Page 1

ข้อสอบ พระราชบัญญัติการศึกษา 2542 / 2545 นายอดิเทพ เหล่าทองสาร ผูอ้ าำ นวยการโรงเรี ยนบ้านคลองนกกระทุง ............................. 1. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พศ. 2542 ประกาศใช้ ก. 17 ส.ค. 42 ข. 18 ส.ค. 42 ค. 19 ส.ค. 42 ง. 20 ส.ค. 42 2. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พศ. 2542 มีผลบังคับใช้ ก. 17 ส.ค. 42 ข. 18 ส.ค. 42 ค. 19 ส.ค. 42 ง. 20 ส.ค. 42 3. . พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พศ. 2545 ประกาศใช้ ก. 17 ธ.ค. 45 ข. 18 ธ.ค. 45 ค. 19 ธ.ค. 45 ง. 20 ธ.ค. 45 4. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พศ. 2545 มีผลบังคับใช้ ก. 17 ธ.ค. 45 ข. 18 ธ.ค. 45 ค. 19 ธ.ค. 45 ง. 20 ธ.ค. 45 5. พรบ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มีกี่หมวดกี่มาตรา ก. 9 หมวด 78 มาตรา ข. 9 หมวด 79 มาตรา ค. 9 หมวด 80 มาตรา ง. 9 หมวด 81 มาตรา 6. ข้อใดคือชื่อของหมวดที่ 6 ได้ถูกต้อง ก. มาตรฐานและระบบประกันคุณภาพการศึกษา ข. ระบบประกันคุณภาพการศึกษา ค. การประกันคุณภาพการศึกษา ง. มาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา 7. เหตุผลใดที่ตอ้ งประกาศใช้ พรบ. การศึกษาแห่ งชาติ พ.ศ. 2542 ก. รัฐธรรมนูญ 40 กำาหนดให้ รัฐต้ องจัดการศึกษาอบรม ข. แผนการศึกษาแห่งชาติกาำ หนดให้รัฐต้องจัดการศึกษาอบรม ค. นโยบายรัฐบาลกำาหนดให้มี พรบ. เกี่ยวกับการจัดการศึกษาที่ชดั เจน ง. การปฏิรูปการศึกษา 8. เหตุผลใดที่ตอ้ งประกาศใช้ พรบ. การศึกษาแห่ งชาติ พ.ศ. 2545 ก. รัฐบาลมีนโยบายปฏิรูประบบราชการให้ แยกภารกิจงานด้ านศิลปะวัฒนธรรม ข. พรบ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 42 กำาหนดไว้ในบทเฉพาะกาล ค. การเปลี่ยนชื่อกระทรวงศึกษาธิ การ ง. ตามนโยบายของรัฐบาลทักษินที่ทาำ เวิร์คชอฟ 9. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ใครเป็ นผูร้ ับสนองพระบรมราชโองการ ก. นายบรรหาร ข. นายชวน ค. พลเอก ชวลิต ง. พ.ต.ท. ทักษิน 10. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ใครเป็ นผูร้ ับสนองพระบรมราชโองการ ก. นายบรรหาร ข. นายชวน ค. พลเอก ชวลิต ง. พ.ต.ท. ทักษิณ 11. บรรดาบทกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ และคำาสัง่ อื่นๆ ในส่ วนที่บญั ญัติไว้ใน พรบ.นี้ หรื อซึ่งขัด หรื อแย้งกับบทบัญญัติแห่ง พรบ.นี้ ข้อใดถูกต้อง ก. ใช้กฎหมายการศึกษาก่อนหน้านี้โดยอนุโลม ข. ให้ ใช้ พระราชบัญญัตนิ ีแ้ ทน


ค. ให้รัฐมนตรี รักษาการวินิจฉัยตีความ ง. ให้ออกกฎระเบียบข้อบังคับใช้ภายใน 1 ปี 12. บุคลากรวิชาชีพที่ทาำ หน้าที่หลักในการเรี ยนการสอน ก.ครู ข. คณาจารย์ ค. บุคลากรทางการศึกษา ง. ศึกษานิเทศก์ ๒ บุคลากรที่ทาำ หน้าที่สอนและวิจยั ก.ครู ข. คณาจารย์ ค. บุคลากรทางการศึกษา ง. ศึกษานิเทศก์ 13. กระบวนการเรี ยนรู้เพื่อความเจริ ญงอกงามของบุคคลและสังคมโดยการถ่ายทอดความรู ้ การฝึ ก การอบรม การ สื บสานทางวัฒนธรรม การรังสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู ้ฯ คือความหมายข้อใด ก. การเรี ยนรู้ ข. การจัดการเรี ยนรู้ ค. การศึกษา ง. การจัดการศึกษา 14. การศึกษาขั้นพื้นฐานตาม พรบ.นี้ หมายถึงข้อใด ก. ภาคบังคับ – ม.ปลาย ข. ปฐมวัย ประถม มัธยม ำ าปริ ญญา ค. การศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา ง. การศึกษาต่ากว่ 15. การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เป็ นความหมายของการจัดการศึกษารู ปแบบใด ก. การศึกษาตลอดชีวติ ข. การศึกษานอกระบบ ค. การศึกษาตามอัธยาศัย ง. การศึกษาโดยสถานประกอบการ 16. ข้อใดคือความหมายของมาตรฐานการศึกษาที่ถูกต้องที่สุด ก. ข้อกำาหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพและมาตรฐานที่ตอ้ งการ ข. ข้อกำาหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณลักษณะที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ตอ้ งการ ค. ข้อกำาหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพที่พึงประสงค์และสรรถนะที่ตอ้ งการ ง. ข้ อกำาหนดเกีย่ วกับคุณลักษณะ คุณภาพที่พงึ ประสงค์ และมาตรฐานที่ต้องการ 17. การประกันคุณภาพภายใน ข้อใดให้ความหมายได้ถูกต้องที่สุด ก. การติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาจากภายใน ข.การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาจากภายใน ค. การประเมินผลติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาจากภายใน ง. การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพจากภายใน 18. การประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาใครเป็ นผูจ้ ดั ทำา ก. บุคลากรของสถานศึกษาหรือหน่ วยงานต้ นสั งกัด ข. ผูบ้ ริ หารสถานศึกษาหรื อหน่วยงานต้นสังกัด ค. หน่วยงานต้นสังกัด ง. สถานศึกษา 19. สมศ. ข้อใดเขียนคำาเต็มได้ถูกต้องที่สุด ก. สำานักงานรับรองมาตรฐานการศึกษาและประเมินคุณภาพการศึกษา ข. สำานักงานรับรองมาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษา ค. สำานักงานรับรองและประเมินคุณภาพการศึกษา ง. สำ านักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา


20. ข้อใดคือความหมายของ “ผูส้ อน” ได้ถูกต้อง ก. ครู ในสถานศึกษาระดับต่างๆ ข. ครู และอาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่างๆ ค. ครู และคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่ างๆ ง. ครู และคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่างๆของรัฐและเอกชน 21. ข้อใดคือความหมายของ “ครู ” ได้ถูกต้องที่สุด ก. บุคลากรที่ทาำ หน้าที่สอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ข. บุคลากรที่ทาำ หน้าทีหลักด้านการเรี ยนการสอนและส่ งเสริ มการเรี ยนฯของรัฐและเอกชน ค. บุคลากรวิชาชีพที่ทาำ หน้าทีหลักด้านการเรี ยนการสอนและส่ งเสริ มการเรี ยนฯ ง. บุคลากรวิชาชีพที่ทำาหน้ าทีหลักด้ านการเรียนการสอนและส่ งเสริมการเรียนฯของรัฐและเอกชน 22. ข้อใดไม่ได้เป็ นบุคลากรวิชาชีพ ก. ครู ข. คณาจารย์ ค. ผูบ้ ริ หารการศึกษา ง. ข้อ ข กับ ข้อ ค 23. ข้อใดคือความหมายของ “ผูบ้ ริ หารสถานศึกษา” ได้ถูกต้อง ก. ผูอ้ าำ นวยการโรงเรี ยนและรองผูอ้ าำ นวยการโรงเรี ยน ข. บุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริหารสถานศึกษาแต่ ละแห่ งทั้งของรัฐและเอกชน ค. วิชาชีพที่รับผิดชอบการบริ หารสถานศึกษาแต่ละแห่ งทั้งของรัฐและเอกชน ง. บุคลากรที่รับผิดชอบการบริ หารสถานศึกษาแต่ละแห่ งทั้งของรัฐและเอกชน 24. ผูบ้ ริ หารการศึกษา หมายถึงข้อใด ก. บุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริหารการศึกษานอกสถานศึกษาตั้งแต่ ระดับเขตพืน้ ที่ฯขึน้ ไป ข. ผูอ้ าำ นวยการ และรองผูอ้ าำ นวยการ สำานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ค. บุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริ หารการศึกษานอกสถานศึกษาระดับเขตพื้นที่ ง. บุคลากรที่รับผิดชอบการบริ หารการศึกษานอกสถานศึกษาตั้งแต่ระดับเขตพื้นที่ฯขึ้นไป 25. บุคลากรทางการศึกษา หมายถึงข้อใด ก. ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ผู้สนับสนุนการศึกษา ข. ครู ผูบ้ ริ หารสถานศึกษา ผูบ้ ริ หารการศึกษา ค. ผูบ้ ริ หารสถานศึกษา ผูบ้ ริ หารการศึกษา ศึกษานิเทศก์ ง. ผูบ้ ริ หารสถานศึกษา ผูบ้ ริ หารการศึกษา บุคลากรทางการศึกษาอื่น 26. กระทรวงหมายถึง ก. กระทรวงการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ข. กระทรวงศึกษาธิการ ง. กระทรวงการศึกษาธิการ ค. ข้อ ก. และข้อ ข. ถูก 27. ใครเป็ นผูร้ ักษาการของ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ก. รัฐมนตรี ข. เลขาธิ การ สพฐ. ค. เลขาธิการสภาการศึกษา ง. ปลัดกระทรวง 28. อำานาจของรัฐมนตรี ตาม พรบ.นี้ ก. ออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศ ข. ออก ระเบียบและประกาศ


ค. ออกคำาสัง่ ระเบียบและประกาศ ง. ออกพระราชบัญญัติ ระเบียบและข้อบังคับ 29. กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศ ใช้ได้เมื่อใด ก. เมื่อได้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ ว ข. เมื่อถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ค. เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว ง. เมื่อได้รับการวินิจฉัย ตีความแล้ว 30. มาตราใดที่กล่าวถึงความมุ่งหมายของการจัดการศึกษา ก. มาตรา 5 ข. มาตรา 6 ค. มาตรา 7 ง. มาตรา 8 31. ข้อใดคือความมุ่งหมายของการจัดการศึกษาที่ถูกต้อง ก. การจัดการศึกษาต้องเพื่อพัฒนาคนไทยให้ เก่ง ดี และมีความสุ ข ข. การศึกษาต้องเป็ นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็ นคนดี มีคุณธรรม ดำารงชีวิตอย่างมีสุข ค. การจัดการศึกษาต้ องเป็ นไปเพือ่ พัฒนาคนไทยให้ เป็ นมนุษย์ ที่สมบูรณ์ ฯ ง. การจัดการศึกษาต้องเป็ นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็ นคนฉลาด คุณธรรม ทันต่อโลก 32. มนุษย์ที่สมบูรณ์ คือสมบูรณ์ตามข้อใด ก. ร่ างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม ข. ร่ างกาย จิตใจ สติปัญญา ค.ร่ างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรม และวัฒนธรรมในการดำารงชีวติ ร่ วมกับผู้อนื่ ได้ อย่ างมีความสุ ข ง. ร่ างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริ ยธรรม และวัฒนธรรม 33. ข้อใดควรปลูกฝังในกระบวนการเรี ยนรู้ ก. ความคิดที่ถูกต้อง ข. ทัศนคติที่ถูกต้อง ค. จิตสำ านึกที่ถูกต้ อง ง. กระบวนการคิดที่ถูกต้อง 34. การจัดการศึกษาของไทยให้ยดึ หลักกี่ขอ้ ก. 3 ข. 5 ค. 6 ง. 9 35. ข้อใดไม่ใช่หลักการจัดการศึกษา ก. เป็ นการศึกษาตลอดชีวิตสำาหรับประชาชน ข. ให้สงั คมมีส่วนร่ วมในการจัดการศึกษา ค. การพัฒนาสาระกระบวนการเรี ยนรู้ให้เป็ นไปอย่างต่อเนื่อง ง. ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่ าง ๆ มาใช้ จดั การศึกษา 36. การจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษาให้ยดึ หลักกี่ขอ้ ก. 4 ข้อ ข. 6 ข้อ ค. 9 ข้อ ง. 11 ข้อ 37. จากข้อ 58 ข้อใดไม่ใช่การจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา ก. มีเอกภาพด้านนโยบายและหลากหลายการปฏิบตั ิ ข. มีการกระจายอำานาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา ค. มีการกำาหนดมาตรฐานการศึกษา ง. ให้ สังคมมีส่วนร่ วมในการจัดการศึกษา 38. การจัดการศึกษาให้กระทรวงกระจายอำานาจในการจัด การกระจายอำานาจการจัดต้องกระจายไปที่ขอ้ ใด ก. เขตพืน้ ที่ฯ สถานศึกษา องค์ กรปกครองส่ วนท้ องถิน่ ข. เขตพื้นที่ฯ คณะกรรมการเขตพื้นที่ สถานศึกษา ค. เขตพื้นที่ฯ คณะกรรมการเขตพื้นที่ คณะกรรมการสถานศึกษา ง. เขตพื้นที่ฯ สถานศึกษา


39. ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดสำาหรับการจัดการศึกษาสำาหรับคนพิการ ก. ตั้งแต่แรกเกิดหรื อพบความพิการ ข. ตั้งแต่ แรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม่ เสี ยค่ าใช้ จ่าย ค. ตั้งแต่แรกเกิดหรื อพบความพิการและจัดสิ่ งอำานวยความสะดวกให้ ง. ตั้งแต่แรกเกิดหรื อพบความพิการตามศักยภาพของแต่ละคน 40. ข้อใดกล่าวถูกต้องสำาหรับการจัดการศึกษาสำาหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ ก. ต้ องจัดในรู ปแบบทีเ่ หมาะสมโดยคำานึงถึงความสามารถของบุคคลนั้น ข. ต้องจัดในรู ปแบบที่เหมาะสมโดยคำานึงถึงศักยภาพของบุคคลนั้น ค. ต้องจัดในรู ปแบบที่เหมาะสมโดยคำานึงถึงความต้องการของบุคคลนั้น ง. ต้องจัดในรู ปแบบที่เหมาะสมโดยคำานึงถึงความพร้อมของบุคคลนั้น 41. บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการมีสิทธิ ในการ จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานแต่ท้ งั นี้ตอ้ งเป็ นไปตามข้อใด ก. ประกาศกระทรวง ข. กฎกระทรวง ค. ข้อบังคับกระทรวง ง. ระเบียบกระทรวง 42. บิดา มารดา หรื อผูป้ กครอง มีสิทธิได้รับสิ ทธิ ประโยชน์ ก. การสนับสนุนจากรัฐ ข. เงินอุดหนุนจากรัฐ ค. การลดหย่อนหรื อยกเว้นภาษี ง. ถูกทุกข้อ 43. ระบบการศึกษามีกี่รูปแบบ ก. ๑ รู ปแบบ ข. ๒ รู ปแบบ ค. ๓ รู ปแบบ ง. ๔ รู ปแบบ 44. ข้อใดไม่ใช่รูปแบบของการศึกษา ก. การศึกษาในระบบ ข. การศึกษานอกระบบ ค. การศึกษาตามอัธยาศัย ง. การศึกษาตลอดชีวติ ๒. การศึกษาที่มีจุดมุ่งหมาย วิธีศึกษา ระยะเวลา การประเมินผล เป็ นเงื่อนไขสำาเร็ จการศึกษาที่แน่นอน เป็ นระบบ การศึกษารู ปแบบใด ก. การศึกษาในระบบ ข. การศึกษานอกระบบ ค. การศึกษาตามอัธยาศัย ง. การศึกษาตลอดชีวิต 45. ระบบการศึกษาที่เรี ยนรู้ดว้ ยตนเองตามโอกาสและความสนใจ เป็ นระบบการศึกษารู ปแบบใด ก. การศึกษาในระบบ ข. การศึกษานอกระบบ ค. การศึกษาตามอัธยาศัย ง. การศึกษาตลอดชีวิต 46. ระบบการศึกษาที่มีความยืดหยุน่ เนื้อหาของหลักสูตรเหมาะกับสภาพปั ญหาและความต้องการ เป็ นระบบการ ศึกษารู ปแบบใด ก. การศึกษาในระบบ ข. การศึกษานอกระบบ ค. การศึกษาตามอัธยาศัย ง. การศึกษาตลอดชีวิต 47. สถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาในรู ปแบบใดได้ ก. การศึกษาในระบบ ข. การศึกษานอกระบบ ค. การศึกษาตามอัธยาศัย ง. ได้ ท้งั ก. ข. และ ค.


48. การเทียบโอนความรู้ของรู ปแบบการศึกษาข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง ก. เทียบได้ในรู ปแบบการศึกษาเดียวกันเท่านั้นไม่ขา้ มรู ปแบบ ข. การศึกษาในระบบเดียวเท่านั้นที่หา้ มเทียบกับรู ปแบบอื่น รู ปแบบที่เหลือเทียบกันได้ ค. เทียบได้ ทุกรู ปแบบ ง. ไม่มีขอ้ ถูก 49. การศึกษามีกี่ระดับ ก. ๒ ระดับ ข. ๓ ระดับ ค. ๔ ระดับ ง. ๕ ระดับ 50. ระดับการศึกษาที่ถูกต้อง ก. การศึกษาขั้นพืน้ ฐาน และระดับอุดมศึกษา ข. การศึกษาภาคบังคับ และขั้นพื้นฐาน ำ าปริ ญญา ค. การศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาต่ากว่ ง. การศึกษาประถม มัธยม อาชีว และปริ ญญา 51. การศึกษาระดับอุดมศึกษาแบ่งออกเป็ นกี่ระดับ ก. ๑ ข. ๒ ค. ๓ ง. ๔ 52. ข้อใดคือระดับของการศึกษาอุดมศึกษาที่ถูกต้อง ก. อนุปริ ญญา – ปริ ญญา ข. ต่ำ ากว่ าปริญญา – ปริญญา ค. ปริ ญญาตรี – ปริ ญญาโท ง. ปริ ญญาตรี - สูงกว่าปริ ญญาตรี 53. ข้อใดคือเด็กที่มีอายุอยูใ่ นการศึกษาภาคบังคับ ก. อายุยา่ งเข้าปี ที่หา้ ถึง ย่างเข้าปี ที่สิบห้า ข. อายุยา่ งเข้าปี ที่หก ถึง ย่างเข้าปี ที่สิบหก ค. อายุย่างเข้าปี ที่เจ็ด ถึง ย่างเข้าปี ที่สิบหก ง. อายุยา่ งเข้าปี ที่เจ็ด ถึง ย่างเข้าปี ที่สิบห้า 54. การแบ่งระดับหรื อการเทียบระดับการศึกษานอกระบบหรื อการศึกษาตามอัธยาศัยให้เป็ นไปตามข้อใด ก. ประกาศกระทรวง ข. กฎกระทรวง ค. ข้อบังคับกระทรวง ง. ระเบียบกระทรวง 55. การจัดการศึกษาของสถานศึกษายึดข้อใดเป็ นสำาคัญที่สุด ก. ผู้เรียนสำาคัญที่สุด ข. มาตรฐานการศึกษาสำาคัญที่สุด ค. แผนการจัดการเรี ยนรู้ของครู สาำ คัญที่สุด ง. การบริ หารจัดการสำาคัญที่สุด 56. กระบวนการจัดการศึกษา ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง ก. ต้ องส่ งเสริมให้ ผ้เู รียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ข. ต้องส่งเสริ มให้ผเู้ รี ยนสามารถพัฒนาตามความสามารถและเต็มความสามารถ ค. ต้องส่งเสริ มให้ผเู้ รี ยนสามารถพัฒนาตามศักยภาพและเต็มตามธรรมชาติ ง. ต้องส่ งเสริ มให้ผเู้ รี ยนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติ 57. การจัดการศึกษาต้องเน้นให้ความสำาคัญ ข้อใดไม่ใช่ขอ้ สำาคัญที่ตอ้ งเน้นในการจัดการศึกษา ก. ความรู้คู่คุณธรรม ข. กิจกรรมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ค. กระบวนการเรี ยนรู้ ง. บูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับ 58. รู ปแบบการศึกษาใดที่ตอ้ งเน้นให้ความสำาคัญในการจัดการศึกษาตามข้อ 57 ก. ในระบบ ข. นอกระบบ ค. ตามอัธยาศัย ง. ทั้งสามข้ อถูกต้ อง


59. การบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษาเรื่ องใดที่ตอ้ งบูรณาการ ก. ตนเอง และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ข. ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม กีฬา ภูมิปัญญาไทย ค. ทักษะคณิตและภาษาไทย และทักษะการประกอบอาชีพ ง. ถูกทุกข้ อ 60. การบูรณาการของวิชาภาษาไทยเน้นในข้อใด ก. ไวยากรณ์ที่ถูกต้อง ข. การสื่ อความหมายที่ถูกต้อง ค. การเขียน การสื่ อความ ไวยากรณ์ที่ถูกต้อง ง. การใช้ ภาษาไทยที่ถูกต้ อง 61. ข้อใดที่สถานศึกษาต้องยึดเป็ นแนวปฏิบตั ิในการจัดกระบวนการเรี ยนรู ้ ก. มาตรา 22 ข. มาตรา 23 ค. มาตรา 24 ง. มาตรา 25 62. การจัดกระบวนการเรี ยนรู้ ต้องยึดแนวการดำาเนินการกี่ขอ้ ก. 5 ข. 6 ค. 7 ง. 8 63. “การจัดกระบวนการเรี ยนรู้” ข้อใดจัดได้ถูกที่สุด ก. สอดคล้องความสนใจความถนัด/ทักษะกระบวนการคิดการเผชิญสถานการณ์ / ได้ เรียนรู้ ประสบการณ์ จริง / ผสมผสานความรู้ ด้านต่ างๆอย่างสมดุล/ จัดบรรยากาศ สภาพแวดล้ อม สื่ อ /การเรียนรู้ เกิดได้ ทุกเวลาทุกสถาน ที่ ข. สอดคล้องความสนใจ/ทักษะกระบวนการคิดการเผชิญสถานการณ์/ ได้เรี ยนรู ้ประสบการณ์จริ ง / ผสม ผสานความรู ้ดา้ นต่างๆอย่างสมดุล/ จัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่ อ การเรี ยนรู ้เกิดได้ทุกเวลาทุกสถานที่ ค. สอดคล้องความสนใจความถนัด/ทักษะกระบวนการคิดการเผชิญสถานการณ์/ ได้เรี ยนรู ้จากการปฎิบตั ิ เอง/ ผสมผสานความรู้ดา้ นต่างๆอย่างสมดุล/ จัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่ อ /การเรี ยนรู ้เกิดได้ทุกเวลาทุกสถาน ที่ ง. สอดคล้องความสนใจความถนัด/ทักษะกระบวนการคิดการเผชิญสถานการณ์/ ได้เรี ยนรู ้ประสบการณ์ จริ ง / ผสมผสานความรู้ดา้ นต่างๆอย่างสมดุล/ จัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่ อ/ การเรี ยนรู ้เกิดได้ตลอดเวลา 64. ข้อใดคือแนวทางของรัฐที่ตอ้ งส่ งเสริ มการดำาเนินงานและการจัดตั้งแหล่งการเรี ยนรู ้ ก. ตลอดชีวติ ทุกรู ปแบบ ข. ตลอดเวลาทุกสถานที่ ค. ทุกระบบการศึกษา ง. อย่างบูรณาการและหลากหลาย 65. รัฐต้องจัดตั้งแหล่งเรี ยนรู้น้ นั รัฐต้องจัดให้มีคุณสมบัติตามข้อใด ก. เหมาะสมและมีประสิ ทธิภาพ ข. หลากหลายและมีประสิ ทธิ ภาพ ค. เพียงพอและมีประสิ ทธิภาพ ง. พอเพียงและมีประสิ ทธิภาพ 66. ข้อใดที่รัฐต้องจัดแหล่งเรี ยนรู้ให้ได้ ก. ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ ข. สวนสัตว์ สวนสาธารณ สวนพฤกษศาสตร์ ค. อุทยานวิทย์และเทคโนฯ ศูนย์การกีฬาฯ แหล่งข้อมูลแหล่งการเรี ยนรู ้ ง. ถูกหมดทุกข้ อ 67. การประเมินผลผูเ้ รี ยนต้องพิจารณาจากข้อต่างๆต่อไปนี้ ข้อใดไม่ใช่ ก. พัฒนาการของผูเ้ รี ยน ข. สังเกตพฤติกรรม ค. การร่ วมกิจกรรม ง. ร่ องรอยของผลงาน


68. การจัดทำาหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐานต้องจัดทำาขึ้นเพื่อจุดประสงค์ใด ก. ความเป็ นไทย/ ความเป็ นคนไทยที่ดี/การดำารงชีวิต/การประกอบอาชีพและการศึกษาต่อ ข. ความเป็ นไทย/ ความเป็ นพลเมืองดี/การอยูร่ ่ วมกันในสังคม/การประกอบอาชีพและการศึกษาต่อ ค. ความเป็ นไทย/ ความเป็ นพลเมืองดี/การดำารงชีวิต/การประกอบอาชีพ ง. ความเป็ นไทย/ ความเป็ นพลเมืองดี/การดำารงชีวติ /การประกอบอาชีพและการศึกษาต่ อ 69. ตาม พรบ. นี้สถานศึกษามีหน้าที่จดั ทำาในส่วนใดของหลักสูตรสถานศึกษา ก. สาระหลักสู ตร ข. เนื้อหาหลักสูตร ค. จุดประสงค์ ง. กลุ่มสาระหลักสูตร 70. ข้อใดที่สถานศึกษาต้องจัดทำาไว้ในหลักสูตรสถานศึกษาตาม พรบ.นี้ ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด ก. สภาพปัญหาชุมชนและสังคม/ภูมิปัญญาท้องถิ่น/คุณลักษณะที่ประสงค์ ข. สภาพปัญหาชุมชนและสังคม/ภูมิปัญญาชุมชน/คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ค. สภาพปัญหาชุ มชนและสังคม/ภูมิปัญญาท้ องถิน่ /คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ง. สภาพปัญหาชุมชนและสังคม/ภูมิปัญญาท้องถิ่น/คุณลักษณะที่ตอ้ งการ 71. สาระของหลักสูตรทั้งที่เป็ นวิชาการและวิชาชีพต้องมุ่งพัฒนาคนให้มีความสมดุล คำาว่าสมดุลหมายถึงข้อใด ก. ความรู้ ความคิด ความสามารถ ความดีงาม และรับผิดชอบต่ อสั งคม ข. อารมณ์ สังคม สติปัญญา ค. ความรู ้ คุณธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ง. ความรู้ คุณธรรม ความสามารถ อารมณ์ สังคม สติปัญญา 72. หลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษามีความมุ่งหมายเฉพาะกล่าวไว้วา่ อย่างไร ก. พัฒนาสู่ความเป็ นเลิศ ข. การค้นคว้าและการวิจยั เป็ นการเฉพาะ ค. การพัฒนาวิชาชีพ ง. พัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสู งและการค้ นคว้ าวิจัย 73. ใครเป็ นผูม้ ีอาำ นาจหน้าที่กาำ กับดูแลการศึกษาทุกระดับทุกประเภท ก. กระทรวงศึกษาธิการ ข. สภาการศึกษาแห่ งชาติ ค. สำานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. คณะกรรมการการศึกษาแห่ งชาติ 74. คำาว่าสี่ องค์กรหลักตาม พรบ.การศึกษานี้หมายถึงองค์กรรู ปแบบใด ก. สภา ข. คณะกรรมการ ค. สภาหรือคณะกรรมการ ง. สภาและคณะกรรมการ 75. ข้อใดไม่ใช่สี่องค์กรหลักตาม พรบ.นี้ ก. สภาการศึกษา ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. คณะกรรมการอุดมศึกษา ง. คณะกรรมการเขตพืน้ ที่การศึกษา 76. ข้อใดมีหน้าที่พิจารณาเสนอแผนการศึกษาแห่ งชาติที่บูรณาการ ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม กีฬา ทุกระดับ ก. สภาการศึกษา ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. คณะกรรมการอุดมศึกษา ง. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา 77. ข้อใดคือองค์ประกอบหรื อที่มาของคณะกรรมการสภาการศึกษา


ก. รมต. / โดยตำาแหน่ ง / ผู้แทนองค์ กรเอกชน/ ผู้แทน อปท. / ผู้แทนองค์ กรวิชาชีพ / ผู้แทนคณะสงฆ์ / ผู้ แทนองค์ กรอิสลาม /ผู้แทนองค์ กรศาสนาอืน่ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ข. รมต. / โดยตำาแหน่ง / ผูแ้ ทนองค์กรเอกชน/ ผูแ้ ทน อปท. / ผูแ้ ทนองค์กรวิชาชีพ / ผูแ้ ทนคณะสงฆ์ / ผู ้ แทนองค์กรอิสลาม / และกรรมการผูท้ รงคุณวุฒิ ค. รมต. / โดยตำาแหน่ง / ผูแ้ ทนองค์กรเอกชน/ ผูแ้ ทนองค์กรวิชาชีพ / ผูแ้ ทนคณะสงฆ์ / ผูแ้ ทนองค์กร อิสลาม /ผูแ้ ทนองค์กรศาสนาอื่น และกรรมการผูท้ รงคุณวุฒิ ง. โดยตำาแหน่ง / ผูแ้ ทนองค์กรเอกชน/ ผูแ้ ทน อปท. / ผูแ้ ทนองค์กรวิชาชีพ / ผูแ้ ทนคณะสงฆ์ / ผูแ้ ทน องค์กรอิสลาม /ผูแ้ ทนองค์กรศาสนาอื่น และกรรมการผูท้ รงคุณวุฒิ 110. กรรมการข้อใดต้องมีจาำ นวนไม่นอ้ ยกว่าจำานวนของกรรมการประเภทอื่นรวมกันของคณะกรรมการสภาการ ศึกษา ก. กรรมการโดยตำาแหน่ง ข. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ค. กรรมการผูแ้ ทนองค์กรเอกชน ง. กรรมการผูแ้ ทนองค์กรวิชาชีพ 78. ใครเป็ นกรรมการและเลขานุการ ก. เลขาธิการสภา ข. เจ้าหน้าที่ในสภา ค. คณะกรรมการสรรหา ง. เลขาธิ การอุดมศึกษา 79. ใครเป็ นผูก้ าำ หนดหลักสูตรแกนกลางให้กบั โรงเรี ยน ก. สภาการศึกษา ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน ค. กระทรวงศึกษาธิการ ง. สำานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 80. การเสนอนโยบายและแผนพัฒนามาตรฐานและหลักสูตรแกนกลาง ต้องสอดคล้องกับข้อใด ก. แผนการศึกษา ข. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติ ค. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติและแผนการศึกษา ง. นโยบาย แผนการศึกษาและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติ 81. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ยดึ ข้อใดเป็ นหลัก ก. สถานศึกษา ข. เขตพืน้ ที่การศึกษา ค. อำาเภอ ง. จังหวัด 82. การจัดการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต ๒ ต้องคำานึงถึงข้อต่อไปนี้ ข้อใดไม่ใช่ ก. ปริ มาณสถานศึกษา ข. จำานวนประชากร ค. วัฒนธรรม ง. ขนาดของโรงเรียน 83. ในกรณี ที่เขตฯไม่อาจบริ หารและจัดการศึกษาได้หน่วยงานใดอาจจัดให้มีการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อเสริ มการ บริ หารและการจัดการของเขตฯก็ได้ ก. กระทรวงศึกษาธิการ ข. สำานักงานปลัดกระทรวง ำ าปริ ญญา ค. ระดับปริ ญญาที่ต่ากว่ ง. อาชีวศึกษา 84. การจัดการศึกษาเพื่อเสริ มการบริ หารและจัดการของเขตพื้นที่การศึกษา จัดได้ในข้อต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด ก. สำาหรับบุคคลที่มีความบกพร่ อง ข. นอกระบบหรื อตามอัธยาศัย ค. บุคคลมีความสามารถพิเศษ ง. บุคคลด้ อยโอกาส 85. ข้อใดกล่าถูกต้องในการประกาศกำาหนดเขตพื้นที่การศึกษา


ก. รัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของสภาการศึกษามีอาำ นาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำาหนดเขตฯ ข. รัฐมนตรี มีอาำ นาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำาหนดเขตฯโดยคำาแนะนำาของสภาการศึกษา ค. รัฐมนตรี โดยอนุมตั ิของสภาการศึกษามีอาำ นาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำาหนดเขตฯ ง. รัฐมนตรีโดยคำาแนะนำาของสภาการศึกษามีอาำ นาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำาหนดเขตฯ 86. ข้อใดคือส่ วนประกอบหรื อที่มาของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาที่กล่าวได้ถูกต้องมากที่สุด ก. ผูแ้ ทนองค์กรชุมชน/ผูแ้ ทนองค์กรเอกชน/ผูแ้ ทนอปท./ผูแ้ ทนสมาคมผูป้ ระกอบวิชาชีพครู /ผูแ้ ทน สมาคมผูป้ ระกอบวิชาชีพผูบ้ ริ หารการศึกษา/ผูแ้ ทนสมาคมผูป้ กครองและครู / ผูท้ รงคุณวุฒิ ข. ผู้แทนองค์ กรชุ มชน/ผู้แทนองค์ กรเอกชน/ผู้แทนอปท./ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู /ผู้แทน สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา/ผู้แทนสมาคมผู้ปกครองและครู / ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม ค. ผูแ้ ทนองค์กรชุมชน/ผูแ้ ทนองค์กรเอกชน/ผูแ้ ทนอปท./ผูแ้ ทนสมาคมผูป้ ระกอบวิชาชีพครู /ผูแ้ ทน สมาคมผูป้ ระกอบวิชาชีพผูบ้ ริ หารการศึกษา/ผูแ้ ทนสมาคมผูป้ กครองและครู / ผูท้ รงคุณวุฒิดา้ นการศึกษา ง. ผูแ้ ทนองค์กรชุมชน/ผูแ้ ทนองค์กรเอกชน/ผูแ้ ทนอปท./ผูแ้ ทนสมาคมผูป้ ระกอบวิชาชีพครู /ผูแ้ ทนสมาคม ผูป้ ระกอบวิชาชีพผูบ้ ริ หารการศึกษา/ผูแ้ ทนสมาคมผูป้ กครองและครู / ผูท้ รงคุณวุฒิดา้ นต่างๆตามที่กฎหมายกำาหนด 87. การกระจายอำานาจการบริ หารงานทั้งสี่ ดา้ นตาม พรบ.นี้กระจายไปให้ใคร ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุด ก. คณะกรรมการและสำานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาและสถานศึกษา ข. สำานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ค. สถานศึกษา ง. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 88. ข้อใดไม่ใช่งานทั้งสี่ ดา้ นที่ตอ้ งกระจายให้สถานศึกษา ก. งานวิชาการ ข. งานบุคลากร ค. งานงบประมาณ ง. งานบริหารหลักสู ตร 89. ใครมีอาำ นาจในการยุบโรงเรี ยน ก. คณะกรรมการเขตพืน้ ที่การศึกษา ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. คณะอนุกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา ง. รัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ 90. ข้อใดไม่ตอ้ งมีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ำ าปริ ญญา ง. ศูนย์ การเรียน ก. โรงเรี ยน ข.วิยาลัยอาชีวศึกษา ง. วิทยาลัยที่เปิ ดสอนต่ากว่ 91. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดการศึกษาได้ตามข้อใด ก. ระดับใดระดับหนึ่งตามความพร้อม ความเหมาะสมและความต้องการ ข. ทุกระดับตามความพร้อม ความเหมาะสมและความต้องการ ค. ระดับใดระดับหนึ่งหรือทุกระดับตามความพร้ อม ความเหมาะสมและความต้ องการ ง. ระดับใดระดับหนึ่งหรื อทุกระดับตามความพร้อม และความต้องการ 92. หน่วยงานใดเป็ นผูก้ าำ หนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความพร้อมของ องค์กรปกครองส่ วนท้องถิ่น


ก. กระทรวงศึกษาธิการ ข. สภาการศึกษา ค. สำานักงานปลัดกระทรวง ง. สำานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 93. การจัดการศึกษาของเอกชนให้มีความเป็ นอิสระโดยมีการกำากับติดตาม การประเมินคุณภาพและมาตรฐานการ ศึกษาจากใคร ก. สมศ. ข. รัฐ ค. หน่วยงานต้นสังกัด ง. กระทรวง 94. ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของเอกชน ก. สถานศึกษาเอกชนจัดการศึกษาได้ทุกระดับตามที่ตอ้ งการ ข. สถานศึกษาเอกชนจัดการศึกษาได้ทุกประเภทการศึกษาตามความเหมาะสม ค. สถานศึกษาเอกชนจัดการศึกษาได้ทุกระดับทุกประเภทการศึกษาตามความพร้อม ง. สถานศึกษาเอกชนจัดการศึกษาได้ ทุกระดับทุกประเภทการศึกษาตามที่กฎหมายกำาหนด 95. รัฐต้องจัดอะไรสนับสนุนการจัดการศึกษาของเอกชน ก. เงินอุดหนุน ข. การลดหย่อนหรื อยกเว้นภาษี ค. สิ ทธิ ประโยชน์อย่างอื่นที่เป็ นประโยชน์ ง. ถูกทุกข้ อ 96. ใครเป็ นผูจ้ ดั ให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ก. สถานศึกษา ข. หน่วยงานต้นสังกัด ค. หน่ วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษา ง. เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา 97. การประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา ต้องจัดทำารายงานเสนอต่อใคร ก. หน่วยงานต้นสังกัด ข. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อ ค. สำานักงานเขตพื้นที่ฯ ง. ถูกทุกข้ อ 98. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ก. เป็ นส่วนหนึ่งของการศึกษาที่ตอ้ งดำาเนินการอย่างต่อเนื่อง ข. เป็ นส่วนหนึ่งของโรงเรี ยนที่ตอ้ งดำาเนินการอย่างต่อเนื่องเป็ นประจำาทุกปี ค. เป็ นส่วนหนึ่งของบุคลากรที่ตอ้ งดำาเนินการอย่างต่อเนื่อง ง. เป็ นส่ วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำาเนินการอย่ างต่ อเนื่อง 99. ใครเป็ นผูม้ ีหน้าที่พฒั นาเกณฑ์ วิธีการประเมินคุณภาพภายนอก ก. กระทรวง ข. สมศ. ค. สภาการศึกษา ง. คณะกรรมการแต่ละระดับการศึกษา 100. การประเมินผลและตรวจสอบการจัดการศึกษาต้องคำานึงถึงข้อใดเป็ นหลัก ก. มาตรฐานการศึกษา ข. ความมุ่งหมายและหลักการและแนวการจัดการศึกษาแต่ ละระดับ ค. แนวการจัดการศึกษาแต่ละระดับ ง. วิสยั ทัศน์ของหลักสูตร 101. กรณี การประเมินภายนอกไม่ได้ตามมาตรฐานใครเป็ นผูจ้ ดั ทำาข้อเสนอแนะในการปรับปรุ งแก้ไข ก. หน่วยงานต้นสังกัด ข. สมศ. ค. สพฐ. ง. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา 102. การกำาหนดระยะเวลาในการปรับปรุ งแก้ไขเมื่อสถานศึกษาประเมินภายนอกไม่ผา่ น ก. ภายใน 1 ปี ข. ภายใน 3 เดือน ค. ภายในระยะเวลาที่กาำ หนด ง. ภายในระยะเวลาตามสมควร


103. แม้จะได้เสนอแนะให้แก้ไขปรับปรุ งแล้ว สถานศึกษายังไม่แก้ไขหรื อแก้ไขแล้วไม่ผา่ นขั้นตอนต่อไปคือข้อใด ก. ให้รายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข. ให้รายงานต่อคณะกรรมการอาชีวศึกษา ค. ให้รายงานต่อคณะกรรมการการอุดมศึกษา ง. ถูกทุกข้ อ 104. หน่วยงานใดส่งเสริ มให้มีระบบการะบวนการผลิตการพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ก. รัฐ ข. กระทรวง ค. สภาการศึกษา ง. อุดมศึกษา 105. ข้อใดกล่าวถูกต้อง ก. มาตรา 53 แห่ ง พรบ.นีส้ ่ งผลให้ เกิด องค์ กรวิชาชีพครู หรือคุรุสภา ข. มาตรา 53 แห่ง พรบ.นี้ส่งผลให้เกิดองค์กรกลางบริ หารบุคคลของข้าราชการครู ค. มาตรา 54 แห่ง พรบ.นี้ส่งผลให้เกิดองค์กรวิชาชีพครู หรื อคุรุสภา ง. มาตรา 54 แห่ง พรบ.นี้ส่งผลให้เกิดกฎหมายว่าด้วยเงินเดือน 106. ข้อใดกล่าวถูกต้อง ก. มาตรา 54 แห่ง พรบ.นี้ส่งผลให้เกิด องค์กรวิชาชีพครู หรื อคุรุสภา ข. มาตรา 54 แห่ ง พรบ.นีส้ ่ งผลให้ เกิดองค์ กรกลางบริหารบุคคลของข้ าราชการครู ค. มาตรา 54 แห่ง พรบ.นี้ส่งผลให้เกิดคณะกรรมการ สกสค. ง. มาตรา 54 แห่ง พรบ.นี้ส่งผลให้เกิดคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ 107. ข้อใดกล่าวถึงองค์กรวิชาชีพได้ถูกต้อง ก. ให้มีองค์กรวิชาชีพครู ข. ให้ มีองค์ กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา ค. ให้มีองค์กรวิชาชีพครู ผูบ้ ริ หารสถานศึกษา ผูบ้ ริ หารการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา ง. ให้มีองค์กรวิชาชีพ 108. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับฐานะองค์กรวิชาชีพ ก. ฐานะเป็ นองค์การมหาชนภายใต้การบริ หารงานของสภาวิชาชีพ ในกำากับกระทรวง ข. ฐานะเป็ นองค์ กรอิสระภายใต้ การบริหารงานของสภาวิชาชีพ ในกำากับกระทรวง ค. ฐานะเป็ นองค์กรวิชาชีพภายใต้การบริ หารงานของสภาวิชาชีพ ในกำากับกระทรวง ง. ฐานะเป็ นองค์การวิชาชีพชั้นสูงภายใต้การบริ หารงานของสภาวิชาชีพ ในกำากับกระทรวง 109. ใครต้องเป็ นผูม้ ีประกอบวิชาชีพตามได้ถูกต้อง ก. ครู /ผูบ้ ริ หารสถานศึกษา / ผูบ้ ริ หารการศึกษา ข. ครู /ผูบ้ ริ หารสถานศึกษา / ผูบ้ ริ หารการศึกษา/และศึกษานิเทศก์ ค. ครู /ผูบ้ ริ หารสถานศึกษา / ผูบ้ ริ หารการศึกษา/และผูส้ นับสนุนการศึกษา ง. ครู /ผู้บริหารสถานศึกษา / ผู้บริหารการศึกษา/และบุคลากรทางการศึกษาอืน่ 110. ใครต้องมีใบประกอบวิชาชีพ ก. ผูบ้ ริ หารอุดมศึกษาระดับปริ ญญา ข. ผูบ้ ริ หารเหนือเขต ค. วิทยากรพิเศษ ง. ผู้บริหารระดับอุดมศึกษาระดับต่ำ ากว่ าปริญญา


111.ให้หน่วยงานทางการศึกษาระดมทรัพยากรบุคคลในชุมชนให้มีส่วนร่ วมในการจัดการศึกษา ข้อใดกล่าวถูกต้อง ที่สุด ก. โดยนำาประสบการณ์ ความรู้ ความชำานาญและภูมิปัญญาท้องถิ่นของบุคคลดังกล่าวมาใช้ ข. โดยนำาประสบการณ์ ความรอบรู้ และภูมิปัญญาท้องถิ่นของบุคคลดังกล่าวมาใช้ ค. โดยนำาประสบการณ์ ความรอบรู้ ความชำานาญและภูมิปัญญาท้ องถิ่นของบุคคลดังกล่ าวมาใช้ ง. โดยนำาความรอบรู้ ประสบการณ์ ความชำานาญและภูมิปัญญาท้องถิ่นของบุคคลดังกล่าวมาใช้ 112. การระดมทรัพยากรและการลงทุนด้านงบประมาณ การเงินและทรัพย์สิน สำาหรับรัฐและองค์กรปกครองส่ วน ท้องถิ่นอาจกระทำาได้ในรู ปแบบใด ก. การจัดตั้งงบประมาณประจำาปี ข. การจัดเก็บภาษี ค. การระดมจากทุกภาคส่วน ง. การสร้างแรงจูงใจด้านภาษี 113. ให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน อปท. เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถาน ประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น ระดมทรัพยากรเพื่อการจัดการศึกษา จากที่กล่าวมาสามารถระดมได้ในรู ปแบบ ใด ก. เป็ นผู้จัดและมีส่วนร่ วมในการจัดการศึกษา บริจาค ร่ วมรับค่ าใช้ จ่าย ข. บริ จาค ร่ วมรับค่าใช้จ่าย ค. เป็ นผูจ้ ดั และมีส่วนร่ วมในการจัดการศึกษา ง. เป็ นผูจ้ ดั และมีส่วนร่ วมในการจัดการศึกษา การจัดเก็บภาษี 114. ตามมาตรา 69 รัฐต้องจัดให้มีหน่วยงานกลางทำาหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบาย แผน ส่ งเสริ มและประสานการ วิจยั การพัฒนาและการใช้ และประสิ ทธิภาพของการผลิตสื่ อและการใช้เทคโนโลยี จากมาตรานี้จึงเกิดหน่วยงานใด ก. ศูนย์คอมพิวเตอร์และการผลิตสื่ อแห่ งชาติ ข. สำ านักงานเทคโนโลยีเพือ่ การศึกษาแห่ งชาติ ค. สำานักงานการผลิตสื่ อแห่งชาติ ง. สวทช. …………………………………..


ข้อสอบใหม่ครูผู้ช่วย  

. 1 12. . . . . . . . . 13. . . . . 14. . . – . . . . 15. . . . . 16. . . . . 17. . . ....

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you