Issuu on Google+

รายงาน

เรื่อง การประยุกต์ ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศกับการเรี ยนการสอนและการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวติ ประจำาวัน เสนอ อ. สุ ธิดา ชู เกียรติ จัดทำาโดย 1. นางสาวชนากานต์ พิมพรัตน์ 554152012 2. นางสาวเจนจิรา ศรีบุระ 554152037 3. นางสาวจารุ วรรณ นารายนะคามิน 554152041 คบ.1 ชีววิทยา หมู่ 1


การประยุกต์ ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศกับ การเรียนการสอนและการใช้ เทคโนโลยี สารสนเทศในชีวติ ประจำาวัน


• 1. ประยุกต์ ใช้ ในงานด้ านการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศที่นาำ มาใช้สาำ หรับการเรี ยนการสอน เป็ นการใช้เทคโนโลยี สมัยใหม่หลายอย่าง สอนด้วยสื่ ออุปกรณ์ที่ทนั สมัย ห้องเรี ยนสมัยใหม่ มีอุปกรณ์ วิดีโอโปรเจคเตอร์ (Video Projector)มีเครื่ องคอมพิวเตอร์ มีระบบการอ่าน ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบต่าง ๆ รู ปแบบของสื่ อที่นาำ มาใช้ในด้านการเรี ยนการสอน ก็มีหลากหลาย ขึ้นอยูก่ บั ความเหมาะสมในการนำามาใช้ เช่น คอมพิวเตอร์ช่วยสอน อิเล็กทรอนิกส์บุค วิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ ระบบวิดีโอออนดีมานด์ การสื บค้น ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ และระบบอินเทอร์ เน็ต เป็ นต้น 


• 1.1 คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็ นการนำาเอาเทคโนโลยี รวมกับการออกแบบ โปรแกรมการสอน มาใช้ช่วยสอน ซึ่งเรี ยกกันโดยทัว่ ไปว่าบทเรี ยน CAI ( Computer - Assisted Instruction ) การจัดโปรแกรมการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ในปัจจุบนั มักอยูใ่ นรู ปของสื่ อประสม (Multimedia) ซึ่งหมายถึงนำาเสนอได้ท้ งั ภาพ ข้อความ เสี ยง ภาพเคลื่อนไหว ฯลฯ โปรแกรมช่วยสอนนี้เหมาะกับการศึกษาด้วยตนเอง และเปิ ดโอกาสให้ผเู ้ รี ยน สามารถโต้ตอบ กับบทเรี ยนได้ตลอด จนมีผลป้ อนกลับเพื่อให้ผเู ้ รี ยนรู ้ บทเรี ยนได้ อย่างถูกต้อง และเข้าใจในเนื้ อหาวิชาของบทเรี ยนนั้นๆ


• 1.2 อิเล็กทรอนิกส์บุค๊ คือการเก็บข้อมูลจำานวนมากด้วยซีดีรอม หนึ่งแผ่นสามารถเก็บข้อมูลตัว อักษรได้มากถึง 600 ล้านตัวอักษร ดังนั้นซีดีรอมหนึ่งแผ่นสามารถเก็บข้อมูลหนังสื อ หรื อ เอกสารได้มากกว่าหนังสื อหนึ่งเล่ม และที่สาำ คัญคือการใช้กบั คอมพิวเตอร์ ทำาให้สามารถเรี ยก ค้นหาข้อมูลภายในซีดีรอม ได้อย่างรวดเร็ วโดยใช้ดชั นี สื บค้นหรื อสารบัญเรื่ อง ซีดีรอมจึงเป็ น สื่ อที่มีบทบาทต่อการศึกษาอย่างยิง่ เพราะในอนาคตหนังสื อต่าง ๆ จะจัดเก็บอยูใ่ นรู ปซีดีรอม และเรี ยกอ่านด้วยเครื่ องคอมพิวเตอร์ ที่เรี ยกว่าอิเล็กทรอนิกส์บุค ซีดีรอมมีขอ้ ดีคือสามารถจัด เก็บ ข้อมูลในรู ปของมัลติมีเดีย และเมื่อนำาซีดีรอมหลายแผ่นใส่ไว้ในเครื่ องอ่านชุดเดียวกัน ทำาให้ซีดีรอมสามารถขยายการเก็บข้อมูลจำานวนมากยิง่ ขึ้นได้ 

รู ปแสดงการนำาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในงานด้านการศึกษา


• 1.3 วิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ หมายถึงการประชุมทางจอภาพ โดยใช้เทคโนโลยีการ สื่ อสารที่ทนั สมัย เป็ นการประชุมร่ วมกันระหว่างบุคคล หรื อคณะบุคคลที่อยูต่ ่างสถานที่ และห่างไกลกันโดยใช้สื่อทางด้านมัลติมีเดีย ที่ให้ท้ งั ภาพเคลื่อนไหว ภาพนิ่ง เสี ยง และ ข้อมูลตัวอักษร ในการประชุมเวลาเดียวกัน และเป็ นการสื่ อสาร 2 ทาง จึงทำาให้ ดูเหมือน ว่าได้เข้าร่ วมประชุมร่ วมกันตามปกติ ด้านการศึกษาวิดีโอเทคเลคอนเฟอเรนซ์ ทำาให้ผู้ เรี ยนและผูส้ อนสามารถติดต่อสื่ อสารกันได้ ผ่านทางจอภาพ โทรทัศน์และเสี ยง นักเรี ยน ในห้องเรี ยน ที่อยูห่ ่ างไกลสามารถเห็นภาพและเสี ยง ของผูส้ อนสามารถเห็นอากับกิริยา ของ ผูส้ อน เห็นการเคลื่อนไหวและสี หน้าของผูส้ อนในขณะเรี ยน คุณภาพของภาพและ เสี ยง ขึ้นอยูก่ บั ความเร็ วของช่องทางการสื่ อสาร ที่ใช้เชื่อมต่อระหว่างสองฝั่งที่มีการ ประชุมกัน ได้แก่ จอโทรทัศน์หรื อจอคอมพิวเตอร์ ลำาโพง ไมโครโฟน กล้อง อุปกรณ์เข้า รหัสและถอดรหัส ผ่านเครื อข่ายการสื่ อสารความเร็ วสูงแบบไอเอสดีเอ็น (ISDN)


• 1.4 ระบบวิดีโอออนดีมานด์ (Video on Demand) เป็ นระบบใหม่ที่กาำ ลังได้รับ ความนิยมนำามาใช้ ในหลายประเทศเช่น ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริ กา โดยอาศัยเครื อข่าย คอมพิวเตอร์ความเร็ วสูง ทำาให้ผชู ้ มตามบ้านเรื อนต่าง ๆ สามารถเลือกรายการวิดีทศั น์ ที่ ตนเองต้องการชมได้โดยเลือกตามรายการ (Menu) และเลือกชมได้ตลอดเวลา วิดีโอ ออนดีมานด์ เป็ นระบบที่มีศูนย์กลาง การเก็บข้อมูลวีดิทศั น์ไว้จาำ นวนมาก โดยจัดเก็บในรู ป แหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ (Video Server) เมื่อผูใ้ ช้ตอ้ งการเลือกชมรายการใด ก็เลือก ได้จากฐานข้อมูลที่ตอ้ งการ ระบบวิดีโอ ออนดีมานด์จึงเป็ นระบบที่จะนำามาใช้ ในเรื่ องการ เรี ยนการสอนทางไกลได้ โดยไม่มีขอ้ จำากัดด้านเวลา ผูเ้ รี ยนสามารถเลือกเรี ยน ในสิ่ งที่ ตนเองต้องการเรี ยนหรื อสนใจได้


• 1.5 การสื บค้นข้อมูล (Search Engine) ปัจจุบนั ได้มีการกล่าวถึงระบบการ สื บค้นข้อมูลกันมาก แม้แต่ในเครื อข่ายอินเทอร์เน็ต ก็มีการประยุกต์ใช้ไฮเปอร์เท็กซ์ ในการสื บค้นข้อมูล จนมีโปรโตคอลชนิดพิเศษที่ใช้กนั คือ World Wide Web หรื อเรี ยกว่า www. โดยผูใ้ ช้สามารถเรี ยกใช้โปรโตคอล http เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่ ระบบไฮเปอร์เท็กซ์ ซึ่ งเป็ นฐานข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ไฮเปอร์เท็กซ์มีลกั ษณะเป็ นแบบ มัลติมีเดีย เพราะสามารถสร้างเป็ นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ที่เก็บได้ท้ งั ภาพ เสี ยง และตัว อักษร มีระบบการเรี ยกค้นที่มีประสิ ทธิภาพ โดยใช้โครงสร้างดัชนีแบบลำาดับชั้นภูมิ โดยทัว่ ไป ไฮเปอร์เท็กซ์จะเป็ นฐานข้อมูลที่มีดชั นีสืบค้นแบบเดินหน้า ถอยหลัง และ บันทึกร่ องรอยของการสื บค้นไว้ โปรแกรมที่ใช้ในการสร้างไฮเปอร์เท็กซ์มีเป็ นจำานวน มาก ส่ วนโปรแกรมที่มีชื่อเสี ยงได้แก่ HTML Compossor FrontPage Marcromedia DreaWeaver เป็ นต้น ปัจจุบนั เราใช้วธิ ีการสื บค้นข้อมูล เพื่อนำาข้อมูลที่ได้ไปใช้ประกอบในการทำาเอกสารรายงานต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและ รวดเร็ ว 


• รูปแสดงการสืบค้ นข้ อมูลจากเว็บไซค์ Google


• ดังนั้นการที่ตอ้ งใช้เทคโนโลยีจึงเป็ นสิ่ งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การใช้เครื่ องคอมพิวเตอร์ และเครื่ องอ่านบาร์โค้ดจึงมีความจำาเป็ น ฝ่ ายเทคโนโลยีสารสนเทศจะเป็ นฝ่ ายสนับสนุน สิ่ งสำาคัญที่สุดคือ  เราต้องให้ความมัน่ ใจได้วา่ ระบบจะต้องทำางานได้ไม่มีปัญหาขัดข้อง ปัจจุบนั ระบบ การเชื่อมต่อห้างสรรพสิ นค้าจะเป็ นแบบสอง ลักษณะคือในต่างจังหวัดจะใช้การเชื่อม ต่อผ่านดาวเทียม ในกรุ งเทพจะใช้การเชื่อมต่อแบบออนไลน์ ซึ่ งจะมีการรับส่ งข้อมูล กันทุกวัน ในส่ วนของไอที นอกจากจะต้องทำาให้ระบบ สามารถทำางานได้ตลอดเวลา แล้ว ยังต้องมัน่ ใจด้วยว่าข้อมูลที่รับส่ งกันนั้นมีความถูกต้อง ซึ่ งในแต่ละวันมีขอ้ มูล มาก ที่จะต้องผ่านการประมวลผลให้แก่ผบู้ ริ หารเพื่อใช้ประกอบการตัดสิ นใจ ไม่วา่ จะ เป็ นข้อมูลยอดขายข้อมูลสต็อกและข้อมูลต่างๆ ที่ ผูบ้ ริ หารต้องการ 


• 2. การใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวติ ประจำาวัน

โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบนั คงไม่มีใครปฏิเสธ ว่าเทคโนโลยี สารสนเทศ(Information Technology)หรื อที่เรี ยกว่าITได้ เข้ามามี บทบาทในชีวติ ประจำาวันมากขึ้นการสื่ อสารข้อมูลเป็ นไปด้วย ความรวดเร็ วและเชื่อม โยงกันอย่างทัว่ ถึงและกว้างขวาง(Globalization) เทคโนโลยีทางด้านการ สื่ อสาร(Communication)และคอมพิวเตอร์(Computer) ได้ถกู นำามาใช้ เป็ นเครื่ องมือในการติดต่อแลกเปลี่ยนสารสนเทศ (Information) ที่มี ประสิ ทธิภาพทำาให้เกิดเครื อข่ายข้อมูลครอบค���ุมทัว่ โลก หรื อWWW(Worldwide Web)ที่เราเห็นได้จากการใช้งานในระบบ อินเตอร์เน็ต(Internet)ซึ่งได้กลายมาเป็ นส่วนหนึ่งในชีวติ ประจำาวันไปแล้วและ กำาลังขยายปริ มาณจำานวนผูใ้ ช้มากขึ้นๆ


• ในทุกวันมีการใช้Internetในการสื บค้นข้อมูลความรู ้ทวั่ ไปการติดต่อ สื่ อสาร ในรู ปแบบต่าง ๆ เช่นการส่ งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail), การพูดคุย (Chat) หรื อ การใช้ Video conference เป็ นต้น การทำาธุรกิจการค้า(ecommerce)การใช้เพือ่ การบันเทิงต่างๆ เป็ นการดูหนัง,ฟังเพลง,การอ่าน นิตยสารอิเล็กทรอนิกส์(e-Magazine) รวมทั้งe-Bookที่อาจมาแทนที่ กระดาษโนอนาคตอันใกล้ ในปัจจุบนั นี้ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอาจส่ งผลก ระทบได้ท้ งั ทางบวกและทางลบ กล่าวคือ ผลกระทบทางบวกนั้นได้แก่ ในด้านการ ดำาเนินชีวติ ประจำาวันนั้นเทคโนโลยีช่วยส่ งเสริ มความสะดวกสบายของมนุษย์ช่วย ทำาให้ความเป็ นอยูข่ องมนุษย์ดีข้ ึน ช่วยส่ งเสริ มให้มีประสิ ทธิ ภาพในการทำางาน ทำาให้มนุษย์มีเวลาว่างเพื่อใช้ในในทางที่เกิดประโยชน์มากขึ้น มีเครื่ องมือสื่ อสาร โทรคมนาคมที่ทนั สมัยใหม่ ให้ติดต่อกันได้สะดวกรวดเร็ ว และยังมีเครื่ องอำานวย ความสะดวกอีกหลายๆ อย่าง


• ส่ วนโรงพยาบาลได้นาำ มาใช้ในการบันทึกและค้นหาเวชระเบียนผูป้ ่ วย, จัดทำาฐาน ข้อมูลยาและเวชภัณฑ์, คิดเงินค่ายาและจัดทำาบัญชีต่าง ๆ , จัดทำาสถิติผปู ้ ่ วยและ พิมพ์รายงานส่ งกระทรวง, ใช้อุปกรณ์การแพทย์ที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ในภาค ธุรกิจก็นาำ มาใช้เช่นเดียวกัน ได้แก่ ธนาคารมีการใช้ระบบฝากถอนเงินทุกประเภท ระบบ ATM, ระบบตรวจสอบสิ นเชื่อ, OFFICE BANKING & HOME BANKING


• งานค้าปลีกมีการใช้ระบบซื้ อสิ นค้ามาขาย, ระบบสิ นค้าคงคลังและการจัดทำารหัส แท่ง(Bar Code), ระบบเก็บเงินลูกค้า, ระบบบัญชี, ระบบบัตรเครดิต โรงแรมนำา เทคโนโลยีมาใช้ในการจองห้องพักแบบต่าง ๆ, การลงทะเบียนเข้าพัก, การคิดเงินค่า ห้องพักและบริ การต่าง ๆ , การจัดทำาบัญชีต่าง ๆ , การให้บริ การสื่ อสารและ อินเทอร์เน็ต ในภาคอุตสาหกรรมมีการออกแบบผลิตภัณฑ์ดว้ ยระบบ Computer Aided Design, ตรวจสอบแบบผลิตภัณฑ์โดยอัตโนมัติ, จัดทำาโปรแกรมควบคุม เครื่ องจักรการผลิต, บันทึกระบบวัตถุดิบและสิ นค้าคงคลัง, ระบบ Computer Integrated Manufacturing เป็ นต้น อย่างไรก็ตามการนำาเทคโนโลยีมาใช้ก็ อาจส่ งผลกระทบทางลบได้เช่นเดียวกัน กล่าวคือ เทคโนโลยีสามารถนำามาใช้ในการ อาชญากรรมได้ โจรผูร้ ้ายใช้เทคโนโลยีในการวางแผนปล้น ลักลอบข้อมมูล ฯลฯ , การ ใช้คอมพิวเตอร์หรื ออุปกรณ์สื่อสาร โดยไม่ตอ้ งเห็นตัว ทำาให้ความสัมพันธ์กบั ผูอ้ ื่นลด น้อยเสื่ อมถอยลง, ส่ งผลกระทบทางด้านจิตใจของกลุ่มบุคคลบางกลุ่มที่มีความวิตก กังวลว่าอาจจะต้องตกงานเพราะโรงงานส่ วนมากจะใช้เครื่ องจักรแทนคนงานมากขึ้น ซึ่ง ความคิดเหล่านี้ จะเกิดกับคนบางกลุ่มเท่านั้น, เกิดการพัฒนาอาวุธมากขึ้นสามารถนำา เทคโนโลยีมาใช้สร้างเป็ นอาวุธที่มีอานุภาพการทำาลายล้างสูง ทำาเสี่ ยงต่อการเกิดสงคราม ฯลฯ เป็ นต้น


•  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานอุตสาหกรรม โรงงานอุตสาหกรรม นำาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการเข้ามาช่วยในการจัดการระบบงานการผลิต การสั่งซื้อ การพัสดุการเงิน บุคลากร และงานด้านอื่น ๆ ในโรงงาน


•  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานการเงินและการพาณิ ชย์ ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศในรู ปแบบของเครื่ องเบิกถอนเงินอัตโนมัติ เพื่ออำานวยความสะดวกในการ ฝาก ถอน โอนเงิน และนำาคอมพิวเตอร์ระบบออนไลน์และออฟไลน์เข้ามาช่วยในการ ทำางานประจำาวันของธนาคารด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลของธนาคารต่างสาขา ต่างธนาคาร ทำาให้ผใู้ ช้บริ การสามารถเบิก ถอน โอนเงินชำาระเงินค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้โดยสะดวก •  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานด้านการสื่ อสาร ได้แก่ การบริ การโทรศัพท์ วิทยุ โทรทัศน์ เคเบิลทีวี การค้นคืนสารสนเทศระบบออนไลน์ ดาวเทียม และโครงข่าย บริ การสื่ อสารร่ วมระบบดิจิตอล


•       เครื อข่ายการศึกษา เป็ นการจัดทำาเครื อข่ายการศึกษาเพื่อให้ครู อาจารย์และ นักศึกษามีโอกาสใช้เครื อข่ายเพือ่ แสวงหาความรู ้ที่มีอยูม่ ากมายในโลก และใช้ บริ การต่าง ๆ ที่เป็ นประโยชน์ทาง การศึกษา เช่น บริ การส่ งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Mail : E-mail) การเผยแพร่ และค้นหา ข้อมูลในระบบ เวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web)


• ดังนั้นจะเห็นว่าเทคโนโลยีสารสนเทศนั้นเป็ นสิ่ งที่ยงั คงเกี่ยวข้อง สัมพันธ์กบั การ ดำารงชีวติ ของมนุษย์ตราบใดที่เรายังต้องพึ่งเทคโนโลยีอยู่ แต่ผลกระทบต่อมนุษย์ที่ จะเกิดแก่มนุษย์น้ นั จะร้าย ดี มากน้อยเพียงใดขึ้นอยูก่ บั มนุษย์ซ่ ึงเป็ นผูป้ ระดิษฐ์ คิด ทำา และนำาเทคโนโลยีสารสารเทศมาใช้นัน่ เอง


จบการนำาเสนอ ขอบคุณค่ ะ


การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับการเรียนการสอน