Issuu on Google+

 

225 ถ.เจริญประเทศ ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50100 โทรศัพท์ (053) 271859 โทรสาร. (053) 271861 225 Charoenprathet Road, Chiang Mai,Thailand 50100 Tel: (053) 271859 Fax: (053) 271861 E-mail : sc_cathedral@hotmail.com ปีที่ 43 ฉบับที่ 856

สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต ประจาวันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2014

“สําหรับผู้ที่เชื่อในพระองค์จะเป็นผู้มีชัยชนะต่อความตาย” บทพระวรสาร พระวรสารนักบุญยอห์น 11 : 3 - 7, 17, 20 - 27, 33ข - 45

เวลานั้น พี่น้องทั้งสอง คนจึงส่งคนไปทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระเจ้าข้า คนที่พระองค์ทรงรัก กําลังป่วย” เมื่อพระเยซูเจ้าทรงทราบข่าวนี้ ก็ตรัสว่า “โรคนี้มิได้เกิดขึ้นเพื่อความตาย แต่เพื่อ พระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า เพราะโรคนี้ พระบุตรของพระเจ้าจะได้รับพระสิริรุ่งโรจน์” พระเยซูเจ้าทรงรักม ารธากับน้องสาว และลาซาลัส หลังจากทรงทราบว่า ลาซาลัสกําลัง ป่วย พระองค์ยังทรงประทับอยู่ที่นั่นอีกสองวัน ต่อจากนั้นพระองค์ตรัสกับบรรดาศิษยว่า “เรากลับไปแค้วนยูเดียกันเถอะ” เมื่อเสด็จมาถึง พระเยซูเจ้าทรงพบว่าลาซาลัสถูกฝังไนคูหามาสี่วันแล้ว เมื่อ มารธารู้ว่าพระ เยซูเจ้ากําลังเสด็จมา นางก็ออกไปรับเสด็จ ส่วนมารย์ยังคงนั่งอยู่ที่บ้าน มารธาทูลพระเยซูเจ้า ว่า “พระเจ้าข้า ถ้าพระองค์ทรงอยู่ที่นี่ พี่ชายของดิฉันคงไม่ตาย แต่บัดนี้ดิฉันรู้ดีว่าสิ่งใดที่ พระองค์ทรงวอนขอจากพระเจ้า พระเจ้าประทานให้ ” พระเยซูเจ้าตรัส กับนางว่า “พี่ชายของ ท่านจะกลับคืนชีพ” มารธาทูลว่า “ดิฉันรู้ว่าเขาจะกลับคืนชีพเมื่อมนุษย์ทุกคนจะกลับคืนชีพใน วันสุดท้าย” พระเยซูเจ้าตรัสกับนางว่า “เราเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิต ใครเชื่อในเรา แม้ตายไป แล้ว ก็จะมีชีวิต และทุกคนที่มีชีวิต และเชื่อในเรา จะไม่มีวันตายเลย ท่านเชื่อเช่นนี้หรือ” มารธาทูลตอบว่า “เชื่อพระเจ้าข้า ดิฉันเชื่อว่าพระองค์เป็นพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระ เจ้าที่จะต้องเสด็จมาในโลกนี้” พระองค์ทรงสะเทือนพระทัยและเศร้าโศกมาก ตรัสถามว่า 1


“ท่านฝังเขาไว้ที่ไหน” เขาทูลว่า “พระเจ้าข้า เชิญเสด็จมาทอดพระเนตรเถิด ” พระเยซูเจ้า ทรงกันแสง ชาวยิวจึงพูดว่า “ดูซิ พระองค์ทรงรักเขาเพียงไร” แต่บางคนตั้งข้อสังเกตว่า “พระองค์ทรงรักษาคนตาบอดได้ จะทําให้คนนี้ไม่ตายไม่ได้หรือ ” พระเยซูเจ้าทรงสะเทือน พระทัยอีก เสด็จถึงคูหาฝังศพ ซึ่งเป๋นโพรงหิน มีหินแผ่นหนึ่งปิดอยู่ พระเยซูเจ้าตรัสว่า “จง ยกแผ่นหินออก” มารธาน้องสาวของผู้ตายทูลว่า “พระเจ้าข้า ศพมีกลิ่นแล้ว เพราะฝัง มาถึงสี่วัน” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เรามิได้บอกท่านหรือว่า ถ้าท่านมีความเชื่อ ท่านจะเห็น พระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า” คนเหล่านั้นจึงยกแผ่นหินออก พระเยซูเจ้าทรงเงยพระพักตร์ขึ้น ตรัสว่า “ข้าแต่พระบิดาเจ้า ข้าพเจ้าขอบพระคุณ พระองค์ที่ทรงฟังคําของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าทราบดีว่าพระองค์ทรงฟังข้าพเจ้าเสมอ แต่ที่ ข้าพเจ้ากล่าวเช่นนี้ ก็เพื่อประชาชนที่อยู่รอบข้าพเจ้า เขาจะได้เชื่อว่าพระองค์ทรงส่ง ข้าพเจ้ามา” ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงเปล่งพระสุรเสียงดังว่า “ลาซาลัสเอ๋ย จงออกมาเถิด” ผู้ตาย ก็ออกมา มีผ้าพันมือพันเท้า และผ้าคลุมใบหน้าด้วย พระเยซูเจ้าตรัสว่า “จงเอาผ้าออก และปล่อยให้เขาไปเถิด” ชาวยิวหลายคนที่มาเยี่ยมมารีย์ และเห็นสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงกระทํา ก็เชื่อในพระองค์ (พระวาจาของพระเจ้า

2


บทสนทนาจากพ่อเจ้าวัด

สวัสดีครับ พี่น้องที่รักทุกท่าน พ่อกลับมาจากโปแลนด์แล้วตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 27 มีนาคม ด้วยร่างกายที่ค่อนข้างทรุดโทรม เล็กน้อย เนื่องจา กการเดินทางไกล และดื่มน้ําน้อยไปหน่อย เลยเจ็บโน่นบ้างนี่บ้างไปตามสภาพของ สว. แต่ในส่วนของจิตใจแล้ว พ่อรู้สึกสดชื่นขึ้นมาก ด้วยเหตุผลหลายอย่าง อย่างหนึ่งคือ โปแลนด์เป็น ประเทศที่สวยงามและน่าสัมผัสกับบรรยากาศคาทอลิก ที่ยังมีความศรัทธาปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจน จนบางแห่ง พ่อรู้สึกทึ่งทีเดียว อย่างเช่น ความศรัทธาต่อแม่พระฉวีดํา และ พระเมตตา ที่อาราม นักบุญโฟสตีน่า เป็นต้น อย่างหนึ่งคือ พ่อได้มีโอกาสไปเยี่ยมบ้านเกิดของพระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 และได้ถวายมิสซาที่นั่นด้วย เป็นความรู้สึกที่ดีมากในฐานะที่พระองค์เป็นพระสั นตะปาปาที่น่ารักของ เราคาทอลิกไทยและกําลังจะได้รับการสถาปนาเป็นนักบุญในวันที่ 27 เมษายนนี้ และอย่างสุดท้ายที่ สําคัญคือ ได้ไปกับกลุ่มทัวร์ที่น่ารัก และสนุกสนานด้วยกัน คอยดูแลกันด้วยมิตรภาพเสมอ พ่อ ขอบพระคุณพระเจ้าสําหรับช่วงเวลาดีๆนี้ และขอแนะนํา หากพี่น้องมีโอ กาส น่าจะไปโปแลนด์และ ยุโรปตะวันออกสักครั้ง กลับมาสู่การเตรียมจิตใจของเราทุกคนในช่วงเทศกาลมหาพรต เพื่อเตรียมเฉลิมฉลองปัสกา ประจําปีนี้ เราเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 แล้ว อาทิตย์หน้าเราก็จะเข้าสู่สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์กันแล้ว แต่บางที ชีวิต จิตใจของเราอาจจะยังคงอยู่ในคว ามสับสนวุ่นวาย ด้วยกิเลสตัณหานานาประการ จนบางที เราอาจ หลงลืมตนเองไปว่าเราเป็นใครและควรเป็นอย่างไร พ่อนึกถึง “ความสับสน ” ที่เกิดจากภาษาพูดของเราในทุกวันนี้ บางทีก็ฟังแปลกๆเหมือนกัน อย่างเช่น ใช้สรรพนามเรียกบุรุษที่ 2 ซึ่งควรเป็น คําว่า “คุณ” หรือ “ท่าน” ทํานองนั้น แต่บางคนกลับ ใช้คําว่า “ตัวเอง” ซึ่งมีความหมายเป็นบุรุษที่ 1 เสียมากกว่า และเวลาที่จะใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 เพื่อ เรียกตัวเอง ก็กลับใช้คําว่า “ เค้า ” หรือที่จริงก็มาจากคําว่า “เขา” ซึ่งควรจะเป็นสรรพนามบุรุษที่ 3 เสียอีก ทําไมเป็นอย่างนั้นไปได้ คงไม่มีใครทราบ แต่ดูเหมือนความสับสนนี้กําลังแพร่หลายไป อาจเป็น ในทํานองเดียวกับที่เดี๋ยวนี้ ผู้คนดูเหมือนจะให้เกียรติกันมากกับสัตว์และสิ่งของ จนกระทั่งแทนที่จะใช้ สรรพนามเรียกว่า “มัน” เราก็กลับมาใช้คําว่า “เค้า ” ราวกับสัตว์และสิ่งของนั้นเป็นคน แถมยังพูดคุย กับมันอย่างเป็นตุเป็นตะเสียอีกด้วย แต่กับคนจริงๆบางคน เรากลับเรียกว่า “มัน” ราวกับว่าเป็นสัตว์ เข้าให้ บางทีก็ใช้ชื่อสัตว์บางชนิดเรียกเสียเลยก็มี ดูโลกเรากําลังกลับหัวกลับหางไปยังไงพิกล บ่อยๆ ความสับสนนาไปสู่ “ความหลงผิด ” เมื่อชีวิตของเรามนุษย์อยู่ในโลกแห่งความสับสน วุ่นวาย ความเข้าใจอะไรต่างๆก็ผิดเพี้ยนไปได้ เมื่อเราปล่อยชีวิตวุ่นวายไปกับมันอย่างลุ่มหลงหรืออย่าง 3


บ้าคลั่ง หรือพูดอีกอย่างหนึ่ง เมื่อจิตวิญญาณมนุษย์อยู่ในความสับสน ผลของมันคือความหลงผิด นั่นเอง จนอาจไม่เข้าใจความหมายที่ถูกต้องของธรรมชาติแห่งตน และธรรมชาติของคนอื่นๆ ดีเพียง พอที่จะยอมรับและเข้าใจ กลายเป็นว่าชีวิตยุ่งเหยิงวุ่นวายไม่จบสิ้น เข้าทํานองว่า ติดกระดุมเม็ดแรก ผิด เม็ดอื่นๆก็ย่อมผิดไปด้วย เลยยุ่งไปกันใหญ่ ฉะนั้น ความพยายามที่จะเข้าใจธรรมชาติแห่งชีวิตของ ตนเองและของคนอื่นๆจึงเป็นเรื่องสําคัญจริงๆ หากเรามองดูชีวิตแล ะความตายที่ปรากฏต่อหน้าของเราอยู่ทุกวี่ทุกวัน แล้วเรายังไม่เห็นสัจ ธรรมแห่งชีวิตและโลกอันเป็นอนิจจังแล้ว หรือเรายังไม่เห็นคุณค่าอันเป็นนิรันดร์แห่งชีวิตวิญญาณแล้ว ก็อาจหมายความว่า ชีวิตของเรายังคงมีความสับสนและวนเวียนอยู่ในเรื่องฝ่ายโลกมากเกินไป จนหลง ผิดและเดินผิดทางไปแล้วนั่นเอ��� พูดอีกอย่างหนึ่งคือ เราอาจไม่เข้าใจความหมายของ “ชีวิต ” และ “ความตาย” ที่แท้จริง เด็กน้อยคนหนึ่ง กําลังจะตายด้วยโรคร้าย เธอกับแม่ไปวัดทุกวันอาทิตย์ แต่พ่อของเธอไม่ สนใจเรื่องวัดเลย แต่ก็สนใจที่หาเวลามาอยู่กับเธอด้วยความรักทุกคืน คืนหนึ่ง เธอพูดกับพ่อของเธอว่า “ พ่อจ๋า หนูกําลังจะตายและไปพบพระเยซู ครูคําสอนบอกหนูว่า บนสวรรค์หนูจะได้รับมงกุฎด้วย แต่ ไม่มีดาวประดับมงกุฎเพราะหนูยังไม่ได้พาใครมารู้จักพระเยซูเลย พ่อจะมอบชีวิตของพ่อให้พระเยซู ได้มั๊ยคะ หนูจะได้มีดาวที่มงกุฎของหนู ” พ่อได้ยินก็ร้อง ไห้ พยักหน้าให้ลูกและคุกเข่าลงทันทีสวดบท แสดงความทุกข์พร้อมกับลูก ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยความสุข สองสามวันต่อมา เธอก็ตาย อาทิตย์ต่อมา พ่อและแม่ของเธอไปวัดด้วยกัน ก่อนพิธีจะจบ พ่อของเธอขอพูดอะไรกับที่ประชุม เขา พูดว่า “ ผมเคยต่อต้านศาสนา เคยต่อต้านพระสงฆ์ผู้ เทศน์ก็จริง แต่ผมไม่สามารถต่อต้านลูกสาวของ ผมได้ ซูซี่(ลูกสาว)ขอให้ผมมอบชีวิตให้พระเยซู เพราะเธอรักผม ตอนนี้ซูซี่อยู่บนสวรรค์สวมมงกุฎที่มี ดาวดวงหนึ่งประดับอยู่ด้วย ดาวดวงนั้นคือผมเอง” พ่อคิดว่า ซูซี่ เด็กหญิงเล็กๆคนนี้เข้าใจความหมายของ “ชีวิต ” และ “ความตาย” อย่างผู้มี ความเชื่อ และเธอเข้าแข็งมาก จนกระทั่งทุกขณะเป็นเวลาที่มีคุณค่าได้ ในขณะที่ชาวโลกอีกจํานวนมาก กําลังมีชีวิตเหมือนคนตาย เพราะมองไม่เห็นภัยร้ายที่อยู่ใกล้ตัว และติดยึดอยู่กับความสนุกสบาย ชั่วคราวอันเป็นอนิจจัง พระเยซูเจ้าตรัสกับนางว่า “ เราเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิต ใครเชื่อในเรา แม้ตายไป แล้วก็จะมีชีวิต และทุกคนที่มีชีวิตและเชื่อในเรา จะไม่มีวันตายเลย” ท่านเชื่อเช่นนี้หรือ? พ่อสุรสิทธิ์ surasit@catholic.or.th 4


วัน/เวลา รายการมิสซา อา 6 เม.ย. 14 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต (วันจักรี) 06.30 น สุขสาราญแด่ ครอบครัวชัยชะ อุทิศแก่ ยอแซฟ ประกอบ – มารีอามักดาเลนา สงค์ ชัยชนะ 08.30 น. สุขสาราญแด่พี่น้องทุกครอบครัว 11.00 น.

สุขสาราญแด่พี่น้องทุกครอบครัว (มิสซาภาษาอังกฤษ)

18.00 น.

สุขสาราญแด่ มารีอา เพ็ญศรี – แบร์นาแด็ด ศรัญวดี ไชยพร อุทิศแก่ เปาโล อาลี – มารีอา อุสา อัจจมาลย์วรา ระลึกถึง น.ยอห์นแบปติสต์ เดอ ลาซาล พระสงฆ์

จ 7 เม.ย. 14 19.00 น.

สุขสาราญแด่ มารีอา มาลินี – มารีอา มานา – บุญโชค เธียรทานต์ อุทิศแก่ มาร์โค จุ้งแพ้ง, มารีอา มุ้ยเง็ก, คุณพ่อดีพล–คุณแม่ทองคํา เชียงหวอง

อัง 8 เม.ย. 14

สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต มิสซาสาหรับ ทุกครอบครัว อุทิศแก่ เอสเตวัง ศิริชัย – อักแนส ทับทิม บรรพบุรุษตระกุลยิ่งสมสุข และ ตระกุลกาญจนธานินท์, เปาโล อัมพร – โรซา ยุพิน บรรพบุรุษตระกุลมุ่งหมายและ ตระกุลตัณยะกูล และวิญญาณในไฟชําระ

6.30 น.

19.00 น.

สุขสาราญแด่ ครอบรัวเทเรซา กิติพร, ครอบครัวยอห์นบอสโก นายแพทย์ทรงพล, ครอบครัวเซซิลีอา โรจนีย์, มารีอา นฤมล – มารีอา นฤดี มั่นวงศ์วิโรจน์ และ กิจการงาน อุทิศแก่ โธมัส ธวัส เลิศกุศล 5


วัน/เวลา พ 9 เม.ย. 14 19.00 น. พฤ 10 เม.ย. 14 06.30 น.

19.00 น

ศ 11 เม.ย. 14 19.00 น. ส 12 เม.ย. 14 19.00 น.

รายการมิสซา สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต สุขสาราญแด่ ครอบครัวศิริรัตน์ อุทิศแก่ ยอแซฟ บุญทัน, มารีอา บัวแก้ว, เปโตร วราวุธ, มารีอา วิภาดา, ภี ระ, มารีอา เฮือง, เทเรซา เรณู, ยอแซฟ ทวีศักดิ์, เปโตร วัลลภ, เปโตร อุดม, มารีอา บัวคํา และวิญญาณในไฟชําระ สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต มิสซาสาหรับ อุทิศแก่ อันนา แห้น – อันนา สมบูรณ์ – เปโตร เทือง – ลูซีอา ถี – บรูโน มังกร เจริญถัมภ์ สุขสาราญแด่ วิเชียร สุขอารมณ์, ทันแพทย์ วิน หิริโอตัปปะ อุทิศแก่ ทัศนีย์ ทรรทรานนท์ น.สตานิสเลาส์ พระสังฆราช และมรณสักขี สุขสาราญแด่ นายมารุต วังสุนทร และบิดามารดา อุทิศแก่ คุณณรงค์ วังสุนทร และครอบครัว สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต สุขสาราญแด่ ครอบครัว จันทรา จินะ, ครอบครัวชุลีกรเมตตา อุทิศแก่ อันนา พรรณี จินะ และครอบครัว , ลุงลิเก วงศ์จอมภรณ์

6


1. ตลอด เทศกาลมหาพรต นี้ ขอเชิญพี่น้องร่วม

“เดินรูป 14 ภาค ” ทุก วันศุกร์

เวลา 18.30 น. หรือ ก่อนมิสซาค่ํานั่นเอง 2. วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน 2014 เป็นอาทิตย์ใบลาน แต่ก่อนนี้เรามีธรรมเนียมที่ดี ที่สัตบุรุษจะมาช่วยกันประดิษฐ์ใบลานเป็นรูปต่างๆสวยงาม เพื่อใช้ในวันอาทิตย์ใบ ลาน เดี๋ยวนี้น่าเสียดายที่เราไม่ ค่อยมีการนัดหมายกันอย่างนี้ เลยไม่ค่อยเห็นภาพ ความร่วมมือกัน หรือการมีส่วนร่วมในชีวิตศาสนาร่วมกัน ตลอดจนการที่จะมีโอกาส มาพบปะพูดคุยสังสรรค์กันฉันพี่น้อง ปีนี้ สภาภิบาลฯจึงเชิญชวนพี่น้องมารื้อฟื้น กิจกรรมดังกล่าวกัน ใน วันเสาร์ที่ 12 เมษายน ตั้งแต่เวลา 9.00 น.เราใช้บริเวณ ห้องคําสอนอาคารนาซาแร็ธ เรามีใบลานประมาณสามพันใบรออยู่นะครับ ช่วยๆกัน คงสําเร็จได้ 3. ตารางเวลาสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ พุธที่ 16 เมษายน 19.00 น. มิสซาเสกน้ามันศักดิ์สิทธิ์ พระสังฆราชถวายมิสซาพร้อมกับคณะ สงฆ์ทั้งหมดของสังฆมณฑลฯ ขอเชิญพี่น้องร่วมมิสซานี้เป็นพิเศษด้วย พฤหัสบดีที่ 17 เมษายน 19.00 น. มิสซาระลึกถึงพระเยซูเจ้าทรงตั้งศีลมหาสนิท มีพิธีล้างเท้าอัครสาวก และหลังมิสซาขอเชิญร่วมเฝ้าศีลมหาสนิท ศุกร์ที่ 18 เมษายน 9.00 น. เฝ้าศีลมหาสนิท โดยสวดทาวัตรพร้อมกันร่วมกับพระสังฆราช 18.30 น. เดินรูป 14 ภาคครั้งสุดท้าย 7


19.00 น. พิธีระลึกถึงพระทรมานของพระคริสตเจ้า พระคุณเจ้าวีระ อาภรณ์รัตน์ เป็นประธาน วันนี้คริสตชนต้องบังคับอดเนื้อและอด อาหาร (สําหรับการนมัสการกางเขนหรือการจูบกางเขน ข อความร่วมมือจากพี่น้อง กรุณาเดินเข้าแถวเป็นสองแถวช่องทางเดินกลาง และไม่เข้าแทรกระหว่างแถวนะ ครับ ควรไปต่อแถวตั้งแต่บริเวณหน้าวัด การลัดคิวย่อมก่อให้เกิดปัญหาได้เสมอ ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง) เสาร์ที่ 19 เมษายน 19.00 น. พิธีเสกไฟ และมิสซาสมโภชปัสกา ระหว่างมิสซามีพิธีเสกน้ําและพิธีล้างบาปผู้ใหญ่จํานวน 10 คน พระคุณเจ้าวีระ อาภรณ์รัตน์ เป็นประธาน (เนื่องจากน้ําเสกที่จัดไว้เป็นขวดมี จํานวนจํากัด ขอพี่น้องรับไปเพียงครอบครัวละหนึ่งขวดครับ เพื่อเพียงพอสําหรับทุก ครอบครัว) อาทิตย์ที่ 20 เมษายน มิสซาสมโภชปัสกา ตามเวลามิสซาประจําวันอาทิตย์ 4. ฝ่ายสังคม สังฆมณฑลเชียงใหม่ เชิญชวนพี่น้องสนับสนุนโครงการ “รณรงค์เพื่อ ช่วยเหลือกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ยากไร้ตามชายแดน ” ซึ่งจะมีกิจกรรมหลายอย่าง ใน 3 พื้นที่ คือ เขตเสาหิน เขตเวียงแก่น และ เขตแม่จัน โดยมีกลุ่มเป้าหมายรวม ประมาณ 1000 คน สิ่งที่ขอการสนับสนุนจากผู้มีน้ําใจดีคือ ค่าเวชภัณฑ์ 20,000 บาท ผ้าห่มกันหนาว 400 ผืน และเครื่องนุ่งห่ม 1,000 ตัว พี่น้องท่านใดประสงค์ สนับสนุนโครงการนี้ สามารถติดต่อได้ที่สํานักงานของวัด หรือ ฝ่ายงานสังคม สังฆ มณฑลเชียงใหม่ (0898548682 ) หรือ นางสาวกิ่งแก้ว จั๋นติ๊บ (0837669574 ) หรือ นางประภา วงศ์จอมพร (0857235493) ส่วนรายละเอียดของโครงการนี้ พ่อติดไว้ที่ บอร์ดประชาสัมพันธ์หน้าวัดครับ 8


15 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต 6 เม ย 14doc