Page 1

ป่าชายเลน

จัดทําโดย นางสาววิรัญศินีย์ นรากร


รายงาน เรื่อง ป่าชายเลน

เสนอ อาจารย์ กาญจนา วงศ์ม่าน วิชา สารนิเทศเพื่อการศึกษาค้นคว้า

จัดทําโดย นางสาววิรัญศินยี ์

นรากร ปริญญาตรีปีที่ 1 เลขที่ 8

ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 ห้องเรียนเครือข่ายวิทยาลัยนาฏศิลปะจันทบุรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม


คํานํา รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา สารนิเทศเพื่อการศึกษาค้นคว้า ( 300-10002 ) เพื่อให้เราได้ศึกษาเกีย่ วกับป่าชายเลน ว่ามีความเป็นมาอย่างไร และ มี ความสําคัญอย่างไร สุดท้ายนี้ ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใด ก็ขออภัยใน ณ โอกาสนี้ด้วย

จัดทําโดย นางสาววิรัญศินีย์

นรากร


สารบัญ หน้า คํานํา

บรรณานุกรม

ก 1. ป่าชายเลน

1

2.ทรัพยากรป่าชายเลน

2

3.ลักษณะของป่าชายเลน

5

4.สภาพแวดล้อมของป่าชายเลน

6

5.ความสําคัญและประโยชน์ของป่าชายเลน

7

6.สรุปการใช้ประโยชน์จากป่าชายเลน

7

7. .สัตว์ในป่าชายเลน

8

8.พันธุ์ไม้ในป่าชายเลน

9 ข


1

ป่าชายเลน

ป่าชายเลน หรือ ป่าโกงกาง (อังกฤษ: mangrove forest หรือ intertidal forest) คือเป็นกลุ่มสังคมพืชซึ่งขึ้นอยู่ในเขตน้ําลงต่าํ สุดและน้ําขึ้นสูงสุด บริเวณชายฝั่งทะเล ปากแม่น้ําหรืออ่าว อีกความหมายหนึ่ง หมายถึง สังคมพืชที่ ประกอบด้วยพันธุ์ไม้หลายชนิดหลายตระกูล และเป็นพวกทีม่ ี ใบเขียวตลอดปี (evergreen species) ซึ่งมีลักษณะทางสรีรวิทยาและความต้องการ สิ่งแวดล้อม ที่ คล้ายกัน ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยพันธุ์ไม้สกุล โกงกาง (Rhizophora) เป็นไม้สําคัญ และมีไม้ตระกูลอื่นบ้าง ได้มีการค้นพบป่าประเภทนีม้ าตั้งแต่ เมือ่ โคลัมบัส (Columbus) เดินทางมา บริเวณชายฝั่งตะวันตกของเกาะ คิวบา ต่อมา Sir Walter Raleigh (1494) ได้พบป่า ชนิดเดียวกันนี้อยู่บริเวณปากแม่น้ําใน ประเทศตรินิแดด (Trinidad) และ กิอานา (Guiana) คําว่า "mangrove" เป็นคําจาก ภาษาโปรตุเกส คําว่า "mangue" ซึ่งหมายถึง กลุ่มสังคมพืชที่ขึ้นอยู่ตามชายฝั่งทะเลดินเลน และใช้กันแพร่หลายในประเทศแถบลาติน อเมริกา ส่วนประเทศอืน่ ๆ ก็ใช้เรียกตามภาษาของตัวเอง เช่น ประเทศมาเลเซีย ใช้คํา


2

ว่า "manggi-manggi" ประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเรียกป่าชายเลนว่า "manglier" ส่วน ภาษาไทย เรียกป่าชนิดนี้ว่า "ป่าชายเลน" หรือ "ป่าโกงกาง" บริเวณที่พบป่าชายเลนโดยทั่วไป คือตามชายฝั่ง ทะเล บริเวณปากน้ํา อ่าว ทะเลสาบ และเกาะ ซึ่งเป็นบริเวณที่น้ําทะเลท่วมถึงของประเทศ ในแถบโซนร้อน (tropical region) ส่วนเขตเหนือหรือใต้โซนร้อน (sub-tropical region) จะพบป่าชาย เลนอยู่บ้างแต่ไม่มาก โดยพื้นที่ที่พบป่าชายเลนเช่น ในกลุ่มประเทศของภูมิภาคเอเซีย ตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะใน ประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า และ ไทย เป็นต้น สําหรับพื้นที่ป่าชายเลนของโลกทั้งหมดมีประมาณ 113,428,089 ไร่ อยู่ใน เขต ร้อน 3 เขตใหญ่ คือ เขตร้อนแถบเอเชียพื้นที่ประมาณ 52,559,339 ไร่ หรือร้อยละ 46.4 ของป่าชายเลนทั้งหมด โดยประเทศอินโดนีเซียมีป่าชายเลนมากทีส่ ุด ถึง 26,568,818 ไร่ สําหรับในเขตร้อนอเมริกามีพื้นที่ป่าชายเลนทั้งหมดประมาณ 39,606,250 ไร่ หรือร้อยละ 34.9 ของพื้นที่ป่าชายเลนทั้งหมด ในเขตร้อนอเมริกา ประเทศที่มีพื้นที่ โดย ประเทศบราซิล มีพื้นที่ป่าชายเลนประมาณ 15,625,000 ไร่ รองจากอินโดนีเซีย ส่วนเขตร้อนอัฟริกามีพื้นที่ ป่าชายเลนน้อยทีส่ ุดประมาณ 21,262,500 ไร่ หรือร้อยละ 18.7 ของพื้นที่ป่าชายเลนทั้งหมด โดย ประเทศไนจีเรีย มีพื้นที่ป่าชายเลน 6,062,500 ไร่ มากที่สุดในโซนนี้ ทรัพยากรป่าชายเลน ป่าชายเลน (Mangrove forest) คือ ระบบนิเวศที่ประกอบไปด้วยพันธุ์พืช พันธุ์ สัตว์ หลายชนิด ดํารงชีวิตร่วมกันในสภาพแวดล้อมที่เป็นดินเลน น้ํากร่อย และมีน้ํา ทะเลท่วมถึงอย่างสม่าํ เสมอ ดังนั้นจึงพบป่าชายเลนปรากฏอยูท่ ั่วไปตามบริเวณที่เป็น ชายฝั่งทะเล ปากแม่น้ํา ทะเลสาบ และ รอบเกาะแก่งต่างๆ ในพื้นที่ชายฝั่งทะเล พันธุ์ไม้ ที่มีมากและมีบทบาทสําคัญที่สุดในป่าชายเลน คือ ไม้โกงกาง ป่าชายเลนจึงมีชอื่ เรียกอีก อย่างว่า ป่าโกงกาง ความสําคัญและประโยชน์ของป่าชายเลน ป่าชายเลนเป็นองค์ประกอบทีส่ ําคัญยิ่งของชายฝั่งทะเลและนับเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า มหาศาลทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของประเทศ


3

• ป่าชายเลนเป็นแหล่งพลังงาน และแหล่งวัตถุดิบไม้ใช้สอยและก่อสร้างใน ครัวเรือน แหล่งพลังงานทีส่ ําคัญในป่าชายเลนได้มาจากถ่าน ไม้ป่าชายเลนที่นยิ มนํามาเผาถ่านคือ ไม้ โกงกาง เพราะติดไฟทนทาน ไม่มีควัน ไม่ปะทุแตกไฟ ได้ก้อนถ่านสวยงาม ขายได้ ราคาดี ปัจจุบัน ถ่านไม้โกงกางทีม่ ีชอื่ เสียง คือถ่านไม้โกงกางบ้านยี่สาร จ.สมุทรสงคราม นอกจากนี้ไม้ป่าชายเลนมีประโยชน์ใช้สอยและก่อสร้าง เช่น ไม้เสาเข็ม ไม้ค้ํายัน ไม้ ก่อสร้าง แพปลา อุปกรณ์การประมง เฟอร์นิเจอร์ ไม้หลายชนิดนํามาสกัดจะได้แทนนิน ใช้ทําน้ํา หมึก ทําสี ทํากาว ย้อมอวน ฟอกหนัง เป็นต้น • ป่าชายเลนเป็นแหล่งพืชผักและพืชสมุนไพร พืชในป่าชายเลนสามารถนํามาใช้เป็นผักพื้นบ้านจํานวน หลายชนิด เช่น ใบชะคราม ยอดเป้ง ยอดผักเบี้ยทะเล ต้นจากก็เป็นพืชป่าชายเลนอีกชนิดหนึ่งทีส่ ามารถนําส่วน ต่างๆ มาใช้ ประโยชน์ได้ คือ ใบนํามาทําเป็นตับมุงหลังคา ใบอ่อนสามารถนํามามวน บุหรี่ได้ น้ําจากยอดอ่อน นํามาทําน้ําตาลจากรสชาติดี ผลใช้กินเป็นของหวาน พืชในป่า ชายเลนหลายชนิดนํามาใช้เป็นสมุนไพรได้ เช่น เหงือกปลาหมอ มะนาวผี ใช้ รักษาโรค ผิวหนัง ผลของตะบูนขาวใช้รกั ษาโรคบิดและโรคท้องร่วงได้ รากตาตุม่ ทะเลใช้แก้อกั เสบ แก้ไข้ แก้คัน เป็นต้น • ป่าชายเลนเป็นแหล่งอาหารที่สําคัญของสัตว์น้ํา เศษซากพืชหรือเศษไม้ใบไม้และส่วนต่างๆ ของไม้ป่าชายเลนที่รว่ งหล่นลงมา จะถูกย่อย สลายกลายอินทรียวัตถุ กระบวนการย่อยสลายของอินทรียวัตถุเหล่านีจ้ ะทําให้เกิด สารอินทรีย์ที่ ละลายน้าํ เช่น กรดอะมิโน ซึ่งสาหร่ายและจุลินทรีย์ต่างๆ จะสามารถใช้ เป็นอาหารได้ และ จุลนิ ทรีย์เหล่านี้เป็นแหล่งอาหารที่สําคัญสําหรับสิง่ มีชีวิตต่างๆ ที่ อาศัยอยู่ในป่าชายเลนต่อไป • ป่าชายเลนเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ําวัยอ่อน เป็นที่หลบภัยและที่อยู่อาศัยของ สัตว์น้ํา นานาชนิด สัตว์น้ําที่มคี ุณค่าทางเศรษฐกิจหลายชนิดได้ใช้ป่าชายเลนเป็นทีอ่ ยูอ่ าศัย และอนุบาลตัว อ่อนในบางช่วงของวงจรชีวิตของมัน เช่น ปลากะพงขาว ปลานวลจันทร์ทะเล ปลากระบอก ปลา เก๋า กุ้งกุลาดํา กุ้งแชบ๊วย หอยดํา หอยนางรม หอยแมลงภู่


4

หอยแครง และหอยกะพง ปูแสม ปูม้า แต่สัตว์น้ําบางชนิดอาจใช้ป่าชายเลนเป็นทั้งแหล่ง เกิดและอาศัยจนเติบโตสืบพันธุ์ เช่นปูทะเล

• ป่าชายเลนช่วยรักษาความสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่งและใกล้เคียง โดยเฉพาะหญ้า ทะเลและปะการัง ป่าชายเลนมีบทบาทในการรักษาสมดุลของธาตุอาหารและความอุดมสมบูรณ์ของน้ํา ทะเลชายฝั่งซึ่งจะส่งผลถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรประมง • ป่าชายเลนช่วยป้องกันดินพังทลายชายฝั่งทะเล รากของต้นไม้ในป่าชายเลน นอกจากจะช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งแล้ว ยังช่วย บรรเทาความเร็วจากกระแสน้ําลง ทําให้ทําให้ตะกอนที่แขวนลอยมากับน้ําทับถมเกิด เป็นแผ่นดิน งอกใหม่ เมื่อระยะเวลานาน ก็จะขยายออกไปในทะเลเกิดเป็นหาดเลน อัน เหมาะสมแก่การเกิด ของพันธุ์ไม้ป่าชายเลนต่อไป • ป่าชายเลนเป็นพืน้ ที่สําหรับดูดซับสิ่งปฏิกูลต่างๆ รากของต้นไม้ในป่าชายเลนที่งอกออกมาเหนือพื้นดิน จะทําหน้าที่คล้ายตะแกรง ธรรมชาติ คอยดักกรองสิ่งปฏิกูลต่างๆ และสารมลพิษต่างๆ จากบนบกไม่ให้ลงสู่ทะเล โลหะหนักหลายชนิด เมื่อถูกพัดพามาตามกระแสน้ํา ก็จะตกตะกอนลงที่บริเวณดินเลน ในป่าชายเลน นอกจากนั้นขยะ และคราบน้ํามันต่างๆ ก็จะถูกดักกรองไว้ในป่าชายเลน เช่นกัน • ป่าชายเลนช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่ง จากภัย ธรรมชาติ ป่าชายเลนทําหน้าที่เหมือนปราการ ช่วยบรรเทาความรุนแรงของคลืน่ และลมให้ลด น้อยลง เมื่อเทียบกับบริเวณที่ไม่มีป่าชายเลน • ป่าชายเลนเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและแหล่งศึกษาธรรมชาติ ป่าชายเลนเป็นระบบนิเวศที่มลี ักษณะพิเศษหลายอย่าง เพราะเป็นแหล่งที่อุดมไป ด้วย


5

พรรณไม้นานา ที่มี ใบ ดอกและผลสวยงาม แปลกตา อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่มีทั้งสัตว์น้ํา และ สัตว์บกโดยเฉพาะนกชนิดต่างๆ อาศัยอยู่มากมาย ทําให้ป่าชายเลนเป็นแหล่ง พักผ่อนหย่อนใจ และแหล่งศึกษาหาความรู้ที่สาํ คัญยิ่ง • ป่าชายเลนช่วยลดปริมาณก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ ไม้ในป่าชายเลนมีอัตราการสังเคราะห์แสงสูงจึงช่วยลดปริมาณก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ และเพิ่มปริมาณออกซิเจน ทําให้อากาศสดชื่น ลักษณะของป่าชายเลน เป็นป่าที่เกิดขึ้นบริเวณรอยต่อระหว่างพื้นดินกับพื้นน้ําทะเล ผสมผสานกันเป็นน้ํากร่อย หากบริเวณนั้นเป็นอ่าวคลื่นลมสงบตะกอนที่มากับแม่น้ํา จะตกตะกอนลงสู่พื้น สะสม รวมตัวเป็นหาดเลนกว้างใหญ่ ลูกไม้ชายเลน เช่น โกงกางจะลอยมาตามน้ําลงปักในพื้น เลนก่อเกิดเป็นพันธุ์ไม้บุกเบิกรากดักตะกอนสะสมเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นสันดอน มีไม้ชาย เลนอื่นๆมาอาศัยพัฒนากลายเป็นป่าชายเลน ป่าชายเลนของไทยกระจัดกระจายอยู่ตาม ชายฝั่งยาวประมาณ 927 กิโลเมตร ในเขตชายฝั่งทะเลภาคใต้ ภาคกลาง และภาค ตะวันออก ป่าชายเลนเป็นระบบนิเวศที่ประกอบด้วยพืชพรรณ และสัตว์นานาชนิด สภาพแวดล้อมของป่าชายเลน สภาพแวดล้อมโดยทั่วไปของป่าชายเลนมีความแตกต่างไปจากป่าทีอ่ นื่ โดยเฉพาะดิน เนื่องจากมีสภาพเป็นดินเลนในที่ราบกว้างใหญ่ ดินเหล่านี้มีความอุดมสมบูรณ์สูงจากธาตุ อาหารที่ไหลมาจากแหล่งต่างๆ เช่น จากการกัดเซาะตามชายฝั่งและแหล่งน้ําลําธาร อีก ส่วนหนึ่งมาจากซากพืชซากสัตว์ในบริเวณป่าชายเลนเอง โดยเฉพาะใบไม้ที่ร่วงหล่นทับ ถมกันเป็นจํานวนมาก แพลงค์ตอนพืชและสาหร่าย ส่วนสภาพความเค็มของน้าํ บริเวณนี้ ระดับค่อนข้างต่ํา เนื่องจากมีน้ําจืดไหลลงมาปะปนกับน้ําทะเลจึงทําให้น้ําบริเวณนี้เป็น น้ํากร่อย ระดับความเค็มของน้ําดังกล่าวยังเปลีย่ นแปลงไปได้ตามระดับน้ําที่ขึ้นลงเป็น ประจํา มีผลต่อชุมชนในป่าชายเลนเป็นอย่างมาก โดยมีผลทางตรงต่อชนิดและการ กระจายของพันธุไ์ ม้ที่ขึ้นอยู่ ดังจะเห็นได้จากป่าชายเลนแหล่งต่างๆของโลก พันธุ์ไม้จะ ขึ้นอยู่ในลักษณะเป็นเขตแนวของแต่ละชนิด โดยมีแบบแผนแน่นอนจากบริเวณฝั่งน้ําเข้า ไปด้านในของป่า อันเป็นลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างออกไปจากป่าบกทั่วไป พันธ์ไม้


6

ต่างๆที่มกี ารปรับตัวมาจนขึ้นอยู่ได้ในเขตนี้ ที่ทําให้สามารถเจริญและแพร่กระจายได้ใน บริเวณที่เป็นดินเลนลึก มีน้ําท่วมถึง จึงต้องมี รากค้ําจุน ที่แข็งแรงเป็นจํานวนมาก ราก เหล่านี้ชว่ ยผยุงลําต้นให้ตั้งตรงอยู่ได้ไม่โค่นล้มเมื่อถูกพายุพัดหรือคลื่นซัดได้แก่พันธุ์ไม้ พวกโกงกางซึ่งมีมาก ป่าชายเลนจึงมีชอื่ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ป่าโกงกาง สําหรับระบบนิเวศวิทยาที่เกิดขึ้นในป่าชายเลนนั้นเป็นไปในแง่ของการถ่ายทอดพลังงาน เป็นแบบที่เริ่มต้นด้วยเศษอินทรียสาร (detritus) ซึ่งได้จากการสลายตัวของใบไม้ใน บริเวณป่าชายเลนโดยจุลินทรีย์ผยู้ ่อยสลาย อินทรียวัตถุเหล่านีจ้ ะเป็นอาหารของพวกกิน เศษอินทรียวัตถุ เช่น แอมฟิพอด หอย กุ้ง ปู และตัวอ่อนของแมลงต่างๆ จากพื้นก็จะถูกกินต่อๆกันไปตามลําดับขั้นของลูกโซ่อาหาร และโดยธรรมชาติแล้วจะมี ความสมดุลในตัวของมันเอง แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งก็ จะเป็นผลทําให้ระบบความสัมพันธ์นี้ถูกทําลายลง จนเป็นผลเสียขึ้นได้ เช่น ถ้าหากพื้นที่ ป่าชายเลนถูกบุกรุกทําลาย จํานวนสัตว์น้ําก็จะลดลงตามไปด้วยตลอดจนอาจเกิดการ เน่าเสียของน้ําตามมา ความสําคัญและประโยชน์ของป่าชายเลน ป่าชายเลน มีระบบนิเวศที่มคี ุณค่ามหาศาล และมีความสําคัญต่อมนุษย์หลายรูปแบบถือ เป็นแหล่งอาหารที่สาํ คัญของสัตว์น้ํา ซึ่งได้แก่ อินทรียวัตถุที่ยอ่ ยสลายจากซากพืชหรือ เศษใบไม้ ส่วนใหญ่ได้จากใบของพืชทีร่ ่วงหล่น นอกจากนี้ยังได้จากส่วนของ กิ่ง ก้าน ดอก และผลอีกด้วย ส่วนแหล่งอาหารอื่นๆ ในบริเวณปากแม่น้ํา ส่วนใหญ่เป็น สารอินทรีย์ทลี่ ะลายน้าํ เช่น กรดอะมิโน ซึ่งมีตน้ กําเนิดจากการสลายตัวของอินทรียวัตถุ ในบริเวณป่าชายเลน ป่าชายเลนยังเป็นแหล่งทีต่ ัวอ่อนของสัตว์น้ําพวก กุ้ง หอย ปู ปลา เข้ามาอาศัยร่มเงาและหาอาหาร ป่าชายเลนจึงเป็นแหล่งอนุบาลตัวอ่อนของสัตว์นา้ํ ที่มี ความสําคัญต่อระบบนิเวศทะเลไทยมากที่สุด คุณประโยชน์ทเี่ ห็นได้ชัดของป่าชายเลนอีกก็คอื การใช้ประโยชน์จากไม้ ชายเลนเพื่อ การเผาถ่าน ต้นไม้ในป่าชายเลนปลูกง่าย โตเร็ว จึงมีการลักลอบตัดฟันน้อยกว่าต้นไม้ใน ป่าบกหลายเท่า ไม้ป่าชายเลนนอกจากจะใช้เผาถ่าน ซึ่งทํารายได้คิดเป็นมูลค่าถึงปีละ ประมาณ 560 ล้านบาท และยังมีการใช้ประโยชน์ในรูปแบบอื่นๆ คือ เป็นไม้ฟืน ไม้ เสาเข็ม ไม้ค้ํายัน ไม้ก่อสร้าง แพปลา อุปกรณ์ การประมง และเฟอร์นิเจอร์


7

ป่าชายเลนยังทําหน้าที่เสมือนเขื่อนป้องกันคลื่นลมจากทะเล ทีส่ ามารถซ่อมแซมตนเอง ได้เมื่อได้รับความเสียหายจากพายุ ป่าชายเลนช่วยป้องกันความรุนแรงของพายุ จนไม่ ก่อให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์และระบบนิเวศบริเวณถัดเข้ามา และในขณะเดียวกันป่าชาย เลนยังทําหน้าที่ดกั กรองสารปฏิกูลและสารมลพิษต่างๆ จากบนลกไม้ให้ลงสู่ทะเล โลหะ หลากหลายชนิด เมือ่ ถูกพัดพามาตามกระแสน้าํ ก็จะตกตะกอนลงที่บริเวณดินเลนในป่า ชายเลน นอกจากนี้ขยะและคราบน้ํามันต่างๆ ก็จะถูกกรองไว้ในป่าชายเลน สรุปการใช้ประโยชน์จากป่าชายเลน • • • • • • • • • • • • •

มีความสําคัญในการเป็นแหล่งพลังงานและอาหาร เพื่อเป็นที่อยูอ่ าศัยของพืชและสัตว์ตามธรรมชาติ เพื่อเป็นเครื่องป้องกันแนวชายฝั่งทะเล เพื่อควบคุมการกัดเซาะพังทลาย เพื่อซับน้ําเสีย เป็นแนวกําบังกระแสน้าํ เชีย่ วที่ปากแม่นา้ํ และพายุหมุน ผลิตภัณฑ์จากไม้ เชื้อเพลิง วัสดุกอ่ สร้าง สิ่งทอและหนังสัตว์ อาหาร ยา และเครือ่ งดืม่ การผลิตกรดจากเปลือกไม้ (tannin) ให้ผลผลิตมวลชีวภาพ (biomass) แก่แหล่งประมง

สัตว์ในป่าชายเลน ป่าชายเลนเป็นแหล่งอุดมได้ด้วยสัตว์น้ํานานาชนิด นับตั้งแต่สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ตลอดจนสัตว์มกี ระดูกสันหลัง ซึ่งสัตว์เหล่านี้มีความสําคัญทางเศรษฐกิจ และระบบนิเวศ ทางทะเล


8

ตัวอย่าง สัตว์ที่พบในป่าชายเลน ปู มีทั้งที่ขุดรูอยู่ตามพื้นโคลนใต้รากไม้ และการอยู่ตามรากโกงกางขึ้นอยูก่ ับชนิด และการหาอาหารของมัน ได้แก่ ปูเสฉวน ปูก้ามดาบ ปูแสม ปูทะเล กุ้ง ถ้าเป็นกุ้งเกย ทีม่ ีขนาดเล็ก ชาวบ้านนิยมมาทํากะปิ กุ้งขนาดใหญ่เป็นสัตว์น้ํา เศรษฐกิจที่สําคัญนอกจากกุ้งแล้วยังมีสัตว์จําพวกเดียวกับกุ้ง นั่นคือ กั้งตั๊กแตน ซึ่งเป็น สัตว์น้ําเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง นอกจากสัตว์เหล่านี้ยังมีสัตว์จาํ พวกเพรียงหิน แมลงสาบทะเล ทีพ่ บอยู่ตาม ซาก ใบไม้ที่ร่วงหล่นทับถมกันอยู่ อีกทั้งแมลงเล็กๆ ซึ่งทําให้ภายในระบบนิเวศทางทะเล สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

พันธุไ์ ม้ในป่าชายเลน สังคมพืชในป่าชายเลนต้องมีการปรับตัวทั้งทางด้านสรีระและโครงสร้าง โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ในสภาพที่เป็นดินเลนลึก พืชจําพวกนี้มีรากค้ําจุนจํานวนมากออก บริเวณโคนต้น ทําหน้าที่พยุงลําต้นและหายใจด้วย ตัวอย่าง พันธุ์ไม้ในป่าชายเลน ที่เห็นเด่นชัดได้แก่ โกงกาง เป็นพระเอกของป่าชายเลน เขียวชอุ่มตลอดทั้งปีมี 2 ชนิด คือ โกงกางใบ เล็กและโกงกางใบใหญ่ แสม แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ แสมทะเล เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ที่พบมากในพืน้ ดินงอกใหม่ แสมขาว มักขึน้ ปนดินทราย แสมดํา มีใบเป็นรูปไข่กลมป้อม ปลายใบมน หลังใบเป็นมันท้องใบสีน้ําตาลอ่อน


9

โปรง แบ่งเป็น 2 ชนิด

คือ โปรงแดง เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ชอบดินที่มีสภาพเป็นกรดห้อยบนกิ่งในทิศทิ้ง ตัวลง โปรงขาว ลักษณะส่วนใหญ่คล้ายโปรงแดงมาก เพียงแต่มีต้นอ่อนขนาดสั้นกว่า

นอกจากนี้ ยังมีพันธุ์ไม้ชนิดอื่นด้วย เช่น ลําพู ลําแพน ตะบูน ตะบัน เสม็ด และพันธุ์อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งก่อให้เกิดทัศนียภาพที่งดงาม และสร้างความอุดมสมบูรณ์ ต่อระบบนิเวศทางทะเลอีกด้วย


บรรณานุกรม http://th.wikipedia.org/wiki/ http://www.google.co.th/search?q http://www.dmcr.go.th/marinecenter/mangrove.php http://www.school.net.th/library/create-web/10000/science/100008161.html


ป่าชายเลน E-Magazine  

ป่าชายเลน E-Magazine

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you