย และเทพยดาทัง้ หลาย ตลอดทัง้ อินทร พรหม ยม ยักษ คนธรรพ นาคา พระเพลิง พระพาย พระพิรณ ุ ทานทัง้ หลายทีต่ อ งทุกขขอให พ น ทุ ก ข ท า นทั้ ง หลายที่ ไ ด สุ ข ขอให ไ ด สุ ข ยิ่ ง ขึ้ น ๆ ไป ดวยเดชะผลบุญแหงขาพเจาอุทศิ ใหไปนี้ จงเปนอุปนิสยั ปจจัยให ถึงพระนิพพานในปจจุบนั และอนาคตกาลเบือ้ งหนาโนนเทอญ ฯ พุทธัง อะนันตัง ธัมมังจักกะวาลัง สังฆัง นิพพานะปจจะโย โหนตุ

๑๘


พระคาถาชินบัญชร

สมเด็จพระพุฒาจารย (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร การเริ่มตนและวิธีสวด การเริ่มตนสวดภาวนาใหหาวันดีคือ วันพฤหัสบดีเปนวัน เริ่มตน โดยนอมนําดอกไม ธูปเทียนถวายบูชาคุณพระรัตนตรัย และดวงพระวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของเจาประคุณสมเด็จ ฯ อานุภาพแหงพระคาถาชินบัญชร ผู ใ ดได ส วดภาวนาพระคาถาชิ น บั ญ ชรนี้ เป น ประจํ า อยู สม่าํ เสมอ จะทําใหเกิดความสิรมิ งคลสมบูรณพนู ผล ศัตรูหมูพ าล ไมกลํา้ กราย ไปทางใด ยอมเกิดเมตตามหานิยม เกิดลาภผลพูนทวี ขจัดภัยจากภูตผีปศ าจ ตลอดจนคุณไสยตาง ๆ ทําน้าํ มนตรดแก วิกลจริตแกสรรพโรคภัยหายสิ้น เปนสิริมงคลแกชีวิต มีคุณานุ ภาพตามแตจะปรารถนา ดังคําโบราณวา "ฝอยทวมหลังชาง" จะเดินทางไปทีใ่ ด ๆ สวด ๑๐ จบ แลวอธิษฐานจะสําเร็จสมดังใจ ตัง้ นะโม 3 จบ และนอมจิตระลึกถึงคุณพระคุณสมเด็จโต ดวยคําบูชาดังนี้ ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง อัตถิกาเยกายะ ญายะ เทวานังปยะตังสุตตะวา อิติปโสภะคะวา ยะมะราชาโน ทาวเวสสุวัณโณ มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ

๑๙


๑. ชะยาสะนาคะตา พุทธา เชตะวา มารัง สะวาหะนัง จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปวิงสุ นะราสะภา ๒. ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา สั พ เพ ปะติ ฏ ฐิ ต า มั ย หั ง มั ต ถะเก เต มุ นิ ส สะรา. ๓. สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร. ๔. หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะ ทักขิเณ โกณฑัญโญ ปฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะวามะเก. ๕. ทักขิเณสะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะราหุโล กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก. ๖. เกสะโต ปฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร นิสินโน สิริสัมปนโน โสภิโต มุนิปุงคะโว. ๗. กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก โส มัยหัง วะทะเนนัจจัง ปะติฏฐาสิ คุณากะโร. ๘.ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ อุปาลี นันทะสีวะลี เถรา ปญจะ อิเม ชาตา นะลาเฏ ตีละกา มะมะ. ๙. เสสาสี ติ มะหาเถรา วิ ชิ ต า ชิ น ะสาวะกา เอตาสี ติ มะหาเถรา ชิ ต ะวั น โต ชิ โ นระสา ชะลันตา สีละเต เชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา. ๒๐


๑๐. ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะสุตตะกัง ธะชัคคัง ปจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง. ๑๑. ขันทะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะสุตตะกัง อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา. ๑๒. ชินาณา วะระสังยุตตา สัตตะปาการะลังกะตา วาตะปตตาทิสัญชาตา พาหิรัชณัตตุปททะวา. ๑๓. อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะเตชะสา วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปญชะเร. ๑๔. ชินะปญชะระมัชณัมหิ วิหะรันตัง มะฮีตะเล สะทา ปาเลน ตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุรสิ าสะภา. ๑๕. อิจเจวะมันโต สุคุโต สุรักโข ชินานุภาเวนะ ชิตูปททะโว ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชินะปญชะเรติ.

๒๑


พุทธะมังคะละคาถา ของสมเด็จพระพุฒาจารย (โต พรฺหมรังสี)

สัมพุทโธ ทิปะทัง เสฏโฐ โกณทัญโญ ปุพพะภาเค จะ สารีปุตโต จะ ทักขิเณ ปจฉิเมป จะ อานันโท โมคคัลลาโน จะ อุตตะเร อิเม โข มังคะลา พุทธา วันทิตา เต จะ อัมเหหิ เอเตสัง อานุภาเวนะ

นิสนิ โน เจวะ มัชฌิเม อาคเณยเยจะกัสสะโป หะระติเย อุปาลิ จะ พายัพเพ จะ ควัมปะติ อีสาเนป จะ ราหุโล สัพเพ อิธะ ปะติฏฐิตา สักกาเรหิ จะ ปูชิตา สัพพะโสตถี ภะวันตุ โน

อิจเจวะมัจจันตะนะมัสสะเนยยัง นะมัสสะมาโน ระตะนัตตะยังยัง ปุญญาภิสันทัง วิปุลัง อะลัตถัง ตัสสานุภาเวนะ หะตันตะราโย

๒๒


คาถาเสริมสราง ทางสวรรคนิพพาน

ของสมเด็จพระพุฒาจารย (โต พรฺหมรํสี) หมั่นบริจาคทาน รักษาศีล ปฏิบัติภาวนา และ ระลึกถึง พุทธะ พุทธา พุทเธ พุทโธ พุทธัง อะระหัง พุทโธ อิติป โส ภะคะวา นะโม พุทธายะ จะทําใหทานมีความสุข - อายุยืน - นิพพาน

คําไหวบูชา ครูบาศรีวิชัย ตั้งนะโม 3 จบ อะยัง วุจจะติ สิริวิชะโย นามะ มหาเถโร อุตตะ มะสีโล นะระเทเวหิ ปูชิโต โส ระโห ปจจะยาทีนัง มะหะลาภา ภะวันตุ เม อะหัง วันทามิ สัพพะทา อะหัง วันทามิ สิระสา อะหัง วันทามิ สัพพะโส สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิฯ ๒๓


ปาระมี ๓๐ ทัศ (แบบครูบาศรีวชิ ยั )

๑. ทานะ ปาระมี สัมปนโน, ทานะ อุปะปาระมี สัมปนโน, ทานะ ปะระมัตถะปาระมี สัมปนโน, เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมี สัมปนโน, อิติป โส ภะคะวา. ๒. สีละ ปาระมี สัมปนโน, สีละ อุปะปาระมี สัมปนโน, สีละ ปะระมัตถะ ปาะรมี สัมปนโน, เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทติ า อุเปกขา ปาระมีสมั ปนโน, อิตปิ  โส ภะคะวา. ๓. เนกขัมมะ ปาระมี สัมปนโน, เนกขัมมะ อุปะ ปาระมี สัมปนโน, เนกขัมมะ ปะระมัตถะปาระมี สัมปนโน, เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมี สัมปนโน, อิติป โส ภะคะวา. ๔. ปญญา ปาระมี สัมปนโน, ปญญา อุปะปาระมี สัมปนโน, ปญญา ปะระมัตถะปาระมี สัมปนโน, เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมี สัมปนโน, อิติป โส ภะคะวา.

๒๔


๕. วิริยะ ปาระมี สัมปนโน, วิริยะ อุปะปาระมี สัมปนโน, วิรยิ ะ ปะระมัตถะ ปาระมี สัมปนโน, เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปนโน, อิติป โส ภะคะวา ๖. ขันตี ปาระมี สัมปนโน, ขันตี อุปะปารมี สัมปนโน, ขันตี ปะระมัตถะ ปารมี สัมปนโนเมตตา ไมตรี กะรุณา มุทติ า อุเปกขา ปาระมีสมั ปนโน, อิตปิ  โส ภะคะวา. ๗.สัจจะ ปาระมี สัมปนโน, สัจจะ อุปะปาระมี สัมปนโน, สัจจะ ปะระมัตถะ ปาระมี สัมปนโน, เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมี สัมปนโน, อิติป โส ภะคะวา. ๘. อะธิฏฐานะ ปาระมี สัมปนโน, อะธิฏฐานะ อุปะปาระมี สัมปนโน, อะธิฏฐานะ ปะระมัตถะปาระมี สัมปนโน, เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขาปาระมีสัมปนโน, อิติป โส ภะคะวา. ๙. เมตตา ปาระมี สัมปนโน, เมตตา อุปะปาระมี สัมปนโน, เมตตา ปะระมัตถะปาระมี สัมปนโน, เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปนโน, อิติป โส ภะคะวา. ๒๕


๑๐.อุเปกขา ปาระมี สัมปนโน, อุเปกขา อุปะปาระมี สัมปนโน, อุเปกขา ปะระมัตถะปาระมี สัมปนโน, เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมี สัมปนโน, อิติป โส ภะคะวา. ทะสะ ปาระมี สัมปนโน, ทะสะ อุปะปาระมี สัมปนโน, ทะสะ ปะระมัตถะปาระมี สัมปนโน, เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมี สัมปนโน, อิติป โส ภะคะวา. พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ นะมามิหัง ปาระมี ๓๐ ทัศ นี้ ไดแก ทานะ สีละ เนกขัม มะ ปญญา วิรยิ ะ ขันตี สัจจะ อะธิฏฐานะ เมตตา และ อุเปกขา ปาระมี รวมเปน ๑๐ อยาง แตละ อยาง มี ๓ ขัน้ หรือ ๓ ทัศ ไดแกการบําเพ็ญบารมีขนั้ ธรรมดา (ปาระมี) ขัน้ กลาง (อุปะปาระมี) และขัน้ สูง (ปะระมัตถะปาระมี) รวมเปน ๓๐ ทัศ บทสรุปตอนทายเปน ทะสะ ปาระมี ซึง่ หมายถึงปาระมี ทั้ง ๑๐ อยางขางบนนั่นเอง. ๒๖


คําอธิฐานกอนภาวนา ภันเต ขาแดพระแกวเจา 5 จําพวก บัดนี้ผูขา ขอเจริญภาวะนา พุทธา นุสสะติ กัมมัฎฐานภาวะนา วิปสสะนาภาวะนา ขอเอาปติ อุปะจาระ อัปปนนา สมาธิ ธรรมเจาดวงประเสริฐ มีปญ  ญาญาณ มาบังเกิด ในตั ว จิ ต ใจ ของข า พระเจ า ในอะริ ย ะป า ทะ อันขาพระเจา นั่งภาวะนานี้ อิมัง ภาวะนากั๋มมัง อะธิษฐามิ (กลาว 3 ครั้ง) " นั่งสมาธิ 9 นาที (หรือจะนานกวานี้ก็ได) "

คํากลาวปงภาวะนา สาธุ สาธุ ขาพระเจา ภาวะนา พุทธานุสสะติ กัมมัฎฐานเจา ดวงประเสริฐประมาณเทานีแ้ ลว ขอ สมมายกไว เหนือกระหมอมจอมหัว แหงขาพระเจา กอนแล อิมัง ภาวะนากั๋มมัง ปจจุททรามิ (กลาว 3 ครั้ง) ๒๗


พระคาถา ถวายพรพระ (คาถาพาหุง)

พาหุง สะหัสสะมะภินมิ มิตะสาวุธนั ตัง ครีเมขะลัง อุทติ ะโฆระสะเสนะมารัง ทานาทิธมั มะวิธนิ า ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคลานิฯ มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง โฆรัมปะ นาฬะวะกะ มักขะมะถัทธะยักขัง ขันตีสทุ นั ตะวิธนิ า ชิ ตะวา มุนนิ โท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ นาฬาคิรงิ คะชะวะรัง อะติมตั ตะภูตงั ทาวัคคิจกั กะ มะสะนีวะ สุทารุณนั ตัง เมตตัมพุเสกะวิธนิ า ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง ธาวันติ โยชะนะปะถังคุลิมา ละวันตัง อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะ ลานิฯ กัตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา จิญจายะ ทุฎฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ ๒๘


สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง วาทาภิโร ปตะมะนัง อะติอันธะภูตัง ปญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะ ลานิฯ นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต อิทธูปะเทสะวิธนี า ชิ ตะวา มุนนิ โท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนนิ โท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ เอตาป พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา โย วาจะ โน ทินะทิเน สะระเต มะตันที หิตวานะเนกะวิวธิ านิ จุปททะวานิ โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะ ปญโญ ฯ มหาการุณโิ ก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินงั ปูเรตวา ปาระมี สัพพา ปตโต ๒๙


สัมโพธิมุตตะมัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เต ชะ ยะมังคะลัง ฯ ชะยันโต โพธิยา มูเล, สักยานัง นันทิวัฑฒะโน, เอวัง ตะวัง วิชะโย โหหิ, ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล, อะปะราชิตะปลลังเก, สีเส ปะฐะวิโปกขะเร อะภิเสเก สัพพะพุทธานัง,อัคคัปปตโต ปะโมทะติ ฯ สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง สุข ะโณ สุมุหุตโต จะ สุยิฏฐัง พรัหมะจาริสุ ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง ปะณิธี เต ปะทักขิณา ปะทักขิณานิ กัตวานะ ละภันตัตเถ ปะทักขิเณ ฯ ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต ๓๐


พระคาถาอิติปโส ๘ ทิศ (คาถายันตเกราะเพ็ชร) สมเด็จลุน แหงนครจําปาศักดิ์

ตัง้ นะโม ๓ จบ ๑. อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา : เสกเปาแกพษิ สัตวกดั ตอยได ๒. ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง : เสกทําน้าํ มนต รดคนเจ็บไข ไดปว ย ผีเจาเขาทรง ๓. ป สัม ระ โล ปุ สัต พุท : เสกภาวนากันภูตผีปศ าจ เปาพิษบาดแผล ๔. โส มา ณะ กะ ริ ถา โธ : เสกจดครบ 108 จบ ทํา น้าํ มนต ไลผหี รือ ใหคนทองกิน จะคลอดลูกงาย ๕. ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ : เสกพรมรางคนไข ไลภตู ผีปศ าจราย ดีนกั ๖. คะ พุท ปน ทู ทัม วะ คะ : เสกทําน้าํ มนต ปองกัน ผีเจาเขาทรง หรือถูกคุณกระทําชะงัดนัก ๗. วา โธ โน อะ มะ มะ วา : เสกดาย หวาย มีด ขาวสาร ขับไลผบี า น ผีปา เวลาเดินทางดีนกั ๘. อา วิช สุ นุต สา นุ ติ : เสกเปาตัวเองปองกันตัวเอง เวลาเดินทางออกจากบาน แคลวคลาดได

๓๑


พระคาถามงกุฎพระพุทธเจา อิตปิ โ ส วิเสเสอิ อิเมนาพุทธะ ตังโสอิ

อิเสเสพุทธะ นาเมอิ อิโสตัง พุทธะปตอิ ิ

อานิสงสทางคุม ครองรักษาและบูชาสิง่ ศักดิส์ ทิ ธิ์ ไดทกุ ประการ หากทองทุกวัน วันละ ๓ จบ บูชาพระรัตนตรัยและสิง่ ศักดิส์ ทิ ธิ์ อาจแคลวคลาดจากภยันตรายทุกประการ วันละ ๗ จบ อาจสมปรารถนาโดยไมเหลือวิสยั ตามกฎแหงกรรม วั น ละ ๙ จบ อาจรูซ่ึง เหตุ ก ารณ ใ นอนาคต ดุจมีตาทิพย ถ า มากกว า นั้น ก็ จ ะได พ บกั บ ครู อ าจารย ท าง วิญญาณทีศ่ กั ดิส์ ทิ ธิห์ รือไดรบั การคุม ครองจากเบือ้ งบน แต ตอ งท อ งด ว ยจิ ต เป น สมาธิ แ ละเคารพศรั ท ธา อยางแทจริง ๓๒


พระคาถาพระพุทธเจา 16 พระองค นะ มะ นะ อะ นอ กอ นะ กะ กอ ออ นอ อะ นะ อะ กะ อัง อุมอิ ะมิ มะหิ สุ ตัง สุ นะ พุทธัง สุ อะ นะ อะ พระคาถานี้เรียกวาธัมมะราชาจัดเปนใหญกวา คาถาทัง้ ปวง สารพัดกันอันตรายทัง้ ปวง คุณผีคณ ุ คน กางติดคอเสกน้าํ ใหกนิ เสกขาวเสกน้าํ กินทุกวันอยูค ง แกอาวุธทัง้ ปวง ถาศัตรูไลมาใหเสกกิง่ ไมขวางทางไว ศัตรูเห็นเปนขวากหนามกัน้ ตามมิทนั ถาขโมยเอาของ ไปจะมิใหมนั หนีรอดเอาพระคาถานีล้ งไมกาหลงหรือ ใบไมทง้ั ปวงก็ได เสกแลวนําไปฝงตรงทีม่ นั ขโมยของ ไปมันจะมิไปไหนวนเวียนอยูใ นทีน่ น้ั เอง ถึงบางพูดพูดดีเปนศรีศกั ดิ์ มีคนรักรสถอยอรอยจิต แมนพูดชัว่ ตัวตายทําลายมิตร จะชอบผิดในมนุษยเพราะพูดจา (นิราศภูเขาทอง, สุนทรภู)

๓๓


คาถาพระเจา ๕ พระองค ของหลวงพอโสธร จ.ฉะเชิงเทรา ตัง้ นะโม 3 จบ นะ ทรงฟา โม ทรงดิน พุทธ ทรงสินธุ ธา ทรงสมุทร ยะ ทรงอากาศ พุทธังแคลวคลาด ธัมมังแคลวคลาด สังฆัง แคลวคลาด ศัตรูภยั พาล วินาศสันติ นะกาโร กุกกุสนั โธ สิโรมัชเฌ โมกาโร โกนาคะมะโน นานาจิตเต พุทธกาโร กัสสะโป พุทโธ จะ ทะเวเนเต ธา กาโร ศรีศากะยะมุนี โคตะโม ยะกันเน ยะกาโร อะริยะ เมตตรัยโย ชิวหาทีเต ปญจะพุทธา นะมามิหงั มิตรแท ๔ จําพวก ๑. มิตรมีอุปการะ ๒. มิตรรวมสุข ๓. มิตรแนะประโยชน ๔. มิตรมีความรักใคร ๓๔


พระคาถาหลวงพอปาน วัดบางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา คาถาเสริมทรัพย ตัง้ นะโม ๓ จบ พุทธะ มะอะอุ นะโมพุทธายะ (วา ๑ จบ) วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหมะ ใชสวดภาวนากอนนอน ๓ จบ ตืน่ นอนเชา ๓ จบ เวลาใสบาตรจบขันขาว ๑ จบ แลวใหร���ลึกถึงคุณพระ รัตนตรัย และพระปจเจกโพธิ อยาไดเวน นอกนัน้ วาง เมือ่ ไรทองเมือ่ นัน้ จะบังเกิดโภคทรัพยมากมาย

๓๕


คาถามหาลาภ นะมามีมา มะหาลาภา อิติ พุทธัสสะ สุวณ ั ณัง วา ระชะตัง วา มะณี วา ธะนัง วา พีชงั วา อัตถัง วา ปต ถัง วา เอหิ เอหิ อาคัจเฉยยะ อิติ มีมา นะมามิหงั . ใชสวดภาวนากอนนอน ๓ จบ และตืน่ นอนเชา ๓ จบ เป น การเรี ย กทรั พ ย เ รี ย กลาภ จะบั ง เกิ ด โภคทรัพยอยางมหัศจรรย คาถามหาพิทกั ษ จิตติ วิตงั นะกรึง คะรัง ใชภาวนาขณะใสกุญแจ ปดหีบ ปดตู ปดประตู หนาตาง ฯ พระคาถา ๓ บทนี้ เปนคาถาทีศ่ กั ดิส์ ทิ ธิม์ าก หากผูใ ด นําไปใชจะเกิดโชคลาภมัง่ มีเงินทองอยางมหัศจรรย ๓๖


คาถามหาอํานาจ (หลวงพอปาน)

เอวัง ราชะสีโห มะหานาทัง สีหะนาทะกัง สีหะนะเม สีละเตเชนะ นามะ ราชะสีโห อิทธิฤทธิ พระพุทธังรักษา สารพัดศัตรู อะปะราชะยัง อิทธิฤทธิ พระธัมมังรักษา สารพัดศัตรู อะปะราชะยัง อิทธิฤทธิ พระสังฆังรักษา สารพัดศัตรู อะปะราชะยัง ใชเสกน้าํ ลางหนาทุกเชา จะมีอาํ นาจคนยําเกรงศัตรู พายแพ

คาถาอิทธิฤทธิ์ (หลวงพอปาน)

พุทโธ พุทธัง นะ กันตัง อะระหัง พุทโธ นะโม พุทธายะ เปนคาถาปองกันตัว เมื่อเผชิญหนากับศัตรูท่ีมี ศาสตราวุธรายแรงทุกชนิด ทัง้ มีดไมปน หรือระเบิดให ภาวนาดังนี้ "อุทธัง อัทโธ นะโม พุทธายะ" ๓๗


คาถาบูชาเงิน (ของเกา)

อิติบูชา จะ มหาราชา สัพพะเสนหา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ มามา ยาตตรายามดี วันชัยมารศรี สวัสดีลาโภ นะโม พุทธายะ เป น คาถาเก า แก ผูใ ดสวดภาวนาเป น ประจํ า จะทํ า ให ก ารดํ า เนิ น ชี วิ ต ประสบความสุ ข ความ เจริญรุงเรือง เปนพอคาแมคาพาณิชยท้งั นอยใหญ จะบังเกิดโชคลาภ ทรัพยสนิ เงินทองเพิม่ พูนดีนกั แล ฯ

คาถาคาขายดี พุทธัง พะหูชะนานัง เอหิ จิตตัง เอหิ มะนุสสานัง เอหิลาภัง เอหิ เมตตา ชมภูทเี ป มนุสสานัง อิตถิโย ปุรโิ ส จิตตัง พันธัง เอหิ. พอคาแมคาพาณิชยนิยมเสกเปา ๓ จบ ๗ จบ ทําน้าํ มนตลา งหนาและประพรมสินคา ขายของดีนกั แล

๓๘


คาถามหานิยม พุทธะเมตตัง จิตตังมะมะ พุทธะพุทธา นุภาเวนะ ธัมมะเมตตัง จิตตังมะมะ ธัมมะธัมมา นุภาเวนะ สังฆะ เมตตัง จิตตังมะมะ สังฆะสังฆา นุภาเวนะ

คาถาพระพุทธเจาชนะมาร (พระอาจารยมั่น ภูริทัตโต)

ปญจะ มาเร ชิโน นาโถ จะตุสจั จัง ปะกาเสติ เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ

ปตโต สัมโพธิมตุ ตะมัง ธัมมะจักกัง ปะวัตตะยิ โหตุ เม ชะยะมังคะลัง

ปองกันอันตรายทัง้ ปวง ฯ ศักดิส์ ทิ ธิย์ ง่ิ นัก ธรรมอันทําใหงาม ๒ อยาง ๑. ขันติ ความอดทน ทนตอความเจ็บแคน ทุกขยาก ตรากตรํา ลําบาก ประหนึ่งอาภรณประดับใจ ๒. โสรัจจะ ความสงบเสงี่ยม แชมชื่น เบิกบาน ไมวิตกวิจารณ กับการดูหมิ่น ดูแคลน ๓๙


คาถาเงินลาน

(หลวงพอพระราชพรหมยาน วัดทาซุง) ตั้ง นะโม ๓ จบ

นาสั ง สิ โ ม พรหมา จะ มหาเทวา สั พ เพยั ก ขา ปะรายันติ พรหมา จะ มหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุ เม มหาปุ ญ โญ มหาลาโภ ภะวั น ตุ เม มิ เ ตพาหุ ห ะติ พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานี มามะ พุทธัสสะ สวาโหม สัมปะติจฉามิ เพ็ง เพ็ง พา พา หา หา   (บูชา 3 จบ หรือ 9 จบ หรือจะใหดี ยิ่งบูชาเยอะ ก็จะไดเยอะ)

คาถาเรียกเงิน

(หลวงพอคูณ ปริสุทโธ) พุทธังโหม ธัมมังโหม สังฆังลอม อันตะรายาวินาศสันติ ( ภาวนาทุกวัน ดีนักแล จะทําใหมีเงินตลอด )

๔๐


คาถาหวานทราย อิมัสฺมิง ราชะเสมานา เขตเต สะมันตา สะตะ โยชะนะสะตะสะหัสสานิ พุทธะ ชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ ฯ อิมสั มฺ งิ ราชะเสมานา เขตเต สะมันตา สะตะโย ชะนะสะตะสะหัสสานิ ธัมมะ ชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ ฯ อิมัสฺมิง ราชะเสมานา เขตเต สะมันตา สะตะ โยชะนะสะตะสะหัสสานิ ปจเจกะพุทธะ ชาลปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ ฯ อิมัสฺมิง ราชะเสมานา เขตเต สะมันตา สะตะ โยชะนะสะตะสะหัสสานิ สังฆะ ชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ ฯ

(คาถาหวานทรายนี้ ใชสวดไลภูติผีปศาจรายตางๆ ถ า สวดเป น ประจํ า ทํ า ให เ ทวดารั ก ษา อยู ก็ เ ป น สุ ข ไปก็เปนสุข และเจริญดวย อายุ วรรณะ สุขะ พละ)

๔๑


คาถาปองกันภัยทั้งสิบทิศ การสวดคาถาปองกันภัยทั้งสิบทิศนั้น เริ่มตั้งแต ทิศตะวันออก (บูรพา) เวียนขวา (ตามเข็มนาิกา) ถึงทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (อิสาน) เมือ่ ครบแปดทิศ แลวจึงตอดวยทิศ ขางบนคือ (อากาศ) และทิศขาง ลางคือแผนดิน (ปฐวี) ตามลําดับจนครบทั้งสิบทิศ. ทิศทั้งแปด และ อากาศ ปฐวี รวมเปนสิบทิศ (เหนือ) อุดร พายัพ อิสาน (ตะวันตก) ปจจิม บูรพา (ตะวันออก) หรดี อาคเณย ทักษิณ (ใต) ๔๒


บูรพารัสมิง พระพุทธะคุณงั บูรพารัสมิง พระธัมเมตัง บูรพารัสมิง พระสังฆานัง ทุกขะโรคะภะยัง วิวญ ั ชัยเย สั พ พะทุ ก ข สั พ พะโศก สั พ พะโรค สั พ พะภั ย สัพพะเคราะห เสนียดจัญไร วิวญ ั ชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาภัง ภะวันตุ เม รักขันตุ สุรักขันตุฯ อาคเณยรัสมิง พระพุทธะคุณัง อาคเณยรัสมิง พระธัมเมตัง อาคเณยรสั มิง พระสังฆานัง ทุกขะโร คะภะยัง วิวญ ั ชัยเย สัพพะทุกข สัพพะโศก สัพพะโรค สัพพะภัย สัพพะเคราะห เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาภัง ภะวันตุ เม รักขันตุ สุรกั ขันตุ. ทั ก ษิ ณ รั ส มิ ง พระพุ ท ธะคุ ณั ง ทั ก ษิ ณ รั ส มิ ง พระธัมเมตัง ทักษิณรัสมิง พระสั ง ฆานั ง ทุ ก ขะโร คะภะยัง วิวญ ั ชัยเย สัพพะทุกข สัพพะโศก สัพพะโรค สัพพะภัย สัพพะเคราะห เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาภัง ภะวันตุ เม รักขันตุ สุรกั ขันตุ. หรดีรัสมิง พระพุทธะคุณัง หรดีรัสมิง พระธัมเมตัง หรดีรสั มิง พระสังฆานัง ทุกขะโรคะภะยัง วิวญ ั ชัยเย ๔๓


สั พ พะทุ ก ข สั พ พะโศก สั พ พะโรค สั พ พะภั ย สัพพะเคราะห เสนียดจัญไร วิวญ ั ชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาภัง ภะวันตุ เม รักขันตุ สุรักขันตุฯ ปจจิมรัสมิง พระพุทธะคุณงั ปจจิมรัสมิง พระธัมเมตัง ั ชัยเย ปจจิม รัสมิง พระสังฆานัง ทุกขะโรคะภะยัง วิวญ สั พ พะทุ ก ข สั พ พะโศก สั พ พะโรค สั พ พะภั ย สัพพะเคราะห เสนียดจัญไร วิวญ ั ชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาภัง ภะวันตุ เม รักขันตุ สุรักขันตุฯ พายัพรัสมิง พระพุทธะคุณงั พายัพรัสมิง พระธัมเมตัง พายัพรัสมิง พระสังฆานัง ทุกขะโรคะภะยัง วิวญ ั ชัยเย สั พ พะทุ ก ข สั พ พะโศก สั พ พะโรค สั พ พะภั ย สัพพะเคราะห เสนียดจัญไร วิวญ ั ชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาภัง ภะวันตุ เม รักขันตุ สุรักขันตุฯ อุดรรัสมิง พระพุทธะคุณัง อุดรรัสมิง พระธัมเมตัง อุดรรัสมิง พระสังฆานัง ทุกขะโรคะภะยัง วิวญ ั ชัยเย สั พ พะทุ ก ข สั พ พะโศก สั พ พะโรค สั พ พะภั ย สัพพะเคราะห เสนียดจัญไร วิวญ ั ชัยเย สัพพะธะนัง ๔๔


สัพพะลาภัง ภะวันตุ เม รักขันตุ สุรักขันตุฯ อิสานรัสมิง พระพุทธะคุณงั อิสานรัสมิง พระธัมเมตัง อิสานรัสมิง พระสังฆานัง ทุกขะโรคะภะยัง วิวญ ั ชัยเย สั พ พะทุ ก ข สั พ พะโศก สั พ พะโรค สั พ พะภั ย ั ชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะเคราะห เสนียดจัญไร วิวญ สัพพะลาภัง ภะวันตุ เม รักขันตุ สุรักขันตุฯ อากาศรัสมิง พระพุทธะคุณัง อากาศรัสมิง พระธัม เมตัง อากาศรัสมิง พระสังฆานัง ทุกขะโรคะภะยัง วิวญ ั ชัยเย สัพพะทุกข สัพพะโศก สัพพะโรค สัพพะ ภัย สัพพะเคราะห เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพ พะธะนัง สัพพะลาภัง ภะวันตุ เม รักขันตุ สุรกั ขันตุฯ ปฐวีรสั มิง พระพุทธะคุณัง ปฐวีรัสมิง พระธัมเมตัง ปฐวีรสั มิง พระสังฆานัง ทุกขะโรคะภะยัง วิวญ ั ชัยเย สั พ พะทุ ก ข สั พ พะโศก สั พ พะโรค สั พ พะภั ย สัพพะเคราะห เสนียดจัญไร วิวญ ั ชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาภัง ภะวันตุ เม รักขันตุ สุรักขันตุฯ ๔๕


คาถามงคลจักรวาฬแปดทิศ อิมัสฺมิงมงคลจักรวาฬทั้งแปดทิศ ประสิทธิ จงมาเปน กําแพงแกวทั้งเจ็ดชั้น มาปองกันหอมลอมรอบครอบทั่ว อนั ต ตา ราชะ เสมานา เขตเต สะมั น ตา สะตะโยชะนะสะตะสะหัสานิ พุทธะชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ. อิมสั มฺ งิ มงคลจักรวาฬทัง้ แปดทิศ ประสิทธิ จงมาเปน กําแพงแกวทั้งเจ็ดชั้น มาปองกันหอมลอมรอบครอบทั่ว อนั ต ตา ราชะ เสมานา เขตเต สะมั น ตา สะตะโยชะนะสะตะสะหั ส านิ ธั ม มะชาละปะริ ก เขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ. อิมสั มฺ งิ มงคลจักรวาฬทัง้ แปดทิศ ประสิทธิ จงมาเปน กําแพงแกว ทั้งเจ็ดชั้น มาปองกันหอมลอมรอบครอบทั่ว อนั ต ตา ราชะ เสมานา เขตเต สะมั น ตา สะตะโยชะนะสะตะสะหัสานิ ปจเจกะพุทธะชาละปะริก เขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ. อิมสั มฺ งิ มงคลจักรวาฬทัง้ แปดทิศ ประสิทธิ จงมาเปน กําแพงแกวทัง้ เจ็ดชัน้ มาปองกันหอมลอมรอบครอบทัว่ อนั ต ตา ราชะ เสมานา เขตเต สะมั น ตา สะตะโยชะนะสะตะสะหัสานิ สังฆะชาละ ปะริกเขตเต รักขันตุ สุรกั ขันตุ. ๔๖


คาถากําแพงแกวเจ็ดชั้น พุทธัง สัตตะรัตนะมหาปาการัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สัตตะรัตนะมหาปาการัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สัตตะรัตนะมหาปาการัง สะระณัง คัจฉามิ สําหรับสวดภาวนา เสมือนมีกาํ แพงแกวมหึมาคุม กัน แมอยูในถิ่นอันตราย ศัตรูและสัตวราย ไมอาจ ทําอะไรได กลางคื น ให ส วด ๗ จบ แล ว เอาจิ ต (นึ ก เห็ น ) วงรอบบ า นเริ่ ม จากขวาไปซ า ย เป น ทั ก ษิ ณ าวั ฏ ปองกันสรรพภัย วิเศษนักแล

คาถาปองกันภัย ฆะเฏสิ ฆะเฏสิ กิงการะณา ฆะเฏสิ อะหังป ตัง ชานามิ ชานามิ. ใชภาวนากอนนอน หรือเมื่อเดินทาง จะปองกัน ภัยพิบัติทั้งปวงไดชะงัดนักแล ๔๗


คาถาปองกันโรคภัยไขเจ็บ

พระคาถา พระครูวินัยธร อิฐ ภทฺทจาโร (วัดจุฬามณี) สักกัตตะวา พุทธะระตะนัง โอสะถัง อุตตะมัง วะรังหิตัง เทวะมะนุสสานัง พุทธะเตเชนะ โส ตะ ถินานัสสันตุปท ทะวา สัพเพ ทุกขขา วูปะสะเมนตุ เม สักกัตตะวา ธัมมะระตะนัง โอสะถัง อุตตะมัง วะรังปะริฬาหูปะสะมะนัง ธัมมะเตเชนะ โส ตะ ถินา นัสสันตุ ปททะวา สัพเพ ภะยา วูปะสะเมนตุ เม สักกัตตะวา สังฆะระตะนัง โอสะถัง อุตตะมัง วะรังอาหุเนยยัง ปาหุเนยยัง สังฆะเตเชนะ โส ตะ ถินานัสสันตุ ปททะวา สัพเพ โรคา วูปะสะเมนตุ เม พระคาถานี้ เปนคาถาทีส่ มเด็จสัมมาสัมพุทธเจา ทรงประธานใหเทพบุตรอุณหิสวิชยั ไดเลาบนคาถานี้ จึงมีชิวิตอยูในสวรรคตอไปอีก ผูใดหมั่นสวดพระ คาถานี้ จะระงับโรคภัยไขเจ็บ ทัง้ อายุยนื ยาว ใชเสกยา กินเเกโรคก็ได เเละถาผูใดสวดอยูเปนนิจ นอกจาก ปราศจากโรคเเลว ยังเเคลวคลาดจากอันตราย เชน ราชภัย โจรภัย ฯลฯ อีกดวย

๔๘


คําแผเมตตา ขอเดชะตั้งจิตอุทิศผล

บุญกุศลแผไปใหไพศาล

ถึงบิดามารดาครูอาจารย

ทัง้ ลูกหลานญาติมติ รสนิทกันคน

เคยรักเคยชังแตครั้งไหน

ขอใหไดสวนกุศลผลของฉัน

ทั้งเจากรรมนายเวรและเทวัญ

ขอใหทา นไดสว นกุศลและผลบุญ

อีกปูยาตายายทั้งหลายนั้น

ขอใหทานไดกุศลผลอุดหนุน

ทหารตํารวจแดนไทยจงไดบุญ

ชวยปองกันศัตรูไทยไดบุญนี้

สําหรับทานหมั่นปฏิบัติวิปสสนา

ขอใหพาไดพบสุขทุกวิธี

ประสบพบนิพพานของญาณมุนี

ในชาตินมี้ มี รรคผลทุกคนเทอญ

บุญกุศลที่ไดทําในครั้งนี้

จงสําเร็จเปนปจจัยไรราคี

ใหฉันนี้พนกิเลสเขตกันดาร

หากมิสําเร็จพระอรหันต

ตัวของฉันอยาไดพบความขัดสน

พรอมทวยเทพและสวรรคจงบันดล

ใหเลิศลนทรัพยยศปรากฏมี

คํา “ไมมี”อยาบังเกิดกับตัวฉัน

ทุกสิ่งสรรพพรอมพูลบุญราศี

คนใจบาปหยาบชาไรปรานี

จงหลีกหนีใหพน คนใจมาร

ยามสิน้ บุญขานอยเมือ่ คลอยคลาด

ถาประมาทขาดสติมิประสาน

ขอเทวาอารักษชักบันดาล

โปรดประทานสติมั่นแกฉันเทอญฯ

๔๙


คาถาแผเมตตาตนเอง อะหัง สุขิโต โหมิ อะหัง นิททุกโข โหมิ อะหัง อะเวโร โหมิ อะหัง อัพยาปชโฌ โหมิ สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ ขอใหขาพเจามีความสุข ขอใหขาพเจาปราศจากความทุกข ขอใหขาพเจาปราศจากเวร ขอใหขาพเจาปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง ขอใหขาพเจาจงมีความสุขกายสุขใจ รักษากายวาจาใจใหพัน จากความทุกข

กรวดนํายอใหแกญาติ อิทัง เม ญาตินัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย ขอผลบุ ญ กุ ศ ลนี้ จ งสํ า เร็ จ ประโยชน แ ก ญ าติ ทั้ ง หลาย ของขาพเจา ขอญาติทั้งหลายของขาพเจาจงเปนสุขเปนสุขเถิด

๕๐


แผเมตตาใหสรรพสัตว สัพเพ สัตตา สัตวทั้งหลายที่เปนเพื่อนทุกข เกิด แก เจ็บ ตาย ดวยกันทั้งสิ้น อะเวรา โหนตุ จงเปนสุข เปนสุขเถิด อยาไดมเี วรแกกนั และกันเลย อัพยาปชฌา โหนตุ จงเปนสุข เปนสุขเถิด อยาไดเบียดเบียนซึ่งกัน และกันเลย อะนีฆา โหนตุ จงเปนสุข เปนสุขเถิด อยาไดมที กุ ขกาย ทุกขใจเลย สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนใหพนจากทุกข ภัยทั้งสิ้นเถิด ทานทั้งหลายที่ประสบทุกข ขอใหพนจากทุกข ทานทั้งหลายที่ไดสุข ขอใหทานสุขยิ่งๆ ขึ้นเทอญ ๕๑


คําแผเมตตา (กรวดน้ํา)

แบบพื้นเมือง (ตั้งความปรารถนา) อิมัง ทานะกัมมัง นิพพานะปจจะโย โหตุ โน นิจจัง อิ มั ง สี ล ะกั ม มั ง นิ พ พานะป จ จะโย โหตุ โน นิ จ จั ง อิมัง ภาวะนากัมมัง นิพพานะปจจะโย โหตุ โน นิจจัง (คําหยาดน้ํา) ยังกิญจิ กุสะลัง กัตตัพพัง กัมมัง สัพเพหิ กะเตหิ กะตัง ปุญญัง โน อะนุโมทันตุ สุณันตุ โภนโต เยเทวา อัสมฺ งิ ฐาเน อะธิคะตา ทีฆายุกา สะทาโหนตุ สัพพะ สัตตา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ มาตา ปตา สุขิตา โหนตุ ทุกขา ปะมุญจันตุ สัพเพ ญาติกา สุขตี า โหนตุ ทุกขา ปะมุญจันตุ สัพเพ อะญาติกา สุขติ า โหนตุ ทุกขา ปะมุญจันตุ สั พ เพ ป ส า สั พ เพ ยั ก ขา สั พ เพ เปตา สุ ขิ ต า โหนตุ ทุกขาปะมุญ จันตุ สัพเพ นักขัตตา สุขติ า โหนตุ ทุกขา ปะมุญจันตุ สัพเพ เทวา สุขิตา โหนตุ ทุกขา ปะมุญจันตุ สัพเพ อาจะริยุปชฌายา สุขิตา โหนตุ ทุกขา ปะมุญจันตุ สัพพะสัมปตตีนัง สะมิชฌันตุ โว.

๕๒


บทกรวดนํา

ใหเจากรรมนายเวร ขาพเจาขออุทศิ บุญกุศลจากการเจริญภาวนานีใ้ ห แกเจากรรมนายเวรทัง้ หลายของขาพเจา ทีข่ า พเจา ไดเคยลวงเกินทานไว ตั้งแตอดีตชาติจนถึงปจจุบัน ชาติ ทานจะอยูภ พใดหรือภูมใิ ดก็ตาม ขอใหทา นได รับผลบุญนี้ แลวโปรดอโหสิกรรม และอนุโมทนาบุญ แกขาพเจาดวยอํานาจบุญนี้ดวยเทอญ

เกิดกับตายวายวอดไมรอดพน กลับเวียนวนเกิดผุดุ ไมสดุ สิน้ อายุสั้นพลันตายวายชีวิน รางทิ้งดินทอดไวไมใยดี ยดดี พระพพิ ัฒนนป ริรยิ ัติยานุ านกุ ุล (ไพฑู (ไพฑรู ยย ธรรมสนิ ธรรมสนทิ ) พระพิ ๕๓


บทขอขมากรรม อธิษฐานหนาพระพุทธรูป หรือสวดกอนนอนก็ได (นะโม 3 จบ) สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเตอุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะดัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเตอุกาสะ ขะมามิ ภันเต หากขาพเจา จงใจหรือประมาทพลาดพลัง้ ลวงเกินบิดา-มารดา ครูบาอาจารย พระพุทธ พระธรรม พระอรหันตทุกพระองค พระอริยสงฆเจาตลอดจนสิง่ ศักดิส์ ทิ ธิท์ งั้ หลายรวมถึ���ผูม พี ระคุณ และทานเจากรรมนายเวรจะดวย กาย วาจา ใจ ก็ดีขอไดโปรด อโหสิกรรมแกขาพเจาดวย หากขาพเจามีเจาของในตัวติดตามมาขออนุญาตมีคูมี ครอบครัวไดเหมือนคนปกติทวั่ ไป ขอถอนคําอธิษฐาน คําสาบาน ทีจ่ ะติดตามคูใ นอดีต ขอใหตา งฝายตางเปนอิสระตอกัน ขาพเจา จะประพฤติตนในทางทีถ่ กู ทีช่ อบทีค่ วร ขอบุญบารมีในอดีตกาล ทีผ่ า นมาจนถึงปจจุบนั จงสงผลใหขา พเจาและครอบครัวตลอดจน บริวารที่เกี่ยวของจงเจริญดวย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ลาภ  ญา ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ อุปสรรคใดๆ ยศ สุข สรรเสริญ สติปญ โรคภัยใดๆ ขอใหมลายสิน้ ไป ขอใหขา พเจามีความสวางทัง้ ทางโลก ทางธรรม ตั้งแตบัดนี้ ตราบเขาสูพระนิพพานเทอญ

๕๔


หากมีผูใดเคยสรางเวรสรางกรรมกับขาพเจาไมวาจะชาติใด ภพใดก็ตาม ขาพเจายินดีอโหสิกรรมให ขอถอนความพยาบาท ความอาฆาต และคําสาปแชงในทุกชาติ ทุกภพ ขอใหขา พเจาพน จากคําสาปแชงของปวงชน ของเจากรรมนายเวร ขอใหพนนรก ภูมิ พบแสงสวางทั้งทางโลก ทางธรรม เทอญ....

วันทาหลวง (คําขอขมา) วันทามิ พุทธัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต. วันทามิ ธัมมัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต. วันทามิ สังฆัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต. วันทามิ คะรุอุปชฌายาจะริเย สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต. วันทามิ กัมมัฏฐานัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต. วันทามิ อาราเม พัทธะสีมายัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต. วั น ทามิ เจติ ยั ง สั พ พั ง สั พ พั ฏ ฐาเนสุ ปะติ ฏ ฐิ ต า สะรีระธาตุ มะหาโพธิง พุทธะรูปง สะกะลัง สะทา นาคะโลเก เทวะโลเก พรั ห มะโลเก ชั ม พู ที เ ป ลั ง กาที เ ป สะรีระธาตุโย เกสาธาตุโย อะระหันตาธาตุโย เจติยัง คั น ธะกุ ฏิ ง จะตุ ร าสี ติ ส ะหั ส เส ธั ม มั ก ขั น เธ สั พ เพสั ง ปาทะ เจติยัง อะหัง วันทามิ สัพพะโส. ๕๕


วันทานอย วันทามิ ภันเต สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตพั พัง สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ.

พุทโธมังคะละ พุทโธ มังคะละสัมภูโต พุทธะมังคะละมาคัมมะ ธัมโม มังคะละสัมภูโต ธัมมะมังคะละมาคัมมะ สังโฆ มังคะละสัมภูโต สังฆะมังคะละมาคัมมะ

สัมพุทโธ ทีปะทุตตะโม, สัพพะทุกขา ปะมุญจะเร. คัมภีโร ทุทัสโส อะณุง, สัพพะภะยา ปะมุญจะเร. ทักขิเณยโย อะนุตตะโร, สัพพะโรคา ปะมุญจะเร

“การเลีย้ งดูพู อ แมใหอยูดู มี สี ขุ นัน้ หากจะใหสมบูรู ณ แลว ตอง แลว ตองเลี้ยงทานทั้งสองทาง คือ เลี้ยงกายทาน ดวย ปจจัยเกือ้ กกูลแกการดํารงชีวติ เลีย้ งใจทานดวยเชือ่ ฟงทาน แล ละประพฤติตนนเป เปนคคนดี นดี” และประพฤติ ๕๖


รายชื่อผูรวมสรางหนังสือ

๑. นายวิชยั พุทธจรรยวงศ , พ.ต.อ.ประจวบ วงศสขุ จํานวน ๕๐๐ เลม ๒. นางคําหนอย สุทธคํา จํานวน ๑๐๐ เลม ๓. ดาบตํารวจ ศักดิ์ชาย - นางสิริรัตน คําจันทร จํานวน ๑๐๐ เลม ๔. นายนรินทร สุทธคํา จํานวน ๓๐ เลม ๕. นายสัมฤทธิ์ - นางนิภาพร สุทธคํา ด.ช. พัฒนพงษ สุทธคํา ด.ช.พงษพิพัฒน สุทธคํา จํานวน ๑๐๐ เลม ๖. นายนรชาติ - นางวาสนา รัติวานิช จํานวน ๑๙๙ เลม ๗. นางสาวนิลาภรณ สุทธคํา จํานวน ๓๐๙ เลม ๘. นายสุรชัย คําจันทร จํานวน ๑๙ เลม ๙. นางสาวหทัยชนก คําจันทร จํานวน ๒๒ เลม ๑๐. ด.ช.ศุภวิชญ โปธา จํานวน ๑๐ เลม ๑๑. คุณสมบูรณ กุมาร และคุณฐิตินันท จันทรศรีเจริญ พรอม ครอบครัว จํานวน ๕๐ เลม ๑๒. นางสาวอาณดา โซจินดามณี พรอมครอบครัวโซจินดามณี จํานวน ๕๐ เลม ๑๓. คุณศศิพัชร ปนวารี จํานวน ๑๐ เลม ขอบุ ญ กุ ศ ล อั น พึ ง เกิ ด จากการจั ด ทํ า หนั ง สื อ ธรรมะในครั้ ง นี้ เปนของผูที่รวมจัดทําหนังสือทุกทานใหติดตามไปในทุกภพ ทุกชาติ และขอเผยแพรบุญกุศลนี้ไปถึง บิดาและมารดา พระมหากษัตริย ผู มี พ ระคุ ณ ญาติ ก า ครู อุ ป ช ฌาย อาจารย เจ า กรรม-นายเวร และผูที่เกี่ยวของโยงใยในทิศทั้ง ๔ เทวบุตร เทวธิดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลาย ทวยเทพทุกพระองค และรวมไปถึง พอสม สุทธคํา , พออุยใจ - แมอุยมล สุทธคํา , พออุยแกว - แมอุยตุย สุทธคํา , แมอปุ น – ลุงอินทร - นาเครือวัลย ดวงธิมา , พอณรงค – คุณอิทธิเดช รัติวานิช ดวยเทอญฯ

ผลิตโดย สํานักพิมพมรดกลานนา พิมพท่ี : ดาวคอมพิวกราฟฟก (MaxxPRINTINGTM) โทร. ๐๘๖-๖๕๔๗๓๗๖, ๐๕๓-๒๒๑๐๙๗ http://maxx.me/



บทสวดมนต์