Issuu on Google+

free copy

ฉบับที่ 15 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2556

ออกแบบปก : ชุติมา ประสานทรัพย์ www.facebook/petch chutima

เมื่อคุณเปลี่ยน...

โลกทั้งใบก็จะเปลี่ยนไปด้วยเสมอ DM Graduate

เสพศิลป์หรือบังเอิญ A-R-T

จัดห้องใจ Life Coaching


02 Editor Talk

มูลนิธิ​ด�ำรง​ชัย​ธรรม ก่อ​ตั้ง​ขึ้น​เมื่อ​ปี พ.ศ. 2542 โดย​คุณ​ไพบูลย์ ด�ำรง​ชัย​ธรรม มูลนิธิ​ได้​มอบ​โอกาส​ทาง การ​ศึกษา​ให้​กับ​เยาวชน อีก​ทั้ง​ยัง​ส่ง​เสริม​ให้​เยาวชน​ได้​ ท�ำ​กิจกรรม​ต่างๆ เพื่อ​พัฒนา​ตนเอง​ตามศักยภาพ อาทิ กิจกรรม​โครงการ​สถานี​อาสา โครงการ​ยอ่ ​โลก​ทงั้ ​ใบ​ให้​เด็ก ​ไทย​ได้​รู้จัก และ​วารสาร​เบิก​ฟ้า บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา ปราโมช รัฐวินิจ (กรรมการและผู้อ�ำนวยการมูลนิธิ)                    ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ประธานกรรมการมูลนิธิ : ไพบูลย์ ด�ำรงชัยธรรม  กรรมการและเลขานุการ : ฟ้าใหม่ ด�ำรงชัยธรรม กรรมการและเหรัญญิก : สุวิมล จึงโชติกะพิศิฐ กรรมการ : อรุณ วัชระสวัสดิ์ มานิจ โมฬีชาติ จิราภรณ์ วิญญรัตน์ ทอรุ้ง จรุงกิจอนันต์ สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา บุษบา ดาวเรือง ไชย ณ ศิลวันต์ ประภาวดี ธานีรนานนท์ ระฟ้า ด�ำรงชัยธรรม ที่ปรึกษาฝ่ายกิจกรรมมูลนิธิ : ไศล วาระวรรณ์ หัวหน้ากองบรรณาธิการ ณัฏฐา ทับทอง กองบรรณาธิการ ทีมงานมูลนิธิด�ำรงชัยธรรม

วารสารเบิกฟ้า ผลิตโดยมูลนิธิด�ำรงชัยธรรม

“ทุกคนต้องเรียนรูท้ จี่ ะจัดการเรือ่ งของความสัมพันธ์” เป็นเรื่องที่พี่บอกกับตัวเอง ไม่วา่ คุณจะเก่งเทพมาจากไหน เป็นคนทีใ่ ครก็บอกว่าเข้า กับคนง่าย มองโลกในแง่ดีสุดประมาณ ง่ายๆสบายๆ ไม่เรื่อง มาก จริงใจ อดทน หลีกเลี่ยงการมีปัญหากับผู้คน รักสงบ ไม่ ชอบทะเลาะกับใคร ฉลาดในการแก้ปญ ั หา แต่เชือ่ เถอะไม่มใี คร หลุดพ้นทีจ่ ะพบกับความขลุกขลักในการจัดการความสัมพันธ์ไป ได้ ไม่ความสัมพันธ์แบบใดก็แบบหนึง่ แฟน ครอบครัว เพือ่ น คน รัก ไม่ครั้งใดก็ครั้งหนึ่ง ไม่คนใกล้ตัวก็ไกลตัวที่เชื่อว่าต้องมี และ ก็เชือ่ ว่ามีหลายต่อหลายคนทีใ่ ช้เวลาใช้พลังงานจ�ำนวนมากหมด ไปกับการคลีค่ ลายความรูส้ กึ ติดค้างกับหลายๆความสัมพันธ์ดว้ ย ซ�้ำไป แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะหากเราเปิดใจท�ำความ เข้าใจเกีย่ วกับเรือ่ งของความสัมพันธ์ เราจะเห็นคล้ายๆกันว่า มัน มีคุณสมบัติที่ตั้งอยู่บนความคาดหวัง ละเอียดอ่อน เปราะบาง สั่นสะเทือน ต่างมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง และมีตัวแปรมากมาย อาทิ เวลา ทัศนคติ การปรับตัว การให้อภัย “ทุกคนต้องเรียนรูท้ จี่ ะจัดการเรือ่ งของความสัมพันธ์” เป็นเรื่องที่พี่บอกกับตัวเอง เมื่อเราบอกกับตัวเองให้เข้าใจ แบบนีแ้ ล้ว เราก็จะรูค้ า่ และเฝ้าถนอมรักษาทุกความสัมพันธ์ทดี่ ี และมีอยูใ่ ห้แนบแน่นและยาวนาน สว่ นบางความสัมพันธ์ทอี่ าจ จะไม่เป็นดั่งที่คิดหวัง เราก็จะค่อยๆ วางมันลงอย่างยอมรับและ เข้าใจ

โชค​ดี​นะ​คะ

ส�ำนักงาน เลขที่ 50 อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 โทรศัพท์ : 02-669-9611-7, 02-669-9711-8 โทรสาร : 02-669-9614 E-mail : damrongchaitham@damrongchaitham.com Website : www.damrongchaitham.com Facebook : www.facebook.com/DMfoundation.dm จัดพิมพ์โดย บริษัท วงตะวัน จ�ำกัด 555 ถนนประชาอุทิศ แขวง ดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ : 02-981-1333 โทรสาร : 02-981-1340

พี่​เจี๊ยบ (ณัฏฐา ทับทอง)

หัวหน้ากองบรรณาธิการ www.facebook.com/berkfaa Natha_tub@damrongchaitham.com


My Columnists 03

คอลัมน์นิสต์ รับเชิญพิเศษ :

มองชีวิตคิดดี โดย ดร.ศิริวรรณ เกษมศานต์กิดาการ อาจารย์ภาควิชาปรัชญา คณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ Life Coaching, Art Appreciation โดย ผศ. อรรถพล อนันตวรสกุล อาจารย์ประจ�ำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Guidance โดย รอยฝัน (คุณสุรวิทย์ อัสพันธุ์) Thinking Talking โดย คุณเมธา มาสขาว

คอลัมน์นิสต์ กลุ่มบัณฑิตทุน มูลนิธิด�ำรงชัยธรรม :

English for Fun โดย จิรวัฒน์ มหาสาร บัณฑิตทุนรุ่นที่ 7 : Shipment Assistant ณ สถานทูตอเมริกาประจ�ำประเทศไทย ก.เอ๋ย ก.ไก่ โดย พ.พัฒนคีรี (พงษ์พัฒน์ สมณะคีรี) บัณฑิตทุนรุ่นที่ 10 : ครูอาสาวัดไทยในแอลเอ – Los Angeles ประเทศสหรัฐอเมริกา Hi! Japanese โดย ครูหนาว (มานิต วงศ์มูล) บัณฑิตทุนรุ่นที่ 6 : ครูสอนภาษาญี่ปุ่น โรงเรียนอุตรดิตถ์ Experience โดย กุ้งนาง (อนิจธิยา นิลบรรหาร) บัณฑิตทุนรุ่นที่ 4 : อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี A-R-T โดย MR.BOM (สุริยน แก้ววังสัน) บัณฑิตทุนรุ่นที่ 11 : นักออกแบบผลิตภัณฑ์ บริษัท แปลนครีเอชั่น จ�ำกัดกัด Help for Health โดย ภญ.บุษบงก์ ธรรมมาสถิตย์กุล บัณฑิตทุนรุ่นที่ 11 : เภสัชกรประจ�ำโรงพยาบาลต�ำรวจ Scitech โดย Spocky (ปรัชญา มณีทักษิณ) นักเรียนทุนรุ่นที่ 9 : นักศึกษาชั้นปีที่4 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี Wow! Asean โดย สุวิมล จินะมูล บัณฑิตทุนรุ่นที่ 6 : ผู้สื่อข่าว TNN24 กฏหมายน่ารู้ กับ ธ.ธนา โดย ธนา ภัทรภาษิต บัณฑิตทุนรุ่นที่ 11 : นายทหารสารวัตรสืบสวนสอบสวน พล.ปตอ. Math Unlimited โดย อนุวัตร จิรวัฒนพาณิช บัณฑิตทุนรุ่นที่ 3 : อาจารย์ภาควิชาคณิตศาสตร์และสถิติ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต Around Me! โดย นายอุดม นุสาโล บัณฑิตทุนรุ่น 2 : ผู้จัดการ ฝ่ายขายเคมีภัณฑ์ บจก. ไทยโพลีเคมิคอล และ ดร.วิมล แสนอุ้ม บัณฑิตทุนรุ่น 1 : อาจารย์ประจ�ำคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น


04 Art Appreciation

จะจุดเทียนส่องทาง หรือพรางแสงไฟ

โดย blue

ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ผมได้ ตระเตรียมหนังสือเล่มหนึ่งเป็น ของขวัญให้กับคนใกล้ตัวหลายๆ คน และได้ จั ด หาหนั ง สื อ เล่ ม นี้ จ�ำนวนหนึง่ น�ำส่งตามห้องสมุดที่ คิดว่าน่าจะมีกลุ่มผู้อ่านเหมาะๆ สองสามแห่ง หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า “เด็กน้อยโตเข้าหาแสง”

คุ ณ มิ ลิ น ทร์ เรียบเรียงหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อ ถ่ายทอดมุมมองและบทเรียนจากการท�ำงานของ ป้ามล หรือ คุณทิชา ณ นคร ผู้อ�ำนวยการบ้านกาญนาภิเษก ผนวกกับการใช้ชีวิตช่วงหนึ่งเข้าไปเก็บรวบรวมข้อมูล และอยู่ร่วมกับเด็กและเยาวชนในบ้านกาญจนาภิเษก บ้ า นซึ่ ง เป็ น ที่ พั ก พิ ง ของเด็ ก หนุ ่ ม จ� ำ นวนหนึ่ ง ซึ่ ง เคย ถูกตัดสินว่าเป็นผู้กระท�ำผิดของสังคม บ้านแห่งนี้ได้ช่วย เยียวยาพวกเขาจากบาดแผลในอดีตและเตรียมความ พร้อมพวกเขาก่อนคืนกลับสู่สังคม แม้หลายคนต้องโทษ หนักถึงขั้นฆ่าคนตาย แต่ “ผู้ใหญ่ในบ้าน” หลังนี้ก็ยัง คงยืนหยัดจะด�ำเนินกิจกรรมต่างๆ บนพื้นฐานของการ

เคารพ ให้โอกาส และเชื่อมั่น ในความดีงามของทุกคน ไม่ มี ใ ครเป็ น คนเลว 24 ชั่วโมง คนเรามีทั้งด้านมืดและ ด้านสว่าง เราต้องเลือกว่าจะ ท�ำงานกับด้านไหนในตัวเขา ถ้าเด็กๆ เป็นต้นไม้ พวก เขาโตเข้าหาแสงอยู่แล้ว ผู้ใหญ่ นั่นแหละจะเป็นแสงให้พวกเขา หรื อ เป็ น หลุ ม ด� ำ ที่ ตั ด โอกาส ของพวกเขาตลอดไป หลายเรื่องราวที่ป้ามลเล่า คุณ มิ ลิ น ทร์ เ รี ย บเรี ย งด้ ว ยภาษาที่ ก ระชั บ จั บ ใจ หลายบท หลายตอน บอกเล่ า เรื่ อ งราวชี วิ ต ของหนุ ่ ม น้ อ ยบ้ า น กาญนาภิเษกที่เติบโตจากความผิดพลาดสู่โอกาสใหม่ ที่ผู้ใหญ่ใจดีคนแล้วคนเล่าช่วยกันหยิบยืน่ ให้ น้อยครั้งนัก ทีห่ นังสือเล่มหนึง่ ซึง่ ไม่ใช่เรือ่ งแต่งจะท�ำให้เราสัน่ สะเทือน ไปกับเรื่องราวจากค�ำบอกเล่า และไม่บ่อยเลยที่เราอ่าน หนังสือเล่มหนึ่งจบแล้ว อยากซื้อหาแจกคนทั้งโลกให้ได้ อ่านกัน หลายปีที่ผ่านมา “เด็กน้อยโตเข้าหาแสง” คือ หนังสือเล่มนั้น


English for Fun 05

หากพูดถึงกิจกรรมยามว่างการฟังเพลงคงเป็นค�ำตอบของหลายๆ คน เราฟังเพลงเพื่อผ่อนคลาย ฟังเพื่อความสุนทรีย์ แต่หากเป็นการฟัง เพลงภาษาอังกฤษนอกจากจะได้ความบันเทิงน้องๆ ยังได้โอกาสในการ เรียนรู้ภาษาอีกด้วย หลายคนชื่นชอบบทเพลงแต่ไม่ทราบว่าเนื้อหาของ เพลงมีความหมายอย่างไร ฉบับนี้เรามาเรียนรู้วิธีฟังเพลงเพื่อการฝึก ภาษากันดีกว่าครับ

เรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วย

การฟังเพลง

โดย Jirawat

หัวใจหลักของการเรียนรู้คือการเข้าใจความหมายของเนื้อเพลง การฟัง เพลงบ่อยๆ พร้อมกับรู้ความหมายของเนื้อร้องนอกจากจะได้เรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆ แล้วเรายังรูว้ ธิ กี ารใช้คำ�ศัพท์นนั้ ๆ ไปในตัว เพลงยังช่วยให้เราจดจำ�ได้ดกี ว่าการ ท่องจำ�ศัพท์ และการรู้ความหมายยังเป็นการเพิ่มอรรถรสในการฟังอีกด้วย

“One good thing about music, when it hits you, you feel no pain.”

- George Carlin -

สิ่งที่ควรระวังคือสำ�นวนภาษาอังกฤษที่ความหมายอาจไม่ตรงตามคำ� ศัพท์นั้นๆ เช่นในบทเพลง Girl On Fire ของ Alicia Keys มีประโยคที่บอกว่า She got her head in the clouds ถ้าแปลตรงๆ คือ "เขา(ผู้หญิง)ยื่นศีรษะไป ในก้อนเมฆ" แต่ have one's head in the clouds เป็นสำ�นวนแปลว่า เพ้อฝัน ไม่อยู่กับความเป็นจริง ดังนั้นประโยคนี้จึงหมายถึง ผู้หญิงคนนั้นเพ้อฝัน หรือ ไม่อยู่กับความเป็นจริง น้องๆ สามารถเข้าไปเยีย่ มชมบล็อกแปลเนือ้ หาเพลงรวมถึงสำ�นวนและ เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษจากเพลงเพื่อฝึกภาษา ได้ที่ www.behindthatsong. blogspot.com สำ�หรับฉบับนี้สวัสดีครับ


06 ก.เอ๋ย ก.ไก่

เดือนสิงหาคม เป็นอีกหนึ่ง เดือนที่มีวันส�ำคัญ คือ วันแม่ หรือ วั น เฉลิ ม พระชนมพรรษาสมเด็ จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แล้ววันส�ำคัญมาเกีย่ วข้องกับเนือ้ หา ก.เอ๋ย ก.ไก่ ในฉบับนี้ได้อย่างไร น้องๆ คงคิดสงสัยกันใช่หรือไม่

ทีฆายุโก - ฑีฆายุโก โดย พ.พัฒนคีรี

เชื่อว่าน้องๆ หลายๆ คนคงคุ้น ตากับค�ำว่า ทีฆายุโก ฑีฆายุโก หรือ ทีฆายุกา ฑีฆายุกา กันอย่างแน่นอน แต่น้องๆ ทราบหรือไม่ว่าค�ำๆ นี้ มีการ ใช้ผดิ กันอย่างแพร่หลาย ทัง้ ทีใ่ นความ จริงแล้ว ‘ทีฆายุโก’ หรือ ‘ทีฆายุกา’ ซึ่งจะต้องใช้ ท (ทหาร) นั้น บางทีก็ใช้ ฑ (นางมณโฑ) อยูบ่ อ่ ยๆ จนเกิดความ สับสนไม่น้อยว่าตกลงแล้วการเขียน ด้วยตัวอักษรใดจึงจะถูกต้อง ซึง่ ค�ำๆ นี้ พี่เองก็เคยถกเถียงกับเพื่อนๆ มาแล้ว เมื่อสมัยเรียนเช่นกัน

ค�ำว่า ‘ทีฆายุโก’ เป็นภาษาบาลี ใช้ ท ทหาร แปลว่า ‘มีอายุยืน’ เมื่อรวมข้อความที่ว่า ‘ทีฆายุโก โหตุ มหา ราชา’ ตามอั ก ษรก็ แ ปลว่ า ‘ขอพระมหาราชจงทรงมี พระชนมายุยั่งยืนนาน’ และ ‘ทีฆายุกา’ ส�ำหรับสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถนั้น ก็เป็นการเปลี่ยนรูป ตามไวยากรณ์ เพราะ ค�ำว่า ‘มหาราชา’ เป็นปุงลิงค์ คือ เพศชาย จึงต้องใช้ ทีฆายุโก ส่วน ‘มหาราชินี’ เป็น อิตถีลิงค์ คือ เพศหญิง จึงใช้ ทีฆายุกา เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ไม่ว่าจะ เป็น 5 ธันวาคม หรือ 12 สิงหาคม เราจะพบป้ายหรือ ข้อความถวายชัยมงคล ดังนั้นจึงอยากรณรงค์น้องๆ ให้ เขียนค�ำว่า ‘ทีฆายุโก’ ให้ถกู ต้องสมกับทีเ่ ราเป็นคนรุน่ ใหม่ ที่ใส่ใจกับภาษาไทย และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้องๆ เยาวชนรุ่นต่อๆ ไปอีกด้วย

อ้างอิงข้อมูลจาก http://www.kroobannok.com


Hi! Japanese 07

は ち に こん โดย ครูหนาว

こんにちは。(คนนิจิวะ)

สวัสดีครับ กลับมาพบกับ คอลัมน์ Hi Japanese กับ ครูมานิต วงศ์มูล ภาษาญี่ปุ่น ถ้าจะเริ่มต้นหัดพูดคงต้องเป็นค�ำทักทาย ลองมาพูดกันนะครับ ค�ำทักทายญีป่ นุ่ ก็แบ่งเป็นเวลาเหมือนกับภาษาอังกฤษ เวลา ตอนเช้าจะพูดว่า おはようございます。(โอะฮาโยโกะซัยมัส) อรุณสวัสดิ์ เวลากลางวันพูดว่า こんにちは。(คนนิจวิ ะ) แปลว่า สวัสดีตอนกลางวัน ซึ่งค�ำนี้อาจแปลว่าสวัสดีก็ได้ครับ ครูจึงเอาไว้ เป็นหัวเรื่องของวันนี้ ส่วนตอนเย็น จะทักทายว่า こんばんは。(คมบังวะ) สวัสดี ยามเย็น นอกจากนี้แล้วยังมีค�ำว่า さようなら。(ซะโยนาระ) ลาก่อน また、あした (มะตะ อะชิตะ) แล้วเจอกันพรุ่งนี้ หรือ ใครที่อยากจะบอกฝันดีก่อนนอนกับใครสักคนก็พูดได้เหมือนกัน ครับ おやすみなさい。(โอะยะสึมินาซัย) คราวนี้ลองเอาไปใช้ กับคนญี่ปุ่นดูนะครับ เลือกใช้ให้ถูกสถานการณ์ก็โอเคแล้วครับ อีกเรื่องหนึ่งครับ เวลาสนทนาเรามักจะถามเรื่องอื่นๆ กันด้วย แล้วธรรมเนียมญีป่ นุ่ มักจะพูดถึงเรือ่ งดินฟ้าอากาศ เช่น きょうは いいてんきですね。 (เคียววะอี้เต็งคิเดสเนะ) วันนี้อากาศดี จังเลยนะครับ/ค่ะ あついですね。(อะทสึยเดสเนะ) อากาศร้อน จั ง นะครั บ /ค่ ะ あめですね。 (ฝนตกนะครั บ /ค่ ะ ) ซึ่ ง ตาม ธรรมเนียมแล้วหากมีฝา่ ยหนึง่ พูดถึงเรือ่ งดินฟ้าอากาศ อีกฝ่ายหนึง่ ต้องแสดงความเห็นด้วย คือ そうですね。(โซเดสเนะ) นั่นสิ นะครับ/ค่ะ จึงจะท�ำให้บทสนทนาดูสมบูรณ์ขึ้นครับ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นหรืออยากสอบถาม แนะน�ำ ติดต่อครูได้ทุกช่องทางครับ ยินดีรับทุกข้อเสนอแนะ พบกันฉบับ หน้าครับ


08 DM Graduate

เมื่อคุณเปลี่ยน โลกทั้งใบก็จะเปลี่ยนไปด้วยเสมอ

เคยไหมที่รู้สึกไม่มีความสุข ไม่มี ความเชื่อมั่น ไม่กล้า ไม่อยากแสดงตัว อยากอยู่ในโลกเล็กๆ โลกเงียบๆ ของ เรา เมื่อเกือบ 20 ปีก่อนในหมู่บ้านชาว ม้งแห่งหนึ่ง ณ ต�ำบลแม่อูคอ อ�ำเภอ ขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีเด็กสาว ชาวม้งคนหนึ่งที่เธอบอกว่าเธอรู้สึก แบบนี้เสมอ แต่วันนี้หลายอย่างในใจได้ เปลีย่ นแปลงไป แต่หาใช่การเปลีย่ นจาก สิ่ ง แวดล้ อ มหากแต่ เ กิ ด จากจิ ต ใจที่ เข้าใจตัวเองและสังคมมากขึน้ และเธอก็ ได้พบว่าการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ครั้งนี้ มีความหมายต่อเธอเหลือเกิน

ชื่อ : น.ส.ศศิธร แสงเฮ่อ (ศศิ) บัณฑิตทุน : รุ่นที่ 10 ของมูลนิธิด�ำรงชัยธรรม การศึกษา : เกียรตินิยมอันดับที่ 1 สาขาวิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปัจจุบัน : ผู้ช่วยนักวิจัย ที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพ

น.ส.ศศิธร แสงเฮ่อ ชื่อเล่น ศศิ คือหญิงสาวที่เราพูดถึง วันนี้ศศิไม่ได้อยู่ บนดอยสูงแล้ว 7 ปีที่แล้วหลังจากได้รับ ทุนของมูลนิธิด�ำรงชัยธรรม ศศิก็มีโอกาส เรียนหนังสือในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ต่อที่ โรงเรียนขุนยวมวิทยา จากนั้นก็เข้าศึกษา ต่อในสาขาวิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จบการศึกษาด้วย คะแนนผลการเรียนเกียรตินิยมอันดับที่ 1 ปั จ จุ บั น ท� ำ งานเป็ น ผู ้ ช ่ ว ยนั ก วิ จั ย อยู ่ ที่ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพ


09

ศศิบอกว่าประเด็นของเธอทีอ่ ยากเล่าวันนีเ้ ป็นเรือ่ ง ที่เธอค้นพบการเปลี่ยนแปลงในตัวเอง เป็นการค้นพบที่ เธอรูส้ ึกว่ามีความหมายและอยากที่จะแบ่งปันการค้นพบ นี้ สู ่ วั ย รุ ่ น ที่ ไ ด้ อ ่ า นวารสารนี้ เพราะอาจมีใครรู้สึก ร่ว ม ประสบการณ์เช่นเดียวกันกับเธอ “ตั้งแต่เด็กเราเป็นคนที่ ชอบคิด ชอบอ่าน ชอบสังเกตตัวเอง รู้สึกตลอดมาว่าเกิด การเปลี่ยนแปลงกับตัวเองหลายๆ เรื่อง แต่เรื่องที่ส�ำคัญ คือการเปลีย่ นจากคนทีไ่ ม่มคี วามสุขกลับมามีความสุข ถือ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีมากๆ และเป็นการเปลี่ยนแปลง ทีส่ ำ� คัญมากทีส่ ดุ แต่กอ่ นรูส้ กึ เสมอว่าเราไม่มคี วามสุข ไม่ ค่อยมัน่ ใจ ไม่กล้าทีจ่ ะท�ำอะไร เหมือนตัวเองมีปมในใจอยู่ ตลอดเวลา แต่ไม่รู้ว่ามันคือปมอะไรพยายามค้นหามา ตลอด แม้กระทั่งเรียนจบทุกคนก็ชื่นชมกับผลการเรียน เกียรตินิยมอันดับ 1 กลับไปท�ำงานเป็นครูอาสาที่บ้าน สักพัก ก็ยงั รูส้ กึ ว่าตัวเองไม่มคี วามส���ขความมัน่ ใจก็ยงั ไม่มี

ตั้งแต่เด็กเราเป็นคนที่ชอบคิด ชอบอ่าน ชอบสังเกตตัวเอง รู้สึกตลอดมาว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงกับตัวเองหลายเรื่อง แต่เรื่องที่ส�ำคัญคือการเปลี่ยนจาก คนที่ไม่มีความสุขกลับมามีความสุข ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีมากๆ และ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ส�ำคัญมากที่สุด

เหมือนเดิม จนกระทัง่ ได้มาท�ำงานทีส่ ถาบันวิจยั จุฬาภรณ์ ที่นี่ถือเป็นการเปลี่ยนให้เรามีความมั่นใจและภาคภูมิใจ มากขึน้ อาจารย์รบั เราเข้าท�ำงานในต�ำแหน่งผูช้ ว่ ยนักวิจยั ด้วยจดหมายสมัครงานแนะน�ำตัวสั้นๆและผลงานสมัย เรียนของเรา เพียงเท่านีก้ ร็ สู้ กึ ว่าทุกอย่างในโลกได้เปลีย่ น ไป เราเหมือนมีตัวตนมีความมั่นใจมากขึ้น รู้สึกได้ว่ามีคน เห็นคุณค่าของ เราเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น เราภาคภูมิใจ ในตัวเองมากขึ้น และมันคือสิ่งที่เราค้นหามาตลอดชีวิต” “คนอื่นๆ อ่านแล้วบางคนอาจจะไม่เข้าใจว่า ท�ำไม แค่การได้งาน แค่การมีคนยอมรับมันยิง่ ใหญ่ขนาดนัน้ เลย เหรอ แต่ส�ำหรับตัวศศิเองมันคือสิ่งที่มาช่วยคลี่คลายปม ในใจของเรา ก็มานั่งนึกเหมือนกันว่าท�ำไม เมื่อก่อนเรา ถึงไม่รู้สึกแบบนี้ ความรู้สึกที่เมื่อก่อนเรามีที่เด่นชัดคือ อย่างแรกเราไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้าแสดงความเห็น ไม่วา่ เราจะท�ำอะไร ถึงเราท�ำได้สำ� เร็จ แต่เราก็ไม่เชือ่ ว่าเรา ท�ำได้ เราจะคิดอยู่เสมอว่าเราท�ำไม่ได้ ไม่กล้า รู้สึกแย่ ใช้ ชีวิตแบบไม่มีความสุขเลย เรารู้สึกว่าไม่ว่าเราจะท�ำอะไร เราจะรู้สึกว่าตัวเราด้อยว่าคนอื่นเสมอ ยิ่งกับการเป็นชาว เขาก็เป็นสิ่งที่เราพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่พูดถึง เพราะ เรารู้สึกได้ถึงความด้อยของตัวเรา อายเพื่อนอายอาจารย์ ถึงแม้ในมหาวิทยาลัยไม่มใี ครรูห้ รือรูแ้ ต่เขาก็อาจจะไม่ได้ สนใจ แต่ตัวเราเองต่างหากที่มีความรู้สึกนี้อยู่ตลอด และ มันยิง่ บัน่ ทอนตัวเองทุกวันๆ สถานการณ์ของตัวเองทีเ่ ป็น แบบนั้นยิ่งท�ำให้เรามีเพื่อนน้อย เก็บตัว ไม่ค่อยอยากคุย กับใคร”


10

บรรยากาศและความรู้สึกที่พ่อแม่แสดงออกถึง การไม่เห็นคุณค่าและการไม่เชื่อมั่นในตัวเรา จากจุดนี้ ท�ำให้พอเวลาผ่านมา ท�ำให้เราก็ไม่เคยเชื่อมั่นในตัวเอง เลยรู้สึกเหมือนว่าความเชื่อมั่นหลายๆ อย่างของเรา สูญหายไปตั้งแต่ตอนเด็กนั้นแล้ว แบบนี้อาจจะเป็นเพราะที่บ้าน ครอบครัว และวัฒนธรรมจากที่ เรามา ครอบครัวเราเป็นครอบครัวใหญ่ และยังเป็นครอบครัว ชาวม้งอีก พ่อ แม่ มีลูก 9 คน เราเป็นลูกผู้หญิงคนแรกของบ้าน พ่อรอลูกชายที่กว่าจะสมใจก็คนที่ 8 พอดี ตอนเด็กๆ เท่าที่จ�ำ ความได้ ท่านไม่มีเวลาดูแลเรา ถ้าให้นึกย้อนกลับไปตอนเด็กๆ ในช่วง 5 ปี แรกเราเหมือนถูกทอดทิ้ง วัฒนธรรมชาวม้งไม่ค่อย ให้ความส�ำคัญกับลูกผู้หญิง พอมีเราพ่อกับแม่ก็มีน้องคนใหม่ ทันที และอาจเป็นอคติเกี่ยวกับวัฒนธรรมม้งอีกที่คิดว่าเด็ก ผู้หญิงไม่เก่ง เดี๋ยวก็แต่งงานออกไป ทั้งสังคมรอบบ้านเรารู้สึก ได้วา่ ทุกคนดูถกู เรา บรรยากาศและความรูส้ กึ ทีแ่ สดงออกถึงการ ไม่เห็นคุณค่าและการไม่เชือ่ มัน่ ในตัวเรา จากจุดนีท้ ำ� ให้พอเวลา ผ่านมา ท�ำให้เราก็ไม่เคยเชือ่ มัน่ ในตัวเองเลยรูส้ กึ เหมือนว่าความ เชื่อมั่นหลายๆ อย่างของเราสูญหายไปตั้งแต่ตอนเด็กนั้นแล้ว”

แล้วไหนล่ะความสุขของฉัน...เป็นค�ำถาม ที่เธอเริ่มถามกับตัวเอง ถามอยู่บ่อยครั้งจนพบ ว่า เธอคงหาหนทางท�ำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับ ตัวเอง การเรียน โลกกว้าง หนังสือ เพื่อนสนิทที่ ไว้ ว างใจและการใช้ เ วลาทบทวนความรู ้ สึ ก ของ ตัวเองอย่างตรงไปตรงมาแบบเข้มข้น คือเครื่องมือ ที่ ท� ำ ให้ เ ธอค่ อ ยๆ เข้ า ใจความรู ้ สึ ก ของตั ว เองที่ เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว “ยิ่งถ้าเราไม่คลี่คลายปมตรงนี้ ปล่อยมันทิ้ง ไว้ ซุกมันไว้เหมือนทีผ่ า่ นมา เราก็จะยิง่ ไม่มคี วามสุข ท�ำให้ศศิพยายามเข้าใจสิง่ ทีเ่ กิดขึน้ กับตัวเองทัง้ จาก การเขียนบันทึกความรู้สึกและอ่านความรู้สึกนั้นๆ ของตัวเองอย่างต่อเนือ่ ง การอ่านหนังสือ การคุยกับ เพื่อนสนิท การฟังยูทูป สารพัดวิธีการที่ท�ำมาตลอด จนค่อยๆ ตกผลึกกับตัวเองและได้ขอ้ สรุปว่าทีเ่ ราเป็น

“ในช่วงที่เป็นเด็กจนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ที่เรา ไม่เข้าใจตัวเอง ไม่เข้าใจพ่อ ไม่เข้าใจแม่ เราจะแอบน้อยใจพ่อ แอบกล่าวโทษพ่ออยู่เสมอ จนวันที่เราเกิดความรู้สึกว่าเข้าใจ ตัวเองและอยากคลีค่ ลายปมทีเ่ รามี เลยตัดสินใจบอกพ่อ วันนัน้ คือช่วงที่เรียนอยู่ประมาณปี 4 โทรไปหาพ่อเลย จริงๆ อยากไป เจอ ไปคุยกันต่อหน้ามากกว่า แต่ชว่ งนัน้ ไม่มโี อกาสได้กลับบ้าน ก็เริ่มพูดคุยกับพ่อ ให้พ่อย้อนกลับไปร่วมประสบการณ์เดียวกับ เราในตอนนัน้ บอกความรูส้ กึ ทีเ่ รามีกบั พ่อว่าเรารูส้ กึ ว่าพ่อไม่รกั รูส้ กึ ว่าเมือ่ มีเราพอพ่อรูว้ า่ เราเป็นลูกสาว พ่อก็คดิ ถึงการมีลกู คน ต่อไปทันที โดยลืมไปว่า ณ ตอนนี้มีเราอยู่ ตอนนี้สิ่งอยากได้ยิน จากพ่อคือค�ำว่ารัก ประโยคทีพ่ อ่ พูดกลับมาพร้อมกับเสียงสะอืน้ ทางโทรศัพท์คือ พ่อรักและภูมิใจในตัวลูกมาก พ่อไม่รู้ว่าที่ผ่าน มาท�ำให้ลกู รูส้ กึ อย่างไร แต่ถา้ ท�ำให้ลกู ขาดความมัน่ คงทางจิตใจ พ่อก็ขอโทษ ประโยคไม่กี่ประโยคที่พ่อพูดออกมาแม้จะไม่ช่วย ให้ปมที่มีหายไปในทันที แต่ศศิก็รู้สึกว่ามันสบายใจขึ้น พอเรา ได้คุยกับพ่อ เราได้ย้อนกลับไปในความทรงจ�ำพร้อมๆ กัน เรา รูส้ กึ ว่าเราได้ยนิ ค�ำพูดนัน้ ณ เวลานัน้ จริงๆ หลังจากนัน้ เวลาเรา จะท�ำอะไรเราก็มั่นใจในตัวเอง”


11 ศศิ เชื่อว่ายังจะมีเด็กวัยรุ่นอีกหลายคน ที่ต้องเผชิญกับความรู้สึกที่ไม่มั่นคง ไม่มั่นใจ ในตัวเอง คิดและรู้สึกอยู่เสมอว่าพ่อแม่ ไม่รัก ไม่มีใครรัก รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า อยากให้ ประสบการณ์ที่ได้น�ำมาแบ่งปันในวันนี้เป็นอีก เรื่องราวที่เมื่อได้อ่านแล้วเริ่มมีก�ำลังใจที่อยาก จะเปลี่ยนความรู้สึกของตัวเองให้ดีขึ้น ไม่อยาก ให้วัยรุ่นหาทางออกหรือทางใช้วิธีการผิดๆ เพื่อ ให้ใครๆ ยอมรับ มันอาจจะเจ็บปวดที่พบว่าเรา ไม่ใช่คนที่พ่อกับแม่ต้องการจริงๆ แต่ความรู้สึก ทุกอย่างจะดีขึ้นเมื่อเราค่อยๆ ท�ำความเข้าใจ ตัวเองและคนรอบข้าง โจทย์ของชีวิตแต่ละคน อาจจะแตกต่างกัน บางอย่างเป็นแรงผลักดัน แต่ในขณะเดียวกันก็ท�ำให้เราต้องเจ็บปวดได้ คนเราต่างก็ต้องมีอะไรที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง วันนี้ การพิสูจน์ตัวเองในภาคแรกของศศิอาจจบลง แต่ยังคงมีภาคต่อไปที่ต้องติดตาม

มนุษย์ทุกคน มีความจ�ำเป็น ที่จะต้องรู้จักวิธีในการเยียวยา ความรู้สึกของตัวเองอาจจะ แตกต่างกันในวิธีแต่ผลลัพท์ ที่จะได้เหมือนกันคือความรู้สึก ที่เป็นอิสระเป็นสุขได้มากขึ้น อย่าปล่อยให้ความรู้สึกลบ เป็นทุกข์ ไม่มั่นคง ติดค้างอยู่ กับเรานาน ค่อยๆ ปลดปล่อยมัน ในแบบที่คุณท�ำได้ แล้วทุกคน จะพบการเปลี่ยนแปลง ที่มีความหมายต่อชีวิต พืน้ ทีต่ รงนีอ้ าจจะมีจำ� กัดต่อการอธิบายถึง การค่ อ ยๆ เปลี่ ย นแปลงกั บ ความรู ้ สึ ก ใหม่ ที่ เกิดขึ้นของวัยรุ่นคนหนึ่ง แต่อยากให้ข้อสรุปต่อ

เรือ่ งราวทีเ่ ราได้อา่ นกันในวันนีว้ า่ มนุษย์ทกุ คนมีความจ�ำเป็นทีจ่ ะ ต้องรู���จักวิธีในการเยียวยาความรู้สึกของตัวเองอาจจะแตกต่างกัน ในวิธีแต่ผลลัพท์ที่จะได้เหมือนกันคือความรู้สึกที่เป็นอิสระเป็นสุข ได้มากขึ้น อย่าปล่อยให้ความรู้สึกลบ เป็นทุกข์ ไม่มั่นคง ติดค้าง อยู่กับเรานาน ค่อยๆ ปลดปล่อยมันในแบบที่คุณท�ำได้ แล้วทุกคน จะพบการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายต่อชีวิตอย่างแน่นอนถ้า หากว่าเคยรูจ้ กั กันมาก่อน หลังจากทีไ่ ม่ได้เจอกันมานาน พอพบกัน วันนี้ จะพบว่าศศิน่ารักและมีความสุขขึ้นมาก ไม่ว่าคุณจะรู้สึกได้ หรือไม่ก็ตามแต่ตัวเธอเองรู้สึกได้แบบนั้น ศศิอาจไม่ได้สวยขึ้น แต่ เธอรู้สึกว่าเธอดูงดงาม ^^


12 Thinking Talking

โลกเราจะมีอนาคตเป็นอย่างไร อาเซียนก�ำลังจะ เดินไปในทิศทางไหน ประเทศไทยก�ำลังจะเดินไปยังที่ใด เราเผือ่ ใจตัง้ ค�ำถามกันบ้างหรือยัง อย่างน้อยทีส่ ดุ เมือ่ โลกนีห้ มุนไปทางไหน เราก็ยอ่ มหมุนไปตามมัน แม้บางที อาจไม่ ส ามารถปฏิ เ สธได้ แต่ ห ลายครั้ ง โลกเรา เปลี่ยนแปลงก็เพราะการตั้งค�ำถามของผู้คน

แน่ ใ จนะ... ว่าทางที่เราก้าวไป ไม่ใช่ทางที่อยากจากมา

โดย เมธา มาสขาว

ทุกครั้งที่ซื้อน�้ำเปล่าเป็นขวด มาดื่มจากร้านสะดวกซื้อ ผมสะท้อน ใจทุกครั้งว่า น�้ำมาจากฟ้าและก่อน หน้านี้คนรุ่นก่อนคงไม่เคยคิดว่าเรา จะต้องซื้อน�้ำมากินเป็นขวดๆ แบบนี้ จากน�้ำที่มีทุกบ้านและตั้งตระหง่าน ไว้เผื่อแผ่ผู้คนที่เดินทางผ่านไปมา ตอนนีม้ นั กลายมาอยูใ่ นขวดตัง้ ราคา ขายกันแพงเหลือเกิน ยิ่งอยู่ในเมือง ใหญ่ทสี่ มัยนีร้ องน�ำ้ ฝนไว้ดมื่ กันไม่ได้ แล้ว เพราะมลพิษในอากาศอาจมาก เกินกว่าที่ฝนจะชะล้างให้สะอาดจน สามารถดื่มได้ ผมนึกถึงภาพยนตร์เรื่อง “ลูก อิ ส าน” (2525) จากวรรณกรรม สร้ า งสรรค์ ย อดเยี่ ย มแห่ ง อาเซี ย น และเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาของ นั ก เรี ย นในระดั บ มั ธ ยมศึ ก ษาตอน ปลายของเด็กไทย ผู้คนในสมัยนั้น เดินทางย้ายถิ่นฐานกันอย่างเรียบ ง่ายตามวิถี เพื่อหาพื้นที่ท�ำกินที่อุดม สมบูรณ์ตั้งรกราก เราเคยมีที่ดินมาก พอส�ำหรับผูค้ น แต่มาวันนีภ้ ายหลังที่ เราเอาที่ดินเข้าสู่กลไกตลาด ระบบ มื อ ใครยาวสาวได้ ส าวเอาก็ ค รอบ ครองกรรมสิทธิ์เหล่านั้นแทน ประเทศไทยมีที่ดินประมาณ 320 ล้านไร่ ก่อนหน้านีแ้ บ่งเป็นป่าไม้

ประมาณ 25% ก็เหลือ 240 ล้านไร่ ส�ำหรับประชากรประมาณ 60 กว่า ล้านคน ก็ควรเท่ากับคนละเกือบ 4 ไร่ ในการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร หรือที่อยู่อาศัย แต่ทุกวันนี้บางคนมี ทีด่ นิ หลายร้อยหลายพันไร่ ในขณะที่ เกษตรกรหลายครอบครัวไม่มที ดี่ นิ ท�ำ กินและต้องเช่าที่ดินท�ำนา และเรา ก็มีคนไร้บ้าน (Homeless) เพิ่มขึ้น มากมาย ผมก�ำลังคิดว่าระบบทุนนิยม เสรีที่เน้นต้นทุนต�่ำ ก�ำไรสูงสุด ให้ กลไกตลาดเป็นตัวควบคุม ไม่ควรใช้ กับทรัพยากรธรรมชาติที่มนุษย์ไม่ สามารถสร้างสรรค์ขึ้นได้เอง เพราะ ย่อมตกไปแก่มือของกลุ่มทุนผูกขาด ที่ควบคุมกลไกตลาดอยู่นั่นเอง รัฐที่ อยู ่ ภ ายใต้ ร ะบบทุ น นิ ย มจึ ง มั ก ใช้ กลไกตลาดน�ำนโยบายเศรษฐกิจ เมือ่ “ทุน” หามูลค่าโดยการตีทกุ อย่างเป็น เงินตรา เป็นต้นทุน-ก�ำไร โดยเอาเข้า สู่ระบบตลาด โดยไม่สนใจว่ามันจะ ละเมิดหรือไม่ยตุ ธิ รรมอย่างไรหรือไม่ ความเหลื่อมล�้ำทางสังคมจึงเกิดขึ้น ท่ามกลางการเรียกร้องของชนชัน้ ล่าง ต่อรัฐให้ท�ำหน้าที่ "รัฐบาล" มาโดย ตลอด ครัง้ หนึง่ เราเคยมีทาสคนผิวด�ำ

แรงงานเด็ก กระทั่งผู้หญิงในระบบ ตลาด ปัจจุบันเราได้เรียนรู้ความผิด พลาดเหล่านั้นและสร้างบรรทัดฐาน ขึ้นมาใหม่ โดยน�ำพวกเขาออกจาก ระบบตลาดโดยการออกกฎหมาย ใน ปัจจุบันที่ดินอยู่ในระบบตลาดก็เกิด การผู ก ขาดจนแผ่ น ดิ น ไม่ ส ามารถ เฉลี่ยรองรับการอยู่กินของผู้คนได้ และก�ำลังน�ำเข้าไปสู่พรมแดนของ ภูเขา ทะเล ทรัพยากรทุกอย่างก�ำลัง ถู ก ตี มู ล ค่ า แสวงหาก� ำ ไรในระบบ ตลาด และแน่ น อนรั ฐ บาลที่ ใ ช้ แนวคิดทุนนิยมเสรีเต็มที่ก็จะต้องเร่ง ออกกฎหมายเพื่อแปรรูปสิ่งเหล่านั้น นั่นคือค�ำถาม และน�ำมาสู่ค�ำ ตอบที่ว่า รัฐก�ำเนิดขึ้นมาเพื่อจัดวาง การอยู ่ ร ่ ว มกั น อย่ า งเป็ น ธรรมของ ผู้คนในสังคม และออกกฎหมายเพื่อ เป็นเครื่องมือต�่ำสุดในการใช้ชีวิตอยู่ ร่วมกันในสังคมของมนุษย์ และมี อ� ำ นาจในการจั ด การทรั พ ยากร ธรรมชาติ ต ่ า งๆ ของชาติ ใ ห้ เ อื้ อ ประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่ และสิ่ง เหล่านี้ไม่ควรเป็นระบบกรรมสิทธิ์ ส่ ว นบุ ค คล นอกจากสิ่ ง ที่ ม นุ ษ ย์ สามารถผลิตหรือสร้างสรรค์ขนึ้ เองได้ เราจึงเห็นว่า ในหลายประเทศทัว่ โลก โดยเฉพาะในกลุม่ สหภาพยุโรป ได้ให้


13 ก�ำหนดสิ่งเหล่านี้ ประชาชนต้องจ่าย ค่าน�้ำประปา ค่าไฟฟ้าในราคาแสน แพงแน่ น อน เพื่ อ คื น เป็ น ก� ำ ไรให้ นายทุนเหล่านั้น แม้กระทั่งทะเลเรา ก็ยังเคยมีโครงการแปลงสินทรัพย์ เป็ น ทุ น เพื่ อ เอาเข้ า สู ่ ร ะบบกลไก ตลาด

บทบาทรัฐในการก�ำหนดระบบเศรษฐกิจแบบผสม (Mixed Economic) ขึ้นมา ระหว่างแนวคิดสังคมนิยมกับทุนนิยม รัฐเข้าไปก�ำกับทรัพยากรธรรมชาติตา่ งๆ ของชาติบางส่วน เพื่อไม่ให้เอกชนน�ำเข้าสู่ระบบตลาด ซึ่งจะท�ำให้คนส่วน ใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรเหล่านั้นได้ จึงเป็นหน้าที่สามัญที่รัฐเข้ามาดูแลประชาชนเรื่อง สาธารณูปโภคต่างๆ การบริการสาธารณะต่างๆ ไม่ว่าจะ เป็นน�ำ้ ประปา ไฟฟ้า การขนส่งสาธารณะและถนนหนทาง ต่างๆ และเรียกค่าใช้จ่ายเหล่านั้นจากภาษีของประชาชน ที่ จ ่ า ยให้ รั ฐ เพื่ อ แลกกั บ คุ ณ ภาพชีวิต ที่ดี บางประเทศ อนุ ญ าตให้ รั ฐ เป็ น เจ้ า ของทรั พ ยากรทุ ก อย่ า ง รวมทั้ ง พลังงานและคลืน่ ความถีใ่ นอากาศ เพือ่ ให้ประชาชนได้ใช้ พลังงานต่างๆ ในราคาถูกเพราะถือเป็นเรื่องความมั่นคง ของชาติ แต่ ป ระเทศไทยตอนนี้ ก�ำลังจะเดินไปในทิศทางไหน เมือ่ เราทราบว่าใต้แผ่นดินไทยมี น�้ ำ มั น แ ล ะ ก ๊ า ซ ธ ร ร ม ช า ติ มากมาย แต่เราได้โอนย้ายถ่าย การปิโตรเลี่ยมของรัฐให้เอกชน ที่ มี อ� ำ นาจในระบบตลาดไป แล้วกว่าครึง่ หนึง่ นอกจากนีเ้ รา ยั ง เคยมี แ นวคิ ด โครงการ แปรรูปการไฟฟ้า การประปา เพื่อให้เอกชนเข้าครอบครองใน ระบบกลไกตลาด แต่ ก็ ถู ก คั ด ค้ า นตกลงไปก่ อ นหน้ า นี้ เพราะหากปล่อยให้เอกชนเข้ามา

ทุกวันนี้เราเอาระบบอากาศ คลื่นความถี่ต่างๆ เข้าสู่ระบบกลไก ตลาดไปแล้ ว โดยการให้ สั ม ปทาน คลืน่ มือถือแก่เอกชน และพวกเขาได้ เรียกค่าบริการจ�ำนวนมากในราคา แพงจากประชาชนจนร�ำ่ รวยไปตามๆ กัน ผมไม่อยากนึกว่า สั ก วั น หนึ่ ง นอกจากเราจะ ต้องซื้อน�้ำจากฟ้าในราคา แสนแพงแล้ว อากาศที่เรา ใช้หายใจร่วมกันอยู่ จะน�ำ มาบรรจุซื้อขายกันในอนาคต ไหม และแล้วมันก็เกิดขึน้ จริ ง ๆ จนผมอดตั้ ง ค�ำถามไม่ได้วา่ แน่ใจ นะว่าทางที่เราก�ำลัง ก้าวไป ไม่ใช่ทางที่ เราอยากจากมา


14 Experience

กระชับเท้าด้วยผ้าใบเก๋ๆ สะพายกล้อง คล้องกระเป๋าแล้วไปเดิน เที่ยวสูดออกซิเจนแบบเต็มปอด จากนั้นไปจัดหนักกับการช้อปปิ้งแต่ จ่ายตังค์สบายกระเป๋า ณ เมืองสิงโตทะเลพร้อมๆ กัน ในฉบับนี้นะคะ

ตะลุย เมืองสิงโตทะเล(2) โดย กุ้งนาง

ถึงแม้ว่าระบบขนส่งมวลชนจะตอบ สนองการเดินทางท่องเทีย่ วทีร่ วดเร็วส�ำหรับ นักท่องเที่ยวต่างถิ่นได้เป็นอย่างดีด้วยบัตร EZ-Link ที่เดินทางจากสถานีหนึ่งไปยังอีก สถานีหนึง่ ดัง่ ใจนึก แต่ถา้ อยากจะสัมผัสก���บ ความเป็นสิงค์โปรจริงๆ แนะน�ำให้สะพาย กล้ อ งและเดิ น เท้ า จะได้ เ ห็ น ความเป็ น สิงคโปร์ผา่ นทางสายตาของเราได้มากกว่าการขึน้ รถไฟฟ้า และมองเห็นแค่ตึกรามบ้านช่องเป็นไหนๆ นอกจากแหล่งท่องเที่ยวฮิตๆ เช่น Merlion ที่มีรูป ปัน้ สิงโตทะเลพ่นน�ำ้ , เกาะมหาสนุก Sentosa, ชิงช้าสวรรค์ ที่สูงที่สุดในโลกอย่าง Singapore Flyer หรือมุมอลังการที่ มีเรือวางสง่าบนยอดตึกอย่าง Marina Bay แล้ว ขอแนะน�ำ อาคารสีขาวโดดเด่นบนถนนแสตมฟอร์ด รอบนอกเขียว ชอุ่มไปด้วยหลากไม้นานาพันธุ์ มีรูปหัวใจสีแดงที่เป็น สัญลักษณ์ของการรักษ์ต้นไม้อยู่ตลอดสองข้างทาง ซึ่ง อาคารนี้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสิงคโปร์ (National Museum of Singapore) ด้านในจะท�ำให้เราทึ่งไป กับการผสมผสานเทคโนโลยีอันทันสมัยในการน�ำเสนอ ประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 200 ปีนับตั้งแต่การเป็น หมูบ่ า้ นชาวประมงทีด่ หู า่ งไกลจนกลายเป็นเมืองใหญ่โตที่ มีระบบเศรษฐกิจที่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก ค่าเข้าชม ส�ำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ประมาณ 250 บาท ถ้าเป็นนักเรียนก็จะลดได้ครึง่ หนึง่ เหลือประมาณ 125 บาท แต่วันที่เราไป เราแสดงบัตรนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย จากประเทศไทย เจ้าหน้าทีก่ ใ็ จดีให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้ จ่าย ซึ่งท�ำให้เรายิ้มได้ทั้งวันค่ะ นอกจากการเก็บรักษา ประวัติศาสตร์และถ่ายทอดออกมาให้ชนรุ่นหลังได้สัมผัส แล้ว ทางพิพิธภัณฑ์ยังจัดขยันจัดกิจกรรมต่างๆ ให้เด็กมี ส่วนร่วมและซึมซับความเป็นชนชาติสิงคโปร์เข้าไปตั้งแต่

วัยเยาว์ด้วย ท�ำให้อดทึ่งไม่ได้ว่าจริงๆ แล้วสิงคโปร์ก็ไม่ใช่ เมืองแห่งหุน่ ยนต์ทรี่ ฐั บาลก�ำหนดทุกสิง่ อย่างให้ประชาชน แต่รัฐบาลยังให้ประชาชนมีส่วนร่วมที่จะฟูมฟักรักษา วัฒนธรรมให้ลูกหลานได้รู้สึกหวงแหน ในขณะเดียวกัน เมืองไทยของเราโบราณสถานหรือโบราณวัตถุต่างๆ กลับ ไร้การดูแลเอาใจใส่ที่จริงจังท�ำให้บางทีลูกหลานรุ่นหลัง อาจจะพลาดโอกาสที่ จ ะสั ม ผั ส ถึ ง ร่ อ งรอยเรื่ อ งราวใน วันเก่าก็เป็นได้ อีกสิง่ หนึง่ ทีเ่ ป็นปัจจัยให้สงิ คโปร์กลายเป็นประเทศ ต้นๆในด้านต่างๆ ของโลก คือ การมีการจัดการและบริหาร ทรั พ ยากรได้ เ ป็ น อย่ า งดี โดยเฉพาะทรั พ ยากรมนุ ษ ย์ การให้ความส�ำคัญกับประชากรของตนไม่ว่าจะเป็นจีน มาเลย์ อินเดีย น่าจะเป็นปัจจัยให้แต่ละชนชาติเกิดความ หวงแหนและรักษาวัฒนธรรมของตนเองเช่น ศูนย์มรดก มาลายู (Malay Heritage Center) เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ เห็นได้ชัด มีการรวบรวมเรื่องราวภาพถ่ายในสมัยอดีตที่ แสดงให้เห็นการก่อตั้งและบุคคลส�ำคัญของชาวมาเลย์


15 ช้อปปิ้งแล้ว ถ้าใครเป็นแฟนคลับของกระเป๋า รองเท้า ยี่ห้อดังต่างๆ โดยเฉพาะ Charles & Keith ให้แวะไป ละลายทรัพย์ที่ร้านแถว Bugis Function หรือ City Link Hall จะไม่ผิดหวังเลย เพราะสาขานี้เขาลดจริง กว่า 80% หรื อ ถ้ า ใครต้ อ งการหาของฝากประเภทพวงกุ ญ แจ โปสการ์ด แม็กเน็ต หรือของแบบจีนๆ พวกพัด ตะเกียบ ก็ไปหาซือ้ ได้ที่ Chinatown ซึง่ ราคาจะถูกสุดๆ พวงกุญแจ ตกอันละประมาณ 10-15 บาท เท่านั้นเองค่ะ

ที่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์ไว้อย่างละเมียดละไม ที่ชอบ ที่สุดเห็นจะเป็นสภากาแฟแบบมาเลย์โบราณที่ดู คล้ายๆ กับสภากาแฟของไทย ที่นับวันจะยิ่งเลือน หายไปตามความเร่งรีบของผู้คน ระหว่างสองข้าง ทางที่เราได้เดินชมเกาะแห่งนี้ เรายังเห็นหลายสิ่ง อย่างที่ไม่คิดว่าจะหลงเหลืออยู่ เช่น ชายชราบน สามล้อถีบที่รอผู้โดยสารอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยว ต่างๆ ชายสูงวัยสองคนทีก่ ลุ กี จุ อขายไอศกรีมรสชาติ แบบดั่งเดิมบนรถเข็นขนาดย่อม หรือแม้กระทั่ง บางมุมก็ยงั แอบเห็นการเข้าแถว เข้ารับบริจาคอาหารตามหน้า วัดอารามต่างๆ แต่ก็เอาเถอะ ไหนๆ ก็มาแล้วก่อนกลับแวะไป ช้ อ บปิ ้ ง หาของฝากกั น ดี ก ว่ า นอกจากถนน Orchard ที่เป็น สรวงสวรรค์ของสาวๆ ในการ

All travel has its advantages. If the passenger visits better countries, he may learn to improve his own. And if fortune carries him to worse, he may learn to enjoy it.”  - Samuel Johnson -

ทุกๆ การเดินทางมีข้อดีของมัน  หากเราเดินทางไปยังประเทศที่ดีกว่า เราอาจได้เรียนรู้ว่าจะพัฒนาประเทศของตัวเองอย่างไร แต่ถ้าหากเราเดินทางไปยังที่ที่เลวร้ายกว่า เราก็อาจได้เรียนรู้ว่าจะอยู่กับมันอย่างมีความสุขได้อย่างไร


16 A-R-T

เสพศิลป์หรือฉันบังเอิญ? โดย MR.BOM

ใต้เงาร่มไม้ใหญ่ต้นหนึ่งริมแม่น�้ำเจ้าพระยา มีม้านั่งยาว ตัวหนึ่ง กับผู้ชายสองคนก�ำลังนั่งอยู่ ชายคนแรกมีนามว่า กอ และชายคนที่สองมีนามว่า ขอ ทั้งสองก�ำลังนั่งจดจ่ออยู่กับ สิ่งของบางอย่างในมือทั้งสองคน นาย กอ ก�ำลังตั้งใจดูอัลบั้ม ภาพวาดในโทรศัพท์มอื ถือทีเ่ ขาถ่ายมากจากผนังโบสถ์ เป็นภาพ วาดที่มีสีสันสวยงาม เป็นภาพวาดเสมือนจริงที่เหมือนยิ่งกว่า ของจริง ส่วนนาย ขอ ก็ก�ำลังตั้งใจอ่านหนังสือนวนิยายที่ ซือ้ มาจากร้านหนังสือ มีเนือ้ หาเกีย่ วกับความรักอันสวยงามทัง้ สองคนต่างดูมีความสุขกับสิ่งที่ก�ำลังท�ำอยู่ จนกระทั่งเวลา ผ่านไปสักพัก

นาย ขอ : กอ ดูแต่รูปวาดอยู่นั่นแหละ ไม่อยากอ่านหนังสือบ้างเหรอ คนยิ่งอ่านหนังสือกันน้อยๆอยู่ นาย กอ : นี่ไม่ใช่รูปวาดธรรมดานะ แต่สามารถสื่อแทนความหมาย มากกว่าค�ำพูดหรือตัวหนังสือได้ เป็นล้านๆ เลยนะ นาย ขอ : อ้อ นายจะหมายความว่า ดูรูปๆ หนึ่งก็เหมือนได้อ่าน หนังสือสักเล่มเลยสินะ หึหึ นาย กอ : ก็ไม่เชิงนัก ถ้าจะเปรียบเทียบ แบบนั้น อ่านหนังสือหนึ่งเล่ม อาจจะได้ความรู้จากการอ่าน ขณะนั้นๆ เลยได้ แต่รูปวาด ใช่ว่าทุกคนจะรับเอาความหมาย ได้เลยซะทีเดียว บางทีอาจต้อง ใช้เวลานาน นาย ขอ : อ้อ ฟังดูยากนะ ถ้ามันจะซับ ซ้อนขนาดนี้ ประโยชน์อะไรล่ะ ที่จะได้ นาย กอ : ฮ่าๆๆ อรรถรส ได้อรรถรสต่างๆ นานา บางภาพข�ำๆ บางภาพ ดราม่า บางภาพสยดสยอง บางภาพฟินเบาๆ ฮ่าๆๆ นาย ขอ : อืม ฟังดูคล้ายๆก�ำลัง “เพ้อ” เลย นาย กอ : เขาเรียกว่าเป็นการ “เสพ” ศิลป์ เพื่อสุนทรียะทางอารมณ์ บางที เสพเพื่อชีวิตด้วยเลยแหละ


17

นาย ขอ : อ้อ เสพศิลป์ ถ้าอย่างนั้นคนที่เขาไปดูงาน ศิลปะตามที่ต่างๆ ก็แสดงว่าเขาไปเสพ งานศิลปะ และตามพิพิธภัณฑ์ที่จัดงาน ศิลปะ ก็เพื่อให้คนเข้ามาเสพ ใช่รึเปล่า นาย กอ : ถูกต้องครับผม นาย ขอ : ถ้าเราอยากเสพงานศิลปะบ้าง เราก็ต้อง ไปที่ๆ เขาจัดแสดง ถูกต้องรึเปล่า นาย กอ : ถูกต้อง แต่ก็ไม่หมดซะทีเดียว นายเคย ได้ยินที่เขาว่า ศิลปะมีอยู่ทุกที่ใช่ไหม นั่นแหละแสดงว่านายเสพศิลป์ได้จาก ทุกที่ นาย ขอ : อ้อ แสดงว่าเราสามารถเข้าถึงศิลปะ ได้จากทุกๆ ที่ นาย กอ : ใช่แล้ว ศิลปะมีมากมาย ทั้งรูปภาพ ดนตรี สิ่งก่อสร้าง การตกแต่ง รูปปั้น ปฏิมากรรม หนังสือ ฯลฯ เยอะ นาย ขอ : วะๆๆๆๆ ว้าววววว นาย กอ : หนังสือที่นายก�ำลังอ่านอยู่นั่นก็ถือเป็น งานศิลปะด้วยเหมือนกัน ผู้เขียนใช้ศิลปะ ในการเรียงร้อยถ้อยค�ำจนกลายมาเป็น หนังสือน่าอ่านให้นายได้เสพอยู่นี่ไง นาย ขอ : หือ นายก�ำลังจะบอกว่า เราก�ำลัง “เสพศิลป์” อยู่อย่างนั้นเหรอ แต่เรา ไม่ได้นึกถึงศิลปะอะไรเลยนะ นาย กอ : เหมือนๆ กันแหละ นายอาจเสพโดยที่ ไม่รู้ตัว

นาย ขอ : “บังเอิญ” เหอะ ไม่ได้คิดด้วยซ�้ำว่าหนังสือ เป็นงานศิลปะ นาย กอ : แล้วระหว่างที่อ่าน ได้อรรถรส ความเสน่หาอะไรบ้างไหม นาย ขอ : มี สุข เศร้า เหงาปนระทม นาย กอ : แสดงว่านาย ได้เสพศิลป์เข้าให้แล้วล���ะ ไม่บังเอิญหรอก เพียงแต่นายไม่รู้ตัวเฉยๆ ว่า นายได้คุณค่าทางศิลปะจากสิ่งที่นาย ก�ำลังท�ำอยู่ และก�ำลังเสพมันเข้าไปด้วย การอ่านและจินตนาการภาพในหัว ของนาย นาย ขอ : เออ ก็จริงนะ นี่ฉันท�ำอะไรลงไป ฉันไม่รู้ตัวเลยนะ นาย กอ : (เยอะไปๆ) แต่ถ้าหากนายคิดว่า เป็นแค่เรื่องบังเอิญ นายคงไม่ได้รับ อรรถรส สุนทรียะใดๆ นาย ขอ : หมายความว่า ถ้าก�ำลังท�ำอะไรสักอย่าง แล้วเกิดมีสุนทรียะหรืออยากให้มีสุนทรียะ แสดงว่าก�ำลังเสพศิลปะอยู่ นาย กอ : ถูกต้องครับผม แต่ต้องไม่ใช่ในทางที่ผิด นะ นาย ขอ : โอเคครับผม ไว้ครั้งหน้า เราจะขอเสพ ศิลปะภาพวาดจากนายบ้าง นาย กอ : ได้เลยครับผม ขอให้เสพอย่างมีความสุข ครับ แล้วถึงเวลาใกล้พลบค�่ำ ท้องฟ้ามืดครึ้ม ทั้งสองจึงได้เดินทางกลับที่พักโดยสวัสดิภาพ

* สุนทรียะ มีความส�ำคัญอย่างยิ่งต่อศิลปะทุกแขนงวิชา ลองค้นหาความหมายหรือศึกษาเพิ่มเติมได้ครับ เพื่อสุนทรียะในการเสพ


18 Guidance

ครัง้ ทีแ่ ล้วพีร่ อยฝันได้พาน้องๆ ไปท�ำความรูจ้ กั นักวิจยั ตลาด มาฉบับนีพ้ รี่ อยฝันจะขอน�ำเสนอ สาขาทีจ่ ะท�ำให้ น้องๆ ได้เป็นนักวิจัยตลาดกัน

เส้นทางสู่ตลาด โดย รอยฝัน

นักวิจัยตลาดต้องเรียนอะไร

ค� ำ ถามนี้ ชั ก จะตอบยาก เพราะไม่ มี ส าขา การวิ จั ย ทางการตลาดโดยตรง แต่ก็มีอยู่ 1 สาขาที่มีการเรียนวิชานี้ คือ สาขาการตลาดนั่นเอง ซึ่งสาขาการตลาดนี้ก็เป็นสาขาที่อยู่ คูค่ ณะบริหารธุรกิจ หรือคณะวิทยาการจัดการ ซึง่ ก็มที งั้ ที่ จุฬาฯ ม.ธรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ รวมถึง อีกหลายๆ มหาวิทยาลัย ทั้งเอกชน และรัฐบาล แต่น้องๆ ก็อาจจะเป็นนักวิจัยการตลาด ได้แม้ว่าจะเรียนในคณะอื่น เช่น สาขาสถิติ ซึ่งมีอยู่ในคณะ วิทยาศาสตร์ และคณะบริหารธุรกิจก็มีเช่นกัน

แล้วในแต่ละคณะเขาเรียนอะไรกัน

อย่ า งการตลาดก็ เ รี ย นเกี่ ย วกั บ การตลาด เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค การวางแผนการ ตลาด หรื อ การพั ฒ นาแบรนด์ กลยุ ท ธในตลาด ดิจติ อล เป็นต้น และแน่นอนจะต้องเรียน วิชาการวิจยั ทางการตลาดด้วย แต่ถ้าน้องๆ สนใจในสาขาอื่น ก็ จะได้เรียนรู้ในเนื้อหาที่แตกต่างกันออกไป เช่น เรียน สถิติ จะเน้นไปทางหลักความน่าจะเป็น การตัดสินใจ และแน่นอนวิชาสถิติ (ทั้งเบื้องต้น และชั้นสูง) จะ ท�ำให้น้องๆ กลายเป็นนักวิเคราะห์ชั้นเลิศ


19

เรียนยากไหม

จริงๆ แล้วไม่วา่ เรียนสาขาไหนก็ยากทัง้ นัน้ แต่ก็ไม่ยากจนเกินความสามารถถ้าเราตั้งใจ แม้ วิ ช าสถิ ติ ที่ ดู เ ป็ น คณิ ต ศาสตร์ ม ากๆ ก็ ไ ม่ ต ้ อ ง วิ ต กกั ง วลอะไร ว่ า เราบวกเลขไม่เก่ง คิด เลข 1 + 3 เท่ากับ 13 อยู่เลย (อันนี้พี่ล้อเล่นนะ ถ้า ใครบวกได้แบบนีจ้ ริงๆ สงสัยต้องไปเรียนประถม ใหม่) ก็ยังไม่ต้องกังวลมาก เพราะเดี๋ยวนี้ใครเขา คิดเลขเองเล่า ก็คิดด้วยคอมพิวเตอร์คิดให้ทั้งนั้น ส่วนวิชาการตลาดจะสอนให้เรามีไหวพริบ ซึ่ง สิ่งเหล่านี้ฝึกกันได้ ดังนั้นพี่รอยฝันอยากจะบอก ว่าไม่ต้องกังวลยังไงก็ไม่ยากเกินเรียนแน่นอน ถ้าน้องตั้งใจ และขยันเรียน

แล้วเข้าเรียนยากไหม

อย่างที่พี่รอยฝันบอกไปตอนแรก จริงๆ ก็ไม่ได้ยากมากนัก แต่ถ้าเกิดน้องๆ อยากเข้า จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ก็อาจจะยากหน่อย ต้องใช้คะแนนสูงพอสมควร แต่ถ้าไม่ได้สนใจกับชื่อมหาวิทยาลัย ก็จะง่ายขึ้นเพราะมีเปิดหลายสถาบัน รวมถึงมหาวิทยาลัยเอกชน หลายแห่งก็ถือว่ามีชื่อเสียง เช่น มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ หรือ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นต้น หรือ ม ห า วิ ท ย า ลั ย ร า ม ค� ำ แ ห ง ห รื อ ม ห า วิ ท ย า ลั ย สุ โ ข ทั ย ธรรมาธิราช ก็มีสาขาการตลาด หรือสถิติ เช่นเดียวกัน ดังนั้นถ้า น้องๆ สนใจรับรองมีที่เรียนแน่นอน

ส�ำหรับฉบับนี้ ก็แนะน�ำให้น้องๆ ได้รู้จักกับ สาขาที่ เกีย่ วข้องกับ การวิจยั ตลาดไปแล้ว ซึง่ จริงๆ แต่ละสาขานัน้ สามารถไปท�ำงานอย่างอืน่ ได้อกี หลากหลาย และถือได้วา่ ทั้งสองสาขาต่างเป็นสาขาที่เปิดกว้างให้น้องๆ เข้าเรียน ทั้งคู่ ซึ่งถ้าน้องๆ ตั้งใจรับรองว่าเรียนจบแน่นอน ส�ำหรับ ครั้งต่อไป จะเป็นเรื่องอะไรลองติดตามดู ส�ำหรับฉบับนี้ ลาไปก่อนนะจ๊ะ


20 Life Coaching

ผมเพิ่งกลับจากการไปท� ำงานที่ต่างจังหวัดมา จังหวะไม่ดีตรงกับวันหยุดยาวหลายวัน ท� ำให้หาตั๋ว โดยสารเที่ยวกลับล�ำบาก จึงต้องตกค้างรอเครื่องบิน กลับอยูส่ องคืน พอทราบล่วงหน้าว่าต้องไปตกค้างล�ำพัง อยู่ไกลบ้าน เลยมองหาที่พักตามใจอยาก หยิบหนังสือ สองสามเล่มติดไปอ่าน ถือโอกาสหยุดพักยาว

จัดห้องใจ โดย อรรถพล อนันตวรสกุล

การท�ำงานต่อเนือ่ งอาทิตย์ละหกเจ็ดวันมา หลายเดือนท�ำให้พอถึงช่วงทีม่ เี วลาว่าง ผมได้พบ ความรู้สึกใหม่ๆ ภายในใจไม่น้อยทีเดียว เมื่อตั้ง โจทย์กบั ตัวเองว่า จะไม่ทำ� งาน ไม่คดิ เรือ่ งงาน ไม่ ปล่อยให้งานเข้ามารบกวนชีวิต กลายเป็นผมได้ กลั บ มาเป็ น ผมที่ ไ ม่ มี บ ทบาทหน้ า ที่ ใ ดๆ เป็ น หัวโขนก�ำกับอยู่ ผมได้เวลา 48 ชั่วโมง กลับคืนมาจากโลก การท�ำงาน เพียงแค่สองคืนที่เข้าพักผมได้นอน หลับลึกๆ ยาวๆ รวมกัน เท่ากับเวลานอนในวัน ท�ำงานปกติถึง 3-4 วัน ผมตัดสินใจไม่ออกไป เที่ยวข้างนอก อยู่ในที่พักยาว ใช้เวลาไปกับการ อ่านหนังสือ นั่งดูน�้ำในแม่น�้ำสายเล็กๆ หน้าที่พัก ไหลขึน้ และลง ฝนตกหนักและพร�ำสายตลอดสอง วัน ช่วงที่ฝนตก ผมนั่งมองสายฝนที่ริมระเบียง ช่วงที่ฝนหยุด ผมออกไปเดินดูหยดน�้ำฝนค้างอยู่ ตามหมูใ่ บไม้ ผมเลือกทีพ่ กั ทีม่ กี จิ กรรมทีพ่ ยายาม

เคีย่ วเข็ญตัวเองให้ท�ำประจ�ำนัน่ คือการออกก�ำลังกาย ผมได้วา่ ยน�ำ ้ วิ่ง ขี่จักรยาน ยกเหล็ก ลงนวมชกมวยเรียกเหงื่อ ผมได้ตนื่ แเต่เช้าโดยทีไ่ ม่มเี รือ่ งงานมาเกีย่ วข้อง เดินลงมากิน โจ๊กร้อนๆ กับปาท่องโก๋ที่ผมไม่ได้กินมาเกือบสองปี แม้จะมีร้าน กาแฟหน้าตาดูดีอยู่ในที่พัก แต่ผมก�ำหนดตัวเองว่าสองวันที่มาพัก จะลดการดื่มกาแฟลงจากวันละ 6-8 ถ้วยในวันท�ำงานปกติ เลยได้ ลงไปนัง่ ดืม่ เพียงสามถ้วย ทีเ่ หลือคือดืม่ น�ำ้ เปล่า ผมอ่านหนังสือจบ ไปสองเล่มครึ่ง เลือกฟังเพลงที่ชอบและไม่ได้เปิดฟังมานานมาก จากคลังไฟล์เพลงที่เตรียมไป หลายเพลงฟังซ�้ำอยู่หลายรอบ คืนที่ สองฝนซาลง ผมลงไปนัง่ เล่นทีร่ มิ คลอง นึกทบทวนอะไรหลายอย่าง ถ้าชีวติ ทีผ่ า่ นมาของผมเป็นห้อง ห้องนีก้ ร็ กเหลือเกิน เพราะเจ้าของ มัวแต่ “ใส่ใจ” ไปที่ข้างนอก ละเลยที่จัดห้องใจ การได้หยุดการเดิน ทางข้างนอก แล้วเอา “ใจ” กลับมา “ใส่” ที่เดิม ท�ำให้ผมมองเห็น ฝุ่นและข้าวของรกเรื้อหลายอย่าง ผมตั้งใจว่าจากนี้ไปจะพยายามเปิดหน้าต่าง ท�ำความ สะอาดห้องใจให้บ่อยขึ้นกว่าที่เคยเป็น


Help for Health 21

เป็ น หวั ด เจ็ บ คอ จ�ำเป็นต้องกินยาแก้อักเสบหรือไม่? โดย ภญ.บุษบงก์ ธรรมมาสถิตย์กุล

กรณีที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ไม่ได้ มีผลในการแก้อักเสบทุกชนิดอย่างที่หลายคนเข้าใจ การ ใช้ ย าปฏิ ชี ว นะในกรณี ดั ง กล่ า วจึ ง ไม่ จ� ำ เป็ น เพราะยา ปฏิชีวนะไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ และไม่ท�ำให้โรคหาย เร็วขึน้ ในทางตรงกันข้ามอาจจะท�ำให้เชือ้ ประจ�ำถิน่ ทีม่ อี ยู่ ในร่างกายเราถูกท�ำลายไปจนเชื้อโรคอื่นๆ เข้ามารุกราน ได้ง่าย หรือบางครั้งอาจท�ำให้เกิดการดื้อยา และอาจเกิด อาการไม่พ���งประสงค์จากยาหรือแพ้ยาได้ ยาปฏิชีวนะที่เป็นที่รู้จัก อย่างกว้างขวางคือ กลุม่ Penicillin เช่น Amoxicillin, Ampicillin หรือ ยากลุม่ Macrolide เช่น Roxithromycin, Azithromycin เป็นต้น เมือ่ อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนคงสงสัยว่า “แล้วเป็นโรคหวัดแบบใดล่ะที่ จะต้องใช้ยาปฏิชีวนะ” ค�ำตอบก็คือ เป็นโรคหวัดแล้วเกิดการติดเชื้อ แบคทีเรียซ�้ำ ซึ่งจะมีอาการต่างไปจากโรคหวัดที่เกิดจากเชื้อไวรัส เพียงอย่างเดียว คือ มนี ำ�้ มูกหรือเสมหะเป็นสีเหลืองหรือสีเขียวตลอด ทั้งวัน มีจุดหนองสีขาวในล�ำคอ ร่วมกับมีไข้ตัวร้อน ส่วนใหญ่มัก จะไม่มีอาการไอ ปัจจุบันมีการศึกษาพบว่า ประเทศไทยมีการใช้ยาปฏิชีวนะ หรือยาฆ่าเชื้อเกินความจ�ำเป็น ท�ำให้เกิดปัญหาดื้อยาตามมา จึงมี โครงการรณรงค์ให้แพทย์ เภสัชกร และบุคลากรทางการแพทย์ใช้ ยาปฏิชวี นะอย่างสมเหตุสมผล เรียกว่า โครงการฉลาดใช้ยาปฏิชวี นะ (Antibiotic Smart Uses) เมื่อจ�ำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะจริงๆ ก็ต้อง ใช้ให้ถูกวิธี คือ กินติดต่อกันจนยาหมด เคยไหม? ที่แพทย์ให้ยาฆ่า เชือ้ มา ฉลากยาแนะน�ำว่า ให้รบั ประทานติดต่อกันจนยาหมด แต่พอ รู้สึกว่าอาการดีขึ้น หรือหายแล้ว กลับไม่กินยาตามที่แพทย์สั่ง นั่น เป็นสาเหตุสำ� คัญทีท่ ำ� ให้เกิดการดือ้ ยาเลยก็วา่ ได้ หวังว่าเมือ่ ทุกท่าน ทีไ่ ด้อา่ นบทความนีแ้ ล้ว จะไม่มใี ครเรียก 'ยาปฏิชวี นะหรือยาฆ่าเชือ้ ' ว่า 'ยาแก้อักเสบ' อีกต่อไป หากไม่สบายเป็นหวัดเจ็บคอ นั่นเป็น สัญญาณเตือนว่า ภูมิคุ้มกันของร่างกายเราเริ่มอ่อนแอลงแล้ว นอกจากจะกินยารักษาตามอาการแล้ว อย่าลืมพักผ่อนให้มาก ดื่มน�้ำอุ่น ท�ำร่างกายให้อบอุ่นด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ

ฤดู ฝ นที่ ชุ ่ ม ฉ�่ ำ มาพร้ อ มกั บ โรคระบบทางเดิ น หายใจ โรคที่คนทั่วๆ ไปต้องนึกถึงก็คือ โรคหวัด ความ เจ็บป่วยปกติธรรมดาที่เราต่างคุ้นเคย เบิกฟ้าฉบับนี้ จึงน�ำเรือ่ งเก่ามาเล่าใหม่ เพือ่ สร้างความเข้าใจเรือ่ งการ ใช้ยาแก้อักเสบกันอีกครั้ง เมื่อเป็นหวัด เจ็บคอ ถึงจะเป็นโรคหายได้ เอง แต่หลายคนก็คงไม่อยากจะป่วยนาน จึงมัก หายาแก้อักเสบมาช่วยให้หายป่วยเร็วขึ้น ซึ่งนั่น เป็นความเข้าใจทีค่ ลาดเคลือ่ น โรคหวัดเป็นโรคติด เชื้อทางเดินหายใจซึ่งช่วงแรกมักเกิดจากการติด เชื้อไวรัส ปัจจุบันยังไม่มียาที่สามารถฆ่าเชื้อไวรัส ได้ มีเพียงยาต้านไวรัส เพือ่ ให้ไวรัสไม่เพิม่ ปริมาณ และถ้ า ภู มิ คุ ้ ม กั น ของเราแข็ ง แรงก็ ส ามารถไป จัดการเชื้อไวรัสได้เอง เช่น ยาต้านไวรัสไข้หวัด ใหญ่ เป็นต้น หากพูดถึงไข้หวัดทั่วๆ ไป การใช้ยา จะเป็ น การรั ก ษาตามอาการ เช่ น น�้ ำ มู ก ไหล ไอ จาม ก็ให้ยาแก้แพ้ (Antihistamines เช่น Chlorpheniramine maleate; CPM) ถ้าเจ็บคอ ก็ อ าจใช้ ย าแก้ อั ก เสบตั ว จริ ง ที่ ช ่ ว ยลดอาการ อักเสบ ปวด บวม แดง ร้อนอย่างยากลุ่ม NSAIDs เช่น Ibuprofen เป็นต้น จ�ำง่ายๆ ว่า ยากลุ่ม NSAIDs ทัง้ หมดมีผลระคายเคืองกระเพาะอาหาร จึงต้องรับประทานอาหารทันที หรือใช้ยาอมหรือ ยาพ่นเฉพาะที่บริเวณล�ำคอ แต่สำ� หรับยาปฏิชวี นะ หรือยาฆ่าเชือ้ ทีบ่ อ่ ย ครัง้ ถูกเรียกว่า ยาแก้อกั เสบ นัน่ เป็นการสือ่ ความ หมายทีไ่ ม่ถกู ต้องจึงท�ำให้เกิดความเข้าใจผิดตาม มา แท้จริงแล้วยาปฏิชีวนะสามารถแก้อักเสบใน


22 Scitech

ไปไกลแล้ว! เกาหลีใต้เปิดตัว

Internet ไร้สายเร็วที่สุดในโลก โดย Spocky

จากฉบับที่แล้ว ผมได้ น� ำ เสนอเรื่ อ งราวเกี่ ย วกั บ เทคโนโลยี 3G และ 4G ไป แล้ ว คราวนี้ ม าอั พ เดท ข่าวสารของเพื่อนบ้านกัน บ้าง เป็นข่าวทีไ่ ด้ยนิ แล้วต้อง ร้องโอโห้!

เพราะที่เกาหลีใต้ บริษัท เอสเค เทเลคอม จ�ำกัด (SK Telecom Co.) ซึ่ง เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ และเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดใน เกาหลี ใ ต้ เปิ ด ตั ว อิ น เทอร์ เ น็ ต ไร้ ส ายเร็ ว ที่ สุ ด ในโลก ที่ มี ชื่ อ ว่ า  "แอลที อี แอดวานซ์"  (LTE-Advanced) ซึ่งเร็วกว่า 3G ถึง 10 เท่า และเร็วกว่า 4G ถึง 2 เท่า  พูดง่ายๆ ว่าเราสามารถดาวน์โหลดภาพยนตร์ขนาด 800  เมกะไบต์ได้ ในเวลาแค่เพียง 43 วินาทีเท่านั้น รวมถึงข้อมูลอื่นๆ เพียงเสี้ยววินาที ได้ยิน อย่างนี้ รู้สึกยังไงกันบ้างครับ ส�ำหรับเทคโนโลยีนใี้ ช้ได้ภายในกรุงโซล รวมถึงเมืองทีอ่ ยูโ่ ดยรอบเท่านัน้ ก่อนที่จะมีการขยายพื้นที่ให้บริการต่อไปในอนาคต โดยในขณะนี้มีผู้ลง ทะเบียนใช้งานเทคโนโลยีแอลทีอีในเกาหลีใต้มากถึงร้อยละ 60 จากจ�ำนวนผู้ ใช้สมาร์ทโฟนทั้งหมด 33 ล้านเครื่อง ซึ่งรัฐบาลเกาหลีใต้คาดว่า เทคโนโลยีนี้ จะเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต พอ ๆ กับการขยายตัวของระบบ 4G และ ภายในสิ้นปีนี้ประชาชนจาก 87 ประเทศทั่วโลกจะสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี แอลทีอไี ด้เช่นกัน ต้องอดใจรอกันหน่อยหล่ะครับ ว่าเมือ่ ไหร่บา้ นเราจะมีโอกาส ได้ใช้งาน Internetความเร็วสูงแบบนี้...


Wow! Asean 23

ราชอาณาจักร กัมพูชา บรูไน ดารุสซาลาม

ใช้สกุลเงิน ดอลล่าร์บรูไน อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลล่าร์บรูไน = 25.10 บาท

ใช้สกุลเงิน เรียล อัตราแลกเปลี่ยน 150 เรียล = 1 บาท

สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ใช้สกุลเงิน รูเปียห์ อัตราแลกเปลี่ยน 1,000 รูเปียห์ = 3.95 บาท

สาธารณรัฐ ประชาธิปไตย ประชาชนลาว

ใช้สกุลเงิน กีบ อัตราแลกเปลี่ยน 1,000 กีบ = 4.05 บาท

มาเลเซีย

สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

ใช้สกุลเงิน ริงกิต อัตราแลกเปลี่ยน 1 ริงกิตมาเลเซีย = 10.40 บาท

ใช้สกุลเงิน เปโซ อัตราแลกเปลี่ยน 1.40 เปโซ = 0.78 บาท

สกุลเงินประจ�ำชาติ ของประเทศสมาชิกอาเซียน โดย สุวิมล จินะมูล

เดือนหน้าพีจ่ ะได้ไปเทีย่ วประเทศพม่า เพือ่ นบ้านสมาชิกอาเซียนของเราค่ะ สิง่ หนึง่ ทีต่ อ้ งตระเตรียม ก็เป็นเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ต้องแลกไปจับจ่ายใช้สอย ฉบับนี้ก็เลยเอาเรื่องสกุลเงินและอัตราแลกเปลี่ยน เงินมาฝากกัน เรื่องเงินๆ ทองๆ นี่ส�ำคัญต้องรู้นะคะ

สาธารณรัฐสิงคโปร์

ราชอาณาจักรไทย

ใช้สกุลเงิน บาท ใช้สกุลเงิน ดอลล่าร์สิงค์โปร์ อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลล่าร์สิงคโปร์ = 24.40 บาท

สาธารณรัฐ แห่งสหภาพพม่า

ใช้สกุลเงิน จ๊าด อัตราแลกเปลี่ยน 1 จ๊าด = 5 บาทไทย

สาธารณรัฐ สังคมนิยมเวียดนาม

ใช้สกุลเงิน ด่ง อัตราแลกเปลี่ยน 900 ด่ง = 1.64 บาทไทย


24 กฏหมายน่ารู้ กับ ธ.ธนา

ดาวเรื อ ง กับอ�ำนาจหน้าที่ ของปลัดอ�ำเภอ โดย ธนา ภัทรภาษิต

‘ดาวเรือง’ สาวบ้านนาจอมซ่า และ ‘จินตวัฒน์’ ปลัด อ�ำเภอหนุม่ ใหม่ไฟแรง ประเด็นดังหลังละครในฉบับนีจ้ งึ เกีย่ ว กับ... ‘อ�ำนาจหน้าที่ของปลัดอ�ำเภอ’ ครับ ปลั ด อ� ำ เภอ (เจ้ า พนั ก งานปกครอง) เป็ น ต� ำ แหน่ ง ข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกรมการปกครอง กระทรวง มหาดไทย ประเภทวิชาการ ระดับปฏิบตั กิ าร (ระดับ 3-5) ระดับ ช�ำนาญการ (ระดับ 6-7) จนถึงระดับช�ำนาญการพิเศษ (ระดับ 8) มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยปฏิบัติงานของนายอ�ำเภอ การบรรจุและแต่งตัง้ ปลัดอ�ำเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง) ระดับปฏิบัติการ จะใช้วิธีการเปิดสอบแข่งขันจากบุคคลทั่วไป ที่มีคุณวุฒิทางด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ บริหารรัฐกิจ หรือสาขาอื่นๆ ที่ก�ำหนดให้สมัครได้ ส่วนปลัด อ�ำเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง) ระดับช�ำนาญการพิเศษ จะบรรจุ และแต่งตัง้ จากบุคคลทีผ่ า่ นการศึกษาจากโรงเรียนนายอ�ำเภอ มาแล้ว หรือเรียกว่า ‘ปลัดอาวุโส’

พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 63 ในอ�ำเภอหนึ่ง นอกจากจะมีนาย อ� ำ เภอเป็ น ผู ้ ป กครองบั ง คั บ บั ญ ชา...ให้ มี ป ลั ด อ�ำเภอ...ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ช่วย���หลือนายอ�ำเภอ และมีอ�ำนาจบังคับบัญชา ข้าราชการฝ่ายบริหาร ส่วนภูมิภาคซึ่งสังกัดกระทรวง ทบวง กรมนั้นใน อ�ำเภอนั้น มาตรา 64 ในกรณีทไี่ ม่มผี ดู้ �ำรงต�ำแหน่งนาย อ�ำเภอ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง ปลัดอ�ำเภอ ...เป็นผู้รักษาราชการแทน ดังนั้น อ�ำนาจหน้าที่ของปลัดอ�ำเภอโดยหลัก การแล้ว มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือหรือเป็นผู้รักษา ราชการแทนนายอ�ำเภอในการปฏิบัติภาระหน้าที่ ตามกฎหมาย นายอ�ำเภอซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชามี อ�ำนาจหน้าทีต่ ามกฎหมายอย่างไร ปลัดอ�ำเภอก็จะ มีอ�ำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอย่างนั้น และการจะ มีอ�ำนาจกระท�ำการในหน้าที่ตามกฎหมายในเรื่อง ใดๆ ได้จะต้องได้รับมอบหมายจากนายอ�ำเภอผู้ มีอ�ำนาจนั้นๆ เสียก่อนด้วย  ส่วนปลัดในละครจะท�ำภาระหน้าทีส่ ำ� เร็จ ลุล่วงไปได้ด้วยดีหรือไม่ คงต้องตามดูกันต่อไป สวัสดีครับ


Math Unlimited 25

โจทย์ การคิด วิเคราะห์

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

แบบอุปนัย

1. น้องๆ คิดว่าเลขตัวแรกและตัวสุดท้ายของแถวที่ 100 เป็นเลขใด ? 2. น้องๆ คิดว่าเลขตัวแรกและตัวสุดท้ายของแถวที่ n เป็นเลขใด ?

โดย อ.อนุวัตร จิรวัฒนพาณิช

ลองมาดูวิธีคิดกันนะครับ

3

22

22 +1

6

7

8

32

32 +1

11

12

13

14

15

42

18

19

20

21

22

23

24

42 +1

..........................แถวที่ 2

12 +1

..........................แถวที่ 1

12

..........................แถวที่ 3 ..........................แถวที่ 4

52

..........................แถวที่ 5

9 2 +1 ............................................แถวที่ 10............................................ 102 (n-1)2 +1 ......................................แถวที่ n ............................................... n2 จากโจทย์ ข้อ 1. น้องๆ คิดว่าเลขตัวแรกและตัวสุดท้ายของแถวที่ 10 เป็นเลขใด ตอบ ตัวเลขตัวแรก คือ 82 เกิดจากน�ำตัวสุดท้ายของแถวที่ 9 ยกก�ำลังสองแล้วบวก 1 และตัวเลขตัวสุดท้าย คือ 100 เกิดจากน�ำตัวสุดท้ายของแถวที่ 10 ยกก�ำลังสอง จากโจทย์ ข้อ 2. น้องๆ คิดว่าเลขตัวแรกและตัวสุดท้ายของแถวที่ n เป็นเลขใด ตอบ ตัวเลขตัวแรก คือ (n-1)2+1 ตัวเลขตัวสุดท้าย คือ n2

25


26 Around Me!

เทคนิคการเรียน

การเรียนให้ประสบความส�ำเร็จ เป็นเรื่องที่นักเรียนนักศึกษาหลายคน ใฝ่ฝัน ต้องการ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะ ท�ำได้ตามทีต่ งั้ ใจ นัน่ เพราะมีหลายปัจจัย ทั้งกระบวนการเรียนรู้และปัจจัยอื่นๆใน การเรียน วันนีเ้ ราอาจมาท�ำความเข้าใจ องค์ประกอบทีจ่ ะช่วยให้การเรียนประสบ ความส�ำเร็จได้ อย่าเพิ่งท้อใจ

ให้ประสบความส�ำเร็จ โดย ดร.วิมล แสนอุ้ม

ก่อนอื่นน้องๆ อาจต้องอ่านข้อค�ำถามนี้แล้วตอบตามความเป็นจริงก่อน นักเรียนรู้วิธีการที่จะศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ความสามารถในจัดการเวลาของนักเรียนเป็นอย่างไร ทุกวันนี้ท�ำได้ลงตัวหรือไม่ บันทึกย่อของนักเรียนมีประโยชน์และน่าจดจ�ำเพียงพอหรือไม่ ทักษะการอ่านของนักเรียนมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน อย่างไร นักเรียนสามารถจัดการเรื่องการสอบของตัวเองได้เรียบร้อยดีหรือไม่ นักเรียนเคยก�ำหนดเป้าหมายในการเรียนของตัวเองบ้างหรือไม่ ถ้าจะให้ตอบว่าความคิดสร้างสรรค์ในการเรียนของนักเรียนคืออะไร

• • • • • • •

ค�ำถามเพียงไม่กปี่ ระโยคนี้ เป็นเรือ่ งทีน่ อ้ งๆ จะต้อง หมัน่ ถามหมัน่ ตอบตัวเองอยูเ่ สมอตลอดระยะเวลาของการ เรียน เพราะมันจะท�ำให้ได้ตรวจสอบทัศนะของตัวเองอย่าง สม�่ำเสมอและเราจะได้เห็นกระบวนการในการเรียนของ ตัวเอง เกิดความเข้าใจเกีย่ วกับการเรียนของตัวเองเพิม่ เติม มากขึ้น วันนี้อาจารย์จะมาแนะน�ำเรื่องแรกที่เกี่ยวข้องกับ การเรียนให้ส�ำเร็จนั่นคือ เรื่องของการจ�ำ น้องๆ เคยไหมที่ เวลาเรียนจะต้องจ�ำค�ำศัพท์มากมาย ต้องจ�ำปีพศ.ของเรือ่ ง ราวในประวัติศาสตร์ นี่ไงปัญหาของเรา เพราะเรื่องราวที่

เราเรียนมันเยอะมากจริงๆ รวมทุกวิชาแล้วมีเรื่องให้ต้อง ท่องจ�ำมหาศาล มาลองทบทวนและท�ำความเข้าใจเกี่ยว กับความจ�ำของเรากัน อาจารย์มีภาพที่แสดงค�ำศัพท์ 20 ค�ำมาให้เราดู ทุกคนปิดตาและใช้เวลา 5 นาทีในการจ�ำ มา ดูกนั ซิวา่ เราจ�ำค�ำศัพท์เหล่านีไ้ ด้มากน้อยขนาดไหน เขียน ค�ำศัพท์เท่าทีค่ ณ ุ จ�ำได้ อยากรูว้ า่ แต่ละคนจ�ำได้คนละกีค่ ำ � แน่นอนคงมีตั้งแต่ 1 ค�ำถึง10 ค�ำ แตกต่างกันออกไป ความส�ำคัญของการจ�ำอยู่ที่เราใช้วิธีการอะไรในการจ�ำ บางคนบอกว่า เลือกจ�ำค�ำที่ง่ายก่อน บางคนใช้วิธีการจ�ำ แบบหมวดหมู่ แยกออกให้ชัดเจนว่ามีหมวดหมู่อะไรบ้าง


27

บางคนใช้วธิ ใี นการจ�ำคือจ�ำแบบเป็นภาพ บางคนใช้วธิ จี ำ� ค�ำทีม่ คี วามหมายใกล้เคียงกัน บางคนเลือกจ�ำค�ำทีส่ นั้ และ จดจ�ำง่ายก่อน บางคนเลือกจ�ำค�ำที่มีความสอดคล้อง บางคนมองเป็นภาพแล้วเลือกจัดแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือเวลาที่เราเรียนหนังสือในห้องเรียนมี ครู 1 คนแต่มีนักเรียนกว่า 50 คน แต่ละคนมีวิธีการจดจ�ำ สิ่งที่ครูสอนแตกต่างกัน อันนี้น่าสนใจตรงที่ว่า เราจะดึง ศักยภาพของตัวเราเองออกมาใช้ได้อย่างไรให้เต็มที่ อันนี้ เป็นเรื่องการจดจ�ำเพียงเรื่องเดียว เท่านั้น ถามว่าความ จ�ำเป็นเรื่องส�ำคัญที่สุดของการเรียนไหม อาจจะไม่ใช่แต่ ก็ขาดหรือพร่องไม่ได้ และในการเรียนจริงๆแล้วนอกจาก เรื่องของการจ�ำ ยังมีเรื่องของการคิด การวิเคราะห์ การ สังเคราะห์ การเชื่อมโยงบูรณาการสิ่งที่เรียนอีกหลายต่อ หลายเรื่อง ทุกอย่างจะต้องใช้เครื่องมือ เรื่องที่ให้ลองปิด ตาแล้วจดจ�ำตัวอักษรเป็นการเรียนรูว้ า่ เราต้องใช้เครือ่ งมือ ในการจ�ำ เมื่อความจ�ำยังต้องใช้เครื่องมือ ความคิด การ สังเคราะห์ การเชื่อมโยงก็ต้องอาศัยเครื่องมือเช่นกัน ดัง นั้นการเรียนเป็น Superset ที่ต้องใช้ทักษะและเครื่องมือ ชุดต่างๆ ทีม่ ากมายหลากหลาย เราจะใช้เครือ่ งมืออะไรใน เรือ่ งไหน และเราจะพัฒนาเครือ่ งมือแต่ละชุดให้เหมาะกับ เราเองได้อย่างไร เหล่านีค้ อื เคล็ดลับของการเรียนให้สำ� เร็จ นอกจากเครื่องมือในเรื่องความจ�ำแล้ว เครื่องมือ ในเรื่องการคิดก็ส�ำคัญ เมื่อไม่กี่วันก่อนอาจารย์ถาม นักศึกษาว่า เมื่อพูดถึงอาเซียนคุณคิดถึงอะไร ให้โอกาส ตอบคนละ 1 เรื่องค�ำตอบมีดังนี้ครับ “การเปลี่ยนแปลง” “โอกาส” “การพัฒนา” “การคมนาคมขนส่ง” “วัฒนธรรม” นี่เป็นบทเรียนต่อมาที่เราจะคุย เห็นไหมครับว่า เรื่อง เดียวกันแต่เราคิดแตกต่าง การคิดและการประมวลผลของ เราแต่ละคนมีความเฉพาะไม่เหมือนกัน ฉะนั้นเวลาอยู่ใน ห้องเรียนก็เช่นกัน อาจารย์พดู อะไรมาเราแต่ละคนก็รบั สาร ไม่เหมือนกันเช่นกัน คิดกันคนละแบบคนละมิติ เหล่านี้ เกิดจากปัจจัยหลายอย่าง แต่หนึ่งในนั้นที่มีอิทธิพลก็คือ กลไกการท�ำงานของสมอง สมองของมนุษย์มีการท�ำงาน

ทีซ่ บั ซ้อน เราเคยเรียนกันว่า สมองแบ่งออกเป็น 2 ซีก ซีก ซ้ายและซีกขวา ซีกซ้ายจะเป็นเรือ่ งของการคิดเชิงวิเคราะห์ ตรรกะ เป็นเหตุเป็นผล เป็นคณิตศาสตร์ สมองซีกขวาจะ เป็นเรื่องของ ความคิดสร้างสรรค์ ดนตรี ภาษา ที่ตรงข้าม กับซีกซ้าย อันนีก้ เ็ ป็นปัจจัยทางกายภาพของแต่ละคน อนั นีแ้ ค่ปจั จัยเดียว คนหลายต่อหลายคนมองภาพนีแ้ ตกต่าง กัน ฉะนั้ น เอาเพี ย งแค่ 2 เรื่ อ งคื อ วิ ธี ใ นการจ� ำ กั บ กระบวนการคิด 2 สิ่งนี้ที่จะท�ำให้การเรียนประสบความ ส�ำเร็จ สิ่งที่อาจารย์อยากขอน�ำเสนอในบทความนี้คือการ ใช้ ส มองทั้ ง สองซี ก ให้ ส มดุ ล คื อ เราต้ อ งให้ ส ม���งได้ มี จินตนาการความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสามารถน�ำไปใช้ใน ส่วนของวิชาการได้ จึงจะท�ำให้การจ�ำเป็นการจ�ำที่เป็น ระบบมากขึ้น จ�ำได้นาน จ�ำได้เร็วและเก็บรายละเอียดได้ ดี ถ้าเรานึกย้อนไปในการเรียนในอดีตเมือ่ เราเรียนหนังสือ เนือ้ หาการเรียนของเราจะเป็นเนือ้ หาซ�ำ้ ๆ วิชาสังคมศึกษา ในระดั บ ชั้ น มั ธ ยมศึ ก ษาปี ที่ 3 ที่ เ รี ย นเรื่ อ งภู มิ ศ าสตร์ ประเทศเพื่อนบ้าน ประวัติศาสตร์สมัยตั้งแต่สุโขทัยถึง

รัตนโกสินทร์ที่ต้องท่องจ�ำชื่อพระมหากษัตริย์ การใช้ เทคนิคการจ�ำ เทคนิคการจัดหมวดหมู่ การใช้จินตนาการ เป็นเรื่องที่ต้องถูกน�ำมาใช้ เพื่อนอาจารย์เคยแนะน�ำเรื่อง การจ�ำแบบเรือ่ งราวเหมือนเวลาทีเ่ ราชมภาพยนตร์หรือเด็ก ทีด่ กู าร์ตนู จะจดจ�ำเรือ่ งราวเหล่านัน้ ได้อย่างดี ใครท�ำอะไร ที่ไหนอย่างไร นี่เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งของการคิด ยังคงมี ตัวอย่างอีกหลายเรื่อง ฉบับนีข้ อเริม่ ต้นเท่านีก้ อ่ น ตรวจสอบข้อค�ำถามด้าน บนที่เ กี่ยวกับการเรียนของคุณอีกครั้ง เพื่อการเรียนที่ ประสบความส�ำเร็จ ขอให้ทุกคนสนุกในการเรียนครับ


28 Around Me!

ผมกับแป้ง รู้จักกัน ในวันแรก รู้สึกแปลก รู้สึกงง แซมสงสัย แป้งหนัก แป้งเบา ไม่เข้าใจ เรียนรู้ไป ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักเธอ

“แป้งเบา แป้งหนัก...ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักแป้ง” โดย นายอุดม นุสาโล

“บริษัทของเราต้องการลด ต้นทุนการผลิต คุณมีค�ำแนะน�ำ อย่างไรบ้างครับ” ค�ำถามเสียงดัง ฟั ง ชั ด ผสานกั บ ความคาดหวั ง ของ ผู้จัดการฝ่ายผลิตในโรงงานลูกค้า ที่ มี ต ่ อ ผม ผมจึ ง รวบรวมสมาธิ แ ละ ความรู้ที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อเรียบเรียง ค�ำตอบ ยังไม่ทันหายจากความตื่น เต้น ค�ำถามที่สองก็ดังขึ้นตามมาติด ติดว่า “ถ้าเราผสมแป้งหนักหรือ แป้งเบา ลงไปในสูตรการผลิตจะ ส่งผลโดยรวมอย่างไรบ้างครับ” ท� ำ ใ ห ้ ผ ม ถึ ง กั บ ต ้ อ ง ช ะ งั ก งั น ประสบการณ์ ก ารประชุ ม ร่ ว มกั บ ลูกค้าครั้งแรกในชีวิตการท�ำงานของ ผมครัง้ นีน้ เี่ อง เป็นครัง้ แรกในชีวติ อีก เช่นกันที่ผมได้ยินค�ำว่า “แป้งหนัก แป้งเบา” ผมเร่งศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม และได้รู้ว่า “แป้งหนัก แป้งเบา” คือ สารเติมแต่งส�ำคัญในอุตสาหกรรม พลาสติก ยิง่ ค้นคว้ายิง่ มีความรูใ้ นเชิง กว้างมากขึน้ ว่า แป้งหนักแป้งเบา ไม่ ได้เป็นเพียงแป้ง หากแต่เป็นสารพื้น ฐานที่ เ ป็ น หั ว ใจส� ำ คั ญ ส� ำ หรั บ ทุ ก

อุ ต สาหกรรม ช่ ว ยเติ ม เต็ ม คุ ณ ค่ า สร้างสรรค์คณ ุ ประโยชน์ และช่วยยก ระดับคุณภาพชีวติ ของมนุษย์ ทุกครัง้ ที่ เ อ่ ย ค� ำ ว่ า แป้ ง หนั ก แป้ ง เบา นอกจากจะได้ ยิ น ค� ำ ตรงตั ว ตามที่ กล่าวแล้ว หากฟังให้ลกึ ซึง้ ก็จะได้ยนิ ค�ำว่าคุณภาพชีวิต สะท้อนอยู่ด้วย “แป้งหนัก แป้งเบา” แท้ทจี่ ริง แล้ ว ก็ คื อ ชื่ อ สามั ญ หรื อ ค� ำ เรี ย ก ทั่วไป ที่ฝ่ายผลิตในโรงงานต่างๆ ใช้ เรียกแทนสาร แคลเซียมคาร์บอเนต ( Calcium Carbonate ) เพราะสาร ดังกล่าวมีลักษณะทางกายภาพ เป็น ผงละเอียดสีขาว ที่มีความฟู ความ เบา และความเนี ย น คล้ า ยแป้ ง นั่ น เอง แคลเซี ย มคาร์ บ อเนตเป็ น สารประกอบเคมี ที่ มี สู ต รเคมี คื อ CaCO3 ซึ่งเกิดขึ้นเองในธรรมชาติ ตามลั ก ษณะธรณี ใ นประเทศไทย สามารถพบได้ ใ นรู ป ของหิ น ปู น (Limestone), หินอ่อน (Marble) และ แร่ แ คลไซต์ (Calcite) แคลเซี ย ม คาร์บอเนตสามารถแบ่งเป็น 2 ชนิด ตามลักษณะกระบวนการผลิต ไม่วา่ จะเป็น แป้งหนักหรือแป้ง

แคลเซียมคาร์บอเนตสามารถ แบ่งเป็น 2 ชนิด ตามลักษณะ กระบวนการผลิต ได้แก่ 1.แคลเซี ย มคาร์ บ อเนตชนิ ด บด (Ground Calcium Carbonate, GCC)

ซึง่ ผลิตจากแร่ธรรมชาติ น�ำมาแยกสิง่ เจือปนออก จากนัน้ บดให้ละเอียด และ ร่อนคัดขนาด แบ่งเป็นเกรดต่างๆ ตาม ขนาดอนุภาค ให้เหมาะสมกับการใช้ งานส� ำ หรั บ อุ ต สาหกรรมต่ า งๆ ซึ่ ง แคลเซี ย มคาร์ บ อเนตที่ ผ ลิ ต จาก กระบวนการผลิตดังกล่าวนี้ จะมีขนาด อนุ ภ าคที่ ใ หญ่ มี ค วามหนาแน่ น จ�ำเพาะ (Bulk Density) สูง และมีน�้ำ หนักมาก จึงมีค�ำเรียกทั่วไปว่า 'แป้ง หนัก'

2. แคลเซียมคาร์บอเนตชนิดตกผลึก (Precipitated Calcium Carbonate, PCC) ซึ่งการผลิตเริ่มต้นจากน�ำแร่มา

เผา เพื่อไล่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ออกไป และมีการละลายน�้ำ รวมทั้ง เติ ม สารเคมี บ างชนิ ด ลงไป มี ก าร ควบคุมการผลิตทีซ่ บั ซ้อน กว่าการผลิต แบบบด จนได้สารที่มีโครงสร้างเป็น แคลเซียมคาร์บอเนตที่มีความบริสุทธิ์ สูง มีขนาดอนุภาคที่เล็กมาก ที่ส�ำคัญ คือ มีความหนาแน่นจ�ำเพาะต�่ำ ส่งผล ให้มลี กั ษณะทางกายภาพ ทีฟ่ แู ละเบา กว่ า ชนิ ด แรกจึ ง มี ชื่ อ เรี ย กทั่ ว ไปว่ า “แป้งเบา” นั่นเอง


29 เบาก็ ต าม หากได้ ขึ้ น ชื่ อ ว่ า เป็ น แคลเซียมคาร์บอเนตแล้ว ล้วนก็คือ สารเคมี พื้ น ฐาน ที่ มี ค วามส� ำ คั ญ อย่างยิ่งยวดส�ำหรับทุกอุตสาหกรรม ที่ไม่ได้เพียงช่วยลดต้นทุนการผลิต เท่านั้น หากแต่ยังช่วยพัฒนาและ ปรั บ ปรุ ง คุ ณ สมบั ติ บ างประการ ด้ ว ย ท� ำ ให้ ใ นปั จ จุ บั น แคลเซี ย ม คาร์บอเนตได้กลายเป็นส่วนหนึง่ ของ ชีวติ มนุษย์ทไี่ ม่สามารถแยกออกจาก กันได้ สิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา เช่น ยานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็น รถเด็กเล่น รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถบรรทุก จะกระทั่งรถไฟฟ้า ล้วน แล้วแต่มีแคลเซียมคาร์บอเนต เป็น องค์ประกอบทั้งสิ้น นอกจากนี้ การ ผลิตสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ อาทิ ไฟฟ้ า น�้ ำ ประปา น�้ ำ มั น ดิ บ ปิโตรเคมีภณ ั ฑ์ ฯลฯ รวมทัง้ ผลิตภัณฑ์ ต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิต ไม่ว่า จะเป็น เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค วิตามิน อาหารเสริม ปุ๋ย เคมีภัณฑ์ เกษตร เคมีภณ ั ฑ์กอ่ สร้าง สี กาว ยาง พลาสติ ก กระจก แก้ ว กระดาษ ยาสีฟนั บรรจุภณ ั ฑ์ แม้กระทัง่ ธนบัตร ที่เราใช้จับจ่ายซื้อขายอยู่ในปัจจุบัน

ล้วนแล้วแต่มีแคลเซียมคาร์บอเนต เป็นองค์ประกอบทั้งนั้น ถ้าไม่มีแคลเซียมคาร์บอเนต ก็คงไม่มบี ทความเรือ่ งนี้ ไม่เชือ่ ก็ตอ้ ง เชือ่ กล่าวคือ กว่าจะร่างโครงเรือ่ งก็ ต้องใช้ปากกา เขียน เรียบเรียงลง บนกระดาษ รวบรวมข้อมูลจาก หนังสือ เอกสารต่างๆ พิมพ์ใน คอมพิวเตอร์พกพา และใช้เครือ่ ง พิ ม พ์ เ พื่ อ พิ ม พ์ เ อกสารออกมา อ่านเพื่อกลั่นกรองความถูกต้อง ขณะอ่านผู้เขียนก็ต้องใส่แว่นตา เพราะสายตาสั้ น ในช่ ว งค�่ ำ คื น ดึกดื่นที่อ่อนล้า ก็เปิดตู้เย็นหยิบ นมชนิ ด แคลเซี ย มสู ง มาดื่ ม ให้ สดชื่น บางวันหิวยามดึก ก็ต้มไข่ ใส่บะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูป เพิ่มความ อิ่ม อร่อ ยให้ชีวิต บางคืนอิ่มจน เกินพอดีหรือปวดศรีษะ ก็ตอ้ งกิน ยาน�้ ำ หรื อ ยาเม็ ด เพื่ อ บรรเทา อาการปวด ผลิต ภั ณฑ์ ที่ พิ ม พ์ ตั ว หนาและเอียง ทีป่ รากฏใน เหตุการณ์ 4-5 บรรทัดที่กล่าวมาข้างต้น ล้วน มี แ คลเซี ย มคาร์ บ อเนตเป็ น ส่ ว น ประกอบทัง้ สิน้ ดังนัน้ จึงไม่เกินความ เป็นจริงหากจะกล่าวว่า บทความนี้ จะเกิ ด ขึ้ น ไม่ ไ ด้ เ ลย ถ้ า โลกนี้ ไ ม่ มี แคลเซียมคาร์บอเนต ในมุมมองของผู้เขียน มีความ ปรารถนา ที่ อ ยากส่ ง เสริ ม ให้ ทุ ก

กระบวนการผลิ ต ในอุ ต สาหกรรม ต่างๆ ได้ใช้แคลเซียมคาร์บอเนตเป็น ส่วนประกอบ การผลิตใดทีไ่ ม่ได้ใช้ ก็ อยากให้เร่งพัฒนาให้สามารถผสม สารดังกล่าวลงไปได้ อุตสาหกรรมใด ทีใ่ ช้อยูแ่ ล้ว ก็เร่งพัฒนาปรับปรุงสูตร ให้สามารถผสมในสัดส่วนที่มากขึ้น โดยไม่กระทบกับคุณภาพของสินค้า ทัง้ นีเ้ พราะแคลเซียมคาร์บอเนต เป็น วั ต ถุ ดิ บ ธรรมชาติ การใช้ ง านใน ปริมาณทีเ่ พิ่มขึ้นและกว้างขวางมาก ยิ่งขึ้นจะยิ่งส่งผลดี ยกตัวอย่างเช่น ในพลาสติก PE, PP และ PVC ฯลฯ ซึ่งเป็นปิโตรเคมีภัณฑ์ ที่มีต้นทุนการ ผลิตหลักมาจากปิโตรเลียม อันเป็น ทรั พ ยากรที่ มี อ ยู ่ อ ย่ า งจ� ำ กั ด หาก สามารถเพิ่ ม สั ด ส่ ว นแคลเซี ย ม คาร์บอเนตในสูตรการผสมพลาสติก ให้สูงขึ้นได้ นั่นหมายความว่าเราจะ สามารถลดสัดส่วนการใช้ปโิ ตรเลียม ให้น้อยลงได้ด้วยเช่นกัน อันจะเป็น หลักประกันว่า เราจะมีพลังงานใช้ได้ ยาวนานขึ้ น ช่ ว ยเสริ ม สร้ า งความ มัน่ คงทางพลังงานให้กบั ประเทศชาติ และโลกของเราอย่างมีเสถียรภาพใน ที่สุด จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้น อั น เป็ น เพี ย งส่ ว นหนึ่ ง ของคุ ณ ค่ า แคลเซียมคาร์บอเนต หรือ ที่เรียกกัน โดยทั่วไปว่า แป้งหนัก แป้งเบา ที่ กล่าวมาทั้งหมดนี้ ย่อมเป็นภาพที่ ชัดเจนเข้าใจถึงคุณค่า ของแคลเซียม คาร์บอเนต และจากวันแรกของชีวิต การท�ำงาน จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ทุก ประสบการณ์ทผี่ มได้สมั ผัส ทุกข้อมูล ที่ผมได้เข้าถึงและเข้าใจ ทุกคุณค่าที่ ปรากฏอย่างกระจ่างชัดในความรูส้ กึ คงไม่ ม ากไปใช่ ไ หม...หากผมจะ ประกาศให้โลกได้รับรู้ว่า “แป้งเบา แป้งหนัก...ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักแป้ง”


30 เวทีคนเก่ง

เวทีคนเก่ง :

ประธานเครือข่ายเยาวชน ชุมชนหนองขามอาคเนย์ นางสาว อภิญญา คงชารี (แตงโม) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาการจัดการพัฒนาสังคม คณะมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ต�ำแหน่ง : ประธานเครือข่าย เยาวชนชุมชนหนองขามอาคเนย์ วันนี้คอลัมน์เวทีคนเก่งขอแนะน�ำให้รู้จักกับเครือ ข่ายเยาวชนชุมชนหนองขามอาคเนย์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดย พระครูสตุ ปุณวัจน์ เจ้าอาวาสวัดโพธิก์ อ่ ง ทีม่ วี ตั ถุประสงค์ ของการก่อตั้งเพื่อรวบรวมเยาวชนอายุไม่เกิน 25 ปี ให้ได้ เข้ามาท�ำกิจกรรมทางศาสนา เพือ่ เรียนรูแ้ ละเข้าใจถึงแก่น แท้ของศาสนาจริงๆ ปจั จุบนั ในชมรมมีเยาวชนเข้าร่วมกว่า 50 คน โดยกิจกรรมที่ท�ำกันเป็นประจ�ำคือ งานตักบาตรปี ใหม่ ที่ท�ำต่อเนื่องมา 3 ปี แล้ว นอกจากนี้ก็จัดงานตามวัน ส�ำคัญทางศาสนา ยํ เว เสวติ ตาทิโส คบคนเช่นใด ย่อมเป็นคนเช่นนั้น อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย ชนะตนนั่นแหละ เป็นดี ข้ อ ความคติ ส อนใจที่ เ ขี ย นอยู ่ ด ้ า นบนนั้ น เป็ น ตัวอย่างที่ น.ส.อภิญญา คงชารี ประธานเครือข่ายฯ เล่า ว่าได้เรียนรู้และใช้เป็นหลักยึดเหนี่ยวในช่วงเวลาที่ชีวิต ต้องมีวิกฤติปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน ครอบครัว ความรัก กิจกรรมทีม่ หาวิทยาลัย อภิญญาบอกว่าศาสนา

นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่ในปัจจุบันเราได้เห็น เด็กเยาวชนหันมาให้ความสนใจกับศาสนามากขึ้น อาจเพราะพุทธศาสนาช่วยแก้ปัญหาได้ หลายต่อหลายเรื่อง แม้แต่เรื่องราวของวัยรุ่น

ช่วยให้ทางออกกับเราได้เสมอ การมาท�ำงานกิจกรรมใน ฐานะเครือข่ายเยาวชนชุมชนหนองขามอาคเนย์จงึ เป็นอีก กิ จ กรรมหนึ่ ง ที่ อ ภิ ญ ญา ประทั บ ใจและอยากแบ่ ง ปั น ประสบการณ์เหล่านีใ้ ห้เพือ่ นๆได้ฟงั เผือ่ จะมีใครสนใจและ แสดงทัศนะต่อเรื่องการท�ำงานกิจกรรมของชมรมว่า “หนู มองว่าศาสนาไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวเลย ทุกเรื่องที่เราเรียนรู้ ในทุ ก ช่ ว งของการด� ำ เนิ น ชี วิ ต ศาสนามี ห ลั ก คิ ด และ แนวทางส�ำหรับเราเสมอ ถ้าเยาวชนสามารถเข้าถึงหลัก ค�ำสอน ได้เข้าใกล้ศาสนา สิ่งที่ตามมาคือ ปัญหาสังคม ปัญหาเยาวชนก็จะลดน้อยลง และผลพลอยได้คือความ สัมพันธ์ระหว่างเยาวชนกับคนในหมูบ่ า้ น พ่อแม่ผปู้ กครอง ผู้ใหญ่ก็จะเข้าใจเด็กๆเยาวชนมากขึ้น ในขณะเดียวกัน เด็กเยาวชนก็จะเข้าใจผูใ้ หญ่ เมือ่ ต่างเข้าใจกันก็จะไม่เกิด ปัญหาต่างฝ่ายต่างท�ำหน้าที่ของตัวเองให้ดี”


มองชีวิตคิดดี 31

อายลิง

โดย ดร.ศิริวรรณ เกษมศานต์กิดาการ

สวัสดีค่ะหลานๆ

ฉบับนี้มาพร้อมสายฝนอันชื่นใจ ป้ามีงานวิจัยเกี่ยวกับลิงมาเล่าให้ฟังค่ะ เมื่อปีคศ. 2008 อีตาฟรานส์ เดอ วาล นักไพรเมตวิท ยาที่แอตแลนตา สหรัฐอเมริกา เค้าน�ำลิงคาปูชินสองตัวมาไว้ในกรงแย กกัน แต่วางไว้ใกล้กัน จากนั้นให้มันเลือกว่า ระหว่างหยิบแอ๊ปเปิล 2 ชิ้นให้ ตัวเอง กับหยิบให้ตัวเองชิ้นนึงแล้วให้เพื่อนชิ้นนึง มันจะเลือ กอย่างไหน? หลานเลือกอย่างไหนคะ? ลูกศิษย์ป้าเล่าให้ฟังว่า เขาซื้อลูกชิ้นปิ้ง 2 ไม้ให้ขอทา นบนสะพานลอยข้ามถนน แล้วเขาซาบซึ้งใจมาก เพราะขอทานแบ่งลูกชิ้นปิ้ง ไม้นึงให้หมาขี้เรื้อนที่นอนหิวโซอยู่แถวนั้นด้วย เอ๊ะ! หรือลูกชิ้นปิ้งเจ้านี้ไม่อร่อย!?! ล้อเล่นจ้า เอ้า… เรามาดูลิงกันต่อ ค่ะ ลิงคาปูชินจะเลือกแบ่งแอ๊ปเปิลให้เพื่อนทุกครั้ง ฟรานส์ เดอ วาลและเพื่อนร่วมทีมสรุปว่า ที่ลิงเลือกเช่ นนั้น เพราะมันสัมผัสถึงความสุขใจจากการเป็นผู้ให้ ไม่ต ่างจาก มนุษย์เมื่อได้ท�ำกุศลนั่นเอง อีตานี่รู้ดี คงเคยเกิดเป็น ลิงนิ? หลานล่ะคะ แบ่งให้เพื่อนบ้างหรือเปล่า? หรือว่า… ครั้งต่อไป ก่อนกินทุกครั้ง นึกถึงลิงนะคะ แล้วหลานจะหุ่นดี เชื่อป้า ป้า​เอง


“ไม่ใช่แค่ให้ โตได้ แต่อยากให้ โตดี”


เบิกฟ้า ฉบับที่ # 15