Page 1

รถยนต์ใหม่และมือสองในประเทศปี ’56

CURRENT ISSUE

เผชิญแรงกดดันรอบด้าน ... คาดทัง้ ปีหดตัว

วันที่ 18 กรกฏาคม 2556

ปีที่ 19 ฉบับที่ 2385

ประเด็นสาคัญ  จากแรงส่งของนโยบายการคืนภาษีรถยนต์คันแรกที่กาลังจะหมดลง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ตลาดรถยนต์ในประเทศทั้งปี 2556 น่าจะหดตัวลงร้อยละ 10 ถึง 15 คิดเป็นจานวนยอดขาย รถยนต์ 1.22–1.29 ล้านคัน โดยทิศทางการหดตัวในระดับตัวเลข 2 หลัก จะมีให้เห็นนับจากนี้ไป ถึงอย่างน้อยในช่วงไตรมาส 1 ปี 2557  รถยนต์นั่งจะมีส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้นในปีนี้สู่ระดับกว่าร้อยละ 49 จากเดิมที่ร้อยละ 47.6  ส่วนตลาดรถยนต์มือสอง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่ามีโอกาสหดตัวได้สูงเช่นกัน หลังจาก ทั้ง ยอดขายและราคาขายปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดอาจฟื้นตัวได้บ้างในช่วงปลายปี หาก ระดับราคาขายและรูปแบบการให้สินเชื่อสามารถแข่งขันกับแคมเปญของตลาดรถยนต์ใหม่ได้

ยอดขายรถยนต์ใหม่ในประเทศ ปี’56…คาดหดตัวร้อยละ 10-15 จบครึ่งแรกปี 2556 ตลาดรถยนต์ในประเทศของไทยปิดตัวเลขอย่างสวยงามที่ยอดขาย 740,795 คัน ขยายตัวสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าถึงร้อยละ 22 โดยรถยนต์นั่งซึ่งถือครองส่วนแบ่งกว่าร้อยละ 48 ของตลาดรวมทั้ง ประเทศขยายตัวกว่าร้อยละ 36 ขณะที่รถเพื่อการพาณิชย์ขยายตัวเช่นกันที่ร้อยละ 11 ทั้งนี้เป็นผลมาจากการเร่ง ส่งมอบรถยนต์ให้กับผู้จองซื้อรถยนต์ภายใต้นโยบายการคืนภาษีรถยนต์คันแรกที่สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ซึ่งนโยบายการคืนภาษีรถยนต์คันแรกนี้ แม้ว่าจะส่งผลดีต่อตลาดในแง่ของยอดขายรถยนต์ในประเทศที่พุ่ง ขึ้นอย่างมากในช่วงปีกว่า 1 ปี ที่ผ่านมา แต่จากผลของนโยบายที่ทาให้มีการดึงอุปสงค์ล่วงหน้ามาใช้ ศูนย์วิจัย กสิกรไทยมองว่า ตลาดรถยนต์ในประเทศช่วงหลังจากหมดแรงกระตุ้นจากนโยบายการคืนภาษีรถยนต์ คันแรก จะเริ่มมีทิศทางที่หดตัวลงอย่างชัดเจนในระดับตัวเลข 2 หลัก ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2556 นี้เป็น ต้นไปถึงอย่างน้อยในเดือนมีนาคม 2557 ซึ่งปัจจัยลบที่จะเข้ามากระทบตลาดรถยนต์ในประเทศช่วงครึ่งหลัง ของปีนี้ยังรวมไปถึง การยกเลิกใบจองซื้อรถในโครงการรถยนต์คันแรก ซึ่งจากข้อมูลของผู้ประกอบการพบว่า ปัจจุบันน่าจะอยูท่ ี่เฉลี่ยร้อยละ 20 และการเลื่อนรับรถอีกร้อยละ 10 ถึง 20 แม้ตลาดจะมีปัจจัยลบอยู่รอบด้าน แต่ปัจจัยบวกที่สาคัญซึ่งทยอยเข้ามากระตุ้นตลาดในขณะนี้อย่างการ ระดมจัดแคมเปญกระตุ้นตลาดในรูปแบบต่างๆของแต่ละค่ายรถ รวมถึงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆออกมาดึงดูด ความสนใจของผู้ บริโภคอย่างต่อเนื่องนี้ น่าจะมีส่ วนช่วยผลัก ดันตลาดให้สามารถประคองตัวเลขยอดขาย


2

รถยนต์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2556 นี้ไม่ติดลบลงไปมากกว่าที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยคาดการณ์เอาไว้ที่ หดตัวประมาณร้อยละ 35 ถึง 40 หรือคิดเป็นยอดขายรถยนต์ประมาณ 480,000 ถึง 550,000 คัน คัน 500,000

%

ยอดขายรถยนต์ในประเทศ

400,000 300,000 200,000 100,000

%YoY

-57 f

Q1

-56 f

Q4

-56 f

-56

ยอดขาย (คัน)

Q3

-56

Q2

Q1

-55 Q4

-55

-55 Q3

Q2

Q1

-55

0

300 250 200 150 100 50 0 -50 -100

สัดส่วนยอดขายรถยนต์ในประเทศ Others 6%

PC<1,500cc 35%

Pickup 45% PC >1,500cc 14%

ที่มา: สถาบันยานยนต์ คาดการณ์โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ทั้งนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ยอดขายรถยนต์ในประเทศนับจากนี้ไปจะทยอยหดตัวลงไปอีกจากระดับ ปัจจุบัน (ยอดขายเดือนมิถุนายน 2556 อยู่ที่ 105,217 คัน) โดยนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมซึ่งจะมีปัจจัยเรื่องฤดู มรสุมและการส่งมอบรถยนต์คันแรกที่คาดกันว่าจะทยอยส่งมอบได้เสร็จสิ้นในเดือนตุลาคมนี้ที่เข้ามาฉุดยอดขาย ให้ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่งาน Motor Expo 2013 ช่วงปลายปีจะกลับมาเป็นปัจจัยบวกที่ดึงยอดขาย รถยนต์ให้ ขยับขึ้ นในช่วงเดือนสุดท้า ยของปี และท้ ายที่ สุ ดหากไม่มีปัจจั ยลบเพิ่มเติมใดๆ ก็ คาดว่ า ยอดขาย รถยนต์ในประเทศปี 2556 นี้ อาจยังคงรักษาระดับที่สูงกว่า 1,200,000 คัน โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาด ว่าจะทาได้ใกล้เคียงระดับที่เคยประเมินไว้ในช่วงต้นปีที่ ประมาณ 1,220,000 ถึง 1,290,000 คัน หรือหด ตัวระหว่างร้อยละ 10 ถึง 15 จากปีก่อนที่มียอดขายสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1,434,752 คัน โดยหากแยก ประเภทรถยนต์แล้ว คาดว่ารถยนต์นั่งซึ่งในปีนี้จะขยับสัดส่วนสูงขึ้นจากร้อยละ 47.6 มาอยู่ที่กว่าร้อยละ 49 นั้น จะมียอดขายประมาณ 604,000 ถึง 638,000 คัน หรือหดตัวประมาณร้อยละ 7 ถึง 12 ส่วนรถยนต์เพื่อการ พาณิชย์จะมียอดขายประมาณ 616,000 ถึง 652,000 คัน หรือหดตัวถึงประมาณร้อยละ 13 ถึง 18

ตลาดรถยนต์มือสอง ปี’56 ยังถูกกระทบหนัก... ราคาและแนวทางการให้สินเชื่อที่แข่งขันได้ อาจช่วยพยุงตลาดหลังสิ้นรถยนต์คันแรก ในส่วนของตลาดรถยนต์มือสองช่วงที่ผ่านมา จะเห็นว่าได้รับผลกระทบอย่างมากทั้งในด้านยอดขายและ ราคาขายที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จากทั้งการเข้ามาสู่ตลาดของรถยนต์อีโคคาร์ นโยบายการคืนภาษีรถยนต์คัน แรก และล่าสุดจากแคมเปญกระตุ้นยอดขายของค่ายรถที่ออกมาในช่วงภาวะตลาดซบเซา ซึ่งคาดว่าจะ ยังคง ทยอยออกมาให้เห็นอีกอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ที่อาจจูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจหันไปซื้อรถยนต์ใหม่ กันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี หลังจากผลของนโยบายรถยนต์คันแรกสิ้นสุดลง สภาพตลาด รถยนต์ในประเทศเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น และเมื่อระดับราคารถมือสองลดลงไปถึงจุดที่แข่งขันได้กับรถยนต์ใหม่ รวมถึงการให้สินเชื่อรถมือสองมีความยืดหยุ่นมากพอที่จะแข่งขันกับแคมเปญกระตุ้นยอดขายของรถยนต์ใหม่ได้ ก็คาดว่าตลาดรถยนต์มือสองน่าจะเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวขึ้นมาได้บ้าง

CURRENT ISSUE


3

อย่ า งไรก็ ต าม หากจะมองสภาพตลาด 14 รถยนต์มือสองโดยรวมทั้งปีแล้ว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย 2,000,000 12 ยั ง คงมองว่ า ปี 2556 นี้ น่ า จะยั ง เป็ น อี ก ปี ที่ 10 1,500,000 ยากล าบากส าหรั บ ธุ ร กิ จ ขายรถยนต์ มื อ ส อง 8 1,000,000 6 โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีเงินทุนหมุนเวียนไม่มาก และที่มี 4 500,000 สต็อกรถยนต์เก่าที่รับซื้อมาก่อนปี 2555 และยังปล่อย 2 0 0 ไม่ออกจานวนมาก ซึ่งในปี 2556 นี้ คาดว่ายอดโอน 2008 2009 2010 2011 2012 เปลี่ยนกรรมสิทธิ์การถือครองรถยนต์ จะมีโอกาส ยอดโอน (คัน) %YoY หดตัว จากที่เริ่มมีสัญญาณให้เห็นในปี 2555 ที่ยอด * เฉพาะรถยนต์นั่งและรถบรรทุกส่วนบุคคลตามสถิติกรมการขนส่งทางบก ที่มา: กรมการขนส่งทางบก รวบรวมโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย โอนรถยนต์ขยายตัวเพียงร้อยละ 1.9 เท่านั้น ทั้งนี้ ตลาดรถปิกอัพมือสอง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายรถยนต์คันแรกน้อยกว่ารถยนต์นั่ง รวมถึงรถเพื่อการพาณิชย์อื่นๆที่เป็นรถมือสอง และรถยนต์นั่งมือสองขนาดกลางและใหญ่ ซึ่งไม่อยู่ในกลุ่มได้รับ ประโยชน์จากนโยบายรถยนต์คันแรก น่าจะเป็นกลุ่มที่ฟื้นตัวได้ก่อน ขณะที่ รถยนต์นั่งมือสองขนาดเล็กน่าจะเป็น กลุ่มที่ตลาดฟื้นตัวได้ช้ากว่ากลุ่มอื่น อย่างไรก็ตาม คงต้องติดตามในช่วง 5 ปีข้างหน้า หากมีรถยนต์ในโครงการ รถยนต์คันแรกที่สถาบันการเงินยึดไป ซึ่งรถยนต์มือสองสภาพดีออกมาสู่ตลาดเป็นจานวนมาก ก็น่าจะเพิ่มความ คึกคักให้แก่ตลาดรถยนต์มือสองได้มากพอสมควร กล่าวโดยสรุปแล้ว ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ยอดขายรถยนต์ใหม่และรถยนต์มือสองของไทยในปี 2556 นี้ แม้ว่าจะมีโอกาสหดตัวลงจากปีก่อนค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม ทิศทางการหดตัวดังกล่าวคาดว่าจะ เกิดขึ้นเพียงระยะสั้น โดยเป็นผลมาจากนโยบายการคืนภาษีรถยนต์คันแรกที่ดึงอุปสงค์ในอนาคตมาใช้เป็นสาคัญ ซึ่งตลาดรถยนต์ช่วงหลังจากนี้ไปแม้จะยังคงหดตัวต่อไปจนถึงอย่างน้อยช่วงต้นปี 2557 แต่ก็จะเป็นช่วงของการ ปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ โดยในระยะปานกลาง การเติบโตของรายได้ประชากร โดยเฉพาะในท้องที่ต่างจังหวัด รวมถึงการขยายตัวของธุรกิจโลจิสติกส์ที่จะเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน และการนาเสนอรถยนต์ ขนาดเล็กรุ่นใหม่ๆที่จะทยอยออกมาสู่ตลาดเพิ่มขึ้นในอนาคตสอดรับกับทิศทางพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ไป น่าจะยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดรถยนต์ในประเทศให้ขยายตัวได้ต่อไปในอนาคต โดยในภาวะที่ ตลาดยั งอยู่ ใ นช่ วงปรั บ ตัวสู่ ภ าวะปกตินี่ เอง ธุ ร กิ จ ที่ เกี่ ย วข้ องซึ่ งอาจได้รั บ ผลกระทบ โดยเฉพาะธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ ธุรกิจขายรถยนต์มือสอง และธุรกิจลีสซิ่ง เป็นต้น อาจจาเป็นต้องปรับตัวเพื่อ รับมือกับการหดตัวดังกล่าวไปอีกระยะหนึ่ง โดยเฉพาะการบริหารสต็อกรถยนต์ การปรับลดต้นทุน และการบริหาร ความเสี่ยงต่างๆ คัน 2,500,000

ยอดโอนเปลี่ยนกรรมสิทธิร์ ถยนต์* รวมทัง้ ประเทศ % 16

-----------------------------------------Disclaimer รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทาเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทาขึ้นจากแหล่งข้ อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูก ต้อง ความ น่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงข้อมูลได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้ องแจ้งให้ทราบ ล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณของตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิด ต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็นหรือคาแนะนาในการตัดสินใจทาง ธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

CURRENT ISSUE

ตลาดรถยนต์เผชิญแรงกดดันรอบด้าน 56  
Advertisement