Issuu on Google+

ปีที่ 33 ฉบับที่ 1 v ตุลาคม - พฤศจิกายน 2555

เกิดน้อย อายุยืน …... POPULATION AND DEVELOPMENT NEWSLETTER ISSN : 0125-5754

Website: www.ipsr.mahidol.ac.th/newsletter/

การจำแนกประเภทแรงงานข้ามชาติ จากพม่า กัมพูชา และลาว

หน้า 6-7

กฤตยา อาชวนิจกุล

kritaya.arc@mahidol.ac.th

ก่อน พ.ศ. 2531 ประเทศไทยไม่มีประสบการณ์การหลั่งไหล ออกโดยกระทรวงการต่ า งประเทศลาว ขณะที่ แ รงงานชาว เข้ า ประเทศอย่ า งมหาศาลของแรงงานข้ า มชาติ จ ากทั้ ง สาม กั ม พู ช าจะได้ เ อกสารรั บ รองตั ว บุ ค คล (certification of ประเทศ ตั้งแต่ พ.ศ. 2535 เป็นต้นมา รัฐบาลไทยมีนโยบาย identification) ออกโดยกระทรวงแรงงานของกัมพูชา “ผ่อนผัน” ให้แรงงานข้ามชาติที่หลบหนีเข้าเมืองเฉพาะจาก สำหรับแรงงานจากประเทศพม่า กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ ประเทศพม่า กัมพูชา และลาวเท่านั้น ที่สามารถขอใบอนุญาต เริ่มขึ้นใน พ.ศ. 2552 โดยระยะแรกมีขั้นตอนค่อนข้างซับซ้อน ทำงานได้ โดยใช้ช่องทางตามมาตราที่ 17 ของพระราชบัญญัติ และใช้เวลานาน แต่ปัจจุบันรัฐบาลพม่ายินยอมเข้ามาตั้งศูนย์ คนเข้าเมือง พ.ศ. 2521 ที่ระบุว่า รัฐบาลสามารถผ่อนผันให้ พิสูจน์สัญชาติในประเทศไทยรวม 5 จังหวัดคือ กรุงเทพมหานคร แรงงานข้ามชาติที่ ไม่มีเอกสารการเดินทางสามารถขออนุญาต สมุทรปราการ สมุทรสาคร เชียงใหม่ และสุราษฎร์ธานี แรงงาน ทำงานได้ อย่างถูกกฎหมายชั่วคราวในประเทศไทย จากประเทศพม่าที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้วจะได้เอกสารการ การจดทะเบียนเป็นจริงเริ่มต้นใน พ.ศ. 2539 โดยการมีมติ เดิ นทาง และบัตรประจำตัวประชาชนออกโดยรัฐบาลพม่า คณะรัฐมนตรีเพื่อจัดทำกรอบการจดทะเบียนตามกฎหมายของ เมือ่ แรงงานข้ามชาติผา่ นกระบวนการพิสจู น์สญ ั ชาติ เท่ากับว่า แรงงานเหล่านี้เป็นรายปี โดยแรงงานข้ามชาติได้รับอนุญาตให้ เป็นแรงงานที่ถูกกฎหมาย เจ้าหน้าที่ ไ ม่สามารถจับกุมหรือส่ง ทำงานได้ชั่วคราวในระหว่างการรอถูกส่งกลับประเทศ แต่ ในทาง กลั บ และสามารถเดิ น ทางได้ ทั่ ว ประเทศไทย นอกจากนี้ ยั ง ปฏิ บั ติ นั้ น การอนุ ญ าตชั่ ว คราวถู ก ขยายเวลามาตลอดทุ ก ปี สามารถเดินทางกลับประเทศของตนได้ แต่ถ้าต้องการเดินทาง เนื่องจากภาวะการขาดแคลนแรงงานระดับล่าง แรงงานกลุ่มนี้ กลับเข้ามาประเทศไทย ต้องยื่นคำร้องขอกับเจ้าหน้าที่กองตรวจ มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทย คนเข้าเมืองหลังจากที่กลับออกไปแล้ว แต่แรงงานกลุ่มนี้ต้อง ปั จจุบัน แบ่งออกเป็นสี่กลุ่มย่อยคือ รายงานตั ว ต่ อ สำนั ก งานตรวจคนเข้ า เมื อ งทุ ก 90 วั น และ (1) แรงงานข้ามชาติทจี่ ดทะเบียน มักเรียกว่า “กลุม่ ผ่อนผัน” สามารถขออนุญาตทำงานได้เพียง 4 ปีเท่านั้น (2 ปี 2 ครั้ง) หมายถึ ง แรงงานที่ จ ดทะเบี ย นเพื่ อ ได้ สิ ท ธิ อ าศั ย อยู่ ชั่ ว คราว โดยต้องกลับไปประเทศตนเองนาน 3 ปี จึงจะสามารถขอกลับ (ทร. 38/1) และได้รับหมายเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เข้ามาทำงานในประเทศได้อีกครั้งหลังจากระยะเวลาที่ ได้รับ จากกระทรวงมหาดไทยโดยเริ่มที่หมายเลข 00 แรงงานเหล่านี้ อนุญาตให้ทำงาน 4 ปีหมดลง ตัวเลขเมื่อเดือนพฤษภาคม จะต้องผ่านการตรวจสุขภาพก่อน จึงจะขอใบอนุญาตทำงานจาก 2555 มีอยู่รวม 653,174 คน กระทรวงแรงงานได้ โดยได้รับหลักฐานจากหน่วยงานของรัฐ 3 ฉบั บ คื อ ใบอนุ ญ าตให้ พ ำนั ก อาศั ย ชั่ ว คราว (ทร. 38/1) บั ต รประกั น สุ ข ภาพและใบอนุญาตทำงาน ตั ว เลขเมื่ อ เดื อ น พฤษภาคม 2555 มีอยู่รวม 886,507 คน (2) แรงงานข้ามชาติทผี่ า่ นการพิสจู น์สญ ั ชาติ (Nationality Verification – NV) ถู ก เรี ย กว่ า สั้ น ๆ ว่ า “กลุ่ ม พิ สู จ น์ สัญชาติ” ตั้งแต่ พ.ศ. 2549 รัฐบาลได้วางมาตรการที่จะปรับ สถานภาพของแรงงานที่เข้าเมืองผิดกฎหมายมาเป็นแรงงาน ถูกกฎหมาย โดยผ่านกระบวนการพิสูจน์สัญชาติ การพิสูจน์ สัญชาติแรงงานข้ามชาติจาก สปป.ลาวและกัมพูชา เริ่มดำเนิน การตั้งแต่ พ.ศ. 2547 โดยแรงงานข้ามชาติจากประเทศลาว จะได้ รั บ หนั ง สื อ เดิ น ทางชั่ ว คราว (temporary passport)


(3) แรงงานข้ามชาติเข้าประเทศผ่านบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ (Memorandum of Understanding – MOU) ระหว่างรัฐบาลไทย-รัฐบาลกัมพูชา ไทย-พม่า และ ไทย-สปป.ลาวใน พ.ศ. 2545 และ 2546 ได้จัดทำกรอบการ ทำงานสำหรับแรงงานข้ามชาติไร้ฝีมือที่จะเข้ามาและทำงานใน ประเทศไทยอย่าง “ถูกกฎหมาย”1 ภายใต้บันทึกข้อตกลงนี้ แรงงานจะได้รับสวัสดิการสังคม สิทธิในการได้รับการรักษา พยาบาล และสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่นเดียวกับแรงงานไทยและ แรงงานข้ า มชาติ ที่ ผ่ า นการพิ สู จ น์ สั ญ ชาติ 2 แรงงานกลุ่ ม นี้

ถูกเรียกว่าสัน้ ๆว่า “กลุม่ นำเข้า” ตัวเลขเมือ่ เดือนพฤษภาคม 2555 มีอยู่รวม 100,507 คน ตั้งแต่ พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา เริ่มมีการนำเข้าแรงงานจาก สปป.ลาวและกั ม พู ช าตามบั น ทึ ก ข้ อ ตกลงความร่ ว มมื อ แต่สำหรับแรงงานจากประเทศพม่า ต้องใช้เวลาถึง 7 ปีในการ ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลง และเพิ่งเริ่มมีแรงงานจากประเทศ พม่าในปี 2553 เช่นเดียวกับแรงงานข้ามชาติที่ผ่านการพิสูจน์ สัญชาติ แรงงานที่เข้ามาผ่านบันทึกข้อตกลงไม่สามารถขยาย ระยะเวลาการทำงานเกินกว่า 4 ปีได้ (2 ปี 2 ครั้ง) และต้อง คอย 3 ปีก่อนที่จะสามารถขอกลับเข้ามาทำงานในประเทศได้ อี กครั้งหลังจากระยะเวลาที่ ได้รับอนุญาตให้ทำงาน 4 ปีหมดลง (4) แรงงานข้ามชาติที่ ไม่ ได้จดทะเบียน หมายถึงแรงงาน ที่ ท ำงานโดยไม่ มี ใ บอนุ ญ าต ไม่ ว่ า จะมี เ อกสารการพำนั ก ชั่วคราว (ทร. 38/1) หรือไม่ก็ตาม จำนวนแรงงานข้ามชาติ ใต้ ดิ น นี้ ไม่ มี ตั ว เลขชั ด เจน แรงงานเหล่ า นี้ มั ก อยู่ ด้ ว ยความ หวาดระแวงที่จะถูกจับกุม ถูกข่มขู่และถูกส่งกลับ

ตารางแสดงจำนวนแรงงานต่างชาติและลักษณะการเข้าเมืองจำแนกตามมาตราที่แบ่งประเภทแรงงานต่างชาติใน พรบ. การทำงานคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 (ตัวเลข ณ พฤษภาคม 2555 รวม 1,769,485 คน) 1. 2.

ลักษณะการเข้าเมือง คนต่างชาติที่เข้าเมืองถูกกฎหมาย 1.1 มาตรา 9 ประเภทชั่วคราว* (1) ตลอดชีพ 983 (2) ชั่วคราวทั่วไป 76,019 (3) ชั่วคราวนำเข้าตาม MOU 100,507 (4) ชั่วคราวพิสูจน์สัญชาติ 653,174 1.2 มาตรา 12 ประเภทส่งเสริมการลงทุน* คนต่างชาติที่เข้าเมืองผิดกฏหมาย 2.1 มาตรา 13 ประเภทชนกลุ่มน้อย* 2.2 มาตรา 13 ตามมติ ครม. ต่ออายุแรงงาน 3 สัญชาติ*

จำนวน 857,587 830,683

26,904 911,898 25,391 886,507

*เป็นเลขมาตราตาม พรบ. การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551. ที่มา: สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กระทรวงแรงงาน. 2555. [http://wp.doe.go.th/s_map.html] 1

2

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการประสานเพื่อการจ้างงานลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของไทยและรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานและสวัสดิการ สังคมของลาวเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2545; ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของไทยและรัฐมนตรีกิจการสังคม แรงงาน การฝึกอาชีพ และการฟื้นฟู เยาวชนของกัมพูชาเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2546; และลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของไทยและรัฐมนตรีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2546 ข่าวการย้ายถิ่น (จดหมายข่าวของกระทรวงแรงงานประเทศไทย, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งประเทศไทย, และองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้าย ถิ่นฐาน) เดือนธันวาคม 2550

2/ ประชากรและการพัฒนา ปีที่ 33 ฉบับที่ 1 v

ตุลาคม-พฤศจิกายน 2555 www.ipsr.mahidol.ac.th/newsletter


ประชากรต่างแดน

อมรา สุนทรธาดา

amara.soo@mahidol.ac.th

ประชากรแห่งขุนเขา: สิกขิม ภูฏาน เนปาล (ภาคแรก)

สั ง คมให้ ค วามสนใจเรื่ อ งภาวะโลกร้ อ นที่ เ กิ ด ขึ้ น ในทุ ก ประเทศ แม้แต่ผู้คนที่อยู่ ใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุดก็ ได้รับผล กระทบจากการที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้น การที่ปริมาณน้ำฝนลดลง อย่างต่อเนื่อง ทำให้แหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อเกษตรกรรมและ การบริโภคลดน้อยลง คนพื้นที่ราบอาจมีทางเลือกในการดำรง ชีวิตมากกว่าคนพื้นที่สูงที่ต้องปรับวิถีชีวิตให้อยู่รอด ตัวอย่าง ประชากรที่ อ าศั ย อยู่ แ นวเทื อ กเขาหิ ม าลั ย ที่ มี ย อดเขา เอเวอเรสต์ ซึ่ ง สู ง ที่ สุ ด ในโลก รั ฐ บาลมี น โยบายอนุ รั ก ษ์ ธรรมชาติ เช่น สิกขิม รัฐเล็กๆ เขตการปกครองพิเศษของ อินเดียทีม่ พี ลเมืองประมาณ 6 แสนคน ประกอบด้วยชนชาติพนั ธุ์ 3 กลุ่ม ได้แก่ Lepchas ร้อยละ 13 Bhutias ร้อยละ 16 และ ชนชาติพันธุ์เชื้อสายเนปาล ร้อยละ 67 อัตราเพิ่มประชากร ร้อยละ 12.3 อัตราส่วนเพศ 88 อัตราการรู้หนังสือ ร้อยละ 87 พื้นที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 300-8,598 เมตร อาชีพหลักคือ เกษตรกรรม อาศัยน้ำฝนสำหรับการบริโภคและเพือ่ การเพาะปลูก ร้อยละ 80 ของแหล่งน้ำดื่มสำหรับประชากรที่มีจำนวนสมาชิก ครอบครัวเฉลี่ย 6 คน ได้จากแหล่งน้ำผุดจากธรรมชาติ

โดยเฉพาะพื้นที่ทำกินที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร พื้ น ที่ ใ นสิ ก ขิ ม มี เ พี ย งร้ อ ยละ 11 ของพื้ น ที่ ทั้ ง หมดเท่ า นั้ น

ที ่เพาะปลูกได้ สิ่งชดเชยเชิงนิเวศน์ยังมีอยู่บ้าง เช่น ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ด้ ว ยสั ต ว์ ป่ า กว่ า 6,000 ชนิ ด ผี เ สื้ อ 630 สายพั น ธุ์ และ พืชพันธุท์ หี่ ายากในถิน่ อืน่ ๆ กว่า 4,000 ชนิด พืชพันธุ์ ไม้เหล่านี้ ช่วยซับน้ำเอาไว้ ได้บ้าง โครงการวิจัยของ Coulson และคณะ ได้ รั บ การสนั บ สนุ น จากรั ฐ อย่ า งจริ ง จั ง เพื่ อ ให้ ค วามรู้ ด้ า น การใช้ ป ระโยชน์ จ ากป่ า การไม่ เ ผาป่ า เพื่ อ ทำไร่ เ ลื่ อ นลอย การสนับสนุนปลูกพืชคลุมดิน เพือ่ รักษาระดับแหล่งน้ำธรรมชาติ จากผิวดินให้พอเพียงสำหรับการบริโภค การส่งเสริมมาตรการ การอนุรักษ์พื้นที่เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงจากสาเหตุโลก ร้อนในกลุ่มประเทศที่ห่างไกลจากการลงทุนทางอุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ที่ประเทศต่างๆกำลังหลงไหลอยู่ จะทำให้ ประชากร แห่งขุนเขา: สิกขิม ภูฏาน เนปาล เป็นประเทศที่ ใช้ดัชนี ความสุขวัดระดับการพัฒนาประเทศ เช่น ภูฏาน ได้มากน้อย เพียงใด ขอเชิญผู้อ่านติดตามเรื่องราวในภาคจบของบทความ นี้ ในฉบับหน้า

จากการศึกษาวิจัยของ Coulson และคณะ ในปี 2553 พบว่า อุณหภูมิเพิ่มเฉลี่ย 0.2 องศาเซลเซียสทุกปี มีผลให้ธาร น้ำแข็งจากเทือกเขาหิมาลัยละลายเร็วขึ้น ไหลลงสู่ที่ราบต่ำ อย่างรวดเร็ว ผิวดินไม่อุ้มน้ำ ทำให้น้ำดื่มธรรมชาติจากแหล่ง น้ำผุดลดน้อยลง การหาแหล่งน้ำดื่มต้องเดินทางไปไกลกว่า 2 -3 กิโลเมตรจากที่อยู่ การปลูกพืชทำได้เพียงครั้งเดียวต่อปี

พันธุ์ ไม้ป่าในสิกขิม รั้วชุมชนในพื้นที่อนุบาล (social fencing of the recharge area) aaaaaaaaa

3/ ประชากรและการพัฒนา ปีที่ 33 ฉบับที่ 1 v

ตุลาคม-พฤศจิกายน 2555 www.ipsr.mahidol.ac.th/newsletter


ประเด็นทางประชากรและสังคม

พจนา หันจางสิทธิ์

pojjana.hun@mahidol.ac.th

การประเมินความคุ้มค่าทางการแพทย์

ประชากรและสุ ข ภาพ เป็ น เรื่ อ งที่ ส ำคั ญ อี ก เรื่ อ งหนึ่ ง ที่ c ปีสุขภาวะที่บกพร่อง (Disability-adjusted life year รัฐบาลให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการส่งเสริมสุขภาพ -DALY) เช่น ดูว่า การส่งเสริมการออกกำลังกาย การรักษาโรค หรือการป้องกันการเกิดโรค ประชากรจะทำงาน สามารถทำให้ผู้ป่วยโรคอ้วน ลดจำนวนปีที่อยู่อย่างมี ได้ดีและมีประสิทธิภาพ จะต้องมีสุขภาพที่ดีด้วย แนวทางใน สุขภาพไม่ดีได้กี่ปี การส่งเสริมสุขภาพ รักษาโรค หรือป้องกันโรคนั้นมีอยู่หลาก หลาย ในเมื่องบประมาณและทรัพยากรที่นำมาใช้นั้นมีอยู่จำกัด ทั้ ง นี้ ก ารประเมิ น ความคุ้ ม ค่ า ทางการแพทย์ จะต้ อ งมี

จึงต้องเลือกใช้แนวทางที่ทำให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด ดังนั้นการ ตั ว เปรี ย บเที ย บ เช่ น การเปรี ย บเที ย บแนวทางใหม่ กั บ ประเมินความคุ้มค่าทางการแพทย์ จึงเป็นศาสตร์ที่นำมาช่วย แนวทางเก่าที่เคยใช้อยู่เดิม เป็นต้น ให้กำหนดนโยบายทางด้านสาธารณสุข ตัดสินใจบนพื้นฐาน aaaaaaaaa ของข้ อ มู ล เชิ ง ประจั ก ษ์ ในการเลื อ กแนวทางที่ คุ้ ม ค่ า ที่ สุ ด ซึ่ ง แนวทางที่ คุ้ ม ค่ า ที่ สุ ด นั้ น ต้ อ งพิ จ ารณาทั้ ง ด้ า นต้ น ทุ น

และประสิ ท ธิ ภ าพไปพร้ อ มๆ กั น แนวทางที่ ถู ก ที่ สุ ด หรื อ มี ประสิทธิภาพที่สุด อาจไม่ ใช่แนวทางที่คุ้มค่าที่สุดก็ ได้ เช่น คำถาม “ประชากรและการพัฒนา” ปีที่ 32 ฉบับที่ 6 การรักษาโรคชนิดหนึ่ง ซึ่งมี โอกาสหายร้อยละ 5 ด้วยยาชนิด หนึ่งที่มีราคาเพียง 10 บาท หรือการรักษาโรคนั้นให้หายขาด “ประชากรไทยในปั จ จุ บั น คิ ด เป็ น กี่ เ ปอร์ เ ซ็ น ต์ ข อง ได้ด้วยยาอีกชนิดหนึ่งที่มีราคาสูงถึงล้านบาท ทั้งสองวิธีนี้อาจ ประชากรโลก” ไม่ ใช่การรักษาที่คุ้มค่าที่สุดก็ ได้ เฉลย : 0.9 เปอร์เซ็นต์ ในการประเมินความคุ้มค่าทางการแพทย์ ในด้านต้นทุน รายชื่อผู้ที่ตอบถูกและได้รับรางวัล กรุงเทพฯ :

พิจารณาได้หลายมุมมอง เช่น ทวี เมตตาวิ ริ ย ะ ; เสาวภาคย์ ศุ ภ นิ ต ย์ ปั ต ตานี :

นิรมล ศรีราม พิษณุโลก : กุลยา เดชพงษ์ สระแก้ว : อรพิน ภัทรกรสกุล c มุมมองของรัฐ คำนึงถึงต้นทุนของรัฐเพียงอย่างเดียว รายชือ่ ผูท้ ตี่ อบถูก กรุงเทพฯ : กิตติโชค กุศลวิศษิ ฎ์กลุ ; เช่น ค่ายา ค่ารักษา เงินเดือนของบุคลากรทางการ เกศินี รัดแก้ว ; ทัศนีย์ ศิรปิ โชติ ; ธเนศ กองประเสริฐ; แพทย์ ที่รัฐบาลต้องจ่าย นันทนา ขวัญยืน ; พิพฒ ั น์ ศรีสรุ ตั น์ ; ภาสินี จรูญโรจน์ c มุมมองของรัฐและผู้ป่วย คำนึงถึงต้นทุนของรัฐและ ณ อยุธยา ; สนัน่ รัดแก้ว ; สรภพ รัดแก้ว ; สุภาพ รัดแก้ว ; ผู้ ป่ ว ย ซึ่ ง รวมถึ ง ค่ า เดิ น ทางของผู้ ป่ ว ยในการมา สุมามาลย์ น้อยวงษ์ ; อุไรวรรณ เมฆวิชยั ; กาญจนบุรี : รั บ บริ ก ารทางสุ ข ภาพ ค่ า เสี ย เวลาในการรอรั บ ฝนทิพย์ หอมมิวาย เชียงราย : ปรัศนี ศรีวิชัย ตรัง : บริการด้วย อาภรณ์ ภู่พัทธยากร นครราชสีมา : วชิระ บถพิบูลย์ นนทบุรี : จิราภรณ์ เมนะพันธุ์ ; ดุษฎี เจริญสุข ปทุมธานี : c มุมมองทางสังคม นอกจากจะคำนึงถึงต้นทุนของรัฐ วิษณุ ชูพนั ธ์ดลิ ก พะเยา : ถวิล ใจนันตา ; ธีรศักดิ์ ปันกิติ ; และผู้ ป่ ว ยแล้ ว ยั ง คำนึ ง ถึ ง งานที่ ต้ อ งสู ญ เสี ย ไป อรวรรณ เกียรติกลุ พัฒนา สงขลา : สมชาย เลีย้ งพรพรรณ เนื่ อ งจากการลาหยุ ด งานของผู้ ป่ ว ยที่ ต้ อ งมารั บ คำถาม “ประชากรและการพัฒนา” ปีที่ 33 ฉบับที่ 1 บริการทางสุขภาพ “จำนวนประชากรโลกครบ 7,000 ล้านคน เมื่อ ส่วนประสิทธิภาพของแนวทางทางสุขภาพ (เช่น แนวทาง เดือนและปี ใด” การลดภาวะโรคอ้ ว น ด้ ว ยการส่ ง เสริ ม การออกกำลั ง กาย) สามารถวัดได้หลายรูปแบบ แต่ที่นิยมใช้ คือ ส่งคำตอบมายัง “ประชากรและการพัฒนา” ตามที่ อยู่หน้ 12 หรืออีเมล์ nampong.chi@mahidol.ac.th ภายในวันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2555 c ปีสุขภาวะที่มีคุณภาพ (Quality-adjusted life year ประกาศรายชื่อผู้ตอบถูก และได้รับรางวัลในฉบั บ -QALY) เช่ น ดู ว่ า การส่ ง เสริ ม การออกกำลั ง กาย หน้ า “ประชากรและการพั ฒ นา” ปี ที่ 33 ฉบั บ ที่ 2 สามารถทำให้ผู้ป่วยโรคอ้วน เพิ่มจำนวนปีที่อยู่อย่างมี (ธันวาคม 2555-มกราคม 2556) สุขภาพดีได้กี่ปี

ตอบดีๆ มีรางวัล

4/ ประชากรและการพัฒนา ปีที่ 33 ฉบับที่ 1 v

ตุลาคม-พฤศจิกายน 2555 www.ipsr.mahidol.ac.th/newsletter


เวทีวิจัยประชากรและสังคม

ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์

patama.vap@mahidol.ac.th

เดโมพีเดียและพจนานุกรมประชากรศาสตร์พหุภาษา

“ประชากรและการพัฒนา” ฉบับนี้ขอแนะนำเว็บไซต์หนึ่งที่ ให้ ความรู้ทางด้านประชากรศาสตร์แก่นักประชากร นักวิชาการ และผู้ ที่ ส นใจทั่ ว ไป เว็ บ ไซต์ นี้ มี ชื่ อ ว่ า อันที่จริงเว็บไซต์เดโมพีเดียไม่ ใช่ของใหม่หากเกิดขึ้นหลังจากที่ นักประชากรศาสตร์กลุม่ หนึง่ ของ INED (สถาบันประชากรศาสตร์ แห่งชาติของฝรั่งเศส)นำเสนอความคิดนี้ ในเวทีประชุมวิชาการ ทางประชากรนานาชาติ ครั้ ง ที่ 25 (XXV International Population Conference) ณ เมืองตูร์ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี 2548 หลั ง จากนั้ น จึ ง เกิ ด เป็ น โครงการภายใต้ ก ารสนั บ สนุ น

งบประมาณจาก UNDP และ IUSSP และเว็บไซต์นี้ก็ค่อยๆ ก่อรูปและพัฒนาขึ้นตามลำดับจนถึงทุกวันนี้ บนหน้าหลัก (http://demopaedia.org) ซึ่งดูยุ่งเหยิงมาก เพราะมีหลายภาษาให้เลือก ท่านจะได้พบส่วนสำคัญ 2 เรื่อง คือ ส่ ว นที่ เ ป็ น สารานุ ก รมประชากรเปิ ด (population open encyclopedia) และพจนานุ ก รมประชากรศาสตร์ พ หุ ภ าษา (multilingual demographic dictionary) ซึ่ ง ส่ ว นหลั ง นี้ ปัจจุบันก็มีการปรับปรุงถึงครั้งที่ 2 ในบางภาษา เช่น อังกฤษ ฝรัง่ เศส สเปน เยอรมัน การนำเสนอทั้งหมดของเดโมพีเดียใช้หลัก การเดียวกับวิกิพีเดีย

ในส่วนของสารานุกรมประชากรเปิดนั้น ก็เป็นไปตามชื่อ คือ เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าไปสอบถาม อภิปราย เสนอความคิดเห็นได้ อย่างอิสระ แต่ต้องลงทะเบียนก่อน (หลักการเดียวกับวิกิ) และ ปฏิบตั ติ ามระเบียบทีว่ างไว้ อย่างเช่นขณะนี้ บนหน้าสารานุกรมเปิดฯ ภาษาอั ง กฤษ ก็ ไ ด้ มี ผู้ เ สนอคำใหม่ ๆ ที่ ยั ง ขาดหายไปจาก พจนานุ ก รมประชากรศาสตร์ เช่ น คำว่ า ‘demographic convergence’ ‘illegal immigration’‘missing women’ สำหรั บ ส่ ว นของพจนานุ ก รมประชากรศาสตร์ พ หุ ภ าษานั้ น แม้ ว่ า จะชื่ อ พจนานุ ก รมก็ ต าม แต่ ส าระที่ น ำเสนอกลั บ คล้ า ย สารานุกรมมากกว่า เพราะแบ่งเป็นบทๆ แต่ละบทก็จะให้ราย ละเอียดที่มากกว่าการแปลศัพท์ ดังเช่นที่นำมาแสดงเป็นตัวอย่าง ต่อจากนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทที่ 1 (แนวคิดทั่วไป) หน้าที่ 11 ย่อหน้าที่ 112 ที่กล่าวถึงความหมายของ “ครอบครัว” ซึ่งใน ย่อหน้านั้นมีทั้งคำศัพท์ที่กล่าวถึงเป็นครั้งแรก (แสดงด้วยตัวเข้ม และมีตวั เลขยกกำกับไว้) และมีคำศัพท์ทเี่ ชือ่ มโยงไปยังย่อหน้าอืน่ (แสดงด้ วยตัวเอียง และตามด้วยตัวเลข 4 ตัวที่อยู่ ในวงเล็บ)

ครอบครัว1 (cf. 113 and 115) เป็นหน่วยทีต่ า่ งออกไป ซึง่ ต้อง แยกความแตกต่างจากครัวเรือน (110-3) ด้วยความระมั ด ระวั ง นิยามเบื้องต้นของคำว่าครอบครัวจะอ้างถึงความสัมพันธ์ซึ่งมีอยู่ หรือเกิดขึ้นจากการแต่งงานการสืบทอดพันธุ์ หรือการรับเลี้ยงดูบุตร ทั้ ง หลายทั้ ง ปวงเหล่ า นี้ จะกำหนดโดยกฎหมายหรื อ ประเพณี ความสัมพันธ์พื้นฐานได้แก่ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างคู่ โดยการ แต่งงาน—และความสัมพันธ์ที่มีอยู่ระหว่างคู่สมรส เช่น พ่อแม่2 ได้แก่ พ่อ3 และแม่4 และลูกๆ5 ได้แก่ ลูกชาย6และลูกสาว7

ตัวอย่างข้างต้นเป็น “พจนานุกรมประชากรศาสตร์พหุภาษา ฉบั บ ปรั บ ให้ เ ป็ น เอกภาพ ปรั บ ปรุ ง ครั้ ง ที่ ส อง ภาษาไทย” ที่นักประชากรของไทย 2 คน คือ ศ.ดร.ปราโมทย์ ประสาทกุล และผู้ เ ขี ย น อาสาเข้ า ไปร่ ว มที ม เพื่ อ พั ฒ นาให้ เ กิ ด โมดู ล ที่ เ ป็ น ภาษาไทย ไม่เพียงแต่นักประชากรของไทย ยังมีนักประชากรอีก 10 คน จาก 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย เกาหลี มาเลเซีย เนปาล และ เวียดนาม ทีอ่ าสาพัฒนาเดโมพีเดียที่เป็นภาษาของชาติ เหล่านั้น พวกเราทั้ง 12 คนได้เรียนรู้วิธีการพัฒนาเดโมพีเดีย จากการเข้ า ประชุ ม เชิ ง ปฏิ บั ติ ก าร “Demopaedia Second Harmonized Edition of the Multilingual Demographic Dictionary in Six Asian Languages” ระหว่างวันที่ 29 ส.ค.– 1 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป้าหมายของการประชุมกำหนดว่า จะนำ เดโมพีเดียและพจนานุกรมประชากรศาสตร์ฯ ทั้ง 6 ภาษานี้ เผยแพร่ ในการประชุมวิชาการทางประชากรนานาชาติ ครั้งที่ 27 ที่จะมีขึ้นในปีหน้าที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลี ใต้ เวลานี้ เดโมพีเดียที่เป็นภาษาไทยกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา และคงต้องใช้เวลาอีกสักพักจึงจะเสร็จสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามผู้ที่ สนใจก็สามารถเข้าไปเยีย่ มชมได้ที่ http://th-ii.demopaedia.org และเมื่อการพัฒนาเสร็จสมบูรณ์แล้ว บนหน้าหลักของเดโมพีเดีย

ก็จะมีเมนูที่เป็นภาษาไทยรวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน

aaaaaaaaa

5/ ประชากรและการพัฒนา ปีที่ 33 ฉบับที่ 1 v

ตุลาคม-พฤศจิกายน 2555 www.ipsr.mahidol.ac.th/newsletter


นานาสาระประชากร

ปราโมทย์ ประสาทกุล

pramote.pra@mahidol.ac.th

เกิดน้อย อายุยืน …....แล้วเราจะเอายังไงกันดี

ท่านรองอธิบดี กรมอนามัย นพ.สมศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ ได้ โยนคำถามมาให้พวกเราที่ทำงานเกี่ยวข้องกับประชากรและ การสาธารณสุขตอบว่า เราจะทำอย่างไรกันดี เราจะเดินต่อไป ในทิศทางใดกันดี เมื่อสังคมไทยมีเด็กเกิดน้อยลง ขณะที่ผู้คน มี อายุยืนยาวขึ้นเรื่อยๆ ผมเชื่อว่า คำถามนี้ ท่านรองอธิบดีและคนในกรมอนามัยมี คำตอบอยู่ ในใจแล้ว แต่คงอยากจุดประเด็นให้คนช่วยกันคิดใน เรื่องการพัฒนาคุณภาพของการเกิด และการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตของผู้สูงอายุ ท่านคงอยากจะ “ตีปี๊บ” ประชาสัมพันธ์เรื่อง เด็ กและคนแก่ว่างั้นเถอะ ผมก็พลอยเห็นดีเห็นงามคิดตามไปด้วย เราจะเอาอย่างไร กั น ดี ใ นสถานการณ์ ต อนนี้ ที่ แ ต่ ล ะปี ๆ มี เ ด็ ก เกิ ด น้ อ ยลงๆ ผู้สูงอายุก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ คนไทยมีสุขภาพอนามัยดี ขึ ้นอายุก็ยืนยาวขึ้น อย่างเรื่องเด็กเกิดน้อยลงนี้ เห็นได้อย่างชัดๆ เดี๋ยวนี้เด็ก เกิดน้อยลงจริงๆ คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ไม่ค่อยอยากแต่งงานกัน เคยแอบได้ยินสาวๆ คุยกันในหมู่เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน “เราไม่แต่งงานดีกว่า อยู่เป็นโสดอย่างนี้ อยู่กับแม่ เป็นเพื่อน แม่ ไม่ต้องไปคอยดูแลเอาใจใคร ทำงานเก็บเงินไว้ ปีหนึ่งก็ ไป ทั วร์ต่างประเทศเสียทีหนึ่ง แค่นี้ก็มีความสุขพอแล้ว ...” ผู้หญิงรุ่นใหม่จำนวนมากอยากอยู่อย่างอิสระ ไม่อยากเอา ทะเบี ย นสมรสมาห่ อ หุ้ ม เสรี ภ าพ ผู้ ห ญิ ง ยิ่ ง มี ก ารศึ ก ษาสู ง มีหน้าที่การทำงานดี ยิ่งหาคู่แต่งงานยาก เคยแอบได้ยินมาอีก เช่นกันว่า ผูห้ ญิงบางคนให้เหตุผลที่ไม่แต่งงานเพราะ “หาคู่ไม่ได้” “หาผู้ชายที่ถูกใจไม่ ได้” สาวๆ หลายคนบอกว่าในที่ทำงานของ ตั วเองแทบจะหาผู้ชายจริงๆ ไม่ ได้เลย ผู้ ช ายก็ เ หมื อ นกั น หนุ่ ม ๆ รุ่ น ใหม่ จ ำนวนมากก็ ไ ม่ อ ยาก แต่งงาน อยากอยู่เป็นโสด เพราะมีอิสระเสรีดี และเดี๋ยวนี้มี ผู้ชายอีกเป็นจำนวนไม่น้อยที่มีรสนิยมไม่อยากแต่งงานกับเพศ ตรงข้ าม เมื่อทั้งผู้หญิงและผู้ชายแต่งงานกันน้อยลง โรงงานผลิตลูก ของประเทศก็ มี ผ ลผลิ ต น้ อ ย คนแต่ ง งานกั น น้ อ ยลงก็ เ ป็ น สาเหตุ สำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เด็กเกิดแต่ละปีน้อยลง คูส่ มรสสมัยใหม่ ไม่ตอ้ งการมีลกู มาก มีลกู กันเพียงคนสองคน ก็พอแล้ว เดี๋ยวนี้เราจะเห็นพ่อแม่ที่มีลูกโทนเป็นจำนวนมาก ผู้หญิงไทยสมัยนี้แต่งงานแล้วก็ยังทำงาน ไม่ ได้อยู่กับเหย้า เฝ้ากับเรือน มีภาพเป็น “แม่ศรีเรือน” ที่คอยทำหน้าที่เป็น

แม่บ้านที่ดี เหมือนผู้หญิงสมัยก่อนอีกแล้ว ผู้หญิงสมัยนี้ออกไป ทำงานนอกบ้านตัวเป็นเกลียว ถ้าทำงานในออฟฟิศก็มีตำแหน่ง หน้ า ที่ ก ารงานที่ ดี เป็ น ผู้ บ ริ ห ารระดั บ สู ง แล้ ว อย่ า งนี้ จ ะให้ ภรรยายุคใหม่มีลูกหลายๆ คนได้อย่างไร

6/ ประชากรและการพัฒนา ปีที่ 33 ฉบับที่ 1 v

เดี๋ยวนี้สตรี ใช้สิทธิของตนมากขึ้น แต่งงานแล้วจะเลือกใช้ นามสกุ ล เดิ ม ก็ ไ ด้ เห็ น ผู้ ห ญิ ง หลายคนในที่ ท ำงานของผม รวมทั้งผู้นำหญิงของประเทศ แต่งงานแล้วแต่ก็ยังใช้คำนำหน้า ชื่อว่านางสาว สิทธิและสถานภาพสตรีที่สูงขึ้นเช่นนี้ ผมว่ามี ส่ วนทำให้ผู้หญิงไทยยุคใหม่มีลูกน้อย หรือไม่มีลูกเลย การที่ผู้หญิงไทยครองโสดมากขึ้น และผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ก็มีลูกน้อยลง ทำให้จำนวนเด็กเกิดในประเทศไทยลดน้อยลงไป มาก ช่วง 20 ปี ระหว่างปี 2506 ถึง 2526 เด็กเกิดในประเทศ ไทยในแต่ละปีมากถึงล้านกว่าคน ผมเรียกว่า “คนรุ่นเกิดล้าน” แต่เดี๋ยวนี้มีเด็กเกิดเพียงปีละไม่ถึง 8 แสนคน ที่ ไม่น่าสบายใจก็ คือ เด็กที่เกิดจำนวนน้อยเหล่านี้ ยังมีบางส่วนที่เกิดมาแล้ว พิกลพิการ น้ำหนักน้อย เป็นออทิสติก ดาวน์ซินโดรม หรือ ผิ ดรูปผิดปกติเสียอีก เด็กไทยที่เกิดมาจำนวนน้อยลงแล้วยังมีที่ตายไปก่อนอายุ จะครบขวบอีก 1.3% อัตราเด็กตายตั้งแต่ยังเป็นทารกนี้พูดเป็น เปอร์เซ็นต์ก็ดูไม่มากนัก แต่ถ้าคิดเป็นจำนวนก็ดูจะน่ากลัวอยู่ เหมือนกัน เด็กไทยตายก่อนอายุจะครบหนึ่งปี ปีละประมาณ หนึ่งหมื่นราย เฉลี่ยทารกตายวันละ 28 ราย นึกภาพแล้วน่า ตกใจอยู ่เหมือนกันนะครับ ในสังคมไทยสมัยนี้ จะเลี้ยงลูกให้ดีก็เป็นภาระหนักเอา เรื ่องอยู่เหมือนกัน ถ้าแม่ออกไปทำงานนอกบ้าน แล้วใครจะเลี้ยงลูก ถ้าแม่อยู่ บ้านเลี้ยงลูก แล้วใครจะทำงานหารายได้มาช่วยเสริมรายได้ ของครอบครัว เดี๋ยวนี้ทั้งพ่อทั้งแม่ต้องช่วยกันทำมาหากิน พอ ลูกโตหน่อยก็ต้องเข้าโรงเรียน เรียนกันตั้งแต่ชั้นก่อนอนุบาล จบชั้ น อนุ บ าลเรี ย นต่ อ ประถมศึ ก ษาอี ก 6 ปี แล้ ว ต่ อ มัธยมศึกษาอีก 6 ปี จบมัธยมแล้วก็อยากจะให้เรียนสูงๆ ขึ้นไป จนได้ปริญญา เรียบจบแล้วยังไม่รู้ว่าจะหางานดีๆ ทำได้หรือ เปล่ า เลีย้ งลูกให้มคี ณ ุ ภาพในสังคมไทยสมัยนี้ ใช่วา่ จะง่าย ยาเสพติด แพร่ระบาดอยู่ทั่วสังคม เด็กเกเรก่อเรื่องทะเลาะวิวาทกันเป็น ข่าวให้เห็นอยู่บ่อยๆ สภาพสังคมที่มีความเสี่ยงมากๆ อย่างนี้ บางทีก็ทำให้คนคิดอยากจะมีลูกใจฝ่อไปได้เหมือนกัน

ตุลาคม-พฤศจิกายน 2555 www.ipsr.mahidol.ac.th/newsletter


คิ ด ถึ ง ภาพเด็ ก ที่ เ กิ ด มาในสมั ย นี้ แ ล้ ว ก็ นึ ก ถึ ง วลี ที่ ว่ า เราคงต้องหาทางที่จะทำให้สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย “เด็กเกิดน้อย แล้วยังด้อยคุณภาพ” ถ้าจะถามว่าเราจะเอา ไม่เป็นสังคมผู้สูงอายุที่น่าเวทนา คงไม่มี ใครอยากเห็นผู้สูงอายุ ยังไงกันดีกับการที่เด็กเกิดน้อยลงในประเทศไทย ก็ต้องตอบ ที่ถูกทอดทิ้ง ผู้สูงอายุมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก สังคมไทย ง่ายๆ ว่า เกิดจำนวนมากหรือน้อยไม่สำคัญ ขอให้การเกิด เต็ ม ไปด้ ว ยผู้ สู ง อายุ ที่ มี สุ ข ภาพอนามั ย เสื่ อ มโทรมน่ า สงสาร ทุ ก รายมี คุ ณ ภาพ และเด็ ก ที่ เ กิ ด มาแล้ ว มี คุ ณ ภาพก็ แ ล้ ว กั น เมื่อเจ็บไข้ ได้ป่วยก็ ไม่สามารถไปรับการรักษายาบาลได้ พูดอีกอย่างว่า คุณภาพของการเกิดสำคัญกว่าจำนวนเกิด ประเทศไทยจะต้ อ งพั ฒ นาคุ ณ ภาพประชากรโดยเริ่ ม ตั้ ง แต่ ทำอย่างไรจึงจะไม่เกิดภาพที่น่าเวทนาเหล่านั้นขึ้นในสังคม รัฐคงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ คงต้องมีนโยบายและแผน การเกิด คุณภาพของการเกิดก็ต้องเริ่มตั้งแต่การตั้งครรภ์ เกี่ยวกับสวัสดิการผู้สูงอายุ คงต้องมีมาตรการต่างๆ เพื่อให้ การเกิดที่มีคุณภาพน่าจะต้องเกิดจากครรภ์ที่แม่พร้อมและ ผู้ สู ง อายุ มี ค วามมั่ น คงในชี วิ ต ทั้ ง ในด้ า นรายได้ เ พื่ อ ยั ง ชี พ ตั้งใจ ไม่ ใช่ผู้หญิงตั้งครรภ์เพราะความไม่รู้ ไม่รู้ว่ามีวิธีป้องกัน ความมั่นคงด้านสุขภาพอนามัย และการอยู่อาศัย การตั้งครรภ์ ได้ ไม่รู้ว่าจะไปหาวิธีการป้องกันการตั้งครรภ์ ได้ จากไหน ไม่ ใช่ตั้งครรภ์ขณะที่ยังไม่พร้อม เช่นยังเป็นเด็ก ยังอยู่ พู ด ถึ ง เรื่ อ งผู้ สู ง อายุ แ ล้ ว ผมขอเสนอศั พ ท์ ค ำหนึ่ ง ที่ ในวัยเรียน และไม่ ใช่ตั้งครรภ์เพราะถูกบังคับขืนใจ เกี่ยวข้องกับสังคมผู้สูงอายุในอนาคต เมื่อเป็นครรภ์ที่แม่พร้อมและตั้งใจ แม่ก็จะไปฝากครรภ์กับ “วยาคติ” (วย + อคติ) มาจากคำว่า วย (วัย หรืออายุ) บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นสถาน สนธิกับคำว่า อคติ (ความลำเอียง หรือมีทัศนคติในทางลบ) บริการของรัฐหรือเอกชน ครรภ์ที่ ได้รับการดูแลอย่างดี ได้รับ คำนี้แปลมาจากภาษาอังกฤษว่า ageism การตรวจตามระยะเวลาที่ เ หมาะสม การคลอดที่ ท ำโดย บุคลากรผู้มีทักษะความรู้ ในสถานที่ที่ถูกสุขอนามัย ย่อมประกัน ผมขอให้ความหมายของคำว่า “วยาคติ” ดังนี้ คุณภาพของการเกิดได้อย่างมาก “วยาคติ หมายถึง อคติหรือการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล หรือ เมื่อทารกคลอดออกมาแล้ว การดูแลแม่และเด็กหลังคลอด กลุ่มบุคคลด้วยเหตุแห่งอายุหรือวัย อคติเช่นนี้อาจเกิดขึ้นจาก การฉีดวัคซีนปลูกฝีสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็ก การดูแลทารกและ ความเชื่อ ทัศนคติ ค่านิยม หรือบรรทัดฐานในทางลบที่มีต่อ

เด็กอย่างถูกวิธีจะช่วยให้เด็กมีสุขภาพสมบูรณ์และลดความ คนบางกลุ่มอายุ ซึ่งนำไปสู่ความลำเอียงหรือการเลือกปฏิบัติ เสี่ยงต่อการเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังไม่ครบขวบได้อย่างมาก ผมได้แต่วาดภาพจินตนาการไปเรือ่ ยๆ งานอนามัยแม่และเด็ก โดยทั่วไป จะใช้คำว่า วยาคติที่มีความหมายถึง อคติ หรือ กรมอนามั ย มี ค วามเชี่ยวชาญและมีบุคลากรพร้อมอยู่แล้ว ทัศนคติเชิงลบ หรือการเลือกปฏิบัติต่อผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเฉพาะ แต่ขั้นตอนก่อนจะตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น เช่น การมองว่าผู้สูงอายุเป็นภาระของครอบครัวและสังคม

คงเป็นงานของหลายองค์กรทั้งของรัฐและเอกชนทำร่วมกัน ผู้สูงอายุเป็นผู้ต้องพึ่งพิงคนวัยแรงงาน ผู้สูงอายุมีภาพลักษณ์ ทำอย่ า งไรจึ ง จะป้ อ งกั นการตั้งครรภ์ที่ ไ ม่พ ร้อมและไม่ตั้ งใจ ของความทรุดโทรมของสังขาร จนไม่สามารถเป็นผู้มีผลผลิต กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนา อีกต่อไป สังคมฯ กระทรวงมหาดไทย และองค์กรพัฒนาเอกชน ฯลฯ สังคมไทย ซึ่งได้กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว และกำลัง คงต้องร่วมมือกันในงานนี้ มีอายุเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จำเป็นต้องลดวยาคติต่อผู้สูงอายุให้ เหลืออยู่น้อยที่สุด มิฉะนั้นสังคมผู้สูงอายุไทยในอนาคตจะยาก แล้วคนอายุยืนล่ะ เราจะทำอย่างไร ที่จะดำรงอยู่ ได้อย่างสันติสุข” เดีย๋ วนีค้ นไทยอายุยนื ขึน้ มาก เมือ่ 50 ปีกอ่ น อายุคาดเฉลีย่ ของคนไทยยืนยาวไม่ถึง 50 ปี เดี๋ยวนี้คนไทยมีอายุคาดเฉลี่ย ขอฝากไว้เท่านี้แหละครับ สำหรับคำถามว่าเราจะเดินไป ทางใดเมื่อคนไทยมีอายุยืนขึ้นๆ 73 ปี และมีแนวโน้มจะยืนยาวขึ้นไปอีก aaaaaaaaa สังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว ปี 2555 นี้ ประมาณว่า ประชากรที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป มีอายุราว 9% ของประชากร “ไม่ต้องเติมเสริมต่อเยินยอแม่ ทั้งหมด อีกไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปก็จะ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 14% ซึ่งเท่ากับว่าสังคมไทยจะเป็นสังคม ไม่แสร้งแผ่เผยใจให้ใครเห็น ผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว รักเทิดทูนเท่านี้อย่างที่เป็น เมื่อเรารู้และมองเห็นภาพสังคมผู้สูงอายุไทยในอนาคตได้ ชัดเจนแล้ว ทิศทางที่เราจะมุ่งไปคงจะชัดเจนตามไปด้วย เรารู้ บูชาเช่นแม่พ ระประจำใจ” ว่าผูค้ นในสังคมไทยจะมีอายุมากขึน้ มีผสู้ งู อายุเป็นจำนวนมากขึน้ ปราโมทย์ ประสาทกุล เราก็ ต้ อ งเตรี ย มแผนและมาตรการพั ฒ นาคุ ณ ภาพชี วิ ต ของ 12 ส.ค. 55 ผู้สูงอายุเหล่านี้

7/ ประชากรและการพัฒนา ปีที่ 33 ฉบับที่ 1 v

ตุลาคม-พฤศจิกายน 2555 www.ipsr.mahidol.ac.th/newsletter


รางวัลอีกโนเบล

วรชัย ทองไทย

varachai.tho@mahidol.ac.th

บุหรี่

การขึ้ น ภาษี ห รื อ เพิ่ ม อั ต ราภาษี ถื อ ว่ า เป็ น ข่ า วร้ า ยของ ประชาชนทั่ ว ไป แต่ ข่ า วการขึ้ น ภาษี ส รรพสามิ ต ของสุ ร าและ ยาสูบ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ภาษีบาป” ที่ผ่านมานี้ กลับเป็น เรื่องตรงกันข้าม คนทั่วไปต่างเห็นด้วยกับการขึ้นภาษี เพราะคิด ว่าจะทำให้การบริโภคเหล้าและบุหรี่ลดลง อันถือว่าเป็นจุดหมาย หลั กของภาษีชนิดนี้ แต่ถ้าการขึ้นภาษีครั้งนี้ ไม่ ใช่เพื่อจุดประสงค์ดังกล่าวข้างต้น แต่เป็นเพื่อเพิ่มรายได้ของรัฐบาลอันเนื่องมาจากรัฐบาลมีราย จ่ายมากกว่ารายได้แล้ว แทนที่จะทำให้การบริโภคเหล้าและบุหรี่ ลดลง กลั บ จะมี ผ ลตรงกั น ข้ า ม คื อ ทำให้ มี ก ารบริ โ ภคมากขึ้ น เพราะการเพิ่ ม อั ต ราภาษี โ ดยไม่ มี ก ารศึ ก ษาถึ ง ผลดี ผ ลเสี ย ย่ อมส่งผลที่ ไม่พึงปรารถนาได้ ในทางหนึ่งผู้บริโ ภคจะหันไปบริโ ภคเหล้าที่มีอัตราภาษีน้อย หรือมวนบุหรี่สูบเอง ซึ่งนอกจากจะทำให้รัฐเก็บภาษีได้น้อยลง แล้ว การบริโภคเหล้าและบุหรี่ก็ ไม่ ได้ลดลงแต่อย่างใด หรือในอีก ทางหนึ่ ง ผู้ ผ ลิ ต เหล้ า และบุ ห รี่ จ ะหั น มาขยายตลาดให้ ม ากขึ้ น เพื่อชดเชยกับจำนวนบริโภคที่ลดลงของลูกค้าเดิม และรัฐอาจจะ ไม่ห้ามปราม เพราะกลัวว่ารายได้จากภาษีจะลดลง อันส่งผล ให้ การบริโภคเหล้าและบุหรี่ ไม่ลดลงเช่นกัน หลักการของภาษีบาปคือ การนำรายได้จากภาษีมาใช้เพื่อการ รักษาพยาบาลผู้ป่วย อันเป็นผลมาจากการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ โดยส่วนหนึ่งของภาษีอาจนำไปใช้ ในการศึกษาวิจัยเพื่อให้คนเลิก กินเหล้าหรือเลิกสูบบุหรี่ หรือทำให้บริโภคน้อยลง รวมทั้งป้องกัน ไม่ ให้มีลูกค้าใหม่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามในระยะยาวแล้ว รายได้ของรัฐจากภาษีที่เก็บได้ จะไม่คุ้มกับการสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้น เพราะ นอกจากค่ารักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยโดยตรงแล้ว ยังมีค่าใช้จ่าย ทางอ้อมอื่นๆ อีก เช่น ค่าสูญเสียโอกาสที่คนเหล่านี้จะประกอบ อาชีพ หรือของญาติพี่น้องที่ต้องมาดูแล ค่าข้าวของเครื่องใช้ที่ เสียหายในขณะเมาเหล้า หรือผลกระทบจากควันบุหรี่ที่คนรอบ ข้ างต้องสูดดม เป็นต้น ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือการทำให้จำนวนผู้ดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่ ลดน้อยลง ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง ดังจะเห็นได้จากบุหรี่ ที่รู้กันมากว่า 80 ปี แล้วว่า มี โทษต่อร่างกายสถานเดียว โดยหา ประโยชน์ ไม่ ได้เลย แต่ก็ยังมีคนสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นทุกปี ที่เป็นเช่นนี้ เพราะอิทธิพลของบรรษัทบุหรี่ข้ามชาติ ซึ่งมีผลกำไรมหาศาลจาก การผลิตและจำหน่ายบุหรี่ ที่พยายามทุกวิถีทางที่จะเพิ่มยอดขาย บุ หรี่ ให้มากขึ้น ดังจะเห็นได้จากประวัติของความพยายามนี้ เริ่มจาก ค.ศ. 1930 (พ.ศ. 2473) เมื่อนักวิจัยชาวเยอรมันพบ ว่า มะเร็งกับการสูบบุหรี่มีความสัมพันธ์กันในทางสถิติ มีผลทำให้ ยอดขายบุ หรี่ลดลง ในอี ก 2 ปี ต่ อ มา อุ ต สหกรรมบุ ห รี่ ก็ ไ ด้ จั ด ตั้ ง “สภาวิ จั ย อุตสาหกรรมบุหรี่” ขึ้น เพื่อสกัดกั้นไม่ ให้ยอดขายบุหรี่ลดลง โดยผลงานของสภาวิ จั ย ฯ นี้ คื อ การวิ จั ย ตลาดอย่ า งเข้ ม ข้ น รวมทั้งบิดเบือนผลวิจัย เพื่อให้เห็นว่าโทษของการสูบุหรี่ ไม่ ได้ร้าย

8/ ประชากรและการพัฒนา ปีที่ 33 ฉบับที่ 1 v

แรงอย่างที่คิด พร้อมกันนั้นก็ ได้ผลิตและโหมโฆษณาบุหรี่เพื่อ สุขภาพ คือ บุหรี่ก้นกรอง และบุหรี่ที่มีทาร์ต่ำ (low tar) อย่าง กว้ างขวาง อันมีผลทำให้ยอดจำหน่ายบุหรี่ที่ลดลงกลับเพิ่มขึ้น แต่ผลงานวิจัยอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องที่เกี่ยวกับโทษของ บุหรี่ ทำให้รัฐบาลหลายประเทศตระหนักถึงผลเสียที่เกิดขึ้นกับ ประชากร ซึ่งมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นจนถึงกับมากกว่ารายได้ที่รัฐเก็บ จากภาษี บุ ห รี่ เ สี ย อี ก จึ ง มี ผ ลส่ ง ให้ เ กิ ด เป็ น นโยบายที่ มุ่ ง ลด การบริ โภคบุหรี่ลง เริ่มจากกฎหมายคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กในหลายประเทศ ได้เพิ่มการห้ามขายบุหรี่แก่เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี เข้าไปด้วย เพราะเชื ่อว่าเด็กที่สูบบุหรี่หรือดื่มสุราจะแคระแกรน ใน ค.ศ. 1965 (พ.ศ. 2508) รัฐสภาอังกฤษออกกฎหมายห้าม โฆษณาบุ ห รี่ ใ นโทรทั ศ น์ และใน ค.ศ. 1970 (พ.ศ. 2513) สหรัฐอเมริกาจึงออกกฎหมายห้ามโฆษณาในวิทยุและโทรทัศน์ ต่อมาการห้ามโฆษณาได้ขยายไปสูส่ งิ่ ตีพมิ พ์ ในสนามกีฬา รวมทัง้ ห้ ามโฆษณาแก่เยาวชน ห้ามโฆษณาขายตรง และแจกฟรีด้วย ผลการวิจัยที่พบว่า ผู้สูดควันบุหรี่ย่อมได้รับอันตรายจากควัน บุหรี่เช่นเดียวกับผู้สูบบุหรี่ ทำให้มีการผลักดันนโยบายห้ามสูบ บุ ห รี่ ใ นที่ ส าธารณะขึ้ น ในช่ ว งแรกเป็ น เรี่ อ งของการจั ด ให้ มี ที่ สำหรั บ ผู้ สู บ บุ ห รี่ แ ละไม่ สู บ บุ ห รี่ แ ยกออกจากกั น ต่ อ มาจึ ง มี ข้อกำหนดให้จัดห้องสูบบุหรี่ ไว้เป็นการเฉพาะ และในขั้นสุดท้าย ก็ ห้ามสูบบุหรี่ ในพื้นที่ทั้งหมดของอาคาร สำหรั บ ประเทศไทยได้ อ อกกฎหมายห้ า มสู บ บุ ห รี่ บ นรถ โดยสารในเมือง เมื่อ พ.ศ. 2518 ต่อมาในปี 2545 ก็ ได้ออก กฎหมายห้ามสูบบุหรี่ภายในอาคารทั่วประเทศ และในปี 2549 ก็ออกกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ ในสถานที่ราชการ ทำให้ผู้สูบบุหรี่จะ สูบได้ก็แต่ ในบ้าน หรือในสถานที่ที่ ได้รับอนุญาตบางแห่งเท่านั้น เช่น ร้านขายยาสูบ บาร์ หรือไนท์คลับ ความพยามของอุ ต สาหกรรมบุ ห รี่ ที่ จ ะบิ ด เบื อ นผลวิ จั ย ก็ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง เช่น ใน ค.ศ. 2001 (พ.ศ. 2544) บริษัท Philip Morris ได้เสนอ รายงานต่อสาธารณรัฐเช็คว่า การที่ผู้สูบบุหรี่เสียชีวิตเร็วขึ้น จะทำให้รัฐประหยัดเงินงบประมาณสงเคราะห์คนชราไปมาก ใน พ.ศ. 2539 รางวัลอีกโนเบล สาขาแพทย์ศาสตร์ จึงได้ มอบให้ กั บ ผู้ แ ทนบริ ษั ท บุ ห รี่ 7 แห่ ง ในสหรั ฐ อเมริ ก า ที่กล่าว ให้การอย่างมั่นใจกับสภาสูงของสหรัฐอเมริกาว่า “สารนิโคติน ไม่ ใช่สารเสพติด”

รางวัลอีกโนเบล: รางวั ล สำหรั บ งานวิ จั ย ที่ “ขำ”

ก่อน “คิด”

ตุลาคม-พฤศจิกายน 2555 www.ipsr.mahidol.ac.th/newsletter


ประเด็นประชากรที่น่าสนใจ

มนสิการ กาญจนะจิตรา

manasigan.kan@mahidol.ac.th

หลากหลายประเด็นประชากรในเอเชีย

เอเชีย ทวีปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดใน โลก แน่นอนว่ายิ่งคนมากยิ่งมีความแตกต่างมากทั้งในด้าน สังคม วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ศาสนา และการเมือง ที่ทำให้ประเด็นด้านประชากรของแต่ละพื้นที่มีความน่าสนใจ และหลากหลายยิ่ ง ขึ้ น วั น นี้ เ ราจะมาสำรวจประเด็ น ปั ญ หา ประชากรของประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชีย ได้แก่ จีน อินเดีย และอินโดนีเซีย สามประเทศที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดใน ทวีปของเราค่ะ 1. จีน ประเทศที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในเอเชียและในโลก นั้นได้แก่ประเทศจีนนั่นเอง ปัจจุบันจีนมีประชากรทั้งหมดราว 1,300 ล้านคน คิดเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของชาวโลกทั้งหมด ด้วยจำนวนคนมากมายขนาดนี้ รัฐบาลจีนจึงได้กำหนดนโยบาย ให้มีลูกได้เพียงคนเดียวตั้งแต่ พ.ศ. 2521 เนื่องจากกังวลว่า หากไม่มีการควบคุมประชากรเลย ประชากรของจีนจะมีขนาด ใหญ่เกินกว่าทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่นั้นจะรอง���ับได้ และ จะเกิดผลเสียในการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในที่สุด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันจีนเริ่มเห็นปัญหาอื่นที่กำลังก่อตัว โดยเฉพาะในด้านโครงสร้างประชากรที่จะมีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว เช่นการขาดกำลังคนในวัยแรงงานในอนาคต การมีสัดส่วนผู้ชายสูงกว่าผู้หญิงจากการทำแท้งเลือกเพศ หรือ สั ด ส่ ว นผู้ สู ง อายุ ที่ จ ะเพิ่ ม ขึ้ น อย่ า งรวดเร็ ว ซึ่ ง นั ก วิ ช าการ หลายๆ คนในประเทศจี น เริ่ ม เรี ย กร้ อ งให้ รั ฐ บาลผ่ อ นผั น กฎหมายให้ครอบครัวสามารถมีลูกได้สองคน เพื่อช่วยบรรเทา ภาวะการขาดแรงงานของจีนในอนาคตได้ 2. อินเดีย ปัจจุบันประเทศอินเดียมีประชากรมากเป็นอันดับสองของ เอเชียที่ประมาณ 1,200 ล้านคน และมีแนวโน้มที่จะแซงอันดับ หนึ่งจีนใน 20 ปีข้างหน้านี้ รัฐบาลอินเดียจึงเริ่มตื่นตัวและ ให้ความรู้เรื่องการคุมกำเนิด และพยายามที่จะลดอัตราการ แต่งงานในวัยเด็ก เนื่องจากสาวๆ ในประเทศอินเดียแต่งงาน กั น ตั้ ง แต่ อ ายุ ยั ง น้ อ ย จากการสำรวจผู้ ห ญิ ง วั ย 20-24 ปี ใน พ.ศ. 2548-2549 พบว่าร้อยละ 44.5 ของผู้หญิงวัยนี้ แต่งงานตั้งแต่ก่อนอายุ 18 ปี และอีกร้อยละ 22 มีลูกตั้งแต่ ก่อนอายุ 18 ปี นอกจากเรื่องประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว ประเด็น ด้านประชากรในอินเดียคงหนีไม่พ้นเรื่องของสิทธิสตรี ถึงแม้จะ มีกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิผู้หญิงมากขึ้น แต่ ในความเป็นจริง แล้วผู้หญิงอินเดียยังคงถูกกดขี่อยู่ ไม่น้อย ทั้งเรื่องความรุนแรง ต่ า งๆ ในบ้ า น เรื่ อ งของสิ น สอดที่ ผู้ ห ญิ ง ต้ อ งเป็ น ฝ่ า ยหาให้ ครอบครัวผู้ชาย แม้มีกฎหมายห้ามแล้วก็ตามและหากหาไม่ ได้

ตามตกลงบางครั้งมีการทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ชีวิตเลยก็มี หรือหากมองในด้านการเมือง ประเทศอินเดียอยู่ ในอันดับที่ 98 ในด้ า นสั ด ส่ ว นสมาชิ ก ผู้ แ ทนราษฎรที่ เ ป็ น ผู้ ห ญิ ง เที ย บกั บ ประเทศประชาธิปไตยในโลก ด้วยเหตุทั้งหมดนี้ สำนักข่าวรอย เตอร์จึงจัดอันดับอินเดียเป็นประเทศที่ ไ ม่น่าอยู่ที่สุด สำหรั บ

ผู้หญิงในบรรดา 20 ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ ใหญ่ที่สุด 3. อินโดนีเซีย ประชากรของอิ น โดนี เ ซี ย อยู่ ที่ ป ระมาณ 238 ล้ า นคน มาแรงเป็นอันดับสามในเอเชีย ประเด็นทางประชากรที่ น่ า สนใจในอินโดนีเซียในปัจจุบันคือ เรื่องอัตราตายมารดาและ ทารก โดยมาตรการหนึ่งที่จะช่วยลดอัตราตายได้แก่การเสนอ เพิม่ อายุการแต่งงานได้ถกู ต้องตามกฎหมายจาก 16 ปี เป็น 21 ปี เนื่องจากแม่ที่มีอายุน้อยมี โอกาสเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจาก การตั้งครรภ์และการคลอดสูงกว่าแม่ที่ร่างกายเติบโตสมบูรณ์ แล้ว และโอกาสที่ทารกจะเสียชีวิตภายในปีแรกนั้นสูงกว่าหาก แม่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี อินโดนีเซียตั้งเป้าลดอัตราตายทารก จากปัจจุบนั 34 รายให้เหลือ 23 รายต่อการเกิดมีชพี 1,000 ราย ภายในปี 2558 เพื่ อ ให้ บ รรลุ เ ป้ า หมาย Millennium Development Goal (MDG) อีกประเด็นด้านอนามัยแม่และเด็กที่ยังไม่ ได้รับความสนใจ เท่าที่ควรคือเรื่องการท้องก่อนแต่ง อินโดนีเซียเป็นประเทศ มุสลิมที่มีความเคร่งครัดสูง การมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงานเป็น เรื่องต้องห้าม ดังนั้น การส่งเสริมหรือให้ความรู้และการให้ บริการเกี่ยวกับการคุมกำเนิดนั้นจึงเน้นไปยังผู้ที่แต่งงานแล้ว เท่านั้น ผลที่ตามมาคือ ปัจจุบันเริ่มมีเด็กวัยรุ่นที่ท้องก่อนแต่ง จำนวนมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การทำแท้งที่ผิดกฎหมาย การหา คลินิกเถื่อนเพื่อทำแท้งไม่ ใช่เรื่องยาก แต่การทำแท้งเถื่อนนั้น มักไม่ ได้มาตรฐาน จึงสร้างปัญหาแทรกซ้อนทางสุขภาพให้แก่ เด็กสาวเหล่านี้เป็นอย่างมาก และในบางรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ ปัจจุบันแนวทางแก้ ไขปัญหาท้องก่อนแต่งและการทำแท้งคือ การให้ผู้ที่ยังไม่ ได้แต่งงานงดการมีเพศสัมพันธ์ ความหลากหลายทางสังคม วัฒนธรรม และการเมืองทำให้ แต่ ล ะประเทศประสบกั บ ประเด็ น ประชากรที่ แ ตกต่ า งกั น ไป ข้ อ มู ล ที่ น ำมาแบ่ ง ปั น กั น วั น นี้ ม าจาก Asian Forum of Parliamentarians on Population and Development ที่รวบรวมข่าวประเด็นประชากรในทวีปเอเชียไว้อย่างน่าสนใจ หากสนใจอ่านเพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ http://afppdpopulationpolicies.org/Population_policy_Trends/ Population_Policy_trends.php นะคะ aaaaaaaaa

9/ ประชากรและการพัฒนา ปีที่ 33 ฉบับที่ 1 v

ตุลาคม-พฤศจิกายน 2555 www.ipsr.mahidol.ac.th/newsletter


นานาสาระจากห้องสมุด

เพ็ญพิมล คงมนต์

lipkg@mahidol.ac.th

Web Accessibility

เว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้

Web Accessibility คืออะไร? การทำเว็บไซต์ ที่ ไม่คำนึงถึงการวางโครงสร้างเพื่อการเข้าถึงของ บุคคลที่มีความบกพร่อง เช่น ผู้ที่มีความบกพร่องทางสายตา ทางหู หรือ ผู้สูงอายุ เป็นอุปสรรคในการเข้าถึงข้อมูลที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ในโลกแห่งการติดต่อสือ่ สารในยุคดิจติ อล ปัจจุบนั มีคนพิการ และผูส้ งู อายุ เข้าถึงอินเทอร์เน็ตเกือบ 3 ล้านคน แต่มเี ว็บไซต์ให้คนตาบอด ตาพร่ามัว

ใช้งานได้จริงไม่ถึง 1% เว็บไซต์ของหน่วยงานภาครัฐประมาณ 90% ยั งไม่รองรับการใช้งานของผู้พิการและผู้สูงอายุ การพัฒนาเว็บไซต์ ทีร่ จู้ กั กันโดยทัว่ ไปว่า Web Accessibility คือ การออกแบบเว็บไซต์ โดยอิงตามแนวทางการพัฒนาที่เป็นมาตรฐาน องค์กร World Wide Web Consortium (W3C) จึงได้วางหลักการ ในการออกแบบเว็บไซต์เมื่อปี 2548 โดยใช้ชื่อว่า Web Content Accessibility Guidelines 2.0 (WCAG 2.0) เพื่อลดอุปสรรค เหล่านัน้ ซึง่ จะส่งผลให้มคี นสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ของหน่วยงานหรือ องค์กรที่จัดทำได้เพิ่มมากขึ้น หลักการออกแบบเว็บไซต์ที่สำคัญ คือ 1. ให้สร้าง “ตัวทดแทน” สำหรับคอนเทนต์ทางด้านกายภาพเสมอ หมายถึงการใส่ข้อความใดๆ ที่มีความหมายเดียวกับรูปภาพ เพื่อให้ ผู้ ใช้ที่มีความพิการทางด้านการมองเห็นสามารถรับรู้ถึงข้อมูลได้ 2. การใช้ เ พี ย งแค่ สี เครื่ อ งมื อ ในการอ่ า นข้ อ มู ล บนจอ ไม่ มี ความสามารถในการแสดงสีมาให้ผู้พิการทางสายตา การใช้งานสีที่มี ความใกล้ กั น กั บ พื้ น หลั ง มากเกิ น ไป จะทำให้ ไม่ ส ามารถแสดงผล ออกทางจอภาพได้ 3. การใช้ Style Sheet และการจัดรูปแบบให้ถกู ต้อง เช่น การใช้งาน ตารางเพือ่ การกำหนดพืน้ ทีบ่ นหน้า ทำให้ผู้ ใช้เครือ่ งมือมีความยากลำบาก ในการเข้าถึงเนื้อหาของข้อความ 4. ภาษาที่ ใช้ เครื่องมือต่างๆ ไม่สามารถตรวจสอบภาษาที่ถูกต้อง 100% ได้ด้วยตนเอง ดังนั้นการบ่งบอกถึงภาษาที่ ใช้จึงมีความสำคัญ 5. การใช้ตารางให้ถูกวิธี ถ้าใช้ตารางแบบผิดๆ จะสร้างความ ลำบากให้แก่ผู้ ใช้ที่ ใช้ซอฟต์แวร์ ในการอ่านหน้าจอที่มีความสามารถใน การค้นหาตามช่องต่างๆ ของตาราง 6. ผู้ ใช้ตอ้ งสามารถควบคุมเวลาของวัตถุใดๆ ได้ เช่น การทำตัววิง่ หรือ หน้าที่มีการอัพเดตตลอดเวลา จะเป็นการทำลายความสามารถ ในการเข้าถึงของผู้ที่ ไ ม่มีความสามารถในการอ่านข้อความในเวลา อั น รวดเร็ ว ได้ รวมถึ ง โปรแกรมอ่ า นหน้ า จอที่ ต้ อ งใช้ เ วลาในการ ประมวลผลและค้นหา 7. ผู้ ใช้ต้องมีความสามารถในการควบคุมวัตถุใดๆ ที่มีหน้าตา โต้ ตอบเป็นของตนเอง ด้ ว ยหลั ก การที่ ก ล่ า วมาข้ า งต้ น นี้ ทำให้ ท ราบว่ า ทำไมต้ อ งเป็ น Web Accessibility ทำให้เราสามารถตอบได้ว่า ความพิการ = ความ บกพร่อง + อุปสรรค จึงทำให้ Web Accessibility เป็นส่วนหนึ่งที่จะ ช่ วยลดอุปสรรคเหล่านั้น (ที่มา : นิตยสารสร้างสุข ปีที่ 8 ฉบับที่ 130 (ส.ค 2555) : 14-15)

ประชากรประชุมกัน

เมื่อวันที่ 26-29 สิงหาคม 2555 ณ โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ ปาร์ค สุขุมวิท 22 ได้มีการ���ระชุมวิชาการสมาคมนักประชากร แห่งเอเชีย ครั้งที่ 2 (The 2nd Asian Population Association Conference 2012) (ครั้งแรก จัดประชุมที่กรุงนิวเดลี ประเทศ อิ น เดี ย ) โดยมี วั ต ถุ ป ระสงค์ ห ลั ก เพื่ อ เป็ น เวที ใ ห้ นั ก วิ จั ย นำเสนอ องค์ ค วามรู้ ค วามเข้ า ใจเกี่ ย วกั บ การเปลี่ ย นแปลงประชากรและ สังคมของเอเชีย ในมิติต่างๆ เช่นประเด็นผู้สูงอายุ อนามัยเจริญ พันธุ์ สุขภาวะทางเพศ สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพ อากาศ การย้ายถิ่นการขยายเขตเมืองและแรงงาน การประชุมวิชาการฯ ครั้งนี้ มีผู้ส่งบทคัดย่อเพื่อให้พิจารณา คัดเลือกเกือบ 1,500 เรื่อง มีบทคัดย่อ 450 เรื่องที่ ได้รับเลือกให้ นำเสนอด้วยวาจา (Oral presentation) และอีก 350 เรือ่ งให้นำเสนอ ด้วยโปสเตอร์ (Poster presentation) มีผู้เข้าร่วมการประชุม จำนวนทั้งสิ้นกว่า 600 คน จาก 50 ประเทศในทุกภูมิภาคของโลก aaaaaaaaa

เสวนาใต้ชายคาประชากร

จั ด กิ จ กรรมเป็ น ประจำทุ ก วั น พุ ธ เวลา 12.30-13.30 น. ที่ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม สนใจกำหนดการเสวนาแต่ละเดือน ดู ที่ www.ipsr.mahidol.ac.th

“The Role of Thai Workers in Taiwan: Changes, Factors and Implications” โดย Ching-lung Tsay, Professor, Institute of Asian Studies, Tamkang University, Tamsui, Taiwan 15 ส.ค. 55 “Reproductive Behaviour and Fertility in China: Past and Present” โดย Zhongwei Zhao, Professor, Australian National University 30 ส.ค. 55 “Child Protection in Thailand; An Exploratory Research on the Societal Issues Concerning Child Protection and the Role of the Government, Analyzed in the Context of Thai Buddhist Culture” โดย Mrs. Esselien de Leeuw Msc Child Care & Protection Board, Utrecht, The Netherlands (Manager of the Quality, Planning & Control Department) 5 ก.ย. 55 “ฐานข้อมูลศูนย์อ้างอิงทางประชากรแห่งประเทศไทย และฐานข้อมูล ข่าวเกี่ยวกับครอบครัว” โดย คุณสรพล ไชยพันธุ์ (กรรมการบริษัท

บิ ทเวย์ จำกัด) 7 ก.ย. 55 “From ‘Contract Workers’ to ‘Immigrant Spouses’: Cases of Thais in Taiwan” โดย Ching-lung Tsay, Professor, Institute of Asian Studies, Tamkang University, Tamsui, Taiwan12 ก.ย. 55 “Kinship Networks of the Thai Elderly in a Rural Area: A Case Study of Nang Rong District, Buriram Province โดย Ms. Jongjit Rittirong 14 ก.ย. 55 “Exploding the Bangladesh paradox: Exceptional Health Achievements Despite Income Poverty” โดย Mushtaque Chowdhury (Ph.D.), Senior Adviser & Associate Director,

The Rockefeller Foundation, Bangkok, Thailand 19 ก.ย. 55 “Medical Tourism in Southeast Asia: Opportunities and Challenges” โดย Assoc.Prof.Dr.Churnrurtai Kanchanachitra 26 ก.ย. 55

aaaaaaaaa

10/ ประชากรและการพัฒนา

อติชาต มณฑาทิพย์

matichat1065@gmail.com

ปีที่ 33 ฉบับที่ 1 v ตุลาคม-พฤศจิกายน 2555 www.ipsr.mahidol.ac.th/newsletter

aaaaaaaaa


ชวนอ่าน

A Situation Analysisผู้เขีonยน อ.ดร.เฉลิ HealthมพลSystem Strengthening for Migrants in Thail a nd แจ่มจันทร์ และ กัญญา อภิพรชัยสกุล หนังสือขนาดพกพาที่น่าอ่านอีกเล่มหนึ่งของสถาบันฯ ซึ่งเป็นผลการศึกษาภายใต้การสนับสนุน จากองค์ ก ารอนามั ย โลกและสหภาพยุ โ รป ผู้ เ ขี ย นได้ ศึ ก ษาระบบสาธารณสุ ข ไทยใน 6 มิ ติ ตาม WHO’s Health System Building Blocks ได้แก่ การจัดให้บริการ ทรัพยากรบุคคล ข้อมูลข่าวสารสุขภาพ การรักษาพยาบาลทางการแพทย์ งบประมาณด้านสุขภาพ และความเป็น ผู้นำและธรรมาภิบาล เพื่อชี้จุดอ่อนหรือช่องว่างของระบบฯ ที่มีต่อแรงงานข้ามชาติที่ทำงานและ สร้างรายได้ ให้กับประเทศไทย ไม่เพียงแต่ชี้จุดอ่อนหรือช่องว่างเท่านั้น ผู้เขียนยังได้เสนอแนวทาง ที่จะทำให้ระบบสาธารณสุขมีความเข้มแข็งขึ้นอีกด้วย ผู้ ที่ ส นใจ สามารถติ ด ต่ อ ได้ ที่ โ ครงการเผยแพร่ ข่ า วสารและการศึ ก ษาด้ า นประชากร สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170 โทร. 02 4410201-4 ต่ อ 100 หรื อ ดาวน์ โหลดหนั ง สื อ ได้ จ ากเว็ บ ไซต์ http://www.ipsr.mahidol.ac.th/ipsr/PublicationBook.aspx?year=2012

สถิติน่ารู้

ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์

patama.vap@mahidol.ac.th

การเกิดจากสตรี ไม่สมรส พ.ศ.2539-2553

จำนวนการเกิดในประเทศไทยช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา มีอยู่ราว 8-9 แสนรายต่อปี ข้อมูลการเกิดเหล่านี้ ไม่สามารถจำแนกได้ ว่าเป็นการเกิดจากสตรีที่มีสถานภาพสมรสอย่างไร สถาบันฯ จึงได้ทำการประมาณการเกิดจากสตรีไม่สมรสเพื่อศึกษาว่ามีมาก น้อยเพียงใดและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง จากการใช้ข้อมูลการสำรวจต่างๆ รวมทั้งสำมะโนประชากร และทะเบียนเกิด ประมาณได้ว่าในช่วง พ.ศ. 2539-2553 การเกิด จากสตรีไม่สมรสมีอยู่ประมาณ 1.5-4 แสนรายต่อปีหรือคิดเป็นร้อยละ 15-40 ของการเกิดทั้งหมด โดยมีลักษณะการเปลี่ยนของ สัดส่วนนี้เป็นรูปคล้ายตัวยู (U) หรือตัววี (V) กล่าวคือ สูงถึง ร้อยละ 36 เมื่อปี 2539 แล้วลดลงเป็นร้อยละ 28 25 15 15 และ 14 ในปี 2540 เรื่อยมาจนถึงปี 2544 ตามลำดับ หลังจากนั้นก็ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง จนถึงร้อยละ42 ในปี 2553 ลักษณะ เปลียนแปลงเช่นนี้อาจเกี่ยวข้องกับรูปแบบการแต่งงานที่เปลี่ยนไปในสังคมไทย ซึ่งจำเป็นต้องมีการศึกษาเพื่อหาคำตอบต่อไป จำนวนและร้อยละของการเกิดจากสตรีไม่สมรส พ.ศ. 2539-255

แหล่ ง ข้ อ มู ล :Vapattanawong, P. 2012. The estimation of nonmarital childbearing in Thailand: pattern and trends during 1996 to 2010. Presentation in the 2 nd Asian Population Association Conference 2012. 26-29 September 2012.

11/ ประชากรและการพัฒนา

ปีที่ 33 ฉบับที่ 1 v ตุลาคม-พฤศจิกายน 2555 www.ipsr.mahidol.ac.th/newsletter


วิส ัยทัศน์: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม เป็นสถาบันชั้นนำในระดับนานาชาติ ที่สรรสร้างวิทยาการด้านประชากรและสังคม เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ข่าวสถาบันฯ

c 16-18 ก.ค. 55 อ.ดร.เฉลิมพล แจ่มจันทร์ เข้าร่วมประชุมในฐานะผู้วิจารณ์ บทความและนำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง Thailand’s Experience of Tracking Migration and Health ในการประชุม “2nd Project Workshop on Migration and Health China” สาธารณรัฐประชาชนจีน c 19-24 ก.ค. 55 Mr.Andy Hall นำเสนอผลงานวิชาการเรื่อง Myanmar and Migrant Workers ในการ ประชุม “Administrative Committee and Protection Committee on the Rights of Workers Meeting” เมียนมาร์ c 21 ส.ค. 55 สถาบันฯ จัดเลี้ยง แสดงความยินดี ให้กับนักศึกษาปริญญาโทหลักสูตรวิจัยประชากรและอนามัย เจริญพันธุ์ (นานาชาติ) รุน่ ที่ 23 เนือ่ งในวาระการสำเร็จการศึกษา ณ ห้องประชุม ราชาวดี (326) สถาบันฯ รูป 1 c 24 ส.ค. 55 ผศ.ดร.พิมลพรรณ อิศรภักดี และคณะ จั ด ประชุ ม วิ ช าการ “The 6 th International Conference on Reproductive Health and Social Science Research” ณ โรงแรมรอยัลซิตี้ กรุ ง เทพฯ c 23-25 ส.ค. 55 สถาบั น ฯ จั ด ประชุ ม “IUSSP-IPSR: International Seminar on Increasing Use of Reproductive Health Services through Community-based and Health Care Financing Programmes: Impact and Sustainability” ณ โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค กรุงเทพฯ รูป 2 c 27-29 ส.ค. 55 รศ.ดร.กุศล สุนทรธาดา รศ.ดร.ปัทมา

ว่าพัฒนวงศ์ อ.ดร.แครี่ ริกเตอร์ นำเสนอผลงานทางวิชาการด้วยวาจา และ อ.ดร.ศุทธิดา ชวนวัน นำเสนอผลงานด้วยโปสเตอร์ ในการประชุมวิชาการ “2nd Asian Population Association Conference 2012” ณ โรงแรม อิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค กรุงเทพฯ c 30 ส.ค-1 ก.ย. 55 ศ.ดร.ปราโมทย์ ประสาทกุล และ รศ.ดร.ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์ เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ “Third Demopaedia Workshop” เพื่อจัดทำพจนานุกรมประชากรศาสตร์ พหุภาษา ณ โรงแรมอิมพีเรียล แม่ปิง จ.เชียงใหม่ c 3-7 ก.ย. 55 รศ.อรทัย อาจอ่ำ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการการทำวิจัยให้กับคณะครูแผนกปิโตรเคมี วิ ท ยาลั ย เทคนิ ค ระยอง ณ ห้ อ งประชุ ม ราชาวดี (326) สถาบั น ฯ รู ป 3 c 10 ก.ย. 55 สถาบันฯ จัดปฐมนิเทศให้กับนักศึกษาปริญญาโทหลักสูตร วิจยั ประชากรและอนามัยเจริญพันธุ์ (นานาชาติ) รุน่ ที่ 24 และนักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรพฤฒิวทิ ยาเชิงประชากรและสังคม (นานาชาติ) รุน่ ที่ 2 ณ ห้องประชุม

ราชาวดี (326) สถาบันฯ รูป 4 c 10-16 ก.ย. 55 รศ.ดร.ชืน่ ฤทัย กาญจนะจิตรา เข้าร่วมประชุมในฐานะบอร์ดผู้บริหาร The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and Malaria ณ สมาพันธรัฐสวิส

รูป 1

รูป 2

รูป 3

รูป 4 ช่วยกันประหยั ดน้ำ “สำนักงานสมัยใหม่ รถ กระดาษ น้ำ โทร ไฟ ใช้ประหยัด”

ชำระค่าฝากส่งเป็นรายเดือน ใบอนุญาตเลขที่ 17/2536 ปณจ.พุทธมณฑล

อภิชาติ จำรัสฤทธิรงค์

รอบบริเวณอาคารประชาสังคมอุดมพัฒน์ ของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม

สถาบันวิจยั ประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170 โทรศัพท์ 0-2441-0201 0-2441-9666 โทรสาร 0-2441-9333 E-mail : directpr@mahidol.ac.th, Website: www.ipsr.mahidol.ac.th ทีป่ รึกษา รศ.ดร.สุรยี พ์ ร พันพึง่ ผูอ้ ำนวยการสถาบันฯ บรรณาธิการ ปราโมทย์ ประสาทกุล ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์ กองบรรณาธิการ กุศล สุนทรธาดา เกรียงศักดิ์

โรจน์ครุ เี สถียร จรัมพร โห้ลำยอง เฉลิมพล แจ่มจันทร์ มนสิการ กาญจนะจิตรา นำพงศ์ ฉิมสุข ภาณี วงษ์เอก โยธิน แสวงดี พอตา บุนยตีรณะ เพ็ญพิมล คงมนต์ วรชัย ทองไทย ศิรนิ นั ท์ กิตติสขุ สถิต

สักกรินทร์ นิยมศิลป์ สุชาดา ทวีสทิ ธิ์ อมรา สุนทรธาดา อภิชาติ จำรัสฤทธิรงค์ อรพินทร์ พิทกั ษ์มหาเกตุ อารี จำปากลาย ฝ่ายศิลป์ สมชาย ทรัพย์ยอดแก้ว จุฑารัตน์ ทรัพย์ยอดแก้ว ฝ่ายสมาชิก

จีรวรรณ หงษ์ทอง ติดต่อสอบถาม โครงการเผยแพร่ข่าวสารและการศึกษาด้านประชากร โทรศัพท์ 0-2441-0201 ต่อ 100 หรือ 0-2441-9666

12/ ประชากรและการพัฒนา

ปีที่ 33 ฉบับที่ 1 v ตุลาคม-พฤศจิกายน 2555 www.ipsr.mahidol.ac.th/newsletter


Population and Development Newsletter