Page 1


ภูกระดึง

ภูกระดึง หรืออุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมาก แห่งหนึ่งของเมืองไทย เพราะมีสภาพธรรมชาติสมบูรณ์ประกอบด้วยระบบนิเวศและภูมิประเทศหลากหลาย ทั้งทุ่งหญ้า ป่าสนเขา ป่าดิบ น้้าตกและหน้าผาชมทิวทัศน์ ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนไปสัมผัส

ความงามของสถานที่แห่งนี้มากมาย ซึ่งเส้นทางขึ้นภูกระดึงค่อนข้างชัน นักท่องเที่ยวจะต้องค่อย ๆ เดินขึ้นเขาไปเรื่อย ๆ โดย

จะมีจุดแวะพักที่ "ซ้า" หมายถึงบริเวณที่มีแหล่งน้้าใต้ดินผุดขึ้นมา โดยแต่ละจุดมีเครื่องดื่มและอาหาร บริการ ทั้งหมดนี้เป็นแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวปรารถนาจะเป็นผู้พิชิตยอดภูกระดึงสักครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อ ทดสอบแรงกายและแรงใจ


ส้าหรับจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนภูกระดึง เช่น ผานกแอ่น เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ งดงามมากแห่งหนึ่ง สามารถมองเห็นทิวทัศน์ เบื้องล่าง อีกทั้งริมทางเดินใกล้ผานกแอ่นมี

ดอกกุหลาบป่าขึ้นเป็นดงใหญ่ ซึ่งบานสะพรั่ง ในเดือนมีนาคมถึงเมษายน, ผาหล่มสัก เป็น ลานหินกว้างและมีสนต้นใหญ่อยู่ใกล้กับชะง่อน

หินที่ยื่นออกไปจากหน้าผา เป็นสถานที่ชมพระ อาทิตย์ตกได้ชัดเจนที่สุด จึงท้าให้ นักท่องเที่ยวและช่างภาพนิยมไปถ่ายภาพที่ผา แห่งนี้ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของภูกระดึง

ป่าปิด เป็นพื้นที่ที่มีความเปราะบาง ปก คลุมด้วยป่าดงดิบ มีล้าธารหลากสายและน้้าตก สวยงามมากมาย ได้แก่ น้้าตกขุนพอง และน้้าตก ผาน้้าผ่า เป็นต้น เปิดให้บริการแก่นักท่องเทีย่ ว ในเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคมของทุกปี นอกจากนี้ภูกระดึงยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ด้วย เช่น ผาหมากดูก, น้้าตกวังกวาง, น้้าตก เพ็ญพบใหม่, น้้าตกโผนพบ, น้้าตกเพ็ญพบ, น้้าตกถ้้าใหญ่, น้้าตกธารสวรรค์, น้้าตกถ้้าสอ เหนือ, น้้าตกถ้้าสอใต้ และสระอโนดาต เป็นต้น อย่างไรก็ตามภูกระดึงจะปิดฤดูการ ท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายนของทุกปี และเปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 31 พฤษภาคมของทุก ปี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยาน แห่งชาติภูกระดึง โทรศัพท์ 042 810833 เว็บไซต์ส้านักอุทยานแห่งชาติ หรือการ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส้านักงานเลย โทรศัพท์ 042 812812


พระธาตุพนมหรือวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร

พระธาตุพนม หรือวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร วัดพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิด วรมหาวิหาร ที่เป็นปูชนียสถานที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาช้านาน ซึ่งผลจากการขุดค้นทาง โบราณคดีลงความเห็นว่าพระธาตุพนมสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1200-1400 ตาม ต้านานกล่าวว่าผู้สร้างคือพระมหากัสสปะ พระอรหันต์ 500 องค์ และท้าวพระยาเมือง ต่าง ๆ ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ ลักษณะ ของสถาปัตยกรรมมีแหล่งที่มาที่เดียวกันกับปราสาทของขอม และได้ท้าการบูรณะ เรื่อยมา ในปี พ.ศ. 2485 ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกขึ้น เป็น "วรมหาวิหาร"


แต่ในวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2518 เวลา 19.38 น. พระธาตุพนมได้ ล้มทลายลงทั้งองค์ เนื่องจากความเก่าแก่ ขององค์พระธาตุพนม และประจวบกับ ระหว่างนั้นฝนตกพายุพัดแรงติดต่อกันมา หลายวัน ประชาชนทั้งประเทศได้ร่วม บริจาคทุนทรัพย์และรัฐบาลได้ก่อสร้าง องค์พระธาตุขึ้นใหม่ตามแบบเดิม การ ก่อสร้างนี้เสร็จสิ้นเมือ่ วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2522 นอกจากพระบรม สารีริกธาตุที่บรรจุในองค์พระธาตุแล้ว ยังมีของมีค่ามากมายนับหมื่นชิ้น โดยเฉพาะฉัตรทองค้าบนยอดพระธาตุ เป็นฉัตรทองค้าที่มีน้าหนักถึง 110 กิโลกรัม

ปัจจุบันองค์พระธาตุมีฐานกว้างด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.60 เมตร เป็นเจดีย์ทรง สี่เหลี่ยมสูงแลดูสง่างาม อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวม จิตใจของชาวนครพนม เป็นที่เคารพบูชาของ

ชาวไทยและชาวลาว โดยเชื่อกันว่าหากใคร ได้มานมัสการครบ 7 ครั้ง จะเป็นลูกพระธาตุ ถือเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและมีความเจริญรุ่งเรือง

นอกจากนี้ในวันขึ้น 10 ค่้า เดือน 3 ถึง วันแรม 1 ค่้า เดือน 3 ของทุกปี จะมีการจัด งานนมัสการองค์พระธาตุขึ้นเป็นประจ้า ทั้งนี้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส้านักงานนครพนม โทรศัพท์ 0 4251 3490-1


แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง

พิพธิ ภัณฑสถานแห่งชาติบา้ นเชียง หรือแหล่งโบราณคดีบา้ นเชียง เป็นแหล่งทรัพย์สินทาง วัฒนธรรมทีส่ ้าคัญของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่อ้าเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี มีพื้นที่ประมาณ 25 ไร่เศษ จัดแสดงวิถีชีวิตของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์อายุราว 1,822-4,600 ปี เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวให้รับรู้ถึงการด้ารงชีวิตในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ คือย้อนหลังไปกว่า 5,000 ปี พิพิธภัณฑ์นี้ได้แบ่งการจัดแสดงออกเป็นหัวข้อใหญ่ ๆ ได้แก่ 1. การจัดแสดงสมัยก่อนประวัตศิ าสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่อาคารส้านักงานสลากกิน แบ่งรัฐบาล โดยแบ่งตามห้องจัดแสดง เช่น ห้องจัดแสดงขั้นตอนการส้ารวจและขุดค้นทาง โบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์, ห้องสมัยก่อนประวัติศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ห้องจัด แสดงโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมบ้านเชียง จากบ้านนาดี ต้าบลพังงา อ้าเภอหนอง หาน จังหวัดอุดรธานี จากบ้านนาโก ต้าบลศรีฐาน อ้าเภอภูกระดึง จังหวัดเลย และจากจังหวัด หนองคาย


2. การจัดแสดงสมัยก่อนประวัตศิ าสตร์ วัฒนธรรมบ้านเชียง ที่อาคารสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช ชนนี แบ่งการจัดแสดงออกตามห้อง ได้แก่ ห้อง โลหะกรรม จัดแสดงเกี่ยวกับการขุดค้นทาง โบราณคดีบ้านเชียง และเรื่องราวของการท้าส้าริด และเหล็ก รวมถึงแหล่งแร่โบราณตามแหล่งต่าง ๆ ด้วย, ห้องเครื่องปั้นดินเผา เป็นห้องที่จัดแสดง เรื่องราวเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผา การก้าหนด อายุลักษณะเครื่องปั้นดินเผาแบบต่าง ๆ ภาชนะ ดินเผากับประเพณีการฝังศพ ตลอดจนเทคนิค การผลิตภาชนะดินเผาที่บ้านเชียง

ห้องบ้านเชียง การค้นพบส้าริดที่สาบสูญ เป็นนิทรรศการที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2525-2529 แสดงผลการส้ารวจขุดค้น ศึกษา และวิจัยหลักฐานทางโบราณคดี ที่ ได้จากการขุดค้นร่วมกันระหว่างกรม ศิลปากรและมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา ที่บ้านเชียง เมื่อปี พ.ศ. 2517-2518 และห้องบ้านเชียงวันนี้ เป็น การรวบรวมข้อมูลและวัตถุพื้นบ้านของ ชาวบ้านเชียงในปัจจุบัน ซึ่งมีบรรพบุรุษ เป็นชาวพวน มาจากเมืองเชียงขวาง ประเทศลาว มาตั้งถิ่นฐานที่บ้านเชียง ตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์หรือเมื่อ ประมาณ 200 ปีมาแล้ว ซึ่งเดิมมีอาชีพ เกษตรกรรมเป็นหลัก แต่เมื่อมีการขุดพบ โบราณคดีที่บ้านเชียง สังคมและการ ด้ารงชีวิตส่วนหนึ่งได้เปลี่ยนแปลงไป


นอกจากนี้ยังมีแหล่งขุดค้นทางโบราณคดีวัดโพธิ์ศรีใน ที่อยู่ห่างจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ประมาณ 500 เมตร เป็น 1 ในหลายแห่งที่ขุดค้นทางโบราณคดีที่บ้านเชียง แหล่งนี้ได้ขุด ค้นเมื่อปี พ.ศ. 2515 เป็นหลุมขุดค้นที่จัดอยู่สมัยปลายของวัฒนธรรมบ้านเชียง สมัยนี้ภาชนะดินเผา จะเขียนลายพื้นสีแดงบนลายสีนวล เขียนลายสีแดงบนพื้นสีแดง และฉาบด้วยน้้าดินสีแดงแล้วขัดมัน ส่วนด้านโลหะกรรม ยุคนี้รู้จักการน้าเหล็กมาใช้ได้แล้ว ส่วนส้าริดถึงแม้จะพบท้าเป็นเครื่องใช้น้อยลง แต่ยังคงท้าเป็นเครื่องประดับที่พัฒนาด้านความประณีต และสวยงามมากกว่าทุกสมัย และบ้านไทพวน อยู่ห่างจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 700 เมตร เดิมเป็นบ้านของ นายพจน์ มนตรีพิทักษ์ มอบให้กรมศิลปากร เนื่องจากพื้นที่ แห่งนี้เป็นโบราณสถาน และได้มีการขุดค้นตามหลักวิชาการทางโบราณคดี ได้พบโบราณวัตถุเป็น จ้านวนมาก ซึ่งบริเวณบ้านไทพวนจะปลูกต้นไม้ พืชผักสวนครัวรั้วกินได้ ให้เข้ากับวิถีชีวิตแบบท้องถิ่น ไทพวน ทั้งนี้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส้านักงาน อุดรธานี โทรศัพท์ 0 4232 5406-7, 0 4232 5408 หรือเว็บไซต์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง

อิง  
อิง  
Advertisement