Page 1


รอยรวงใจ

ผู้แต่ง : ธัญญรัตน์ พิมพ์ครั้งที่ 1 : ธันวาคม 2553 ร�ค� 209 บ�ท พิมพ์บนกระด�ษถนอมส�ยต� เลขมาตรฐานสากลประจำาหนังสือ ISBN 978-616-90694-1-6 บรรณาธิการบริหาร : นฤมล ขาวนวล กองบรรณาธิการ : อรอุมา แซ่เตียว, วัชรมน เมืองชมภู หนูจันทร์ ชูรัตน์, วงศ์วริศ ใจดำา กราฟิกรูปเล่ม : ทีมงานบ้านนางฟ้า พิสูจน์อักษร : นางฟ้ามายา จัดพิมพ์โดย สำานักพิมพ์บ้านนางฟ้า 43/1 หมู่ 5 ต.จริม อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ 53150 โทรศัพท์ 055-499031 เว็บไซต์ : www.theangelhome.com จัดจำ�หน่�ยโดย บริษัทเคล็ดไทย จำากัด 117-119 ถนนเฟื่องนคร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 02-225-9536-40 โทรสาร 02-222-5188 พิมพ์ที่ บลูมมิ่งครีเอชั่น 36/15 หมู่ 10 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โทรศัพท์ 081-7165246 อีเมล์ blooming_creation@yahoo.com


คำ�นำ�สำ�นักพิมพ์ ครั้งแรกก่อนจะเริ่มอ่านต้นฉบับ “ร้อยรวงใจ” ทีมงานบ้านนางฟ้ามีความ รูส้ กึ ตรงกันว่าเราจะอ่านเรือ่ งนีจ้ นจบหรือเปล่าหนอ เรือ่ งราวของชีวติ ชาวนาก็คงหนี ไม่พ้นเรื่องการทำ�นา ซึ่งแน่นอนว่าคนที่เติบโตมากับท้องไร่ท้องนาย่อมมองไม่ เห็นว่าจะหาความสนุกสนานหรือมีอะไรน่าสนใจได้ยังไง แต่เมือ่ ได้อา่ นไปสักพัก ก็รสู้ กึ เหมือนกำ�ลังดูละครทีวี การดำ�เนินเรือ่ งเป็น ไปอย่างรวดเร็วผ่านบทสนทนาของตัวละครเสียเป็นส่วนใหญ่ ภาพเก่าๆ ที่เคย ผ่านมาในชีวิตเมื่อวัยเด็กผุดพรายขึ้นในหัว ต้นข้าวเขียวขจีในท้องนากว้างใหญ่ เอนไหวตามแรงลม หยาดน้�ำ ทีเ่ กาะพราวร่วงหล่นสูเ่ บือ้ งล่างซึง่ เจิง่ นองด้วยน้�ำ ฝน ที่ยังไม่เหือดแห้ง กบเขียดและฝูงปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายไล่เล่นทวนกระแสน้ำ� เริ่มคิดถึงบรรยากาศท้องทุ่งในวัยเด็กขึ้นมาตงิดๆ แล้วล่ะสิ เมื่อเวลาที่นางเอกซึ่งเป็นสาวชาวกรุงต้องไปใช้ชีวิตในท้องนา เพราะไม่ คุ้นเคยกับสถานที่ทำ�ให้ต้องแสดงความเปิ่นออกมาเป็นระยะ บวกกับเป็นคนช่าง เจรจาช่างต่อปากต่อคำ� ซึ่งตัวพระเอกเองก็ทำ�ตัวเป็นคู่กัดกันได้อย่างไม่น้อยหน้า ทำ�ให้อ่านแล้วต้องอมยิ้มกับความน่ารักของทั้งสองคน ผู้เขียนได้สอดแทรกลมหายใจบ้านนา ผ่านขนบประเพณีอีสานซึ่งจะเกิด ขึน้ เป็นระยะ ถ้าไม่ได้อา่ นนิยายเรือ่ งนีห้ ลายคนก็คงจะลืมไปแล้วว่ามีอปุ กรณ์ต�ำ ข้าว ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ครกมอง” และผลผลิตแสนอร่อยจากความเหนื่อยยากของ ชาวนาที่เรียกว่า “ข้าวเม่า” อยู่ในโลกนี้ ภาพความอบอุ่นและรอยยิ้มเอื้ออารีฉันญาติมิตรตลอดทั้งเรื่องทำ�ให้เรา อยากบอกกับนักอ่านทัง้ หลายว่าแท้จริงแล้วชีวติ บ้านนานัน้ น่ารักเพียงไหน เราเชือ่ ว่าหลายๆ คนทีเ่ คยหลงลืมบรรยากาศเก่าๆ ในวัยเด็กจะมีความสุขทีไ่ ด้อา่ นนิยาย เรื่องนี้ ท่านจะไม่ได้อะไรถ้าท่านคาดหวังอะไร แต่ทา่ นจะได้อะไรมากกว่านิยายรัก ถ้าอ่านด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง

ขอให้มีความสุขกับการอ่านนิยาย สำ�นักพิมพ์บ้านนางฟ้า


คำ�นำ�นักเขียน ด้วยความที่ผู้เขียนเป็นคนอีสาน ได้มีโอกาสสัมผัสกับชีวิตชาวนามาบ้าง เห็นคุณพ่อคุณแม่ และพี่ ๆ น้อง ๆ ตรากตรำ�ทำ�งาน ฝนจะตกแดดจะออกก็ไม่มี ใครละทิง้ หน้าทีป่ กั ดำ�ต้นกล้าให้เต็มผืนนา ถึงจะไม่ได้ล�ำ บากเหมือนพี่ ๆ คนอืน่ ๆ แต่กค็ ลุกคลีอยูก่ บั วิถชี าวนาเต็มรูปแบบถึงหนึง่ ปีเต็ม ๆ จึงเข้าใจดีวา่ กว่าทีช่ าวนา จะได้เมล็ดข้าวให้เราท่านได้กินกันอิ่มท้องนั้น มันยากเย็นแสนเข็ญเพียงไร “ร้อยรวงใจ” เป็นนิยายทีด่ งึ เอาวิธกี ารทำ�นาตัง้ แต่เริม่ เตรียมดินจนกระทัง่ ได้เมล็ดข้าวมา และยังสอดแทรกประเพณีงานบุญต่างๆ บวกกับวิถีชีวิตของคน ชนบทว่ากินอยู่อย่างไร ผ่านตัวละคร ภรัณญา หรือน้องข้าว กับ เขมินทร์ หรือ พีน่ �้ำ ให้เดินเรือ่ งไปอย่างสนุกสนานตัง้ แต่ตน้ จนจบ ซึง่ ผูเ้ ขียนตัง้ ใจอย่างมาก มาก กว่าเรื่องไหน ๆ ที่เคยเขียนมา ทุ่มเทเวลาหาข้อมูลทั้งจากห้องสมุด เว็บไซต์ และ สอบถามจากผู้รู้หลายๆ ท่าน โดยเฉพาะคุณแม่ ที่กรุณาให้คำ�แนะนำ�เกี่ยวกับ ประเพณีทางอีสานหลายต่อหลายเรื่อง ปรารถนาอย่างยิ่งว่า “ร้อยรวงใจ” จะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจ ให้หนุ่ม สาวที่หนีท้องทุ่งนาเข้ามาสู่เมืองได้กลับไปขบคิด และผันตัวเองกลับไปหาวิถีชีวิต ที่เรียบง่าย อบอุ่น และพอเพียงแบบนั้นอีกครั้ง ธัญญรัตน์ tanyaratarpa@hotmail.com


บทนำ� “โฮ่งๆๆ” เจ้าไข่ตนุ๋ สุนขั พุดเดิล้ ตัวเล็กสีขาวสะอาด ส่งเสียงเห่าคำ�รามอยูห่ ลัง รั้วบ้านหลังใหญ่เมื่อเห็นรถแท็กซี่แล่นเข้ามาจอดหน้าประตูรั้ว เจ้าตัวเล็กกระดิก หางดีใจเมื่อเห็นว่าผู้ที่ก้าวลงจากรถคือเจ้านายสาวของมันเอง “หยุดเห่าได้แล้วไข่ตุ๋น วันนี้แม่อารมณ์ไม่ดีนะลูก เข้าบ้านไปเลยไป๊” ภรัณยาทำ�หน้าบึ้งพลางดุเจ้าไข่ตุ๋นด้วยน้ำ�เสียงหงุดหงิดผิดจากตอนเช้าก่อนที่เธอ จะออกไปทำ�งาน ร่างสูงโปร่งเดินตรงไปกดออดก่อนจะชำ�ระค่าโดยสารหลังจากที่ คนขับรถทยอยขนกล่องใส่เอกสารออกจากท้ายรถหมดแล้ว “มาแล้วค่าคุณข้าว” แต๋นที่รีบวิ่งมาเปิดประตูหน้ามุ่ยทันทีเมื่อเห็นกล่อง หลายใบวางเรียงรายอยู่บนพื้น เพราะนับตั้งแต่เจ้านายสาวเรียนจบกระทั่งเริ่ม ทำ�งาน นี่เป็นรอบที่ห้าแล้วที่กล่องพวกนี้ถูกขนเข้าและออกจากบ้าน “อีกแล้วเหรอยายข้าว” น้ำ�เสียงหนักใจดังมาจากผู้เป็นป้าเมื่อเห็นข้าวของ ที่วางอยู่พร้อมกับหลานสาวที่เดินหน้างอเป็นจวักนำ�หน้าแต๋นเข้ามาในบ้าน ไม่ ต้องบอกก็เดาได้ว่าหลานสาวลาออกจากงานอีกแล้ว “โธ่...แม่ปา้ ไม่คดิ จะถามข้าวเลยนะคะว่ามันเรือ่ งอะไร ทำ�เสียงแบบนีแ้ สดง ว่าแม่ป้าเห็นข้าวทำ�งานไม่ทนล่ะสิ” ภรัณยาอดจะตัดพ้อผู้เป็นป้าไม่ได้ “ถ้าให้แม่ป้าเดาเราก็คงจะไปต่อยหรือด่าว่าเจ้านายหัวงูมาอีกตามเคย ใช่มั้ย” มณฑาคาดการณ์และยิ้มให้หลานสาวสุดที่รัก “แม่ปา้ เหมือนมีตาทิพย์เลยค่ะ ใครจะไปทนได้ละ่ หัวงูออกอย่างนัน้ มีอย่าง ที่ไหนจะให้ข้าวไปต่างประเทศกับมันสองต่อสอง บอกว่าถ้าข้าวตามใจจนมัน ประทับใจ กลับมาจะยกตำ�แหน่งผู้จัดการสาขาให้ แต่พอข้าวไม่ยอมมันก็บอกว่า 7


ข้าวทำ�งานไม่ดีมั่ง ขี้โมโหมั่ง ไม่มีคุณสมบัติการเป็นเจ้านายมั่ง แล้วแม่ป้าจะให้ ข้าวทนให้มันโขกสับอีกเหรอคะ” หญิงสาวโวยวายกับผู้ที่เธอเรียกว่า ‘แม่ป้า’ มา ตั้งแต่เล็กจนติดปาก “นี่มันทำ�กับหลานรักของแม่ป้าถึงขนาดนี้เลยเหรอ ถ้าอย่างนั้นไม่ต้อง ไปสนใจ เข้าบ้านดืม่ อะไรเย็นๆ ก่อนจะได้สดชืน่ ขึน้ รูม้ ยั้ เขาบอกว่าคนเราถ้าโกรธ ครั้งหนึ่งจะเกิดรอยตีนกาตามมาอีกเพียบเลยนะยายข้าว” มณฑาปลอบพลางลูบ ศีรษะหลานสาวด้วยความเอ็นดู มือเรียวปัดเส้นผมสีดำ�สนิทจากดวงหน้ารูปไข่ ซึง่ ตกแต่งด้วยเครือ่ งสำ�อางชัน้ ดี ไล่สายตาเรือ่ ยไปตามคิว้ เรียวได้รปู ดวงตากลมโต เป็นประกายใต้แพขนตางอนหนา จมูกโด่งเชิดที่บ่งบอกความดื้อดึง และริมฝีปาก อิ่มสีชมพูระเรื่อ ภรั ณ ยาคื อ ความภาคภู มิ ใจที่ เ ธอสามารถเลี้ ย งดู ห ลานสาวตั ว น้ อ ยให้ เติบโตขึน้ เป็นหญิงสาวผูง้ ดงามและเพียบพร้อม หลังจากทีม่ ณฑลน้องชายคนเดียว ของเธอเสียชีวิตไปพร้อมกับนาดีผู้เป็นภรรยาเมื่อยี่สิบปีก่อน เธอก็กลายเป็นแม่ที่ ต้องเลี้ยงหลานอายุสามขวบมาจนถึงทุกวันนี้ ภรัณยาจึงเรียกเธอว่า ‘แม่ป้า’ ซึ่งมา จากคำ�ว่า ‘แม่’ กับ ‘ป้า’ ผสมกัน และเธอก็ชอบใจอยู่ไม่น้อย “มาแล้วค่ะ สตรอเบอรี่ปั่นของโปรดคุณข้าว” แต๋นรีบเอาเครื่องดื่มมาให้ เจ้านายหลังจากเก็บกล่องเข้าบ้านหมดแล้ว “ขอบใจนะจ๊ะคุณแต๋น” ภรัณยารับน้ำ�สตรอเบอรี่ปั่นมาดื่มแล้วทำ�ให้รู้สึก ดีขึ้นจนมีอารมณ์ขันแซวแต๋นด้วยการใช้คำ�นำ�หน้าว่า ‘คุณ’ ตามที่สาวใช้ต้องการ แต๋นเป็นเด็กบ้านนอกมาจากอีสาน หน้าตาเด๋อๆ ท่าทีซื่อๆ ซอยผมบ๊อบสั้นแค่ ต้นคอ แถมยังมีหุ่นผอมบาง ตัวเตี้ยหลุดมาตรฐานหญิงไทย ตอนอยู่บ้านนอกมัก จะถูกเรียกว่า ‘อีแต๋น’ พอได้มาทำ�งานกับมณฑาแล้วก็ไม่อยากให้ใครเรียกว่า ‘อี’ อีก เมื่อเธอรู้เข้าจึงเรียกคุณแต๋นเรื่อยมา “ตัง้ แต่เรียนจบกลับมาหลานเปลีย่ นงานมาหลายรอบแล้วนะยายข้าว แล้ว คราวนี้จะยอมไปทำ�งานที่บริษัทแม่ป้าหรือยังล่ะ ปล่อยให้ตาเจตน์ดูอยู่คนเดียว นานๆ แม่ป้าก็เหมือนไม่ใช่เจ้าของบริษัทเข้าไปทุกทีแล้วนะ” มณฑาอดห่วงบริษัท ที่เจตน์ซึ่งเป็นลูกติดสามีกำ�ลังบริหารแทนตัวเองอยู่ไม่ได้ “โอ๊ย! จะให้ขา้ วไปทำ�งานกับนายเจตน์นะ่ เหรอคะแม่ปา้ แหวะ...ไม่เอาหรอก ไม่ชอบนายขีเ้ ก๊กนีจ่ ริงๆ เลย” หญิงสาวอดโวยวายถึงคนทีถ่ กู กล่าวถึงไม่ได้ เพราะ 8


เธอไม่ชอบเจตน์เอาเสียเลย “แต่หลานเปลีย่ นงานมาห้าบริษทั ภายในปีเดียวแล้วนะ แม่ปา้ ว่าไม่มที ไ่ี หน ดีเท่ากิจการของเราเองหรอก เอาอย่างนี้ ถ้าข้าวยอมไปทำ�งานกับตาเจตน์นะ แม่ป้าจะดาวน์รถมินิป้ายแดงให้เลย ที่เหลือข้าวก็ผ่อนเอาเอง ดีมั้ยหลานป้า” มณฑาตัดใจยอมให้ของสมนาคุณกับหลานรัก เพราะตั้งแต่กลับจากออส เตรเลีย ภรัณยาก็ใฝ่ฝันอยากจะได้รถมินิคูเปอร์มาโดยตลอด แม้จะไม่ได้อยู่ใน ฐานะทีเ่ ดือดร้อนเงินทอง แต่เธอก็อยากจะสอนให้หลานสาวรูว้ า่ ต้องดิน้ รนขวนขวาย จึงได้มา และเห็นคุณค่ามากยิ่งขึ้นเมื่อได้ของสิ่งนั้นมาอย่างยากลำ�บาก จึงอยาก ให้ทำ�งานหาเงินซื้อเอาเอง แต่แล้วก็ต้องยอมใจอ่อนเพราะสงสารหลานที่ต้อง นั่งรถไฟฟ้าหรือไม่ก็รถไฟใต้ดินไปทำ�งานแทบทุกวัน “จริงเหรอคะแม่ป้า ว้าว! ถ้าอย่างนั้นข้าวจะไปทำ�พรุ่งนี้เลยยังได้ ไชโยๆ คุณแต๋นเห็นมัย้ แม่ปา้ ยอมใจอ่อนกับฉันแล้ว ดีใจจังเลยค่ะแม่ปา้ ข้าวรักแม่ปา้ ทีส่ ดุ ในโลกเลย” ภรัณยาโผเข้าไปกอดผู้เป็นป้าพร้อมหอมแก้มฟอดใหญ่ “เบาๆ สิยายข้าว เดี๋ยวหน้าสวยๆ ของแม่ป้าก็ช้ำ�หมดพอดี” คุณป้ายังสาว ไม่วายห่วงสวย แต่จะว่าไปเธอก็ยังสวยอยู่จริงๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะย่างเข้าสู่วัย สีส่ บิ ห้าแล้วก็ตาม ด้วยความทีห่ มัน่ ดูแลร่างกายอยูเ่ สมอบวกกับความเป็นคนไม่คอ่ ย เครียดกับเรื่องต่างๆ จึงทำ�ให้มณฑายังดูสาวและสวยอยู่ไม่สร่าง จนหนุ่มใหญ่ หลายๆ คนเห็นแล้วจะต้องตามมาจีบถึงบ้าน แต่เธอก็ไม่ยอมตกลงปลงใจกับใคร หลังจากที่สามีเสียชีวิตไปเมื่อห้าปีก่อน มณฑาตัดสินใจแต่งงานกับสุรเดชตัง้ แต่อายุยส่ี บิ ห้าหลังจากน้องชายตายไป และทิง้ หลานไว้ให้เป็นภาระ ตลอดชีวติ คูข่ องเธอและสุรเดชนัน้ ไม่มที ายาทด้วยกัน มีเพียงเจตน์ทเี่ ป็นลูกติดจากภรรยาเก่า เด็กน้อยทัง้ สองจึงมาเติมเต็มชีวติ คูไ่ ด้เป็น อย่างดี สุรเดชรักภรัณยามากพอๆ กับเจตน์ซึ่งเป็นลูกแท้ๆ เขาส่งเสียให้หญิงสาว ไปเรียนที่ออสเตรเลียหลังจบชั้นมัธยมปลาย เป็นเหตุให้เจตน์ไม่พอใจเป็นอย่าง มากเพราะเจตน์ได้ไปเรียนต่างประเทศแค่ช่วงปิดเทอมเท่านั้น นอกจากนี้ยังต้อง เข้าไปทำ�งานที่บริษัทด้วย จนกระทั่งเรียนมหาวิทยาลัยปีสามผู้เป็นพ่อก็เสียชีวิต ด้วยอุบัติเหตุทำ�ให้เจตน์ต้องรีบเรียนให้จบและมาช่วยมณฑาทำ�งานเพื่อพยุง บริษัทให้อยู่รอดตามความต้องการของสุรเดช 9


“แม่ปา้ คะ ข้าวว่าวันนีเ้ ราไปสปากันดีกว่าค่ะข้าวเบือ่ มากๆ เลย ดูสคิ ะหน้า ข้าวย่นไปตั้งเยอะแน่ะตั้งแต่ถูกเจ้านายหัวงูกดขี่เนี่ย” ภรัณยามักจะห่วงสวยอยู่ เสมอด้วยได้รบั อิทธิพลจากผูเ้ ป็นป้ามาตัง้ แต่เด็กนัน่ เอง “ได้เลยหลานป้า ไปส่งคุณแต๋นที่ตลาดแล้วเราก็ไปสปากันเลย” มณฑารีบ ตกลงเพราะอยากจะผ่อนคลายเหมือนกัน “ไข่ตุ๋นมาหาแม่มาลูกมา โอ๋ๆ ขอโทษนะที่ไม่ได้ซื้อไก่ย่างมาฝาก แต่ไม่ เป็นไร เดี๋ยวแม่กลับจากสปาจะซื้อมาให้เยอะๆ เลยนะ น่ารักจริงๆ เลยลูกแม่” ภรัณยาที่อารมณ์ดีขึ้นหันไปง้อเจ้าพุดเดิ้ลขนปุยซึ่งนอนขดตัวอยู่ใต้เก้าอี้ เจ้าไข่ตุ๋นคือรางวัลที่เจตน์ซื้อให้เธอเมื่อตอนเรียนจบ ไม่รู้ว่าเขาซื้อให้เธอ เพราะอะไร อาจจะหลอกด่าว่าเธอเหมือนหมาก็เป็นไป แต่ถึงเธอจะไม่ชอบคนให้ เธอก็รักเจ้าตัวเล็กนี้จนหมดใจและให้มันนอนที่ห้องด้วยแทบทุกคืน

10


ตอนที่ 1 เจตน์ เรืองฤทธิ์ ยืนมองรถมินคิ เู ปอร์สนี �ำ้ เงินรุน่ มินวิ นั ทีแ่ ล่นเข้ามาจอดใน ช่องจอดรถของผู้บริหารฝ่ายการตลาดด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ เขาหัวเสียเป็นที่สุด เมื่อคนที่เขาให้สมญานามว่า ‘แม่ชาวเกาะ’ เข้ามาวุ่นวายกับบริษัทของเขานาน เกือบหกเดือนแล้ว ด้วยเพราะแม่เลี้ยงที่มีอำ�นาจเด็ดขาดในบริษัทเป็นคนออก คำ�สั่งให้ภรัณยาเข้ามานั่งในตำ�แหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด และผู้ดูแลฝ่ายบัญชี อาวุโสอีกหนึง่ ตำ�แหน่ง ไม่บอกเขาก็รวู้ า่ แม่เลีย้ งมีเจตนาจะส่งหลานเข้ามาสอดแนม การทำ�งานของเขาซึ่งเธอก็ทำ�ได้ดีเสียด้วย การที่ภรัณยาเข้าไปตรวจสอบรายได้และรายจ่ายแทบทุกอย่างของบริษัท เป็นเหตุให้เขาต้องวุ่นวายจัดทำ�เอกสารขึ้นมาใหม่ อีกทั้งยังทำ�อะไรๆ เหมือนเคย ได้ล�ำ บากมากขึน้ แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่าการเอาเงินของบริษทั ไปเก็บไว้ใช้สว่ นตัวเป็น การโกง เพราะบริษัทนี้เป็นของเขาและเขาก็เป็นคนหาเงินเข้าบริษัทเพียงลำ�พัง ในขณะทีส่ องป้าหลานมีกนิ มีใช้อย่างสุขสบายโดยไม่ตอ้ งทำ�อะไร และนับจากวันที่ ภรัณยาเข้ามาทำ�งานในบริษัทเขาก็ได้บอกกับตัวเองว่าจะทำ�ทุกวิถีทางเพื่อกำ�จัด สองป้าหลานไปให้พ้นจากทรัพย์สมบัติของพ่อ เพียงแต่เขายังไม่รู้ว่าจะทำ�อย่างไร “มาแล้วเหรอ ขยันนะมาทำ�งานแต่เช้าเชียว หรือว่าจะมาแอบดูอะไรแถวนี”้ เจตน์ทักภรัณยาที่เดินเฉิดฉายลงมาจากรถ ไม่วายที่จะลอบมองเรียวขาสวยของ หญิงสาวอย่างชื่นชมอยู่ลึกๆ ต่อให้ไม่พอใจเธอมากแค่ไหน แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ เลยว่าภรัณยาสวยไม่มีที่ติจริงๆ แล้วยิ่งใส่กระโปรงสั้นกับรองเท้าส้นสูงปรี๊ดมา ทำ�งานด้วยแล้ว มันช่างทำ�ให้เจ้าหล่อนดูดีเหลือเกิน ‘มิน่าล่ะ ไปขายทัวร์ให้ใครก็แทบจะไม่มีใครยอมปฏิเสธเลยแม้แต่คนเดียว 11


ไม่รวู้ า่ แม่คณ ุ ไปขายทัวร์หรือว่าขายอย่างอืน่ กันแน่’ ชายหนุม่ นึกสมเพชภรัณยาอยู่ ในใจ แต่จะว่าไปแล้วเธอก็ท�ำ ประโยชน์ให้บริษทั ไม่นอ้ ย ถ้าไม่นบั รวมกับเรือ่ งทีม่ า จุน้ จ้านในส่วนของเขา “ฉันก็มาของฉันแบบนีท้ กุ วันอยูแ่ ล้ว ไม่ได้มาแอบดูอะไรหรอก เอ๊ะ...หรือว่า นายซ่อนอะไรเอาไว้งั้นเหรอ” ภรัณยาตอบกลับทันควัน มันเป็นแบบนี้มาแต่ไหน แต่ไรที่เจตน์กับเธอแทบจะไม่มีวันลงให้กัน จะได้อยู่ห่างกันก็ช่วงที่เธอไปเรียนต่อ เมืองนอกจนจบปริญญาตรี แต่เมื่อกลับมาก็พบว่าเขาย้ายออกไปอยู่คอนโดฯ ตาม ลำ�พังเสียแล้ว “เปล่า” เจตน์ตอบอย่างไม่ยี่หระ ก่อนเดินนำ�เข้าออฟฟิศและหยุดที่โต๊ะ ทำ�งานของเลขา “อ้อ...แมวฝากเช็คไปให้คุณน้าเซ็นด้วย อย่าลืมแล้วกัน เดี๋ยวค่าใช้จ่ายเลย กำ�หนดจะหาว่าฉันไม่เตือนไม่ได้นะ” เขาบอกและยกสมุดเซ็นงานที่วางอยู่บนโต๊ะ เลขาฯ คูใ่ จซึง่ วันนีใ้ ช้สทิ ธิล์ าป่วยอีกแล้ว “อ้าว...แล้วแมวไปไหนล่ะ ไม่เห็นมาสามวันแล้วนะ” ภรัณยาถามด้วยความ สงสัย “ไม่สบาย” เจตน์ตอบแค่นั้นแล้วเดินเข้าห้องไป เพราะรู้ดีว่าภรัณยาคงจะ ไม่เชื่อตามที่เขาบอกแน่ หญิงสาวยักไหล่อย่างไม่แยแสสักนิด แต่กน็ กึ ตำ�หนิทเี่ จตน์ไม่รจู้ กั แยกแยะ เรือ่ งงานกับเรือ่ งส่วนตัว เขามักจะให้สทิ ธิพ์ เิ ศษกับเลขาฯ ส่วนตัวเป็นประจำ�แถมยัง ให้เงินเดือนทีส่ งู กว่าพนักงานคนอืน่ ด้วย เธอนึกอยากจะหาเลขาฯ ใหม่ทมี่ เี วลาให้ กับงานได้เต็มที่ แต่ก็ได้แค่คิดเพราะถูกสั่งห้ามไม่ให้ยุ่งเรื่องนี้ ไม่เหมือนกับเรื่อง เงินรายได้ของบริษัททั้งหมดที่เธอได้รับไฟเขียวจากแม่ป้า “นี่ค่ะคุณข้าว แฟ้มค่าใช้จ่ายที่คุณข้าวขอเอาไว้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว” ภรัณยาเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เลขาฯ ที่หอบแฟ้มเข้ามาให้ในห้องทำ�งานก่อน จะเตือนด้วยความเคยชิน “ขอบใจจ้ะ เอ้อ...นุชช่วยเอาเช็คพวกนี้ไปให้แม่ป้าเซ็น ที่บ้านหน่อยนะเดี๋ยวฉันจะลืม เพราะคืนนี้จะต้องไปดูแลลูกค้ากว่าจะกลับก็คงจะ ดึก ตรวจดูให้เรียบร้อยก่อนนะ เช็คใบไหนที่คุณเจตน์ยังไม่ได้อนุมัติก็เอาไปให้ เซ็นก่อน” 12


“ได้ค่ะ” เลขาฯ สาวรับคำ�โดยดี ภรัณยารีบเปิดดูรายการจ่ายเงินของเจตน์ทันทีที่ปิยนุชจากไป แล้วหญิง สาวก็จะต้องสลดใจเหมือนทุกครั้งที่พบว่าค่าใช้จ่ายบางตัวสูงกว่าความเป็นจริง แต่เธอก็ทำ�อะไรไม่ได้เพราะแต่ละรายการมีใบเสร็จรับเงินมายืนยันเอาไว้ ทั้งๆ ที่ รู้อยู่แก่ใจว่าใบเสร็จเหล่านั้นล้วนมาจากบริษัทที่เจตน์รู้จักเป็นการส่วนตัวแทบ ทั้งสิ้น ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งเสียดายเวลาที่เคยทิ้งไปกับการทำ�งานบริษัทอื่นแทนที่จะรีบ มาช่วยงานแม่ป้าตั้งแต่แรก แต่ตอนนี้คงยังไม่สายเกินไปที่เธอจะกลับมาปกป้อง ผลประโยชน์ของแม่ป้า หญิงสาวกลับเข้าบ้านอีกทีก็เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว แม่ป้ากำ�ลังหลับสบาย เช่นเดียวกับคุณแต๋น ส่วนตัวเธอเองก็ต้องรีบเข้านอนให้เร็วที่สุด เพราะวันพรุ่งนี้ ต้องไปส่งนักธุรกิจใหญ่พร้อมทีมงานแต่เช้าเพื่อขึ้นรถไปเที่ยวตลาดน้ำ�ดำ�เนิน สะดวกและสถานทีท่ อ่ งเทีย่ วอีกหลายๆ แห่ง ก่อนตบท้ายด้วยการพาไปชมทัศนียภาพ รอบๆ เกาะรัตนโกสินทร์อนั เป็นสถานทีส่ �ำ คัญแห่งหนึง่ ซึง่ นักท่องเทีย่ วไม่ควรพลาด ภรัณยามักจะจัดบริการนำ�เที่ยวสำ�หรับลูกค้าที่กระเป๋าหนักด้วยตนเอง เสมอ เพราะเธอถือคติวา่ การได้รจู้ กั กับลูกค้าโดยตรงย่อมดีกว่าปล่อยให้ไกด์รจู้ กั แค่ คนเดียว อีกทั้งลูกค้าระดับวีไอพีเหล่านี้มักจะต้องการความพิเศษซึ่งเธอก็สามารถ ตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนลี้ กู ค้าหลายๆ รายจึง ประทับใจและหันมาใช้บริการของพาราไดซ์ทัวร์จนทำ�ให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่าง เห็นได้ชัดทั้งๆ ที่เธอเพิ่งจะเข้ามาทำ�งานในตำ�แหน่งนี้ได้ไม่นาน ร่างบางวิง่ ลงบันไดและตรงดิง่ ไปยังตูเ้ ย็นอย่างคุน้ เคยหลังจากอาบน้�ำ เรียก ความสดชื่นให้ร่างกายแล้ว เครื่องบำ�รุงผิวที่จำ�เป็นต่อใบหน้าถูกหอบมาวางไว้ที่ โต๊ะกลางชุดรับแขก รีโมทบนโต๊ะถูกใช้งานในทันทีเพือ่ กดหารายการน่าสนใจก่อน จะมาจบลงที่ช่องแฟชั่นแชแนลซึ่งเป็นช่องโปรดของเธอนั่นเอง รีเฟรชชิ่งโทนเนอร์ช่วยปรับสภาพผิวถูกหยิบขึ้นมาใช้ตามด้วยไนท์ครีม จากนั้นก็เป็นซีรั่มสำ�หรับใบหน้าและลำ�คอ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการที่เธอจะต้อง ทำ�ก่อนนอนทุกคืนแล้วข้าวของจึงถูกนำ�กลับไปเก็บไว้ในตู้เย็นเช่นเดิม ภรัณยาวิ่ง กลับไปยังห้องนอน ยืนสำ�รวจความสวยอันไร้ที่ติในกระจกเงาบานใหญ่อย่างพึง พอใจ ก่อนจะดีดตัวขึ้นเตียงนุ่ม แต่พลันนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เธอเผลอกินปลาหมึก 13


ผัดไข่เค็มพร้อมข้าวจานใหญ่ หญิงสาวจึงปฏิบัติการขับไล่จำ�นวนแคลอรี่ออกจาก ร่างกายด้วยการซิทอัพจำ�นวนร้อยครั้งแล้วหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน “คุณข้าวคะ คุณข้าว มีเรื่องด่วนค่ะ” ปิยนุชรีบรายงานทันทีที่เจ้านายสาว โผล่หน้าเข้าออฟฟิศในเวลาบ่ายแก่ๆ “มีอะไรนุช หน้าตาตื่นมาเชียว” “รถตู้ ที่ พ าคุ ณ โอซาม่ า กั บ ภรรยาไปเที่ ย วกาญจนบุ รี เ กิ ด อุ บั ติ เ หตุ ค่ ะ ” เลขาฯ สาวรายงานอย่างร้อนรน “ตายจริง! แล้วมีใครเป็นอะไรมั้ย” หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจ เนื่อง จากลูกค้ากิตติมศักดิ์สองคนนี้เธอเป็นผู้ดูแลอยู่เมื่อสองวันก่อน “ลูกค้าไม่เป็นอะไรค่ะ พอดีเป็นช่วงทีส่ ง่ ลูกค้ากลับโรงแรมไปแล้ว แต่รถสิคะ เป็นแน่ๆ” “เฮ้อ...โล่งอกไปที แล้วให้คนรถแจ้งประกันหรือยังล่ะ นุชช่วยเตรียมรถไป เปลีย่ นให้คณ ุ โอซาม่าด่วนด้วยนะ เอารถทีด่ ที ส่ี ดุ ของเรา อย่าให้พลาดล่ะ” หญิงสาว ถอนใจอย่างโล่งอกก่อนจะเดินนำ�ไปที่ห้องทำ�งานโดยมีปิยนุชตามไปติดๆ “เรือ่ งหารถไปเปลีย่ นนุชจัดการแล้วค่ะ แต่เรือ่ งแจ้งประกันนีค่ งจะไม่เป็นผล ค่ะคุณข้าว” “ทำ�ไมล่ะ” หญิงสาวย้อนถามอย่างสงสัย “ก็คุณท่านยังไม่ได้เซ็นเช็คจ่ายค่าประกันเลยค่ะ แล้วมันก็เลยกำ�หนดมา แล้วด้วย นุชโทรไปที่บริษัทประกันเขาบอกว่าบริษัทไม่คุ้มครองให้เพราะมันหมด ไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว เขาต่ออายุให้อัตโนมัติแถมให้เครดิตสามสิบวันแต่ทางเราไม่ ได้เอาเช็คไปจ่ายเขาก็เลยตัดค่ะ” ปิยนุชรายงานตามความจริงด้วยสีหน้าหวาดหวัน่ ไม่นอ้ ย “อะไรนะ! แล้วทำ�ไมไม่บอกแม่ป้าล่ะว่าเช็คใบไหนมันจะเลยกำ�หนด แล้ว รถเสียหายเยอะหรือเปล่านี่ โอยๆ ฉันจะเป็นลม” พูดพลางยกมือขึ้นบีบขมับด้วย ความหนักใจ “เธอจะไปโทษคนอื่นไม่ได้หรอกข้าว ไม่มีใครบังคับให้คุณน้าเซ็นเช็คได้ แกก็เป็นแบบนีม้ าไม่รกู้ คี่ รัง้ ต่อกีค่ รัง้ แล้ว เห็นเรือ่ งสำ�คัญเป็นเรือ่ งเล็กน้อยไปหมด ก็อย่างว่านะ คนไม่ค่อยได้ทำ�งานก็เลยไม่รู้ว่าเงินมันหายากแค่ไหน” เมื่อรู้ข่าว 14


เจตน์ก็เดินเข้ามาในห้องทำ�งานของภรัณยาและอดที่จะพูดจาแดกดันไม่ได้ “ก็แล้วทำ�ไมไม่บอกล่ะว่ามันเป็นเช็คค่าประกันและมันใกล้จะเลยกำ�หนด แล้ว ถ้าบอกแล้วกำ�ชับแม่ป้าอีกทีฉันรับรองว่าแม่ป้าต้องรีบเซ็นให้ ไม่ใช่เอาไป วางทิ้งไว้แล้วค่อยไปเอาทีหลังมันไม่ได้หรอกนะ ผู้ใหญ่ใครเขาจะมารับรู้ว่าอะไร ด่วนอะไรไม่ด่วน ทีหลังถ้าใครเอาเช็คไปให้แม่ป้าเซ็นก็ให้รอรับกลับมาด้วยเลย ไม่ใช่เอาไปทิ้งไว้เป็นอาทิตย์ๆ แบบนี้” “อ้าว...เธอจะโทษคนอื่นก็ไม่ถูกนะ เธออยู่บ้านเดียวกันทำ�ไมไม่บอกให้ คุณน้าเซ็นแล้วก็หอบติดรถมาด้วยล่ะ ทำ�ไมจะต้องให้คนโน้นคนนี้คอยขับรถไปๆ มาๆ เพื่อเช็คใบเดียว ฉันว่าเธอควรจะโทษตัวเองมากกว่านะข้าว ฉันก็บอกเธอ แล้วนี่ว่าอย่าให้เช็คเลยกำ�หนด แล้วเป็นไงล่ะทีนี้ ซ่อมรถเบนซ์ไม่รู้จะเท่าไหร่ ดีแค่ไหนแล้วที่ลูกค้าไม่อยู่ในรถด้วย ไม่อย่างนั้นฉันจะให้เธอกับคุณน้าไปแก้ไข ปัญหาเอง” เจตน์ได้ทีรีบตอกย้ำ�อย่างสะใจที่เห็นภรัณยาหน้าซีด “วันที่นุชเอาไปให้คุณท่านเซ็น นุชก็บอกแล้วนะคะว่าขอรอกลับไปด้วย แต่ พอดีคุณท่านกำ�ลังอบซาวด์น่าอยู่ค่ะ ท่านบอกว่าจะฝากคุณข้าวกลับมาไม่ต้องรอ นุชก็เลยไม่รวู้ า่ จะทำ�ยังไง มันคงเป็นความผิดของนุชเองค่ะทีไ่ ม่รอบคอบ นุชขอโทษ นะคะคุณข้าว คุณเจตน์ งั้นนุชขอรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายก็แล้วกันค่ะ” ปิยนุชรีบ บอกด้วยความรู้สึกผิด “ไม่ได้หรอก ฉันจะให้นุชรับผิดชอบได้ยังไงกัน ค่าใช้จ่ายคงไม่น้อย เงิน เดือนเธอก็ไม่เท่าไหร่ คราวนี้แม่ป้าเองก็มีส่วนผิด เรื่องนี้ให้ฉันจัดการเองดีกว่า” ภรัณยารีบบอกปิยนุชเสียงเครียด “เอาเป็นว่าครั้งนี้ฉันจะให้คุณน้ารับผิดชอบกับบริษัทคนละครึ่งก็แล้วกัน หรือเธอว่าไงข้าว ถ้าตกลงก็ให้คนเอารถไปเข้าอู่ประจำ�จะได้แจ้งค่าใช้จ่ายว่าเท่า ไหร่” เจตน์รีบตัดบท “แบบนัน้ ก็ได้” ภรัณยารับปากเพราะเห็นว่าแม่ปา้ ตัวเองก็มสี ว่ นผิดไม่นอ้ ย “แต่ถา้ คราวหน้ามีเรือ่ งแบบนีเ้ กิดขึน้ อีกแล้วเป็นความผิดของคุณน้า ฉันจะ ให้คุณน้ารับผิดชอบทั้งหมด ตกลงมั้ยข้าว” เจตน์สรุป แม้จะรู้สึกเสียดายที่เล่นงาน มณฑาไม่ได้เต็มที่ แต่คราวหน้าเขาสัญญากับตัวเองว่าจะต้องทำ�ให้สองป้าหลาน จอมจุ้นจ้านต้องกระเด็นออกจากกองมรดกของพ่อให้ได้ แล้วรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ผุด ขึ้นเหนือริมฝีปากขณะหันไปสบตากับเลขาฯ ของภรัณยาซึ่งเป็นภรรยาลับของเขา 15


อีกคน

ตราบใดที่เขายังมีปิยนุชคอยสอดแนมความเคลื่อนไหว สักวันโอกาสต้อง เป็นของเขาแน่ๆ... มินิคูเปอร์คันโปรดถูกขับมาจอดที่โรงรถด้วยความเร็วสูงพร้อมเจ้าของที่ ลงมาด้วยความเร็วไม่แพ้กัน มณฑาชะเง้อคอมองหลานสาวที่ก้าวฉับๆ เข้ามาใน ห้องรับแขกพลางหันไปพยักหน้าให้แต๋นรีบไปทำ�น้ำ�สตรอเบอร์รี่ปั่นมารับรอง หลานรัก เนื่องจากรู้ดีว่าเจ้าตัวคงจะอารมณ์เสียจากเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นแน่ “ไปไกลๆ นะไข่ตุ๋นวันนี้แม่อารมณ์ไม่ดี” ภรัณยายื่นใบแจ้งหนี้ให้ผู้เป็นป้า ก่อนจะหันไปดุเจ้าไข่ตุ๋นที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาจนมันต้องล่าถอยกลับเข้าไปยังห้อง ครัว “ตายแล้ว...สองแสนบาท ทำ�ไมมันเยอะอย่างนี้ล่ะยายข้าว เห็นนายแก้ว คนขับรถบอกว่ามันเสียหายไม่มากนีน่ า งัน้ แม่ปา้ ก็ตอ้ งจ่ายเงินเองตัง้ แสนหนึง่ เลย เหรอ” มณฑามองตัวเลขแล้วก็รู้สึกหน้ามืดตาลายขึ้นมาทันที “ก็นายเจตน์เล่นไม่ซอื่ นีค่ ะ เอาไปเข้าอูเ่ พือ่ นแล้วเขาก็ตรี าคามาตามนี้ ข้าว ไม่รู้จะทำ�ยังไง จะให้นายแก้วเอารถไปเช็คที่อู่อื่นเดี๋ยวนายเจตน์รู้เข้าได้อาละวาด ข้าวจนออฟฟิศกระเจิงพอดี ทีหลังแม่ป้าก็ต้องระวังนะคะ ถ้ามีคนเอาเช็คมาให้ก็ รีบๆ เซ็นไปเลย จะได้ไม่เกิดเรื่องแบบนี้อีก” เธอเตือนแม่ป้าด้วยความหวังดี “ก็ข้าวบอกแม่ป้าเองไม่ใช่เหรอว่าเวลาจะเซ็นอะไรให้ดูดีๆ ก่อน หรือไม่ก็ ให้รอถามข้าวไง แล้วจะให้แม่ป้าทำ�ยังไงดีล่ะทีนี้ โอ๊ย...นังแต๋น ฉันปวดหัวจริงๆ เลยทำ�ไมไม่เหมือนตอนที่คุณเดชยังอยู่ก็ไม่รู้นะ ฉันไม่เห็นต้องมาทำ�อะไรให้มัน วุ่นวายอย่างนี้เลย” มณฑาอดบ่นไม่ได้เพราะอยู่แบบสบายๆ จนเคยตัว “อืม...มันก็จริงของแม่ป้านะคะ ข้าวก็ลืมเตือนแม่ป้าเหมือนกันมัวแต่ยุ่งๆ อยู่ เอาเถอะค่ะ คราวหน้าข้าวจะไม่ให้พลาดแบบนี้อีกแน่ๆ คุณแต๋นไปเอากระจก มาซิ วันนี้เครียดจัดไม่รู้ริ้วรอยเพิ่มไปกี่จุดแล้ว” ภรัณยายังไม่ลืมห่วงสวย “แม่ปา้ ว่าเราไปสปากันดีกว่ามัย้ ยายข้าว เสร็จแล้วก็ไปกินอะไรอร่อยๆ แล้ว ดูหนังสักรอบ หรือไม่ก็ไปช้อปปิ้งให้มันหายเครียด ไหนๆ ก็ต้องเสียเงินแสนแล้ว” มณฑามักจะคลายเครียดด้วยวิธีนี้เสมอๆ “โธ่...แม่ป้าจ๋า ข้าวต้องเก็บเงินเดือนไว้ผ่อนเจ้ามินินะคะ ไปเที่ยวบ่อยๆ 16


ได้ยังไงกัน เงินเดือนก็ได้ไม่กี่หมื่นเอง แต่ถ้าแม่ป้าจะเป็นสปอนเซอร์ข้าวก็ยินดี นะคะ” เธอบอกและยิ้มให้ผู้เป็นป้าอย่างประจบประแจง “ทำ�เป็นมาบ่น แล้วไปทีไรเราเคยจ่ายเองเหรอยายข้าว” มณฑาอดหมั่นไส้ หลานรักไม่ได้ “ว้า...แต๋นต้องกินข้าวเย็นคนเดียวอีกแล้ว” แต๋นพูดพลางทำ�หน้าละห้อย เพราะมักจะถูกเจ้านายทั้งสองทิ้งให้อยู่บ้านเป็นประจำ� “คราวนีฉ้ นั จะให้เธอไปด้วยก็ได้นะคุณแต๋น ฉันจะจ่ายค่าหนังกับค่าข้าวให้ แต่เรื่องสปาเธอต้องจ่ายเองถ้าอยากจะสวย หรือถ้าไม่จ่ายก็ต้องไปนั่งรอฉันกับ แม่ป้าทำ�จนเสร็จ ตกลงมั้ย?” ภรัณยามักจะทำ�แบบนี้อยู่บ่อยครั้ง เพราะรู้สึกว่า แต๋นไม่ค่อยได้ออกไปไหนก็อดเห็นใจไม่ได้ “จริงนะคะคุณข้าว ไชโย แต๋นรักคุณข้าวที่สุดในโลกเลยค่ะ อย่างนี้ให้แต๋น อยู่กับคุณข้าวจนตายก็ยังไหว ขอบคุณมากๆ นะคะคุณข้าว งั้นแต๋นไปแต่งตัวก่อน นะคะ” แต๋นรีบลุกขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้เจ้านายด้วยความดีใจเป็นที่สุด ก่อนจะ วิ่งหายไปในห้องอย่างรวดเร็ว “ดูมันสิ ดีใจจนออกนอกหน้า” มณฑาบ่นตามหลังแต๋นไปแต่สีหน้านั้นบ่ง บอกว่าดีใจทีห่ ลานสาวให้ความรักแก่แต๋นทีอ่ ยูก่ บั เธอมาตัง้ แต่ยงั เป็นสาวรุน่ และ ไม่เคยคิดจะลาออกไปทำ�งานทีไ่ หนอีกเลย ซึง่ คงเป็นเพราะแต๋นมีใจผูกพันกับเธอ และหลานสาวนั่นเอง “ปล่อยเถอะค่ะแม่ป้า นานๆ แต๋นจะได้ไปไหนสักที บ้านเราก็มีกันแค่สาม คนเท่านี้ แต๋นก็นับว่าเป็นญาติของเราไปแล้วนะคะ ไม่ใช่ก็เหมือนใช่ ให้ทำ�อะไร ก็ไม่เคยเกีย่ งงอน ว่าก็ไม่เคยทีจ่ ะน้อยอกน้อยใจ เราหาคนทีซ่ อ่ื สัตย์แบบแต๋นยาก มากเลยนะคะจากสังคมทุกวันนี้” ภรัณยาบอกและยิ้มให้ผู้เป็นป้าด้วยอารมณ์ที่ดี กว่าเดิมมาก

17


ตอนที่ 2 หนุม่ ใหญ่วยั ห้าสิบตอนต้นนามว่ากำ�นันเขม ผูเ้ ป็นทีร่ กั ของชาวบ้านน้�ำ งาม ยืนชื่นชมท้องทุ่งนาที่เต็มไปด้วยสีทองอร่ามของต้นข้าวซึ่งกำ�ลังรอการเก็บเกี่ยว สายลมบางเบาพัดมาต้องกายทำ�ให้รู้สึกเย็นสบาย ใบหน้าคมคายมีรอยยิ้มภาค ภูมิใจเมื่อได้เห็น ‘เขมินทร์’ หรือ ‘น้ำ�’ ลูกชายคนเดียวในวัยยี่สิบเจ็ดปีกำ�ลัง ทำ�งานอย่างขยันขันแข็งอยู่กลางทุ่งนา หกปีแล้วที่เขาได้วางมือจากงานพวกนี้ และมอบหน้าที่การเป็นกระดูกสันหลังของชาติให้ลูกชายหลังเรียนจบปริญญาโท ด้านเกษตรศาสตร์จากประเทศอิสราเอล “อ้าว...ท่านกำ�นันมาตรวจงานเหรอครับ” ชายหนุม่ ร่างสูงใหญ่ในชุดกางเกง ยีนกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวร้องตะโกนทักทายผู้เป็นพ่อแข่งกับเสียงดังกระหึ่มของรถ เกี่ยวข้าว “เป็นยังไงบ้างใกล้จะเสร็จหรือยัง มากินข้าวก่อนดีมั้ยเจ้าน้ำ�” เขมตะโกน บอกลูกชายเนื่องจากเลยเวลาพักเที่ยงมาครู่ใหญ่แล้ว “ยังหรอกพ่อ เดีย๋ วเอาให้เสร็จแปลงนีก้ อ่ นจะได้พกั ทีเดียวเลย ตอนนีย้ งั ไม่มี ใครหิวหรอก” เขมินทร์ตะโกนตอบพร้อมยิ้มฟันขาว แม้ว่าเขาจะทำ�งานกรำ�แดด กรำ�ฝน หากแต่ใบหน้าคมคายใต้หมวกปีกกว้างก็ยงั คงความหล่อเหลาดูดี คิว้ หนา รับกับดวงตาสีด�ำ สนิทฉายแววมุง่ มัน่ จมูกคมเป็นสันเรือ่ ยลงมาถึงเรียวปากหยักลึก แสนมีเสน่ห์ ไม่น่าแปลกใจเลยสักนิดที่เขาจะตกเป็นเป้าหมายของบรรดาสาวๆ ทั้งในและนอกหมู่บ้าน แต่ทว่าชายหนุ่มก็ยังไม่คิดปักใจมองใครอย่างจริงจังสักที ผูเ้ ป็นพ่อโบกมือให้ลกู ชายคนขยันพร้อมยิม้ ออกมาด้วยความสุขใจ เขมเป็น คนสุพรรณบุรีโดยกำ�เนิดแต่ย้ายมาตั้งรกรากอยู่ที่หนองคายหลังจากภรรยาเสีย 18


ชีวติ ด้วยอุบตั เิ หตุทางรถยนต์เมือ่ ยีส่ บิ สองปีกอ่ น ขณะนัน้ เขมินทร์อายุเพียงห้าขวบ เพื่อลบภาพความทรงจำ�ในอดีตที่คอยบั่นทอนจิตใจเขาจึงตัดสินใจขายที่ดินและ ทรัพย์สมบัติอื่นๆ ที่สุพรรณบุรีแล้วมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ เขมินทร์ถูกส่งไปเรียนที่โรงเรียนประจำ�ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่เด็ก เมื่อจบชั้น มัธยมปลายจึงเรียนต่อในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่เขม มักจะให้ลูกชายมาช่วยงานในไร่นาเวลาที่เขาว่างจากการเรียนหรือปิดเทอมเสมอ ทำ�ให้เขมินทร์รักวิถีชีวิตอันเรียบง่ายที่ได้อยู่กับธรรมชาติมาตลอด “เย็นนี้แกไปฟังพระสวดแทนพ่อหน่อยนะเจ้าน้ำ� พ่อจะไปคุยธุระกับคุณ โสภณที่บ้าน แล้วก็อย่าลืมใส่ซองช่วยงานเขาด้วยล่ะ” เขมบอกลูกชาย “ได้ครับ งั้นกินข้าวเสร็จแล้วผมจะรีบเกี่ยวข้าวต่อเลย กะว่าพรุ่งนี้จะเอาให้ เสร็จเพราะบ้านน้าพวง น้าน้อย และลุงใสก็รอรถอยู่” เขมินทร์หยุดพักกินข้าวเมือ่ เสร็จงานดัง่ ตัง้ ใจ ในขณะทีป่ น้ั ข้าวเหนียวกินกับ ลาบอย่างเอร็ดอร่อยก็คดิ วางแผนการทำ�งานให้เร็วขึน้ ไปด้วย เนือ่ งจากทัง้ หมูบ่ า้ น หรือจะทั้งตำ�บลแห่งนี้ล้วนแต่รออาศัยรถเกี่ยวข้าวของเขาแทบทั้งสิ้น หรือถ้าบ้าน ไหนไม่รอก็จะใช้แรงงานในครอบครัวเก็บเกี่ยวเองซึ่งเป็นเรื่องที่ลำ�บากมากใน ปัจจุบันเพราะแรงงานคนนั้นหายากกว่าแรงเครื่องจักร จึงเป็นเหตุให้เขาตัดสินใจ ซื้อรถเกี่ยวข้าวเอาไว้จะได้ช่วยทุ่นแรงชาวบ้านอีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นรายได้ให้ ครอบครัวได้ไม่น้อยเลยทีเดียว “ในนามของพาราไดซ์ทัวร์ ฉันขอขอบใจทุกคนที่ทำ�งานให้กับบริษัทด้วย ความทุม่ เท โดยเฉพาะคุณเจตน์ซง่ึ เป็นหัวแรงสำ�คัญของบริษทั ทีท่ �ำ ตามเจตนารมณ์ ของคุณสุรเดชด้วยความมุง่ มัน่ และหลานรักของฉัน...คุณภรัณยาทีถ่ งึ แม้วา่ เพิง่ จะ มาช่วยงานได้แค่ปีเดียวแต่ก็แบ่งเบาภาระให้คุณเจตน์ได้ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการ ดูแลเรือ่ งค่าใช้จา่ ยซึง่ ลดลงจากปีทแี่ ล้วเกือบครึง่ หนึง่ แถมยังทำ�ให้ยอดการสัง่ จอง ทัวร์เพิม่ มาอีกเกือบสามสิบเปอร์เซ็นต์ ฉันขอบใจมากๆ และเพือ่ เป็นการสร้างขวัญ กำ�ลังใจให้กับพนักงานทุกระดับชั้นที่ได้ช่วยกันมาตลอดทั้งปี ในฐานะประธาน กรรมการ ฉันขอประกาศว่า ปีนจ้ี ะจ่ายโบนัสให้พนักงานถึงสามเดือนเลยทีเดียว และ จะขึ้นเงินเดือนให้ทุกๆ คนอีกสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ให้มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” สิ้นเสียงของมณฑาพนักงานในห้องประชุมก็พากันปรบมือด้วยความดีใจ 19


กับข่าวดีที่ทุกๆ คนรอคอย มณฑาหันไปยิ้มให้หลานสาวด้วยความชื่นชมกับผล ประกอบการที่ออกมาดีกว่าทุกๆ ปีที่มีเจตน์ดำ�เนินกิจการเพียงลำ�พัง ภรัณยายิ้มให้ผู้เป็นป้าด้วยความปลาบปลื้มและดีใจไม่แพ้กันที่เธอได้เป็น ส่วนหนึง่ ของบริษทั และเหนือสิง่ อืน่ ใดเธอได้เป็นส่วนหนึง่ ในการขัดขวางการทุจริต ของเจตน์ที่มีต่อบริษัทและพนักงานในหลายๆ ปีที่ผ่านมา เพราะเจตน์ไม่เคยใจดี แจกโบนัสพนักงานมากเท่าปีน้ี และไม่เคยขึน้ เงินเดือนให้มากขนาดนีด้ ว้ ยเช่นกัน หญิงสาวลอบมองเจตน์ที่มีสีหน้าเรียบเฉยพลางครุ่นคิดถึงเหตุการณ์เมื่อ คืน ตอนที่เขาถูกมณฑาเรียกไปปรึกษาเรื่องที่จะประชุมวันนี้ ‘ทำ�ไมคุณน้าจะต้องให้โบนัสพนักงานเยอะขนาดนัน้ ครับ เงินเดือนก็ไม่นา่ ขึ้นมากขนาดนี้ผมไม่ค่อยจะเห็นด้วยเลย เวลาขึ้นแล้วเราก็จะลงไม่ได้นะครับ ปีนี้ อาจจะมีก�ำ ไรมาก แต่ถา้ เกิดโชคร้ายปีหน้าเราขาดทุนขึน้ มาผมมัน่ ใจว่าไม่มพี นักงาน คนไหนทีจ่ ะยอมให้เราลดเงินเดือนหรอกนะครับ’ เจตน์ไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงกับ เรื่องนี้ ‘น้าว่าพนักงานคงจะไม่ใจดำ�หรอกนะตาเจตน์ เพราะแต่ละคนก็ทำ�งานกับ เรามานานตั้งแต่สมัยพ่อของเจตน์ยังอยู่ ถ้าบอกเขาดีๆ น้าว่าพวกเขาก็คงจะรับได้ แต่ตอนนี้เมื่อเรามีกำ�ไรน้าก็อยากจะให้พวกเขาไปก่อน เอาไว้ให้เจอสถานการณ์ วิกฤตแล้วเราค่อยมาว่ากันใหม่ดีกว่านะ หรือเราจะว่าไงยายข้าว’ ‘ข้าวก็แล้วแต่แม่ปา้ ค่ะ แต่วา่ เจตน์กค็ งจะไม่มปี ญ ั หาหรอกมัง้ คะ เพราะยังไงๆ เงินปันผลหลังจากหักโบนัสแล้วก็ไม่ได้ลดลงจากปีที่แล้วเลยนี่คะ ใช่มั้ยนายเจตน์’ เธอรีบดักทาง ‘ก็แล้วแต่คุณน้าก็แล้วกัน ผมมันก็แค่พนักงานเท่านั้น คงจะไม่มีอำ�นาจ ตัดสินใจอะไร งั้นผมขอตัวนะครับ’ น้ำ�เสียงตัดพ้อและแววตาไม่พอใจของเจตน์ก่อนจะเดินออกจากบ้านทำ�ให้ ภรัณยาอดกังวลใจลึกๆ ไม่ได้ เพราะคนอย่างเขาไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ แต่จะ กลัวทำ�ไมในเมื่อเธอทำ�ในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว... หญิงสาวบอกตัวเองก่อนจะยิ้มให้กับความสำ�เร็จที่ได้แก้เผ็ดเจตน์ไม่ให้มี โอกาสโกงเงินบริษัทไปเข้ากระเป๋าตัวเองแล้วเอามาให้พนักงานแทน 20

“โอ้โห...ยายข้าวหลานป้า ใส่ชดุ นีแ้ ล้วสวยหาทีต่ ไิ ม่ได้เลยจริงๆ” มณฑาแซว


หลานสาวที่เดินลงบันไดมาด้วยชุดทำ�งานยี่ห้อดังที่เธอยอมควักกระเป๋าซื้อให้ “จริงด้วยค่ะ กระโปรงสั้นๆ กับขาขาวๆ แล้วก็ตามด้วยนี่ค่ะ รองเท้าส้นสูง สีน่ วิ้ ของคุณข้าว เริม่ ต้นปีใหม่ชดุ ก็ใหม่รองเท้าก็ใหม่ แล้วจะมีอะไรใหม่ๆ อีกมัย้ คะ แต๋นจะได้ดีใจรอเลย” แต๋นประจบขณะวางรองเท้าคู่สวยในมือให้เจ้านายสาว “ฉันก็จะจ้างคนใช้ใหม่ไงนังแต๋น” มณฑาอดที่จะเบื่อกับความเป็นคนช่าง พูดของแต๋นไม่ได้ “ข้าวไปทำ�งานก่อนนะคะ เดี๋ยวจะสาย” ภรัณยาบอกพลางเดินแกมวิ่งไป ที่รถด้วยความกระฉับกระเฉงในการเริ่มงานวันแรกของปีใหม่ รถมินิคูเปอร์คันโปรดโลดแล่นไปบนถนนที่ดูจะแออัดกว่าเมื่อช่วงหยุดปี ใหม่ หญิงสาวสอดส่ายสายตาไปตามท้องถนนอย่างชินชาก่อนคิว้ เรียวจะขมวดมุน่ เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ภรัณยาใช้มือซ้ายที่ว่างอยู่ควานหาโทรศัพท์ ในกระเป๋าถือขึ้นมาพร้อมกับกรอกเสียงไปตามสายเมื่อเห็นว่าปลายทางเป็นใคร “มีอะไรคะแม่ป้า” “ยายข้าว! รถที่พาลูกทัวร์ไปเที่ยวอยุธยาเกิดอุบัติเหตุ แม่ป้ากำ�ลังดูข่าวอยู่ พอดีเลย ไม่รู้เป็นอะไรมากมั้ย” เสียงตื่นตระหนกของมณฑาดังขึ้น “อ้าวเหรอคะ ไม่รเู้ หมือนกันค่ะยังไม่มใี ครโทรมาบอกข้าวเลย ไว้ถงึ ออฟฟิศ ก่อนเดีย๋ วข้าวจะโทรไปบอกนะคะ” เธอตัดสายแล้วรีบมุง่ หน้าไปให้ถงึ บริษทั โดยเร็ว “เจตน์...นายรู้เรื่องอุบัติเหตุหรือยัง” ภรัณยารีบถามทันทีเมื่อพบเจตน์ซึ่ง กำ�ลังยืนคุยอยู่กับเลขาฯ ของเธอที่ลานจอดรถของบริษัท “แมวโทรมาบอกแล้วไม่มีอะไรมากหรอก รถก็มีประกันลูกทัวร์ก็ไม่ได้รับ บาดเจ็บมาก” เจตน์ตอบด้วยน้ำ�เสียงราบเรียบ “เหรอ งั้นฉันจะไปดูหน่อยเดี๋ยวลูกทัวร์จะเสียขวัญ นุชไปกับฉันนะ” “ได้ค่ะคุณข้าว” ปิยนุชรับคำ�ก่อนจะเดินขึ้นรถของภรัณยา “ขับรถดีๆ ล่ะข้าว ไม่ต้องรีบมากก็ได้” เจตน์บอกและยิ้มให้หญิงสาวอย่างมี เลศนัย เพราะเป็นคนที่ไม่เคยคิดร้ายกับใครก่อนทำ�ให้ภรัณยาไม่ทันเอะใจกับ สายตาแปลกๆ ของเจตน์จึงขับรถออกไปโดยไม่ได้ใส่ใจ ครู่ใหญ่ๆ จึงหันไปบอก เลขาฯ สาว “นุชช่วยโทรศัพท์ไปเช็คเรื่องอุบัติเหตุให้หน่อยได้มั้ยว่าเป็นยังไงบ้าง” 21


“ไกด์บอกว่าไม่เป็นอะไรมากค่ะทุกอย่างเรียบร้อยดี” ปิยนุชรายงานตาม ความเป็นจริงหลังตัดสายจากคู่สนทนาแล้ว “อืม...งั้นฉันขอเติมน้ำ�มันก่อนนะ” ภรัณยาบอกอย่างเบาใจพลางเลี้ยวรถ เข้าปั๊มน้ำ�มันแล้วฝากให้ปิยนุชจ่ายเงินก่อนจะเดินตรงไปห้องน้ำ� ระหว่างนั้นเสียง โทรศัพท์ของเธอดังขึ้นและปิยนุชก็เป็นคนรับสาย “เอ่อ...คุณข้าวไปเข้าห้องน้ำ�ค่ะ เรื่องอุบัติเหตุเหรอคะ คุณเจตน์ดูแลอยู่ค่ะ คุณท่านโทรไปถามคุณเจตน์เลยนะคะ พอดีคุณข้าวกำ�ลังยุ่งค่ะ” ปิยนุชรีบตัดบท ก่อนที่อีกฝ่ายจะถามให้มากความกว่านี้ แล้วโทรศัพท์มือถือของภรัณยาก็ถูกปิด เครื่องเอาไว้ทันที ราวชั่วโมงเศษๆ ภรัณยาก็มาถึงที่เกิดเหตุและพบว่าลูกทัวร์ไม่ได้เป็นอะไร มากตามที่เจตน์บอกเอาไว้จึงพลอยโล่งอกขึ้นมาบ้าง รู้สึกเป็นห่วงแม่ป้าที่รออยู่ที่ บ้านจึงหันไปสั่งงานปิยนุชอีกครั้ง “นุชช่วยหยิบโทรศัพท์ในรถให้ทีสิ จะโทรไป บอกแม่ป้าหน่อยเดี๋ยวจะเป็นห่วง” ปิยนุชเดินกลับไปยังรถมินิด้วยสีหน้ายุ่งเหยิง นึกอยากให้โทรศัพท์มือถือ ของภรัณยาเสียในวินาทีนี้จะได้ไม่สามารถติดต่อกับแม่ป้าของเธอได้ เพราะตาม หน้าที่หลักที่เธอได้รับมาจากเจตน์ก็คือทำ�อย่างไรก็ได้ให้ภรัณยาขาดการติดต่อ กับมณฑาให้นานที่สุด แต่แล้วสิง่ ทีป่ ยิ นุชคิดเอาไว้กไ็ ม่ได้เป็นไปดังคาด เมือ่ กดสวิชต์เปิดมือถือของ เจ้านายสาวขึ้นมาแล้วยังใช้การได้ดีอยู่เธอจึงจำ�เป็นต้องนำ�มันมาคืนให้เจ้าของ อย่างเสียไม่ได้ “นี่ค่ะคุณข้าว” ภรัณยาที่กำ�ลังง่วนอยู่กับลูกทัวร์หันมาทางสาวร่างเล็กที่เดินเข้ามาหา พลางยื่นมือออกไปรับมือถือของตัวเอง หญิงสาวกดเบอร์บ้านที่คุ้นเคยออกไปแต่ ยังไม่ทันที่ปลายทางจะได้รับสาย ไกด์สาวที่ดูแลทัวร์กรุ๊ปนี้อยู่ก็เดินตรงเข้ามาด้วย ใบหน้ายุ่งเหยิง “คุณข้าวคะคุณข้าว ช่วยเคลียร์กับลูกทัวร์รายนี้ให้หน่อยค่ะ เขาบอกว่าไม่ อยากจะไปเที่ยวต่อแต่อยากจะกลับกรุงเทพฯ เลยค่ะ” “นุชช่วยบอกแม่ปา้ ให้หน่อยว่าทุกอย่างเรียบร้อย ไม่ตอ้ งเป็นห่วงนะ” ภรัณยา ยื่นโทรศัพท์ให้ปิยนุชก่อนจะเดินตามไกด์ไปอย่างไม่มีทางเลือก 22


“คุณท่านเหรอคะ เอ่อ...คุณข้าวอยู่ที่เกิดเหตุพอดีค่ะ ตอนนี้กำ�ลังเคลียร์ กับลูกทัวร์ พอดีลูกทัวร์มีปัญหาจะไม่ยอมอะไรประมาณนี้ล่ะค่ะ” ปิยนุชแสร้งทำ� น้ำ�เสียงหนักใจ “แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่าล่ะหนูนุช” ฝ่ายนั้นถามด้วยความห่วงใย “นุชว่าให้คณ ุ ท่านโทรถามคุณเจตน์เองดีกว่านะคะ นุชไม่กล้าบอกอะไรมาก กว่านีค้ ะ่ งัน้ แค่นกี้ อ่ นนะคะทีน่ กี่ �ำ ลังวุน่ วายตำ�รวจมากันใหญ่เลยค่ะ” ปิยนุชตัดบท สนทนาให้น้อยลงจนมณฑาต้องยอมวางสาย และปิดโทรศัพท์อีกครั้งเมื่อเห็น ภรัณยาเดินกลับมา “เป็นยังไงบ้างคะคุณข้าว” เอ่ยถามเพื่อกลบพิรุธ “ไม่มีอะไรหรอกแค่ลูกทัวร์กลัวเท่านั้น แต่คุณเจตน์โทรมาบอกแล้วว่าจะ คืนเงินค่าทัวร์ให้หา้ สิบเปอร์เซ็นต์ทกุ อย่างก็เลยเรียบร้อย งัน้ เรากลับกันเถอะ”ภรัณยา บอกตามทีไ่ ด้คยุ กับเจตน์กอ่ นจะเดินกลับมาหาปิยนุช เป็นอันว่าทุกอย่างเรียบร้อย แล้วในตอนนี้ หญิงสาวจึงเดินทางกลับอย่างโล่งใจ มณฑารู้สึกกระวนกระวายใจเมื่อติดต่อหลานสาวไม่ได้ ไม่รู้ความคืบหน้า เรื่องอุบัติเหตุว่าเสียหายมากน้อยแค่ไหน โทรทัศน์ถูกเปิดขึ้นเพื่อติดตามข่าวสาร พอเห็นข่าวในจอแก้วก็ร้องเรียกแต๋นเสียงดัง “นังแต๋นหยุดโทรก่อน มาดูข่าวนี่ เร็วเข้า นี่เห็นมั้ยมีข่าวรถทัวร์ของบริษัทเราด้วย” “จริงด้วยค่ะ มีรถทัวร์ตั้งสองสามคันแน่ะ อย่างนี้คนก็ตายกันเยอะสิคะ คุณแม่ป้า จะทำ�ยังไงกันดี ถ้ามีคนตายเพราะบริษัทของคุณแม่ป้าแล้วจะติดคุก หรือเปล่าคะ” แต๋นไม่วายจะตีโพยตีพายเพราะห่วงเจ้านาย “เงียบๆ ฉันจะฟังข่าว” มณฑาเอ็ดด้วยน้�ำ เสียงห้วนจัดแล้วกลับมาสนใจข่าว ก่อนจะโวยวายเสียงเขียว “เห็นมั้ย เลยไม่ทันได้รู้อะไร แล้วนี่ติดต่อคุณข้าวได้ หรือยังฮะนังแต๋น โอย...ฉันล่ะกลุ้มใจจริงๆ ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง” เมื่อไม่ได้อะไรจากข่าวในโทรทัศน์มณฑาจึงกดมือถือไปหาเจตน์อีกครั้ง ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ยังไม่รู้เลยครับคุณน้า ตอนนี้กำ�ลังเคลียร์กันอยู่ มีคนบาดเจ็บและเสีย ชีวิตด้วย แต่ผมยังไม่มีข้อมูลที่แน่นอน ไม่ต้องห่วงนะครับเดี๋ยวผมจะไปพบที่บ้าน ตอนนีก้ ย็ งั ติดต่อข้าวไม่ได้เลย บอกว่าจะไปดูทเ่ี กิดเหตุ แต่พอผมตามไปแล้วก็ไม่พบ 23


ไม่รไู้ ปอยูท่ ไ่ี หน แต่ลา่ สุดเห็นไกด์บอกว่าข้าวไปเจรจากับตำ�รวจแล้วก็ไม่มใี ครติดต่อ ข้าวได้อกี เลยครับ” เสียงเจตน์กรอกมาตามสายยิง่ เพิม่ ความกังวลให้มณฑามากขึน้ “ยายข้าวเขาไปไหนของเขานะ จะโดนตำ�รวจจับหรือเปล่าก็ไม่รู้ โอย...ฉันจะ ทำ�ยังไงดีนังแต๋น” มณฑาเอามือกุมขมับพร้อมกับบ่นด้วยความกลัดกลุ้ม “ตาฑล แม่นาดีช่วยคุ้มครองยายข้าวด้วยนะ อย่าให้ใครทำ�อะไรลูกเธอได้ เป็นอันขาดได้ยินมั้ยตาฑล แม่นาดี ช่วยฉันด้วยฉันจะรับไม่ไหวอยู่แล้ว” มณฑา พนมมืออ้อนวอนต่อวิญญาณของน้องชายและน้องสะใภ้ ขอให้หลานรักปลอดภัย จากอันตรายทั้งปวง จากนั้นก็หันไปสั่งแต๋นที่นั่งกดโทรศัพท์จนมือแทบจะหงิกมา ตั้งแต่เช้า “นังแต๋นกดโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะติดต่อคุณข้าวได้ ถ้าติดต่อ หลานฉันไม่ได้ แกห้ามหยุดโทรเด็ดขาด” มินิคูเปอร์แล่นไปตามถนนซึ่งค่อนข้างเปลี่ยว สองข้างทางรายล้อมไปด้วย นาข้าวและกองฟาง ภรัณยาเหลือบดูนาฬิกาพบว่าเป็นเวลาเกือบเที่ยงวันแล้วจึง หันไปบอกผู้ร่วมทางที่กำ�ลังเหม่อมองดูทัศนียภาพด้านนอกอย่างไร้จุดหมาย “นุชช่วยโทรเข้าบ้านให้หน่อย ฉันอยากคุยกับแม่ป้า” ปิยนุชยิ้มรับด้วย สีหน้าฝืดเฝื่อนก่อนจะโทรไปยังเบอร์ปลายทางด้วยความจำ�ยอม แต่ทว่าสัญญาณ ที่สะท้อนกลับมาก็ทำ�ให้เธอต้องแอบดีใจ “สายไม่ว่างเลยค่ะ” เลขาฯ สาวตอบตามความเป็นจริง “เหรอ...ไหนขอโทรหน่อยซิ” ภรัณยาขอโทรศัพท์มากดโทรออกอีกครั้ง แต่ โทรยังไงก็ไม่ติดเพราะสายไม่ว่าง เธอจึงโทรเข้าเบอร์มือถือของมณฑาแทน แต่ก็ ได้รับคำ�ตอบเดียวกัน “ยายแต๋นแอบใช้โทรศัพท์ไปเล่นเกมกับหนึง่ เก้าศูนย์ๆ อีกแน่เลย คอยดูนะ กลับไปจะจัดการให้เข็ดหลาบ แม่ปา้ ก็อกี คนวันๆ โทรศัพท์ไม่ใช้ท�ำ อะไรหรอกนอก จากโทรไปปรึกษาหมอดู เฮ้อ...จะมีใครห่วงเราบ้างนะ อ้าว...แบตเตอรี่ก็หมดอีก” ภรัณยาบ่นอุบก่อนยื่นโทรศัพท์ให้ปิยนุชอีกครั้ง “นุชเห็นที่ชาร์จในรถวางอยู่บนโต๊ะทำ�งานคุณข้าวตั้งแต่ก่อนปีใหม่แน่ะ ค่ะ” ปิยนุชบอกด้วยความโล่งใจ “อืม...ลืมไว้ตง้ั แต่วนั นัน้ ล่ะ แต่ไม่เป็นไรหรอกแม่ปา้ คงกำ�ลังเมาท์กบั หมอดู เพลินอยู่มั้ง” ภรัณยาบอกแล้วก็หันไปยิ้มให้ปิยนุชโดยไม่ทันเห็นรถที่จอดเสียอยู่ 24


บนไหล่ทาง ความที่เป็นคนขับรถเร็วทำ�ให้เธอต้องรีบหักหลบกะทันหันแต่ก็หลบ ไม่ทัน มินิเจ้ากรรมจึงพุ่งไปถากสีข้างของรถกระบะเข้าจนได้ และส่งผลให้เจ้ามินิ เสียหลักไถลไปกระแทกกับต้นไม้ริมถนนโครมใหญ่ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะเงียบ งัน

25


ตอนที่ 3 เสียงรถทีแ่ ล่นมาจอดอยูห่ น้าประตูบา้ นปลุกให้แต๋นและมณฑาตืน่ ขึน้ หลัง จากที่เมื่อคืนอาศัยห้องรับแขกเป็นที่นอนเพราะมัวแต่รอโทรศัพท์ของภรัณยา จนเผลอหลับไปด้วยกันทั้งสองคน “แต๋นไปดูซวิ า่ ใครมา ใช่คณ ุ ข้าวหรือเปล่า” มณฑาผุดลุกขึน้ นัง่ อย่างรวดเร็ว แต๋นจึงเดินไปดูไม่นานก็กลับมาพร้อมเจตน์ “สวัสดีครับคุณน้า ผมมีข่าวเรื่องข้าวมาแจ้งให้คุณน้าทราบครับ” เจตน์ ซึ่งมีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก ทรุดตัวลงนั่งใกล้ๆ มณฑา “รีบๆ เล่าให้น้าฟังเดี๋ยวนี้เลยตาเจตน์ น้าเป็นห่วงยายข้าวจะตายอยู่แล้ว” มณฑาบอกใจคอไม่ดี “ตอนนีข้ า้ วปลอดภัยดีคณ ุ น้าไม่ตอ้ งเป็นห่วง แต่...เอ่อ...ผมอยากจะให้คณ ุ น้า ดูนี่ก่อน แล้วเราค่อยมาคุยกันว่าจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นยังไงนะครับ” เจตน์บอก พร้อมนำ�ซีดีที่ติดมาด้วยไปเปิดให้มณฑาดู ‘เกิดอุบัติเหตุรถชนกันที่มอเตอร์เวย์ในเขตอำ�เภอวังน้อย เบื้องต้นตำ�รวจ สันนิษฐานว่าคนขับรถของบริษัทพาราไดซ์ทัวร์เกิดหลับในระหว่างที่นำ�ลูกทัวร์ มุ่งหน้าไปจังหวัดอยุธยาจนเป็นเหตุให้ขับรถพุ่งชนกับรถบรรทุกที่วิ่งสวนมา มีผู้ เสียชีวิตทั้งหมดสามรายเป็นชายสองและหญิงหนึ่งซึ่งยังไม่ทราบชื่อ และมีผู้ได้รับ บาดเจ็บอีกทั้งสิ้นยี่สิบราย ในจำ�นวนผู้เสียชีวิตมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรวมอยู่ ด้วยถึงสองราย ขณะนี้ตำ�รวจได้ออกหมายจับคนขับรถคันดังกล่าวแล้ว หลังจากที่ พบว่ารถนำ�เทีย่ วของบริษทั พาราไดซ์ทวั ร์ไม่ได้ตอ่ อายุประกันภัยตัง้ แต่วนั ทีส่ ามสิบเอ็ด ธันวาคมที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามเจ้าของบริษัทพาราไดซ์ทัวร์มาให้ 26


ปากคำ�และดำ�เนินคดีต่อไป’ “นีม่ นั อะไรกันตาเจตน์ บอกน้าสิวา่ มันไม่จริง” มณฑาถึงกับหน้าถอดสีเมือ่ ได้เห็นข่าวที่เจตน์บันทึกเอาไว้ “คุณน้าครับเรือ่ งมันไม่ใช่เล็กๆ แล้วนะครับ ตอนนีผ้ มก็ให้นายแก้วคนขับรถ ของเราไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านผมก่อน กะว่าจะรอมาตกลงกับคุณน้าแล้วถึงจะให้ไป มอบตัว” “ตกลงยังไงตาเจตน์นา้ ไม่เข้าใจ ช่วยอธิบายให้นา้ เข้าใจง่ายๆ หน่อยได้มย้ั ” มณฑาถามด้วยความสงสัยระคนตื่นตระหนก “ก็คือว่าตอนนี้คุณน้าซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทพาราไดซ์กำ�ลังจะถูกตำ�รวจ ออกหมายจับโทษฐานทำ�ให้ผู้อื่นเสียชีวิตโดยประมาทครับ ตอนนี้ถ้าตำ�รวจจับตัว นายแก้วได้ก็จะสาวมาถึงตัวคุณน้าที่เป็นเจ้าของบริษัท ผมกับทนายอำ�นาจก็เลย ช่วยกันหาทางแก้ไขด้วยการเปลี่ยนคนผิดจากคุณน้ามาเป็นผมแทน” เจตน์แสร้ง ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จจนมณฑาเริ่มคล้อยตาม “น้าไม่เข้าใจว่าจะเปลี่ยนคนผิดจากน้าไปเป็นเจตน์ได้ยังไง” เนื่องจากมี สามีเป็นผู้นำ�มาโดยตลอดมณฑาจึงไม่เคยตัดสินใจอะไรยากๆ ด้วยตัวเองมาก่อน “เซ็นมอบอำ�นาจให้ผมเป็นเจ้าของบริษทั แทนคุณน้าไงครับ” ชายหนุม่ เฉลย พลางลอบยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าลังเลของแม่เลี้ยง “ผมยินดีจะเป็นคนสู้คดีในชั้นศาลซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะใช้เวลากี่ปีและจะใช้เงิน สักเท่าไหร่ แต่ผมก็จะทำ�เพราะผมคิดว่าคุณน้าคงจะทนรับสถานการณ์แบบนี้ไม่ ไหวแน่ๆ และอีกอย่างหนึ่งคุณพ่อท่านก็ฝากคุณน้าเอาไว้กับผม ผมคงจะไม่สบาย ใจแน่ๆ ถ้าปล่อยให้คุณน้าต้องรับผิดคนเดียว” “ขอเวลาให้น้าคิดหน่อยนะเจตน์ ตอนนี้น้าสับสนไปหมดแล้ว” มณฑาไม่รู้ ว่าจะจัดการอย่างไรกับปัญหานี้ดี เธอรู้สึกมืดแปดด้านเพราะไม่มีคนคอยให้คำ� ปรึกษาเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา “รีบๆ หน่อยนะครับเพราะตอนนี้เราไม่มีเวลาแล้ว สายของผมบอกว่าข้าว ถูกตำ�รวจกักตัวไว้ทไ่ี หนสักแห่ง เพราะจะเอาไว้สบื สาวหานายแก้วอีกทอดหนึง่ หรือ ไม่ก็สืบสาวหาคุณน้า และผมคิดว่าข้าวคงจะยังไม่ยอมบอกอะไรกับตำ�รวจหรอก ครับคงจะห่วงคุณน้า รีบตัดสินใจเถอะครับผมจะได้ตดิ ต่อตำ�รวจ เขาจะได้ปล่อยตัว ข้าวมาหาคุณน้าเร็วๆ” เจตน์เร่งเร้าโดยเอาภรัณยามาอ้าง เพราะรู้ว่ามณฑารัก 27


หลานสาวอย่างกับอะไรดี “ถ้าน้าเซ็นแล้วตำ�รวจจะปล่อยตัวยายข้าวจริงๆ นะเจตน์” มณฑาถามด้วย ความหวัง รู้สึกเป็นห่วงภรัณยาจับใจ “แน่นอนครับคุณน้า นีค่ รับเอกสาร คุณน้าเซ็นตรงทีผ่ มกากบาทไว้เลยครับ เสร็จแล้วผมจะรีบเอาไปจัดการแล้วก็เข้ามอบตัวกับตำ�รวจเพื่อสู้คดีครับ” เจตน์ยิ้มสมใจเมื่อมณฑาจรดปลายปากกาลงในเอกสารที่เขาเตรียมมา เรียบร้อยแล้ว ชายหนุม่ ลุกไปหยิบซีดที เี่ ครือ่ งแล้วขอตัวทันทีทงิ้ ให้มณฑาต้องมอง ตามด้วยความสับสนกังวลใจ ภรัณยาสลบไปทันทีหลังจากเกิดอุบัติเหตุและไปรู้สึกตัวที่โรงพยาบาล ในช่วงหัวค่ำ� เธอพบว่าตนเองและปิยนุชไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก นอกจากมี อาการเคล็ดขัดยอกจากแรงกระแทกเท่านั้น แต่เนื่องจากต้องรอให้ประกันนำ� รถจากอู่มาให้ในวันรุ่งขึ้นจึงยอมนอนพักดูอาการที่โรงพยาบาลหนึ่งคืนตามคำ� คะยั้นคะยอของปิยนุชซึ่งบอกว่าได้โทรศัพท์ไปแจ้งให้คุณมณฑาทราบแล้ว กว่าที่ เธอจะได้รถคืนและออกจากโรงพยาบาลก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงของวันต่อมา รถมินิคูเปอร์คันงามซึ่งมีรอยถลอกเป็นทางยาวที่ด้านซ้ายฝั่งผู้โดยสาร ส่วนด้านหน้าฝั่งคนขับก็มีรอยบุบบ่งบอกให้รู้ว่าคงไปปะทะอะไรสักอย่างมาเป็น แน่ ค่อยๆ เคลื่อนตัวสู่กรุงเทพฯ พร้อมกับสองสาวที่ต่างฝ่ายต่างก็อยากกลับบ้าน ใจจะขาดเหมือนกัน เมือ่ ภรัณยากลับถึงบ้านในเวลาบ่ายแก่ๆ มณฑาก็ถลาเข้ามากอดปลอบขวัญ หลานสาวด้วยความห่วงใยพร้อมพร่ำ�อะไรสับสนวกวนไปหมด “เป็นยังไงบ้าง ยายข้าวตำ�รวจปล่อยตัวมาแล้วเหรอ มีใครทำ�อะไรหรือเปล่าป้ากลัวแทบแย่ ดีนะ ที่เซ็นมอบอำ�นาจให้นายเจตน์ไปจัดการแทน ไม่งั้นทั้งป้าทั้งข้าวต้องแย่แน่ๆ” “อะไรนะคะแม่ป้าใครถูกตำ�รวจจับ ไหนแม่ป้าบอกข้าวอีกทีซิว่านายเจตน์ เอาอะไรให้แม่ป้าเซ็น” ภรัณยาอุทานเสียงหลง ไม่แน่ใจในสิ่งที่มณฑาบอก “ก็นายเจตน์น่ะสิมาบอกว่าข้าวถูกตำ�รวจกักตัวเอาไว้เพื่อสืบพยานเรื่อง รถทัวร์บริษัทเรา” มณฑาทำ�หน้าเหวอๆ กับน้ำ�เสียงตกอกตกใจของหลานสาว “ตำ�รวจอะไรคะแม่ป้า แล้วใครจะมาทำ�อะไรข้าว ไหนลองเล่าให้ข้าวฟัง อย่างละเอียดหน่อยได้ไหมคะ แล้วเรือ่ งทีแ่ ม่ปา้ เซ็นเอกสารนัน่ มันคืออะไรกันแน่” 28


เธอรัวคำ�ถามเป็นชุดด้วยความสับสนงุนงง มณฑาทีต่ กใจกับท่าทางของภรัณยาอยู่ เป็นทุนเดิมรีบเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเจตน์ให้หลานรักฟังจน หมดเปลือก ทันทีทปี่ ะติดปะต่อเรือ่ งราวทัง้ หมดได้ หญิงสาวก็ถงึ กับโกรธจนตัวสัน่ ทีถ่ กู เจตน์และปิยนุชลอบแทงข้างหลัง ปล้นทุกอย่างของเธอและแม่ปา้ ไปจนหมดสิน้ เสียงออดดังเข้ามาในห้องชุดสุดหรูของเจตน์ ชายหนุ่มที่สวมเสื้อคลุมอยู่ เดินตรงมายังประตูก่อนยิ้มพรายเมื่อเห็นว่าแขกที่มาเยือนเป็นใคร “แหม...ใจร้อนจริงๆ เลยนะยายข้าว” เขายิ้มด้วยความสะใจ ก่อนจะเปิด ประตูห้องออกไปอย่างไม่สะทกสะท้าน “นายทำ�อย่างนี้ทำ�ไมนายเจตน์!” ภรัณยาตบหน้าเจตน์ฉาดใหญ่พร้อม คำ�ถามเกรีย้ วกราด ก่อนจะผลักอกอีกฝ่ายสุดแรงด้วยความโมโหจนร่างสูงเซเข้าไป ในห้อง เสียงเอะอะโวยวายทำ�ให้ปิยนุชซึ่งยืนแอบอยู่รีบวิ่งมาประคองเจตน์ให้ลุก ขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “นี่มันอะไรกันยัยข้าว จู่ๆ ก็พรวดพราดเข้ามาในห้องฉันยามวิกาล ฉันแจ้ง ตำ�รวจข้อหาบุกรุกและทำ�ร้ายร่างกายได้นะ” เจตน์ยกมือขึ้นลูบแก้มและถามด้วย น้ำ�เสียงฉุนเฉียว “ก็เอาสิ ฉันจะได้แจ้งตำ�รวจว่านายวางแผนโกงแม่ปา้ แล้วก็แอบอ้างอำ�นาจ ตำ�รวจไปขู่ท่านด้วย นี่ยังไม่รวมที่นายแอบสร้างข่าวเท็จอีกนะ สถานีที่นายอ้างชื่อ เขาในข่าวคงจะอยากได้ขา่ วนีไ้ ม่นอ้ ย เอาเอกสารทีน่ ายให้แม่ปา้ เซ็นกลับคืนมาซะ แล้วฉันจะไม่เอาเรื่องนายกับนังเลขาฯ จอมปลิ้นปล้อนคนนี้” ภรัณยาพูดพลาง ตวัดสายตาจิกปิยนุชที่กำ�ลังยืนหน้าซีดอยู่ข้างเจตน์ ไม่ต้องมีคำ�อธิบายใดๆ เธอก็ สามารถเดาได้ว่าการที่เมื่อวานนี้เธอติดต่อแม่ป้าไม่ได้ตลอดทั้งวันเป็นฝีมือของ ปิยนุชซึ่งร่วมมือกับเจตน์หักหลังเธออย่างเลือดเย็นที่สุด “อะไรกันข้าว! อยูด่ ๆี ก็มากล่าวหาฉันได้ยงั ไงฉันไปวางแผนอะไรไปแอบอ้าง อำ�นาจตำ�รวจอะไร แล้วไอ้ข่าวเท็จที่ว่ามาน่ะไหนล่ะหลักฐานอยู่ที่ไหน จะพูดจะ กล่าวหาใครก็ให้มันมีมูลเหตุหน่อยนะ เดี๋ยวจะโดนข้อหาแจ้งความเท็จเข้าหรอก ทางที่ดีเธอรีบพาคุณน้ากลับไปซะ ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหวแล้วให้ตำ�รวจมาลากคอ เธอเข้าคุก” เจตน์ย้อนกลับด้วยเสียงตะคอกข่มขู่ “เธอพูดยังงั้นได้ยังไงตาเจตน์ อะไรเป็นอะไรเธอก็รู้อยู่แก่ใจ น้าว่าเรามา 29


พูดกันดีๆ ดีกว่านะ เจตน์อยากจะได้อะไรก็บอกน้ามาน้ายินดีทำ�ตามทุกอย่าง แต่ขอร้องว่าคืนเอกสารให้น้ามาเถอะ อย่าทำ�อย่างนี้เลย เราก็อยู่ด้วยกันมาเป็น สิบๆ ปี น้าเองก็เคยเลี้ยงเจตน์มาตั้งแต่เล็กๆ มีอะไรก็บอกน้าดีๆ ก็ได้ไม่ต้องมา ทำ�แบบนีห้ รอกน้าเสียความรูส้ กึ ” มณฑาพูดใส่หน้าเขาด้วยความเสียใจ และเจ็บใจ ในความโง่เขลาของตัวเอง “พูดดีๆ ขอดีๆ แล้วคุณน้าเคยให้ผมเหรอครับ ผมว่าคุณน้าน่าจะรูม้ าตัง้ นาน แล้วนะว่าผมอยากจะได้อะไร แต่ก็เอาเถอะครับ มาพูดกันตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ หรอกเพราะสิ่งที่ผมอยากจะได้มันอยู่ในมือผมแล้ว ถ้าคุณน้าอยากได้ผมก็จะให้... เอาไว้ไปใส่กรอบสวยๆ แล้วเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ว่าอดีตคุณน้าเคยเป็นประธาน กรรมการบริษทั พาราไดซ์ทวั ร์ แต่ปจั จุบนั ได้โอนทุกอย่างมาให้ผมด้วยความสมัคร ใจทุกประการ” เขาบอกและยิ้มเยาะเย้ยด้วยความสะใจพร้อมยื่นเอกสารสำ�คัญ ท้าทายสองป้าหลานให้เจ็บใจเล่น “นายนี่มันเลวจริงๆ เลยนะ เสียแรงที่แม่ป้ารักและเลี้ยงดูนายมา ถ้าคุณลุง ยังมีชีวิตอยู่ท่านจะต้องผิดหวังในตัวนายแน่ๆ” ภรัณยาโมโหจนเลือดขึ้นหน้าเมื่อ พบว่าประธานกรรมการของบริษัทพาราไดซ์ทัวร์เป็นชื่อของเจตน์แล้ว “รักเหรอ...ฉันไม่เคยรู้สึกว่าแม่ป้าของเธอรักฉันเลยสักนิด นอกจากจะไม่ รักแล้วแม่ป้าเธอยังมาแย่งความรักของพ่อไปจากฉันแล้วก็ผลาญเงินฉันไปไม่รู้ เท่าไหร่ ไหนจะส่งเธอไปเรียนเมืองนอกอีก ฉันเป็นลูกแท้ๆ ยังไม่มีโอกาสแบบ นั้นเลย แถมยังจะต้องมาทำ�งานหาเงินงกๆ ให้เธอกับแม่ป้าเธอใช้อย่างสบายใจ เธอลองคิดดูสวิ า่ ถ้าเธอเป็นฉัน เธอจะรูส้ กึ ยังไงทีจ่ ะต้องมาอยูใ่ ต้อ�ำ นาจของผูห้ ญิง แก่ๆ ที่ไม่มีสมองคิดอะไรเองเลย วันๆ เอาแต่เซ็นเช็คแค่นั้น แถมบางครั้งยังลืมอีก จนสร้างความเสียหายให้บริษทั มากมาย ฉันว่าคุณพ่อคงจะเสียใจกับแม่ปา้ ของเธอ มากกว่าที่จะมาเสียใจกับฉันนะ” เจตน์สวนกลับอย่างไม่ยอมลดละ จ้องมองสอง ป้าหลานอย่างชิงชังรังเกียจ “แล้วนายจะเอายังไง” ภรัณยากัดฟันถามเมื่อมองไม่เห็นประโยชน์ที่จะไป ต่อล้อต่อเถียงกับเขาอีก “ก็ไม่เอายังไงหรอก ฉันแค่ไม่ต้องการจะเห็นหน้าเธอในบริษัทก็เท่านั้น เธอกับคุณน้าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพาราไดซ์และฉันอีกแล้ว ตั้งแต่วินาทีนี้เป็น ต้นไป” เจตน์ตอบด้วยน้ำ�เสียงเย็นชา 30


“ตาเจตน์ แล้วน้าจะทำ�ยังไง จะอยู่จะกินยังไงในเมื่อค่าใช้จ่ายต่างๆ น้าได้ มาจากพาราไดซ์แทบทั้งนั้น” มณฑาถามด้วยความผิดหวังเสียใจและเป็นกังวลกับ อนาคตข้างหน้า “อันนีผ้ มไม่รนู้ ะครับคุณน้า ก็สบายกันมานานแล้วนี่ หัดลุกขึน้ ทำ�มาหากิน แบบชาวบ้านเขามั่งสิครับ แล้วจะได้รู้ว่าเงินทองมันหายากแค่ไหน หมดธุระแล้ว ใช่มั้ยครับ ผมจะพักผ่อน...เชิญ” เจตน์ไล่พร้อมเปิดประตูให้อีกด้วย “ฉันไม่ยอมแพ้นายแน่ พรุง่ นีฉ้ นั จะส่งทนายมาจัดการกับนาย อย่าคิดนะว่า จะได้อะไรไปง่ายๆให้มนั รูไ้ ปว่าฉันจะทำ�อะไรนายไม่ได้ ไม่มใี ครยืนอยูเ่ หนือกฎหมาย หรอกนายเจตน์ ไปค่ะแม่ป้ากลับบ้านกันอย่าอยู่ที่นี่นานกว่านี้เลย เดี๋ยวอะไรที่ มันชั่วๆ จะติดตัวเราไปเปล่าๆ” ภรัณยาบอกและดึงแขนแม่ป้ากลับออกจากห้อง ด้วยความโกรธจัดทีท่ �ำ อะไรเจตน์ไม่ได้ในตอนนี้ แต่เธอบอกกับตัวเองว่าจะไม่ยอม แพ้เด็ดขาด “ยายข้าว แม่ป้าว่าเราไม่มีทางสู้กับตาเจตน์ได้หรอก ที่เขาพูดมาทั้งหมด มันก็จริง แม่ป้ากับข้าวเบียดเบียนสมบัติพ่อเขามานานแล้ว มันคงจะถึงเวลาที่เรา สองคนต้องลุกขึ้นทำ�มาหากินเองบ้างแล้วล่ะ” มณฑาบอกหลานรักด้วยน้ำ�เสียง เศร้าสร้อย คิดถึงคำ�พูดของเจตน์แล้วก็ท�ำ ใจให้ยอมรับไม่ได้ ลอบถอนหายใจเฮือก ใหญ่ขณะนั่งปรึกษาปัญหากันอย่างเคร่งเครียดภายในบ้านโดยมีเจนจิรากับเชอรี่ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของภรัณยาที่ตามมาสมทบทันทีหลังจากรูข้ า่ ว “ทำ�ไมจู่ๆ แม่ป้าถึงจะยอมแพ้ง่ายๆ ล่ะคะ เราไม่ได้ทำ�อะไรผิดซะหน่อย” ภรัณยาอดใจหายกับน้ำ�เสียงของแม่ป้าไม่ได้ “ข้าวพูดถูกค่ะ นายเจตน์ทำ�เกินไปจริงๆ นะคะ” เจนจิราพูดสวนขึ้น “ใช่คะ่ แม่ปา้ อย่ายอมแพ้นะคะ” เชอร์รห่ี นุม่ หล่อทีผ่ นั ตัวเองมาเป็นสาวสวย รีบสมทบด้วยอีกคน “ถ้าไม่ยอมแพ้แล้วเราจะมีอะไรไปสูก้ บั เขาล่ะ ทนายหลายคนก็บอกมาแล้ว ไม่ใช่เหรอว่ามันยาก แล้วเราจะสู้ไปทำ�ไม ถ้าเขาจะทวงสมบัติพ่อแม่ของเขาคืน เราก็ควรจะให้เขาไปไม่ใช่เหรอ อย่าไปคิดมากเลยลูก เรามาหาทางกันดีกว่าว่าจะ ทำ�ยังไงต่อไป อะไรที่มันผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะ แม่ป้าขี้เกียจที่จะไปสู้รบ ปรบมือกับใคร นะข้าวนะ ถือว่าแม่ป้าขอ” มณฑาอ้อนวอนพร้อมกับดวงตาที่แฝง 31


อะไรบางอย่างเอาไว้ “แต่ข้าวว่า...” “ไม่มีแต่หรอกยายข้าว เชื่อแม่ป้าสักครั้งเถอะนะลูก พอเถอะ” มณฑาบอก ด้วยน้ำ�เสียงเด็ดเดี่ยวซึ่งภรัณยาไม่เคยได้ยินมาก่อน เธอจึงต้องหยุดความคิดที่จะ สู้กับเจตน์เอาไว้แค่นั้น “อุย๊ ...คุณเจตน์ปล่อยนุชนะคะ เดีย๋ วใครมาเห็นเข้า” ปิยนุชสะดุง้ ทีจ่ ๆู่ เจตน์ ก็เดินเข้ามาหาเธอในห้องทำ�งานของภรัณยาแล้วโอบกอดเธอเอาไว้พร้อมหอม แก้มฟอดใหญ่ “ก็คิดถึงนี่ ใครจะกล้ามาว่าอะไร นี่มันบริษัทของฉันนะ” เจตน์บอกและยิ้ม ออกมาด้วยความสุขใจ “คิดถึงอะไรกันคะ เพิ่งจะแยกกันตอนลงจากรถนี่เอง” “อยากจะได้อะไรเป็นรางวัลล่ะคนเก่ง ถ้าไม่ได้นุชแผนกำ�จัดคุณน้ากับ ยายข้าวคงจะไม่สำ�เร็จแน่ๆ” เจตน์กระซิบบอกพลางโอบกอดเธอเอาไว้ แต่แล้วจู่ๆ ประตูห้องทำ�งานที่เขาไม่ได้ล็อกก็ถูกเปิดพรวดเข้ามา “เธอมาทำ�อะไรทีน่ ข่ี า้ ว ฉันจำ�ได้วา่ บอกเธอไปหมดแล้วนะเกีย่ วกับสถานภาพ ของเธอกับคุณน้า” เจตน์ยังคงโอบร่างของปิยนุชเอาไว้และพยายามควบคุมสติ ไม่ให้กระเจิง ทั้งๆ ที่เขาเองก็ตกใจกับการมาของเธอไม่น้อย “ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่ได้มาทำ�อะไรนาย แค่จะกลับมาเอาของ ไอ้บริษัท ทัวร์เล็กๆ แค่นี้ฉันไม่เสียดายมันสักนิด แต่ไอ้ที่ฉันเสียดายก็คือความรู้สึกที่มีต่อ ผู้หญิงคนนี้ต่างหาก เสียแรงนะที่ฉันไว้ใจและหวังดีกับเธอมาโดยตลอด” ภรัณยา จิกตามองปิยนุชตาเขียว “ไม่เสียดายก็ออกไปจากบริษทั ฉันได้แล้ว ทีน่ ไี่ ม่ตอ้ นรับเธอกับป้าของเธอ และฉันขอประกาศให้ทกุ คนรูต้ ง้ั แต่นต้ี อ่ ไปว่า ผูจ้ ดั การฝ่ายขายและการตลาดคนใหม่ ของบริษัทคือคุณปิยนุช ส่วนคุณภรัณยาและคุณมณฑาหมดอำ�นาจในทุกๆ ด้าน ตัง้ แต่สองวันทีแ่ ล้ว ห้ามใครติดต่อสองคนนีโ้ ดยเด็ดขาด ไม่วา่ จะเป็นเรือ่ งงานหรือ เรื่องส่วนตัว ถ้าใครขัดคำ�สั่งฉันจะไล่ออกทันที” เจตน์ประกาศเสียงดังฟังชัดเนื่อง จากพนักงานหลายคนเดินมาดูเพราะได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น ภรัณยาโกรธจนควันออกหู กำ�หมัด กัดฟันกรอด แต่ก็ทำ�อะไรไม่ได้มาก 32


กว่านั้น “เธอจะออกไปดีๆ หรือจะให้ฉันเรียกยามล่ะข้าว” อีกฝ่ายยั่วเย้าท้าทาย อย่างเป็นต่อ “จำ�ไว้นะ ฉันจะเปิดบริษัททัวร์แข่งกับนาย ระวังไว้ด้วยว่าลูกค้าของนายจะ เปลี่ยนมาเป็นลูกค้าฉันแทน และทุกคนในบริษัทจำ�ไว้ให้ดี ถ้าใครยังอยากจะ ทำ�งานกับฉันและคุณมณฑาติดต่อหาฉันได้ทกุ เมือ่ กิจการทีไ่ ด้ผนู้ �ำ ขีโ้ กงอีกไม่นาน มันก็คงจะพบจุดจบไม่ดี ฉันจะคอยดูวนั ทีน่ ายแพ้และมาอ้อนวอนขอโทษฉัน ขอให้ ฉันกลับมาเป็นเจ้าของที่นี่อีก จำ�ไว้นะ ฉันจะทำ�ให้นายต้องคืนทุกอย่างให้ฉัน กับแม่ป้าให้ได้” ภรัณยาตอบโต้ด้วยความเจ็บแค้น ก่อนจะหอบกล่องกระดาษที่ ข้างในมีอุปกรณ์สำ�นักงานส่วนตัวออกไป ทิ้งให้เจตน์มองตามด้วยความเจ็บใจกับ คำ�พูดสุดท้ายของเธอ กล่องที่ภรัณยาหอบมาจากออฟฟิศถูกกระแทกลงกับพื้นห้องด้วยความ โมโห มณฑาละสายตาจากรายการทีวไี ปมองหลานรัก ไม่ตอ้ งบอกเธอก็รวู้ า่ หลาน สาวจะต้องไปปะทะคารมกับเจตน์มาแน่นอน เห็นสภาพหลานแบบนี้แล้วไม่ค่อย จะสบายใจนัก “ทะเลาะกับตาเจตน์มาใช่มั้ยยายข้าว” “ก็นายเจตน์มันไล่ข้าวออกมาเหมือนหมูเหมือนหมาต่อหน้าพนักงาน คนอื่น แล้วอย่างนี้แม่ป้าจะให้ข้าวยอมนายเจตน์ได้ยังไงคะ มันต้องสู้กันสักตั้งค่ะ จะได้รู้ดำ�รู้แดงกันไปข้างหนึ่งเลย” เธอบอกด้วยความโมโห “อย่าเลยหลานป้า สู้ไปเราก็คงจะเสียมากกว่าได้ อยู่ใครอยู่มันดีกว่านะ ลูกนะ” มณฑาปลอบเสียงอ่อน “คอยดูนะคะแม่ปา้ ข้าวจะเปิดบริษทั ทัวร์แข่งกับนายเจตน์และจะดึงพนักงาน ทั้งบริษัทมาทำ�งานกับข้าวให้หมดเลยค่ะ เอ๊ะ...ว่าแต่การจะเปิดบริษัททัวร์นี่มัน ต้องใช้เงินเท่าไหร่กันคะ แล้วข้าวจะเอาเงินมาจากที่ไหนกัน ลำ�พังเงินเก็บก็มีไม่ เท่าไหร่ ซื้อรถทัวร์สักคันก็ไม่รู้จะได้หรือเปล่า ข้าวจะทำ�ยังไงดีคะแม่ป้า ข้าวไม่ อยากแพ้นายเจตน์นั่นเลยค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำ�เสียงกลัดกลุ้ม “อยากจะทำ�จริงๆ เหรอยายข้าว” มณฑาถามอย่างสนใจ “จริงที่สุดเลยค่ะแม่ป้า ข้าวจะต้องทำ�ให้ได้และต้องทำ�ให้ดีกว่านายเจตน์ ด้วย แต่ขา้ วจะไปหาเงินทีไ่ หนดีคะ เฮ้อ...ทำ�ไมข้าวไม่เกิดมาเป็นลูกเศรษฐี มีสมบัติ 33


มากมายจนใช้ไม่หมดกับเขาบ้างนะ” เธอบ่นแล้วเอนหลังไปกับพนักพิงอย่างเซ็งๆ “อันทีจ่ ริงมันก็พอมีทางจะหาเงินมาเปิดบริษทั อยูเ่ หมือนกันนะยายข้าว รอ แม่ปา้ เดีย๋ วนะ” มณฑาบอกก่อนจะลุกเดินขึน้ ข้างบนไป ไม่นานก็กลับลงมาพร้อม ซองเอกสารสีน้ำ�ตาล “อะไรคะแม่ป้า” ภรัณยาถามเมื่อมณฑาเปิดมันออกมาและยื่นให้เธอ “โฉนดที่ดินไง นี่เป็นสมบัติที่พ่อกับแม่ของข้าวทิ้งไว้ให้ก่อนตาย พ่อเรา ก็กำ�ชับแม่ป้าว่าจะต้องให้เราในเวลาที่เหมาะสม แม่ป้าว่าตอนนี้น่าจะเป็นเวลา ที่เหมาะสมที่สุดแล้ว” มณฑาบอกและยิ้มให้หลานรัก “โอ้โห...ทำ�ไมมันเยอะแยะจังคะแม่ป้า ตั้งสามร้อยไร่ นี่ถ้าราคาไร่ละล้าน โอ้...มันก็สามร้อยล้านน่ะสิคะแม่ป้า” ภรัณยาอุทานออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจ แต่ ไม่ได้สงั เกตว่าสีหน้าของมณฑาไม่ได้ดดู ใี จไปกับเธอเลยสักนิด เธออุม้ เจ้าไข่ตนุ๋ มา ไว้บนตักพลางซักต่อ “ว่าแต่ที่ดินมันอยู่ที่ไหนคะแม่ป้า” “นี่ไงที่อยู่” มณฑาชี้ไปที่หน้าโฉนดแทนคำ�ตอบ “หนองคาย...แล้วมันอยู่ที่ไหนของหนองคายล่ะคะแม่ป้า แล้วราคาที่ดิน แถวนั้นมันจะได้ไร่ละเท่าไหร่คะ” ภรัณยาอ่านหน้าโฉนดแล้วทำ�หน้างงๆ “แม่ปา้ ก็ไม่รวู้ า่ ตอนนีร้ าคามันเท่าไหร่ แต่ถา้ ข้าวสนใจจะไปดูกไ็ ด้นะ จะขับ รถไปเองหรือขึ้นเครื่องไปก็ได้” “เอารถไปดีกว่าค่ะคุณข้าว แต๋นจะได้กลับไปเยี่ยมญาติที่อุดรฯ ด้วยไงคะ หนองคายกับอุดรฯ ใกล้กันนิดเดียวเองค่ะ” แต๋นออกความเห็น “มันเกี่ยวกับเราด้วยเหรอนังแต๋น” มณฑาหันมาแหวใส่จนอีกฝ่ายต้องหด คอลงด้วยสีหน้าจ๋อยๆ “อืม...ก็ดีเหมือนกันนะคะแม่ป้า เราจะได้ไปอยู่ไกลๆ สักพัก ให้นายเจตน์ ตายใจก่อนไงคะ พอข้าวขายที่ได้แล้วจะเอาเงินไปฟาดหัวนายเจตน์ให้ดู งั้นเราไป กันเลยนะคะแม่ป้า ว่าแต่มันไกลหรือเปล่าคะต้องขับรถกี่ชั่วโมง ข้าวโทรไปชวน ยายเจนกับยายเชอร์รี่ให้ไปด้วยดีกว่า ที่สำ�คัญจะได้ยืมรถยายเจนด้วยค่ะ เพราะ ข้าวจะเอารถไปเข้าอู่แล้ว” หญิงสาวพูดเองเออเอง วาดฝันถึงจำ�นวนเงินมหาศาล ในการเปิดบริษัทแข่งกับเจตน์ด้วยความสะใจ “ก็ดีเหมือนกันนะ จะได้ชวนสองคนนั่นไปเที่ยวด้วย แต่แม่ป้าว่าเราออก เดินทางพรุ่งนี้สักตีสามดีกว่านะยายข้าว กว่าจะไปถึงก็น่าจะบ่ายๆ พอดี” มณฑา 34


แนะนำ� “ก็ดคี ะ่ ว่าแต่ท�ำ ไมคุณพ่อไปซือ้ ทีไ่ ว้ไกลนักล่ะคะแม่ปา้ ข้าวไม่เห็นเคยรูเ้ ลย” หญิงสาวถามพลางทำ�หน้าสงสัย “โอย...เรื่องมันยาว เอาไว้ว่างๆ แม่ป้าจะเล่าให้ฟังก็แล้วกันนะ” มณฑา บอกหลานสาวก่อนจะขอตัวขึน้ ไปจัดกระเป๋าเดินทาง ในขณะทีภ่ รัณยาก็รบี โทรนัด หมายเพื่อนสาวทั้งสองทันที

35


ตอนที่ 4 “โฮ่งๆๆ”เสียงเห่าของเจ้าปุกปุยสุนขั พันธุโ์ กลเด้นท์รที รีฟเวอร์ทำ�ให้เขมินทร์ ต้องหันไปมองและพบว่ามันกำ�ลังวิ่งนำ�หน้าสมิตา ลูกสาวคนสวยของนายอำ�เภอ ที่เพิ่งเรียนจบปริญญาโทจากออสเตรเลียก่อนจะสอบบรรจุเป็นครูที่โรงเรียน มัธยมประจำ�เภอได้ไม่นานเข้ามา “สวัสดีค่ะพี่น้ำ�” หญิงสาวส่งเสียงทักทายมาแต่ไกลพลางโบกมือให้ขณะวิ่ง ตามเจ้าปุกปุยมายังบ่อเลี้ยงปลานิลที่เขมินทร์มาควบคุมคนงานจับปลา “เจ้าปุยพาใครมากันฮึ ฉันบอกให้อยู่เฝ้าบ้านยังไงล่ะ แล้วหนีมาทำ�ไม” ชายหนุ่มโน้มตัวเอามือลูบหัวเจ้าปุกปุยเบาๆ “พี่น้ำ�จะเอาปลาไปไหนคะ เยอะแยะเลย” สมิตาถาม “พีจ่ ะเอาไปคัดทำ�ปลาส้มเข้าร้านไงครับ ขับรถผ่านมาเห็นร้านพีห่ รือเปล่า” “คุณพ่อชี้ให้ดูเหมือนกันค่ะ พี่น้ำ�นี่เก่งจริงๆ เลยนะคะ ไม่เสียแรงที่ไปเรียน ถึงเมืองนอก สร้างงานให้ชุมชนไม่น้อยเลยนะ” สมิตาบอกด้วยน้ำ�เสียงชื่นชม “แล้วน้องโอ๊ะไปไหนมาครับ แต่งตัวซะสวยเชียว” เขมินทร์ถามด้วยรอยยิม้ “วันนี้โอ๊ะไปรายงานตัวที่โรงเรียนมาค่ะ” สมิตาตอบด้วยความภาคภูมิใจ เธอเลื อ กทำ � งานเป็ น แม่ พิ ม พ์ ข องชาติ ต ามอุ ด มการณ์ ข องตั ว เองแทนที่ จ ะไป ทำ�งานกับบริษัทใหญ่ๆ ในเมือง “ขอแสดงความยินดีกับคุณครูคนใหม่ด้วยนะครับ ว่าแต่น้องโอ๊ะไปร้านพี่ มัย้ ครับ พีจ่ ะเข้าไปดูงานสักหน่อยหรือจะไปรอทีบ่ า้ น” เขมินทร์ถามอย่างไม่แน่ใจ “ไปกับพี่น้ำ�ดีกว่าค่ะ คุณพ่อกับคุณลุงคุยกันแต่เรื่องการเมือง โอ๊ะเบื่อค่ะ” สมิตาบอกก่อนจะตามเขมินทร์ไปที่รถ ใบหน้าระบายไปด้วยรอยยิ้มสดใส 36


“แม่ป้าคะ ตกลงเราต้องเลี้ยวเข้าตรงไหนกันแน่คะ ข้าวเลี้ยวมาสามครั้ง แล้วไม่เห็นจะถูกสักที เพื่อนของแม่ป้านี่บอกทางถูกหรือเปล่าคะ” ภรัณยาถาม แม่ป้าด้วยความสับสนกับการบอกทางผิดๆ ถูกๆ ขณะที่ควบเจ้ามินิของเชอร์รี่ เพราะรถของเธอต้องนอนแอ้งแม้งอยู่ที่อู่อีกหลายวัน “นั่นสิคะแม่ป้า ตกลงแม่ป้าจำ�ไม่ได้เหรอคะว่าไปทางไหน” เจนจิราถาม มณฑาด้วยความขบขัน “เดี๋ยวสิหลานๆ แม่ป้าก็ลืมบ้างสิ ไม่ได้มาที่นี่ยี่สิบกว่าปีแล้วนะ นั่นๆ เลี้ยวเข้าตรงนั้นเลย ที่ป้ายเขียนว่าบ้านน้ำ�งามนั่นล่ะ” ภรัณยาหักเลีย้ วทันที แต่กลับยิง่ งงไปกันใหญ่เพราะทางทีเ่ ลีย้ วเข้ามานัน้ มี ทางแยกอีกหลายเส้นเลยไม่รวู้ า่ จะไปทางไหนกันแน่ จนในทีส่ ดุ แต๋นต้องลงไปถาม ทางด้วยภาษาที่เธอคุ้นเคยจึงมาถึงจุดหมายปลายทางด้วยความเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้าไปตามๆ กัน “บ้านใครคะแม่ป้า กว้างน่าดูแถมยังเงียบยังกับไม่มีคนอยู่” ภรัณยาถาม ด้วยความอยากรู้เพราะบ้านที่เธอเลี้ยวรถเข้ามานั้นเป็นบ้านทรงไทยทำ�ด้วยไม้ทั้ง หลัง ถัดไปไม่ไกลมีบา้ นไม้ชนั้ เดียวทีป่ ล่อยให้ใต้ถนุ โล่ง ซึง่ จัดว่าแปลกตาสำ�หรับ สาวชาวกรุงอย่างเธอมากทีเดียว “สวัสดีค่าแม่ป้า คุณข้าวมาฮอดกันแล้วบ่จ้า” ไม่ทันที่ภรัณยาจะได้รับคำ�ตอบจากผู้เป็นป้าก็มีเสียงทักทายดังมาจาก หญิงร่างผอมบางอายุราวสี่สิบห้าที่เดินแกมวิ่งลงมาจากบ้านหลังเล็กตรงมาหา มณฑาและยกมือไหว้ด้วยความดีใจ “จ้ะ ฉันเพิ่งจะมาถึง แม่หวางสบายดีหรือเปล่า แล้วนายคำ�ไปไหนไม่อยู่ บ้านเหรอ” มณฑาทักทายหวางด้วยความรู้สึกแปลกๆ เพราะนานมากแล้วที่เธอ ไม่ได้มาเยี่ยมเยียนที่นี่เลย “ไปนาจ้า คนนี้แม่นคุณเข่าบ่จ้า” หวางเดินมาใกล้ๆ ภรัณยาแล้วถามอย่าง ตื่นเต้น “ใช่แล้วนีค่ ณ ุ หนูขา้ วของหวางเอง ยายข้าวไหว้ปา้ หวางซะสิลกู ป้าหวางเป็น คนดูแลที่นี่และเคยเลี้ยงเรามาด้วยนะ ตอนที่เรายังเด็กๆ” มณฑาบอกหลานสาว ภรัณยายิม้ แห้งๆ กับชือ่ ของตัวเองทีป่ า้ หวางเรียกเสียจนเพีย้ น แต่หญิงสาว ก็ไม่ได้ตดิ ใจอะไรมากเพราะรูด้ วี า่ ป้าหวางคงจะไม่ถนัดภาษากลางนั ก พลางยกมือ 37


ไหว้ป้าหวางด้วยความเคารพพร้อมๆ กับบรรดาเพื่อนของเธอ “แม่ปา้ ขึน้ เฮือนก่อนจ้า แต่วา่ มันบ่คอ่ ยสะอาดยังบ่ทนั ได้เฮ็ดอิหยังเลยจ้า” ป้ า หวางรี บ บอกเนื่ อ งจากไม่ รู้ ว่ า มณฑาจะมาจึ ง ไม่ ทั น เก็ บ กวาดบ้ า นช่ อ งให้ เรียบร้อย “ยังหรอกฉันจะไปบ้านกำ�นันก่อน พอดีมีธุระจะคุยด้วยหน่อย เดี๋ยวเย็นๆ ฉันจะมารับแม่หวางกับพ่อคำ�ไปกินข้าวในเมืองนะ แต่งตัวรอไว้ด้วย” มณฑาบอก ก่อนจะพาหลานสาวไปพบกำ�นันเขม ไม่นานรถมินิก็มาจอดหน้าบ้านทรงไทยอีกหลังหนึ่งซึ่งกว้างขวางและ ใหญ่โตกว่าบ้านหลังแรกมาก ภรัณยามองอย่างสงสัย เพราะแม่ป้าไม่เคยเล่าอะไร ให้ฟังเกี่ยวกับหมู่บ้านน้ำ�งามเลยแม้แต่นิดเดียว “โอ้โห...ลมอะไรหอบคุณมณมาถึงที่นี่ได้ ไม่เจอกันตั้งนานคุณมณยังสวย ไม่สร่างเลยนะครับ” หนุม่ ใหญ่เจ้าของบ้านทีล่ งมารับแขกถึงหน้าบันไดกล่าวทักทาย มณฑาอย่างคุ้นเคย “คุณเขมก็ยังดูหนุ่มไม่เปลี่ยนเลยนะคะ” มณฑายิ้มรับคำ�ชม กำ�นันเขมเชิญแขกขึ้นมานั่งคุยกันบนบ้านตรงมุมรับแขกซึ่งมีเบาะรองนั่ง และโต๊ะญี่ปุ่นตั้งอยู่ตรงกลาง ก่อนจะหันมาทักทายภรัณยาที่นั่งอยู่ข้างมณฑา “อย่าบอกนะว่านี่คือหนูข้าว” “ค่ะ นี่ยายข้าวจริงๆ ยายข้าวไหว้ลุงกำ�นันสิลูก หนูเจน หนูเชอร์รี่ แต๋น ด้วยนะ” มณฑาตอบแล้วหันไปบอกหลานสาวกับคนที่เหลือ “เอ้อๆ ไหว้พระเถอะนะหลาน ดูสิโตเป็นสาวสวยเชียว ผิวขาวๆ นี่คงจะได้ ป้ากับพ่อเรานะ แล้วตาสวยๆ นี่ก็คงจะหนีไม่พ้นแม่นาดีอีกล่ะสิ พูดไปแล้วก็คิดถึง สองคนนี้ขึ้นมาทันทีเลย เจ้ามณฑลมันคงจะดีใจนะ ถ้าได้เห็นลูกสาวโตมาแล้ว สวยแบบนี้ คุณมณนี่เลี้ยงหลานได้ดีไม่แพ้พ่อแม่เขาเลยนะ” กำ�นันเขมรับไหว้ ภรัณยาและทุกๆ คน ก่อนจะมองไปยังลูกสาวของเพื่อนด้วยแววตาเอื้อเอ็นดู “ใครอยู่ตรงนั้นบ้าง ไอ้ไข่ขึ้นมาบนนี้หน่อยเร็ว” กำ�นันเขมร้องหาลูกน้อง หลังจากรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงในการมาเยือนของมณฑา “ครับพ่อกำ�นัน” เจ้าไข่วิ่งขึ้นบันไดมาด้วยความรีบร้อน 38


“เอ็งช่วยพาคุณข้าวกับเพือ่ นไปดูทนี่ าของน้ามณฑลด้วยนะ แต่อย่าไปนาน นักล่ะ เพราะข้าจะพาพวกคุณๆ เข้าไปกินข้าวในเมืองต่อ” กำ�นันเขมสั่งพลาง กำ�ชับลูกน้องคนสนิท ภรัณยา เจนจิรา เชอร์รี่ และแต๋นจึงรีบตามไข่ไปโดยปล่อย ให้ผู้ใหญ่ทั้งสองคุยกันตามลำ�พัง มินิเอสขับตามรถกระบะตอนเดียวตรงไปยังทุ่งนาที่มีแต่ตอข้าวเต็มไป หมด ระยะทางจากบ้านกำ�นันมาถึงที่นาไม่ไกลมากนักหากเดินลัดเลาะมา แต่ถ้า มาตามถนนก็ประมาณกิโลเมตรกว่าๆ เห็นจะได้ “นีอ่ ย่าบอกนะว่าทีส่ ามร้อยไร่ของคุณพ่อคือทุง่ นาพวกนี”้ ภรัณยาอดสงสัย ไม่ได้ขณะที่ตัวเองยังไม่ลงจากรถ “เอ่อ...ฉันว่าน่าจะใช่นะ” เจนจิรามองหน้าเพือ่ นสลับกับทุง่ นาซึง่ กว้างใหญ่ สุดลูกหูลูกตา “ตายล่ะ แล้วมันจะขายได้ราคาเท่าไหร่กันล่ะนี่ แต่ที่แน่ๆ ฉันว่าคงไม่ได้ ไร่ละล้านอย่างที่ฉันคิดเอาไว้แน่ๆ เลยเชอร์รี่” ภรัณยาปรึกษาเพื่อนด้วยน้ำ�เสียง หม่นหมอง “คงจะได้ไร่ละสีห่ รือห้าแสนล่ะมัง้ ก็ไม่เลวหรอกนะ จากสามร้อยล้านลดลง มาเป็นร้อยห้าสิบล้าน หรือคุณแต๋นว่ายังไงในฐานะที่เธอเป็นคนแถวนี้ ราคานี้จะ ขายได้มั้ย” เชอร์รี่ออกความเห็นก่อนจะหันไปถามแต๋น “แต๋นว่าไม่น่าจะได้เกินไร่ละหมื่นหรือสองหมื่นเต็มที่แล้วค่ะ” แต๋นตอบ เสียงอ่อยๆ “หา! อะไรนะ” สามสาวอุทานถามออกมาพร้อมๆ กันด้วยความตกใจ “จะบ้าเหรอคุณแต๋น ถ้าได้แค่นี้มันจะเป็นเงินเท่าไหร่ล่ะนี่” ภรัณยารีบคว้า เอามือถือมากดเครื่องคิดเลขด้วยความอยากรู้ทันที “ถ้าไร่ละหมื่นได้แค่สามล้าน ไร่ละสองหมื่นได้แค่หกล้าน โอ๊ย...แล้วมันจะ พอที่ไหน เงินแค่นี้ซื้อออฟฟิศยังไม่ได้เลย ฉันจะทำ�ยังไงดีล่ะเจน” ภรัณยาตีโพย ตีพายหน้าบึ้ง “แล้วคุณแต๋นรู้มาจากไหนล่ะว่ามันจะขายได้ราคาแค่นี้” เจนจิราถามด้วย ความสงสัย “แต๋นเดาเอาค่ะ เพราะป้าแต๋นขายที่ในอุดรฯ ก็ได้ราคาประมาณนี้ค่ะ 39


แต่ขายเมื่อหลายปีมาแล้วนะคะ” “โธ่เอ๊ย เราก็นึกว่ารู้ ฉันว่าเราลงไปดูที่ก่อนดีกว่านะยายข้าว ส่วนราคา ค่อยไปถามลุงกำ�นันอีกที” เชอร์รี่แนะนำ� “อืม...ก็ดเี หมือนกัน ไปไข่ตนุ๋ ลูกแม่ เจนฝากกุญแจใส่กระเป๋าด้วยฉันขีเ้ กียจ สะพายไปน่ะ” ภรัณยารับคำ�พร้อมปล่อยเจ้าไข่ตุ๋นลงไปก่อน ส่วนตัวเองตามลงมา ทีหลังโดยไม่ลืมที่จะล็อกรถแล้วส่งกุญแจคืนให้เพื่อน “เฮาต้องย่างเลาะไปตามชายคลองอีกบ่ไกลดอกครับ ทีล่ งุ มณฑลเป็นแปลง ในถัดจากแปลงของลุงกำ�นัน” ไข่บอกพร้อมเดินนำ�สี่สาวลัดเลาะไปตามพุ่มไม้ เลียบคลอง จนถึงสะพานไม้ทมี่ ลี กั ษณะเป็นไม้ทมี่ หี น้าแบนๆ เพราะถูกผ่าออกเป็น สองซีกแล้วเอามาวางพาดเป็นสะพานโดยหงายส่วนที่แบนไว้ด้านบน “ต้องข้ามสะพานนี้ไปครับ ฟากนั้นเป็นที่นาของลุงมณฑลทั้งหมด ค่อยๆ ข้ามทีละคนดีกว่านะครับ” ไข่หันมาบอกด้วยความเป็นห่วง “คุณแต๋นไปก่อนเลย” ภรัณยาส่งหน่วยกล้าตายไปก่อนแล้วหันไปบอก เพื่อน “หล่อนตามคุณแต๋นไปเลยเชอร์รี่” “ค่าคุณนาย” เชอร์รี่ประชดเพราะเหมือนส่งให้เธอไปเสี่ยงภัยก่อน “ข้าวไปก่อนก็ได้นะเดี๋ยวฉันตามหลังเอง ไข่ตุ๋นมาเร็ว ตามแม่แกไปเลย” เจนจิราบอกแล้วเรียกไข่ตุ๋นให้วิ่งตามเจ้านายไป แต่มันไม่กล้าที่จะก้าวขาขึ้นบน สะพานไม้ เพราะคงไม่เคยเห็นมาก่อน มิหนำ�ซ้ำ�มันยังทำ�ท่ากลัวจนตัวสั่นอีก “ไข่ตุ๋นมาสิลูก กลัวเหรอ ไม่ต้องกลัวนะแม่อยู่นี่แล้ว” ภรัณยาที่เดินไปได้ ครึ่งสะพานแล้วต้องกลับมารับเจ้าไข่ตุ๋นด้วยความสงสาร “โฮ่งๆๆ” เสียงเห่าของหมาอีกตัวดังมาจากชายฝั่งคลองที่มีต้นไม้ขึ้นหนา ทำ�ให้ภรัณยามองไม่เห็นว่าเจ้าของเสียงจะมีขนาดตัวเท่าไหร่ แต่ถา้ ให้เดาจากเสียง เธอคิดว่ามันคงจะตัวใหญ่พอดู ทันทีที่ได้ยินเสียงหมาเจ้าถิ่นเจ้าไข่ตุ๋นก็ไม่รอช้าที่ จะเห่าออกไปข่มขู่เช่นกัน “ไข่ตุ๋นมานี่ลูก อย่าไปเห่านะเดี๋ยวก็โดนงับหรอก” พูดพลางหันไปดุเจ้า ไข่ตุ๋นที่อยู่ในอ้อมแขน แล้วสงครามย่อมๆ ระหว่างเจ้าถิ่นกับผู้มาเยือนก็ดังระงม ไม่ทันที่ภรัณยา จะพาเจ้าไข่ตุ๋นข้ามสะพานไปได้ เจ้าโกลเด้นท์รีทรีฟเวอร์ก็วิ่งโผล่ร่างพ้นชายป่า ออกมา พร้อมวิ่งตรงมายังสะพานที่ภรัณยาข้ามไปได้ครึ่งทางแล้ว 40


“ข้าวระวังข้างหลัง!” ภรัณยาทันได้ยินเสียงเตือนจากเพื่อนรักแค่นั้น พอหันมาอีกทีร่างของเธอ ก็หงายหลังตกลงไปในคลองเพราะเจ้ายักษ์วิ่งเข้ามาประชิดตัว เคราะห์ยังดีที่เจ้า ไข่ตุ๋นกระโดดจากอ้อมกอดเจ้านายลงมายืนขาสั่นอยู่ที่สะพานไม้ได้ก่อน “ช่วยด้วยๆ เจนช่วยฉันด้วย!” เสียงภรัณยากรีดร้องลั่นคลอง “ข้าวเป็นไงบ้าง คุณไปช่วยเพื่อนฉันเร็วๆ เข้าสิ ยายข้าวว่ายน้ำ�ไม่เป็นนะ!” เจนจิราร้องบอกชายหนุ่มที่วิ่งตามเจ้าโกลเด้นท์รีทรีฟเวอร์มาติดๆ เขมินทร์รีบกระโจนลงน้ำ�ทันทีเพื่อช่วยหญิงสาวที่กำ�ลังหวีดร้องอยู่ลั่นทุ่ง เนื่องด้วยต้นเหตุนั้นมาจากเจ้าปุกปุยของเขานั่นเอง “ช่วยด้วยๆๆ” ภรัณยาร้องลั่น หลับหูหลับตาสองมือตีน้ำ�เป็นพัลวัน จน กระทั่งมือที่ป่ายไปมาปะทะเข้ากับอกแกร่งของใครบางคน หญิงสาวจึงไม่รอช้า ทุ่มแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่เข้าตวัดรัดร่างนั้นเอาไว้ด้วยความกลัว “คุณๆ อย่าดิ้นสิ! แล้วก็อย่าเอามือมารัดคอผม ตั้งสติหน่อยครับน้ำ�มันตื้น แค่อกเองนะ” เขมินทร์บอกเมื่อคว้าเอาร่างของสาวน้อยตกน้ำ�มาได้แล้ว “ช่วยด้วย ฉันกลัว คุณอย่าปล่อยฉันนะ!” พูดพลางเกาะไหล่กว้างไว้แน่น “ข้าวเป็นยังไงบ้าง” เจนจิราซึง่ อุม้ เจ้าไข่ตนุ๋ ร้องถามอยูบ่ นชายฝัง่ โดยมีแต๋น และเชอร์รี่วิ่งกลับมาดูพร้อมไข่ “ไม่เป็นไรหรอกครับ น้ำ�มันไม่ลึก ไหนคุณลองปล่อยผมก่อนแล้วก็เอาขา หยั่งลงไปที่พื้นแบบนี้ เห็นมั้ย แค่นี้คุณก็ไม่จมแล้ว” เขมินทร์มองหน้าคนที่ร้อง เสียงหลงแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างขบขัน ภรัณยาทีเ่ ริม่ ตัง้ สติได้คอ่ ยๆ ยืดขาลงตามคำ�บอกของหนุม่ แปลกหน้า แล้วก็ จริ ง ดั ง ที่ เขาพู ด เพราะตอนนี้ เ ธอสามารถยื น อยู่ ใ นน้ำ � ได้ เ องโดยที่ ไ ม่ ต้ อ ง ตะเกียกตะกายเหมือนอย่างตอนแรก “ขอบคุณ” เธอเอ่ยขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ แม้จะรู้สึกเสียหน้าเพราะถูกเขา หัวเราะเยาะก็ตาม “ผมขอโทษแทนเจ้าปุกปุยด้วยก็แล้วกัน รีบๆ ขึ้นฝั่งกันเถอะแช่อยู่ในน้ำ� นานๆ อย่างนี้ไม่ดีแน่” “อ้าว...นี่เจ้ายักษ์ตัวนั้นเป็นของคุณหรอกเหรอ ถ้างั้นคุณก็ต้องรับผิดชอบ ดูสภาพฉันตอนนี้สิ ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า มือถือของฉันเปียกน้ำ�หมดแล้วเนี่ยเห็น 41


มั้ย!” ภรัณยาโวยวายลั่น “เอาเป็นว่าเราขึ้นไปตกลงกันบนฝั่งจะดีกว่ามั้ยครับ หรือว่าคุณชอบตกลง กับคู่กรณีในน้ำ�” เขมินทร์พูดยิ้มๆ นึกไม่ถึงว่าคุณหนูข้าวที่พ่อถึงขั้นโทรไปตามให้ เขากลับมาดูแลให้ด่วนที่สุด จะขี้โวยวายได้ถึงขนาดนี้ “ใครจะตกลงกับคุณในน้�ำ ไม่ทราบ รีบๆ พาฉันขึน้ ฝัง่ เดีย๋ วนีเ้ ลยนะ”ภรัณยา ฉุนจัดเมื่อเห็นท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวของอีกฝ่าย “ถ้างั้นจับแขนผมไว้ดีๆ ล่ะ” เขาบอกพลางค่อยๆ จูงมือเธอเดินขึ้นฝั่ง แล้ว เขาก็ยิ้มออกมาด้วยแววตาแปลกๆ เมื่อร่างของภรัณยาโผล่พ้นน้ำ� คนที่ถูกมองอยู่ ถึงกับหน้าแดงด้วยความอายเพราะเสื้อสีขาวที่เธอใส่มานั้นเมื่อเปียกน้ำ�มันก็บาง พอที่จะมองทะลุเข้าไปถึงไหนต่อไหนได้ “นี่คุณอย่ามาทะลึ่งกับฉันนะ หันหน้าไปทางโน้นเลย!” ภรัณยาแหวแว้ด เมื่อเห็นสายตาของเขา “เอ้า...เป็นงั้นไป” เขมินทร์ยิ้มขำ�ๆ แต่ก็ยอมหันหน้าหนีตามที่เธอสั่งโดยดี ทำ�ให้ทุกคนพลอยขำ�ไปด้วย “ถอดเสื้อคุณมาด้วย อย่าหันมานะ” หญิงสาวสั่งเสียงห้วน แล้วชายหนุ่มก็ ทำ�ตามอย่างว่าง่ายด้วยความสงสารระคนขบขัน เมื่อเสื้อเชิ้ตถูกถอดออกก็เผยให้ เห็นกล้ามแขนเป็นมัดๆ ที่สวมเพียงเสื้อกล้ามสีขาวอยู่ เป็นเหตุให้สองสาวแท้และ หนึ่งสาวเทียมมองตาเยิ้ม ปลื้มในความคมเข้มของเขมินทร์จนหัวใจแทบละลาย อยู่ที่ฝั่ง “อุ๊ยตายหล่อน ทำ�ไมช่างแมนอย่างนี้ หล่อด้วยล่ะยายเจน” เชอร์รี่ถึงกับ เพ้อเมื่อเห็นหุ่นล่ำ�ๆ และหน้าหล่อๆ ของเขมินทร์ “ใช่ค่ะ คุณเจนดูสิคะ ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ หล่อ ล่ำ� แมนมากๆ เลย ทำ�ไมนะ ทำ�ไมคนทีต่ กลงไปในน้�ำ ไม่เป็นแต๋น ทำ�ไมโลกนีม้ นั ช่างโหดร้ายกับสาวน้อยอย่าง แต๋นเหลือเกิน” แต๋นเอามือสองข้างกุมไว้ที่อกแล้วก็หลับตาเคลิ้มฝัน “น้อยๆ หน่อยหล่อนสองคนน่ะ อะไรกัน เพื่อนกับเจ้านายตกน้ำ�ทั้งคนยัง จะมาปลื้มผู้ชายอีก มันใช้ได้ที่ไหน โดยเฉพาะยายแต๋น คอยดูนะ ฉันจะบอกยาย ข้าวหักเงินเดือนให้เข็ดเลย” เจนจิราทำ�เสียงขู่แต่ใบหน้ากลับยิ้มขัน “ไม่เป็นอะไรนะข้าว ฉันล่ะตกใจแทบแย่เลย ฉันว่าเรากลับก่อนดีกว่านะ วันหลังค่อยมาดูที่ใหม่” เจนจิราเอ่ยขึ้นเมื่อเพื่อนรักขึ้นมายืนบนฝั่งแล้ว 42


“กลับแน่เจน แต่คุณต้องไปกับฉันด้วยนะ ฉันจะต้องไปแจ้งความกับ ลุงกำ�นันเรื่องที่หมาของคุณทำ�ให้ฉันตกน้ำ� แล้วมือถือฉันก็เสียหายด้วย ดีนะที่ ฉันไม่เอากุญแจรีโมทใส่ในกระเป๋ากางเกงด้วย” ภรัณยาตั้งตัวได้ก็เริ่มคิดข้อหา ให้เขาเสร็จสรรพ เกิดมาไม่เคยตกอยู่ในสภาพน่าอับอายแบบนี้มาก่อนเลย “คุณไม่ตอ้ งไปแจ้งความอะไรหรอกผมยินดีชดใช้คา่ เสียหายให้เอง” เขมินทร์ บอกและยิ้มให้กับคนที่พ่อของเขาสั่งให้ตามมาดูแล “ไม่รู้ล่ะ ยังไงคุณก็ต้องไปบ้านลุงกำ�นันกับฉัน และคุณไม่ต้องห่วงหรอก รับรองคุณได้จ่ายแน่ๆ บวกรวมกับรองเท้าของฉันที่มันจมลงไปในคลองนี้ด้วย” ภรัณยาเบ้ปาก เมื่อเห็นอีกฝ่ายเพียงแค่พยักหน้ารับอย่างไม่สะทกสะท้าน “ถ้าอย่างนัน้ ไปกันได้หรือยังครับ ผมกลัวว่าถ้าขืนช้ากว่านีห้ น่อยเดียวคุณก็ อาจจะจับไข้ และผมก็สงสัยว่าจะได้จ่ายค่ารักษาให้คุณด้วย” ชายหนุ่มบอกพร้อม เดินนำ�หน้าสามสาวไปตามทางเดิม “เจนไปกับคุณแต๋นนะ เชอร์รี่ไปกับฉัน” ภรัณยาบอกเมื่อมาถึงรถแล้ว “อ้าว...แล้วทำ�ไมล่ะ” เจนจิราถามพลางทำ�หน้างงๆ “เรื่องอะไรฉันจะเอาตัวเปียกๆ ไปนั่งในรถเธอล่ะ และอีกอย่างถ้าขืนปล่อย ให้นายนีไ่ ปคนเดียว เกิดขับรถหนีไปใครจะจ่ายค่ามือถือให้ เจอกันทีบ่ า้ นลุงกำ�นัน นะ” หญิงสาวพูดพลางก้าวขึ้นไปนั่งบนฟอร์จูนเนอร์โดยมีเชอร์รี่เปิดประตูตามขึ้น มาติดๆ “ที่แท้ก็งกนี่เอง” เขมินทร์อดบ่นไม่ได้ก่อนจะขับรถออกไป “ยายข้าวไปทำ�อะไรมาล่ะถึงได้เปียกทั้งตัวแบบนี้” มณฑาร้องเสียงหลง สีหน้าตกใจเมื่อเห็นสภาพของหลานสาวที่เดินหน้าบึ้งขึ้นบันไดมาก่อนเพื่อน “นั่นสิหนูข้าว” กำ�นันเขมอดสงสัยไม่ได้ “ก็หมานายคนนี้สิคะแม่ป้าทำ�ให้ข้าวต้องเป็นแบบนี้ มือถือก็พัง เสื้อผ้าก็ เลอะไปหมดเลยค่ะ” เธอฟ้องผู้เป็นป้า ก่อนจะหันไปฟ้องลุงกำ�นันต่อ “คุณลุงคะ ข้าวขอแจ้งความค่ะ นายคนนีจ้ ะต้องรับผิดชอบข้าวของทัง้ หมดของข้าวนะคะ รองเท้า ของข้าวก็จมอยู่ในคลองโน่นแน่ะค่ะ เขาเป็นลูกบ้านของคุณลุงหรือเปล่าคะ ถ้าใช่ คุณลุงต้องจัดการนายคนนี้ให้ข้าวนะคะ” “ยายข้าว” มณฑาพยายามสะกิดหลานสาวให้หยุดแต่อกี ฝ่ายกลับไม่สนใจ 43


“เอ่อ...หนูขา้ ว ลุงว่าเราค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันดีกว่านะ อันทีจ่ ริงไอ้เจ้าน้�ำ นี่ มันก็เป็นลูกบ้านของลุงเองล่ะ และมันก็...เอ่อ...เป็นลูกชายลุงด้วย ต้องขอโทษ หนูขา้ วด้วยนะ เอาไว้ลงุ จะจัดการให้เอง แต่ตอนนีล้ งุ ว่าหนูไปอาบน้�ำ เปลีย่ นเสือ้ ผ้า ก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะไม่สบายเอา” กำ�นันเขมบอกด้วยสีหน้าจืดเจื่อน “หา! นายคนนี้...เอ่อ...เป็นลูกชายคุณลุงเหรอคะ” ภรัณยาอ้าปากค้างไม่ อยากจะเชื่อว่าจะจุดไต้ตำ�ตอขนาดนี้ “แม่ป้าว่าข้าวไปอาบน้ำ�ก่อนดีกว่านะลูก แต๋นไปเอากระเป๋าเสื้อผ้ามาให้ คุณข้าวเร็วเข้า ดูสิหนาวจนตัวสั่นไปหมดแล้ว ยิ่งหน้าหนาวอยู่ด้วย” มณฑาช่วย เบี่ยงเบนความสนใจ กลบเกลื่อนความปากไวของหลานรัก “เจ้าน้�ำ พาน้องไปอาบน้�ำ เปลีย่ นเสือ้ ผ้าไป แล้วก็ดแู ลหนูขา้ วให้ดๆี ด้วยล่ะ” กำ�นันเขมหันไปสั่งลูกชายเสียงดุๆ “เชิญครับคุณหนูขา้ ว” ชายหนุม่ หันมาทำ�หน้ายียวนใส่หญิงสาวก่อนจะเดิน นำ�ไปยังห้องรับรองแขก แต่แล้วเขาก็เปลี่ยนใจและหันกลับมาบอกคนที่กำ�ลังยืน กอดอกเพราะความหนาว “ผมว่าคุณไปอาบน้ำ�ที่ห้องนอนผมดีกว่านะ” “จะบ้าเหรอ เรือ่ งอะไรจะให้ฉนั อาบน้�ำ ทีห่ อ้ งนาย นอกจากจะนำ�ความซวย มาให้ฉันแล้วนายยังเป็นไอ้พวกโรคจิตอีกรึไง” ภรัณยาแหวแว้ดจนแต๋นที่เดินหิ้ว กระเป๋าตามเข้ามาถึงกับอึ้งในฝีปากของเจ้านาย “คำ�ก็ตัวซวย สองคำ�ก็โรคจิต เดี๋ยวก็เป็นจริงๆ ซะหรอก” เขมินทร์แกล้ง ทำ�ตาลุกวาวพลางขยับเท้าเข้าไปใกล้ “อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นฉันจะร้องจริงๆ ด้วย แต๋นเอาเสื้อผ้าของฉันไปไว้ใน ห้องน้�ำ เลย และก็อยูใ่ นห้องนีก้ บั ฉันห้ามไปไหนเด็ดขาด” เธอถลึงตาใส่เขาแล้วหัน ไปสั่งสาวใช้เสียงสั่น “ตามใจก็แล้วกันนะ ถ้าคุณอยากจะอาบน้�ำ ในตุม่ ทีเ่ ย็นเจีย๊ บมากกว่าน้�ำ จาก เครื่องทำ�น้ำ�อุ่นในห้องผมก็เชิญ แต่อากาศหนาวๆ แบบนี้เป็นผมล่ะก็เลือกอย่าง หลังดีกว่า” ชายหนุ่มบอกก่อนจะเดินออกจากห้องไปด้วยรอยยิ้มกริ่ม “เชอะ...กะอีแค่มีเครื่องทำ�น้ำ�อุ่นก็เอามาอวด คนอย่างฉันไม่ง้อเครื่องทำ� น้ำ�อุ่นของนายหรอกย่ะ” ภรัณยาพูดไล่หลังเขาด้วยน้ำ�เสียงมั่นใจ “แต่แต๋นว่าคราวนี้คนอย่างคุณข้าวจะต้องง้อแน่ๆ ค่ะ ไม่เชื่อคุณข้าวเอามือ จุ่มน้ำ�ในตุ่มดูสิคะ” แต๋นบอกพลางทำ�หน้าเจื่อนๆ ขณะเดินออกมาจากห้องน้ำ� 44


“มันจะซักแค่ไหนกันเชียว” ภรัณยาเชิดหน้าอย่างถือดี ไม่ใส่ใจกับคำ�เตือน ของแต๋น เสียงเคาะประตูดังขึ้น ร่างกำ�ยำ�เปลือยท่อนบนอวดแผงอกหนาหนั่นด้วย มัดกล้ามสวยงามเดินไปเปิดประตูห้องแล้วต้องยิ้มให้คนที่ยืนอยู่ด้านนอกอย่าง ขบขัน “เอ่อ...แต๋นพาคุณข้าวมาอาบน้�ำ ค่ะ” แต๋นเป็นคนแจ้งความจำ�นงด้วยเสียง อ่อยๆ “เชิญครับ” เจ้าของห้องผายมือเป็นการเชื้อเชิญ แต๋นจึงดึงแขนเจ้านายสาวที่ยืนหันหลังให้เข้าไปในห้องโดยเร็ว หญิงสาว นึกโกรธตัวเองที่อุตส่าห์กัดฟันตักน้ำ�ในตุ่มขึ้นมาอาบแต่ก็ทนความเย็นของมันไม่ ได้ เธอจึงต้องเปลี่ยนใจส่งแต๋นมาเป็นทูตสันถวไมตรีชั่วคราว หญิงสาวใช้เวลาในการอาบน้ำ�เปลี่ยนเสื้อผ้าไม่นานนักก็เดินออกมาใน ชุดกางเกงยีนเอวต่ำ�สีขาวกับเสื้อยืดเข้ารูปสีเหลืองสด ผมยาวสลวยถึงกลางหลัง ถูกแต๋นใช้ไดร์เป่าจนแห้งเรียบร้อยซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เขมินทร์ก็กลับเข้ามา ในห้องด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่แล้วเช่นกัน ชายหนุ่มอมยิ้ม มองตามใบหน้าเชิดๆ ที่เดินออกจากห้องด้วยความรู้สึกที่ เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าเป็นความหมั่นไส้หรือความเอ็นดูกันแน่ “อาบน้ำ�เสร็จแล้วก็มาลาคุณลุงซะยายข้าว เราจะได้ไปเช็คอินห้องซักที” มณฑาบอกเพราะหลานสาวจองห้องเอาไว้ก่อนจะมาถึง “ตกลงคุณมณจะไม่ยอมกินข้าวกับผมจริงๆ เหรอครับ” กำ�นันเขมถามอีกครัง้ ตั้งแต่พบมณฑาเขาก็ขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงข้าวเย็นเธอกับหลาน แต่มณฑาก็ขอตัว เพราะนัดกับหวางและคำ�เอาไว้แล้ว “มื้อนี้คงไม่ได้จริงๆ ค่ะคุณเขม นัดแม่หวางกับพ่อคำ�ว่าจะพาเขาไปกินข้าว ในเมือง แต่พรุ่งนี้คุณเขมเตรียมหาร้านไว้เลยนะคะ รับรองว่าได้กระเป๋าแห้งแน่ๆ ค่ะ” มณฑาบอกพร้อมรอยยิ้มเขินๆ “งั้นผมจะให้เจ้าน้ำ�ไปช่วยถือของให้ก็แล้วกันนะครับ จะได้รับหวางกับคำ� กลับมาด้วยหนูขา้ วจะได้ไม่ตอ้ งขับรถกลับมาส่ง ให้ผมได้ท�ำ อะไรเพือ่ แขกคนสำ�คัญ 45


บ้างเถอะ” กำ�นันเขมต่อรองด้วยรอยยิ้มจริงใจ มณฑายิม้ รับเพราะไม่อยากปฏิเสธความหวังดีของเขา ในขณะทีผ่ เู้ ป็นหลาน สาวนัน้ ภาวนาให้แม่ปา้ บอกว่าไม่เป็นไร แต่เธอก็ตอ้ งผิดหวังเมือ่ ผูเ้ ป็นป้ายิม้ รับแต่ โดยดี

46


ตอนที่ 5 “อะไรนะคะ! นี่แม่ป้ายังมีเรื่องเซอร์ไพรส์ข้าวอีกเหรอคะ” ภรัณยาถาม เสี ย งหลงหลั ง จากที่เธอและทุกคนถูกเรียกให้มารวมตัวกันในห้องของแม่ป้า ลำ�พังเรื่องที่เธอมีที่ดินที่พ่อทิ้งไว้ให้สามร้อยไร่ซึ่งประเมินราคาเอาไว้ไร่ละล้าน กลายเป็นที่นาซึ่งอยู่สุดเขตชายแดนและมีราคาไร่ละหมื่นเท่านั้นก็เซอร์ไพรส์มาก อยู่แล้ว ไหนจะข่าวใหม่ที่ว่าเธอเป็นลูกชาวนาและเคยใช้ชีวิตอยู่บ้านน้ำ�งามตั้งแต่ เกิดจนอายุได้สามขวบ และเรื่องพินัยกรรมที่ไม่อนุญาตให้เธอขายที่นาจนกว่าจะ ทำ�ตามข้อแม้ที่ระบุเอาไว้ได้อีกเล่า เซอร์ไพรส์กันสุดฤทธิ์สุดเดชเลยทีเดียว “จริงด้วยค่ะแม่ปา้ แล้วมีขอ้ แม้อะไรคะทีย่ ายข้าวยังขายทีน่ าไม่ได้ในตอนนี”้ เจนจิราอดเคืองป้าของเพื่อนรักไม่ได้ที่ไม่ยอมบอกเรื่องทั้งหมดแต่กลับค่อยๆ บอกทีละนิดให้ได้ตื่นเต้นกันเป็นระลอก “ข้าวหวังว่าคุณพ่อคงจะไม่ระบุให้ข้าวแต่งงานกับนายน้ำ�แล้วก็ตามด้วยจะ ต้องอยู่กินกันสองปีก่อน ที่นาถึงจะเป็นกรรมสิทธิ์ของข้าวอย่างสมบูรณ์ และใน ระหว่างสองปีนน้ั ข้าวก็ดนั รักนายน้�ำ ขึน้ มาจริงๆ เลยไม่ยอมขายทีน่ าและใช้ชวี ติ อยู่ ที่นี่จนแก่เฒ่ามีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองกับนายนั่น เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นมัน คงจะน้ำ�เน่าสิ้นดีเลยค่ะแม่ป้า” ภรัณยาประชดประชันด้วยความน้อยใจ “อุ๊ยตายยายข้าว หล่อนอย่าเอ่ยเรื่องร้ายๆ ให้ฉันได้ยินนะยะ คุณน้ำ�นี่ฉัน จองแล้วนะ” เชอร์รี่รีบบอกเสียงแหลม “ของคุณเชอร์รี่ที่ไหนคะ ของแต๋นต่างหากล่ะ แต๋นจองไว้แล้วนะคะ” แต๋นก็ ร่วมผสมโรงกับเชอร์รี่อีกแรง “สองคนนี้ก็ เอ่อ...ยายข้าวแล้วถ้าแม่ป้าจะบอกว่าใช่ล่ะ” มณฑาบอกพลาง 47


ยิ้มแหยๆ ให้หลานรัก “อะไรนะคะแม่ป้า?” ทั้งภรัณยาและเจนจิราร้องออกมาดังๆ พร้อมกัน ด้วยความตกใจ “แม่ป้าล้อเล่น” มณฑาพูดพลางหัวเราะชอบใจกับท่าทางตกใจของทุกคน “โล่งอกไปที” ทั้งสี่สาวแสดงความโล่งใจออกมาอย่างพร้อมเพรียง “โธ่...พ่อเราจะไปทำ�อย่างนั้นได้ยังไงกันล่ะ แต่แม่ป้าว่าถ้าข้าวรู้ความจริง ในพินยั กรรมแล้วข้าวจะต้องอยากแต่งงานกับพ่อน้�ำ ทันทีเลยล่ะ” มณฑาบอกยิม้ ๆ “แล้วพินยั กรรมระบุไว้วา่ ยังไงคะแม่ปา้ ” เชอร์รแ่ี ละเจนจิราอยากรูข้ น้ึ มาใน ทันที “พ่อเขาระบุเอาไว้ว่าที่นาสามร้อยไร่จะเป็นกรรมสิทธิ์ของยายข้าวโดย สมบูรณ์ก็ต่อเมื่อยายข้าวต้องมาอยู่ที่นี่และจะต้องปลูกข้าวบนที่นาให้ได้สองปี ก่อน และจะต้องทำ�ให้ได้ผลผลิตถึงครึง่ หนึง่ ทีค่ นเช่าทีน่ าซึง่ ก็คอื ลุงกำ�นันทำ�อยูถ่ งึ ทุกวันนี้” มณฑาบอกเสียงอ่อยพลางส่งสายตาไปหาหลานสาวด้วยความหวั่นเกรง ในอารมณ์ของเจ้าหล่อนไม่น้อย “อะไรนะคะแม่ปา้ คุณพ่อจะให้ขา้ วมาทำ�นาสองปี ไม่มที างหรอกค่ะ เกิดมา ข้าวเคยทำ�ไร่ทำ�นาที่ไหนกัน อย่าว่าแต่ทำ�เลยเพิ่งมาเห็นเป็นครั้งแรกด้วยซ้ำ� ข้าว ว่าเรายกเลิกแผนที่จะมาขายที่นาแล้วก็กลับบ้านคืนนี้เลยดีกว่าค่ะ เงื่อนไขอะไรก็ ไม่รู้” ภรัณยาโวยวายเนื่องจากมองไม่เห็นความเป็นไปได้เลยแม้แต่น้อย “อ้าว...แล้วเธอไม่อยากจะได้เงินไปซือ้ บริษทั นายเจตน์แล้วรึไง” เจนจิราถาม “นัน่ สิยะหล่อน แล้วหล่อนไม่อยากจะแก้มอื กับนายเจตน์รไึ ง” เชอร์รส่ี มทบ อีกคน “ไม่หย่งไม่อยากมันแล้ว ข้าวโกรธแม่ปา้ แล้วด้วย ทำ�ไมไม่บอกข้าวก่อนเรือ่ ง พินยั กรรม ไม่อย่างนัน้ ข้าวไม่มวี นั เสียเวลาขับรถเป็นร้อยๆ กิโลฯ มาทีน่ เ่ี ด็ดขาด ใครจะไปทำ�ได้ ให้ไปทำ�งานออฟฟิศยังพอไหวนี่อะไรให้มาทำ�นา เขาทำ�กันยังไง ก็ไม่รู้” ภรัณยาบ่นกระปอดกระแปดไม่ยอมหยุด “ใจเย็นๆ ก่อนสิยายข้าว แม่ปา้ ก็ก�ำ ลังปรึกษาคุณลุงกำ�นันอยูน่ ไี่ งว่ามันพอ จะมีทางที่เราไม่ต้องทำ�ตามพินัยกรรมของพ่อเราได้มั้ย แล้วพรุ่งนี้คุณลุงกำ�นันก็ นัดแม่ป้าให้ไปพบหลวงตาที่วัดเพราะท่านอยู่ในเหตุการณ์ตอนพ่อเราสั่งเสีย แม่ป้าเอาไว้ก่อนตายเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว” มณฑาปลอบเสียงอ่อนเสียงหวาน 48


“แล้วหลวงตามาเกี่ยวอะไรด้วยคะ” ภรัณยาถามอย่างไม่เข้าใจ “หลวงตาก็คอื คุณตาของข้าวไงล่ะ หลังจากทีพ่ อ่ กับแม่เราเสียไปท่านก็สละ ทางโลกไปอยูท่ างธรรม คุณลุงกำ�นันขอปรึกษาท่านก่อนเพราะทีน่ าส่วนหนึง่ ก็เป็น มรดกของท่านที่โอนให้พ่อเราด้วย ถ้าท่านเห็นสมควรให้ยายข้าวเป็นเจ้าของโดย ที่ไม่ต้องทำ�ตามพินัยกรรมของพ่อ ข้าวก็ขายที่นาได้แล้วคุณลุงกำ�นันก็จะเป็นคน ซื้อเอาไว้เองทั้งหมด” มณฑาให้ความกระจ่าง “จริงเหรอคะแม่ป้า อย่างนี้ค่อยหายใจทั่วท้องหน่อยค่ะ” ภรัณยาค่อยยิ้ม ออกมาได้ด้วยความโล่งใจ เปลวไฟยังคงร่ายระบำ�ไปมาตามแรงลมในฤดูหนาวทีพ่ ดั ผ่าน ท่อนไม้ขนาด ย่อมในมือถูกโยนเข้าไปในกองไฟอย่างช้าๆ กำ�นันเขมที่หดตัวอยู่ในเสื้อกันหนาว ตัวหนาเหม่อมองไปยังเปลวไฟด้วยแววตาเลื่อนลอย ภาพเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้วผุด ขึ้นในหัวอย่างเด่นชัด “ยังไม่นอนอีกเหรอครับพ่อ ดึกมากแล้วนะ” เขมินทร์เดินมาทรุดตัวลงที่ ม้านัง่ ไม้ซงึ่ วางเอาไว้ฝงั่ ตรงข้าม ตัง้ แต่เขากลับมาจากในเมืองก็พบว่าพ่อเหม่อลอย และนั่งปักหลักอยู่ที่กองไฟโดยไม่ยอมลุกไปไหน “พ่อยังไม่ง่วง แล้วแกล่ะทำ�ไมยังไม่นอน” “ผมก็ยังไม่ง่วงเหมือนกันครับ เอ่อ...พ่อครับ คุณน้ามณฑามาทำ�ไมครับ” เขมินทร์ถามในสิ่งที่สงสัย “เขาก็พาหลานสาวมาดูที่ดูทางของเขาบ้างสิ ทิ้งมาตั้งนานแล้วนี่” “เขาจะมาทำ�นาตามพินยั กรรมของน้าฑลหรือว่าจะมาขายทีค่ รับพ่อ” เขมินทร์ ถามด้วยน้�ำ เสียงค่อนขอด เพราะดูทา่ ทางทายาทของมณฑลแล้วคงเป็นไปไม่ได้แน่ ที่จะให้มาสานต่อเจตนารมณ์ของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว “ก็อะไรทำ�นองนัน้ ล่ะ แต่กต็ อ้ งรอหลวงตาก่อนว่าจะยอมให้ขายโดยไม่ตอ้ ง ทำ�ตามเงื่อนไขหรือเปล่า” “แล้วเขาจะขายไปทำ�ไมครับก็ในเมือ่ คุณน้ามณฑาก็ไม่ได้ดยู ากจนเลย ตรง กันข้ามออกจะมีเงินด้วยซ้�ำ ผมเห็นข้าวของเครือ่ งใช้ของสองป้าหลานแล้วก็รวู้ า่ เป็น คนมีอันจะกิน” เขาบอกตามที่เห็น “พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่คุณมณบอกพ่อว่าเธอถูกลูกเลี้ยงโกงแล้วยึดเอา 49


กิจการไปหนูข้าวจึงตกงาน แกเลยอยากขายที่แล้วเอาเงินไปลงทุนทำ�กิจการของ ตัวเอง” “ถ้าหลวงตายอมให้ขาย พ่อจะซื้อเองเหรอครับ” “พ่อเสียดายแล้วก็อดคิดถึงหน้าเจ้าฑลกับแม่นาดีไม่ได้ นี่ถ้าสองคนนั้นยัง ไม่ตายไปป่านนี้ก็คงจะมีลูกกันหลายคนและคงจะมีสักคนที่รักในการเป็นกระดูก สันหลังของชาติแบบพ่อแม่ แต่พอ่ เองก็ไม่ต�ำ หนิหนูขา้ วหรอกนะ ผูห้ ญิงตัวเล็กๆ ที่ โตมาในสังคมเมืองจะให้มาทำ�ไร่ท�ำ นามันคงไม่ใช่เรือ่ งง่าย” ผูเ้ ป็นพ่อให้ความเห็น อย่างเป็นกลาง “ผมภาวนาขออย่าให้หลวงตายอมตามใจคุณน้ามณฑากับหลานสาวก็ แล้วกัน เฮ้อ...ไม่เอาแล้ว เรื่องของใครก็ให้เขารับผิดชอบไปเถอะครับพ่อ ผมขอตัว ไปนอนก่อนนะครับ” เขมินทร์บอกแล้วก็ลกุ เดินขึน้ บ้านไปด้วยความรูส้ กึ ไม่ชอบใจ นักที่รู้ว่าหญิงสาวมาบ้านน้ำ�งามเพื่อจุดประสงค์อะไร “ยายข้าวเข้าไปกราบหลวงตาสิลกู ท่านเป็นคุณตาแท้ๆ ของหลานนะ” มณฑา บอกเมื่อหลานสาวคลานเข้ามาในกุฏิโดยมีกำ�นันเขมนั่งรออยู่ก่อนแล้ว “ค่ะแม่ป้า” ภรัณยารับคำ�พลางก้มลงกราบหลวงตาอย่างนอบน้อม “เจริญพรเถอะหลาน ไม่เจอกันยี่สิบกว่าปี โยมทั้งสองสบายดีนะ” หลวงตา ทักทายด้วยน้ำ�เสียงปราณี “สบายดีเจ้าค่ะหลวงตา ดิฉนั กับหลานเอาของมาถวายเจ้าค่ะ” มณฑากราบ พร้อมกับยื่นกระเช้าที่บรรจุด้วยรังนกและซุปไก่ไปตรงหน้าหลวงตา “เจริญพร” หลวงตาปูผา้ รับประเคนลงไปเบือ้ งหน้าเพือ่ รับของถวาย รอยยิม้ อ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าเหี่ยวย่นเมื่อเห็นผู้เป็นหลานมีสีหน้าครุ่นคิด “กำ�นันเขมเล่าให้หลวงตาฟังแล้วล่ะ เรื่องที่หลานต้องการขายที่ดิน แต่ หลวงตาคิดว่าการที่พ่อของหลานระบุไว้แบบนั้นก็คงจะมีเหตุผลอะไรแอบแฝงอยู่ ถ้าจะถามความเห็นของหลวงตาก็คงจะบอกว่าน่าจะทำ�ตามทีพ่ อ่ ตัง้ ใจเอาไว้ แต่ถา้ หลานไม่อยากทำ�และอยากจะขายทีน่ าจริงๆ หลวงตาก็คงจะไม่มสี ทิ ธิอ์ ะไรไปห้าม แต่หลวงตาอยากบอกให้หลานรูเ้ อาไว้วา่ กว่าทีพ่ อ่ แม่ของหลานจะสะสมทีด่ นิ ได้มาก ขนาดนี้ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำ�เป็นเวลาหลายปี หลวงตาขอฝากให้กลับไปคิดดู ส่วนจะตัดสินใจยังไงก็แล้วแต่หลานก็แล้วกัน” 50


หญิงสาวนิง่ อึง้ สับสนและมึนงงไปหมด ความตัง้ ใจในตอนแรกถูกสัน่ คลอน จากคำ�พูดของหลวงตา มันสมควรแล้วหรือทีเ่ ธอจะขายทีด่ นิ ของพ่อแม่ซงึ่ ส่วนหนึง่ ก็เป็นทีด่ นิ ของหลวงตาด้วย สองป้าหลานจึงนัง่ สนทนากับหลวงตาอีกครูใ่ หญ่กอ่ น จะกราบลาและเดินลงจากกุฏิด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง “กำ�ลังคิดอะไรอยูห่ นูขา้ ว” กำ�นันเขมเดินมาทางด้านหลังของหญิงสาวทีเ่ ฝ้า ยืนมองพระอาทิตย์ใกล้จะลับหายไปจากท้องทุ่งนาในอีกไม่ช้านี้ “คุณลุง” เธอหันมาสบตาผูเ้ รียกช้าๆ แล้วก็ผนิ หน้ากลับไปทิศทางเดิม เอ่ย ขึน้ ด้วยน้�ำ เสียงเศร้าสร้อยและสับสน “ข้าวควรจะทำ�ยังไงดีคะคุณลุง ทุกอย่างตอนนี้ เหมือนข้าวกำ�ลังฝัน ข้าวไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับพ่อแม่เลย” “หนูข้าวก็ทำ�ตามที่เราคิดว่ามันถูกต้องก็แล้วกันนะลูก ถ้าหนูสบายใจที่จะ ขายลุงก็จะเก็บเอาไว้ก่อน พอหนูเปลี่ยนใจค่อยกลับมาซื้อคืนก็ได้ หรือถ้าอยากจะ ทำ�ตามที่พ่อกับแม่ขอเอาไว้เป็นครั้งสุดท้ายหนูก็ทำ�ตามแค่นั้นเอง อย่าไปคิดมาก เลย หนูเอากลับไปคิดดีๆก่อนค่อยตัดสินใจ แต่ตอนนี้ใกล้จะได้เวลาอาหารแล้ว แม่ปา้ ของหนูให้ลงุ มาตาม” กำ�นันเขมปลอบใจก่อนจะชวนเธอไปกินข้าวเพราะเย็นนี้ เขาไม่ยอมพลาดโอกาสในการเป็นเจ้าภาพเลี้ยงสองป้าหลานก่อนที่ทั้งสองจะ กลับกรุงเทพฯ พรุ่งนี้เช้าอย่างแน่นอน “เดีย๋ วข้าวจะตามไปนะคะ ขอเดินเล่นแถวนีก้ อ่ น” ภรัณยาบอกก่อนจะออก เดินลัดเลาะไปตามคันนาที่เชื่อมต่อกับบริเวณหลังบ้านด้วยทีท่าสงบกว่าที่เคย เป็น สายตาของเธอกวาดมองไปรอบๆ ท้องทุ่งพลางจินตนาการว่าครั้งหนึ่งเคยมี พ่อและแม่ก�ำ ลังก้มเกีย่ วต้นข้าวทีเ่ หลืองอร่ามอยูเ่ ต็มไปหมด แต่แล้วเธอก็ประจักษ์ แก่ใจว่าเธอแทบไม่มีความทรงจำ�เกี่ยวกับพ่อและแม่หลงเหลืออยู่ในหัวเลย “คุณน่าจะเอากล้องมาถ่ายเอาไว้นะ จะได้เก็บไว้ดวู า่ ครัง้ หนึง่ พ่อแม่คณ ุ เคย ก้มๆ เงยๆ ทำ�นาเอาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน อาบเหงื่อต่างน้ำ�แทบทั้งวันเพื่อหวังที่จะ หาเงินมาซื้อที่ดินผืนนี้เอาไว้ให้ลูกสาวคนเดียวของท่าน ผมว่าถ้าตอนนี้วิญญาณ น้าฑลกับน้านาดียังอยู่ก็คงผิดหวังที่คุณตอบแทนพระคุณหยาดเหงื่อของท่านด้วย การขับรถเป็นร้อยๆ กิโลฯ เพื่อมาขายสมบัติชิ้นสุดท้ายของท่าน” เขมินทร์แอบ เดินตามมาเงียบๆ และอดไม่ได้ที่จะประชดประชันเมื่อเห็นหญิงสาวยืนเหม่อมอง ท้องนาด้วยสายตาครุ่นคิด 51


“แล้วคุณมาเกี่ยวอะไรด้วย ที่ก็ที่ของฉัน ฉะนั้นฉันจะทำ�อะไรมันก็เป็นสิทธิ์ ของฉัน คุณไม่ต้องมายุ่ง” ภรัณยาตอบโต้ทันควัน “ขอโทษที่ผมต้องยุ่ง แต่การที่คุณจะกลับมาผลาญสมบัติพ่อแม่ที่ล่วงลับ ไปแล้วทั้งๆ ที่พ่อแม่คุณก็ไม่ได้ขออะไรมากมายเลยกับแค่ให้คุณมาทำ�นาสองปี เพือ่ แลกกับทีต่ งั้ สามร้อยไร่ แค่นคี้ นอย่างคุณยังทำ�ให้ทา่ นไม่ได้ ผมรับไม่ได้จริงๆ” เขมินทร์พูดด้วยน้ำ�เสียงที่จริงจังกว่าทุกครั้งก่อนจะเดินจ้ำ�อ้าวกลับบ้าน “ฉันบอกคุณแล้วรึไงว่าฉันจะไม่ทำ�นาหรือว่าฉันจะสละสิทธิ์ไม่รับที่ดิน ผืนนี้ อย่ามาดูถูกฉันนะ กลับมาก่อนมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้ ห้ามเดินหนีฉัน เด็ดขาด คุณไม่มีสิทธิ์มาว่าฉันแบบนี้ กลับมานี่เลย” หญิงสาวตะโกนไล่หลังด้วย ความโมโหขณะที่ขาก็รีบก้าวตามเขาไปให้ทันเพราะในชีวิตของเธอไม่เคยมีใคร มายืนด่าฉอดๆ แล้วหนีไปหน้าตาเฉยแบบนายคนนี้สักคนเดียว “โอ๊ย!” ภรัณยาร้องออกมาด้วยความปวดหนึบบริเวณข้อเท้า เพราะเท้า เจ้ากรรมดันพลัดตกลงไปในหลุมที่มีหญ้าขึ้นมาคลุมหน้าดินเอาไว้ทำ�ให้มองไม่ เห็นจนเธอล้มลงไปในนาที่ซึ่งเต็มไปด้วยตอข้าว “คุณข้าว!” เขมินทร์ทไ่ี ด้ยนิ เสียงร้องรีบวิง่ กลับมาพยุงเธอให้ลกุ ขึน้ ด้วยความ เป็นห่วง “คุณเป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนบ้าง” “อย่ามายุ่งกับฉัน ไปให้พ้นเลย รู้รึเปล่าตั้งแต่ฉันเกิดมายังไม่เคยมีใครมา ตะโกนด่าฉันแล้วเดินหนีแบบนี้เลย แม่ป้าเลี้ยงฉันมาแท้ๆ ยังไม่เคยว่าฉันสักคำ� แล้วคุณเป็นใคร มาว่าฉันแบบนี”้ พูดพลางผลักร่างหนาให้ออกไปไกลๆ ส่วนตัวเอง ก็พยายามใช้มอื ดึงซังข้าวเพือ่ พยุงร่างลุกขึน้ เองให้ได้ “โอ๊ย!” แล้วก็ตอ้ งร้องอุทานออกมาอีกครัง้ เมือ่ มือทีก่ �ำ ซังข้าวอยูถ่ กู บาดจน เลือดไหลซิบ เขมินทร์มองมือน้อยทีค่ ลายออกมาพลางดุเบาๆ “แผลลึกด้วย แล้วคุณไปกำ�มันไว้ทำ�ไม ไม่รู้เหรอว่าไอ้ตอข้าวนี่เวลาที่มัน แตกออกมาแล้วมันก็ไม่ต่างอะไรจากคมมีดดีๆ นี่เอง” พูดพร้อมกับเอื้อมมือไป หมายจะดูแผลแต่ถูกอีกฝ่ายตวาดกลับเสียก่อน “อย่ามายุง่ กับฉันนะ ไปให้พน้ ๆ เลย!” เธอสะบัดตัวออกห่าง โวยวายไม่พอใจ เพราะยังโมโหอยู่ “ถ้าทุ่งนานี้เปลี่ยนเป็นป่าคอนกรีตที่คุณคุ้นเคยผมคงจะทิ้งคุณไว้ตรงนี้ แหละ แต่ตอนนี้ไม่ว่าคุณจะโกรธหรือเกลียดผมยังไงก็ตามแต่คุณจะต้องกลับบ้าน 52


พร้อมผม ลุกขึ้นมาได้แล้วและไอ้รองเท้าส้นสูงของคุณนี่ขอทีเถอะนะ ทีหลังอย่า ใส่มาอีก มันไม่ได้ทำ�ให้คุณสวยขึ้นเท่าไหร่หรอก เอ้า...ลุกขึ้น ถึงบ้านแล้วผมจะ ทำ�แผลให้” ชายหนุ่มทำ�เสียงดุและประคองร่างบางให้ลุกขึ้นยืน แต่เธอไม่ยอม ยังคงปัดมือเขาออกอยู่อย่างนั้น “อ้าว...จะกลับหรือไม่กลับเนี่ย ถ้าครั้งนี้ไม่กลับผมไม่ง้อแล้วนะ” เขมินทร์ ชักหมดความอดทน มองหญิงสาวที่นั่งอยู่กับพื้นด้วยความอิดหนาระอาใจ “กลับ แต่ฉันไม่กลับไปกับคุณ!” ภรัณยาบอกเสียงแข็ง “ดี ถ้าไม่กลับผมจะทิ้งคุณไว้ตรงนี้ล่ะ อีกไม่นานฟ้าก็จะมืดแล้วงูก็จะออก มาหากินกัน แถมยังมีพวกแมงป่องกับตะขาบอีก ถ้าไม่กลับกับผมตอนนี้ตามใจ คุณก็แล้วกัน” ชายหนุ่มขู่เสียงเข้ม “จ้างให้ฉันก็ไม่กลัว ไม่ต้องมาขู่ให้ยากเลย” เธอยังอวดดีไม่เลิก ได้ยินดังนั้นเขมินทร์ก็นึกอยากจะดัดนิสัยคนอวดดีเสียให้เข็ด ร่างสูงใหญ่ จึงเดินลับหายเข้าไปในแนวต้นไม้ใหญ่ข้างทุ่งนา ส่วนคนที่เพิ่งบอกว่าไม่กลัวเริ่ม รู้สึกวังเวงกับบรรยากาศอันเงียบเชียบของท้องทุ่งที่มีลมหนาวพัดโชยทำ�ให้ต้นไม้ ทีอ่ ยูร่ อบๆ ตัวโอนเอนไปมาตามแรงลม หญิงสาวอยากจะอ้าปากร้องเรียกเขาแต่ก็ มองไม่เห็นร่างที่หายไปกับความมืดแล้ว “อีตาบ้า คอยดูนะฉันจะฟ้องคุณลุง!” ภรัณยากัดฟันบ่นอยู่คนเดียวแล้ว พยายามลุกขึ้นด้วยตัวเองให้ได้เพราะตั้งใจว่าจะไม่ยอมขอร้องให้เขากลับมาอีก เด็ดขาด แต่จู่ๆ มือก็ไปคว้าเอาอะไรสักอย่างนุ่มๆ เหนียวๆ เต็มไปด้วยเมือก พอรู้ ดังนั้นคนอวดเก่งก็กรีดร้องออกมาสุดเสียง “คุณข้าว คุณเป็นอะไร ไหนให้ผมดูซ”ิ เสียงร้องของเธอทำ�ให้เขมินทร์ใจอ่อน ยอมออกมาจากพุม่ ไม้จนได้ เขาวิง่ มาหาพลางแกะมือทีก่ �ำ อะไรบางอย่างไว้จนแน่น ออก พอเห็นว่าเป็นอะไรก็หัวเราะออกมาอย่างขบขัน อันที่จริงมันก็คือเจ้าเขียดที่ เกือบจะตายแหล่ไม่ตายแหล่เพราะแรงบีบของเธอนั่นเอง “นี่คุณ มันก็แค่เขียดเท่านั้นเอง นี่ถ้าผมมาไม่ทันมันคงจะตายไปแล้วมั้ง” “ฮือๆ ทำ�ไมมันลื่นๆ น่าขยะแขยงอย่างนี้ล่ะ” พูดพร้อมกับน้ำ�ตาที่ไหล ออกมาด้วยความกลัว ขณะเช็ดมือไปบนเสือ้ ของชายหนุม่ ด้วยความรังเกียจสุดหัวใจ “เอ้า...ดูทำ�เข้า จะกลับบ้านได้หรือยัง หรือว่าจะนั่งรอให้มันมืดกว่านี้ อีกสักหน่อย จะได้เจอกับบรรดาสัตว์โลกที่น่ารักมากกว่านี้” เขากลั้นหัวเราะ 53


พลางย้อนถามเสียงเรียบ “ขอโทษมาก่อนสิ” หญิงสาวยังคงยืนกราน “แต่มือคุณเลือดออกใหญ่แล้วนะ” ชายหนุ่มจับมือนุ่มขึ้นมามองด้วยความ เป็นห่วง “นายต้องขอโทษฉันก่อน” “ก็ได้ๆ ผมขอโทษ ทั้งๆ ที่ผมไม่รู้ว่าผมทำ�อะไรผิด” เขมินทร์ยอมขอโทษ แต่ก็ไม่วายไว้เชิง “ก็แค่นี้ล่ะ นำ�ทางไปสิ” ภรัณยาบอกเสียงห้วนเพราะเพียงแค่นเ้ี ธอก็เสียหน้า มากพอดูอยู่แล้ว หากว่ายังเล่นตัวไม่ยอมกลับอีก สงสัยคืนนี้เธอคงได้กลายเป็นผี เฝ้าทุ่งเป็นแน่ เขมินทร์มองร่างบางทีพ่ ยุงตัวขึน้ มาตามแรงดึงของเขาอย่างอ่อนใจ ก่อนจะ เดินนำ�เธอไปแต่โดยดี บทจะง่ายนี่ก็ง่ายจริงๆ เลยนะแม่คุณ! “มานั่งคิดอะไรคนเดียวคะคุณเจตน์ ดึกแล้วทำ�ไมยังไม่นอนอีกคะ” เสียงของปิยนุชที่เดินออกมายืนเคียงกันหน้าระเบียงปลุกให้เจตน์ตื่นจาก ภวังค์หลังปล่อยให้ความคิดล่องลอยย้อนกลับไปในวัยเด็กซึ่งเต็มไปด้วยความ น้อยเนื้อต่ำ�ใจที่ผู้เป็นพ่อรักลูกเลี้ยงมากกว่าตน “ฉันยังไม่ง่วง ตกลงนุชรู้หรือยังว่ายายข้าวกับคุณน้าหายไปไหนและกลับ มารึยัง” เขาถามในสิ่งที่สั่งการไว้ตั้งแต่รู้ว่าสองป้าหลานไม่อยู่บ้าน “ป้าเดือนทีอ่ ยูข่ า้ งบ้านโทรมาบอกว่าคุณมณฑากับคุณข้าวเพิง่ จะกลับเข้าบ้าน ตอนเย็นๆ นี่เองค่ะ แล้วคุณจะทำ�อะไรอีกคะ นุชว่าคุณเจตน์ก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ หมดแล้ว น่าจะพอได้แล้วนะคะ” เธอรายงานตามที่ป้าเดือนซึ่งได้ว่าจ้างเอาไว้ให้ คอยสอดแนมมณฑากับภรัณยาส่งข่าวมาบอก “ยังหรอก ฉันขอสั่งสอนสองคนนั้นไปสักพักก่อน ไปนอนกันเถอะ ฉันเริ่ม จะง่วงแล้ว” เจตน์บอกก่อนจะรั้งแขนของปิยนุชให้ตามไปด้วยอย่างอารมณ์ดี “โฮ่งๆๆ” เจ้าไข่ตุ๋นส่งเสียงเห่าผู้มาเยือนดังขรม เจตน์ที่เพิ่งเดินเข้าบ้าน หลังที่เขาแทบไม่ได้เข้ามาเหยียบอีกเลยนับตั้งแต่พ่อจากไปหันไปมองต้นเสียง 54


อย่างไม่สะทกสะท้านเพราะรู้ดีว่าเจ้าตัวเล็กเพียงแค่เห่าขู่ไปเท่านั้นเอง “สวัสดีครับคุณน้า” ชายหนุม่ ยกมือไหว้แม่เลีย้ งหลังจากทีถ่ กู เชิญให้เข้าบ้าน ด้วยความไม่เต็มใจนักของเจ้าของบ้านด้วยสีหน้าราบเรียบเสมือนว่าไม่มีอะไร เกิดขึน้ มณฑารับไหว้แต่กแ็ ทบจะไม่อยากมองหน้าหนุม่ ผูน้ ดี้ ว้ ยซ้�ำ เพราะเขาทำ�ให้ เธอเสียใจและเสียความรู้สึกอยู่มาก “นายมาที่นี่ทำ�ไม ที่นี่ไม่ต้อนรับนาย กลับไปได้แล้ว!” ภรัณยาเดินลงมา จากบันไดพอดีตวาดใส่เมื่อรู้ว่าผู้มาเยือนคือใคร “ใจคอเธอจะไล่เจ้าของบ้านได้ลงคอเชียวเหรอข้าว” เจตน์หันไปตอบด้วย น้ำ�เสียงนุ่มนวลกว่าทุกครั้ง “หมายความว่ายังไงตาเจตน์” มณฑาอดสงสัยในคำ�พูดของเขาไม่ได้ แต่ แทนที่เจตน์จะอธิบายเขากลับยื่นกระดาษที่เตรียมไว้ให้เธอและภรัณยาคนและ แผ่น “นีม่ นั โฉนดทีด่ นิ ของบ้านหลังนีน้ ่ี แล้วทำ�ไมมันไปเป็นชือ่ เธอได้ละ่ ตาเจตน์” มณฑางงไปหมด “อ้าว...ก็คุณน้าโอนให้ผมตั้งแต่วันนั้นแล้วนี่ครับ และที่ผมมาวันนี้แค่จะ บอกว่าผมให้คุณน้ากับทุกคนอยู่ได้ถึงสิ้นเดือนนี้เท่านั้น หลังจากนั้นถ้าคุณน้ายัง ไม่ย้ายไปไหนผมจะให้คนมาโยนข้าวของที่เป็นของคุณน้ากับยายข้าวออกไปให้ หมด ผมไม่เอาของใช้พวกนี้หรอกเอาแต่ที่ดินกับบ้านและของใช้ที่เป็นของแม่ผม เท่านั้น” เจตน์ตอบพลางยักคิ้วให้ภรัณยาด้วยความสาแก่ใจ “จะมากไปแล้วนะนายเจตน์ นายจะให้แม่ปา้ ไปอยูข่ า้ งถนนหรือยังไง ต่อให้ นายเกลียดพวกเราแค่ไหนแต่อย่างน้อยๆ นายก็ควรที่จะคิดว่าครั้งหนึ่งแม่ป้าเคย ดีกับนายเหมือนเป็นลูกของท่านคนหนึ่ง” ภรัณยาต่อว่าอย่างเหลืออดสุดๆ “ก็เพราะฉันคิดน่ะสิถงึ ได้ให้เวลาถึงสิน้ เดือน ถ้าฉันไม่คดิ น่ะเหรอจะให้ออก ไปวันนี้ก็ไม่มีใครทำ�อะไรฉันได้ และไม่ต้องมาลำ�เลิกบุญคุณหรอกนะ เธอควรจะ สำ�นึกและจำ�ใส่หัวเอาไว้มากกว่าว่าเพราะเงินของพ่อฉันที่ทำ�ให้เธอได้มายืนเถียง ฉันฉอดๆ แบบนี้ บ้านนี้เป็นสมบัติที่ติดตัวคุณแม่มา ฉันทนให้คุณพ่อมีความสุข กับคุณน้าและเธอมานานมากพอแล้ว สมบัติของแม่ฉันของตาฉัน มันผิดตรงไหน ที่ฉันจะมาทวงคืน” เจตน์พูดตามความคิด “นายมันไม่ใช่ลกู ผูช้ ายรังแกคนไม่มที างสู้ คอยดูนะสักวันฉันจะไปซือ้ บริษทั 55


ของนาย คอนโดฯ ของนายแล้วก็บ้านหลังนี้ด้วย จำ�เอาไว้ให้ดีๆ ล่ะ” หญิงสาว ตอบโต้ด้วยความโมโหเลือดขึ้นหน้า “แต่ฉันว่าวันนี้เธอควรจะหาเงินไปซื้อที่ไว้ให้ตัวเองซุกหัวนอนก่อนดีกว่า นะ ฉันมาบอกแค่นแ้ี ละหวังว่ามาคราวหน้าคงจะไม่ได้เห็นเธอกับคุณน้าอีกแล้วนะ อ้อ...อีกเรื่องหนึ่ง ฉันจะเฝ้าตั้งหน้าตั้งตารอวันนั้นของเธอนะข้าว เอ...ว่าแต่เธอจะ ไปหาเงินที่ไหนมาซื้อบริษัทของฉันนะ” เจตน์ยิ้มเยาะก่อนจะเดินออกจากบ้านไป อย่างผู้ชนะ “แม่ป้าๆ แต๋นไปเอายาดมมาเร็วเข้า แม่ป้ามานั่งตรงนี้นะคะ” ภรัณยารีบ วิ่งไปพยุงมณฑาที่หน้ามืดร่างกายโงนเงนจนเกือบล้มให้นั่งลงบนโซฟา “แม่ป้าไม่เป็นอะไรมากหรอก แต๋น...ฉันขอน้ำ�ส้มคั้นเย็นๆ แก้วหนึ่งนะ” มณฑาบอกหลานสาวก่อนจะหันไปสั่งแต๋นที่นั่งคุกเข่าอยู่ใกล้ๆ “แล้วเราจะทำ�ยังไงดีละ่ คะแม่ปา้ พวกเราจะไปอยูท่ ไี่ หนกันดี” ภรัณยาถาม เสียงสั่นเครืออย่างคับแค้นใจ คิดไม่ถึงว่าเจตน์จะใจร้ายกับเธอและแม่ป้าขนาดนี้ “ให้แม่ป้าพักก่อนนะยายข้าว แม่ป้าไม่ไหวแล้ว” มณฑาบอกเสียงอ่อน “ค่ะๆ งั้นแม่ป้าพักผ่อนก่อนนะคะ ข้าวจะไปหายายเจนก่อนแล้วจะรีบกลับ นะคะ” หญิงสาวรีบประคองแม่ป้าไปพักผ่อนในห้องก่อนจะบึ่งรถไปหาเพื่อนรัก เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ ภรั ณ ยากลั บ มาถึ ง บ้ า นในเวลาบ่ า ยโมงก็ พ บว่ า มณฑานั่ ง รออยู่ ที่ ห้ อ ง รับแขก สีหน้าซีดเซียวในตอนเช้าเปลี่ยนมาเป็นสดใสเหมือนเดิมแล้ว แถมยังชวน เธอออกไปนอกบ้านด้วยกันอีก แม้จะสงสัยแต่เธอก็ไม่ปฏิเสธและหลังจากขับรถ ไปตามที่แม่ป้าบอกจนถึงหน้าบ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นแถวสุขุมวิท แม่ป้าของเธอก็บอกให้หยุดรถ “บ้านใครเหรอคะแม่ป้า” ภรัณยาถามด้วยสีหน้างงๆ “ก็บ้านที่เราจะมาอยู่สิยายข้าว นี่เป็นบ้านของแม่ป้าเอง” มณฑาบอกด้วย ใบหน้ายิ้มแย้ม “เรามีบ้านเป็นของตัวเองด้วยเหรอคะ” เธออดถามอย่างสงสัยไม่ได้ “บ้านของแม่ป้าที่คุณปู่กับคุณย่าให้ไว้ไงยายข้าว ตอนนี้แม่ป้าให้คนเช่าอยู่ ไม่รู้ว่าเขาจะยอมย้ายออกหรือเปล่า” มณฑาบอกด้วยสีหน้าจริงจังจนภรัณยาไม่ 56


อยากจะเชื่อ “ทำ�ไมข้าวไม่เคยรู้มาก่อนล่ะคะแม่ป้า” “ไม่มีใครรู้หรอกยายข้าว คุณลุงเดชกับตาเจตน์ก็ยังไม่รู้เลย แม่ป้าเก็บเอา ไว้เวลาฉุกเฉินแบบนี้ไง ทีนี้เราก็ไม่ต้องกลัวแล้วนะว่าจะไม่มีที่อยู่” มณฑายิ้มแฉ่ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากด “เดี๋ยวแม่ป้าจะโทรบอกเขาก่อนว่าเราจะย้าย มาอยู่เดือนหน้า เขาจะได้หาที่พักใหม่ได้ทัน” “จริงเหรอคะแม่ปา้ ข้าวดีใจทีส่ ดุ เลยค่ะ ข้าวรักแม่ปา้ ทีส่ ดุ ในโลกเลย”เธอโผ เข้าไปกอดแม่ป้าแล้วหอมแก้มด้วยความรักเมื่อเข้าใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้ล้อเล่น รู้สึก โล่งใจอย่างบอกไม่ถูกที่เธอและผู้เป็นป้าจะได้ไม่ต้องลำ�บากอย่างที่คิดไว้

ติดตามเรื่องราวความรักของ พี่น้ำ� และน้องข้าว ได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำ�ทั่วประเทศ

57


หนังสือที่วางจำ�หน่ายแล้ว

หลังจาก “รักแรกแลกรัก” นิยายเล่มแรกของบ้านนางฟ้า วางจำ�หน่ายไปเมื่อกลางเดือนตุลาคมก็มีเสียงตอบรับกลับมา พอสมควร ทีมงานก็ได้ยิ้มแก้มปริไปตามๆ กัน คงไม่สิ้นหวังจน เกิ น ไปที่ นิ ย ายรั ก สีขาวจะขอจั บ จองพื้ น ที่ ใ นหั ว ใจของนั ก อ่ า น บ้างแม้สักเพียงเสี้ยวหนึ่งเท่านั้นก็ตาม “รักแรกแลกรัก” เป็นนิยายทีเ่ ด็กอ่านได้ผใู้ หญ่อา่ นดี ส่งเสริม ความรักความเข้าใจในครอบครัว เหมาะจะเป็นของขวัญสำ�หรับ คนที่ท่านรักในโอกาสต่างๆ สามารถวางอยู่บนชั้นหนังสือหรือ ห้องสมุดได้อย่างสบายใจ ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านอีกครั้งที่ได้ให้โอกาสกับนิยาย ของบ้านนางฟ้า และเป็นกำ�ลังใจให้ “วิญญ์” และ “สีรุ้ง” ได้แล้ว วันนี้ที่ร้านหนังสือชั้นนำ�ทั่วประเทศ


เร็วๆ นี้

ดอกรักบานกลางหทัยดวงใจพี่ ถ้อยคำ�รัก สลักจิต ชื่นชีวัน จะกี่ร้อยคืนวันที่ผันผ่าน ลำ�นำ�รักเกี่ยวร้อยถ้อยวาจา

ช่อมาลีหอมหวนรัญจวนฝัน แก้วจอมขวัญสุกสกาวพราววรจนา นิ่มนงคราญจะตรึงจิตคิดห่วงหา สิเนหายาใจไม่ลืมเลือน

นีค่ อื นิยายแฟนตาซียอ้ นประวัตศิ าสตร์ทจ่ี ะทำ�ให้หวั ใจอิม่ เอม ไปด้วยกรุน่ ไอรักหวานซึง้ ระหว่างหญิงสาวผูม้ าจากห้วงเวลาอันไกล โพ้น และรัชทายาทหนุม่ ผูย้ ดึ มัน่ ในอุดมการณ์ การพบกันบนรอยต่อ ของประวัติศาสตร์ก่อนการช่วงชิงอำ�นาจ นำ�มาซึ่งความรักอันลึกซึ้ง เติมเต็มความปรารถนาและคำ�มั่นสัญญาที่ทั้งคู่รอคอยมาเนิ่นนาน ก่อเกิดพันธนาการหัวใจที่แม้แต่กาลเวลายังไม่อาจขวางกั้น หากนิยามความรักของคุณ ไม่ได้มีแค่การพบพาน และการ ครอบครอง บางที ‘สีคิริยา มนตราแห่งรัก’ อาจเป็นตัวอย่าง ของความรักทีม่ หี ลากหลายนิยามความหมาย...ทัง้ สงคราม ความรัก ความเสียสละและมิตรภาพ ซึ่งเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวความรัก ที่ ผสมผสานระหว่างความหวานซึง้ ละมุนละไม และความเข้มแข็ง ตาม แบบฉบับของ ‘เบลินญา’


“บ่วงรักแรงอธิษฐาน” เป็นนิยายรักย้อนยุคทีไ่ อรายาตัง้ ใจ ถ่ายทอดเรื่องราวของบุพเพสันนิวาสเพื่อให้กำ�ลังใจกับหลายรัก ที่พลัดพรากและรอคอย บางคนเกิดมาเพื่อถูกรักในขณะที่บางคน เกิดมาเพื่อรักใครข้างเดียว ต้องผิดหวังซ้ำ�แล้วซ้ำ�เล่าบอบช้ำ�ในรัก จนต้องเข็ดขยาดในหัวใจ ตราบจนเมือ่ รักแท้ทรี่ อคอยได้หมุนเวียน มาบรรจบ หัวใจแห้งแล้งจึงชุ่มชื้น ดอกไม้ที่เหี่ยวเฉากลับผลิดอก เบ่งบานล้นหัวใจอีกครั้งหนึ่ง ความกล้ า หาญและความเสี ย สละของบรรพบุ รุ ษ ไทยที่ ช่วยกันปกป้องผืนแผ่นดินเอาไว้ให้ลูกหลาน เป็นสิ่งที่ชนรุ่นหลัง สมควรได้มีโอกาสรับรู้ ซึมซับ ซาบซึ้งและสำ�นึกในบุญคุณ และนี่ คือหนึ่งในเหตุผลที่ไอรายาเลือกที่จะเขียนนิยายเรื่องนี้ เพราะเชือ่ ว่าทุกหัวใจอยูไ่ ด้เพราะรักหล่อเลีย้ ง และด้วยหัวใจ แห่งความเป็นไทยที่หยั่งลึกอยู่ในเลือดเนื้อและจิตวิญญาณ เราจึง หวังว่า “บ่วงรักแรงอธิษฐาน” ผลงานจากความตัง้ ใจดีของนักเขียน หน้าใหม่ชื่อ ไอรายา จะเป็นหนึ่งในนิยายรักที่จะได้รับโอกาสจาก นักอ่านทั่วประเทศ


เรื่องราวความฮาฉบับช้างน้ำ� ที่ดันไปเผลอรักหัวหน้างาน หนุ่มหล่อมาดเข้ม แต่ทำ�ไม๊ทำ�ไม...โชคชะตาถึงต้องลิขิตให้เธอ น้�ำ หนักเกือบร้อยกิโลกรัม ในเมือ่ รักนีม้ นั ไม่มอี ะไรจะเสีย สาวน้อย ร้อยพันชั่ง(กิโล)อย่างเธอก็ต้องเผด็จศึกรักนี้ให้จงได้ ภารกิจพิชิต ไขมันจึงต้องเริ่มต้นขึ้น ด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนชายนายเก้ง ที่ทั้งคอยเป็นทั้งเทรนเนอร์ส่วนตัว และที่ปรึกษาปัญหาหัวใจ แต่ทว่างานนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากช้าง ไหนจะต้องผจญกับมารหัวใจอันดับหนึ่งที่สวยหยดมาตั้งแต่หน้า ประตู แถมจะยังเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดที่เจอหน้ากันทีไรต้องมี ปะทะฝีปากกันบ้าง เพื่อความสมานฉันท์ สงสัยว่าศึกรักครัง้ นีไ้ ม่ใครก็ใครต้องได้เป็น ฝ่ายแพ้ แต่ยงั ดี ที่ช้างน้ำ�อย่างเธอยังมีเพื่อน(แอบ)เก้งคอยหนุนอยู่เป็นทัพหลัง ...แต่พกั หลังๆ มองไปมองมา เพือ่ นชายนางเก้งของเธอก็หล่อใช้ได้ เลยล่ะเนี่ย !!!


ร้อยรวงใจฉบับ e-book  

ร้อยรวงใจฉบับทดลองอ่านในรูปแบบ e-book ถ้าอ่านแล้วถูกใจก็เป็นกำลังใจให้กันได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศนะครับ