Page 1


16

6 EXECUTIVE TALK 8-9, 11-12, 14 HOME SOCIAL 16 VIP CORNER

YOUNG EXECUTIVE

HIGHLIGHT

VIP CORNER

20 YOUNG EXECUTIVE 23 NEWS MEMORANDUM

ฉายา ตยางคนนท์ ประธานกรรมการ บริษัท อุดรกิตติ (1992) จำ�กัด

“เราค้าขายต้องมีคุณธรรม ใจกว้าง มีมารยาททางการค้า” วันนีโ้ รงน�ำ้ แข็งอุดรกิตติได้ขยายสาขาเพิม่ อีก 5 สาขา ดูแลตลาดครอบคลุมทัง้ ทีจ่ งั หวัด อุดรและหนองบัวล�ำภู ด้วยก�ำลังผลิตทีแ่ ตกต่างกันตามพืน้ ทีก่ ารตลาดทีใ่ หญ่เล็กไม่เท่า กัน ทัง้ นีเ้ พือ่ ตอบสนองการผลิตให้พอดีเหมาะสมกับตลาด อย่างไรก็ตาม การด�ำรงอยู่ ของผูป้ ระกอบการในตลาดน�ำ้ แข็งทีอ่ ดุ ร ก็เป็นไปอย่างถ้อยทีถอ้ ยอาศัย ทัง้ นีเ้ พราะต่าง คนต่างต้องรักษาตลาดของตัวเอง

20

24 HOME REVIEW 26 HOME BUSINESS 27 HOME PEOPLE 32 HOME TRAVEL

CONTENTS AUGUST - SEPTEMBER 2011

จตุรงค์ ธนะปุระ

กรรมการบริหาร บริษัท สินชัยพร็อพเพอร์ตี้ จำ�กัด / บริษัท รุ่งเรือง ดีเวลลอปเม้นท์ จำ�กัด

“เราสร้างบ้าน ตามความต้องการของตลาดจริงๆ”

คุณจตุรงค์ ธนะปุระ เป็นคนรุ่นใหม่ด้วยวัยเพียง 30 ปี เพิ่งเข้ ามาจับงานพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา “เราท�ำบ้าน ตามความต้องการตลาดจริงๆ บ้าน รุง่ เรืองจับกลุม่ ลูกค้าระดับกลางๆ เป็นกลุม่ ข้าราชการ พนักงานกินเงินเดือนมากกว่า ราคาอยู่ที่ 1.7 ล้าน ไปจนถึงไม่เกิน 3 ล้าน”

27

36 HOME HEALTH 38 NEWS MEMORANDUM 39 CAMPUS NEWS

จิรนันท์ สกุลตั้งไพศาล

40 HOME HISTORY

“โชคดีที่ครอบครัวเรา ประสบวิกฤติเศรษฐกิจ ทำ�ให้เราได้พบมุมมองชีวิตใหม่”

46 HOME KNOWLEDGE

ณ ท่าเสด็จ

48 NEW RELEASE 51 HOME BOOKS

HOME TRAVEL

52 HOME REVIEW 54 HOME TIPS ท่ามกลางวิกฤติของชีวิตเรามักจะมองเห็นสิ่งสวยงามของชีวิตด้วยเช่นกัน ส�ำหรับคน รักครอบครัวอย่างคุณน�้ำตาล เธอมีทั้งสามีและลูกๆ เป็นก�ำลังใจให้สามารถยืนหยัด ต่อสู้กับทุกปัญหาที่รุมเร้าเข้ามาในขณะนั้น สิ่งที่ยากที่สุดก็คือการต่อสู้กับความคิด เดิมๆ ของตัวเอง

57 HOME RELAX


EXECUTIVE TALK บรรณาธิการ

แม่...คือผู้ให้ก�ำเนิด ค�ำว่า “แม่” เป็นค�ำสั้นๆ ออกเสียงได้ง่าย พอลืมตาดูโลกก็เอ่ยปาก ได้เป็นค�ำแรก ในโลกนี้จะมีสักกี่ค�ำที่มีความหมายยิ่งใหญ่เท่ากับค�ำว่า “แม่” เพราะความหมายของค�ำว่าแม่ บ่งบอกถึงความสัมพันธ์อันอบอุ่นลึกซึ้ง ระหว่างผู้หญิงกับลูก หรืออีกนัยหนึ่ง “แม่” ก็คือ ผู้มีพระคุณ ผู้ให้ก�ำเนิด ผู้ให้ น�้ำนมลูกดื่มกิน ให้ความรักความเมตตาและปกป้องดูแลลูกจนเติบใหญ่ สังคม ไทยเราจึงมักเอาค�ำว่า “แม่” น�ำหน้าค�ำอื่นๆ ที่แสดงถึงการเป็นผู้น�ำ การ ปกป้อง และความมีเมตตา กรุณา ปราณี วันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี จึงมีความหมายต่อคนไทยเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ โดยที่เราคนไทยยึดถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติยกให้วันนี้เป็น “วัน แม่แห่งชาติ” เพื่อร�ำลึกถึงพระคุณแม่ และแสดงถึงความกตัญญู ตอบแทน พระคุณของแผ่นดิน โดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจ ของคนไทยทั้งชาติ ถึงวันนี้ บทบาทของผู้หญิงไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้หญิงทั่วโลกแต่อย่างใด เร็วๆ นี้ประเทศไทยจะได้นายกผู้หญิงเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์การเมือง ไทย และเป็นประเทศแรกของโลกที่ได้นายกผู้หญิง ซึ่งมีอายุน้อยที่สุดเท่าที่มี การบันทึกไว้ ก็นับเป็นเรื่องที่ภูมิใจเช่นกัน และอาจไม่ใช่เรื่องแปลกเลยถ้าเป็น ผู้ชาย ทั้งนี้เพราะบทบาทหน้าที่ของผู้หญิงยังต้องมีหน้าที่เป็นแม่ที่ดีของลูก และภรรยาที่ดีของสามี เมื่อต้องมาแบกรับหน้าที่เป็นผู้น�ำประเทศ ซึ่งต้องรับ ผิดชอบบริหารบ้านเมืองที่มีประชากรกว่า 60 ล้านคน จึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แม้ในจังหวัดอุดรธานีของเรา เราสามารถพบเห็นสุภาพสตรีเก่งๆ อีก หลายท่าน ที่ก้าวมายืนอยู่แถวหน้าของสังคม กล้าอาสาเข้ามารับผิดชอบงาน ต่างๆ ได้อย่างรอบตัว ทั้งครอบครัว ธุรกิจ และช่วยเหลือสังคม โดยไม่ได้ ขาดตกบกพร่องในหน้าที่ของตัวเอง ผมคงไม่ต้องเอ่ยถึงใครเป็นพิเศษ อย่าง น้อยเรื่องราวใน “โฮมแมกกาซีน” ก็ได้ท�ำหน้าที่เป็นสื่อกลาง เพื่อถ่ายทอดให้ สังคมได้รับทราบอยู่แล้วอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ผมนับถือท่านเหล่านี้...ครับผม วิโรจน์ พิพัฒน์ไชยศิริ

เจ้าของ : บริษัท โฮมเคเบิ้ลทีวี แอนด์ วีดีโอ 1990 จำ�กัด 23/17 ถ.อดุลยเดช อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทร. 042-344-444 แฟกซ์ : 042-246-407 คณะกรรมการที่ปรึกษา : พล.ต.ท วีระยุทธ สิทธิมาลิก, ศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล, นิพันธ์ สัจจะไพบูลย์, วิวัฒน์ พิพัฒน์ไชยศิริ กรรมการอำ�นวยการ : วิโรจน์ พิพัฒน์ไชยศิริ ผู้จัดการ อุดรธานี : สมพิศ มีพรหม ผู้จัดการ หนองคาย : วิภาวดี นันทบุตร

HOME CABLE TV MAGAZINE / กองบรรณาธิการและศิลปกรรม : POONSWAT GROUP E-mail : poonswat_ch@yahoo.com ฝ่ายโฆษณาอุดรธานี : รัตนาพร พลโคตร, เปรมนีย์ เมฆาพร โทร. 042-344-444 ต่อ 30 (ฝ่ายวารสาร) E-mail : hometvudon@yahoo.com ฝ่ายโฆษณาหนองคาย : ปาริฉัตร วงษนู, ประจบพร อินทมาตย์ โทร. 042-461-202 website : www.homecable.co.th


HOME SOCIAL เรื่อง / ภาพ : กองบรรณาธิการ

หอสัมมนาร่วมการค้ากับ เวียดนาม

นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย นายพรเทพ ศักดิ์สุจริต และ นายทินกร ทองเผ้า จากสภา หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด และสภา อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจังหวัด ร่วมสัมมนากับ นาย Tran Bac Ha ประธานธนาคารเพื่อการลงทุน และการพัฒนาของเวียดนาม และผู้ร่วมสัมมนาจาก หลายองค์กรภาคเอกชนทั้ง 2 ฝ่ายในหัวข้อ “ความ ร่วมมือทางการค้าระหว่างไทย-เวียดนาม” ซึ่งจัดขึ้น เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ ที่ โรงแรมบ้านเชียง

ว่าที่นายกยิ่งลักษณ์ ขอบคุณ ชาวอุดร

น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี เดิน ทางมาช่วยหาเสียงที่จังหวัดหนองคาย และได้แวะพักค้าง คืนที่โรงแรมนภาลัย เขตเทศบาลนครอุดรธานี ได้ออก พบปะทักทายไหว้ขอบคุณประชาชนในเขตเทศบาลนคร อุดรธานี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ สร้างความประทับใจ แก่ชาวอุดรที่ลงคะแนนให้อย่างท่วมท้น

ชวนกันเที่ยวใต้

นายปรเมศวร์ อมาตยกุล ผอ.ภูมิภาคภาคใต้ ททท. ประธานจัด งานส่งเสริมการขาย “ชวนกันเที่ยวใต้” ระหว่างวันที่ 29-31 กรกฎาคม 2554 โดยได้รับเกียรติจากประธานสภา หอการค้าจังหวัด และผู้มี เกียรติอีกหลายท่านมา ร่วมพิธีเปิดอย่างเป็น ทางการ ณ ศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ จ.อุดรธานี โดยมีผู้ ประกอบธุรกิจทัวร์การออก บูธกันอย่างคับคั่ง

8

HOME CABLE TV MAGAZINE

9

HOME CABLE TV MAGAZINE


ฝึกผสม “เออรังค์ ไทยนีเซีย” ครั้งที่ 15

พล.อ.อ.อิทธิพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ อีหม่าม ซูฟา เอ็ท เสนาธิการทหารอากาศ กองทัพอากาศอินโดนีเซีย ร่วมกันท�ำพิธีเปิด การฝึกผสม “เออรังค์ ไทยนีเซีย” ครั้งที่ 15 ระหว่างกองทัพอากาศไทย และ กองทัพอากาศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 4-14 กรกฎาคม 2554 ณ กองบิน 23 อุดรธานี และสนามฝึกอาวุธทางอากาศน�้ำพอง จ.ขอนแก่น

11

HOME CABLE TV MAGAZINE


เสริมสร้าง SMEs ภาคการผลิต

นายพรเทพ ศักดิ์สุจริต ประธาน สภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี เป็น ประธานสัมมนาการจัดกลุ่มอภิปราย ภายใต้โครงการเสริมความแข็งแกร่งให้ SMEs ภาคการผลิต เพื่อรองรับการเข้า สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2015 โดยมีสมาชิกและผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วม ประชุมครั้งนี้ด้วย จัดขึ้นที่โรงแรมเจริญ โฮเต็ล เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2554

สถาปนาคณะกรรมโรตารี

นายนิพันธ์ สัจจะไพบูลย์ และภรรยาได้ร่วมงานพิธี สถาปนาคณะกรรมการบริหาร ปี 2554-2555 ของสโมสร โรตารีทั้ง 5 แห่ง โดยจัดพิธีรับมอบต�ำแหน่งนายกสโมสร ในวาระบริหารสมัยนี้ ซึ่งประกอบด้วย สโมสรโรตรีหมาก แข้ง, สโมสรโรตารีอุดรธานี, สโมสรโรตารีบ้านเชียง, สโมสร โรตารีศิลปาคม และสโมสรโรตารีนเรศวร หนองบัวล�ำภู เมื่อวันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ห้องอุดรดุษฎี โรงแรมเจริญโฮเต็ล

12

HOME CABLE TV MAGAZINE


แห่เทียนพรรษา

คุณทรงพล โกวิทศิริกุล นายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย เป็นผูจ้ ดั งานประเพณีแห่เทียนพรรษาประจ�ำปี โดยนายวิรตั น์ ลิม้ สุวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ให้เกียรติมาเป็นประธาน เปิดงาน ณ.ลานน�้ำพุพญานาค เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2554

โฮมหนองคายโปรโมชั่น

กิจกรรมโปรโมชั่นช่วงกลางปี ของโฮม เคเบิลหนองคาย น�ำโดย “มิสเตอร์โฮม” ออก เดินเยี่ยมลูกค้าในเขตชุมชนดอนแดง และ ถ.มีชัย ได้รับความสนใจจากผู้คนริมถนนอย่าง คับคั่ง นอกจากนี้ โฮมเคเบิลหนองคาย ได้มอบ ของรางวัลให้แก่สมาชิก ที่ร่วมโหวตสุดยอด ประเภทรายการที่ท่านชื่นชอบมากที่สุด ด้วย รางวัลต่างๆ มากมาย

14

HOME CABLE TV MAGAZINE


VIP CORNER เรื่อง/ภาพ : กองบรรณาธิการ

เราค้าขาย ต้องมีคุณธรรม ใจกว้าง มีมารยาท ทางการค้า เมื่อบ้านเมืองมีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ทุกๆ ปี ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่วงการธุรกิจการค้าแขนง ต่างๆ จะต้องตื่นตัวลุกขึ้นมารักษาพื้นที่การตลาดของตัวเอง พร้อมๆ กับการวางแผนรุกเพื่อครองพื้นที่การตลาดที่เติบโต ขึ้น แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายนักส�ำหรับบางธุรกิจ ซึ่งประกอบธุรกิจ อยู่ในท้องถิ่นมายาวนาน อาจมีข้อจ�ำกัดด้านการลงทุนและ เทคโนโลยีบ้างก็ตาม แต่ก็มีจุดแข็งที่มีฐานความสัมพันธ์กับ ลูกค้ามาอย่างเหนียวแน่น ก็พอจะตั้งรับการรุกคืบเข้ามาแย่ง พื้นที่การตลาดในธุรกิจเดียวกันด้วยกระแสเงินลงทุนที่เหนือ กว่า และด้วยกลยุทธ์ “ราคา” เพื่อหวังครอบครองตลาดส่วน ใหญ่ให้ได้มากที่สุด ธุรกิจโรงน�้ำแข็ง เป็นธุรกิจหนึ่งที่เติบโตพร้อมๆ กับการ ขยายตัวทางเศรษฐกิจ เพราะเป็นสินค้าเพื่อบริโภค ซึ่งโรงงาน ผลิตจะต้องส่งถึงแหล่งจ�ำหน่ายที่อยู่ในทุกชุมชน แม้ในท้องถิ่น ที่ห่างไกลก็ตาม รวมถึงห้องอาหาร ภัตตาคาร ตลาดสดทุกแห่ง ล้วนมีความจ�ำเป็นต้องใช้ “น�้ำแข็ง” ทั้งสิ้น ในจังหวัดอุดรธานี ก็มีโรงงานผลิตน�้ำแข็งไม่น้อยกว่า 10 แห่ง แต่หนึ่งในผู้ผลิตที่ ได้รับการยอมรับทั้งคุณภาพและการบริการได้แก่ “โรงน�้ำแข็ง อุดรกิตติ” ภายใต้การบริหารของ คุณฉายา ตยางคนนท์ ใน บทบาทของประธานกรรมการบริษัท หากในทางพฤตินัยแล้ว เธอคือเถ้าแก่ตัวจริง ที่ลงไปคลุกคลีอย่างถึงลูกถึงคน จึงไม่อาจ ปฏิเสธได้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่จะต้องรู้จักมักคุ้นกับ “ซ้อฉายา”

พัฒนาคุณภาพและเพิ่มมาตรฐานบริการ “โรงน�้ำแข็งอุดรกิตติ เริ่มด�ำเนินงาน มาตั้งแต่ปี 2524 โดยคุณกิตติ สามีเป็นผู้ บุกเบิก และเป็นธุรกิจของครอบครัว แต่ ได้มาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตปี 2539 ก็ได้สานต่อมาถึงวันนี้ก็ 30 ปีแล้ว เพิ่ง

16

HOME CABLE TV MAGAZINE

ฉายา ตยางคนนท์

ประธานกรรมการ บริษัท อุดรกิตติ (1992) จ�ำกัด

ฉลองใหญ่ขอบคุณลูกค้าเมื่อไม่นานมา นี่เองที่โรงแรมเจริญโฮเต็ล เราเชิญลูกค้า ของเรามาทั้งหมด ผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัด สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคม ชมรมต่างๆ รวมถึงเพื่อนๆ โรงน�้ำแข็งที่ เราจับมือด้วยกัน ก็มากันหมด” งานฉลอง ครบรอบ 30 ปีของโรงน�้ำแข็งอุดรกิตติใน ครั้งนี้ได้มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความยอมรับในการ เป็นผู้น�ำของธุรกิจโรงน�้ำแข็งในจังหวัด อุดรธานี ภายใต้การบริหารของคุณฉายา โรงน�้ำแข็งอุดรกิตติ เติบโตด้วย ความวิริยะอุตสาหะด้วยทุนของตัวเอง พัฒนาศักยภาพก�ำลังผลิตอย่างเป็นขั้น เป็นตอน จนได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ของตลาด อาทิ บริษัทเซเว่นอีเลฟเว่น ที่ คัดเลือกน�้ำแข็งของอุดรกิตติเข้าร้านเซเว่นฯ ทุกสาขาในจังหวัด โดยจะต้องผ่าน มาตรฐานการตรวจสอบของบริษัท ไม่ ยิ่งหย่อนไปกว่ามาตรฐานของ อ.ย. ซึ่ง รับรองให้ไปแล้ว นอกจากนี้ หน่วยงาน ของกองทัพอเมริกันที่มาร่วมฝึกรบที่นี่ เรียกว่าหน่วยคอบร้าโกลด์ ก็เข้ามาตรวจ สอบคุณภาพของน�้ำ โดยส่งกลับไปตรวจ ที่แล็บของเขา ก็ได้ผลเป็นที่ยอมรับและไว้ วางใจจะสั่งซื้อน�้ำแข็งจากโรงงานไว้บริการ ในหน่วยงานของเขา สิ่งเหล่านี้ เป็น ความภูมิใจของเจ้าของที่ผลิตน�้ำแข็งได้ มาตรฐานสากล เป็นเสมือนใบรับประกัน คุณภาพที่ดีกว่าการโฆษณาทั่วไป ถึงวันนี้โรงน�้ำแข็งอุดรกิตติได้ ขยายสาขาเพิ่มอีก 5 สาขา ดูแล ตลาดครอบคลุมทั้งที่จังหวัดอุดรและ หนองบัวล�ำภู ด้วยก�ำลังผลิตที่แตกต่างกัน ตามพื้นที่การตลาดที่ใหญ่เล็กไม่เท่ากัน ทั้งนี้เพื่อตอบสนองการผลิตให้พอดีเหมาะ สมกับตลาด อย่างไรก็ตาม การด�ำรงอยู่ ของผู้ประกอบการในตลาดน�้ำแข็งที่อุดร ก็ เป็นไปอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ทั้งนี้เพราะ ต่างคนต่างต้องรักษาตลาดของตัวเอง “ถึง เราจะท�ำน�้ำแข็งเหมือนกัน ก็ไม่เป็นไร เรา ไม่แย่งตลาดกัน ต่างคนต่างดูแลลูกค้าตัว เอง เราค้าขายต้องมีคุณธรรม ใจกว้าง มี มารยาททางการค้า ไม่ไปรังแกเบียดเบียน คนอื่น” ด้วยเหตุนี้ 30 ปีที่ผ่านมา โรงน�้ำแข็งในอุดรทุกเจ้าสามารถอยู่ร่วม

กันในตลาดเดียวกัน ถ้าจะเป็นการแข่งขัน ก็จะมุ่งที่เรื่องคุณภาพและการให้บริการ โดยยึดหลักไม่ตัดราคากันเองและให้ลูกค้า เป็นฝ่ายเลือกเอง

รับมือกับการแข่งขันจากผู้มาเยือน

“ถึงเราจะท�ำน�้ำแข็งเหมือนกัน ก็ไม่เป็นไร เราไม่แย่งตลาดกัน ต่างคนต่างดูแลลูกค้าตัวเอง เราค้าขายต้องมีคุณธรรม ใจ กว้าง มีมารยาททางการค้า ไม่ไปรังแกเบียดเบียนคนอื่น”

การแข่งขันอย่างไร้ขอบเขต ด้วย ปัจจัยด้านเงินทุนและก�ำลังผลิตที่เหนือ กว่าได้รุกคืบเข้าสู่ตลาดเมืองอุดร จึงเป็น ธรรมดาที่เจ้าถิ่นจะต้องตื่นตัวเตรียมรับมือ แม้ว่าวันนี้ก�ำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ เปลี่ยนแปลงมากนักหากเปรียบเทียบกับ ปีที่ผ่านมา แต่อนาคตตลาดอุดรก็มีแนว โน้มจะเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กลยุทธ์การค้า แบบทุบราคา ลด แลก แจก แถม ย่อม สร้างผลสะเทือนต่อลูกค้าไม่มากก็น้อย

อื่นๆ เนื่องจากน�้ำแข็งเป็นที่ต้องการมาก ในช่วงฤดูร้อน และเก็บไม่ได้นานเพราะ ละลายได้ง่าย ลูกค้ามักไม่นิยมสต็อคสิน ค้ามากๆ และเก็บไว้นานๆ นั่นหมายถึง ผู้ ผลิตจะต้องเติมเต็มการให้บริการส่วนนี้ทัน กับความต้องการของลูกค้าซึ่งจะเป็นความ ต้องการในเวลาเดียวกันพร้อมๆ กันแทบ

“ในตลาดน�้ำแข็งตอนนี้ เรียกได้ว่า ร้านหนึ่งๆ มีถังน�้ำแข็งเป็นสิบถัง ทุกเจ้า ลงทุนซื้อถังให้ฟรีๆ เพื่อจะได้บรรจุน�้ำแข็ง ของร้านตัวเอง วันหนึ่งๆ รถน�้ำแข็งวิ่ง ส่งตามร้านบนถนนสายเดียวกันแข่งกัน ไม่รู้ใครเป็นใคร ลองคิดดูวันหนึ่งๆ จะสิ้น เปลืองทรัพยากรพลังงานมากขนาดไหน ผู้ซื้อยังเป็นกลุ่มเดิมๆ เราจะยอมให้กัน ฟรีๆ ได้นานสักแค่ไหน เพราะทุกวันทุก คนต้องมีค่าใช้จ่ายแน่นอน อย่างนี้ใครสาย ป่านสั้นก็ต้องล้มหายตายจากกันไป เราคง ไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นแน่นอน” ธุรกิจโรงน�้ำแข็งต่างกับสินค้าบริโภค

ทุกราย โดยการผลิตจะต้องท�ำงานกลาง คืน เพื่อได้ค่าส่วนลดจากพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นต้นทุนส�ำคัญในการท�ำน�้ำแข็ง หาก ไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนโรงงานจ�ำเป็นต้อง ผลิตในเวลากลางวันด้วย แน่นอนต้นทุน ค่าไฟฟ้าจะสูงกว่าปกติท�ำให้เสียเปรียบใน การแข่งขัน ด้วยต้นทุนผลิตที่สูงกว่า แม้ ยอดขายจะเพิ่มขึ้นก็ตาม ในบทบาทของพี่ใหญ่วงการ โรงน�้ำแข็ง คุณฉายาได้เสนอไอเดียแก่ เพื่อนในธุรกิจเดียวกันที่ยอมรับนับถือกัน ว่า “ถ้าพวกเราจับมือกันได้ แล้วคุยกันได้

17

HOME CABLE TV MAGAZINE


เรามาควบรวมเป็นบริษัทจัดจ�ำหน่าย โดย เอาโควตาแต่ละโรงงานมารวมกัน แล้ว ตั้งโรงงานผลิตที่เดียวโดยทุกคนถือหุ้น ด้วยกัน ก�ำหนดราคาต้นทุนจริง อย่างนี้ เราก็จะได้ด้วยกันทุกคน ไม่จ�ำเป็นต้อง ลงทุนซ�้ำซ้อน ตลาดยังเป็นของใครของ มัน หรือจะมาจัดระเบียบกันใหม่บริหาร ลูกค้าเป็นถนนสายหนึ่งไปเลยก็สามารถจะ หาทางออกได้ ดีกว่าไปลงทุนที่สิ้นเปลือง ทั้งค่ารถ ค่าน�้ำมัน ค่าถังน�้ำแข็ง สู้เอา เงินที่ประหยัดได้ไปเพิ่มเป็นค่าแรงให้ลูก น้องดีกว่า” ประเด็นเหล่านี้ เป็นความคิด สร้างสรรค์ส�ำหรับเป็นแผนตั้งรับการรุก ตลาดของคู่แข่ง ซึ่งเขาไม่ได้มาบุกเฉพาะ ตลาดอุดรเท่านั้น แต่จะขยายไปทุกจังหวัด ในภาคอีสานไม่ต่างกับธุรกิจโมเดิร์นเทรด ที่เราเห็นกันอยู่ การท�ำงานเขาก็จ้าง ผู้จัดการมาดูแล ไม่จ�ำเป็นต้องผูกพันกับ ลูกค้ามากนัก เน้นขายเอาปริมาณมากๆ ไว้ก่อน “เรามีจุดแข็งที่เราอยู่ในอุดรมานาน ลูกค้าเขาเชื่อมั่นเรา เห็นว่าเราเป็นคน บ้านเดียวกัน เขาก็ยังให้การสนับสนุน เราเหมือนเดิมตลอด คู่แข่งเขาเข้ามา ท�ำราคาถูกกว่าบ้างให้ฟรีบ้างก็กระทบ โดยตรงกับพวกเราแน่ๆ นโยบายของเรา ก็ยึดเอาความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลัก อะไรพอยืดหยุ่นได้บ้างก็ท�ำให้ ไม่เป็นไร เพราะถึงยังไงทุกคนก็มีค่าใช้จ่ายกันทั้งนั้น ใครสายป่านยาวกว่าก็ได้เปรียบ” อย่างไร

18

HOME CABLE TV MAGAZINE

ก็ตาม หากเป็นการแข่งขันเป็นเพื่อ ประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค ย่อมเป็นการ พัฒนาธุรกิจไปด้วยกัน แต่ในทางตรงกัน ข้าม หากชัยชนะน�ำไปสู่การครอบครอง ตลาดฝ่ายเดียว ย่อมส่งผลเสียต่อผู้บริโภค ในอนาคตข้างหน้าอย่างแน่นอน

นอกจากโรงน�้ำแข็ง ยังมีธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์

คุณฉายา เล่าว่าธุรกิจโรงน�้ำแข็ง เป็นธุรกิจหลักของครอบครัว ซึ่งปัจจุบัน ก็สามารถเลี้ยงตัวเองได้แล้ว แต่ยังมีอีก ธุรกิจที่เป็นความตั้งใจลึกๆ ของคุณกิตติ สามีผู้ล่วงลับไปแล้ว ต้องการจะท�ำธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ เพราะมีที่ดินที่เคยซื้อ เก็บไว้นานแล้ว จึงได้ริเริ่มเป็นโครงแรก ที่จังหวัดขอนแก่น ก่อนยุคเศรษฐกิจตกต�่ำ ขณะนั้นโครงการมีอุปสรรคมาก ต่อมา เป็นแรงบันดาลใจให้คุณฉายาอยากด�ำเนิน การต่อเพื่อร�ำลึกถึงคุณกิตติ และโดยส่วน ตัวแล้วเธอยอมรับว่าจะมีความสุขมาก ถ้า เราได้สร้างบ้านดีๆ ให้ลูกค้าได้อยู่อาศัย จึงตัดสินใจกลับมาลงทุนด้านนี้อีกครั้งที่ จังหวัดขอนแก่น เป็นบ้านสวยราคา 3-4 ล้าน และในจังหวัดอุดรก็ขยับเข้ามาเป็น ผู้ถือหุ้นกับโครงการบ้านรุ่งเรือง รองรับ ตลาดคนชั้นกลาง ซึ่งมีก�ำลังซื้อมากเพียง พอ นอกจากได้ท�ำงานในธุรกิจส่วนตัว แล้ว คุณฉายายังปลีกตัวมาช่วยงานสังคม

อีกมากมาย อาทิ เป็นกรรมการในสภา อุตสาหกรรมจังหวัด ช่วยงานกาชาดของ จังหวัด และกลุ่มชมรมอื่นๆ อีกตามวาระ โอกาส แม้จะล่วงเลยผ่านวัยเกษียณแล้ว ก็ตาม หากใครได้พบเห็นจะประทับใจใน บุคลิกที่ร่าเริง มีความสุข มองโลกในแง่ ดีเสมอ “เราเป็นคนสนุก ชอบท�ำงาน ไม่ ได้เคร่งครัดเข้มงวดกับตัวเองมากนัก จริงๆ เรื่องเวลานี้เราแบ่งได้นะ เพราะงาน กระจายให้ลูกน้องเขาดูแลรับผิดชอบไป แล้ว เราจะอยู่ที่ไหนก็ใช้โทรศัพท์ติดตาม สั่งงานได้ มีปัญหาอะไรก็ค่อยๆ แก้กันไป” ปัจจุบันคุณฉายา ได้ลูกสาวเรียน จบจากต่างประเทศกลับมาช่วยงานธุรกิจ ของครอบครัวอีกแรงหนึ่ง ส่วนลูกชาย คนเล็กยังต้องการเรียนต่อ ส�ำหรับคุณแม่ ยังคงสนุกกับงาน อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย เธอสรุปว่า วันนี้ไม่ได้ท�ำงานเพื่อเงินทอง เท่านั้น เพราะมีมากเพียงพอแล้ว แต่ อยากให้ลูกน้องและบริวารที่เคยช่วยเหลือ เกื้อกูลกัน ให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น และสิ่ง ส�ำคัญ เธอยังมีความสุขกับการท�ำงาน นั่นเอง


YOUNG EXECUTIVE เรื่อง/ภาพ : กองบรรณาธิการ

“เราสร้างบ้าน

“ผมเห็นว่าความต้องการบ้านของ คนต่างจังหวัดจะมีน้อยกว่าคนใน เมืองหลวง เพราะส่วนใหญ่เขาจะมี บ้านหลังแรกเป็นของตัวเองอยู่แล้ว ถ้าจะซื้ออีกหลังก็เป็นเหตุผลอื่นๆ”

ตามความต้องการของตลาดจริงๆ” กว่าจะตัดสินใจเลือกซื้อบ้านสักหลัง คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ จะตัดสินใจได้ทันที นั่นเป็นเพราะ “บ้าน” เป็นปัจจัยที่ส�ำคัญต่อ การด�ำรงชีวิตในช่วงชีวิตหนึ่งๆ และหมายถึงความมั่นคงของ ฐานะผู้ซื้ออีกด้วย ในขณะที่การแข่งขันของโครงการบ้านจัดสรร ต่างๆ จากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งต่างมีกลุ่มเป้าหมายของตัว เอง ได้น�ำเสนอโครงการใหม่ๆ พร้อมกับรายการจูงใจต่างๆ นานา สิ่งเหล่านี้ล้วนท�ำให้ผู้ซื้อไม่อาจจะตัดสินใจได้ในเวลาอันรวดเร็ว โฮมแมกกาซีน ฉบับนี้ได้สนทนากับคุณจตุรงค์ ธนะปุระ (ฮก) นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ด้วยวัยเพียง 30 ปี เพิ่งเข้ามาจับงานด้านนี้เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา แต่ส�ำหรับชื่อ บริษัท สินชัย พร็อพเพอร์ตี้ และ รุ่งเรือง ดีเวลลอปเม้นท์ แล้ว ได้มีประสบการณ์ในธุรกิจอสังหาฯ มายาวนานไม่น้อยกว่าสิบปี แล้ว ภายใต้การบริหารงานของคุณจตุรงค์ ธนะปุระ ซึ่งเป็นรุ่น ลูก ถึงจะมีประสบการณ์ยังไม่เท่ารุ่นพ่อก็ตาม แต่วันนี้การบริหาร โครงการของเขาด�ำเนินงานโดยอ้างอิงข้อมูลวิเคราะห์ วิจัย เพื่อ ศึกษาความต้องการของตลาดจริงๆ ส่งผลให้เขาใช้เวลาเพียง 5 ปี ก็สามารถท�ำให้ “โครงการบ้านรุ่งเรือง” เป็นที่ยอมรับของ ตลาดและมุ่งจับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว

สร้างบ้าน...เพื่อตลาดคนส่วนใหญ่

“ผมไม่ต้องการท�ำโครงการแบบหวือหวา ท�ำบ้านราคา แพง ทุ่มโปรโมชั่นมากๆ เราท�ำบ้าน ตามความต้องการตลาด จริงๆ บ้านรุ่งเรืองจับกลุ่มลูกค้าระดับกลางๆ เป็นกลุ่มข้าราชการ พนักงานกินเงินเดือนมากกว่า ราคาอยู่ที่ 1.7 ล้าน ไปจนถึงไม่ เกิน 3 ล้าน” เขาสรุปบทเรียนจากโครงการ 3 และ 4 มาลงตัว ได้ที่โครงการ 5 ด้วยการออกแบบบ้านที่ดูดี ในราคาประหยัด ซึ่งออกมาในรูปของบ้านแฝด 3 ห้องนอน 2 ห้องน�้ำ จอดรถได้ 2 คัน บนพื้นที่ 42 ตารางวา ถ้าดูภายนอกจะเหมือนบ้านเดี่ยว เพราะส่วนที่ใช้ผนังร่วมกันเป็นส่วนห้องครัวหลังบ้าน นอกจากนี้ ยังออกแบบให้ห้องนอน 2 ห้องใช้ห้องร่วมกันได้ สรุปว่าสามารถ ใช้พื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัวและมีประสิทธิภาพ ผลก็คือหลังจาก เปิดโครงการได้ไม่นาน บริษัทได้รับยอดจองเกินกว่าเป้าหมายที่ วางไว้

จตุรงค์ ธนะปุระ

กรรมการบริหาร บริษัท สินชัยพร็อพเพอร์ตี้ จ�ำกัด / บริษัท รุ่งเรือง ดีเวลลอปเม้นท์ จ�ำกัด 20

HOME CABLE TV MAGAZINE

“โครงการก่อนๆ จะต้องสร้างบ้านให้เสร็จก่อน ถึงจะตัดสิน ใจซื้อ พอถึงโครงการ 5 แค่เตรียมงานยังไม่ทันได้สร้างบ้าน เลย ลูกค้าตัดสินใจจองแล้ว เขาให้ความเชื่อมั่นกับโครงการ ของเรา คือเรามั่นใจว่าคนที่ซื้อบ้านของเราจะต้องก�ำไรแน่นอน อาจจะก�ำไรกว่าเจ้าของโครงการอีกด้วย” ข้อดีของการท�ำ ตลาดสอดคล้องกับความต้องการของผู้ซื้อ คุณจตุรงค์ให้ความ เห็นว่า ไม่จ�ำเป็นต้องทุ่มโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม ให้ เปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ สู้เอางบประมาณส่วนนั้นไปสร้าง สาธารณูปโภคเป็นมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกบ้านจะดีกว่า เช่น ติดตั้ง กล้องวงจรปิดในหมู่บ้าน เป็นต้น ซึ่งบ้านรุ่งเรืองได้ท�ำให้ลูกค้าไป แล้วในบางโครงการ โดยไม่ได้เอามาเป็นจุดขายเพื่อโฆษณาแต่ อย่างใด

ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์...จะต้องคิดรอบคอบ “ผมเริ่มเข้ามาจับงานด้านนี้เมื่อ 5 ปีก่อน เป็นช่วงที่ เศรษฐกิจแย่ที่สุด วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างขึ้นราคาหมด ราคาน�้ำมัน แพงเป็นประวัติการณ์ แต่ก็มีข้อดีคือ ดอกเบี้ยถูกลง ยุคนั้น

ต้องลงทุนสร้างบ้านก่อน ถึงจะมีคนซื้อ” กว่าจะส�ำเร็จลุล่วงจาก โครงการหนึ่งมาอีกโครงการหนึ่ง เขาเล่าว่าเหมือนกับท�ำอาหาร ปรับปรุงรสชาติไปเรื่อยๆ ท�ำไปชิมไป ไม่ชอบก็เปลี่ยนใหม่ และ ได้ทดลองสร้างบ้านมาหลายๆ รูปแบบ รวมถึงโฮมออฟฟิสด้วย ในโครงการ 4 โดยตั้งราคาประมาณ 7-8 ล้านต่อหนึ่งห้อง ลูกค้า ในอุดรมองว่าแพงไปเพราะไปเทียบราคากับตึกแถว แต่กลับได้รับ ความสนใจจากผู้ซื้อต่างถิ่น แม้แต่คนลาวยังซื้อเก็บไว้ถึง 2 ห้อง เพราะมองเห็นลู่ทางว่าจะมีก�ำไรในอนาคต หรือเปรียบกับราคาใน บ้านเขาแล้วของเราคุณภาพดีกว่าแล้วยังราคาถูกอีก ในบ้านเราถึงจะมีการแข่งขันกันบ้าง แต่ยังพอท�ำกันได้ เพราะปัจจัยค่าที่ดินยังไม่สูงมาก ส่วนต้นทุนค่าก่อสร้างอาจจะ ผันแปรไปตามภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยก็ยังพอรับกัน ได้ “ผมเห็นว่าความต้องการบ้านของคนต่างจังหวัดจะมีน้อยกว่า คนในเมืองหลวง เพราะส่วนใหญ่เขาจะมีบ้านหลังแรกเป็นของตัว เองอยู่แล้ว ถ้าจะซื้ออีกหลังก็เป็นเหตุผลอื่นๆ” หากจะพัฒนา อสังหาฯ กันอย่างมืออาชีพ จะต้องคิดต้นทุนทุกด้านอย่าง ละเอียด จะมองแค่มีต้นทุนที่ดินราคาถูกอย่างเดียวไม่พอ หรือจะ เอาก�ำไรจากค่าก่อสร้างอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะยังมีปัจจัยเรื่อง เวลาและดอกเบี้ยมาเกี่ยวข้อง รวมถึงความผันแปรในต้นทุนค่า ก่อสร้าง ซึ่งขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและเรื่องบ้านเมืองด้วยจึง ไม่มีความแน่นอน สุดท้ายแล้วอาจไม่ได้ก�ำไรตามที่คาดหวังไว้ หรือจะสรุปว่าไม่คุ้มกับลงทุนนั่นเอง

มีผใู้ หญ่ให้คำ� ปรึกษา.. ดีกว่าแน่ คุณจตุรงค์เรียนจบ มัธยมปลายจากโรงเรียน เตรียมอุดม ไม่ทันจบ ม.6 ก็สอบได้วิศวกรเครื่องกล ที่สถาบันพรจอมเกล้า บางมด จบปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ด้วยวัย เพียง 19 ปีเท่านั้น จาก นั้นเรียนปริญญาโทต่อที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

21

HOME CABLE TV MAGAZINE


ซึ่งตอนนี้พอจะรู้แล้วว่าจะต้องมาจับงานด้านนี้ต่อจากคุณพ่อ และ เริ่มเข้ามาพัฒนางานบริหารภายในบริษัท และใช้หลักวิเคราะห์ วิจัยจากลูกค้าเพื่อหาจุดยืนการตลาดให้ได้อย่างเหมาะสม “ผม ยังต้องอาศัยคุณพ่อเป็นที่ปรึกษาช่วยชี้แนะในหลายเรื่อง ผมว่า มีผู้ใหญ่เป็นที่ปรึกษาดีกว่า ท�ำให้เรารอบคอบ ลดความเสี่ยงให้ มากที่สุด เอาปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า เพราะธุรกิจนี้จะต้องใช้เม็ด เงินจ�ำนวนมาก ตอนจ่ายก็ใจหาย พอตอนรับก็ตกใจเหมือนกัน ยอมรับว่าต้องระมัดระวัง ตั้งแต่เริ่มจับงานในโครงการ 3 เป็นต้น มา ผมโชคดีมากเพราะมีผู้ใหญ่หลายท่านให้การสนับสนุน และ ไว้ใจให้ผมท�ำงาน” ความเชื่อถือเป็นเรื่องส�ำคัญมาก ด้วยเหตุผลดังกล่าว บ้าน รุ่งเรืองจ�ำเป็นต้องลงทุนจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างที่มีคุณภาพ ตามมาตรฐาน แทนที่จะผลักภาระให้ผู้รับเหมาทั้งหมด รวมทั้ง สามารถควบคุมการท�ำงานให้ได้มาตรฐานที่ก�ำหนดไว้ ซึ่งลูกค้า จะเห็น ต่อมาเขาจะพูดกันปากต่อปากกันเอง เท่ากับเราไม่ต้อง โฆษณา ลูกบ้านบางรายที่ซื้อไปแล้ว ยังกลับมาขอซื้อเพิ่มอีก หลัง อยากให้ญาติพี่น้องมาอยู่ใกล้กัน แทบจะพูดได้ว่าซื้อบ้าน ในโครงการบ้านรุ่งเรืองจะก�ำไรทุกคน วินๆ ทุกฝ่าย หรือจะเรียก ว่าซื้อแล้ว คุ้มค่า คุ้มราคา คุณจตุรงค์เล่าว่า ถึงตัวเองจะเกิดและเติบโตอยู่ที่กรุงเทพ

แต่มีคุณพ่อเป็นชาวอุดร และท�ำธุรกิจด้านนี้มานานแล้ว เริ่มจาก ท�ำโครงการหลายแห่งที่กรุงเทพ แล้วกลับมาท�ำต่อที่อุดรและ เป็นจังหวะที่เขามาช่วยธุรกิจคุณพ่อ จึงตัดสินใจย้ายครอบครัว มาอยู่ที่นี่ แน่นอนว่าตลาดที่นี่ย่อมมีความแตกต่างกันด้วยปัจจัย พื้นฐานหลายประการ อย่างไรก็ตาม เขามองว่าตลาดอุดรยังมี โอกาสเติบโตอีกมาก ด้วยก�ำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นทุกปี เพราะอุดรเป็น ศูนย์รวมเมืองค้าขายของภาคอีสานตอนบน มีเศรษฐกิจค่อนข้าง ดี และยังมีชาวต่างชาติเข้ามาปักหลักท�ำมาหากินมากขึ้นทุกปี ประกอบกับอีกไม่นาน ถ้าอาเซียนเป็นหนึ่งเดียวแล้วคาดว่าจะ มีชาวต่างชาติ รวมทั้งคนจากประเทศเพื่อนบ้านจะเข้ามาลงทุน มากขึ้น จึงน่าจะเป็นโอกาสของคนอุดร นอกจากจะใช้เวลาอยู่กับงานประจ�ำแล้ว เขายังเอาเวลา ส่วนหนึ่งไปช่วยงานทั้งสภาอุตสาหกรรมจังหวัดและหอการค้า จังหวัดอีกด้วย “ผมจะไปช่วยงานที่หอการค้ามากกว่า เพราะ เคยไปช่วยเป็นกรรมการคัดเลือกแผนธุรกิจของนักศึกษาเมื่อปีที่ แล้ว ไปช่วยเป็นประชาสัมพันธ์ ช่วยเขียนคอลัมน์ลงวารสารด้วย ต่อไปคิดว่าจะเข้าไปช่วยงานมากขึ้นครับ ทั้งที่สภาอุตสาหกรรม ด้วย” เป็นความตั้งใจของเขาที่จะเข้าไปร่วมกิจกรรมกับรุ่นพี่ๆ เพื่อพัฒนาวงการในแวดวงธุรกิจของจังหวัดต่อไป ถึงจะใช้เวลาเพียงแค่ 5 ปีในวงการพัฒนาที่ดินในจังหวัด อุดรธานี หากมีความหมายต่อการพัฒนาตัวเองให้เขาก้าวขึ้นสู่ ความเป็นมืออาชีพในวันข้างหน้า

22

HOME CABLE TV MAGAZINE


HOME PEOPLE

เรื่อง/ภาพ : กองบรรณาธิการ

จิรนันท์ สกุลตั้งไพศาล ณ ตลาดท่าเรือ คิดแต่เรื่องใหญ่ๆ มาวันนี้พลิกมุมมองชีวิตใหม่ ทั้งในแง่ธุรกิจ และเรื่องครอบครัว กลับท�ำให้ชีวิตมีความสุขมากกว่าเดิม

ณ ตลาดท่าเรือ เติบโตด้วยมุมมองใหม่

ค นเรามีโอกาสจะด�ำเนินชีวิตของตัวเองไปอย่างไรก็ได้ หากจะประสบความส�ำเร็จได้ดังใจหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ไม่

สามารถคาดเดาได้ ล�ำพังความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะยังมีเหตุปัจจัยภายนอกหลายประการมาเป็นตัวแปรส�ำคัญ ซึ่งมีโอกาสท�ำให้การด�ำเนินชีวิตของเราต้องพบกับอุปสรรคที่คาด ไม่ถึง หรือในทางตรงกันข้ามอาจจะประสบกับความโชคดีก็เป็น ได้ แน่นอนว่านี่คือ “ประสบการณ์” ที่ควรจดจ�ำ เพื่อน�ำไปสู่การ พัฒนาตัวเองต่อไป โฮมแมกกาซีนฉบับนี้ได้พบกับ คุณจิรนันท์ สกุลตั้งไพศาล เจ้าของร้าน ณ ตลาดท่าเรือ จ�ำหน่ายสินค้าโอท็อป รวมถึงเป็นผู้ ออกแบบและทอผ้าไทยพื้นเมือง ภายใต้แบรนด์ “PAINITE” ส่ง จ�ำหน่ายห้างสยามพารากอน ดิเอ็มโพเรียล คิงส์พาวเวอร์ และ ร้านค้าปลอดภาษีที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่กว่าจะมาเป็นร้าน “ณ ตลาดท่าเรือ” ที่ตลาดท่าเสด็จ จังหวัดหนองคาย คุณจิรนันท์ หรือ “คุณน�้ำตาล” เจ้าของร้านได้เล่าความเป็นมาจากอดีตที่เคย

ร้าน ณ ตลาดท่าเรือ ที่ท่าเสด็จ ในยุคใหม่ก้าวสู่ปีที่ 7 แล้ว เจ้าของร้านได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากที่เคยเป็นร้านแสดงสินค้า โอท็อปต่างๆ ซึ่งคัดสรรแล้วมาเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจ อาทิ ผ้า ไทยพื้นเมือง ไวน์พื้นเมือง เซรามิค น�้ำผลไม้ต่างๆ เป็นต้น ต่อ มาได้น�ำเรื่องราวในอดีตของท่าเสด็จเพิ่มชีวิตชีวา ด้วยการตกแต่ง ร้านแบบย้อนยุค ร�ำลึกอดีตจากภาพถ่ายโบราณและของเก่าที่พอ เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ณ ตลาดท่าเสด็จยุคสมัยยังเป็น ด่านศุลกากร อีกมุมด้านนอกจัดเป็นนิทรรศการไปรษณีย์ไทย ภายในร้านจัดเป็นศูนย์นิทรรศการผ้าไทยพื้นเมืองของยุคสมัยต่าง กัน รวมถึงอุปกรณ์ทอผ้าของชาวบ้านจริงๆ มาน�ำเสนอ สรุปแล้ว ส่วนที่เป็นพื้นที่ค้าขายสินค้าจริงๆ มีเพียง 35% ของพื้นที่ทั้งหมด เท่านั้น ปัจจุบันร้าน ณ ตลาดท่าเรือ ได้กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้ คนเข้าร้านมากขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจะต้องแวะเวียนเข้าไป ชม สอบถาม นั่งจิบกาแฟ และถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ซึ่งเจ้าของร้าน ได้จัดมุมให้ถ่ายรูปในมุมต่างๆ จนกลายเป็นแลนด์มาร์คของตลาด ท่าเสด็จ นี่คงเป็นค�ำตอบที่ดีว่า ท�ำไมถึงยอมใช้พื้นที่ส่วนใหญ่ของ ร้านเป็นศูนย์นิทรรศการขนาดย่อมๆ แทนที่จะ มาเป็นพื้นที่ขายสินค้า อย่างน้อยสร้างความ ประทับใจแก่ผู้มาเยือน และตอบแทนด้วยการ ซื้อสินค้าเล็กๆ น้อยๆ กลับไปเป็นของที่ระลึก แค่นี้เจ้าของร้านก็มีความสุขแล้ว นอกจากนี้ ยังมีลูกค้าอีกไม่น้อยที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ผ้าพื้น เมืองจะมาแวะซื้อผ้าที่นี่เป็นประจ�ำ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเคย เห็นที่ห้างพารากอนมาก่อน หรือบางคนชอบใจกับสไตล์การ

27

HOME CABLE TV MAGAZINE


ได้ แต่ความรู้จากสติปัญญาใช้ได้ไม่มีวัน หมด ประสบการณ์ครั้งนั้นท�ำให้เธอเปลี่ยน ทัศนะในการท�ำธุรกิจว่า ถ้าจะท�ำธุรกิจให้ ประสบความส�ำเร็จจะต้องแบ่งปัน “โอกาส” ให้ผู้อื่นเสมอ และจะต้องช่วยกันอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมให้ทุกคนมีโอกาสได้ท�ำกินกัน นานๆ เพราะความส�ำเร็จไม่ได้หมายถึงเงิน ทองอย่างเดียว

รักครอบครัว...ต้องดูแลที่ “ใจ”

ออกแบบให้ใช้ผ้าผืนเดียว แต่ใช้ได้ในทุก วาระโอกาสไม่ซ�้ำรูปแบบ รวมถึงราคาที่สม เหตุสมผล “ช่วง 2-3 ปีแรกๆ เปิดร้านให้ชาว บ้านน�ำสินค้าที่เราคัดเลือกแล้วมาขาย รวมถึงผ้าทอมือด้วย เรารับมาจ�ำหน่าย ให้ ปรากฏว่าไม่เวิร์ค เพราะสินค้ายังไม่ได้ คุณภาพเพียงพอ ไม่มีเอกลักษณ์ สุดท้าย คิดว่าจะต้องเข้าไปร่วมมือกับชาวบ้านดี กว่า ให้เขาท�ำตามแบบของเรา มาตรฐาน ตามที่เราก�ำหนด และยังได้รู้จักกันมีความ ผูกพันต่อกัน สิ่งส�ำคัญคือเราได้มีส่วน ร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเขา ด้วย โดยเฉพาะให้เขาเลือกใช้วัสดุที่มาจาก ธรรมชาติทั้งหมด ไม่ใช้สารเคมี ท�ำตาม แบบภูมิปัญญาท้องถิ่นเดิมๆ ได้มากน้อย แค่ไหนก็ไม่เป็นไร ขอให้ได้ตามมาตรฐาน ที่เราต้องการ ก็จะรับซื้อหมด เราท�ำกับ กลุ่มชุมชนชาวบ้านแบบนี้หลายพื้นที่ มีทั้ง ที่หนองคาย อุดร หนองบัว และนครพนม ส่วนที่ร้านจะมีหน้าที่ออกแบบดีไซน์พัฒนา

28

HOME CABLE TV MAGAZINE

สินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด เรามีดีไซเนอร์และแบรนด์ของสินค้าเป็นจุด ขายของเราเอง” คุณน�้ำตาลเล่าความเป็นมาแล้วกลับ มาย�้ำที่จุดยืนว่า “เราท�ำธุรกิจในลักษณะนี้ โดยมองข้ามเรื่องก�ำไรไปแล้ว แต่จะคิดถึง เรื่องคุณภาพชีวิตของช่างทอผ้ามากกว่า ว่าจะท�ำอย่างไรให้เขารักษาวิถีชีวิตแบบ ดั้งเดิม ท�ำงานทอผ้าได้หลังจากเสร็จจาก ท�ำไร่ท�ำนา หรือช่วงหมดฤดูกาลท�ำนาแล้ว มีชีวิตอยู่กับครอบครัวโดยไม่ต้องไปขาย แรงงานข้างนอก เพราะถ้าเขาท�ำงานด้วย ความสุข เราก็มีความสุขด้วยที่ได้แบ่งปัน โอกาสให้ซึ่งกันและกัน” ในความหมายของสินค้าโอท็อปเด่นๆ ที่ควรจะเป็น ผู้ซื้อจะต้องเป็นฝ่ายเดินทาง ไปหาถึงผู้ผลิตในท้องถิ่นมากกว่า โอท็อป ในลักษณะนี้จะมีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และความมั่นคงในชีวิตของท้องถิ่นมากกว่า รูปแบบที่ท�ำกันอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งจะเป็นเป้า หมายต่อไปที่คุณน�้ำตาลมุ่งมั่นอยากจะ

ท�ำต่อไป เธอมองว่าทุกวันนี้ถ้าเราจะช่วย ชาวบ้านให้มีโอกาสมากขึ้นจะต้องคิดเรื่อง พัฒนาจากสิ่งที่ท�ำอยู่แล้วให้เกิด “มูลค่า เพิ่ม” มีเอกลักษณ์ของตัวเองมากกว่าจะ ผลิตตามกลไกการตลาดที่เราก�ำหนดไม่ได้ ซ�้ำยังท�ำให้คุณภาพชีวิตของชาวไร่ชาวนา ต้องตกต�่ำลงเรื่อยๆ แนวคิดทั้งหมดที่คิดและท�ำมาถึงวันนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หรือแค่นึกสนุกเท่านั้น คุณน�้ำตาลเล่าว่า เป็นเพราะมีตัวเองได้ รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤติเศรษฐกิจ เมื่อสิบกว่าปีก่อน มีผลสะเทือนต่อการ ด�ำเนินชีวิตในครอบครัวอย่างมากที่สุดใน ชีวิต ท่ามกลางความทุกข์แสนสาหัสเธอ ยังมีความหวังรออยู่ข้างหน้า ท�ำให้เธอได้ เข้าใจชีวิตคนอื่นๆ รอบๆ ตัว ซึ่งเขาเหล่า นั้นทั้งชีวิตก็ยังไม่เคยมีโอกาสเหมือนเธอ ความทุกข์ของเธอไม่อาจเทียบได้กับความ ทุกข์ของคนอื่นๆ อีกมากมาย ในเวลานั้น มีเพียงสติปัญญาเท่านั้นที่จะพาชีวิตให้ รอดพ้นจากวิกฤติได้ เงินทองมีได้ ก็หมด

ท่ามกลางวิกฤติของชีวิตเรามักจะ มองเห็นสิ่งสวยงามของชีวิตด้วยเช่นกัน ส�ำหรับคนรักครอบครัวอย่างคุณน�้ำตาล เธอมีทั้งสามีและลูกๆ เป็นก�ำลังใจให้ สามารถยืนหยัดต่อสู้กับทุกปัญหาที่รุมเร้า เข้ามาในขณะนั้น สิ่งที่ยากที่สุดก็คือการ ต่อสู้กับความคิดเดิมๆ ของตัวเอง เธอ มองย้อนกลับไปแล้วพูดว่า “เราโชคดีที่ ครอบครัวเราประสบวิกฤติเศรษฐกิจ ท�ำให้ เราได้พบมุมมองชีวิตใหม่” หลังจากนั้นเธอทุ่มเทกับการศึกษา ของลูกๆ อย่างเต็มที่ เพราะเห็นว่าการ ศึกษาเป็นทรัพย์ทางปัญญาที่ลูกๆ สามารถ น�ำไปประกอบอาชีพในวันข้างหน้าได้ อย่างไรก็ตาม เธอให้แง่คิดว่า “นอกจาก เขาจะมีความรู้แล้วยังมีอีกหลายมิติของ ชีวิตคนที่จะต้องเรียนรู้ เพราะถ้าจะมุ่งแต่ ความเป็นเลิศอย่างเดียวก็จะอันตรายมาก ยังมีมิติทางสังคมที่เขาจะต้องเรียนรู้การ แบ่งปันให้โอกาสผู้อื่น เพื่อลดความเห็น แก่ตัว และมีความฉลาดทางอารมณ์หรือ อีคิว สอนลูกให้สนใจวิชาศิลปะไว้บ้าง รวม ถึงเรื่องธรรมะ รวมๆ แล้วเป็นศิลปะใน การด�ำรงชีวิต เพื่อให้เขามีความเป็นคนที่ สมบูรณ์แบบ สามารถยืนอยู่ได้ในสังคมได้ ด้วยตัวเอง” “ข้อที่พ่อแม่ควรระลึกไว้ว่า อย่าคาด หวังในตัวลูกมากเกินไป ให้เขาเติบโตตาม ความใฝ่ฝันของเขา แต่ด้วยวัยเด็กเขาอาจ จะยังไม่รู้จักตัวเองดีพอ สิ่งที่พ่อแม่ควรท�ำ คือสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูก เช่น ถ้า ลูกสนใจเปียโนก็ควรจะพาเขาไปการแสดง บ้าง” คุณน�้ำตาลภูมิใจกับลูกทั้ง 2 ลูกสาว คนโตเรียนจบคณะวารสารศาสตร์ จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ภาคภาษาอังกฤษ เรียนจบได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ขณะนี้

ก�ำลังเรียนต่อที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ด้านมานุษยวิทยาเกี่ยวกับสื่อ ส่วนลูกชาย คนเล็กเรียนปริญญาตรีที่ลอนดอนเช่นกัน ด้านนโยบายสังคม (Social Policy) ทั้งนี้ เพราะจะเลือกเรียนวิชาที่สามารถกลับมา ช่วยเหลือสังคมได้ เธอส่งเสริมให้ลูกมี กิจกรรมไปช่วยสอนคอมพิวเตอร์ให้แก่เด็ก ด้อยโอกาสทุกครั้งเมื่อมีโอกาส ส่วนอนาคต เขาจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับตัวของลูกเอง ส�ำหรับเธอและสามีขอท�ำหน้าที่เป็นพ่อแม่ “เราต้องคิดบวกไว้ก่อน และรู้จักการ ที่ดีให้กับลูก ให้ผู้อื่นไว้ก่อน แล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง” เป็นทัศนะที่ผ่านการกลั่นกรอง “คิดบวก” ไว้ก่อน...ชีวิตเป็นสุข มาจากประสบการณ์ตรงของตัวเอง และ ในโลกทุนนิยม เรามักจะได้รับค่า เป็นแรงขับเคลื่อนให้เธอท�ำมากกว่าธุรกิจ นิยมว่าความส�ำเร็จคือความร�่ำรวย โดย ของตัวเอง วันนี้คุณน�้ำตาลยังเป็นประธาน มองข้ามเรื่องคุณธรรมจริยธรรม จึงไม่ คณะกรรมการกลุ่มคาทอลิคเพื่อสตรี และ แปลกที่จะเห็นคนทุกวันนี้จะมีความเห็นแก่ เป็นวิทยากรบรรยายให้กับหน่วยงานต่างๆ ตัวมากขึ้น สิ่งที่น่าห่วงคือคนรุ่นหลังจะอยู่ ตามวาระโอกาส “ดิฉันอยากจะแบ่งปัน อย่างไร ถ้าคนในสังคมส่วนใหญ่คิดแต่จะ ประสบการณ์ให้คนอื่นรับรู้ด้วย เผื่อจะช่วย กอบโกยเพื่อประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว ใน เขาได้บ้าง” ที่สุดก็จะส่งผลร้ายถึงตัวเราด้วย ด้วยเหตุ เราได้คุยกับคุณน�้ำตาลอีกหลายๆ นี้นึกถึงคนที่เข้ามาแก้ปัญหาของชาติซึ่ง ประเด็นที่เป็นสาระประโยชน์ ทั้งในทัศนะ ใหญ่หลวงมาก เขาต้องใช้ความพยายาม ต่อสังคม และครอบครัว น�ำมามาเสนอเป็น อย่างถึงที่สุด เธอนึกถึงพระราชด�ำรัสของ บทความในฉบับนี้ ซึ่งถูกเรียบเรียงเพื่อให้ พระเจ้าอยู่หัวว่า “ถึงจะยังไม่เห็นฝั่ง เราก็ เหมาะสมกับหน้ากระดาษที่จ�ำกัด จะว่ายต่อไป” ค�ำนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เธอ หากแต่ประสบการณ์ที่ถ่ายทอดออก มีแรงฮึด สู้ฝ่าฟันอุปสรรคมาได้จนผ่านพ้น มาก็ยังคงด�ำเนินอยู่ในชีวิตจริงของคุณ วิกฤติมาได้ รวมถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจ น�้ำตาล หรือคุณจิรนันท์ สกุลตั้งไพศาล พอเพียง ซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตคนไทย พบเธอได้ที่ร้าน ณ ตลาดท่าเรือ ท่าเสด็จ อย่างแท้จริง

29

HOME CABLE TV MAGAZINE


HOME TRAVEL เรื่อง/ภาพ : Wave Guide wavenakab@windowlive.com

หนาวแห่งหนึ่ง เราเดินชมตลาดกันพอสมควรก็ขอแวะชิมอาหาร เขาบ้าง ซึ่งมีให้เลือกเยอะ แต่พอลองชิมปรากฏว่าไม่ถูกลิ้นคน ไทยสักเท่าไหร่ รสชาติออกไปทางจืดๆ ซะมาก ก็คงจะดีส�ำหรับ คนรักสุขภาพ แต่พอกลับโรงแรมมันช่างตรงกันข้ามจริงๆ ผู้ชาย ที่นี่เขานิยมอัดควันบุหรี่ไม่เลือกที่ซะด้วย เข้าห้องปั๊บกลิ่นมัน ยังค้างอบอวลอยู่ในห้อง ก็ต้องท�ำใจเป็นอันดับแรก แล้วรีบเปิด หน้าต่างขออากาศบริสุทธิ์ดีกว่า พรุ่งนี้เช้าเราจะเดินทางไปเมืองหยวน เขายกย่องให้เป็น ดินแดนมหัศจรรย์สวนอุทยานในสิบสองปันนาแห่งเขดป่าร้อน ชื้น เรียกชื่อซะเก๋ ว่า “สวนป่าอรัญญา” (SKYTREE) ผมคิดว่า มาเที่ยวสิบปันนาจะพบแต่เรื่องศิลปวัฒนธรรม จริงๆ แล้วยังมี ธรรมชาติที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว ระหว่างทางเห็นไร่ชาเป็นแนว สลอน แต่ที่อดทึ่งไม่ได้ก็ที่สวนกล้วยสองข้างทาง เพราะกล้วย ของเขาหวีหนึ่งๆ ยาวผิดปกติ ไม่รู้ว่าพันธุ์อะไร ขนาดต้องเอา ถุงกระสอบมาคลุม ก็เป็นที่สงสัย ชาวบ้านเขาบอกว่าคลุมไว้จะ ท�ำให้ผิวกล้วยสวยงามอร่าม และที่ส�ำคัญพอกล้วยสุกได้ที่ก็จะตัด ขายบรรจุกระสอบเรียบร้อยทีเดียว ยิงกระสุนนัดเดียวได้นกสอง ตัว นี่แหละ ภูมิปัญญาชาวบ้านขนานแท้ เราเดินทางมาถึงจะพบกับสวนป่าอรัญญาจะเห็นแนวทาง เดิน อยู่บนกิ่งไม้ ให้นักท่องเที่ยวเดินเล่นไปมาโดยมีแนวสะพาน เชือก เป็นตัวเชื่อมทาง และมีการแสดงของชนเผ่าต่างๆ มีกิจ กรรมสนุกๆ ดึงดูดนักท่องเที่ยว มองเห็นนักท่องเที่ยวคนอื่นเขา

เที่ยว สิบสองปันนา เดินตามรอย “ คนไต ”

... า ้ ล ห ง อ ื ม เ 2 ่ ี ท น อ ต ” อ ้ ื ล ท ไ “ น า ้ บ ู ต ะ ร ป เปิด

32

HOME CABLE TV MAGAZINE

ฉบับที่แล้วเรามุ่งหน้าเข้าเมืองเชียงรุ่งกับนางตัวดี ได้

สัมผัสกลิ่นอายของวัฒนธรรมและความเป็นอัตลักษณ์ของ ชาวเมืองสิบสองปันนาไปบ้างแล้ว ฉบับนี้ผมพาท่านมาสัมผัส ความเป็นคน “ไทลื้อ” ที่เมืองหล้ากันบ้าง จะว่าไปแล้วเมือง เชียงรุ่งหรือสิบสองปันนา มีชนเผ่ามากมายในชื่อแปลกๆ ชื่อ ที่เราคุ้นๆ เช่น อาข่า อีก้อ เป็นต้น (อีกหลายเผ่า จ�ำชื่อไม่ ได้ ส�ำเนียงออกไปทางจีนๆ) ส่วนคนไต ที่เราก�ำลังเดินตาม รอย แน่ๆ ก็ “ไทลื้อ” อย่างน้อย คนไทลื้อก็มีความผูกพันกับ คนไทยในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ และภาคอีสานบ้านเรา และคนไทลื้อที่เมืองนี้เป็นประชากรส่วนใหญ่เสียด้วย เส้นทางขากลับบนถนนสาย R3A ย้อนกลับมาที่เมือง หล้า บางคนก็เรียก “เมืองลา” ถ้าเป็นชาวไทยใหญ่ จะเรียก

ว่า “เมิงหล้า” (Mengla) ที่นี่เป็นเมืองสงบ และเรียบง่าย เล่า กันว่าเป็นเมืองผ่านของผู้คนไทลื้อที่หนีภัยสงครามอพยพลงใต้ เข้าไทย พม่า ลาว และเวียดนาม แต่วันนี้เมืองหล้าได้กลาย เป็นประตูบ้านของคนไทลื้อ ส�ำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้มา เยือนอย่างผมและชาวคณะ นับเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ ด้วย บรรยากาศของผู้คนที่เป็นมิตร พวกเราได้แวะเอาสัมภาระเข้า โรงแรมแล้วรีบลงมาเดินตลาด ถ่ายรูป และเก็บเกี่ยวข้อมูล ผมทราบว่า ชาวไทลื้อเป็นชนชาติหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ เก่าแก่ยาวนานเท่าที่มีการบันทึกไว้ ก่อนหน้านี้เรียกเป็น อาณาจักรไทลื้อทีเดียว ก่อตั้งขึ้นในมณฑลยูนนาน เมื่อปี 1723 ต่อมาในปี 2113 อาณาจักรไทลื้อก็ถูกแบ่งออกเป็น 12 ภูมิภาค เพื่อการจัดเก็บภาษี ซึ่งเป็นที่มาของชื่อสิบสองปันนา คนไทลื้อมี ภาษาพูดและตัวอักขระหรือตัวเขียนใช้เองมานาน เป็นเอกลักษณ์ ของไทลื้อ ศิลปะที่โดดเด่นของชาวไทลื้อได้แก่งานผ้าทอไทลื้อ นิยมใช้ผ้าฝ้าย ทอลวดลายที่เรียกว่า ลายน�้ำไหล ซึ่งอาจพบเห็น ได้ในประเทศไทย ซึ่งยังมีคนเชื้อสายไทลื้อที่ได้สืบสานศิลปะการ ทอผ้าแบบเช่นนี้ในหลายชุมชน โดยเฉพาะในภาคเหนือ เราได้ซอกแซกตลาดไทลื้อ เห็นว่าเมืองนี้ต้องอุดมสมบูรณ์ ด้วยพืชพันธ์ธัญญาหาร เรียกว่าเป็นเมืองเกษตรกรรมพืชเมือง

33

HOME CABLE TV MAGAZINE


ล่องเรือในแม่น�้ำลา แต่ผมไม่ค่อยสนใจมากนัก ตอนนี้อยากเข้า ถ�้ำมากกว่า เมืองหยวนมีจุดเด่นที่เป็นแหล่งอนุบาลของสัตว์ป่าสาย พันธุ์ต่างๆ รวมทั้งมีธรรมชาติที่งดงาม ซึ่งถูกพัฒนาให้เป็นแหล่ง ท่องเที่ยว ถ�้ำควายเขาแสง ไม่รู้ว่าผมเรียกถูกหรือป่าว แต่ทราบ ว่าที่ตรงนี้มีต�ำนานเรื่องราวของควายมาอยู่ที่ถ�้ำแห่งนี้ ผมสังเกต มุขของที่นี่เขาจะสร้างสตอรี่เป็นเรื่องเป็นราว จูงใจให้นักท่อง เที่ยวอินไปกับเรื่องราว เพลินไปเลย ภายในถ�้ำดูวังเวง เงียบสงบ

มีไฟตกแต่งเป็นสีสัน พวกเราเดินชมหินงอกหินย้อย ก็คล้ายๆ กับหลายถ�้ำที่เราเคยไป แต่ที่เพิ่มความขลัง ก็เรื่องราวของ ควายป่า ซึ่งมีรูปปั้นเท่าตัวจริงอยู่ข้างในด้วย ดูน่าเกรงขาม ทะมึนช่วยเสริมจินตนาการเราให้ดูตื่นเต้นขึ้นอีก ที่มาสะดุดเข้าจังๆ กับหินย้อยรูปทรงประหลาด ได้ยิน เสียงใครพูดให้เข้าหูว่าเป็นหินตาหินยายของที่นี่ ผมมองแล้ว มันจะเป็นรูปทรงเหมือน “บั้นท้าย” ของคน 2 คนมากกว่า ลองนึกภาพตามผมเอาละกันครับ เกินบรรยายจริงๆ ความ หลากหลายของหินงอกหินย้อยที่เราเดินชม เกือบหนึ่งกิโลครึ่ง สร้างจินตนาการให้เราเพลิดเพลินจนลืมเหนื่อย กว่าจะทะลุถ�้ำ มาออกอีกทาง เล่นเอาเมื่อยเหมือนกัน ขาลงมีรถรางมารับ กลับลงสู่พื้นราบข้างล่าง เป็นอันจบทริปสิบสองปันนาครั้งนี้ สรุปว่า มาเที่ยวทริปนี้ได้พบรอยเท้าของคนไทใน อดีต ซึ่งทิ้งร่องรอยให้เราได้ค้นหา ทั้งในด้านศิลปวัฒนธรรม ประเพณี การแต่งกาย ภาษา ตลอดจนจนวิถีชีวิต ส�ำหรับผม แล้วมีความรู้สึกลึกๆ ว่าเราเคยเป็นญาติพี่น้องกันมาก่อน ถึง แม้ว่าวันนี้จะอยู่กันคนละประเทศก็ตาม สุดท้ายขอขอบคุณ สิบสองปันนาทัวร์ มากๆ ครับที่เปิดโอกาสให้ผมได้เก็บเกี่ยว ประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟัง ถึงเวลาที่ต้องอ�ำลาสาวตัวดี เดิน ทางกลับสู่ชายแดนลาว ทริปหน้าเจอกันใหม่นะครับ ติดตามดูว่าผมจะพาไป เที่ยวไหนกันต่อ สวัสดีครับ

35

HOME CABLE TV MAGAZINE


HOME RELAX

เรื่อง/ภาพ : กองบรรณาธิการ

Tree House จิบกาแฟริมแม่น�้ำโขง

ถ้า

ได้นั่งจิบกาแฟ ด้วยบรรยากาศดีๆๆ ริมแม่นำ�้ โขง ยังไงๆ ก็ตอ้ งอร่อย ในจังหวัดหนองคาย จะมี สั ก กี่ ร ้ า นที่ ล งทุ น ตกแต่ ง ร้ า นให้ ส ะดุ ด ตา โดดเด่น น่านัง่ แถมได้นงั่ มองแม่นำ�้ โขงในมุมมอง ที่กว้างไกล ภายใต้ร่มไม้ใหญ่ ซึ่งมีให้เลือกทั้ง เอาท์ดอร์และอินดอร์ เจ้าของร้านตั้งชื่อร้านให้ เป็น “บ้านต้นไม้” เข้ากับต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่แล้ว แต่เลือกใช้เป็นภาษาอังกฤษว่า...Tree House ร้านทรีเฮาส์ ตั้งอยู่ริมถนนริมโขง อยู่ติด

กับร้านดานัง ซึ่งเป็นของครอบครัวเดียวกัน โดย “น้องกอล์ฟ” ชฎารักษ์ รุ่งเรืองวรโชติ เห็นว่ามี ที่ดินว่างอยู่แล้ว จึงขยายมาเปิดอีกร้านเป็นร้าน ขายเครื่องดื่ม กาแฟ ขนม และเบเกอรี่ รองรับ กลุ่มคนรุ่นใหม่ และนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและ ต่างประเทศ จึงลงทุนออกแบบหน้าร้านให้ดูโดด เด่นแตกต่างกับร้านอืน่ ๆ ในเขตเทศบาลหนองคาย “คนผ่านข้างนอกนึกว่าที่ร้านจะขายแพง จริงๆ ไม่ใช่เลยเราขายราคาปกติ คนหนองคาย ซื้อทานได้ สบายๆ” คุณกอล์ฟเล่าให้ฟัง เมนู เครื่องดื่มยอดนิยมได้แก่ ชาเขียว (เย็น) และทรีเฮาส์ หรือชานมเย็น ราคาแก้ว ละ 45 บาท ถ้าเป็นกาแฟรสชาติตา่ งๆ แบบร้อน ไม่เกิน 50-55 บาท เห็น แล้วน่ารับประทานมาก ลูกค้าส่วน ใหญ่เข้ามาก็นยิ มสัง่ เมนูขนมปัง ปิ้ง คู่กับสังขยา ซึ่งมีให้เลือกอีก ว่าจะเป็นสังขยาชา สังขยาช็อคโก แล็ต ใบเตย เป็นลูกเล่นที่เจ้าของ ร้ า นเพิ่ ม รสชาติ ก ารดื่ ม กาแฟ ทั้ ง ร้อนและเย็นได้อย่างเพลิดเพลิน ใน

กลุ่มเครื่องดื่มยังมีอีกหลายเมนู เช่น เมนูสมูทตี้ เมนูอิตาเลี่ยนโซดา เมนูผลไม้ปั่น เมนูนม เรียก ว่ารองรับลูกค้าทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มรักสุขภาพ อีกด้วย เมนูใหม่ล่าสุด เป็นขนมปังปิ้งแต่งหน้า ด้วยสตรอเบอรีและวีฟครีม แล้วราดด้วยน�้ำช็อค โกแล็ต เรียกเมนูนี้ว่า “ฟรุทโทส” นอกจากนี้ยัง มีขนมสไตล์อิตาเลี่ยน “ทิรามิสุ” ชื่อคล้ายญี่ปุ่น ช็อคโกแล็ตมูส หรือ “ช็อคมูส” และบลูเบอรี่ชีส เค้ก หรือ “บลูชีส” ซึ่งที่ร้านท�ำเองทั้งหมด รวม ถึงเบเกอรี่ต่างๆ ทั้ง บราวนี่ วานิลา แบล็คฟอเรส ล้วนแล้วน่ารับประทานทั้งสิ้น เจ้าของร้านมีสโลแกนว่า Tree House... I’m here coffee& bread

57

HOME CABLE TV MAGAZINE

ฉบับที่ 53  

วารสารโฮมฉบับที่ 53

Advertisement