Issuu on Google+


2

สำ�นักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๙ พิษณุโลก

บรรณาธิการ...ทักทาย สวัสดีค่ะ จุลสาร สคร.๙ ฉบับแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ช่วง เดือนตุลาคม – พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ต้อนรับปีงบประมาณใหม่พร้อมกับ สายลมหนาว และเทศกาลลอยกระทงในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ จึงมี เรื่องเด่นประจำ�ฉบับคือ “ลอยกระทงปลอดเหล้า” โดยคุณวิรัช ประวันเตา หัวหน้ากลุ่มพัฒนาภาคีเครือข่ายฯนอกจากนี้ สคร.๙ ยังได้นำ�เสนอสรุป ผลการทำ�งานของเราในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา โดยคุณอุษารัตน์ ติดเทียน นักวิชาการสาธารณสุข กลุ่มพัฒนาองค์กร ตามด้วย สคร.๙ ขอเล่าเรื่อง “ชีวิตที่ตายทั้งเป็น” จากคุณจิตติมา ศรศาสตร์ปรีชา นักสังคม สงเคราะห์ กลุ่มพัฒนาวิชาการ และพบกับ สรรสาระที่น่าสนใจ “เสพติด Face book” โรคยุคใหม่ Digital ที่เราส่วนใหญ่เกือบทุกคนนิยมใช้งานกัน โดยคุณอโนชา พัวสุวรรณ์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ กลุ่มแผนงานและ ประเมินผล ต่อด้วยบทความเบาๆ สบายๆ ชวนกันไปเที่ยว “เก็บรูปสวย ผ่านทางสายหมอก” ในช่วงหน้าหนาวที่เพชรบูรณ์ กับคุณตุลยะ กาสยานนท์ ผู้ประสานงานกองทุนโลกด้านวัณโรค ปิดท้ายแบบสนุกและมีรางวัลกับ “มุมนี้มีรางวัล” และภาพกิจกรรม โดยคุณกรรณิกา โพธาเจริญ กลุ่มพัฒนา วิชาการ สำ�หรับท่านผู้สนใจงานวิชาการ บทความ องค์ความรู้ ข้อมูลที่เป็น ประโยชน์ในการพัฒนางานป้องกันควบคุมโรค พื้นที่สาธารณสุขเขต ๑๗ ขอเชิ ญ ส่ ง บทความเพื่ อ เผยแพร่ ใ ห้ แ ก่ ห น่ ว ยงานมาได้ ต ามแบบฟอร์ ม ท้ายเล่มนะคะ

จุลสาร สคร.๙ พิษณุโลก

สำ�นักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๙ จังหวัดพิษณุโลก ๓๐๖ หมู่ ๕ ถ.พิษณุโลก-วัดโบสถ์ ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ๖๕๐๐๐ โทร. ๐๕๕ ๒๑๔๖๑๕-๗ http://dpc9.ddc.moph.go.th

คณะที่ปรึกษา ประกอบด้วย

ผู้อำ�นวยการ สำ�นักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๙ จังหวัดพิษณุโลก l รองผู้อำ�นวยการ สำ�นักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๙ จังหวัดพิษณุโลก l หัวหน้าศูนย์/กลุ่ม/ สำ�นักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๙ จังหวัดพิษณุโลก l

บรรณาธิการ

ดร.นิรมล

พิมน้ำ�เย็น

กองบรรณาธิการ

นายชาตรี นางสุรีพร นางสาววิลาวัลย์ นางวรรณา นายธเนศพล นางสาวกรรณิกา นายตุลยะ นายอโนชา

อินใหญ่ วรศรีหิรัญ พุ่มอยู่ ภู่เสม ภูทองปิด โพธาเจริญ กาสยานนท์ พัวสุวรรณ์

วัตถุประสงค์

๑. เพื่ อ เผยแพร่ ข้ อ มู ล ข่ า วสารและความรู้ วิชาการ เทคโนโลยีด้านป้องกันควบคุมโรค ๒. เป็ น สื่ อ กลางในการแลกเปลี่ ย นความรู้ และประสบการณ์ในการดำ�เนินงานป้องกัน ควบคุมโรคของผู้ปฏิบัติงาน ด้านสาธารณสุขทั้งภาครัฐและเอกชน


ลอยกระทง ปลอดเหล้า

วิรัช ประวันเตา

หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาภาคีเครือข่าย

จากมหั น ตภั ย ที่ เ กิ ด ขึ้น อยู่ ใ นขณะนี้ ไ ด้ ส ร้ า ง ความเดือดร้อนอย่างแสน สาหั ส ให้ กั บ ประชาชน คนไทยเป็ น จำ � นวนมาก ทัง้ ไร้ทอ่ี ยูอ่ าศัย ขาดแคลน อาหารและน้�ำ ดืม่ โดยได้รบั อิทธิพลอุทกภัย เริม่ จากภาคเหนือสร้างผลกระทบอย่างมากกับภาคเหนือ ตอนล่างจนเกิดแนวความคิดใช้อำ�เภอบางระกำ�จังหวัดพิษณุโลกเป็น โมเดลในการแก้ไขปัญหาน้�ำ ท่วมระยะยาว และท้ายทีส่ ดุ เกิดผลกระทบ อย่างแสนสาหัสกับผู้คนในเมืองหลวงและปริมณฑล ส่งผลกระทบไป ทั่วโลกเนื่องจากประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารป้อนสาธารณชน เป็นอันดับต้นๆ หลายคนต้องการใช้โอกาส ในประเพณีลอยกระทง ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ ขอขมาแม่พระคงคา พร้อมกับอธิษฐาน ให้แม่พระคงคาช่วยนำ�พาให้สถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายโดยเร็ววัน เทศกาลลอยกระทงเป็นประเพณีที่อยู่กับ คนไทยมาช้านาน ซึ่งตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ� เดือน ๑๒ ตามปฏิทินจันทรคติไทย โดย ถือกำ�เนิดขึ้นตั้งแต่สมัยสุโขทัย เพื่อเป็นการขอขมาแม่พระคงคา ลอยทุกข์โศกให้พน้ ไปจากครอบครัวและตัวเอง รวมทัง้ ระลึกถึงบุญคุณ ของน้ำ�ที่มีประโยชน์อเนกอนันต์ต่อคนไทย ดังนั้น เพื่อให้ประเพณี ลอยกระทงนี้คงความงดงามตลอดไป สำ�นักงานคณะกรรมการ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำ�นักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๙ จังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้าเขตภาคเหนือ และ สำ�นักงานสาธารณสุขจังหวัด ได้มีการรณรงค์ ช่วงวันที่ ๙ – ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ และเฝ้าระวังทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขอความร่วมมือและจัดทำ�แผนงาน โครงการไปยังแต่ละจังหวัดให้จัดงานลอยกระทงปลอดเหล้า-บุหรี่ มาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือจากหลายจังหวัดเป็น อย่างดี โดยมีการเจตนารมณ์ชัดเจน ว่าช่วงจัดงานประเพณีลอย กระทงจะควบคุม ห้ามดื่มและจำ�หน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงาน ซึ่งปีนี้ได้รับความร่วมมือจาก ภาคส่วนราชการและภาคเอกชน ๕ จังหวัดในพื้นที่สาธารณสุขเขต ๑๗ ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย ตาก อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์ เชือ่ ว่าคนส่วนใหญ่คงใช้โอกาสในวันลอยกระทงปีนก้ี ลับมาพักใจ

หนีน้ำ�ท่วมจากเมืองหลวง และภาคกลาง มาพึ่งไออุ่นจากการทำ� กิจกรรมดีๆ จากพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ที่ช่วยทำ�ให้ลืมความทุกข์ ไปชั่วคราว เพื่อจะได้มีพลังกลับไปเยียวยาในช่วงหลังน้ำ�ลด อีกทั้ง อาจจะใช้โอกาสนี้ขอขมาแม่พระคงคาด้วยวิธีต่างๆ จากการติดตาม และการประสานงานของสำ�นักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๙ จังหวัด พิษณุโลก ได้รับมูลดังนี้ จังหวัดพิษณุโลก เป็นจังหวัดที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นจังหวัดที่สามารถบริหาร จัดการแก้ปัญหาป้องกันมวลน้ำ�มิให้ท่วมเทศบาลที่เป็นเขตเศรษฐกิจ ได้ ดำ � เนิ น การขั บ เคลื่ อ นเพื่ อ ยั บ ยั้ ง ปั ญ หาเครื่ อ งดื่ ม แอลกอฮอล์ ตามโครงการจังหวัดพิษณุโลก เมืองสุขภาพดีปลอดบุหรี่และเหล้า ทั้งนี้ได้รับมอบเป็นนโยบายจาก ดร.ปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการ จังหวัดพิษณุโลก และดร.เปรมฤดี ชามภูนท นายกเทศมนตรี เทศบาลนครพิษณุโลก โดยขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้งด เว้นการจำ�หน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ตามพระราชบัญญัติควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในบริเวณการจัดงานที่สวนสาธารณะชมน่าน วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดหลวงพ่อพระพุทธชินราช) และหน้า มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่ง มีสำ�นักงานสาธารณสุขจังหวัดและเทศบาลนครเป็นแกนนำ� ในการ เฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายสำ�หรับผู้ละเมิดอย่างเคร่งครัด เจ้ า หน้ า ที่ จ ากสำ � นั ก งานป้ อ งกั น ควบคุมโรคที่ ๙ พิษณุโลก สำ�นัก งานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก และเครือข่ายองค์กรงดเหล้าออก เฝ้าระวัง

จังหวัดสุโขทัย ประชุมผลักดันนโยบาย“งานประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่น ไฟปลอดเหล้า-บุหรี่”

นายปิติ แก้วสลับสี รองผู้ว่าราชการ จังหวัดสุโขทัย ซึ่งมาเป็นประธานแทนผู้ว่าราชการจังหวัด สคร.๙ ปีที่ ๗ ฉบับที่ ๑ เดือนตุลาคม - พฤศจิกายน

3


6

สำ�นักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๙ พิษณุโลก

ในเวที ป ระชุ ม คณะกรรมการควบคุมเครื่อ งดื่มแอลกอฮอล์ ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัด โดยเวทีวิชาการผลักดันนโยบาย ครั้งนี้ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนกันที่จังหวัดสุโขทัย เพื่อร่วมหารือวาง แนวทางผลักดันนโยบาย “งานประเพณีลอยกระทงปลอดเหล้า” เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสุโขทัย นัดหมายให้ผู้เข้าร่วมเดินทาง มาร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น ๒ สำ�นักงานสาธารณสุขจังหวัด ส���โขทัย โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ได้แก่ เครือข่ายสื่อมวลชนสถานีวิทยุ ชุมชน ๑๒ สถานี เจ้าหน้าที่สำ�นักงานสาธารณสุขจังหวัดที่เกี่ยวข้องใน การจัดงานลอยกระทง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายเยาวชน จังหวัดสุโขทัย และพี่น้องเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ๘ จังหวัดภาคเหนือ ตอนล่าง ร่วมสังเกตการณ์พร้อมกับแสดงความเห็นที่เป็นประโยชน์ ร่วมในเวทีครั้งนี้ด้วยเช่นกัน จังหวัดสุโขทัย ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สำ�นักงาน กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑๒๕๕๓ เป็นระยะเวลา ๓ ปี โดยในปีนี้ ทางจังหวัดสุโขทัย ไม่ได้รับงบ ประมาณสนับสนุน ทั้งนี้เป็นความต้องการของจังหวัดสุโขทัย เพราะ เห็นผลถึงความสำ�เร็จในการจัดงานมาแล้ว ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ และจังหวัดสามารถดำ�เนินการได้ อย่างไรก็ตามจังหวัดได้รับการ สนับสนุนงบประมาณจากสำ�นักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์เพื่อให้มีการเฝ้าระวังบังคับใช้สำ�หรับผู้ที่ละเมิดกฎหมาย การเฝ้าระวังควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี ๒๕๕๑ ในกิจกรรมงานประเพณี เผา เทียน เล่นไฟ ลอยกระทง ระหว่างวันที่ ๘-๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ โดยส่วนกลางส่งทีมเข้าสมทบเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการดำ�เนิน งานด้วย

จังหวัดตาก นายสมชาย เพ็ชรประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองตาก งาน ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป ๑,๐๐๐ ดวง เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนืองในวโรกาสทรงเจริญพระ ชนม-พรรษา ๗ รอบ ซึ่งมีการจัดประจำ�ทุกปี ณ บริเวณริมแม่น้ำ� ลานกระทงสายเชิงสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี ตำ�บล ระแหง อำ�เภอเมือง จังหวัดตาก งานลอยกระทงสายของจังหวัดตาก มีเอกลักษณ์เฉพาะแตกต่างจากที่อื่น ประกอบกับแม่น้ำ�ปิงที่ไหลผ่าน จังหวัดตากจะมีสันทรายใต้น้ำ�ทำ�ให้เกิดเป็นร่องน้ำ�ที่สวยงามเป็น ธรรมชาติ เพื่อนำ�กระทงลอย กระทงจะไหลไปตามร่องน้ำ�ดังกล่าว ทำ�ให้ดูเป็นสายยาวต่อเนื่อง มีแสงไฟในกะลาส่องแสงระยิบระยับเต็ม ท้องน้ำ� และได้พัฒนารูปแบบจาการลอยในชุมชนมาเป็นการแข่งขัน

กระทงสายไหลประทีป ๑,๐๐๐ ดวง โดยในปี ๒๕๕๐ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลให้กับเทศบาล เมืองตาก เพื่อเป็นรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันการลอยกระทงสาย มาจนถึงปัจจุบัน และได้นำ�การลอยกระทงในลักษณะนี้แสดงในงาน สำ�คัญๆ ของประเทศหลายครั้ง เช่น ในการประชุม APEC ๒๐๐๓ ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๔๖ จังหวัดตากและ เทศบาลเมืองตาก ได้นำ�กระทงสายไปลอยในแม่น้ำ�เจ้าพระยาเพื่อให้ ผู้เข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำ� APEC ๒๐๐๓ ได้ชมกัน มีการถ่ายทอด สดให้คนทั่วโลกได้ชม ผู้ได้ชมงาดังกล่าวเกิดความประทับใจ และ ในวโรกาสมหามงคลเฉลิ ม พระชนมพรรษาสมเด็ จ พระนางเจ้ า ฯ พระบรมราชินีนาถทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗๒ พรรษา จังหวัดตาก ได้นำ�กระทงสายเข้าร่วมงาน “ราตรีแก้วตาดวงใจ เทิดไท้ ๗๒ พรรษา พระบรมราชินีนาถ” เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๔๗ เพื่อลอยถวาย ทอดพระเนตร ซึ่งประสบความสำ�เร็จอย่างงดงาม เป็นความภาค ภูมิใจของชาวจังหวัดตากเป็นอย่างมาก ปี ๒๕๕๓ นี้ เทศบาลเมือง ตาก ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดงาน ร่วมกับ จังหวัดตาก การนี้ได้มีการกำ�หนดการจัดงานตั้งแต่วันที่ ๙-๑๒ พฤศจิกายน และมี ก ารกำ � หนดพื้ น ที่ ใ นการจั ด งานให้ เ ป็ น สถานที่ ห้ า มดื่ ม ห้ า ม ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามพระราชบัญญัตควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ปี ๒๕๕๑ และสถานที่ห้ามสูบบุหรี่ในพื้นที่การจัดงาน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ ปี ๒๕๓๕ งานนี้ สำ�นักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่งทีมเข้าร่วม ในการเฝ้าระวังเช่นกัน จังหวัดอุตรดิตถ์ เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ จัดงานเทศกาลลอยกระทงประจำ�ปี ๒๕๕๔ ระหว่างวันที่ ๕-๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ณ บริเวณลาน อเนกประสงค์ริมน่าน โดยร่วมกับชมรมผู้ประกอบการค้าอาหาร จังหวัดอุตรดิตถ์ จัดมหกรรมอาหารปลอดภัยเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่ง ของงานด้วย ในปีนี้ชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัด ได้ประสาน ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ จากสำ�นักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และสำ�นักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยจัดทำ�โครงการมหกรรมอาหารปลอดภัย “ลอยกระทงสุขใจ อร่อย ได้ไร้แอลกอฮอล์” งานเทศกาลลอยกระทงเมืองอุตรดิตถ์ ประจำ�ปี ๒๕๕๔ เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับการประกอบการร้าน อาหารตามาตรฐานสุขาภิบาลร้านอาหาร “โครงการอาหารสะอาด รสชาติอร่อย” (clean food good taste) โดยปราศจากเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ถึงเวลาหรือยังที่ภาคีเครือข่ายหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายองค์กรเอกชนจะได้มาจับมือกันในการ สร้างค่านิยมในสังคมให้เป็น “งานลอยกระทงปลอดเหล้า”


วิจิตรา สุริวินิจ

นิติกร กลุ่มบริหารงานทั่วไป

สถานที่ห้ามบริโภค เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เนื่องจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ ครอบครัว อุบัติเหตุและอาชญากรรม ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมและ เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ สมควรกำ�หนดมาตรการต่าง ๆ ใน การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงได้มีประกาศใช้พระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.๒๕๕๑ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เพื่อป้องกันประชาชนกระทำ�ผิด พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.๒๕๕๑ จึงเห็นควร มีการเผยแพร่ข้อกฎหมายที่สำ�คัญตามพระราชบัญญัตินี้ กรณีสถานที่ ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ตามมาตรา ๓๑ พระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.๒๕๕๑ บัญญัติว่า “ห้ามมิให้ผู้ใด บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่หรือบริเวณดังต่อไปนี้ (๑) วัดหรือสถานที่สำ�หรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา เว้นแต่ เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทางศาสนา คำ�ว่า “เว้นแต่เป็นส่วนหนึ่ง ของพิธีกรรมทางศาสนา” หมายถึง พิธีกรรมที่ได้บัญญัติไว้ว่าต้องมี การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันเป็นเนื้อแท้ของพิธีกรรมนั้นๆ ซึ่ง ในปัจจุบันมีเพียงพิธีศีลมหาสนิทของศาสนาคริสต์เท่านั้น (๒) สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ สถานพยาบาลตาม กฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล และร้านขายยาตามกฎหมายว่าด้วย ยา ยกเว้นบริเวณทีจ่ ดั ไว้เป็นทีพ่ กั ส่วนบุคคล “สถานบริการสาธารณสุข ของรัฐ” คือ สถานบริการสาธารณสุข ให้บริการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันควบคุมโรครักษาพยาบาล และฟื้นฟูสภาพ ที่อยู่ในความ ควบคุมดูแลรัฐ เช่น โรงพยาบาลหรือสถานีอนามัยของรัฐสำ�นักงาน สาธารณสุขจังหวัดและสำ�นักงานป้องกันควบคุมโรค “สถานพยาบาล ตามกฎหมายว่ า ด้ ว ยสถานพยาบาล”ตามพระราชบั ญ ญั ติ ส ถาน พยาบาล พ.ศ.๒๕๔๑ มาตรา ๔ ให้นิยามคำ�ว่า “สถานพยาบาล” หมายความว่า สถานที่รวมตลอดถึงยานพาหนะซึ่งจัดไว้เพื่อการ ประกอบโรคศิ ล ปะตามกฎหมายว่ า ด้ ว ยการประกอบโรคศิ ล ปะ การประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม การประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ตาม กฎหมาย ว่าด้วยวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ การประกอบวิชาชีพ ทันตกรรมตามกฎหมายว่าด���วยวิชาชีพทันตกรรม การประกอบวิชาชีพ กายภาพบำ�บัดตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพกายภาพบำ�บัด หรือการ ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเทคนิค การแพทย์ ทั้งนี้ โดยกระทำ�เป็นปกติธุระไม่ว่าจะได้รับประโยชน์ ตอบแทนหรือไม่ แต่ไม่รวมถึงสถานที่ขายยาตามกฎหมายว่าด้วยยา

ซึ่งประกอบธุรกิจการขายยาโดยเฉพาะ “ร้านขายยาตามกฎหมายว่า ด้วยยา” หมายถึง สถานที่ขายยาซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ขายยาจากผู้มี อำ�นาจออกใบอนุญาต ซึ่งได้แก่ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและ ยาหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณี (๓) สถานที่ราชการ ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เป็นที่พักส่วนบุคคล หรือสโมสร หรือการจัดเลี้ยงตามประเพณี กรณีจัดเลี้ยงตามประเพณี ต้องมีองค์ประกอบ ๒ ประการ คือ ๑. เป็นการจัดให้มีการ เลี้ยงอาหารโดยไม่มีการซื้อขาย และ ๒. เป็นประเพณี คือเป็น ขนบธรรมเนียมหรือจารีตที่ยึดถือปฏิบัติสืบทอดร่วมกันมาจนกลาย เป็นคุณค่าที่ยอมรับกันในสังคมทั่วไป เช่น งานแต่งงาน เป็นต้น (๔) สถานศึ ก ษาตามกฎหมายว่ า ด้ ว ยการศึ ก ษาแห่ ง ชาติ ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เป็นที่พักส่วนบุคคลหรือสโมสร หรือการจัดเลี้ยง ตามประเพณี หรือสถานศึกษาที่สอนการผสมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และได้รบั อนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ “สถานศึกษา ที่สอนการผสมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ” มีองค์ประกอบ คือ ๑. ต้องมีการจัดการ เรียนการสอนเรื่องการผสมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ ๒. ต้องได้รับ อนุญาตตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ (๕) สถานี บ ริ ก ารน้ำ � มั น เชื้ อ เพลิ ง ตามกฎหมายว่ า ด้ ว ยการ ควบคุมน้ำ�มันเชื้อเพลิงหรือ ร้านค้าในบริเวณสถานีบริการน้ำ�มัน เชื้อเพลิง “สถานีบริการน้ำ�มันเชื้อเพลิง” หมายความรวมถึงสถานี บริการก๊าช สถานีบริการน้ำ�มัน หรือสถานีบริการสิ่งอื่นที่ใช้หรืออาจ ใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือสิ่งหล่อลื่นทุกชนิด รวมถึงปั้มหลอดที่มีการเก็บ น้ำ�มันเชื้อเพลิงไว้เพื่อให้บริการน้ำ�มันเชื้อเพลิงแก่ยานพาหนะด้วย (๖) สวนสาธารณะของทางราชการที่จัดไว้เพื่อการพักผ่อน ของประชาชนโดยทั่วไป มีองค์ประกอบ ๒ ประการ คือ ๑.เป็นสถานที่ สาธารณะที่จัดไว้เพื่อการพักผ่อนของประชาชนโดยทั่วไป ๒.เป็นของ ทางราชการ เช่น สวนหลวง ร.๙ สนามหลวง เป็นต้น ซึ่งหมายความ รวมถึงสถานที่สาธารณะอื่นๆที่ราชการจัดให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ของประชาชนโดยทั่วไป โดยไม่จำ�เป็นต้องมีประกาศหรือจดทะเบียน เป็นสวนสาธารณะ (๗) สถานที่ อ่ื น ที่ รั ฐ มนตรี ป ระกาศกำ � หนดโดยคำ � แนะนำ � ของคณะกรรมการ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีประกาศสถานที่อื่นที่รัฐมนตรี ประกาศกำ�หนด สุดท้ายขอฝากสุภาษิตกฎหมายทิ้งท้าย1 ไว้นะคะ “ความเป็นธรรมย่อมดำ�เนินตามกฎหมาย” ขอบคุณค่ะ

สคร.๙ ปีที่ ๗ ฉบับที่ ๑ เดือนตุลาคม - พฤศจิกายน

5


6

สำ�นักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๙ พิษณุโลก

อุษารัตน์ ติดเทียน

ผลการปฏิบัติราชการตามคำ�รับรอง การปฏิบัติราชการ ประจำ�ปีงบประมาณ ๒๕๕๔

นักวิชาการสาธารณสุขชำ�นาญการ กลุ่มพัฒนาองค์กร

ความเป็นมา สำ�นักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๙ จังหวัดพิษณุโลกได้ดำ�เนิน งานพัฒนาระบบการประเมินผลการปฏิบัติราชการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ โดยมีการนำ�เครื่องมือหรือเทคนิคต่างๆมาใช้ แต่การ วัดและประเมินผลเพื่อสะท้อนความสำ�เร็จของการดำ�เนินงานในทุก เครื่องมือ/เทคนิคที่เหมือนกันคือการบรรลุตัวชี้วัดผลงานหลัก (Key Performance Indicator: KPI) จึงทำ�ให้ KPI เป็นสิง่ ทีบ่ อกถึงความสำ�เร็จ หรือความล้มเหลวได้ทุกระดับตั้งแต่ระดับกลยุทธ์ ระดับแผนงาน/ โครงการจนถึงระดับบุคคล ประกอบกับกรมควบคุมโรคได้กำ�หนดให้ ทุกหน่วยงานจัดทำ�คำ�รับรองการปฏิบัติราชการประจำ�ปี (Bureau Scorecard) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินผลการปฏิบัติราชการ ของส่วนราชการในสังกัดและกำ�หนดให้หน่วยงานดำ�เนินการเฝ้า ระวังผลงานโดยใช้รายงานการประเมินตนเอง (Self Assessment Report: SAR) รอบ ๖ เดือน, ๙ เดือนและ ๑๒ เดือน ในปี ๒๕๕๔ กรมควบคุมโรคได้กำ�หนดกรอบการประเมินผล การปฏิบัติราชการเป็น ๔ มิติ คือ มิติที่ ๑ มิติด้านประสิทธิผล น้ำ�หนัก เท่ากับ ๕๐ โดยประกอบด้วยตัวชี้วัดตามเป้าประสงค์ยุทธศาสตร์โดย ให้หน่วยงานเลือกตัวชี้วัดที่ได้รับการถ่ายทอดตัวชี้วัดจากระดับกรม ควบคุมโรค น้ำ�หนักเท่ากับ ๕๐ (เลือกตัวชี้วัดที่ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์/ นโยบายสำ�คัญ/พิเศษของกรม และมีตัวชี้วัดจำ�นวนไม่เกิน ๑๒ ตัวชี้วัด และกำ�หนดน้ำ�หนักแต่ละตัวชี้วัดกำ�หนดตัวชี้วัดภาคบังคับ ได้แก่ ตั ว ชี้ วั ด ที่ ห น่ ว ยงานได้ รั บ การถ่ า ยทอดจากตั ว ชี้ วั ด ตามคำ � รั บ รอง การปฏิบัติราชการ ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๔ กรมควบคุมโรค ๔ ตัวชี้วัด) สำ�หรับมิติที่ ๒-๔ กำ�หนดให้ทุกหน่วยงานมีตัวชี้วัดที่ เหมือนกัน โดยมิติที่ ๒ มิติด้านคุณภาพการให้บริการ น้ำ�หนักเท่ากับ ๑๕ มิติที่ ๓ มิติด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ น้ำ�หนัก เท่ากับ ๑๕ และมิติที่ ๔ มิติด้านพัฒนาองค์กร น้ำ�หนักเท่ากับ ๒๐ สํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๙ จังหวัดพิษณุโลก จึงได้ ดำ�เนินการทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ ตัวชี้วัด เป้าหมาย และถ่ายทอดนโยบาย เป้าหมายจากระดับองค์กรสู่ระดับทีมงาน ในวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๔ และได้กำ�หนดให้ระดับทีม(กลุ่ม/ฝ่าย) จัดทำ�คำ�รับรองผลการปฏิบัติราชการกลุ่ม/ฝ่าย (Sector Scorecard) โดยหัวหน้ากลุม่ ลงนามเป็นลายลักษณ์อกั ษรกับผูอ้ �ำ นวยการสำ�นักงานฯ สำ�หรับระดับบุคคล (Individual Scorecard) กำ�หนดให้จัดทำ�แบบ

บันทึกข้อมูลผลการปฏิบัติงาน (Port Folio) เพื่อให้เป้าหมายของ สำ�นักงานฯ กลุ่ม/ฝ่าย จนถึงบุคคลเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยใช้ KPI เป็นตัววัดผลในแต่ระดับ สำ�หรับคำ�รับรองการปฏิบัติราชการ (Bureau Scorecard) ประจำ�ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ของสำ�นักงานฯ ได้จำ�แนกเป็นมิติตามหลักการของ กพร. จำ�นวน ๑๗ ตัวชี้วัด ประกอบด้วยมิติด้านประสิทธิผลจำ�นวน ๑๒ ตัวชี้วัด, มิติด้านคุณภาพ การให้บริการจำ�นวน ๑ ตัวชี้วัด, มิติด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติ ราชการจำ�นวน ๓ ตัวชี้วัด และมิติด้านพัฒนาองค์กรจำ�นวน ๑ ตัวชี้วัด ผลการดำ�เนินงาน ผลการประเมินความสำ�เร็จของการบรรลุเป้าหมายตามคำ� รับรองการปฏิบัติราชการปี ๒๕๕๔ เทียบกับมาตรฐานหรือเกณฑ์ ที่กำ�หนด พบว่าสำ�นักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๙ จังหวัดพิษณุโลก มีผลการดำ�เนินงานที่แสดงถึงผลการปฏิบัติราชการในภาพรวมระดับ “ดี” และจำ�แนกรายมิติ ดังตารางที่ ๑ ตารางที่ ๑ ผลการดำ�เนินงานตามตัวชี้วัด จำ�แนกรายมิติ

น้ำ�หนัก ผลคะแนนรอบ ผลคะแนนรอบ (ร้อยละ) ๖ เดือน ๙ เดือน มิติด้านประสิทธิผล ๕๐ ๔๒.๐๐ ๒๗.๔๖ มิติด้านคุณภาพการให้บริการ ๑๕ ๑๕.๐๐ ๑๒.๐๐ มิติด้านประสิทธิภาพของการ ๑๕ ๓.๐๐ ๕.๗๕ ปฏิบัติราชการ มิติด้านพัฒนาองค์กร ๒๐ ๑๒.๐๐ ๑๒.๐๐ รวมน้ำ�หนัก ๑๐๐ ๗๒.๐๐ ๕๗.๒๑ คะแนนถ่วงน้ำ�หนัก ๕.๐๐๐๐ ๓.๖๐๐๐ ๒.๘๖๐๕ ระดับ ดี ปานกลาง การประเมิน

ผลคะแนนรอบ ๑๒ เดือน ๔๖.๐๗ ๑๕.๐๐ ๘.๗๕ ๒๐.๐๐ ๘๙.๘๒ ๔.๔๙๑๐ ดี

(ที่มา : กลุ่มพัฒนาองค์กร สำ�นักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๙ จังหวัดพิษณุโลก, ๒๕๕๔) ผลการดำ�เนินงานในภาพรวมพบว่าการปฏิบัติราชการ���ด้ผลใน ระดับดี แต่เมื่อจำ�แนกรายมิติและรายตัวชี้วัดมีรายละเอียดดังนี้


มิติด้านประสิทธิผล ทุ ก ตั ว ชี้ วั ด สามารถดำ � เนิ น การได้ ต ามขั้ น ตอน ที่กำ�หนดครบถ้วนทั้ง ๕ ขั้นตอน แต่มีบางตัวชี้วัด ที่ ห น่ ว ยงานเครื อ ข่ า ยยั งไม่ ส ามารถดำ � เนิ น การได้ ตามมาตรฐานที่กรมควบคุมโรคกำ�หนด ทำ�ให้ส่งผล ต่อภาพรวมของคะแนนในขั้นตอนที่ ๓-๕ ในรอบ ๖ เดือนหลังไม่ถึงเป้าหมายที่ต้องการ เช่น ระดับ ความสำ�เร็จของการดำ�เนินงานสนับสนุนให้จังหวัดมี ระบบบริหารจัดการและสนับสนุนตามมาตรฐานการ พัฒนาอำ�เภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน

มิติด้านคุณภาพการให้บริการ มิตินี้มีเพียง ๑ ตัวชี้วัดคือ ระดับความสำ�เร็จของ การดำ�เนินงานตามแผนประเมินความพึงพอใจของ เครือข่ายต่อผลิตภัณฑ์ สามารถดำ�เนินการได้ตาม เป้าหมายทั้งในรอบ ๖ เดือนแรกและ ๖ เดือนหลัง

มิติด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ การเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายรวมของ หน่วยงานในไตรมาส ๒ และ ๓ ไม่สามารถดำ�เนิน การได้ตามที่คณะรัฐมนตรีกำ�หนด แต่ในไตรมาส ๔ หน่วยงานสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้มากกว่า เป้าหมายที่กำ�หนด ส่วนอีก ๒ ตัวชี้วัดคือ ระดับ ความสำ�เร็จของการควบคุมภายใน และระดับความ สำ�เร็จของการประเมินผลการปฏิบัติงานด้านบัญชี ของหน่วยเบิกจ่าย อยู่ระหว่างดำ�เนินการตามราย ละเอียดตัวชี้วัดซึ่งคาดว่าเมื่อเสร็จสิ้นตามระยะเวลา ที่กำ�หนดจะสามารถดำ�เนินการได้ตามเป้าหมาย

มิติด้านพัฒนาองค์กร มิตินี้มีเพียง ๑ ตัวชี้วัดคือ ระดับความสำ�เร็จ การดำ�เนินงานจัดทำ�ระบบบริหารจัดการองค์กรผ่าน เกณฑ์มาตรฐานสากล สามารถดำ�เนินการได้ตาม เป้าหมาย

ปัจจัยสนับสนุนในการดำ�เนินงาน : • บุคลากรผู้รับผิดชอบให้ความร่วมมือในการ ดำ�เนินงาน • ผู้บริหารให้ความสำ�คัญโดยมีการติดตามใน การประชุมประจำ�เดือนทุกเดือน

ปัญหา อุปสรรคต่อการดำ�เนินงาน : • ความไม่ชัดเจนในขั้นตอนการดำ�เนินงานตาม ตัวชี้วัด รายละเอียดตัวชี้วัดค่อนข้างละเอียด ยาก ต่อการดำ�เนินงานให้สอดคล้อง • การแนบไฟล์ ห ลั ก ฐานไม่ ส อดคล้ อ งกั บ ขั้ น ตอนการดำ�เนินงาน

จิตติมา ศรศาสตร์ปรีชา

นักสังคมสงเคราะห์ชำ�นาญการ กลุ่มพัฒนาวิชาการ

ชีวิตที่ตายทั้งเป็น

(ตอนที่ ๑)

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน ผู้เขียนเป็นนักสังคมสงเคราะห์น้องใหม่ ของสคร.๙ จังหวัดพิษณุโลก งานแรกได้มีโอกาสร่วมงานกับการนิเทศงานโรคเรื้อน ได้เห็น ผู้รับผิดชอบงานโรคเรื้อนสัมผัสรอยโรคเก่าบริเวณผิวหนังของผู้ป่วยโรคเรื้อนและ จับมือทักทายผู้ป่วย ผู้เขียนรู้สึกเป็นห่วง ไม่สบายใจและสงสัยว่าผู้รับผิดชอบงาน โรคเรื้อนเธอไม่กลัวติดเชื้อหรือ? โรคเรื้อนตามที่เรียนมา (ผู้เขียนจบพยาบาลค่ะ) บอกว่าติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ และการสัมผัส ถ้าสัมผัสอย่างนี้และเข้าใกล้ ขนาดนีก้ เ็ ข้าขัน้ ว่าน่ากลัวเรือ่ งการติดต่อ... ดังนัน้ เมือ่ เสร็จสิน้ ภารกิจ...ต่อหน้าผูป้ ว่ ย ผู้เขียนจึงถามผู้รับผิดชอบงานโรคเรื้อนว่าไม่กลัวติดเชื้อหรือ? เธออธิบายว่า โรคเรื้อนมีการติดต่อทางระบบทางเดินหายใจและผิวหนังที่แตกเป็นแผล และ โรคเรื้อนนั้นไม่ได้ติดต่อกันได้ง่าย ๆ ต้องหายใจเอาละอองเชื้อ โรคเรื้อน ของผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการรักษา เป็นประจำ�ติดต่อกันนาน ๖ เดือน (๖ ชั่วโมง / วัน) ถึงจะเป็นโรคเรื้อนได้ และหากผู้ได้รับเชื้อโรคเรื้อนมีภูมิต้านทานดี ก็ไม่สามารถติดโรคเรื้อนได้จากการศึกษาพบว่าในผู้รับเชื้อ ๑๐๐ ราย จะสามารถ เป็นโรคเรื้อนได้เพียง ๕ ราย (ร้อยละ ๕) ซึ่งพบในเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย เรื้อรังที่มีภูมิต้านทานต่ำ�เท่านั้น และหากผู้ป่วยโรคเรื้อนได้รับยารักษาโรคเรื้อน แล้วเป็นเวลา ๗ วัน ผู้ป่วยจะไม่สามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้เลย และหากผู้ป่วย โรคเรื้อนมีแผลเปิด และผู้สัมผัสไม่มีแผลก็ไม่สามารถติดต่อได้ หลังจากนั้น เป็นต้นมา ข้าพเจ้ากล้าทักทาย และสัมผัสผู้ป่วย โรคเรื้อนได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเมื่อมองกลับไปยังบุคคลร่วมบ้าน ตลอดจนบุคคลในชุมชนที่ผู้ป่วยอาศัยอยู่ เขาเหล่านั้นจะมีความรู้เรื่องการติดต่อของโรคตามที่ได้เน้นตัวหนาดังข้อความข้าง บนหรือไม่ ขนาดข้าพเจ้าเป็นพยาบาล(เดิม) ยังไม่รู้ในรายละเอียดการติดต่อของ โรคเรื้อนเลย การเรียนการสอนเรื่องโรคเรื้อนที่ผ่านมาของข้าพเจ้า จะมีแต่เพียง สังเขปในหัวข้ออาการและอาการแสดง การติดต่อ การรักษา เท่าที่จำ�ได้ ประมาณครึ่งหน้ากระดาษ A๔ เท่านั้น เนื่องมาจากความชุกของโรคต่ำ�นั่นเอง ดัง นั้นหากความรู้เรื่องการติดต่อของโรคเรื้อนยังไม่ได้ถูกนำ�ไปเผยแพร่ในรายละเอียด ดังกล่าวข้างต้น บุคคลร่วมบ้าน และบุคคลในชุมชนของผู้ป่วยโรคเรื้อนจะรังเกียจผู้ ป่วยเนื่องจากกลัวติดโรคเรื้อนหรือแม้แต่บุคลากรสาธารณสุขเองก็อาจไม่เข้าใจโรค เรื้อนได้ โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ

สคร.๙ ปีที่ ๗ ฉบับที่ ๑ เดือนตุลาคม - พฤศจิกายน

7


8

สำ�นักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๙ พิษณุโลก

อโนชา พัวสุวรรณ์

เสพติด “เฟซบุ๊ก” โรคใหม่ยุคดิจิตอล

นักวิชาการคอมพิวเตอร์ งาน IT กลุ่มแผนงานและประเมินผล

“เฟซบุ๊ก” หรือ “เอฟบี” มีสถานะเป็นเว็บไซต์เครือข่าย สังคมออนไลน์หมายเลข ๑ อย่างปราศจากข้อกังขา ด้วยยอด สมาชิกทะลุ ๔๐๐ ล้านคน พลเมืองโลกในยุคดิจิตอลจากทั่วโลก แห่หลัง่ ไหลเข้ามา สมัครสมาชิกใช้งาน โพสต์บอกเล่าเรือ่ งราวต่างๆ ของตนเองลงไปบน “หน้ากระดาน” หรือ “Wall” ของเฟซบุ๊ก เพื่อเสริมสร้างสัมพันธภาพกับเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่ ขณะเดียวกัน บางกลุ่มก็ใช้เฟซบุ๊กเป็นสื่อคลายเหงา ระบาย ความขุ่นข้องใจ แสดงทรรศนะการเมือง ไปจนถึงทำ�การค้า ฯลฯ แต่ในกระแสนิยมดังกล่าวนีเ้ องได้ท�ำ ให้เกิดโรคๆ ใหม่ขน้ึ มานัน่ คืออาการ ที่นักจิตวิทยาเรียกว่า โรคเสพติดการเล่นเฟซบุ๊ก หรือ “เฟซบุ๊ก แอด ดิกชั่นดิสออร์เดอร์” (Facebook Addiction Disorder : FAD) ซึ่งชาวเอฟบีจำ�นวนไม่น้อยอาจล้มป่วยด้วยโรคนี้ไปแล้วโดยไม่ทันรู้ตัว ขณะทีผ่ ลสำ�รวจล่าสุดในสหรัฐอเมริกา ชีว้ า่ ผูห้ ญิงมีความเสีย่ งเกิด อาการนี้มากที่สุด ปัจจุบนั “สหรัฐอเมริกา” เป็นประเทศทีม่ สี ถิตผิ ใู้ ช้งานเว็บเฟซบุก๊ มากที่สุดในโลก มีจำ�นวนผู้ลงทะเบียนทั้งหมดราว ๑๒๕,๘๘๑,๒๒๐คน ในกลุ่มนี้เป็นผู้หญิง ๕๕.๘ เปอร์เซ็นต์ ชายอีก ๔๔.๒ เปอร์เซ็นต์ ผลจากการที่สหรัฐทุบสถิติมีพลเมืองเฟซบุ๊กสูงสุด ทำ�ให้นักจิตวิทยา แสดงความวิตกกังวลว่า ปัญหาเสพติดเฟซบุ๊ก หรือ FAD อาจทวี ความรุนแรงมากขึ้นตามลำ�ดับ ถ้าเล่นเว็บดังแห่งนี้โดยปราศจาก ความยับยั้งชั่งใจ ข้อห่วงใยดังกล่าวยิ่งตอกย้ำ�ว่าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ภายหลังบริษัท ออกซิเจนมีเดียและไลต์สปีดรีเสิร์ช ทำ�แบบสอบถาม สำ�รวจพฤติกรรมประชากรสหรัฐ วัยผู้ใหญ่ ๑,๖๐๕ คน ระหว่างเดือน พ.ค. ถึง มิ.ย. ที่ผ่านมา และพบข้อมูลชวนตกตะลึง ว่า ผู้หญิงยุคใหม่ ในสหรัฐทีเ่ ติบโตมาพร้อมๆ กับความเจริญของเทคโนโลยีอนิ เตอร์เน็ตนัน้ ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตประจำ�วัน “ผูกพัน-ผูกติด” กับเฟซบุ๊กอย่างมาก โดยผู้ตอบแบบสอบถาม ซึ่งเป็นผู้หญิงอายุ ๑๘-๓๔ ปี จำ�นวน ๑ ใน ๓ ระบุว่า สิ่งแรกที่ทำ�หลังจากตื่นนอน ก็คือต้องเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเช็กความเคลื่อนไหวในเฟซบุ๊กก่อนเป็น อันดับแรก จากนัน้ จึงค่อยเข้าไปแปรงฟัน ทำ�ธุระส่วนตัวในห้องน้�ำ นอกจากนี้ ผู้ตอบร้อยละ ๓๙ ยอม รับว่า รู้สึกว่าตนเองเสพติดการเล่นเฟซบุ๊ก เข้าให้แล้ว! ส่วนสถิติในด้านอื่นๆ จากการทำ�สำ�รวจข้างต้น ยังมีข้อมูล ชวนตะลึงเกี่ยวกับสาวๆ ซึ่งเป็นสาวกเฟซบุ๊กอีกหลายข้อ เช่น

(Facebook Addiction Disorder : FAD)

ร้อยละ ๒๑ บอกว่า ตืน่ มากลางดึกเพือ่ เช็กเฟซบุก๊ ร้อยละ ๖๓ ใช้เฟซบุ๊กเป็นสื่อกลางสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ ร้อยละ ๔๒ มองว่า การโพสต์ภาพวาบหวามของตัวเองลงใน เว็บเฟซบุ๊กเป็นเรื่องธรรมดาๆ ร้อยละ ๗๙ เห็นว่า การโพสต์ภาพจูบกันลงเว็บไม่ใช่เรื่องผิด ร้อยละ ๕๘ จะติดตามพฤติกรรมของคนที่เกลียดขี้หน้ากันผ่าน เฟซบุ๊ก ร้อยละ ๕๐ มองว่า การคบหาเป็น “เพื่อนใหม่” กับ “คน แปลกหน้า” ผ่านเฟซบุ๊กเป็นเรื่องปกติ ร้อยละ ๕๐ ตอบว่า พร้อมลองคบหาไปเที่ยวกับผู้ชายที่พบเจอ ในเฟซบุ๊ก ร้อยละ ๖ ใช้เฟซบุ๊กหาแฟน ขณะที่หญิงสาวร้อยละ ๕๗ เผยว่า โพสต์ข้อความคุยกับคน ในเฟซบุ๊กมากกว่าคนตัวเป็นๆ ที่เจอในชีวิตจริง! สําหรับวิธีดูตัวเองว่า มีพฤติกรรมเข้าข่ายเสพติดเฟซบุ๊ก หรือไม่ สามารถสังเกตได้โดยทั่วๆ ไป ดังนี้ ๑. ไม่มคี วามอดทน อยากเพิม่ เวลาการเล่นเฟซบุก๊ มากขึน้ เรือ่ ยๆ ๒. ถ้ามีอันต้องลดเวลาการเล่น หรือหยุดเล่นไม่ว่าจะด้วยสา เหตุใดๆ จะรู้สึกกังวล กระสับกระส่าย เฝ้าแต่คิดว่าตอนนี้มีใครโพสต์ อะไรลงในเว็บบ้าง ๓. เวลาทำ�กิจกรรม-เข้าสังคมจริงๆ จะลดน้อยลง หรือย้าย มาพบปะกันบนเฟซบุ๊กแทน ๔. มีเพื่อนในบัญชี หรือในลิสต์มากเกินไป จนต้องเสียเวลา คอยตรวจสอบความเคลื่อนไหว หรือถึงแม้จะมีเพื่อนมาก แต่ ๘ ใน ๑๐ กลับไม่ใช่เพื่อนที่รู้จักกันในชีวิตจริง ๕. ชอบบอกกับคนอื่นๆ ว่า “ถ้าอยากติดต่ออะไรให้ไปเจอกัน ในเฟซบุ๊ก” ๖. ไม่ว่าจะเจอบัญชีเฟซบุ๊กของใคร ก็กดรับเป็นเพื่อนทั้งหมด โดยไม่เคยรู้จักปูมหลังของบุคคลนั้นๆ


๗. อดนอนเพื่อเล่นเฟซบุ๊ก ๘. หวนกลับไปคิดถึงความหลังดีๆ และกลับมา เริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่อีกครั้งกับแฟนเก่า ที่บังเอิญ กลับมาเจอกันผ่านเฟซบุ๊กทั้งๆ ที่ปัจจุบันมีคนรักหรือ ครอบครัวอยู่แล้ว ๙. เวลาเหมาะสมสำ � หรั บ การท่ อ งเฟซบุ๊ ก ต่ อ วั น ไม่ควรเกิน ๑.๓๐ ชั่วโมง ๑๐. เสียสมาธิระหว่างทำ�งาน เพราะใจจดจ่ออยู่กับ เฟซบุ๊ก นักวิจัยในสหรัฐหลายสถาบันชี้ว่า ภาวะเสพติด เฟซบุ๊กเป็นอาการย่อยอาการหนึ่งของโรค “เสพติดการ เล่นอินเตอร์เน็ต” ส่วนต้นตอที่ทำ�ให้อาการติดเฟซบุ๊ก มาแรงแซงโค้ง อาการติดอินเตอร์เน็ตประเภทอื่นๆ นั้น มีหลายสมมติฐาน เช่น ดร.พอล เจ. แซ็ก นักประสาทวิทยา ระบุว่า การเล่น เฟซบุ๊กก่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น มีความสุข เหมือนๆ กับเวลา เจอเพื่อนสนิทในชีวิตจริง ซึ่งนั่นทำ�ให้ร่างกาย หลั่งฮอร์โมน “ออกซิโทซิน” หรือสารกระตุ้น ความรัก ความผูกพันออกมามากเป็นพิเศษ ด้าน ดร.เวนดี้ วอลช์ นักจิตวิทยาความสัมพันธ์คน ดังของสหรัฐ กล่าวว่า ความสนใจเพียงผิวเผินที่ผู้เล่น ได้รับจาก สังคมเฟซบุ๊ก อาจสร้างแรงตอบสนองทาง บวกแก่ผู้เล่นแต่ขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้ช่วยแก้ไขอารมณ์ เปลี่ยวเหงาภายในจิตใจอย่างแท้จริง กลุ่มคนที่มีแนวโน้ม “เสพติดการเล่นอินเตอร์เน็ต” รวมถึงเฟซบุ๊กมากกว่ากลุ่มอื่น ได้แก่ ผู้ใหญ่ที่มีอาการ ของโรคสมาธิสั้น มีพฤติกรรมหวาดกลัว-ไม่ชอบเข้า สังคม มีพฤติกรรมต่อต้านสังคม และมีอาการซึมเศร้า สำ�หรับผู้ปกครองที่ไม่อยากให้บุตรหลานต้องพลาดพลั้ง กลายเป็นคนเสพติดเฟซบุ๊ก ดร.วอลช์ ให้คำ�แนะนำ�ว่า ๑. ฝึกให้ลูกมีระเบียบวินัย เช่น ห้ามเข้าเว็บสังคม ออนไลน์จนกว่าจะทำ�การบ้าน หรือทำ�โครงงานต่างๆ เสร็จเรียบร้อย ๒. บอกกับลูกๆ ว่า ไม่ควรเล่นเฟซบุก๊ ขณะครอบครัว ใช้เวลารับประทานอาหารร่วมกัน ๓. สร้างนิสัยเลิกเล่นอินเตอร์เน็ตก่อนนอนอย่าง น้อย ๑ ชั่วโมง เพื่อให้สมองได้พักผ่อนเต็มที่

ตุลยะ กาสะยานนท์

ผู้ประสานงานโครงการวัณโรค กลุ่มพัฒนาวิชาการ

เก็บรูปสวย... ผ่านทางสายหมอก

“เมืองมะขามหวาน อุทยานน้ำ�หนาว ศรีเทพเมืองเก่า เขาค้ออนุสรณ์ นคร พ่อขุนผาเมือง” เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านคงเคยคุ้นหูกับประโยคที่กล่าวไปข้างต้น เพระว่ามันคือ คำ�ขวัญประจำ�จังหวัด เพชรบูรณ์ เพื่อนบ้านใกล้เคียงของ จังหวัด พิษณุโลกนั่นเอง ผมเชื่อนะครับหลายท่านคงเคยได้มีโอกาสเดินทางผ่านหรือ แวะเวียนไปท่องเที่ยวเพชรบูรณ์กันมาบ้างแล้ว แน่นอนว่าสถานที่ท่องเที่ยวยอด ฮิตและเรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำ�คัญของ จังหวัดเพชรบูรณ์เลย นั่นก็คือ เขาค้อ นั่นเอง ฉบับนี้ขอแนะนำ� แหล่งท่องเที่ยวดีๆ ที่ตัวเองได้มีโอกาสไปสัมผัสมา และอยากเล่าให้ทุกท่านได้ฟัง เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่ง สำ�หรับผู้อ่านที่รักการท่อง เที่ยว หากปีใหม่นี้ยังไม่มีโปรแกรมพาครอบครัวหรือคนที่ท่านรักไปที่ไหน ผมขอ แนะนำ� ROUTE ๑๒ ช่วงหลักกิโลเมตรที่๙๕ ถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก จริงๆ แล้วเป็นร้านกาแฟริมทาง มีไว้ให้สำ�หรับนักเดินทางท่องเที่ยวแวะพักทานกาแฟ สดอร่อยๆ แต่ที่อยากจะพูดถึงมากกว่ารสชาติของกาแฟนั่นก็คือ บรรยากาศ ภายใน และรอบๆ บริเวณร้านนั้นทำ�ออกมาได้สวยงาม ราวกับอยู่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางอุปกรณ์ตกแต่งร้านสไตล์อเมริกัน รวมไปถึงสิ่งแวดล้อม บวกกับอากาศที่แสนจะบริสุทธิ์ ที่จะให้คุณเคลิ้มไปกับการถ่ายรูปสวยๆ ไว้เป็น ที่ระลึกหลากหลายมุมมอง โดยเฉพาะเจ้าตู้เติมน้ำ�มันโบราณและรถบัสคันโต สีเหลือง ที่สร้างความโดดเด่นและเป็นสัญลักษณ์สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว มี่ผ่านมาให้เข้ามาแวะพักที่ร้านกาแฟแห่งนี้ได้มากเลยทีเดียว

สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยการค่อยๆ พูดคุยทำ�ความเข้า ใจกัน แต่ไม่ถึงขั้นบังคับให้ปฏิบัติตามชนิดแตกหักเพราะ แม้แต่ผู้ใหญ่เอง เอาเข้าจริงก็อาจตกเข้าไปในหล่มของ โรคติดเฟซบุ๊กได้เช่นกัน ที่มา http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/article/๑๖๒๑๓

สคร.๙ ปีที่ ๗ ฉบับที่ ๑ เดือนตุลาคม - พฤศจิกายน

9


10 สำ�นักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๙ พิษณุโลก

ไม่ไกลจากร้าน ROUTE ๑๒ ก็จะพบร้านกาแฟอีกหนึ่งร้าน ชื่อว่า KOH IN LOVE แต่ที่เด็ดไม่แพ้รสชาติของกาแฟนั้นก็คือ ที่ร้านแห่งนี้มีฟาร์มเลี้ยงแกะจากต่างประเทศ สวยงามน่ารักตาม แบบฉบับสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว เนื่องจากที่ร้านนี้ มีบริการให้ นมแกะ ซึ่งผมมีโอกาสได้ลองใช้บริการดูแล้ว ค่าบริการก็ไม่แพง เพียงขวดละ ๒๐ บาท แลกกับการได้สัมผัสความน่ารักและถ่ายรูป ไว้เป็นที่ระลึก ก็คุ้มแล้วที่สำ�คัญไม่ต้องกลัวว่าเจ้าแกะพวกนี้จะทำ�ร้าย หรือกัด เพราะว่าทางร้านรับประกันว่าได้ฝึกฝนแกะมาแล้วเป็น อย่างดี

หลังจากที่แวะชิมกาแฟและถ่ายรูปสวยๆกันมาแล้ว อีกสถาน ทีห่ นึง่ ทีพ่ ลาดไม่ได้เลยก็คอื วัดพระธาตุผาแก้วเดิมชือ่ ว่าพุทธธรรมสถาน ผาซ่อนแก้ว ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาในหมู่บ้านทางแดง ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของจังหวัด เพชรบูรณ์ เมื่อได้เดินชมรอบๆ วัดจะให้บรรยากาศดุจสรวงสวรรค์ เนื่องจากตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมไปด้วย¬ภูเขาสูงใหญ่ ซ้อนกั���เป็นทิวเขาเรียงรายสูงตระหง่าน บนยอดเขามีถ้ำ�อยู่ปลายยอด ซึ่งมีชาวบ้านหลายคนได้เห็นลูกแก้วลอยอยู่เหนือฟากฟ้าแล้วลับหาย เข้าไปในถ้ำ�บนยอดผา ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จ มาและต่างถือว่าเป็นสถานที่มงคลมีความ ศักดิ์สิทธิ์และเรียกตามๆ กันว่า ผาซ่อนแก้ว พุทธสถานที่มาตั้งในจุดโอบล้อมด้วยทิวเขาดังกล่าว จึงเรียกว่า พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว ซึ่งเป็นนิมิตมงคลแก่ชาว บ้านและผู้มาปฏิบัติธรรม หากมีโอกาสช่วงปีใหม่นี้ลองไปสัมผัสอากาศดีๆ ถ่ายรูปวิว สวยๆ พร้อมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเองต้อนรับ เทศกาลปีใหม่ที่กำ�ลังจะมาถึงนี้นะครับ


SUDOKU

คอลัมน์น้องใหม่ของจุลสาร สคร.๙ สำ�หรับฉบับนี้มากระตุ้น สมอง กันซักหน่อยดีกว่า ด้วย SUDOKU เกมปริศนาตัวเลข ซึ่งเกมส์ นี้จำ�เป็นต้องใช้ความสามารถทางด้านตรรกะและความอดทนรวมทั้ง สมาธิ HOW TO PLAY ๑. เริ่มต้นด้วยการใส่ตัวเลขที่เติมในแนวนอนต้องเติมเลข ๑-๙ และต้องไม่ซ้ำ�กัน ๒. ตัวเลขที่เติมในแนวตั้ง ต้องเติมเลข ๑-๙ และต้องไม่ซ้ำ�กัน ๓. ทุกตารางย่อย ๓X๓ ต้องเติมเลข ๑-๙ และต้องไม่ซ้ำ�กัน

เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ท่านรองผอ.กิตติ พุฒิกานนท์ นำ�ทีมศึกษาดูงาน ณ สคร.๒ จังหวัดสระบุรี โดยมีท่านผอ.และ หัวหน้าฝ่ายบริหารให้การต้อนรับ พร้อมกัน นี้ได้มีโอกาสส่ง นายแพทย์พรา ไพรสุวรรณ์ หัวหน้ากลุม่ พัฒนาวิชาการ ย้ายไปปฏิบตั ริ าชการ ที่สำ�นักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๒ จังหวัด สระบุรีด้วย

มาเริ่มกันเลยนะคะ

ใครทำ�สำ�เร็จ ส่งมาลุ้นรางวัลประจำ�ฉบับ โดยส่งคำ�ตอบ พร้อมชื่อและที่อยู่ของท่านมาที่ HUNBO3@GMAIL.COM หรือส่งมาที่ กลุ่มพัฒนาวิชาการ สำ�นักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๙ จังหวัดพิษณุโลก ๓๐๖ หมู่ ๕ ตำ�บลหัวรอ อำ�เภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ๖๕๐๐๐ ผู้โชคดี ๕ ท่านรับรางวัลไปเลยจร้า..... (ประกาศรายชื่อผู้โชคดีฉบับหน้านะคะ) สคร.๙ ปีที่ ๗ ฉบับที่ ๑ เดือนตุลาคม - พฤศจิกายน

11



จุลสาร สคร.9 ปีที่ 7 ฉบับที่ 1