Page 36

, )(>ก3 นเรายามหนาวก็ “อยู่บา้ นเรายา มหนาวก็หนาวแค่เพียงกาย ข้างกองไฟยังมีไออุน่ กลับจากนา ยังหอมละมุนกรุน่ ดอกราตรีลอยลมข้างทาง อยูเ่ มืองหลวงยามเหงาทนหนาวโดยเดียวดาย ตากแสงไฟนีออนก็ไม่สร่างง…” …” ในเวลาที่หัวใจของคนบ้านนอกจนๆอย่างฉันรู้สึกเปลี่ยวเหงา ว้าเหว่ ทั้งร่างกายก็ เหนื่อยหล้าจากการทํางานหนักมาตลอดทั้งวัน สิ่งที่พอจะเป็นความบันเทิงให้หัวใจดวงน้อย ได้พอกระชุ่มกระชวยและคลายเหงาได้บ้าง คงจะหนีไม่พ้นเสียงเพลงลูกทุ่งที่ดังมาจากวิทยุ ราคาถูกที่มีดีเจเสียงนุ่มคอยเปิดเพลงทั้งสุข สนุกสนาน เหงาเศร้า สลับสับเปลี่ยนกันไป โดยเฉพาะเนื้อหาของเพลงที่เกี่ยวกับหนุ่มสาวบ้านนอกที่เข้ามาต่อสู้ชีวิตในเมืองหลวงนั้น ช่าง เป็นสิ่งที่คอยสะกิดใจให้ฉันได้หวนรําลึกถึงบ้านเกิดเมืองนอนอยู่เสมอ

“โอ้บา้ นนาฝนฟ้าไม่อํานวย โชคไม่ชว่ ยบ้านนาถึงคราระทม แหงนมองเบิง่ ฟ้าเมฆ ฝนลาไหลตามคลืน่ ลม หมูเ่ ฮาถึงคราวซานซมเข้าเมืองหนีความแห้งแล้ง” ไกลออกไปจากที่ที่มีความเจริญอย่างกรุงเทพมหานคร อีกฟากหนึ่งของผืนแผ่นดิน เดียวกันอย่างภาคอีสาน ผู้คนส่วนใหญ่ยังยากจน โดยเฉพาะผู้ที่มีอาชีพหลักที่ถูกเรียกขาน กันว่า “กระดูกสันหลังของชาติ” ล้วนยากจนแทบทั้งสิ้น จากทั้งโชคชะตาฟ้ากําหนดให้ผืน แผ่นดินแห่งนี้ช่างแห้งแล้ง เพราะถ้าหากปีไหนฟ้าฝนดีก็พอจะได้มีเงินจากการขายข้าว แต่ ถ้าโชคร้ายฟ้าฝนไม่เป็นใจ นั่นหมายถึงทุกข์หนักที่คอยซ้ําเติมความยากจนเข้าไปอีก คงไม่ใช่ เรื่องแปลกหากผู้คนจะเชื่อและยึดมั่นในเรื่องของโชคลางและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งในยุคที่เงิน ทองเป็นปัจจัยสําคัญที่สุดในการดํารงชีวิตด้วยแล้ว ความหวังที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นคงหนีไม่พ้น ทางออกโดยการต้องหนีจากสภาพที่แห้งแล้งและยังขาดการพัฒนาไปสู่ที่ที่มีความเจริญ มากกว่านั่นเอง

34

เม็ดเลือดแดง ฉบับที่ 13 "หวังว่าจะ"  

วารสารเม็ดเลือดแดง ฉบับที่ 13 "หวังว่าจะ" กุมภาพันธ์-มีนาคม พ.ศ.2552 จัดทำโดย กลุ่มข้อมูลข่าวสารและวารสารคณะรัฐศาสตร์

เม็ดเลือดแดง ฉบับที่ 13 "หวังว่าจะ"  

วารสารเม็ดเลือดแดง ฉบับที่ 13 "หวังว่าจะ" กุมภาพันธ์-มีนาคม พ.ศ.2552 จัดทำโดย กลุ่มข้อมูลข่าวสารและวารสารคณะรัฐศาสตร์

Advertisement