Issuu on Google+

  

225 ถ.เจริญประเทศ ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50100 โทรศัพท์ (053) 271859 โทรสาร. (053) 271861 225 Charoenprathet Road, Chiang Mai,Thailand 50100 Tel: (053) 271859 Fax: (053) 271861 E-mail : sc_cathedral@hotmail.com ปีที่ 43 ฉบับที่ 842

อาทิตย์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา ประจาวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2013 ‚ใครที่ยกตนเองขึ้นก็จะถูกกดลง แต่คนที่ถ่อมตัวลง จะได้รับเกียรติให้สูงขึ้น‛ บทพระวรสาร พระวรสารนักบุญลูกา 14 : 1, 7 - 14 วันสับบาโตวันหนึ่ง พระเยซูเจ้าเสด็จไปเสวยพระกระยาหารที่บ้านของหัวหน้าชาวฟาริสีผู้ หนึ่ง ผู้ที่อยู่ที่นั่นต่างจ้องมองพระองค์ พระเยซูเจ้าทรงสังเกตเห็นผู้รับเชิญต่างเลือกที่นั่งที่มีเกียรติ จึงตรัสเป็นอุปมากับเขาว่า ‘เมื่อมีใครเชิญท่านไปในงานมงคลสมรส อย่าไปนั่งในที่ที่มีเกียรติ เพราะถ้ามีคนสําคัญกว่าท่าน ได้รับเชิญมาด้วย เจ้าภาพที่เชิญท่านและเชิญเขาจะมาบอกท่านว่า ‚จงให้ที่นั่งแก่ผู้นี้เถิด‛ แล้วท่าน จะต้องอับอายไปนั่งที่สุดท้าย แต่เมื่อท่านได้รับเชิญ จงไปนั่งในที่สุดท้ายเถิด เพื่อเจ้าภาพที่เชิญ ท่านจะมาบอกท่านว่า ‚เพื่อนเอ๋ย จงไปนั่งในที่ที่ดีกว่านี้เถิด ‛ แล้วท่านจะได้รับเกียรติต่อหน้าผู้ ร่วมโต๊ะทั้งหลาย เพราะทุกคนที่ยกตนขึ้นจะถู กกดให้ต่ําลง แต่ทุกคนที่ถ่อมตนลงจะได้รับการยก ย่องให้สูงขึ้น’ พระองค์ตรัสกับผู้ที่เชิญพระองค์ว่า ‘เมื่อท่านจัดเลี้ยงอาหารกลางวันหรืออาหารค่ํา อย่า เชิญมิตรสหาย พี่น้องหรือเพื่อนบ้านที่มั่งมี เพราะเขาจะเชิญท่านและท่านจะได้รับการตอบแทน แต่ เมื่อท่านจัดงานเลี้ยง จงเชิญคนยากจน คนพิการ คนง่อย คนตาบอด แล้วท่านจะเป็นสุข เพราะคน เหล่านั้นไม่มีสิ่งใดตอบแทนท่านได้ ท่านจะได้รับการตอบแทนจากพระเจ้าเมื่อผู้ชอบธรรมกลับคืน ชีวิต

(พระวาจาของพระเจ้า) 1


 A reading from the holy Gospel according Lk 14 : 1, 7 - 14 On a sabbath Jesus went to dine at the home of one of the leading Pharisees, and the people there were observing him carefully. He told a parable to those who had been invited, noticing how they were choosing the places of honor at the table. “When you are invited by someone to a wedding banquet, do not recline at table in the place of honor. A more distinguished guest than you may have been invited by him, and the host who invited both of you may approach you and say, „Give your place to this man,‟ and then you would proceed with embarrassment to take the lowest place. Rather, when you are invited, go and take the lowest place so that when the host comes to you he may say, „My friend, move up to a higher position.‟ Then you will enjoy the esteem of your companions at the table. For every one who exalts himself will be humbled, but the one who humbles himself will be exalted.” Then he said to the host who invited him, “When you hold a lunch or a dinner, do not invite your friends or your brothers or your relatives or your wealthy neighbors, in case they may invite you back and you have repayment. Rather, when you hold a banquet, invite the poor, the crippled, the lame, the blind; blessed indeed will you be because of their inability to repay you. For you will be repaid at the resurrection of the righteous.”

2


20 ข้อ ที่ควรรู้และปฏิบัติก่อนอายุ 40 1. ไม่ต้องตั้งใจเรียนมากไป เอาแค่พอใช้ได้ก็พอ เพราะโลกแห่งความเป็นจริง วัดกันที่ผลงาน ไม่ใช่ที่เกรด 2. การทํากิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัยนั้นสําคัญมาก พอๆ กับการคร่ําเคร่งหน้าตําราเรียน 3. เลือกงานที่เราชอบนั้นใช่ แต่อย่าลืมด้วยว่า อาชีพนั้น.. สามารถเลี้ยงดูตัวเราได้จริงหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ก็อย่าหลอกตัวเอง 4. เมื่อถึงวัยทํางาน ใครเก็บเงินก่อน รวยเร็วกว่าและสิ่งสําคัญ ที่ต้องจําไว้ คือ "ชีวิตที่ไม่มีหนี้ คือชีวิตที่ประเสริฐที่สุด" 5. หาเป้าหมายในชีวิตให้เจอโดยเร็วที่สุด เพราะมัน จะเป็นเครื่องนําทางของคุณ ในชาตินี้ตลอดไป 6. ซื้อบ้านก่อน ที่จะซื้อรถ เพราะบ้านมีแต่จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น รถมีแต่มูลค่าลดลง ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า รถ=ลด 7. ดอกเบี้ยบ้านนั้นมหาโหดมาก รีบใช้ให้หมด โดยเร็วพลัน ก่อนที่จะแก่ แล้วผ่อนไม่ไหว 8. การเก็บเงินเป็นแค่บันไดขั้นแรก สู่ความร่ํารวย แต่ขั้นต่อมา คือ ต้องรู้จักลงทุน 9. อย่าเป็นศัตรูกับใครก็ตามบนโลกใบนี้ เพราะคุณจะไม่มีทาง รู้ว่าวันหนึ่งเขาอาจจะยิ่งใหญ่มาก จนกลับมาทําร้ายคุณก็เป็นได้ 10. คอนเน็คชั่นหรือสายสัมพันธ์เป็นสิ่งที่สําคัญมากๆ ต่อให้เก่งแค่ไหน ก็สู้การมีเพื่อนเยอะไม่ได้ (เชิญอ่านต่อสัปดาห์หน้า) โดยคุณ : Wisoot Sangarunlert 3


บทสนทนาจากพ่อเจ้าวัด พ่อไปอ่านพบเรื่องราวของเด็กสาวคนหนึ่ง อ่านแล้วรู้สึกทึ่งกับชีวิตและจิตใจของเธอจริงๆ เธอ ก็เป็นเหมือนเด็กสาวทั่วไปที่มีความฝัน เธอมีชื่อว่า Shelly Jacoby พ่อเชื่อว่าไม่ค่อยมีใครรู้จักเธอ ซึ่งก็ดี แล้ว ทําให้เรารู้สึกว่าเธอก็เป็นคนธรรมดาๆเหมือนกับเราทุกคน หากเธอสามารถทําได้ เราก็ควร สามารถทําได้ด้วย เธอเขียนเล่าเรื่องราวของเธอไว้ดังนี้ “หนึ่งปีหลังจากฉันจบชั้นมัธยมปลาย ฉันพบว่า ไตข้างหนึ่งของฉันล้มเหลว และอนาคตของฉันคงต้องหยุดลงก่อน ความฝันของฉันคือการไปนิวยอร์ค และได้แสดงการเต้นที่โรงละคร Broadway พ่อของฉันให้ไตของท่านแก่ฉันข้างหนึ่ง การย้ายไตนี้จะ ทํางานได้ 10 ปี ในปี 2000 ฉันก็พบว่าการทํางานของไตที่ย้ายมานั้นที่สุดก็ล้มเหลวลง ตอนนี้ฉันต้อง ล้างไตมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว เปล่า ฉันไม่พบความสําเร็จที่จะไป Broadway ฉันไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัย ฉันได้แรงบันดาลใจผ่านทางการต้องหยุดความฝันของฉัน ผ่านทางความเจ็บป่วย ผ่านทางการผ่าตัด ความเจ็บปวด และการสูญเสียเพื่อน สิ่งเหล่านี้กลับทําให้ฉันเข้มแข็ง ฉันจะมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าของ ฉันเสมอ และใช้ทุกวันที่พระประทานให้อย่างมีคุณค่า ตอนนี้ฉันอายุ 33 ปีแล้ว และฉันจะเข้าเรียนใน มหาวิทยาลัยในฤดูใบไม้ผลินี้ในแบบนักศึกษาภาคปกติ อวยพรฉันด้วย” ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะสามารถยอมรับ “ความจริง” อันเจ็บปวด และอยู่กับความจริงเหล่านั้น อย่างมีความสุข ความทุกข์ทรมานและความยากลําบากมักจะทําให้มนุษย์เราอ่อนแอ และที่สุดอาจทํา ตัวให้ไร้ค่าไป แต่ทั้งหมดนี้ Shelly กลับพิสูจน์ให้เราเห็นว่า ไม่จําเป็นต้องเป็นอย่างนั้นเสมอไป หากเรามี ความเชื่อ หรือสิ่งที่พระวาจาวันนี้แปลความหมายของความเชื่อในทํานองนี้ว่าเป็น “ความสุภาพถ่อม ตน” พูดอีกอย่างหนึ่งคือ เธอมีความสุภาพถ่อมตนเธอจึงมีความสุข ตรงข้าม ใครที่ปฏิเสธความจริง กลับไม่มีทางที่จะมีความสุขได้เลย เวลาที่พ่ออยู่ในบ้านเณรเล็ก พ่อยังจําคําสอนของคุณพ่ออธิการ ซึ่งเวลานั้นคือคุณพ่อฮั่วเซี้ยง หรือปัจจุบันคือพระคุณเจ้า พระคาร์ดินัล มีชัย กิจบุญชู ที่มักจะสอนเราสามเณรเสมอว่า “ความสุภาพ คือการยอมรับความจริง” ไม่ใช่การเอาแต่ดูถูกตนเอง หรือลดคุณค่าของตนเอง ความเป็นจริงเป็น อย่างไร ก็จงประพฤติปฏิบัติสอดคล้องกับความจริงเหล่านั้น เมื่อเรามีความสามารถใด ก็จงยอมรับว่า เรามี ไม่ใช่เอาแต่ถ่อมตนว่าเราไม่มี ไม่เก่ง เพียงแต่ความสามารถนั้นอย่าทําให้เราโอหัง โอ้อวด ข่มคน และเราจึงนําเอาความสามารถมาใช้ให้เกิดผล นี่ต่างหากคือความสุภาพถ่อมตนที่แท้จริง พ่อเคยเห็นหลายคน ที่ชอบบ่นว่าตนเองเป็นคนยากจน มีเงินไม่พอใช้ แต่กลับมีเงินเอาไปกิน เหล้าเมายา แทงม้าแทงหวย บางคน ไม่มีเงินเสียค่าเล่าเรียนให้ลูก แต่มีเงินเที่ยวเตร่ ซื้อของฟุ่มเฟือย 4


หรือเล่นพนัน นี่ก็เป็นตัวอย่างของการดําเนินชีวิตไม่สอดคล้องกับความจริง เดี๋ยวนี้ เรายังมีวิธีใช้เงิน ได้ง่ายขึ้นและสะดวกขึ้นด้วยรูปแบบต่างๆ ถ้าเรามีเวลาว่าง ไม่มีอะไรทํา หลายคนคงอยากไปเดินเล่นที่ ห้างสรรพสินค้า รับแอร์เย็นๆ ดูโน่นดูนี่ไปเรื่อยๆ ตอนแรกไม่คิดจะซื้ออะไร เรื่องนี้ เจ้าของก็รู้ดีว่ามีคน จํานวนมากเพียงแค่อยากมาเดินเล่น แต่กระนั้น พวกเขาก็เชื่อในอานาจของกิเลสมนุษย์ เมื่อเห็นของ ถูกใจ ก็ย่อมอยากได้อยากมี คราวนี้ถ้าไม่มีสตางค์ เขาจ���งให้ใช้วิธีผ่อนส่ง หรือไม่ก็มีบริการเงินสดด่วน ใครที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ ก็ย่อมทําอะไรเกินตัว เกินกําลัง หรืออาจเรียกว่าเกินความจริงแห่งชีวิตของตน ไป ซึ่งหมายถึงหายนะที่กําลังคืบคลานเข้ามา นี่จึงอาจเรียกว่าเป็นความจองหองของคนเราก็ได้ เพราะ ไม่ทําอะไรตามความจริงที่เป็นอยู่ แล้วชีวิตจะมีแต่ความวุ่นวายไม่เป็นสุข คนที่เอาแต่ได้มักเป็นคนที่ไม่รู้จักให้ ถ้าจะให้ก็เพียงหวังว่าจะได้มากขึ้น คนที่มีนิสัยตระหนี่ถี่ เหนียว มักจะมีความโลภควบคู่อยู่ด้วย เช่นเดียวกับคนที่ขี้อิจฉาก็จะอยากได้อยากมีสารพัดไม่มีวันจบสิ้น คนที่ชอบโกหกหลอกลวง เมื่อมีโอกาสก็พร้อมที่จะกลายเป็นคนฉ้อฉลคดโกงไป นี่แหละชีวิตที่วุ่นวาย มิใช่หรือ? ในปี 1976 ที่เมือง Spokane รัฐวอชิงตัน อเมริกา มีการจัดการแข่งขันให้เด็กๆพิการ เช่นเด็ก ดาวน์ซินโดรม เรียกว่าโอลิมปิกพิเศษ ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร มีเด็ก 9 คนเข้าแข่งขัน เมื่อเสียง สัญญาณดังขึ้น ทุกคนก็เริ่มวิ่ง สักครู่หนึ่ง เด็กน้อยคนหนึ่งก็ล้มลง แล้วเริ่มร้องไห้ เมื่อได้ยินเสียงเด็ก น้อยร้องไห้ เด็กหญิงสองคนที่เข้าแข่งขันด้วย แม้กําลังจะเข้าสู่เส้นชัยได้ด้วยชัยชนะ ทั้งสองมองหน้า กันแล้วหยุดวิ่ง หันกลับไปหาเด็กน้อยที่ล้มลง สวมกอดเขาแล้วประคองให้ลุกขึ้น เด็กสามคนประคอง กันเดินเข้าเส้นชัย แม้จะรั้งท้าย แต่ผู้ชมทั้งสนามเงียบเหมือนถูกมนต์สะกด ก่อนที่สุดท้ายจะมีเสียง ปรบมือสนั่นกึกก้อง มิใช่ให้กับผู้ชนะการแข่งขัน แต่ให้กับภาพการแข่งขันที่สวยงามที่สุดที่มีโอกาสได้ เห็น ทุกคนได้บทเรียนว่า สิ่งสาคัญสาหรับชีวิตมีมากกว่าเรื่องการเอาชนะเพื่อตนเอง ชัยชนะไม่ใช่ ทุกสิ่งของชีวิตดอก น่าเสียดาย ผู้ใหญ่ปกติหลายคนยังไม่สามารถเข้าใจ พ่อชอบคําพูดของหนังสือบุตรสิราในบทอ่านแรกวันนี้ “ผลร้ายของความเย่อหยิ่งยากอย่าง ยิ่งที่จะบาบัดได้ เพราะความชั่วร้ายฝังรากลึกในตัวเขา จิตใจของคนฉลาดย่อมไตร่ตรองเรื่องอุปมา ผู้มีปัญญาย่อมใฝ่หาคนที่ตั้งใจฟัง” ดูเหมือนคําพูดประโยคสุดท้ายนี้แฝงความหมายที่น่าสนใจไว้ด้วยใน ทํานองว่า ผู้ที่มีจิตใจจองหอง ย่อมไม่ต้องการรับฟังใคร ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะอธิบายให้กบั คนที่ไม่ ต้องการฟัง พ่อสุรสิทธิ์ surasit@catholic.or.th 5


วัน/เวลา อา 1 ก.ย.13 06.30 น

รายการมิสซา อาทิตย์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา สุขสําราญแด่ ครอบครัว ตรีมรรคา อุทิศแก่ แสงอรุณ + วิรัช ตรีมรรคา, น้าสุย+น้าสมบูรณ์ มาลีวงษ์

08.30 น.

สุขสําราญแด่พี่น้องทุกครอบครัว

11.00 น.

สุขสําราญแด่พี่น้องทุกครอบครัว (มิสซาภาษาอังกฤษ)

18.00 น.

สุขสําราญแด่ ครอบครัว ศิริรัตน์ อุทิศแก่ เปโตร วราวุธ ศิริรัตน์, วิญญาณในไฟชําระ และวิญญาณที่ไม่มีใครนึกถึง สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา สุขสําราญแด่ ครอบครัว บุญยะลีพรรณ, ฟรังซิสโก พีรกวินทร์ ดอยสูงสง่า อุทิศแก่ เปโตร โฮ่ แซ่เหวียน, มาร์ธา ติ่น อิ่มสม, เปโตร ธวัชชัย อิ่มสม, มารีอา วันรีย์ บุญเจริญ, เปโตร บิ่น แซ่มาย, ยอแซฟ สุรศักดิ์ บุญเจริญ, เปโตร เฮียน, มารีอา เอีย๋ น ระลึกถึง น.เกรโกรี พระสันตะปาปา และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร มิสซาสําหรับ สัตวแพทย์ เบอร์นาร์ด บุรินทร์ บุญศรี, Louis Lazum Tang Gyi อุทิศแก่ พระคุณเจ้า แบร์นาร์ด ลูเซีย ลากอสต์, ยอแซฟ บุญทัน, มารีอา บัวแก้ว, เปโตร วราวุธ

จ 2 ก.ย.13 19.00 น.

อัง 3 ก.ย.13 6.30 น.

19. 00 น.

สุขสําราญแด่ มารีอา แอนนา อิ่มสม, เปโตร ยุทธ ศรีมูล, เปโตร รณรงค์, เปโตร วีระยุทธ, มารีอา จุฑารัตน์ ศรีมูล อุทิศแก่ ดอนบอสโก ทวีศักดิ์ ไมตรีจิตต์, นายสมชาย หวุ่ยเชอกู่ 6


วัน/เวลา

รายการมิสซา

พ 4 ก.ย.13 19.00 น.

สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา สุขสําราญแด่ นิโคลัส พรชัย สุขอารมณ์, ทันตแพทย์ วิน หิริโอตัปปะ อุทิศแก่ เปาโล บุญเลิศ วรรธกจตุรพร, มารีอา อิ่ม แซ่โก, ลูกา จิ๊บ แซ่โจว , วิญญาณที่ไม่มีใครระลึกถึง พฤ 5 ก.ย.13 สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา 06.30 น. มิสซาแด่ ครอบครัว ศิริรัตน์ อุทิศแก่ ยอแซฟ บุญทัน, มารีอา บัวแก้ว ศิริรัตน์, มารีอา วิภาดา วิจิตรพร, ภีระ

19.00 น. ศ 6 ก.ย.13 19.00 น. ส 7 ก.ย.13 19.00 น.

มิสซาแด่ ครอบครัว คงสินสุขไพศาล อุทิศแก่ ลูซีอา กุศล-เปาโล เงย ทรงสัตย์, ฟรังซิส บุญชัย, มารีอา เฮือง, เทเรซา เรณู, ยอแซฟ ทวีศักดิ์, เปโตร วัลลภ สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา (วันศุกร์ต้นเดือน) สุขสําราญแด่ ดอมินิก ภูวดล-แบร์นาแด๊ต ดลนภา วิสุพร อุทิศแก่ เอลีซาเบธ กิมเจีย ประจงการ, ลูซีอา อรุณ-ยวงบัปติสตา ไสว ธูปเทียน สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา สุขสําราญแด่ ผู้สูงอายุที่ยังมีชีวิตอยู่ อุทิศแก่ เปโตร อุดม, มารีอา บัวคํา, ผู้สูงอายุที่เสียชีวิตไปแล้ว, วิญญาณในไฟชําระ

7


1. ที่อยู่เว็บไซต์ของเราคือ http://www.sacredheartcathedralcm.com 2. ที่ประชุมสภาภิบาลฯ เห็นชอบที่จะให้เริ่มเชิญชวนพี่น้อง ปฏิบัติตามข้อกําหนดของสภา พระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทยที่ ที่ประกาศใช้ตั้งแต่ 15 พฤษภาคม 1979 หรือสามสิบกว่า ปีมาแล้ว ในเรื่อง “การพนมมือ” ระหว่างฟังบทอ่านที่ 1 และ 2 (ส่วนการพนมมือระหว่าง พระวรสารนั้นเราปฏิบัติกันอยู่แล้ว) แต่พ่อเห็นว่า การรณรงค์เช่นนี้ควรเป็นการรณรงค์ พร้อมกันในระดับสังฆมณฑลฯซึ่งพ่อจะเสนอขอความเห็นชอบต่อไป เพื่อความเป็นเอกภาพใน สังฆมณฑลฯของเรา ฉะนั้น ในระหว่างนี้ หากใครพร้อมที่จะปฏิบัติ พ่อก็เชิญชวนให้ปฏิบัติไปก่อน เพราะเป็นสิ่งที่งดงามและถูกต้องและมีความหมายดีในตัวเอง

3. คณะเซอร์ร่า ซึ่งมีจิตตารมณ์ในการส่งเสริมกระแสเรียก กําลังรณรงค์หาทุนช่วยเหลือบ้านเณร ประจําปี และมีกําหนดจะไปเยี่ยมสามเณรและมอบทุนช่วยเหลือนี้ให้กับบ้านเณรเล็กของสังฆมณฑลฯ ที่ เมืองพาน และบ้านเณรของคณะเบธาราม ในปลายเดือนกันยายน พี่น้องท่านใด ประสงค์จะร่วมทําบุญช่วยเหลือบ้านเณร คณะเซอร์ร่าได้จัดทํากล่องรับเงินทาบุญและซองร่วม ทาบุญไว้บริเวณหน้าวัดครับ เชิญชวนพี่น้องช่วยกันสนับสนุนกระแสเรียกในสังฆมณฑลฯของเรา ด้วย

4. เปิดรับสมัครแล้ว สําหรับการอบรมผู้อ่านพระคัมภีร์และผู้ช่วยพิธีกรรม ของเขต 1 ซึ่งจัดขึ้นใน วันเสาร์ที่ 12 และ 19 ตุลาคม 2013 ณ อาสนวิหารพระหฤทัยของเรา ผู้ผ่านการอบรม ต้องเข้ารับการอบรมทั้งสองวัน ผู้อ่านพระคัมภีร์ต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และผู้ช่วย พิธีกรรมต้องมีอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ผู้สนใจ ติดต่อขอรับใบสมัครได้ที่สานักงานของวัด ส่งใบ สมัครไปเกินสิ้นเดือนกันยายนครับ ทั้งนี้ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ 8 http:// www.sacredheartcathedralcm.com เว็บไซต์อาสนวิหารพระหฤทัยเชียงใหม่


40 อาทิตย์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา 1 ก ย 2013