Issuu on Google+


คานา สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เป็นหน่วยงานของรัฐในกํากับของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๑ เพื่อเป็นหน่วยรับผิดชอบ การบริหารจัดการ การประสานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน และการส่งเสริมให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการปฏิบัติงาน ด้านการแพทย์ฉุกเฉินร่วมกัน อันจะทําให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงระบบ การแพทย์ฉุกเฉิน อย่างทั่วถึง เท่าเทียม มีคุณภาพมาตรฐาน โดยได้รับการช่วยเหลือและรักษาพยาบาลที่ มีประสิทธิภาพและทันต่อเหตุการณ์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การดําเนินการต่าง ๆ ในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นการจัดระบบการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการ การพัฒนาบุคลากร จําเป็น ต้องอยู่บนฐานความรู้ แต่ การ ศึกษาวิจัยด้านการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทยในปัจจุบันยัง ขาดทิศทาง ที่ชัดเจน และ ขาด การ ประสานงานอย่างเป็นระบบ อีก ทั้งยัง ไม่สอดคล้องกับความต้องการในการนําไปใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะใน ระดับนโยบาย ระดับบริหาร หรือระดับปฏิบัติการ คู่มือเล่มนี้ จัดทําขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทาง ปฏิบัติสําหรับการขอสนับสนุนงบประมาณเพื่อการวิจัย และการบริหารงานวิจัยให้มีประสิทธิภาพและสามารถนําผลงานวิจัยมาใช้ในการพัฒนาระบบการแพทย์ ฉุกเฉินได้ รวมทั้งเพื่ออํานวยความสะดวกในการติดต่อประสานงานของผู้เกี่ยวข้อง สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๔


สารบัญ หน้า ๓

บทที่ ๑

ข้อมูลทั่วไป

บทที่ ๒

การบริหารโครงการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากสถาบัน

บทที่ ๓

การบริหารทุนสนับสนุนวิจัยจากสถาบัน

๑๙

ภาคผนวก

๓๑ แบบขออนุมัติโครงการวิจัย แบบรายงานการใช้เงินสนับสนุนโครงการงวดที่...... แบบขอเบิกเงินโครงการวิจัย ใบขออนุมัติจัดประชุม ใบขออนุมัติเดินทางไปปฏิบัติงาน ใบคืนเงินยืมทดรองจ่าย ใบนําส่งเงิน ใบสําคัญรับเงิน ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน หลักฐานค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม/อบรม/สัมมนา ทะเบียนคุมการเบิกจ่ายเงิน ประจําปีงบประมาณ...... ทะเบียนคุมวัสดุ ประจําปีงบประมาณ...... ทะเบียนคุมลูกหนี้เงินยืมทดลองจ่าย ประจําปีงบประมาณ...... แบบรายงานความก้าวหน้าโครงการวิจัย แบบรายงานสรุปปิดโครงการ แบบประเมินโครงการวิจัยประกอบการเสนอของบประมาณ ของ สพฉ. แบบวิจารณ์ข้อเสนอโครงการวิจัย โดยผู้วิจารณ์ภายนอก แบบประเมินความก้าวหน้าของโครงการวิจัย ประจําปีงบประมาณ...... แบบประเมินรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ สัญญารับทุนสนันสนุนงานวิจัย คําสั่งสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ


บทที่ ๑


บทที่ ๑ ข้อมูลทั่วไป ส่วนที่ ๑ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) จัดตั้งขึ้นตาม พระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ .ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๔ โดยเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร ราชการแผ่นดิน หรือไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น มีฐานะ เป็นนิติบุคคลและอยู่ในกํากับของรัฐมนตรี กิจการของสถาบันไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วย แรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้ วยเงินทดแทน แต่พนักงานและ ลูกจ้างของสถาบันต้องได้รับประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในกฎหมายดังกล่าว สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน แห่งชาติ มีอํานาจหน้าที่ตามมาตรา ๑๕ แห่ง พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๕๑ ดังนี้ (๑) จัดทําแผนหลักเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉินเสนอต่อ กพฉ. (๒) จัดทํามาตรฐานและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับระบบการแพทย์ฉุกเฉินเสนอต่อ กพฉ . รวมทั้งกําหนด เกณฑ์และวิธีการปฏิบัติการฉุกเฉินตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่ กพฉ.กําหนด (๓) จัดให้มีระบบปฏิบัติการฉุกเฉิน รวมถึงการบริหารจัดการและการพัฒนาระบบสื่อสารและ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการฉุกเฉิน (๔) ศึกษา ค้นคว้า วิจัยและพัฒนา รวมทั้งเผยแพร่ความรู้ทางการแพทย์ฉุกเฉิน (๕) จัดให้มีการศึกษาและฝึกอบรมการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉิน (๖) ประสานงาน ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติการฉุกเฉิน (๗) เป็นศูนย์กลางประสานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ ดําเนินงานเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉิน (๘) เรียกเก็บค่าบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินและการดําเนินกิจการของสถาบัน (๙) รับผิดชอบงานธุรการของ กพฉ. หรือปฏิบัติการอื่นตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือที่ กฎหมายอื่น หรือที่ กพฉ. มอบหมาย วิสัยทัศน์ มีระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากลที่ทุกคนเข้าถึงอย่างเท่าเทียม พันธกิจ ๑. ๒. ๓. ๔.

พัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินให้ได้มาตรฐานสากล พัฒนาเครือข่ายและส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคีทุกภาคส่วน พัฒนาระบบบริหารจัดการการแพทย์ฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพ ศูนย์ประสานงานการแพทย์ฉุกเฉินกรณีเกิดภัยพิบัติ

ยุทธศาสตร์ ๑. การสร้างและจัดการความรู้และการพัฒนาระบบสารสนเทศ ๒. การพัฒนาระบบการเงินการคลัง


๕ ๓. การพัฒนาระบบปฏิบัติการฉุกเฉิน ๔. การส่งเสริมศักยภาพและการมีส่วนร่วม ๕. การพัฒนาโครงสร้าง กลไกการจัดการและการอภิบาล

สำนักตรวจสอบภำยใน

ส่วนที่ ๒ คานิยาม “สถาบัน” หมายถึง สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) “คณะทํางาน” หมายถึง คณะทํางานพิจารณาและพัฒนาโครงการวิจัยทางการแพทย์ฉุกเฉิน “นักวิจัย” หมายถึง นักวิจัยผู้รับสัญญารับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสถาบัน และ /หรือผู้รับสัญญา จ้างทําการวิจัยจากสถาบัน และ/หรือผู้ร่วมดําเนินการวิจัยกับสถาบัน หรือนักวิจัยของสถาบัน “โครงการระยะปานกลาง ” หมายถึง โครงการวิจัยที่มีระยะเวลาดําเนินการมากกว่า ๑ ปี แต่ไม่ เกิน ๓ ปี “โครงการระยะยาว” หมายถึง โครงการวิจัยที่มีระยะเวลาดําเนินการตั้งแต่ ๓ ปีขึ้นไป


บทที่ ๒


บทที่ ๒ การบริหารโครงการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากสถาบัน สถาบัน ได้จัดทําแนวทางการบริหารโครงการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก สถาบัน ขึ้น เพื่อใช้เป็น กรอบในการบริหารโครงการ ทําให้มีหลักประกันว่าการดําเนินงานในแต่ละขั้นตอนจะมีความโปร่งใส มีการ ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และได้ผลงาน วิจัย ที่มีคุณภาพ ทั้งนี้ ได้แบ่งขั้นตอนการบริหาร โครงการวิจัยเป็น ๖ ขั้นตอน ดังนี้ ๑. กรอบประเด็นวิจัยที่สนับสนุน ๒. การเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุน ๓. กระบวนการพิจารณาข้อเสนอโครงการวิจัย ๔. การจัดทําสัญญาเพื่อรับทุนสนับสนุนการวิจัย ๕. การเบิกจ่ายงบประมาณและการบริหารงบประมาณ ๖. การกํากับติดตาม และประเมินผลงานวิจัย ๒.๑ ประเด็นวิจัยที่สามารถขอรับทุนสนับสนุน ประเด็นวิจัยที่สถาบันจะให้การสนับสนุน คือ ๑. ประเด็น วิจัย ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ที่สอดคล้องกับภารกิจของ สถาบัน ตามพระราชบัญญัติ การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๕๑ ๒. ประเด็นวิจัยที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์สถาบัน หรือทิศทางการวิจัยที่สถาบันกําหนด ตัวอย่างประเด็นวิจัยที่จะสนับสนุน ๑. การพัฒนาระบบการเงินการคลังสําหรับระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทย ๒. รูปแบบ แนวทางการจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินของท้องถิ่น/พื้นที่ ๓. การพัฒนาระบบปฏิบัติการฉุกเฉิน ทั้งในภาวะปกติและภาวะภัยพิบัติ ๔. การพัฒนาเครือข่ายการป้องกันและลดความรุนแรงของการเจ็บป่วยฉุกเฉิน ๕. การมีส่วนร่วมของท้องถิ่น ชุมชน และสังคมในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ๖. การป้องกันและลดความรุนแรงของการเจ็บป่วยฉุกเฉิน ทั้งในภาวะปกติและภาวะภัยพิบัติ ๗. การประเมินและพัฒนาสมรรถนะของผู้ปฏิบัติการ ๘. การพัฒนาโครงสร้างกลไกการบริหารจัดการและการอภิบาลในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน สถาบัน จะสนับสนุนงานวิจัยที่สอดคล้องตามกรอบยุทธศาสตร์ดังกล่าว โดยคํานึงถึงกรอบวงเงิน งบประมาณที่จะสามารถให้การสนับสนุนในแต่ละปีด้วย ทั้งนี้ ประเด็นวิจัยที่ไม่ได้อยู่ภายใต้กรอบประเด็น วิจัย หรือไม่สอดคล้องกับตัวอย่างข้างต้น ผู้ขอรับทุนสามารถส่งมาให้พิจารณาได้ แต่ต้องอธิบายเหตุผล ความจําเป็น และความเกี่ยวข้องกับงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ๒.๒ การเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุน สถาบัน ให้ความสําคัญกับการพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยร่วมกับนักวิจัยในประเด็นที่มีความสนใจ ตรงกันและจะทํางานร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อเสนอโครงการวิจัยที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ สถาบัน อย่างไรก็ตาม นักวิจัยที่มีโครงการวิจัยในประเด็นตามข้อ ๒.๑ สามารถเสนอโครงการด้วยตนเอง หรือผ่าน


๘ ผู้จัดการงานพัฒนาวิชาการของ สถาบัน โดยในระยะแรกของการขอรับการสนั บสนุนทุนสามารถ ส่งเพียง โครงร่างงานวิจัย ยังไม่จําเป็นต้องพัฒนาเป็นโครงการที่สมบูรณ์ (full proposal) กระบวนการจัดทาข้อเสนอโครงร่างงานวิจัย ๑. นักวิจัยเสนอโครงร่างงานวิจัย ตามกรอบประเด็นการวิจัยที่ สถาบัน กําหนด ตามแบบข้อเสนอ โครงร่างงานวิจัย พร้อมกับ Electronic file ๒. สํานักวิชาการ สถาบัน จะพิจารณาในเบื้องต้นว่าโครงร่างงานวิจัย ที่เสนอนั้น มีความสอดคล้อง กับพันธกิจตามกรอบประเด็นการวิจัยของสถาบันหรือไม่ ซึง่ อาจขอความเห็นจาก Reviewer เพิ่มเติม แล้ว จะเสนอให้คณะทํางานพิจารณา และตอบกลับให้ นักวิจัยทราบภายใน ๒ สัปดาห์ หลังจากการประชุม คณะทํางาน หรือได้รับความเห็นจาก Reviewer ๓. เมื่อนักวิจัยปรับแก้โครงร่างงานวิจัยตามข้อคิดเห็นที่ได้จากกระบวนการที่ สถาบัน จัดขึ้นจนได้ ข้อเสนอโครงการที่สมบูรณ์ (Full proposal) แล้ว สถาบัน อาจจัดให้มีการทบทว นข้อเสนอโดยส่งให้ ผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาให้ความเห็น หรือ จัดประชุม ร่วมกันระหว่าง นักวิจัย ผู้ใช้ประโยชน์ และนักวิชาการที่ เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาโครงการวิจัย ก่อนเห็นชอบในการจัดทําสัญญาให้การสนับสนุนทุนวิจัยต่อไป ตัวอย่างแบบเสนอโครงร่างงานวิจัย (Draft proposal) นักวิจัยสามารถเขียนข้อเสนอโครงร่างงานวิจัยในรูปแบบใดก็ได้ โดยความยาวของข้อเสนอ ไม่เกิน ๕ หน้ากระดาษเอ ๔ ประกอบด้วยเนื้อหาสําคัญ ๕ ส่วน คือ  ความสําคัญ/ความจําเป็นที่ทําให้ต้องมีการศึกษาวิจัยในประเด็นดังกล่าว  วัตถุประสงค์ รวมทั้งคําถามการวิจัยสําคัญ  วิธีการศึกษา (โดยสรุป) รวมทั้งงบประมาณ ระยะเวลาและแผนการดําเนินการวิจัย  ผลที่คาดว่าจะได้รับ  รายชื่อนักวิจัยหลักและทีมนักวิจัย ตัวอย่างแบบเสนอโครงการวิจัยฉบับสมบูรณ์ (Full proposal) โครงการวิจัยฉบับสมบูรณ์จะประกอบด้วยสาระสําคัญดังต่อไปนี้ ๑. ชื่อโครงการ ระบุชื่อโครงการทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ๒. รายละเอียดของโครงการ  หลักการและเหตุผล : ระบุแนวคิดพื้นฐาน ความเป็นมาและความสําคัญของปัญหา การวิจัย ความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์ หรือความแตกต่างของโครงการนี้กับโครงการวิจัยอื่นทั้งในและ ต่างประเทศ รวมถึงผลการวิจัยที่เกี่ยวข้อง  วัตถุประสงค์ : ระบุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของโครงการวิจัยให้ชัดเจน เรียงตามลําดับ ความสําคัญ  ประโยชน์ที่ คาดว่า จะได้รับ : ระบุความคาดหวังหรือประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจาก โครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชื่อมโยงผลงานวิจัยกับการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน  ระเบียบวิธีวิจัยและการดาเนินงาน : ระบุระเบียบวิธีวิจัย (research methodology) และ ขั้นตอนการดําเนินงาน วิธีการเก็บข้อมูล และวิธีการวิ เคราะห์ข้อมูล รวมทั้งจํานวน หรือ ขนาดของตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา (ถ้ามี)


๙  ขอบเขตของการวิจัย : ระบุขอบเขตของการดําเนินงานวิจัยว่าครอบคลุมถึงอะไรบ้าง จะ ทําอะไร และไม่ทําอะไร  ระยะเวลาในการดาเนินงาน : ระบุเวลาที่ใช้ในการดําเนินโครงการวิจัย ตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งสิ้นสุดโครงการ  แผนการดาเนินงาน (Action Plan) : ระบุขั้นตอนและระยะเวลาการดําเนินงานวิจัย แต่ละ ขั้นตอนโดยละเอียด แยกรายปี ในแต่ละปีดําเนินกิจกรรมอะไรบ้างเริ่มต้นเมื่อไหร่และสิ้นสุด เมื่อไหร่ ขั้นตอนของกิจกรรมแต่ละกิจกรรม รวมทั้งระบุงบประม าณที่ต้องใช้ใน แต่ละ กิจกรรม ตามแบบตาราง ตัวอย่างแผนปฏิบัติการ (Action Plan) กิจกรรม/ เป้าหมาย/ ปีที่ 1 งบประมาณ ขั้นตอน ตัวชี้วัด เดือน (บาท) การดําเนินงาน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒

 สถานที่ทาการวิจัย ทดลอง หรือการเก็บข้อมูล : ระบุสถานที่ที่จะใช้ในการทําการวิจัย การทดลอง หรือการเก็บข้อมูล ให้ชัดเจน พร้อมทั้งระบุเหตุผล  อุปกรณ์ที่ใช้ในการวิจัย : ระบุประเภทและจํานวนของอุปกรณ์ ที่จําเป็นต้องใช้ และ อุปกรณ์การวิจัยที่มีอยู่แล้ว  งบประมาณค่าใช้จ่ายตลอดโครงการ : ระบุรายละเอียดงบประมาณค่าใช้จ่ายในการวิจัย รวมตลอดโครงการ แยกประเภทตามหมวดกิจกรรมในแต่ละปี ดังนี้ กิจกรรมที่ ๑ หมวดค่าจ้างชั่วคราว เช่น ค่าจ้างคนงาน ค่าจ้างผู้ช่วยนักวิจัย กิจกรรมที่ ๒ หมวดค่าบริหารจัดการ กิจกรรมที่ ๓ หมวดค่าดําเนินงานของโครงการ สําหรับโครงการวิจัยที่มีระยะเวลาการดําเนินงานวิจัยมากกว่า ๑ ปี ให้จัดทํารายละเอียด งบประมาณแยกแต่ละปีให้ชัดเจน  รายละเอียดงบประมาณตามกิจกรรม : แยกกิจกรรมที่จะดําเนินการให้สอดคล้องกับ งบประมาณและแผนปฏิบัติการ (Action Plan) และต้องระบุรายละเอียดของกิจกรรม เพื่อให้สามารถคํานวณงบประมาณได้อย่างชัดแจน การจัดทารายละเอียดงบประมาณ o นักวิจัยต้องชี้แจงรายละเอียดงบประมาณโครงการวิจัยในแต่ละกิจกรรม โดยแบ่ง ตาม หมวดใหญ่ ๆ เป็น หมวดค่าตอบแทน ค่าจ้างชั่วคราว ค่าบริหารจัดการ และค่า ดําเนินงานโครงการ โดยสถาบันไม่สนับสนุนงบประมาณเพื่อการจัดซื้อครุภัณฑ์ของ โครงการวิจัย o การพิจารณาความเหมาะสมงบประมาณของโครงการ จะพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของ สถาบัน โดยพิจารณาจากวิธีดําเนินการโครงการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ไม่ควร


๑๐ ตั้งงบประมาณในลักษณะเหมาจ่าย เนื่องจากจะทําให้ ไม่สามารถพิจารณาความ เหมาะสมของงบประมาณ ได้ หลักเกณฑ์ในการกําหนดอัตรางบประมาณเพื่อใช้จ่ายใน รายการต่างๆ ไม่เกินกรอบอัตราที่กําหนด o หมวดค่าจ้าง ชั่วคราว หมายถึง ค่าจ้างนั กวิจัย ผู้ประสานงาน หัวหน้าโครงการ นักวิชาการ พนักงาน และลูกจ้าง ที่ปฏิบัติงานในโครงการ วิจัย ทั้งนี้ต้องไม่เกิน ๓๐% ของงบประมาณทั้งหมดของโครงการ (ถือเกณฑ์ตามกรอบวงเงินองค์การมหาชนที่ ก.พ.ร.กําหนด) o หมวดค่าบริหารจัดการ หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่ใช้ดําเนินงานของสํานักงาน โครงการวิจัย เช่น ค่าเช่าสถานที่ ค่าพาหนะ ค���าสาธารณูปโภค ค่าวัสดุสํานักงาน ค่าปฏิบัติงานนอก เวลาราชการ ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน ๑๕% ของงบประมาณทั้งหมดของโครงการ o หมวดค่าดาเนินงานของโครงการ หมายถึง ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานวิชาการ หรือ การทําวิจัยของโครงการ เช่น ค่าใช้จ่ายลงพื้นที่เก็บข้อมูล ค่าใช้จ่ายจัดประชุม ค่า สนับสนุนโครงการย่อย ๓. ประวัติหัวหน้าโครงการวิจัยและคณะนักวิจัย ระบุชื่อ นามสกุล คุณวุฒิ อาชีพ หน่วยงานที่สังกัด หมายเลขโทรศัพท์ โทรสาร พร้อมทั้ง ระบุ e-mail address ระบุประสบการณ์ในงานวิจัย ผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ และงานวิจัยที่กําลัง ดําเนินการอยู่ในปัจจุบัน ๔. ลงลายมือชื่อ หัวหน้าโครงการวิจัย และวัน เดือน ปี ๒.๓ กระบวนการพิจารณาโครงการวิจัย สถาบันได้กาหนดกระบวนการพิจารณาโครงการวิจัย ไว้ดังนี้ ๑. สถาบัน จะส่งข้อเสนอโครงการวิจัยให้คณะทํางานพิจารณา และ/หรืออาจส่งให้ผู้เชี่ยวชาญ ภายนอกที่มีประสบการณ์และความรู้ในเรื่องนั้น ๆ (peer review) ให้ข้อเสนอแนะ ด้วย และแจ้งกลับผู้ เสนอโครงการภายใน ๒ สัปดาห์ นับตั้งแต่วันที่ คณะทํางานมีมติ หรือ ได้รับข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ ภายนอก (กรณีที่มีการส่งให้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกพิจารณา) โดยจํานวนผู้เชี่ยวชาญภายนอกจะขึ้นกับขนาด ของโครงการ (ตามวงเงินงบประมาณที่เสนอ ) กรณีที่เป็นโครงการขนาดปานกลางจนถึงขนาดใหญ่ (งบประมาณมากกว่า ๕ แสนบาทขึ้นไป) ต้องเสนอโครงการให้ผู้บริหารระดับสูงของ สถาบัน พิจารณาให้ ข้อเสนอแนะก่อนตัดสินใจ โดยจะแจ้งกลับให้ผู้เสนอโครงการทราบภายใน ๒ สัปดาห์ หลังการพิจารณาของ ผู้บริหารระดับสูง กรอบในการทบทวน (review) โครงการวิจัยตามขนาดของโครงการ สานักวิชาการ และ/ ผู้วิจารณ์ คณะทางาน ขนาดโครงการ วงเงินที่เสนอ (บาท) ผู้แทนสานักที่ ภายนอก เกี่ยวข้อง (อย่างน้อย...คน) เล็ก น้อยกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ๒ กลาง ๑ ๒๐๐,๐๐๑-๕๐๐,๐๐๐ ๒ ๑  กลาง ๒ ๕๐๐,๐๐๑-๑,๐๐๐,๐๐๐ ๒ ๒  ใหญ่ ๑,๐๐๐,๐๐๑-๓,๐๐๐,๐๐๐ ๓ ๒ 


๑๑ ๒. ผลการพิจารณาอนุมัติ ดังนี้ ๒.๑ โครงการ ที่ไม่ต้องเสนอขอความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญภายนอก ให้ถือตามมติที่ประชุม คณะทํางาน ๒.๒ กรณีโครงการที่ต้องขอความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญภายนอก ๒.๒.๑ ความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ทั้งหมดเห็นชอบโดยไม่มีเงื่อนไขให้ต้องปรับปรุงเพิ่มเติม สถาบัน จะดําเนินการจัดทําสัญญาให้การสนับสนุนทุนวิจัยต่อไป ๒.๒.๒ ความเห็นผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดเห็นชอบแต่มีเงื่อนไขให้ต้องปรับปรุงเพิ่มเติม สถาบัน จะแจ้งผู้เสนอโครงการให้ปรับปรุงแก้ไขก่อนดําเนินการจัดทําสัญญาให้การสนับสนุนทุน ๒.๒.๓ ความเห็นผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดไม่เห็นชอบให้การสนับสนุน ให้ยุติโครงการ ๒.๒.๔ ความเห็นผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดไม่เป็นเอกภาพ ให้ถือตามมติที่ประชุมคณะทํางาน โครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก สถาบัน จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาโครงการวิจัยดังที่ได้กล่าว ข้างต้น เพื่อให้ได้โครงการที่มีคุณภาพและสามารถตอบสนองความต้องการของระบบมากที่สุด โครงการที่มี ความเร่งด่วนไม่สามารถส่งให้ผู้วิจารณ์ภายนอกได้ ทัน สถาบัน จะนําเสนอให้ คณะทํางาน พิจารณาแทน แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญภายนอกต้อง ไม่เป็นผู้ มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งทางตรงและทางอ้อมกับ โครงการวิจัยที่พิจารณา และผลการพิจารณาอนุมัติข้อเสนอโครงการวิจัยที่ขอการสนับสนุนงบประมาณทุก โครงการ จะต้องบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง เพื่อประกอบการจัดทําสัญญา ๒.๔ การจัดทาสัญญาเพื่อรับทุนสนับสนุนการวิจัย หลังจากที่ข้อเสนอโครงการผ่านการพิจารณาอนุมัติโครงการแล้ว ผู้ประสานงาน จะจัดทํา สัญญา และเอกสารแนบท้ายตามแบบฟอร์มมาตรฐานสัญญาของ สถาบัน (ตัวอย่างในภาคผนวก) ซึ่งขั้นตอนในการ จัดทําสัญญามีดังนี้ ๑. สถาบัน จะส่ง สัญญาและเอกสารแนบท้ายที่จัดทําขึ้น เพื่อให้ผู้รับ สัญญาพิจารณา โดยผู้รับ สัญญาอาจเสนอขอปรับรายละเอียดต่างๆ ให้สอดคล้องเหมาะสมกับการดําเนินโครงการ ๒. เมื่อได้ สัญญาที่ยอมรับได้ทั้ง สองฝ่ายแล้ว สถาบัน และผู้รับ สัญญาจะลงนามในสัญญาร่วมกัน จํานวน ๒ ชุด โดยเก็บไว้ที่ สถาบัน ๑ ชุด และผู้รับสัญญา ๑ ชุด ผู้รับสัญญาต้องดําเนินงานตามแผนปฏิบัติการ (action plan) ซึ่งจะสอดคล้องกับการแบ่งงวดงาน/ งวดเงินในแต่ละช่วงระยะเวลา เพื่อให้สามารถดําเนินกิจกรรมได้อย่างเหมาะ สม เงินสนับสนุนในงวดที่ ๑ จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๑๕ ของงบประมาณทั้งหมด เว้นแต่จะมีการตกลงเป็นอย่างอื่น เอกสารประกอบการจัดทํา สัญญาปฏิบัติงานวิจัย ซึ่งต้องจัดส่งมาพร้อมกับข้อเสนอโครงการที่ผ่าน การอนุมัติแล้ว มีดังต่อไปนี้ กรณีคู่สัญญาเป็นนิติบุคคล ๑.๑ สําเนาเอกสารการจัดตั้งมูลนิธิ/สถาบัน ที่รับรองสําเนาครบทุกหน้าหรือหนังสือรับรอง ๑.๒ หนังสือมอบอํานาจการลงนามสัญญา ๑.๓ สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนหรือสําเนาบัตรประจําตัวข้าราชการ ของผู้มอบอํานาจ ๑.๔ สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนหรือสําบัตรประจําตัวข้าราชการผู้รับมอบอํานาจ กรณีคู่สัญญาเป็นบุคคลธรรมดา  สําเนาบัตรประชาชน หรือสําเนาบัตรข้าราชการที่รับรองสําเนาทุกหน้า


๑๒ ๒.๕ การเบิกจ่ายงบประมาณและการบริหารงบประมาณ สถาบัน จะจ่ายเงินสนับสนุนโครงการวิจัยเป็นรายงวด ตามรายละเอียดที่ได้ระบุใน สัญญา เมื่อ ผู้รับ สัญญา ดําเนินกิจกรรมแล้วเสร็จตามที่กําหนดไว้ใน สัญญา ของแต่ละงวดแล้ว ให้ส่งรายงาน ความก้าวหน้า ของการวิจัย และรายงานการใช้จ่ายเงินมายัง สถาบัน เพื่อพิจารณาและเบิกเงินงวดถัดไปให้ โดยสิ่งที่ต้องรายงานมี ดังนี้ ๑. รายงานความก้าวหน้าของการวิจัย (หรือรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เมื่อปิดโครงการ) ให้รายงาน ผลการศึกษาวิจัยตามกิจกรรมที่กําหนดไว้ในเงื่อนไขการจ่ายเงิน/กําหนดเวลาส่งงานตามสัญญาฯ ๒. รายงานการใช้จ่ายเงิน ให้รายงานผลการใช้จ่ายเงินตามกิจกรรมที่ระบุไว้ในรายละเอียด งบประมาณ ทั้งนี้ การรายงานความก้าวหน้า ของการวิจัย และการรายงานการใช้จ่ายเงิน ต้องสอดคล้องกับ กิจกรรมและระยะเวลาที่ระบุไว้ในแผนปฏิบัติการ (action plan) หากแผนงานหรือโครงการกําหนดให้มี การนําเสนอผลงานต่อคณะทํางาน หรือคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน (กพฉ.) หรือที่ประชุมวิชาการ หรือ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ให้นําผลของการประชุมมารายงานด้วย รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์จะต้องมีเนื้อหาตามที่ระบุในโครงการวิจัย โดยสามารถจัดทําเป็นฉบับ “ร่าง”แล้วส่งให้ส ถาบัน จํานวน ๕ เล่ม เพื่อขอความเห็นจากคณะกรรมการตรวจสอบทางวิชาการ (peer review) และแจ้งให้ผู้รับ สัญญาทราบ เพื่อปรับปรุงให้เป็นรายงานผลงานวิ จัยฉบับที่สมบูรณ์ หลังจาก ปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยจึงส่งให้สถาบัน จํานวน ๒ เล่ม พร้อม electronic file รายงานการใช้จ่ายเงินรายงวด จะต้องแสดงยอดรายรับ ยอดรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงของโครงการฯ และยอดเงินคงเหลือยกมาในงวดปัจจุบันต้องเท่ากับยอดยกไปในงวดก่อน การเบิกจ่ายงบประมาณ สถาบัน จะจ่ายเงินให้ผู้รับสัญญาตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญา แต่จะพิจารณารายงานการใช้จ่ายเงิน ที่งวดก่อนหน้านี้ด้วย หากโครงการยังมีเงินคงเหลือในบัญชีมากกว่าร้อยละ ๕๐ ของงบประมาณงวดถัดไป สถาบัน จะเบิกจ่ายเงินงวดถัดไปไม่เต็มจํา���วนหรืออาจเบิกเต็มจํานวนก็ได้โดยพิจารณาตามความเหมาะสม เมื่อสิ้นสุดโครงการและมีเงินคงเหลือ จะต้องส่งเงินที่เหลือทั้งจํานวนมายังสถาบัน ตารางสรุปเอกสารประกอบการเบิกจ่ายเงินในแต่ละงวด และปิดโครงการ การเบิกเงินงวด รายการเอกสารประกอบการเบิกจ่าย เงื่อนไข งวดที่ ๑ ๑. สัญญาที่ลงนามทั้งสองฝ่าย สถาบัน จ่ายเงินสนับสนุนภายใน ๑๕ ๒. สมุดบัญชีธนาคารเพื่อโอนเงิน (ถ้ามี) วันเมื่อได้ตรวจสอบความครบถ้วนและ ๓. เอกสารอื่น ๆ ตามที่ระบุไว้ในสัญญา ถูกต้องของเอกสารว่าเป็นไปตามที่ระบุ ไว้ในสัญญาเรียบร้อยแล้ว งวดที่ ๒ ๑. รายงานการใช้จ่ายเงินงวดที่ ...(สพฉ.ว.๒) สถาบัน จ่ายเงินสนับสนุนภายใน ๑๕ งวดก่อนสุดท้าย พร้อมแนบสําเนาบัญชีธนาคาร ตั้งแต่หน้าแรกถึง วันเมื่อได้ตรวจสอบความครบถ้วนและ ปัจจุบัน ถูกต้องของเอกสารว่าเป็นไปตามที่ระบุ ๒. รายงานความก้าวหน้าตามกําหนดระยะเวลา ไว้ในสัญญาเรียบร้อยแล้ว ๓. เอกสารอื่น ๆ ตามที่ระบุไว้ในสัญญา การเบิกเงินงวด รายการเอกสารประกอบการเบิกจ่าย เงื่อนไข งวดสุดท้ายและ ๑. รายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุนงวดรอง สถาบัน จ่ายเงินสนับสนุนภายใน ๑๕


๑๓ ปิดโครงการ

สุดท้ายพร้อมแนบสําเนาบัญชีธนาคาร ตั้งแต่หน้า แรกถึงปัจจุบัน ๒. รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ ๓. เอกสารอื่น ๆ ตามที่ระบุไว้ในสัญญา

วัน เมื่อได้ตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้องของเอกสาร รวมทั้งได้ปรับปรุง แก้ไขรายงานฉบับสมบูรณ์ เรียบร้อย แล้วตามที่ระบุไว้ในสัญญา

หมายเหตุ ภายใน ๑๕ วันหลังปิดโครงการ นักวิจัยต้องส่ง รายงานสรุปการเงินเพื่อปิดโครงการ (ภาพรวม การใช้จ่ายเงิน) และต้องคืนเงินที่เหลือให้สถาบันภายใน ๑๐ วันทําการ การปรับแผนงาน แผนงบประมาณ และการขอขยายเวลา การปรับแผนงาน และแผนงบประมาณ นักวิจัย สามารถขอปรับแผน งานและแผนงบประมาณของโครงการ วิจัย ได้ หากพบว่าผลการ ดําเนินงานไม่เป็นตามที่กําหนด ทั้งนี้ หากมีความจําเป็นต้องใช้จ่ายเงินแต่ละหมวดเปลี่ยนไปจากที่กําหนดไว้ ในสัญญาเกินกว่าร้อยละ ๒๐ (ยกเว้นการขอปรับในส่วนของหมวด ค่าจ้าง ค่าตอบแทน) ให้ทําหนังสือชี้แจง เหตุผลความจําเป็นต่อสถาบัน เพื่อให้ความเห็นชอบก่อนดําเนินการ การปรับวิธีการวิจัยและผลงานในแต่ละงวดงาน ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ สถาบัน พิจารณา เมื่อเห็นชอบแล้วจึงจะสามารถดําเนินการได้ และหากโครงการวิจัยมีคณะกรรมการที่ปรึกษา ต้อง ให้คณะกรรมการที่ปรึกษา พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเสนอสถาบัน พิจารณาด้วย การขอขยายระยะเวลาของโครงการ วิจัย นักวิ จัย ต้องขออนุมัติ การขอขยายเวลาต่อ สถาบัน ล่วงหน้าก่อนสิ้นสุดสัญญาไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน โดยมีเงื่อนไขดังนี้  ใช้งบประมาณตามที่ได้รับในวงเงินเดิม เป็นหลักการพื้นฐาน ทั้งนี้ อาจปรับลดลงได้หากมีการ ปรับรายละเอียดสําคัญของงานวิจัย  งบประมาณหมวดค่าตอบแทน ค่าจ้างเท่าเดิม ไม่เพิ่มตามระยะเวลาที่ขยายออกไป  ขยายเวลาได้ระยะเวลาไม่เกิน ๖ เดือน  โครงการที่ดําเนินงานเกินระยะเวลาในสัญญา จะถูกตั้งข้อสังเกตจากผู้ตรวจสอบ และนําเสนอ ต่อสถาบัน พร้อมเก็บประวัติโครงการให้อยู่ในข่ายเร่งรัดติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ สถาบัน อาจพิจารณาขอยุติโครงการที่ไม่สามารถส่งผลงานตามที่ได้ขอขยายเวลาไว้ โดยสถาบัน ขอ สงวนสิทธิ์ในการพิจารณาไม่จ่ายเงินในงวดที่เหลือ  การไม่ขยายเวลาโครงการ จะใช้เหตุผลประกอบการพิจารณา คือ o โครงการที่เกินกําหนดระยะเวลาดําเนินการ และพิจารณาว่าหากดําเนินการต่อ ผลงานไม่ สามารถนํามาใช้ประโยชน์ได้ ต้องยกเลิกการดําเนินการทันที o โครงการที่เกินกําหนดเวลา เนื่องจากนักวิจัยชะลอการทํางานเพื่อต่อรองผลประโยชน์ของ นักวิจัย ๒.๖ การกากับติดตามและประเมินผลงานวิจัย การกากับติดตามการดาเนินโครงการ สถาบัน จะจัดให้มีระบบและกลไกกํากับติดตามการดําเนินโครงการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุน วัตถุประสงค์เพื่อ

โดยมี


๑๔ ๑. ให้มีการเชื่อมโยงผลงานทางวิชาการไปสู่ผู้ใช้ประโยชน์ แม้ว่าจะเป็นผลงานเบื้องต้น เป็นการสร้าง หลักประกันว่าจะมีการนําผลงานทางวิชาการไปใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง ๒. ให้มีความมั่นใจว่า โครงการสามารถดําเนินการได้ตามที่กําหนดในแผนปฏิบัติการ สนับสนุนการ แก้ไขปัญหาทางวิชาการและปัญหาการดําเนินโครงการได้ในเวลาที่เหมาะสม ๓. ให้มีความมั่นใจว่า นักวิจัยจะ ใช้จ่ายเงินสนับสนุนโครงการอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์โครงการและหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินของ สถาบัน กลไกกากับติดตามงานวิจัยของ สถาบัน ประกอบด้วย ๑ คณะทางาน หรือคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นเฉพาะสําหรับโครงการวิจัยนั้นๆ กรณีที่เป็นโครงการ ขนาดใหญ่ คณะกรรมการจะประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนของหน่วยงานที่จะเป็นผู้ใช้ประโยชน์จาก งานวิจัย นักวิจัย จะได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมเพื่อรายงานความคืบหน้าของโครงการที่ได้รับทุน สนับสนุน เป็นระยะๆ ๒. สานักวิชาการ สถาบัน ซึ่งจะมีการนิเทศกํากับติดตามการดําเนินงานของแต่ละโครงการเป็น ระยะๆ เน้นกํากับติดตามความก้าวหน้าของโครงการและความเหมาะสมของการใช้จ่ายเงิน ทั้งนี้จะแจ้งผล การนิเทศให้กับนักวิจัยทราบทุกครั้ง เพื่อเป็นข้อมูลใช้ในการปรับปรุงการบริหารโครงการต่อไป การประเมินผลโครงการ งานวิจัยทุกโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก สถาบัน จะมีการประเมินผลคุณภาพงานหลังเสร็จสิ้น โครงการ โดยหากเป็นโครงการขนาดเล็ก (งบประมาณไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท) การประเมินผลจะทําผ่าน การทบทวนรายงานผลการวิจัยฉบับสมบูรณ์โดยคณะผู้เชี่ยวชาญ (peer review) หากเป็นโครงการขนาด ใหญ่ (งบประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป) หรือโครงการระยะปานกลาง – ระยะยาว สถาบัน จะจัดให้มี ผู้ประเมินภายนอก (external evaluator) ประเมินผลโครงการเมื่อสิ้นสุดโครงการ หรือประเมินผลระหว่าง โครงการ (mid-term evaluation) สําหรับโครงการระยะปานกลาง - ระยะยาว ๑. การประเมินระหว่างการดาเนินงาน กําหนดให้มีการรายงาน และทบทวน เพื่อปรับปรุงการ ดําเนินงาน หรือกําหนดให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารแผน งาน โดยมีภารกิจหน้าที่กํากับดูแล ทางด้านวิ ชาการ หรือทั้งด้านวิชาการและการบริหาร ซึ่งจะแตกต่างกันตามความเหมาะสมของแผนงาน / โครงการวิจัยลักษณะภารกิจของคณะกรรมการประกอบด้วย ๑.๑ ชี้แนะทิศทางของแผนงาน /โครงการ และปรับปรุงแนวทางการดําเนินงานให้สอดคล้อง และเหมาะสมกับสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลง ๑.๒ ให้คําปรึกษา แนะนํา การดําเนินงานของแผนงาน/โครงการ ๑.๓ สนับสนุนด้านวิชาการให้กับแผนงาน/โครงการ ๑.๔ กํากับดูแลการบริหารงานให้เป็นไปในแนวทางที่ถูกต้องและโปร่งใส และให้คําแนะนําเมื่อ เกิดปัญหาในบางแผนงาน/โครงการที่ต้องการ ๑.๕ กําหนดบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิในการร่วมพิจารณาโครงการย่อย ๑.๖ เข้าร่วมในการพิจารณาอนุมัติโครงการย่อยหรือกิจกรรมที่จะเกิดภายใต้แผนงาน / โครงการที่มีวงเงินสนับสนุนตั้งแต่ ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ๑.๗ พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อรายงานความก้าวหน้าของการดําเนินแผนงาน/โครงการ


๑๕ ๒. การประเมินเมื่อสิ้นสุดโครงกา รหรือตามกาหนดประเมิน กําหนดขึ้นเพื่อประเมินการ ดําเนินงาน ผลสําเร็จและประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบ การแพทย์ฉุกเฉิน ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะเชิง นโยบายต่อผู้กําหนดนโยบายด้านการแพทย์ฉุกเฉิน


๑๖ ๒.๗ สรุปเอกสารทีน่ ักวิจัยต้องจัดเตรียม การดาเนินงาน เอกสารทีน่ ักวิจัยต้องจัดส่ง ๑. การเสนอโครงการวิจัย ๑.๑ เอกสารโครงร่างงานวิจัย จํานวน ๑ ชุด พร้อม electronic file ๑.๒ หนังสือนําส่งที่ระบุรายละเอียดตามที่กําหนด ๒. การปรับโครงร่างงานวิจัย ๒.๑ เอกสารโครงร่างงานวิจัยที่ปรับแล้ว จํานวน ๑ ชุด พร้อม electronic file ๒.๒ เอกสารประกอบการทําสัญญาขอรับทุนสนับสนุนการวิจัย ๒.๒.๑ กรณีคู่สัญญาเป็นนิติบุคคล  สําเนาเอกสารการจัดตั้งมูลนิธิ/สถาบัน ที่รับรองสําเนาครบ ทุกหน้าหรือหนังสือรับรอง  หนังสือมอบอํานาจการลงนามสัญญา  สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนหรือสําเนาบัตรประจําตัว ข้าราชการ ของผู้มอบอํานาจ  สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนหรือสําบัตรประจําตัว ข้าราชการผู้รับมอบอํานาจ ๒.๒.๒. กรณีคู่สัญญาเป็นบุคคลธรรมดา  สําเนาบัตรประชาชน หรือสําเนาบัตรข้าราชการที่รับรอง สําเนาทุกหน้า ๒.๓ ประเด็นที่ขอปรับจากร่างสัญญาและเงื่อนไขการสนับสนุนทุนตาม แบบที่กําหนดไว้ ๓. การทําสัญญาขอรับทุน ๓.๑ สัญญาขอรับทุนสนับสนุนการวิจัยที่นักวิจัยลงนามแล้ว สนับสนุนการวิจัย ๓.๒ แบบขอเบิกค่าใช้จ่ายล่วงหน้า กรณีที่กําหนดไว้ ๓.๓ แบบประกอบการรับเงิน ตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้แนบท้ายสัญญา ขอรับทุนสนับสนุนการวิจัย ๔. การรายงานความก้าวหน้า ๔.๑ เอกสารผลการศึกษาวิจัยตามงวดงานที่กําหนด พร้อม electronic และรายงานผลการวิจัย file และรายงานการใช้จ่ายเงิน ๔.๒ หนังสือแจ้งส่งงาน พร้อมระบุการขอเบิกเงินตามงวดงานที่กําหนด


๑๗

บทที่ ๓


๑๘

บทที่ ๓ การบริหารทุนสนับสนุนวิจัยจากสถาบัน สถาบัน ให้ความสําคัญกับการบริหารจัดการงานวิจัยโดยมีธรรมาภิบาลที่ดี (good governance) มีความโปร่งใส และมีการบริหารจัดการ /การใช้เงินทุนสนับสนุนอย่างมีประสิทธิภาพ ตามหลักเกณฑ์ที่ กําหนด ทั้งนี้ สถาบัน ได้กําหนดระเบียบ หลักเกณฑ์และแนวทางการบริหารทุนสนับสนุนวิจัย ดังนี้ ๓.๑ หลักเกณฑ์ทั่วไปสาหรับโครงการขนาดปานกลาง/ใหญ่ ๑. นักวิจัย ต้องเปิดบัญชีเฉพาะเป็นบัญชีออมทรัพย์ เพื่อรับทุนสนับสนุนวิจัยจาก สถาบัน โดยชื่อ บัญชีระบุโครงการหรือรหัสโครงการ (ยกเว้นกรณีที่เป็นโครงการขนาดเล็กหรือเป็นเพียงงานทบทวน วรรณกรรม) ผู้มีอํานาจเบิกจ่ายเงินจากบัญชีจํานวน ๓ คน โดยการเบิกจ่ายเงินต้องลงนามอย่างน้อย ๒ ใน ๓ มีหัวหน้าโครงการวิจัยเป็นผู้ลงนามหลัก หัวหน้าโครงการอาจขออนุมัติเบิกเงินสดมาเก็บรักษาไว้เป็นเงิน ทดรองจ่าย (เงินสดย่อย) ได้จํานวนหนึ่งเพื่อความคล่องตัวในการทํางาน  ห้ามใช้บัตร ATM ในการเบิกจ่ายเงินจากบัญชีโครงการ  นักวิจัย สามารถเปิดบัญชีประเภทกระแสรายวันควบคู่ไปด้วยกันได้ เพื่อใช้สมุดเช็คในการ เบิกถอน อย่างไรก็ตาม ผู้มีอํานาจลงนามในเช็คเพื่อจ่ายชําระหนี้ให้ใช้หลักการเดียวกับการเบิกจ่ายจาก บัญชี  ดอกเบี้ยเงินฝากที่เกิดขึ้น โดยหลักการถือเป็นรายได้ของ สถาบัน แต่โครงการสามารถเสนอ ขอใช้ เพื่อการสนับสนุนการดําเนินการของโครงการได้ โดยต้องแจ้งยอดดอกเบี้ยรับในรายงานการเงินที่ เสนอต่อสถาบัน พร้อมกับเสนอเหตุผลการขอใช้ดอกเบี้ยรับดังกล่าวด้วย  มีการกําหนดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบด้านการเงิน /บัญชีเฉพาะ มีระบบควบคุมยอดค่าใช้จ่ายเป็น รายกิจกรรมหรือโครงการย่อย เพื่อติดตามการใช้จ่ายเงินในแต่ละหมวดให้เป็นไป ตามแผนงบประมาณ เอกสาร สมุดบัญชี และทะเบียนต่างๆ ที่ใช้ ให้เป็นไปตามที่ สถาบัน กําหนด หรือใช้แบบพิมพ์ของทาง ราชการโดยอนุโลม  การเบิกจ่ายเงินต้องได้รับก ารอนุมัติจากหัวหน้าโครงการ และให้เจ้าหน้าที่การเงินตรวจสอบ ความถูกต้องครบถ้วนก่อนเสนอให้มีการสั่งจ่าย การเบิกจ่ายเงินทุกครั้งต้องมีเอกสารหลักฐานครบถ้วน ได้แก่ ใบส่งของ/ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และใบเสนอราคา กรณีที่ไม่สามารถเรียกใบเสร็จรับเงินได้ ให้ใช้ ใบสําคัญรับเงินโดยหัวหน้าโครงการวิจัยลงนามรับรองในใบสําคัญรับเงินแทน นักวิจัย ต้องจัดทําบัญชีให้เป็น ปัจจุบัน พร้อมทั้งต้องเก็บหลักฐานการเบิกจ่ายให้เป็นระบบและเรียบร้อยพร้อมที่จะให้ตรวจสอบได้ ตลอดเวลา  นักวิจัย /ผู้ประสานงาน/ผู้รับทุนที่ได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือนหรือแบบเหมาจ่ายแล้ว ไม่ อนุญาตให้รับค่าตอบแทนใด ๆ จากเงินสนับ สนุน โครงการเป็นการเพิ่มเติมอีก ยกเว้น การปฏิบัติงาน นอกเหนือจากเงื่อนไขงานที่กําหนด การปฏิบัติงานนอกที่ตั้งสํานักงานโครงการ ให้เบิกค่าใช้จ่ายในการ เดินทางตามหลักเกณฑ์ที่ สถาบันกําหนด  การจัดซื้อ /จัดจ้างให้เป็นไปตามระเบียบพัสดุ สถาบัน โดยยึดหลักการต้องได้วัสดุที่มีคุณภาพ ราคาเหมาะสม ทั้งนี้จะต้องมีหลักฐานเป็นใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้องและเก็บไว้เพื่อการตรวจสอบทุกครั้ง


๑๙  กรณีมีการจัดจ้างบุคคลภายนอกทํางานวิจัยเฉพาะส่วน ให้หัวหน้าโครงการจัดทํา สัญญาเป็น ลายลักษณ์อักษรกับผู้รับ จ้างนั้ น โดยระบุขอบเขตของงาน (Term of Reference-TOR) ให้ชัดเจนและใช้ เป็นหลักฐานประกอบการจัดจ้างบุคคลนั้น ๓.๒ แนวทางในการดาเนินงาน : กรณีรับเงินจากสถาบัน ๑. เมื่อ นักวิจัย เปิดบัญชีตามหลักเกณฑ์ข้างต้น เรียบร้อยแล้ว ให้ส่งสําเนาบัญชีและเลขที่บัญชี โครงการให้สถาบันเพื่อดําเนินการโอนเงินเข้าบัญชีโครงการต่อไป นักวิจัยจะได้รับเงินภายใน ๑๕ วันทําการ หลังจากสถาบันได้รับเอกสารตามเงื่อนไขที่กําหนด ๒. เมื่อสถาบันโอนเงินให้นักวิจัย เรียบร้อยแล้ว สถาบัน จะส่งใบสําคัญรับเงินเพื่อให้ นักวิจัย ลงนาม เมื่อลงนามแล้วให้ถ่ายสําเนาเก็บไว้ ๑ ชุดเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการลงบัญชีและส่งใบสําคัญรับเงิน กลับมายังสถาบัน ๓. การรับดอกเบี้ยเงินฝาก เมื่อมีดอกเบี้ยเงินฝากเกิดขึ้นตามระยะเวลาที่ธนาคารกําหนด ให้ลงใน บัญชีเป็นรายรับโดยมีเอกสารประกอบคือ สําเนาสมุดเงินฝากธนาคารหน้าที่มีดอกเบี้ยรับ ๔. การยืมและคืนเงินเพื่อดําเนินงาน นักวิจัย อาจอนุมัติให้มีการยืมเงินล่วงหน้า (นอกเหนือจาก เงินสดย่อย) เพื่อใช้ในการดําเนินโครงการได้ โดยให้ผู้ปฏิบัติงาน ในโครงการวิจัย ทําบันทึกยืมเงินเพื่อให้ นักวิจัยอนุมัติ ทั้งนี้ ต้องจัดให้มีทะเบียนคุมเงินยืม และผู้ปฏิบัติงานต้องส่งหลักฐานการใช้จ่ายเงินพร้อมคืน เงินส่วนที่เหลือภายในระยะเวลาไม่เกิน ๑๕ วัน (แบบฟอร์มการยืมเงินและการส่งเงินดูภาคผนวกหน้า... ) ๕. ให้ปิดบัญชีโครงการเมื่อโครงก ารดําเนินงานแล้วเสร็จ สามารถส่งผลงานได้ตาม สัญญา และ เจ้าหน้าที่ของโครงการได้จ่ายเงินตามภาระผู้พันต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ หากมีเงินเหลือสุทธิ (รายได้ มากกว่ารายจ่าย) หลังปิดบัญชีแล้ว ให้ส่งเงินคงเหลือคืนสถาบัน ๓.๓ แนวทางในการใช้จ่ายเงินทุนสนับสนุน ผู้รับ สัญญาต้องใช้จ่ายเงินทุนสนับสนุนให้เป็นไปตามระเบียบ หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินของ สถาบัน และสอดคล้องกับแผนงบประมาณในโครงการที่เสนอขออนุมัติ ทั้งนี้ สถาบัน ได้กําหนดหลักเกณฑ์ การใช้จ่ายในแต่ละประเภทดังนี้ ประเภทของค่าใช้จ่ายและอัตราจ่าย ๑. ค่าตอบแทน ๑.๑ ค่าตอบแทนนักวิจัย  นักวิจัยปฏิบัติงานเต็มเวลา (Full-time researcher) หมายถึง นักวิจัยที่ปฏิบัติ งานวิจัย และพัฒนาโครงการวิจัยหนึ่งๆ จํานวนไม่น้อยกว่า ๗ ชั่วโมงในแต่ละวัน หรือใช้เวลามากกว่าร้อยละ ๙๐ ของเวลาในการปฏิบัติงานวิจัย  นักวิจัยที่ปฏิบัติงานบางเวลา (Part-time researcher) หมายถึง นักวิจัยที่ปฏิบัติ งานวิจัยและพัฒนาโครงการวิจัยหนึ่งๆ น้อยกว่า ๗ ชั่วโมงในแต่ละวัน หรือใช้เวลา ระหว่างร้อยละ ๑๐–๙๐ ของเวลาในการปฏิบัติงานวิจัย อัตราค่าตอบแทนสาหรับนักวิจัยปฏิบัติงานเต็มเวลา ประเภทนักวิจัยเต็มเวลา นักวิจัยอาวุโส หรือเทียบเท่าข้าราชการระดับ ๑๐-๑๑

อัตราเงินเดือน ๓๕,๐๐๐-๕๐,๐๐๐


๒๐ นักวิจัยระดับกลางหรือเทียบเท่าข้าราชการระดับ ๗-๙ นักวิจัยระดับต้นหรือเทียบเท่าข้าราชการระดับ ๖ ลงมา

๑๕,๐๐๐-๓๕,๐๐๐ ๔,๐๐๐-๑๕,๐๐๐

 อัตราค่าตอบแทนสําหรับนักวิจัยปฏิบัติงานบางเวลา ให้คํานวณเวลาปฏิบัติงานเทียบ กับอัตราสําหรับนักวิจัยปฏิบัติงานเต็มเวลา ๑.๒ ค่าตอบแทนสาหรับผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบโครงการ (peer review) การพิจารณาโครงการ ค่าตอบแทน/โครงการ/คน การพิจารณาข้อเสนอโครงการวิจัย ๕๐๐-๑,๐๐๐ บาท/โครงการ/คน การพิจารณารายงานความก้าวหน้า ๕๐๐-๑,๐๐๐ บาท/โครงการ/คน การพิจารณารายงานฉบับสมบูรณ์ ๑,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท/โครงการ/คน ๑.๓ ค่าตอบแทนสําหรับผู้ที่ review literature และจัดทําเป็นรายงาน ให้จ่ายในอัตราไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท/หัวข้อหรือเรื่อง ๒. ค่าจ้างชั่วคราวเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างโครงการ : ให้ใช้อัตราเริ่มต้นตามคุณวุฒิทางการศึกษา โดยหลังจากผ่านการทดลองปฏิบัติงาน (probation period) แล้ว นักวิจัย อาจปรับเพิ่มเงินเดือน /ค่าจ้างให้ ตามประสบการณ์ที่สอดคล้องกับงานที่ได้รับมอบหมาย (ไม่เกินร้อยละ ๖ ต่อปีประสบการณ์ที่สอดคล้องกับ งานที่มอบหมาย) ทั้งนี้ นักวิจัยต้องจัดให้พนักงานโครงการได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ประกันสังคมด้วย วุฒิการศึกษา เงินเดือนเริ่มต้น) (บาท) มัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย ๗,๐๐๐ ปวช. ๙,๐๕๐ ปวส. ๑๐,๙๐๐ ปริญญาตรี ๑๔,๒๐๐ ปริญญาโท ๑๗,๕๐๐ ปริญญาเอก ๓๐,๗๐๐ หมายเหตุ  สถาบัน จะหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ ๓ จากเงินเดือนและค่าจ้าง เฉพาะนักวิจัยหลักที่จ่ายใน แต่ละงวดเท่านั้น โดยจะออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ จ่ายในนามนักวิจัยหลัก และ นักวิจัยมีหน้าที่ต้องเสียภาษีด้วยตนเอง  นักวิจัย /นักวิชาการ /พนักงาน /ลูกจ้างที่ร่วมทีมโดยได้รับเงินเดือนและค่าจ้างมีหน้าที่ รับผิดชอบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กรมสรรพากรด้วยตนเอง  สถาบัน จะไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย หากหน่วยงานมีเลขประจําตัวผู้เสียภาษี ให้หน่วยงานหักภาษี ณ ที่จ่าย และนําส่งกรมสรรพากรเอง ๓. ค่าใช้จ่ายในการบริหารโครงการ หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่ใช้ดําเนินงานของสํานักงาน ค่าใช้จ่ายในการบริหารงานวิจัย โดยมีหลักเกณฑ์สําหรับการเบิกจ่าย ดังนี้  การเบิกจ่ายเงินต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าโครงการทุกครั้ง  ค่าใช้จ่ายเบิกตามที่จ่ายจริง ไม่อนุญาตให้จ่ายในลักษณะเหมาจ่าย

และ


๒๑  ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินเป็นเอกสารประกอบการเบิกจ่าย กรณีที่ไม่สามารถเรียกใบเสร็จรับเงินจาก ผู้รับเงินได้ ให้ใช้ใบสําคัญรับเงินพร้อมแนบสําเนาบัตรประชาชนแทน หลักเกณฑ์และเอกสารประกอบการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายแต่ละประเภท ๑. ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประเภทค่าใช้จ่าย หลักเกณฑ์ ๑. ค่าเบี้ยเลี้ยง ๑.๑ จ่ายเฉพาะพนักงานของโครงการที่ปฏิบัติงาน ในต่างจังหวัดเท่านั้น ๑.๒ หนึ่งวัน= ๒๔ ชั่วโมง หากเกิน ๑๒ ชั่วโมงคิด เป็นหนึ่งวัน ๑.๓ ค่าเบี้ยเลี้ยง หรือค่าอาหารให้เลือกเบิกเพียง อย่างใดอย่างหนึ่ง ในอัตรา : - หัวหน้าโครงการ วันละไม่เกิน ๒๔๐ บาท - พนักงานโครงการ วันละไม่เกิน ๒๑๐ บาท ๒. ค่าที่พัก ให้เบิกเท่าทีจ่ ่ายจริง ดังนี้ ๒.๑ หัวหน้าโครงการ ไม่เกินคืนละ ๑,๖๐๐ บาท ๒.๒ พนักงานโครงการ ไม่เกินคืนละ ๑,๐๐๐ บาท โดยให้พักห้องคู่ เว้นแต่กรณีจําเป็นต้องพักห้องเดี่ยว ให้ระบุเหตุผลความจําเป็นประกอบการเบิกจ่าย ประเภทค่าใช้จ่าย หลักเกณฑ์ ๓. ค่าพาหนะ ๓.๑ ค่ารถทัวร์/รถไฟ พิจารณาตามความเหมาะสมและโดยประหยัด ๓.๒ ค่าตั๋วเครื่องบิน ใช้ตั๋วชั้นประหยัด ๓.๓ ค่าเช่ารถ

เบิกตาม ที่จ่าย จริง และ โดยประหยัด โดยระบุ หมายเลขทะเบียนรถยนต์

๔. ค่าชดเชยพาหนะ ส่วนตัว (ไม่ให้นําค่า น้ํามัน และค่าผ่าน ทางมาเบิกอีก)

- ใช้ตารางระยะทางระหว่างจังหวัด เป็นแนวทาง ประมาณจํานวนกิโลเมตร (อ้างอิงระยะทางจาก กรมทางหลวง) - คํานวณจากจํานวนกิโลเมตร ไป-กลับ x ๔ บาท และระบุหมายเลขทะเบียนรถยนต์ - ต้องระบุให้ชัดเจนว่าเดินทางจากไหนถึงไหน - เบิกจ่ายตามจริงแต่ไม่เกิน ๑,๒๐๐ บาท/วัน (ไป-กลับ)

๕. ค่าโดยสารพาหนะ รับจ้าง

เอกสารประกอบการเบิกจ่าย ใบสําคัญรับเงิน

ใบเสร็จรับเงิน และ Folio

เอกสารประกอบการเบิกจ่าย กากตั๋วรถทัวร์/รถไฟ ใบเสร็จรับเงิน และ ETicket/กากตั๋ว ใบเสร็จรับเงิน/ใบสําคัญรับเงิน พร้อมแนบสําเนาบัตร ประชาชน ผู้รับเงิน ใบเสร็จรับเงินค่าน้ํามัน และ ใบเสร็จค่าผ่านทาง (ถ้ามี) ใบสําคัญรับเงิน

ใบสําคัญรับเงิน


๒๒ ๒. ค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม ประเภทค่าใช้จ่าย หลักเกณฑ์ เอกสารประกอบการเบิกจ่าย ๑. ค่า สมนาคุณ / จ่ายให้กับบุคคลที่ปฏิบัติงานให้โครงการ/แผนงาน ค่าตอบแทน ที่ไม่ได้รับเงินเดือนและค่าจ้างจากโครงการ - ๑.๑ ค่าสมนาคุณ - วิทยากรที่เป็นข้าราชการ พนักงาน /ลูกจ้างของ ใบสําคัญรับเงิน วิทยากร ส่วนราชการ หน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ เบิกจ่ายในอัตรา ๖๐๐ บาท/ชั่วโมง - วิทยากรจากภาคเอกชน ๑,๒๐๐ บาท/ชั่วโมง - หากเชิญวิทยากรเป็นรายคณะ ให้เหมาจ่ายเป็น รายคณะ ไม่ต้องจ่ายเป็นอัตรารายคน ประเภทค่าใช้จ่าย ๑.๒ ค่าตอบแทน

๑ . ๓ ค่าตอบแทน ผู้เชี่ยวชาญ (resource person) - คนต่างประเทศ - คนไทย ๑.๔ ค่าตอบแทนที่ ปรึกษาทางวิชาการ

หลักเกณฑ์ - เบิกจ่ายในอัตรา วันละ ๕๐๐-๑,๐๐๐ บาท/คน/ การประชุมหนึ่งครั้ง ดังนี้ o ประธาน ไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท o ผู้เข้าร่วมประชุมไม่เกิน ๕๐๐ บาท **ทั้งนี้ ผู้ที่อยู่ในจังหวัด /เขตพื้นที่ที่จัดประชุม ไม่ สามารถเบิกค่าพาหนะได้อีก

เอกสารประกอบการเบิกจ่าย ใบสําคัญรับเงิน ใบเซ็นชื่อผู้ เข้าประชุมตามแบบฟอร์ม หลักฐานการจ่ายในการจัด ประชุม และหนังสือเชิญ ประชุม ใบสําคัญรับเงิน

- เบิกจ่ายในอัตราวันละ ๓,๐๐๐ บาท/คน - เบิกจ่ายในอัตราวันละ ๑,๐๐๐ บาท/คน - เบิกจ่ายในอัตรา วันละ ๒,๕๐๐-๔,๐๐๐ บาท ใบสําคัญรับเงิน - พิจารณาตามคุณวุฒิ ประสบการณ์ ความยาก ง่ายของเรื่อง หรือการหาที่ปรึกษาด้านนั้นๆ ๑ . ๕ ค่าตอบแทน - สําหรับการพิจารณาข้อเสนอโครงการวิจัย อัตรา ใบสําคัญรับเงิน ผู้ ทรงคุณวุฒิตรวจสอบ ๕๐๐-๑,๐๐๐ บาท/โครงการ/คน โครงการวิจัย (Peer - สําหรับการพิจารณารายงานความก้าวหน้าของ Review) โครงการวิจัย อัตรา ๕๐๐-๑,๐๐๐ บาท - สําหรับการพิจารณารายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ อัตรา ๑,๐๐๐- ๓,๐๐๐ บาท /โครงการ /คน (พิจารณาตามคุณวุฒิ ประสบการณ์ และความยาก ง่ายของเรื่อง) ๑ . ๖ ค่าตอบแทน กรณีที่โครงการวิจัยระบุค่าใช้จ่ายเป็นค่าตอบแทน ใบสําคัญรับเงิน


๒๓ หน่วยงาน ต้นสังกัดของ หัวหน้าโครงการ���ิจัย ๑ . ๗ ค่าตอบแทนผู้ ทบทวนวรรณกรรม (review literature) และ จัดทํารายงาน ๒. ค่าอาหาร อาหาร ว่าง และเครื่องดื่ม ประเภทค่าใช้จ่าย

หน่วยงานต้นสังกัด ให้จ่ายได้ในอัตราไม่เกินร้อยละ ๑๕ ของงบประมาณโครงการวิจัยทั้งหมด จ่ายได้ในอัตราไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท/หัวข้อ/เรื่อง ใบสําคัญรับเงิน

- เบิกจ่ายตามจริงโดยประหยัด ซึง่ สถาบัน กําหนด ใบเสร็จรับเงินหรือ ใบสําคัญ แนวทางอัตราการเบิก ดังนี้ รับเงิน พร้อมแนบสําเนาบัตร

หลักเกณฑ์ - กรณีจัดภายในสํานักงาน (บาท/คน/มื้อ) o ค่าอาหารไม่เกิน ๑๕๐ บาท o ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มไม่เกิน ๕๐ บาท - กรณีจัดภายนอกสํานักงาน หรือจัดทีโ่ รงแรม o ค่าอาหารไม่เกิน ๓๐๐ บาท o ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มไม่เกิน ๗๐ บาท ๓. ค่าเช่าห้องประชุม , - เบิกตามที่จ่ายจริงและโดยประหยัด ค่าเช่าอุปกรณ์ ๔. ค่าตอบแทน ผู้ปฏิบัติงาน

เอกสารประกอบการเบิกจ่าย ประชาชนของผู้รับเงิน และใบ เซ็นชื่อผู้เข้าร่วมประชุม หรือ สรุปการประชุม

ใบเสร็จรับเงิน

- ผู้ ปฏิบัติงานชั่วคราวที่ไม่ใช่ลูกจ้าง หรือ ใบสําคัญรับเงิน พร้อมแนบ นักวิชาการในโครงการ เช่น เจ้าหน้าที่เตรียม/จัด สําเนาบัตรประชาชนของผู้รับ ประชุม เจ้าหน้าที่วิจัยภาคสนาม เงิน - เบิกจ่ายในอัตราวันละ ๓๐๐ บาท หมายเหตุ สําหรับการจ้างที่ปรึกษาชาวต่างประเทศให้จ่ายค่าตอบแทนไม่เกินอัตราสูงสุดขององค์การอนามัยโลก ๓. ค่าใช้จ่ายภายในสานักงาน ประเภทค่าใช้จ่าย หลักเกณฑ์ เอกสารประกอบการเบิกจ่าย ๑. ค่าน้ํา ค่าไฟ ค่า - เบิกจ่ายตามจริง ใบแจ้งหนี้ และใบเสร็จรับเงิน โทรศัพท์ ค่า อินเทอร์เน็ต ๒. ค่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ -ใช้ในการปฏิบัติงานตามโครงการวิจัย -ใบแจ้งค่าใช้บริการ -เบิกจ่ายจากหมายเลขโทรศัพท์ ที่จดทะเบียน เบิก รายละเอียดค่าใช้โทรศัพท์ ตามที่จ่ายจริงและโดยประหยัด ในอัตรา และใบเสร็จรับเงิน o หัวหน้าโครงการไม่เกิน ๑,๕๐๐ บาท/เดือน o พนักงานโครงการไม่เกิน ๕๐๐ บาท/เดือน - เบิกจ่ายจาก หมายเลขที่ใช้บัตรเติมเงินในอัตรา -ใบสําคัญรับเงิน พร้อมแนบ เดือนละ ๓๐๐ บาท บัตรเติมเงินที่ลอกแถบแล้ว ๓. ค่าปฏิบัติงานนอก - เบิกได้เฉพาะการปฏิบัติงานในที่ตั้งของสํานักงาน ใบสําคัญรับเงิน และสรุปงาน เวลาราชการ - วันจันทร์-วันศุกร์ ให้เบิกจ่าย ๕๐ บาท/ชั่วโมง ที่ทําในช่วงปฏิบัติงานนอก ไม่เกิน ๒๐๐ บาท/วัน เวลาราชการ


๒๔

๔. ค่าวัสดุสํานักงาน

- วันเสาร์ -วันอาทิตย์ให้เบิกจ่าย ๖๐ บาท/ชั่วโมง ไม่เกิน ๔๒๐ บาท/วัน - เบิกตามจ่ายจริงและโดยประหยัด ใบเสร็จรับเงิน

๓.๔ แนวทางการเบิกจ่ายเงินสนับสนุน การจ่ายเงินแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คือ การเบิกจ่ายเงิน การยืมเงิน และเงินสดย่อย โดยในแต่ละ ประเภท จะมีกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ยืมเงิน/ผู้เบิกเงิน และกลุ่มเจ้าหน้าที่การเงิน ดังนี้ ๑. การเบิกจ่ายเงิน : เมื่อทราบจํานวนเงิน และผู้รับเงินทีแ่ น่นอนล่วงหน้าก่อนที่จะจ่ายเงิน ผู้เบิกเงิน การเบิกจ่ายเงินสนับสนุน ๑. ทําบันทึกขออนุมัติโครงการวิจัย (ตามแบบ สพฉ.ว ๑) เพื่อเสนอให้ผู้มีอํานาจอนุมัติ ๒. เมื่อผู้มีอํานาจอนุมัติลงนาม จัดทําเอกสารแบบเบิก เงินโครงการวิจัย (แบบ สพฉ.ว ๓) ส่งให้เจ้าหน้าที่ การเงินดําเนินการต่อไป การเบิกเงินค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าวัสดุสานักงาน ๑. ทําบันทึกขออนุมัติจัดซื้อ โดยระบุความจําเป็น รายการ จํานวน และราคารวม ๒. เมื่อได้รับอนุมัติจากผู้มีอํานาจแล้ว จึงสั่งซื้อตามที่ ได้รับอนุมัติ ๓. เมื่อได้รับสินค้าพร้อมกับใบแจ้งหนี้แล้ว ต้องตรวจดู ว่าได้รับสินค้าครบถ้วน อยู่ในสภาพสมบูรณ์แล้วจึง ประทับตรา “ตรวจรับแล้ว” และลงนามรับสินค้า ๔. ทําบันทึกขออนุมัติเบิกจ่ายโดยแนบใบแจ้งหนี้ และบันทึกขออนุมัติจัดซื้อ แล้วส่งให้เจ้าหน้าที่การเงิน ดําเนินการต่อไป

เจ้าหน้าที่การเงิน ๑. เมื่อได้รับแบบเบิกเงินแล้ว ให้ตรวจสอบความ ถูกต้อง ครบถ้วน โดยดูจากสัญญาว่าเป็นไปตามที่ กําหนดหรือไม่ ถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ และมี การดําเนินการโดยประหยัดหรือไม่ แล้วจึงเสนอให้ ผู้มีอํานาจอนุมัติ ๒. เมื่อผู้มีอํานาจอนุมัติแล้ว จึงเบิกจ่ายเงินได้ บันทึกในทะเบียนคุมการเบิกจ่ายเงิน และลงนาม ในใบถอนเงิน ๑. เมื่อได้รับบันทึกขออนุมัติเบิกจ่ายเงินแล้ว ให้ ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วนของเอกสาร และ ตัวเลข แล้วจึงเสนอให้ผู้มีอํานาจอนุมัติ ๒. ทําเช่นเดียวกับข้อ ๒ ของการเบิกจ่ายเงิน สนับสนุน ๓.แจ้งให้บริษัทมารับเช็ค /เงินสดโดยให้นํา ใบเสร็จรับเงิน สําเนาบัตรประชาชน และหนังสือ มอบอํานาจ (กรณีมอบอํานาจ) มาด้วย ๔. ให้ผู้รับเงินเซ็นรับ และประทับตรา “จ่ายแล้ว ” ที่บันทึกขออนุมัติเบิกจ่ายเงิน และที่เอกสารทุก ฉบับเพื่อป้องกันการเบิกซ้ําซ้อน

หมายเหตุ : ถ้าเป็นกรณีจัดซื้อเร่งด่วนให้ทําบันทึกขอ อนุมัติจัดซื้อและเบิกจ่าย โดยแนบใบเสร็จรับเงิน ประกอบ

๒. การยืมเงิน : ในกรณีต้องการดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย จ่ายเงินสด หรือไม่สามารถทราบวงเงินที่แน่นอนล่วงหน้าได้

ซึ่งต้อง


๒๕ ผู้เบิกเงิน ค่าใช้จ่ายจัดประชุม ๑. ทําบันทึกขออนุมัติจัดประชุมโดยใช้ใบขออนุมัติจัด ประชุม (แบบ สพฉ. วจ. ๔) ๒. เตรียมหลักฐานประกอบการเบิกจ่าย ดังนี้ - ใบเซ็นชื่อผู้เข้าร่วมประชุม (แบบ สพฉ.วจ. ๙) - ใบเสร็จรับเงิน เช่น ค่าพาหนะ ค่าที่พัก - ใบเสร็จรับเงิน เช่น ค่าอาหาร-เครื่องดื่ม ค่า ห้องพัก ค่าเช่าห้องประชุม ค่าเช่าอุปกรณ์ ใน การจัดประชุม ๓. เมื่อการประชุมเสร็จสิ้น ถ้ามีเงินคืนให้คืนภายใน ๓ วัน แล้วทําใบคืนเงินยืมทดรองจ่าย /เบิกเพิ่ม ตามแบบ สพฉ.วจ.๖ (ถ้ามี ) แล้วแนบเอกสารประกอบการ เบิกจ่ายให้เสร็จภายใน ๑๕ วัน - ถ้ามีเงินคืน ให้ส่งเงินคืนและรับใบรับคืนเงินยืม จากเจ้าหน้าที่การเงิน เพื่อเป็นหลักฐานยืนยัน หากเกิดกรณีตัวเลขไม่ตรงกันภายหลัง - กรณี เบิกเงินเพิ่ม จัดทําเอกสารใบคืนเงินทด รองจ่ายและเบิกเงินส่วนที่เพิ่ม โดยอ้า งถึง จํานวนเงินที่ยืมไป และค่าใช้จ่ายจริง ที่ได้ สํารองจ่ายไปแล้ว ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปฏิบัติงานต่างจังหวัด: ๑. ทําบันทึกขออนุมัติ โดยใช้ใบขออนุมัติเดินทาง ไปปฏิบัติงาน (แบบ สพฉ.วจ. ๕) ๒. เตรียมหลักฐานประกอบการเบิกจ่าย เช่น ใบสําคัญรับเงิน (แบบ สพฉ .วจ.๗) ใบเสร็จรับเงิน เอกสารประกอบการเบิกจ่ายเงินต่างๆ ๓.เมื่อเดินทางกลับจากการปฏิบัติงานต่างจังหวัด ทําบันทึกขออนุมัติคืนเงิน /เบิกเพิ่ม เช่นเดียวกับกรณี ค่าใช้จ่ายจัดประชุม

เจ้าหน้าที่การเงิน ๑. เมื่อได้รับบันทึกขออนุมัติจัดประชุม /บันทึกขอ อนุมัติเดินทาง ให้ตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องของ เอกสาร แล้วเสนอให้ผู้มีอํานาจอนุมัติ ๒. เมื่อผู้มีอํานาจอนุมัติ ให้บันทึกในทะเบียนคุมการ เบิกจ่ายเงิน (แบบ สพฉ .วจ. ๑๐) และลงนามในใบ ถอนเงิน ๓. แจ้งให้ผู้ยืมเงินมารับเช็ค /เงินสด เซ็นชื่อรับ แล้วจึง ประทับตรา “จ่ายแล้ว” ๔. เมื่อได้รับบันทึกขออนุมัติคืนเงิน /เบิกเพิ่ม ให้ ตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้องของเอกสารและ ตัวเลข ประทับตรา “ตรวจแล้ว ” ในเอกสารทุกฉบับ แล้วจึงเสนอให้ผู้มีอํานาจอนุมัติ - ถ้ามีเงินเหลือคืน ตรวจสอบจํานวนเงินที่คืนต้อง เท่ากับตัวเลข แล้วจึงออกใบรับคืนเงินยืมให้กับผู้ ยืม เงินเก็บไว้เป็นหลักฐาน - บันทึกในทะเบียนคุมการเบิกจ่ายเงินแล้วจึงนํา เอกสารหลักฐานข้างต้นเสนอผู้มีอํานาจอนุมัติแล้วนํา เงินฝากธนาคาร (ไม่ควรมีการยืมเงินดังกล่าวต่อ) - ถ้าเป็นการเบิกเพิ่ม ต้องนําบันทึกขออนุมัติในส่วนที่ เบิกเพิ่มให้ผู้มีอํานาจอนุมัติก่อนเบิกจ่ายและให้ ผู้ปฏิบัติงานลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานในการรับเงิน ปฏิบัติเช่นเดียวกับกรณีค่าใช้จ่ายจัดประชุม

๓. เงินสดย่อย : เป็นการจ่ายเงินสําหรับค่าใช้จ่ายที่มีจํานวนเงินไม่มาก เช่น ค่าถ่ายเอกสาร ค่าซื้อ หนังสือ ค่าส่งเอกสาร ค่าแท็กซี่ ค่าจัดประชุม ค่าสาธารณูปโภค - การเบิกเงินสดย่อยต้องมีเอกสารหลักฐานการจ่ายเงิน เพื่อประกอบการเบิกชดเชย - เมื่อจะเบิกชดเชยเงินสดย่อยให้ทําบันทึกขออนุมัติเบิกจ่ายแยกตามประเภทค่าใช้จ่าย - ระยะเวลาการเบิกชดเชยเงินสดย่อย ขึ้นอยู่กับความจําเป็นของหน่วยงาน ขั้นตอนการยืมเงินสดย่อย ๑. กําหนดวงเงินสดย่อยให้เพียงพอ และเหมาะสมกับความจําเป็นของหน่วยงาน


๒๖ ๒. ทําบันทึกขออนุมัติยืมเงินสดย่อย พร้อมระบุชื่อผู้รักษาเงินสดย่อย ๓. เมื่อผู้มีอํานาจอนุมัติแล้วบันทึกในทะเบียนคุมการเบิกจ่ายเงิน ๔. เมื่อผู้รักษาเงินสดย่อยรับเงินสด/เช็ค ให้เซ็นชื่อรับเงิน และประทับตรา “จ่ายแล้ว” ๕. ผู้รักษาเงินสดย่อยบันทึกรับเงินในทะเบียนคุมเงินสดย่อย ๖. เมื่อมีการเบิกจ่ายเงินสดย่อยต้องตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่ขอเบิก เช่น ใบสําคัญรับ เงิน ใบเสร็จรับเงิน เพื่อรวบรวมหลักฐานประกอบการเบิกชดเชยเงินสดย่อย และต้องมีการประทับตรา “จ่ายแล้ว ” ในเอกสารทุกฉบับเพื่อป้องกันการเบิกซ้ําซ้อน แล้วบันทึกในทะเบียนคุมเงินสดย่อย และปิด ยอดทุกสิ้นวัน ขั้นตอนการเบิกชดเชยเงินสดย่อย ๑. เมื่อเงินสดย่อยใกล้หมด ให้รวบรวมหลักฐานในข้อ ๖ เพื่อทําขออนุมัติเบิกชดเชยเงินสดย่อย แล้วเสนอให้ผู้มีอํานาจอนุมัติ ๒. เมื่อผู้มีอํานาจอนุมัติแล้วบันทึกในทะเบียนคุมการเบิกจ่ายเงิน (แบบ สพฉ.วจ.๑๐) ๓. เมื่อผู้รักษาเงินสดย่อยรับเงินสด/เช็ค ให้เซ็นชื่อรับเงิน และประทับตรา “จ่ายแล้ว” ๔. ผู้รักษาเงินสดย่อยบันทึกเงินที่เบิกชดเชยในทะเบียนคุมเงินสดย่อย ขั้นตอนการคืนเงินสดย่อย เมื่อสิ้นงวด (งวดงาน หรืองวดปีงบประมาณ) ให้ผู้รักษาเงินสดย่อยนําใบขออนุมัติยืมเงินอื่นๆ (เรื่อง เดิมตอนที่ขออนุมัติยืมเงินสดย่อย ) และใบคืนเงินยืมทดรองจ่าย และคืนเงินสดย่อยส่วนที่เหลือ ซึ่งจะต้อง ได้รับใบรับคืนเงินยืมเก็บไว้เป็นหลักฐานด้วย หมายเหตุ การบันทึกการใช้จ่ายเงินโครงการทุกประเภทให้บันทึกการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีการเบิกจ่าย และกระทําอย่างต่อเนื่อง ๓.๕ การบริหารพัสดุ ในการจัดซื้อวัสดุที่ใช้ในงานประจํา จะต้องทําการสํารวจพัสดุเป็นระยะๆ ตามความเหมาะสม

การจัดทาบัญชีวัสดุ เมื่อจัดซื้อวัสดุแล้วต้องนํามาลงทะเบียนบัญชีวัสดุ ตรวจสอบการใช้จ่าย และจัดทํารายงาน

(แบบ สพฉ .วจ.๑๑) เพื่อการควบคุมและ

การตรวจสอบพัสดุ ให้มีการตรวจสอบพัสดุเมื่อสิ้นปีและเมื่อปิดโครงการเพื่อรายงานให้ สถาบัน ทราบเป็นระยะ


๒๗

ภาคผนวก


๒๘ แบบ สพฉ.วจ. ๑

แบบขออนุมัติโครงการวิจัย แบบขออนุมัติโครงการวิจัย ที่ ...................................... วันที่ ......................................................... ๑. ชื่อโครงการ .................................................................................................................................................................... ๒. ผู้เสนอโครงการ (PI) ..................................................................................................................................................................... ๓. ระยะเวลาในการดําเนินงาน .................................................................................................................................................................... ๔. งบประมาณที่ขอรับการสนับสนุน งวดที่ .......... เป็นเงิน ................. งวดที่ ......... เป็นเงิน .................... งวดที่ ........... เป็นเงิน .................... รวมเป็นเงิน ................................... บาท ๑. เสนอผู้อํานวยการ/หัวหน้าโครงการเพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติ ลงชื่อ ....................................................... ผู้อนุมัติ ลงชื่อ ................................................ ผู้ประสานงานโครงการ

(......................................................) .............. / ................ / .............

( ................................................... ) ............. / .............. / ...............


๒๙

แบบ สพฉ.วจ. ๒

แบบรายงานการใช้เงินสนับสนุนโครงการงวดที่....... ตั้งแต่.................................................ถึง..................................................... ชื่อโครงการ .....................(เลขทีส่ ัญญา) กิจกรรมหลักในงวดนี้ หมวดที่ ๑ หมวดเงินเดือน หมวดที่ ๒ หมวดบริหารจัดการ หมวดที่ ๓ ................................................................................................................................. หมวดที่ ๔ ................................................................................................................................. หมวดที่ ๕ ...............................................................................................................................

๑. ยอดยกมา

๒. รายรับ

๓. รายจ่าย

๑.ยอดยกมา (ยอดคงเหลืองวดก่อน) ๑.๑ หมวดที่ ๑ =................................................ ๑.๒ หมวดที่ ๒ =................................................ ๑.๓ หมวดที่ ๓ =................................................ ๑.๔ หมวดที่ ๔ =................................................ ๑.๕ หมวดที่ ๕=.................................................

๑. เงินรับจาก สถาบัน งวดนี้ ๑.๑ หมวดที่ ๑ =................................................ ๑.๒ หมวดที่ ๒ =................................................ ๑.๓ หมวดที่ ๓ =................................................ ๑.๔ หมวดที่ ๔ =................................................ ๑.๕ หมวดที่ ๕=................................................. ๒. ดอกเบี้ย ๓. เงินรับอื่น ๆ รวมรายรับ (๒) = …….....……………………บาท

๑. ค่าใช้จ่ายในงวดนี้ ๑.๑ หมวดที่ ๑ =................................................ ๑.๒ หมวดที่ ๒ =................................................ ๑.๓ หมวดที่ ๓ =................................................ ๑.๔ หมวดที่ ๔ =................................................ ๑.๕ หมวดที่ ๕=.................................................

รวมยอดยกมา (๑) = …………………....……… บาท

๔. ยอดคงเหลือ

๑. ยอดคงเหลือ ๑.๑ หมวดที่ ๑ =................................................ ๑.๒ หมวดที่ ๒ =................................................ ๑.๓ หมวดที่ ๓ =................................................ ๑.๔ หมวดที่ ๔ =................................................ ๑.๕ หมวดที่ ๕=................................................. ๒. เงินสดในมือ ๓. เงินฝากธนาคาร รวมรายจ่าย (๓) รวมยอดคงเหลือ (๔)= (๑)+(๒)-(๓) = …….....…………………บาท = …….....……………………… บาท แนบสําเนาสมุดเงินฝากธนาคาร ขอเบิกเงินสนับสนุนโครงการงวดต่อไป งวดที่ ........... เป็นจํานวนเงิน ........................................... บาท (..............................................................................................................................)

หมายเหตุ : (ระบุสาเหตุ และแนบเอกสาร (ถ้ามี) ของผลต่างระหว่างสมุดเงินฝากธนาคาร และรายงานการเงิน)................................................................................... .......................... ข้าพเจ้าขอรับรองว่าเงินสนับสนุนโครงการจาก สพฉ ได้นํามาใช้อย่างถูกต้องตรงตามแผนงาน โครงการที่ระบุไว้ในสัญญาทุกประการ และขอรับรองรายงานข้างต้น ลงชื่อ ................................................................................... หัวหน้าโครงการ ( ..................................................................... ) วันที.่ .................../....................../.........................

ลงชื่อ ................................................................................ เจ้าหน้าที่การเงินโครงการ ( .................................................................. ) วันที.่ .................../....................../.........................


๓๐

แบบ สพฉ.วจ. ๓

แบบขอเบิกเงินโครงการวิจัย แบบขอเบิกเงินโครงการวิจัย ปีงบประมาณ ๒๕....... ที่ ...................................... วันที่ ......................................................... ๑. ชื่อโครงการ .................................................................................................................................................................. ๒. ได้รับอนุมัติให้ดําเนินการตามบันทึกที่ ..................................... ลงวันที่ .................................................. งบประมาณเป็นเงิน ..................................................... บาท จํานวน ....................... งวด...............

๓. การเบิกเงิน .......................... บาท เบิกมาแล้ว .......................... บาท ขอเบิกครั้งนี้ งวดที่ ................. รวมเบิกครั้งนี้ .................................. บาท คงเหลือ .......................................... บาท

๔. จ่ายเงินในนาม ชื่อบัญชี ............................................................ เป็นเงิน ....................................บ���ท ( ...........................................................) ๒. ได้ตรวจสอบแล้วเห็นสมควรอนุมัติให้เบิกจ่ายเงิน ๓. การอนุมัติ ลงชื่อ ............................................................... ผู้เบิก ( ............................................................ ) ................ / ................ / ...............

ลงชื่อ .................................................... ผู้อนุมัติ ( ..........................................................) ตําแหน่ง ............................................................. ................ / ................ / ...............


๓๑

แบบ สพฉ.วจ. ๔

ใบขออนุมัติจัดประชุม โครงการ.................................................................................................................................... แบบ ง.๒ สัญญายืมเงิน ............................ วันที่ ....... เดือน ........................ พ.ศ..................... เรื่อง ขออนุมัติจัดประชุม เรียน ผู้จัดการโครงการ .................................................. เนื่องด้วยโครงการ................................................................................................. มีความประสงค์ จะจัดประชุมในหัวข้อเรื่อง ............................................................................................................................................... เพื่อ................................................................................................................................................................... ในวันที่ ............... เดือน .................................. พ.ศ. ............... ณ ................................................................ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจํานวน ..................... คน ตามรายละเอียดการประชุมที่แนบมา โดยมีค่าใช้จ่ายดังนี้ ๑. ค่าตอบแทนนักวิชาการ ( ....................... บาท x ................. คน)........................................ บาท ( ....................... บาท x ................ คน)......................................... บาท ๒. ค่าวัสดุ.............................................................................................................................................. บาท ๓. ค่าเบี้ยเลี้ยง ที่พัก พาหนะ................................................................................................................. บาท ๔. ค่าอาหาร........................................................................................................................................... บาท ๕. ค่าอาหารว่าง และเครื่องดื่ม.............................................................................................................. บาท ๖. อื่น ๆ ................................................................................................................................................ บาท ( ................................................................................................) รวม ............................................... บาท ๑. จึงใคร่ขออนุมัติจัดประชุมโดยใช้งบประมาณหมวด ........................................................ ของ โครงการ ................................................................. ภายในวงเงินดังกล่าวด้วย จะเป็นพระคุณ ๒. ขออนุมัติยืมเงินทดรองจ่าย เป็นเงิน ...................... บาท (.......................................................) ตามรายละเอียดที่แนบมาพร้อมนี้ ลงชื่อ ................................................................ (..........................................................) ลงชื่อ ................................................................ผู้อนุมัติ (..........................................................) ............./..................../.............


๓๒

แบบ สพฉ.วจ. ๕

ใบขออนุมัติเดินทางไปปฏิบัติงาน โครงการ........................................................................................................................................ แบบ ง.๖ สัญญาเลขที่ ............................ วันที่.......... เดือน ................................. พ.ศ..................... เรื่อง ขออนุมัติเดินทางไปปฏิบัติงาน เรียน ผู้จัดการโครงการ ................................................. ด้วยข้าพเจ้า ................................................................................................................พร้อมด้วย ๑. ............................................................................................................ ๒. ........................................................................................................... ๓. ........................................................................................................... ๔. ........................................................................................................... มีความประสงค์จะเดินทางไปปฏิบัติงาน .......................................................................................... ................................................................................................................................................... ...................... ณ ....................................................................ในวันที่ .................................................................................... ตามเรื่องเดิมที่แนบเรียนมาพร้อมนี้ จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา ๑. อนุมัติให้เดินทางไปปฏิบัติงานดังกล่าว ๒. อนุมัติให้ยืมเงินทดรองจ่ายจํานวน .........................บาท (.....................................................) ตามรายละเอียดที่แนบมาพร้อมนี้ ลงชื่อ ........................................................... ( ....................................................... )


๓๓

แบบ สพฉ.วจ. ๖

ใบคืนเงินยืมทดรองจ่าย โครงการ.................................................................................................................................. แบบ สพฉ.ง.๕ ที่ (ตัวย่อของโครงการ) . ................................... วันที่ ........... เดือน ........................ พ.ศ. ................. เรื่อง คืนเงินยืมทดรองจ่าย เรียน ผู้จัดการโครงการ ......................................................... ตามใบสําคัญจ่ายเลขที่ ....................................................... ลงวันที่ ........................................... และสัญญายืมเงินฉบับที่ ................................ได้อนุมัติให้ยืมเงินทดรองจ่ายจํานวน .............................. บาท เพื่อใช้ในการ ..................................................................................... บัดนี้ ได้ดําเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีค่าใช้จ่ายดังนี้ ๑. ค่า ........................................................................ เป็นเงิน ............................................ บาท ๒. ค่า ........................................................................ เป็นเงิน ............................................ บาท ๓. ค่า ........................................................................ เป็นเงิน ............................................ บาท ๔. ค่า ........................................................................ เป็นเงิน ............................................ บาท ๕. ค่า ........................................................................ เป็นเงิน ............................................ บาท รวม .............................................. บาท (.............................................................................) ในการนี้ ใคร่ขอคืนเงินยืมทดรองจ่าย/ขอเบิกเงินเพิ่ม ดังนี้ ๑. ใบสําคัญเป็นเงิน ..................................................... บาท ๒. คืนเงินสด / เช็ค .................................................... บาท ๓. เบิกเงินเพิ่ม ...................................................... บาท รวมเป็นเงิน ..............................................บาท จึงเรียนมาเพื่อโปรดดําเนินการต่อไปด้วย จะเป็นพระคุณ ลงชื่อ ........................................................... ( ....................................................... ) ลงชื่อ ........................................................... ผู้อนุมัติ (....................................................... ) ............../................/..............


๓๔

ต้นฉบับ : สําหรับผู้ยืม

ใบนาส่งเงิน โครงการ .......................................................................................... เลขที่ ................... วันที่ ........................................................... ข้าพเจ้า ........................................................ ขอส่งเงินยืมทดรองจ่ายจํานวน ......................... บาท ตามสัญญาที่ ...................... ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายสําหรับ ...................................................................................... ............................................................................................. โดยส่งคืนเงินเป็นจํานวน …….................... บาท ………………………………………………………. ผู้นําส่งเงิน (.........../............/...........)

……………………………………………………………. ผู้รับเงิน (.........../............/...........)

...............................................................................................................................................................................

ใบนาส่งเงิน

สํานา : สําหรับผู้ยืม

โครงการ .......................................................................................... เลขที่ ................... วันที่ ....................................................... ข้าพเจ้า ............................................................ ขอส่งเงินยืมทดรองจ่ายจํานวน ..................... บาท ตามสัญญาที่ ......................... ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายสําหรับ .................................................................................. ........................................................................... โดยส่งคืนเงินเป็นจํานวน .......................... บาท ………………………………………………………. ผู้นําส่งเงิน (.........../............/...........)

……………………………………………………………. ผู้รับเงิน (.........../............/...........)


๓๕

แบบ สพฉ.วจ. ๗

โครงการ...................................................................................

ใบสาคัญรับเงิน วันที่ .............. เดือน ............................. พ.ศ. ................ ข้าพเจ้า...............................................................................หน่วยงาน………............................................................. อยู่บ้านพักเลขที่ ................ ถนน .............................. ซอย ...........................ตําบล/แขวง……………..…..................... อําเภอ/เขต ...................... จังหวัด ...................... ได้รับอนุมัติให้เดินทางปฏิบัติงาน ณ ……….................................. เพื่อ การประชุม ............................................................................................................................................ ติดต่อประสานงาน ลงพื้นที่เก็บข้อมูล ติดตามโครงการ อื่นๆ (ระบุ) ............................... ระหว่างวันที่ ........... โดยออกเดินทางจาก (บ้านพักหรือที่ทํางาน) .................วันที่.................. เวลา ............ กลับที่ พักวันที่............................. เวลา ................รวมระยะเวลา .............วัน …….…… ชั่วโมง มีค่าใช้จ่ายดังนี้:๑. ค่าตอบแทน ค่าตอบแทนวิทยากร ค่าตอบแทนที่ปรึกษา/ทบทวนโครงการ ค่าตอบแทนผู้เข้าร่วมประชุม/นักวิชาการ ค่าตอบแทนอื่น ๆ ................................................................ เป็นเงิน............................บาท ๒. ค่าเบี้ยเลี้ยง วันละ ...........บาท x .......... วัน ประเภท ................. เป็นเงิน............................บาท ๓. ค่าเดินทาง (ไป-กลับ) ค่ารถทัวร์ / รถไฟ เป็นเงิน............................บาท ค่าตั๋วเครื่องบิน (แนบใบเสร็จรับเงิน และ E-Ticket) เป็นเงิน............................บาท ค่าเช่ารถ ทะเบียน ................................. เป็นเงิน............................บาท ค่าน้ํามันและทางด่วน (กรณีเช่ารถเท่านั้น และแนบใบเสร็จรับเงิน) เป็นเงิน............................บาท ค่าชดเชยพาหนะส่วนตัว ..........กม. (กม.ละ 4 บาท) ทะเบียน ...............เป็นเงิน….. ......................บาท ค่าโดยสารพาหนะรับจ้าง จาก......................................... เป็นเงิน ..........................บาท ๔. ค่าที่พัก เดี่ยว  คู่กับ …................................................โรงแรม................................................ (แนบใบเสร็จรับเงิน และ Folio) วันละ ..............บาท x ................คืน เป็นเงิน ..........................บาท ๕. ค่าอาหาร และเครื่องดื่ม ค่าอาหารว่าง และเครื่องดื่ม ค่าอาหาร เป็นเงิน ..........................บาท ๖. อื่น ๆ (ระบุ)................................................................................................................................................ เป็นเงิน ...........................บาท ตัวอักษร (.......................................................................)

รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ...........................................บาท

ข้าพเจ้าขอรับรองว่าหลักฐานการจ่ายตามแนบดังรายการข้างต้นเป็นความจริงและจํานวนเงินที่ขอเบิกถูกต้อง ลงชื่อ...........................................................ผู้รับเงิน (...............................................................)

ลงชื่อ................................................ ผู้จ่ายเงิน (............................................................)


๓๖ แบบ สพฉ.วจ. ๘


๓๗ แบบ สพฉ.วจ. ๙


แบบ สพฉ.วจ.๑๐

๓๘

ทะเบียนคุมการเบิกจ่ายเงิน ประจาปีงบประมาณ ................. สาหรับเดือน ........................................ วันเดือนปี

ที่เอกสาร

รายการ รับ

ออมทรัพย์ จ่าย คงเหลือ

หมายเหตุ

ตัวอย่าง

ทะเบียนคุมการเบิกจ่ายเงิน ประจาปีงบประมาณ ......๒๕๕๓........... สาหรับเดือน ....พฤศจิกายน............. วันเดือนปี

ที่เอกสาร

รายการ รับ

๑ พย.๕๓ ๐๐๑/๕๓ ๐๐๒/๕๓ ๒๕ พย.๕๓ ๐๐๓/๕๓

ยอดยกมา จ่าย น.ส.X ยืมจัดประชุม ๓ พย. ๕๓ ๔,๐๐๐ น.ส.Y ยืมเงินสดย่อย ๑๐,๐๐๐ ๑๔,๐๐๐ รับเงินโอนงวดที่ ๒

ออมทรัพย์ หมายเหตุ จ่าย คงเหลือ ๕๐,๐๐๐

๑,๔๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐

๓๖,๐๐๐ ๒๓๖,๐๐๐


๓๙ วัน เดือน ปี

ทะเบียนคุมเงินสดย่อย ประจาปีงบประมาณ ................. ที่เอกสาร/รายการ รับ จ่าย

คงเหลือ

ตัวอย่าง ทะเบียนคุมเงินสดย่อย ประจาปีงบประมาณ ................. วัน เดือน ปี ที่เอกสาร/รายการ รับ จ่าย ๑ พย.๕๓ รับเงินยืมเงินสดย่อย ๑๐,๐๐๐ -จ่าย น.ส.Y ค่าพาหนะ ๑,๐๐๐ -น.ส. Z ค่าประชุม ๓ พย. ๒,๐๐๐ -บ.Oxygen ค่าถ่ายเอกสาร ๑,๐๐๐ ๔,๐๐๐ ๔,๐๐๐

คงเหลือ ๑๐,๐๐๐

๖,๐๐๐


๔๐

แบบ สพฉ.วจ.๑๑

ทะเบียนคุมวัสดุ ประจาปีงบประมาณ .................. ประเภทวัสดุ ............................... วัน เดือน ปี

ที่เอกสาร

รับ

จ่าย

คงเหลือ

ผู้เบิก

ตัวอย่าง วัน เดือน ปี ๑ พย..๕๓ ๑๒ พย.๕๓ ๑๗ พย.๕๓ ๒๐ พย.๕๓

ทะเบียนคุมวัสดุ ประจาปีงบประมาณ .................. ที่เอกสาร รับ จ่าย คงเหลือ ยอดยกมา ๑๐ ว.๐๐๑/๕๓ ๓ ๗ A๑๓๕ ๓๐ ๓๗ ว.๐๐๔ ๑๐ ๒๗

ผู้เบิก น.ส.X นาย Z


๔๑

แบบ สพฉ. วจ.๑๒

ทะเบียนคุมลูกหนี้เงินยืมทดรองจ่าย ประจาปีงบประมาณ ......................................... วันเดือนปี

ผู้ยืม

การยืมเงินทดรองจ่าย วัตถุประสงค์ เลขที่สัญญา เลขที่ จานวนเงิน การยืม ยืมเงิน ใบสาคัญจ่าย

วันที่คืนเงิน

การคืนเงินทดรองจ่าย เลขที่ ค่าใช้จ่าย รับเงินคืน ใบสาคัญรับ

เงินเพิ่ม

ตัวอย่าง วันเดือนปี

ผู้ยืม

๑ พย.๕๓

น.ส.X น.ส.Y

ทะเบียนคุมลูกหนี้เงินยืมทดรองจ่าย ประจาปีงบประมาณ ......................................... การยืมเงินทดรองจ่าย การคืนเงินทดรองจ่าย วัตถุประสงค์ เลขที่สัญญา เลขที่ จานวนเงิน วันที่คืนเงิน เลขที่ ค่าใช้จ่าย รับเงินคืน การยืม ยืมเงิน ใบสาคัญจ่าย ใบสาคัญรับ จัดประชุม ๑/๕๓ PV ๕๓๐๐๐ ๒๐,๐๐๐ ๕ พย.๕๓ RV ๕๓๐๐ ๑๘,๕๐๐ ๑,๕๐๐ ๕ พย.๕๓ ยืมเงินสดย่อย ๒/๕๓ PV ๕๓๐๐๑ ๑๐,๐๐๐

เงินเพิ่ม


แบบ สพฉ.วจ. ๑๓

๔๒ แบบรายงานความก้าวหน้าโครงการวิจัย สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

วดป.ที่รายงาน ................................. ๑. ชื่อโครงการ ............................................................................เลขทีส่ ัญญา ........................................... ๒. ระยะเวลา (ตามสัญญา/แก้ไข) วดป.ที่เริ่ม ......................................................... วดป.ที่สิ้นสุด (เดิม) ...................................................... วดป.ที่สิ้นสุด (ใหม่-ถ้าขยายเวลา) ............................................................................................................ ๓. งวดที่รายงาน ........................... ระหว่าง วดป. .................................... ถึง วดป. ................................... ๔. ความก้าวหน้าของกิจกรรมที่ได้ทําไปแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับแผนกิจกรรม หรือหลักไมล์ (milestone) ที่ตั้งไว้/ผลการดําเนินงานตั้งแต่ต้น จนถึงวันสุดท้ายของงวดที่รายงาน กิจกรรมตามข้อเสนอโครงการ รายงานผลการดาเนินงานและ ผลสรุปสาคัญของกิจกรรม หากกรณีไม่สามารถดาเนินงานได้ ตามแผนต้องชี้แจงเหตุผล

๕. โปรดประเมินสถานการณ์โครงการ ( ) ดําเนินการตามแผน ( ) ล่าช้ากว่าแผน ทั้งนี้ สถาบัน ให้ ความสําคัญต่อประวัตินักวิจัยที่ผลงานเป็นไปตามกําหนดเวลา หากจําเป็นต้องขยายเวลา (ศึกษาเงื่อนไข และแบบฟอร์มแนบ) ๖. ปัญหาและอุปสรรคในการดําเนินงาน (สรุปเป็นข้อ ๆ) ๖.๑ ปัญหาในเชิงบริ หารจัดการ และข้อเสนอแนะ /แนวทางแก้ไข และผู้ที่ควรดําเนินการแก้ไข (แนบ เอกสารประกอบ ถ้าจําเป็น) ๗. แผนงาน/กิจกรรม ที่จะดําเนินการในงวดต่อไป (ระยะรายงานครั้งต่อไป) ระบุรายละเอียดกิจกรรม ระยะเวลาแผนงานโครงการ ( ) ทําตามแผนงานเดิม (กําหนดการปฏิบัติงาน) ที่ระบุไว้ในข้อเสนอโครงการ ( ) มีการปรับ /เปลี่ยนแปลง (จากข้อเสนอโครงการ ) ระบุเรื่องหรือกิจกรรมรายละเอียดที่เปลี่ยนแปลง เหตุผล และระยะเวลา ๘. ข้อคิดเห็นอื่น ๆ ลงชื่อ ……………………................................หัวหน้าโครงการวิจัย (…......................................................) วัน/เดือน/ปี ............................................. วันที่.......... เดือน....................พ.ศ. .................


๔๓

แบบ สพฉ.วจ. ๑๔

แบบรายงานสรุปปิดโครงการ ชื่อโครงการ................................................................................................................................................. เลขทีส่ ัญญา........................................................ ชื่อหัวหน้าโครงการและทีมวิจัย................................................................................................................... ที่ปรึกษาโครงการ(ถ้ามี).............................................................................................................................. ระยะเวลาโครงการ............................................................................................................................. ......... งบประมาณโครงการ................................................................................................................................... การขอขยายเวลา ครั้งที่ ๑..............................ครั้งที่ ๒ .................................ครั้งที่ ๓ ............................. การตรวจสอบคุณภาพ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวน.....................ท่านคือ ระบุ....................................... ๑. .............................................................................. ๒. ............................................................................... ๓. ............................................................................... โดยมีเนื้อหาที่ควรรายงานเพื่อให้ เลขาธิการ ทราบก่อนอนุมัติปิดโครงการ (หัวข้อที่ต้องรายงานขึ้นกับ ลักษณะผลงานของสัญญานั้น ๆ) ดังนี้ ๑. สรุปย่อโครงการ ๒. สถานการณ์และการดําเนินงานโครงการ (รายงานตามข้อเท็จจริง) ๓. ผลงานตามความคาดหวัง ๔. คุณภาพผลงาน ๕. ผลการศึกษา ๖. สรุปผลกระบวนการตรวจสอบคุณภาพและข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการ ๗. ปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงาน ๘. ความเหมาะสมของงบประมาณที่สนับสนุน ๙. การนําไปใช้ประโยชน์ ๑๐. สรุปข้อคิดเห็นจากผู้จัดการงานวิจัยเพื่อพิจารณา ๑๑. สรุปความเห็นเพื่อโปรดพิจารณา ............................................................ ผู้รับผิดชอบโครงการวิจัย วัน/เดือน/ปี ..............................................


๔๔ เอกสารประกอบการเปิดบัญชีกับธนาคาร ประเภท เอกสารประกอบการเปิดบัญชี บุคคลธรรมดา  บัตรประจําตัวประชาชนหรือบัตรประจําตัวข้าราชการ  สําเนาทะเบียนบ้านที่ระบุเลขประจําตัวประชาชน (กรณีที่บัตรไม่แสดงที่อยู่ไว้) คณะบุคคล  เอกสารเช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา  สําเนาสัญญาจัดตั้งคณะบุคคล  สําเนาบัตรประจําตัวผู้เสียภาษีอากรของคณะบุคคล บริษัทจากัด  หนังสือรับรองของสํานักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ไม���เกิน ๑ เดือน  บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น  รายงานการประชุมคณะกรรมการให้บริษัทเปิดบัญชีกับธนาคาร พร้อมกําหนดผู้มีอํานาจ ลงนาม สั่งจ่าย  บัตรประจําตัวประชาชน หรือบัตรประจําตัวคนต่างด้าว พร้อมสําเนาบัตรที่เ ซ็นรับรองสําเนา ถูกต้องของบุคคลดังนี้ ๑. ผู้ถือหุ้นมากกว่า ๒๐% ๒. กรรมการบริหาร ๒ ท่าน (เป็นกรรมการผู้จัดการ ๑ ท่าน) กรรมการผู้มีอํานาจลงนาม (กรณีผู้ ถือหุ้นที่ไม่ใช่เป็นกรรมการผู้มีอํานาจลงนาม ต้องรับรองสําเนาถูกต้อง กรรมกรผู้มีอํานาจลงนาม พร้อมตราประทับของบริษัท)  สําเนาทะเบียนบ้านของผู้มีอํานาจลงนามสั่งจ่ายในนามบริษัท (กรณีที่ไม่มีที่อยู่แสดงไว้บนบัตร)  ใบสําคัญแสดงการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม  บัตรประจําผู้เสียภาษีอากร สมาคม  ใบอนุญาตจัดตั้งสมาคม  หนังสือข้อบังคับของสมาคม  ใบสําคัญแสดงการจดทะเบียนพาณิชย์(ถ้ามี)  รายงานการประชุมกรรมการหรือหนังสือแสดงความประสงค์ขอเปิดบัญชี  บัตรประจําตัวประชาชน หรือบัตรประจําตัวข้าราชการของผู้มีอํานาจเซ็นสั่งจ่ายในนามมูลนิธิ  สําเนาทะเบียนบ้านของผู้มีอํานาจลงนามสั่งจ่ายในนามสมาคม (กรณีบัตรไม่แสดงที่อยู่ไว้)  เอกสารแสดงการยกเว้นภาษีอากร (ถ้ามี) มูลนิธิ  ใบอนุญาตจัดตั้งมูลนิธิ  ข้อบังคับมูลนิธิ  รายงานการประชุมกรรมการ หรือหนังสือแสดงความประสงค์ขอเปิดบัญชี  บัตรประจําตัวประชาชนหรือบัตรประจําตัวข้าราชการของผู้มีอํานาจลงนามสั่งจ่ายในนามมูลนิธิ  สําเนาทะเบียนบ้านของผู้มีอํานาจลงนามสั่งจ่ายในนามสมาคม (กรณีบัตรไม่แสดงที่อยู่ไว้) เอกสารแสดงการยกเว้นภาษีอากร (ถ้ามี)


๔๕

แบบ สพฉ.วจ. ๑๕

แบบประเมินโครงการวิจัยประกอบการเสนอของบประมาณ ของ สพฉ. ชื่อโครงการ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………… ประเด็นการประเมิน คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้ ๑. ความสอดคล้อง ๑๐ ๑.๑ ยุทธศาสตร์ของแผนหลักการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ๓ ๑.๒ นโยบาย และทิศทางการวิจัยของ สพฉ. ๔ ๑.๓ ประเด็นวิจัยเร่งด่วนของ สพฉ. ๓ ๒. คุณค่าของโครงการวิจัย ๙๐ ๒.๑ ปัจจัยการวิจัย (input) ๓๕ ๒.๑.๑ ความชัดเจนของคําถามวิจัย หัวเรื่องของการวิจัย และ ๑๐ วัตถุประสงค์การวิจัย ๒.๑.๒ ประสบการณ์และความพร้อมของนักวิจัยในการดําเนินงาน ๑๐ ๒.๑.๓ ความชัดเจนและเป็นรูปธรรมของแผนการดําเนินงานวิจัย ๕ ๒.๑.๔ ความเหมาะสมและความคุ้มค่าของงบประมาณที่จะใช้ ๑๐ ๒.๒ กระบวนการวิจัย (process) ๓๕ ๒.๒.๑ ระเบียบวิธีวิจัย มีความชัดเจน เหมาะสมและถูกต้องตาม ๑๕ หลักวิชาการ ๒.๒.๒ โอกาสและความเป็นไปได้ที่จะดําเนินโครงการวิจัยสําเร็จ ๑๕ ภายในเวลาที่ สพฉ .กําหนด (ขนาดของโครงการวิจัยเหมาะสม และ สามารถเก็บข้อมูลได้ตามที่กําหนด) ๒.๒.๓ แผนการถ่ายทอดผลการวิจัย / เทคโนโลยีชัดเจน / การ ๕ นําเสนอในที่ประชุมวิชาการ/ การตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับชาติหรือ นานาชาติ ๒.๓ ผลผลิต/ผลลัพธ์การวิจัย ๒๐ ๒.๓.๑ ความชัดเจนของผลสําเร็จที่จะได้รับเมื่อสิ้นสุด ๕ โครงการวิจัย ๒.๓.๒ ระบุกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลประโยชน์ชัดเจน ๕ ๒.๓.๓ ผลลัพธ์ (outcome) ของงานวิจัยที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ๑๐ ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และระดับชาติ รวมทั้งสิ้น ๑๐๐


๔๖ ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับงบประมาณ ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับผลการประเมินในภาพรวม O เห็นควรสนับสนุน O เห็นควรสนับสนุน โดยมีเงื่อนไข ดังนี้ ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................ O เห็นควรไม่สนับสนุน เนื่องจาก ............................................................................................................................ ................................................. ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ลงชื่อผู้ประเมิน .............................................................. วัน/เดือน/ปี ............../......................../..................


๔๗

แบบ สพฉ.วจ. ๑๖

แบบวิจารณ์ข้อเสนอโครงการวิจัย โดยผู้วิจารณ์ภายนอก Form of Research Proposal Evaluation by external reviewers คาแนะนา : ๑. สถาบันการแพทย์ ฉุกเฉิน แห่งชาติ (สพฉ.) ให้ความสําคัญเป็นอย่างยิ่งต่อความเห็นจากผู้วิจารณ์ภายนอก ทั้งนี้ เพื่อนํามาใช้พิจารณาปรับปรุงแก้ไขให้ได้ข้อเสนอโครงการวิจัยที่มีคุณภาพ สถาบัน จะส่งความเห็นจากท่านไปให้ผู้ เสนอโครงการ โดยไม่ระบุชื่อของท่าน ๒. โปรดให้ความเห็นโดยอิสระในหัวข้อที่กําหนดให้จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาการของท่าน ๓. ท่านอาจจะให้ความเห็นเป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทยก็ได้ Notes to external reviewers : 1. Emergency Medical Institute of Thailand pays highest respect to your invaluable views and comments as one of external reviewers. This is an important process for quality control activities aiming to obtain a good quality and scientifically sound proposal. Your comments on topics below will be forwarded to the principal investigator in an anonymous way. 2. Please comment freely, based on your expertise and experience. 3. You may comment either in English or Thai as you wish.

๑. ชื่อโครงการ (Title) ๒. ชื่อนักวิจัยหลัก (Principal Investigator) ๓. ลักษณะโครงการโดยรวม (Overall project design) ๓.๑ หลักการและเหตุผล (Rationale-major problems, research questions, and justification) ๓.๒ วัตถุประสงค์ (Objective) ๓.๔ การทบทวนวรรณกรรม (Literature review) - มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะทําการวิจัย (relevance to the research topic) - มีการทบทวนข้อมูลที่จําเป็นอย่างเพียงพอ (comprehensive literature review) ๓.๔ กรอบแนวคิด (Conceptual framework) ๓.๕ ระเบียบวิธีวิจัย (Methodology) - รูปแบบการวิจัย (Research design) - ความเที่ยงตรง / น่าเชื่อถือของตัวชี้วัดหลัก (Validity / reliability of major parameters–if applicable) - ความลําเอียงที่อาจจะเกิดขึ้น (Potential bias) มีมากน้อยเพียงใด ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จะยอมรับ ได้เพียงใด


๔๘

๓.๖ การวิเคราะห์ข้อมูล (Data analysis plans) - วิธีการทางสถิติและการวิเคราะห์ข้อมูลที่จะใช้ (Statistical and data analysis techniques to be used) ๓.๗ การใช้ประโยชน์จากผลการวิจัย (Potential utilization of research results) ๓.๘ ระยะเวลา (Time frame) ๓.๙ งบประมาณ (Budget) ๔. ประสบการณ์ของคณะนักวิจัยและหัวหน้าทีมวิจัย (Project staff-comments on qualifications of PI and staff) ๕. คะแนนโดยสรุป (Overall score) Items คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้รับ หมายเหตุ ๑. ความชัดเจนของคําถามการวิจัยกับเป้าหมายการใช้ ประโยชน์ของ สถาบัน ๒. การทบทวนวรรณกรรม ความซ้ําซ้อนกับงานวิจัยอื่น ๓. ระเบียบวิธีวิจัย ๔. การวิเคราะห์ผลการวิจัย ๕. สถาบันจะสามารถใช้ประโยชน์จากผลการศึกษาวิจัย ได้ทันเวลา ๖. คุณสมบัติ/ประสบการณ์ของผู้เสนอโครงการและ ความเป็นไปได้ในการดําเนินงานตามข้อเสนอ ๖. ข้อเสนอแนะ (Recommendations) ข้อเสนอโครงการที่เสนอมานี้ควรจะได้รับการ (This research proposal, as is, should be): อนุมัติ (Approved) อนุมัติ ถ้ามีการปรับแก้ (Revision) อนุมัติ ถ้ามีการขยายความให้ชัดเจนขึ้น (Clarification) เลื่อนการพิจารณาไปก่อน (Deferred) ปฏิเสธ (Rejected) ๗. ความเห็นอื่นๆ (Other comments) ๘. ความเห็นลับเฉพาะต่อ สถาบัน (Confidential comments to HSRI) .....................................................ลงชื่อผู้วิจารณ์ (Reviewer) ......................................................วันที่ (Date)


๔���

แบบ สพฉ.วจ.๑๗

แบบประเมินความก้าวหน้าของโครงการวิจัย ปีงบประมาณ .................. ความก้าวหน้า  งวดที่ ๑ (ระยะ ๒ เดือน)  งวดที่ ๒ (ระยะ ๔ เดือน)  งวดที่ ๓ (ระยะ ๔ เดือน) ๑. ชื่อโครงการวิจัย/แผนงานวิจัย/โครงการวิจัยย่อย......................................................................................... ............................................................................................................................................................................ ๒. ชื่อหัวหน้าโครงการวิจัย................................................................................................... ๓. ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. .................. จํานวนเงิน...........................บาท เอกสารประกอบการประเมิน ประกอบด้วย ๑. ข้อเสนอการวิจัย ๒. รายงานความก้าวหน้าการวิจัย บทที่ ๑, บทที่ ๒, บทที่ ๓ (และบทที่ ๔ ณ งวดประเมินที่ ๒) การประเมินเชิงเนื้อหาของความก้าวหน้าในการดาเนินการวิจัย ๑. การดําเนินการวิจัยสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ การวิจัย  สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทั้งหมด  สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ส่วนใหญ่  สอดคล้องกับวัตถุประสงค์บางส่วน  ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์  ไม่สามารถประเมินได้  อื่น ๆ ระบุ………………………………………..………………………………………. ๒. ความก้าวหน้าของการดําเนินการวิจัยตามแผนการดําเนินงานที่ได้เสนอไว้  ดําเนินการตามแผนการดําเนินงานทั้งหมด  ดําเนินการตามแผนการดําเนินงานส่วนใหญ่  ดําเนินการตามแผนการดําเนินงานเพียงบางส่วน  ดําเนินการไม่เป็นไปตามแผนการดําเนินงานที่เสนอไว้  ไม่สามารถประเมินได้  อื่น ๆ ระบุ…………………………………………………………………………………………………………….


๕๐

๓. เนื้อหาและคุณภาพของรายงานการวิจัย ณ งวดที่ประเมิน (โปรดพิจารณาในประเด็นคุณภาพ ทั้ง ทางวิชาการและการนําเสนอ) ………………………………………………………………………..………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………..………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………….…. .

๔. ความครบถ้วนของสิ่งที่ทํา (โปรดพิจารณาความครบถ้วน และสามารถขยับไปทําตามแผนงาน หาก งานตอนต้นไม่ครบถ้วนจะทําให้แปลผลไม่แม่นยําพอ และทําให้ทิศทางการทําต่อไป ในอีก ๒ เดือนข้างหน้า หลงทางได้ หากท่านมีข้อเสนอแนะทั้งเรื่องความครบถ้วน และการปรับทิศทางการทํางาน โปรดระบุ) ………………………………………………………………………..………………………………………………………………………….…… …………………………………………………………………..…………………………………………………………………………….…..… ……………………………………………………………………..…………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………….…. ๕. ผลงานที่สามารถนําไปเผยแพร่/ใช้ประโยชน์/จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ในระหว่างดําเนินการวิจัย  ไม่มี  มี ได้แก่…………………………………………………………..……………………………………………………. ๖. ข้อพึงระวังที่นักวิจัยควรคํานึงถึงในการวิจัยระยะต่อไป ………………………………………………………………………..………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………..………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………….…. .

๗. ข้อเสนอแนะหรือข้อคิดเห็นอื่น ๆ ของผู้ประเมิน ………………………………………………………………………..………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………..………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………..………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………..………………………………………………………………………….….. ๘. ความเห็นโดยรวมที่มีต่อโครงการนี้ในระยะที่ผ่านมาทั้งหมด ………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………….… ……………………………………………………………………..…………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………….….


๕๑

๙. โดยสรุปท่านเห็นว่าเนื้อหารายงานอยู่ในเกณฑ์ □ ดีมาก □ ดี

□ พอใช้

□ ควรแก้ไข

๑๐. สมควรรับรองรายงานความก้าวหน้าหรือไม่ □ รับรอง □ ไม่รับรอง

ผู้ประเมิน………………………………………… (…………………………………….….) วันที่…………………………………..……..


๕๒

แบบ สพฉ.วจ ๑๘

แบบประเมินรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ คาแนะนา : ๑. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ให้ความสําคัญเป็นอย่างยิ่งต่อความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ /ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ เพื่อให้ได้รายงานการวิจัยที่มีคุณภาพ สถาบันจะส่งความเห็นจากท่านไปให้นักวิจัย โดยไม่ระบุชื่อของท่าน ๒. โปรดให้ความเห็นโดยอิสระในหัวข้อที่กําหนดให้จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาการของท่าน ๓. ท่านอาจจะให้ความเห็นเป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทยก็ได้

๑. โครงการวิจัยเรื่อง .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ๒. ชื่อหัวหน้าโครงการวิจัย .................................................................................................................................................................. ความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ ๑. ความสาคัญของปัญหาวิจัย .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ๒. ความสมบูรณ์ของการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ๓. มีการอ้างอิงผลงานที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน ชัดเจน ทันสมัย และถูกต้องตามระบบสากลนิยม .................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ๔. ระเบียบวิธีวิจัย (Methodology) มีความถูกต้อง เหมาะสม ตามหลักวิชาการ และสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของการศึกษา .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................


๕๓

๕. ผลการศึกษา มีความชัดเจน ตรงตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ๖. การใช้ประโยชน์จากผลการวิจัย (Potential utilization of research results) .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ๗. คะแนนโดยสรุป Items ๗. กระบวนการดําเนินโครงการวิจัย เป็นไปตาม วัตถุประสงค์การวิจัย ๘. กิจกรรมและระยะเวลาในการทําวิจัย เหมาะสมกับ ผลงานวิจัยที่ได้รับ ๙. ความถูกต้อง เหมาะสมของเทคนิควิธีที่ใช้ในการ วิเคราะห์ข้อมูล ๑๐. ความชัดเจนและถูกต้องในการนําเสนอและแปล ความหมายจากผลการวิจัย ๑๑. ความมีคุณค่าและการนําผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ๑๒. ความคุ้มค่าของผลการวิจัย รวม ๘. คุณภาพโดยรวมของผลงานวิจัย ดีเยี่ยม (๘๖-๑๐๐ คะแนน) ดี (๗๖-๘๕ คะแนน) พอใช้ (๖๑-๗๕ คะแนน) ควรปรับปรุง (ต่ํากว่า ๖๑ คะแนน)

คะแนนเต็ม ๑๐ ๑๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๑๐๐

คะแนนที่ได้

หมายเหตุ


๕๔

๙. ผลการปร���เมิน ผู้ประเมินเห็นว่า รายงานวิจัยนี้  ไม่สมควรรับรายงาน เหตุผล....................................................................................................... ................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. สมควรรับรายงาน โดยมีเงื่อนไข เมื่อมีการแก้ไข / เพิ่มเติมรายงานการวิจัยตามความคิดเห็นข้างต้นแล้ว อื่น ๆ โปรดระบุ ............................................................................................................. ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................. สมควรรับรายงานโดยไม่มีเงื่อนไข ๑๐. ความเห็นและข้อเสนอแนะอื่นๆ .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .....................................................ลงชื่อผู้ประเมิน (Reviewer) ......................................................วันที่ (Date)

ท่านสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มนี้ได้จากเว็บไซต์ สพฉ. www.emit.go.th/download


๕๕

สัญญาเลขที่ ...........................

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สัญญารับทุนสนับสนุนงานวิจัย โครงการ............................................................................................................................ สัญญาฉบับนี้ทําขึ้น ณ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ อาคารกองวิศวกรรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อําเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ ...................................... ระหว่าง สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ โดย นายชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน แห่งชาติ ซึ่งต่อไปในสัญญานี้รียกว่า “ผู้ให้ทุน ” ฝ่ายหนึ่ง กับ ....................................................................... บ้านเลขที่ .......ถนน..........ตําบล/แขวง................... อําเภอ / เขต ............................... จังหวัด ................... เลขที่บัตรประจําตัวประชาชน .................. ..........................ออกให้ ณ........................................................ บัตรหมดอายุวันที่ ....... เดือน.......................พ.ศ. ......... ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้รับทุน” อีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงทําสัญญากันโดยมีข้อความดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ การให้และรับทุน ผู้ให้ทุนตกลงให้และผู้รับทุนตกลงรับทุนสนับสนุนงานวิจัย เพื่อดําเนินงาน วิจัย เรื่อง……...................................................................................................... เป็นระยะเวลา...........ปี ตั้งแต่วันที่ ................................ถึงวันที่................................โดยมี...................................เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ตาม เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๑ ข้อ ๒ การสนับสนุนเงินทุน ผู้ให้ทุนตกลงสนับสนุนเงินทุนเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินการตามโครงการให้กับ ผู้รับทุน เป็นเงินจํานวน............บาท (.......................) โดยแบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ ตามกําหนดเวลาใน เอกสาร หมายเลข ๒ และเงื่อนไขตามเอกสารในเอกสารหมายเลข ๓ รวมทั้งระเบียบต่าง ๆ ของผู้ให้ทุน ข้อ ๓ การใช้และคืนเงินทุน ผู้รับทุนต้องใช้เงินทุนที่ได้รับจากผู้ให้ทุนในกิจกรรมที่ได้รับก ารสนับสนุนเท่านั้น โดยจะต้องควบคุมการใช้จ่ายเงินทุนให้เป็นไปอย่างประหยัด ตามแนวทางการปฏิบัติทางการเงิน บัญชี พัสดุ ของผู้ให้ทุน ตลอดจนเตรียมหลักฐานการจ่ายเงินให้ถูกต้องเพื่อให้ผู้ให้ทุนตรวจสอบตามที่ผู้ให้ทุน เห็นสมควร ในกรณีที่โครงการสิ้ นสุดและมีเงินคงเหลือ หรือโครงการต้องยุติลงไม่ว่าด้วยเหตุ ใด ๆ ผู้รับทุนต้องส่งรายงานการเงิน และคืนเงินที่เหลือให้แก่ผู้ให้ทุนภายใน ๑๐ วันทําการ นับแต่วันที่ผู้ให้ ทุน แจ้งเป็นหนังสือให้ทราบ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ข้อ ๔ การดําเนินงาน ผู้รับทุนต้องดําเนินงานตามโครงการวิจัยทันทีนับแต่วันลงนามในสัญญา ถ้าหาก ผู้รับทุน มิได้เริ่มดําเนินการภายใน ๓๐ วัน ผู้รับทุนจะต้องดําเนินการวิจัยตามวิธีการที่เสนอไว้ ตาม เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๑ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ หากเกิดอุปสรรคไม่สามารถดําเนินการวิจัยได้ หรือมี ความจําเป็นจะต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในขอบเขตภาระงานหรือแผนงานและวิธีการใดๆ ผู้รับทุนต้อง


๕๖ แจ้งให้ผู้ให้ทุนทราบเป็นหนังสือภายในกําหนด ๓๐ วัน ทั้งนี้ ผู้ให้ทุนมีสิทธิที่จะยุติการสนับสนุนทุน หรือ ให้ความเห็นชอบกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงโครงการได้ตามความเหมาะสม ในกรณีมีเหตุจําเป็นต้องเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขข้อกําหนดหรือ รายละเอียดตามสัญญาหรือเอกสารแนบท้ายสัญญา เพื่อให้งานตามสัญญานี้แล้วเสร็จถูกต้องกับสภาพ ข้อเท็จจริง สิ่งแวดล้อม หลักวิชา และก่อให้เกิดประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของผู้ให้ทุน ผู้รับทุน ยินยอมให้ ผู้ให้ทุนเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขข้อกําหนดหรือรายละเอียดดังกล่าวได้ โดยไม่ขอทุนเพิ่ม ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนหมวด เพิ่มหรือ ลดวงเงินผู้รับทุนต้องแจ้งเหตุผลเป็นหนังสือแก่ผู้ให้ทุนทราบ และต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ให้ทุนก่ อนการ ดําเนินการ ข้อ ๕ การเปลี่ยนแปลงตัวบุคคล ในกรณีที่จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการ ผู้รับทุนต้องมี หนังสือแจ้งให้ผู้ให้ทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน ผู้ให้ทุนมีสิทธิที่จะให้ความเห็นชอบกับการ เปลี่ยนแปลงนั้น หรือปรับเปลี่ยนโครงการ หรือยุติการสนับสนุนทุนได้ตามความเหมาะสม ผู้รับทุนจะต้องทํางานวิจัยตามโครงการนี้ ด้วยความวิริยะอุตสาหะและรับรอง ว่าจะไม่นํางานตามโครงการวิจัย ทั้งหมดหรือบางส่วนไปให้ผู้อื่นรับช่วง เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจาก ผู้ให้ทุน เป็นหนังสือก่อน ข้อ ๖ การขอขยายระยะเวลา กรณีที่ผู้รับทุนไม่สามารถดําเนินงานตามโครงการให้แล้วเสร็จได้ภายใน กําหนดเวลา ตามข้อ ๑ ผู้รับทุนต้องแจ้งเหตุผลเป็นหนังสือให้ผู้ให้ทุนทราบ และ ขออนุมัติขยายเวลาก่อน วันสิ้นสุดสัญญา ไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน ทั้งนี้ ผู้ให้ทุนทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะพิจารณาอนุมัติให้ขยายเวลาหรือไม่ก็ ได้ และโครงการที่ได้รับอนุมัติให้ขยายเวลาได้จะถือเอาวันสุดท้ายของการขยายเวลาเป็นวันกําหนดส่งมอบ ผลงาน ข้อ ๗ การเข้าไปในสถานที่ทําการและการร่วมกิจกรรม ผู้รับทุนต้องให้ผู้ให้ทุน หรือ ผู้ที่ได้รับ มอบหมายจากผู้ให้ทุนเข้าไปในสถานที่ทํา การของผู้รับทุน หรือสถานที่ที่ผู้รับทุนดําเนินโครงการอยู่ เพื่อประโยชน์ในการติดตามและประเมินโครงการ ทั้งนี้ผู้รับทุนต้องอํานวยความสะดวกให้แก่ผู้ให้ทุนหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ให้ทุนตามสมควรและ เหมาะสม ผู้รับทุนจะต้องเชิญผู้ให้ทุนหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ให้ทุนเข้าร่วมในกิจกรรม ที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้ทุน โดยส่งแผนปฏิบัติงานที่ระบุระยะเวลาดําเนินกิจการล่วงหน้าอย่างน้อย ๔ สัปดาห์ เพื่อให้ผู้ให้ทุนพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม ผู้รับทุนต้องรับผิดชอบการดําเนินการวิจัย โด ยคํานึงถึงความปลอดภัยของ ผู้ร่วมงานผู้เกี่ยวข้อง ตัวอย่างที่ใช้ทดลองและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ให้เป็นไปตามจริยธรรมการวิจัย รวมทั้งจัดให้ มีการบันทึกขั้นตอนและผลการวิจัยอย่างเป็นระบบ และเก็บไว้เป็นเวลาอย่างน้อย ๕ ปี หลังเสร็จสิ้น โครงการ ผู้ให้ทุนมอบหมายให้ ผู้ประสานงานวิชาการและผู้จัดการงานวิจัย เป็นผู้ทําการ แทนผู้ให้ทุนในการติดตามและประเมินโครงการนี้ ข้อ ๘ การเ���ยแพร่ข้อมูล ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอันเกี่ยวกับผลงานวิจัยตามโครงการ หรือ กิจกรรม ของโครงการ ในสิ่งพิมพ์หรือสื่อใดก็ตาม ผู้รับทุนต้องประกา ศหรือระบุเป็นลายลักษณ์อักษรข้อความว่า


๕๗ “ได้รับทุนสนับสนุนจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และ /หรือแหล่งทุนอื่นที่สนับสนุน ” (ถ้ามี) เป็น ภาษาไทยหรือ ภาษาอังกฤษ แล้วแต่กรณี หรือแจ้งข้อความดังกล่าวด้วยทุกครั้ง พร้อมทั้งแสดงตรา สัญลักษณ์ของผู้ให้ทุน ในบริเวณที่จั ดกิจกรรม หรือในวัสดุ หรือเอกสารเผยแพร่ของโครงการ ตาม เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๕ และส่งสําเนาของสิ่งที่ได้เผยแพร่นั้นให้ผู้ให้ทุน จํานวน ๑ ชุดด้วย ผู้รับทุนต้องเปิดเผยผลการงานทั้งหมดต่อผู้ให้ทุน และต้องให้ความร่วมมือกับ ผู้ให้ทุนในการเปิดเผยผลงานทั้งหมดเพื่อเผยแพร่ ให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณชน เว้นแต่จะได้มีการตกลง กันเป็นอย่างอื่น ข้อ ๙ การนําส่งผลงาน ผู้รับทุนต้องนําส่งผลงานและรายงานการใช้จ่ายโครงการตามเอกสารแนบท้าย หมายเลข ๑ และ ๔ หรือตามที่ผู้ให้ทุนกําหนด โดยนําส่งแก่ผู้ให้ทุ น หรือ ผู้ที่ผู้ให้ทุนมอบหมาย ภายใน กําหนดเงื่อนไขเวลา ตามเอกสารแนบท้ายหมายเลข ๓ ผู้รับทุนยินยอมที่จะให้มีการประเมินคุณภาพผลงานตามวิธีการที่ผู้ให้ทุนกําหนด ทั้งในระหว่างดําเนินการตามโครงการ และ / หรือ เมื่องานเสร็จสิ้นหากมีการปรับปรุงแก้ไขงานวิจัย ผู้รับ ทุน ต้องปรับปรุงแก้ไขงานวิจัยตามที่ผู้ให้ทุนร้องขอจนเป็นที่พอใจ สําหรับโครงการที่ได้รับเฉพาะค่าบริหารจัดการ และขอรับเงินสนับสนุนงานวิจัย จากแหล่งเงินทุนอื่นต้องส่งสรุปผลงานให้กับผู้ให้ทุนด้วย ข้อ ๑๐ สิทธิตามสัญญา ผลจากการดําเนินงานต่ าง ๆ ตามสัญญานี้ อันรวมถึงต้นฉบับบทความ สิ่งตีพิมพ์ เป็นต้น ให้ถือเป็นลิขสิทธิ์ร่วมของผู้ให้ทุนและผู้รับทุน ทั้งนี้ผู้รับทุนไม่มีสิทธิที่จะนําไปตีพิมพ์ เผยแพร่ซ้ํา ตัด แปลง หรือทําสําเนาก่อนที่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ทุน เว้นแต่จะนําไปใช้ประโยชน์เพื่อการ ศึกษาวิจัย หรือ นําออกเผยแพร่เพื่อประโยชน์สาธารณะ การดําเนินงานนอกเหนือจากที่กําหนดต้องได้รับ การยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้ทุนก่อน ผู้รับทุนต้องรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบุคคลภายนอกอันเกิดจาก ปฏิบัติงาน ความผิดพลาด หรือ การกระทํา หรือ การละเว้นไม่กระทําการของผู้รับทุน หรือของลูกจ้าง หรือ ตัวแทน ข้อ ๑๑ การระงับงานชั่วคราวและการบอกเลิกสัญญา ผู้ให้ทุนมีสิทธิระงับงานทั้งหมดหรือบางส่วน หรือบอกเลิกสัญญาได้ ถ้าผู้ให้ทุน เห็นว่าผู้รับทุนมิได้ปฏิบัติงานด้วยความชํานาญ หรือด้วยความเอาใจใส่ในวิชาชีพเท่าที่พึงคาดหมายได้จาก นักวิจัย ในระดับเดียวกัน หรือมิได้ปฏิบัติตามสัญญาข้อหนึ่งข้อใด หรือเมื่อผู้ให้ทุนเห็นว่าควรจะยุติ โครงการวิจัยตามสัญญา ในกรณีเช่นนี้ ผู้ให้ทุนต้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย ๑๐ วัน ข้อ ๑๒ ค่าปรับ ในกรณีที่ผู้รับทุนทํางานไม่แล้วเสร็จตามสัญญาหรือมีเหตุให้ผู้ให้ทุนเชื่อว่าผู้รับทุน ไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จได้ภายในกําหนดตามสัญญา หรือผู้รับทุนไม่ปฏิบัติตามสัญญาในข้อหนึ่งข้อใด ผู้ให้ทุนมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ และถ้าล่วงเลยกําหนดเวลาตามสัญญานี้แล้ว หากผู้ให้ทุนไม่ใช้สิทธิบอกเลิก สัญญาผู้รับทุนยินยอมให้ผู้ให้ทุนปรับได้เป็นรายวันในอัตราวันละ ..........บาท (............. ............) นับแต่วัน ล่วงเลยกําหนดวันแล้วเสร็จตามสัญญาจนถึงวันที่งานแล้วเสร็จสมบูรณ์ ในระหว่างที่มีการเรียกค่าปรับนั้น ถ้าผู้ให้ ทุนเห็นว่าผู้รับทุนไม่อาจปฏิบัติตาม สัญญาต่อไปได้ ผู้ให้ทุนมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและใช้สิทธิตามสัญญา นอกเหนือจากการปรับจนถึงวันบอก เลิกสัญญาได้อีกด้วย


๕๘ ข้อ ๑๓ การรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย ถ้าผู้ให้ทุนบอกเลิกสัญญา เพราะเหตุที่ผู้รับทุนไม่ปฏิบัติตามสัญญาก็ดีหรือ ผิด สัญญาก็ดีหรือผู้รับทุนมิได้ดําเนินการตามหลักวิชาก็ดี หรือปฏิบัติงานด้วยความบกพร่องก็ดี ผู้รับทุนต้องคืน เงินที่ได้รับไปทั้งหมดแก่ผู้ให้ทุนพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับจากวันที่รับเงินเป็นต้นไป จนถึง วันที่คืนเงินครบถ้วน ในกรณีนี้ผลงานที่ผู้รับทุน ได้ส่งมอบแก่ผู้ให้ทุนแล้ว ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์และเป็น ลิขสิทธิ์ของผู้ให้ทุนโดยผู้รับทุนจะไม่เรียกร้องเอาเงินค่าจ้าง ค่าตอบแทน หรือค่าเสียหายใด ๆ จากผู้ให้ทุน ในกรณีปรากฏพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีความเสียหายเกิดขึ้นเนื่องจากมี การนําเงินสนับสนุนโครงการนี้ไปใช้จ่ายส่วนตัว หรือใช้จ่ายในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับแผนงานโครงการตามที่ ระบุไว้ในสัญญานี้ ผู้รับทุนจะต้องรับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นให้กับผู้ให้ทุน ทั้งนี้ ผู้ให้ทุนจะ ยกเลิกการสนับสนุนโครงการนี้และจะพิจารณาดําเนินคดีตามกฎหมายด้วย ในกรณีตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ผู้ให้ทุนมีสิทธิที่จะไม่รับพิจารณาการขอรับ สนับสนุนทุนจากผู้รับทุนอีกในภายหน้า รวมถึงผู้ให้ทุนอาจให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้รับทุนแก่แหล่งให้ทุนอื่นตามที่ ผู้ให้ทุนเห็นสมควร ข้อ ๑๔ เอกสารแนบท้ายสัญญา เอกสารแนบท้ายสัญญานี้ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๑ : โครงการวิจัย/ขอบเขตภาระหน้าที่ (TOR) เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๒ : รายละเอียดงบประมาณ เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๓ : กําหนดระยะเวลาส่งผลงานและเงื่อนไขการ เบิกจ่าย เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๔ : แบบรายงานความก้าวหน้าโครงการ เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๕ : เงื่อนไขการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๖ : คู่มือบริหารจัดการงานวิจัย ความใดในเอกสารแนบท้ายสัญญาขัดแย้งกับความในสัญญานี้ ให้ใช้ความใน สัญญานี้บังคับ และในกรณีที่เอกสารแนบท้ายสัญญาขัดหรือแย้ งกันเอง ให้ถือปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของ ผู้ให้ทุน สัญญานี้ทําขึ้น ๒ (สอง) ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาทุกฝ่ายได้อ่าน และเข้าใจข้อความโดยตลอดแล้ว จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสําคัญต่อหน้าพยานและต่างได้ยึดถือไว้ฝ่ายละ ฉบับ ลงชื่อ .................................................... ผู้ให้ทุน (…………………………...….......………….)

ลงชื่อ................................................... ผู้รับทุน (.....................................................)

ลงชื่อ......................................................พยาน (......................................................)

ลงชื่อ..................................................... พยาน (......................................................)


๕๙ เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๒

สัญญาเลขที.่ ....................... รายละเอียดงบประมาณโครงการ กิจกรรม งวดที่ ๑ ๑. เงินเดือน/ค่าตอบแทน - หัวหน้าโครงการ - ผู้ประสานงานโครงการ - เจ้าหน้าที่การเงิน ๒. ค่าบริหารจัดการ - ค่าสาธารณูปโภค - ค่าเช่าสถานที่ - ค่าพาหนะ - ฯลฯ ๓. กิจกรรมดําเนินงาน เช่น การเก็บข้อมูล การจัด ประชุม การให้ทุนวิจัย

งบประมาณ งวดที่ ๒ งวดที่ ๓

งวดที่ ๔


๖๐

กาหนดระยะเวลาส่งผลงานและเงื่อนไขการเบิกจ่าย ชื่อโครงการ ผู้รับผิดชอบโครงการ ระยะเวลาดําเนินงาน งบประมาณ งวดงาน/ช่วงเวลา งวดที่ ๑ (ระบุระยะเวลา)

งวดที่ ๒ งวดก่อน สุดท้าย ( ระบุ ระยะเวลา)

งวดสุดท้ายและ ปิดโครงการ (ระบุระยะเวลา)

............................................................................................................................... ............................................................................................................................... .............................................................................................................................. .................................................... แบ่งจ่าย ................... งวด กาหนดส่งผลงาน ผลงานที่นาส่ง สถาบัน และเงื่อนไข ภายใน สถาบัน จ่ายเงินสนับสนุนภายใน ๑๕ วัน (ระบุ ว.ด.ป) เมื่อได้ตรวจสอบความครบถ้วนและถูกต้อง ของเอกสารว่าเป็นไปตามที่ระบุไว้ใน ข้อตกลงเรียบร้อยแล้ว ๑. สัญญาที่ลงนามทั้งสองฝ่ายแล้ว ๒. สมุดบัญชีธนาคารเพื่อโอนเงิน (ถ้ามี) ๓. ............................................... ภายใน สถาบัน จ่ายเงินสนับสนุนภายใน ๑๕ วัน (ระบุ ว.ด.ป) เมื่อได้ตรวจสอบความครบถ้วนและถูกต้อง ของเอกสารว่าเป็นไปตามที่ระบุไว้ใน ข้อตกลงเรียบร้อยแล้ว ๑.รายงานการใช้จ่ายเงินงวดที่ ... (ง.๑) พร้อมแนบสําเนาบัญชีธนาคาร ตั้งแต่หน้า แรกถึงปัจจุบัน ๒. รายงานความก้าวหน้าของการวิจัยตาม กําหนดระยะเวลา ๓. เอกสารอื่น ๆ ตามที่ระบุไว้ในสัญญา ๔............................................................ ภายใน สถาบัน จ่ายเงินสนับสนุนภายใน ๑๕ วัน (ระบุ ว.ด.ป) เมื่อได้ตรวจสอบความครบถ้วนและถูกต้อง ของเอกสารว่าเป็นไปตามที่ระบุไว้ใน ข้อตกลงเรียบร้อยแล้ว ๑. รายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุนงวด รองสุดท้ายพร้อมแนบสําเนาบัญชีธนาคาร ตั้งแต่หน้าแรกถึงปัจจุบัน ๒. รายงานการเงินสรุปปิดโครงการ (ภาพรวมการใช้จ่ายเงิน) ๓. รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์และผ่าน

ภายในวงเงิน (บาท)


๖๑ งวดงาน/ช่วงเวลา

กาหนดส่งผลงาน

ผลงานที่นาส่ง สถาบัน และเงื่อนไข การตรวจสอบคุณภาพตามหลักเกณฑ์ที่ สถาบัน กําหนด ๔. เอกสารอื่น ๆ ตามที่ระบุไว้ในสัญญา

ภายในวงเงิน (บาท)

ภายใน ๑๕ วัน หลังปิดโครงการ ให้ส่ง รายงานการใช้จ่ายเงินงวดสุดท้าย รายงาน การวิจัยฉบับสมบูรณ์ รวมเป็นเงิน

(.............................................. บาทถ้วน)

Xxxxx บาท

หมายเหตุ ๑. หากโครงการล่าช้า/ไม่เป็นไปตามสัญญา สถาบันสงวนสิทธิ์ไม่จ่ายเงินงวดสุดท้ายตามความเหมาะสม ๒. สถาบัน จะตรวจสอบยอดเงินคงเหลือยกมาในงวดปัจจุบันต้องเท่ากับยอดยกไปในงวดก่อน รวมถึง รายรับ และรายจ่ายต้องสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ๓. กรณีโครงการยังมีเงินงวดเดิมคงเหลือในบัญชีมากกว่าร้อยละ ๕๐ ของงบประมาณงวดถัดไป สถาบัน จะ เบิกเงินงวดถัดไปไม่เต็มจํานวน หรืออาจเบิกเต็มจํานวนก็ได้ โดยพิจารณาจ่ายให้ตามความเหมาะสม ซึ่ง เมื่อรวมกับจํานวนเงิน ที่เหลืออยู่ในบัญชีแล้ว ต้องเท่ากับจํานวนเงินที่จะใช้ในงวดถัดไป ๔. เมื่อปิดโครงการแล้วมีเงินคงเหลือ ต้องส่ง เงินคืนสถาบัน ภายใน ๑๐ วันทําการ เว้นแต่จะมีการตกลงเป็น อย่างอื่น ๕. หากยอดคงเหลือตามรายงาน ไม่ตรงกับยอดเงินคงเหลือในสมุดเงินฝากธนาคาร ณ วันที่รายงาน ต้อง แสดงรายการที่ทําให้เกิดผลต่าง


๖๒

เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๔

แบบรายงานความก้าวหน้าโครงการ ที่รับการสนับสนุนจาก สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) วดป.ที่รายงาน ................................. ๑. ชื่อโครงการ ...........................................................................เลขทีส่ ัญญา ............................. ๒. ระยะเวลา (ตามสัญญา/แก้ไข) - วดป.ทีเ่ ริ่ม ....................................... - วดป.ที่สิ้นสุด (เดิม) ................................................ - วดป.ที่สิ้นสุด (ใหม่-ถ้าขยายเวลา) ............................................ ๓. งวดที่รายงาน ........................ ระหว่าง วดป. ........................ ถึง วดป. ........................... ๔. ความก้าวหน้าของกิจกรรมที่ได้ทําไปแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับแผนกิจกรรม หรือหลักไมล์ (milestone) ที่ตั้งไว้/ผลการดําเนินงานตั้งแต่ต้น จนถึงวันสุดท้ายของงวดที่รายงาน กิจกรรมตามข้อเสนอโครงการ

รายงานผลการดาเนินงานและ หากกรณีไม่สามารถดาเนินงาน ได้ตามแผนต้องชี้แจงเหตุผล

ผลสรุปสาคัญของกิจกรรม

๔. โปรดประเมินสถานการณ์โครงการ ( ) ดําเนินการตามแผน ( ) ล่าช้ากว่าแผน ทั้งนี้ สถาบัน ให้ ความสําคัญต่อประวัตินักวิจัยที่ผลงานเป็นไปตามกําหนดเวลา หากจําเป็นต้องขยายเวลา (ศึกษาเงื่อนไข และแบบฟอร์มแนบ) ๖. ปัญหาและอุปสรรคในการดําเนินงาน (สรุปเป็นข้อ ๆ และแนบเอกสารประกอบถ้าจําเป็น ) ๗. แผนงาน/กิจกรรม ที่จะดําเนินการในงวดต่อไป (ระยะรายงานครั้งต่อไป) ระบุรายละเอียดกิจกรรม ระยะเวลาแผนงานโครงการ ( ) ทําตามแผนงานเดิม (กําหนดการปฏิบัติงาน) ที่ระบุไว้ในข้อเสนอโครงการ ( ) มีการปรับ/เปลี่ยนแปลง (จากข้อเสนอโครงการ) ระบุเรื่องหรือกิจกรรมรายละเอียดที่เปลี่ยนแปลง เหตุผล และระยะเวลา ๑๓. ข้อคิดเห็นอื่นๆ ลงชื่อ.......................................................ผู้รับทุน (....................................................) เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๕ วันที่.............เดือน......................พ.ศ.............

เงื่อนไขการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์


๖๓ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลงานหรือกิจกรรมของโครงการในแต่ละครั้ง หน่วยงาน คู่สัญญาต้องแสดงเครื่องหมายหรือตราสัญลักษณ์โครงการ (ถ้ามี) โลโก้ สถาบันการแพทย์ ฉุกเฉิน แห่งชาติ หรือข้อความของโครงการ อย่างใดอย่างหนึ่งตามความเหมาะสมและพื้นที่ในการจัดวาง ให้ปรากฏเด่นชัด เป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษแล้วแต่กรณี บนสื่อเผยแพร่ทุกชนิดและเอกสารที่เกี่ยวกับโครงการที่ทํา ร่วมกันทุกชนิด เพื่อให้เป็นที่รับทราบแก่บุคคลหรือองค์กรภายนอก โดยได้กําหนดและให้ใช้ข้อความและให้ ปฏิบัติตามภาคผนวกดังต่อไปนี้ อนึ่ง ผลงาน ผลผลิตที่เกิดจากการดําเนินงานตามโครงการเป็นลิขสิทธิ์ ของ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และก่อนเผยแพร่สู่ภายนอก ต้องได้รับการอนุญาตจาก สถาบันการแพทย์ ฉุกเฉินแห่งชาติ ข้อความที่กาหนดให้ใช้/แนวทางการใช้โลโก้ “ได้รับการสนับสนุนจาก สถาบัน การแพทย์ฉุกเฉิน แห่งชาติ (สพฉ.)” หรือ “สนับสนุนโดย สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)” ข้อความและตราสัญลักษณ์โครงการ

กรณีที่ ๑ การจัดประชุม สัมมนา ให้แสดงโลโก้ของ สถาบัน การแพทย์ฉุกเฉิน แห่งชาติ คู่กับ หน่วยงานคู่สัญญาทุกครั้ง ที่ฉากหลังบนเวที (BACK DROP) พร้อมกับข้อความ “จัดโดย (หน่วยงาน คู่สัญญา) ร่วมกับ สถาบัน การแพทย์ฉุกเฉิน แห่งชาติ “ ด้านล่างข้อความหลัก แสดงให้ผู้ร่วมประชุม สัมมนา เห็นชัดเจน กรณีที่ ๒ การแถลงข่าว ให้หน่วยงานคู่สัญญาแสดงป้ายโลโก้สถาบัน การแพทย์ฉุกเฉิน แห่งชาติ (สพฉ.) บนฉากด้านหลัง (BACK DROP) ของผู้ทําหน้าที่แถลงข่าว ทุกครั้งที่ดําเนินการอย่างเป็นทางการ กรณีที่ ๓ การจัดกิจกรรมรณรงค์ ให้หน่วยงานคู่สัญญาแสดงโลโก้สถาบัน การแพทย์ฉุกเฉิน แห่งชาติ (สพฉ.) ฉลากบนเวทีและปรากฏอยู่บนป้ายแบนเนอร์ หรือสื่ออื่นที่ใช้ในการจัดกิจกรรมในทุก กิจกรรมการรณรงค์จนถึงระยะเวลาสิ้นสุดการรณรงค์ครั้งนั้น กรณีที่ ๔ การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโทรทัศน์ เช่น สปอตโฆษณา ให้หน่วยงานคู่สัญญาแสดงโลโก้ สถาบัน การแพทย์ฉุกเฉิน แห่งชาติ (สพฉ.) ให้ผู้รับชมมองเห็นก่อนรายการ หรือระหว่างรายการ หรือ ภายหลังจบรายการประชาสัมพันธ์ในครั้งนั้น กรณีที่ ๕ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการทางสื่อวิทยุ เช่น สปอตวิทยุ ให้มีเสียงพูดของ โฆษก ที่ระบุ “สนับสนุนโดย สถาบัน การแพทย์ฉุกเฉิน แห่งชาติ (สพฉ.)” ก่อนรายการเริ่ม หรือตอนท้าย รายการ ที่นําเสนอทุกครั้ง “สนับสนุนโดย สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)” กรณีที่ ๖ การจัดทาสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อเผยแพร่สู่ภายนอก เช่น โปสเตอร์ แผ่นพับ โบรชัวร์ หนังสือ วิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการที่ได้รับการสนับสนุน สื่อสิ่งพิมพ์อื่นที่เกี่ยวข้อง ให้หน่วยงานคู่สัญญา ติดโลโก้ ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ลงในสื่อนั้นๆ ด้วยทุกครั้ง


๖๔ กรณีที่ ๗ เอกสารและวัสดุที่ใช้ประกอบในการจัดประชุม สัมมนา เช่น กระเป๋าใส่เอกสาร, แฟ้ม ใส่เอกสาร, ปากกา ฯลฯ ให้หน่วยงานคู่สัญญาติดโลโก้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ด้วย

หมายเหตุ : สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ในการใช้โลโก้ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ที่ สํานัก ประชาสัมพันธ์ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) โทรศัพท์ ๐ ๒๙๖๕ ๙๗๘๒-๔

แนวทางการจัดทารายงานผลงานวิจัย การจัดทํารายงานวิจัยจะต้องมีหัวข้อตามที่ระบุไว้ข้างท้ายนี้เป็นอย่างน้อย โดยจัดทําเป็นฉบับ “ร่าง” ก่อน แล้วส่งให้ สถาบัน จํานวน ๕ เล่ม เพื่อให้ความเห็น ภายหลังการตรวจสอบคุณภาพงานวิจัย แล้ว จึงปรับปรุงให้เป็นฉบับที่สมบูรณ์ ส่งให้ สถาบัน โครงการละ ๒ เล่ม พร้อม File diskette (word file) ๑. หน้าปก โลโก้ ของ สถาบัน ขนาด ๑.๕ นิ้ว ๑.๑ ชื่อโครงการ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ๑.๒ ชื่อหัวหน้าโครงการและทีมวิจัย ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ๑.๓ หน่วยงานที่ทํางานวิจัย ๑.๔ มีข้อความที่ระบุว่า “โครงการนี้ได้รับทุนอุดหนุนจาก สถาบัน การแพทย์ฉุกเฉิน แห่งชาติ (สพฉ.)” ความเห็นและข้อเสนอแนะที่ปรากฏในเอกสารนี้เป็นของ นักวิจัย มิใช่ความเห็นของสถาบัน การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ๑.๕ เดือน ปี ที่พิมพ์ ๑.๖ เลขที่ ISBN กรณีจัดพิมพ์รายงานวิจัยเป็นหนังสือเพื่อเผยแพร่เท่านั้น ๒. ปกรองหรือปกใน


๖๕ ข้อความคล้ายข้อ ๑ หากมีการพิมพ์โดยโรงพิมพ์ควรเพิ่มรายการอื่นๆ เช่น ครั้งที่พิมพ์ จํานวนที่ พิมพ์ เลขที่ ISBN สถานที่พิมพ์ สถานที่แจก/จําหน่าย ๓. กิตติกรรมประกาศ ๔. บทคัดย่อหรือบทสรุปสาหรับผู้บริหาร ต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (ความยาวไม่เกิน ๒ หน้า) พร้อมด้วยคําสําคัญ (Key Words) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สําหรับงานฐานข้อมูลโครงการของสถาบันและฐานข้อมูลรายงาน วิจัยฉบับอิเล็กทรอนิกส์ ๕. สารบัญและสารบัญตาราง ๖. ส่วนเนื้อหา ๖.๑ หลักการและเหตุผล รวมทั้งกระบวนการทางนโยบายที่เกี่ยวข้อง ๖.๒ บททบทวนวรรณกรรม ๖.๓ เป้าหมายและวัตถุประสงค์ ๖.๔ ระเบียบวิธีวิจัย วิธีการประมวลผล ผลวิเคราะห์ข้อมูล ๖.๕ ผลการศึกษา ๖.๖ สรุปและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และหัวข้อการทําวิจัยที่ควรทําเพิ่มเติม ๗. เอกสารอ้างอิง/บรรณานุกรม ๘. ภาคผนวก ขึ้นอยู่กับความจําเป็น เช่น แบบสอบถาม เครื่องมือ ตาราง หรือกราฟแสดงผลที่สําคัญ แต่ไม่ นําไปสู่ข้อสรุปหลักวิจัย Guideline สาหรับการตั้งชื่อ file งานวิจัยที่ สพฉ .สนับสนุนทุน ชื่อ file (ตัวพิมพ์เล็ก) cover.doc intro.doc preview.doc method.doc result.doc discus.doc sum.doc ref.doc appen.doc table.doc

เนื้อหาครอบคลุม ปกนอก, ปกใน, กิตติกรรมประกาศ, บทสรุปสําหรับ ผู้บริหาร/exclusive summary, บทคัดย่อ/abstract, คํานํา, สารบัญ บทนํา, หลักการและเหตุผล ทบทวนวรรณกรรม การดําเนินการวิจัย, วิธีการวิจัย ผลการศึกษา/วิจัย สรุป, วิจารณ์, ข้อเสนอแนะ บทสรุปที่นอกเหนือจากนั้น เอกสารอ้างอิง, บรรณานุกรม ภาคผนวก แผนภูมิ , ตารางที่อยู่ท้ายเล่มหรือตารางที่แทรกระหว่าง หน้าที่ต้องแยก file ต่างหาก (หากแยกเป็นหลาย file ก็ใช้ เป็น table 1, 2,…ตามลําดับหน้า)


๖๖

การใช้แบบฟอร์มเอกสารเกี่ยวกับการเบิกจ่าย ๑. แบบขออนุมัติโครงการวิจัย (แบบ ง.๙) : ใช้เป็นเอกสารเพื่อเสนอขออนุมัติโครงการวิจัย โดยข้อความ ที่ระบุต้องสอดคล้องกับเอกสารแนบ สิ่งที่ต้องระบุ : ชื่อโครงการ ผู้เสนอโครงการ ระยะเวลาในการดําเนินงาน งบประมาณที่ขอรับการ สนับสนุน และชื่อผู้อนุมัติ เอกสารแนบ : สัญญา และเอกสารแนบท้ายสัญญา ๒. แบบเบิกเงินโครงการวิจัย : ใช้เป็นเอกสารเพื่อขอเบิกเงินแต่ละงวดจากโครงการวิจัย สิ่งที่ต้องระบุ : งวดที่จะเบิก จํานวนเงินที่จะเบิก ยอดเงินคงเหลือ จ่ายให้กับใคร ชื่อผู้เบิก และชื่อ ผู้อนุมัติ เอกสารแนบ : รายงานสรุปประกอบการขออนุมัติเงินงวด และเอกสารแนบท้ายอื่นต้องเป็นไปตามที่ ระบุไว้ในสัญญา ๓. ใบขออนุมัติจัดประชุม (แบบ ง.๒) : ใช้เป็นเอกสารเพื่อขอยืมเงินจัดประชุม สิ่งที่ต้องระบุ : ชื่อโครงการ หัวข้อการประชุม วัตถุประสงค์ วัน สถานที่ จํานวนผู้เข้าร่วมประชุมและ ประมาณการยืมเงิน เอกสารแนบ : หนังสือเชิญประชุม รายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม ๔. ใบขออนุมัติเดินทางไปปฏิบัติงาน (แบบ ง.๖) : ใช้เป็นเอกสารเพื่อขออนุมัติเดินทาง และยืมเงินเพื่อ ปฏิบัติงาน สิ่งที่ต้องระบุ : ชื่อผู้เดินทางที่จะเบิกค่าใช้จ่าย วัตถุประสงค์ของการเดินทาง จังหวัด วันที่ และ ประมาณการยืมเงิน เอกสารแนบ : หนังสือเชิญประชุม ๕. ใบขออนุมัติยืมเงินอื่นๆ : ใช้เป็นเอกสารเพื่อขอยืมเงินต่างๆ เช่น การยืมเงินสดย่อย การยืมเงินซื้อ วัสดุสํานักงาน การยืมเงินซื้อครุภัณฑ์ สิ่งที่ต้องระบุ : วัตถุประสงค์ในการยืมเงิน ชื่อผู้ยืมเงิน และจํานวนเงินที่จะยืม เอกสารแนบ : ในกรณีซื้อวัสดุสํานักงาน/ครุภัณฑ์ให้แนบใบเสนอราคา ๖. ใบคืนเงินยืมทดรองจ่าย (แบบ ง.๕) : ใช้เป็นเอกสารประกอบเพื่อคืนเงิน/เบิกเพิ่มเงินที่ยืมไป สิ่งที่ต้องระบุ : เลขที่ใบสําคัญ เลขที่สัญญายืมเงิน รายละเอียดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงว่าสูงกว่าหรือ ต่ํากว่าจํานวนเงินที่ยืมไป ถ้าสูงกว่าเงินที่ยืมต้องเบิกเพิ่ม ถ้าต่ํากว่าเงินที่ยืมต้องคืนเงิน เอกสารแนบ : รายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม แบบรายงานการเดินทางไปปฏิบัติงาน ใบสําคัญรับเงิน ใบเสร็จรับเงิน ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน ๗. ใบสาคัญรับเงิน (แบบ ง.๔) : ใช้เป็นเอกสารประกอบเพื่อขอเบิกเงินสําหรับการจ่ายค่าตอบแทน ค่า เดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร อาหารว่างและเครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่สามารถเรียกใบเสร็จรับเงิน จากผู้ขายได้ พร้อมแนบสําเนาบัตรประชาชน สิ่งที่ต้องระบุ : ชื่อ หน่วยงาน ที่อยู่ วัตถุประสงค์ในการปฏิบัติงาน วัน เวลา สถานที่ และค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการดําเนินกิจกรรมนั้น ๆ เอกสารแนบ : ให้แนบเอกสารประกอบการเบิกจ่ายให้ครบถ้วนตามค่าใช้จ่ายแต่ละประเภทที่ได้ กล่าวแล้วในตารางสรุปหลักเกณฑ์ และเอกสารประกอบการเบิกจ่าย ๘. ใบรับคืนเงินยืม : เป็นเอกสารของเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีที่ออกให้กับผู้ยืมเงิ นที่มีเงินเหลือคืน จากการดําเนินงาน


๖๗ สิ่งที่ต้องระบุ : ชื่อผู้ยืมเงิน เลขที่เอกสารอ้างอิง ในช่องรายการให้ระบุว่าเป็นกิจกรรมอะไร วันเดือน ปี และสถานที่ ช่องจํานวนเงินต้องเท่ากับจํานวนเงินที่นํามาคืน และลงนามชื่อผู้คืนเงิน และผู้รับเงิน ใบสาคัญ ทะเบียนคุม และการรายงานทางการเงิน ใบสาคัญ ๑. ใบสาคัญรับ : ใช้เมื่อมีการรับเงิน เช่น รับคืนเงินยืม รับโอนเงินสนับสนุน ดอกเบี้ยรับ รายได้อื่นๆ ๒. ใบสาคัญจ่าย : ใช้เมื่อมีการจ่ายเงิน เช่น จ่ายเงินสนับสนุน ยืมเงินเป็นค่าใช้จ่ายจัดประชุม ยืมเงิน เป็นค่าเดินทางไปปฏิบัติงาน เบิกเงินค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ภายในสํานักงาน เป็นต้น ๓. ใบสาคัญทั่วไป : ใช้เมื่อไม่เข้ากรณีรับ -จ่ายเงิน เช่น โอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์ไปบัญชีกระแส รายวัน การคิดค่าเสื่อมราคา การปรับปรุงบัญชี เป็นต้น ทะเบียนคุม ๑. ทะเบียนคุมเช็ค : ใช้บันทึกเพื่อควบคุมการถอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์ และโอนไปตั้งจ่ายที่บัญชี กระแสรายวันเพื่อจ่ายเช็ค ๒. ทะเบียนคุมการรับจ่ายเงิน : ใช้บันทึกเพื่อควบคุมการรับจ่ายเงินให้ตรงกับบัญชีเงินฝากธนาคาร ๓. ทะเบียนคุมเงินสดย่อย : ใช้บันทึกการรับ จ่าย และเบิกชดเชยเงินสดย่อย ๔. ทะเบียนคุมวัสดุ : ใช้บันทึกยอดคงเหลือของวัสดุสํานักงานที่มีอยู่ เมื่อมีการสั่งซื้อต้องบันทึกเพื่อ เพิ่มยอด เมื่อมีการเบิกจ่ายต้องบันทึกตัดยอด และเมื่อสิ้นปีงบประมาณต้องตรวจนับวัสดุที่มีอยู่ จริงเปรียบเทียบกับทะเบียนคุมวัสดุสํานักงานต้องมียอดตรงกัน ๕. ทะเบียนคุมลูกหนี้เงินยืมทดรองจ่าย : ใช้บันทึกเพื่อควบคุมการยืมเงิน -การคืนเงิน ไม่ให้มีการยืม เงินซ้ําซ้อน และทราบว่าลูกหนี้คนใดยังไม่ได้คืนเงิน ๖. ทะเบียนคุมเลขที่เอกสารภายใน : ใช้บันทึกเลขที่สําหรับเอกสารที่ใช้ภายในองค์กร โดยออกเลข เรียงตามลําดับไปเรื่อยๆ เช่น บันทึกขออนุมัติจัดประชุม บันทึกขออนุมัติเบิกจ่ายเงิน ซึ่งการออก เลขของทะเบียนคุมเอกสารภายในจะยึดตามปีงบประมาณ เช่น สพฉ.น......./๒๕๕๓ จะเป็นการ ออกเลขในช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๕๒-กันยายน ๒๕๕๓ (ตรวจสอบ คิดว่าน่าจะใช้ปีปฏิทิน) ๗. ทะเบียนคุมเลขที่เอกสารภายนอก : ใช้บันทึกเลขที่สําหรับเอกสารที่ส่งออกไปนอกองค์กร โดยออก เลขเรียงตามลําดับไปเรื่อยๆ เช่น หนังสือเชิญประชุม ซึ่งการออกเลขของทะเบียนคุมเอกสาร ภายนอกจะยึดตามปีปฏิทิน เช่น สพฉ......../๒๕๕๑ จะเป็นการออกเลขในช่วงเดือนมกราคมธันวาคม ๒๕๕๑ สมุดบัญชี ๑. สมุดรายวัน : ใช้บันทึกรายการที่เกิดขึ้นทั้งด้านรับเงิน และด้านจ่ายเงิน โดยบันทึกเรียงตามลําดับ วันที่ที่เกิดรายการขึ้นตามหลักการบัญชีคู่ พร้อมทั้งอธิบายลักษณะรายการที่เกิดขึ้นให้ทราบโดยย่อ ๒. สมุดบัญชีแยกประเภท : แยกประเภทรายการที่มีลักษณะเดียวกันไปบันทึกไว้ในบัญชีเดียว กันให้ เป็นหมวดหมู่บัญชี เพื่อสามารถหายอดคงเหลือของบัญชีนั้น ๆ รายงานทางการเงิน ๑. งบการเงิน : ให้จัดทํางบแสดงฐานะการเงิน งบแสดงผลการดําเนินงานทางการเงิน งบกระแส เงิน สด และหมายเหตุประกอบงบการเงิน ๒. รายงานการใช้เงินสนับสนุน : เป็นแบบรายงานที่ สถาบัน กําหนดให้ผู้รับทุนต้องรายงานรายได้ และค่าใช้จ่าย เมื่องานแต่ละงวดแล้วเสร็จ โดยแยกตามกิจกรรม ประเภทค่าใช้จ่าย โดย เปรียบเทียบกับงบประมาณที่ได้รับ


๖๘ การหักภาษี ณ ที่จ่าย (สาหรับหน่วยงานที่ได้ขอเลขประจาตัวผู้เสียภาษีแล้วเท่านั้น บุคลากรภายใน เจ้าหน้าที่การเงินจะดําเนินการหักภาษีเงินได้บุคคลหัก ณ ที่จ่าย โดยจะจัดทํารายการเงินเดือนแจ้ง พนักงานเพื่อทราบทุกสิ้นเดือน ขั้นตอนทางสรรพากร ๑. ผู้รับ สัญญาจะทําหนังสือถึงสรรพากรเขตที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอเลขประจําตัวผู้เสียภาษี (โดยแนบ สําเนาทะเบียนบ้าน สําเนาบัตรประชาชนของผู้อํานวยการโครงการ สัญญาทางวิชาการ) ๒. ส่งรายชื่อพนักงาน พร้อมเลขที่บัตรเสียภาษีหรือเลขที่บัตรประชาชน ไปยังสรรพากรเขต (ตาม แบบฟอร์มของสรรพากร) ๓. หักภาษี ณ ที่จ่ายพนักงาน (ภงด.๑) โดยคํานวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า รวบรวมส่งตามแบบฟอร์ม ภาษี ส่งสรรพากรไม่เกินวันที่ ๗ ของทุกเดือน และสรรพากรจะมีใบเสร็จรวมของหน่วยงานให้ ๔. ทุกสิ้นปี (ไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์) ฝ่ายบริหารต้องรวบรวม ภงด.๑ ของพนักงานทุกคน จัดทําเป็น ภงด.๑ก ส่งสรรพากร ๕. เจ้าหน้าที่การเงินทําหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้พนักงาน บุคคลภายนอก การสนับสนุนงบประมาณเพื่อดําเนินการโครงการ/งานวิจัย สําหรับบุคคลภายนอก ทีมบริหารจัดการ ผู้ ประสานงาน เมื่อมีโครงการ/งานวิจัย/บุคคล ที่จะทําสัญญา จะต้องพิจารณาการหักภาษี ณ ที่จ่ายตาม เกณฑ์ที่กําหนด กล่าวคือ  บุคคลธรรมดา (ผู้รับทุน , หัวหน้าโครงการ) ที่ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ มีรายได้ตั้งแต่ ๑,๐๐๐ บาทขึ้นไป ให้หักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ ๓ ของค่าตอบแทน ยกเว้น ค่าเบี้ยประชุม  บริษัทฯ ห้างร้านที่เป็นนิติบุคคล ให้หักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ ๑ จากจํานวนเงินก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม มูลนิธิ ให้หักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ ๑ หรือตามหลักเกณฑ์ ข้อบังคับของมูลนิธินั้น ๆ ซึ่งต้องขอ หลักฐานแนบกับสัญญา/สัญญาด้วยทุกครั้ง (ถ้ามูลนิธิที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี ให้แนบเอกสาร ที่ได้รับยกเว้นด้วย) ขั้นตอนทางสรรพากร ๑. ฝ่ายบริหารฯ จัดทํา ภงด. ๓ (บุคคลธรรมดา) ส่งสรรพากร ด้วยขั้นตอนเช่นเดียวกับ ภงด.๑ ๒. ฝ่ายบริหารฯ จัดทํา ภงด. ๕๓ (บริษัทฯ, ห้างร้านที่เป็นนิติบุคคล และมูลนิธิ ) ส่งสรรพากร ด้วย ขั้นตอนเช่นเดียวกับ ภงด.๑ ๓. ทุกสิ้นปี (ไม่เกินเดือนมกราคม) ฝ่ายบริหารต้องรวบรวม ภงด. ๓ ของนักวิชาการทุกคน จัดทําเป็น ภงด. ๓ ก. ส่งสรรพากร หมายเหตุ ๑. การออกใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายของพนักงานประจํา ให้ออกใบรับรองฯ เมื่อสิ้นปีภาษี ๒. การออกใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายของบุคคลธรรมดา บริษัทฯ ห้างร้านที่เป็นนิติบุคคล และ มูลนิธิ ให้ออกใบรับรองฯ ทุกครั้งที่จ่ายเงิน



คู่มือบริหารงานวิจัย