Page 1

สารมุสลิมะฮฺ

จดหมายข่าวจากมุสลิมะฮฺถึงพี่น้องร่วมประชาชาติ

ฉบับที่ 2 รอบีอุลเอาวัล

1430 (มีนาคม 2552)

โซมาเลีย : แผ่นดินญิฮาดแห่งแอฟริกา ข่ า วการประกาศใช้ ช ะรี อ ะฮฺ (กฎหมายอิสลาม) ในหลายพื้นที่ของ โซมาเลีย ทำให้ดินแดนแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ ทางตะวันออกของทวีปแอฟริกากำลัง อยู่ในความสนใจของพี่น้องมุสลิมจำ นวนมาก แท้ที่จริงการญิฮาดในโซมา เลียได้ดำเนินมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่หลังจากรัฐบาลโซมาเลียซึ่งไม่สนับ สนุนการใช้กฏหมายของอัลลอฮฺสามารถ ล้มระบบศาลชะรีอะฮฺได้ในปลายปี 2006 ภายใต้การสนับสนุนของกองทัพเอ ธิโอเปีย ข่าวคราวการต่อสู้ของพี่น้องในโซมาเลียก็เงียบหายไป จนกระทั่ง ‘อัช-ชะบ๊าบ’ กลุ่มมุญาฮิดีนที่ทำการต่อสู้เพื่อประกาศใช้กฎหมายของอัลลอฮฺ ได้รบั ชัยชนะนับตัง้ แต่ปี 2007 เรือ่ ยมาจนสามารถประกาศใช้ชะรีอะฮฺในหลาย พืน้ ที่ ทำให้รม่ เงาและการเชิดชูดำรัสของอัลลอฮฺแผ่ขยายครอบคลุมมากยิง่ ขึน้ กระทั่งเมื่อปลายปี 2008 ‘อัช-ชะบ๊าบ’ สามารถขับไล่กองทัพเอธิโอเปียที่พยา ยามเข้ามามีอิทธิพลในดินแดนนี้ออกไปได้ในที่สุด โซมาเลียจึงกลายเป็นแผ่น ดินญิฮาดผืนสำคัญอีกแห่งหนึ่งของอุมมะฮฺนี้ รัฐบาลโซมาเลียได้จัดให้มีการเลือกตั้งในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผลการเลือกตั้งทำให้ชะรีฟ อะหฺหมัดก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของโซ มาเลีย แต่เนื่องจากเบื้องหลังที่เกี่ยวพันกับรัฐบาลเก่าและกองทัพเอธิโอเปีย ตลอดจนอุดมการณ์ของเขาที่ไม่สอดคล้องกับอิสลามอันบริสุทธิ์ ทำให้ประ ธานาธิบดีคนใหม่ของโซมาเลียไม่ได้รับการยอมรับจากลุ่มมุญาฮิดีน สถาน การณ์ขณะนี้จึงยังคงเป็นการต่อสู้ชิงพื้นที่ระหว่างกลุ่มมุญาฮิดีนกับรัฐบาล โดยมีมุญาฮิดีนจากดินแดนอื่น ๆ เริ่มทยอยเดินทางเข้าไปในโซมาเลียผ่าน หลายช่องทาง โดยหวังที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้เพื่อเชิดชูดำรัสของ อัลลอฮฺในสมรภูมิแห่งนี้ ระหว่างการต่อสู้ที่ดำเนินไปอยู่นั้น มุญาฮิดีนแห่งโซมาเลียได้แสดง ให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของนักสู้มุสลิม โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาพวกเขาได้เริ่ม ลงมือทำความสะอาดท้องถนนบางส่วนในกรุงโมกาดิชูเมืองหลวงโซมาเลีย เชคอบูมันซูร หนึ่งในแกนนำของอัช-ชะบ๊าบกล่าวว่า “หากผู้คนเคยเห็นแต่ มุญาฮิดนี แบกอาวุธเดินไปทัว่ ทุกที่ วันนีพ้ วกเขาจะได้เห็นเราแบกขวานเข้าถาง หญ้าเพื่อดำเนินอีกภารกิจในสังคมมุสลิมของเรา...ถ้ามุสลิมต่างช่วยเหลือกัน และกันเพื่อสังคมอิสลามของเรา เราก็จะไม่ต้องพึ่งพาองค์กรความช่วยเหลือ ใด ๆ ของตะวันตกเลย”

มีคำถามเข้ามาพอสมควรเกี่ยวกับชื่อเสียงเรียง นามของเอกสารฉบับนี้ที่ออกจะเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย ไปหน่อย จนมุสลิมีนบางท่านรู้สึกตะขิดตะขวงใจ ทาง คณะผู้จัดทำต้องขอยืนยันว่าเอกสารฉบับนี้สามารถอ่าน ได้ทุกเพศทุกวัยตามที่ประชาสัมพันธ์ไปในฉบับที่แล้ว ว่า “มุสลิมีนอ่านได้ มุสลิมะฮฺอ่านดี” ถึงอย่างนั้นก็คงต้อง ขออธิบายเหตุผลที่เลือกใช้ชื่อแบบนี้ นั่นคือ 1) จุดเริ่มของงานชิ้นนี้มากจากการระดมความ คิดกันในหมูม่ สุ ลิมะฮฺเพือ่ ทีจ่ ะอุดช่องโหว่ในการรับรูข้ า่ ว สารของมุสลิมะฮฺแม่บ้านผู้มีภารกิจติดพันจนยากจะหา เวลาติดตามความเป็นไปของพี่น้องมุสลิม ทั้งที่เราต่างก็ ตระหนักถึงความสำคัญของบทบาทมุสลิมะฮฺที่มีต่อ การเติบโตของประชาชาติอิสลาม ดังนั้น ชื่อนี้จึงมีขึ้น เพื่อเรียกร้องความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายว่า เอกสาร ฉบับนีม้ งุ่ ตรงมาเพือ่ เธอแล้วนะ ช่วยสนใจกันหน่อย ทัง้ ยังช่วยย้ำเตือนผูจ้ ดั ทำถึงเป้าหมายแรกเริม่ ของงานด้วย และ 2) ชือ่ นีจ้ ะช่วยในการทำความเข้าใจโทนของ เนื้อหาที่ถูกนำเสนอซึ่งมีบางส่วนที่ค่อนข้างเจาะจงไป ในเรื่องราวของมุสลิมะฮฺ อาทิคอลัมน์ เธอคือความหวัง (เรือ่ งแปลทีล่ งในหน้าหลัง) เป็นต้น นอกจากนัน้ น้ำหนัก ของภาษาที่ใช้นำเสนอก็อาจไม่ดุดัน เผ็ดร้อน เร้าใจอย่าง ทีใ่ ครบางคนปรารถนา ซึง่ ความเป็นมุสลิมะฮฺของพวกเรา น่าจะช่วยให้ผู้อ่านทำความเข้าใจในประเด็นนี้ได้ นี่เป็น เหตุผลคร่าว ๆ ซึ่งพี่น้องสามารถแสดงความคิดเห็นร่วม กับเราได้อย่างเต็มที่ ในฐานะที่สารฉบับนี้เป็นของเรา ทุก ๆ คน ขอบคุณอัลลอฮฺสำหรับทุกความช่วยเหลือของ พระองค์ทท่ี ำให้เอกสารฉบับนีส้ ามารถเดินทางมาถึงฉบับ ที่ 2 ได้ หากงานชิ้นนี้มีประโยชน์ต่อดีนของพระองค์อยู่ บ้าง ขอพระองค์ทรงรักษางานชิ้นนี้ไว้ และโปรดให้เป้า หมายของงานชิ้นนี้ นั่นคือการสร้างจิตสำนึกแห่งอิสลาม ได้ถูกเพาะหว่านลงบนหัวใจทุก ๆ ดวงของพี่น้องมุสลิม ฺ โปรดอย่าลืมพี่น้องของท่านในดุอาอฺ สารมุสลิมะฮฺ......


ย้อนรอยประวัติศาสตร์ “อิสลามในโซมาเลีย” โซมาเลีย เป็นดินแดนที่มีประชากรเกือบทั้งหมดเป็นมุสลิม อิสลามเข้ามาใน โซมาเลียระหว่าง ค.ศ. 700 - 1200 โดยในช่วง ค.ศ. 900 - 1000 ลัทธิซูฟีได้เริ่มเข้ามา และมีความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นในระหว่างศตวรรษที่ 12 - 13 กลุ่มซูฟีที่สำคัญ ๆ ใน โซมาเลีย ได้แก่ กลุ่มกอดิริยะฮฺ อิดรีซียะฮฺ และซอลิฮียะฮ ช่วงเวลาต่อมาซูฟีมีบทบาท อย่างมากต่อสังคมโซมาเลีย โดยเฉพาะด้านเกษตรกรรม นอกจากนี้ ยังได้เผยแผ่ และ ทำกิจกรรมศาสนากับประชาชน จนกระทั่งปลายศตวรรษที่ 19 ยุคการล่าอาณานิคมของ ตะวันตกได้แผ่ขยายขึ้น พวกซูฟีจึงมีบทบาทในการต่อต้านแนวความคิดและการศึกษา แบบตะวันตกที่เข้ามาแทรกซึมในโซมาเลีย ปี 1969 เกิดการปฏิวัติโดยทหาร หลังจากนั้น หลายองค์กรภาคเอกชนและองค์ กรอิสลามก็ถูกสั่งห้ามไม่ให้ดำเนินกิจกรรมในประเทศ แต่การทำงานของมุสลิมก็ยังก้าว ต่อไปได้ ปี 1970 อุละมาอฺมสุ ลิมได้แสดงจุดยืนในการเผชิญหน้ากับอุดมการณ์สงั คมนิยม ด้วยการสร้างกลุม่ ศึกษาอิสลามทัว่ ทุกมุมของโซมาเลียเพือ่ รณรงค์ให้มกี ารตืน่ ตัวทางศาส นา ภายใต้ชอ่ื องค์กรนักศึกษา “อัลอะฮฺล”ี ขณะทีร่ ฐั บาลพยายามนำเสนอสังคมนิยมแนว วิทยาศาสตร์ (เซคคิวลาร์) ปี 1972 รัฐบาลก็ได้จับกุมผู้นำมุสลิมที่ต่อต้านรัฐบาล และประกาศใช้นโยบายสัง คมนิยมอย่างเข้มงวด ปี 1975 ต้นเดือนมกราคม สภาการปฏิวัติสูงสุดประกาศใช้กฎหมายครอบครัว ใหม่โดยให้สตรีมีสิทธิได้รับมรดกเท่าเทียมกับบุรุษ โดยอ้างว่าเป็นการสนองต่อเจตนา รมณ์ของอัลกุรอานที่ให้สิทธิแก่มุสลิมทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน การกระทำเช่นนี้ชี้ให้เห็น ว่าสภาดังกล่าวต้องการทำลายรากฐานของสังคมอิสลาม การเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล ของมุสลิมส่งผลให้ผู้นำทางศาสนาหลายคนถูกจับตัว บางคนถูกประหาร หลังจากนั้น นักเคลื่อนไหวที่เหลือจำนวนหนึ่งได้อพยพไปยังซูดาน อียิปต์ และ ประเทศในคาบสมุทรอาหรับ และได้เข้ารับการศึกษาอิสลามในมหาวิทยาลัยพร้อมกับ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบรรดาอุละมาอฺและนักฟื้นฟูอิสลามจากทั่วโลก นักเคลื่อน ไหวเหล่านั้นได้นำกลับมาถ่ายทอดให้กับเยาวชนโซมาเลียช่วงปี 1976-1980 ปี 1991 รัฐบาลโซมาเลียหมดอำนาจลง ระบบศาลอิสลามได้กลายเป็นศาลหลัก ในการพิจารณาคดี และยังให้บริการด้านการศึกษาและสาธารณสุขด้วย จากนั้นมา ศาล ชะรีอะฮฺ(กฎหมายอิสลาม)ได้ถูกใช้ในเมืองต่าง ๆ ปี 2000 ได้รวมตัวกันก่อตั้งสหภาพศาลชะรีอะฮฺในโซมาเลีย ซึ่งมีกำลังทหารเป็น ของตนเอง แต่ในปลายเดือนธันวาคม 2006 ก็มีอันต้องปิดตัวลงเนื่องจากแพ้สงคราม จากการรุกรานของรัฐบาลโซมาเลียและเอธิโอเปีย นับตั้งแต่เริ่มมีการใช้กฎหมายอิสลามเป็นต้นมานั้น หลายพื้นที่ทางภาคใต้ของ โซมาเลียและเมืองสำคัญ ๆ เช่น เญาฮัร , กิสมาโย หรือเมืองหลวงอย่างโมกาดิชู ก็ อยู่ภายใต้ชะรีอะฮฺนี้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ประเทศมีความสงบสุขมากที่สุด แม้กระ ........ทั่งบรรดานักคิดชาวตะวันตกก็ยังอธิบายช่วงเวลานี้ว่าเป็น “ยุคทอง” ของโซมาเลีย

คนของประวัติศาสตร์ อัช-ชะบ๊าบ

อัช-ชะบ๊าบ หรือ ฮิซบุชชะบ๊าบ เป็นกลุ่มเยาวชนมุญาฮิดีนที่ต่อสู้เพื่ออิส ลามในโซมาเลีย โดยมีเป้าหมายหลัก คือ นำกฎหมายอิสลามมาใช้ในการเมืองการ ปกครอง สมาชิกในกลุ่มนี้ไม่ได้มีเพียง เยาวชนโซมาเลียเท่านั้น แต่ยังมีเยาวชน ต่างชาติร่วมด้วย โดยเฉพาะในระดับแกน นำกลุ่ม อัช-ชะบ๊าบ เริ่มก่อตัวขึ้นในปี 2004 และมีส่วนในการเคลื่อนไหวเพื่อก่อตั้ง ศาลอิสลาม (ชะรีอะฮฺ) ในโซมาเลียเมื่อปี 2006 แต่หลังจากที่ศาลชะรีอะฮฺถูกโค่น ล้ม พวกเขาก็เริม่ เคลือ่ นไหวมากขึน้ ในทุก รูปแบบจนถูกตราหน้าจากสหรัฐอเมริกา และบางประเทศในยุโรปว่าเป็นองค์กร ก่อการร้าย แต่ทา้ ยทีส่ ดุ แล้ว พวกเขาก็ได้ รั บ ชั ย ชนะในการต่ อ สู ้ ก ั บ รั ฐ บาลมุ น า ฟิกทีเ่ มืองกิสมาโย และยึดเมืองนีไ้ ว้ได้ใน เดือนสิงหาคม 2008 ช่วงปลายปี 2008 มีการประมาณการณ์ว่า อัช-ชะบ๊าบ สา มารถควบคุมพื้นที่ทั้งหมดของภาคใต้ไว้ ได้ยกเว้นบางส่วนของเมืองโมกาดิชูเท่า นั้น พื้นที่ในความควบคุมของอัช-ชะบ๊าบ เวลานี้มีมากกว่าสมัยที่มีการก่อตั้งศาลชะ รีอะฮฺก่อนหน้านี้เสียอีก Sources : www.wikipedia.com www.islamicawakening.com


เบื้องลึก-เบื้องหลังการบอยคอต บริษัท คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค

คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค (Kimberly-Clark) บริษัทเก่าแก่ของสหรัฐอเมริกา อายุกว่า 136 ปี มี ยอดจำหน่ายกว่า 14,000 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ต่อปี จนเป็นผูผ้ ลิตสินค้าอุปโภคในกลุม่ ครัวเรือน และส่วนบุคคลรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา และ เป็นผู้ผลิตกระดาษชำระรายใหญ่เป็นอันดับหนึ่ง ของโลก ภายใต้เครือ่ งหมายการค้าทีเ่ ป็นทีร่ จู้ กั อย่าง ดี อาทิ กระดาษชำระคลีเน็กซ์(Kleenex) สก๊อตต์ (Scott) ผ้าอ้อมสำเร็จรูปฮักกี้ส์ (Huggies) และ ผ้าอนามัยโกเต็กส์ (Kotex) ซึ่งเป็นสินค้าชั้นนำที่ ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 หรือ 2 ในกว่า 80 ประเทศทัว่ โลก วางจำหน่ายมากกว่า 150 ประเทศ มีโรงงานการผลิตอยู่ใน 36 ประเทศ และประเทศ ไทยก็คือหนึ่งในฐานการผลิตถึง 3 โรงงานด้วยกัน

ข่าวสั้น ทันอุมมะฮฺ

• ทารกเกิดใหม่ในฆ็อซซะฮฺ มากกว่าผู้เสียชีวิตกว่าเท่าตัว หนึ่งในความเมตตาอันยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺจาก ควันหลงของเหตุการณ์สังหารหมู่ชาวฆ็อซซะฮฺเมื่อต้นปีที่ ผ่านมา ก็คือการที่พระองค์ได้ทดแทนพี่น้องผู้จากไปของ เราด้วยทารกเกิดใหม่จำนวนมากกว่าเท่าตัว รายงานข่าว ระบุว่าในช่วงเวลา 22 วันที่ยิวเปิดฉากโจมตีฆ็อซซะฮฺ คือ ตั้งแต่ 27 ธันวาคม 2008 - 17 มกราคม 2009 ซึ่งทำให้ มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,314 คน นั้น มีทารกเกิดใหม่ในดินแดน เล็ก ๆ แห่งนี้ถึง 3,700 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าอัตรา การเกิดในช่วงเวลาเดียวกันนี้ของปีก่อน ๆ กว่า 1,000 คน อัลลอฮุอกั บัร นีค่ อื สัญญาณเตือนอันยิง่ ใหญ่ทม่ี ไี ปถึงพวก ยิวและศัตรูของอิสลามทัง้ มวล ว่าพวกเขาไม่สามารถจะ สัง หารบ่าวของอัลลอฮฺให้หมดลงได้ แม้พวกเขาจะวางแผน มากมายก็ตาม แต่อัลลอฮฺทรงวางแผน และแผนของ อัลลอฮฺนั้นย่อมดีเลิศที่สุดเสมอ

ความสัมพันธ์กับอิสราเอล ในปี 1998 นาย Robert P. Van der Merwe ประธานกรรมการบริษัท คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค ยุโรป ได้รับรางวัล “จูบะลี อวอร์ด” จากนาย เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดที่อิสราเอลมอบให้กับ บรรดาบุคคลและองค์กรที่ก่อประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจของอิสราเอล นอกจากนี้บริษัท คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค ยังได้เข้าลงทุนโดยเป็นผู้ถือหุ้น ใหญ่ (50.1%) ในบริษัท Hogla Kimberly ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านสินค้าอุป โภคในอิสราเอล และที่เหลือ 49.9 % ถือหุ้นโดยบริษัท American Israeli Paper Mills Group Sources http://www.inminds.co.uk/boycott-kimberly-clark.html http://www.kimberly-clark.com/investors/annual_reports.aspx http://www.aipm.co.il/hogla.html

• หุบเขาสวาตประกาศใช้ชะรีอะฮฺ

พีน่ อ้ งมุสลิมในหุบเขาสวาต ซึ่งเป็นดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องความ งดงามทางธรรมชาติจนได้รับการ ขนานนามว่า ‘สวิตเซอร์แลนด์ แห่งปากีสถาน’ ได้นำข่าวดีมาสู่ อุมมะฮฺของเรา เมื่อพวกเขาสา มารถประกาศใช้ชะรีอะฮฺได้แล้ว ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มตอลิบัน รัฐบาลของปากีสถานซึ่ง เป็นพันธมิตรของอเมริกาจำเป็นต้องเลือกใช้ไม้อ่อน เนื่องด้วยความบอบช้ำ จากวิกฤติในหลาย ๆ ด้าน พวกเขาจำต้องยอมให้ประชาชนในบริเวณหุบเขา สวาตได้ประกาศใช้ชะรีอะฮฺเพื่อแลกกับการหยุดยิงของตอลิบันในพื้นที่นี้ แม้ว่าเราไม่อาจวางใจในท่าทีของรัฐบาลปากีสถานได้ เนื่องจากลูกพี่ใหญ่ อย่างอเมริกาแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนต่อเรื่องที่เกิดขึ้น แต่การประ กาศใช้ชะรีอะฮฺในครั้งนี้ก็ทำให้ปากีสถานกลายเป็นดินแดนสำคัญที่อุมมะฮฺ ของเราต้องติดตามความเป็นไปอย่างใกล้ชิด


มารดาของชุฮะดาอฺ นับตั้งแต่อเมริกาและพันธมิตรเข้ายึดครองอิรักในเดือน มีนาคม 2003 มีเรื่องราวมากมายจากดินแดนแห่งนี้ที่ควรค่าแก่ การเรียนรู้ของประชาชาติอิสลาม หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องราวของ มารดาอายุ 62 ผู้สูญเสียลูกชาย 3 คนไปในสมรภูมิฟัลลูญะฮฺ ใคร ๆ เรียกขานเธอว่า ‘อุมมุชุฮะดาอฺ’ ‘อุมมุชฮุ ะดาอฺ’ ได้เล่าเรือ่ งราวของเธอให้ฟงั ว่า “ฉันเป็นหญิง ชราชาวฟัลลูญะฮฺทศ่ี รัทธาในอัลลอฮฺ ฉันมีลกู ชาย 3 คนคือ อะหฺมดั มุฮีบ และอุมัร ส่วนลูกสาวคนเดียวของฉัน เธอแต่งงานแล้วไปอยู่ กับสามีทเ่ี มืองอืน่ สามีของฉันซึง่ จากไปเมือ่ สิบปีกอ่ นได้เลีย้ งดูลกู ๆ ของเราให้มีชีวิตที่ผูกพันกับมัสยิดและอิสลามนับตั้งแต่พวกเขา ยังเป็นเด็ก ก่อนที่สมรภูมิในเมืองของเราจะเริ่มดุเดือดขึ้นนั้น ลูกชาย ของฉันพยายามที่จะขอร้องให้ฉันออกจากฟัลลูญะฮฺไปอยู่กับลูก สาวที่ต่างเมือง แต่ฉันปฏิเสธพวกเขาโดยให้เหตุผลว่า อย่างน้อย พวกเขาก็ควรให้โอกาสฉันได้อยู่ทำอาหารเป็นเสบียงให้แก่พวก เขาและเพื่อน ๆ มุญาฮิดีนของพวกเขา ลูกๆ จำต้องยอมตามคำขอ ของฉัน โดยให้ฉันเก็บตัวอยู่ในบ้าน ขณะที่พวกเขาออกไปต่อสู้ใน สมรภูมิที่กำลังดุเดือดขึ้นทุกขณะ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2004 อุมัรได้กลับมาที่บ้านก่อนรุ่ง สางเพื่อขอให้ฉันทำอาหารสำหรับมุญาฮิดีน 40 คน ฉันลงมือทำ ตามคำขอของเขาด้วยความกระตือรือร้น วันต่อมาลูกชายทั้งสาม คนกลับมาบ้านอย่างพร้อมหน้าและอยู่กับฉันจนกระทั่งบ่ายโมง ก่อนออกจากบ้าน พวกเขาได้มาสลามพร้อมหอมหน้าผากและมือ ของฉัน แล้วกล่าวฝากฝังให้ฉันขอดุอาอฺให้แก่พวกเขาและพี่น้อง ในฟัลลูญะฮฺ ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ กลิ่นของพวกเขายังคงติดอยู่ ในความทรงจำของฉันตราบจนวันนี้ ในช่วงท้ายปี 2004 การต่อสูใ้ นแถบนีเ้ ดินทางมาถึงจุดเดือด ท้องฟ้าเต็มไปด้วยควันไฟ ฉันได้ยนิ เสียงร้องด้วยความเจ็บปวด

เธอคือความหวัง และเสียงกล่าวอัลลอฮุอักบัรของมุญาฮิดีนดังอยู่ใกล้ ๆ บ้าน เมือ่ ใดทีส่ น้ิ เสียงการต่อสูป้ ระจัญหน้า ฉันก็จะออกไปยังท้องถนน เพื่อช่วยปฐมพยาบาลมุญาฮิดีนที่บาดเจ็บ วันหนึ่ง ฉันออกไป บนถนนและพบร่างไร้วิญญาณของมุญาฮิดีน 2 คน ฉันได้พา ร่างของพวกเขาไปฝังไว้ในสวนทีบ่ า้ น แล้วจึงออกมายังท้องถนน อีกครั้ง คราวนี้ฉันพบร่างชะฮีดคนที่ 3 ของวันซึ่งทำให้ฉันตัว แข็งทื่อ เขาหน้าตาเหมือนฉันมากเหลือเกิน เมื่อเข้าไปดูใกล้ ๆ ฉันก็รู้ว่า เขาคือมุฮีบ ลูกชายคนกลางของฉัน ฉันนำร่างของมุฮบี กลับมาทีบ่ า้ น และนำศีรษะเขามานอนหนุนตักเหมือนทีเ่ คยทำเมือ่ ครัง้ เขายังเป็นเด็กก่อนจะฝังเขาลงไปในหลุมทีฉ่ นั ขุดเอง น้ำตาฉัน ไหลพรากขณะกล่าวกับร่างของเขาว่า “โอ้ มุฮีบ หลับเสียเถิด พักผ่อนจากโลกนี้เสีย ลูกชนะแล้ว!” รุ่งเช้า มุญาฮิดีนกลุ่มหนึ่งมาที่บ้านของฉันเพื่อแจ้งข่าวว่า ลูกชายของฉันอีกสองคนซึง่ ออกไปสูร้ บในเขตทีไ่ กลออกไปได้เสีย ชีวิตลงแล้วเช่นกัน มุญาฮิดีนกลุ่มนี้พยายามหว่านล้อมให้ฉันเดิน ทางออกจากฟัลลูญะฮฺแต่ฉันปฏิเสธ พวกเขาจึงจากไปโดยกล่าว กับฉันว่า “คุณแม่อาจเสียลูกชายไปถึงสามคน แต่เราทุกคนจะเป็น ลูกชายให้คุณแม่แทน อินชาอัลลอฮฺ ทั้งอะหฺมัด มุฮีบ และอุมัร ล้วนอยู่ในสวนสวรรค์” ฉันพำนักอยู่ในฟัลลูญะฮฺต่อไปจนถึงกลางเดือนมกราคม ปีถดั มา เมือ่ พวกกาชาดสากลเดินทางเข้ามาในเมืองแล้วส่งฉันไป ยังค่ายลี้ภัยนอกเมือง นี่ก็คือเรื่องราวของฉัน และบททดสอบที่ ฉันผ่านมันมาได้ด้วยความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ ฉันได้แต่หวังว่า ฉันน่าจะมีลูกชายมากกว่าสามคนเพื่อที่พวกเขาจะได้ตายในหน ทางของอัลลอฮฺ จะมีอะไรเป็นที่น่าภาคภูมิใจของมารดาคนหนึ่ง มากไปกว่าการได้เป็นมารดาของชุฮะดาอฺ!” [Source : http://d.1asphost.com/TawheedJihad/]

ขอเชิญชวนพี่น้องร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล น.ส. มาลี ชัยมงคล นักศึกษามุสลิมะฮฺชั้นปีที่ 2 คณะคห กรรมศาสตร์ ม.เทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนนจนเกิดอาการเลือดคั่งในสมองหลังจากผ่าตัดไป 2 ครั้งแล้วยังไม่รู้สึกตัว พี่น้องสามารถร่วมบริจาคได้ที่แม่ผู้ป่วย ชื่อบัญชี น.ส ด๊ะ มูฮัมหมัดอาลี เลขที่บัญชี 577-220035-0 ธ.ไทยพาณิชย์ สาขา คลอง 16 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ชมรมมุสลิม ม.เทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี โทร 089-134-3878 พีน่ อ้ งสามารถดาวน์โหลดเอกสารแล้วนำไปเผยแพร่ให้คนใกล้ตวั ได้ท่ี http://sites.google.com/site/risalahmuslimah หรือหากต้อง การให้เราจัดส่งเอกสารฉบับนี้ในรูปไฟล์พีดีเอฟไปยังอี-เมล์ของท่านหรือในรูปเอกสารไปยังบ้านของท่าน สามารถเขียนอี-เมล์เอดเดรสหรือ ที่อยู่ของท่านมาที่ risalah.muslimah@gmail.com หรือที่ ‘ฝ่ายสมาชิกสารมุสลิมะฮฺ’ 32/12 หมู่บ้านเปี่ยมสุข หมู่ 3 ซ.พิบูลสงคราม 2 ถ.พิบูลสงคราม ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้หากมีข้อแนะนำ-ติชมเสนอแนะประการใด สามารถแจ้งมายังเราได้ ทางอี-เมล์ข้างต้นด้วยความยินดีและรอคอย

RisalatulmuslimahVol2  

ฉบับที่ 2 รอบีอุลเอาวัล 1430 (มีนาคม 2552) จดหมายข่ า วจากมุ ส ลิ ม ะฮฺ ถ ึ ง พี ่ น ้ อ งร่ ว มประชาชาติ “อิสลามในโซมาเลีย” ย้ อ นรอยประวั...