Page 1

รายงาน เรื่อง ซอฟแวร์ เสนอ อาจารย์สุจิตตรา จันทร์ลอย จัดทาโดย นางสาวจริญา ทิศกระโทก สาขาวิชา การศึกษาปฐมวัย ปี 1 หมู่ 1 รหัสนักศึกษา 554186004 มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555


ซอฟต์แวร์    

ความจาเป็นของการใช้ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์และภาษาคอมพิวเตอร์ ชนิดของซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์ระบบ  ระบบปฏิบัติการ  ตัวแปลภาษา ซอฟต์แวร์ประยุกต์  ซอฟต์แวร์สาเร็จ  ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะ

ความจาเป็นของการใช้ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์ (software) หมายถึงชุดคาสั่งหรือโปรแกรมที่ใช้สั่งงานให้คอมพิวเตอร์ทางาน ซอฟต์แวร์จึงหมายถึงลาดับขั้นตอนการทางานที่เขียนขึน้ ด้วยคาสั่งของคอมพิวเตอร์ คาสั่งเหล่านี้ เรียงกันเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จากที่ทราบมาแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทางานตามคาสั่ง การทางาน พื้นฐานเป็นเพียงการกระทากับข้อมูลที่เป็นตัวเลขฐานสอง ซึ่งใช้แทนข้อมูลที่เป็นตัวเลข ตัวอักษร รูปภาพ หรือแม้แต่เป็นเสียงพูดก็ได้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้สั่งงานคอมพิวเตอร์จึงเป็นซอฟต์แวร์ เพราะเป็นลาดับขั้นตอนการ ทางานของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์เครือ่ งหนึ่งทางานแตกต่างกันได้มากมายด้วยซอฟต์แวร์ที่ แตกต่างกัน ซอฟต์แวร์จงึ หมายรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทุกประเภทที่ทาให้คอมพิวเตอร์ ทางานได้ การที่เราเห็นคอมพิวเตอร์ทางานให้กับเราได้มากมาย เพราะว่ามีผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์มา ให้เราสั่งงานคอมพิวเตอร์ ร้านค้าอาจใช้คอมพิวเตอร์ทาบัญชีที่ยุ่งยากซับซ้อน บริษัทขายตั๋วใช้ คอมพิวเตอร์ชว่ ยในระบบการจองตั๋ว คอมพิวเตอร์ช่วยในเรื่องกิจการงานธนาคารที่มีข้อมูลต่าง ๆ มากมาย คอมพิวเตอร์ช่วยงานพิมพ์เอกสารให้สวยงาม เป็นต้น การที่คอมพิวเตอร์ดาเนินการให้ ประโยชน์ได้มากมายมหาศาลจะอยู่ที่ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์จึงเป็นส่วนสาคัญของระบบ คอมพิวเตอร์ หากขาดซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ก็ไม่สามารถทางานได้ ซอฟต์แวร์จึงเป็นสิ่งที่จาเป็น และมีความสาคัญมาก และเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ทาให้ระบบสารสนเทศเป็นไปได้ตามที่ต้องการ


ซอฟท์แวร์และภาษาคอมพิวเตอร์ เมื่อมนุษย์ต้องการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการทางาน มนุษย์จะต้องบอกขั้นตอนวิธีการให้ คอมพิวเตอร์ทราบ การที่บอกสิ่งที่มนุษย์เข้าใจให้คอมพิวเตอร์รับรู้ และทางานได้อย่างถูกต้อง จาเป็นต้องมีสอื่ กลาง ถ้าเปรียบเทียบกับชีวติ ประจาวันแล้ว เรามีภาษาทีใ่ ช้ในการติดต่อซึ่งกันและ กัน เช่นเดียวกันถ้ามนุษย์ต้องการจะถ่ายทอดความต้องการให้คอมพิวเตอร์รับรู้และปฏิบัติตาม จะต้องมีสื่อกลางสาหรับการติดต่อเพื่อให้คอมพิวเตอร์รบั รู้ เราเรียกสื่อกลางนี้ว่าภาษาคอมพิวเตอร์ เนื่องจากคอมพิวเตอร์ทางานด้วยสัญญาณทางไฟฟ้า ใช้แทนด้วยตัวเลข 0 และ 1 ได้ ผู้ออกแบบ คอมพิวเตอร์ใช้ตัวเลข 0 และ 1 นี้เป็นรหัสแทนคาสั่งในการสั่งงานคอมพิวเตอร์ รหัสแทนข้อมูล และคาสั่งโดยใช้ระบบเลขฐานสองนี้ คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ เราเรียกเลขฐานสองที่ประกอบ กันเป็นชุดคาสั่งและใช้สั่งงานคอมพิวเตอร์ว่าภาษาเครื่อง การใช้ภาษาเครื่องนี้ถึงแม้คอมพิวเตอร์จะเข้าใจได้ทนั ที แต่มนุษย์ผใู้ ช้จะมีข้อยุ่งยากมาก เพราะ เข้าใจและจดจาได้ยาก จึงมีผู้สร้างภาษาคอมพิวเตอร์ในรูปแบบที่เป็นตัวอักษร เป็นประโยค ข้อความ ภาษาในลักษณะดังกล่าวนี้เรียกว่า ภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูง ภาษาระดับสูงมีอยู่มากมาย บางภาษามีความเหมาะสมกับการใช้สั่งงานการคานวณทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ บางภาษา มีความเหมาะสมไว้ใช้สั่งงานทางด้านการจัดการข้อมูล ในการทางานของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะแปลภาษาระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่อง ดังนั้นจึงมี ผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์สาหรับแปลภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่อง โปรแกรมที่ใช้แปลภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่องเรียกว่า คอมไพเลอร์ (compiler) หรืออินเทอร์พรีเตอร์ (interpreter) คอมไพเลอร์จะทาการแปลโปรแกรมที่เขียนเป็นภาษาระดับสูงทั้งโปรแกรมให้เป็นภาษาเครื่องก่อน แล้วจึงให้คอมพิวเตอร์ทางานตามภาษาเครื่องนั้น ส่วนอินเทอร์พรีเตอร์จะทาการแปลทีละคาสั่ง แล้วให้คอมพิวเตอร์ทาตามคาสั่งนั้น เมื่อทาเสร็จแล้ว จึงมาทาการแปลคาสั่งลาดับต่อไป ข้อแตกต่างระหว่างคอมไพเลอร์กับอินเทอร์พรีเตอร์จึงอยู่ที่การ แปลทั้งโปรแกรมหรือแปลทีละคาสั่ง ตัวแปลภาษาที่รู้จักกันดี เช่น ตัวแปลภาษาเบสิก ตัวแปลภาษา โคบอล ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์จึงเป็นส่วนสาคัญที่ควบคุมการทางานของคอมพิวเตอร์ให้ ดาเนินการตามแนวความคิดที่ได้กาหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว คอมพิวเตอร์ต้องทางานตามโปรแกรม เท่านั้น ไม่สามารถทางานที่นอกเหนือจากที่กาหนดไว้ในโปรแกรม


ชนิดของซอฟต์แวร์ ในบรรดาซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีผพู้ ัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์มี มากมาย ซอฟต์แวร์เหล่านี้อาจได้รับการพัฒนาโดยผู้ใช้งานเอง หรือผู้พัฒนาระบบ หรือผู้ผลิต จาหน่าย หากแบ่งแยกชนิดของซอฟต์แวร์ตามสภาพการทางาน พอแบ่งแยกซอฟต์แวร์ได้เป็นสอง ประเภท คือ ซอฟต์แวร์ระบบ (system software) และซอฟต์แวร์ประยุกต์ (application software) 

ซอฟต์แวร์ระบบ คือซอฟต์แวร์ที่บริษัทผูผ้ ลิตสร้างขึ้นมาเพื่อใช้จดั การกับระบบ หน้าที่การทางาน ของซอฟต์แวร์ระบบคือดาเนินงานพื้นฐานต่าง ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ เช่น รับข้อมูลจากแผง แป้นอักขระแล้วแปลความหมายให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ นาข้อมูลไปแสดงผลบนจอภาพหรือ นาออกไปยังเครื่องพิมพ์ จัดการข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูลบนหน่วยความจารอง เมื่อเราเปิดเครือ่ งคอมพิวเตอร์ ทันทีที่มีการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะ ทางานตามโปรแกรมทันที โปรแกรมแรกที่สั่งคอมพิวเตอร์ทางานนี้เป็นซอฟต์แวร์ระบบ ซอฟต์แวร์ระบบอาจเก็บไว้ในรอม หรือในแผ่นจานแม่เหล็ก หากไม่มีซอฟต์แวร์ระบบ คอมพิวเตอร์จะทางานไม่ได้ ซอฟต์แวร์ระบบยังใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาซอฟต์แวร์อื่น ๆ และยังรวมไปถึงซอฟต์แวร์ที่ใช้ ในการแปลภาษาต่าง ๆ

ซอฟต์แวร์ประยุกต์ เป็นซอฟต์แวร์ทใี่ ช้กับงานด้านต่าง ๆ ตามความต้องการของผู้ใช้ ที่สามารถ นามาใช้ประโยชน์ได้โดยตรง ปัจจุบันมีผู้พฒ ั นาซอฟต์แวร์ใช้งานทางด้านต่าง ๆ ออกจาหน่ายมาก การประยุกต์งานคอมพิวเตอร์จึงกว้างขวางและแพร่หลาย เราอาจแบ่งซอฟต์แวร์ประยุกต์ออกเป็น สองกลุ่มคือ ซอฟต์แวร์สาเร็จ และซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นใช้งานเฉพาะ ซอฟต์แวร์สาเร็จในปัจจุบัน มีมากมาย เช่น ซอฟต์แวร์ประมวลคา ซอฟต์แวร์ตารางทางาน ฯลฯ


ซอฟท์แวร์ระบบ คอมพิวเตอร์ประกอบด้วย หน่วยรับเข้า หน่วยส่งออก หน่วยความจา และหน่วยประมวลผล ในการ ทางานของคอมพิวเตอร์จาเป็นต้องมีการดาเนินงานกับอุปกรณ์พื้นฐานทีจ่ าเป็น ดังนั้นจึงต้องมี ซอฟต์แวร์ระบบเพื่อใช้ในการจัดการระบบ หน้าที่หลักของซอฟต์แวร์ระบบประกอบด้วย 1. ใช้ในการจัดการหน่วยรับเข้าและหน่วยส่งออก เช่น รับการกดแป้นต่าง ๆ บนแผงแป้นอักขระ ส่ง รหัสตัวอักษรออกทางจอภาพหรือเครื่องพิมพ์ ติดต่อกับอุปกรณ์รับเข้า และส่งออกอืน่ ๆ เช่น เมาส์ อุปกรณ์สังเคราะห์เสียง 2. ใช้ในการจัดการหน่วยความจา เพื่อนาข้อมูลจากแผ่นบันทึกมาบรรจุยังหน่วยความจาหลัก หรือใน ทานองกลับกัน คือนาข้อมูลจากหน่วยความจาหลักมาเก็บไว้ในแผ่นบันทึก 3. ใช้เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างผูใ้ ช้งานกับคอมพิวเตอร์ สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น การขอดูรายการ สารบบในแผ่นบันทึก การทาสาเนาแฟ้มข้อมูล ซอฟต์แวร์ระบบพื้นฐานที่เห็นกันทั่วไป แบ่งออกเป็นระบบปฏิบัติการ และตัวแปลภาษา ซอฟต์แวร์ทั่งสองประเภทนี้ทาให้เกิดพัฒนาการประยุกต์ใช้งานได้ง่ายขึ้น 

ระบบปฏิบัติการ

ระบบปฏิบัติการ หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า โอเอส (Operating System : OS) เป็นซอฟต์แวร์ใช้ในการดูแล ระบบคอมพิวเตอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมีซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการนี้ ระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้กันมากและเป็นที่รู้จักกันดีเช่นดอส (Disk Operating System : DOS) วินโดวส์ (Windows) โอเอสทู (OS/2) ยูนิกซ์ (UNIX) 1) ดอส เป็นซอฟต์แวร์จัดระบบงานที่พัฒนามานานแล้ว การใช้งานจึงใช้คาสั่งเป็นตัวอักษร ดอส เป็นซอฟต์แวร์ที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ 2) วินโดวส์ เป็นระบบปฏิบัตกิ ารที่พัฒนาต่อจากดอส เพื่อเน้นการใช้งานที่ง่ายขึ้น สามารถทางาน หลายงานพร้อมกันได้ โดยงานแต่ละงานจะอยู่ในกรอบช่องหน้าต่างทีแ่ สดงผลบนจอภาพ การใช้ งานเน้นรูปแบบกราฟิก ผู้ใช้งานสามารถใช้เมาส์เลื่อนตัวชี้ตาแหน่งเพื่อเลือกตาแหน่งที่ปรากฏบน จอภาพ ทาให้ใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ง่าย วินโดวส์จึงได้รบั ความนิยมในปัจจุบัน 3) โอเอสทู เป็นระบบปฏิบัตกิ ารแบบเดียวกับวินโดว์ส แต่บริษัทผู้พัฒนาคือ บริษัทไอบีเอ็ม เป็น ระบบปฏิบัติการที่ให้ผู้ใช้สามารถใช้ทางานได้หลายงานพร้อมกัน และการใช้งานก็เป็นแบบกราฟิก เช่นเดียวกับวินโดวส์


4) ยูนิกซ์ เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนามาตั้งแต่ครั้งใช้กบั เครื่องมินิคอมพิวเตอร์ ระบบปฎิบัติการ ยูนิกซ์เป็นระบบปฏิบัติการที่สามารถใช้งานได้หลายงานพร้อมกัน และทางานได้หลาย ๆ งานใน เวลาเดียวกัน ยูนิกซ์จึงใช้ได้กบั เครื่องที่เชื่อมโยงและต่อกับเครื่อปลายทางได้หลายเครื่องพร้อมกัน ระบบปฏิบัติการยังมีอีกมาก โดยเฉพาะระบบปฏิบัติการที่ใช้ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ คอมพิวเตอร์ทางานร่วมกันเป็นระบบ เช่น ระบบปฏิบัติการเน็ตแวร์ วินโดว์สเอ็นที 

ตัวแปลภาษา ในการพัฒนาซอฟต์แวร์จาเป็นต้องมีซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการแปลภาษาระดับสูง เพื่อแปลภาษา ระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่อง ภาษาระดับสูงมีหลายภาษา ภาษาระดับสูงเหล่านี้สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้เขียน โปรแกรมเขียนชุดคาสั่งได้งา่ ย เข้าใจได้ ตลอดจนถึงสามารถปรับปรุงแก้ไขซอฟต์แวร์ในภายหลัง ได้ ภาษาระดับสูงที่พัฒนาขึ้นมาทุกภาษาจะต้องมีตัวแปลภาษาสาหรับแปลภาษา ภาษาระดับสูงซึ่งเป็น ที่รู้จักและนิยมกันมากในปัจจุบัน เช่น ภาษาปาสคาล ภาษาเบสิก ภาษาซี และภาษาโลโก 1) ภาษาปาสคาล เป็นภาษาสั่งงานคอมพิวเตอร์ที่มีรูปแบบเป็นโครงสร้าง เขียนสั่งงานคอมพิวเตอร์ เป็นกระบวนความ ผู้เขียนสามารถแบ่งแยกงานออกเป็นชิน้ เล็ก ๆ แล้วมารวมกันเป็นโปรแกรม ขนาดใหญ่ได้ 2) ภาษาเบสิก เป็นภาษาที่มีรูปแบบคาสั่งไม่ยุ่งยาก สามารถเรียนรู้และเข้าใจได้ง่าย มีรูปแบบคาสั่ง พื้นฐานที่สามารถนามาเขียนเรียงต่อกันเป็นโปรแกรมได้ 3) ภาษาซี เป็นภาษาที่เหมาะสาหรับใช้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์อื่น ๆ ภาษาซีเป็นภาษาที่มี โครงสร้างคล่องตัวสาหรับการเขียนโปรแกรมหรือให้คอมพิวเตอร์ตดิ ต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ 4) ภาษาโลโก เป็นภาษาที่เหมาะสาหรับการเรียนรู้และเข้าใจหลักการโปรแกรมภาษาโลโกได้รับการ พัฒนาสาหรับเด็ก นอกจากภาษาที่กล่าวถึงแล้ว ยังมีภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันอีกมากมายหลายภาษา เช่น ภาษาฟอร์แทรน ภาษาโคบอล ภาษาอาร์พีจี


ซอฟท์แวร์ประยุกต์ การที่เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการที่มีคอมพิวเตอร์ขนาด เล็ก ทาให้มีการใช้งานคล่องตัวขึ้น จนในปัจจุบันสามารถนาคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ติดตัวไปใช้งาน ในที่ต่าง ๆ ได้สะดวก การใช้งานคอมพิวเตอร์ต้องมีซอฟตืแวร์ประยุกต์ ซึ่งอาจเป็นซอฟต์แวร์สาเร็จที่มีผู้พัฒนาเพื่อใช้งาน ทั่วไปทาให้ทางานได้สะดวกขึ้น หรืออาจเป็นซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะ ซึ่งผู้ใช้เป็นผู้พัฒนาขึ้นเอง เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการทางานของตน 

ซอฟต์แวร์สาเร็จ

ในบรรดาซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่มีใช้กันทั่วไป ซอฟต์แวร์สาเร็จ (package) เป็นซอฟต์แวร์ที่มีความ นิยมใช้กันสูงมาก ซอฟต์แวร์สาเร็จเป็นซอฟต์แวร์ที่บริษัทพัฒนาขึ้น แล้วนาออกมาจาหน่าย เพื่อให้ ผู้ใช้งานซื้อไปใช้ได้โดยตรง ไม่ต้องเสียเวลาในการพัฒนาซอฟต์แวร์อีก ซอฟต์แวร์สาเร็จที่มี จาหน่ายในท้องตลาดทั่วไป และเป็นที่นิยมของผู้ใช้มี 5 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ซอฟต์แวร์ประมวลคา (word processing software) ซอฟต์แวร์ตารางทางาน (spread sheet software) ซอฟต์แวร์จัดการ ฐานข้อมูล (data base management software) ซอฟต์แวร์นาเสนอ (presentation software) และ ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูล (data communication software) 1) ซอฟต์แวร์ประมวลคา เป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ใช้สาหรับการพิมพ์เอกสาร สามารถแก้ไข เพิม่ แทรก ลบ และจัดรูปแบบเอกสารได้อย่างดี เอกสารที่พมิ พ์ไว้จดั เป็นแฟ้มข้อมูล เรียกมาพิมพ์หรือ แก้ไขใหม่ได้ การพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ก็มีรูปแบบตัวอักษรให้เลือกหลายรูปแบบ เอกสารจึงดู เรียบร้อยสวยงาม ปัจจุบันมีการเพิ่มขีดความสามารถของซอฟต์แวร์ประมวลคาอีกมากมาย ซอฟต์แวร์ประมวลคาที่นยิ มอยู่ในปัจจุบัน เช่น วินส์เวิร์ด จุฬาจารึก โลตัสเอมิโปร 2) ซอฟต์แวร์ตารางทางาน เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการคิดคานวณ การทางานของซอฟต์แวร์ตาราง ทางาน ใช้หลักการเสมือนมีโต๊ะทางานที่มกี ระดาษขนาดใหญ่วางไว้ มีเครื่องมือคล้ายปากกา ยางลบ และเครื่องคานวณเตรียมไว้ให้เสร็จ บนกระดาษมีช่องให้ใส่ตัวเลข ข้อความหรือสูตร สามารถสั่งให้ คานวณตามสูตรหรือเงื่อนไขที่กาหนด ผู้ใช้ซอฟต์แวร์ตารางทางานสามารถประยุกต์ใช้งาน ประมวลผลตัวเลขอื่น ๆ ได้กว้างขวาง ซอฟต์แวร์ตารางทางานที่นิยมใช้ เช่น เอกเซล โลตัส 3) ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล การใช้คอมพิวเตอร์อย่างหนึ่งคือการใช้เก็บข้อมูล และจัดการกับ ข้อมูลที่จัดเก็บในคอมพิวเตอร์ จึงจาเป็นต้องมีซอฟต์แวร์จัดการข้อมูล การรวบรวมข้อมูลหลาย ๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกันไว้ในคอมพิวเตอร์ เราก็เรียกว่าฐานข้อมูล ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลจึง หมายถึงซอฟต์แวร์ที่ชว่ ยในการเก็บ การเรียกค้นมาใช้งาน การทารายงาน การสรุปผลจากข้อมูล ซอฟต์แวร์จดั การฐานข้อมูลที่นิยมใช้ เช่น เอกเซส ดีเบส พาราด็อก ฟ๊อกเบส


4) ซอฟต์แวร์นาเสนอ เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สาหรับนาเสนอข้อมูล การแสดงผลต้องสามารถดึงดูด ความสนใจ ซอฟต์แวร์เหล่านี้จึงเป็นซอฟต์แวร์ที่นอกจากสามารถแสดงข้อความในลักษณะที่จะสื่อ ความหมายได้ง่ายแล้วจะต้องสร้างแผนภูมิ กราฟ และรูปภาพได้ ตัวอย่างของซอฟต์แวร์นาเสนอ เช่น เพาเวอร์พอยต์ โลตัสฟรีแลนซ์ ฮาร์วาร์ดกราฟิก 5) ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูล ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูลนี้หมายถึงซอฟต์แวร์ที่จะช่วยให้ ไมโครคอมพิวเตอร์ติดต่อสือ่ สารกับเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นในที่ห่างไกล โดยผ่านทางสายโทรศัพท์ ซอฟต์แวร์สื่อสารใช้เชื่อมโยงต่อเข้ากับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น อินเทอร์เน็ต ทาให้ สามารถใช้บริการอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ สามารถใช้รับส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ใช้โอนย้ายแฟ้มข้อมูล ใช้แลกเปลี่ยนข้อมูล อ่านข่าวสาร นอกจากนี้ยังใช้ในการเชื่อมเข้าหามินิคอมพิวเตอร์หรือเมนเฟรม เพื่อเรียกใช้งานจากเครื่องเหล่านั้นได้ ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูลที่นิยมมีมากมายหลายซอฟต์แวร์ เช่น โปรคอม ครอสทอล์ค เทลิก 

ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะ การประยุกต์ใช้งานด้วยซอฟต์แวร์สาเร็จมักจะเน้นการใช้งานทั่วไป แต่อาจจะนามาประยุกต์ โดยตรงกับงานทางธุรกิจบางอย่างไม่ได้ เช่นในกิจการธนาคาร มีการฝากถอนเงิน งานทางด้าน บัญชี หรือในห้างสรรพสินค้าก็มีงานการขายสินค้า การออกใบเสร็จรับเงิน การควบคุมสินค้าคง คลัง ดังนั้นจึงต้องมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะสาหรับงานแต่ละประเภทให้ตรงกับความ ต้องการของผู้ใช้แต่ละราย ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะมักเป็นซอฟต์แวร์ที่ผู้พัฒนาต้องเข้าไปศึกษารูปแบบการทางานหรือความ ต้องการของธุรกิจนั้น ๆ แล้วจัดทาขึน้ โดยทั่วไปจะเป็นซอฟต์แวร์ที่มหี ลายส่วนรวมกันเพื่อร่วมกัน ทางาน ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะที่ใช้กันในทางธุรกิจ เช่น ระบบงานทางด้านบัญชี ระบบงานจัด จาหน่าย ระบบงานในโรงงานอุตสาหกรรม บริหารการเงิน และการเช่าซื้อ ความต้องการของการใช้คอมพิวเตอร์ในงานทางธุรกิจยังมีอีกมาก ดังนั้นจึงต้องมีความต้องการ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะต่าง ๆ อีกมากมาย จากหนังสือเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศพื้นฐาน ช 0247, สถาบันส่งเสริม การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ

http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/software/software/

ซอฟแวร์  

ซอฟแวร์ มีความสำคัญในการทำการเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตต่างๆ

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you