Issuu on Google+

นายจิรวัฒน์ หงวนบุญมาก รหัสนักศึกษา 08520026 หมายเลขข้อมูล 100 ปัญหาของผู้ป่วยที่ประสบกับการรักษาโรคมะเร็งและการเริ่มต้ นวินิจฉัย การรักษาในสมัยใหม่จะช่วยเพิม่ ประสิทธิภาพในการรักษาโรคมะเร็ง การกาจัดความเจ็บป่ วยและ การรักษาที่จะสร้างความยืดเยือ้ ให้กบั ผูป้ ่ วยและครอบครัว ความสาเร็จของการรักษาของผูป้ ่ วยกับโรคมะเร็ง ต้องการไม่ใช่แค่เฉพาะเทคนิคที่เชี่ยวชาญในการเริ่ มการวินิจฉัย แต่ตอ้ งการความเห็นอกเห็นใจและความ มุ่งมัน่ ในระยะยาวเพือ่ ช่วยเหลือผูป้ ่ วยกับครอบครัวของเขาเพือ่ นาไปสู่ความซับซ้อนและท้าทายซึ่งผูป้ ่ วย ต้องเผชิญเป็ นเวลานานหลายปี การเริ่ มการรักษามะเร็ง ผูป้ ่ วยและครอบครัวจะต้องเผชิญกับปั ญหา 5 อย่าง คือ ศักยภาพในการ กาเริ บของมะเร็งขั้นเริ่ มต้น, ปั ญหาทางกายภาพและสรี รวิทยาของมะเร็งและการรักษาทั้งระยะยาวและระยะ สั้น, ผลทางจิตวิทยาและอารมณ์ซ่ ึงเป็ นผลมาจากการรักษา, ศักยภาพในเรื่ องการส่งต่อความเสี่ยงของ โรคมะเร็งผ่านทางพันธุกรรม, และศักยภาพในการพัฒนาเป็ นมะเร็งชนิดใหม่ รวมทั้งผลกระทบที่อาจตามมา เมื่อเริ่ มต้นรักษา การกาเริ บของมะเร็งระยะแรกจะสร้างความกังวลอย่างมากในผูป้ ่ วยเป็ นระยะเวลาหลายปี หลังจาก การวินิจฉัยว่าเป็ นมะเร็งและการรักษา จะมีการตรวจสอบประวัติทางกายภาพเป็ นกุญแจสาคัญในการติดตาม และประสานงานกับผูเ้ ชี่ยวชาญทางด้านมะเร็งในระหว่างช่วงแรกๆ เมื่อสามารถเฉพาะเจาะจงชนิดของ มะเร็งได้แล้ว ก็จะมีการศึกษาทดลองและมุ่งเน้นทางรังสี เช่นการทา mammograms ในการติดตามมะเร็งเต้า นม เป็ นต้น ผูป้ ่ วยจะต้องได้รับการติดตามเป็ นช่วงทุก ๆ 3 เดือน ประมาณ 2-3 ปี หลังเสร็จสิ้นความสาเร็จใน การรักษามะเร็ง ระยะเวลาที่เฉพาะเจาะจงสาหรับการติดตามขึ้นอยูก่ บั การศึกษาและการวินิจฉัยโรคมะเร็ง ในแต่ละคน การวินิจฉัยจะมีแนวทางซึ่งจัดพิมพ์โดย National Comprehensive Cancer Network (www.nccn.org) เมื่อประสบความสาเร็จในการรักษาโรคมะเร็ง อาจฝากรอยแผลเป็ นและผลลัพธ์ในการรักษาความ ผิดปกติท้งั ในระยะสั้นและระยะยาว ขั้นตอนการฉายรังสีจะมีผลลัพธ์ชดั เจนในทางกายภาพ การฉายรังสีจะ ทาให้เกิดแผลเป็ นที่เห็นได้ชดั ในระยะสั้น และภายหลังก็จะมีปัญหาของต่อมไร้ท่อหรื อระบบประสาทที่ ทางานผิดปกติ ส่วนการรักษาโดยเคมีบาบัดอาจทาให้อวัยวะต่าง ๆ ทางานผิดปกติเป็ นวงกว้าง รวมทั้ง ระบบภูมิคุม้ กันที่ไม่สามารถควบคุมได้, ประจาเดือนหมดก่อนกาหนด, กล้ามเนื้อหัวใจไม่ทางาน, การเกิด พังพืดในหลอดเลือด, การเปลี่ยนแปลงการทางานของตับและไต, โรคระบบประสาท หรื อเม็ดสีผวิ


เปลี่ยนไปขึ้นอยูก่ บั ขนาดของยา ยาที่ใช้ และระยะเวลาในการรักษา ในประชากรเด็ก การรักษาโรคมะเร็งที่ คร่ าเคร่ งจะมีผลกระทบในภายหลังของการพัฒนาและเจริ ญเติบโต มีความสัมพันธ์กนั และบางครั้งพบความแตกต่างของผลการรักษามะเร็งทั้งทางกายภาพและทาง สรี รวิทยา ปั ญหาทางด้านจิตวิทยาและอารมณ์สามารถเห็นได้ชดั ที่สุดเมื่อเริ่ มต้นการรักษา เช่นมีการ เปลี่ยนแปลงรู ปร่ างของตัวเอง, ความกลัวว่าโรคจะกาเริ บ, การเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล, การเสียงานหรื อเสียการเรี ยน ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุ นแรงและถาวรต่อผูท้ ี่รอดพ้นจากโรคมะเร็ง สมาชิก ในครอบครัวอาจจะได้รับผลกระทบที่มากกว่า การอธิบายลักษณะของโรคมะเร็งเหมือนผลลัพธ์ของโรคจากการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม สามารถอธิบายการจัดกลุ่มของโรคมะเร็งในครอบครัวได้อย่างแน่นอนบนพื้นฐานของครอบครัวที่ร่วมกัน แบ่งความเสี่ยงที่จะเกิดการกลายพันธุ์ เหนือกว่าปั ญหาอื่นใดที่ได้อธิบายไปก่อนหน้านี้ซ่ ึงผูป้ ่ วยต้องเผชิญ พวกเขาจะต้องทราบและเกี่ยวกับการส่งผ่านความเสี่ยงสูงของโรคมะเร็งไปยังลูกหลานได้ หรื อส่งผ่านความ เสี่ยงไปยังสมาชิกในครอบครัวหรื อมีผลกระทบต่อผูเ้ ยาว์ (หรื ออายุต่ากว่า 40 ปี ) การให้คาปรึ กษาทางด้าน พันธุกรรม, การทดสอบ จะต้องได้รับการพัฒนาเพือ่ ติดตามทางพันธุกรรม ผูร้ อดชีวติ จากโรคมะเร็งไม่ใช่แค่มีความเสี่ยงในเรื่ องอาการกาเริ บเท่านั้น แต่ย งั สามารถประสบกับ โรคมะเร็งอื่นๆ ได้ในปี ถัด ๆ มาหลังจากการวินิจฉัย ปั จจัยความเสี่ยงเดียวกัน ซึ่งจะนาโรคมะเร็งไปจาก ผูป้ ่ วยที่มีความเสี่ยงที่มะเร็ งอื่น ๆ ในอวัยวะเดียวกันต่อมาโดยเฉพาะเต้านม ปอด หัว และคอ ถ้ามีการสูบ บุหรี่ ร่วมด้วยสามารถทาให้เพิม่ ความเสี่ยงขึ้นไปอีก การรักษาด้วยเคมีบาบัดและการฉายแสงอาจทาให้เกิด มะเร็งระยะที่สองได้เพราะเนื้อร้ายสามารถพัฒนาตัวเองได้ การได้รับความเสียหายทางพันธุกรรมจากการ ฉายรังสีหรื อการให้ยาเคมีบาบัดทาให้เซลล์เสื่อมสภาพ แปลงสภาพไป ทาให้เกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว เฉียบพลัน, non-Hodgkin’s lymphomam ได้ เป็ นต้น การเข้าถึงผูร้ อดชีวติ จากโรคมะเร็งนั้นมี 3 หลักคือ วางแผนที่เฉพาะเจาะจงในการติดตามการพัฒนา ระยะสั้นและระยะยาว โดยมีทีมงานโรคมะเร็งคอยควบคุมดูแล, ดูแลสุขภาพอย่างเข้มงวดและเฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะการลดความเสี่ยงของระบบปลอดเลือด และวัดค่าแปรผลต่าง ๆ เช่น การทา mammography, colonoscopy, Pap test และ periodic skin examination, การให้คาแนะนาทางจิตวิทยาและอารมณ์และคอย ช่วยเหลือผูป้ ่ วย ในผูป้ ่ วยเด็กควรเพิม่ เติม วิชาชีพทางสุขภาพสาขาต่าง ๆ เพือ่ ให้การตอบสนองอย่าง เหมาะสมกับผูป้ ่ วยเด็ก เพราะอาจเกิดผลกระทบต่อการเติบโตและการพัฒนาของเด็กในภายหลังได้


A. ในการเริ่ มต้นการอภิปรายของการวินิจฉัย ควรดูและพัฒนาทางเลือกในการรักษาก่อน โดยเฉพาะ ปั ญหาที่ตอ้ งการสืบทายาท ผูป้ ่ วยควรเสนอทางออกที่เป็ นไปได้เช่น ธนาคารสเปิ ร์ม ฝากถ่ายตัว อ่อน B. เมื่อการรักษามะเร็งระยะแรกสมบูรณ์ แผนการติดตามจะถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของการวินิจฉัย และการรักษา ควรได้รับการพัฒนาและมีการทางานร่ วมกันระหว่างทีมเนื้องอกวิทยาและทีมที่ รักษา ผูป้ ่ วยและครอบครัวควรได้รับคาปรึ กษาถึงอาการของโรคที่ตอ้ งได้รับการดูแลและรายงาน แก่ทีมที่รักษา และปั ญหาที่พวกเขาอาจต้องการความคาดหวังในภายหลังเกี่ยวกับการดารงชีวติ C. การออกแบบการติดตามจะรวมถึงการรายงานที่เหมาะสมไม่ใช่แค่สาหรับโอกาสที่จะเกิดการกาเริ บ ของเนื้องอกในระยะแรกอีกครั้ง แต่มกั จะรวมถึงมะเร็งชนิดใหม่ในอวัยวะเดิมและเนื้องอกในระยะ ที่สองด้วยสาหรับผูป้ ่ วยที่อาจจะมีความเสี่ยงในการรักษาขั้นแรก ซึ่งจะประกอบด้วยประวัติผปู ้ ่ วย และการทดสอบทางกายภาพ ในการทดสอบทั้งหมดของผูป้ ่ วยโรคมะเร็ง เช่น mammograms กับ Pap test ซึ่งสาคัญมากในผูป้ ่ วยเพศหญิง ในการศึกษาผูป้ ่ วยที่ได้รับเลือกไว้แล้วที่มีความเสี่ยงสูง เช่น CBC เพือ่ สังเกตการณ์สาหรับ secondary myelodysplasia, leukemia, chest x-ray เพือ่ ดูเนื้อร้าย ในปอดของผูป้ ่ วยที่ฉายรังสี บริ เวณหน้าอก D. เมื่อมีอาการแสดงใหม่ๆแสดงขึ้นมาควรได้รับการประเมินผลโดยทันทีวา่ อาจจะมีการกาเริ บ หรื อมี เนื้อร้ายชนิดใหม่ การประเมินผลควรร่ วมกันทางานระหว่างทีมเนื้องอกวิทยาและทีมที่รักษา E. การตรวจสอบควรมุ่งเน้นไปที่อวัยวะที่มีความเสี่ยงสูง สาหรับอวัยวะที่ไม่สามารถใช้งานได้ใน ระยะสั้นและระยะยาว ตามการรักษาขั้นแรก ควรคู่ไปกับกลยุทธ์ที่ลดความเสี่ยงอย่างเหมาะสม รวมถึงการสังเกตการณ์ thyroid-stimulating hormone (TSH) อย่างน้อยปี ละครั้งในผูป้ ่ วยที่ฉายรังสี ที่คอ, ระบบสืบพันธุ์ ให้คาแนะนาและประเมินผลที่มุ่งเน้นไปที่ผปู ้ ่ วยที่สงั เกตการณ์เรื่ องระบบ ไหลเวียนเลือดเมื่อได้รับการฉายรังสีที่หน้าอก หรื อพิษต่อหัวใจจากยาเคมีบาบัด F. ควรให้คาปรึ กษาทางพันธุกรรมและติดตามในผูป้ ่ วยและครอบครับที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิด เนื้อร้ายที่เต้านม, ลาไส้ หรื อรังไข่ ครอบครัวที่มีความเสี่ยงสูงและมีหลายๆเนื้อร้ายที่ปรากฏในคนๆ เดียวกัน ซึ่งจะมะเร็งที่ผดิ ปกติเมื่ออายุนอ้ ยๆ (อายุนอ้ ยกว่า 40 ปี ) กลุ่มความผิดปกติที่กว้างขวางของ ชนิดมะเร็งในครอบครัวเดี่ยวควรมีการรับรองการซักประวัติ G. ผูร้ อดชีวติ จากมะเร็งควรได้รับการดูแลทางสุขภาพอย่างเหมาะสมตามอายุ, เพศ และประวัติการ รักษาทัว่ ไป และรวมถึงการประเมินที่เข้มงวดทางด้านปั จจัยเสี่ยงทางระบบไหลเวียนเลือด, การให้ คาแนะนาการเลิกบุหรี่ และการเสริ มสร้างนิสยั ทัว่ ไปในทางที่ดีข้ นึ


H. ผูป้ ่ วยและครอบครัวอาจต้องการความเข้าถึงจิตสังคมและการให้คาแนะนาต่าง ๆ I. ผูป้ ่ วยเด็กที่รอดชีวติ จากมะเร็งและครอบครัวอาจต้องการทรัพยากรและบุคคลที่มีประสบการณ์เพือ่ เข้าถึงปั ญหาอย่างลึกซึ้งเรื่ องการเจริ ญเติบโตและพัฒนา ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปโดยโรคที่ผปู ้ ่ วยเด็ก เป็ นอยูก่ บั การรักษา และผลกระทบทางจิตสังคมที่มาจากการรักษา


ปัญหาของผู้ป่วยที่ประสบกับการรักษาโรคมะเร็งและการเริ่มต้นวินิจฉัย