Issuu on Google+

ศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมวิหารเมืองพาน

จิรายุส ปิ นตา


ศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมวิหารเมืองพาน

สถาปั ต ยกรรมวิห ารเมื อ งพานเริ่ ม มี การสร้ า งที่ เ ป็ นถาวรวัต ถุ ข้ ึ น เมื่ อ ประมาณ 80 ปี ที่ผา่ นมานี่เอง ตั้งแต่ความเจริ ญด้านการคมนาคมเข้าสู่เมืองพานก็ เริ่ มมีการก่อร่ างสร้างฐานทานุบารุ งพระพุทธศาสนาพัฒนาขึ้นตามลาดับ จากแต่ ก่อนอาคารวิหารที่เป็ นเพียงเครื่ องไม้ ก็เปลี่ยนมาเป็ นใช้ปูนขาวและปูนซี เมนต์ กันตามกาลังศรัทธาของแต่ละวัด เมืองพาน ลักษณะภูมิประเทศเป็ นที่ราบระหว่างหุบเขา “ ดอยหัวง้มและ ดอยหลวง” เป็ นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ในช่วงเวลาหนึ่ งมีการเกณฑ์เอาชาวไทลื้อ จากจากลาพูนเข้าและประชาชนจากเมืองอื่นๆ ที่มีปัญหาขาดแคลนข้าว หรื อ ประสบความแห้งแล้ง อพยพจากลาปางและเชี ยงใหม่มาอยู่เมืองพาน เช่ น หมู่บา้ นป่ ากว๋ าว ในเขตตาบลเมืองพาน และบ้านกล้วย ในตาบลสันมะเค็ค เป็ น ต้น


ในการอพยพมาของกลุ่มชาติพนั ธุ์ต่างๆ ที่เข้ามาในเขตเมืองพานนั้น สิ่ งที่จะติดตามมากลับกลุ่มคนเหล่านี้ คือขนบธรรมเนี ยมประเพณี จารี ต วิถี ชี วิตความเป็ นอยู่ รวมถึงองค์ความรู้ทางด้านงาน ช่ าง หลายแขนงที่ตอ้ งติดตัวมาอย่าง แนบแน่ น สิ่ งสาคัญที่สุดที่มีอิทธิ พลต่อการดาเนิ นชี วิตคือศรัทธา ความเชื่ อ การนับถือ พุทธและผีควบคู่กนั

พระพุทธศาสนา ถือเป็ นสิ่ งยืดเหนี่ ยวจิตใจมาอย่างช้านาน กิจกรรม พิธีกรรม ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการ ทาให้ทุกชาติพนั ธุ์มีความสามัคคีกนั ได้ซ่ ึ ง สถานที่ที่จะดาเนิ น กิจกรรมต่างๆ นั้นมักจะเป็ น “วัด”เป็ น ศาสนสถานที่ เป็ นจุดศูนย์รวมของแต่ละชุมชน เมื่อมีวดั จะต้องพระภิกษุ พระพุทธรู ปรู ป เป็ นต้น


วิหารเมืองพาน

วิห ารก็เ ปรี ย บเหมื อ นเป็ นศาลา หลังใหญ่ที่ใช้ประกอบพิธีกรรม แต่สิ่งที่ ควรรู ้คือ วิหารสร้างเพื่ อถวายเป็ นพุทธ บูชา ดังนั้นจึงมีแนวการสร้างที่แตกต่าง จากศาลาหรื อ บ้า นทั่ว ไป จ าเป็ นต้อ ง สร้ า งให้ ค ล้า ยวิ ม านปราสาท ใช้ ค ติ ความเชื่อในการสร้างแบบระบบแผนภูมิ จักรวาล แต่ ส าหรั บ รู ป แบบวิ ห ารเมื อ ง พานนั้นไม่ ค่อยจะมี แบบแผนที่ ตายตัว มากนักโดยเฉพาะในยุคหลังๆตั้งแต่ 60 ปี ขึ้ นมา วิ ห ารเมื อ งพานเริ่ มได้ รั บ อิ ท ธิ พ ล จ า ก ส่ ว น ก ล า ง อ ยุ ธ ย า

รัตนโกสิ นทร์ ทาให้สกลุช่างที่แท้จริ งมี ความผสมผสานผิด เพี้ ย นไปบ้า ง หาก เปรี ยบเที ยบกับเมื องใหญ่ ๆ แล้ว เมื อ ง พานคงได้แ ค่ เ ป็ น “ลู ก เมี ย น้อ ย” ที่ ร อ คอยความเจริ ญ เข้า มาถึ ง ให้ เ ข้า มาถึ ง ห า ก จ ะ ศึ ก ษ า เ รื่ อ ง แ บ บ แ ผ น ท า ง สถาปั ตยกรรมและศิลปกรรมวิหาร ใน เขตเมื อ งพานนั้ น จึ ง จ าเป็ นต้ อ งตั้ ง ขอบเขตระยะเวลาไว้เฉพาะวิหารที่สร้าง ในช่ วงพุทธศตวรรษที่ 25 เท่านั้น ซึ่ ง ปั จจุ บนั นี้ เหลื อเพียง 4 หลังเท่ านั้น อัน ได้แก่


1. วิหารวัดพระธาตุจอมแว่

วิหารวัดพระธาตุจอมแว่ ตาบลเมืองพาน อาเภอพาน จังหวัดเชี ยงราย ห่ างจากตัวอาเภอไปทางด้านทิศเหนื อประมาณ ๑ กิโลเมตร เป็ นพระธาตุที่ชาว อาเภอพาน และอาเภอใกล้เคียงนับถือ มีการสร้างอาคารเสนาสนะตั้งแต่สมัยเจ้าเมืองพาน เพื่อสร้างถวายเป็ น ถาวรวัตถุแก่พระศาสนาและไว้สาหรับใช้ประโยชน์ ซึ่งในยุคแรกๆ คงเป็ นเพียง แค่อาคารไม้เครื่ องผูก บุงด้วยตองตึงธรรมดา ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2490 ได้ก่อสร้าง วิห ารหลัง ปั จจุ บ ัน นี้ ขึ้ น โดยศรั ท ธา ขุน รั ต น์ ราชธน นางแสงหล้า รั ต นศัก ดิ์ พร้อมศรัทธาสาธุชนที่มีจิตศรัทธาร่ วมกันสร้างขึ้น และได้มีการบูรณปฏิสงั ขรณ์ อย่างสม่าเสมอ


2.วัดปิ งเมือง

วัด ปิ งเมื อ ง เริ่ ม ก่ อ สร้ า งเมื่ อ พ.ศ.2410 โดยสร้ า งเป็ นที่ พ านัก แก่ พระภิ กษุสงฆ์ที่เดิ นทางมาพร้ อ มคณะชาวบ้านที่ อพยพมาจากจัง หวัดลาพูน ต่อมาปี พ.ศ.2424 ได้มีการสร้างพระพุทธรู ปองค์ใหญ่จานวน 5 องค์ วัดปิ งเมือง ได้ชื่อมาจากพระภิกษุสงฆ์จากวัดศรี ปิงเมือง ในจังหวัดเชี ยงใหม่ ซึ่ งมาดารง ตาแหน่งเป็ นเจ้าอาวาส และเป็ นผูก้ ่อสร้างวัดในสมัยนั้น จึงได้ชื่อว่าปิ งเมือง ส่ วนอาคารวิหารได้ก่อสร้างขึ้นในสมัยเจ้าอธิ การสมบูรณ์ วิสารโท เจ้า อาวาสรู ปที่ 19 เป็ นประธานพร้อมด้วยคณะศรัทธาสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2496


3. วัดหนองบัว

วัด หนองบัว ต.เมื อ งพาน อ.พาน จ.เชี ยงราย ห่ า งจากตัวอ าเภอพาน ประมาณ 2 กิโลเมตร สร้างขึ้นเมือง พ.ศ. 2419 โดยแยกจากวัดเกตุแก้ว (สันเค็ด เก๊า) เนื่องจากมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ ายกันระหว่างคณะศรัทธากันเอง จึงแยกออกมา สร้างวัดใหม่ข้ ึน ไม่ปรากฏหลักฐานการก่อสร้างอาคารเสนาสนะหลังก่อน ซึ่ ง จากคาบอกเล่าของผูเ้ ฒ่าผูแ้ ก่ ละแวกนี้ ได้กล่าวว่า “เมื่อเกิ ดมาก็เห็นวิหารหลัง ปัจจุบนั นี้แล้ว” จึงไม่สามารถบอกได้วา่ วิหารหลังเก่ามีลกั ษณะอย่างไร ซึ่ งวิหาร หลังปั จจุบนั นี้ ได้สร้างขึ้น ใน พ.ศ.2497 โดยคณะศรัทธากันเอง และไม่ค่อย ได้รับการบูรณปฏิ สังขรณ์มากมายนั ก มีเพียงแต่การเปลี่ยนชุ ดหลังคาเท่านั้น บัด นี้ วิ ห ารวัด หนองบัว ได้ถู ก ลื้ อ ถอนเพื่ อ สร้ า งหลัง ใหม่ ข้ ึ น แล้ว เมื่ อ เดื อ น เมษายน พ.ศ.2554 ที่ผา่ นมานี่เอง


4. วิหารวัดเกตุแก้ ว

วิหารวัดเกตุแก้ว ตาบลเมืองพาน อาเภอพาน จังหวัดเชี ยงราย ห่ างจาก ตัวอาเภอไปทางด้านทิศเหนือประมาณ 1 กิโลเมตร เป็ นวัดที่สร้างขึ้นเป็ นวัดแรก ใน อาเภอพาน ตั้งแต่สมัยนาย จินดา โจร ได้อพยพจากเมืองลื้อ จังหวัดลาพูนมา ได้มาตั้งรกราก ณ บริ เวณลุ่มน้ าแม่ส้าน และได้สร้างวัดขึ้น ต่อมาภายหลังมีการ ย้ายวัดมาอยู่บริ เวณทิ ศใต้ของแม่ น้ าส้าน คือบริ เวณบ้านเก่ า (สันเค็ด เก๊า) ใน ปัจจุบนั เนื่องจากผูค้ นตกน้ าแม่สา้ นตายกันเพราะข้ามมาทาบุญที่วดั แล้วน้ าเชี่ยว ลึกมาก โดยได้ชื่อว่าวัดสันหลวงบ้านเก่า เก๊าเมืองพาน ศรี ใจบานเกตุแก้ว วิหารหลังเก่าเป็ นวิหารที่สร้างด้วยเครื่ องไม้ผกู มุงด้วยตองตึง ต่อมามีการ เจริ ญก้าวหน้าเข้าสู่ เมื องพานจึ ง สร้ า งวิหารหลัง ใหม่ข้ ึ นโดยการก่ ออิ ฐถื อปูน (สูตรปูนขาวโบราณ) เมื่อปี พ.ศ.2498 และได้รับการบูรณปฏิสงั ขรณ์ตลอดเวลา แต่ไม่พบการลื้อหลังเก่า เป็ นเพียงการซ่อมแซมเท่านั้น


แบบแผนทางสถาปัตยกรรมวิหารเมืองพาน


รู ปแบบผังอาคารวิหารเมืองพาน วัดที่นิยมสร้างวิหารเป็ นองค์ ประธานของวัด นิ ยมสร้างในพื้นที่ ห่ า ง ไ ก ล ซึ่ ง ป ร า ก ฏ ใ น ง า น ศิลปกรรม สกุลช่างแบบไทลื้อ เมือง ล าพู น หรื อเมื อ งยอง ,เมื อ งพะเยา และน่ าน ซึ่ งสร้างขึ้นในยุคหลังการ ฟื้ นฟูอาณาจักรล้านนาต่อเนื่องถึงยุค ที่ มี ก า ร ป ก ค ร อ ง แ บ บ ร ะ บ บ ส่ ว นกลางของอาณาจัก รล้า นนา ประมาณพ.ศ. 2427 – 2481 ซึ่ งรู ปแบบแผนผังอาคารเขต พุ ท ธาวาสวิ ห ารในเมื อ งพานจะ สัง เกตุ ไ ด้ว่ า ใช้ค ติ ค วามเชื่ อ วิ ห าร เป็ นองค์ประธานของวัด ซึ่ งปรากฏ ในสกุลช่ างแบบไทลื้ อ เมื องลาพูน หรื อเมืองยอง


รู ปแบบโครงสร้ างหลังคาวิหารเมืองพาน โครงสร้างหลังคาวิหารในเมืองพานนั้น มีระบบการก่อสร้างม้าต่างไหมแบบ ปรกติโดยพาดขื่อเอกบนหัวเสา แต่วดั หนองบัวจะเพิ่มหลังคาปี กนกเป็ นสองซดลงมา

แสดงโครงสร้างหลังคาปี กนกสองซด วิหารวัดหนองบัว

ส่ วนระบบโครงสร้างหลังคาวัดอื่นๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆไปนักสังเกตเห็น ว่า เป็ นโครงสร้างม้าต่างไหมแบบปรกติ โดยพาดขื่อเอกบนหัวเสาวิหาร จากนั้นจะ���ั้ง เสาตุ๊กตาขึ้นรับขื่อโทชั้นที่ 2 และ 3 ตามลาดับโดยใช้ลิ่มสลักเดื อยพาดหัวแปเสาบน ปลายของขื่อเอก และแปลานส่ วนปลายของขื่อโทชั้นที่ 2 และ 3 ซึ่ งบนขื่อโทชั้นที่ 3 จะ ตั้งเสาดัง่ ขึ้นรับอกไก่ โครงสร้างปี กนกจะวางแปลานไว้บนผนังทั้งสองข้าง พาดแนบขื่อ โทให้ยึดติดกับเสาหลวง ไปสอดเดือยเข้ากับแปลานตั้งเสาตุ๊กตาขึ้นรับขื่อชั้น 2 และ 3 ตามลาดับ เสี ยบกับเดือยพากแปหัวเสาที่บากให้อมกับขื่อโท


หลังคาวิหารเมืองพาน

ในช่ วงปลายยุคการฟื้ นฟูอาณาจักรล้านนา ในแถบเมืองแพร่ เมืองน่ าน พะเยา รู ปทรงหลังคาของอาคารวิหาร มีรูปแบบที่มีการลดชั้นหลังคา 1 ชั้นลดเท่ากัน ช่วงปลาย ของการรวบรวมอาณาจักรล้านนาเข้าสู่ การปกครองในส่ วนกลาง (พ.ศ.2427 – 2481 ) นั้ น ได้ เ กิ ด สกุ ล ช่ า งใหม่ เ กิ ด ขึ้ น ในรู ปแบบเฉพาะตั ว โดยครู บาศรี วิ ชั ย เริ่ ม บูรณปฏิสังขรณ์ สถาปัตยกรรมจานวนมาก สกุลช่างของครู บาศรี วิชยั นี้ นิยมสร้างอาคาร ผังสี่ เหลี่ยมผืนผ้า ความสู ง ของผนังเป็ นแนวระดับเดียวกัน ด้านหน้าและด้านหลังของ อาคารเป็ นโถง โดยลดชั้นหลังคาด้านหน้า 1 ด้านหลัง 1 ซึ่งพบทัว่ ไปในวัดเขตรอบนอก เมืองใหญ่ เช่นพะเยา เชียงราย น่าน เป็ นต้น


ลักษณะของผังอาคารวิหารจะมีสัมพันธ์กบั รู ปทรงหลังคาวิหารอย่างลงตัว จาก ตางรางต่อไปนี้ จะทาให้เข้าใจความสัมพันธ์ ระหว่างผังอาคารกับหลังคาวิหารได้มาก ยิง่ ขึ้น ลักษณะรู ปทรงหลังคาวิหาร ช่วงพุทธศตวรรษที่ 25 ในเขตอาเภอพาน ผังอาคารวิหาร รู ปทรงหลังคาวิหาร 1. การลดชั้นหลังคาด้านหน้า 1 ชั้น ด้านหลัง 1 ชั้น หลังคาปี กนกลดลง 1 หลังคาวิหารวัดพระธาตุจอมแว่ ชั้น - ผังอาคารทรงสี่ เหลี่ยมผืนผ้า - ผนั ง ด้ า นข้ า งสู งในระดั บ เดียวกัน

2. การลดชั้นหลังคาหน้า 1 ชั้น ด้านหลัง 1 ชั้น หลังคาปี กนกลดลง 2 หลังคาวิหารวัดหนองบัว ชั้น - ผังทรงสี่ เหลี่ยมผืนผ้า - ผ นั ง ด้ า น ข้ า ง สู ง ร ะ ดั บ เดียวกัน


3. การลดชั้นหลังคาเพียงด้านหน้า หลังคาวิหารวัดเกตุแก้ว 1 ชั้น หลังคาปี กนกลดลง 1 ชั้น - ผังทรงสี่ เหลี่ยมผืนผ้า - ผ นั ง ด้ า น ข้ า ง สู ง ร ะ ดั บ เดียวกัน

4. การลดชั้นหลังคาหน้า 1 ชั้น ด้านหลัง 1 ชั้น หลังคาปี กนกลดลง 1 หลังคาวิหารวัดปิ งเมือง ชั้น - ผังทรงสี่ เหลี่ยมผืนผ้า ผนังด้านข้างสู งระดับเดียวกัน เดียวกัน


หลังคาวิหารเมือพาน ผนังด้านหลัง จะเป็ นในลักษณะ ผนั ง ปู น จนถึ ง ระดั บ ขื่ อ หลวง ของ โค รงสร้ า งจั่ ว ด้ า นบน แ ละ ขื่ อโท โครงสร้างปี กนก จากนั้นจะเป็ นผนังไม้ ปิ ดโครงสร้างหลังคาปี กนกไว้

ผนังด้านข้าง จะเป็ นในลักษณะ ของ ผนังก่ออิฐถือปูนความสู งอยูใ่ น ระดับเดียวกัน ส่ วนบนทาหน้าที่รับ น้ าหนักหลังคา เป็ นผนังสาหรับพาดขื่อ โท คานและแปลานตัวสุ ดท้าย ซึ่งจะ พาดเป็ นแนวยาวตลอดทั้งผนัง

ผนังวิหารด้านหลังวัดหนองบัว

ผนังวิหารด้านหลังวัดเกตุแก้ว ผนังวิหารด้านหลังวัดพระธาตุจอมแว่


ส่ วนฐานวิหารเมืองพาน ฐานวิ ห ารวัด ปิ งเมื อ ง เป็ น ฐานในลักษณะแบบที่ 4 คื อ ฐาน เขียง ธรรมดาไม่มีบวั ควา่ บัวหงาย

ฐานวิหารวัดเกตุแก้ว เป็ นฐานใน ลักษณะแบบที่ 1 คื อ ฐานปั ทม์หรื อฐาน บัว ซึ่งมีท้ งั บัวควา่ บัวหงาย

ฐานวิหารวัดหนองบัว เป็ นฐานใน ลักษณะที่ 1 คือ ฐานปั ทม์หรื อฐานบัว ซึ่ ง มีท้ งั บัวคว่าบัวหงาย ระดับไม่สูงจากพื้น มากนัก

ฐานวิหารวัดพระธาตุจอมแว่ เป็ น ฐานในลักษณะที่ 1 คือ ฐานปัทม์หรื อฐาน บัว ซึ่งมีท้ งั บัวควา่ บัวหงาย และเพิ่มฐาน เขียงขึ้นรองรับฐานปัทม์อีกที


บันไดวิหารเมืองพาน วิหารในเมืองพาน ทั้ง 3 หลัง พบการสร้างบันไดวิหารแบบบันไดสิ งห์ 2 วัด คือ วิหารวัดหนองบัว และวิหารวัดปิ งเมือง ส่วนอีก 2 หลังคือ วิหารวัดเกตุ แก้ว และวิหารวัดพระธาตุจอมแว่น้ นั เป็ นบันไดแบบบันไดเสาเม็ด ซึ่งไม่มีการ ประดับตกแต่งรู ปสัตว์หรื อความเชื่อเรื่ องพญานาคแต่อย่างได

บันไดแบบบันไดเสาเม็ด บันไดวิหารแบบบันไดสิ งห์


แบบแผนทางศิลปกรรมวิหารเมืองพาน ลวดลายหน้ าบันและป้ านลมวิหารปิ งเมือง

ลวดลายหน้ าบันวิหารวัดเกตุแก้ว


ลวดลายหน้ าบัน ลวดลายหน้าบันวิหารวัดเกตุแก้ว จะเป็ น ลายเคลือเถาเป็ นหลัก พบการตกแต่งด้วยรู ปสัตว์ คื อ กวาง ไก่ และพญานาค โดยใช้เทคนิ คการ แกะสลัก ไม้ แต่ เ ดิ ม มี ก ารลงรั ก ปิ ดทองซึ่ งใน ปัจจุบนั ได้ทาสี น้ ามันทับแล้ว

ลวดลายหน้าบันวิหารวัดปิ งเมือง เป็ นลายเคลื อ เถา มี รู ป เทพพนมเป็ น ศู น ย์ ก ลางของลาย ใช้ เ ทคนิ คการ แกะสลักไม้ ลงรักปิ ดทอง

ลวดลายหน้า บัน วิ ห ารวัด หนองบัว เป็ น ลวดลายเคลือเถาแทรกด้วยลายกนกแบบภาคกลาง ซึ่ งมีช้างเอราวัณเป็ นประธาน พบการตกแต่งโดย เพิ่ ม รู ปต่ า งๆ เช่ น เทพพนม พระอาทิ ต ย์ เสื อ พญานาคประกอบด้วย ส่ วนเทคนิ คการตกแต่งใช้ ปูนปั้นติดกระจกสี อย่างสวยงาม

ลวดลายหน้าบันวิหารวัดพระธาตุ จอมแว่ เป็ นลวกลายเครื อเถากนกเปลว มี เทพพนมเป็ นประธานลวดลาย เทคนิคการ ประดับตกแต่ง เป็ นไม้แกะสลักลงรักปิ ด ทอง


ป้านลมวิหารวัดเกตุแก้ ว

ป้านลมวิหารวัดปิ งเมือง

ป้านลมวิหารวัดหนองบัว

ช่อฟ้ า ป้ านลม ช่ อ ฟ้ า ป้ านลมวิ ห ารวัด เกตุ แ ก้ ว สร้ า งจากปู น ซี เ มนต์ เ สริ ม เหล็ ก ป้ านลม ประดับด้วยกระจกสี เป็ นเกล็ดนาค ซึ่ งมีการ บูรณะขึ้นใหม่ ป้ านลมวั ด หนองบั ว สร้ า งจาก ปูนซี เมนต์เสริ มเหล็ก ป้ านลมประดับด้วย กระจกสี เ ป็ นเกล็ด นาค ลักษณะเป็ นนาค สะดุง้ แบบภาคกลาง ป้ านลมวิ ห ารวัด พระธาตุ จ อมแว่ สร้างจากไม้ท้ งั ท่อน ลงรักปิ ดทอง ป้ านลม เป็ นแผ่นไม้แกะสลัก ป้ านลมวิหารวัดปิ งเมื อง สร้ างจาก ไม้ มีการแกะสลักเป็ นลวดลายเกล็ดนาค

ป้านลมวิหารวัดพระธาตุจอมแว่


บทสรุป เมื่อเรานาระบบโครงสร้างสถาปั ตยกรรมและศิลปกรรมวิหาร เขตอาเภอพาน ในช่ วงพุทธ ศตวรรษที่ 25 มาเปรี ยบเทียบกับวิหารในแหล่งพื้นที่อื่นๆ ที่เคยเป็ นเมืองเจริ ญรุ่ งเรื องในอดีต ทั้งทาง พระพุทธศาสนา และศิลปวัฒนธรรมแล้วนั้น และหันกลับมามองประวัติศาสตร์ “เมืองพาน” ในช่วง ระยะเวลาหนึ่ ง เคยเป็ นเมืองขึ้นของเมืองลาพูน ในยุคเก็บผักใส่ ซ้า เก็บข้าใส่ เมือง มีการกวาดต้อน กลุ่มชาวไทลื้อจากเมืองยองลาพูนมาตั้งถิ่นทางรกรากบริ เวณบ้านเก่า บ้านหนองบัว บ้านป่ าส้าน ซึ่ ง เป็ นบริ เวณที่ ปรากฏอาคารวิหาร วัดเกตุแก้ว วัดหนองบัว วัดจอมแว่ในปั จจุบนั กลุ่มชนเหล่านี้ บางส่ วนมีฝีมือด้านช่ าง “สล่าแป๋ งวิหาร” ได้สร้างสาสนะสถานไว้หลายแห่ ง เพื่อเป็ นศูนย์รวมจิตใจ และเป็ นบรรทัด ฐานทางสั ง คมเมื อ งพาน การด าเนิ น วิ ถี ชี วิ ต แบบเกษตรกรรม ชุ ม ชนจึ ง ให้ ความสาคัญกับสถาบันทางศาสนา และเอาใจใส่ ทานุบารุ งอยูส่ ม่าเสมอ ปั จจุบนั สิ่ งที่เคยปรากฏในอดีตกาลังเปลี่ยนแปลงและจะเลือนหายไปในที่สุด ค่านิ ยมแบบ วัต ถุ นิ ยมได้มี อิท ธิ พ ลต่ อ การด าเนิ น ชี วิต ทาให้มี ผลกระทบต่ อ แบบแผนทางสถาปั ต ยกรรมและ ศิลปกรรมวิหาร ทาให้ยากต่อการศึกษารู ปแบบที่แท้จริ ง จึงมีความผสมผสานทางศิลปกรรมดังนี้ 1. จากแนวคิดที่นาเอาแบบอย่างทางศิลปกรรมภายนอกเข้ามาใช้กนั อย่างกว้างขวางทาให้ แบบแผนดั้งเดิมได้เลือนหายไป ปรากฏการรับอิทธิ พลจากแหล่งอื่น เช่ น ฐานวิหารวัดหนองบัวที่ เป็ นฐานไม่ยกสู ง คล้ายกับศิลปกรรมวิหารแบบพะเยา หรื อวิหารมีลกั ษณะกว้าง –ต่า เหมือนวิหารไท ลื���อผสมอยู่ 2. อิทธิพลลวดลายประดับแบบศิลปกรรมภาคกลาง ทาให้ลวดลายที่เป็ นตัวอย่างเฉพาะ ของล้านนาเลือนหายไป หากเป็ นลายเดิมก็จะไม่สวยเท่ากับของเดิม ลายจะแข็งกระด้าง ตายตัวมาก เกินไป 3. เทคนิคและวัสดุที่มีมาแต่เดิมเปลี่ยนแปลงไป มีการฉลุลายแล้วพ่นสี ทองแทนการลงรัก ปิ ดทอง ทาให้คุณค่าของความงามลดลง เมื่อเปรี ยบเทียบกับแบบแผนทางศิลปกรรมล้านนาแล้ว วิหารในเมืองพาน มีความบิดเบือน ไปมาก เนื่องจากได้รับอิทธิพลทางศิลปกรรมจากแหล่งอื่นเป็ นส่ วนใหญ่ บทความนี้คงพอจะให้ ได้รู้ เรื่ องราวประวัติความเป็ นมาและแบบแผนทางสถาปั ตยกรรม ศิลปกรรมที่ปรากฏบนอาคารวิหารใน เมืองเล็กๆ ที่ความเจริ ญรุ่ งเรื องเข้าถึงเมื่อไม่กี่สิบปี มานี่ เอง แต่กไ็ ด้แสดงออกถึงฝี มือทางงานช่างได้ เท่าที่ควรก็คงถือว่าเป็ นเอกลักษณ์ของวิหารในเมืองพานในระยะเวลาหนึ่งแล้ว


ศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมวิหารเมืองพาน