Page 1

หน่ วยที 2 ระบบฐานข้ อมูล (Database System) สาระการเรี ยนรู้ กกกกกกกก2.1กกประวัติความเป็ นมาของระบบฐานข้อมูล กกกกกกกก2.2กกความหมายและองค์ประกอบของระบบฐานข้อมูล กกกกกกกก2.3กกประเภทของระบบฐานข้อมูล กกกกกกกก2.4กกความสําคัญของระบบฐานข้อมูล กกกกกกกก2.5กกความสัมพันธ์ของเอนทิต* ีในระบบฐานข้อมูล สาระสํ าคัญ กกกกกกกกระบบฐานข้อมูลเป็ นการรวบรวมข้อมูลที,เป็ นข้อมูลสารสนเทศ โดยมีการจัดเก็บข้อมูล อย่างเป็ นระบบ ทําให้ผใู ้ ช้สามารถใช้ขอ้ มูลที,เกี,ยวข้องในระบบงานต่าง ๆ ร่ วมกันได้ ข้อมูลจะไม่ซ* าํ ซ้อน และยังสามารถหลีกเลี,ยงความขัดแย้งของข้อมูล อีกทั*งข้อมูลในระบบมีความถูกต้องน่าเชื, อถือได้ และทําให้ขอ้ มูลเป็ นมาตรฐานเดียวกัน โดยจะมีการกําหนดระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลขึ*น ในการใช้ขอ้ มูลในระบบอีกด้วย จุดประสงค์ การเรี ยนรู้ จุดประสงค์ ทวั ไป กกกกกกกกกกเพื,อให้มีความรู ้ความเข้าใจเกี,ยวกับระบบฐานข้อมูล จุดประสงค์ เชิ งพฤติกรรม กกกกกกกกกก1.กกบอกประวัติความเป็ นมาของระบบฐานข้อมูลได้ กกกกกกกกกก2.กกบอกความหมายของระบบฐานข้อมูลได้ กกกกกกกกกก3.กกบอกองค์ประกอบของระบบฐานข้อมูลได้ กกกกกกกกกก4.กกบอกประเภทของระบบฐานข้อมูลได้ กกกกกกกกกก5.กกบอกความสําคัญของระบบฐานข้อมูลได้ กกกกกกกกกก6.กกอธิ บายถึงความสัมพันธ์ของเอนทิต* ีในระบบฐานข้อมูลได้


29 2.1กกประวัติความเป็ นมาของระบบฐานข้ อมูล กกกกกกกกเนื, องจากระบบฐานข้อมูลในอดี ตมีลกั ษณะที,คล้ายกับระบบฐานข้อมูลสมัยใหม่ ถูกพัฒนา เป็ นครั*งแรกในทศวรรษ 1960 ผูบ้ ุกเบิกในสาขานี* คือ ชาลส์ บาคแมน แบบจําลองข้อมูลสําคัญสองแบบ เกิดขึ*นในช่วงเวลานี* ซึ, งเริ, มต้นด้วย แบบจําลองข่ายงาน (พัฒนาโดย CODASYL) และตามด้วยแบบจําลอง เชิ งลําดับชั*น (นําไปปฏิบตั ิใน IMS) แบบจําลองทั*งสองแบบนี* ในภายหลังถูกแทนที,ดว้ ย แบบจําลองเชิ ง สัมพันธ์ ซึ, งอยูร่ ่ วมสมัยกับแบบจําลองอีกสองแบบ แบบจําลองแบบแรกเรี ยกว่า แบบจําลองแบนราบ ซึ, ง ออกแบบสําหรั บงานที, มี ขนาดเล็ กมาก ๆ แบบจําลองร่ วมสมัยกับแบบจําลองเชิ งสั มพันธ์ อีกแบบคื อ ฐานข้อมูลเชิงวัตถุหรื อ โอโอดีบี3 (OODB3) (สารานุกรมไทยสําหรับเยาวชนฯเล่มที, 25, 2544 : ออนไลน์) กกกกกกกกระบบฐานข้อมูลกําเนิ ดขึ*นจากโครงการอพอลโลของสหรัฐอเมริ กา ที,ส่งมนุ ษย์อวกาศไปลง ดวงจันทร์ เมื,อประมาณ 40 ปี ที,ผา่ นมา ซึ, งข้อมูลที,ใช้ในโครงการดังกล่าวจะต้องมีจาํ นวนมากมายการจัดการ ระบบข้อมูลในโครงการดังกล่าวจึงเกิดขึ*น โดยบริ ษทั IBM ได้รับจ้างในการพัฒนาระบบข้อมูลขึ*น เรี ยกว่า GUAM (Generalized Update Access Method) ต่อมาได้พฒั นาการจัดการข้อมูลขึ*นเพื,อใช้ในงานธุ รกิจ ได้แก่ ระบบ DL/I (Data Language I) และพัฒนาจนมาเป็ นระบบ IMS (Information Management System) ที,ใช้กนั จนถึงปั จจุบนั กกกกกกกกนอกจากยังมีบริ ษทั GE (General Electric) ที,ได้พฒั นาระบบฐานข้อมูล IDS (Integrated Data Store) โดย Charles Bachman และ IDS ถือเป็ นต้นกําเนิ ดระบบ CODASYL หรื อ Network Model ที,นิยมใช้ จนถึงปั จจุบนั กกกกกกกกต่อมา E.F. Codd ก็ได้เสนอโมเดลเชิ งสัมพันธ์ ซึ, งบริ ษทั IBM ได้นาํ แนวคิดของ Codd มาสร้างเป็ นระบบ R ซึ, งต่อมาได้พฒั นาเป็ นระบบ DB2 ขึ*นแทน กกกกกกกกตั*งแต่ปี พ.ศ. 2525 เป็ นต้นมา ได้มีซอฟต์แวร์ เกิ ดขึ* นเพื,อสนับสนุ นการทํางานของ ระบบการจัดการฐานข้อมูลมากมาย เช่น ซอฟต์แวร์ ที,ช่วยในการออกแบบ ตลอดจนซอฟต์แวร์ ที, ช่วยในการประมวลผลข้อมูลได้เกิดขึ*นอยูต่ ลอดเวลา ทั*งภาษารุ่ นที, 4 (4th Generation Language) หรื อ แม้แต่ CASE TOOL(Computer Aided Software Engineering) จนนับได้ว่าเป็ นยุคที,ระบบ ฐานข้อมูลได้เข้ามามีบทบาทในงานคอมพิวเตอร์ อย่างเต็มตัว (ศิริภทั รา เหมือนมาลัย,2549 : น.7)


30 ตารางที, 2-1 สรุ ปประวัติความเป็ นมาของระบบฐานข้อมูล ช่ วงเวลา เหตุการณ์ พ.ศ. 2504 - ระบบจัดการฐานข้อมูลแบบทัว, ไป ระบบแรกถูกพัฒนาขึ*นโดยบาคแมน (Bachman) มีชื,อว่า จีอี อินทิเกรตเต็ด ดาต้า สโตร์ (GE’s Integrated Data Store : IDS) พ.ศ. 2508-2513 - ระบบจัดการแฟ้ มข้อมูลทัว, ไปถูก พัฒนาขึ*นโดยผูข้ ายหลาย ๆ ราย

พ.ศ. 2513

พ.ศ. 2514

ผลทีต ามมา - ตั*งกลุ่มเพื,อสร้างแบบจําลอง ข้อมูลเครื อข่าย (Network Data Model)

- เตรี ยมโครงสร้างข้อมูลเป็ น 2 ระดับ คือ ระดับสู ง (ผูใ้ ช้) และ ระดับกลาง - ระบบชื,อ อินโฟเมชัน, แมเนจเมนต์ - ตั*งกลุ่มเพื,อสร้างรู ปแบบข้อมูล ซิ สเต็ม (Information Management แบบลําดับชั*น (Hierarchical Data System :IMS) ถูกพัฒนาโดยบริ ษทั Model) ไอบีเอ็ม - ระบบชื,อ ไอเอ็มเอส ดีบี/ดีซี ซิ สเต็ม - สนับสนุนการติดต่อผ่าน (IMS DB/DC (database/data เครื อข่ายของระบบฐานข้อมูล communication) System) แบบลําดับชั*น - ระบบชื,อ เอสเอบีอาร์ อี (SABRE) - อนุ ญาตให้ผใู ้ ช้หลายคนเข้าถึง ถูกพัฒนาขึ*นโดยบริ ษทั ไอบีเอ็ม และ ข้อมูลได้โดยผ่านระบบเครื อข่าย บริ ษทั อเมริ กนั แอร์ ไลน์ (American Airlines) - แบบจําลองข้อมูลเชิงสัมพันธ์ - พื*นฐานที,สาํ คัญของทฤษฎีทาง (Relational Data Model) ถูกนําเสนอ ฐานข้อมูลได้พฒั นาขึ*น โดยนายเท็ด คอดด์ (Mr. Ted Codd) และผูร้ ่ วมงานจากบริ ษทั ไอบีเอ็ม - รายงานจากกลุ่มโคดาซิ ล ดาต้าเบส ทาสก์ กรุ๊ ป (VODASYL Database Task Group) ซึ, งเป็ นกลุ่มที,ระบุ รายละเอียดของแบบจําลองข้อมูล เครื อข่าย


31 ตารางที, 2-1 สรุ ปประวัติความเป็ นมาของระบบฐานข้อมูล (ต่อ) ช่ วงเวลา เหตุการณ์ ผลทีต ามมา พ.ศ. 2518 - กลุ่มผูส้ นใจเอซี เอ็มในเรื, องการ - เกิดการแลกเปลี,ยนความ จัดการข้อมูล (ACM Special Interrest คิดเห็นระหว่างกลุ่มนักวิจยั ใน on Management of Data) จัดตั*งงาน เรื, องฐานข้อมูล ประชุมวิชาการครั*งแรกขึ*นมาชื,อว่า ซิ กมอด (SIGMOD) - กลุ่มฐานข้อมูลขนาดใหญ่มาก - เป็ นอีกกลุ่มหนึ,งสําหรับ (Very Large Database Foundation) แลกเปลี,ยนความคิดเห็นในเรื, อง ได้จดั งานประชุมวิชาการขึ*นเช่นกัน งานวิจยั ที,เกี,ยวกับฐานข้อมูล ชื,อว่า งานประชุมวิชาการนานาชาติวี แอลดีบี (VLDB International Conference) พ.ศ. 2519 - แบบจําลองวัตถุ-ความสัมพันธ์ - เป็ นแบบจําลองที,ใช้ในการ (Entity-Relationship Model) ถูก ออกแบบฐานข้อมูล นําเสนอโดยเชน (Chen) พ.ศ. 2526 - ผลการสํารวจของแอนไซ/สปาร์ ค - มีระบบฐานข้อมูลวางจําหน่าย (ANSI/SPARC) ระบุวา่ ระบบ ในท้องตลาดหลายระบบ เช่น ดีบี ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ได้ถูกพัฒนาขึ*น ทู (DB2) โอราเคิล (Oracle) ไซ มากกว่า 100 ระบบในยุคต้นของ เบส (Sybase) เป็ นต้น ทศวรรษ ค.ศ. 1980 พ.ศ. 2528 - มาตรฐานเริ, มแรกของเอสคิวแอล - มีการพัฒนาโปรแกรม (SQL) ที,ตีพิมพ์ ประยุกต์ใช้งานแบบสมบูรณ์ข* ึน - ภาษารุ่ นที,สี, (Fourth Generation Language) ส่ งผลต่อธุ รกิจด้านนี* - แอสไซ (ANSI) นําเสนอภาษา สําหรับกําหนดเครื อข่าย (Network Definition Language :NDL) ที,มา: (สารานุกรมไทยสําหรับเยาวชนฯเล่มที, 25, 2544 : ออนไลน์)


32 2.2กก ความหมายและองค์ ประกอบของระบบฐานข้ อมูล กกกกกกกก2.2.1กกความหมายของระบบฐานข้อมูล ก่ อ นที, จ ะกล่ า วถึ ง ความหมายของระบบฐานข้อ มู ล เรามาทํา ความรู ้ จ ัก กับ ความหมายของฐานข้อมู ล (Database) กัน ก่ อ น ซึ, ง มี นัก วิ ช าการได้ใ ห้ ค วามหมายของคํา ว่า ฐานข้อมูล ไว้ดงั นี* กกกกกกกก รวิวรรณ เทนอิสสระ (2543 : น.6) ได้ให้ความหมายของ ฐานข้อมูล ไว้คือ การ จัดเก็บข้อมูลที,เกี,ยวข้องกันอย่างมีระบบ ซึ, งผูใ้ ช้สามารถเรี ยกใช้ขอ้ มูลในลักษณะต่าง ๆ เช่ น การ ขอดูขอ้ มูล การแก้ไขข้อมูล การเพิ,มเติ มหรื อลบข้อมูล เป็ นต้น โดยทัว, ไปแล้วการจัดเก็บข้อมูล มักจะนําเอาระบบคอมพิวเตอร์ มาช่วยในการจัดเก็บฐานข้อมูล เพื,อให้ทนั ต่อความต้องการใช้และ ถูกต้องตรงตามความเป็ นจริ ง กกกกกกกก เลาดอน (2545 : น.171) ได้ให้ความหมายของ ฐานข้อมูล ไว้คือ การเก็บรวบรวม ข้อมูลจํานวนมากไว้อย่างเป็ นระเบี ยบช่ วยให้การบริ หาร จัดเก็บ และค้นหาข้อมูลโดยโปรแกรม ประยุก ต์ท* งั หลายเป็ นไปได้อย่างมี ป ระสิ ทธิ ภาพ ด้วยการรวมข้อมู ล ทั*ง หมดเข้า มาเก็ บ ไว้ใ นที, เดี ย วกัน และลดการซํ*า ซ้อ นของข้อ มู ล ผูใ้ ช้จึ ง มองเห็ นข้อ มู ล ทั*ง หมดได้จากสถานที, เดี ย วคื อ ฐานข้อมูล เช่ น แทนที,จะเก็บข้อมูลของพนักงานไว้ในแฟ้ มข้อมูลของแผนกบุคลากร แผนกจ่าย ค่ า ตอบแทน และแผนกผลประโยชน์ ดัง ที, ก ล่ า วมาแล้ว องค์ก รสามารถรวบรวมข้อมู ล ไว้ใ น ฐานข้อมูลทรัพยากรบุคคลเพียงแห่งเดียว กกกกกกกก ณัฏฐพันธ์ เขจรนันทน์ และไพบูลย์ เกียรติโกมล (2545 : น.108) ได้ให้ความหมาย ของ ฐานข้อมูล ไว้คือ การเก็บรวบรวมข้อมูลเข้าไว้ดว้ ยกันอย่างมีแบบแผน ณ ที,ใดที, หนึ, งใน องค์กร เพื,อที,ผูใ้ ช้จะสามารถนําข้อมูลมาประมวลผลและประยุกต์ใช้งานตามที,ตอ้ งการได้อย่างมี ประสิ ทธิ ภาพ ตัวอย่างเช่น องค์กรจะมีฐานข้อมูลของบุคลากรซึ, งเก็บข้อมูลของพนักงานไว้รวมกัน แทนที,จะแยกออกเป็ นแฟ้ มข้อมูลและวัติพนักงาน แฟ้ มข้อมูลเงินเดือน การฝึ กอบรมและสัมมนา เก็บไว้ตามหน่วยงานต่าง ๆ ภายในองค์กร ซึ, งอาจก่อให้เกิดความคลาดเคลื,อน ขาดเอกภาพ ความ ปลอดภัยตํ,า และขาดประสิ ทธิ ภาพในการใช้งาน กกกกกกกก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสุ โขทัยธรรมาธิ ราช (2546 น.46) ได้ให้ความหมายของ ฐานข้อมูล ไว้คื อ ที, เก็บรวบรวมข้อมูลและความสัมพันธ์ ระหว่า ง ข้อมูล โดยการนําเสนอข้อมูลและความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลจะเป็ นรู ปแบบใดก็ได้ ไม่วา่ จะเป็ น แบบสัมพันธ์ แบบลําดับชั*น แบบเครื อข่าย หรื อแบบออบเจ็กต์ เป็ นต้น กกกกกกกก ดังนั*นอาจสรุ ปความหมายของฐานข้อมูลได้ คื อ การนําข้อมูลมาเก็บไว้ในที, เดียวกันเพื,อสะดวกในการบริ การจัดการข้อมูลนั*น ๆ โดยนําคอมพิวเตอร์ มาช่วยในการจัดเก็บซึ, งจะ


33 ทําให้มีประสิ ทธิ ภาพยิ,งขึ*น พร้ อมให้ผูใ้ ช้สามารถนําข้อมูลไปใช้งานได้รวดเร็ ว ทําให้การจัดเก็บ ข้อมูลไม่ซ* าํ ซ้อน และไม่ทาํ ให้เกิดความขัดแย้งของข้อมูลขึ*น ทั*งยังช่วยให้เกิ ดความปลอดภัยของ ข้อมูล เป็ นต้น กกกกกกกก และนักวิชาการได้กล่ าวถึ งความหมายของคําว่า ระบบฐานข้อมูล (Database System) ไว้ใกล้เคียงกัน ดังนี* กกกกกกกก อนรรฆนงค์ คุณมณี (2547 : น.17) ได้ให้ความหมายของระบบฐานข้อมูล ไว้ คือ การจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็ นระบบ ซึ, งผูใ้ ช้สามารถเรี ยกใช้ขอ้ มูลดังกล่าวได้ในลักษณะต่าง ๆ เช่น การเพิ,มข้อมูล (Add Data) การแทรกข้อมูล (Insert Data) การเรี ยกใช้ขอ้ มูล (Retrieve Data) การ แก้ไขและลบข้อมูล (Update and Delete Data) ตลอดจนการเคลื,อนย้ายข้อมูล (Move Data) ไปตาม กําหนด กกกกกกกก ศิริภทั รา เหมือนมาลัย (2549 : น.2) ได้ให้ความหมายของระบบฐานข้อมูล ไว้ คือ โครงสร้างสารสนเทศ ที,ประกอบด้วยรายละเอียดของข้อมูลที,เกี,ยวข้องกัน ที,จะนํามาใช้ใน ระบบงานต่าง ๆ ร่ วมกัน กกกกกกกก จากการให้ค วามหมายของระบบฐานข้อมูล ข้างต้น อาจสรุ ปได้ดงั นี* ระบบ ฐานข้อมูล คือการนําข้อมูลจากหลาย ๆ ที,มาจัดเก็บรวมกันอย่างเป็ นระบบเพื,อให้ผูใ้ ช้สามารถใช้ งานร่ วมกันได้ อย่างมีประสิ ทธิ ภาพ เช่น การเพิ,มและลบข้อมูล การค้นหาและแก้ไขข้อมูล ทั*งนี* ต้อ งมี ค อมพิ ว เตอร์ แ ละโปรแกรมประยุ ก ต์ ม าช่ ว ยในการจัด การฐานข้อ มู ล ซึ, งจะทํา ให้ ร ะบบ ฐานข้อมูลมีการนําไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุ ดในการบริ หารงาน กกกกกกกก2.2.2กกนิยามและคําศัพท์พ*นื ฐานเกี,ยวกับระบบฐานข้อมูล กกกกกกกก คําศัพท์พ*ืนฐานที,เกี,ยวข้องกับระบบฐานข้อมูลนั*น มีดงั นี* กกกกกกกก บิต (Bit : Binary Digit) หมายถึ ง หน่ วยของข้อมูลที,มีขนาดเล็กที,สุด ซึ, งใน หน่ วยความจําของคอมพิวเตอร์ จะรู ้ จกั ซึ, งประกอบด้วยเลข 0 กับ 1 เท่านั*น นั,นคื อเราเรี ยกว่าระบบ เลขฐานสอง กกกกกกกก ไบต์ (Byte) หมายถึ ง หน่ วยของข้อมูลที,เกิ ดจากการนําบิตมารวมกันเป็ นตัว อักขระ (Character) ซึ, งเป็ นการนําบิตจํานวน 8 ตัวมารวมกันก็จะเท่ากับ 1 ไบต์ เช่น ตัวอักษร A เมื,ออยูใ่ นเครื, องคอมพิวเตอร์ จะเก็บเป็ น 10000001 กกกกกกกก เขตข้อมูล (Field) หมายถึง หน่วยของข้อมูลที,ประกอบขึ*นจากตัวอักขระตั*งแต่ หนึ,งตัวขึ*นไป มารวมกันแล้วได้ความหมายของสิ, งใดสิ, งหนึ, ง เช่น หมายเลขบัตรประจําตัวประชาชน ชื,อ ที,อยู่ อายุ เป็ นต้น


34 กกกกกกกก ระเบียน (Record) หมายถึง หน่วยของข้อมูลที,เกิดจากการนําเอาเขตข้อมูลหลาย ๆ เขตมารวมกัน เพื,อเกิ ดเป็ นข้อมูลเรื, องใดเรื, องหนึ, ง เช่ น ข้อมูลของนักศึ กษา 1 ระเบี ยน (1 คน) จะ ประกอบด้วย รหัสประจําตัวนักศึกษา ชื,อนักศึกษา ที,อยู่ อายุ สาขาวิชา เป็ นต้น กกกกกกกก แฟ้ มข้อมูล (File) หมายถึ ง หน่ วยของข้อมูลที,เกิ ดจากการนําข้อมูลหลาย ๆ ระเบี ยนที, มีความสัมพันธ์กนั มารวมกัน เช่ น แฟ้ มข้อมูลนักศึกษา แฟ้ มข้อมูลลู กค้า แฟ้ มข้อมูล พนักงาน เป็ นต้น กกกกกกกก เอนทิต* ี (Entity) หมายถึง ชื,อของสิ, งใดสิ, งหนึ,ง เปรี ยบเสมือนคํานาม อาจได้แก่ คน สถานที, สิ, งของ การกระทํา ซึ, งต้องการจัดเก็บข้อมูลไว้ เช่ น เอนทิต* ีลูกค้า เอนทิต* ี พนักงาน เป็ นต้น กกกกกกกก แอททริ บิวต์ (Attribute) หมายถึ ง รายละเอี ยดข้อมูล ที, แสดงลักษณะและ คุ ณสมบัติของเอนทิต* ีหนึ, ง ๆ เช่ น เอนทิ ต* ี นกั ศึ กษา ประกอบด้วย แอททริ บิวต์รหัสนักศึกษา ชื, อ นักศึกษา ที,อยูน่ กั ศึกษา เป็ นต้น กกกกกกกก บางเอนทิต* ีก็ยงั อาจประกอบด้วย ข้อมูลหลายส่ วน หลายแอททริ บิวต์ย่อยมา รวมกัน เช่น แอททริ บิวต์ที,อยูน่ กั ศึกษา ประกอบด้วย บ้านเลขที, ถนน ตําบล อําเภอ จังหวัด เช่นนี* แล้วแอททริ บิวต์ที,อยูน่ กั ศึกษา จึงเรี ยกว่าเป็ นแอททริ บิวต์ผสม (Composite Attribute) กกกกกกกก บางแอททริ บิวต์ก็อาจจะไม่มีค่าของตัวมันเอง แต่จะสามารถหาค่าได้จากแอททริ บิวต์ อื,น เช่น แอททริ บิวต์อายุปัจจุบนั อาจคํานวณได้จาก แอททริ บิวต์วนั เกิด ลักษณะเช่นนี* จึงอาจเรี ยก แอ ททริ บิวต์อายุวา่ เป็ น แอททริ บิวต์ที,แปลค่ามา (Derived Attribute) Composite Attribute รหัส นักศึกษา 1020001 1020002 1030001 …

ชื,อนักศึกษา นามสกุล น.ส. นฤมล ใบโพธิ† นายสมบัติ สะอาด นายสายชล มัง, มี … …

ที,อยู่ บ้านเลขที,

หมู่

12/1 25 31/14 …

1 ตลาด 5 ท่าช้าง 6 ตลาด … …

ตําบล

อําเภอ

จังหวัด

อายุ

เมือง จันทบุรี 19 เมือง จันทบุรี 18 เมือง จันทบุรี 19 … … …

Field หรื อ Attribute กกกกกกกกรู ปที, 2-1 แสดงตัวอย่างแฟ้ มข้อมูลนักศึกษา

Record


35 กกกกกกกก2.2.3กกองค์ประกอบของระบบฐานข้อมูล กกกกกกกกระบบฐานข้อมูลประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ ฐานข้อมูล ระบบจัดการฐานข้อมูล และบุคลากร ซึ, งมีรายละเอียดดังนี* (คณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต, 2548 : น.192-193) กกกกกกกกกกกก 1)กกฐานข้อมูล (Database) นิ ยมจําแนกประเภทของฐานข้อมูล ตามโครงสร้ างหรื อ ลักษณะความสั มพันธ์ ระหว่างข้อมู ลที, ผูใ้ ช้มองเห็ นได้เป็ น 3 ประเภท ได้แก่ ฐานข้อมู ลแบบลําดับชั*น (Hierarchical Database) ฐานข้อมูลแบบเครื อข่าย (Network Database) และฐานข้อมูลเชิ งสัมพันธ์ (Relational Database) กกกกกกกกกกกก 2)กกระบบจัดการฐานข้อมูล (Database Management System : DBMS) คือ ซอฟต์แวร์ จดั การฐานข้อมูลเป็ นโปรแกรมที, ใช้สําหรั บนิ ยาม จัดเก็บ รวบรวม และเข้าถึ งข้อมูลใน ฐานข้อมูล ตัวอย่างของระบบจัดการฐานข้อมูล เช่น ฟอกซ์โปร (FoxPro) โอราเคิล (Oracle) อินฟอร์ มิกซ์ (Infomix) อินเกรส (Ingres) โปรเกรส (Progress) และไซเบส (Sybase) เป็ นต้นกกกกกกกกกก กกกก 3)กกบุคลากร (People) คือ บุคคลที,เกี,ยวข้องกับงานฐานข้อมูล ได้แก่ ผูใ้ ช้งาน และผูพ้ ฒั นาฐานข้อมูล ผูใ้ ช้งาน คือ บุคคลที,นาํ สารสนเทศที,ได้จากระบบฐานข้อมูลไปใช้เพื,อการ วางแผนการตัดสิ นใจ หรื อเพื,อทํางานอย่างใดอย่างหนึ, ง เช่ น ผูบ้ ริ หารองค์กร ผูจ้ ดั การฝ่ ายและ พนักงานทัว, ไป เป็ นต้น ส่ วนผูพ้ ฒั นาฐานข้อมูล คือ บุคคลที,รับผิดชอบเกี,ยวกับการออกแบบการ เขี ย นโปรแกรมจัด การกับ ฐานข้อ มู ล และการบํา รุ งรั ก ษาฐานข้อ มู ล บุ ค ลากรด้า นนี* ได้แ ก่ โปรแกรมเมอร์ นักวิเคราะห์ ระบบ และผูบ้ ริ หารฐานข้อมูล ซึ, งผูบ้ ริ หารฐานข้อมูล (Database Administrator : DBA) จัดเป็ นบุคลากรที,มีบทบาทสําคัญที,สุดต่องานฐานข้อมูล 2.3กกประเภทของระบบฐานข้ อมูล กกกกกกกกรู ปแบบของระบบฐานข้อมูล มีอยูด่ ว้ ยกัน 3 ประเภท (ศิริภทั รา เหมือนมาลัย, 2549 : น.9-12) คือ กกกกกกกก2.3.1กกฐานข้อมูลเชิ งสัมพันธ์ (Relational Database) เป็ นการเก็บข้อมูลในรู ปแบบที, เป็ นตาราง (Table) หรื อเรี ยกว่า รี เลชัน, (Relation) มีลกั ษณะเป็ น 2 มิติ คือ เป็ นแถว (ROW) และ เป็ นคอลัมน์ (Column) การเชื,อมโยงข้อมูลระหว่างตารางจะเชื, อมโยงโดยใช้แอททริ บิวต์ (Attribute) หรื อคอลัมน์ที,เหมือนกันทั*งสองตารางเป็ นตัวเชื,อมโยงข้อมูล ตัวอย่าง เช่น


36 แอททริ บิวต์รหัสแผนกเป็ นตัวเชื,อมโยงข้อมูลทั*ง 2 ตาราง ตารางพนักงาน รหัสพนักงาน 71001 แถว 71002 71003 …

ชื อพนักงาน ทีอ ยู่ เงินเดือน รหัสแผนก น.ส.พรดี ชลบุรี 8900 D 1101 น.ส.สิ ริณ จันทบุรี 9500 D 1102 นายทวิภาค ตราด 8600 D 1102 … … … …

ตารางแผนก รหัสแผนก ชื อแผนก D 1101 บุคลากร D 1102 การเงิน … …

คอลัมน์ รู ปที, 2-2 แสดงตัวอย่างฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ กกกกกกกกจากภาพที, 2-2 แสดงความสัมพันธ์ ของตารางพนักงานกับตารางแผนกโดยมีแอททริ บิวต์รหัสแผนกเป็ นตัวเชื,อมโยงความสัมพันธ์ คือ เมื,อเราต้องการทราบว่า น.ส.วันดีทาํ งานอยูแ่ ผนก ใดเราก็สามารถดูได้จากข้อมูลในรหัสแผนก คือ A101 ที,ตรงกับแถวที,น.ส.วันดีอยู่ และดูรหัสแผนก ที,ตารางแผนกว่ารหัส A101 คือแผนกบุคลากร นัน, เอง กกกกกกกกแนวคิดรู ปแบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์น* ี เป็ นการออกแบบที,ผใู ้ ช้สามารถทําความเข้าใจ และรับรู ้ได้ง่าย ซึ, งในปั จจุบนั เป็ นที,นิยมใช้กนั อย่างแพร่ หลาย กกกกกกกก2.3.2กกฐานข้อมูลแบบเครื อข่าย (Network Database) ฐานข้อมูลแบบเครื อข่าย จะเป็ น การรวมระเบียนต่าง ๆ และความสัมพันธ์ระหว่างระเบียน แต่จะต่างกับฐานข้อมูลเชิ งสัมพันธ์ คือ ในฐานข้อมูลเชิ งสัมพันธ์จะแฝงความสัมพันธ์เอาไว้ โดยระเบียนที,มีความสัมพันธ์กนั จัดต้องมีค่า ของข้อมูลในแอททริ บิวต์ใดแอททริ บิวต์หนึ, งเหมือนกันแต่ในฐานข้อมูลแบบเครื อข่าย จะแสดง ความสัมพันธ์อย่างชัดเจน โดยแสดงไว้ในโครงสร้างตัวอย่าง กกกกกกกก2.3.3กกฐานข้อมูลแบบลําดับชั*น (Hierarchical Database) ฐานข้อมูลแบบลําดับชั*น เป็ น โครงสร้างที,จดั เก็บข้อมูลในลักษณะความสัมพันธ์แบบพ่อ-ลูก (Parent-Child Relationship Type : PCR Type) หรื อเป็ นโครงสร้ างรู ปแบบต้นไม้ (Tree) ข้อมู ลที, จดั เก็บในที, น* ี คื อ ระเบี ยน (Record) ซึ, ง ประกอบด้วยค่าของเขตข้อมูล (Field) ของเอนทิต* ีหนึ,ง ๆ นัน, เอง

แถว


37 2.4กกความสํ าคัญของระบบฐานข้ อมูล กกกกกกกกการจัดการข้อมู ลให้เป็ นระบบฐานข้อมู ล เป็ นเรื, องที, องค์กรต่ าง ๆ ในปั จจุ บ นั ตระหนักถึ ง ความสําคัญเป็ นอย่างยิ,ง เนื, องจากระบบฐานข้อมูลทําให้การจัดการสารสนเทศขององค์กรมีคุณลักษณะที, ดี หลายประการ ดังนี* (คณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต, 2548 : น.191-192) กกกกกกกก2.4.1กกลดการเก็บ ข้อมู ล ที, ซ* ํา ซ้อน เนื, องจากการใช้งานระบบฐานข้อมู ลต้องมี ก าร ออกแบบฐานข้อมูล ไม่ให้มีการเก็บข้อมูลที,ซ* าํ ซ้อนกันหลายแห่ ง เพื,อป้ องกันการปรั บ ปรุ ง ข้อมูล ไม่ค รบแล้ว จะทํา ให้เ กิ ด ความขัด แย้ง กัน ของข้อ มูล ตามมา และยัง เปลื อ งเนื* อ ที , ก ารจัด เก็บ ข้อมูลด้วย การออกแบบฐานข้อมูลดังกล่ า วจึ งทําให้ข ้อมูลเกิ ดความซํ*าซ้อนกันน้อยที, สุ ด กกกกกกกก2.4.2กกรักษาความถูกต้องของข้อมูล เนื, องจากระบบจัดการฐานข้อมูลซึ, งเป็ นองค์ประกอบ ด้านซอฟต์แวร์ ของระบบฐานข้อมูลมีความสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้เป็ นอย่างดี โดยถือ เป็ นหน้าที,ของระบบจัดการฐานข้อมูลที,จะจัดการเรื, องความถูกต้องของข้อมูลในฐานข้อมูล เช่นในกรณี ที, มีขอ้ มูลชุ ดเดี ยวกันปรากฏอยู่หลายแห่ งในฐานข้อมูลเดียวกัน ข้อมูลเหล่านี* จะต้องตรงกัน ถ้ามีการแก้ไข ข้อมู ลนี* ทุ ก ๆ แห่ งที, ขอ้ มู ลปรากฏอยู่ ระบบจัดการฐานข้อมู ลจะแก้ไขให้ถู กต้องตรงกันทั*งหมดโดย อัตโนมัติ กกกกกกกก2.4.3กกการป้ องกันและรักษาความปลอดภัยให้กบั ข้อมูลทําได้อย่างสะดวก เนื, องจาก ระบบฐานข้อมูลส่ วนใหญ่จะมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยจะให้สิทธิ† เฉพาะผูท้ ี,เกี, ยวข้อง เท่ านั*นเข้าไปใช้ฐานข้อมูลได้ ซึ, งต้องมี การกําหนดสิ ทธิ† ไว้ก่ อนล่ วงหน้าและในการเข้าใช้งานฐานข้อมู ล สําหรับผูใ้ ช้แต่ละคน ผูใ้ ช้จะเห็นข้อมูลที,ถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลตามสิ ทธิ† ที,ได้รับจากรหัสผูใ้ ช้ (user) และรหัสผ่าน (password) ของตนเอง กกกกกกกก2.4.4กกสามารถใช้ขอ้ มูลร่ วมกันได้ เนื, องจากระบบฐานข้อมูลจะเป็ นศูนย์กลางในการ จัดเก็บและรวบรวมข้อมูลของหน่ วยงานย่อย ๆ ภายในองค์กรไว้ดว้ ยกัน ผูใ้ ช้แต่ละคนจึงสามารถ เข้าถึงข้อมูลที,เกี,ยวข้องของหน่วยงานอื,น ๆ ได้ผา่ นระบบฐานข้อมูล แต่ท* งั นี* ก็ข* ึนอยูก่ บั สิ ทธิ† ที,ได้รับ ดังกล่าวข้างต้น กกกกกกกก2.4.5กกมีความเป็ นอิสระของข้อมูล เมื,อผูใ้ ช้ตอ้ งการเปลี,ยนแปลงเพิ,มเติมข้อมูล หรื อ นําข้อมูลมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับโปรแกรมที,เขียนขึ*นมา จะสามารถสร้างข้อมูลนั*นขึ*นมาใช้ ใหม่ได้ โดยไม่ มี ผ ลกระทบต่ อ ระบบฐานข้อ มู ล เพราะข้อ มู ล ที, ผู ใ้ ช้นาํ มาประยุกต์ใช้ใหม่น* นั จะ ไม่กระทบต่อโครงสร้ างที,แท้จริ งของการจัดเก็บข้อมูล นัน, คือ การใช้ระบบฐานข้อมูลจะทําให้เกิ ด ความเป็ นอิสระระหว่างการจัดเก็บข้อมูลและการประยุกต์ใช้


38 2.5กกความสั มพันธ์ ของเอนทิตใีA นระบบฐานข้ อมูล กกกกกกกกในระบบฐานข้อมูลจะประกอบไปด้วยแฟ้ มข้อมูลหลาย ๆ แฟ้ มข้อมูล หรื อกล่าวได้วา่ มี เอนทิต* ีหลาย ๆ เอนทิต* ี ซึ, งแต่ละเอนทิต* ีจะมีความสัมพันธ์ (Relationships) กันดังนั*น ความสัมพันธ์ ระหว่างเอนทิต* ี จึงอาจแบ่งออกได้เป็ น 3 ประเภท คือ กกกกกกกก2.5.1กกความสัมพันธ์แบบหนึ,งต่อหนึ,ง (One To One Relationships) กกกกกกกก เป็ นการแสดงความสั ม พันธ์ ข องข้อ มู ล ในเอนทิ ต* ี ห นึ, ง ที, มี ค วามสั ม พัน ธ์ ก ับ ข้อมูลในอีกเอนทิต* ีหนึ,ง ในลักษณะหนึ,งต่อหนึ,ง ตัวอย่างเช่น อาจารย์ อาจารย์

สังกัดอยู่ 1:1 บริ หารโดย 1:1

คณะวิชา คณะวิชา

รู ปที, 2-3 แสดงความสัมพันธ์แบบหนึ,งต่อหนึ,ง กกกกกกกกจากรู ปเห็นได้วา่ อาจารย์แต่ละคนสังกัดอยูไ่ ด้เพียงคณะวิชาเดียวเท่านั*นความสัมพันธ์ ของข้อมูลในเอนทิ ต* ีอาจารย์ไปสู่ เอนทิ ต* ี คณะวิชา จึ งเป็ นความสัม พันธ์ แบบหนึ, งต่ อหนึ, ง (1:1) ขณะเดียวกันแต่ละคณะวิชา ก็จะมีผบู ้ ริ หารคณะ (คณะบดี) ได้เพียงหนึ,งคน กกกกกกกกตัวอย่างความสัมพันธ์แบบหนึ, งต่อหนึ, ง เช่ น เอนทิต* ี ผูบ้ ริ หารกับเอนทิต* ีสถานศึ กษา เอนทิต* ีผใู ้ หญ่บา้ นกับเอนทิต* ีหมู่บา้ น หรื อเอนทิต* ีนายกรัฐมนตรี กบั เอนทิต* ีประเทศ เป็ นต้น กกกกกกกก2.5.2กกความสัมพันธ์แบบหนึ,งต่อกลุ่ม (One To Many Relationships) กกกกกกกก เป็ นการแสดงความสั ม พันธ์ ข องข้อมู ล ในเอนทิ ต* ี หนึ, ง ที, มี ความสั มพันธ์ ก ับ ข้อมูลหลาย ๆข้อมูลในอีกเอนทิต* ีหนึ,ง ตัวอย่างเช่น ดูแล นักศึกษา 1: M อยูใ่ นความดูแล นักศึกษา อาจารย์ที,ปรึ กษา 1:1 อาจารย์ที,ปรึ กษา

รู ปที, 2-4 แสดงความสัมพันธ์แบบหนึ,งต่อกลุ่ม


39 กกกกกกกก จากรู ป ความสั มพันธ์ ข องข้อมู ลในเอนทิ ต* ี อาจารย์ที, ปรึ ก ษา ไปยังข้อมู ล ใน เอนทิต* ีนกั ศึกษาเป็ นแบบหนึ,งต่อกลุ่ม (1 : M) ซึ, งหมายความว่า อาจารย์ที,ปรึ กษาแต่ละคนสามารถ ดูแลนักศึ กษาได้หลายคน ในทางตรงกันข้าม ความสัมพันธ์ของข้อมูลในเอนทิต* ีนักศึกษาไปยัง เอนทิต* ีอาจารย์ที,ปรึ กษาจะเป็ นแบบหนึ, งต่อหนึ, ง คือนักศึกษาแต่ละคนจะต้องอยูใ่ นความดูแลของ อาจารย์ที,ปรึ กษาได้เพียงคนเดียวเท่านั*น กกกกกกกก ตัวอย่างความสัมพันธ์แบบหนึ, งต่อกลุ่ม เช่ น เอนทิต* ีพนักงานขายกับเอนทิ ต* ี ลูกค้า เอนทิต* ีเจ้าของรถยนต์กบั เอนทิต* ีรถยนต์ เป็ นต้น กกกกกกกก2.5.3กกความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อกลุ่ม (Many To Many Relationships) กกกกกกกก เป็ นการแสดงความสั ม พัน ธ์ ข องข้อ มู ล สองเอนทิ ต* ี ใ นลัก ษณะกลุ่ ม ต่ อ กลุ่ ม ตัวอย่างเช่น นักศึกษา

ลงทะเบียนเรี ยน M:N

วิชา

รู ปที, 2-5 แสดงความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อกลุ่ม กกกกกกกก จากรู ปจะเห็นได้วา่ เอนทิต* ีนกั ศึกษาซึ, งนักศึกษาแต่ละคนสามารถลงทะเบียนเรี ยนได้ หลายวิชาความสัมพันธ์ของข้อมูลจากเอนทิต* ีนกั ศึกษาไปยังเอนทิต* ีวิชา จึงเป็ นแบบหนึ, งต่อกลุ่ม (1 : M) ในขณะที,วชิ าแต่ละวิชา อาจมีนกั ศึกษาลงทะเบียนเรี ยนหลายคน ความสัมพันธ์ของข้อมูลจากเอนทิต* ีวิชาไป ยังเอนทิต* ี นกั ศึกษา จึงเป็ นแบบหนึ, งต่อกลุ่ม (1 : N) เช่ นกัน ดังนั*นความสัมพันธ์ ของเอนทิต* ีท* งั สองใน ตัวอย่างภาพที, 2-4 จึงเป็ นแบบกลุ่มต่อกลุ่ม (M : N) กกกกกกกก ตัวอย่างความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อกลุ่ม เช่น เอนทิต* ีใบสั,งซื* อกับเอนทิต* ีสินค้า เอนทิต* ีลูกค้ากับเอนทิต* ีสินค้า เอนทิต* ีอาจารย์กบั เอนทิต* ีวชิ า เป็ นต้น บทสรุ ป กกกกกกกกในปั จจุบนั มีการรวบรวมข้อมูลเพื,อจัดเก็บให้เป็ นระบบซึ, งเราเรี ยกว่า ระบบฐานข้อมูล ในองค์กรต่าง ๆ มากมายทั*งในหน่ วยงานภาครัฐ และเอกชน ได้นาํ ระบบฐานข้อมูลเข้ามาช่ วยใน การบริ หารจัดการให้การทํางานมีประสิ ทธิ ภาพขึ*นทั*งการสื บค้นข้อมูล การเพิ,ม/แก้ไขข้อมูล และ ยังสร้างความปลอดภัยของข้อมูลได้อีกด้วย ซึ, งระบบฐานข้อมูลจะประกอบด้วย ฐานข้อมูล ระบบ จัดการฐานข้อมูล และบุคลากร ในขณะเดี ยวกันรู ปแบบของระบบฐานข้อมูลได้แบ่งออกเป็ น 3 รู ปแบบคือ ฐานข้อมูลเชิ งสัมพันธ์ ฐานข้อมูลแบบเครื อข่าย และฐานข้อมูลแบบลําดับชั*น ทั*งนี*


40 การจัดเก็บ ข้อมูล ที, มี ความสัม พันธ์ ก ันเข้า ไว้ด้วยกันในลักษณะที, เรี ย กว่าเอนทิ ต* ี น* ัน เรากําหนด ความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิต* ีไว้ 3 แบบคือ ความสัมพันธ์แบบหนึ, งต่อหนึ, ง ความสัมพันธ์แบบ หนึ,งต่อกลุ่ม และความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อกลุ่ม เมื,อมีการกําหนดความสัมพันธ์ดงั กล่าวขึ*นก็จะทํา ให้การออกแบบฐานข้อมูลเป็ นอย่างมี ประสิ ทธิ ภาพ และส่ งผลให้ระบบฐานข้อมูลมี การจัดเก็บ ข้อมูลที,ประสิ ทธิ ภาพด้วยเช่นกัน


41 บรรณานุกรม คณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต. (2548). เทคโนโลยีสารสนเทศเพือ การเรียนรู้ . กรุ งเทพฯ : เสมาธรรม. ณัฏฐพันธ์ เขจรนันทน์ และไพบูลย์ เกียรติโกมล. (2545). ระบบสารสนเทศเพือ การจัดการ. กรุ งเทพฯ : ซี เอ็ดยูเคชัน, . บุญสื บ โพธิ† ศรี และคณะ. (2547). ระบบฐานข้ อมูล. กรุ งเทพฯ : ศูนย์ส่งเสริ มอาชีวะ. มหาวิทยาลัยสุ โขทัยธรรมาธิ ราช. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี. (2546). เอกสารการสอน ชุ ดวิชาการจัดการระบบฐานข้ อมูล. นนทบุรี : มหาวิทยาลัย. รวิวรรณ เทนอิสสระ. (2543). ฐานข้ อมูลและการออกแบบ. กรุ งเทพฯ : เธิ ร์ดเวฟ เอ็ดดูเคชัน, . เลาดอน, เคนเนท และเลาดอน, จีนส์ : สัจยุทธ์ สว่างวรรณ เรี ยบเรี ยง. (2545). ระบบสารสนเทศ เพือ การจัดการ. กรุ งเทพฯ : เพียร์ สัน เอ็ดดูเคชัน, อินโดไซน่า. ศิริภทั รา เหมือนมาลัย. (2549). ระบบฐานข้ อมูล. กรุ งเทพฯ : เอมพันธ์. สารานุกรมไทยสําหรับเยาวชนฯ เล่มที, 25. (2544). ประวัติความเป็ นมาของระบบฐานข้ อมูล. (ออนไลน์). แหล่งที,มา : http://guru.sanook.com/encyclopedia/ประวัติความเป็ นมาของ ระบบฐานข้อมูล/ วันที,สืบค้น 9 ตุลาคม 2550. อนรรฆนงค์ คุณมนี. (2547). เรียนรู้ เทคนิคการใช้ งาน Microsoft Office Access 2003. กรุ งเทพฯ : เอส.พี.ซี .บุค๊ ส์. เอกพันธุ์ คําปั ญโญ และธี รวัฒน์ ประกอบผล. (2550). การวิเคราะห์ และออกแบบระบบ. กรุ งเทพฯ : ซัคเซส มีเดีย. โอภาส เอี,ยมสิ ริวงศ์. (2548). การออกแบบและจัดการฐานข้ อมูล. กรุ งเทพฯ : ซี เอ็ดยูเคชัน, . Peter Rob and Carlos Coronel. (2004). Database Systems: Design, Implementation, and Management. United States : Course Technology.

Lesson2-database  

abount database system

Advertisement