Issuu on Google+

รายงาน โครงการ Gusto Corn วิชา การออกแบบกราฟิ กบนบรรจุภัณฑ์ ARTI3314 เรื่อง ข้ าวโพด (Sweet Corn) ส่ ง อาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประชิด ทิณบุตร จัดทําโดย ชื่อ นางสาวจินตนา นามสกุล กลีบบัว รหัส 5211303036 ภาคเรียนที่ 1/54 กลุ่ม 101 คณะมนุษยศาสตร์ และสั งคมศาสตร์ สาขา ศิลปกรรม แขนง ออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม


ประวัตขิ องข้ าวโพดในประเทศไทย ปัจจุบนั นี้ไม่อาจทราบแน่ชดั ว่าบรรพบุรุษของไทยเรา รู้จกั ปลูกข้าวโพดกันมาตั้งแต่เมื่อใด ถึงแม้จะมี นักค้นคว้าบาท่านกล่าวว่า ชนชาติไทยอาจรู้จกั ปลูกข้าวโพดกันมาก่อนที่จะอพยพมาตั้งถิ่นฐานอยูใ่ นแหลมทอง เสี ยอีก บางท่านสันนิษฐานว่าได้รับข้าวโพดมาจากอินเดีย แต่ท้ งั นี้ไม่มีหลักฐานยืนยันได้แน่ชดั เอกสารเก่าแก่ท่ี พบเป็ นจดหมายเหตุของลูแบร์ (Monsieur De La Loubere) ชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาเมืองไทยในสมัยแผ่นดินสมเด็จ พระนารายณ์มหาราชระหว่างปี พ.ศ. ๒๒๓๐-๒๒๓๑ โดยได้เขียนไว้วา่ "คนไทยปลูกข้าวโพดแต่ในสวนเท่านั้น และต้มกินหรื อเผากินทั้งฝักโดยมิได้ปอกเปลือกหรื อกะเทาะเมล็ดเสี ยก่อน" เขายังได้อธิบายถึงข้าวโพดสาลี (kaou-possali) ว่า เป็ นอาหารเฉพาะพระเจ้าแผ่นดิน จดหมายเหตุฉบับนี้ทาํ ให้พอทราบว่าข้าวโพดมีปลูกใน ประเทศไทยมาตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว หากแต่ปลูกกันไม่มากนักคงจะปลูกกันอย่างพืชหายาก หรื อพืชแปลกที่นาํ มา จากที่อื่น ข้าวโพดในสมัยโบราณของไทย อาจเป็ นพืชหลวงหรื อพืชหายากดังกล่าวมาแล้ว ราษฎรสามัญอาจ ไม่ได้ปลูกกันมาก แต่เนื่องจากข้าวโพดเป็ นพืชที่มีความเหมาะสมกับสภาพดินฟ้ าอากาศของไทย และปรับตัวให้ เข้ากับสิ่ งแวดล้อมได้ง่าย ฉะนั้น ในระยะต่อมาจึงได้ขยายพันธุ์ออกไปในหมู่ประชาชนอย่างแพร่ หลายแต่กค็ งมี การปลูกกันไม่มากนัก เพราะไม่ใช้เป็ นอาหารหลักเหมือนข้าวเจ้า ส่ วนมากคงปลูกในสวนในที่ดอน หรื อในที่ท่ี นํ้าไม่ท่วม เพือ่ รับประทานแทนข้าวบ้างในยามเกิดทุพภิกขภัยเมื่อทํานาไม่ได้ผล การปลูกข้าวโพดในสมัยก่อน ๆ นั้นจึงไม่สู้มีความสําคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศเท่าใดนัก ในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ นับว่าเป็ นยุคต้น ๆ ของการกสิ กรรมมัยใหม่ของประเทศไทยหรื อที่ เรี ยกกันว่า "การกสิ กรรมบนดอน" โดยที่ได้มีนกั เกษตรรุ่ นแรกหลายท่านที่ได้ไปศึกษาการเกษตรแผนใหม่มาจาก ต่างประเทศ และได้เล็งเห็นความสําคัญของการปลูกพืชไร่ หรื อพืชดอน เพือ่ ใช้เป็ นอาหารสัตว์และเพือ่ การทําไร่ นาผสม อันเป็ นการบุกเบิกแนวใหม่ของการกสิ กรรมในประเทศไทย ซึ่ งแต่เดิมเคยยึดมัน่ อยูแ่ ต่ขา้ วเพียงอย่างเดียว ให้ข้ ึนอยูก่ บั พืชอื่น ๆ อีกหลายชนิด ในบรรดาพืชไร่ เหล่านี้กม็ ีขา้ วโพดรวมอยูด่ ว้ ย แต่เดิมข้าวโพดที่มีปลูกกันใน ประเทศไทยขณะนั้น เป็ นชนิดหัวแข็ง (flint corn) และมีสีเหลืองเข้มแต่เมล็ดมีขนาดเล็กมาก เป็ นพันธุ์ท่ีนาํ มาจาก อินโดจีนต่อมา ม.จ. สิ ทธิพร กฤดากร อดีตอธิบดีกรมเพาะปลูก (กรมวิชาการเกษตรในปัจจุบนั ) ซึ่ งได้ลาออกไป ทําฟาร์มส่ วนตัวที่ตาํ บลบางเบิด อําเภอสะพานใหญ่ จังหวัดประจวบคีรีขนั ธ์ เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๖๓ ได้ ทดลองสั่งพันธุ์ขา้ วโพดไร่ ชนิดหัวบุบ (dent corn) มาจากสหรัฐอเมริ กา และทดลองปลูกเป็ นครั้งแรกในประเทศ ไทยจํานวน ๒ พันธุ์ คือ พันธุ์นิโคลสันยลโลเดนต์ (nicholson's yellow dent) ซึ่ งมีเมล็ดสี เหลือง และพันธุ์ เม็กซิ กนั จูน (mexican june) ซึ่ งมีเมล็ดสี ขาว โดยได้ทดลองปลูกที่ฟาร์มบางเบิด เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๖๗ เพือ่


ใช้เมล็ดเลี้ยงไก่ไข่ขายส่ งตลาดกรุ งเทพฯและเลี้ยงสุ กรขายตลาดปี นัง นอกจากนี้ ท่านยังได้ส่งไปขายเป็ นอาหาร ไก่ในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย และได้รายงานไว้วา่ ข้าวโพดทั้ง ๒ พันธุ์น้ ีข้ ึนได้ดีมาก ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๙ โรงเรี ยนฝึ กหัดครู ประถมกสิ กรรมของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้การควบคุม ของพระยาเทพศาสตร์สถิตย์ ซึ่ งตั้งอยูต่ าํ บลบางสะพานใหญ่ จังหวัดประจวบคีรีขนั ธ์ ได้นาํ ไปทดลองปลูกที่ โรงเรี ยนก็ได้ผลดีมาก ครั้นเมื่อโรงเรี ยนย้ายมาอยูท่ บั กวาง ได้นาํ ข้าวโพดทั้ง ๒ พันธุ์มาปลูกแบบการค้าเป็ นการ ใหญ่ โดยใช้เครื่ องมือทุ่นแรงต่าง ๆ ปรากฏว่า ได้ฝักใหญ่และงามดีมาก เพราะดินเป็ นดินใหม่หลวงชุณห์กสิ กรได้ รายงานว่า ข้าวโพดพันธุ์เม็กวิกนั จูน ซึ่ งทดลองปลูกที่โรงเรี ยนฝึ กหัดครู กสิ กรรทับกวางได้ผลเฉลี่ย ๒,๓๐๐ ฝัก/ ไร่ หรื อเมล็ดแก่ ๘๒๕ ปอนด์/ไร่ โดยพืชที่ปลูกระหว่างหลุมข้าวโพดมีถวั่ ฝักยาว ส่ วนระหว่างแถวมีถว่ั ลิสงและ พริ กขี้หนู ดินที่ปลูกไม่ได้รับการบํารุ งจากปุ๋ ยอะไรเลย และขณะนั้น ขายได้ราคาปอนด์ละ ๑๐ สตางค์ ปรากฏว่า ได้กาํ ไรไร่ ละ ๓๐ บาท ต่อมาโรงเรี ยนฝึ กหัดครู กสิ กรรมแห่งนี้ได้ทาํ การปลูกข้าวโพดทั้ง ๒ พันธุ์เป็ นการค้า เรื่ อยมาเป็ นเวลาหลายปี และเมล็ดพันธุ์กไ็ ด้แพร่ หลายไปในหมู่กสิ กรจังหวัดใกล้เคียง เช่น ลพบุรี สระบุรี นครราชสี มา โดยกสิ กรได้คดั เลือกและเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง และได้รู้จดั ชกกันในนามของข้าวโพดฟันม้าบ้าง หรื อข้าวโพดพันธุ์ปากช่องบ้าง ซึ่ งต่อมาได้แพร่ หลายไปตามแหล่งต่าง ๆ

แหล่ งปลูกมีทใ่ี ดบ้ าง ข้าวโพดสามารถปลูกได้อย่างกว้างขวางทัว่ โลกตั้งแต่ละติจูดที่ ๕๘ องศา ในประเทศแคนนาดา ผ่านเขต โซนร้อนลงมาจนถึงเขตตอนใต้ประมาณละติจูดที่ ๓๕-๔๐ ข้าวโพดสามารถเจริ ญเติบโตได้ดีบนพื้นที่ซ่ ึ งมีระดับ เดียวกับนํ้าทะเลไปจนถึงพื้นที่ระดับสูงกว่านํ้าทะเล ๓,๐๐๐-๓,๙๐๐ เมตร ในประเทศเปรู และเม็กซิ โก แหล่งผลิต ข้าวโพดสําคัญ ๆ เรี ยงตามปริ มาณการผลิตมากไปหาน้อย คือ สหรัฐอเมริ กา สหภาพโซเวียตรุ สเซี ย เม็กซิ โก สหภาพแอฟริ กาใต้ อาร์เจนตินารู มาเนีย ยูโกสลาเวีย อินเดีย อิตาลี ฝรั่งเศษ และอินโดนิเซี ย สําหรับในประเทศไทยอาจกล่าวได้วา่ ข้าวโพดสามารถปลูกได้ดีทุกภาค จังหวัดที่ผลิตข้าวโพดมากใน แต่ละภาค เรี ยงตามปริ มาณการผลิตมากไปหาน้อย ดังนี้ ภาคกลาง มี เพชรบูรณ์ ลพบุรี นครสวรรค์ สระบุรี พิษณุโลก พิจิตร สุ โขทัย และปราจีนบุรี ภาคเหนือ มี แพร่ น่าน เชียงราย และเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉี ยงเหนือ มี นครราชสี มา ศรี สะเกษ อุบลราชธานี ขอนแก่น และชัยภูมิ ภาคใต้ ปลูกมากที่ สงขลา สุ ราษฎร์ธานี และ นครศรี ธรรมราช


การเก็บเกีย่ วและการเก็บรักษา ฝักข้าวโพดจะแก่จดั และเก็บเกี่ยวได้เมื่อเปลือกหุม้ ฝักเริ่ มมีสีฟางทางที่ดีควรปล่อยข้าวโพดทิ้งไว้ใน แปลงให้แห้งดีเสี ยก่อน เพือ่ ทุ่นเวลาในการตากและสะดวกในการเก็บรักษา โดยเฉลี่ยแล้วข้าวโพดไร่ พนั ธุ์ท่ีใช้ ปลูกอยูใ่ นประเทศไทย มีอายุต้ งั แต่ปลูกถึงเก็บเกี่ยวประมาร ๙๐-๑๒๐ วัน ในการเก็บเกี่ยวข้าวโพด ชาวไร่ ทวั่ ๆ ไปยังใช้แรงคนเก็บ โดยหักฝักที่แห้งแล้วออกจากต้น แกะเปลือก หุ ม้ ฝักออกหรื อจะเอาไว้แกะเปลือกที่หลังก็ได้ การใช้เครื่ องทุ่นแรงเก็บเกี่ยวข้าวโพดยังมีนอ้ ยมากในประเทศไทย ทั้งนี้เนื่องจากเครื่ องมือมีราคาแพง และมีประสิ ทธิภาพในการทํางานตํ่า เพราะพันธุ์ท่ีชาวไร่ ปลูกมีความสูงของลํา ต้นและฝักไม่เท่ากัน นอกจากนั้นต้นยังหักล้มมากอีกด้วย หลังจากเก็บฝักข้าวโพดและปอกเปลือกออกแล้วควรตามฝัดไว้ภายในโรงเรื อน หรื อทําแคร่ เตี้ย ๆ กลางแจ้ง มีโครงไม้สาํ หรับใช้แฝกหรื อผ้าพลาสติกคลุมเวลา ฝนตกได้ ถ้ามีขา้ วโพดเป็ นจํานวนมากควรสร้างฉาง ขนาดกว้างพอสมควร ยกพื้นสูงไม่ต่าํ ว่า ๕๐ เซนติเมตร พื้นเป็ นไม้ระแนงด้านข้างกรุ ดว้ ยลวดตาข่ายหรื อไม้ ระแนงเช่นเดียวกับพื้น ทั้งนี้เพือ่ ให้ลมโกรกผ่านเข้าออกได้ ด้านบนเป็ นหลังคากันฝน เมื่อฝักข้าวโพดแห้งดีแล้ว จึงทําการกะเทาะเมล็ดไม่ควรกะเทาะเมล็ดเมื่อความชื้นยังสูงอยู่ จะทําให้ เมล็ดแตกมาก เครื่ องกะเทาะเมล็ดข้าวโพดในปัจจุบนั มีท้ งั แบบมือหมุน และแบบที่หมุนด้วยเครื่ องยนต์ เครื่ อง กะเทาะเมล็ดเหล่านี้สร้างในประเทศ ราคาจึงไม่แพงนัก เครื่ องกะเทาะใหญ่ ๆ อาจกะเทาะได้ถึง ๑,๐๐๐ ตัน/ ชัว่ โมง เมล็ดที่กะเทาะออกจากฝักแล้ว ถ้ายังแห้งไม่สนิทควรตากต่อให้แห้งก่อนเก็บเข้ากระสอบควรมีความชื้น ในเมล็ดไม่เกิน ๑๕% จากนั้นอาจนําไปจําหน่ายหรื อเก็บในยุง้ ฉางต่อไป ถ้าจะเก็บไว้นานโดยเฉพาะอย่างยิง่ ส่ วน ของเมล็ดที่เอาไว้พนั ธุ์ ควรคลุกยากันเชื้อราออโทโซด์ ๗๕ หรื อ ซี เรแซนเอ็ม ในอัตราประมาณ ๑ กรัม/เมล็ด ข้าวโพด ๑ กิโลกรัม และใช้ยาป้ องกันและกําจัดแมลงดีดีทีผงชนิด ๗๕% ในอัตรา ๑ กรัม/เมล็ดข้าวโพด ๑๐ กิโลกรัม คลุกไปด้วย สําหรับข้าวโพดเมล็ดที่เก็บไว้เลี้ยงสัตว์หรื อเก็บไว้จาํ หน่ายนาน ๆ ควรรมยาพวกเมทิลโบร ไมด์เดือนละครั้ง


การใช้ ประโยชน์ เมล็ดข้าวโพดและส่ วนต่าง ๆ ของข้าวโพดสามารถนําไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง อาจแบ่งการใช้ ออกเป็ น ๓ ประเภท คือ ๑. ใช้ เป็ นอาหารมนุษย์ ในประเทศไทย ประชาชนนิยมรับประทานฝักสดของข้าวโพดหวาน ข้าวโพดข้าวเหนียวและข้าวโพด ไร่ โดยการต้มหรื อเผาให้สุกเสี ยก่อน นอกจากนั้น ฝักอ่อนของข้าวโพดยังนิยมรับประทานกันอย่างแพร่ หลาย นับเป็ นผักชนิดหนึ่งที่นาํ มาปรุ งอาหาร นอกจากจะรับประทานในประเทศแล้ว ยังบรรจุกระป๋ องส่ งไปจําหน่ายยัง ต่างประเทศเป็ นอุตสาหกรรมชนิดหนึ่งด้วย ประชาชนในบางประเทศ อาศัยบริ โภคข้าวโพดเป็ นอาหารหลักในรู ปต่าง ๆ กัน เช่น ในอเมริ กากลาง และอเมริ กาใต้ ใช้แป้ งบดจากเมล็ดแก่มาทําเป็ นแผ่นนึ่งหรื อย่างให้สุก รับประทานกับอาหารอื่นคล้ายกับการ รับประทานขนมปัง ในฟิ ลิปปิ นส์นิยมตําเมล็ดข้าวโพดแก่ให้แตกเป็ นชิ้นเล็กเท่า ๆ เมล็ดข้าว แล้วต้มรับประทาน แทนข้าว ๒. ใช้ เป็ นวัตถุดบิ ในอุตสาหกรรม เมล็ดและผลิตผลจากเมล็ดข้าวโพด สามารถนําไปใช้ในการอุตสาหกรรมได้หลายประเภท เช่น ทํา แอลกอฮอล์ แป้ ง นํ้าตาลชนิดต่าง ๆ นํ้าเชื่อมและนํ้ามันผลิตผลเหล่านี้ อาจนําไปใช้ทาํ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้อีกต่อหนึ่ง เช่น ยารักษาโรค กระดาษ กระดาษแก้ว ผ้าสังเคราะห์ กรด นํ้าหอม นํ้ามันใส่ ผม และ แบตเตอรี่ นอกจากเมล็ดแล้ว พวกฝัก ใบ และลําต้น อาจนําไปใช้ทาํ ผลิตภัณฑ์ได้หลายชนิด เช่น กระดาษ ปุ๋ ย และ ฉนวนไฟฟ้ า ๓. ใช้ เป็ นอาหารสั ตว์ ข้าวโพดนับเป็ นพืชที่ใช้เป็ นอาหารสัตว์ได้ดีชนิดหนึ่ง การใช้ขา้ วโพดเลี้ยงสัตว์อาจทําได้หลายอย่าง เช่น ใช้เมล็ด กากนํ้าตาล กากแป้ งที่เหลือจากสกัดนํ้ามัน ตัดต้นสดให้สตั ว์กินโดยตรง ตัดต้นสดหมัก และใช้ตน้ แก่ หลังเก็บเกี่ยวฝักแล้ว ในต่างประเทศนิยมใช้ขา้ วโพดเลี้ยงสัตว์กนั มาก แต่ในประเทศไทยยังใช้กนั น้อย ทั้งนี้ เนื่องจากราคายังสูงอยู่ ถ้าสามารถลดต้นทุนการผลิตลง และราคาข้าวโพดอยูใ่ นระดับพอสมควร อาจมีการใช้เลี้ยง สัตว์เพิ่มขึ้น


ส่ วนประกอบของการทํา ๑.ข้าวโพดคัว่

65%

๒.นํ้าตาล

20%

๓.เนย

5%

๔.ผงช็อกโกแลต 10%

CHOCOLATE CORN


ขั้นตอนการทํา CHOCOLATE CORN

๑.นําเมล็ดของข้าวโพดหวานมาคัว่

๒.ใส่ ส่วนผสมขั้นต่อไปคือนํ้าตาลและเนยคลุกเค้าให้เข้ากัน ๓.จากนั้นโรยผงช็อกโกแลตตามปริ มาณที่กาํ หนดไว้และคลุกเค้าเช่นเดียวกัน


รู ปแบบบรรจุภณ ั ฑ์ แบบสเก็ต


กล่องแบบสําเร็ จรู ป

โลโก้ของสิ นค้า


Sketch up แบบที่ 1


Sketch up ที่ใช้จริ ง


jintana-arti3314