Page 1

วงจรบัญชี “บริษัท เนชั่น เมโทร จำกัด”

โดย นำยชำตเวท ศรีเหนี่ยง

รำยงำนฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของกำรศึกษำตำมหลักสูตรปริญญำบริหำรธุรกิจบัณฑิต (กำรบัญชีบริหำร) คณะวิทยำกำรจัดกำร มหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์ วิทยำเขตศรีรำชำ พ.ศ. 2556


บช.1

ชื่อ-นำมสกุล E-mail โทรศัพท์ ชื่อสถำนที่ประกอบกำร ที่อยู่

: : : : :

นายชาตเวท ศรีเหนี่ยง ชื่อเล่น : เมฆ Imagine2JL@hotmail.com 086-7788237 บริษัท เนชั่น เมโทร จากัด (พิริยะกิจการบัญชี) 2/28 ซอยรามคาแหง118 ถนนรามคาแหง แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

ตำแหน่งงำนที่ฝึกงำน รำยละเอียดงำนที่ทำ

: จัดทาบัญชี : บันทึกบัญชีรายได้, ค่าใช้จ่าย, ขาย, ซื้อ จัดทาโดยใช้โปรแกรม Express ตรวจสอบภาษีซื้อ-ขาย, จัดทาเอกสารใบสาคัญรับ-จ่าย, จัดทาแบบภาษีต่างๆ

ข้อคิดหรือข้อแนะนำสำหรับน้องๆ ได้ประสบการณ์ในการทางานจริง ที่ไม่สามารถหาได้ในห้องเรียน ได้ความรู้ต่างๆจากการลงมือทางานของ จริงทั้งในเรื่องของทางบัญชีและภาษีอากร พี่ๆที่ทางานทุกคนอัธยาศัยดี โดยจะสอนงานก่อนให้ลงมือทาจริง ทาให้ ไม่รู้สึกเครียดหรือกังวลในเวลาทางาน เหมำะสมให้น้องฝึกงำนต่อ

ไม่เหมำะสมให้น้องฝึกงำนต่อ


กิตติกรรมประกำศ รายงานฉบับนี้จัดทาขึ้นเพื่อรายงานประสบการณ์ที่ได้รับในช่วงได้รับการฝึกงาน ซึ่งเป็นการนาความรู้และ ประสบการณ์ที่ได้รับจากการทางานจริง รวมไปถึงงานทีไ่ ด้รับมอบหมายในเรื่องของการจัดทาบัญชีในขั้นตอนต่างๆ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับหลักสูตรบัญชีบริหาร มาทาการเรียบเรียงให้อยู่ในรูปของรายงาน เพื่อให้ง่ายต่อการใช้ ศึกษาหาความรู้สาหรับผู้ที่มีความสนใจ จากการปฏิบัติงานทาให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ถึงขั้นตอนการทางานจริงในสถานการณ์จริง การแก้ปัญหา เฉพาะหน้า ได้พบเจอปัญหาต่างๆในการทางาน ซึ่งต้องนาความรู้ที่ได้เรียน มาประยุกต์ใช้แตกต่างกันไปตามแต่ละ สถานการณ์ โดยต้องใช้ความละเอียด รอบคอบในการทางาน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาอื่นๆที่อาจจะเกิดขึ้นจากความ ประมาท อย่างไรก็ดรี ายงานเล่มนี้ไม่อาจสาเร็จได้หากไม่ได้รับความอนุเคราะห์และสนับสนุนจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง ขอขอบคุณสานักงานพิริยะกิจการบัญชีและบริษัท เนชั่น เมโทร จากัด ที่ให้ความอนุเคราะห์ในการรับ นิสิตฝึกงาน และคอยให้ความรู้ คาปรึกษาในเรื่องของบัญชี การจัดทาเอกสาร รวมไปถึงความรู้ที่สามารถนาไปปรับ ใช้กับชีวิตประจาวันได้ ขอขอบคุณอาจารย์ผู้สอน อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ผู้ดูแลการฝึกงาน รวมไปถึงอาจารย์ในสาขาการบัญชี บริหารและอาจารย์ทุกท่านในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ที่ให้ความรู้ทั้งในเรื่องเกี่ยวกับบัญชี และคอยให้ ค าปรึ ก ษา ให้ ค าแนะน าต่ า งๆและคอยสนั บ สนุ น ให้ นิ สิ ต ได้ มี โ อกาศเข้ า รั บ การฝึ ก งาน เพื่ อ ให้ มี ประสบการณ์และความรู้ที่สามารถนาไปใช้ในการทางานได้ในอนาคต ขอขอบคุณบิดา มารดา รวมถึงญาติพี่น้อง ที่คอยเป็นกาลังใจและให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ตลอดมา และคาแนะนาที่ได้รับทาให้ข้าพเจ้านาไปปรับปรุงแก้ไขในการปฏิบัติงานจริง ขอขอบคุณเพื่อนๆ มิตรสหาย ทุกท่านที่คอยให้กาลังใจ ให้คาแนะนาและให้คาปรึกษา ตลอดจนให้ความ ช่วยเหลือในการทารายงานเล่มนี้จนสาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี นายชาตเวท ศรีเหนี่ยง 16 พฤกษภาคม 2556


คำนำ รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาหลักสูตรปริญญาบริหารธุรกิจบัณฑิต (การบัญชีบริหาร) คณะ วิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ผู้จัดทาได้รวบรวมเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนใน การจัดทาบัญชีและงบการเงินแบบครบวงจร โดยรายงานเล่มนี้จัดทาขึ้นเพื่อส่งเสริม ให้บุคคลผู้ที่มีความสนใจใน เรื่องของการจัดทาบัญชี ทั้งนิสิต นักศึกษาและบุคคลทั่วไป ได้ใช้เพื่อศึกษาหาความรู้ เพิ่มเติมและสามารถเข้าใจ เกี่ยวกับขั้นตอนในการปฏิบัติงานของพนักงานบั ญชี ตั้งแต่ขั้นตอนแรกในการจัดเตรียมเอกสารจนถึงขั้นตอน สุดท้ายคือการออกงบการเงิน นอกจากนี้ยังได้อธิบายถึงเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการใช้จัดทาบัญชี เพื่อช่วยให้ผู้ ที่มีความสนใจ สามารถเข้าใจในเรื่องต่างๆได้มากยิ่งขึ้น โดยผู้จัดทาหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นอีกหนึ่งแหล่งข้อมูลที่ช่วยทาให้นิสิต นักศึกษา ตลอดจนผู้ที่สนใจ ในเรื่องของขั้นตอนการจัดทาบัญชี สามารถเข้าใจมากยิ่งขึ้นหากรายงานฝึกงานเล่มนี้เกิดข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทาต้อง ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

ชาตเวท ศรีเหนี่ยง ผู้จัดทา


สำรบัญ

หน้ำ


1

บทที่ 1 บทนำ ควำมสำคัญของกำรฝึกงำน ในปัจจุบันการศึกษาเปลี่ยนแปลงไปมาก การศึกษาหาความรู้นอกห้องเรียนเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการเรียน พิเศษหรือการฝึกงานก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะทาให้เราประสบความสาเร็จในด้านการเรียน โดยเฉพาะการฝึกงานจะ ทาให้เราได้ประสบการณ์ใหม่ ได้พบเจอกับสถานการณ์จริงที่แตกต่างออกไปจากในห้องเรียน ทาให้เราต้องใช้ ทักษะความรู้ที่เรียนมาแก้ปัญหาต่างๆซึ่งเป็นการฝึกฝนและพัฒนาทักษะต่างๆไปในตัว อีกทั้งยังได้รับความรู้ ความ คิดเห็น การแก้ปัญหาและคาแนะนาจากผู้ดู แลฝึกงานอีกด้วย ซึ่งประสบการณ์ที่ได้รับตอนฝึกงานก็เป็นอีกปัจจัย หนึ่งที่จะทาให้เราประสบความสาเร็จกับหน้าที่และอาชีพการงานในอนาคต โดยเฉพาะอาชีพทางด้านบัญชีที่ต้อง อาศัยประสบการณ์ ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงาน ด้วยความสาคัญของวิชาชีพสอบบัญชีที่ต้องมีความ ละเอียด รอบคอบ ความรู้และความสามารถของตัวผู้สอบบัญชีเองแล้วยังต้องอาศัยคุณธรรม ความซื่อสัตย์ ความ เที่ยงธรรม ความสุจริต จึงต้องมีทักษะความรู้ความสามารถและประสบการณ์ โดยเฉพาะประสบการณ์ด้านการ ทางานในลักษณะการปฏิบัติงานจากเหตุการณ์จริง ซึ่งการจะเป็นนักบัญชีที่เก่งนั้น จะใช้แค่ความรู้ภาคทฤษฎีแต่ เพียงอย่างเดียวไม่ได้ ดังนั้นในช่วงก่อนจบการศึกษาจึงจาเป็นต้องมีการฝึกภาคปฏิบัติให้มากเพียงพอจนสามารถ ปฏิบัติงานในหน้าที่ได้อย่างดี มีความมั่นใจ และเชื่อมั่นในการทางาน โดยส่วนใหญ่จะทาการฝึกงานในช่วงปิดภาค เรียนประมาณสองถึงสามเดือน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่จาเป็นและสาคัญยิ่งเพราะเป็นช่วงสาคัญที่นิสิตจะได้นา ทฤษฏีที่ได้จากการเรียนรู้ในวิชาต่างๆ ไปประยุกต์สู่ภาคปฏิบัติเป็นโอกาสสาคัญที่นิสิตได้ฝึกงานโดยมีคาแนะนา ของนักบัญชีที่ทางานจัดทาและตรวจสอบบัญชีโดยตรง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มทักษะในด้านการทางานเพื่อเตรียมพร้อม ในการทางานจริงในอนาคต


2

วัตถุประสงค์หลักของกำรฝึกงำนและประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับจำกกำรฝึกงำน

1. 2. 3. 4.

5. 6. 7. 8. 9.

ได้ประสบการณ์วิชาชีพทางด้านการจัดทาบัญชีและภาษีอากร ได้ประสบการณ์วิชาชีพทางด้านตรวจสอบบัญชี ได้ประสบการณ์การใช้งานโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี ได้พบเจอปัญหาที่จะเกิดขึ้นในขั้นตอนต่างๆของการทางาน หาแนวทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า จดจาและ นาความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตจริง ทั้งในเรื่องการเรียน การทางาน อีกทั้งสามารถนาความรู้และประสบการณ์ ที่ได้รับจากการฝึกงานมาสอนและแนะนารุ่นน้องได้ พัฒนาทักษะความรู้ในเรื่องบัญชีและภาษีอากร ฝึกการทางานร่วมกับผู้อื่นและฝึกการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้ร่วมงาน ฝึกให้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ต่องานที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้มีความตรงต่อเวลา ให้มีความละเอียด รอบคอบ


3

บทที่ 2 สำนักงำนพิริยะกิจกำรบัญชี และ บริษัท เนชั่น เมโทร จำกัด

สถำนที่ตั้ง 2/28 ซอยรามคาแหง118 ถนนรามคาแหง แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

ประวัติควำมเป็นมำ สำนักงำนพิริยะกิจกำรบัญชี และ บริษัท เนชั่น เมโทร จำกัด ประกอบกิจการสานักงานรับทาบัญชีและตรวจสอบบัญชี มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 โดยใช้ชื่อว่า “สานักงาน พิริยะกิจการบัญชี” ซึ่งในตอนแรกตั้งอยู่ที่ 2859 ถนนรามคาแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ.2536 ได้ทาการย้ายสถานที่ประกอบการไปยังอาคารพาณิชย์ เลขที่ 2/28 ซอยรามคาแหง 118 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร เนื่องจากประสบปัญหาในเรื่องของพื้นที่ ความสะดวกในการ ให้บริการแก่ลูกค้าและการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ยังมี “บริษัท เนชั่น เมโทร จากัด” เปิดให้บริการเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทหนังสือพิมพ์ โดยรับลง โฆษณาและข่าวสารต่างๆ เช่น บอกกล่าวบุคคล, นิติบุคคล ตรงตามรูปแบบที่กฎหมายกาหนดไว้ , การแจ้งให้ชาระ หนี้, แจ้งบังคับจานอง, บอกเลิกสัญญา, เลิกห้างฯ, เลิกบริษัทฯ, เพิ่มทุนและลดทุน, งบการเงินประจาปี, การเชิญ ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญและวิสามัญ โดยให้บริการทั่วประเทศ โดยมีปรัชญาและวิศัยทัศน์ในการทางานคือ “หนังสือพิมพ์รายวันฉบับใหม่ของคนไทย ให้ความรู้ทั่วไป ทั้งด้านกฎหมายและบัญชี เป็นสื่อกลาง รวดเร็ว และ ถูกต้อง”


4

ผังการจัดองค์การและการบริหารจัดการ


5

ผังการจัดองค์การและการบริหารจัดการ ปัจจุบันมี นางสาวนงค์นวล กาปั่นทอง (ประธานบริษัท) และมีนางสาววงศ์ทิพา พิริยะสถิต (รองประธาน บริษัท) ทาหน้าที่บริหารงาน “สานักงานพิริยะกิจการบัญชี” และ “บริษัท เนชั่น เมโทร” โดยมีผู้ตรวจสอบบัญชี 2 คน และพนักงานในการจัดทาบัญชี 4 คน ดังนี้ ผู้ตรวจสอบบัญชี 1. นายสมพงษ์ อยู่นิยม 2. นายสุวรรณชัย มงคลศิริชัยกุล พนักงานจัดทาบัญชี 1. นางสาวสุดาทิพย์ อ่อนเอียด 2. นางสาวสุฎาภรณ์ อุปะกา 3. นางสาววนิดา พรมศร 4. นางสาวอ่อนอนงค์ เรืองเทพ

คำอธิบำยลักษณะงำน ประธานบริษัท กาหนดนโยบายและทิศทางของบริษัท ดูแลงานและติดต่อ ลูกค้าทั้งที่เป็นลูกค้าของ “พิริยะกิจการบัญชี” และที่เป็นลูกค้าของ “บริษัท เนชั่น เมโทร จากัด ” โดยจะเน้น “พิริยะกิจการบัญชี” เป็น หลักนอกจากนี้ยังทาหน้าที่วางแผนและดูแลในเรื่องของรายได้และค่าใช้จ่ายของบริษัท รองประธานบริษัท ดูแลงานและติดต่อลูกค้า รวมไปถึงการดูแลรายได้และค่าใช้จ่ายของบริษัท โดยรอง ประธานจะดูแลเฉพาะในส่วนของ “บริษัท เนชั่น เมโทร จากัด” ผู้ตรวจสอบบัญชี มีหน้าที่ในการปฏิบัติงานตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงินต่างๆ นอกจากนี้ยัง ทา หน้าที่กากับดูแล ช่วยเหลือ ให้คาแนะนา และสอบทานงานของพนักงานผู้จัดทาบัญชี พนักงานจัดทาบัญชี มีหน้าที่จัดเก็บ รวบรวม จาแนกเอกสารต่าง ๆ ทางการเงินของบริษัทลูกค้า และ จัดทาบัญชี รวมไปถึงจัดทาแบบต่างๆในเรื่องของภาษี


6

ผลิตภัณฑ์ของ สำนักงำนพิริยะกิจกำรบัญชี 1. กำรให้คำปรึกษำวำงระบบบัญชี การให้บริการออกแบบระบบเอกสาร การจัดเก็บเอกสารขั้นพื้นฐานให้แก่กิจการ ให้คาแนะนาปรึกษาใน การวางระบบการบัญชี และการควบคุมภายในด้านบัญชี 2. ปรับปรุงระบบและกำรทำบัญชี ให้คาปรึกษาหรือแนะนาในการปรับปรุงและการจัดทาระบบบัญชี เพื่อให้กิจการได้มาในการจัด ระบบ บัญชีอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถควบคุมและตรวจสอบได้โดยง่าย และให้ได้มาซึ่งงบการเงินที่ถูกต้อง 3. รับจัดทำบัญชี จัดทาการบันทึกบัญชีโดยใช้โปรแกรมบัญชีสาเร็จรูป จัดทางบการเงินและรายละเอียดต่างๆที่สามารถ นาไปใช้ประในการบริหารและการตัดสินใจ 4. รับตรวจสอบบัญชี ให้บริการการตรวจสอบบัญชีเพื่อให้มั่นใจได้ว่างบการเงินนั้นถูกต้อง 5. กำรให้คำแนะนำและยื่นแบบเสียภำษีต่ำงๆ - ให้คาปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับภาษี - ให้คาแนะนาการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม – VAT เพื่อให้สอดคล้องกับ กรมสรรพากร - ภาษีเงินได้พนักงานหัก ณ ที่จ่าย (ภงด.1) - ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย (ภงด.3) - ยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย (ภงด.53) - ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) (ภพ.30) - จัดทารายงานภาษีซื้อและรายงานภาษีขาย - จัดทาและยื่นเงินสมทบประกันสังคม - ภาษีเงินได้นิติบุคคลกลางปี(ภงด.51) - ภาษีเงินได้นิติ บุคคลสิ้นปี(ภงด.50) - แบบนาส่งงบการเงินต่อกระทรวงพาณิชย์ (สบช.3) - ภาษีหัก ณ ที่จ่ายพนักงานประจาปี (ภงด.1ก)


7

6. จดทะเบียน - จดทะเบียนบริษัท ห้างหุ้นส่วนจากัด คณะบุคคล และห้างร้านต่างๆ - จดทะเบียนแก้ไขต่างๆ เช่น แก้ไขเปลี่ยนแปลงอานจกรรมการ ย้ายที่ตั้ง กิจการ เพิ่มทุน ลดทุน ฯลฯ - จดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วน-บริษัท และชาระบัญชี - ยื่นขอเลขประจาตัวผู้เสียภาษีอากรของคณะบุคคล, นิติบุคคล - จดทะเบียนเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ

ผลิตภัณฑ์ของบริษัท เนชั่น เมโทร จำกัด รับลงโฆษณำ ประกำศและข่ำวสำรต่ำงๆเกี่ยวกับทำงบัญชีและทำงกฏหมำย เช่น เลิกห้างฯ, เลิกบริษัทฯ, เพิ่มทุนและลดทุน, งบการเงินประจาปี, การเชิญประชุมผู้ถือหุ้นสามัญและ วิสามัญ

กลุ่มลูกค้ำของสำนักงำนพิริยะกิจกำรบัญชีและบริษัท เนชั่น เมโทร จำกัด สานักงานพิริยะกิจการบัญชีและบริษัท เนชั่น เมโทร จากัด ให้บริการกับลูกค้าทั่วไป ทั้งที่เป็น นิติบุคคล บริษัท ห้างหุ้นส่วนไปจนถึงร้านค้าทั่วไป โดยยกตัวอย่างกิจการดังนี้ 1. ห้างหุ้นส่วนจากัด ชาร์ลีส์ ดีไซน์ 2. ห้างหุ้นส่วนจากัด รีเจ้นท์โฮม เฟอร์นิเจอร์ 3. บริษัท ซี-ที แอล คอร์ปอเรชั่น จากัด 4. บริษัท ไวซแมค 82 คอร์ปอเรชั่น จากัด 5. บริษัท เซฟ ไดฟ์ จากัด 6. บริษัท ทอมส์ แฟชั่น จากัด 7. ร้าน ธ.ชัยยนต์ 8. ร้าน ธงชัยผ้าเบรค


8

งำนที่ได้รับมอบหมำย งานที่ได้รับมอบหมายในการทางานอยู่ในส่วนของฝ่ายการจัดทาบัญชี มีหน้าที่ต่างๆดังนี้ 1. การบันทึกข้อมูลรายงานบัญชีสมุดรายวันซื้อ 2. การบันทึกข้อมูลรายงานบัญชีสมุดรายวันขาย 3. การบันทึกข้อมูลรายงานบัญชีสมุดรายวันจ่าย 4. การบันทึกข้อมูลรายงานบัญชีสมุดรายวันรับ 5. คานวณและตรวจสอบความถูกต้องของรายงานบัญชีในสมุดรายวันต่างๆ 6. จัดทารายงานและตรวจสอบภาษีขาย 7. จัดทารายงานและตรวจสอบภาษีซื้อ 8. จัดทาใบสาคัญรับ 9. จัดทาใบสาคัญจ่าย 10. จัดเก็บเอกสาร 11. จัดทาแบบภาษีต่างๆ เช่น ภงด.1 ภงด.3 ภงด.53 ภพ.30

ประโยชน์ที่ได้รับจำกกำรฝึกงำน 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8.

การทางานร่วมกับผู้อื่น ฝึกระเบียบวินัยในการทางาน ฝึกความรับผิดชอบ ได้ประสบการณ์จริงจากการทางาน ได้เรียนรู้การปฏิบัติตัวในขณะฝึกงาน ได้เข้าใจหลักการทางานมากขึ้น ได้ทดลองแก้ไขปัญหาต่างๆของการทางานจริง ได้ฝึกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางบัญชีกับการทางานจริง


9

บทที่ 3 กำรจัดทำบัญชีและงบกำรเงิน ขั้นตอนกำรปฏิบัติงำนในกำรจัดทำบัญชีมีขั้นตอนทั้งหมด 11 ขั้นตอนดังนี้ 1. แบ่งแยกประเภทเอกสำรประกอบบัญชี 2. ตรวจเช็คเอกสำรที่ใช้ในทำงบัญชี 3. บันทึกรำยกำรบนโปรแกรมบัญชี 4. ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 1,3,53 ก่อนวันที่ 7 ของเดือนถัดไป 5. ยื่นแบบ ภ.พ. 30 ก่อนวันที่ 15 ของเดือนถัดไป 6. เช็คแบบภำษียื่นทั้ง 12 เดือน และค่ำใช้จ่ำยอื่นๆ 7. ตรวจดูทรัพย์สินเพื่อนำมำคำนวณค่ำเสื่อมรำคำ 8. ตรวจเช็คลูกหนี้, เจ้ำหนี้คงค้ำง ณ สิ้นงวด 9. ทำกำรขอคำยืนยันยอดจำกธนำคำร 10. ออกงบทดลอง และจัดแฟ้มเอกสำรส่งให้ผู้สอบ 11. ออกงบกำรเงิน


10

1. คัดแยกประเภทของเอกสำรประกอบบัญชี หลังจากที่เราได้รับเอกสารจากลูกค้าแล้ว ในขั้นตอนแรกก่อนที่จะนาเอกสารเหล่านั้นมาใช้บัญทึกบัญชีได้ เราต้องทาการคัดแยกเอกสารที่สามารถใช้บันทึกบัญชีได้และไม่ได้ ก่อน โดยเริ่มจากการตรวจดูว่าชื่อกิจการและที่ อยู่ในเอกสารเหล่านั้นตรงกับ ความเป็นจริงของกิจการนั้นๆหรือเปล่า ซึ่งต้องตรวจดูให้ตรงกับหนังสือรับรองของ บริษัทนั้นๆและต้องเป็นหนังสือรับรองที่เป็นปีปัจจุบัน โดยขอมาจากกรมสรรพากร

รูปตัวอย่ำงหนังสือรับรอง หลังจากที่ได้แยกเอกสารที่สามารถนามาใช้บันทึกบัญชีได้แล้ว สาหรับในขั้นตอนถัดไปเราต้องแยกเอกสาร ประเภทค่าใช้จ่ายต่างๆของกิจการนั้นก่อน โดยแยกออกเป็นค่าใช้จ่ายทั่วไปและต้นทุนของกิจการ


11

ในที่นี่จะยกตัวอย่างกิจการคือ บริษัท ซี -ทีแอล คอร์ปอเรชั่น จากัด ซึ่งเป็นธุรกิจผลิตและจาหน่ายระบบ ไฟฟ้าต่างๆเช่น โคมไฟฟ้า โคมไฟฟ้าฉุกเฉิน ป้ายทางออกฉุกเฉิน ระบบไฟฉุกเฉินชนิดตู้รวม ฯลฯ ภายใต้ เครื่องหมายการค้า MAX BRIGHT-C.E.E. นอกจากนี้ยังนาเข้าแบตเตอรี่ตะกั่วกรดแบบปิดผนึกอีกด้วย

ภำพตัวอย่ำงผลิตภัณฑ์ของ บริษัท ซี-ทีแอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด 2. ตรวจเช็คเอกสำรที่ใช้ในทำงบัญชี


12

เมื่อเราคัดแยกเอกสารค่าใช้จ่ายต่างๆในแต่ละประเภทแล้ว ในขั้นตอนต่อไปเราต้องมาตรวจดูว่าเอกสาร ใดบ้างที่เราสามารถใช้ได้ในทางภาษี โดยผู้ประกอบการที่จดภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นเมื่อได้มีการขายสินค้าหรือให้บริการ กับลูกค้าแล้ว ผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องออกใบกากับภาษีเต็มรูปแบบตามมาตรา 86/4 และสาเนาใบกากับภาษี โดยส่งมอบต้นฉบับใบกากับภาษีให้แก่ผู้ซื้อสินค้า และเก็บสาเนาใบกากับภาษี ไว้เพื่อใช้ลงบันทึกรายงานภาษีขาย และผู้ซื้อสินค้าหรือผู้บริการต้องเก็บต้นฉบับใบกากับภาษีไว้นาไปหักภาษีขายในกิจการของตน โดยลักษณะของ ใบกากับภาษีที่ถูกต้องและสามารถนาเอาภาษีซื้อไปหักกับภาษีขายได้ต้องมีลักษณะหรือต้องมีรายการดังต่อไปนี้ 1. คาว่า “ใบกำกับภำษี” ในที่เห็นเด่นชัด 2. ชื่อและที่อยู่ ของผู้ประกอบการ - “ชื่อ” หมายถึง ชื่อ ผู้ ป ระกอบการตามที่ จ ดทะเบี ยนภาษีมู ล ค่า เพิ่ ม หรือ ชื่อ สถาน ประกอบการ หรือชื่อการค้าของสถานประกอบการตามที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม - “ที่อยู่” หมายถึง ที่ตั้งของสถานประกอบการตามที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีที่ ระบุชื่อสถานประกอบการถูกต้องครบถ้วน ตามที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม 3. ชื่อและที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้า - “ชื่อ” หมายถึง ชื่อผู้ซื้อหรือผู้ประกอบการตามที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ ชื่อ สถานประกอบการ หรือชื่อการค้าของสถานประกอบการตามที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม - “ที่อยู่” หมายถึง ที่ตั้งของสถานประกอบการตามที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีที่ ระบุชื่อสถานประกอบการถูกต้องครบถ้วน ตามที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยต้องระบุที่ตั้ง สถานประกอบการให้ครบถ้วนและชัดเจน 4. เลขใบกากับภาษีหรือเล่มที่ เลขที่ 5. วัน/เดือน/ปี ที่ออกใบกากับภาษี 6. ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณและมูลค่าสินค้าหรือบริการ 7. มูลค่าของสินค้าและบริการที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 8. จานวนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 เปอร์เซ็นต์ 9. จานวนเงินรวม 10. จานวนเงินเป็นตัวอักษร


13

รูปตัวอย่ำงใบกำกับภำษี


14

ลักษณะของใบกากับภาษีดังกล่าวมานั้น ถ้ามีรายการถูกต้องตามที่กล่าวมา บริษัทสามารถนาภาษีซื้อไป หักภาษีขายได้ โดยทางบริษัทจะมีทั้งเอกสารที่เป็นรายจ่ายและเอกสารเป็นรายรับ ในทางบัญชีจะนาเอกสาร ดังกล่าวมาใช้ประกอบการลงบัญชี เพื่อประโยชน์เป็นหลักฐานในการเสียภาษีอากร ซึ่งเอกสารที่ใช้ประกอบการ ลงบัญชีและเป็นหลักฐานในการเสียภาษีอากรมี 2 แบบ 1. เอกสำรรำยจ่ำย ทุกกิจการที่มีการดาเนินธุรกิจจะต้องมีรายจ่าย หรือค่าใช้จ่าย เกิดขึ้นจากการดาเนินกิจการ ซึ่งเมื่อกิจการ ได้มีการจ่ายเงินออกไปจะต้องมีหลักฐานประกอบการจ่ายเงินเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าได้มีการจ่ายเงินจริงๆ ไม่ว่า จะเป็นการจ่ายด้วยเงินสดหรือเป็นการซื้อเงินเชื่อ โดยเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่จัดทาขึ้นโดยบุคคลภายนอกซึ่ง ก็คือผู้ที่ขายสินค้าให้กับเรา ซึง่ จัดทาขึ้นแล้วออกให้กิจการเป็นหลักฐานเมื่อได้มีการซื้อสินค้าหรือบริการ ปัญหาของเอกสารดังกล่าวมักจะเกิดขึ้น บ่อยในการนาเอกสารมาใช้ประกอบการลงบัญชี โดยเราต้องนา เอกสารมาตรวจสอบอีกทีว่ารายจ่ายที่เกิดขึ้นเป็นประจาในการนามาประกอบการลงบัญชีและเป็นเอกสารหลักฐาน ทางภาษีอากรในการเสียภาษีเงินได้หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งผู้จัดทาบัญชี ต้องตรวจสอบอีกทีว่ารายจ่ายที่เกิดขึ้นเป็น ต้นทุนของบริษัทหรือไม่ ถ้าเป็นก็สามารถขอคืนภาษีได้หรือเอาภาษีซื้อไปหักภาษีขาย แต่ถ้าหากไม่ใช่ก็จัดอยู่ใน หมวดของค่าใช้จ่ ายทั้ว ไปทั้งจานวนซึ่งไม่สามารถนามาขอคืนภาษีได้ เนื่องจากเอกสารรายจ่ายที่เป็นต้นฉบับ ใบกากับภาษีไม่มีรายการตามลักษณะที่กล่าวมาของใบกากับภาษี เอกสารรายจ่ายที่ไม่มีรายการตามลักษณะของใบกากับภาษีหรือขอคืนภาษีไม่ได้บรรดาเอกสารรายจ่ายที่ เกิดจากการประกอบธุรกิจมักจะเกิดขึ้นจากการจ่ายค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ที่กิจการได้จ่ายเงินไปเพื่อซื้อสินค้าหรือ บริการจากร้านค้าหรือธุรกิจขนาดเล็กที่มักเป็นธุรกิจที่ขายสินค้าหรือให้บริการกับลูกค้ารายย่อมมักจะไม่ลูกค้าขอ หลั ก ฐานการรั บ เงิ น บิ ล เงิ น สด หรื อ ใบเสร็ จ รั บ เงิ น โดยบิ ล เงิ น สดจะเป็ น รู ป เล่ ม ออกมาจ าหน่ า ยให้ กั บ ผู้ประกอบการรายย่ อมไว้ใช้สาหรับออกให้กับลูกค้า ดังนั้น “บิลเงินสด” ที่กิจการได้รับมาจากการจ่ายค่าใช้จ่าย ออกไปนั้น ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้รับเงิน หรือผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการมีตัวตนจริง อาจะเป็นเอกสารที่ลักลอบ ทาขึ้นมาอย่างผิดๆก็เป็นได้ รวมถึงอาจไม่มีการระบุ ชื่อและที่อยู่ ของผู้จ่ายเงินหรือผู้ซื้อสินค้าทาให้ผู้จัดทาบัญชี ไม่ สามารถจะพิสูจน์ได้ว่า ค่าใช้จ่ายนั้นเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทจริง หรือไม่ โดยในทางบัญชีจะเรียกค่าใช้จ่ายดังกล่าว ว่า “ค่าใช้จ่ายต้องห้าม”


15

ลักษณะใบเสร็จที่เป็นค่ำใช้จ่ำยต้องห้ำม 1. ไม่มีหลักฐานใบกากับภาษี 2. รายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ 3. ภาษีตามใบกากับภาษีอย่างย่อ เป็นต้น โดยปกติแล้วเมื่อมีการทาการค้าขายก็ย่อมต้องมีการขนส่ง การเดินทางเพื่อติดต่อกับลูกค้า บางครั้ง เมื่อ กิจการจาเป็นต้องมีการติดต่อธุรกิจอย่างเร่งรีบ อาจมีความจาเป็นจะต้องเดินทางที่รวดเร็วกว่าปกติ โดยการใช้ ทางด่วนเป็นช่องทางในการเดินทาง ซึ่งปัจจุบันการเดินทางขึ้นทางด่วนจะมีหลักฐานการจ่ายเงินอยู่ 3 วิธีคือ 1. คูปองทางด่วน 2. คูปองแบบเป็นเล่ม 3. บัตรเติมเงิน ในกรณีค่าน้ามันรถยนต์ หากรถยนต์นั้นเป็นของกิจการ ไม่ได้มาจากการเช่าซื้อหรือเป็นการซื้อใน นามของกิจการ เมื่อมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถยนต์นั้นเกิดขึ้นย่อมถือว่าเป็นรายจ่ายของกิจการ ทาให้กิจการ สามารถนาค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นดังกล่าวมารวมคานวณกาไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ซึ่งต้องเป็น รายจ่ายที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการโดยตรงและหากมีภาษีเกิดขึ้นจากค่าใช้จ่ายของรถยนต์ ถือเป็น ค่าใช้จ่ายในการในการคานวณกาไรสุทธิไม่มีสิทธินาไปหักออกจากภาษีขายหรือภาษีซื้อได้ แต่ถ้าหากรถยนต์ นั้นไม่ได้ใช้ในนามของบริษัท ค่าใช้จ่ายนั้นจะไม่สามารถลงเป็นค่าใช้จ่ายหรือขอคืนภาษีได้ โดยใบเสร็จหรือ ใบกากับภาษีต้องระบุชื่อ ที่อยู่ของบริษัท หรือเลขทะเบียนอย่างชัดเจน


16

2. เอกสำรรับ เอกสารที่ใช้ในการประกอบการลงบัญชีของธุรกิจจะประกอบไปด้วย เอกสารบุคคล ภายนอกจัดทาขึ้น เอกสารที่จัดทาบัญชีทาขึ้นโดยผู้มีหน้าที่จัดทาบัญชีออกให้กับบุคคลภายนอก และเอกสารผู้ที่มีหน้าที่จัดทาบัญชี หรือผู้ประกอบการจัดทาขึ้นให้กับบุคคลภายนอกเพื่อเป็นหลักฐาน โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ รายรับหรือรายได้ของกิจการไม่ว่ากิจการจะขายสินค้าหรือให้บริการ กิจการมีหน้าที่ต้องออกเอกสารหลักฐานเป็น บิลขายให้แก่ลูกค้าในกรณีได้รับเงินจากการขานนั้นโดยมีทั้งขายเชื่อและขายสด เป็นเช็ค หน้าที่ของกิจการจะต้อง ออกหลั กฐานเอกสารให้ แก่ลูกค้าในกรณีที่ได้การรับชาระเงินเรียบร้อยแล้ว หรือได้รับช าระหนี้เรียนร้อยแล้ ว เอกสารดังกล่าวมักเรียกว่า 1. 2. 3. 4.

ใบรับเงิน บิลเงินสด ใบเสร็จรับเงิน ใบกากับภาษี

ในกรณี ที่เป็น เอกสารรายรับหรื อบิลขาย ไม่จาเป็นต้องเป็นต้นฉบับใบกากับภาษีก็ได้ โดยอาจจะเป็น สาเนาก็ได้เพราะอย่างไรก็ดเี อกสารดังกล่าวนั้นก็ได้ระบุชื่อและที่อยู่ ของสถานประกอบการอย่างชัดเจนแล้ว


17

3. บันทึกรำยกำรบนโปรแกรมบัญชี หลังจากที่ได้ทาการตรวจเช็คตามขั้นตอนที่ 2 เรียบร้อยแล้ว ผู้ทาบัญชีจะทาการบันทึกข้อมูลรายได้ ค่าใช้จ่ายของบริษัทตามเอกสารที่ได้รับจากลูกค้า โดยบันทึกรายการตามเอกสารบนโปรแกรมสาเร็จรูป ต่างๆ ซึ่งในที่นี้คือโปรแกรม Express แบ่งออกเป็นสมุดรายวันต่างๆกันออกไปเช่น สมุดรายวันรับ สมุด รายวันจ่าย สมุดรายวันซื้อ สมุดรายวันขาย เป็นต้น โดยบางบริษัทอาจจะมีสมุดรายวันอื่นๆเพิ่มเข้ามาเช่น สมุดรายวันจ่ายเงินสด โดยหลังจากที่บันทึกตามเอกสารแล้ว เราจะได้รายงานภาษีซื้อกับรายงานภาษีขาย ออกมา โดยปกติเมื่อผู้จัดทาการบันทึกข้อมูลเสร็จ เรียบร้อยแล้ว ผู้จัดทาจะทาการพิมพ์ รายงานภาษีซื้อ และรายงานภาษีขายออกมา เพื่อทาการตรวจสอบความถูกต้องจากการบันทึกข้อมูลโดยนาใบกากับภาษี ทั้งบิลซื้อและบิลขายมาตรวจเช็คกับรายงานเพื่อความถูกต้อ งและแม่นยาของข้อมูลในงบการเงินที่จะ ออกมา รายการที่จะทาการตรวจสอบมีดังนี้ 1. 2. 3. 4.

วัน เดือน ปี เลขที่/เล่มที่ของใบกากับภาษี เลขที่ออกใหม่โดยผู้จัดทาบัญชี ชื่อบริษัท - โดยถ้าเป็นรายงานภาษีซื้อให้ดูที่ชื่อบริษัทที่ทาการซื้อสินค้าหรือบริการ - ถ้าเป็นรายงานภาษขายให้ดูที่ชื่อบริษัทที่ทาการขายสินค้าหรือบริการ 5. มูลค่าของสินค้าหรือบริการก่อนรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 6. จานวนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม ในกรณีที่มีข้อผิด พลาดเกิดขึ้น เช่น อาจจะเป็นการบันทึกวันที่ผิด บันทึกเลขที่เล่มที่ของใบกากับภาษีผิด หรือการบันทึกภาษีมูลค่าเพิ่มผิด เราต้องทาการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง


18

4. กำรจัดทำและยื่นแบบ ภ.ง.ด. 1,3,53 การดาเนินงานของธุรกิจต้องติดต่อกับคู่ค้าและผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่เสมอ ทาให้ให้เกิดรายการรับและจ่ายเงินที่ ผู้ประกอบการธุร กิจ อาจถูกภาษีหั ก ณ ที่จ่าย และหรือ มีภ าระหน้าที่ในการหั กภาษี ณ ที่จ่ายตามที่ประมวล รัษฎากรกาหนดให้ผู้จ่ายเงินได้บางประเภทมีภาระหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายและ นาส่งภาษีและยังให้ผู้ที่หักภาษี ณ ที่จ่ายดังกล่าวเป็นผู้มีหน้าที่จัดทาบัญชีพิเศษแสดงหักภาษีและนาส่งภาษี ผู้จ่ายเงินที่มีหน้าที่หักภาษีต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และนาส่งภาษีภายใน 7 วัน นับแต่วันที่จ่ายหรือกาหนดเวลาการนาส่งภาษหัก ณ ที่จ่ายภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือน แบบแสดงรายการหักภาษีที่ต้องยื่น พร้อมกับนาส่งภาษี มีดังนี้ 1. ภ.ง.ด.1 คือแบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย ประเภท 40 (1) และ (2) ซึ้งแสดงถึงเงินเดือนค่าตอบ แทน และรับทางาน ที่บริษัทต้องจ่ายให้กับพนักงาน 2. ภ.ง.ด.3 คือแบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายระหว่างนิติบุคคลธรรมดา เนื่องจากกฎหมายภาษีอากร กาหนดให้ผู้รับจ่ายเงินมีหน้าที่หัก ณ ที่จ่าย จากผู้มีเงินได้ (ผู้รับเงิน) เพื่อนาไปยื่นกรมสรรพากร ซึ่งรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่จาเป็นต้องหัก ณ ที่จ่ายมีการหักได้ดังนี้คือ -

ค่าเช่า ค่าจ้างหรือค่าบริการ ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง

5 3 2 1

เปอร์เซ็นต์ เปอร์เซ็นต์ เปอร์เซ็นต์ เปอร์เซ็นต์

3. ภ.ง.ด.53 คือแบบการหัก ณ ที่จ่ายระหว่างนิติบุคคลด้วยกัน ลักษณะและรูปแบบเหมือน ภ.ง.ด.3


19

ภำพตัวอย่ำง ภ.ง.ด.1


20

ภำพตัวอย่ำง ภ.ง.ด.3


21

ภำพตัวอย่ำง ภ.ง.ด.53


22

5. กำรจัดทำและยื่นแบบ ภ.พ. 30 ภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นภาษีทางอ้อมที่กาหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนและผู้ที่ประมวลรัษฎากรกาหนด เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยที่ผู้บริโภคผู้ซื้อสินค้า หรือผู้ รับบริการยังคงเป็นผู้ รับภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม กล่าวคือ ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะเรียกเก็บค่าภาษีมูลค่าเพิ่มจากลูกค้าพร้อมกับค่าสินค้า หรือค่าบริการ ภาษีซื้อ หมายถึง ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนถูกผู้ประกอบการจดทะเบียนรายอื่น เรียกเก็บหรือพึ่งเรียกเก็บซึ่งมิใช่รายการภาษีซื้อต้องห้ามตามใบกากับภาษีที่ได้รับในเดือนภาษีนั้น ภาษีขาย หมายถึง ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บ หรือ เรียกเก็บจากผู้ซื้อ สินค้า หรือผู้รับบริการ รวมทั้งการจาหน่ายถ่ายโอนสินค้าหรือการใช้บริการของตนเองที่ถือว่าเป็นการขายในเดือน ภาษีนั้น กำรคำนวณภำษีมูลค่ำเพิ่ม การคานวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามประมวลรัษฎากร แยกได้ 2 อย่าง ดังนี้ 1. คานวณภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องเรียกเก็บหรือพึ่งเรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้า หรือบริการ “ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องเรียกเก็บหรือพึ่งเรียกเก็บ = ฐานภาษี x อัตราภาษี” 2. การคานวณภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องชาระเป็นรายเดือนภาษี หรือมีสิทธิ ขอรับคืนภาษี หรือขอนาไปเป็นเครดิตภาษีในเดือนถัดไป “ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชาระ หรือ (มีสิทธิได้รับคืน) = ภาษีขาย – ภาษีซื้อ”


23

ภำพตัวอย่ำง ภ.พ.30


24

6. เช็คแบบภำษียื่นทั้ง 12 เดือน และค่ำใช้จ่ำยอื่นๆ หลังจากที่ทาการบันทึกบัญชีและยื่นแบบภาษีทุกเดือนเรียบร้อยครบทั้ง 12 เดือนแล้ว ผู้จัดทาบัญชีจะทา การรวบรวมเอกสารทั้งปีมาตรวจเช็คอีกครั้งกับแบบภาษีที่ยื่นทุกเดือนและเอกสารค่าใช้จ่ายอื่นที่ได้ทาการบันทึก บัญชี เพื่อทาการตรวจเช็คความถูกต้องก่อนที่จะนาไปปิดงบการเงิน ขั้นตอนการตรวจเช็คแบบภาษีทั้ง ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 กับสมุดบัญชีแยกประเภทมีขั้นตอนดังนี้แต่การ บันทึกบัญชีของแบบ ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ในแต่ละบริษัทอาจไม่เหมือนกันโดยจากกรณีที่ผู้จัดทาบัญชีได้บันทึก แบบ ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ไว้ในสมุดบัญชีแยกประเภทเดียวกัน ดังนั้นการตรวจเช็คจึงทาการตรวจว่า รายการ ของวันที่ไหนเป็นรายการในแบบ ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53 และทาการตรวจเช็คว่ารายการในสมุดบัญชีแยกประเภท แต่ละรายการถูกต้องตามแบบที่ยื่นไป 1. นาแบบ ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 มาเรียงลาดับตั้งแต่เดือนที่ 1-12 แต่ละแบบแยกออกจากกัน เพื่อไม่ให้ เป็นการสับสนตอนทาการตรวจเช็ค 2. เริ่มดูแบบตั้งแต่เดือนแรกเรียงกันไปเรื่อย ๆ โดยดูรายการในใบแนบของแบบทั้ง ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ผู้จัดทาบัญชีจะทาการดูรายการในแบบของทั้ง 2 ชนิดคู่กันไปตรวจเช็คกับสมุดบัญชีแยกประเภท และดู ด้วยว่ารายการนี้เป็นรายการ ภ.ง.ด. ใดและทาการเขียนเอาไว้ในสมุดบัญชี แยกประเภท การตรวจเช็คจะ ดูจาก - ชื่อของบุคคลในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดาในแบบ ภ.ง.ด.3 หรือชื่อบริษัทในกรณีนิติบุคคลในแบบ ภ.ง.ด.53 ตรงกับในสมุดบัญชีแยกประเภทหรือไม่ 2.2 ดูวันที่ของการเกิดรายการในแบบของทั้ง 2 ว่าตรงกับในสมุดบันชีแยกประเภทหรือไม่แต่ใน บางกรณีวันที่ ในแบบในสมุดบัญชีแยกประเภทก็ไม่ตรงกันก็ไม่ได้ หมาย ความว่าการบันทึกบัญชี ของผู้จัดทาบัญชีจะผิด - ดูยอดของการหกภาษีหัก ณ ที่จ่าย ว่าในแบบกับในสมุดบัญชีแยกประเภทตรงกันหรือไม่ เมื่อผู้ จักทาบัญชีรู้แล้วว่ารายการไหนไม่ถูกต้องบ้าง ผู้จัดทาบัญชีแก้ไขให้ถูกต้องและเช็คกับบัญชีแยก ประเภทอีกครั้งด้วย 3. ทาแบบนี้ทุกๆ เดือนจนครบ 12 เดือน ถ้าทาการตรวจเช็คแล้วเกิดปัญหาไม่ตรงกันก็ทาการแกไขปรับปรุง โดยยึดแบบภาษีเป็นหลัก ส่วนแบบ ภ.พ.30 เราจะต้องทาการตรวจเช็คทุกเดือนอยู่แล้ว


25

7. ตรวจดูทรัพย์สินเพื่อนำมำคำนวณค่ำเสื่อมรำคำ หลังจากนั้น เราจะต้องมาตรวจดูทรัพย์สินของบริษัทที่เกิดขึ้นระหว่างงวดบัญชี เพราะจะต้องคิดค่าเสื่อมราคา ของสิ น ทรั พย์ และหากบริ ษัทเกิ ดมีสั ญญาที่เกิ ดขึ้นจริง กรณีที่บริ ษัททาสั ญญาซื้ อขายสิ นทรัพ ย์ สั ญ ญาหรื อ หลักฐานต่างๆ ที่บริษัทซื้อขายสินทรัพย์อื่นๆ ก็ได้อาจจะเป็นใบเสร็จรับเงินที่ภายในระบุรายการสินค้า ชนอดสินค้า วันที่ มูลค่าของสินค้า ก็สามารถนามาใช้คิดค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินได้ วิธีการคิดค่าเสื่อราคาของทรัพย์สินในแต่ละบริษัทอาจไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับโยบายของบริษัทหรือความ เหมาะสมของสินทรัพย์นั้น วิธีการคิดค่าเสื่อมราคานั้นมีหลายวิธี ดังนี้ 1. วิธีเส้นตรง 2. วิธีจานวนหน่วยการใช้หรือผลผลิต 3. วิธอี ัตราเร่ง 3.1 วิธีผลรวมจานวนปี 3.2 วิธียอดลดลง 4. วิธีการคิดค่าเสื่อมราคาโดยวิธีพิเศษ 4.1 วิธีประเมินราคา 4.2 วิธีคิดค่าเสื่อมราคาเป็นกลุ่ม 4.3 วิธีจาหน่ายและเปลี่ยนแทน 4.4 วิธีดอกเบี้ยทบต้น


26

8. ตรวจเช็คลูกหนี้, เจ้ำหนี้คงค้ำง ณ สิ้นงวด ในขั้น ตอนถัดไปต้องทาการตรวจสอบลู กหนี้ และ เจ้าหนี้คงค้าง ณ สิ้ นงวดบัญชี ให้ ตรงกับ เอกสารของบริษัท เนื่องจากผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาตจะต้องทาการตรวจสอบลูกหนี้และเจ้าหนี้และ ยืนยันยอดให้ตรงกับเอกสาร การตรวจเช็คยอดลูกนี้และยอดเจ้าหนี้ตงค้างมีวิธีการ ดังนี้ 1. นาเอกสารจาพสกใบแจ้งหนี้/ใบกากับภาษี หรือ ใบส่งสินค้า/ใบกากับภาษี ซึ้งเป็นเอกสารที่ แสดงว่าบริษัทได้ทาการซื้อสินค้าหรือรับบริการแก่ลูกค้าเป็นเงินเชื่อ หรือบริษัทที่เป็นลูกหนี้เป็นเงินเชื่อมา ตรวจเช็คส่วนใหญ่บริษัทที่เป็นลูกหนี้หรือเจ้าหนี้นั้นจะให้เงื่อนไขการชาระเงินไม่เกิน 3 เดือน ดังนั้น ผู้จัดทาบัญชีจ ะคัดแยกเอกสาร เฉพาะเดือน ตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม ออกมาโดยแยกเป็น เดือนๆ 2. เมื่อแยกเอกสารออกเป็นเดือน ๆ แล้วก็ทาการตรวจเช็คว่าวันที่ครบกาหนดชาระ เมื่อไหร่ ถ้า ระยะเวลาครบกาหนดอยู่ใบปีถัดไปแสดงว่าเอกสารใบนี้ต้องทาการเช็คกับสมุดบัญชีแยกประเภทของ ลูกหนี้และเจ้าหนี้ด้วย ถ้าแยกเอกสารใบไหนยังไม่ได้บันทึกหรือมีข้อผิดพลาดก็ทาการแก้ไขต่อไป

9. ทำกำรขอคำยืนยันยอดจำกธนำคำร (Confirm Bank) ผู้จัดทาบัญชีต้องทาการ Confirm Bank หรือยืนยันยอดเงินฝากของธนาคารเงินฝากของบริษัทที่มีการ เปิดบัญชีในนามของบริษัททุกสาขาโดยให้ธนาคารทาการยืนยันยอดคงเหลือ ณ วันสิ้นงวดบัญชีเพื่อให้ผู้สอบบัญชี รับอนุญาตตรวจสอบ นอกจากผู้ จั ดทาบั ญชีจ ะขอคายื น ยันยอด จากธนาคารแล้ว ถ้าในสมุดบัญชีแยกประเภทของเงินฝาก ธนาคารไม่ตรงกับคายืนยันยอดของธนาคารผู้จัดทาบัญชีต้องทาการตรวจเช็คกับ Statement อีกครั้ง


27

10. ออกงบทดลอง และจัดแฟ้มเอกสำรส่งให้ผู้สอบ เมื่อตรวจเช็คเอกสารเสร็จเรียบร้อยแล้วผู้จักทาบัญชีก็จาทางบการเงินก่อนปิดบัญชีและจัดแฟ้มเอกสารที่ ประกอบเพื่อส่งให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทาการตรวจสอบต่อไป แฟ้มเอกสารที่ผู้จัดทาบัญชีจัดทาเพื่อส่งให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจะมีเอกสารประกอบที่แตกต่างกันไป แล้วแต่บริษัท หรือลักษณะของกการประกอบธุรกิจ ดังนั้นแต่ละบริษัทอาจมีเอสารประกอบไปด้วยเอกสารที่ส่วน ใหญ่แล้วทุกบริษัทต้องมีเพื่อส่งให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ดังนี้ 1. งบทดลองแบบเต็ม 2. สาเนางบการเงินปีก่อน 3. สาเนา ภ.ง.ด.50 พร้อมใบเสร็จรับเงินปีก่อน 4. สาเนา ภ.ง.ด.50 พร้อมใบเสร็จรับเงินปีปัจจุบัน 5. หนังสือรับรองบริษัทปีปัจจุบัน 6. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น บอ.จ.5 ปีปัจจุบัน 7. Confirm Bank 8. สาเนา Statement เดือนสุดท้าย 9. รายละเอียดภาษีเงินได้ถูกหัก ณ ที่จ่าย 10. เอกสารสินทรัพย์รายการซื้อสินทรัพย์ 11. สินค้าคงเหลือ ณ สิ้นปี 12. สาเนาแบบภาษี พร้อมใบเสร็จ ทุกแบบภาษี เดือนสุดท้าย โดยเอกสารดังกล่าว จะจัดทาขึ้นมา 2 ชุด โดยชุดแรกให้ผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบ ส่วนอีกชุด ผู้ทาบัญชีเก็บเอาไว้เองโดยเอกสารแต่ละใบมีความละเอียดครบถ้วน


28

11. ออกงบกำรเงิน หลังจากที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ผู้จัดทาบัญชีก็จะทาการออกงบ ซึ่งภายในจะ ประกอบด้วย งบดุล งบกาไรขาดทุน งบแสดงฐานะการเงิน งบกระแสเงินสด รายละเอียด หมายเหตุประกอบการ งบการเงิน และรายงานผู้สอบบัญชีรับอนุญาต โดยในรายงานทุกๆแผ่นนั้น จะมีการเซ็นต์ชื่อกากับของผู้บริหาร บริษัทและรายเซ็นต์ของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทุกแผ่น ซึ่งรายงานนี้จัดทาขึ้นเป็นจานวน ถ ชุด โดยสามชุดจัดทา ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ อีกหนึ่งชุดจัดทาให้ผู้บริหาร และสุดสุดท้ายผู้จัดทาบัญชีเก็บไว้เอง


29

บรรณำนุกรม http://www.autopricesoft.com/Vat1.htm http://buncheekpc.yimzaa.com/generaljournal.htm http://www.suretax-accounting.com http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/nakhonsithamrat/sak_op/banchee/ http://buncheekpc.yimzaa.com/account2.html http://www.rd.go.th/publish/7064.0.html http://www.thaitaxinfo.com/ActivateCodeProgram/ http://www.thaibizcenter.com/KnowledgeCenter.asp?kid=8498


30

ภำคผนวก ข.


31


32


33


34


35


36


37


38

ฝึกงาน  

รายงานฝึกงาน

ฝึกงาน  

รายงานฝึกงาน

Advertisement