__MAIN_TEXT__

Page 1


editorIAL: สั่งหรือสอน?

นักเรียนไทยอย่างเราคงคุน้ เคยกับค�ำนี้ดี ไม่วา่ จะในรัว้ โรงเรียน หรือเขตรัว้ บ้าน ก็จะมีทงั้ ครูและพ่อแม่และผูใ้ หญ่ คอยสอนสัง่ และสังสอนในเรื ่ ่องราวต่างๆ อยู่เป็ นนิจ เช่น ถ้าเด็กๆ หน่อยอย่างอนุบาลหรือประถม ก็จะถูกสอนว่า ต้องเป็ นเด็กดี ตัง้ ใจเรียน โตขึ้นมาอีกนิด ก็ถกู สอนว่า ต้องเรียนเก่ง ต้องเป็ นคนดี ต้อง…ฯลฯ แต่เราไม่ได้ถกู สอนว่า ‘ต้องตัง้ ค�ำถาม’ เพราะเมือ่ ไรทีม่ คี ำ� ถาม สัญนิษฐานไว้ก่อนเลยว่ามีความสงสัย

ชลธิดา พระเมเด หัวหน้ากองบรรณาธิการ

เมือ่ มีความสงสัย มักตามมาด้วยการอยากรูค้ ำ� ตอบ และดูเหมือนว่าผูใ้ หญ่ไม่ค่อยอยากให้เด็กๆ สงสัยกันสักเท่าไหร่ เกิดสงสัยขึ้นเมือ่ ไหร่ อ�ำนาจความคุมสันคลอนทั ่ นที ‘เด็กดี’ ก็จะกลายเป็ น ‘เด็กดื้อ’ ไม่ยอมเชื่อฟังท�ำตามค�ำสังสอนอี ่ กต่อไป และผูใ้ หญ่ส่วนมากมักไม่ค่อยชอบเด็กดื้ออีกเหมือนกัน ถ้าไม่อยากผลิตเด็กดื้อขึ้นมาให้ปวดหัว ก็ตดั ต้นสงสัยทิ้งเลย ง่ายกว่า เมือ่ เราโตมาโดยไม่รูจ้ กั ตัง้ ค�ำถาม ก็จะยึดเอาสิง่ ทีถ่ กู สอนสังมาเป็ ่ นหลักในการด�ำเนินชีวติ และทุกอย่างคงด�ำเนินไปด้วยดี ไม่น่าจะมีปญั หาอะไร เพราะทุกคน ‘เชื่อ’ และ ‘ฟัง’ ในสิง่ ทีเ่ คย ‘เชื่อ’ และ ‘ฟัง’ กันมาโดยตลอด เป็ นนักเรียน เป็ นนักศึกษา เป็ นมนุษย์งาน เป็ นสามีภรรยา เป็ นพ่อแม่ เป็ นปู่ย่าตายาย เป็ นทุกอย่างทีส่ งั คมคาดหวังว่าจะให้เป็ น แต่ลมื ‘เป็ นตัวเอง’ โดยส่วนตัวชอบสนับสนุนให้ทกุ คน ‘เป็ นตัวเอง’ ให้ตงั้ ค�ำถามเยอะๆ สงสัยเยอะๆ วางเรื่องถูกผิดเอาไว้ก่อน ถามเยอะ สงสัยเยอะ ก็จะหาค�ำตอบได้เยอะ ขณะเดียวกัน ‘อย่ากลัว’ ถ้าตัวเองจะถูกตัง้ ค�ำถามบ้าง ความน่าสนใจของการถูกตัง้ ค�ำถามคือ การได้ทบทวนตัวเอง ทบทวนเยอะๆ จะได้รูจ้ กั ตัวเองเยอะๆ นี่คอื หนึ่งในวิธกี ารง่ายๆ ทีห่ ลายคนมักมองข้าม ท�ำให้หาตัวเองไม่เจอสักที

credit: facebook fanpage “วิวาทะ”

CONTENTS:

OCTOBER 2012 VOL.08 No.96

B Side Cover Story 03 Music 08 Siam Music 10 Film Released 11 App 12 IT 14 Product 16 Book 18 Art 20 Exhibition 22 Test 24 Something 25

Photo:

Play Hard Team

03

Cover Story


cover story

HEAR THE WIND SING ล่องบอลลูนไปฟังเสียงลม เรื่อง: ชลธิดา ภาพ: ภาคภูมิ วาณิชพงษ์ / Play Hard

220 ปี ก่อน, Annonay ประเทศฝรัง่ เศส สองพีน่ อ้ งตระกูลมองต์โกลฟิ เย (Montgolfier Brothers) โจเชฟ (Joseph) และ เอเตียน (Ettienne) ก�ำลังคร�ำ่ เคร่งอยูก่ บั การท�ำให้บอลลูน จากกระดาษผสมผ้าไหมลอยตัวขึ้นไปบนอากาศ ให้ได้ ด้วยหวังว่าตัวเขาและมนุษยชาติจะสามารถ ท่ อ งไปในฟ้ ากว้า งได้อ ย่ า งอิส ระเสรี จากการ ทดลองอยู่หลายครัง้ หลายครา บอลลูนกระดาษ ไหม้ไปก็มาก ในทีส่ ุดก็สามารถท�ำให้บอลลูนลอย ได้เ สีย ที ในตอนแรกนั้น ทัง้ สองคนเข้า ใจว่ า บอลลูนลอยได้ดว้ ยควันไฟ ก็เลยจุดไฟอัดควัน เข้าไปเยอะๆ แต่ลอยไปสักครู่กห็ ล่นตุบ๊ เอาใหม่... คิดใหม่ ไม่น่าจะเป็ นเพราะควัน เขาเลยลองติด เชื้ อ เพลิง อย่ า งฟางข้า วและปุ๋ ย คอกเข้า ไปกับ บอลลูนด้วย ปรากฎว่าบอลลูนลอยได้นานกว่าเดิม

เหตุเพราะการลอยตัวของบอลลูนนัน้ เกิดจาก อากาศร้อนภายในบอลลูนซึง่ เบากว่าอากาศเย็น รอบๆ ท�ำให้บอลลูนสามารถลอยตัวในอากาศได้ และใช้แรงลมตามธรรมชาติเป็ นตัวขับเคลือ่ น เมื่อท�ำให้ลอยได้ก็นบั ว่าส�ำเร็จไปขัน้ หนึ่งล่ะ แต่ยงั มีงานยากรออยู่ คือท�ำยังไงให้ สามารถบรรทุกผูโ้ ดยสารได้ดว้ ยนะ อย่างงี้ก็ ต้องทดลองดูก่อน... เริม่ จากเอาเป็ ดขึ้นไปก่อน ละกัน เมือ่ การลอยเป็ ดผ่านไปด้วยดี ก็เริ่มน�ำ สัตว์ตวั ใหญ่ข้นึ เรือ่ ยๆ บรรทุกไปกับบอลลูนจน กระทัง่ มาจบทีว่ วั เอ…ขนาดวัวยังขึ้นได้ และ กลับลงมาอย่ างปลอดภัย คนก็น่าจะขึ้นได้ เหมือนกันล่ะน่า... HIP MAGAZINE

03


ขณะทีส่ องพีน่ อ้ งท�ำการทดลองลอยบอลลูน ข่าวก็แพร่สะพัดไปทัวเมื ่ องทีเ่ ขา อาศัย กระทัง่ ลอยไปเข้าหูของพระเจ้าหลุยส์ท่ี 16 (King Louis XVI of France) พระองค์สนใจและสนับสนุ นโครงการนี้อย่างเต็มที่ เมื่อเห็นว่าการทดลองของ ทัง้ สองพี่นอ้ งเป็ นผลจนขนาดว่าพาสัตว์ใหญ่อย่างวัวขึ้นและลงมาอย่างปลอดภัย ก็คงถึงเวลาแลว้ ทีจ่ ะพาคนขึ้นไปบนฟ้ าบ้าง แลว้ จะเริ่มจากใครก่อนดีละ่ ...นักโทษ ประหารจึงได้รบั เลือกเป็ นผูเ้ สีย่ งภัยในภารกิจนี้โดยแลกกับอิสระภาพหากกลับลงสู่ พื้นดินอย่างปลอดภัย นักโทษคนแล ้วคนเล่าถูกส่งขึ้นไปและกลับลงมารับอิสรภาพ เมือ่ มีมากเข้าชาวเมืองก็เริ่มวิพากษ์วจิ ารณ์กนั หนาหูถงึ ความไม่เหมาะสม เอ๊…แล ้ว จะท�ำยังไงดี ใช้นกั โทษก็ดูไม่ดี งัน้ คงถึงเวลาส�ำหรับคนธรรมดาเสียที ในวันที่ 19 เดือนกันยายน ปี ค.ศ. 1783 จึงเป็ นวันแรกทีเ่ ริม่ บินบอลลูนโดยมีผูโ้ ดยสารอย่างเป็ น ทางการ โดย มาควิส ฟรังซัว ดาร์ลองส์ (Marquis Francois d’Arlandes) หัวหน้า หน่วยทหารราบ และ ปิ ลาร์ต เดอ โรซิเย (Pilatre de Rozier) นักฟิ สกิ ส์ชาวฝรัง่ เศส ได้รบั สิทธิ์ข้นึ ไปชมท้องฟ้ าในมุมสูงในเทีย่ วบินปฐมฤกษ์ของบอลลูน สมัยนัน้ ใครขึ้นบอลลูนแล ้วกลับลงมาปลอดภัย จะได้รบั แต่งตัง้ ต�ำแหน่งเป็ น ท่านเซอร์บา้ ง เป็ นอัศวินบ้าง (หรือถ้าเป็ นผูห้ ญิงก็ได้เป็ นดัชเชสเชียวนะ) นัยว่า ตอบแทนความกล ้าหาญทีย่ อมเสีย่ งตาย พร้อมทัง้ มีพธิ เี ลี้ยงต้อนรับ และเจิมศีรษะ ด้วยแชมเปญเป็ นการเฉลิมฉลองทีร่ อดตายกลับมาได้ นี่คอื เรื่องเล่าของจุดก�ำเนิดบอลลูนลมร้อน (Hot Air Balloon) อากาศยาน เก่าแก่ทส่ี ดุ ในโลก ผ่านมากว่าสองร้อยปี บอลลูนลมร้อนแบบดัง้ เดิมจากการออกแบบ ของสองพีน่ อ้ งตระกูลมองต์โกลฟิ เย ก็ยงั คงลอยประดับประดาท้องฟ้ า และท�ำหน้าที่ พานักผจญภัยผูช้ อบปล่อยตัวปล่อยใจไปตามลม...จะไปแห่งไหนก็แลว้ แต่สายลม ได้ท่องเทีย่ วไปในท้องฟ้ าอย่างอิสระเสรีสมใจล่ะ แม้อากาศยานจะถูกพัฒนาให้ทนั สมัยและสะดวกรวดเร็วมากเพียงใด แต่บอลลูนก็ยงั คงความคลาสสิคและเสน่หเ์ อา ไว้อย่างทีอ่ ากาศยานอย่างอืน่ ให้ไม่ได้ นัน่ คือเมือ่ ขึ้นไปแล ้วเราไม่สามารถรูไ้ ด้เลยว่า บอลลูนจะพาเราไปสู่แห่งหนต�ำบลใด จะไปถึงสุดขอบโลกหรือไม่... อันนัน้ ก็ข้นึ อยู่ กับเชื้อเพลิงทีค่ ุณมีละ่ นะ … 04 HIP MAGAZINE


เดือนที่แล้ว, ดอยสะเก็ด เชียงใหม่ ปกติค่อนข้างขยาดความสูงอยู่เป็ นทุนเดิมอยู่แล ้ว นัง่ เครื่องบินแต่ละทีกย็ งั ใจตุม้ ๆ ต่อมๆ คอยลุนให้ ้ เครื่องไต่เพดานบินไปถึงระดับสักทีเถอะ มันโหว่งๆ ยังไง ชอบกล แม้กระทัง่ ขึ้นหอคอยสู งแค่ ไม่ก่ีรอ้ ยเมตรก็ยงั ไม่กลา้ มองลงมาด้านล่าง เคยเหมือนกันทีท่ ำ� เป็ นใจกลา้ ริอยากกระโดดบันจี้จ ั ๊มพ์ แต่ก็ลงเอยด้วยการถูกถีบ ลงมาแทนการโดด ฉะนัน้ เรื่องจะขึ้นบอลลูนนี่ไม่เคยคิดด้วยซ�ำ ้ แต่โอกาสดีๆ ไม่ได้ มีมาบ่อยๆ มัวแต่กล ้าๆ กลัวๆ คงไม่ได้กนิ ...เอ๊ย! คงพลาดประสบการณ์น่าตื่นเต้น อย่างการขึ้นไปสู่ 2,000 ฟุตเหนือระดับน�ำ้ ทะเล แลว้ ชื่นชมเชียงใหม่จากมุมมสูง พร้อมกับชมพระอาทิตย์ทก่ี ำ� ลังทอแสงสีสม้ ทองสูท่ อ้ งฟ้ าด้วยอากาศยานเก่าแก่ทส่ี ุด ในโลกอย่างบอลลูน จากการชักชวนของบริษทั Flying Media ผูใ้ ห้บริการบอลลูน โดยสารอย่ างถูกต้องตามกฎหมายแห่งเดียวในประเทศไทย และมีบินเฉพาะ ในเชียงใหม่เสียด้วยสิ จังหวัดอืน่ อยากบินบ้าง ก็คงต้องมาเชียงใหม่ก่อนนะจ๊ะ ในฤดูฝนอย่างนี้ นอกจากจะต้องลุนกั ้ นแล ้วว่าฝนจะพร�ำลงมาให้การบินล่ม หรือเปล่าแล ้ว เรายังต้องไปถึงสนามในเวลาหกโมงเช้า หมายฟามว่าถ้าพักแถวนิมมานฯ ก็ตอ้ งตื่นตีส!่ี !! บึ่งรถฝ่ าความมืดตอนรุ่งสางเดินทางสู่สวนพฤกษศาสตร์ทวีชล อ�ำเภอ ดอยสะเก็ด สถานทีข่ ้นึ บินของเราในเช้านี้ค่ะ พอมาถึงทีมงานของ Flying Media ก�ำลังเตรียมอุปกรณ์กนั อยู่ เลยเข้าไปด้อมๆ มองๆ ว่าเขาต้องใช้อะไรในการขึ้นบิน บ้าง หลักๆ ก็จะมีตระกร้าใส่ผูโ้ ดยสาร เห็นขนาดไม่ใหญ่มากแต่รบั น�ำ้ หนักผูโ้ ดยสาร พร้อมคนขับได้ถงึ 6 คน รวมทัง้ ถังเชื้อเพลิง LPG อีก 4 ถังได้สบายๆ ด้านบนของ ตระกร้าจะติด Burner เอาไว้ส�ำหรับจุดไฟเพิม่ อากาศร้อนเข้าไปท�ำให้บอลลูนลอยตัว ขึ้นสู่อากาศ เมือ่ ทดสอบ Burner ว่าใช้งานได้ดไี ม่ขดั ข้องทัง้ 2 หัวแล ้ว ลูกเรือก็ เตรียมกางผืนผ้าใบทีท่ ำ� จากวัสดุกนั ความร้อนสูงออก ส่วนนี้คือตัวบอลลูนนัน่ เอง ซึง่ มีความยาวกว่า 20 เมตร และมีความจุ 2,200 ลูกบาศก์เมตร เมือ่ คลีผ่ า้ ใบออก แลว้ ก็ผูกเชือกยึดเข้ากับตัวตระกร้า ก่ อนจะเป่ าลมเย็นเข้าไปให้บอลลูนพองตัว พอเติมอากาศร้อนเข้าไปบอลลูนก็ค่อยๆ ยกตัวขึ้นกระทัง่ ตัง้ ฉาก เมือ่ ได้กนิ ลมจน ผ้าใบเต่งตึงแล ้ว ก็เริม่ ออกอาการแกว่งไกวราวจะบอกว่าฉันพร้อมจะบินแล ้วนะพวกเธอ รีบปี นขึ้นมากันสักทีสคิ ร่ะ! HIP MAGAZINE

05


พอเห็นว่าบอลลูนพร้อมออกเดินทางแล ้วลูกเรือก็เรียกให้ผู ้โดยสารในเทีย่ วบิน เช้านี้คอื ทีมงาน HIP และนักท่องเทีย่ วจากเมืองกรุงอีก 2 คนมาขึน้ ได้แล ้ว ก่อนออกบิน กัปตันก็จะชี้แจ้งข้อห้ามต่างๆ อย่างเวลาขึ้นไปอยูบ่ นนัน้ ห้ามออกมากนอกตระกร้านะ ถ้าจะโดดก็ช่วยบอกก่อน เพราะน�ำ้ หนักจะหายไปท�ำให้บอลลูนเสียสมดุล (เอ่อ… คิดว่าเป็ นมุกนะคะ คงยังไม่มใี ครคิดสัน้ ขนาดนัน้ ) พวกเราก็ได้แต่ฮากับมุกข�ำขัน รับยามเช้าของกัปตัน พร้อมกับฟังข้อห้ามต่อไปคือ ห้ามสูบบุหรี่ค่ะ แม้วา่ เชื้อเพลิง LPG ที่ ใ ช้จ ะไม่ ติ ด ไฟก็ ต าม แต่ เ พื่อ สวัส ดิ ภ าพส่ ว นรวมก็ ต อ้ งงดไปก่ อ น ฟังค�ำบรรยายจบลูกเรือก็ปล่อยบอลลูนให้ลอยขึ้นสู่อากาศอย่างช้าๆ แม้จะไม่มแี รง ลมมากวัดไกวให้หวาดเสียว แต่ดว้ ยสัญชาตญาณอันแรงกลา้ ก็พาให้เราผูโ้ ดยสาร ทัง้ 4 พร้อ มใจกัน ยึด ที่จบั ข้า งตระกร้า ไว้ใ ห้มนั ่ แม้จ ะรู ว้ ่า ไม่ช่ว ยอะไรก็ตาม ยามฉุกเฉินแต่กย็ งั อุ่นใจล่ะฟ่ ะ เช้านี้แม้จะไม่มฝี น และฟ้ าค่อนข้างโปร่ง แต่ ‘ไร้ลม’ หมายความว่าพอบอลลูน ลอยไปถึงระดับหนึ่ง ก็จะหยุดนิ่งแทบไม่ขยับไปไหน ราวกับก�ำลังยืนอยู่บนหอคอย สูงทีส่ ามารถเห็นวิวโดยรอบได้แบบพาโนรามา ไม่เหมือนก�ำลังลอยเท้งเต้งอยู่กลาง อากาศเลยสักนิด ก็โล่งอกไปเปาะหนึ่ง เพราะเคยได้ยนิ ว่าบางทีถา้ ลมแรงๆ สามารถ พาบอลลูนไปไกลถึงล�ำพูนเลยทีเดียว ประมาณสิบนาทีผา่ นไป กัปตันก็พาเราไต่ระดับ สูงขึ้นไปอีกด้วยการเปิ ด Burner เพิม่ ความร้อนภายในบอลลูนให้มากขึ้น จะได้ลอย สูงขึ้น ผลทีต่ ามมาคือให้ความรูส้ กึ เหมือนยืนอยู่ขา้ งเตาแก๊สตลอดเวฯ ยมไฟขนาด - -” 06 HIP MAGAZINE

ไต่ระดับขึ้นไปที่ 2,600 ฟุตเหนือระดับน�ำ้ ทะเลค่อนมีลมพัดมาบ้าง ระหว่าง นัน้ พระอาทิตย์ก็เริ่มฉายแสงสีทองผ่านภูเขาด้านหลังอ�ำเภอดอยสะเก็ดออกมาแล ้ว ยิง่ มองไปเบื้องล่าง เห็นหมูบ่ ้านเล็กใหญ่กระจายเป็ นกลุม่ ก้อน สลับกับทุง่ นาสีเขียวขจี พร้อมเมฆหมอกจางๆ ทีก่ ำ� ลังคลายตัวเมือ่ ต้องแสงแดด เป็ นภาพความสวยงาม ทีน่ ่าประทับใจยิง่ และหาดูได้ยาก หากไม่ได้มโี อกาสมาขึ้นบอลลูนในเช้านี้ ราวหนึ่งชัว่ โมงทีอ่ ยู่บนนัน้ ข้อดีของกระแสลมนิ่ง คือ ความสงบ บนความ สูงระดับนัน้ และด้วยพื้นทีจ่ ำ� กัดขยับไม่ได้มาก เลยบังคับให้เราท�ำได้เพียงยืนชมวิวนิ่งๆ เมือ่ หยุดการเคลือ่ นไหว ก็เหมือนเปิ ดโอกาสให้ประสาทสัมผัสส่วนอืน่ ได้ทำ� งานมากขึ้น ตาสามารถมองเห็นภาพระยะใกลไ้ กลได้อย่างพิถพี ถิ นั มีเวลาในการพินิจพิจารณา และซึมซับความสวยงามอย่างลึกซึ้ง ส่วนหูกเ็ ปิ ดรับสรรพเสียงเต็มที่ ไม่วา่ จะหมาเห่า วัวร้อง เสียงนก สีรถ เสียงคน ได้ยนิ แทบทุกรายละเอียด เหมือนก�ำลังนัง่ ในห้อง แสดงดนตรีสดขนาดใหญ่ท่มี เี ครื่องดนตรีนานาชนิดก�ำลังบรรเลงเพลงให้เราฟัง ส่วนจมูกก็หายใจเข้าไปลึกขึ้น หายใจออกยาวขึ้น เพราะเราไม่ตอ้ งเร่งรีบสูดอากาศ เข้าปอด เพือ่ ให้ทนั กับกิจวัตรอันเร่งรีบในแต่ละวัน ครบเวลาแลว้ ก็ตอ้ งหาทีล่ งกันล่ะ กัปตันวิทยุสอ่ื สารกับลูกเรือด้านล่างเพือ่ นัดแนะจุดลงจอด ความคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ของกระแสลม พาให้เราพลาดเป้ าหมาย แรกไป เพราะเมือ่ กัปตันดึงเชือกควมคุม Vent (ช่องเปิ ดด้านบนของบอลลูนส�ำหรับ ระบายอากาศร้อน) ให้ระบายความร้อนออก ท�ำให้บอลลูนลดระดับเพดานบินลง


ส�ำหรับการจอด แต่ เหมือนลมแกลง้ พัดพาเราหันเหไปอีกทาง กัปตันจึงต้องเร่ ง Burner ให้บอลลูนลอยขึ้นใหม่ และมองหาทีจ่ อดแห่งใหม่ นอกจากความเชีย่ วชาญในการควบคุมบอลลูน ให้บนิ อย่างราบรื่นแลว้ การลงจอดก็ถอื ว่าเป็ นเรื่องพิสูจน์ความสามารถของกัปตันและลูกเรือ เหมือนกัน ด้วยบอลลูนลมร้อนนี้ไม่มเี ครื่องยนต์กลไกใดๆ ช่วยบังคับทัง้ นัน้ ฉะนัน้ ต้องอาศัย ฝี มอื ประสบการณ์ รวมทัง้ วิจารณญาณในการประเมินสถานการณ์ตรงหน้าล ้วนๆ อีกหนึ่งความ ตื่นเต้นของบอลลูนนอกเหนือจากการลอยตามลมไปอย่างไร้ทศิ ทาง ก็คอื เรื่องลงจอดนี่ละ่ และก็ไม่ผดิ หวัง เมือ่ หาทีว่ า่ งเหมาะๆ ได้แล ้ว ลูกเรือก็บอกให้กปั ตันพาบอลลูนลงมาเลย ทีมงานภาคพื้นดินเตรียมการพร้อมรับแลว้ พวกเราก็เก็บอุปกรณ์เข้ากระเป๋ า และเกาะที่จบั กันแน่น พอกัปตันให้สญั ญาณว่าให้ย่อเข่าเตรียมแลนดิ้งลงพื้น ก็ทำ� ตามกันอย่างไม่อดิ ออด ด้วยเกรงว่าถ้าพลาดอย่างน้อยก็ยงั มีตระกร้าคอยคุม้ กันอยู่อกี ชัน้ ล่ะฟ่ ะ แต่การลงในวันนัน้ ผ่าน ไปอย่างนิ่มนวล เมือ่ ถึงพื้นปุ๊ บมีกระดอนอีกครัง้ เบาๆ แล ้วทีมลูกเรือก็เข้ามาตระครุบเชือกดึง บอลลูนเอาไว้อย่างทันท่วงที เช้านัน้ ก็เลยลงมาจากฟ้ าอย่างสวยงาม และปลอดภัย ตรงนี้กต็ อ้ ง ยกความดีความชอบให้กปั ตันและลูกเรือทุกคนด้วยค่ะ (ปรบมือ) จากนัน้ ก็เป็ นเวลาของอาหารเช้าทีมงาน Flying Media จัดต้อนรับอย่างอิม่ หน�ำด้วย เบรคฟาสต์แบบฝรัง่ ทีห่ อ้ งอาหารภายใน Horison Resort บริเวณเดียวกับสวนพฤกษศาสตร์ ทวีชล อิม่ หน�ำกันแล ้วก็เข้าสูพ่ ธิ กี รรมประดับยศและมอบประกาศนียบัตรว่าผ่านการขึ้นบอลลูน มาแลว้ นะจ๊ะ เราคือเหล่าอัศวินผูก้ ลา้ แห่งดอยสะเก็ด (เท่ไม่หยอกเชียวล่ะ ฮ่าๆ) พิธกี รรมนี้ ปฏิบตั กิ นั มาตัง้ แต่เมือ่ สองร้อยกว่าปี ก่อน โดยมีกปั ตันเป็ นผูเ้ ปิ ดแชมเปญและน�ำมารดศีรษะเจิม ให้ผูโ้ ดยสารทุกคน แล ้วเราก็ดม่ื ฉลองความส�ำเร็จร่วมกันตอนเก้าโมงกว่า อาจจะเช้าไปส�ำหรับ การดืม่ แอลกอฯ แต่กช็ ่วยถอนพิษจากเมือ่ คืนได้ดเี หมือนกัน ;P ก่อนแยกย้ายจากกันไปทาง Horison Resort ก็ได้พาทุกคนนัง่ รถกอล์ฟเข้าชมสวน พฤกษศาสตร์ทวีชลเสียหน่อย เมือ่ ตอนขึ้นบอลลูนได้เห็นวิวของสวนจากมุมสูงแลว้ คราวนี้ เปลีย่ นมาชมอย่างใกล ้ชิดบ้าง ก็ให้อารมณ์เพลิดเพลินไปอีกแบบ ใครสนใจไปสัมผัสประสบการณ์ มองเชียงใหม่ในมุมสูง ปะทะสายลมแสดงแดดยามเช้าเหมือนเราในวันนี้ สามารถเข้าไปดูราย ละเอียดการบินและค่าใช้จ่ายได้ท่ี www.balloonadventurethailand.com ลองไปหาค�ำตอบด้วยตัวคุณเองว่า...เสียงลมก�ำลังกระซิบบอกอะไร HIP MAGAZINE

07


music Album: Oceania Artist: Smashing Pumpkins Label: EMI วงอัล เทอร์เ นทีฟ ร็อ คจากชิค าโกที่มีป ระวัติ ยาวนานอย่าง Smashing Pumpkins ออกอัลบัม้ ใหม่ ล่าสุดซึ่งเป็ นอัลบัม้ ล�ำดับที่ 9 ของพวกเขา นัน่ ก็คือ Oceania เปิดตัวไปเมือ่ เดือนมิถนุ ายนทีผ่ า่ นมา อัลบัม้ นี้ Billy Corgan ตัวตัง้ ตัวตีของวงกลับมาพร้อมกับ สมาชิกใหม่ ได้แก่ Jeff Schroeder กีตาร์รทิ มึ , Nicole Fiorentino เบสส์ และ Mike Byrne มือกลองเด็ก หนุ่มใหม่สดอายุแค่ยส่ี บิ ต้นๆ เท่านัน้ ถึงแม้ว่าสมาชิกวง จะเปลีย่ นไป แต่ท่วงท�ำนองก็ยงั คงเป็ น Smashing Pumpkins ในแบบของ Billy Corgan อยู่ เพียงแต่ เพิม่ เสียงอิเล็กทรอนิกส์เข้ามามากขึ้นให้เข้ากับยุคสมัย เปิ ดตัวด้วยซิงเกิลแรก The Celestials ส�ำหรับซาวน์ด

ดนตรีนนั้ มีส่วนผสมของท�ำนองเพราะพริ้งฟังสบาย และกระชากอารมณ์อยู่ในเพลงเดียวกัน ซึง่ เรียกความ สนใจได้ดี แต่วา่ กระแสความนิยมยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อาจเพราะภาพของ Smashing Pumpkins ทีอ่ อกมา ในตอนนี้ดูจะกลายเป็ น Billy Corgan ไปเสียหมด ส่วนเพลงทีอ่ ยากแนะน�ำให้ลองฟังคือ Oceania เพลง เดียวกับชื่ออัลบัม้ มาในซาวน์ดแบบร็อคมากหน่ อย แต่มที ว่ งท�ำนองง่ายๆ ตกแต่งให้มีสสี นั เพิม่ ขึ้นด้วยเสียง อิเล็กทริกส์เล็กๆ สลับจังหวะช้าเร็วในความยาวถึง 9 นาที เรียกว่ารวมความเป็ น Smashing Pumpkins อยู่ในเพลงนี้เพลงเดียว ลองไปติดตามกันดูท่ี www. smashingpumpkins.com

Album: Sounds from Nowheresvile Artist: The Ting Tings Label: Columbia คงถึงเวลาที่จะต้องร้องตะโกนบอกดังๆ ว่า “The Ting Tings ออกอัลบัม้ ใหม่แล ้วจ้า” เจ้าของ เพลงดังอย่าง That’s Not My Name กับเพลง Shut Up and Let Me Go ทีย่ งั คงฮอตฮิตติดตลาดบ้านเรา มาจนถึงทุกวันนี้ ซึง่ ทัง้ สองเพลงอยู่ในอัลบัม้ แรก We Started Nothing แนวเพลงอิเล็คทรอนิกส์-อินดี้-ป๊ อป เหมาะส�ำหรับแดนซ์ในคลับเบาๆ มาถึงอัลบัม้ นี้บอกได้ เลยว่าแนวเพลงเปลีย่ นไปนิดหน่อย ยังคงความเป็ น แดนซ์พงั ก์ นิวเวฟ และก็ซนิ ธ์ป๊อป แต่ซาวน์ดดนตรี หนักขึ้นไปทางอิเล็คทรอนิกส์-อินดี้-ร็อค ตื้ดสนัน่ ฟลอร์ แค่ดูจากปกอัลบัม้ ก็ร็อคกระชากฟี ลแลว้ ล่ะ ส�ำหรับ

อัลบัม้ นี้พวกเขาเริ่มปล่อยซิงเกิ้ลแรก Hang It Up ออกมาทางยูทปู ตัง้ แต่เดือนตุลาคมปี ทแ่ี ล ้ว แต่เสียดาย ทีเ่ อ็มวีไม่ลำ�้ เหมือนอัลบัม้ แรก และปล่อยซิงเกิลทีส่ อง Silence ทางยูทูปเช่นกันในเดือนพฤศจิกายน แต่ทว่า เปิ ดตัวออกมาในเวอร์ชนั ่ รีมกิ ซ์โดย Bag Raiders โดย ส่วนตัวคิดว่าเวอร์ชนจริ ั ่ งของ The Ting Tings ซาว์นด ดนตรีเจ๋งกว่าเยอะ ซึง่ ก็แล ้วแต่ความชอบ ถ้าใครชอบ แบบเดิมเวอร์ชนั ่ รีมกิ ซ์กด็ ูจะป๊ อปใสๆ มากกว่า แต่ถา้ จะให้บง่ บอกความเป็ น Sounds from Nowhereslive ก็ตอ้ งยกให้แบบออริจินลั ของพวกเขาล่ะนะ www. thetingtings.com

Album: Apocalyptic Love Artist: Slash Label: Dik Hayd International เมือ่ มือกีตาร์โซโล่ระดับต�ำนาน Slash กีตาร์ลดี จากวง Guns N’ Rose ผูเ้ ป็ นไอดอลให้กบั นักกีตาร์ ขาร็อคกันมานักต่อนัก ออกอัลบัม้ เดีย่ วชุดล่าสุดเพือ่ โชว์ฝีมอื การลีดกีตาร์ของเขาโดยเฉพาะ เมือ่ ปี 2010 เขาที่ออกอัลบัม้ เดี่ยวชุดแรกก็เรียกได้ว่าสัน่ สะเทือน วงการดนตรีไปทัวโลก ่ ส�ำหรับอัลบัม้ แรกเขาได้ชวนนักร้อง รับเชิญมาร่วมสร้างผลงานถึง 15 คนกับ 14 บทเพลง ท�ำให้แต่ละเพลงมีอารมณ์แตกต่างกันไปหลากหลาย สไตล์ แต่ทกุ เพลงก็ยงั โดดเด่นด้วยไลน์กตี าร์อนั ทรง พลัง มาในอัลบัม้ เดีย่ วชุดทีส่ อง Apocalyptic Love ครัง้ นี้ Slash ได้ Myles Kennedy มาช่วยร้องน�ำทัง้ 08 HIP MAGAZINE

อัลบัม้ โดยส่วนตัวแล ้วชอบอัลบัม้ นี้มากกว่า เพราะว่า ไม่ตอ้ งเลือกฟังเฉพาะเพลงที่ถูกใจแบบอัลบัม้ ก่ อน เพราะภาพรวมของ Apocalyptic Love นัน้ ให้การฟัง อันลืน่ ไหล มันหยด ให้อารมณ์ต่อเนื่องตัง้ แต่เพลงแรก ยันเพลงสุดท้าย ไม่มกี ระชากฟี ลไปมา อาจเพราะความ ลงตัวของเสียงร้องอันเป็ นเอกลักษณ์ของ Myles Kennedy และยังเข้ากันดีกบั ไลน์กตี าร์ขนั้ เทพของ Slash ซึง่ ในอัลบัม้ นี้เขาดูจะใส่อารมณ์อย่างเต็มทีก่ ว่างานเพลง ชุดแรก ฟังแล ้วให้ความรูส้ กึ เต็มอิม่ ไปกับท่วงท�ำนอง เฮฟวีเ่ มทัลปนฮาร์ดร็อคในสไตล์ของ Slash กันแบบ สุดๆ ป่ ะ…ไปร็อคกันต่อที่ slashonline.com


เรื่อง: วรวรรณ

Album: Wild Ones Artist: Flo Rida Label: Atlantic เชื่อว่าขาแดนซ์หลายคนคงจะยังจ�ำกันได้ดกี บั เพลง Low ในอัลบัม้ แรก Mail on Sunday ของ Flo Rida ตัง้ แต่ปี 2008 แล ้วก็เป็ นซาวน์ดแทร็กเรือ่ ง Step Up 2 เมือ่ ปี 2009 เพราะเพลง Low นัน้ แทบจะกลาย เป็ นเพลงประจ�ำผับทีจ่ ะต้องเปิ ดกันทุกคืน มาถึงอัลบัม้ ล่าสุด Wild Ones มาในแนวฮิพเฮาส์ ยังคงท่อนแร็พ แบบฮิพฮอพเอาไว้ในท�ำนองดนตรีแบบเฮาส์แดนซ์ ทีเ่ พิม่ ความเป็ นแดนซ์ป๊อปมากขึ้น ท่วงท�ำนองจังหวะ เพลงฟังสบาย พอให้นงั ่ ฟังก็เพลิน หรือจะออกสเต็ปท์ ก็ยงั พอได้ ส�ำหรับอัลบัม้ ล่าสุดนี้ซงิ เกิ้ลแรกก็คอื เพลง Good Feeling อินโทรด้วยเสียงกีตาร์และโชว์พลัง เสียงร้องเต็มทีต่ ามด้วยจังหวะแดนซ์ในท่อนฮุค ตบท้าย ด้วยจังหวะออกดั ๊บสเต็ปนิดๆ ให้อารมณ์หลากหลาย

อยู่ในเพลงเดียวเหมาะกับชื่อเพลง Good Feeling จริงๆ ต่อด้วยซิงเกิ้ลสองอย่าง Wild Ones น�ำมาด้วย เสียงร้องที่ได้ Sia เจ้าแม่เพลงอัลเทอร์เนทีฟป๊ อป มาร่วมฟี จเจอริงด้วย ส�ำหรับเพลงนี้ให้จงั หวะคึกคัก ในท่อนแร็พแล ้วเบรคพักอารมณ์เบาๆ ในท่อนร้องของ Sia นับว่าเป็ นเพลงทีม่ กี ารผสมผสานของสองฟากฝัง่ ทางดนตรีได้อย่างลงตัว ต่อด้วยซิงเกิ้ลทีส่ ามซึง่ ตอนนี้ กระแสก�ำลังมาแรงมากๆ นัน่ ก็คือเพลง Whistle ฟังแล ้วติดหูตรึงใจไปกับอินโทรด้วยเสียงผิวปากเบาๆ และคลอเคลียไปตลอดเพลง มาแรงถึงขนาดว่ามียอด เข้าชมยูทูปอยู่กว่า 115 ล ้านวิว หลังจากอัพโหลดมา ได้แค่ 5 เดือนเท่านัน้ ! ตามไปแดนซ์แบบชิลๆ กับ Flo Rida ได้ท่ี www.officialflo.com

Album: Coexist Artist: The xx Label: Young Turks The xx วงดนตรีอนิ ดี้ป๊อปจากลอนดอน ตอน เปิ ดตัวอัลบัม้ แรก xx ในปี 2009 ก็เหมือนจะดังทะลุ มิติออกมายังไงยังงัน้ ด้วยความที่มีซาวน์ดดนตรี แปลกแหวกแนว ไม่เหมือนใครในตอนนัน้ ด้วยท�ำนอง เพลงคลอเบาๆ ไปกับจังหวะป๊ อปเล็กๆ แต่ ลุ่มลึก เร่าร้อนแบบร็อคนิดๆ มาในซาวน์ดดนตรีนอ้ ยๆ แบบ มินมิ อล แต่ฟงั แล ้วให้ความรูส้ กึ อันท่วมท้นเกินกว่าจะ บรรยายไหว ด้วยลูกเล่นในสุม้ เสียงเมโลดี้ของเครื่อง ดนตรีแต่ละชิ้นสลับกับเสียงร้อง พาให้เข้าถึงอารมณ์ เพลงได้งา่ ย ภายหลังจากเปิ ดตัวอัลบัม้ แรกได้ไม่นาน มือกีตาร์สาว Baria Qureshi หนึ่งในสมาชิกวงก็ขอ อ�ำลาวงการ ท�ำให้ The xx ตอนนี้เหลือสมาชิกอยู่ 3 คน ก็คอื Oliver Sim มือเบสส์, Romy Madley Croft

กีตาร์ และ Jamie Smith เล่นแซมเพลอร์ ถึงแม้จะ เหลือกันแค่ 3 คน The xx ยังคงมีซาว์นดดนตรี น่าสนใจในแบบฉบับของเขาไว้ได้อย่างเหนียวแน่นและ มันคง ่ มาถึงอัลบัม้ ใหม่น้ พี วกเขาใช้ชอ่ื ว่า Coexist เพิง่ เปิ ดตัวซิงเกิลแรก Angels ไปเมือ่ เดือนกรกฎาคมที่ ผ่านมา ตามด้วยซิงเกิลที่สอง Chained ในเดือน สิงหาคม ทัง้ สองเพลงมาในแนวป๊ อปมากขึ้น ซาวน์ด ดนตรีนุ่มเนียนลืน่ ไหล เน้นเสียงร้องมากขึ้น เท่าทีฟ่ งั มาสองเพลงอาจยังบอกอะไรไม่ได้มากส�ำหรับอัลบัม้ ใหม่ของ The xx นี้ ไว้รอฟังอัลบัม้ เต็มทีจ่ ะออกวาง แผงในเดือนนี้ดกี ว่า ว่าซาวน์ดดนตรีของพวกเขาจะ เป็ นไปอย่างไร ติดตามพวกเขาได้ท่ี thexx.info

Album: ¡Uno! Artist: Green Day Label: Reprise วงดนตรีขวัญใจชาวพังก์รอ็ คตลอดกาล Green Day หลายคนอาจเคยฟังกันตัง้ แต่เด็กๆ ตอนนี้ บิลลี่ โจ อาร์มสตรอง นักร้องน�ำ, นักแต่ งเพลงหลัก และ มือกีตาร์ของวง อายุปาเข้าไปเลขสีแ่ ล ้ว กลับมาคราวนี้ Green Day เปิ ดตัวซีรยี อ์ ลั บัม้ ประกอบด้วยผลงาน เพลงทัง้ หมด 3 ชุดด้วยกัน ได้แก่ ¡Uno! ¡Dos! และ ¡Tré! เริ่ม ออกวางแผงไล่เ รี ย งกัน ไปตัง้ แต่ เ ดือ น กันยายน พฤศจิกายน จนถึงมกราคมปี หน้า ส�ำหรับ อัลบัม้ ¡Uno! พวกเขาก็ได้ปล่อยซิงเกิลแรกออกมา แล ้วชื่อ Oh Love เพลงช้าในจังหวะหนักแน่น กับเอ็ม วีว าบหวิว ชวนตื่ น เต้น จนไม่ อ าจละสายตาไปจาก หน้าจอได้ ต่อกันด้วยซิงเกิลทีส่ องในชื่อ Kill the DJ

มาในจังหวะโจ๊ะนิดๆ พอให้โยกตามได้ ส่วนเนื้อร้อง ก็ตดิ หูพอควร แต่หลายคนฟังทัง้ สองเพลงนี้แล ้ว อาจจะ รูส้ กึ ตะขิดตะขวงใจเหมือนกันว่าวงสุดยอดพังก์ร็อค ในดวงใจ ท�ำไมจึงเปลีย่ นไปขนาดนี้ ออกแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อค และไปทางบริทป๊ อปเสียมากกว่า แต่ทาง Green Day ก็ออกตัวว่าส�ำหรับ 3 อัลบัม้ นี้ แนวเพลง จะมีค วามเป็ น ป๊ อปมากขึ้น อาจจะมีเ พลงแดนซ์ ประกอบอยู่ดว้ ย แต่ยงั ไม่ท้งิ กลิน่ เพลงแนวพังก์ร็อค แบบออริจนิ ลั ของ Green Day ไปเสียทีเดียว ลอง ติดตามงานเพลงของพวกเขากันก่อนที่ www.greenday.com HIP MAGAZINE

09


siam music

KEEP YOU EAR TO THE GROUND 2 ซิงเกิ้ลน่าฟังจาก 2 คนดนตรี เรื่อง: ชลธิดา

แสงของหัวใจ โดม ปกรณ์ ลัม Iconic Records หลายคนทีเ่ ป็ นคอละครอาจเคยได้ยนิ เพลงนี้กนั มาบ้าง เพราะ ‘แสงของหัวใจ’ ผลงานเพลงใหม่ลา่ สุดของ โดม ปกรณ์ ลัม ใช้ป ระกอบละครเรื่อ ง ‘ตะวัน ทอแสง’ ที่ โดม เล่น เป็ น พระเอกด้วย โดยเพลงนี้ โดม เป็ นผูแ้ ต่งเนื้อร้อง ท�ำนอง รวมทัง้ เรียบเรียงเอง และตัง้ ใจแต่งขึ้นมาเพือ่ ให้กำ� ลังใจและ จุดประกายความหวังแก่ผูท้ ่กี ำ� ลังท้อแท้ ให้สามารถก้าวข้าม ปัญหาเหล่านัน้ โดยไม้ทอ้ ถอย ด้วยเมโลดี้นุ่มนวลสไตล์เพลง ป๊ อป ฟังสบาย บวกกับเนื้อหาในเพลงทีช่ ่วยเยียวยาความรูส้ กึ สิ้นหวังได้ดี ซึง่ โดม พูดถึงงานชิ้นนี้ของเขาด้วยว่า นับจากก้าวแรก ที่เข้ามาเป็ นนักร้องจนถึงตอนนี้ ความเติบโตในวงการเพลง และประสบการณ์ในชีวติ ทีผ่ ่านมา ท�ำให้เขาอยากสร้างผลงาน ทีค่ ล ้ายกับการคืนก�ำลังใจสู่ผูฟ้ งั ทุกคน ไม่เพียงใช้เพลงนี้เป็ น ตัวแทนถ่ายทอดความคิด และมุมมองต่อทุกเรื่องราว เพลงนี้ ยังเป็ นหนึ่งในแคมเปญพิเศษของโดมทีช่ ่อื ว่า ‘แสงของหัวใจ ทอแสงชีวติ ใหม่ให้นอ้ ง’ เพือ่ สานต่อทุกการฟังไปสู่ผูป้ ่ วยโรค ลิ้นหัวใจรัว่ ทีร่ อการผ่าตัดอยูอ่ กี ด้วย โดยจะมอบรายได้ 1 บาท จากทุก 1 ดาวน์โหลด ส�ำหรับเป็ นค่าผ่าตัดและรักษาพยาบาล แก่ผูป้ ่ วยโรคลิ้นหัวใจรัว่ ทีข่ าดแคลนเรื่องทุนทรัพย์

ดาวน์โหลด ‘แสงของหัวใจ’ ได้ท ่ี *1238122 หรือเสียงรอสาย AIS กด *78912210018 True กด *8881126002 Dtac กด *119929500018

ติดตามอัพเดทความเคลือ่ นไหวของ โดม ได้ท่ี www.facebook.com/DomePakornLamOnline www.facebook.com/iconicstudio www.youtube.com/user/domepakornlamonline www.youtube.com/user/iconicrecord twitter @domepakornlam และ @iconicrecord Instagram domepakornlam และ iconicrecords

Keyboard derdamissyou (Live Session) อิสระ

ติดตามอัพเดทความเคลือ่ นไหวของ derdamissyou ได้ท่ี www.facebook.com/derdamissyou.page www.facebook.com/MinimalRecords

10 HIP MAGAZINE

หลังจากปล่อย Album 10% ออกมาเมือ่ ปี 2010 ‘เด๋อด๋ามิสยู (derdamissyou)’ วงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ป๊อป เนื้อหาหนักไปทางตัง้ ค�ำถามและสะท้อนสังคมโดยรวม มากกว่าจะบอกเล่าเพียงความสัมพันธ์รกั ใคร่ทวั ่ ไป ก็เหมือนจะไม่มงี านใหม่ๆ ออกมาให้ เราได้ฟงั กัน แต่ตอนนี้แฟนเพลงของวงนี้ล ้างหูเตรียมฟังเพลงใหม่ของพวกเขาได้เลย เพราะ เด๋อด๋ามิสยู ปล่อยเพลงใหม่ในแบบ Live Session ออกมาให้เราได้ฟงั กันแล ้ว และมีการ เปลีย่ นแปลงสมาชิกในต�ำแหน่งนักร้องน�ำของวง โดยได้ แคช นักศึกษาจากดุรยิ ศิลป์พายัพ สาขา Music Business และอาจารย์สอนร้องเพลง ที่ KPN ผู ้มีความสนใจดนตรีแนวต่างๆ ทีห่ ลากหลาย มารับหน้าทีน่ กั ร้องน�ำ เพลง Keyboard จึงเป็ นซิงเกิ้ลแรกที่ แคช ท�ำงาน ร่วมกับ เด๋อ ในนาม เด๋อด๋ามิสยู เพลงใหม่ของพวกเขาเพิม่ รายละเอียดทางดนตรีให้มี จังหวะสนุกขึ้น และฟังง่ายขึ้น ส่วนเนื้อร้องยังพูดถึงวิถชี วี ติ ของชนชัน้ กลางในเมืองทีแ่ ฝง ไว้ด้วยความคมคายเช่นเดิม ไปพิสูจน์ดว้ ยหูของตัวคุณเองกับประโยคแรกในเพลงทีเ่ ด๋อด๋า มิสยูบอกว่า “เธอฆ่าฉันตายด้วยคียบ์ อร์ด” นัน้ เป็ นอย่างไร จาก youtube แล ้ว Search ค�ำว่า derdamissyou keyboard (เขาท�ำเป็ นเวอร์ชนั ่ MV เสียด้วย)


film released

STAY OVER เดี๋ยวก็รู้...อยู่หรือแต่ง เรื่อง: ชลธิดา

มินซิ รี สี อ์ อนไลน์กกุ๊ กิก๊ น่ารักเรือ่ งใหม่จาก ฝีมอื การเขียนบท และก�ำกับของ มะเดีย่ ว - ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้ก�ำกับฝีมือดีเจ้าของผลงานก�ำกับ หนั ง เรื่ อ ง ‘รั ก แห่ ง สยาม’ และล่ า สุ ด กั บ เรื่ อ ง ‘Home ความรัก ความสุข ความทรงจ�ำ’ ก็ ได้รับ เสียงตอบรับจากผู้ชมเป็นอย่างดี นอกจากงาน ก�ำกับหนังแบบระบบสตูดิโอที่หลายคนรู้จักกันดี อยู่แล้ว มะเดี่ยว ยังรับท�ำหนังสั้น หนังโฆษณา เขี ย นบทภาพยนตร์ แต่ ง เพลง ปั ้ น วงดนตรี และนั่นโน่นนี่อีกสารพัดในนาม ‘สตูดิโอค�ำม่วน’

และมินซิ รี สี ์ ‘Stay Over เดีย๋ วก็รู.้ ..อยูห่ รือแต่ง’ เป็ นผลงานชิ้นล่าสุดที่ มะเดีย่ ว ทุม่ เทอย่างเต็มที่ เพราะ หนังสัน้ เรื่องนี้เริ่มมาจากการชักชวนของ อานนท์ น้อย อ�ำ ่ เจ้าของหมูบ่ ้านนนนิภา และ วสิน เลิศเกียรติดำ� รงค์ เจ้าของโครงการหมูบ่ ้านกรีนเนอรี่ ซึง่ ทัง้ คู่เป็ นเพือ่ นรัก ของ มะเดีย่ ว มาตัง้ แต่สมัยเรียนมัธยม เมือ่ ทัง้ อานนท์ และ วสิน มีไอเดียสนุกๆ ว่า อยากท�ำ หนัง สัน้ สัก เรื่ อ งที่ เ ล่ า เกี่ ย วกับ ความรัก ความอบอุ่นของครอบครัว แน่นอนว่าผูก้ ำ� กับจะเป็ น ใครไปไม่ได้ นอกจากเพือ่ นรักอย่าง มะเดีย่ ว จึงเป็ น ทีม่ าของหนังรักสนุกๆ ทีย่ กกองมาถ่ายท�ำทีเ่ ชียงใหม่ ทัง้ หมด โดยมีโลเคชัน่ หลักอยู่ท่ี หมูบ่ า้ นนนนิภา และ หมูบ่ า้ นกรีนเนอรี่ นัน่ เอง ส่วนนักแสดงก็ใช้นกั แสดง ชาวเชียงใหม่เช่นกัน เพือ่ การถ่ายทอดบรรยากาศและ ความรู ส้ ึกผ่านตัวละครที่อาศัยอยู่ในเชียงใหม่ได้ดี โดยเฉพาะพระเอกของเรื่องรับบทโดย นน - ชานน ริกุลสุ รกาน จากวงออกัสที่หลายคนน่ าจะคุน้ หน้า คุน้ ตากันดี หนังสัน้ เรื่องนี้เล่าเรื่องราวของ ‘เจน’ พนักงาน ออฟฟิ ศสาวผู ห้ ลงใหลและสนุ กกับชีวิตการท�ำงาน

มากกว่าการสร้างครอบครัวอย่างจริงจังเฉกเช่นคนใน วัยเดียวกัน เธอเป็ นคู่รกั กับ ‘วิทย์’ ผูช้ ายโรแมนติก อารมณ์ดี ช่างเอาอกเอาใจ ความรักของทัง้ คู่น่าจะไม่มี อุปสรรคใดๆ มาบัน่ ทอนความรักที่มตี ่ อกันได้เลย กระทัง่ ครอบครัว ของ วิท ย์อ ยากให้ท งั้ คู่ แ ต่ ง งาน อยู่กนิ กันอย่างเป็ นเรื่องเป็ นราวเสียที หลังจากคบกัน มานานและการอยู่แบบ Stay Over ในสมัยนี้ก็ดูจะ เป็ นเรื่องธรรมดา แต่สำ� หรับวิทย์กลับไม่ใช่แบบนัน้ และความสัมพันธ์แบบนี้กด็ ูเข้าใจยากเกินกว่าทีผ่ ูใ้ หญ่ จะเห็นดีเห็นงามด้วย ในที่สุด วิทย์ ก็ถูกยื่นค�ำขาด จากครอบครัวมาว่า ‘ต้องแต่ง’ โจทย์ใหญ่ของเขาคือ จะท�ำอย่างไรให้ เจน ‘ยอมแต่ง’ เรื่องราวความรักบนความขัดแย้งเหล่านี้จะ จบลงอย่างแฮปปี้ เอ็นดิ้งหรือไม่ ต้องไปติดตามกันเอง ในหนัง ซึง่ จะเริ่มปล่อยตอนแรกในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ และมีตอนใหม่ออกมาให้ชมกันทุกสัปดาห์ ตลอดเดือน ตุลาคม ติดตามซีรสี เ์ รื่องนี้ ได้ท่ี

https://www.facebook.com/BaanNonnipaFanpage https://www.facebook.com/greeneryvillafanpage HIP MAGAZINE 11


app

SMART APP FOR SMARTPHONE แอพนี้ชาวฮิพไม่ควรพลาด เรื่อง: สุธามาศ

พ.ศ.นีห้ ลายต่อหลายคนพร้อมใจกันยกให้ Smartphone เป็นอวัยวะที่ 33 ไปแล้ว ฟังก์ชนั่ อีกอย่างทีข่ าดไม่ได้สำ� หรับสมาร์ทโฟน คือ แอพพลิเคชั่น ซึ่งก็มีให้เลือกโหลดหลากหลายทั้งฟรีและไม่ฟรี ทั้งยังตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ ได้อย่างที่แทบจะเรียกว่ารอบด้าน เดือนนี้เราเลยมีแอพน่าสนใจมาน�ำเสนอให้ลองโหลดมาติดเครื่องไว้ เผื่ออยากลองเล่นดูนะคะ

Tap & Say

แอพพลิเคชัน่ ส�ำหรับแปลภาษา ทีม่ ใี ห้เลือกมากถึงสิบภาษาด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็ น อินโดนีเซีย จีน ฝรัง่ เศส เยอรมัน อิตาลี ญีป่ ่ นุ เกาหลี สเปน ไทย และเวียดนาม นอกจากจะแปลภาษาแล ้ว ยังออกส�ำเนียง ภาษานัน้ ๆ ให้ฟงั อย่างชัดแจ๋ว หลังจากเลือกภาษาทีเ่ ราอยากรูแ้ ล ้ว ภายในก็จะมีหมวดหมูข่ องภาษาว่าเราอยากจะรูเ้ รื่องอะไร ไม่วา่ จะเป็ นการทักทาย วันที่ ช้อปปิ้ ง มีให้ดูหมดว่าการใช้งานรูปแบบไหน ต้องพูดอย่างไร ก็กดเข้าไปดูกนั ได้เลย ส่วนการใช้งานก็ไม่ยุ่งยาก ถ้าเลือกภาษาตามเลือกหมวดหมู่แลว้ อยากรูว้ ่าประโยคไหนพูดยังไง ก็กดที่ ประโยคนัน้ ส่วนประโยคไหนใช้บอ่ ยๆ ก็กดทีร่ ูปดาวเพือ่ บันทึกเป็ น Favourite แอพนี้มใี ห้โหลดฟรี แต่ของ ฟรีก็มคี วามสามารถในการแปลเพียงไม่ก่โี หมด แต่ถา้ อยากได้ฟงั ก์ชนั ่ การใช้งานทีค่ รอบคลุมมากขึ้นก็ตอ้ ง เสียเงินโหลด Upgrade ความสามารถเพิม่ เติม สนนราคาอยู่ทภ่ี าษาละ $2.99

Wongnai

แอพพลิเคชัน่ นี้แนะน�ำให้คนชอบกินโหลดติดเครื่องไว้เลยนะคะ Wongnai เป็ นแอพน้องใหม่ฝีมอื คนไทยซะด้วย ท�ำออกมาเพือ่ เอาใจทัง้ คนชอบเทีย่ วและคนชอบกิน การใช้งานง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก สามารถล็อกอิน ผ่าน Facebook ได้เลย หน้าตาของแอพพลิเคชัน่ ก็แบ่งเป็ นหมวดหมูช่ ดั เจนดีค่ะ การใช้งานก็เริ่มจากเลือกร้านทีถ่ กู ใจ แลว้ ก็กดเข้าไปดูรายละเอียดเลย ทัง้ เรื่องแผนที่ เบอร์โทรศัพท์ มีให้ครบครันไม่พลาดเป้ าอย่างแน่นอน ความพิเศษของแอพนี้ นอกจากจะสามารถค้นหาร้าน หรือประเภทของ อาหารทีอ่ ยากทานได้แลว้ ยังมีลูกเล่นของ Social Network แฝงมาเบาๆ อย่างหมวดส�ำหรับการ Follow นักชิมประจ�ำของ ‘วงใน’ ให้กดไลค์และดูคอมเม้นท์วา่ ร้านนัน้ ๆ อร่อยสมค�ำร�ำ่ ลือหรือเปล่า

12 HIP MAGAZINE


Tunein Radio

หาเพลงฟังแก้เบือ่ กับแอพพลิเคชัน่ นี้ Tunein Radio ฟังคลืน่ วิทยุทวั ่ โลกผ่าน 3G WiFi ด้วยระบบ ทีค่ ่อนข้างเสถียร ท�ำให้ใช้งานง่าย โหลดเร็ว ส่วนการใช้งานก็แยกเป็ นหมวดหมูไ่ ว้ให้แล ้วเรียบร้อย เพียงกดปุ่ม Browse ก็จะพบเป็ นสถานีวทิ ยุทแ่ี ยกประเภทให้เลือกฟังตามความสนใจ แต่ถา้ กดปุ่ม Local Radio ก็จะได้ ฟังสถานีวทิ ยุของประเทศเราเอง พร้อมรายชื่อสถานีวทิ ยุมาให้เลือกฟังได้เลย หากเป็ นช่องชืน่ ชอบเข้าฟังอยูบ่ อ่ ยๆ ก็ตงั้ ค่าให้เป็ นเมนูโปรด ได้โดยกดทีร่ ูปหัวใจ แล ้วก็ Add Favorites ได้เลย มีCar Mode เป็ น iCon รูปรถยนต์ให้เลือกฟังอย่างเสถียรมากขึ้นถ้าคุณอยากฟังวิทยุบนรถยนต์ผ่าน แอพนี้ นอกจากนี้ยงั สามารถเปิ ดฟังวิทยุไปพร้อมกับเล่นแอพอืน่ โดยไม่ตอ้ งปิ ดแอพนี้ ท�ำให้สามารถฟังเพลง ได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

FotoRus

เป็ นแอพพลิเคชัน่ ถ่ายรูปทีม่ ลี ูกเล่นให้เลือกเยอะอีกอันหนึ่ง สามารถเลือก ถ่าย Video หรือจะแค่ภาพถ่ายก็แล ้วแต่ความชอบ ให้ตกแต่งภาพกันอย่างสมใจ ก่อนจะแชร์ในโลก Social ขอตัวอย่างง่ายๆ มาให้ดูก่อนแล ้วกัน เริ่มจากการ ตกแต่งรูป จะเป็ นรูปทีเ่ พิง่ ถ่ายหรือว่าจะใช้รูปทีม่ อี ยู่แล ้วก็ได้ จากนัน้ ก็เลือกวาง ภาพทีเ่ ลือกมาตามรูปแบบทีต่ อ้ งการ เสร็จแล ้วก็กด Next เข้าสูโ่ หมดปรับแต่งสี เลือกสีสนั โดนใจ พร้อม Effects ก็เป็ นอันเรียบร้อย แอพนี้ยงั มีโหมด Pic-in-Pic ให้เลือกใส่กรอบรูปได้หลายแบบ หรือจะ เลือกเอารูปทีม่ อี ยู่แล ้วมาท�ำก็ได้ พอเสร็จสรรพแล ้วก็จะได้รูปเหมือนตัวอย่างนี้ นะคะ จากนัน้ ก็ปรับแต่งสีสนั พร้อมใส่ Effects ได้ตามใจชอบ จบกระบวนการ แต่งรูปแล ้วก็จะได้ภาพถ่ายทีส่ วยสมใจ (จะมากน้อยก็ข้นึ อยูก่ บั ฝี มอื คนถ่ายละนะ) ส่วนจะกดเซฟหรือกดแชร์กแ็ ล ้วแต่คุณเถอะค่ะ HIP MAGAZINE

13


it

HYBRID ELECTRIC VEHICLE ประหยั ดได้ประหยัดดี เรื่อง: วรวรรณ

ในทีส่ ดุ ก็มาถึงยุคสมัยค่าครองชีพสูงชะลูด มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ที่จะซื้ออะไรแต่ละทียังต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี ค�ำนวนพลาดเดี๋ยวจะอยู่ได้ ไม่ ถึงสิน้ เดือน แล้วนับประสาอะไรกับของสนองกิเลสนอกเหนือจากปัจจัยสีอ่ ย่าง รถยนต์ ที่เขาว่ากันว่ายิ่งใช้เงินในกระเป๋าก็ยิ่งลดลง นอกจากค่าผ่อนช�ำระ ทุกเดือนแล้ว ยังมีค่าน�้ำมันที่นับวันมีแต่จะยิ่งแพงขึ้น

14 HIP MAGAZINE

ยิง่ รถรุ่นเก่าๆ ด้วยแล ้ว ใช้ไปก็เหมือนโดนสูบชีวติ แม้จะขับช้าจนเต่าแทบ กัดล ้อทัน ก็ยงั คงกินน�ำ้ มันอยู่ดี (จะให้กนิ น�ำ้ หรือไง?!?) แต่กย็ งั ถือว่าเป็ นโชคดี ของผูใ้ ช้รถที่เดีย๋ วนี้เทคโนโลยีลำ�้ หน้าไปมาก ด้วยพลังงานหลักของโลกอย่าง น�ำ้ มันก็มแี ต่จะลดลงเรื่อยๆ หากไม่มกี ารพัฒนาให้สามารถใช้เชื้อเพลิงอย่างอืน่ นอกจากน�ำ้ มันได้บา้ ง ทัง้ โลกคงระส�ำ่ ระสายด้วยว่าขาดแคลนพลังงานในการ ขับเคลือ่ น จึงเป็ นเหตุให้ค่ายรถต่างๆ พากันพัฒนารถยนต์ประหยัดพลังงานออกมา เป็ นอีกทางเลือกให้กบั ผูข้ บั ขีก่ นั แลว้ ซึง่ เทคโนโลยีน้ ีเราก็คงจะคุน้ หน้า คุน้ ตา และคุน้ หูกนั บ้างกับ ไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle) หลายคนอาจคิดว่าไฮบริด คือการใช้ระบบไฟฟ้ าทัง้ หมด เอ๊…แลว้ เราจะต้องเสียบปลั ๊กชาร์ตแบตเตอรี่ ให้รถยนต์กนั ยังไง แต่จริงๆ แล ้วไฮบริดไม่ได้ใช้พลังงานจากไฟฟ้ าทัง้ หมด เพราะ หลักการท�ำงานของไฮบริดก็คอื การใช้เครือ่ งยนต์สองระบบร่วมกัน นัน่ ก็คอื ระบบ สันดาปที่ใช้นำ�้ มันเป็ นเชื้อเพลิงในแบบเดิม ร่ วมกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้ าจาก แบตเตอรี่ทเ่ี ข้ามาเป็ นพลังงานเสริมในการขับเคลือ่ นนัน่ เอง รถยนต์ทใ่ี ช้ระบบขับเคลือ่ นแบบไฮบริดเจ้าแรกคือ Ferdinand Phorche ในปี 1901 แต่ยงั ใช้กนั ไม่กว้างขวางนัก จนกระทังในปี ่ 1997 โตโยต้าค่ายรถยนต์ ยักษ์ใหญ่จากญีป่ ่ นุ ได้เปิ ดตัว Toyota Prius ออกมา ตามมาด้วย Honda Insight ในปี 1999 รถยนต์ไฮบริดจึงได้ออกสู่ทอ้ งถนนมากขึ้น แต่ราคาของรถไฮบริด รุ่นแรกๆ ทีอ่ อกมานัน้ ยังไม่ชวนให้ซ้อื มาใช้เท่าไหร่ ถึงแม้ใจอยากจะประหยัดเงิน ค่ าน�ำ้ มันแต่ รถราคาหลักหลายลา้ นก็ไม่ไหวจะจ่ายอยู่ดี แต่ หลังจากนัน้ เมื่อ หลายค่ายมีการพัฒนาระบบไฮบริดมากขึ้น จึงท�ำให้เกิดตัวเลือกทีห่ ลากหลาย ราคาก็มหี ลากหลายระดับให้เลือกใช้ตามไปด้วย ซึง่ ระบบการท�ำงานของแต่ละ ค่ายรถก็แตกต่างกันออกไป หลักๆ แล ้วทีน่ ิยมใช้กนั อยู่ในปัจจุบนั จะแบ่งออก เป็ น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ Full Hybrid และ Mild Hybrid แบบแรกคือ Full Hybrid เวลารถออกตัวจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้ าทีไ่ ด้พลังงาน มาจากแบตเตอรี่ไฮบริดอย่างเดียว รวมทัง้ การขับขีด่ ว้ ยความเร็วต�ำ่ แบบคงทีก่ ็ ยังใช้มอเตอร์ไฟฟ้ าจากแบตเตอรี่ โดยเครื่องยนต์แบบใช้นำ�้ มันจะยังไม่ทำ� งาน แต่เมื่อถึงการขับเคลือ่ นแบบปกติเครื่องยนต์จึงจะเริ่มท�ำงานประสานกันกับ


HONDA JAZZ HYBRID : ลองมาแล้ว...

มอเตอร์ไฟฟ้ าและแบตเตอรี่ และเมือ่ ถึงช่วงเร่งแซงหรือขึ้นเนิน ทัง้ สองระบบก็ จะท�ำงานเพิม่ ประสิทธิภาพในการขับยิง่ ขึ้น แต่หากถึงช่วงลงเนินเขา หรือเบรค การท�ำงานก็จะใช้เพียงพลังงานจากแบตเตอรี่เท่านัน้ ซึ่งในขณะเดียวกันก็ยงั สามารถส่งจ่ายพลังงานกลับไปชาร์ตแบตเตอรี่ไปด้วยในตัว ส่วนตอนรถหยุดนิ่ง อยู่กบั ทีน่ นั้ ทัง้ เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้ าก็จะหยุดการท�ำงาน เหลือเพียงการ ใช้พลังงานจากแบตเตอรีส่ ำ� หรับการท�ำงานของเครือ่ งปรับอากาศและส่วนอืน่ ๆ ได้ แบบต่อมาคือ Mild Hybrid ออกตัวโดยใช้เครื่องยนต์ขบั เคลือ่ น แล ้ว เสริมด้วยพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้ าและแบตเตอรี่ไฮบริด จากนัน้ เมือ่ วิง่ ด้วย ความเร็วต�ำ่ คงที่ เครื่องยนต์จะหยุ ดท�ำงานแลว้ มอเตอร์ไฟฟ้ าจะท�ำหน้าที่ ขับเคลือ่ นเพียงอย่างเดียว โดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ พอถึงช่วงเร่งแซงทัง้ สอง ระบบจะท�ำงานร่วมกันเพือ่ เพิม่ ประสิทธิภาพมากยิง่ ขึ้น ส่วนตอนเบรคในขณะที่ เครื่องยนต์หยุดการท�ำงาน พลังงานทีไ่ ด้จากการเบรกก็จะส่งกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ ไฮบริดไปด้วย สุดท้ายตอนรถหยุดนิง่ อยูก่ บั ที่ หรือช่วงรถติดไฟแดง ระบบทัง้ สอง อย่างจะหยุดการท�ำงานอัตโนมัตเิ ช่นกัน อ่านไปอ่านมาอาจจะงงจากการท�ำงานทีค่ ลา้ ยกันของทัง้ สองแบบ สรุปก็ คือแบบ Full Hybrid นัน้ จะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ไฮบริดเป็ นหลักในทุกการ ขับขีค่ วบคู่ไปกับมอเตอร์ไฟฟ้ า โดยใช้พลังเครือ่ งยนต์เข้าเสริมเพือ่ เพิม่ ความแรง และประสิทธิภาพในช่วงเร่งแซงหรือขึ้นเนิน ส่วนแบบ Mild Hybrid คือยังคง ใช้พลังงานเคลือ่ นยนต์ขบั เคลือ่ นเป็ นหลัก เสริมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ าและพลังงาน จากแบตเตอรี่ไฮบริด ส�ำหรับการประหยัดพลังงานน�ำ้ มันย่อมมากน้อยต่างกันไป แต่ไม่วา่ จะแบบไหน ยีห่ อ้ อะไร ราคาจะแพงหรือถูก ความสิ้นเปลืองพลังงานก็ข้นึ อยู่กบั การปรับให้เข้ากับการท�ำงานบนท้อง ถนนของผูข้ บั นะคะ อ้างอิงจาก: en.wikipedia.org/wiki/Hybrid_electric_vehicle www.honda.co.th www.toyota.co.th

เดือนก่อนตอนทีช่ าวคณะ HIP ยกทีมไปเทีย่ วกันทีเ่ กาะเสม็ด จังหวัดระยอง ทาง Honda Automobile (Thailand) ช่างใจดี ให้ บก. HIP ได้ยมื HONDA JAZZ HYBRID ไปทดลองขับจากกรุงเทพไป-กลับท่าเรือบ้านเพ ซึ่งแม้ว่าจะ เป็ นการใช้งานในราว 400 กว่ากิโลเมตร แต่กพ็ อจะคุยได้ว่ารถยนต์ไฮบริดนัน้ น่ะ... “ลองมาแล ้ว” ในส่วนรายละเอียดต่างๆ และข้อมูลทางเทคนิคของรถ จะขอไม่พูดถึง แต่อยากจะให้ไปเปิ ดอ่านและดูกนั ใน link ของ HONDA Thailand แล ้วกันนะครับ http://www.honda.co.th/th/jazzhybrid/honda-jazzhybrid.html เพราะน่าจะ ละเอียดและเข้าใจง่ายถึงวิธกี ารท�ำงานมากกว่า มาเข้าเรื่องในส่วนของการใช้งานกันเลยดีกว่า, ตอนแรกก่อนที่ HONDA จะให้ยมื JAZZ HYBRID ผมบอกไปก่อนว่า เราจะนัง่ ไปกลับกันทัง้ หมด 4 คน ซึง่ ผมเช็คแลว้ ว่า JAZZ HYBRID นัน้ เป็ นรถยนต์ 1,300 cc. ยังแอบหวันใจ ่ อยูว่ า่ ...จะไหวเหรอ ถึงขนาดเอ่ยปากถามกับ คุณซิ - ศศิวรรณ ทองดีเลิศ พีอาร์ของ HONDA ไปอย่างนัน้ แต่คำ� ตอบของคุณซิ (ด้วยน�ำ้ เสียงทีม่ นใจ) ั ่ ก็คอื “พีต่ อ้ งลอง เอง” แม้วา่ รูปลักษณ์ภายนอกอาจจะไม่ได้แตกต่างกับ HONDA JAZZ ทัว่ ไป สักเท่าไหร่นกั แต่ก็ยงั ให้ความรูส้ กึ ว่ามีความเป็ นสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวมากกว่า ขณะทีเ่ มือ่ เข้าไปนัง่ ภายในก็ดูจะสัมผัสได้ถงึ ความทันสมัยวัยรุ่น แต่ก็ให้รูส้ กึ ว่า นัง่ สบายไม่อดึ อัด แล ้ว HONDA JAZZ HYBRID สีเขียวป้ ายแดง ก็บรรจุผูร้ ่วมเดินทาง 4 คน พร้อมสัมภาระมุง่ หน้าสูอ่ ำ� เภอบ้านเพ ซึง่ เมือ่ ได้ลองใช้แล ้วก็ตอ้ งยอมรับว่า ขนาด เครือ่ งยนต์ 1,300 cc. ไม่มปี ญั หาเลยในการเดินทางไม่วา่ จะเป็ นการขับในกรุงเทพ ทีร่ ถค่อนข้างจะเยอะพอสมควร หรือบนทางมอเตอร์เวย์ทใ่ี ช้ความเร็วได้พอตัว จะ มีบา้ งก็เห็นจะเป็ นเสียงบ่นจากผู ้โดยสารทีน่ งั ่ ด้านหลังว่าแรงสันสะเทื ่ อนจากล ้อดูจะ รูส้ กึ ได้มากไปหน่อยในบางเวลา, แต่สำ� หรับความรูส้ กึ ของผูข้ บั แลว้ ต้องบอกว่า HONDA JAZZ HYBRID ให้สมั ผัสของรถเล็กทีข่ บั สนุกทีเดียว แต่ทส่ี ำ� คัญ ซึง่ เชื่อว่าคนทีส่ นใจรถ HONDA JAZZ HYBRID รุ่นนี้อยู่ จะต้องถามก็คอื การใช้งานจริง ประหยัดได้จริงหรือไม่ ตอบได้เลยว่าประหยัดครับ เพราะสามารถเติมน�ำ้ มันแก๊ซโซฮอลล์ 91 ก็ได้ หรือถ้าเจอปัม้ ทีม่ นี ำ�้ มัน E20 ก็เติมได้, ส่วนอัตราการสิ้นเปลืองเท่าทีเ่ ราเอารถมาใช้ 400 กว่า ก.ม. สามารถท�ำได้อยู่ท่ี ประมาณ 16-17 ก.ม./ลิตร ซึง่ ถือว่าเป็ นอัตราทีข่ บั ประหยัดมาก (ดูเหมือนทาง HONDA จะบอกว่ารุ่นนี้สามารถท�ำได้ถงึ 21 ก.ม./ลิตร แน่ะครับ แต่คงต้องขับ แบบประหยัดและประหยัดจริงๆ) สรุปได้วา่ HONDA JAZZ HYBRID เหมาะส�ำหรับคนทีใ่ ช้รถในแต่ละวัน ค่อนข้างเยอะ และต้องการประหยัดพลังงาน ประหยัดเงินในกระเป๋ า-การลงทุน กับรถรุ่นนี้น่าจะคุม้ ค่า ขอขอบคุณ: Honda Automobile (Thailand) Co., Ltd. (www.honda.co.th) HIP MAGAZINE

15


product

GREEN FEEL

เพิ ่มสีเขียวในห้องของหัวใจ เรื่อง: วรวรรณ ฉบับนี้เอาใจคนรักธรรมชาติ แต่ขัดสนเนื้อที่เพาะปลูกไม่ว่าจะ ในบ้าน คอนโด หรือหอพัก ที่ต้องจัดสรรทุกตารางนิ้วให้คุ้มค่าแก่การ ใช้สอย มาดูกันว่าเจ้าต้นไม้ต้นเล็กๆ กับกระถางใบเก๋เหล่านี้ เหมาะจะ วางมุมไหนของห้องคุณ

PLANT-A-SAURUS

02

กระถางต้นไม้ซีรย่ี น์ ้ ไี ม่มเี ทคโนโลยีซบั ซ้อน แต่ดว้ ยรูปร่างหน้าตา โดนใจตัง้ แต่แรกเห็น จ�ำลองไดโนเสาร์หลากหลายสปี ชสี ใ์ ห้เลือกสรร เหมาะมากส�ำหรับปลูกแคคตัสกลีบหยักหรือมีหนามแหลม เมือ่ ไม้ไร้ใบ พันธุน์ ้ มี าอยู่ในกระถางก็จะเข้ากันแบบพอดิบพอดี คล ้ายกับว่าเรามีเจ้า ไดโนจิว๋ เดินเพ่นพล่านอยู่ทวั ่ ห้องเชียวล่ะ goodsie.com/store/shopshelterblack/

MINT FLOWER POT

01

กระถางต้นไม้พูดได้ช้ นิ นี้จะช่วยให้ตน้ ไม้ของคุณเจริญงอกงาม โดยไม่ตอ้ งกลัวว่าจะลืมเอาใจใส่ตน้ ไม้ให้เหีย่ วเฉา เพราะเมือ่ ใดทีต่ น้ ไม้ ต้องการน�ำ ้ ปุ๋ย หรืออยู่ในทีร่ อ้ น หรือเย็นจนเกินไป เจ้ากระถางต้นไม้ จะตะโกนเตือนเราถึงความต้องการของต้นไม้ในขณะนัน้ โดยด้านใน ตัวกระถางจะติดตัง้ เซ็นเซอร์เอาไว้วดั ค่ าความชื้นและอุณหภูมิแลว้ แจ้งให้เราทราบได้ทกุ ขณะ ไม่เพียงแค่นนั้ เจ้ากระถางใบนี้ ยังมีคณ ุ สมบัติ เป็ นล�ำโพงด้วยแถมยังมีชอ่ ง USB ส�ำหรับเชือ่ มต่อกับคอมพิวเตอร์ได้ด้วย กระถางอะไรจะล�ำ้ ปานนี้ เห็นแล ้วอยากจะมีตน้ ไม้สกั ต้นประดับบนโต๊ะ ท�ำงานบ้างแล ้วล่ะ www.mintpass.com

16 HIP MAGAZINE

SPROUT

03

หากได้ใช้เจ้าดินสอต้นไม้แท่งนี้ก็ไม่ตอ้ งห่วงอีกต่อไป เมื่อใช้ ดินสอเกือบหมดแท่งแล ้วจับไม่ถนัดมือ จะทิ้งไปก็เสียดายของ Sprout สอดไส้เมล็ดพันธุพ์ ชื เอาไว้ตรงส่วนปลายสุดของแท่งดินสอ ซึง่ เน้นไปที่ เมล็ดพันธุพ์ ชื ผักสวนครัว พอใช้ดินสอจนใกล ้จะหมด ก็จดั การน�ำไปปักดิน แลว้ รดน�ำ้ พรวนดินให้ฉ�ำ่ เหมือนปลูกต้นไม้ปรกติ ไม่นานคุณก็จะได้ ต้นไม้งามๆ แถมยังเก็บไปท�ำอาหารได้อกี ด้วย www.kickstarter.com


04

FELT PODS

กระถางต้นไม้รูปทรงประหลาดตา ดูไปก็คล ้ายจานรองแก้ว แต่ดูอกี ทีก็เหมือนยูเอฟโอ แต่เจ้ากระถางใบนี้ใช้พลาสติกที่ ท�ำจากวัสดุรไี ซเคิล 100% ให้ผิวสัมผัสนุ่มนิม่ ตกยังไงก็ไม่แตก แถมขนาดกระทัดรัด และสีสนั ยังเข้าได้กบั ทุกมุมห้อง www.flipandtumble.com

BLOOMBOX

05

โปรดัคท์ดไี ซน์อกี หนึ่งชิ้นจาก Kickstarter จริงๆ กระถาง ใบนี้เป็ นด็อคกิ้งส�ำหรับไอโฟนและไอพอด แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยงั สามารถปลูกต้นไม้ประดับไว้ในล�ำโพงได้อกี ด้วย นอกจาก จะได้สุนทรียภาพแห่งเสียงเพลง ก็ยงั ได้เสพสุนทรีภาพแห่ง ความงามไปพร้อมกัน Love it! www.kickstarter.com

AUXANO

06

กระถางปลูกต้นไม้ระบบไฮโดรโพนิกส์หน้าตา ฉลาดล�ำ ้ เหมาะส�ำหรับคนเมืองกรุงทีอ่ ยากจะมีสวนครัว ไว้ในบ้าน เพราะใช้พ้ นื ที่นอ้ ย ทัง้ ยังไม่ตอ้ งใช้ดนิ และ ไม่ตอ้ งพึง่ พาไฟฟ้ า เพียงแค่ตดิ กระถางไว้ริมหน้าต่างห้อง ใส่ตน้ ไม้ทีต่ อ้ งการลงไป จากนัน้ เติมน�ำ้ และสารอาหารตาม และหมุน กระถางเพื่อ ให้ร ะบบไฮโดรโพนิ ก ส์ท ำ� งาน เพียงเท่านี้ก็จะได้แปลงปลูกผักปลอดสารแถมยังได้ไม้ ประดับข้างหน้าต่างเพิม่ ความเขียวชะอุ่มในบ้านของคุณ กันแล ้วล่ะ www.coroflot.com

HIP MAGAZINE

17


book

เรื่อง: สุธามาศ ภาพ: ประสิืทธิ์

เล่าเรื่องจากเรือนคลั่ง กิติกร มีทรัพย์ มติชน 155 บาท

น้อยคนทีจ่ ะไม่รูส้ กึ ‘กลัว’ เวลาเดินผ่านคนบ้า หลายคนอาจถึงกับ ‘รังเกียจ’ และรูส้ กึ ว่าเขาเหล่านัน้ เป็ น ‘ตัวอันตราย’ ควรแก่การหลีกหนีให้หา่ ง หลีกเลีย่ งทีจ่ ะ ไปสุงสิงด้วย แม้กระทังจั ่ ดการพาไปฝากให้โรงพยาบาลบ้า เป็ นผู ด้ ู แลจัดการคนเหล่านี้ไม่ให้ออกมาอยู่ร่วมกับ คนในสังคมปกติ นอกเสียจากเขาจะหายบ้าเสียก่อน นัน่ ล่ะค่อยวางใจหน่อย แต่เรื่องตลกร้ายกว่านัน้ ก็ยงั มี คนหวาดระแวงอยู่ดวี า่ คนเคยบ้าจะเกิด ‘บ้า’ ขึ้นมาอีก หรือเปล่า อาจลืมกันไปกระมังว่า ก่อนเขาจะกลายเป็นคนบ้า อย่างใครๆ ว่า เขาก็เคยเป็ นคนปกติเช่นเดียวกับเราๆ ท่านๆ นัน่ ล่ะ แล ้วอะไรกันหนอ...ทีท่ ำ� ให้คนดีๆ กลายเป็ นคน วิปลาสไปได้ แล ้วคนวิปลาส ไร้หวั ใจทีจ่ ะรัก ทีจ่ ะเสียใจ และ สิ้นความรับรูผ้ ดิ ชอบชัว่ ดีโดยสิ้นเชิงเลยหรือเปล่า เป็ นไปได้ไหมว่า วันหนึ่งที่เขารักษาหายแลว้ ออกมาจะไม่บา้ อีก และจะไม่มใี ครหรืออะไร ท�ำให้เขา กลายเป็ นคนบ้าไปอีกครัง้ ‘เล่าเรือ่ งจากเรือนคลัง’่ อาจให้ค�ำตอบกระจ่างชัด ชนิ ด ที่เ มื่อ อ่ า นหนัง สือ เล่ม นี้ จ บแล ว้ มุม มองและ ทัศนคติต่อคนบ้าของคุณจะเปลีย่ นไป เผลอๆ อาจจจะคิดว่าพวกเรานัน่ ล่ะคือคนบ้า หาใช่คนทีอ่ ยู่ในโรงพยาบาลไม่ 18 HIP MAGAZINE

‘เล่าเรือ่ งจากเรือนคลัง’่ ประกอบด้วย 20 เรือ่ งสัน้ โดย กิตกิ ร มีทรัพย์ นักจิตวิทยา และคอลัมนิสต์ประจ�ำ มติชนสุดสัปดาห์ เรื่องราวในหนังสือถ่ายทอดมาจาก ประสบการณ์ตรงของผูเ้ ขียน ภายหลังจากการเข้าไปใช้ ชีวิตในเรือนคลัง่ หอผู ป้ ่ วยเก่ าแก่ ของโรงพยาบาล สวนสราญรมย์ เพือ่ ศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ทถ่ี กู มองว่าเป็ น ‘ผูป้ ่ วยทางจิต’ ทีถ่ กู จ�ำกัดบริเวณอยูใ่ นห้อง สี่เหลีย่ มแคบๆ ราวกับห้องขัง แต่ต่างกันตรงที่คน ข้างในนัน้ ไม่ใช่นกั โทษเท่านัน้ เอง ผู ้เขียนสะท้อนเรือ่ งราว ความรุนแรง ความกดดัน การแสดงออกของผูป้ ่ วย ทัง้ พฤติกรรมก้าวร้าว คลุม้ คลัง่ ควบคุมตัวเองไม่ได้ รวมทัง้ การเยียวยารักษา จนกระทัง่ พวกเขาสามารถ ออกมาใช้ชวี ติ เฉกเช่นคนปกติได้ ภายในโรงพยาบาลทีเ่ ป็ นแหล่งรวมผู ้ป่ วยทางจิต จากทัว่ สารทิศ แม้จะมาจากต่างถิน่ ทีม่ า และอาจจะบ้า คนละแบบ แต่ส่งิ ที่พวกเขามีและรูส้ กึ เหมือนกันคือ บางสิง่ บางอย่างทีค่ อยบันทอน ่ กัดกร่อนจิตใจจนเกิด รอยร้าว กระทังแหลกสลายจนไม่ ่ สามารถรับสภาพนัน้ ได้ และกลายเป็ นคนบ้าในที่สุด การใช้ชีวติ ของผู ป้ ่ วย แต่ละคนซึง่ มาจากต่างที่ แต่ตอ้ งมาอยู่ร่วมกัน การได้ พบปะพู ด คุ ย และใช้ชี วิ ต ร่ ว มทุ ก ข์ร่ ว มสุ ข แชร์ ประสบการณ์ทผ่ี า่ นมาในชีวติ ให้แก่กนั ฟัง ช่วยเยียวยา จิตใจพวกเขาให้รูส้ กึ ไม่โดดเดีย่ วเกินไปนัก การอยู่ใน สภาพแบบนัน้ แล ้วมีคนหัวอกเดียวกันมาคุยด้วยอย่าง

เข้าอกเข้าใจกันนี่ก็คงเหมือนเดินในทะเลทรายแลว้ ไป พบโอเอซิสนัน่ เอง เรือ่ งราวเหล่านี้ ถ้าคุณไม่อยูต่ รงนัน้ ไม่มโี อกาส เข้าไปสัมผัสความเป็ นอยู่ ความทุกข์ทรมานของพวกเขา ก็คงไม่อาจเข้าใจได้ แต่ยงั ดีทโ่ี ลกนี้มผี ูช้ อบตัง้ ค�ำถาม และใฝ่ หาค�ำตอบ มาให้เราเห็นอีกมุมหนึ่งหลังประตู ลู กกรง ของคนที่เคยเป็ นคนปกติ แต่ วนั หนึ่งต้อง กลับกลายเป็ นคนไม่ปกติ ด้วยสาเหตุนานาประการ เล่าเรื่องจากเรือนคลัง่ จะช่วยให้คุณเข้าใจคน เหล่านัน้ มากขึ้น เมือ่ เกิดความเข้าใจกัน ทัศนคติใน แง่ลบก็จะลดลง เพราะหัวใจเปิ ดกว้างมากขึ้น ไม่วา่ ใครก็ตาม แม้กระทังคนบ้า ่ ทีเ่ ราหมายความว่า พวกเขาไร้สติขาดสัมปชัญญะ ก็ยอ่ มยังหลงเหลือความ รูส้ กึ ทัง้ รัก ทัง้ เกลียด ทัง้ ผิดหวัง เสียใจ และสุขสมหวัง เช่นเดียวกับคนปกติ ต่างกันแต่เพียงพวกเขาเหล่านัน้ หากได้รบั การรักษาเยียวยาอย่างถูกต้อง อาการก็อาจ ทุเ ลาลง จนกระทัง่ หายขาดในที่สุด แต่ พ วกเราๆ ในสังคมอันกดดัน เต็มไปด้วยความรุนแรงโหดร้าย ในทุก มิติข องสัง คม ที่สุ ด แล ว้ ถึง วัน หนึ่ ง เมื่อ ไม่ มี ภูมติ ้านทานหมดลง เราก็อาจกลายเป็นบุคคลในเรือนคลัง่ ได้เหมือนกัน แต่จะน่าเจ็บปวดกว่าก็ตรงทีเ่ ราอาจไม่รูต้ วั เลย ก็ได้วา่ ทุกๆ วันทีใ่ ช้ชวี ติ เราก�ำลังอาศัยอยูใ่ น ‘เรือนคลัง’่ ทีเ่ รียกว่า ‘สังคม’


book release

แอตแลนติก มหาสมุทรข้ามกาลเวลา

สิ่งมีชีวิตในโรงแรม

Monday Paper

โลกของเบียร์

ละเลียด (Being Delicate)

หนังสือแห่งชา

ไซมอน วินเชสเตอร์ เขียน สุนันทา วรรณสินธ์ เบล แปล มติชน 270 บาท หนังสืออาจจะหนาไปสักนิด แต่รบั รองว่าไม่นา่ เบือ่ และถูกใจคนชอบเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์แน่ นอน กับการเดินทางผ่านจินตนาการไปกับ ไซมอน วินเชสเตอร์ นัก ส�ำ รวจชื่ อ ดัง ที่เ ขาจะพาเราข้า ม แอตแลนติ ก มหาสมุทรข้ามกาลเวลา ไปพบเรื่องราวน่าตื่นเต้นใน ปลายศตวรรษที่ 15 ทัง้ การล่าอาณานิคมของประเทศ มหาอ�ำนาจ, เส้นทางการเดินเรือ และความเชือ่ เกีย่ วกับ ท้องทะเลทีว่ ทิ ยาศาสตร์ไม่สามารถหาค�ำตอบได้

นพพร สุวรรณพานิช เขียน มติชน 150 บาท อัดแน่นไปด้วยสาระความรูต้ ่างๆ เกีย่ วกับเบียร์ นานาชนิด ทีไ่ ม่วา่ จะเป็ นประเภทของเบียร์ วิธกี ารหมัก รวมไปถึงความแตกต่างของเบียร์ในแต่ละทวีป คุณจะ ได้รู ล้ ึก กระทัง่ วิธี ก ารริน เบีย ร์ ไปจนถึง ประโยชน์ และโทษของเบียร์ในแต่และแก้วทีด่ ่มื นัน้ แฝงพิษร้าย อะไรบ้าง ซึง่ ความเรียงทีร่ วมอยูใ่ นหนังสือเล่มนี้มาจาก การศึกษาและจากประสบการณ์ของ นพพร สุวรรณพานิช เป็ นอีกเกร็ดความรูท้ ค่ี ณ ุ จะต้องอ่านก่อนออกไปดืม่ ด�ำ่ กับฟองละมุน ไม่แน่ว่าอาจเพิม่ อรรถรสในการดื่มไป อีกหลายขีด หรือไม่กเ็ ลิกดืม่ ไปเลย (ฮ่าๆ)

วิชัย เขียน a book 215 บาท สิง่ มีชวี ติ ในโรงแรม หนังสือขายดีทถ่ี กู ตีพมิ พ์ มาหลายครัง้ ส่วนฉบับพิมพ์ครัง้ ที่ 10 นี้เพิม่ ตอนใหม่ เข้าไปให้อ่านกันอย่างจุใจอีก 14 ตอน หนังสือเล่มนี้ บันทึกเรือ่ งราวทีเ่ กิดขึ้นจริงในโรงแรม จากมุมมองและ การถ่ายทอดของ วิชยั เล่าให้ผูอ้ ่านเห็นอีกแง่มมุ หนึ่ง ของคนท�ำงานบริการอย่างโรงแรม บางเรื่องก็เรียกได้ ว่าโหด มัน ฮา และบางเรื่องต้องไปอยู่ตรงก่อนถึงจะ ได้รูซ้ ้ ึงว่าความสวยงามของรอยยิ้มที่ประดับอยู่บน ใบหน้าของพนักงานเหล่านัน้ พวกเขาต้องฝื นทนกัน ขนาดไหนเมือ่ ต้องเจอลูกค้าน่ าปวดตับ เป็ นหนังสือ อีกเล่มทีใ่ ห้รสชาติขมปนเฝื่ อนฝาดได้ดแี ท้

จริวัสน์ จันทร์นวล แปล Mali Book & Desing 120 บาท ‘ละเลียด (Being Delicate)’ หนังสือเล่มเล็กๆ ขนาดเหมาะมือ รวมบทความสัน้ ๆ วางคู่กนั ทัง้ ภาษา ไทยและภาษาอังกฤษ แฝงไปด้วยข้อคิดในแต่ ละ บทความ พร้อมด้วยรู ปวาดน่ ารักลายเส้นประกอบ ตลอดทัง้ เล่ม ชวนให้รูส้ กึ ว่าอ่านเพียงนานก็จบเล่ม เสียแล ้ว และด้วยภาษาทีใ่ ช้เข้าใจง่าย แม้จะอ่านซ�ำ้ ไป ซ�ำ้ มาหลายรอบก็ไม่มีเบื่อ เป็ นหนังสืออีกหนึ่งเล่ม ทีอ่ ยากแนะน�ำให้ลองละเลียด

รวมนักเขียน a book 220 บาท Monday Paper ตอนที่ 2 หนังสือรวบรวมผลงาน หลากอารมณ์จากนักเขียนหลายคน มาให้อ่มิ หน�ำไป กับเรื่องราวหลายรสชาติ และไม่เคร่งเครียดเกินไปนัก โดยทุกตอนในหนังสือก็แฝงข้อคิดดีๆ ทิ้งท้ายไว้ชวน เก็บไปคิดต่อ ยกตัวอย่างเรื่อง 12 ค�ำวิบตั ิ ทีบ่ กิ ๊ บุญ เป็ นผูเ้ ขียน อ่านไปก็ขำ� ไป เขายกตัวอย่างการใช้ภาษา ของวัย รุ่ น ยุ ค ปัจ จุ บ นั ที่ ใ ช้ก ัน แพร่ ห ลายในโลก อินเตอร์เน็ต อย่าง ค�ำว่า เดีย๋ ว ก็เขียนว่า เด๋ว แทน บางตอนก็ มีภ าพการ์ตู น ประกอบให้เ ห็น ภาพด้ว ย เป็ นอีกเล่มทีเ่ บาสมองและอุดมสาระ

คะคุโซ โอคะคุระ เขียน ประวิตร โรจนพฤกษ์ แปล กรินทร์ กลิ่นขจร แปล 120 บาท รวบรวมเรื่องราวความเป็ นมาและชนิดของชา ทีม่ มี านับหลายร้อยร้อยปี ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ ให้ผูอ้ ่านได้ทราบถึงสุนทรียะภาพ วิธกี ารชงชาไปจนถึง การก่อเกิดประเพณีชงชา จนกลายมาเป็ นส่วนหนึง่ ของ วิถชี วี ติ ของผูค้ นหลายเชื้อชาติ รวมถึงการเข้ามาของ อุตสาหกรรมชาซึ่งมีส่วนท�ำให้วฒั นธรรมการดื่มชา ที่เรียกได้ว่าเป็ นศิลปะที่สืบทอดมานับร้อยปี ค่อยๆ เสือ่ มความศักดิ์สทิ ธิ์ลง

*ขอบคุณร้านเล่า ถนนนิมมานเหมินท์ ส�ำหรับความเอื้อเฟื้ อหนังสือ HIP MAGAZINE

19


art

THE ROAD OF ART เส้นทางสายศิลป์

เรื่อง: สุธามาศ ภาพ: ประสิทธิ์

หลายคนอาจเคยได้ยินประโยคนี้มาบ้างว่า ‘ศิลปะเป็นอะไรก็ ได้ แต่อะไรก็ ได้ ไม่ใช่ ศิลปะ’ แล้วเราจะมองอะไร หรือท�ำอะไรให้เป็นศิลปะได้ยงั ไงล่ะ มาดูมมุ มองเกีย่ วกับศิลปะ ผ่านเขาคนนี้ บรรฑิต พวงทอง กับเรื่องราวของการเดินทางเขาที่มีศิลปะอยู่ใกล้ๆ ตัว เสมอ การใช้ชวี ติ ร่วมสิบกว่าปีทปี่ ระเทศออสเตรเลียทีย่ งั คงวนเวียนอยูใ่ นวงการศิลปะ และถ้านับเวลาย้อนกลับไปสมัยที่บรรฑิตยังเป็นนักศึกษาศิลปะอยู่ที่คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วงการศิลปะในตอนนั้นค่อนข้างจะตื่นตัว ด้วยกลุ่มนักศึกษา ศิลปะ ที่มุ่งมั่นตั้งใจท�ำงาน จนหลายต่อหลายคนประสบความส�ำเร็จเป็นศิลปินชื่อดัง และยังคงมีผลงานมาให้เห็นถึงปัจจุบัน

“ช่วงนัน้ ในเชียงใหม่ คณะวิจติ รศิลป์ บูมมาก จะพูดไปเหมือนยกย่องรุน่ ตัวเอง เพราะเขาลือกันว่ารุน่ เจ็ด เป็ นศิลปิ นเกือบทุกท่าน พูดกันตรงๆ ว่ากวาดรางวัล กันกระหน�ำ ่ ท�ำให้วิจติ รศิลป์เกิด ซึง่ เป็ นทิศทางทีด่ ี แล ้วก็ เป็ นทิศทางแนวใหม่ของศิลปะ เป็ นช่วงศิลปะแนวใหม่ ทีเ่ รียกกันว่าโมเดิรน์ อาร์ตของคนไทย” หลังเรียนจบบรรฑิตเข้าท�ำงานที่ บริษทั อาร์เอส โปรโมชัน่ ก่ อนจะตัดสินใจไปเรียนต่ อด้านภาษาที่ ออสเตรเลีย ซึง่ เป็ นเหมือนการเปิ ดโลกทัศน์ รวมไปถึง การได้เรียนรูโ้ ลกศิลปะของออสเตรเลียในตอนนัน้ ด้วย “ตอนอยู่ ช่ ว งห้า ปี แ รกจากเรีย นภาษาจนจบ ปริญญาโท เป็ นช่วงทีม่ เี ดียอาร์ตจะบูมมาก แนวทาง ศิลปะในออสเตรียเขาจะมีควบคู่กนั ไป คลาสสิกกับ โมเดิรน์ คลาสสิคก็คอื รุ่นเก่าๆ อย่างบ้านเราก็จะเป็ น เฉลิมชัย โฆษิตพิพฒั น์ หรือ ถวัลย์ ดัชนี แต่เขาไม่ได้ เชยขนาดนัน้ ของเขาจะเป็ นโมเดิรน์ คลาสสิค” ด้วยยุคสมัยทีเ่ ปลีย่ นไป การเกาะกระแสก็เป็ น ส่วนหนึง่ ของการท�ำงานศิลปะ แต่สง่ิ ทีส่ ำ� คัญคือต้องเกาะ กระแสในแบบทีค่ งความเป็ นตัวของตัวเองด้วย ตัวงาน ถึงจะมีเอกลักษณ์ ปัจจุบนั ก็มศี ลิ ปิ นท�ำงานร่วมสมัยกัน เยอะขึ้น แน่ นอนว่าการไปเรียนต่อต่างประเทศของ ศิลปิ นหลายๆ คนนัน้ ส่งผลมายังตัวงานของเขาเหล่านัน้ ไม่มากก็นอ้ ย ผลงานทีบ่ รรฑิตลงมือสร้างสรรค์กเ็ ช่นกัน สิง่ แวดล ้อมทีเ่ ขาพบเจอมาล ้วนส่งผลต่อแนวความคิด ในงานศิลปะของเขาเช่นกัน “คนอยูใ่ นบ้าน จะไม่เห็นหรอกว่าบ้านตัวเองสวย หรือดีขนาดไหน เพราะว่าอยูแ่ ต่ในบ้าน พอออกมานอกบ้าน ถึงรูว้ ่ามีตรงนัน้ เสีย มีตรงนัน้ สวย หรือว่าหลังคารัว่ ก็เหมือนกับตัวผมเอง ถ้าไม่ได้ออกไปเมืองนอก ไม่ได้

20 HIP MAGAZINE

ไปอยู่เมืองนอก จะไม่เห็นความเป็ นไทยเด่นชัดขึ้น ไม่เห็นความสวยงามหลายๆ ด้านของความเป็ นไทย เรือ่ ง ความเป็ นไทยจริงๆ แล ้วมีอะไรให้ท�ำเยอะ ผมก็เลยเอา ตรงนี้มาผสมผสานกับโมเดิรน์ อาร์ต จนกลายมาเป็ นรูป แบบงานของตัวเอง” เหล่านี้เห็นได้ชดั จากนิทรรศการ ‘ควายหลังฝน’ ทีเ่ พิง่ จัดแสดงแล ้วเสร็จไปในเดือนทีผ่ า่ นมา ซึง่ สะท้อน แนวความคิดของการน�ำความเป็ นไทยมาผสมผสานกับ โมเดิรน์ อาร์ตได้อย่างลงตัว โดยบรรฑิตได้ใช้เทคนิคที่ หลากหลายเข้ามาสร้างงานของเขา อย่างการใช้สสี เปรย์ สีอะคริลคิ หรือสีนำ�้ มันในการเพ้นติ้ง โดยบรรฑิตเล่าให้ ฟังเกี่ยวกับแรงบันดาลใจเกี่ยวกับนิทรรศการนี้ให้ฟงั ด้วยว่า “นิทรรศการควายหลังฝนนัน้ เริม่ มาจากนิสยั ของ ตัวเองทีช่ อบหยอกลอ้ กับสิง่ รอบตัวอยู่แลว้ และด้วย อารมณ์แบบชาวบ้านของเรา พอกลับมาเมืองไทยและ ใช้เวลาหนึ่งปี ทน่ี ่ี หลังจากไปอยู่เมืองนอกมาเสียนาน ท�ำผลงานในนิทรรศการชุดนี้ออกมา ตอนแรกก็ไม่รูว้ า่ จะตัง้ ชื่องานชุดนี้ว่ายังไงดี แต่สุดท้ายก็ออกมาเป็ น ‘ควายหลังฝน’ ก็คือง่ายๆ ซื่อๆ เหมือนเราเองก็ไป ตรากตร�ำท�ำงานหนักเป็ นวัวเป็ นควายมา พองานเสร็จ แล ้วผลทีอ่ อกมาคุม้ ค่าเหนื่อยหน่อยหลังจากเราไปลุย เมืองนอกมาสิบกว่าปี จริงๆ แล ้วงานนี้กท็ ำ� ขึ้นเพือ่ ความ สนุกสนานนะ แต่คดิ ว่าหลังจากนี้กจ็ ะเอาไปจัดแสดงที่ ออสเตรเลียประมาณเดือนพฤศจิกายนด้วยครับ” ในฐานะศิลปิ นรุ่นพี่ บรรฑิต ให้แง่มมุ ต่อวงการ ศิลปะของเชียงใหม่ในปัจจุบนั อย่างน่าสนใจว่า “พูดกัน ตรงๆ นะ ศิลปะเดีย๋ วนี้แย่ลง เป็นเรือ่ งทีพ่ ดู ยากว่าหลายคน เข้ามาเรียนศิลปะเพราะอยากสนุกหรืออยากอะไร แต่ก็

เห็นว่ายังมีแก๊งค์ฮปิ ปี้ อยู่ ยังมีใจรัก แต่วา่ ทีเ่ ข้ามาเพราะ เป็ นแฟชัน่ เห็นว่าเท่ดกี ็มี ถ้าเป็ นเมือ่ ก่อนเข้ามาเรียน เพราะคิดว่าเท่ ก็จบกัน ถ้าไม่ตงั้ ใจก็หมดสิทธิ์จะเท่ต่อ เพราะเข้ามาเรียนแล ้วต้องมาท�ำงาน แต่เดีย๋ วนี้ระบบการ ศึกษาไม่ได้กดดันมาก อาจารย์ให้เอฟสิบกว่าคน อาจารย์ ก็โดนไล่ออก เด็กก็เลยขี้เกียจได้ บางทีกไ็ ปจ้างรุ่นพีม่ า ท�ำงานให้บ้าง แต่เมือ่ ก่อนไม่มไี ง เด็กทีม่ าเรียนต้องมีใจ รักจริงๆ มาเรียนจริงๆ ผมเห็นแล ้วหดหู่ แต่กค็ งเป็ น เหมือนกันทุกที่ เมือ่ ถึงกาลเวลาหนึ่งก็ตอ้ งเปลีย่ น เด็ก จะมาเหมือนเมือ่ ก่อน เหมือนปู่ยา่ ตายายรุน่ เก่าๆ ก็คงไป ไม่รอด ผมคิดว่าส่วนหนึง่ เป็ นเพราะเด็กสมัยนี้ฉาบฉวย เยอะ ใจไม่นง่ิ พอทีจ่ ะนัง่ ท�ำงานนัง่ เรียนอยูห่ ้าหกปี ถึงจะ เรียกได้วา่ คุณเป็ นศิลปิ น ยุคสมัยนี้กอ็ าจจะไม่ไหวล่ะ เพราะต้องท�ำอย่างอืน่ ด้วย ศิลปะเดีย๋ วนี้กลายเป็ นส่วน ประกอบหนึง่ ของชีวติ สมมติวา่ ถ้าเทียบมหาลัยเป็ นบิก๊ ซี เป็ นโลตัส ศิลปะก็จะเป็ นส่วนหนึง่ ของแผนกเครือ่ งเขียน แต่วา่ ในแผนกนัน้ ก็ไม่ได้มแี ค่เครือ่ งเขียนอย่างเดียว ก็ จะมีวดิ โี อ มีหนังขาย มีเพลงให้ฟัง มีคอมพิวเตอร์ให้เล่น กลายเป็ นว่าศิลปะเดีย๋ วนี้สามารถเชือ่ มต่อไปได้ทกุ สาขา ทุ ก ส่ ว นของสัง คม แล ว้ ก็ จ ากที่ผ มได้เ ห็น มาก็ ไ ม่ จ�ำเป็ นต้องเน้นเรื่องไอเดียความคิดเหมือนเมื่อก่อน ก็พดู ในฐานะทีผ่ มเป็ นรุ่นคุณลุงละนะ อยากฝากไว้คนที่ เขามีใจรักศิลปะจริงๆ ยังติสท์กนั อยู่ ก็คงต้องสนับสนุน ให้เขาลุยกันต่อไป พยายามกันนิดหน่อย ใช้เวลาฝึ กฝน ให้มาก จากร้อยคนถ้ามีพวกทีม่ ใี จรักสักสิบคนก็น่ายินดี แล ้ว เหมือนมะม่วงทัง้ ต้นก็น่าจะพอมีสกั ลูกสองลูกทีย่ งั น่ากินอยู”่


คนอยูใ่ นบ้าน จะไม่เห็นหรอกว่าบ้านตัวเองสวยหรือดีขนาดไหน เพราะว่าอยูแ่ ต่ในบ้าน พอออกมานอกบ้านถึงรูว้ า่ มีตรงนัน้ เสีย มีตรงนัน้ สวย หรือว่าหลังคารัว่ ก็เหมือนกับตัวผมเอง ถ้าไม่ได้ ออกไปเมืองนอก ไม่ได้ไปอยูเ่ มืองนอก จะไม่เห็นความเป็นไทย เด่นชัดขึน้ ไม่เห็นความสวยงามหลายๆ ด้านของความเป็นไทย

HIP MAGAZINE

21


exhibition

SUPERLOOK

by PARE and LOLAY ณ เล ้า แกลเลอรี่ซสี เคป ซอย 17 ถนนนิมมานเหมินท์ เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 13 ตุลาคม - 25 พฤศจิกายน 2555 ทุกๆ คนมีคาแรคเตอร์เป็ นของตัวเอง ทัง้ ทีเ่ ลียนแบบมาจากบุคคลซึง่ เป็ นแรงบันดาลใจ และสร้างขึ้นเองจากความคิดสร้างสรรค์ส่วนตัว บางคนมี คาแรคเตอร์ท่เี ด่นชัด เป็ นพิเศษและทรงอิทธิพลต่อโลกจนเรียกได้ว่าเป็ น Super Icon เมือ่ นึกถึงบุคคลเหล่านี้ จินตภาพทีเ่ กิดขึ้นในความคิดของทุกคน มักเป็ นภาพเดียวกัน คือภาพทีเ่ ป็ นต�ำนาน บางคนไม่รจู ้ กั ว่า Super Icon เหล่านี้ เป็ นใคร เคยมีวรี กรรมอะไรมา หรือส�ำคัญยังไง แต่เคยเห็นภาพของพวกเขา ตามสถานที่ สถานการณ์ หรือเหตุการณ์ต่างๆ จนรูส้ กึ เหมือนเหมือนเป็ นโลโก้ ของบางสิง่ บางอย่าง ซึง่ แท้จริงแลว้ ทัง้ ช่างภาพ และผูถ้ ูกถ่ายภาพนัน้ ไม่ได้ ตัง้ ใจมาก่ อ นว่า ภาพนี้ จ ะต้อ งเป็ น ภาพจ�ำ หรือ ภาพประจ�ำ ตัว ของคนๆ นัน้ ไป Superlook ไม่ได้พดู ถึงเฉพาะแฟชัน่ เพราะแฟชัน่ เป็ นสิง่ ทีไ่ ม่มนคง ั่ แต่ Superlook คือ สไตล์ ทีท่ ำ� ให้ Super Icon เป็ นอมตะ เป็ นสไตล์ท่ี ในทีส่ ุด ก่อให้เกิดวงเวียน คือ มีผูน้ ำ� ไปเลียนแบบ กลายเป็ นกระแสนิยม และ ไม่เคยเชย ไม่เคยจางหายไปจริงๆ จากโลกใบนี้ นอกเหนือจากนัน้ ยังถูกน�ำไป สร้างเป็ นสัญลักษณ์บางอย่างของสังคม ความเป็ นกบฏของมนุษย์ และสะท้อน กลับไปกลับมาระหว่างอดีตและปัจจุบนั ไม่รูจ้ บ 22 HIP MAGAZINE


แพร (นัดดา ธนทาน) 2527

แพรให้ความสนใจอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องภายในจิตใจมนุษย์ และเธอมักวิเคราะห์และศึกษาทดลองจากตัวเอง จากประสบการณ์ ของบุคคลรอบๆ ตัว โดยใช้ศิลปะเป็ นตัวกลางในการสือ่ สาร โดยที่ เธอไม่เคยก�ำหนดขอบเขตว่าศิลปะของเธอนัน้ จะขึ้นอยูก่ บั เทคนิคใด เป็ นส�ำคัญ เธอเพียงแต่เลือกการวาดภาพเพียงเพราะว่าสามารถ สือ่ สารสิง่ ทีค่ ดิ และรูส้ กึ ออกมาได้ดที ส่ี ุดเท่านัน้ แพร แสดงงานครัง้ แรกในเดือนธันวาคมปี พ.ศ.2551 ที่ โรงแรม Reflection กรุงเทพฯ ชื่องานว่า Autosis : The Automatic Sister และมีผลงานแสดงนิทรรศการภาพวาดเดีย่ วมาแล ้ว 2 ครัง้ ที่ Whitespace Gallery กรุงเทพฯ คือ Chemo: a story of Kanon ในปี พ.ศ. 2552 และ Hairy: I am an animal ในปี พ.ศ. 2554 นอกจากนี้แพรเคยได้รบั เชิญไปเป็ นศิลปิ นในพ�ำนักที่ Bae openspace เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ในปี พ.ศ. 2553 อีเมล: parejinx@gmail.com เว็บไซต์: pare-nadda.exteen.com parenadda.blogspot.com

โลเล (ทวีศักดิ์ ศรีทองดี) 2513

จบการศึ ก ษาปริ ญ ญาโททางด้า นศิ ล ปะจากคณะจิต รกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร หลังจากนัน้ โลเลท�ำงานเกี่ยวกับการออกแบบ และ ท�ำงานศิลปะควบคู่กนั ไป ผลงานศิลปะของโลเลมักเกีย่ วกับเรือ่ งของมนุษย์ ในมิตติ ่างๆ และเกีย่ วกับมวลชน ระบบการปกครอง ศาสนา ลัทธิ ความเชือ่ สงคราม รวมทัง้ แฟชัน่ โลเล เคยจัดแสดงผลงานในนิทรรศการครัง้ ส�ำคัญ เช่น The 3rd Fukuoka Asian Art Triennale 2005 Fukuoka Asian Art Museum ทีป่ ระเทศญีป่ ่ นุ ในปี 2005 / ร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์ (International Film Festival) เมืองรอตเตอร์ดมั เนเธอร์แลนด์ ปี 2008 / แสดงงานใน อังกฤษ ปี 2001 / SOI Project (Tout A Fait Thai 2006) ทีป่ ารีส / “SHOW ME THAI” museum of contemporary art Tokyo, ประเทศ ญีป่ ่ นุ ในปี 2007 / แสดงงานในมหกรรมศิลปะ Jakarta Biennale XIII ทีป่ ระเทศอินโดนีเซีย (2009) และล่าสุดในมหกรรมศิลปะBusan Biennale ทีเ่ มืองปูซาน ประเทศเกาหลี นอกจากนัน้ โลเลยังน�ำเสนอผลงานศิลปะเชิงทดลองในรูปแบบ วิดโี อ Hero Project 2005, Fresh 2006, Strawberry 2008 และผลงาน ศิ ล ปะในรู ป แบบหนัง สือ Undergroung Cartoon 1, 2, 3, 4, My Nonsense, Lolaytoon 008 ปัจบุ นั เขาก�ำลังท�ำโครงการ Happyband สารคดีภาพยนตร์และหนังสือกับเพื่อนๆ ซึ่งเป็ นเรื่องเกี่ยวกับวงดนตรี ทีเ่ กี่ยวข้องกับอดีตและอนาคต อีเมล: mrlolay@hotmail.com เว็บไซต์: lolaytoon.exteen.com lolaytoon.blogspot.com HIP MAGAZINE

23


test

NAD VISO 1 อย่าเพิ่งเชื่อค�ำบอกเล่า เรื่อง: สมใชน์

เป็ นแฟนเจ้าประจ�ำของเครื่องเสียงยีห่ อ้ NAD มานาน พอได้เห็น NAD เข้ามาสู่ตลาดคนฟังเพลง รุ่นใหม่ ทีม่ กั จะฟังเพลงด้วย iPhone / iPod / iPad ก็อดทีจ่ ะติดตามและอยากลองฟัง NAD VISO1 เป็ นล�ำโพงส�ำหรับการฟังเพลง ด้วยเครือ่ งตระกูล Apple รวมไปถึงพวก SmartPhone ยี่หอ้ อื่นๆ ด้วย และก่ อนจะได้ฟงั ตัวจริงเสียงจริง ก็ได้ยนิ กิตติศพั ท์มาก่อนทีจ่ ะได้เห็นตัวว่านี่คอื The Best Sounding Smart Music System in the World, Period. โห-อะไรจะขนาดนัน้ ... ทางบริษทั โคไนซ์ อีเล็คโทรนิคส์ จ�ำกัด ซึง่ เป็ น บริษทั ที่นำ� เข้าเครื่องเสียง NAD มาช้านาน และมี ตัวแทนจ�ำหน่ายอยู่ในเชียงใหม่ ได้จดั NAD VISO 1 มาให้ HIP Magazine ได้ลองฟัง และผมก็รบั อาสาที่ จะอยู่กบั ล�ำโพงหน้าตาดีไซน์แปลกตัวนี้เอง ผมใช้เพลงจาก iPhone เป็ นแหล่งสัญญาณหลัก โดยช่วงแรกทีไ่ ด้ NAD VISO 1 มานัน้ ผมทดลองที่ จะฟังเพลงทุกแนว ทัง้ ร็อค แจ๊ซซ์ ป๊ อป ลองหมด และ พบว่าเสียงทีไ่ ด้ยนิ จากเจ้า NAD VISO 1 นัน้ ช่างน่าทึง่ เสียนี่กระไร

แต่ ก่ อ นที่ HIP Magazine จะปิ ด เล่ ม นี้ 2-3 วัน, เพือ่ นฝูงหอบเอา Discovery Box ซึง่ เป็ น CD Box Set รวมสตูดโิ ออัลบัม้ ทุกชุดของ Pink Floyd มาฝาก และผมก็ไม่รอช้าทีจ่ ะโหลดลง MacBook และ เอาลง iPhone ก่อนทีก่ ารรับฟังสุม้ เสียงของ NAD VISO 1 อย่างจริงจังจะเริ่มต้นขึ้น ด้วยเพลงของ Pink Floyd ที่ว่ากันว่าระบบการบันทึกเสียงและ การรีมาสเตอร์ได้ยอดเยีย่ ม 2 วัน 2 คืน กับ 14 อัลบัม้ 16 แผ่นซีดี ที่ NAD VISO 1 ถ่ า ยทอดเสี ย งดนตรี โ พรเกรสซี ฟ ที่ มี ค รบรส ท�ำ เอาผมรู ส้ ึ ก ว่ า จะต้อ งเร่ ง ท�ำ งาน เพือ่ หาสตางค์ซ้อื เจ้า NAD VISO 1 มาเป็ นเจ้าของ สักตัวแล ้วละครับ ขอร้องว่าอย่าเพิง่ เชือ่ ค�ำบอกเล่าของผม - ถ้าคุณ ยังไม่ได้ลองฟังด้วยหูของคุณเอง, เพราะบริษทั โคไนซ์ จะได้นำ� เอา NAD VISO 1 มาให้ชาวเชียงใหม่ได้ ฟังกันแล ้วในช่วงปลายเดือนตุลาคมไปจนถึงต้นเดือน พฤศจิกายน ตามรายละเอียดด้านล่างนี้นะครับ

NAD VISO 1 Road Show In Chiang Mai เสาร์ท่ี 20 และอาทิตย์ท่ี 21 ตุลาคม 2555 ร้าน Marble Arch นิมมานเหมินท์ ซ.9 เสาร์ท่ี 27 และอาทิตย์ท่ี 28 ตุลาคม 2555 ร้านกาแฟวาวี สาขาปันนา กาดเชิงดอย (นิมมานเหมินท์ ซ.6) 24 HIP MAGAZINE

*และพบกันที่ ลานโปรโมชันชั ่ น้ 3 Central Plaza Chiang Mai Airport ด้านหน้าลิฟท์แก้ว ใกลๆ้ กับส�ำนักงาน DTAC ซึ่งงานนี้นอกจากจะได้ลองฟังลองเล่น NAD VISO 1 แบบเต็มๆ แล ้ว ยังสามารถเป็ นเจ้าของได้ในราคาสุดพิเศษอีกด้วย Face Book: Conice Electronic


something

เป้าหมาย อาจไม่ ได้ มี ไว้พุ่งชน เรื่อง/ภาพ: ชลธิดา

ระหว่างยอดภูเขากับเส้นทางก่อนจะไปถึงจุดนัน้ ...อะไรทีส่ วยงามกว่ากัน? จะให้ตอบว่าอันไหน ‘ดีกว่ากัน’ ดูจะเป็ นสูตรส�ำเร็จเกินไป และทุกอย่างไม่ได้มแี ค่ดา้ นเดียว หรือคู่สตี รงข้ามอย่างขาวกับด�ำ ทุกอย่างมีหลายด้าน ซับซ้อน และแยกย่อยออกเป็ นหลายมิติ และเป้ าหมายอาจไม่ใช่คำ� ตอบของการเลือกท�ำอะไรสักอย่าง … ในวัยทีเ่ ด็กกว่านี้ ความร้อนรุ่ม ร้อนวิชา อยากท�ำโน่นนัน่ นี่ อยากเป็ นแบบนัน้ อยากเก่งเหมือนคนนี้ เกิดขึ้นมาให้รูส้ กึ ทุรนทุรายอยู่ทกุ ขณะ อยากเป็ น อยากเก่ง ยิง่ เร็วเท่าไหร่ยง่ิ ดี ค�ำว่า ‘รอ’ ไม่อยากเอามาไว้ในสารบบชีวติ ด้วยเชื่อว่า ยิง่ ท�ำ ยิง่ พยายาม จะยิง่ ไปถึงจุดหมายได้เร็วขึ้น แต่ลมื ไปว่าชีวติ ไม่ใช่เฟอร์รารี่ ทีจ่ ะโลดทะยานไปสู่จดุ หมายอย่างรวดเร็วดังใจ และขณะทะยานไปนัน้ ก็ดนั ลืมอีกว่า ถนนไม่ใช่ของเราเพียงผู ้เดียว แม้จะเป็นถนนชีวติ ตัวเองก็ต ้องระวัง และนึกถึงคนอืน่ บ้าง … ในวัยก�ำลังจะย่างเข้าสู่เลขสาม (ทีห่ ลายคนเรียกว่าวัยรุ่นตอนปลาย ฮ่าๆ) สารภาพตามตรงว่า คิดถึงอนาคตมากขึ้น คิดถึงครอบครัวมากขึ้น เอาแต่ใจตัวเองมานาน เริ่มรูส้ กึ ผิด เพราะขณะทีเ่ ราก�ำลังมีความสุขกับการทุ่มเททีจ่ ะก้าวไปสู่ยอดภูเขาเบื้องหน้า มักไม่ค่อยหันกลับไปมองเบื้องหลัง อาจเพราะไม่อยากรูค้ วามจริงว่า เราไม่ได้กา้ วมาไกลจากจุดเดิมสักเท่าใดเลย หรืออีกกรณีกไ็ ม่อยากรูว้ า่ ตัวเองฝ่ าดงอะไรมาแล ้วบ้าง และต้องฝ่ าอะไรท�ำนองเดียวกันไปอีกเท่าใดก็ไม่รู ้ ให้รูส้ กึ ท้อขึ้น มากลางทาง และอีกอย่าง...ไม่อยากหันไปแล ้วพบว่าระหว่างออกเดินมา เราทอดทิ้งใครไว้เบื้องหลัง … ดวงดาว ก็แค่กอ้ นหินยักษ์ลอยฟ้ า ไม่ได้สวยงามเหมือนทีเ่ รามองขึ้นไปหรอก พูดอย่างนี้ เดีย๋ วใครจะว่าองุน่ เปรี้ยว ลองไปถามนักบินอวกาศดูกไ็ ด้วา่ บนนัน้ ทัง้ หนาวและเหงาขนาดไหน ยามต้องลอยคว้างกลางหมูด่ าวนัน้ เขาคงขอแค่มใี ครสักคนเคียงข้าง อยู่บนโลก แม้จะไม่เท่เท่า แต่อบอุ่นกว่าเยอะ ... ท�ำเป็ นพูดดีไป... ทุกวันนี้ยงั ชอบแหงนหน้ามองดาวอยู่เลย ด้วยหวังว่าอยากจะขึ้นไปสัมผัสสักครัง้ เพียงแค่แสงสะท้อนของดาวก็ยงั ดี HIP MAGAZINE

25

Profile for HIP MAGAZINE

HIP MAGAZINE ISSUE 96 : OCTOBER 2012 (SECTION B)  

Download : www.hipthailand.net

HIP MAGAZINE ISSUE 96 : OCTOBER 2012 (SECTION B)  

Download : www.hipthailand.net

Advertisement