Issuu on Google+

รังษีฯ กล้วย กล้วย ฉบับประจาเดือน พฤษภาคม—กรกฎาคม ประจาปีการศึกษา 2557

Come back to school.

    

ผอ.ทักทาย ข่าวสารรังษีฯ ร่วมไม้รว่ มมือ กิจกรรมประจาเดือน รังษีฯรักสุขภาพ

  

กระซิบบอกต่อ เรือ่ งเล่าน่ารู้ รังษีฯมีดี

โรงเรียนวัดรังษีสุทธาวาส ต.สุรสักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20110 สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3


สารบัญ

หน้า

ผอ.ทักทาย........................................................................ 1 ข่าวสารรังษีฯ.................................................................. 2 ร่วมไม้ร่วมมือ.................................................................... 3 กิจกรรมประจาเดือน........................................................... 4 รังษีฯ รักสุขภาพ............................................................... 5 กระซิบบอกต่อ................................................................ 6 เรื่องเล่าน่ารู้................................................................. 7 รังษีฯ มีดี....................................................................8


ผอ.ทักทาย ครอบครัวเป็นสถาบันหลักที่จะอบรมบ่มนิสัย ให้กับเด็ก ๆ เพราะเด็กที่เกิดมาเปรียบเสมือนผ้าขาว แล้วแต่เราจะแต่งแต้มสีอะไรลงบนผ้าขาวนั้น เด็กที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี โอกาสที่จะออกนอกลู่ นอกทางน้อยมาก ข้อสาคัญคนในครอบครัวต้องเป็นที่พึ่งได้ เมื่อเด็กมีปัญหาและต้องให้คาปรึกษา อีกทั้งโรงเรียน เป็นบ้านหลังที่สองของเด็ก ดังนั้นทั้งครอบครัวและโรงเรียนจะต้องเพิ่มพลัง ความรักความเข้าใจให้กับเด็ก เพื่อเป็นเกราะป้องกันที่เข้มแข็ง ทาให้เด็กปราศจากปัญหาและห่างไกลจากยาเสพติด นางสาวณัฐธพิมพ์ สุทธินานนท์ ผู้อานวยการโรงเรียนวัดรังษีสุทธาวาส

คณะครู โรงเรียนวัดรังษีสุทธาวาส


ข่าวสารรังษีฯ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3 พัฒนาเครือข่าย ประชาสัมพันธ์ สพป.ชลบุรี เขต 3 อบรมพัฒนาศักยภาพเครือข่ายประชาสัมพันธ์ หลักสูตรการออกแบบสิ่งพิมพ์และจัดทาวารสารออนไลน์ให้กับครูและ ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดจานวน.......... คน ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2557 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 สพป.ชลบุรี 3 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดย มีนายศิวะ ทาทราย รองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด เวลา 9.00 น. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ การพัฒนาสื่ออิเลกทรอนิคเพื่อการเรียนการสอน

ร่วมไม้ร่วมมือ โรงเรียนขอแจ้งให้ผู้ปกครองทราบและร่วมมือในเรื่องการแต่งกาย ของนักเรียนให้ถูกต้องตามที่โรงเรียนกาหนด ดังนี้ วันจันทร์

แต่งชุดตามตารางเรียนปกติ

วันอังคาร

แต่งชุดตามตารางเรียนปกติ

วันพุธ

แต่งชุดวิถีพุทธ (เสื้อขาว กางเกงวอร์ม)

วันพฤหัสบดี แต่งชุดลูกเสือเนตรนารี วันศุกร์

แต่งชุดเสื้อสีแดงประจาโรงเรียน


เดือนพฤษภาคม โรงเรียนวัดรังษีสุทธาวาสได้จัดการประชุม ผู้ปกครอง เพื่อชี้แจงข้อตกลงระหว่างโรงเรียน และผู้ปกครองให้เข้าใจตรงกัน และรับฟังความ คิดเห็นจากผู้ปกครองเพื่อนามาพัฒนาการ จัดการเรียนการสอน

เดือนมิถุนายน โรงเรียนวัดรังษีสุทธาวาสได้จัดพิธีไหว้ครู เพื่อให้นักเรียนได้ระลึกถึงคุณครูบาอาจารย์ และ แสดงความกตัญญูต่อผู้ทใี่ ห้การอบรมสั่งสอนตน

เดือนกรกฎาคม โรงเรียนวัดรังษีสุทธาวาสได้ส่งเสริมให้ คณะครูและนักเรียนได้แสดงพลังต่อต้านการใช้ ยาเสพติด


รังษีฯ รักสุขภาพ โรคที่มักเกิดกับเด็กในวัยเรียน การไปโรงเรียนหรือสถานรับเลี้ยงเด็ก ทาให้เด็กๆ ในวัย 3 - 12 ปี เจ็บป่วยได้ง่าย เพราะโรงเรียนก็ถือเป็น แหล่งรวมโรคภัยไข้เจ็บด้วย แม้บางครั้งจะไม่ใช่โรค ร้ายแรง แต่ก็ส่งผลต่อสุขภาพและการเติบโตของเด็กด้วย การป้องกันดูแลจะช่วยให้เด็กๆ ไปโรงเรียนได้อย่าง สนุกสนาน ปลอดภัยจากโรคภัย การเจ็บป่วยของเด็กๆ ที่พบได้ มี 3 ประเภทด้วยกัน คือ 1. โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ได้แก่ โรคหวัด การอักเสบของจมูก คอ หูชั้นกลาง และ หลอดลม 2. โรคที่ติดต่อจากการสัมผัสทางผิวหนัง เช่น หิด เหา 3. โรคทางเดินอาหาร เช่น อาหารเป็นพิษ ท้องเสีย และพยาธิลาไส้ นอกจากนี้ โรคที่เด็กวัยนี้เป็นกันบ่อยๆ คือ โรคสุกใส (อีสุกอีใส) โรคตาแดง และโรคฮิต อีกหนึ่งโรคซึ่งไม่ใช่โรคติดต่อ แต่เด็กสมัยนี้มักเป็นกัน คือ โรคอ้วน ส่วนโรคอันตรายอย่างเช่น โรคมือ-เท้า-ปาก ก็อาจทาให้เสียชีวิตได้ จาก : นิตยสารรักลูก : นิตยสาร ModernMom : นิตยสาร Kids & School : หนังสือสานักพิมพ์ รักลูกบุ๊ค : http://haamor.com


นิทานสอนใจ เรื่อง คนเกียจคร้านทานา หนุ่มชาวนาผู้หนึ่งซึ่งเป็นคนเกียจคร้านยิ่งนัก ครั้นเมื่อได้หว่านข้าวในที่นาของตนแล้ว ก็ทิ้งขว้างมิยอมใส่ใจหว่านไถ อย่างเพื่อนชาวนาคนอื่นๆ ครั้นเมื่อต้นข้าวของตนแคระแกร็นและมิเจริญงอกงามเต็มผืนนาอย่างของเพื่อนบ้านจึงให้นึกประหลาดใจเป็นยิ่งนัก “เพื่อนเอ๋ยทาไมต้นข้าวในนาของพวกเจ้าถึงได้ออกดอกออกรวงสวยสะพรั่งเต็มนาข้าวไปหมด ทาไมผืนนาของฉันขึ้นบ้าง ไม่ขึ้นบ้าง พวกเจ้ามีเคล็ดลับดีๆอย่างไรช่วยแนะนาบ้างสิเพื่อนเอ๋ย” ชาวนาหนุ่มผู้เกียจคร้านและโง่เขลาไถ่ถามเพื่อนบ้านด้วยความรู้สึกอิจฉามิใช่น้อย ชาวนาเพื่อนบ้านได้ฟังเช่นนั้นก็เอ่ยเป็นเชิงประชดขึ้นว่า “เคล็ดลับน่ะหรือไม่ยากหรอกเพื่อนเอ๋ย ถ้าเจ้าอยากให้ต้นข้าวงอกงามเร็วก็ให้มันได้ดมกลิ่นจอบเสียบ้างสิ” ชาวนาหนุ่มผู้เกียจคร้านได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจยิ่งนัก วันรุ่งขึ้นจึงรีบเอาจอบของตนไปวางไว้ที่กลางผืนนา แล้วก็ล้มตัวนอน หลับสบายจนกระทั่งเย็นย่าจึงได้ลุกขึ้นไปแบกจอบกลับบ้าน พอเช้าวันรุ่งขึ้นก็ออกไปที่ผืนนาเอาจอบไปวางไว้กลางทุ่งนาแล้วก็นอนหลับสบายจนเย็นค่าอีก เป็นเช่นนั้น ทุกวันจนกระทั่งเวลาผ่านไปเดือนเศษๆ เขาก็ยังไม่เห็นว่าต้นข้าวของเขาจะเจริญงอกงามออกดอกออกรวงแต่อย่างในนา ข้าวของเพื่อนบ้านแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามต้นข้าวของตนมีแต่จะยิ่งแห้งเหี่ยวอับเฉาจนตายไปหมดทั้งผืนนา ชาวนาหนุ่มผู้เกียจคร้านจึงเดินไปหาเพื่อนบ้านที่มีที่นาติดกัน เขายืนเกาศีรษะพลางเอ่ยถามเพื่อนบ้านว่า “เพื่อนเอ๋ย เพื่อนมีวิธีอื่นที่เป็นเคล็ดลับดีๆ ที่จะแนะนาข้าอีกหรือไม่ เพราะวิธีเดิมนะสงสัยจะไม่ได้ผล คงเป็นเพราะจอบ ของข้านะสงสัยคงจะไม่มีกลิ่นให้ต้นข้าวดมทุกวันจึงทาให้ยังไม่เติบโตงอกงามมีแต่จะตายลงจนหมดสิ” นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนโง่และคนเกียจคร้านมักคอยแต่จะให้ผู้อื่นคอยช่วยเหลือ และไม่ยอมที่จะลาบากเพื่อแลก มาซึ่งความสาเร็จใดๆ


อย่าคบมิตร ที่พาล สันดานชั่ว จะพาตัว เน่าดิบ จนฉิบหาย แม้ความคิด ชั่วช้า อย่ากล้ากราย เป็นมิตรร้าย ภายใน ทุกข์ใจครัน.


วารสารรังษี ฉบับ1 57