Page 1

 

คู่มือการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ในรูป E-Book

โดย...งานทะเบียนประวัติ กองการเจ้าหน้าที่


คํานํา คู่มือการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจําปีเล่มนี้ จัดทําขึ้นเพื่อให้ ความรู้ความเข้าใจ และใช้เป็นคู่มือปฏิบัติในการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจําปีให้แก่บุคลากรและเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งได้รวบรวมระเบียบ และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในแต่ละปี ผู้ จั ด ทํ า หวั ง เป็ น อย่ า งยิ่ ง ว่ า คู่ มื อ การเสนอขอพระราชทานเครื่ อ งราชอิ ส ริ ย าภรณ์ ประจําปีเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่บุคลากร เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่สนใจทั่วไป

นายภิรมย์ นิลรัตน์ นางสาวจตุพร อมรกุล งานทะเบียนประวัติ กองการเจ้าหน้าที่


สารบัญ เรื่อง

หน้า

1. ขั้นตอนการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจําปี

1

2. การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ข้าราชการ

3

3. การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ลูกจ้างประจํา

9

4. การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ผู้ดํารงตําแหน่งใน สถาบันอุดมศึกษาของรัฐทีม่ ีลักษณะพิเศษ

13

5. การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ราชบัณฑิตและ กรรมการที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง

16

6. การเสนอขอเหรียญจักรพรรดิมาลา

19

7. การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่ง ดิเรกคุณาภรณ์

21

8. การส่งคืนเครือ่ งราชอิสริยาภรณ์

27

9. วิธีการเก็บรักษา

32

10. ภาคผนวก

34


1

 

ขัข้นตอนการรเสนอขอพรระราชทานเครือ่ งราชอิสสริยาภรณ์ประจํ ป าปี

1. เครืรื่องราชอิสริยาภรณ์ ย อนั เป็ป็นที่สรรเสริญยิ ญ ่งดิเรกคุณาภรณ์ ณ ส่งถึ ง สํานักงานน คณ ณะกรรมการการอุดมศึกษษา ไม่เกินวัันที่ 15 กุมภาพั ภ นธ์ ของงปีที่เสนอขอ พรระราชทาน  

2. เครืรื่องราชอิสริยาภรณ์ ย และเเหรียญจักรพพรรดิมาลา ส่สงถึง สํานักงงานคณะกรรรมการ การอุดมศึกษา ไม่เกิน 15 มีนาคม ขอองปีที่เสนอขออพระราชทานน 3. ตรรวจสอบคุณสมบั ส ติของบุคคลากรว่ามีคณสมบั ุ ตคิ รบบถ้วน สมควรรเสนอขอ พรระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ในปี น น้นั ๆ หรือไม่ ไ ได้รบั เครืรื่ องราชอิสริยาภรณ์ ย ครัรั้งสุดท้ายชั้นตราใด ต เว้นระะยะการขอมาแล้วเกิน 1 ปี หรือไม่ แลละไม่ถูกลงโททษทาง วินันยั ในปีน้นั ด้วย 4. ตรรวจสอบคุณสมบั ส ติเรียบร้ออยแล้วรวบรรวมรายชื่อว่าแต่ า ละบุคคลลสมควรจะเสสนอขอ พรระราชทานชันตราใด ้น 5. นํารายชื า ่อที่รวบบรวมได้บันทึกข้อมูลลงในนระบบ MIS/DDSS ของแต่ลละบุคคล แลละ จัดทํ ด าตามแบบฟอร์มที่สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกาํ หนดให้ถถูู กต้องทั้งชันตรา น้ ชื่อตั อ ว-ชื่อสกุล ตําแหน่งและเงินเดือน 6. ดําเนินการตรวจสอบความถถูกต้องอย่างละเอี ง ยดแล้วเสนอท่ ว านอธิธิการบดี ลงนนาม แลละจัดทําเอกสสารให้ครบถ้ววนตามระเบียบและนํ ย าส่งสํานักงานคณ ณะกรรมการรการ อุดมศึ ด กษาตามกําหนดระยะะเวลาต่อไป

อนึ่ง หากมีข้าราชกาารได้รับการแแต่งตั้ง เลื่อนตํ น าแหน่ง และระดั แ บสูงขึ้นภายหลัง มีคุณสมบัตครบถ้ ิค วนตามมระเบียบ (เฉพาะชั้นสา สายสะพายเทท่านั้น) สามมารถเสนอขออพระราชทานเพิ่มเติม ได้ ภายในวันั ที่ 10 กันยายน ของปีปีที่เสนอขอพพระราชทาน    


2

 

7. สํานักงานเลขาธิกิ ารคณะรัฐั มนตรี (สลคค) ประการรายชื่อในราชกิกิจจานุเบกษษา ฉบับ ทะะเบียนฐานันดร ด ดังนี้ 7.11 เครื่องราชอิอิสริยาภรณ์ชัช้นสายสะพาย ประกาศศรายชื่อผู้มีสทธิ ิท ได้รบั พระรราชทานเครืองราชฯ ่อ ประม มาณวันที่ 5 ธันวาคม ของปี ข ที่ เสนอขอพ พระราชทานฯ 7.22 เครื่องราชอิอิสริยาภณ์ชั้นต่าํ กว่าสายยสะพาย ปรระกาศรายชือผู ่อ ้มี สิทธิได้รบั พพระราชทานเครือ่ งราชอิสริ ส ยาภรณ์ปรระมาณเดือน มิถุนายน – กรกฎาคม ของปีถัดจากปี จ ที่เสนออขอพระราาชทาน 8. การรับชั้นสายสสะพาย ทรงพพระกรุณาโปปรดเกล้าฯให้เข้าเฝ้ารับพรระราชทานจาาก ผู้แทนพระองค์ แ ณ ศาลาดุสสิิตดาลัย สวนนจิตรลดา ปรระมาณต้นเดืดือนเมษายนถึถึง ปลลายเดือนพฤษษภาคม ของปีีต่อจากปีทมีี่ รายชื่อประะกาศในราชกิกิจจานุเบกษาา 9. กาารรับ ชั้นต่ํากว่ ก าสายสะพาาย สํานักเลขขาธิการคณะะรัฐมนตรี จะะจัดสรรให้ผูผ้ทู ี่ได้รับ พรระราชทานหลลังจากมีรายชืชื่อในราชกิจจานุเบกษาแแล้วประมาณ ณ 2 ปี เป็นอัตราส่ ต วน ** สําหรับเหรี บ ยญจักรรพรรดิมาลาา ได้รับตามที่มีรายชื่อปรระกาศในราาชกิจจา นุเบกษา บ และไมม่ต้องส่งคืน 10. การรับใบประกกาศเครื่องราชชอิสริยาภรณ ณ์ 10..1 ชั้นสายสะพพาย ได้รับหลังจากเข้าเฝ้ฝ้ารับพระราชชทานฯ 10..2 ชั้นต่ํากว่าาสายสะพาย ให้เมื่อเขียนใใบประกาศฯ เรียบร้อย หลลังจาก มีรายชือ่ ปประกาศในราาชกิจจานุเบกกษาประมาณ ณ 3-4 ปี 11. งานนทะเบียนปรระวัติ กองกาารเจ้าหน้าที่ ดําเนินการแแจ้งให้ข้าราชกการในสังกัดส่งคืน เครืรื่องราชฯ หลัลังจากได้รบั ตตระกูลเดียวกกันสูงขึ้น โดยยจัดทําบัญชีรรายละเอียดขของผู้ที่ ส่งคืนและชั้นตรราเครื่องราชชอิสริยาภรณ์ ณ์ และคืนไปยัยังสํานักงานเเลขาธิการ คณ ณะรัฐมนตรี              


การเสนอขอพระราชทาน เครือ่ งราชอิสริยาภรณ์ ให้แก่ข้าราชการ


4

 

หลักเกณฑ์และเงื แ ่อนไขกการขอพระราชชทานเครื่องรราชอิสริยาภรรณ์... อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื ก ่องราาชอิสริยาภรณ ณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฏไท ไทยฯ

1. เงือนไข อ่ ระยะเวลาดํารงตํตําแหน่ง 1.1 ระดับปฏิบับตั ิงาน เงื่อนนไข “ดํารงตํตําแหน่งมาแแล้วไม่น้อยกกว่า 10 ปีบริบูรณ์” อนุโลมให้นันบั ระยะเวลาาการดํารงตําาแหน่งตั้งแตต่วันบรรจุเข้ารั า บราชการกก่อนการปรับเปลี บ ่ยน ตําแหน่งตาามพระราชบััญญัติ ระเบียยบข้าราชกาารพลเรือน พ.ศ.2551 พ เนื่อองจากเป็นตําแหน่ง ที่เริ่มบรรจุจุเข้ารับราชกการและปรับ เปลี่ยนมา จากระดับ 1-4 ซึ่งงเกณฑ์ช้ันตราที ต ่ขอ พระราชทาานสามารถเทีทียบเคียงกันไได้ 1.2 ระดับชํานาาญงานและรระดับอาวุโส “ดํารงตําแหน่งมาแล้ล้วไม่น้อยกว่ว่า 5 ปี บริบูรณ์” ให้นําระยะเววลาตั้งแต่ดํารรงตําแหน่งเดิดิม (ตั้งแต่ดารงตํ ํา าแหน่งรระดับ 5 หรือ ระดับ 7 แล้วแต่กรณี) ก่อนกาารปรับเปลีย่ นนตําแหน่งตาามพระราชบัญญั ญ ติระเบียบบข้าราชการพพล ร นระยะะเวลาการ ดํารงตําแหน่งได้ ไ เรือน พ.ศ.22551 มานับรวมเป็ 2. เงือนไข อ่ ได้รับเงินเดือนขั้นนต่ํา หรือเงินเดื น อนขั้นสูง 2.1 ต้องเป็นเงินเดือนขั้นนต่ําหรือเงินเดื น อนขั้นสูง ตามบัญชีเงิ นเดือนขั้นต่ตํําขั้นสูง ของข้าราชการพลเรือน สามัญท้าายพระราชบััญญัติระเบียบข้ ย าราชการรพลเรือนพ.ศ.2551 ไม่ใช่เงินเดือนขั อ ้นต่ําหรือขั อ ้นสูงชั่วคราาวตาม บัญชีดังกล่าว 2.2 ต้องเป็นเงิ น นเดือนทีที่ได้รับภายใในวันที่ 6 กันยายนน ของปีที่เสนอขอ ส พระราชทาาน (เนื่องจากกตาม ระเบียยบฯ พ.ศ 2536 ข้อ 15 กําหนดให้สส่วนราชการส่งเรื่อง เสนอขอพรระราชทานเคครื่องราชอิสริ ยาภรณ์ให้ สํานักเลขาธิการคณะรัรัฐมนตรีก่อนวั น นพระ ราชพิธีเฉลิลิมพระชนมพพรรษาไม่น้อยยกว่า 90 วัน คือ ภายยในวันที่ 6 กันยายน ขอองทุกปี บุคคลที่จะไได้รับการพิจารณาเสนอ จ ขอพระราชททาน จึงต้องมีมีคุณสมบัติคครบถ้วนภายยในวันที่ 6 กันยายนนของปีที่เสนออขอพระราชททาน) 2.3 กรณีเกษียณอายุราชชการ ในปีทีเสนอขอพระ ่ ะราชทาน หาากได้รับเงินเดือนขั้น ต่ําหรือเงินเดื น อนขั้น สูงของตําแหนน่งต่าง ๆ หลังวันที่ 6 กันยายนน ของปีที่เสนอขอ ส พระราชทาาน อนุโลมมให้ส่งเรื่องเ สนอขอ พระราชทาน พ เครื่องราชอิสสริยาภรณ์ให้หสํานัก เลขาธิการคคณะรัฐมนตรีภี ายในวันที่ 6 ตุลาคม ของปี ข ที่เสนอขอ พระราชททาน


5

 

3. ตําแหน่งชํานาญการ า “ไได้รับเงินเดือนไม่ต่ํากวว่าขั้นต่ําของระดับชํานาญการพิ น เศศษมาแล้วไม่ ไ น้อย กว่า 5 ปี ขอ ข ท.ช.” การนับระยะเววลา 5 ปี ให้ห้นับตั้งแต่วันที่ได้รับเงินเดืดือนขั้นต่ําขอองระดับ ชํานาญการร พิเศษ (22,140 บาท) จจนครบ 5 ปีบริบูรณ์ ภายยในวันที่ 6 กกันยายน ขอองปีที่จะ เสนอขอพรระราชทาน เชช่น การเสนอขอพรระราชทานเคครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจําปี 2557 บบุคคลที่จะได้ด้รับการ พิจารณาเสสนอขอ พระรราชทานชั้น ทท.ช. ต้องได้รัรบั เงินเดือนไม่ต่ํากว่าขั้นตํต่ําของระดับชํชานาญ การพิเศษ (มากกว่ ( าหรือเท่ อ ากับ 22,,140 บาท) ตั้งแต่ 1 เมษายน 2552 4. ตําแหน่งชํานาญการพิ า เศษ “ได้รับเงิ บ นเดือนขัั้นสูงและได้ ท.ช. มาแล้ล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี บริบบูู รณ์ ขอ ป.มม.” 44.1 ได้รับเงินเดื น อนขั้นสูงขของระดับชํานาญการพิเศษ ศ (53,080 บาท) ภายในนวันที่ 6 กันยายนน ของปีที่จะเสสนอขอพระรราชทาน 44.2 ระยะเวลลาได้รับพระรราชทาน ท.ช. มาแล้วไม่นอยกว่ น้ า 5 ปีบบริบูรณ์ ให้นันบั จาก วันที่ 5 ธันวาคม ว ของปีทีท่ไี ด้รับพระรราชทาน ท.ช. และอนุโลมให้นับถึงวันที ่ 5 ธันวาคมม ของปี ที่จะขอพระะราชทาน

5. ข้าราชการทีที่ได้รับการตต่ออายุราชกการ หลังจากมีอายุครบบหกสิบปีบริบรู ณ์ 5.1 เนื่องจาากเป็นการรัรับราชการโดดยต่อเนื่องจึจึงไม่อยู่ในเกกณฑ์ขอ พระราชทาานกรณีเกษี ษียณอายุราชชการ แต่สามารถนั า บระยยะเวลารับราาชการต่อเนืองกั ่อ น เพื่อขอพระะราชทานเลือนชั อ่ ้นตราสูงขึ้นตามหลักเกณฑ์ เ และเงืงื่อนไขที่กําหนนดไว้ในบัญชีท้าย ระเบียบฯ ได้ ไ 55.2 กรณีสิ้นสุสดระยะเวลาาการต่ออายุราชการหรือลาออกในปี อ ททีี ่อยู่ระหว่างต่ออายุ ราชการให้พิพจารณาเสนนอขอพระราชชทานได้เช่นเดี เ ยวกับการเเกษียณอายุรราชการ


6

 

บัญชี 41 การขอพรระราชทานเคครื่องราชอิสริยยาภรณ์ให้แก่ข้าราชการตาามระบบจําแนนกประเภทตําแหน่ า ง ลําดับ

ระดับตําแหน่ แ ง

ประเภภททั่วไป 1 ระดับปฏิบัติตงิ าน

เครืรื่องราชอิสริยยาภรณ์ ที่ขอพระราชททาน เริ่มต้นขอ เลือ่ อนได้ถึง บ.ม. บ

จ.ช.

เงื่อนไไขและ ระะยะเวลาการขขอพระราชทาาน

1. เริ เ ่มขอพระราชชทาน บ.ม. 2. ได้ ไ รับเงินเดือนต่ น ํากว่าขั้นต่ําขของ ระดับชํานาญงงานและดํารง ตําแหน่งมาแล้ล้วไม่น้อยกว่า 10 ปีบริบูรณ์ ขอ บ.ช. 3. ได้ ไ รับเงินเดือนไม่ น ต่ํากว่าขั้นต่ํ า ของ ระดับชํานาญงาน น ขอ จจ.ม.

2

3

4

ระดับชํานาญงาน

ระดับอาวุโส

ระดับทักษะะพิเศษ

ต.ม. ต

ท.ม. ท

-

ต.ช.

4. ได้ ไ รับเงินเดือนไม่ นไ ต่ํากว่าขั้นต่ตํํ า ของระดับชํานาญงาน น และ ดํารงตําแหน่งมาแล้วไม่น้อย กว่า 10 ปี บริบูบรณ์ ขอ จ.ช. 1. เริ เ ่มขอพระราชชทาน ต.ม.

ทท.ช.

2. ดํารงตําแหน่งมาแล้วไม่น้อย กว่ ก า 5 ปีบริบูรณ์ ขอ ต.ช. 1. เริ เ ่มขอพระราชชทาน ท.ม.

มม.ว.ม.

2. ดํารงตําแหน่งมาแล้วไม่น้อย กว่า 5 ปีบริบรณ์ ูร ขอ ท.ช. 1. ได้ ไ ท.ช. มาแล้วไม่ ว น้อยกว่า 3 ปี บริบูรณ์ ขอ ป.ม. 2. ได้ ไ ป.ม. มาแล้ล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี บริบูรณ์ ขอ ป.ช. ป 3. ได้ ไ ป.ช. มาแล้ล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี บริบูรณ์ ขอ ม.ว.ม. ม 4. ในปี ใ ที่เกษียณออายุราชการขออ พระราชทานสูสูงขึ้นได้อีก 1 ชั้ น ตราแต่ไม่ เกิน ป.ช.

หมายเหตุ

1. ต้องมี ง ระยะเวลา รับราชการ ร ติดต่ตอกันมาแล้ว ไม่ไม่มน้อยกว่า 5 ปี บริบูบรู ณ์ นับตั้งแต่ วันเริริ่มเข้า รับ ราชชการจนถึงวัน ก่อนวั น นพระราช พิธเฉลิ ีเ มพระชนม พรรรษา ของปีที่จะ ขอพพระราชทานไม่ม่ น้อยกว่ ย า 60 วัน 2. ลําดัดบ 4, 8-10 และะ 12-15 การ ขอกกรณีปีท่ี เกษียณ อายุ ราชชการตามข้อ 4 หรือข้ อ อ 5 แล้ว แตต่ กรณี ณี ให้ขอปี ติดกักนได้


7

 

ลําดับ

ระดับตําแหหน่ง

ประเภททวิชาการ 5 ระดับปฏิบัตการ กิ 6 ระดับชํานาญ ญการ

เครืองราชอิ ่ สริยาภภรณ์ ทีข่ อพระราชทาาน เริ่มต้นขอ เลื่อนนได้ถึง

ต.ม. ต.ช.

ทท.ช.

7

ระดับชํานาญ ญการ พิเศษ

ท..ช.

ป .ม.

8

ระดับเชี่ยวชาาญ

-

ม.วว.ม.

9

ระดับทรงคุณวุ ณ ฒิ ที่ ได้รับเงิน ประจําตําแหหน่ง 13,000 บาทท

-

ม.ปป.ช.

10

ระดับทรงคุณวุ ณ ฒิ ที่ ได้รับเงิน ประจําตําแหหน่ง 15,600 บาทท

-

ม.ป.ช

เงื่อนไขและ ระยะเวลาการขอพระรราชทาน

1. เริริม่ ขอพระราชททาน ต.ช. 2. ไดด้รับเงินเดือนไมม่ต่ํากว่าขั้นต่ําาของระดับ ชํานาญการพิเศษ ศ ขอ ท.ม. 3. ไดด้รับเงินเดือนไม่ต่ํากว่าขั้นต่ําาของระดับ ชํานาญการพิเศษมมาแล้วไม่น้อยกกว่า 5 ปี ขอท..ช. 1. เริริม่ ขอพระราชททาน ท.ช. 2. ไดด้รับเงินเดือนขัั้นสูงและได้ ท..ช. มาแล้วไม่ น้อยกว่ อ า 5 ปีบริบูรณ์ ขอ ป.ม . 1. ได้ด้ท.ช. มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี บริบูรณ์ขอป..ม. 2. ไดด้ป.ม.มาแล้วไมม่น้อยกว่า 3 ปี บริบูรณ์ขอป.ช. 3. ไดด้ ป.ช. มาแล้วไม่ ไ น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ ขอ ม.ว.ม. ม 4. ในนปีที่เกษียณอาายุราชการขอพพระราชทานสูง ขึ้นไดด้อีก1 ชั้นตราแแต่ไม่เกิน ป.ช.เเว้น กรณีลาอออก 1. เลืลื่อนชั้นตราตามมลําดับได้ทุกปี จนถึง ป.ม. 2. ไดด้ป.ม.มาแล้วไมม่น้อยกว่า 3 ปี บริบูรณ์ขอป.ช. 3. ไดด้ ป.ช. มาแล้วไม่ ไ น้อยกว่า 3 ปีบริบูรณ์ ขอ ม.ว.ม. ม 4. ได้ด้ ม.ว.ม. มาแล้ล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ ขอ ข ม.ป.ช. ม 5. ในนปีที่เกษียณอาายุราชการขอพพระราชทานสูง ขึ้นได้อีก 1 ชั้นตราแต่ ต ไม่เกิน มม.ว.ม. เว้น กรณี ลาออก ล 1. ได้ด้ป.ม. มาแล้วไม่ ไ น้อยกว่า 3 ปี บริบูรณ์ขอป.ช. 2. ไดด้ ป.ช. มาแล้วไม่ ไ น้อยกว่า 3 ปีบริบูรณ์ ขอ ม.ว.ม. ม 3. ไดด้ ม.ว.ม. มาแล้ล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี บริบูรณ์ ขอ ข ม.ป.ช. 4. ในนปีที่เกษียณอาายุราชการขอพพระราชทานสูง ขึ้นได้อีก 1 ชั้นตราเว้ ต นกรณีลาาออก

หมายเหตุ


8

 

ลําดับ ระดับตําแหนน่ง

ประเภททอํานวยการ 11 ระดับต้น

เครื่องราาชอิสริยาภรณ์ ณ์ ที่ขอพ พระราชทาน เริ่มต้นขออ เลื่อนได้ถึง

เงืงือ่ นไขและ ระยะเวลาก การขอพระราชชทาน

ท.ช.

ป.ม.

1. เริ่มขอพพระราชทาน ท.ช. ท 2. ได้รับเงิงินเดือนขั้นสูง และได้ ท.ช.มาาแล้ว ไม่น้อยกกว่า 3 ปีบริบรณ์ ูร ขอ ป.ม.

ระดับสูง

-

ม.ว.ม.

1. ได้ ท.ช..มาแล้วไม่น้อยกว่ ย า 3 ปี บริบบูู รณ์ ขอป.ม. 2. ได้ ป.ม.มาแล้วไม่น้อยกว่ ย า 3 ปี บริบบูรณ์ ขอป.ช. ย า 5ปีบริบูรรณ์ ขอ ม.ว.ม. 3. ได้ ป.ช.มาแล้วไม่น้อยกว่ ก ยณอายุราชชการขอพระราาชทาน 4. ในปีที่เกษี สูงขึ้นได้ ไ อีก 1 ชั้นตรา แต่ไม่เกิน ป.ชช. เว้น กรณีลาออก

ประเภททบริหาร 13 ระดับต้น

-

ม.ว.ม.

1. ได้ ท.ช..มาแล้วไม่น้อยกว่ ย า 3 ปี บริบบูรณ์ ขอป.ม. 2. ได้ ป.ม.มาแล้วไม่น้อยกว่ ย า 3 ปี บริริบูรณ์ ขอป.ช. ย า 5 ปี บริริบูรณ์ ขอ ม.ว.ม. 3. ได้ ป.ช.มาแล้วไม่น้อยกว่ ก ยณอายุราชชการขอพระราาชทาน 4. ในปีที่เกษี สูงขึ้นได้ ไ อีก 1 ชั้นตรา แต่ไม่เกิน ป.ชช. เว้น กรณีลาออก

12

14

ระดับสูงที่ ได้รับเงิน ประจํา ตําแหน่ง 14,500 บาทท

-

ม.ป.ช.

1. เลื่อนชันตราตามลํ ้น าดัับได้ทุกปีจนถึง ป.ม. 2. ได้ ป.ม.มาแล้วไม่น้อยกว่ ย า 3 ปี บริบบูรณ์ ขอป.ช. 3. ได้ ป.ช. มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี บริริบูรณ์ ขอ ม.ว.ม. 4. ได้ ม.ว..ม. มาแล้วไม่น้นอ้ ยกว่า 5 ปี บบริบูรณ์ ขอ ม.ป.ช. 5. ในปีท่เี กษี ก ยณอายุราชชการขอพระราาชทาน สูงขึ้นได้ ไ อีก 1 ชั้นตราแต่ไม่เกิน ม.ว .ม. เว้น กรณีลาออก

15

ระดับสูงที่ ได้รับเงิน ประจํา ตําแหน่ง 21,000 บาทท

-

ม.ป.ช.

1. ได้ ป.ม..มาแล้วไม่น้อยกว่ ย า 3 ปี บริบบูรณ์ ขอป.ช. 2. ได้ ป.ช.มาแล้วไม่น้อยกว่ ย า 3 ปีบริบบูู รณ์ ขอ ม.ว.มม. 3. ได้ ม.ว.ม. มาแล้วไม่น้นอ้ ยกว่า 3 ปี บบริบูรณ์ ขอ ม..ป.ช. ก ยณอายุราชชการขอพระราาชทาน สูงขึ้นไดด้อีก 4. ในปีที่เกษี 1 ชั้นตรรา เว้นกรณีลาออก า

หมายยเหตุ


การเสนอขอพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้แก่ลูกจ้างประจํา


10

 

หลักเกณ ณฑ์การเสนออขอพระราชชทานเครื่องรราชอิสริยาภรรณ์ประจําปี ให้กับลูกจ้ ก างประจํา

หลักเกณฑ ฑ์ 1. เป็นผู้ประพฤติติดีและปฏิบบััติงานราชกการหรือปฏิบับตั ิงานที่เป็นนประโยชน์ต่ตอ ว อุตตสาหะ ซื่อสัตย์ และเอาาใจใส่ต่อหน้น้าที่อย่างดียิย่งิ สาาธารณชนด้วยความ

2. เป็นผู้ไม่เคยมีพระบรมราช พ ชานุญาตให้ห้เรียกคืนเครืรื่องราชอิสริ ยาภรณ์หรือต้อง บ าคุกโดยคํ โ าพิพากกษาถึงที่สดุ ให้ ใ จําคุก เว้นแต่เป็นโทษษสําหรับคววามผิด รับโทษจํ ที่ได้ ไ กระทําโดยยประมาทหหรือความผิด ลหุโทษ 3. ไม่เป็นผู้ถูกกลล่าวหาว่ากรระทําผิดทางวินิ ัยร้ายแรงง และถูกตัง้ งกรรมการ สออบสวนแล้ว หรือกระทําาความผิดทาางอาญาและะอยู่ระหว่างงสอบสวนของ พนนักงานสอบสสวน หรืออยูยู่ระหว่างดําเนิ า น คดีอาญ ญาในศาลแแม้คดีไม่ถึงที่สุด เว้นแต่ น ความผิดลหุโทษหรืรือความผิดที่มีโทษปรับสถานเดี บ ยว การขอพรระราชทานเคครื่องราชอิสสริยาภรณ์ 1. อนุนุโลมให้ลูกจ้างประจําตตามลักษณะงงานทั้ง 4 กลลุม่ งาน 1.1 1.2 1.3 1.4

กลุ่มงานบริ ง การพื้นนฐาน กลุ่มงานสนั ง บสนุน กลุ่มงานช่ ง าง กลุ่มงานเทคนิ ง คพิเเศษ

ที่เดิมเคยดํารงงตําแหน่งในนหมวดฝีมอื หรือที่มีชอในลั ือ่ กษณะเเหมือนข้าราาชการ ย ได้ตามเดิม เสนนอขอพระรราชทานเครือ่องราชอิสริยาภรณ์ 2. ให้หมายเหตุ ห ในเเอกสารประกกอบการเสนอขอพระราชทาน (บัญชีคณ ุ ณสมบัติ) ว่าเดิดิมเคย ดํารงตําแหน่งในนหมวดใด ทั้งนี้หลักเกณฑ์อือ่นื ๆ ให้เป็นไป ปตามเดิม ดัง นี้ รับราชกาารครบ 8 ปีบริบูรณ์ - เริ่มขอพระรราชทาน บ.ม. - ได้ บ.ม. มา แล้ว 5 ปีบริบูบรู ณ์ ขอ บ.ช. - ได้ บ.ช. มา แล้ว 5 ปีบริบูบรู ณ์ ขอ จ.ม. - ได้ จ.ม. มา แล้ว 5 ปีบริบูบรู ณ์ ขอ จ.ช.


11

 

คุณสมบั ส ติของผูผู้ขอพระราาชทานเครืรองราชอิ ่ สริยาภรณ์ ลูกจ้างประะจํา ในปี พ.ศ พ 2557

ชั้นตตราจตุรถาภรรณ์ช้างเผือก (จ.ช.) ( (1) เป็นผู้ได้รรัับพระราชทานนเครื่องราชอิสริยิ าภรณ์ ชั้น ตรา จ.ม.. เมื่อวันที่ 5 ธัันวาคม 2552 หรือ

ชั้นตรราจตุรถาภรณ ณ์มงกุฏไทย (จจ.ม.) (1) เป็นผู้ได้รบพระราชทานเ บั เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้น ตรา บ.ช. เมื่อวันที่ 5 ธันั วาคม 2552 หรือ

(2) เป็นผู้ได้รรัับพระราชทานนเครื่องราชอิสริ ส ยาภรณ์ ชั้น ตรา จ.มม. ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 25443 – วันที่ 5 ธันวาคมม 2551 แต่ไม่ได้ ไ ขอพระราชทานในปี 2552– 2556

(2) เป็นผู้ได้รบพระราชทาน ับ นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้น ตรา บ.ช. ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 25433 – วันที่ 5 ธันวาคม 2551 แต่ไม่ได้ ขอพระราชทาานในปี 2552 2552– 25556

(3) ได้รับอัตราค่าจ้างไม่นอยกว่ อ้ าขั้นต่ําขอองระดับ ชํานาญกการ

ชั้นตรราเบญจมาภรรณ์ช้างเผือก (บ.ช.) (1) เป็นผู้ได้รรัับพระราชทานนเครื่องราชอิสริ ส ยิ าภรณ์ ชั้น ตรา บ.มม. เมื่อวันที่ 5 ธัธนวาคม 25522 หรือ (2) เป็นผู้ได้รรัับพระราชทานนเครื่องราชอิสริ ส ยาภรณ์ ชั้น ตรา บ.มม. ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 25443 – วันที่ 5 ธันวาคมม 2551 แต่ไม่ได้ ไ ขอพระราชทานในปี 2552 2552 – 2556

สําหรับผู้ทขี่ อพระราชทาานเครื่องราชอิอิสริยาภรณ์ ชัั้นตรา บ.ช. เป็ป็นชั้นตราแรกก (1) มีอายุราชชการไม่น้อยกวว่า 8 ปีบริบูรณ์ ณ (ต้องเข้า รับราชกาารก่อนวันที่ 6 ตุลาคม 2549) (2) ได้รับอัตราค่าจ้างไม่น้อยยกว่าขั้นต่ําของระดับ ชํานาญการ (15,050 บ าท) า าในหม วดฝีมือขึ้นไปหหรือหมวดที่ (3) เป็นลูกจ้างประจํ มีชื่อและะลักษณะงานเหหมือนข้าราชการ (15,050 บาท)

ชั้นตราเบญจมมาภรณ์มงกุฏไทย ฏ (บ.ม.) (1) มีอายุ า ราชการไม่นน้้อยกว่า 8 ปีบริบูรณ์ (ต้องเข้้ารับ ราชชการก่อนวันที่ 6 ตุลาคม 25549) (2) ได้รัรบั อัตราค่าจ้างงไม่น้อยกว่าขันต่ น้ ําระดับ ปฏิฏบัติการ ขั้น 8,,340 บาท (3) เป็นลู น กจ้างประจําาในหมวดฝืมือขึ้นไปหรือหมววดที่ มีชอและลั ื่ กษณะง ะงานเหมือนข้าราชการ ร


12

 

บัญชชี 15 การขอพรระราชทานเครื่องราชอิสริ ส ยาภรณ์ให้ ใ แก่ลกู จ้างงประจํา ลําดับ

ตําแหน่ง

1

ลูกจ้างประจําซึ่ง ไได้รับเงิน ค่าจ้าง า ตตั้งแต่อัตรเงินเดืดือน ขั้นต่ําขอข้าราชชการ พพลเรือน ระดับ 3 แแต่ไม่ถึงขั้นต่ําของ ข ออัตราเงินเดือน ข้าราชการระดัดับ 6 ลูกจ้างประจําซึ่ง ไได้รับค่าจ้างตั้งแต่ ง ออัตราเงินเดือนขั้น ตต่ําของข้าราชกการ พพลเรือนระดับ 6 ขึ้นไป

2

เครื่อื งราชฯ ที่ เงื่อนไขและระยะเวลาการ ขอพ พระราชทาน เลลื่อนชั้นตรา เริ่มต้น เลื่อนไได้ ขออ ถึง บ.มม. จ.ม. 1. เริ่มขออพระราชทาน บ.ม. บ 2. ได้ บ.มม.มาแล้วไม่ น้อย กว่า 5 ปีบริบูรณ์ ขออ บ.ช. 3. ได้ บ.ชช. มาแล้วไม่ น้อย กว่า 5 ปีบริบูรณ์ขอ จ.ม.

บ.ชช.

จ.ช.

1. เริ่มขออพระราชทาน บ.ช. 2. ได้ บ.ชช. มาแล้วไม่ น้อยกวว่า 5 ปีบริบูรณ์ ณ ขอ จ.มม. 3.ได้ จ.มม. มาแล้วไม่ น้อยกวว่า 5 ปีบริบูรณ์ ณ ขอ จ.ชช.

หมายเหหตุ

1. ต้อองปฏิบัติงาน ติดต่อกันมา เป็ป็นระยะเวลาไมม่น้อยกว่า 8 ปี บริบูรณ์ นับแต่วัน เริ่ม จ้าาง จนถึงวันก่อน วันพระ ราาชพิ ธี เ ฉลิ ม พระ ชนนมพรรษาของงปี ที่จะขอ พพระราชทาน ไม่น้อยกว่า 600 วัน 2. ต้อองเป็น ลูกจ้างประจําของ ส่สวน ว ราชการ ตามระเบี ต ยบ กรระทรวงการคลังว่า ด้วย ลู กจ้างประจําของ ข ส่วน ราาชการและ หมายความ รววมถึง ลูกจ้างประจํ ง าของ ส่สวน ว ราชการส่วนท้องถิ่น เ มื อ ง พั ท ย า แ ล ะ กรรุงเทพมหานคคร แต่ ไม่ ห มายความถึง ลูกจ้าง ย เงิงินทุน หมุนเวียน ง าที่มี 3. ต้ องเป็น ลูกจ้างประจํ ชื ่อ และลักษณ ณะงานเป็น ลู กจ้างโดยตรงงหมวด ฝีมือ หหรือ ลูกจ้างปรระจําที่มีชื่อ แและลักษณะเหมือน ข้ าราชการ


การเสนอขอพระราชทานเครื่องราช อิสริยาภรณ์ให้แก่ผู้ดํารงตําแหน่ง ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐทีม่ ี ลักษณะพิเศษ


14

การเสสนอขอพระะราชทานเเครื่องราชอิอิสริยาภรณ ณ์ให้แก่ผู้ดดํํ ารงตําแหหน่ง ในสสถาบันอุดมมศึกษาของงรัฐที่มีลักษณะพิเศษษ

1. ตรรวจสอบคุณสมบั ส ติของผูท้ทีี่จะเสนอขอพระราชทาน นฯ ตามระเบีบียบสํานัก นาายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขขอพระราชทาานเครื่องราชชอิสริยาภรณ ณ์ อันเป็นที่เชิดชูยิ่ง ช้างเผือก และ เครื่องราชอิอิสริยาภรณ์อัอนั มีเกียรติยศยิ ศ ่งมงกุฎไททย พ.ศ. 2536 ตาม บัญชี ญ 18 (ที่ปรัับปรุงใหม่) 2. เป็นบุ น คลากรทีไม่ ไ่ ดํารงตําแหหน่งข้าราชกการและรับเงินเดื น อนจากหหมวดเงิน งบประมาณแผ่ผ่นดินที่ไม่ใช่เเงินรายได้อนของสถาบั ื ่น นอุ น ดมศึกษาใน ในตําแหน่งต่างๆ า ดังนี้ 2.1 ปรระจําแ ผนก หรือตําแหน่งเที ง ยบเท่า เริริ่มต้น บ.ม. เลื่อนได้ถึง จ.ช. จ 2.2 หัวหน้ ว าแผนก หหรือตําแหน่งเที ง ยบเท่า เริริ่มต้น จ.ม. เเลือ่ นได้ถึง ต.ม. ต 2.3 ผูช่ช้ วยศาสตราจจารย์ หรือ อาจารย์ อ เริ่มต้ตน จ.ช. เลือ่ อนได้ถึง ท.ม. 2.4 ผูช่ช้ วยอธิการบดีดี รองคณบดีดี รองผู้อํานววยการ ฯลฯ เริ่มต้นขอ ต.ม. ต เลือนได้ อ่ ถึง ท.มม. 2.5 รอองศาสตราจาารย์ เริ่มต้น ขอ ข ต.ม. เลือนได้ อ่ ถึง ป.ม.. 2.6 รอองอธิการบดี คณบดี ผูอ้ านวยการสถา าํ าบัน ฯลฯ เริรมต้ ่ นขอ ท.มม. เลื่อน ได้ถึถง ท.ช. 2.7 ศาาสตราจารย์ เริ่มต้นขอ ท.ม. ท เลื่อนได้ถึถงึ ป.ช. 2.8 อธิธิการบดี หรืออตําแหน่งเทียบเท่ ย า เริ่มต้นขอ ท.ม. เเลื่อนได้ถึง ป.ม. ป


15

 

การขอพระราชทานเคครื่องราชอิสสริยาภรณ์ให้แก่พนักงานมหาวิทยาาลัยสงขลานนครินทร์ (เงิงินงบประมาาณแผ่นดิน) ลําดับ

ตํตาแหน่ง

1

ประจําแผนกหรือตําแหนน่ง เทียบเท่า เช่น - นักวิทยาศาสตร์ ย - นักวิทยาศาสตร์ ย สุขภาพ - นักวิชาการเงิ า นและบััญชี - นักวิจยหลั ยั งปริญญาเอก - นักวิชาการอุ า ดมศึกษา - นายแพพทย์ - พยาบาาล - เภสัชกร ก - ทันตแพพทย์ - นักวิจยั - นิติกร - บรรณาารักษ์ - วิศวกรร - สถาปนินิก - ช่างเทคคนิค - พนักงาานทางการแพททย์ อาจารย์ ผู้ช่วยศาสสตราจารย์

บ..ม.

จ..ช.

ท.ม.

3

รองศาสตตราจารย์

ต..ม.

ป.ม.

4

ศาสตราจจารย์

ท..ม.

ป.ช.

5

อธิการบดีดีหรือตําแหน่ง เทียบเท่า

ท..ม.

ป.ม.

2

เครื่องราชฯฯ ที่ ขอพระราชททาน เริ่มต้ นขอ เลืลื่อนได้ถึง จ.ช.

เงื่อนไขแลละระยะเวลากการ เลื่อน ชั้นตรา 1. เริ่มขอพระรราชทานตามตํตําแหน่ง น ้นตรา เว้น 2. การขอพระะราชทานเลื่อนชั ระยะเวลาไม่นน้้ อยกว่า 5 ปี บริ บ บูรณ์ ตามลําดับ จนนถึงเกณฑ์ขั้นสูงสุดของ ตําแหน่ง 3. ลําดับที่ 3 และ 5 เสนอขขอ พระราชทานตตามลําดับเมื่อได้ ไ ท.ช. แล้ว 3 ปี เสนนอขอ ป.ม. 4. ลําดับที่ 4 เสนอขอพระราชทาน ตามลําดับ เมืมื่ อได้ ท.ช. แล้ว 3 ปี เสนอ ขอ ป.ม. เมื่อไได้ ป.ม. แล้ว 3 ปี เสนอขอ ป.ช.

ท ยที่ดํารงตตําแหน่งวุฒิตากว่ า่ํ าปริญญาตตรี จะมีสิทธิขออเครื่องราชอิสริ ส ยาภรณ์ หมายเหตุ พนักงานมหาวิทยาลั ได้ต้องดํารงตําแหหน่งมาแล้วไม่นน้อยกว่า 5 ปี บริบูรณ์ ขอ บ.ม. และมีเงินเเดือนไม่ต่ํากว่าขั้นต่ําของ ฒิปริญญาตรี 17,290 1 บาท เชช่นตําแหน่งช่างเทคนิ ง ค ตําแหหน่งพนักงานท างการแพทย์ เป็ เ นต้น วุฒิ


การเสนอขอพระราชทานเครื่องราช อิสริยาภรณ์ให้แก่ราชบัณฑิตและ กรรมการที่ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง


17

 

กาารเสนอขอพ พระราชทานนเครื่องราชอิอิสริยาภรณ์ ณ์ ให้แก่รราชบัณฑิต และกรรมกการ ตามมกฎหมายทีที่ทรงพระกรุรุณาโปรดเกกล้าฯ แต่งตัง้ ั

1. ตรรวจสอบคุณสมบั ณ ติของผูผู้ที่จะเสนอขขอพระราชท ทานฯ ตามรระเบียบสํานัก นาายกรัฐมนตรีรีว่าด้วยการรขอพระราชชทานเครื่องราชอิสริยาภภรณ์ให้แก่ราช ร บัณฑิ ณ ต และกรรมการตามมกฏหมายทีที่ทรงพระกรรุณาโปรดเกกล้าฯ แต่งตัั้ง ตาม บัญชี ญ 19 2. กรรมการตามกฏ ฏหมายที่ทรงงพระกรุณาโปปรดเกล้าฯ แตต่งตั้ง ต้องมีคณ ุ ณสมบัติดังนี้ 2.1 ได้รัรบั พระราชทาานเครื่องราชอิอิสริยาภรณ์ครั้งหลังสุดมาแแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี 2.2 นับระยะเวลาทีป่ ปฏิบัติงานในตตําแหน่งกรรม มการมาแล้วไม ไม่น้อยกว่า 2 ปี 2.3 ระยยะเวลาเลื่อนชชั้นตราตามลําดับ ม.ป.ช. เว้ เ นชั้นตราละะ 5 ปี 3. เป็นผู น ้ประพฤติดีดี และปฏิบัติงงานที่เป็นประโโยชน์ต่อสาธาารณชนด้วยคความอุตสาหะะ ซื่อสั อ ตย์ และเอาาใจใส่ต่อหน้าาที่เป็นอย่างดี 4. เป็ปนผู้ไม่เคยมีพระบรมราชาน พ นุญาตให้เรียกคื ก นเครื่องราาชอิสริยาภรณ ณ์ หรือต้องรับโทษ บ จําคุกโดยคําพิพากษาถึ พ งที่สุดดให้จําคุก เว้นแต่ น โทษสําหรัรับความผิดที่ไได้กระทําโดยย ปรระมาท หรือคววามผิดลหุโทษษ


18

 

บัญชชี 19 การขอพระะราชทานเครื่อื งราชอิสริยาภรณ์ให้้แก่ราชบัณฑิ ฑต และกรรรมการตามกกฏหมาย ที่ทรงพรระกรุณาโปรรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ลําดับ

ตําแหน่ง

เครื่องราชฯ ที่ ขอพระราชททาน เริ่มต้นขอ เลื่อ นได้ถึง

1

รราชบัณฑิต

บ.ม.

ม..ป.ช.

2

กกรรมการตามม กกฏหมายที่ทรงพระ กกรุณาโปรดเกกล้าฯ แแต่งตั้ง

บ.ม.

ม..ป.ช.

3

ออนุกรรมการใใน คคณะกรรมการที่ ททรงพระกรุณา โโปรดเกล้าฯแตต่งตั้ง ตตามกฏหมาย

บ.ม.

ม..ป.ช.

ยะเวลาการ เลืลื่อนชั้นตรา หมายเหตุ เงือนไขและระย ่อ

1. ได้ ไ รับพระราชชทาน เครืรื่องราชอิสริยาภรณ์ ย ครั้งหลลังสุด มาาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี 2. นับระยะเวลาาที่ปฏิบัติงานใในตําแหน่ง กรรรมการมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี 3. ระยะเวลาเลือนชั อ่ ้นตรา ตาามลําดับ ม. ป.ชช. เว้นชั้นตราละ 5 ปี 1. ได้ ไ รับพระราชชทาน เครืรื่องราชอิสริยาภรณ์ ย ครั้งหลลังสุด มาาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี 2. นับระยะเวลาาที่ปฏิบัติงานใในตําแหน่ง กรรรมการมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี 3. ระยะเวลาเลือนชั อ่ ้นตรา ตาามลําดับ ม. ป.ชช. เว้นชั้นตราละ 5 ปี 1. ได้ ไ รับพระราชชทาน เครืรื่องราชอิสริยาภรณ์ ย ครั้งหลลังสุด มาาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี 2. นับระยะเวลาาที่ปฏิบัติงานใในตําแหน่ง อนุนุกรรมการมาแล้วไม่น้อยกวว่า 2 ปี 3. ระยะเวลาเลือนชั อ่ ้นตรา ตาามลําดับ 3.1 ตั้งแต่ บ.ม.-ป.ม. ระยยะเวลา เลือนชั อ่ ้นตราๆ ละ ล 5 ปี 3.2 ตั้งแต่ ป.ม.-ม.ว.ม. ระะยะเวลา เลือนชั อ่ ้นตราๆละะ 8 ปี 3.3 ตั้งแต่ ม.ว.ม . -ม.ป.ชช. ระยะเวลาเลื่อนชชั้นตราๆละ 100 ปี


การเสนอขอพระราชทาน เหรียญจักรพรรดิมาลา


20

 

การเสนอข ก ขอพระราชชทาน เหรียญจักกรพรรดิมาลา า

1. ตรวจสอบคุณสมมบัติของผู้ที่จจะเสนอขอพรระราชทานฯ ตามพระราชบั ต บัญญัติเหรียญจั ญ กร มาลา และเหรียญจักรพรรดิมมาลา พ.ศ. 24484 2. การนับเวลาราชชการ ให้นับตั้งั แต่วันเริ่มรับราชการ บ จนคครบ 25 ปีบริบบูรณ์ (กรณีเริ่มรับ ราชชการก่อนอายยุครบ 18 ปีบริบูรณ์ ให้เริมนั ม่ บตั้งแต่วันที่ อายุครบ 188 ปี บริบูรณ์ และไม่ นับเวลาที บ ่เป็นข้าราชการวิ า สา มัญ และเวลาาที่เป็นครูประะชาบาล) 3. ที่เคยออกจากร ค าชการไปแล้ว เมื่อได้รับกาารบรรจุกลับเข้ารับราชการรใหม่ ให้รับเววลา ราชชการก่อนออกจากราชการร และเวลารับราชการครั บ ้งหลังรวมกันไดด้ และการนับเวลา บ ูร นับถึงวันที่ 5 ธันวาคม ของปีท่จี ะขออพระราชทานน ครบ 25 ปีบริบรณ์ 4. ผู้ทีทจ่ี ะขอพระราชทานเหรียญ ญจักรพรรดิมาลา า ขอพระราาชทานเครื่องงราชอิสริยาภภรณ์ ตามสิทธิในปีเดียวกั ย นได้ (อายยุราชการนับได้ ไ 25 ปีบริบรณ์ ูร ก่อนวันที่ 5 ธันวาคม ของปี ข ที่ ขออพระราชทานมีสิทธิเสนอขขอพระราชทานเหรียญจักรพรรดิ ร มาลาได ได้ทนั ที) 5. เดิมพระราชบั ม ญญั ญ ติกําหนดไว้ว้ว่า ในปีท่เี กษี ษียณอายุราชชการไม่สามารรถเสนอขอระะราช ทานเหรียญจักรพรรดิ ร มาลาไได้ เนื่องจากมิมิได้รับราชการรอยู่ในวันเฉลิลิมพระชนมพรรรษา ขอองปีท่เี สนอขอพระราชทานฯ รวมทั้งผู้ทขอลาออกจาก ขี่ กราชการด้วย

ปัจจุบัน คณะกรรมกาารพิจารณากาารเสนอขอพระราชทานเครื่อองราชอิสริยาภรณ์ชั้นต่ํา กว่าสายสะพาาย ปี 2545 สํ านักเลขาธิการคณะรัฐมนตตรี เห็นสมควรรให้พิจารณาททบทวนแนว ทางการเสนอขอ พระราชททานเหรียญจักรพรรดิ ร มาลาใในเรื่องคุณสมบบัติใหม่ คณะกกรรมการฯ พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบให้ข้าราชการที่ ต้องพ้นจากราาชการเพราะการเกษียณอายุยุราชการหรือลาออกจาก ล ราชการ และมีมีคุณสมบัติครบถ้ ร วนตามหลัลักเกณฑ์ในปีทีท่ีเสนอขอพระราชทานสามาารถเสนอขอพระราชทาน เหรียญจักรพรรรดิมาลาได้ ตามทีส่ ํานักนายกกรัฐมนตรีเสนอ ทัท้งนี้ ให้ถือปฏิบติัตติ ั้งแต่การเสนอขขอพระราชทานปประจําปี พ.ศ . 2546 เป็นต้นไปป


..

การเสนอขอพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นทีส่ รรเสริญ ยิ่งดิเรกคุณาภรณ์


22

หลักเกณฑ ฑ์ และเงื่อนไขการพิ น จารณาการเสนอขอพระรราชทานเครื่อองราชอิสริยาภรณ์ ย า อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ 1. คุณสมบัติตขิ องผู้สมควรไได้รับการเสนออชื่อ 1.1 มีความประพฤติดี 1.2 ไม่ ไ เคยต้องโทษจําคุณโดยคําพิพากษาถึงทีสุ่สดให้จําคุก เว้นแต่ น เป็นโทษสําาหรับความผิดที ด ่ได้ ก าโดยประะมาทหรือความมผิดลหุโทษ กระทํ 1.3 ไม่ ไ เคยถูกเรียกคืนเครื่องราชอิอิสริยาภรณ์ตามกฎหมาย า เว้นแต่เป็นการต้ต้องส่งคืนเนื่องจจาก ไ รับพระราชททานในชั้นสูงขึ้น ได้ 2. การกระะทําความดีควาามชอบอันเป็นปประโยชน์แก่ประเทศ ศาสนาา และประชาชนน (มาตรา 8) แบ่งได้เป็ปน 2 ประเภท 2.1 ผลงาน 2.1.1 มีลักษณ ณะ • เป็นผลงานดี ผ เด่นหรืรือเป็นแบบอย่ย่างอันควรแก่การสรรเสริ ก ญ หหรือ • เป็นการกระทํ น าที่ฝฝ่่าอันตรายหรือเสี อ ่ยงภัยเพื่อปกป้ ป องชีวิตหรืออทรัพย์สินอัน เป็นประโยชน์ น ต่อสังคมหรือประเเทศ 2.1.2 เงื่อนไไข • เป็นผลงานของตน ผ เองและไม่เคยใใช้เสนอขอพระะราชทานเครื่อองราชอิสริยาภภรณ์ตาม กฎหหมายมาแล้ว (ถถ้าทําเป็นหมูต้่ตอ้ งแยกผลงานนของแต่ละบุคคคลให้ชัดเจน) • ผลงานในฐานะบุคคลของนิติบุคคลต้ ค องเป็นผลงานที่กระทําอั นเป็นประโยชนน์แก่ สาธารณะ • ผลงานในฐานะบุคคลของคณะบุคคล ต้องเป็นกิจกรรมที่เป็นนการเฉพาะกิจและมี ผลตตอบแทนทางเศศรษฐกิจ สังคมม หรือด้านอื่น ๆ เพื่อสาธารณ ณประโยชน์ • ผลงานที่กระทําให้แก่นิติบุคคล นิติบุคคลนั้นต้องมี อ วัตถุประสงงค์ในการประกกอบ กิจการอันเป็นสาธาารณประโยชน์น์ หมายเหตุ นิติบุคคลที่เป็นหน่ น วยงานขอองรัฐ ผลงานนที่ใช้เสนอขอพ พระราชทาน ต้องไม่เป็นผลงาน ตามปกติทต้ต่ี ้องกระทําในฐานะที่เป็นเจ้จ้าหน้าที่ของหหน่วยงานนั้น 2.1.3 ให้ผู้ดารงตํ าํ าแหน่งหัวั หน้าส่วนราชการระดับกองหรือส่วนราชกการที่ฐานะเทียบกอง สําหรับส่วนรราชการของหนน่วยงานที่ได้รับบประโยชน์หรือเกี อ ่ยวข้องเป็นผูผ้รับรองผลงานน โดยต้องระบุบุผลงาน การปฏิบัติงาน า และระยะเววลาการปฏิบัตงิงานในหน้าที่ตาง ่ ๆ 2.1.4 ให้เสนนอขอพระราชททาน ให้แก่ • ผู้ไม่มเคยได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ง มาแล้วในกรณี ใ ปกติ ใให้เริ่มต้นจากชัชั้นที่ 7 เหรียญเงินดิเรกคุณาภรณ์ และให้เสนอขขอพระราชทานนในชั้นสูงขึ้นหนึนึ่งชั้นตามลําดับั เมื่อกระทําความดี ความชอบเพิพิม่ ขึ้นจนถึงขั้นที่1ปฐมดิเรกคุณ ณาภรณ์ โดยเวว้นระยะเวลาแแต่ละชั้นไม่น้อยยกว่า 5 ปี (มาตรา 12) • ผู้เคยได้ ค รับพระรา ชทานเครื่องราาชฯ มาแล้วในกรณีปกติ ให้เเสนอขอพระรา ส าชทาน ในชั้นสูงขึ้นหนึ ห ่งชั้นตามลําดับ โดยเว้นระยยะเวลาแต่ละชัชั้นไม่น้อยกว่าห้าปี (มาตรา 122)


23    

2.22 บริจาคทรัพย์สินเพื่อสาธธารณประโยชชน์ 2.2.1 มีลักษณะ ษ • บริจาคทรั จ พย์สินนเพื่อสาธารณ ณประโยชน์ เช่ช่น เพื่อการศาาสนา การศึกษา ก การรสาธารณสุข การแพทย์ การพั ก ฒนาชุมชน การสังคมมสงเคราะห์ หรื หอ ควาามมั่นคงของชชาติ และ • ทรัรัพย์สินที่บริจาาคต้องเป็นขอองผู้บริจาคหรืรือมีสิทธิบริจจาคในนามของตน 2.2.2 เงื่อนไข น • ทรัพย์สินที่บริจาคต้ต้องเป็นทรัพย์สิสนิ ที่ไม่เคยใช้เสนอขอพระราาชทานจนได้รบั พระรราชทานเครื่องงราชอิสริยาภรรณ์ตามกฎหมาายมาแล้ว • การบบริจาคทรัพย์สนินที่มีผู้ร่วมบริจาคหลายคน จ ให้ ใ แสดงรายละะเอียดด้วยว่าแต่ แ ละคน บริจาคเป็ า นมูลค่าเทท่าใด กรณีมิได้แสดงรายละเออียดไว้ให้ถือว่าาบริจาคเป็นมูลค่ ล า เท่า ๆ กัน • ถ้าบริริจาคทรัพย์สนินให้แก่นิติบุคคลล นิติบุคคลนันต้ ้น องมีวัตถุประะสงค์ในการปรระกอบ กิจกาารอันเป็นสาธาารณประโยชน์์ ทั้งนี้ ตามรายยชื่อที่สํานักนายยกรัฐมนตรีประกาศ ร กําหนนดในราชกิจจาานุเบกษา • การบบริจาคทรัพย์สนินที่มิใช่เงิน ต้องมี อ หนังสือรับรองมู ร ลค่าแห่งททรัพย์สินที่บริจาคจาก จ ส่วนราชการที่เสนอขขอพระราชทานเครื่องราชฯ หรือนิติบุคคลทที่รับบริจาค หากเป็น ที่ดินให้ ใ เจ้าพนักงานนที่ดินเป็น ผู้ออกหนั อ งสือรับรอองมูลค่าของทีด่ ดิิ นนั้น • ทรัพย์ยสินที่บริจาคต้ต้องไม่มีเงื่อนไขขหรือภาระติดพัพนใด ๆ

กาารคํานวณมูลค่ ล าของทรัพ ั ย์สินที่บริจาคให้ จ คํานววณตามหลักกเกณฑ์ดังนี้ ทรัพย์สินที่บริจาค 1. ที่ดิน

2. เงินตราตต่างประเทศ 3. ทรัพย์สินอื น ่น

ตามราคา/คํ ต านนวณเป็น เจ้าพนักงาน นที่ดินรับรองตตามราคาประเมินทุน ทรัพย์ เพื่อเรียกเก็บค่ บ าธรรมเนียยมในการจดททะเบียน สิทธิและนิตกรรมในขณะ กิ ะที่รับบริจาค เงินตราไทยตตามอัตราแลกกเปลี่ยน ณ เวลา และสถานทีที่ท่รี บั บริจาค ราคาตลาดขของทรัพย์สินใในขณะที่รับบริ บ จาค


24    

2.33 การเสนอขออพระราชทานนเครื่องราชอิสริ ส ยาภรณ์ชนใดให้ ั้น แก่ผู้กรระทําความดี ความชอบบ บริจาคทรัพย์สสิินเพื่อสาธารรณประโยชน์ให้ ใ เป็นไปตามจจํานวนมูลค่าของ ทรัพย์สินทีบริ ่บ จาคตามที่กกําหนดไว้ใน 3. เอกสารปประกอบการเสสนอขอพระราชชทานเครื่องราาชฯ ดิเรกคุณาภรณ์ 3.1 ประเภทผลงงาน รายละเอียดตามสิ่งที่มาด้ า วย 2 พร้อมแนบเอกสารจํจํานวนอย่างละะ 1 ชุด ดังนี้ 3.1.1 แบบหนั แ งสือรับรรองแสดงผลงาาน (แบบ นร.1) พร้อมลงนาามผู้ปฏิบัติ 3.1.2 รายละเอี ร ยดขอองผลงาน / ประะกาศจากสถาบันหรือหน่วยงงานผู้ให้รางวัล 3.22 ประเภทบริจาคทรั จ พย์สินนเพื่อสาธารณ ณประโยชน์ ราายละเอียดตามมสิ่งที่ส่งมาด้วย 1 พร้อมแนบเออกสารจํานวนออย่างละ 1 ชุด พร้อม ลงนามมรับรองสําเน นาถูกต้องทุกฉฉบับ ดังนี้ 3.2.1 แบบหนั แ งสือรับรรองแสดงรายกการบริจาคทรััพย์สิน (แบบ นนร.2) พร้อมลงงนามผู้ บริจิ าค 3.2.2 สําเนาใบเสร็จรั บเงิน 3.2.3 สําเนาทะเบียนบบ้าน 3.2.4 สําเนาบัตรประจจําตัวประชาชนน


25

 

บัญชีทีท่ 1 บัญชีแสดดงจํานวนมูลลค่าของทรััพย์สนิ ที่เสน นอขอพระราาชทาน เคครื่องราชอิสริ ส ยาภรณ์

ชั้นเครื่องรราชฯ

มูลค่าของทรัพย์สิน

เครื่องราชอิอสริยาภรณ์ ที่เสนอขอพรระราชทาน

7

1000,000 บาท ขึ้นไป

ร.ง.ภ. (เเหรียญเงินดิเเรกคุณาภรณ์ ณ์)

6

2000,000 บาท ขึ้นไป

ร.พ.ภ. (เหรียญทองดิดิเรกคุณาภรณ ณ์)

5

5000,000 บาท ขึ้นไป

บ.ภ. (เเบญจมดิเรกคคุณาภรณ์)

4

1,5000,000 บาท ขึ้นไป

จ.ภ. (จจตุตถดิเรกคุณ ณาภรณ์ )

3

6,000,000 บาท ขึ้นไป

ต.ภ. (ตตติยดิเรกคุณ ณาภรณ์)

2

14,0000,000 บาทท ขึ้นไป

ท.ภ. (ท ทุติยดิเรกคุณ ณาภรณ์)

1

30,000,000 บาทท ขึ้นไป

ป.ภ. (ป ปฐมดิเรกคุณ ณาภรณ์)

ห หมายเหตุ 1. ชั้นของเครื่องรราชอิสริยาภรณ ณ์ท่ีเสนอขอพรระราชทานขึ้นกกับจํานวนมูลค่คา ของทรัพย์สสิินที่บริจาค 2. จํานวนเงินที่บบริจาคสามารถถเก็บสมทบไว้ขอในปี ข ต่อ ๆ ไปปได้ 3. ใบเสร็จที่ใช้ในนการขอเครื่องราชอิ ง สริยาภรรณ์มาแล้ว ไม่สสามารถนํามาใใช้อีกได้


26

 

บัญชีทีท่ี 6 กาารเสนอขอพรระราชทานเครืรื่องราชอิสริยาภรณ์ ย ให้แก่ ผู้มีผลงานดีเด่ดนที่ได้รับรางงวัลหรือการยยกย่องระดับชาติ ช หรือระดับบนานาชาติ ลําดับ

ตํตาแหน่ง

เครื่องรราชอิสริยาภรณ ณ์ที่ เสนออขอพระราชทาาน สําหรับบผูซ้ ึ่งไม่เคยได้ด้รับ พพระราชทาน เครื่องงราชอิสริยาภรรณ์

เงื่อนไไขการเสนอขออพระราชทาน เครืองราชอิ อ่ สริยาภภรณ์ชั้นสูงขึน้

1

นักวิจัยดีเด่ดนแห่งชาติตาม ประกาศสํสํานักงาน คณะกรรมมการวิจัยแห่งชาติ ช

จ.ภ.

ลําดับ 1-3 หากได้รบั บพระราชทาน ชั้น จ.ภภ.มาแล้วให้เสนนอขอ พระราชทานชั้น ต.ภ..และหากได้รบั พระราชทานชั้น ต.ภ.. มาแล้ว ให้ เสนอขอพระราชทานนชั้น ท.ภ.

2

นักวิทยาศศาสตร์ดีเด่นตาาม ประกาศสสมาคม วิทยาศาสสตร์แห่งประเทศศ ไทย ง ตามประกกาศ ศิลปินแห่งชาติ สํานักงานคณะกรรมการร วัฒนธรรมมแห่งชาติ ผู้มีผลงานนดีเด่นที่ได้รับ รางวัลหรือการยกย่ อ อง ระดับชาตินอกจากลําดับ 1-3 ตามทีที่คณะกรรมกาาร กําหนด ผู้มีผลงานนดีเด่นที่ได้รับ รางวัลหรือการยกย่ อ อง ระดับนานนาชาติตามที่ คณะกรรมมการกําหนด ผู้ชนะการปประกวยหรือการ ก แข่งขั้นต่างๆในระดั ง บ นานาชาติตามที่ คณะกรรมมการกําหนด ผู้ชนะที่ 1 ผู้ชนะที่ 2 ผู้ชนะที่ 3

จ.ภ.

3

4

5

6

หมายเหตตุ

จ.ภ.

ร.ง.ภ.

ลําดับ 4-5 หากได้รับบพระราชทาน ชั้น ร.ง.ภ.มาแล้ว ให้เเสนอขอ พระราชทานชั้น ร.ท.ภภ. และหาก ได้รับพระราชทานชั พ ้น ร.ท.ภ.มาแล้ว ให้เสนออขอพระราชท านชั้น บ.ภ.

ร.ง.ภ.

ลําดับ 6 ยกเว้น นักกีฬาตาาม บัญชีที่ 3 บ.ภ. ร.ท.ภ. ร.ง.ภ.


การส่งคืนเครือ่ งราชอิสริยาภรณ์


28

 

1.กกรณีทตี่ ้องส่ส่งคืนเครื่องรราชอิสริยาภภรณ์ตามกฏ ฏหมาย 1.1 กรรณีวายชนม์ กฏฏหมายเครื่องรราชอิสริยาภรณ์หลายฉบับ โดยเฉพาะเคครื่องราช อิสริยาภรณ์ จุ ล จอมเกล้ า เครื่ อ งราชอิ ส ริ ย าภรณ ณ์ อั น เป็ น ที่ เ ชิดชู ด ยิ่ ง ช้ า งเผื อก และเครื่ อ งรราชอิ ส ริ ย าภรรณ์ อั น มี เกียรติยศยิ่งมงกุ ม ฎไทย ได้บับญ ั ญัติให้เมื่อผู้ ได้รับพระราชชทานวายชนม์ ให้ผู้รับมรดกกจะต้องส่งคืนภายใน น 30 วัน นับแตต่วันที่ผู้ได้รับพระราชทานเครื พ รื่องราชอิสริยาภรณ์ า นั้นวายชชนม์ กรณีผู้ได้รับพระรราชทาน เครืองราชอิ อ่ สริยาภ ภรณ์อันเป็นที ่สรรเสริญยิงดิ ่ง เรก คุณาภรณ์วายชนม์ า หากผผู้วายชนม์ได้รรัั บพระราชทาานชั้นตราเดียว ย ทายาทผู้ได้ รับพระราชททานไม่ ต้องส่งคืนเคครื่องราชอิสริยาภรณ์ดังกลล่าว เนื่องจากตามพระราชบััญญัติเครื่องราาชอิสริยาภรณ ณ์อันเป็น ที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรรณ์ พ.ศ. 25344 มิได้บัญญัตให้ ใิ ต้องส่งคืน 1.2 กรณีได้รับพระรราชทานเครื่องราชอิ ง สริยาภ ภรณ์ชั้นสูงขึ้น เ ค รื่ื อ ง ร า ช อิ ส ริ ย า ภ ร ณ์ ที่ มีม ก ฏ ห ม า ย บับ ญ ญั ติ ใ ห้ ผู้ ไ ด้ รั บ พ ร ะ ร า ช ท า น เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสู น งขึ้นต้องส่ง คืนเครื่องราชชอิสริยาภรณ์ชัช้นรอง เช่น เคครื่องราชอิสริยาภรณ์ จุลจอมเกล้า เครื่องราชอิสริ ส ยาภรณ์อัน เป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก เครืองราชอิ ่อ สริยาภภรณ์อันมีเกียรติ ร ยศยิ่ง มงกุฏไทย และเครื่องราาชอิสริยาภรณ ณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ หาากได้รับพระรราชทาน เครื่องราชอิอิสริยาภรณ์ชั้นสูงขึ้นในตระะกูลใดต้องส่งคื ง นเครื่องราชชอิสริยาภรณ์ ณ์ชั้นรองในตรระกูลนั้น เช่น ผู้ที่ได้รับพระราชทาน บ นเครื่องราชอิสสริยาภรณ์ชั้น ต.ม. และ ต.ชช. ต่อมาได้รับบพระราชทานชชั้น ท.ม. บุคคลนั้นมีหน้ ห าที่ต้องส่งคืนชั้น ต.ม. ซึ่งงเป็นชั้นรองขของชั้น ท.ม. และ แ เมื่อได้รับบพระราชทานชั้น ท.ช. บุคคลนั้นต้องส่วคืนชั้น ต.ชช. ซึ่งเป็นชั้นรอองของชั้น ท.ช. 1.3 กรณีทรงพระกรุรุณาโปรดเกล้ล้าฯ ให้เรียกคืนเครื่องราชอิอิสริยาภรณ์ การเรียนคืนเครืรื่ องราชอิสริยาภรณ์ หมายความว่า การรดําเนินการถถอนชื่อผู้ ได้ รั บ พระรราชทานเครื่องราชอิ ส ริ ยยาภรณ์ อ อกกจากรายชื่ อผู้ ไ ด้ รั บ พระรราชทานเครืรื่ อ งราช อิส ริย าภรณ ณ์ ตามประกกาศสํ า นั ก นา ยกรั ฐมนตรี และเรี ย กคืนเครื น ่ อ งราชอิอิ ส ริย าภรณ์ รวมทั้ ง ประกาศนียบั ย ตรกํากับเครื่อื งราชอิสริยยาภรณ์คืนด้วย ว


29

2. การส่งคืนเครื่องราชอิ ง สริยาภภรณ์กรณีอื่นๆ ผู้ ไ ด้ รั บ พระราชทานนเครื่ อ งราชอิอิ ส ริ ย าภรณ์ ที่มี ค วามประสสงค์ ส่ ง คื น เครืรื่ อ งราช อิสริยาภรณ์์โดยไม่ใช่กรณี ณที่ต้องส่งคืนตาามกฏหมาย เชช่น กรณีเกษียณอายุราชการร ลาออก หรือพ้ อ นจาก ตําแหน่ง หรืรือไม่ประสงค์จะเก็ จ บไว้เรื่องจจากไม่ได้ใช้ประดั ร บแล้ว สามมารถส่งคืนเครืรื่องราชอิสริยาภรณ์ า ได้ ทั้งโดยการส่งคื ง นผ่านหน่วยงานต้ ย นสังกัด และการส่งคืนโดยตรงที น ่สํานักเลขาธิการคคณะรัฐมนตรี 3. การรตรวจสอบเครืรื่องราชอิสริยาาภรณ์ที่จะรับคืน สํานั กเลลขาธิการคณ ณะรัฐมนตรีจะพพิจารณารั บคืนเฉพาะเครื่อองราชอิส ริยาภภรณ์ท่ีมี สภาพที่สมบูบูรณ์เท่านั้น หาากเป็นกรณีเครืรื่องราชอิสริยาภรณ์ า ชํารุดหรืรือเสียหายตามมสภาพอันเกิดจากการ ใช้ เ พี ย งเล็ กน้ ก อ ย เช่ น ล งยาสี แ ตกหรืรื อ กระเทาะหหรื อ สึ ก หรอส่ส่ ว นใดส่ ว นหนึนึ่ ง สํ า นั ก เลขขาธิ ก าร คณะรัฐมนตตรีอาจพิจารณ ณารับคืนได้ ทั้งงนี้ จะไม่รับคืนเครื น ่องราชอิอิสริยาภรณ์ททีี่ ไม่ครบตามลลักษณะ หรื อ องค์ ป ระกอบของเค ร ครื่อ งราชอิสสริย าภรณ์ ที่กฏหมายเครื ก องราชอิ ่อ ส ริ ย าภรณ์ แ ต่ ละตระกู ะ ล บัญญัติไว้ กรณีเครื ค ่องราชอิสริยยาภรณ์ที่จะส่งคื ง นมีองค์ประะกอบไม่ครบถ้ถ้วน เนื่องจากบบางส่วน ของเครื่องราาชอิสริยาภรณ ณ์สูญหาย ผู้ได้ รับพระราชทานหรือส่วนราาชการต้นสังกั ัดของผู้นั้นสามมารถทํา หนังสือถึงสํานั า กเลขาธิการรคณะรัฐมนตรีรีแจ้งความประะสงค์ของพิจารรณาดําเนินกาารซ่อม (จัดสร้างส่วนที่ สู ญหาย) ได้ด้โ ดยให้ ระบุ ด้วยว่ าผู้ ไ ด้ รับพพระราชทานจจะเป็ น ผู้อ อกคค่ า ใช้ จ่ า ย และะเมื่ อ สํ า นั กเลขขาธิ ก าร คณะรัฐมนตตรีส่งให้สํานักกษาปณ์ ก กรมธธนารักษ์ หรือ องค์การสงเคราะห์ทหานผ่าานศึก ดําเนินการซ่ ก อม เรียบร้อยแล้ว จะแจ้งให้ผทีทู้ ่ไี ด้รับพระราชชทานไปชําระราาคาค่าซ่อมแซซมและจะดําเนินนการรับคืนต่อไป อ กรณีทีท่สี ่วนราชการรัรับคืนเครื่องราาชอิสริยาภรณ์ ณ์จากผู้ได้รับพรระราชทานหรือทายาท อ ของผู้ ไ ด้ รั บ พระราชทาน พ ขอให้ ต รวจสสอบความแท้ จริ ง ของเครื่องราชอิ อ ส ริ ย าาภรณ์ ใ นเบื้ องต้ ง น ว่ า มี สั ญ ลั ก ษณ์ ของผู้ ผ ลิ ต เคครื่ อ งราชอิ สสริ ย าภรณ์ ท่ี ตั ว เครื่ อ งรา ชอิ ส ริ ย าภร ณ์ ห รื อ ไม่ ปัป จ จุ บั น ส ยาภรณ์ท่ีสานั ํ กเลขาธิการรคณะรัฐมนตรีีจัดสร้างจะมีอักษรย่อ “สลลค” และเลขข พ.ศ. ที่ เครื่องราชอิสริ ผลิตอยู่ที่ด้านหลังของเครืองราชอิ ่อ สริยา ภรณ์ อย่างไรก็ตาม หากส่วนราชการใดมี ว มีข้อสงสัยในเรืองความ ่ แ ท้ จ ริ ง ข องง เครื่ อง ราชช อิ ส ริ ยา ภรณ ณ์ ที่ จ ะรั บ คืนน ติ ด ต่ อ ส อบบ ถาม ได้ ท่ี สํ า นั ก อาลั กษษณ์ แ ล ะ เครื่ องราชอิอิสริยาภรณ์ สํานั กเลขาธิก าารคณะรั ฐมนตรี และควรติติด ชื่ อ ของผู้ไ ด้ รับพระราชการไว้กับ เครื่องราชอิสริ ส ยาภรณ์ที่สงคื ง่ นด้วย


30

 

4. วิธการส่ กี งคืนเครืรื่องราชอิสริยาภรณ์ 4.1 การรส่งคืนเครื่องรราชอิสริยาภรณ ณ์หรือชดใช้ราคคาแทนเครื่องรราชอิสริยาภรณ ณ์โดย ผ่านส่วนราชชการต้นสังกัดให้ ใ ดําเนินการดัดังนี้ (1) ให้ส่วนราชกการต้นสังกัดทําหนั า งสือถึงสํานันกเลขาธิการคคณะรัฐมนตรี โดยมี โ บัญชีแนบท้ายซึ า ่งระบุรายลละเอียดเกี่ยวกับบคํานําหน้าชือ่ ชื่อตัว และชือสกุ อ่ ลของผู้ได้รรัั บพระราชทานน ชั้น ตราเครื่องราาชอิสริยาภรณ์ ณ์ที่ส่งคืน หรือใน ในกรณืท่ีชดใช้ราคาให้ ร ระบุชนตราเครื ั้น ่องราชชอิสริยาภรณ์และ แ จํานวนเงินชดดใช้ด้วย และนํนําหนังสือมาพร้ร้อมกับเครื่องรราชอิสริยาภรณ ณ์ที่จะส่งคืนหรืรือเงินชดใช้ราคา เครื่องราชอิสริ ส ยาภรณ์ไปทีทีส่ ํานักอาลักษณ ณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ ณ์ สํานักเลขาธิธการคณะรัฐมนนตรี ทําเนียบรัฐบาล (2) เมื่อเจ้าหน้าที่ของสํานักอาลักษณ์และเครืรื่องราชอิสริยาาภรณ์ตรวจสออบชั้น ตรา จํานวน และความแท้จริ จ งของเครื่องรราชอิสริยาภรณ ณ์หรือตรวจสออบจํานวนเงินชชดใช้กับราคาชชดใช้ เครื่องราชอิสริ ส ยาภรณ์ครบบถ้วนแล้ว จะอออกใบรับคืนเคครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือใบเเสร็จรับเงิน แลล้วแต่ กรณีให้แก่สวนราชการที ว่ ่สงคื ง่ นเครื่องราชชอิสริยาภรณ์เพื่อเก็บไว้เป็นหลั ห กฐานในการรส่งคืน 4.2 การรส่งคืนหรือชดดใช้ราคาเครื่องราชอิ ง สริยาภรณ์ด้วยตนเองหหรือทายาทให้ ดําเนินการดัังนี้ (1) ให้ ผู้ ไ ด้ รั บ พพระราชทานนหรื อ ทายาทททํ า หนั ง สื อ ถึ ง สํ า นั ก เลขขาธิ ก าร คณะรั ฐ มนตตรี (กรณี ไ ม่ ได้ ทํ า หนั ง สื อ สสํ า นั ก เลขาธิการคณะรั ก ฐ มนตรี ไ ด้ จั ด เตรีรี ย มเอกสารใให้ ก รอก รายละเอียดในการส่ ด งคืนในแบบ ใ ทฐ. พพร้อมนําเครื่องราชอิ อ สริยาภภรณ์ท่ีจะต้อง ส่งคืนหรือชดดใช้ราคา เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไปทที่สํานักอาลักษษณ์และเครื่องราชอิ ง สริยาภภรณ์ สํานักเลขขาธิการคณะรรัฐมนตรี ทําเนียบรัฐบาล เมื่อเจ้าหน้า ที่ของสํานักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริ ยาภรณ์ตรวจจสอบชั้น ตรา จํานวนน และความแท้ท้จริงของเครื่อองราชอิสริยาภภรณ์หรือตรวจจสอบจํานวนเงิงินชดใช้กับราาคาชดใช้ เครื่องราชอิสริ ส ยาภรณ์ครบบถ้วนแล้ว จะะออกใบรับคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือใใบเสร็จรับเงิน แล้วแต่ กรณีให้แก่ผู้ได้ ไ รับพระราชททานหรือทายาททเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานในกการส่งคืน


31

 

การรส่งคืนเครื่องราชอิสริยาภรรณ์ เมื่อได้ ไ รับพระราชททาน ชันตราที ้น ่ต้องส่งคื น บ.ม. บ.ช. จ.ม. บ.ม. จ.ช. บ.ช. ต.ม. จ.ม. ต.ช. จ.ช. ท.ม. ต.ม. ท.ช. ต.ช. ชั้นสายสะพาย ป.ม. ท.ม. ป.ช. ท.ช. ม.ว.ม. ป.ม. ม.ป.ช. ป.ช. หน่วยงาน/สถถานที่รับคืนเคครื่องราชอิสริยาภรณ์

1. กลุ่มงานเครื่องรราชอิสริยาภรณ ณ์ สํานัก ณ์และเครื่องราชชอิสริยาภรณ์ สํสานัก อาลักษณ์

2. 2 หน่วยงานต้ต้นสังกัดของผูได้ ไ้ รับ

เลขาธิการรคระรัฐมนตรี ในทําเนียบรัฐบาล ถนน

พระราชททานเครื่องราชอิอิสริยาภรณ์ โดยเมื โ ่อ

นครปฐม เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เ 10300 1

หน่วยงานนได้รับคืนเครื่อองราชอิสริยาภภรณ์ จาก

(อาคารเดิดิม) โทร. 0 22880 900 ต่อ 424

บุคคลในสสังกัดแล้วต้องงรวบรวมนําส่งสํานัก

โททรสาร 0 22800 9072

เลขาธิการคณะรัฐมนตรีรี ข้อ 1


32

 

วิธีการเก็บรักษา 1. เครื่องราชอิสริ ส ยาภรณ์เป็นนของสูง ควรเก็ก็บรักษาไว้ในทีสู่ ง เหมาะสมคควรแก่การเคาารพบูชา เป็นการแสดงความจงรักภั กดี น้อมรําลึกในพระมหากรุ ก รุณาธิคุณพระบบามสมเด็จพรระ เจ้าอยู่หัว ผูพระราชทาน พ้ จจะเป็นมงคลสูงสุ ง ด ก่อให้เกิดความสุ ค ขความมเจริญแก่ตนเอองและ ครอบครัว 2. ควรเก็บไว้ในที น ่ปลอดภัย ป้อ้ งกันการสูญหาย ห 3. ภายหลังการรใช้ประดับแต่ลละครั้ง ควรใช้ผ้ผา้ สะอาด นุ่ม ทําความสะอาาดเบาๆ และห่อด้ อ วย กระดาษแก้วให้ ว มิดชิด นําไปปใส่กล่อง ปิดฝาให้ ฝ สนิทป้องกันฝุ่นละออก และไม่ให้กระทบกับ อากาศ 4. ไม่ควรเก็บในนสถานที่ท่มี ีแดดดส่องตลอดเววลา หรือมีไฟร้ร้อนแนง และต้ต้องไม่อับชื้น ปกติ มักจะเก็บไว้ในอุ ใ ณหภูมิห้อง แต่ถ้าเป็นห้องปรั อ บอากาศจจะดีท่ีสุด 5. ดวงตรา ดารรา และเหรียญ ญราชอิสริยาภรรณ์ อาจเสื่อมสสภาพได้จากคววามไม่บริสุทธิของ ์ อากาศ ฝุ่นละออง ล ก๊าซเสียยชนิดต่างๆ ถ้าเก็ า บไว้ในตู้นิรภัภย หรือตู้เหล็ก ควรห่อให้มดชิ ิด ดตาม ข้อ 3 เพราะสีที่ใช้พ่นหรือททาตู้เหล็ก จะทํทําปฏิกิริยากับโลหะเงิ โ น จะทําาให้เงินดํา 6. ไม่ควรใช้สารรกันแมลงชนิดดต่างๆ เนื่องจาากเมื่อสารระเหหยออกมา จะททําปฏิกิริยากับโลหะ เงิน และส่วนที น ่กะไหล่ทอง ในเครื่องหมายยแพรปักดิ้นเงิน ดิ้นทอง ทําใให้เปลี่ยนเป็นสีดําได้ 7. สายสะพาย และแพรแถบททอด้วยด้ายและใยใหม ควรเกก็บในที่ไม่ร้อน ไม่อับชื้น เพราะความ ร้อน และความชื้น จะทําให้ห้เนื้อผ้าเปื่อยยุยุ่ย อาจเกิดเชือรา อ้ และรอยด่าาง อายุการใช้งาน ง จะ สั้น 8. แสงสว่างเป็นอั น นตรายต่อสีของผ้า สายสะพายและแพรรแถบ แสงจะทํทําให้สีของเสื้อผ้ผาซีด เร็วควรเก็บในตู ใ ้ทึบแสง ในหห้องปรับอากาาศได้ก็จะดี 9. ผ้าสายสะพาายควรเก็บโดยวิิธีม้วนเป็นวงกกลม ผ้าจะได้ไม่ ไ ยับ หรือเก็บโโดยวิธีวางไว้ตามยาว ต การเก็บโดยวิวิธีพับซ้อนกัน จะทําให้เกิดรออยพับ จะเกิดรอยด่ ร าง สีซีดตตามแนวของรออยพับ นั้น 10. เมื่อเก็บไว้โดยมิได้นํามาปรระดับเป็นเวลานนาน ควรตรวจจสอบบ้างเป็นคครั้งคราว


33

 

ข้อควรระวังในการประดั ง ับเครื่องราชอิอิสริยาภรณ์ 1. ก่อนจับต้องเเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ต้องแแน่ใจว่ามือของงท่านสะอาด 2. หลีกเลี่ยงการจับต้องตัวเห รีี ยญโดยตรง เพราะนิ้วมือมีคราบเหงื่อ จะะทําให้เ)เนรอยด่าง เกิด คราวสกปรกกในเวลาต่อมา 3. การจับต้องเหหรียญ ดวงตรรา ดารา ควรจัจับที่ขอบนอกของเหรียญให้กกระชับและมั่นคง ค ป้องกัน การตกหล่น โดยใช้นิ้วหัวแมม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง ก และนิ้วนางประคอง น หรืรือจะจับที่บริเวณหู ว ห้อย ของแพรแถบบเหรียญก็ได้ ถ้ าเป็นดวงตรา ดวงดารา ควรรจับที่ขอบนอกก ดังกล่าวแล้วยกขึ ว ้นวาง บนฝ่ามืออีกข้ขางหนึ่งป้องกันั การพลัดหล่น 4. ถ้าเป็นไปได้ควรสวมถุ ค งมือ เพื่อป้องกันครราบเหงื่อที่จะททําให้เกิดรอยคคราบสกปรก 5. ระวังการกระะทบกระแทกกักับของแข็งหรือตกหล่ อ น จะทําให้ า ส่วนที่ลงยาากระเทาะ เหรีรียญ จะบุบ ชํารุด 6. ขณะสวมสายยสะพาย ควรรระมัดระวังการรนั่ง การยืน เพ พราะดวงตรา ดดวงห้อยสายสะพายจะ กระทบกระแแทกกับของแข็ง หรือเกี่ยวกับสิ บ ่งของข้างเคียง ย 7. ควรแน่ใจว่าสปริ ส งขอเกี่ยวดดวงตรายังแข็งแรงดี จะได้ไม่เกิดปัญหาขณ ณะใช้ประดับ 8. เมื่อสอดก้านเสี น ยบของดวง ดาราเข้ากับตัวหนอนแล้ ว ว ควรตรวจดูว่าได้ด้สอดส่วนปลาายของก้าน เสียบเข้า “ขออเกี่ยว” ให้มนั่ นคงดีแล้ว 9. เครื่องราชอิสริ ส ยาภรณ์ชั้นสสายสะพาย คววรเย็บตรึงดวงตตราห้อยสายสสะพายกับสายสสะพาย เพื่อป้องกันการชํ ก ารุด หรือตกสูญหาย 10. สายสะพายเครื่องราชอิสริยยาภรณ์ ควรปปรับความยาวใให้ได้พอเหมาะะกับความสูงขอองแต่ละ บุคคล วิธีทําความสะอาดเครื่องรราชอิสริยาภรรณ์ โดยปปกติถ้าได้เก็บรัรกษาอย่างถูกกวิธีแล้ว ดวงตตรา และเหรียญ ต่างๆ จะคงสภภาพอยู่ได้นานน แต่ถ้าเกิดเป็นนรอยด่างดํา ไม่ ไ สวยนิยมใช้ผง ผ ขัดเงินกับแปรงขนอ่อนนิ่มๆ ไม่ควรใช้ผลขั ัดหรือผงซักฟออก เพราะจะทํทํา ให้เป็นรอยขีดข่ ด วน บนหน้าเหรี เ ยญ ผงขัดททองเหลืองไม่ควรใช้ ค เพราะจจะ ทําให้ลวดลายยลบเลือน ไซยาไนด์ ทําให้เงินนขาวดีแต่จะเกิกิดปฏิกิริยาแรรง เกินไป และเป็นอันตรายแก่ผูผใู้ ช้


ภาคผนวก


เลม ๑๒๖ ตอนพิเศษ ๑๕๕ ง

หนา ๑ ราชกิจจานุเบกษา

๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๒

ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี วาดวยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนที่เชิดชูยิ่งชางเผือก และเครื่องราชอิสริยาภรณอันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒ โดยที่เปนการสมควรแกไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนที่เชิดชูยิ่งชางเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณอันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ใหเหมาะสมยิ่งขึ้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๑ (๘) แหงพระราชบั ญญัติระเบียบบริหารราชการแผนดิ น พ.ศ. ๒๕๓๔ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงวางระเบียบไวดังตอไปนี้ ขอ ๑ ระเบี ย บนี้ เรี ย กว า “ระเบี ยบสํ านั กนายกรั ฐ มนตรี ว า ด วยการขอพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนที่เชิดชูยิ่งชางเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณอันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒” ขอ ๒ ระเบียบนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป ขอ ๓ ใหยกเลิกความในบัญชี ๑๒ และบัญชี ๑๓ ทายระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว า ด ว ยการขอพระราชทานเครื่ อ งราชอิ ส ริ ย าภรณ อั น เป น ที่ เ ชิ ด ชู ยิ่ ง ช า งเผื อ กและเครื่ อ งราช อิสริยาภรณอันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ. ๒๕๓๖ และใหใชความตามบัญชี ๑๒ และบัญชี ๑๓ ทายระเบียบนี้แทน ขอ ๔ ให เ พิ่ ม บั ญ ชี ๓๙ ถึ ง บั ญ ชี ๔๔ ท า ยระเบี ย บนี้ เป น บั ญ ชี ท า ยระเบี ย บ สํานักนายกรัฐ มนตรีวาดวยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณอัน เปน ที่เชิดชูยิ่งชางเผือก และเครื่ อ งราชอิ ส ริ ย าภรณ อั น มี เ กี ย รติ ย ศยิ่ ง มงกุ ฎ ไทย พ.ศ. ๒๕๓๖ ซึ่ ง แก ไ ขเพิ่ ม เติ ม โดยประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ฉบับที่ ๓๓ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ ขอ ๕ เพื่ อ ประโยชน ใ นการนั บ ระยะเวลาในการขอพระราชทานเครื่ อ งราช อิ ส ริ ย าภรณ อั น เป น ที่ เ ชิ ด ชู ยิ่ ง ช า งเผื อ กและเครื่ อ งราชอิ ส ริ ย าภรณ อั น มี เ กี ย รติ ย ศยิ่ ง มงกุ ฎ ไทย ตามบัญชี ๔๑ ใหนําระยะเวลาในการดํารงตําแหนง หรือระยะเวลาในการไดรับเงิน เดือนของ ขาราชการระดับตาง ๆ กอ นมีการปรับเปลี่ย นโครงสรางตําแหนงของขาราชการใหมเมื่อวัน ที่


เลม ๑๒๖ ตอนพิเศษ ๑๕๕ ง

หนา ๒ ราชกิจจานุเบกษา

๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๒

๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ มานับรวมเปนระยะเวลาในการดํารงตําแหนงหรือระยะเวลาในการไดรับ เงินเดือนของขาราชการผูนั้นตามบัญชี ๔๑ ดวย ขอ ๖ ใหนายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้ ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี


เลม ๑๒๓ ตอนที่ ๖๒ ก

หนา ๑ ราชกิจจานุเบกษา

๑๔ มิถนุ ายน ๒๕๔๙

พระราชกฤษฎีกา วาดวยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ อันเปนที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ใหไว ณ วันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เปนปที่ ๖๑ ในรัชกาลปจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมิน ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลา ฯ ใหประกาศวา โดยที่เปนการสมควรแกไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาวาดวยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ อันเปนที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๕ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ พ.ศ. ๒๕๓๔ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ ใหตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว ดังตอไปนี้ มาตรา ๑ พระราชกฤษฎี กานี้ เรีย กวา “พระราชกฤษฎีกาวาด วยการขอพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙” มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เปนตนไป


เลม ๑๒๓ ตอนที่ ๖๒ ก

หนา ๒ ราชกิจจานุเบกษา

๑๔ มิถนุ ายน ๒๕๔๙

มาตรา ๓ ใหยกเลิกความในมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ แหงพระราชกฤษฎีกาวาดวย การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ พ.ศ. ๒๕๓๘ และให ใชความตอไปนี้แทน “มาตรา ๑๐ การพิจารณาการกระทําความดีความชอบตามมาตรา ๘ (๑) ใหอยูภายใตเงื่อนไข ดังนี้ (๑) เป น ผลงานของตนเองและไม เ คยใช เ สนอขอพระราชทานจนได รั บ พระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณตามกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นมาแลว ถาเปนผลงานที่ทํารวมกันเปนหมูคณะ จะตองสรุปแยกผลงานของแตละบุคคลใหชัดเจน เพื่อใหสามารถพิจารณาเปนรายบุคคลตามความเหมาะสมได (๒) เปนผลงานในฐานะบุคคลของนิติบุคคลซึ่งมีบทบาทหรือสวนสําคัญในการสนับสนุน หรือผลักดันใหนิติบุคคลกระทําการอยางใดอยางหนึ่งอันเปนประโยชนแกสาธารณะ (๓) เป น ผลงานในฐานะบุ ค คลของคณะบุ ค คลซึ่ ง จั ด กิ จ กรรมเป น การเฉพาะกิ จ และ มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ สังคม หรือดานอื่น ๆ เพื่อสาธารณประโยชน (๔) ถาเปนผลงานที่กระทําใหแกนิติบุคคล นิติบุคคลนั้นตองมีวัตถุประสงคในการประกอบ กิจการอันเปนสาธารณประโยชน การพิจารณาวาบุคคลใดมีบทบาทหรือสวนสําคัญในการสนับสนุนหรือผลักดันใหนิติบุคคล กระทําการอยางใดอยางหนึ่งอัน เปน ประโยชนแ กส าธารณะ ตามวรรคหนึ่ง (๒) การพิจารณาว า บุคคลใดของคณะบุคคลซึ่งจัดกิจกรรมเปนการเฉพาะกิจและมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ สังคม หรือ ดานอื่น ๆ เพื่อสาธารณประโยชน ตามวรรคหนึ่ง (๓) และการพิจารณาวานิติบุคคลใดมีวัตถุประสงค ในการประกอบกิจการอัน เปน สาธารณประโยชน ตามวรรคหนึ่ง (๔) ใหเปน ไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่สํานักนายกรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีที่นิติบุคคลตามวรรคหนึ่ง (๔) เปนหนวยงานของรัฐ ผลงานที่ใชเสนอขอพระราชทาน ตองไมเปนผลงานตามปกติที่ผูนั้นตองกระทําในฐานะที่เปนเจาหนาที่ของหนวยงานของรัฐดังกลาว มาตรา ๑๑ การกระทําความดีความชอบตามมาตรา ๘ (๑) ใหผูดํารงตําแหนงหัวหนาสวนราชการ ระดับกองหรือสวนราชการที่มีฐ านะเทียบกองสําหรับสวนราชการ หรือผูดํารงตําแหนงไมต่ํากวา หัวหนาฝายสําหรับรัฐวิสาหกิจ องคการมหาชน หรือหนวยงานของรัฐ หรือผูดํารงตําแหนงไมต่ํากวา


เลม ๑๒๓ ตอนที่ ๖๒ ก

หนา ๓ ราชกิจจานุเบกษา

๑๔ มิถนุ ายน ๒๕๔๙

ผูอํานวยการกองสําหรับสภากาชาดไทยหรือหนวยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ แลวแตกรณี ของหนวยงาน ที่ไดรับประโยชนหรือเกี่ยวของเปนผูรับรองผลงาน โดยตองระบุผลงาน การปฏิบัติงาน และระยะเวลา การปฏิบัติงานในหนาที่ตาง ๆ ดวย” มาตรา ๔ ใหยกเลิกความในมาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๖ แหงพระราชกฤษฎีกาวาดวย การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ พ.ศ. ๒๕๓๘ และให ใชความตอไปนี้แทน “มาตรา ๑๕ ภายใตบั งคั บมาตรา ๑๖ การกระทํ าความดี ความชอบตามมาตรา ๘ (๒) ตองมีหนังสือรับรองแสดงรายการการบริจาคทรัพยสินจากหนวยงานที่รับบริจาคโดยมีผูลงลายมือชื่อ ตามหลักเกณฑ ดังนี้ (๑) กรณีที่หนวยงานที่รับบริจาคเปนสวนราชการ (ก) ราชการสวนกลาง ใหอธิบดีหรือหัวหนาสวนราชการที่เรียกชื่ออยางอื่นและมีฐานะ เปนกรมหรือนิติบุคคลลงลายมือชื่อในหนังสือรับรอง (ข) ราชการสวนภูมิภาค ๑) การบริ จ าคทรั พ ย สิน ครั้ ง ละไม เ กิ น หา แสนบาท ให หัว หน า ส วนราชการ ประจําอําเภอและนายอําเภอแหงทองที่ที่มีการบริจาคลงลายมือชื่อในหนังสือรับรอง ๒) การบริจาคทรัพยสินครั้งละเกินหาแสนบาท ใหหัวหนาสวนราชการประจําจังหวัด และผูวาราชการจังหวัดแหงทองที่ที่มีการบริจาคลงลายมือชื่อในหนังสือรับรอง (ค) ราชการสวนทองถิ่น ๑) การบริจาคทรัพยสินครั้งละไมเกินหาแสนบาท ใหปลัดองคการบริหารสวนจังหวัด ปลัดเทศบาล ปลัดองคการบริหารสวนตําบล ปลัดเมืองพัทยา หรือผูบังคับบัญชาสูงสุดในฝายประจํา ขององคกรปกครองสวนทองถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง แลวแตกรณี แหงทองที่ที่มีการบริจาคลงลายมือชื่อ ในหนังสือรับรอง ๒) การบริจาคทรัพยสินครั้งละเกินหาแสนบาท ใหผูวาราชการจังหวัดแหงทองที่ ที่มีการบริ จาคลงลายมื อชื่อ ในหนังสื อรับ รอง เวน แตการบริ จาคใหแ กองคการบริ หารสวนตําบล ใหนายอําเภอแหงทองที่ที่มีการบริจาคลงลายมือชื่อในหนังสือรับรอง


เลม ๑๒๓ ตอนที่ ๖๒ ก

หนา ๔ ราชกิจจานุเบกษา

๑๔ มิถนุ ายน ๒๕๔๙

๓) การบริ จ าคทรั พ ย สิ น ให แ ก ก รุ ง เทพมหานคร ให ป ลั ด กรุ ง เทพมหานคร ลงลายมือชื่อในหนังสือรับรอง (๒) กรณีที่หนวยงานที่รับบริจาคเปนรัฐวิสาหกิจ องคการมหาชน หรือหนวยงานอื่นของรัฐ ใหผูวาการ ผูอํานวยการ หรือผูดํารงตําแหนงที่เรียกชื่ออยางอื่นและมีฐ านะเทียบเทาผูวาการหรือ ผูอํานวยการลงลายมือชื่อในหนังสือรับรอง (๓) กรณีที่หนวยงานที่รับบริจาคเปนหนวยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ ใหเลขาธิการ ผูวาการ หรื อ ผู ดํ า รงตํา แหน ง ที่ เ รีย กชื่ อ อย า งอื่น และมี ฐ านะเที ย บเท าเลขาธิ ก ารหรื อ ผู ว า การลงลายมื อ ชื่ อ ในหนังสือรับรอง (๔) กรณีที่หนวยงานที่รบั บริจาคเปนสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่เปนนิติบุคคล ใหอธิการบดี ลงลายมือชื่อในหนังสือรับรอง (๕) กรณีที่หนวยงานที่รับบริจาคเปนสภากาชาดไทย ใหเลขาธิการสภากาชาดไทยลงลายมือชื่อ ในหนังสือรับรอง (๖) กรณีที่ หน วยงานที่รั บบริ จาคเปน นิ ติบุ คคลที่ สํา นั กนายกรั ฐ มนตรี ประกาศกํ าหนด ในราชกิจจานุเบกษา ใหผูแทนของนิติบุคคลนั้นลงลายมือชื่อในหนังสือรับรอง มาตรา ๑๖ การกระทําความดีความชอบตามมาตรา ๘ (๒) อันเปนประโยชนแกศาสนา ตองเปนการบริจาคทรัพยสินใหแ กสถานประกอบศาสนกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยถูกตองตามกฎหมาย และ ตองมีหนังสือรับรองแสดงรายการการบริจาคทรัพยสิน ที่มีผูลงลายมือชื่อตามหลักเกณฑที่กําหนดไว ในมาตรา ๑๗” มาตรา ๕ ใหเพิ่มความตอไปนี้เปน มาตรา ๑๙/๑ แหงพระราชกฤษฎีกาวาดวยการขอ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ พ.ศ. ๒๕๓๘ “มาตรา ๑๙/๑ ใหหนวยงานที่ไดรับบริจาคทรัพยสินตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ มีหนาที่พิจารณาออกหนังสือรับรองแสดงรายการการบริจาคทรัพยสิน ใหแกผูบริจาคในทุกครั้งที่มีการบริจาค ในกรณีเปนการบริจาคในอดีตและไมปรากฏหลักฐานเอกสารตน ฉบับหรือสําเนาใบรับเงิน ใหหนวยงานตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ไดมอบใหแกผูบริจาค รวมทั้งสอบปากคําผูมีสวนเกี่ยวของ


เลม ๑๒๓ ตอนที่ ๖๒ ก

หนา ๕ ราชกิจจานุเบกษา

๑๔ มิถนุ ายน ๒๕๔๙

เพื่อประกอบการพิจารณา หากปรากฏขอเท็จจริงวาเปนบุคคลผูบริจาคทรัพยสิน และรายการการบริจาค ถูกตอง ใหหนวยงานดําเนินการออกหนังสือรับรองแสดงรายการการบริจาคทรัพยสินใหโดยเร็ว” มาตรา ๖ ใหยกเลิกความในมาตรา ๒๓ แหงพระราชกฤษฎีกาวาดวยการขอพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ พ.ศ. ๒๕๓๘ และใหใชความตอไปนี้แทน “มาตรา ๒๓ การพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณใหแกผูกระทําความดี ความชอบตามมาตรา ๘ ใหหนวยงานดังตอไปนี้เปนผูพิจารณาเสนอขอพระราชทาน (๑) การกระทําความดีความชอบใหแกราชการสวนกลาง หนวยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ กรุง เทพมหานคร รั ฐ วิ สาหกิจ องคก ารมหาชน สถาบั น อุ ดมศึก ษาของรัฐ ที่เ ปน นิติ บุค คล หรื อ หนวยงานอื่นของรัฐ ใหหนวยงานนั้นเปนผูพิจารณาเสนอขอพระราชทาน (๒) การกระทําความดีความชอบใหแ กราชการสวนภู มิภาคหรือราชการสวนทองถิ่น ใด ใหจังหวัดที่ราชการสวนภูมิภาคหรือราชการสวนทองถิ่นนั้นตั้งอยูเปนผูพิจารณาเสนอขอพระราชทาน (๓) การกระทําความดีความชอบใหแ กสภากาชาดไทย ใหสภากาชาดไทยเปน ผูพิจารณา เสนอขอพระราชทาน (๔) การกระทําความดีความชอบใหแกนิติบุคคลที่ปรากฏชื่ออยูในรายชื่อที่สํานักนายกรัฐมนตรี ประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา ใหสํานักนายกรัฐมนตรีกําหนดในประกาศดวยวาใหหนวยงานใด เปนผูพิจารณาเสนอขอพระราชทาน หากเปนการกระทําความดีความชอบใหแกหนวยงานตั้งแตสองหนวยงานขึ้นไป ใหหนวยงาน ตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ที่ไดรับประโยชนม ากที่สุดสําหรับกรณีการกระทําความดีความชอบ ตามมาตรา ๘ (๑) หรือที่ไดรับบริจาคมากที่สุดสําหรับกรณีการกระทําความดีความชอบตามมาตรา ๘ (๒) แลวแตกรณี เปนผูพิจารณาเสนอขอพระราชทาน” มาตรา ๗ ใหยกเลิกความในมาตรา ๒๕ แหงพระราชกฤษฎีกาวาดวยการขอพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ พ.ศ. ๒๕๓๘ และใหใชความตอไปนี้แทน “มาตรา ๒๕ ใหหนวยงานที่เปน ผูพิจารณาเสนอขอพระราชทานตามมาตรา ๒๓ สงผล การพิจารณาไปยังสํานักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวงเจาสังกัดเพื่อดําเนินการตามมาตรา ๒๖ ตอไป


เลม ๑๒๓ ตอนที่ ๖๒ ก

หนา ๖ ราชกิจจานุเบกษา

๑๔ มิถนุ ายน ๒๕๔๙

สําหรับกรมหรือสวนราชการที่เรียกชื่ออยางอื่นและมีฐานะเปนกรมหรือนิติบุคคล ซึ่งไมสังกัด สํานักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง หนวยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ กรุงเทพมหานคร และ สภากาชาดไทย ให สงผลการพิจ ารณาไปยังสํ านัก เลขาธิก ารคณะรั ฐ มนตรีโ ดยไมตอ งดํา เนิน การ ตามมาตรา ๒๖” มาตรา ๘ ใหยกเลิกความในมาตรา ๒๙ แหงพระราชกฤษฎีกาวาดวยการขอพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ พ.ศ. ๒๕๓๘ และใหใชความตอไปนี้แทน “มาตรา ๒๙ ใหคณะกรรมการพิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ มี อํ า นาจหน า ที่ ใ นการพิ จ ารณาเสนอรายชื่ อ บุ ค คลที่ พึ ง ได รั บ การเสนอขอพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ และโดยเฉพาะใหมีอํานาจหนาที่ดังนี้ (๑) พิจารณาชั้นเครื่องราชอิสริยาภรณเพื่อเสนอขอพระราชทานในกรณีพิเศษที่มิไดกําหนดไว ในบัญชีทายพระราชกฤษฎีกานี้ (๒) พิจารณายกเวนชั้นเริ่มตนและการเวนระยะเวลาแตละชั้นในการเสนอขอพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ (๓) แตงตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทํางาน เพื่อกลั่นกรอง ตรวจสอบ หรือดําเนินการอื่น ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ในกรณีที่เห็นสมควร คณะกรรมการพิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ มีอํานาจเสนอชื่อบุค คลที่พึง ไดรับ การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิ สริยาภรณได ทั้งนี้ มิใ ห นํามาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๖ มาใชบังคับ” มาตรา ๙ ใหยกเลิกความในมาตรา ๓๑ แหงพระราชกฤษฎีกาวาดวยการขอพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ พ.ศ. ๒๕๓๘ และใหใชความตอไปนี้แทน “มาตรา ๓๑ ในกรณีที่มีความจําเปนรีบดวนอัน ไมอาจเรียกประชุมคณะกรรมการพิจารณา การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณได ใหสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อบุคคล ที่พึงได รับการเสนอขอพระราชทานเครื่อ งราชอิสริ ยาภรณตามที่กําหนดไวใ นพระราชกฤษฎีกานี้ โดยตรงตอนายกรัฐมนตรี กรณี มี เ หตุ พิ เ ศษ ซึ่ ง ไม อ าจวิ นิ จ ฉั ย ได ว า การกระทํ า ความดี ค วามชอบซึ่ ง ได ก ระทํ า ขึ้ น เปน หนาที่ ของหนว ยงานใดเปน ผู พิจารณาเสนอขอพระราชทาน อัน อาจเปน เหตุใ หการเสนอขอ


เลม ๑๒๓ ตอนที่ ๖๒ ก

หนา ๗ ราชกิจจานุเบกษา

๑๔ มิถนุ ายน ๒๕๔๙

พระราชทานลาชาไมทันการ หรือกรณีมีเหตุจําเปนรีบดวนเพื่อประโยชนของราชการ สํานักเลขาธิการ คณะรัฐ มนตรีอาจแตงตั้ง คณะกรรมการขึ้น เพื่อพิ จารณาเสนอรายชื่อบุคคลที่พึงไดรับการเสนอขอ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณตอนายกรัฐมนตรี เมื่ อ นายกรัฐ มนตรี ใ ห ความเห็ น ชอบแล ว ให สํ า นั ก เลขาธิ ก ารคณะรั ฐ มนตรีดํ า เนิ น การ เพื่อนําความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณตอไป และเมื่อทรงพระกรุณา โปรดเกลา ฯ แลว ใหประกาศรายชื่อผูไดรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณในราชกิจจานุเบกษา” มาตรา ๑๐ ใหยกเลิกความในมาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๔ แหงพระราชกฤษฎีกาวาดวย การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ พ.ศ. ๒๕๓๘ และให ใชความตอไปนี้แทน “มาตรา ๓๓ การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณใหแกนักกีฬา บุคลากรโรงเรียน เอกชน บุ ค ลากรสถาบั น อุ ด มศึ ก ษาเอกชน หรื อ ผู มี ผ ลงานดี เ ด น ที่ ไ ด รั บ รางวั ล หรื อ การยกย อ ง ระดับชาติหรือระดับนานาชาติ นอกจากตองเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดไว ในพระราชกฤษฎีกานี้แลว ใหเปนไปตามหลักเกณฑและเงื่อนไขที่กําหนดไวในบัญชีที่ ๓ บัญชีที่ ๔ บัญชีที่ ๕ หรือบัญชีที่ ๖ ทายพระราชกฤษฎีกานี้ดวย แลวแตกรณี มาตรา ๓๔ การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณใ หแ กผูวายชนมจะกระทําได เฉพาะกรณีที่ผูวายชนมไดเคยกระทําความดีความชอบอัน เปน ประโยชนแ กประเทศ ศาสนา และ ประชาชน เปนอยางยิ่ง ใหกระทรวง ทบวง กรม หรือสวนราชการที่เรียกชื่ออยางอื่นและมีฐานะเปนกรม หรือนิติบุคคล หนวยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ หรือกรุงเทพมหานคร ที่ไดรับประโยชนหรือที่เกี่ยวของมากที่สุด จากการกระทําความดีความชอบของผูวายชนมตามวรรคหนึ่ง เปนผูพิจารณาเสนอขอพระราชทาน ในกรณี ที่ ผู ว ายชนม ไ ด ก ระทํ า ความดี ค วามชอบตามวรรคหนึ่ ง ให แ ก ส ภากาชาดไทย ใหสภากาชาดไทยเปนผูพิจารณาเสนอขอพระราชทาน ใหกระทรวง ทบวง กรม หรือสวนราชการที่เรียกชื่ออยางอื่นและมีฐานะเปนกรม หรือนิติบุคคล หนวยงานอิสระตามรัฐ ธรรมนูญ กรุงเทพมหานคร หรือสภากาชาดไทยที่เปน ผูพิจารณาเสนอขอ พระราชทานเครื่อ งราชอิ สริ ย าภรณ สง เอกสารและหลั ก ฐานไปยัง สํ านั ก เลขาธิ การคณะรั ฐ มนตรี เพื่อเสนอตอนายกรัฐมนตรี เมื่อนายกรัฐมนตรีพิจารณาใหความเห็นชอบแลวใหสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี


เลม ๑๒๓ ตอนที่ ๖๒ ก

หนา ๘ ราชกิจจานุเบกษา

๑๔ มิถนุ ายน ๒๕๔๙

ดําเนิน การเพื่อนําความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานเครื่อ งราชอิสริยาภรณตอไป และ เมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ แลว ใหประกาศรายชื่อผูไดรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ ในราชกิจจานุเบกษา การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณตามมาตรานี้ มิใหนํามาตรา ๗ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๓๐ มาใชบังคับ” มาตรา ๑๑ ใหยกเลิ กบัญชีที่ ๖ การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณใ หแ ก ผู มี ผ ลงานดี เ ด น ที่ ไ ด รั บ รางวั ล หรื อ การยกย อ งระดั บ ชาติ ท า ยพระราชกฤษฎี ก าว า ด ว ยการขอ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณอัน เปน ที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ พ.ศ. ๒๕๓๘ และใหใ ช บัญชีที่ ๖ การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณใ หแ กผูมีผลงานดีเดน ที่ไดรับรางวัลหรือ การยกยองระดับชาติหรือระดับนานาชาติ ทายพระราชกฤษฎีกานี้แทน ผูรับสนองพระบรมราชโองการ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี


เล่ม ๑๒๘ ตอนพิเศษ ๒๒ ง

หน้า ๓๖ ราชกิจจานุเบกษา

๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การกําหนดราคาชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่สามารถส่งคืนตามกฎหมาย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ - ๒๕๕๖ ตามที่ก ฎหมายว่า ด้ว ยเครื่องราชอิ สริย าภรณ์แ ละเหรีย ญราชการที่ ใช้ บังคั บอยู่ในปัจ จุบั น ได้บัญญัติให้ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือเหรียญราชการต้องส่งคืนชั้นรอง เมื่อได้เลื่อน ชั้นตราสูงขึ้น หรือผู้รับมรดกของผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่วายชนม์ซึ่งมีหน้าที่ต้องส่งคืน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือในกรณีที่ทรงเรียกเครื่องราชอิสริยาภรณ์คืน แล้วแต่กรณี แต่ไม่สามารถนํา เครื่องราชอิสริยาภรณ์ส่งคืนได้ จะต้องใช้ราคาเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือเหรียญราชการนั้น ประกอบกับ คณะรั ฐ มนตรี ไ ด้ มี ม ติ เ มื่ อ วั น ที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๓๓ อนุ มั ติ ห ลั ก การให้ ป รั บ ราคาใหม่ ทุก ๓ ปี และพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๗ (๔) ได้บัญญัติให้ หน่วยงานของรัฐส่งข้อมูลข่าวเกี่ยวกับ กฎ มติคณะรัฐมนตรี ข้อบังคับ คําสั่ง หนังสือเวียน ระเบียบ แบบแผน นโยบาย หรือการตีค วาม ที่จัด ให้มี ขึ้น โดยมีสภาพอย่ างกฎ เพื่อให้มี ผลเป็น การทั่ว ไป ต่อเอกชนที่เกี่ยวข้อง ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา สํานักนายกรัฐมนตรี จึงออกประกาศการกําหนดราคา ชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่สามารถส่งคืนตามกฎหมาย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ - ๒๕๕๖ ตามบัญชีท้ายประกาศนี้ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี


บัญชีราคาชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่สามารถส่งคืนตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๔ เป็นต้นไป ลําดับที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ ๒๑ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ๒๖ ๒๗

รายการ เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า ปฐมจุลจอมเกล้า ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ทุติยจุลจอมเกล้า ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ตติยจุลจอมเกล้า ตติยานุจุลจอมเกล้า เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน ปฐมจุลจอมเกล้า ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ทุติยจุลจอมเกล้า ตติยจุลจอมเกล้า จตุตถจุลจอมเกล้า เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ฯ ช้างเผือก มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก บุรุษ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก สตรี ประถมาภรณ์ช้างเผือก บุรุษ ประถมาภรณ์ช้างเผือก สตรี ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก บุรุษ ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก สตรี ตริตาภรณ์ช้างเผือก บุรุษ ตริตาภรณ์ช้างเผือก สตรี จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก บุรุษ จัตรุ ถาภรณ์ช้างเผือก สตรี เบญจมาภรณ์ช้างเผือก บุรุษ เบญจมาภรณ์ช้างเผือก สตรี เหรียญทองช้างเผือก บุรุษ เหรียญทองช้างเผือก สตรี เหรียญเงินช้างเผือก บุรุษ เหรียญเงินช้างเผือก สตรี

ราคาชดใช้ (บาท) ๒,๙๒๖,๗๔๐ ๕๖๒,๔๙๖ ๓๑๗,๗๖๘ ๒๔๖,๙๑๒ ๒๔๖,๙๑๒ ๓๙,๔๘๘ ๑,๒๕๐,๕๕๔ ๓๕๐,๔๓๘ ๓๑๓,๖๗๐ ๒๓๕,๓๘๐ ๔๐,๑๕๒ ๓๔,๖๔๖ ๒๖,๙๐๘ ๒๓,๘๖๔ ๑๘,๖๔๒ ๑๓,๙๔๘ ๑๐,๙๓๔ ๕,๗๐๔ ๕,๐๕๔ ๒,๙๗๘ ๓,๑๕๘ ๒,๘๓๘ ๓,๐๐๐ ๒,๐๐๔ ๒,๒๗๘ ๑,๙๕๖ ๒,๒๒๘


ลําดับที่ ๒๘ ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๔ ๓๕ ๓๖ ๓๗ ๓๘ ๓๙ ๔๐ ๔๑ ๔๒ ๔๓ ๔๔ ๔๕ ๔๖ ๔๗ ๔๘ ๔๙ ๕๐ ๕๑ ๕๒ ๕๓ ๕๔ ๕๕ ๕๖ ๕๗

รายการ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ฯ มงกุฎไทย มหาวชิรมงกุฎ บุรุษ มหาวชิรมงกุฎ สตรี ประถมาภรณ์มงกุฎไทย บุรุษ ประถมาภรณ์มงกุฎไทย สตรี ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย บุรุษ ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย สตรี ตริตาภรณ์มงกุฎไทย บุรุษ ตริตาภรณ์มงกุฎไทย สตรี จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย บุรุษ จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย สตรี เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย บุรุษ เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย สตรี เหรียญทองมงกุฎไทย บุรุษ เหรียญทองมงกุฎไทย สตรี เหรียญเงินมงกุฎไทย บุรุษ เหรียญเงินมงกุฎไทย สตรี เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ฯ ดิเรกคุณาภรณ์ ปฐมดิเรกคุณาภรณ์ บุรุษ ปฐมดิเรกคุณาภรณ์ สตรี ทุติยดิเรกคุณาภรณ์ บุรุษ ทุติยดิเรกคุณาภรณ์ สตรี ตติยดิเรกคุณาภรณ์ บุรุษ ตติยดิเรกคุณาภรณ์ สตรี จตุตถดิเรกคุณาภรณ์ บุรุษ จตุตถดิเรกคุณาภรณ์ สตรี เบญจมดิเรกคุณาภรณ์ บุรุษ เบญจมดิเรกคุณาภรณ์ สตรี เหรียญทองดิเรกคุณาภรณ์ บุรุษ เหรียญทองดิเรกคุณาภรณ์ สตรี เหรียญเงินดิเรกคุณาภรณ์ บุรุษ เหรียญเงินดิเรกคุณาภรณ์ สตรี

ราคาชดใช้ (บาท) ๔๖,๑๙๒ ๓๖,๙๒๒ ๒๒,๔๘๘ ๑๗,๐๑๖ ๑๔,๙๓๔ ๑๐,๐๐๘ ๕,๔๕๖ ๔,๓๔๐ ๒,๙๗๘ ๓,๑๕๘ ๒,๘๓๘ ๓,๐๐๐ ๑,๖๘๖ ๑,๙๗๐ ๑,๖๓๘ ๑,๙๒๒ ๒๖,๕๓๘ ๒๑,๖๕๖ ๑๕,๔๘๖ ๑๒,๑๔๔ ๗,๑๔๒ ๖,๑๗๖ ๔,๑๒๒ ๔,๑๖๐ ๔,๐๕๔ ๔,๐๙๔ ๓,๑๕๘ ๓,๒๐๒ ๓,๑๑๐ ๓,๑๕๔


ลําดับที่ ๕๘ ๕๙ ๖๐ ๖๑ ๖๒ ๖๓ ๖๔ ๖๕

รายการ เหรียญราชอิสริยาภรณ์ เหรียญพิทักษ์เสรีชน เหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ทหาร เหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา พลเรือน บุรุษ เหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา พลเรือน สตรี เหรียญราชการชายแดน เหรียญจักรมาลา เหรียญจักรพรรดิมาลา บุรุษ เหรียญจักรพรรดิมาลา สตรี

ราคาชดใช้ (บาท) ๒๖๐ ๒,๘๐๐ ๒,๘๐๐ ๓,๐๐๐ ๒๘๐ ๒,๐๒๒ ๑,๘๙๖ ๒,๑๗๔

reward  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you