Page 1

ซอฟท์ แวร์ คืออะไร ?    

ความจาเป็ นของการใช้ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์และภาษาคอมพิวเตอร์ ชนิดของซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์ระบบ  ระบบปฏิบต ั ิการ  ตัวแปลภาษา ซอฟต์แวร์ประยุกต์  ซอฟต์แวร์สาเร็ จ  ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะ

ความจาเป็ นของการใช้ ซอฟต์ แวร์ ซอฟต์แวร์ (software) หมายถึงชุดคาสัง่ หรื อโปรแกรมที่ใช้สงั่ งานให้คอมพิวเตอร์ทางาน ซอฟต์แวร์จึงหมายถึงลาดับขั้นตอนการทางานที่เขียนขึ้นด้วยคาสัง่ ของคอมพิวเตอร์ คาสัง่ เหล่านี้ เรี ยงกันเป็ นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จากที่ทราบมาแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทางานตามคาสัง่ การทางาน พืน้ ฐานเป็ นเพียงการกระทากับข้อมูลที่เป็ นตัวเลขฐานสอง ซึ่งใช้แทนข้อมูลที่เป็ นตัวเลข ตัวอักษร รู ปภาพ หรื อแม้แต่เป็ นเสียงพูดก็ได้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้สงั่ งานคอมพิวเตอร์จึงเป็ นซอฟต์แวร์ เพราะเป็ นลาดับขั้นตอนการ ทางานของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์เครื่ องหนึ่งทางานแตกต่างกันได้มากมายด้วยซอฟต์แวร์ที่ แตกต่างกัน ซอฟต์แวร์จึงหมายรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทุกประเภทที่ทาให้คอมพิวเตอร์ ทางานได้ การที่เราเห็นคอมพิวเตอร์ทางานให้กบั เราได้มากมาย เพราะว่ามีผพู ้ ฒั นาโปรแกรมคอมพิวเตอร์มา ให้เราสัง่ งานคอมพิวเตอร์ ร้านค้าอาจใช้คอมพิวเตอร์ทาบัญชีที่ยงุ่ ยากซับซ้อน บริ ษทั ขายตัว๋ ใช้ คอมพิวเตอร์ช่วยในระบบการจองตัว๋ คอมพิวเตอร์ช่วยในเรื่ องกิจการงานธนาคารที่มีขอ้ มูลต่าง ๆ มากมาย คอมพิวเตอร์ช่วยงานพิมพ์เอกสารให้สวยงาม เป็ นต้น การที่คอมพิวเตอร์ดาเนินการให้ ประโยชน์ได้มากมายมหาศาลจะอยูท่ ี่ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์จึงเป็ นส่วนสาคัญของระบบ คอมพิวเตอร์ หากขาดซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ก็ไม่สามารถทางานได้ ซอฟต์แวร์จึงเป็ นสิ่งที่จาเป็ น และมีความสาคัญมาก และเป็ นส่วนประกอบหนึ่งที่ทาให้ระบบสารสนเทศเป็ นไปได้ตามที่ตอ้ งการ


ซอฟท์ แวร์ และภาษาคอมพิวเตอร์ เมื่อมนุษย์ตอ้ งการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการทางาน มนุษย์จะต้องบอกขั้นตอนวิธีการให้ คอมพิวเตอร์ทราบ การที่บอกสิ่งที่มนุษย์เข้าใจให้คอมพิวเตอร์รับรู ้ และทางานได้อย่างถูกต้อง จาเป็ นต้องมีสื่อกลาง ถ้าเปรี ยบเทียบกับชีวติ ประจาวันแล้ว เรามีภาษาที่ใช้ในการติดต่อซึ่งกันและ กัน เช่นเดียวกันถ้ามนุษย์ตอ้ งการจะถ่ายทอดความต้องการให้คอมพิวเตอร์รับรู ้และปฏิบตั ิตาม จะต้องมีสื่อกลางสาหรับการติดต่อเพือ่ ให้คอมพิวเตอร์รับรู ้ เราเรี ยกสื่อกลางนี้วา่ ภาษาคอมพิวเตอร์ เนื่องจากคอมพิวเตอร์ทางานด้วยสัญญาณทางไฟฟ้ า ใช้แทนด้วยตัวเลข 0 และ 1 ได้ ผูอ้ อกแบบ คอมพิวเตอร์ใช้ตวั เลข 0 และ 1 นี้เป็ นรหัสแทนคาสัง่ ในการสัง่ งานคอมพิวเตอร์ รหัสแทนข้อมูล และคาสัง่ โดยใช้ระบบเลขฐานสองนี้ คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ เราเรี ยกเลขฐานสองที่ประกอบ กันเป็ นชุดคาสัง่ และใช้สงั่ งานคอมพิวเตอร์วา่ ภาษาเครื่ อง การใช้ภาษาเครื่ องนี้ถึงแม้คอมพิวเตอร์จะเข้าใจได้ทนั ที แต่มนุษย์ผใู ้ ช้จะมีขอ้ ยุง่ ยากมาก เพราะ เข้าใจและจดจาได้ยาก จึงมีผสู ้ ร้างภาษาคอมพิวเตอร์ในรู ปแบบที่เป็ นตัวอักษร เป็ นประโยค ข้อความ ภาษาในลักษณะดังกล่าวนี้เรี ยกว่า ภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูง ภาษาระดับสูงมีอยูม่ ากมาย บางภาษามีความเหมาะสมกับการใช้สงั่ งานการคานวณทางคณิ ตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ บางภาษา มีความเหมาะสมไว้ใช้สงั่ งานทางด้านการจัดการข้อมูล ในการทางานของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะแปลภาษาระดับสูงให้เป็ นภาษาเครื่ อง ดังนั้นจึงมี ผูพ้ ฒั นาโปรแกรมคอมพิวเตอร์สาหรับแปลภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงให้เป็ นภาษาเครื่ อง โปรแกรมที่ใช้แปลภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงให้เป็ นภาษาเครื่ องเรี ยกว่า คอมไพเลอร์ (compiler) หรื ออินเทอร์พรี เตอร์ (interpreter) คอมไพเลอร์จะทาการแปลโปรแกรมที่เขียนเป็ นภาษาระดับสูงทั้งโปรแกรมให้เป็ นภาษาเครื่ องก่อน แล้วจึงให้คอมพิวเตอร์ทางานตามภาษาเครื่ องนั้น ส่วนอินเทอร์พรี เตอร์จะทาการแปลทีละคาสัง่ แล้วให้คอมพิวเตอร์ทาตามคาสัง่ นั้น เมื่อทาเสร็จแล้ว จึงมาทาการแปลคาสัง่ ลาดับต่อไป ข้อแตกต่างระหว่างคอมไพเลอร์กบั อินเทอร์พรี เตอร์จึงอยูท่ ี่การ แปลทั้งโปรแกรมหรื อแปลทีละคาสัง่ ตัวแปลภาษาที่รู้จกั กันดี เช่น ตัวแปลภาษาเบสิก ตัวแปลภาษา โคบอล ซอฟต์แวร์หรื อโปรแกรมคอมพิวเตอร์จึงเป็ นส่วนสาคัญที่ควบคุมการทางานของคอมพิวเตอร์ให้ ดาเนินการตามแนวความคิดที่ได้กาหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว คอมพิวเตอร์ตอ้ งทางานตามโปรแกรม เท่านั้น ไม่สามารถทางานที่นอกเหนือจากที่กาหนดไว้ในโปรแกรม


ชนิดของซอฟต์ แวร์ ในบรรดาซอฟต์แวร์หรื อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีผพู ้ ฒั นาขึ้นเพือ่ ใช้งานกับคอมพิวเตอร์มี มากมาย ซอฟต์แวร์เหล่านี้อาจได้รับการพัฒนาโดยผูใ้ ช้งานเอง หรื อผูพ้ ฒั นาระบบ หรื อผูผ้ ลิต จาหน่าย หากแบ่งแยกชนิดของซอฟต์แวร์ตามสภาพการทางาน พอแบ่งแยกซอฟต์แวร์ได้เป็ นสอง ประเภท คือ ซอฟต์แวร์ระบบ (system software) และซอฟต์แวร์ประยุกต์ (application software) 

ซอฟต์ แวร์ ระบบ คือซอฟต์แวร์ที่บริ ษทั ผูผ้ ลิตสร้างขึ้นมาเพือ่ ใช้จดั การกับระบบ หน้าที่การทางาน ของซอฟต์แวร์ระบบคือดาเนินงานพื้นฐานต่าง ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ เช่น รับข้อมูลจากแผง แป้ นอักขระแล้วแปลความหมายให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ นาข้อมูลไปแสดงผลบนจอภาพหรื อ นาออกไปยังเครื่ องพิมพ์ จัดการข้อมูลในระบบแฟ้ มข้อมูลบนหน่วยความจารอง เมื่อเราเปิ ดเครื่ องคอมพิวเตอร์ ทันทีที่มีการจ่ายกระแสไฟฟ้ าให้กบั คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะ ทางานตามโปรแกรมทันที โปรแกรมแรกที่สงั่ คอมพิวเตอร์ทางานนี้เป็ นซอฟต์แวร์ระบบ ซอฟต์แวร์ระบบอาจเก็บไว้ในรอม หรื อในแผ่นจานแม่เหล็ก หากไม่มีซอฟต์แวร์ระบบ คอมพิวเตอร์จะทางานไม่ได้ ซอฟต์แวร์ระบบยังใช้เป็ นเครื่ องมือในการพัฒนาซอฟต์แวร์อื่น ๆ และยังรวมไปถึงซอฟต์แวร์ที่ใช้ ในการแปลภาษาต่าง ๆ

ซอฟต์ แวร์ ประยุกต์ เป็ นซอฟต์แวร์ที่ใช้กบั งานด้านต่าง ๆ ตามความต้องการของผูใ้ ช้ ที่สามารถ นามาใช้ประโยชน์ได้โดยตรง ปั จจุบนั มีผพู ้ ฒั นาซอฟต์แวร์ใช้งานทางด้านต่าง ๆ ออกจาหน่ายมาก การประยุกต์งานคอมพิวเตอร์จึงกว้างขวางและแพร่ หลาย เราอาจแบ่งซอฟต์แวร์ประยุกต์ออกเป็ น สองกลุ่มคือ ซอฟต์แวร์สาเร็จ และซอฟต์แวร์ที่พฒั นาขึ้นใช้งานเฉพาะ ซอฟต์แวร์สาเร็จในปั จจุบนั มีมากมาย เช่น ซอฟต์แวร์ประมวลคา ซอฟต์แวร์ตารางทางาน ฯลฯ


ซอฟท์ แวร์ ระบบ คอมพิวเตอร์ประกอบด้วย หน่วยรับเข้า หน่วยส่งออก หน่วยความจา และหน่วยประมวลผล ในการ ทางานของคอมพิวเตอร์จาเป็ นต้องมีการดาเนินงานกับอุปกรณ์พ้นื ฐานที่จาเป็ น ดังนั้นจึงต้องมี ซอฟต์แวร์ระบบเพือ่ ใช้ในการจัดการระบบ หน้าที่หลักของซอฟต์แวร์ระบบประกอบด้วย 1. ใช้ ในการจัดการหน่ วยรับเข้ าและหน่ วยส่ งออก เช่น รับการกดแป้ นต่าง ๆ บนแผงแป้ นอักขระ ส่ง รหัสตัวอักษรออกทางจอภาพหรื อเครื่ องพิมพ์ ติดต่อกับอุปกรณ์รับเข้า และส่งออกอื่น ๆ เช่น เมาส์ อุปกรณ์สงั เคราะห์เสียง 2. ใช้ ในการจัดการหน่ วยความจา เพือ่ นาข้อมูลจากแผ่นบันทึกมาบรรจุยงั หน่วยความจาหลัก หรื อใน ทานองกลับกัน คือนาข้อมูลจากหน่วยความจาหลักมาเก็บไว้ในแผ่นบันทึก 3. ใช้ เป็ นตัวเชื่อมต่ อระหว่ างผู้ใช้ งานกับคอมพิวเตอร์ สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น การขอดูรายการ สารบบในแผ่นบันทึก การทาสาเนาแฟ้ มข้อมูล ซอฟต์แวร์ระบบพื้นฐานที่เห็นกันทัว่ ไป แบ่งออกเป็ นระบบปฏิบตั ิการ และตัวแปลภาษา ซอฟต์แวร์ทงั่ สองประเภทนี้ทาให้เกิดพัฒนาการประยุกต์ใช้งานได้ง่ายขึ้น 

ระบบปฏิบัติการ

ระบบปฏิบัติการ หรื อที่เรี ยกย่อ ๆ ว่า โอเอส (Operating System : OS) เป็ นซอฟต์แวร์ใช้ในการดูแล ระบบคอมพิวเตอร์ เครื่ องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่ องจะต้องมีซอฟต์แวร์ระบบปฏิบตั ิการนี้ ระบบปฏิบตั ิการที่นิยมใช้กนั มากและเป็ นที่รู้จกั กันดีเช่นดอส (Disk Operating System : DOS) วินโดวส์ (Windows) โอเอสทู (OS/2) ยูนิกซ์ (UNIX) 1) ดอส เป็ นซอฟต์แวร์จดั ระบบงานที่พฒั นามานานแล้ว การใช้งานจึงใช้คาสัง่ เป็ นตัวอักษร ดอส เป็ นซอฟต์แวร์ที่รู้จกั กันดีในหมู่ผใู ้ ช้ไมโครคอมพิวเตอร์ 2) วินโดวส์ เป็ นระบบปฏิบตั ิการที่พฒั นาต่อจากดอส เพือ่ เน้นการใช้งานที่ง่ายขึ้น สามารถทางาน หลายงานพร้อมกันได้ โดยงานแต่ละงานจะอยูใ่ นกรอบช่องหน้าต่างที่แสดงผลบนจอภาพ การใช้ งานเน้นรู ปแบบกราฟิ ก ผูใ้ ช้งานสามารถใช้เมาส์เลื่อนตัวชี้ตาแหน่งเพือ่ เลือกตาแหน่งที่ปรากฏบน จอภาพ ทาให้ใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ง่าย วินโดวส์จึงได้รับความนิยมในปั จจุบนั 3) โอเอสทู เป็ นระบบปฏิบตั ิการแบบเดียวกับวินโดว์ส แต่บริ ษทั ผูพ้ ฒั นาคือ บริ ษทั ไอบีเอ็ม เป็ น ระบบปฏิบตั ิการที่ให้ผใู ้ ช้สามารถใช้ทางานได้หลายงานพร้อมกัน และการใช้งานก็เป็ นแบบกราฟิ ก เช่นเดียวกับวินโดวส์


4) ยูนิกซ์ เป็ นระบบปฏิบตั ิการที่พฒั นามาตั้งแต่ครั้งใช้กบั เครื่ องมินิคอมพิวเตอร์ ระบบปฎิบตั ิการ ยูนิกซ์เป็ นระบบปฏิบตั ิการที่สามารถใช้งานได้หลายงานพร้อมกัน และทางานได้หลาย ๆ งานใน เวลาเดียวกัน ยูนิกซ์จึงใช้ได้กบั เครื่ องที่เชื่อมโยงและต่อกับเครื่ อปลายทางได้หลายเครื่ องพร้อมกัน ระบบปฏิบตั ิการยังมีอีกมาก โดยเฉพาะระบบปฏิบตั ิการที่ใช้ในเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ เพือ่ ให้ คอมพิวเตอร์ทางานร่ วมกันเป็ นระบบ เช่น ระบบปฏิบตั ิการเน็ตแวร์ วินโดว์สเอ็นที 

ตัวแปลภาษา ในการพัฒนาซอฟต์แวร์จาเป็ นต้องมีซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการแปลภาษาระดับสูง เพือ่ แปลภาษา ระดับสูงให้เป็ นภาษาเครื่ อง ภาษาระดับสูงมีหลายภาษา ภาษาระดับสูงเหล่านี้สร้างขึ้นเพือ่ ให้ผเู ้ ขียน โปรแกรมเขียนชุดคาสัง่ ได้ง่าย เข้าใจได้ ตลอดจนถึงสามารถปรับปรุ งแก้ไขซอฟต์แวร์ในภายหลัง ได้ ภาษาระดับสูงที่พฒั นาขึ้นมาทุกภาษาจะต้องมีตวั แปลภาษาสาหรับแปลภาษา ภาษาระดับสูงซึ่งเป็ น ที่รู้จกั และนิยมกันมากในปั จจุบนั เช่น ภาษาปาสคาล ภาษาเบสิก ภาษาซี และภาษาโลโก 1) ภาษาปาสคาล เป็ นภาษาสัง่ งานคอมพิวเตอร์ที่มีรูปแบบเป็ นโครงสร้าง เขียนสัง่ งานคอมพิวเตอร์ เป็ นกระบวนความ ผูเ้ ขียนสามารถแบ่งแยกงานออกเป็ นชิ้นเล็ก ๆ แล้วมารวมกันเป็ นโปรแกรม ขนาดใหญ่ได้ 2) ภาษาเบสิ ก เป็ นภาษาที่มีรูปแบบคาสัง่ ไม่ยงุ่ ยาก สามารถเรี ยนรู ้และเข้าใจได้ง่าย มีรูปแบบคาสัง่ พื้นฐานที่สามารถนามาเขียนเรี ยงต่อกันเป็ นโปรแกรมได้ 3) ภาษาซีี เป็ นภาษาที่เหมาะสาหรับใช้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์อื่น ๆ ภาษาซีเป็ นภาษาที่มี โครงสร้างคล่องตัวสาหรับการเขียนโปรแกรมหรื อให้คอมพิวเตอร์ติดต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ 4) ภาษาโลโก เป็ นภาษาที่เหมาะสาหรับการเรี ยนรู ้และเข้าใจหลักการโปรแกรมภาษาโลโกได้รับการ พัฒนาสาหรับเด็ก นอกจากภาษาที่กล่าวถึงแล้ว ยังมีภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้กนั อยูใ่ นปั จจุบนั อีกมากมายหลายภาษา เช่น ภาษาฟอร์แทรน ภาษาโคบอล ภาษาอาร์พจี ี


ซอฟท์ แวร์ ประยุกต์ การที่เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้พฒั นาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการที่มีคอมพิวเตอร์ขนาด เล็ก ทาให้มีการใช้งานคล่องตัวขึ้น จนในปั จจุบนั สามารถนาคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ติดตัวไปใช้งาน ในที่ต่าง ๆ ได้สะดวก การใช้งานคอมพิวเตอร์ตอ้ งมีซอฟตืแวร์ประยุกต์ ซึ่งอาจเป็ นซอฟต์แวร์สาเร็จที่มีผพู ้ ฒั นาเพือ่ ใช้งาน ทัว่ ไปทาให้ทางานได้สะดวกขึ้น หรื ออาจเป็ นซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะ ซึ่งผูใ้ ช้เป็ นผูพ้ ฒั นาขึ้นเอง เพือ่ ให้เหมาะสมกับสภาพการทางานของตน 

ซอฟต์ แวร์ สาเร็จ

ในบรรดาซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่มีใช้กนั ทัว่ ไป ซอฟต์แวร์สาเร็จ (package) เป็ นซอฟต์แวร์ที่มีความ นิยมใช้กนั สูงมาก ซอฟต์แวร์สาเร็จเป็ นซอฟต์แวร์ที่บริ ษทั พัฒนาขึ้น แล้วนาออกมาจาหน่าย เพือ่ ให้ ผูใ้ ช้งานซื้อไปใช้ได้โดยตรง ไม่ตอ้ งเสียเวลาในการพัฒนาซอฟต์แวร์อีก ซอฟต์แวร์สาเร็จที่มี จาหน่ายในท้องตลาดทัว่ ไป และเป็ นที่นิยมของผูใ้ ช้มี 5 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ซอฟต์แวร์ประมวลคา (word processing software) ซอฟต์แวร์ตารางทางาน (spread sheet software) ซอฟต์แวร์จดั การ ฐานข้อมูล (data base management software) ซอฟต์แวร์นาเสนอ (presentation software) และ ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูล (data communication software) 1) ซอฟต์ แวร์ ประมวลคา เป็ นซอฟต์แวร์ประยุกต์ใช้สาหรับการพิมพ์เอกสาร สามารถแก้ไข เพิม่ แทรก ลบ และจัดรู ปแบบเอกสารได้อย่างดี เอกสารที่พมิ พ์ไว้จดั เป็ นแฟ้ มข้อมูล เรี ยกมาพิมพ์หรื อ แก้ไขใหม่ได้ การพิมพ์ออกทางเครื่ องพิมพ์ก็มีรูปแบบตัวอักษรให้เลือกหลายรู ปแบบ เอกสารจึงดู เรี ยบร้อยสวยงาม ปั จจุบนั มีการเพิม่ ขีดความสามารถของซอฟต์แวร์ประมวลคาอีกมากมาย ซอฟต์แวร์ประมวลคาที่นิยมอยูใ่ นปั จจุบนั เช่น วินส์เวิร์ด จุฬาจารึ ก โลตัสเอมิโปร 2) ซอฟต์ แวร์ ตารางทางาน เป็ นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการคิดคานวณ การทางานของซอฟต์แวร์ตาราง ทางาน ใช้หลักการเสมือนมีโต๊ะทางานที่มีกระดาษขนาดใหญ่วางไว้ มีเครื่ องมือคล้ายปากกา ยางลบ และเครื่ องคานวณเตรี ยมไว้ให้เสร็จ บนกระดาษมีช่องให้ใส่ตวั เลข ข้อความหรื อสูตร สามารถสัง่ ให้ คานวณตามสูตรหรื อเงื่อนไขที่กาหนด ผูใ้ ช้ซอฟต์แวร์ตารางทางานสามารถประยุกต์ใช้งาน ประมวลผลตัวเลขอื่น ๆ ได้กว้างขวาง ซอฟต์แวร์ตารางทางานที่นิยมใช้ เช่น เอกเซล โลตัส 3) ซอฟต์ แวร์ จัดการฐานข้ อมูล การใช้คอมพิวเตอร์อย่างหนึ่งคือการใช้เก็บข้อมูล และจัดการกับ ข้อมูลที่จดั เก็บในคอมพิวเตอร์ จึงจาเป็ นต้องมีซอฟต์แวร์จดั การข้อมูล การรวบรวมข้อมูลหลาย ๆ เรื่ องที่เกี่ยวข้องกันไว้ในคอมพิวเตอร์ เราก็เรี ยกว่าฐานข้อมูล ซอฟต์แวร์จดั การฐานข้อมูลจึง หมายถึงซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการเก็บ การเรี ยกค้นมาใช้งาน การทารายงาน การสรุ ปผลจากข้อมูล ซอฟต์แวร์จดั การฐานข้อมูลที่นิยมใช้ เช่น เอกเซส ดีเบส พาราด็อก ฟ๊ อกเบส


4) ซอฟต์ แวร์ นาเสนอ เป็ นซอฟต์แวร์ที่ใช้สาหรับนาเสนอข้อมูล การแสดงผลต้องสามารถดึงดูด ความสนใจ ซอฟต์แวร์เหล่านี้จึงเป็ นซอฟต์แวร์ที่นอกจากสามารถแสดงข้อความในลักษณะที่จะสื่อ ความหมายได้ง่ายแล้วจะต้องสร้างแผนภูมิ กราฟ และรู ปภาพได้ ตัวอย่างของซอฟต์แวร์นาเสนอ เช่น เพาเวอร์พอยต์ โลตัสฟรี แลนซ์ ฮาร์วาร์ดกราฟิ ก 5) ซอฟต์ แวร์ สื่อสารข้ อมูล ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูลนี้หมายถึงซอฟต์แวร์ที่จะช่วยให้ ไมโครคอมพิวเตอร์ติดต่อสื่อสารกับเครื่ องคอมพิวเตอร์อื่นในที่ห่างไกล โดยผ่านทางสายโทรศัพท์ ซอฟต์แวร์สื่อสารใช้เชื่อมโยงต่อเข้ากับระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น อินเทอร์เน็ต ทาให้ สามารถใช้บริ การอื่น ๆ เพิม่ เติมได้ สามารถใช้รับส่งไปรษณี ยอ์ ิเล็กทรอนิกส์ ใช้โอนย้ายแฟ้ มข้อมูล ใช้แลกเปลี่ยนข้อมูล อ่านข่าวสาร นอกจากนี้ยงั ใช้ในการเชื่อมเข้าหามินิคอมพิวเตอร์หรื อเมนเฟรม เพือ่ เรี ยกใช้งานจากเครื่ องเหล่านั้นได้ ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูลที่นิยมมีมากมายหลายซอฟต์แวร์ เช่น โปรคอม ครอสทอล์ค เทลิก 

ซอฟต์ แวร์ ใช้ งานเฉพาะ การประยุกต์ใช้งานด้วยซอฟต์แวร์สาเร็จมักจะเน้นการใช้งานทัว่ ไป แต่อาจจะนามาประยุกต์ โดยตรงกับงานทางธุรกิจบางอย่างไม่ได้ เช่นในกิจการธนาคาร มีการฝากถอนเงิน งานทางด้าน บัญชี หรื อในห้างสรรพสินค้าก็มีงานการขายสินค้า การออกใบเสร็จรับเงิน การควบคุมสินค้าคง คลัง ดังนั้นจึงต้องมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะสาหรับงานแต่ละประเภทให้ตรงกับความ ต้องการของผูใ้ ช้แต่ละราย ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะมักเป็ นซอฟต์แวร์ที่ผพู ้ ฒั นาต้องเข้าไปศึกษารู ปแบบการทางานหรื อความ ต้องการของธุรกิจนั้น ๆ แล้วจัดทาขึ้น โดยทัว่ ไปจะเป็ นซอฟต์แวร์ที่มีหลายส่วนรวมกันเพือ่ ร่ วมกัน ทางาน ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะที่ใช้กนั ในทางธุรกิจ เช่น ระบบงานทางด้านบัญชี ระบบงานจัด จาหน่าย ระบบงานในโรงงานอุตสาหกรรม บริ หารการเงิน และการเช่าซื้อ ความต้องการของการใช้คอมพิวเตอร์ในงานทางธุรกิจยังมีอีกมาก ดังนั้นจึงต้องมีความต้องการ ผูพ้ ฒั นาซอฟต์แวร์เพือ่ พัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะต่าง ๆ อีกมากมาย จากหนังสื อเรี ยนวิชาคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศพืน้ ฐาน ช 0247, สถาบันส่ งเสริ ม การสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิ การ

http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/software/software/


ซอฟต์แวร์  

ซอฟต์แวร์คืออะไร

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you