Page 1

1

b side


2

b side


เทิดทูนเหนือเกล้า ข้ า พ ร ะ พุ ท ธ เ จ้ า ค ร อ บ ค รั ว ท่ า ช้ า ง ค า เ ฟ่

ณภัทร ทวีทอง

เนตรนรี สุวรรณโชติ

มารุตพงศ์ เครือนวล

เหตุผลที่ห้อยจี้รูปในหลวง : รูปในหลวงนี้มีพี่ที่เคารพกันให้มา เราก็ห้อยติดตัวเอาไว้ตลอดเป็นสิริมงคลกับชีวิต เป็นรูปท่าน ตอนทรงผนวช แล้วด้านหลังจะมีพระเกศาของท่านอยู่ นอกจากนี้ สิง่ ทีใ่ ส่ตดิ ตัวเสมอคือนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติ รุน่ ครองราชย์สมบัติ ๗๐ ปี หน้าปัดจะมีตราสัญลักษณ์ และเลข ๙ เราก็สวมไว้เพือ่ ระลึก ถึงในหลวง ไว้เตือนตัวเองให้นึกถึงสิ่งที่ท่านท�ำมา แล้วก็สานต่อ สิ่งที่ท่านท�ำเอาไว้ เมื่อไหร่ที่ดูเวลาก็จะได้เตือนใจตัวเองไปด้วย

เหตุผลทีส่ กั : ก็เป็นความชอบค่ะ (หัวเราะ) ชอบสัก เหมือนกับว่า เราชอบอะไรเราก็ อ ยากจะท� ำ อี ก เรื่ อ ยๆ อย่ า งการสั ก ‘ร.๙’ ก็เหมือนกัน ก็คือเรารักเราชอบอะไรเราก็อยากสักไว้ รอยสักนี้ ก็เหมือนตัวแทน เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ว่าเราเป็นประชาชน ของท่าน เกิดในรัชกาลของท่าน ท�ำให้เราระลึกถึงท่านอยู่เสมอ ไม่ว่าจะท�ำอะไร ท่านก็เป็นพ่อของเราคนนึง เมื่อท่านไม่อยู่แล้ว ก็อยากมีอะไรไว้ให้เรานึกถึงท่าน

เหตุผลที่สัก : ถ้าจะสักก็ไม่อยากให้พระบรมฉายาลักษณ์อยู่ ต�่ำกว่าหัวของผม และรูปนี้ผมสักมาหลายปีแล้ว ไม่เคยคิดว่าจะ โชว์ให้ใครเห็น เราสักเพราะเรารัก และเทิดทูน เมือ่ ก่อนผมก็ไม่คอ่ ย ชอบดูขา่ วในพระราชส�ำนักนะ แต่พอเราเริม่ โต ได้เรียนรูอ้ ะไรหลายอย่าง ท�ำให้ผมเปลี่ยนความคิดไปเลย เพราะการที่บ้านเมืองเรามาถึง จุดนีไ้ ด้ ส่วนหนึง่ ก็เป็นเพราะท่านทรงงานหนักเพือ่ พวกเรา สิง่ เหล่านี้ ท�ำให้เรามีสามัญส�ำนึกว่าเราควรจะใช้ชีวิตยังไงกับประเทศชาติ

วุฒิชัย ใจเพียร

สุรศักดิ์ ใจเงี้ยวค�ำ

อานุภาพ บัวผัด

เหตุผลทีส่ กั : ผมว่าการสักขึน้ อยูก่ บั ความคิดของแต่ละบุคคลนะ ไม่ใช่ว่าต้องเป็นนักเลงแล้วจะสัก ขึ้นอยู่กับใจเรามากกว่าว่าท�ำไม ต้องสัก และสักเพราะอะไร ถ้าเป็นรูปในหลวงก็คือว่า เรารักพ่อ เหมือนท่านเป็นพ่อบ้าน พ่อใหญ่ อยากให้ท่านอยู่กับเราตลอดไป สักมาประมาณเดือนกว่าแล้ว ก็อยากมีความทรงจ�ำว่าเราได้เกิดมา อยู่ในรัชกาลที่ ๙ ท่านยังคงอยู่ในใจเราเสมอ อยากจะให้ท่าน อยู่กับเราตลอดไป

เหตุผลทีส่ กั : ก็ไม่ได้คดิ ว่าจะไปสักนะ นีเ่ ป็นลายแรกเลย ตอนแรก ว่ า จะเลื อ กเป็ น เลข ๙ แต่ พ อหาข้ อ มู ล ดู รู ป ในอิ น เตอร์ เ น็ ต ไปเรือ่ ยๆ พอเห็นรูปนีก้ ช็ อบ เป็นเด็กก�ำลังก้มกราบท่าน เลยเลือก เป็ น รู ป นี้ แ ทน ที่ ตั ด สิ น ใจสั ก ก็ เ พราะอยากมี รู ป ท่ า นไว้ เ ป็ น สัญลักษณ์ประจ�ำใจ คอยเตือนใจตัวเองว่าอย่าท้อ ท่านยิ่งท�ำงาน เหนือ่ ยกว่าเรามาก ฉะนัน้ เราจะท�ำอะไรก็ตอ้ งพยายามท�ำให้สำ� เร็จ

เหตุผลที่สัก : รอยสักก็นับว่าเป็นศิลปะอย่างนึง และวิธีการก็ น่าทึง่ มากส�ำหรับผม เป็นอะไรทีแ่ บบคนทีท่ �ำคนแรกเขาคิดได้ยงั ไง ทีเ่ อาหมึกสักเข้าไปในหนังเรา แล้วท�ำให้เกิดลวดลาย ในตัวผมก็เลย จะมี ร อยสั ก อยู ่ ห ลายลาย เพี ย งแต่ ที่ ตั ด สิ น ใจไปสั ก เลข ๙ ตรงท้ายทอยนีก่ เ็ พราะอยากให้ในหลวงอยูก่ บั ผมตลอดไป เพราะ ผมรักท่าน เห็นท่านมาตั้งแต่เด็ก แล้วสิ่งที่เห็นคือท่านท�ำงานหนัก ท่านไม่รู้จักเรา แต่ก็ท�ำเพื่อเรา


๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ชาวไทยทั้งประเทศ สูญเสีย ‘พ่อ’ ของแผ่นดิน

4

b side


กษัตริย์ผู้ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ กษัตริย์ผู้ซึ่งประชาชนของพระองค์เรียกท่านว่า ‘พ่อ’

5

b side


วันนี้ ‘พ่อ’ ขึ้นไปอยู่กับผู้ที่ ‘พ่อรัก’ และผู้ที่ ‘รักพ่อ’ คือครอบครัวของ ‘พ่อ’ ที่หล่อหลอมประเทศนี้

6

b side


สิ่งที่ ‘พ่อ’ สร้างไว้ สิ่งที่ ‘พ่อ’ พร�่ำสอน ความห่วงใยที่ ‘พ่อ’ มีให้ ช่างยากเย็นเกินกว่า...ที่จะท�ำใจรับได้

7

b side


จะเดินตามรอย ‘พ่อ’ จะเป็นผู้ให้ และจะท�ำเพื่อผู้อื่น อย่างที่ ‘พ่อ’ ท�ำมาทั้งชีวิต

8

b side


จะขอจงรักภักดี และเทิดทูนราชวงศ์จักรี จนกว่าชีวิตจะหาไม่

เ กิ ด ใ น รั ช ก า ล ที่ ๙ ข้ า เเ ผ่ น ดิ น ใ น ร า ช ว ง ศ์ จั ก รี ทุ ก พ ร ะ อ ง ค์

9

b side


CONTENTS d e c e m b e r 2 0 1 6 V o l. 1 3 N o. 1 4 6

digital contents www.hipthailand.net

Cover Story 02 Bike Route 12 Bike Tips 14 Bike Safe 16 Bike Special 17 Bike Trip 18 Talk 25 Travel 28 Bike Route

Bike Tips

Bike Safe Bike Trip

HILIGHT

18 Bike Trip

หลังจากไปเที่ยวชมงาน Euro Bike จนหน�ำใจ (และเก็บภาพมาฝากคนอ่าน HIP ไปแล้วในฉบับเดือนตุลาคม) 25 มุ่งหน้าไปสู่สวิตเซอร์แลนด์เพราะจะไปปั่นทัวร์ริ่ง ต่อที่นั่น ตลอด 8 วันของทริปที่เริ่มต้นที่ Zurich และไปสิ้นสุดที่ Lucern กั บ จั ก รยานใหม่ ที่ เ พิ่ ง ประกอบเสร็ จ ไม่ กี่ วั น ก่ อ นออกเดิ น ทางจะเป็ น อย่ า งไร ขอเชิญติดตาม... 25

Talk

Bike Special

Talk Travel

HIP ไปเที่ยวแม่ฮ่องสอนกับ มิ้นท์ I Rome Alone บล็อกเกอร์สาว ชื่อดัง พร้อมกับคุยกันถึงเรื่องการท่องเที่ยวชุมชน ที่เธอหวังว่าจะเป็นสิ่งที่ นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ๆ หันมาสนใจกันมากยิ่งขึ้น เพราะการท่องเที่ยวในมุมมอง ของมิ้นท์ ไม่ควรจะมีแค่มาถ่ายรูปแล้วก็ไป แต่ควรจะได้เรียนรู้ว่าคนในท้องถิ่น ใช้ชีวิตกันอย่างไรด้วย

28 Travel

ผิง – ณัฐกัลยา พิศ น�ำภาพถ่ายและเรื่องราวการเดินทางไป ‘ชิงไห่’ ของเธอ มาฝากกันใน Travel ฉบับนี้ จากจุดเริ่มต้นด้วยภาพวิวสวยๆ และค�ำชักชวน จากเพื่อน มาสู่การเดินทางไปสู่แถบชายแดน จีน – ทิเบต และการค้นพบว่า การเดินทางกับคนที่ชอบอะไรคล้ายกัน ก็น่าจดจ�ำไม่ต่างจากการเดินทางคนเดียว


HIP Magazine และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ส�ำนักงานแม่ฮ่องสอน ขอเชิญชวนนักปั่นจักรยานร่วมกิจกรรม ปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว อ.ปาย

ปั่นปาย ปีที่ 2

13-14-15 มกราคม 2560

ปั่นแบบขาอึด :

ศุกร์ 13 มกราคม 2560 ‘ปัน่ ไปปาย’ จากจุดเริ่มต้นจาก จ.เชียงใหม่ ปัน่ จักรยานไป อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เสาร์ 14 มกราคม 2560 ปัน่ ท่องเทีย่ วใน อ.ปาย

ปั่นแบบสายชิลล์ :

ศุกร์ 13 มกราคม 2560 เดินทางจากเชียงใหม่ไปปาย โดยรถตูห้ รือรถส่วนตัว เสาร์ 14 มกราคม 2560 ปัน่ ท่องเทีย่ วใน อ.ปาย

*รายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรมติดตามได้ที่ facebook: HIP Thailand

อาทิตย์ 15 มกราคม 2560 เดินทางกลับจากปายมาเชียงใหม่


Bike Route

SAMOENG Double Whopper 2 x สะเมิง เปิงดีไข้หุย เรื่อง / ภาพ : acidslapper

ช่วงเดือน – สองเดือนที่เพิ่งผ่านไป ไม่ เ ชื่ อ ก็ ต ้ อ งเชื่ อ ครั บ ว่ า ผมต้ อ งพั ว พั น กั บ จั ก รยานในแบบที่ ไ ม่ ไ ด้ ป ั ่ น เยอะมาก ต้องประชุมงานจักรยาน จัดงานจักรยาน ท�ำการทดสอบอุปกรณ์จักรยาน เขียนรีวิว อุปกรณ์จกั รยาน ศึกษาข้อมูลเรือ่ งจักรยาน เขียนคอลัมน์จกั รยาน และตรวจทานต้นฉบับ เกี่ยวกับจักรยาน โอ่ยยยย แทบจะกลายเป็น ลมหายใจกันเลยทีเดียว ท�ำเอาผมเกิดอาการ เสื่ อ มสมรรถภาพทางการปั ่ น จั ก รยาน เฉียบพลัน คืออยู่ดีๆ มันก็เกิดอาการเฉยชา เฉยเมยไปเสี ย ดื้ อ ๆ ราวกั บ โดนลั ก พาตั ว จากความกระตือรือร้นไปเสียอย่างงั้น

ผมไม่ โ ทษตัว เองหรอกครับ ! เรื่ อ งอะไร จะต้องมาท�ำให้ตวั เองเสียสุภาพจิตล่ะ 555 ผมโบ้ย เรื่ อ งนี้ ใ ห้ฤ ดู ฝ นซะให้ม นั จบๆ ไป! ช่ ว งที่ผ่ า นมา ผมจึง แก้ป ัญ หาหัว เลี้ย วหัว ต่ อ ของวัย รุ่ น ด้ว ยการ เปลีย่ นไปวิง่ แทน กะว่าวิง่ จนมันคิดถึงจักรยานสุดๆ แล ว้ ค่ อ ยกลับ มาปัน่ ได้ผ ลจริ ง ๆ! ผ่ า นไปแค่ สองสัปดาห์ทว่ี ง่ิ อย่างเดียว ความเร่าร้อนของเสือหนุ่ม ก็ ก ลับ มาอีก ครัง้ ตกลงกับ ตัว เองว่า กลับ มาครัง้ นี้ ต้องมีอะไรพิเศษหน่อย กูช้ ่อื พระยาแพะภูเขา! ผมจึง ตัดสินใจว่าจะซัดทริปโหดๆ ให้ได้สกั ทริป นึกไปนึกมา ก็เกิดอัชฌัตติกญาณ (ปิ ง๊ Intuition) ขึ้นว่า “วนรอบ สะเมิงสองรอบดูเด๊ะ” เอ้อออ เข้าท่าดีแฮะ ไม่เคยได้ยนิ ว่ามีใคร (บ้า) ท�ำเลย ว่าแล ้วก็จดั แจงเคลียร์งาน เคลียร์ควิ สางธุระ ให้ห มด เพราะรู ว้ ่ า ภารกิ จ กู โ้ ลกครัง้ นี้ ค งกิ น เวลา ยืดเยื้อแน่ ๆ ย้อนกลับไปดู สถิติเก่ าๆ ที่เคยสลักไว้ อยู่ท่ีรอบละประมาณ 3-4 ชัว่ โมง หมายฟามว่า... งานนี้ตไี ปหนึ่งวันก็แล ้วกัน! เอาวะ! เรื่องแจ๋วๆ แบบนี้ จะพลาดได้ไงล่ะทิด! ผมก�ำ หนดเส้น ทางการปัน่ ไว้ว่ า จะขึ้น จาก ทางหางดงก่ อ น โดยเริ่ ม ต้น ที่ห น้า ส�ำ นัก งานของ 12

b side

HIP Magazine (อบต.สุเทพ) เรานี่แหละ ไต่ข้นึ จาก หางดงไปสะเมิง ลงไปกลับตัวที่แม่แรม (อ.แม่ริม) แลว้ ไต่ยอ้ นกลับขึ้นสะเมิงลงมาที่หางดงเพื่อจบทริป ยังจุดเริ่มต้น เป็ นอันส�ำเร็จภารกิจสุดสยอง ว่ า แล ว้ ก็ เ ริ่ ม ด้ว ยการท�ำ ตัว เป็ นมิ จ ฉาชี พ ไปล่อลวงชาวบ้านมาร่ วมวงไพบูลย์ให้ได้เยอะที่สุด เพราะคิดว่างานแบบนี้ครึกครื้นไว้ก่อนดีกว่า ไม่เหงา อย่างน้อยฟังเสียงก่นด่าไปพลางๆ ก็ดกี ว่าปัน่ เงียบๆ คนเดียวแหละ ...ปรากฎว่า... หลอกมาได้แค่สองหน่อ แถมทิดทัง้ สองจะปัน่ ส่งแค่รอบเดียว แล ้วจะปล่อยผม เผชิ ญ ความอ้า งว้า งอย่ า งเดี ย วดายในรอบที่ส อง โดยให้เหตุผลทีน่ ่าสนใจว่า... “พวกกูไม่ได้โง่ขนาดนัน้ !” ขอบใจมากเพือ่ นรัก! ไม่เป็ นไรครับ ถึงจะส่งรอบเดียว มันก็ยงั มาส่ง ผมตัง้ ใจแลว้ ยังไงซะเหลือคนเดียว ก็จะไป แค่น้ กี ข็ อบคุณมากแล ้ว 8.00 น. เรานัดกันที่ออฟฟิ ศ HIP แถวๆ วัดโป่ งน้อย ปัน่ ลัดเข้าเส้นทางแม่เหียะในเพื่อไต่ข้ นึ ดอยกอมเป็ นการอุ่นเครื่อง เรียกน�ำ้ ย่อยเบาๆ กันไป ก่อนจะกร�ำศึกใหญ่ อันที่จริงแลว้ การปัน่ ไปสะเมิง จากทางหางดง (วงการจัก รยานเขาเรีย ก สะเมิง Reverse) เนี่ย มันเป็ นเส้นทางที่ค่อนข้างโหดมาก


เมื่อ เทีย บกับ เส้น ทางแบบที่เ ริ่ม จากแม่ริม (วัย รุ่ น บนหลัง เสือ เรี ย ก สะเมิง แคลสสิค ) แต่ ผ มเลือ ก เส้นทางนี้เป็ นเส้นเริ่มทริป ก็เพราะถ้าย้อนกลับมา มัน จะได้จ บทริ ป ด้ว ยการไต่ ‘พญาปี ศ าจเจ็ ด พับ ’ ในต�ำนาน เพือ่ ตอกย�ำ้ ดีกรีความโรคจิตให้มนั สะเด่าว์ & สะแด่วว์อารมณ์กนั ไปข้าง! เราไต่ เ นิ น กฤษดาดอยและอี ก หลายเนิ น ไปจนถึงยอดเจ็ดพับ และดิ่งลงเจ็ดพับ ทีเด็ดของ เส้นทางนี้ก็คือ เนิน ขอโทษ! ดอย ขอโทษ! ภูเขา ขอโทษ! เทือกเขา! ระยะทางร่วมยีส่ บิ กิโลเมตรเพือ่ ขึ้น ไปยังจุดสูงสุด (จุดชมทิวทัศน์ป่าสะเมิง) ความชันเฉลีย่ ประมาณ 20% ส�ำหรับเสือหมอบเฟื องชุด 39/28 ต้องร้องอุทานออกมาว่า คุณแพะ! ตลอดทางช่วงแรกนี้

ก็ทวีความเหี้ยมโหดขึ้นเรือ่ ยๆ จนมาถึงโป่ งแยง พอเข้าสู่ สเตจไต่เขาดุๆ แลว้ เราทัง้ คู่ก็พลันหยุดสนทนาใดๆ ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตาปัน่ กันเงียบๆ เงียบจนผม ได้ยนิ เสียงเพือ่ นคิดในใจว่า “กูไม่น่ามากับแม่งเล ้ยยย” สายไปแล ้วล่ะเพือ่ นเอ๋ย ผมพยายามท�ำลายความเงียบ ด้วยการเล่าเรื่องตลก ซึ่งแน่ นอน เป็ นการตัดสินใจ แก้ป ญ ั หาเฉพาะหน้า ที่ห น่ อ มแน้ม มาก และก็ จ ริง เพือ่ นไม่ตลกด้วย! แถมมันยังหันมาท�ำหน้าเคร่งขรึม ปนทรมานแล ้วพูดว่า “วันนี้วนั เกิดแฟนกู” และ “ตอนนี้ กูควรจะพาแฟนไปท�ำบุญ ไปกินข้าว” อาการส�ำนึกผิด ในแววตาสัง่ ให้ผมพูดว่า “งัน้ เราเร่งความเร็วกันมัย้ ? จะได้จ บทริ ป ไวๆ” เพื่อ นตอบว่ า “s;gio;a’;ivja 3894250-3498$%@#$#$” อ่าหหห์ ชื่นใจจัง

ผมจะคอยสนทนาเกลี้ยกล่อมเพือ่ นทัง้ สองให้ย้อนกลับ ทางเดียวกัน ตือ๊ ขายของกันสุดๆ เชียวล่ะ 10.00 น. เราไต่ข้ นึ มาจนถึงจุดชมวิวสะเมิง สีหน้า แววตา และน�ำ้ เสียงทุกคนยังคงดูสดใสสมวัย หลัง จากนี้ ส่ ว นใหญ่ จ ะเป็ น ทางลง มีส ลับ ขึ้น ดอย เล็กน้อย ยาวไปจนถึง อบต.แม่แรม เราไหลกันไป เรือ่ ยๆ ไม่เร่งความเร็ว ไม่ยงิ ไม่อดั พลังใดๆ ทัง้ สิ้น เพราะจะต้องเผือ่ แรงไว้ตอนขากลับ 11.30 น. เรามาถึง อบต.แม่แรม จอดแวะพัก เติมน�ำ้ เติมเสบียง กิน กิน แล ้วก็กนิ ! เพราะหลังจากนี้ จะกลับตัวแล ้วไต่ยอ้ นทุกอย่างทีผ่ ่านมาอีกครัง้ ! ข่าวดี ก็คอื เพือ่ นคนหนึ่งหลงกลผมจนได้! ไม่เหงาแล ้ว 12.00 น. สองหนุ่มหัวใจทระนงเริ่มกระท�ำการ ย้อนปัน่ กลับเส้นทางเดิมทีผ่ า่ นมา จริงๆ แล ้วเส้นทางนี้ (สะเมิงแคลสสิค) มันไม่ได้ยากอะไรส�ำหรับเราเลย ปัน่ กันประจ�ำอยูแ่ ล ้ว สบาย แต่วนั นี้มนั หนังคนละม้วน! เมื่ อ เราต้อ งเจออะไรโหดๆ มาก่ อ น มิ ห น� ำ ซ�ำ้ ! เราได้รบั การสนับสนุนอย่างเต็มทีจ่ ากพระอาทิตย์ดว้ ย! ใครจะกล ้าสาบานว่านี่ฤดูหนาว! หมีขวั้ โลก! (ค�ำอุทาน) อะไรมันจะร้อนขนาดนี้ฟะ! เราปัน่ กระหนุงกระหนิงคุยกันมาเรือ่ ยๆ ไอแดด

14.00 น. เรากระเตงตัว เองขึ้น มาอยู่ บ น จุ ด ชมวิว สะเมิง อี ก ครัง้ ท�ำ หน้า กระหยิ่ม ยิ้ม ย่ อ ง (หรือยิ้มละเหีย่ ก็ไม่รู)้ ยืนดูป้ายจุดชมทิวทัศน์ป่าสะเมิง อีกครัง้ เรานัง่ พัก กินขนม ผมเห็นเพือ่ นดัดขาตัวเอง... ตะคริวมาแล ้วสินะ... งดงามจับใจจริงๆ โอเค! มากันขนาดนี้แล ้ว ทีเ่ หลือก็ดง่ิ ลงยาวๆ มาแวะปลน้ น�ำ้ เย็นๆ ที่ป้อมต�ำรวจ! (ชอบค�ำนี้จงั ... ปลน้ ต�ำรวจ) มีไต่ บา้ งเล็กน้อย แลว้ ก็ลงอีกยาวๆ ก่อนจะไปพบกับมหาวายร้ายตัวฉกาจทีช่ อ่ื ว่า ‘เจ็ดพับ’ 15.00 น. เราจอดรถยืนดู ‘เจ็ดพับ’ ตัง้ ตระหง่าน อยูเ่ บื้องหน้า แสยะยิ้มให้เราอย่างโรคจิตพร้อมแผ่วเบา ที่ขา้ งหูเราว่า “ผัวขาาาาา” ผมช�ำเลืองมองไปที่เพือ่ น แววตาไร้ส ญั ญาณชีพ ! คาดว่ า คงปล่อ ยวางเรื่ อ ง วันเกิดแฟนได้แลว้ และคงท�ำใจพร้อมเผชิญชีวิต หนุ่มโสดขี้เหงาอีกครัง้ ! เอาน่าเพือ่ น... นายต้องผ่านมัน ไปให้ได้ เราจะเป็ นก�ำลังใจให้นายนะ (อิอิ - หัวเราะ แบบไม่สำ� นึกผิดเลยสักนิด) บรรยากาศในการกระแทกกระทัน้ เพือ่ พาตัวเอง กลับขึ้นไปวางบนยอดเจ็ดพับในเวลาบ่ายสามโมงนัน้ ไม่ ใ ช่ เ รื่ อ งที่ ดี เ ลย ผมตะโกนเต็ ม เสี ย งในใจว่ า “ผิดกาละ & เทศะ!!!” และหมายความตามทีพ่ ดู จริงๆ 13

b side

ผิดทัง้ เวลา ผิดทัง้ สถานที่ แต่กเ็ อาเหอะ กระบวนการ เพาะบ่มวีรบุรุษซูเปอร์ฮโี ร่ก็เงี้ยะ! ท่องไว้... “ตอนจบ มันจะโคตรเท่!” ขอให้มนั จริงเถ๊อะพ่อเอ๊ยยยยย 16.00 น. แล ว้ เราก็ พ าตัว เองพุ่ง (อื ด ๆ) ผ่านมรสุมทางกีฬาจักรยานมาจนถึงบ้านปง (หางดง) จนได้ การไต่ดอยกอมนี่ผมขอข้ามไปเลยก็แลว้ กัน นะครับ รูส้ กึ ว่ามันขี้ปะติว๋ เกินไปน่ะ 555 เราจบทริป ทีเ่ วลาเฉียดๆ 17.00 น. สรุป มิเตอร์จกั รยานยิ้มหราบอกว่า... เราใช้เวลา ไปร่วม 9 ชัว่ โมง! ระยะทางแค่ 120 กิโลเมตร (อ๊ออ๊อย) แต่ระยะไต่เขาทัง้ หมด (Total Ascent) รวมกันได้ 3,500 เมตร (โคะ!!!) เราไม่ ท ัน ได้ร่ ว มฉลองความส�ำ เร็ จ นี้ กัน เพราะหลัง จากคลี่ค ลายปมปัญ หาทางจัก รยาน ทริป โหดนี้ ไ ด้ เพื่อ นก็ มีป ญ ั หาชีวิต คู่ ต ามมาทัน ที! ก่อนจากกัน เพือ่ นหันมาบอกเสีย่ งนุ่มๆ ว่า “ทริปแบบนี้ อีกสีป่ ี ค่อยมาชวนกูนะ!!!” มัน สะใจนะครับ เวลาที่เ ราท�ำ อะไรยากๆ ส�ำ เร็ จ เนี่ ย ถ้า คุ ณ อยากรู ้ และมัน คัน ที่ ห ัว ใจ จนยากทีจ่ ะเกา... ไปลองเองเถอะครับ ฮี้วววววว


หลับตานึกถึงภาพย้อนกลับไปเมื่อสมัยเด็กๆ ละแวกบ้านมักจะมีแก๊งแฟนฉัน ปั่นจักรยาน ไปเที่ยวกันตามแถวบ้าน เฮฮาประสาวัยซน ไปไหนไปกัน สมัยนั้นไม่เห็นต้องคิดอะไรมากเลย จักรยาน BMX คันเก่าๆ บันไดอันใหญ่ๆ (ตุม่ หนามเยอะๆ แล้วดีดหน้าแข้งเป็นรู) มีอยูเ่ กียร์เดียว มีให้ถีบก็ถีบไป อยากปั่นเร็วก็ลุกขึ้นยืนโยกๆๆ แล้วกระทืบเท้าเท่าที่แรงจะพาไป เจอเนินชัน ก็เหยียบกระแทกลูกบันไดอันเท่าฝ่ามือนี่แหละ โซ่ยานๆ สนิมเกรอะกรัง รองเท้าแตะหรือผ้าใบ ก็แล้วแต่ว่าผู้ปกครองแต่ละคนจะสรรหามาให้ใส่กัน ภาพตัดกลับมาอีกที แก๊งแฟนฉันแต่ละคนก็เติบโตไปเป็ นวัยรุ่น ไปเรียนกัน คนละทิศคนละทาง ระหว่างนัน้ ก็สนุ กสนานกับการท�ำร้ายสุขภาพ ทัง้ ดื่ม ทัง้ สูบ แถมนอนน้อย อาหารการกินก็ แหม่ ตามใจปากเลยว่างัน้ เหอะ พอเรียนจบมีงานท�ำ ต้องรับผิดชอบอะไรต่อมิอะไรมากขึ้น มันก็เริม่ มีอาการป่ วยออดๆ แอดๆ เริม่ รูส้ กึ ว่า ตัวเองไม่ค่อยแข็งแรง แลว้ ก็เกิดความคิดว่าถึงเวลาทีเ่ ราต้องกลับมาใส่ใจสุขภาพ อีกครัง้ แล ้วว่ะ จักรยาน BMX คันเก่ายังคงตราตรึงใจ ก็โตมากับจักรยานตัง้ แต่เด็ก กลับมาออกก�ำลังกายอีกครัง้ เพือ่ สุขภาพมันจะอะไรซะล่ะ หนีไม่พน้ จักรยานนี่แหละ แต่การกลับมาปัน่ จักรยานออกก�ำลังกายคราวนี้แตกต่างจากการปัน่ จักรยาน เทีย่ วเล่นสมัยเด็กมากนัก จาก BMX เหล็กสนิมผุๆ เกียร์เดียวคันเดิมนัน้ ก็แปลงร่าง กลายเป็ นจักรยานเสือหมอบคาร์บอนไฟเบอร์ ล ้อคาร์บอน ชุดขับเคลือ่ น 22 เกียร์ น�ำ้ หนักทัง้ คันไม่เกิน 7 กิโลกรัม จากเสื้อยืดกางเกงฟุตบอลรองเท้าแตะกี้บ (ค�ำเมือง = คีบในภาษาไทยภาคกลาง) กลายเป็ นชุดจักรยานผ้าสแปนเด็กซ์ ระบายความร้อนระบายเหงื่อเร็วกันแสง UV ท�ำร้ายผิว กางเกงเอีย๊ มเป้ าโปร ท�ำจากเจลสไตล์อแิ ทเลีย่ นแท้ หมวกแก๊ปก็ไม่ได้นะ ต้องหมวกกันน็อคทีแ่ อโร่ลูล่ ม ถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์ แว่นกันแดดก็ตอ้ งโพลาร์ไรซ์ตดั แสงถนอมดวงตา ถุงมือ ถุงเท้า ครีมกันแดด SPF 120++ เขียนถึงตรงนี้แล ้วรูส้ กึ หมันไส้ตั ่ วเองจังครับ

เรื่อง / ภาพ : Weekend Warrior

แรงงัด แรงเงา

CLIPLESS

Bike Tips

14

b side


ปัน่ ก๊องๆ แก๊งๆ แต่ Accessories ดูสลิดมากเลยเนาะ 555 ทีส่ ำ� คัญอีกอย่างคือ บันไดถีบอันใหญ่ๆ ทีเ่ คยใช้เนี่ยไม่ได้เลยนะ ต้องเปลีย่ นเป็ นบันไดคลิปเลสอันเล็กๆ แถมต้องใช้รองเท้าปัน่ จักรยานทีอ่ อกแบบมาโดยเฉพาะซะด้วย จะใช้ผา้ ใบแบบเดิม ปัน่ มันก็ใช้ไม่ได้แล ้ว โอ้วว! แม่จ ้าวว! จักรยาน (และพวกเรา) มาไกลขนาดนี้เลยเรอะ!!! สิ่ง โน้น สิ่ง นี้ ท่ีว่า มาเนี่ ย ไอ้ต วั ที่ม นั ท�ำ ให้รู ส้ ึก แตกต่ า งอย่ า งเห็น ได้ช ดั ก็น่าจะเป็ นเจ้าบันไดคลิปเลสนี่แหละ ทีท่ ำ� ให้รูส้ กึ ฝื นธรรมชาติสุดๆ จากเดิมทีป่ นั ่ ๆ อยูแ่ ล ้วจอดรถ กระโดดลงรถมายืนเต๊ะท่าหล่อๆ ได้ทนั ที แต่พอมีเจ้าบันไดคลิปเลส จากทีก่ ระโดดลงรถถีบแบบทันที กลายเป็ นว่าจะต้องสะบัดข้อเท้าก่อน ถ้าลืมปลด คลิปเลส!! รถล ้มทัง้ ยืน ล ้มแบบทีจ่ กั รยานยังติดเท้าอยู!่ บางคนโชคดีหน่อยล ้มแล ้ว เอามือยันพื้น ไม่เจ็บมากแค่ถลอก ไปลม้ กลางทีช่ มุ ชนธารก�ำนัล เจ็บไม่เท่าอาย บางรายโชคร้ายเอาไหล่ฟาดพื้น ไหปลาร้าหักก็มี อ้าว!.... ก็ในเมือ่ มันเป็ นอุปกรณ์ ทีอ่ นั ตรายขนาดนี้ แลว้ ท�ำไมพวกขาแรง (และขาไม่แรง) ถึงใช้แต่บนั ไดเสีย่ งชีพ ประเภทนี้กนั ทัง้ นัน้ เลยล่ะ? ไม่เชื่อลองสังเกตดูตามท้องถนน หรือตามสถานที่ ทีใ่ ครต่อใครนิยมปัน่ จักรยานกันดูสิ แทบจะไม่มใี ครเขาใช้รองเท้าผ้าใบธรรมดา ปัน่ กันแล ้ว แสดงว่ามันต้องมีอะไรซักอย่างทีเ่ ป็ นทีเด็ดและมีประโยชน์แน่ๆ

วันนี้ เราจะมาท�ำความรูจ้ กั กับบันไดคลิปเลสกันครับ คื อ งี้ค รับ ... ก่ อ นอื่น เราต้อ งมาท�ำ ความเข้า ใจกัน ก่ อ นว่ า กีฬาจักรยานเป็ นประเภทกีฬาที่มีอุปกรณ์ต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เยอะมากๆ ซึ่งมันมากเสียจนเกิดความได้เปรียบหรือเสียเปรียบ กันเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น นักกีฬาสองคนทีม่ คี วามแข็งแรง และมี ไหวพริบพอๆ กัน เมือ่ น�ำทัง้ สองมาปัน่ จักรยานแข่งกัน ผลทีอ่ อกมา เป็ นทีแ่ น่นอนว่าถ้ารถจักรยานมีประสิทธิภาพแตกต่างกัน ก็จะสามารถ ตัดสินผลแพ้ - ชนะกันได้เลยทีเดียว ถ้าสังเกตกันจริงๆ ตอนทีเ่ รา ขึ้นคร่อมบนรถจักรยาน ร่างกายเรามีแค่สามจุดทีส่ มั ผัสกับรถจักรยาน นัน่ คือ 1) มือทีส่ มั ผัสแฮนด์จกั รยาน 2) ก้นทีน่ งั ่ อยู่บนเบาะ 3) เท้า ส่งแรงไปเหยียบที่ลูกบันไดให้จกั รยานเคลือ่ นที่ไปข้างหน้า ดังนัน้ จุดสัมผัสระหว่างเท้ากับบันไดจึงเป็ นจุดทีส่ ำ� คัญมากๆ ในการถ่ายทอด แรงพลัง ของการปัน่ จัก รยาน ซึ่ง ในวงกลมแห่ ง การควงรอบขา ปัน่ จักรยานของเรา ถ้าวิเคราะห์ดูแลว้ เราออกแรงกดเท้าเหยียบลง และเราก็ เ สีย แรงไปอย่ า งเปล่า ประโยชน์ใ นการงัด หรือ ยกขาขึ้น หลักการปัน่ ทีจ่ ะไม่สูญเสียแรงโดยเปล่าประโยชน์คอื เราจะต้องงัดเท้า ในการปัน่ ได้ดว้ ย เท้าของเราจึงควรล็อคติดไม่หลุดออกมาจากบันได ซึง่ เป็ นทีม่ าแห่งความจ�ำเป็ นของบันไดคลิปเลสนัน่ เอง ใช้บันไดคลิปเลสแล้วดีอย่างไร? อย่างทีบ่ อกครับ จากทีเ่ ราเคยเสียแรงไปเปล่าๆ ในการยกขาขึ้น เพราะโดยปกติถา้ เราใช้รองเท้าผ้าใบปัน่ แบบธรรมดา เราจะสามารถ ออกแรงได้ทางเดียว คือการกดบันได แต่ถา้ หากเราใช้บนั ไดคลิปเลส ทีม่ กี ารยึดรองเท้ากับตัวบันไดไว้ดว้ ยกัน เราก็จะสามารถดึงลูกบันได กลับ ขึ้น มาได้ด ว้ ย ดัง นัน้ การใช้บ นั ไดแบบคลิป เลสจะท�ำ ให้เ รา ได้แรงการปัน่ เพิม่ มาอีก ท�ำให้เราส่งพลังในการปัน่ ได้ดขี ้นึ และคงที่ อย่างต่อเนื่อง ท�ำให้เรามีโอกาสใช้กล ้ามเนื้อขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการควงบัน ไดก็ มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพเพิ่ ม ขึ้ น ด้ว ย ไม่ เ สี ย แรง โดยเปล่าประโยชน์ ซึง่ จะเห็นผลได้ชดั เจนมากเมือ่ เราเริม่ จริงจังกับการ ปัน่ จักรยานมากขึ้น 15

b side

ประเภทของบันไดคลิปเลสล่ะ? บันไดคลิปเลสนัน้ ต้องใช้งานคู่กบั รองเท้าจักรยานโดยเฉพาะ ซึ่งมีหลายหลากยี่หอ้ เหลือเกิน แต่ แบ่งตามการใช้งานแลว้ ก็มีแค่ สองสามประเภทใหญ่ๆ ก็คอื บันไดเสือหมอบ บันไดเสือภูเขา และ บันไดแบบ 2 in 1 ก็แตกต่างกันตามฟังก์ชนั ่ การใช้งาน บันไดคลิปเลส ส�ำหรับเสือหมอบจะแน่นมาก ใส่ยากถอดยาก เหมาะกับการใช้งาน แบบเสือหมอบทีป่ นั ่ รุนแรง รวดเร็ว ยึดเท้าไว้แน่นๆ ปัน่ ทางไกลยาวๆ ไม่ค่อยลงจากรถ ส่วนบันไดคลิปเลสส�ำหรับจักรยานเสือภูเขา จะล็อค ไม่แน่นมาก ใส่งา่ ยถอดง่าย เหมาะกับจักรยานวิบาก ลุยป่ าลุยโคลน ลงจากรถบ่อย เดีย๋ วลงจูง เดีย๋ วลงวิง่ เท้าต้องหลุดออกจากรถง่ายๆ เพื่อป้ องกันอุบตั ิเหตุรา้ ยแรงในกรณี ท่ีรถลม้ และบันไดคลิปเลส แบบ 2 in 1 หรือในวงการเรียกแบบน่ารักน่าหยิกว่าบันไดกะเทย คือด้านหนึ่งเป็ นคลิปเลส อีกด้านเป็ นบันไดธรรมดา หรือเป็ นคลิปเลส ที่ซ่อนอยู่ในบันไดธรรมดา ซึ่งมีไว้เพื่อความสะดวกส�ำหรับนักปัน่ ที่ใส่ ทงั้ รองเท้าจักรยานในวันที่ปนั ่ ออกก�ำลังกาย แต่ บ างวันก็ใส่ รองเท้าผ้าใบธรรมดาปัน่ ไปโน่นนี่นนั ่ ไม่ค่อยซีเรียส เป็ นต้น เอาเป็ นว่า ก็เลือกบันไดและรองเท้าตามการใช้งานของคุณเลย ไม่ตอ้ งกังวลครับ เพราะทันทีท่ีซ้ ือบันไดแบบคลิปเลสมาปุ๊ บ ในกล่องจะมีอุปกรณ์ ที่ เ รี ย กว่ า คลีท แถมมาด้ว ย แล ว้ ก็ น� ำ คลีท นี้ ไปขัน น็ อ ตติ ด กับ รองเท้าจักรยาน เป็ นอันเสร็จพิธี ค�ำแนะน�ำส�ำหรับมือใหม่ ส�ำหรับนักจักรยานมือใหม่ ท่านสามารถฝึ กใช้บนั ไดคลิปเลส ได้งา่ ยๆ โดยการขึ้นไปนัง่ บนรถทีจ่ อดพิงกับก�ำแพง จากนัน้ ใช้หวั ไหล่ พิงหรือเอามือดันไว้ แลว้ ให้ทดลองฝึ กกดล็อคและปลดล็อครองเท้า กับบันไดคลิปเลส เข้าๆ ออกๆ จนเกิดความคล่องแคล่วและช�ำนาญ จากนัน้ จึงสลับฝึ กแบบเดียวกันที่เท้าอีกข้าง ฝึ กจนชินแลว้ ค่ อยๆ ทดลองปัน่ จริงบนถนนโล่งๆ ให้เกิดความเคยชินก่อน แล ้วค่อยออกไป เผชิญโลกกว้างด้วยใจทรนง! พึงระลึกไว้เสมอว่าเราจะต้องพร้อม สะบัดข้อเท้าถอดคลีทให้ทนั ก่อนรถหยุดโดยไม่เสียการทรงตัวและ ไม่เสียทิศทางในการปัน่ ส�ำหรับสายป่ า – เสือภูเขา ครัง้ แรกทีใ่ ช้คลิปเลส ลุยป่ ามันจะหลอนๆ หน่อย แต่เดีย๋ วก็ชนิ ครับ ใช้ไปเรื่อยๆ มันจะเกิด ระบบอัตโนมัตในการดีดนักบินออกจากเครื่องเอง 555 แลว้ คุณจะพบว่าสวรรค์จากการปัน่ จักรยานมีจริง เพียงแค่ เปลีย่ นมาใช้บนั ไดคลิปเลส ...บุญรักษาครับ...


Bike Safe

GOING Long Long ไปไกลไกล #1

เรื่อง / ภาพ : @T

ตอนเริม่ ปัน่ จักรยานออกก�ำลังกายใหม่ๆ ก็ไม่ได้คดิ อะไรมากนักหรอก แต่พอเรา ปั ่ น จั ก รยานได้ สั ก พั ก หนึ่ ง จนเราเริ่ ม เกิ ด อาการสนุ ก กั บ มั น ขึ้ น มา ธรรมชาติ (ค่า Default) ก็จะท�ำให้เราเกิดความสงสัยว่า เราจะปั่นได้ดีเท่าคนอื่นหรือเปล่า? ใครปั่นได้เร็วกว่า? ใครปั่นขึ้นเขาได้ดีกว่า? ใครปั่นได้ไกลกว่า? ใครขีด่ ว้ ยความเร็วเท่ากันแลว้ อัตราการเต้นของหัวใจ ต�ำ่ กว่า? ค่ า Functional Threshold Power ของใคร สูงกว่า? ฯลฯ อีกพันหมืน่ ความสงสัย อันเป็ นต้นเหตุของภาวะ สงครามเย็น เช่ น การแอบซุ่ ม ซ้อ ม การแอบสะสมอาวุ ธ ยุทโธปกรณ์ การแอบอัพเกรดอุปกรณ์ การแอบสอดส่องสถิติ การปัน่ ของชาวบ้านใน STRAVA, ENDOMONDO หรือ MapMyRide ฯลฯ ต่างๆ นาๆ ก็สรรหาวิธกี ารกันไป ปราชญ์หลายท่านเชื่อว่า พฤติกรรมการชอบแก่งแย่ง แข่ ง ขัน ของสิ่ง มีชี วิต ที่เ รี ย กว่ า มนุ ษ ย์น ั้น อาจเป็ น สาเหตุ อันส�ำคัญอย่างยิง่ ทีท่ ำ� ให้มนุษย์นนั้ เจริญก้าวหน้ามากกว่าสัตว์ หรือสิง่ มีชวี ติ สายพันธุอ์ น่ื ๆ เพราะการแข่งขันหมายถึงการเกิด ความต้องการทีจ่ ะพัฒนา แสดงออกอย่างชัดเจนถึงแรงจูงใจ และเจตนาว่าเราไม่เคยพอใจในสิง่ ทีเ่ ป็ น และเราอยากจะดีข้นึ เมือ่ กลับมาพูดถึงเรื่องการปัน่ จักรยาน การปัน่ ทางไกล นัน้ ถือเป็ นความท้าทายในการปัน่ จักรยานอันดับต้นๆ เลยก็วา่ ได้ 16

b side

ไอ้ทใ่ี ครหลายคนให้ความสนใจการปัน่ ทางไกล นัน่ ก็เพราะว่า มันเป็ นการแข่งขันกับตัวเอง โดยใช้ระยะทางเป็ นเครื่องพิสูจน์ ก�ำ ลัง ใจและก�ำ ลัง กาย โดยเฉพาะการปัน่ ทางไกลที่ไ ม่ มี การช่ วยเหลือจากบุคคลอื่น (Self - Supported) หรือมี การช่วยเหลือเพียงบางส่วน (Partially Supported) การเดินทางไกลมากๆ และการมีการช่วยเหลือน้อยๆ มี แ ง่ มุ ม ที่ น่ า สนใจมาก ก็ เ พราะมัน มี โ อกาสที่ จ ะเกิ ด ความล ม้ เหลวสู ง มาก เรี ย กว่ า ยิ่ง ปัน่ ไกลยิ่ง เสี่ย ง DNF (Did Not Finish) ปัญหาทีเ่ กิดขึ้นแม้จะเพียงเล็กๆ น้อยๆ ก็ อ าจขยับ ขยายกลายเป็ น เรื่อ งใหญ่ โ ตเลยก็ ไ ด้ เนื่ อ งจาก ระยะทาง และระยะเวลาในการปัน่ ทีม่ ากเกินปกติ มือใหม่ผูย้ งั ไม่ค่อยมีประสบการณ์กจ็ ะยังไม่ชำ� นาญในการแก้ปญั หาเหล่านี้ เรียกได้วา่ ถ้ายังไม่เคยลองท�ำจริง ก็จะยังไม่รูจ้ ริง กว่าจะเก่งก็ตอ้ งใช้เวลา เก่งแลว้ อยากจะเก๋า ยิ่งต้อง ใช้เวลา (ติดตามตอนต่อไปในฉบับหน้าครับ)


Bike Special

THAILAND GRAVITY Series 2016

เรื่อง : เด้ เวโล ภาพ : นวพล ปลอดโปร่ง / facebook : nakorn ampan

Thailand Gravity Series 2016 เป็นงานแข่งจักรยาน Freeride และ Downhill ที่ริเริ่มโดยร้านจักรยาน mojo bikes ในเชียงใหม่ เพราะคุ ณ วั น เฉลิ ม กั บ สามี คุ ณ ยอริ ส เจ้ า ของร้ า น mojo bikes อยากให้มีกิจกรรมเพื่อให้นักปั่นจักรยานแนว Freeride และ Downhill ในบ้านเราได้พัฒนาทักษะการขี่บ้าง

ปกติจะมีการจัดแข่งแค่ เสือภูเขา Cross Country หรือ เสือ หมอบ Roadbike จัด ตามจัง หวัด ต่ า งๆ ที่มีส นามหรือ ท�ำ สนามใหม่ข้นึ มา ทัว่ ประเทศมีประมาณ 3-4 สนามต่อปี โดยสนามนี้ จัดทีจ่ งั หวัดเชียงใหม่ อ�ำเภอสันก�ำแพง ณ สนามทีเ่ ป็ นทีร่ ูจ้ กั กันดี ของนักปัน่ ชาวเชียงใหม่ ชื่อว่าสนาม CDC ย่อมาจาก Chiangmai Downhill Championship การแข่งขันจัดเป็ นปี ท่ี 3 แล ้ว ปี น้ จี ดั ในระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2559 มีการแบ่งรุ่นค่อนข้างเยอะ จึงเหมาะกับนักแข่ง ทุกคน ตัง้ แต่มอื ใหม่ไปจนถึงมืออาชีพระดับทีมชาติ ทีน่ ่าสังเกตคือ ปี นี้ มี น ัก แข่ ง มากัน ค่ อ นข้า งเยอะทัง้ คนไทยและชาวต่ า งชาติ เพราะจัดตรงกับวันเสาร์ - อาทิตย์ ส�ำหรับการแข่งขันใช้เวลา 2 วัน โดยวันแรกจะเปิ ดสนามให้ซอ้ มท�ำความคุน้ เคยกับสนาม ก่อนทีจ่ ะ ท�ำการจับเวลาเพือ่ หาอันดับปล่อยตัวในวันแข่งจริงคือวันอาทิตย์ ความยาวของสนามแห่งนี้ เนื่องจากเป็ นสนามแข่งขัน จึงมี ความยาวของสนามไม่มาก ประมาณ 1.3 กิโลเมตร แต่เรียกได้วา่ มีครบทุกรสชาติ ทัง้ ความชัน ดรอปทีม่ คี วามสูงมากๆ หรือเนินส่ง ที่ มี ข นาดใหญ่ นัก ปัน่ จึ ง ควรจะมี ท กั ษะติ ด ตัว ในระดับ หนึ่ ง และควรใส่เครื่องป้ องกันต่างๆ เพือ่ ป้ องกันการบาดเจ็บจากอุบตั เิ หตุ เช่นสนับศอก สนับเข่า ถุงมือเต็มนิ้ว หมวกกันน็อคเต็มใบ

ประเภทของการแข่งขัน 1. Men Elite 2. Women Elite 3. Men Open 4. Master A/B/C 5. Junior A/B 6. Hardtail 7. Freeride A/B/C 8. 80+ kg 9. Novice

17

b side


Bike Trip

ปั่นขึ้นเราที่

SWITZERLAND เรื่อง : 25 ภาพ : พ่อเลี้ยงตั้ม

“Not I, nor anyone else can travel that road for you. You must travel it by yourself. It is not far. It is within reach. Perhaps you have been on it since you were born, and did not know. Perhaps it is everywhere - on water and land.” -Walt Whitman, Leaves of Grass

ว่ากันตามความจริงแล้วผมเป็นคนทีไ่ ม่คอ่ ย ได้ เ ดิ น ทางไปไหนซั ก เท่ า ไหร่ ห รอกครั บ มี นิ สั ย อยู่นิ่งๆ และขี้เกียจเอาซะมากกว่าที่จะกระตือรือร้น ออกไปเที่ยว แต่พอได้ถีบตัวเองออกไปอยู่บน สถานที่ใหม่ๆ เดินทางไกลก็จริงอยู่ แต่สิ่งต่างๆ ที่ได้พบเห็นระหว่างทาง มันกลับสะท้อนให้มองลึก ลงไปในตัวเอง เหมือนกับว่าในวันสุดท้ายของ การเดินทาง เราได้ไปถึงที่หมายพร้อมกันสองที่ หนึ่งคือสถานที่ที่อยู่ไกลออกไป สองคือเหมือนได้ เดิ น ทางลึ ก ลงไปในจิ ต ใจของตั ว เองด้ ว ย พร้อมๆ กัน มีใครเป็นเหมือนผมบ้างมั้ยครับ?

ด้วยเหตุนเี้ องผมเลยต้องขอออกตัวไว้กอ่ นเลยว่า ผมคงเขียน เรื่องราวต่างๆ ของการท่องเที่ยวได้ไม่ดีนัก รายละเอียดต่างๆ ก็คง ขาดตกบกพร่อง ข้อมูลต่างๆ ก็คงจะไม่ลกึ ซึง้ และมากมาย คงจะออกไป ในแนวเรื่องราวของการเดินทางด้วยจักรยานซะมากกว่าเรื่องราว ของสถานที่ท่องเที่ยวนะครับ เอาล่ะ ในเมื่อเกริ่นน�ำมาซะขนาดนี้แล้ว ปกติแล้วทุกครั้งที่เขียน บทความให้กับ HIP Magazine จะต้องถูกทวงถามให้ตั้งชื่อบทความ ทุกครั้งไป และถ้าครั้งไหนผมดัดจริตตั้งชื่อบทความเป็นภาษาอังกฤษ ก็จะต้องถูกทวงให้หาชื่อภาษาไทยมาด้วย คราวนี้ไม่ต้องทวงครับ ตั้งมันตรงนี้เลย บทความนี้ชื่อเป็นภาษาไทยว่า... ปั่นขึ้นเราที่ Switzerland!!!! 18

b side


Day 0 จักรยานและการเตรียมตัว

ได้ปั่นทางราบ วิวก็จะประมาณนี้ครับ ก่อนเข้าเมือง Brienz

นี่ไม่ใช่การออกทัวร์ร่งิ ไกลๆ ครัง้ แรกของผมหรอกครับ ผมเคยปัน่ ไปต่างประเทศมาแลว้ หนึ่งครัง้ แต่มนั เกิดขึ้นเมื่อ 11 ปี ท่แี ลว้ !!! และการที่จะต้องเดินทางไกลไปปัน่ ถึงสวิสนี่ ก็ทำ� ให้รูส้ ึกว่าต้องเตรียมความพร้อมเป็ นพิเศษอยู่ซกั หน่ อย ก่ อนหน้านี้ก็มีความรู อ้ ยู่แค่ ว่า Switzerland เป็ นประเทศ ทีส่ วยงาม มีภูเขาไอ้แบบทีม่ หี มิ ะขาวๆ อยู่บนยอดซึง่ เคยเห็น แต่ในรูป และไปทริปนี้กจ็ ะต้องขึ้นเขาเยอะพอสมควรซะด้วยสิ การเดินทางไปปัน่ ครัง้ นี้ผมไม่ได้ไปคนเดียวครับ ยังมี เพือ่ นร่วมทริปอีกหกท่าน นัน่ หมายความว่า ผมต้องพยายาม หลีกเลี่ยงเหตุต่างๆ ที่จะท�ำให้ผมกลายเป็ นตัวถ่วงของทริป คิดนะครับ แต่ ไม่ได้ท ำ� ในที่สุดแลว้ ผมเองก็แทบจะไม่ได้ เตรียมตัวอะไรเป็ นพิเศษเลย แถมจักรยานที่จะเอาไปด้วยนี่ ก็เพิ่ง จะประกอบเสร็จก่ อนวันเดินทางไม่ถึงอาทิตย์ ตรงนี้ เป็ น ความประมาทซึ่ง สุ ด ท้า ยก็ ส่ ง ผลเล็ก น้อ ยในช่ ว งที่ป ัน่ อยู่เหมือนกันครับ ส่วนสาเหตุท่ที ำ� ให้ไม่ค่อยได้เตรียมตัวนัน้ ก็มาจากที่ผมดันไปคิดว่าการไปปัน่ จักรยานทัวร์ร่ิงที่สวิสนี่ มันเป็ น ‘ของแถม’ ครับ เพราะจุดเริ่มต้นของทริปนี้เกิดมาจาก ตัวผมเองอยากจะไปงาน Euro Bike ก็เลยไปคุยกับพีธ่ านินทร์ ซึง่ เป็ นเจ้าของจักรยานแบรนด์ RIT ซึง่ พีธ่ านินทร์มธี ุระต้องไป งาน Euro Bike ทุกปี อยู่แล ้ว หลังจากคุยกันเสร็จก็ได้ขอ้ สรุป ออกมาว่า ในปี น้ ีผมจะขอไป Euro Bike กับพีธ่ านินทร์ดว้ ย และเมื่อลงทุนซื้อตัวเครื ๋ ่องบินไปถึงเยอรมันแลว้ ก็น่าจะใช้ ให้คุม้ โดยการไปปัน่ จักรยานด้วย โดยพีธ่ านินทร์เป็ นผูจ้ ดั การ วางแผนเส้นทางทุกอย่างให้หมด ในขณะทีผ่ มไม่ตอ้ งท�ำอะไรเลย แค่เตรียมรถจักรยานและอุปกรณ์ต่างๆให้พร้อม แล ้วไปปัน่ ตาม พีธ่ านินทร์ไปเรื่อยๆ เท่านัน้ แหละจบ... เรื่องเส้นทางปัน่ ทัวร์ร่งิ นี่ตอ้ งยกให้พธ่ี านินทร์ (ธานินทร์ ฤตวิรุฬห์) ครับ จากประสบการณ์ทำ� ทัวร์จกั รยานมากว่ายีส่ บิ ปี โดยทีล่ ูกค้าเกือบทัง้ หมดเป็ นชาวต่างชาติ ส่วนตัวผมทีไ่ ด้มารูจ้ กั กับพีธ่ านินทร์ก็เนื่องมาจากว่า ตอนทีผ่ มเริ่มปัน่ จักรยานมาได้ ซักปี กว่าๆ ก�ำลังเห่อเลย พอดีได้เห็นโพสต์ของพี่ธานินทร์ จากเว็บ Thaimtb.com ว่าพีธ่ านินทร์กำ� ลังจะไปปัน่ จักรยาน ทัวร์ร่ิงที่ประเทศกัมพูชา ตอนนัน้ ผมอยากเห็นนครวัดครับ ดู แลว้ การปัน่ จักรยานไปก็น่าจะประหยัดดี ก็เลยลองโทรไป สอบถาม ขอไปร่วมทริปด้วยซะเลยโดยทีไ่ ม่เคยรูจ้ กั กันมาก่อน ถึงวันนัดหมายก็ขนจักรยานเสือภูเขาขึ้นรถทัวร์ไปพบพีธ่ านินทร์ ทีจ่ งั หวัดสุรนิ ทร์ เพือ่ จะเริม่ ปัน่ เข้าประเทศกัมพูชาทีด่ ่านช่องเม็ก พอได้เจอพีธ่ านินทร์ครัง้ แรกถึงได้รูค้ รับว่าแกท�ำอาชีพจัดทัวร์ จักรยาน และที่ไปทัวร์กมั พูชาในคราวนัน้ ก็มภี าระกิจคือไป ส�ำรวจเส้นทาง พล็อตจุด GPS ส�ำหรับก�ำหนดเส้นทางทัวร์ร่งิ ตอนนัน้ ตื่นตาตื่นใจมากครับ ผมเพิ่งจะเริ่มรู จ้ กั จักรยานเอง แล ้วช่วงนัน้ ในเมืองไทยก็ยงั มีคนปัน่ จักรยานกันจริงจังน้อยกว่า สมัยปัจจุบนั มาก ตอนนัน้ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าปัน่ จักรยานไกลๆ นี่มนั ก็เป็ นอาชีพได้ดว้ ยนะเออ อย่างทีบ่ อกไว้ตอนต้นละครับ ว่าทัวร์รง่ิ ทางไกลทริปแรกของผมเกิดขึ้นเมือ่ 11 ปี ทแ่ี ล ้วโน่น!!!! หลังจากผ่านทริปกัมพูชามาได้แบบทุลกั ทุเล เก้ๆ กังๆ เรียบร้อยแล ้ว ก็แทบจะไม่ได้ออกทัวร์รง่ิ อีกเลย ใจอยากไปนะครับ พีธ่ านินทร์เองเวลาทีจ่ ะไปทริปส่วนตัวก็ชวนมาตลอด ติดทีว่ ่า ผมไม่เคยมีจกั รยานไปทัวร์รง่ิ จริงจังได้กบั เค้าซักที ตัง้ ใจว่าจะซื้อ หลายรอบ แต่ สุดท้ายเอาเงินไปอัพเสือหมอบหมดตัวทุกที จนเมื่อ สามสี่ปีท่ีผ่า นมานี่ล่ะครับ ที่พ่ีธ านินทร์เริ่มท�ำเฟรม ทัวร์ร่งิ แบรนด์ RIT ออกมา ผมถึงได้มโี อกาสมีจกั รยานทัวร์ร่งิ แท้ๆ กับเค้าซักที แต่กม็ แี ต่เฟรมนะครับ เพิง่ จะประกอบเป็ นคัน ได้สองวันก่อนไปออกทริป Switzerland นี่ละครับ 19

b side

ถ้าถามความเห็นผมว่าจักรยานทัวร์ร่ิงมันแตกต่างจาก จักรยานประเภทอื่นอย่างไร ส�ำหรับผมจักรยานทัวร์ร่ิงมันคือ จักรยานที่ ‘เกิน’ ครับ รายละเอียดต่างๆ ของจักรยานทัวร์ร่งิ จะถู ก ออกแบบมาเพื่ อ ให้เ กิ ด ความมัน่ ใจว่ า ไม่ ว่ า จะเจอ สถานการณ์แบบไหนก็ยงั พอเอาตัวรอดได้ ทุกอย่างต้องแข็งแรง ‘เกิน’ เกือบทัง้ หมด ใช้ลอ้ ที่มซี ่ลี วดเยอะๆ ถ้าเกิดซี่ลวดขาด ขึ้นมาซักเส้นสองเส้นก็ยงั ไปต่อได้ เฟรมต้องแข็งแรง ฐานลอ้ กว้างกว่าเสือภูเขาและเสือหมอบ กะโหลกอยู่ตำ� ่ เพือ่ ให้สามารถ คอนโทรลได้ง่า ยเวลาบรรทุก น�ำ้ หนัก มากๆ หางหลัง และ ตะแกรงต่างๆ ต้องแข็งแรง รับแรงบิดได้เยอะ เวลาแบกน�ำ้ หนัก ลงเขาจะได้เบรคได้ดไี ม่ยว้ ยซึง่ จะเป็ นเหตุให้เสียการทรงตัวได้ รายละเอียดปลีกย่อยมากมายพวกนี้จะประกอบรวมกันเป็ น จักรยานทัวร์ร่งิ หนึ่งคัน ทีจ่ ะพาเราไปได้ทกุ ทีค่ รับ ซึง่ จริงๆ แล ้ว จัก รยานทุ ก ประเภทก็ พ าเราไปได้ทุ ก ที่ เ หมื อ นกัน ครับ รายละเอียดต่ างๆ เหล่านี้ก็เลยมักจะไม่ถูกให้ความส�ำคัญ ซักเท่าไหร่ แต่สำ� หรับนักทัวร์รง่ิ แล ้ว รายละเอียดต่างๆ เหล่านี้แหละ ทีจ่ ะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาในเวลาทีอ่ อ่ นล ้า เวลาทีอ่ อกทัวร์นานๆ ร่างกายเราไม่ได้แข็งแรงเท่ากันทุกวันครับ ผมเองก็เคยสงสัย เกี่ย วกับ รายละเอีย ดพวกนี้ จ นต้อ งเอ่ ย ปากถามพี่ธ านิ น ทร์ เหมือนกัน ตอนนัน้ สงสัยว่าท�ำไมถึงใช้กระติกน�ำ้ อลู มเิ นียม เพราะผมมีกระติกน�ำ้ พลาสติกอยูห่ ลายใบแล ้ว เอามาใช้กไ็ ม่ตอ้ ง เสีย เงิน ซื้อ ใหม่ แต่ ค�ำ ตอบของพี่ธ านิ น ทร์ก็ท ำ� ให้ผ มเข้า ใจ ถึงค�ำว่ารายละเอียดได้ดคี รับ พี่ธานินทร์บอกว่า ปกติแลว้ ถ้าเราปัน่ เสือหมอบหรือ เสือภูเขา ใช้เวลาไม่นานไม่เกินหนึ่งวันก็จบทริป ใช้กระติกน�ำ้ พลาสติกก็เพียงพอไม่มปี ญั หา แต่การปัน่ ทัวร์รง่ิ ใช้เวลานานกว่า กระติกน�ำ้ พลาสติกกันแสงแดดไม่ได้ 100% ท�ำให้มโี อกาสทีจ่ ะ เกิดตะไคร่ข้นึ ด้านในขวด แบบทีเ่ วลาลองเอานิ้วเข้าไปลูบด้านใน ขวดน�ำ้ แลว้ มันรู ส้ ึกลื่นๆ นัน่ แหละครับ ตะไคร่ น้ ีเองที่เวลา ปัน่ ทัว ร์ร่ิง ไปนานๆ ในวัน ที่ร่ า งกายล า้ จะเป็ น สาเหตุท �ำ ให้ ท้องเสียได้ ซึง่ ถ้าป่ วยขึ้นมาก็คงท�ำให้ทริปหมดสนุก หรือถึงขัน้ จบทริปกันไปเลยทีเดียว เอาล่ะ จักรยานพร้อมแล ้ว ยังขาดอะไรอีกบ้าง Pannier หรือกระเป๋ าทัวร์ร่งิ หน้าหลัง รวมหน้าแฮนด์อกี หนึ่งใบรวมเป็ น ห้าใบ ราคาดุดนั ทีเดียว โชคดีทผ่ี มพอขอยืมคู่หน้าของเพือ่ นมา สองใบ ช่ วยแบ่งเบาภาระหนี้สินไปได้บา้ ง ห้าใบนี่ใส่เต๊นท์ ถุงนอน แผ่นรองนอน แค่ น้ ีก็หมดพื้นที่ไปสองใบแลว้ ครับ เหลือใส่เสื้อผ้าและของใช้ต่างๆ ส�ำหรับสิบวันอีกสองใบ กระเป๋ า หน้าแฮนด์เอาไว้ใส่กล ้อง กระเป๋ าสตางค์และของกระจุกกระจิก ซึ่งต้องใช้บ่อยๆ พี่ธานินทร์ยดั เชือกเส้นเล็กๆ ยาวประมาณ ห้าเมตรใส่มอื ผมมาสองเส้น บอกให้เอาไปด้วยได้ใช้แน่ ซึง่ ก็ ได้ใช้จริงๆ ครับ ตากผ้า รัดของเวลาฉุกเฉิน มีประโยชน์ครับ ผมคิดว่าคราวนี้ผมเตรียมของแบบค่อนข้างโปรทีเดียว เอาเสื้อ ผ้า ไปไม่ ก่ี ชุ ด ใส่ ซ �ำ้ บ้า งก็ ไ ด้ หรื อ ถ้า ไม่ ไ หวจริ ง ๆ ค่ อ ยซัก เอา แต่ น�ำ้ หนัก กระเป๋ ารวมจัก รยานก็ ร วมกัน ได้ 37 กิโลกรัมอยู่ดแี ฮะ ขาไปโชคดีท่ไี ม่ตอ้ งเสียค่าน�ำ้ หนักเพิม่ แต่ขากลับนี่ฝรัง่ ไม่ยอม โดนค่าน�ำ้ หนักเพิม่ ไปอีกเกือบสีพ่ นั บาท ไปต่างประเทศหลายวันแลว้ ระหว่างทริปได้กินมาม่าซักถ้วยนี่ มันดีเลยนะครับ แต่ จบทริปแลว้ กลับ บ้านมาต้องกินมาม่า ไปอีกหลายมื้อนี่มนั ขมขืน่ เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน


Day 1 Zurich - ทะเลสาบ Pfaffikersee

หลังจากเดินตะลุย Euro Bike เช้ายันเย็นสามวันติด เล่นเอาขากับเข่าของผมปวดร้าวไปหมด จบจากงาน Euro Bike ผมกับพี่ธานินทร์นงั ่ เฟอร์ร่ีขา้ มจากเมือง Friedrichshafen ในเยอรมัน กลับมาทีส่ วิสแลว้ ขึ้นรถไฟไปสนามบินที่ Zurich เพื่อ พบกับ สมาชิก ร่ ว มทริป ที่ต ามมาสมทบอีก ห้า ท่ า น จาก สนามบินเมือง Zurich วันนี้เราจะมุง่ หน้าไปทะเลสาบ Pfaffikersee โดยลัดเลาะไปตามเส้นทางจักรยาน ทีป่ ระเทศ Switzerland มีทางจักรยานแทบจะทุกทีเ่ ลยครับ บางส่วนก็แยกออกมาจาก ถนนปกติ ท�ำ ให้ต อ้ งคล�ำ ทางกัน พอสมควร พี่ธ านิ น ทร์ใ ช้ Google Map ช่วยในการน�ำทาง บอกทางจักรยานแยกออกมา ต่างหากจากถนน ส่วนผมมีหน้าที่ปนั ่ ตามอย่างเดียว อากาศ ก�ำลังดีครับ ประมาณ 14 องศา ปัน่ จักรยานในยุโรปทีอ่ ากาศ ไม่รอ้ นนี่มนั มีความสุขอย่างนี้น่เี อง ช่วงทีย่ งั ไม่ออกจากตัวเมือง ผมมองหาร้านจักรยานตลอด อยากแวะร้านจักรยาน อยากเห็น ร้านจักรยานในยุโรป เนื่องจากสามวันที่ผ่านมาในงาน Euro Bike ก็เป็ นงานโชว์สนิ ค้าอย่างเดียว ไม่มขี ายของในงานครับ บางส่วนทีเ่ ป็ นแบรนด์เล็กๆ ก็พอจะคุยกันได้บา้ ง แต่ส่วนใหญ่ ก็ จ ะบอกว่า ให้ม าซื้อ ในวัน สุ ด ท้า ยของงาน ซึ่ง ผมต้อ งมาที่ สวิสก่อนแล ้ว ส่วนทีเ่ มือง Friedrichshafen ทีเ่ ป็ นเมืองเล็กๆ ทีจ่ ดั งาน Euro Bike มีรา้ นจักรยานเล็กๆ อยู่หลายร้านเลยครับ ของทีข่ ายก็ไม่ค่อยต่างจากเมืองไทยเท่าไหร่ ราคาก็เท่าๆ กัน การมาปัน่ จักรยานต่างประเทศช่วงแรกๆ ก็มเี ครียดนิดๆ นะครับ เนื่องจากไม่คนุ ้ เคยกับสัญญานจราจร เครือ่ งหมายต่างๆ ก็ดูแปลกตาไปหมด รถราก็วง่ิ กลับด้านกับเมืองไทย ใช้เวลา วันกว่าๆ ก็จะเริ่มคุน้ เคยไปเรื่อยๆ เองครับ ความเครียด เรื่องถนนหนทางน่ าจะตามผมมาจากเยอรมันครับ สามวันที่

Friedrichshafen ผมได้ปนั ่ จักรยานบ้าง และทุกครัง้ ทีเ่ งอะงะ ปัน่ ผิดทางก็จะมีเสียงดุจากคนเยอรมันเป็ นเรื่องปกติ ดุนะครับ ฟังเอาจากน�ำ้ เสียง แค่ดุไม่ถงึ กับด่า แต่ทส่ี วิสถ้าปัน่ ผิดทางบ้าง ก็เงียบครับ คนสวิสไม่ดุ กลุม่ ของเรามาถึงทะเลสาป Pfaffikersee ประมาณซัก หกโมงเห็นจะได้ครับ เส้นทางวันแรกมีข้ ึนเขาบ้างเล็กน้อย ไม่โหดมาก แต่อาการเจ็บเข่าทีเ่ ริม่ มีมาตัง้ แต่ Euro Bike ก็ทกั ทาย หนักขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งมาจากการทีไ่ ม่ได้ทำ� ความคุน้ เคยกับ รถจักรยานคันใหม่มาก่ อนหน้านี้เลย ที่ผมบอกว่าประมาท นัน่ แหละครับ ทัง้ ๆ ทีผ่ มพยายามเซ็ทรถให้องศาและระยะต่างๆ อยูใ่ นระยะทีค่ นุ ้ เคย แต่มาตกม้าตายตรงความยาวของแกนบันได นี่เอง ผมเพิง่ จะมาพบว่าแกนบันไดทีเ่ ลือกใช้กบั จักรยานคันใหม่ ค่ อนข้างยาวกว่าปกติท่ีเคยใช้ แต่ มาถึงตรงนี้คงแก้ไขอะไร ไม่ได้แล ้ว ได้แต่หวังว่าพรุง่ นี้รา่ งกายคงจะปรับตัวเข้ากับรถได้ดีข้นึ คื น แรกใน Switzerland เราพัก กางเต๊ น ท์ก ัน ที่ Campingplatz Auslikon แคมป์ ของทีน่ ่จี ะหน้าตาคล ้ายๆ กับ สวนสาธารณะครับ คนทีน่ ่ีจะพาครอบครัวมาตัง้ แคมป์ กนั มีท่ี ให้จอดรถบ้าน หรือจะกางเต๊นท์นอนก็ได้ ค่าบริการเต๊นท์ละ 7 CHF ต่อคน มีหอ้ งน�ำ้ ให้สะดวกสบายดีทเี ดียวครับ เด็กๆ วิง่ เล่นกัน สนุกสนาน มีรา้ นอาหารเล็กๆ ให้บริการ ราคาอาหารค่อนข้างแพง อยู่ซกั นิดถ้าเทียบกับหนึ่งมื้อทีเ่ มืองไทย ส่วนทะเลสาบสวยงาม แต่มคี นลงไปเล่นน�ำ้ ไม่เยอะเนื่องจากน�ำ้ ค่อนข้างเย็น แต่เป็ น คนไทยใจต้องฮึกเหิมใช่มยั้ ครับ ไม่ลงไปว่ายมันเหมือนมาไม่ถงึ ลงไปว่ายจริงๆ ไม่ถึงห้านาทีความฮึกเหิมหดหมดแลว้ ครับ ขึ้นมากินข้าว อาบน�ำ้ แยกย้ายเข้าเต๊นท์นอนดีกว่า พรุ่งนี้เราจะ เริ่มปัน่ กันแต่เช้าตรู่เลย

20

b side

ฝนและอากาศหนาว เราก�ำลังจะลงไปที่ เมือง Brunnen ซึ่งอยู่ข้างล่างนั่นลิบๆ


Day 2 Brunnen

หลังจากตื่นนอนกันแต่เช้า เก็บข้าวของ โบกไม้โบกมือลา พนักงานของแคมป์ Campingplatz Auslikon เรียบร้อย วันนี้เรา จะมุง่ หน้าไปทีเ่ มือง Brunnen ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตรครับ บรรยากาศของการปัน่ ช่วงเช้าในวันนี้เป็ นถนนเล็กๆ ในเมืองชนบท มีรถม้าให้เห็น ชาวสวิสหน้าตายิ้มแย้มเป็ นกันเอง สวิสเป็ นประเทศ ทีส่ วยและมีระเบียบสมค�ำร�ำ่ ลือครับ สวยและสะอาดไปหมดทุกมุม มองไปมุมไหนก็สามารถถ่ายรูปได้ทงั้ นัน้ บ้านเรือน ถนนหนทาง สวยงามไร้ท่ตี ิ ช่วงเช้าขบวนของเราเลยใช้เวลาชื่นชมบรรยากาศ กันเยอะหน่ อย จนต้องเร่งความเร็วกันหน่ อยในช่วงบ่ายซึ่งต้อง ปี นเขาด้วย ซึง่ พีธ่ านินทร์ก็บอกว่าถือเป็ นการซ้อมก่อนจะถึงวันที่ ต้องขึ้นเขาสูงจริงๆ คือยอด San Gottardo ถ้าเปรียบเทียบแล ้ว ระยะทางขึ้นเขาของวันนี้กค็ งพอๆ กับขึ้นดอยสุเทพ ฟังแล ้วก็มสี ะดุง้ ในใจเล็กน้อยนะครับ ล�ำพังปัน่ ทัวร์ร่งิ แบกน�ำ้ หนักสามสิบกว่ากิโล ขึ้นดอยสุเทพมันก็ยงั ฟังดูพอไหว แต่พอรวมระยะทางที่ตอ้ งปัน่ ทัง้ หมดอีก 80 กว่ากิโลโดยประมาณเข้าไปด้วย โดยทีบ่ อกว่าวันนี้ ยังถือว่าปัน่ กันไม่หนักมาก โอ้โห แล ้ววันทีต่ อ้ งปัน่ ขึ้น San Gottardo มันจะขนาดไหนกันนะ หลังจากเร่งท�ำเวลากันในช่วงบ่าย เราแทบ ไม่หยุดพักกันเลย ผมได้แต่มองร้านเล็กๆ ริมถนนทีก่ ลุม่ ของเรา ปัน่ ผ่านไปอยู่เรื่อยๆ อยากให้แวะพักมันซะทุกร้านเลย ประมาณ สีโ่ มงกว่าๆ เราถึงได้มาหยุดพักทีร่ า้ นกาแฟเล็กๆ ในเมือง Schwyz ซึ่งผมอยากจะใช้เวลาพักให้นานๆ ซักหน่ อย แต่ฝนก็เริ่มตัง้ เค้า และหลังจากสอบถามพนักงานในร้าน เราได้คำ� ตอบว่าเหลือระยะทาง อีกตัง้ ประมาณ 40 กิโลเมตร กว่าจะถึง Brunnen!!! ยังไม่ทนั หายช็อค จากระยะทางทีย่ งั ต้องไปต่อ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก ผมก็ยงั มีโชคอยู่บา้ งล่ะน่า เป็ นโชคดีของผมจริงๆ ครับที่ของอย่างเดียวที่ซ้ อื มาจาก Euro Bike คือเสื้อกันลม ก่อนออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ผมลอง เช็คอุณหภูมขิ องสวิสและเยอรมันจากเว็บไซต์พยากรณ์อากาศ ทุกทีบ่ อกว่าอุณหภูมเิ ฉลีย่ ประมาณ 17 องศาเซลเซียส ท�ำให้ผม ตัดสินใจติดแค่เสื้อแจ็คเก็ตบางๆ มาหนึ่งตัวเท่านัน้ ซึง่ ตัง้ แต่วนั แรก ทีเ่ ยอรมันจนมาถึงสวิสมันก็ยงั ซุกอยู่ลา่ งสุดของกระเป๋ า ไม่ได้หยิบ ออกมาใส่เลย ขณะทีเ่ ดินดูอะไรเรื่อยเปื่ อยอยู่ในงาน Euro Bike ผมแวะไปดูเสื้อจักรยานทีบ่ ูทของ Foffa ผมหยิบเสื้อตัวนึงขึ้นมาดู ไม่ได้มคี วามคิดจะซื้อเลยครับ แต่จงั หวะนัน้ เองก็มฝี รัง่ วัยรุ่นผิวด�ำ ท่าทางฮิปสเตอร์เข้ามาทักทาย ผมบอกมันว่าเสื้อสวยดีนะ แต่ผม

มาจากเมืองไทยคงไม่มโี อกาสได้ใส่เสื้อกันลมแบบนี้แน่ๆ ฮิปสเตอร์ ยิ้มกว้างแล ้วบอกว่า เฮ้ ยูวว แมน เสื้อตัวนี้ใช้วสั ดุโคตรจะดีเลยนะ ใส่แล ้วไม่รอ้ นหรอก ทีส่ ำ� คัญมันนี่แหละเป็ นคนออกแบบเสื้อตัวนี้ เองกับมือเฟร้ยย แล ้วก็คุยต่อกันไปเรื่อยเปื่ อย ก่อนทีผ่ มจะขอตัว แยกย้ายไปดูบทู อืน่ ๆ ต่อไป ฮิปสเตอร์ตะโกนตามหลัง เฮ้ ยู วันสุดท้าย ก่อนกลับแวะมานะ เดีย๋ วจะขายให้ราคาพิเศษ!!! ไอ้ราคาพิเศษ ทีม่ นั บอกก็ยงั แพงอยูด่ ลี ะครับ แต่วนั สุดท้ายก่อนกลับจาก Euro Bike ผมก็อดไม่ได้ทจ่ี ะเดินไปหามัน และโดนกล่อมให้ซื้อเสื้อตัวนัน้ จนได้ แล ้วเสื้อของมันก็ดจี ริงๆ ด้วยแหละ มันกันฝนได้ดว้ ยแฮะ ถ้าไม่ได้ซ้อื มาวันนี้ผมคงแย่แน่ ที่รา้ นกาแฟ ผมงัดเสื้อกันลมออกมาใส่ อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าไม่มพี งุ คงดูดที เี ดียวแหละ ออกจากร้านกาแฟไม่นานก็เจอกับ ทางลงเขายาวๆ ฝนยังตกหนักและอากาศหนาวจนมือแข็ง เสื้อกันลม ท�ำ หน้า ที่ข องมัน ได้ดีเ ยี่ย ม ในที่สุ ด กลุ่ม ของเราก็ ไ ปถึง แคมป์ Hopfreben ทีเ่ ป็ นจุดหมายของวันนี้ กางเต๊นท์กลางฝนนี่มนั ไม่ใช่เรือ่ งง่ายเอาซะเลย ผมพยายาม ให้เสื้อผ้าทีเ่ ตรียมมาเปี ยกน้อยทีส่ ุด แต่ก็ยงั เปี ยก เต๊นท์เริ่มแฉะ แคมป์ Hopfreben มีขายอาหารเล็กๆ แต่ปิดแลว้ เมือ่ เราไปถึง โชคดีทพ่ี วกเราแวะซุปเปอร์มาร์เก็ต Migros และตุนอาหารไว้บา้ ง ระหว่างทาง ที่สวิสร้านอาหารมีไม่เยอะและปิ ดค่ อนข้างเร็วครับ ทีส่ ำ� คัญการซื้อไส้กรอก แซนด์วชิ หรืออาหารอืน่ ๆ จากซูเปอร์มาร์เก็ต ถูกกว่าซื้อตามร้านอาหารเยอะเลย ตลอดทัง้ ทริปของเราจึงวนเวียน อยู่กบั Migros และ Coop เป็ นหลัก พนักงานดูแลแคมป์ Hopfreben หน้าตาไม่ค่อยรับแขก ซักเท่าไหร่ แต่ใจดีเป็ นบ้า หลังจากทีเ่ ห็นพวกเราเปี ยกและหนาว จากการกางเต๊นท์ พอผมเดินไปลองถามว่ามีรถบ้านว่างพอให้ พวกเราเช่ าบ้างมัย้ พนักงานหน้าดุก็เสนอให้เรามานอนกันใน ห้องเก็บของ โดยให้ช่วยกันขนของในห้องออกมาวางด้านนอก ทีแรกพวกเราปฎิเสธด้วยความเกรงใจ เพราะเห็นว่าของในห้อง เยอะเหลือ เกิน มีโ ต๊ะ พู ล ด้ว ย จะขนออกมาหมดก็ ค งล�ำ บาก พอสมควร แถมข้าวของต่างๆ ก็จะต้องออกมาเปี ยกฝนข้างนอก แต่ พ นัก งานไม่ร บั ค�ำ ปฎิเ สธของเราด้ว ยการไม่พูด อะไรทัง้ สิ้น และเริม่ ยกของออกจากห้องเก็บของ จนในทีส่ ดุ พวกเราต้องยอมรับ ข้อ เสนอและมาช่ ว ยกัน ขนของออกมาจากห้อ ง ขนของเสร็ จ ยังหาผ้ายางมาปูพ้นื ให้เรานอนกันอย่างสบายอีกด้วยครับ

รถจักรยานของผมเองครับ นอกจากกระเป๋าห้าใบแล้ว ยังบวกเอกสารบางส่วนที่หอบมาจาก Euro Bike ไม่ยอมทิ้งอีกด้วย

21

b side

คนนี้ล่ะครับ พี่ธานินทร์


นี่แค่เริ่มต้นขึ้น Gotthard เท่านั้นเองนะครับ เราปั่นขึ้นมาจากข้างล่างโน่นนน

Day 4 Bellinzona Gotthard Pass หรือ San Gottardo (Pass) แปลว่ายอดเขาครับ

Day 3 เปลี่ยนแผน

ฝนตกไม่หยุดเลยทัง้ คืนจนถึงเช้า พยากรณ์อากาศบอกว่า พื้นที่แถบนี้จะมีฝนตกอีกหลายวัน พี่ธานินทร์เลยเสนอให้เรา เปลีย่ นแผน โดยการขึ้นรถไฟหนีฝนลงไปทางใต้ทเ่ี มือง Locarno แล ้วปัน่ ย้อนขึ้นมาแทน สถานีรถไฟอยูไ่ ม่ไกลจากแคมป์ Hopfreben มากนัก ใช้เวลาปัน่ แค่ไม่ถงึ สิบนาที การขนจักรยานขึ้นรถไฟทีส่ วิส ต้องขึ้นตูท้ จ่ี ดั ไว้ให้จกั รยานโดยเฉพาะเท่านัน้ โดยทีร่ ถไฟทุกขบวน ก็จะมีตูส้ ำ� หรับจักรยานอยู่ เราขึ้นรถไฟมาถึง Locarno ในช่วงบ่าย ใช้เวลาอีกไม่ก่นี าทีก็ปนั ่ ไปถึง Camping Delta ซึง่ เราจะพักกัน ทีแ่ คมป์ น้ ี ไม่มฝี น และอากาศอบอุ่น Locarno เป็ นเมืองท่องเทีย่ ว ติดทะเลสาบ Maggiore ทีส่ วยงามเต็มไปด้วยเรือยอชท์ หลังจาก กางเต๊น ท์เ รีย บร้อ ย ผมปัน่ จัก รยานเข้า ไปเดิน เล่น ในตัว เมือ ง ก่อนกลับมาทีแ่ คมป์แล ้วพบว่าพีๆ่ ออกไปทานอาหารทีร่ า้ นริมน�ำ้ กัน ส่วนผมเดินเล่นเพลินจนต้องกินอาหารจาก Migros เหมือนเดิม จริงๆ แลว้ อาหารจากซูเปอร์มาร์เก็ต Migros ไม่ได้แย่เลยครับ อร่อยด้วย โดยเฉพาะ Migros สาขาใหญ่ๆ จะมีอาหารดีๆ เยอะเลย เสียอย่างเดียวปิ ดเร็วไปซักหน่อย หกโมงปิ ดร้านแล ้ว Migros ที่ เมือง Locarno เป็ นสาขาทีใ่ หญ่ครับ ผมเข้าไปแล ้วเลือกไม่ถกู เลย ว่าจะทานอะไรดี และตัง้ ใจว่าจะซื้อมาฝากพีๆ่ ด้วย ระหว่างทีย่ นื ลังเลอยูก่ ม็ ปี ระกาศอะไรซักอย่างทีผ่ มฟังไม่ออก ซักพักก็มพี นักงาน มาเก็บอาหารตามชัน้ ไอ้ทผ่ี มเล็งๆ ไว้นี่โดนเก็บหมด โชคดีทไ่ี ด้หยิบ บางส่วนมาใส่ตะกร้าแลว้ ยืนงงอยู่ซกั พักว่าเก็บท�ำไมหว่า ก็มี พนักงานมาสะกิด เฮ้ ยู เราปิ ดแล ้วนะ รีบไปจ่ายเงินเร็ว เกือบจะ อดกิน ซะแล ว้ ครับ และสาเหตุท่ีผมฟัง ประกาศในร้า นไม่อ อก ก็เป็ นเพราะว่า ทีเ่ มือง Locarno ใช้ภาษาอิตาเลียนเป็ นหลักครับ

เช้าวันต่อมา เราปัน่ เลียบริมทะเลสาบเข้าสูเ่ มือง Bellinzona เส้นทางช่วงนี้เริม่ ขึ้นเขาอีกแล ้วครับ แต่ไม่สูงมาก ผ่านไร่องุน่ ซึง่ เป็ น ทีร่ าบ ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร ก็มาถึง Camping Gottardo ซึ่งนัน่ หมายความว่าเราก�ำลังจะต้องขึ้นไปสู่ยอดเขา Gottardo ในวัน พรุ่ ง นี้ แ ล ว้ ระหว่ า งทางที่ป นั ่ จากเมือ ง Lorcano มาที่ Bellinzona เราเจอนักปัน่ จักรยานเยอะมากครับ และทุกคนก�ำลัง มุง่ หน้ามายัง Gottardo เหมือนกัน ระหว่างหยุดพักจากการขึ้นเนิน ลุงฝรัง่ คนนึงปัน่ เสือหมอบเข้ามาทักทาย และถามว่าเราก�ำลังจะ ไปไหนกัน ลุงชวนเราปัน่ รวดเดียวไป Gottardo เลย ก่อนเล่าให้ฟัง ว่าแกเคยไปเมืองไทยด้วยนะ ไปปัน่ ทัวร์ออฟไทยแลนด์!!!!!

Day 5 St. Gotthard Pass มันช่างโหดร้าย เหลือเกิน!!!!

ตอนที่ลุง แกมาชวนพวกเราปัน่ ไป Gottardo แล ว้ ขึ้น Gotthard Pass ไปถึง Andermatt ในวันเดียว เราไม่คดิ ว่ามันจะ โหดร้ายอะไรเท่าไหร่หรอกครับ มันท�ำให้เรารูส้ กึ ใจชื้นขึ้นมาด้วยซ�ำ้ ว่ายอดเขา Gotthard มันไม่ได้ไปยากอย่างทีค่ ดิ แต่การทีแ่ กบอกว่า แกเคยมาปัน่ Tour of Thailand นี่แหละครับทีม่ นั ท�ำให้เราเริ่มจะ ไม่แน่ใจ ก็นกั แข่งต่างชาติทม่ี าลง Tour of Thailand ได้คงจะต้อง สังกัดทีมระดับ Continental หรือทีมชาติเท่านัน้ เองครับ... Gotthard Pass เป็ นส่วนหนึ่งของเทือกเขา Alps มีความสูง จากระดับน�ำ้ ทะเล 2,091 เมตร เตี้ยกว่าดอยอินทนนท์ซะอีกครับ แต่ระยะทางรวมยาวกว่า ระยะทางทีเ่ รามาจาก Campeggio Al Censo ทีเ่ ราพักเมือ่ คืน ก็เป็ นทางขึ้นลงสลับกันมาเรื่อยๆ เรียกได้วา่ กว่าจะ ไปถึงทางขึ้น Gotthard Pass จริงๆ ก็เหมือนกับต้องปัน่ ผ่านภูเขา มาแล ้วหลายลูกเลย ซึง่ แรกๆ ก็มกี ำ� ลังใจดีอยู่หรอกครับ เวลาทีไ่ ด้ เห็นวิวสวยๆ อยูบ่ นเขาแล ้วมองลงไป โอ้โห เราปัน่ มาจากตรงนัน้ เลยนะ แล ้วก็ลง ลงแล ้วก็เริ่มขึ้นใหม่ ครัง้ ต่อไปมันเริ่มโอ้โหไม่ออกครับ ภูเขาน่ะมีเล่หเ์ หลีย่ มเสมอ

22

b side


ยิ่งเข้าใกล ้ Gotthard Pass มากขึ้นเท่าไหร่ ถนนก็ย่ิง พับไปพับมา ขาแขนเริ่มประท้วงแล ้วครับ ทุกครัง้ ทีม่ องขึ้นข้างบน เราจะเห็นจุดทีเ่ หมือนจะเป็ นยอดเขา แต่พอขึ้นไปถึงตรงนัน้ จริงๆ เรากลับพบว่ามันยังไม่ถงึ ยอด มันมีจุดที่เหมือนจะเป็ นยอดเขา โผล่มาอีก และเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ�ำ้ ๆ กันเกินกว่าสิบครัง้ !!! หมดแรง หัวเข่าเจ็บ แม้กระทัง่ แขนยังอ่อนล ้าจากการประคองรถ ไปตามถนนที่เลี้ยวไปเลี้ยวมา กระเป๋ าหน้าแฮนด์มนั หนักเป็ นบ้า จนสุดท้ายก็ตอ้ งลงมาจูง ผมจูงรถขึ้นไปถึงยอด Gotthard Pass เป็ นคนสุดท้ายของกลุม่ ช้ากว่าพีแ่ วนซึง่ เป็ นผู ้หญิงคนเดียวของกลุม่ ซะอีกครับ แต่ ถึงตรงนัน้ ช้าหรือเร็วกว่าใครไม่มีความหมาย เลยซักนิด ขึ้นมาถึงได้กป็ ระสบความส�ำเร็จแล ้ว ระหว่างทางคิดว่า จะขึ้นไม่ถงึ ตัง้ ไม่รูก้ ่คี รัง้ เลย ผมเชื่อ ว่ า คนปัน่ จัก รยานทุก คนต้อ งเคยถามตัว เองว่ า เราปัน่ ไปท�ำไม เหนื่อย ร้อน จนถามตัวเองว่าเราก�ำลังท�ำอะไรอยู่ มาลองคิดดู จริงๆ แล ้วเมือ่ ผมไปถึงยอดเขา ค�ำถามพวกนี้กไ็ ม่เคย มีคำ� ตอบหรอกครับ มันแค่หายไปเองจากใจของผมเฉยๆ เมือ่ ผม ขึ้นไปถึง ค�ำตอบเดียวทีผ่ มได้อย่างชัดเจนก็คอื เราอ่อนแอแค่ไหน จิตใจของผมถูกความเหนื่อยล ้า ความท้อแท้เล่นงานสะบักสะบอม แต่พอขึ้นไปถึง ไอ้สง่ิ ทีม่ นั เล่นงานเรามันกลับหายไป เหมือนกับว่า เมือ่ ซักครูน่ ้ มี นั ไม่ได้อยูต่ รงนัน้ เลย ความเหนือ่ ยล ้ามันหายไปไหนนะ หรือ ว่า แท้จ ริง แล ว้ สิ่ง ที่เ ล่น งานเราจริง ๆ มัน คือ ความอ่ อ นแอ ของจิตใจของเราเอง ทางลงจาก Gotthard Pass เป็ นทางลงยาว ใช้แรงไม่มากนัก ในการไหลลงก็สามารถมาถึง Gotthard Camping Andermatt ซึง่ บริเวณนี้ในหน้าหนาวจะเป็นแคมป์ของผู ้ทีม่ าเล่นสกี เป็นเมืองเล็กๆ ทีม่ โี รงแรม ร้านอาหาร และร้านขายอุปกรณ์กฬี ารวมกันอยูห่ ลายร้าน หลังจากกางเต๊นท์เสร็จเรียบร้อย ก็มขี า่ วร้ายมาถึง... ข้า งบริเ วณที่เ รากางเต๊น ท์ มีคุ ณ ลุง คุ ณ ป้ าชาวฝรัง่ เศส ปัน่ จักรยานทัวร์ร่ิงมาเหมือนกัน หลังจากทักทายกันได้ซกั พัก คุ ณ ลุ ง คุ ณ ป้ าก็ บ อกเราว่ า เส้น ทางที่เ ราวางแผนว่ า จะไปต่ อ ในวันพรุ่งนี้กำ� ลังปิ ดซ่อมแซมอยู่ ซึง่ หมายความว่าพรุ่งนี้เราต้องใช้ อีกเส้นทางหนึ่ง ซึง่ เป็ นทางทีต่ อ้ งผ่าน Furka Pass ทีม่ คี วามสูง 2,436 เมตรจากระดับน�ำ้ ทะเล!!!!

เบื้องหลังนักปั่นท้องถิ่น จุดชมวิว Grimsel Pass เธอคนนี้บอกผมว่าจะมาเมืองไทยช่วงปลายปีด้วยครับ

ทางไป Interlaken

Day 6 …….

ลุงป้านักทัวร์ริ่งชาวฝรั่งเศส ผู้น�ำข่าวร้ายมาบอกครับ

ไอ้ที่เห็นคดเคี้ยวนั่นคือถนนครับ ต้องไต่ขึ้นไปตามทางที่เห็นนี้ครับ

23

b side

จริงๆ แล ้วข่าวร้ายทีม่ าถึงเมือ่ วาน ไม่ได้บอก หรอกครับว่า Furka Pass สูงมากกว่า Gotthard Pass ผมรูแ้ ค่วา่ วันนี้ตอ้ งข้ามเขาอีกหนึ่งลูกเท่านัน้ เอง เมื่อท�ำใจได้แลว้ ว่ายังไงก็เลีย่ งไม่ได้ท่จี ะต้องขึ้นเขา ก็ ค่ อ ยๆ ปัน่ ไปช้า ๆ วัน นี้ ผ มขึ้น เขาไปได้เ รื่ อ ยๆ เพราะไม่คาดหวัง รูอ้ ยู่แลว้ ว่าคงไม่ถงึ ที่หมายง่ายๆ แน่ๆ ผ่านจุดชมวิวต่างๆ ไปเรื่อยๆ กลายเป็ นว่าวันนี้ ผมขึ้น ถึง ยอด Furka Pass ได้โ ดยที่ไ ม่ต อ้ งจู ง เมื่อผ่านจุดสู งสุดแลว้ ก็ไหลลงมาถึงเมือง Gletch เมืองเล็กๆ ที่ทงั้ เมืองดูเหมือนว่าจะประกอบไปด้วย ตึ ก ตึ ก เดีย ว คื อ โรงแรม Glacier du Rhone ที่ดูเหมือนว่าจะมีผสี งิ อยู่ดว้ ย โรงแรมนี้มพี ้ นื ที่สวน ด้านตรงข้ามทีส่ ามารถกางเต๊นท์ได้ โดยทางโรงแรม คิดเงินค่ากางเต๊นท์นิดหน่อย แลกกับการยอมให้ใช้ ห้อ งอาบน�ำ้ ของโรงแรมได้ด ว้ ยครับ มื้อ เย็น วัน นี้ เป็ นสเต็กด้วย เราทานกันในร้านอาหารในโรงแรม Glacier du Rhone นัน่ เอง สเต็กอร่อยหอมหวาน พอๆ กับ ความส�ำ เร็ จ ที่เ ราข้า มเขามาได้ส องลู ก เลยทีเดียวเชียว คืนนี้นอนหลับสบาย ทัง้ ๆ ทีอ่ ากาศ หนาวเย็น อุ ณ หภู มิป ระมาณ 4 องศาเซลเซีย ส แต่สำ� หรับพรุ่งนี้ไม่มอี ะไรต้องกังวลอีกต่อไป


Day 7 Grimsel Pass

หลังจากผ่านภูเขามาแล ้วสองลูก ภูเขาลูกทีส่ ามก็กลายเป็ น ความเพลิดเพลินแล ้วล่ะครับ Grimsel Pass มีความสูง 2,164 เมตร จากระดับน�ำ้ ทะเล จุดหมายในวันนี้ของเราคือเมือง Interlaken นอกเหนือจากขึ้นถึงยอด Grimsel Pass แล ้ว พีธ่ านินทร์ยงั แกล ้ง หลงทางพาพวกเราไปขึ้นเนินชันๆ อีกด้วย ขึ้นแล ้วก็ยอ้ นกลับลงมา ทางเดิม ลงมาพักทีแ่ คมป์ Aaregg ซึง่ เป็ นแคมป์ ใหญ่ตดิ ทะเลสาบ แคมป์ น้ ีมคี รอบครัวมาพักกันเยอะเลยครับ ที่รา้ นค้าของแคมป์ มีเนื้อสดหมักเรียบร้อยเป็ นแพ็คขายด้วย มื้อเย็นวันนี้ของพวกเรา ก็เลยเป็ นสเต็กทีย่ ่างกินกันเอง สนุกและอร่อยมาก เป็ นมื้ออาหารที่ ไม่มอี ะไรมาก แต่กน็ บั ได้ว่าเป็ นมื้อทีด่ ที ส่ี ดุ หนึง่ มื้อในทริปของเราครับ ในกลุ่มของเรามีพ่ีบางท่านที่ไม่สบอารมณ์นกั กับอาหาร รสจืด ไม่ว่าจะทานอะไรแกจะมีพริกประจ�ำตัวเอาไว้ทานแกลม้ ไปด้วยเสมอ หลายๆ มื้อทีผ่ ่านมาก็มพี อ่ี กี หลายท่านทีเ่ ริ่มคิดถึง อาหารไทย ได้ใช้บริการพริกของแกไปด้วย สเต็กมื้อนี้ของพวกเรา ก็เลยถูกปรุงด้วยพริกของแกนี่ล่ะครับ ซึ่งส�ำหรับคนที่ไม่ชอบ ทานอาหารเผ็ด แบบผม มัน ไม่ อ ร่ อ ยเลยทัง้ กลิ่น และรสชาติ แต่หลังจากอยู่ร่วมกันมาหลายวัน ช่วยเหลือดู แลแบ่งปันกันมา ตลอด ผมคิดว่าความรูส้ กึ อร่อย ซึง่ เป็ นความเห็น ความชอบเฉพาะ ของแต่ละคนมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อกี ต่อไปครับ อาหารมื้อนี้ดี สนุก และเต็มไปด้วยมิตรภาพ เราเรียนรูกั้ นผ่านเส้นทางทีผ่ า่ นมา เรารูจั้ กกัน ผ่านรสชาติอาหารที่เราชอบไม่เหมือนกัน เรายอมรับและสนุ ก ในความต่างกันในทุกๆ เรื่อง เราพูดคุยแซวกันถึงความต่างนัน้ ด้วยความสนุกสนาน ในทางกายภาพ เรายอมลงทุน ลงเวลาไปกับ การเดิน ทางไปปัน่ จัก รยานในที่ท่ีไ กลจากที่ป ระจ�ำ ของเรามาก และเราได้เรียนรู ว้ ่าจิตใจของเราเอง ก็ควรจะได้รบั การฝึ กฝน ทีจ่ ะเดินทางไกลไปสู่ใจของคนอืน่ ด้วยเช่นเดียวกัน

ก็ถงึ สถานีรถไฟ ช่วงเวลาที่อยู่บนรถไฟ เป็ นช่วงเวลาที่พวกเรา มองออกไปนอกหน้าต่ าง เห็นภูเขา ยอดเขา ทะเลสาบซึ่งเรา ได้ปนั ่ ผ่านมาแล ้วเมือ่ ไม่กว่ี นั ก่อน เมือ่ มองจากรถไฟมันน่าแปลกใจ อยู่ไม่นอ้ ยเลยครับ ว่า โอ้โห เราปัน่ จากตรงนี้ ขึ้นไปถึงตรงนัน้ กันเลยเหรอ มองจากตรงนี้มนั เหมือนกับว่าพวกเราได้ใช้เวลา ไม่ก่ีวนั มาท�ำเรื่องทีม่ นั ดูยากล�ำบากเกินตัว แต่เราก็ทำ� มันจนได้ เราคิดถึงบ้าน เราอยากกลับถึงบ้านเร็วๆ ไม่ใช่เพราะเราเหนื่อย แต่เป็ นเพราะเราได้รบั พลังกลับมาจนเต็ม และอยากจะกลับมาจัดการ สิง่ ต่างๆ ทีย่ งั ค้างอยูใ่ นชีวติ จริงของเราเต็มทีแ่ ล ้ว เรามาถึง Lucern ช่วงบ่ายแก่ๆ หลังจากกางเต๊นท์เรียบร้อย พวกเราออกมาเดินชมเมืองกัน มีสะพานเก่าแก่ท่เี ป็ นสัญลักษณ์ ประจ�ำเมืองอยูใ่ กล ้ๆ กับสถานีรถไฟ ผมขอแยกตัวออกจากพีๆ่ เพราะ อยากไปช้อปปิ้ ง อยากเดินซื้อของแบบนักท่องเทีย่ วบ้าง อยากตามหา ร้านจักรยาน มายุโรปทัง้ ทีอยากเจออะไรแปลกๆ ให้ซื้อกลับบ้านไปบ้าง แต่... สงสัยว่าทริปนี้ของผมจะอยูใ่ นช่วงเวลาดวงตกเรือ่ งช้อปปิ้ งครับ เรามาถึง Lucern ในวันอาทิตย์ซง่ึ ร้านต่างๆ ปิ ดหมดแล ้ว ผมหา ร้านจักรยานจนเจอ ร้านใหญ่ซะด้วย แต่ดนั ท�ำได้แค่มองอยู่นอก Day 8 วันสุดท้าย กระจกร้าน แถมในร้านก็ปิดไปมืดซะด้วยสิครับ... จากแคมป์ Aaregg วันนี้กลุ่มของเราจะปัน่ ผ่ านเมือง เช้าวันถัดมา เราขึ้นรถไฟแต่เช้าเพือ่ ไปสนามบิน หลายนาน Interlaken เพือ่ ไปขึ้นรถไฟไป Lucern เป็ นวันสุดท้ายแล ้วทีเ่ ราจะ ชัว่ โมงผ่านไป เรากลับถึงบ้าน ผมเริ่มวางแผน อืม... เราออกไปปัน่ ปัน่ จักรยานกัน ระยะทางไม่ไกลมากนัก ใช้เวลาประมาณสามชัว่ โมง ทัวร์ร่งิ ซักปี ละครัง้ ก็น่าจะดี

ทะเลสาปที่แคมป์ Aaregg

WHAT I’VE LEARNED หลังจากเขียนบทความเรื่องนี้จบ ผมอยากสรุปเรื่องราวต่างๆ ของทริปโดยขอยืมรูปแบบของคอลัมน์ What I’ve Learned จาก Magazine Esquire ซึ่งเป็นคอลัมน์ที่ผมชอบอ่าน ขออนุญาตไว้ตรงนี้เลยนะครับ

- คนปัน่ จักรยานทัวโลกมี ่ นสิ ยั คล ้ายๆ กันหมด เราคุย เรื่ อ งคล า้ ยๆ กัน เวลาเราเจอกัน บนถนนเราจะ ทักทายกัน และเกือบทัง้ หมดมีขนั้ ตอนไม่ต่างกัน คือ 1. เราจะมองหน้ากันและยิ้มให้กนั 2. เราจะกล่าวค�ำ ทักทาย 3. เราจะแอบมองว่าคุณปัน่ จักรยานยีห่ อ้ อะไร - จัก รยานที่เ ห็น มากที่สุ ด ในสวิส คือ BMC และ Canyon ถัด จากนัน้ ก็เ ป็ น จัก รยานแม่บา้ นแบบมี มอเตอร์ไฟฟ้ าแล ้วล่ะ - ที่สวิสเต็มไปด้วยรถยนต์เก่ าๆ และทุกคันอยู่ใน สภาพดี สวยงาม และบนถนนรถยนต์ทกุ คันจะปฏิบตั ิ กับจักรยานเหมือนเป็ นรถยนต์อีกหนึ่งคัน จะไม่มี การแซง ไม่มกี ารมาเบียดใกล ้ๆ แม้กระทังในเวลาที ่ เ่ รา ปัน่ จักรยานช้าๆ ในช่วงถนนทีแ่ คบ รถคันทีข่ บั ตามมา ก็จะค่อยๆ ขับตามเรามาช้าๆ ด้วยความอดทน - น�ำ้ เปล่าทีส่ วิสแพงกว่าโค้กจริงๆ ซะด้วย แต่นำ�้ ก็อก หรือแม้กระทัง่ น�ำ้ พุ สามารถกินได้ - เวลาที่ปนั ่ สวนกันบนภูเขา เสียงทักทายของฝ่ ายที่ ปัน่ ลงจากเขาจะดังและสดใสกังวานกว่าฝ่ ายที่กำ� ลัง ปัน่ ขึ้นเขาเสมอ

- เวลาทีค่ ณ ุ เหนื่อย หรือรูส้ กึ เหมือนว่าจะเอาตัวไม่รอด มัน ไม่ใ ช่ ข อ้ อ้า งที่คุ ณ จะเอามาใช้ใ นการเอาเปรีย บ คนอืน่ ได้ และถ้าเมือ่ ไหร่กต็ ามทีค่ ณ ุ ท�ำอะไรทีเ่ ห็นแก่ตวั โดยมีขอ้ อ้างว่าถ้าหากไม่ทำ� แบบนี้ฉนั จะต้องแย่แน่ ๆ นัน่ หมายความว่าจริงๆ แลว้ คุณก็เป็ นแค่ ไอ้กร๊วก คนนึงนัน่ แหละ ความตูดหมึกในตัวคุณมันแค่อยู่ลกึ ลงไปหน่ อยก็เท่านัน้ เอง จริงๆ แลว้ มันซ่อนอยู่ใน ตัวคุณนัน่ แหละ จ�ำไว้นะว่าคุณคือไอ้กร๊วก - อ่อ ยังมีขอ้ ดีหน่อย ถ้าคุณเป็ นไอ้กร๊วกขึ้นมาจริงๆ แลว้ ล่ะก็ ข้อดีก็คือ วันนี้คุณได้รูต้ วั แลว้ ยังมีพรุ่งนี้ ให้คุณปรับปรุงตัวนะ เรามีชีวติ อยู่ทุกวันเพื่อเรียนรู ้ ทีจ่ ะเป็ นคนดีข้นึ ไม่ใช่รไึ ง... - เวลาทีค่ ุณเหนื่อย และรูส้ กึ ว่าไม่ไหวแล ้ว วิธที ด่ี ที ส่ี ุด ทีจ่ ะช่วยให้คุณดีข้นึ คือยื่นความช่วยเหลือให้คนอื่น เท่ า ที่จ ะท�ำ ได้ ลองดู สิ แล ว้ คุ ณ จะรู ว้ ่ า มัน ได้พ ลัง กลับมา เชื่อผม ขอบคุณครับ

24

b side

สุ ด ท้า ยของสุ ด ท้า ย ผมอยากจะขอบคุ ณ พี่ธานินทร์ท่ีพาผมไปปัน่ จักรยาน และขอบคุณพี่ๆ ทุกคนในทริปนี้ดว้ ยครับ ผมพยายามหลีกเลีย่ งการ เอ่ยชือ่ พีๆ่ ทุกคนเพือ่ รักษาความเป็ นส่วนตัว และต้อง ขออภัยพีๆ่ ทุกคนด้วยครับทีเ่ อาเรือ่ งราวต่างๆ มาเขียน บทความนี้โดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ขอบคุณพีๆ่ ทุกคน มากๆ ครับ “The only journey is the one within.” Rainer Maria Rilke


Talk

LIVING LEARNING SHARING หยุดเวลาไว้ที่แม่ฮ่องสอน... กับ มิ้นท์ I Roam Alone

เรื่อง : ศมนภรณ์ ภาพ : โจ ปรัชญา / สิรามล

หยุดเวลาไว้ทแี่ ม่ฮอ่ งสอน เป็นกิจกรรมทีจ่ ดั ขึน้ โดยความร่วมมือระหว่างการท่องเทีย่ ว จังหวัดแม่ฮ่องสอน กับบล็อกเกอร์สาวชื่อดัง มิ้นท์ แห่งเพจ I Roam Alone โดยมิ้นท์ ได้โพสต์ข้อความชักชวนเบาๆ แต่อ่านแล้วยากที่จะห้ามใจว่า “เราจะไปขึ้นดอย ผิงไฟ ปิ้งข้าวโพด เรียนรู้วิธีแบบชาวบ้าน ตัดขาดจากโลกภายนอก” (ซึ่งก็เป็นอย่างที่เธอบอกไว้ จริงๆ) พร้อมกับแจ้งให้ลูกเพจที่สนใจให้ตอบค�ำถามที่เธอตั้งขึ้นเพื่อคัดเลือกผู้ร่วมทาง จนได้ผู้ร่วมเดินทางที่ผ่านการคัดเลือกอีก 10 คน จากต่างที่และต่างสไตล์การด�ำเนินชีวิต มาใช้ชวี ติ อยูร่ ว่ มกันเพือ่ สร้างความทรงจ�ำดีๆ กับการท่องเทีย่ วชุมชน (CBT - Community Based Tourism) ซึ่งเธอนั้นพยายามจะสื่อสารกับทุกคนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแนวนี้ มาซักพัก ผ่านรายการของเธอเอง คือรายการ We Roam Around

กิจกรรมไฮไลท์ของทริปนี้กค็ อื การเดินขึ้นยอดดอยปุยหลวง ทีม่ คี วามสูง 1,731 เมตรจากระดับ น�ำ้ ทะเลปานกลาง (เล่นเอาเหนื่อยหอบ ส่วนพี่ม้ นิ ท์เดินชิลล์เลย) วิวข้างบนสวยมาก พวกเรารอดู พระอาทิตย์ตก ก่อนจะลงมาพักกับชาวบ้านทีบ่ า้ นห้วยฮี้ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน และในช่ ว งกลางคื น ที่มีกิ จ กรรมรอบกองไฟ ขณะที่ก�ำ ลัง ฟัง เพลงจากเสีย งกี ต า้ ร์เ พลิน ๆ เราถือโอกาสชวนพีม่ ้นิ ท์คุยเกี่ยวกับเรื่องการเดินทาง (ส่วนตัวเป็ นเป็ นแฟนคลับอยู่แลว้ ) จนลามไปถึง เรื่องทีว่ า่ ท�ำไมเธอจึงเข้ามาท�ำโปรเจ็คท์น้ รี ่วมกับ ททท.ได้ 25

b side

ที่มาที่ไปของโครงการนี้ เกิดขึ้นได้ยังไง?

เริม่ จากทีม่ ้นิ ท์มาแม่ฮ่องสอนเองก่อน มาด้วยความชอบ ทีน้ ีการท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนก็ติดต่อมา แลว้ พอหลังจากนัน้ มันก็เกิดเป็ นแบบ... พีม่ รี ายการพอดี เอารายการเข้ามาถ่าย ก่อนได้ไหม ก็เลยเอารายการเข้ามาถ่าย หลังจากนัน้ ทาง ททท. ก็บอกว่า ท�ำไมไม่จดั ทริปแลว้ ให้ม้นิ ท์เป็ นคนน�ำ เพราะปกติ พีไ่ ม่เคยท�ำอะไรแบบนี้ พีไ่ ม่ทำ� เลย แต่พร่ี ูส้ กึ ว่า อันนี้มนั จ�ำเป็ น คื อ ถ้า เราอยากให้เ กิ ด การท่ อ งเที่ย วชุ ม ชน เราก็ ต อ้ งเอา เด็กรุ่นใหม่ดว้ ย เอามาเรียนรูว้ ถิ ชี วี ติ ของชุมชน ด้วยความหวัง เล็กๆ ว่าหลังจากนี้ต่อไป เขาจะไปเผยแพร่เมล็ดพันธุน์ ้ อี อกไป ก็ เ ท่ า นัน้ เอง อยากให้เ ขาได้ม าเดิน ทางในแบบที่เ อาชุม ชน เป็ นหลัก คือเดินทางเพื่อการเรียนรู จ้ ริงๆ ไม่ใช่แค่ ไปเที่ยว ไปถ่ายรู ป ไปเช็คอินอะไรอย่ างนัน้ คือการที่เราไปถ่ายรู ป มันก็ไม่ผดิ หรอก แต่มนั ได้ประโยชน์อะไรหลังจากนัน้ ในเมือ่ พีท่ ำ� ด้านการท่องเทีย่ วมาเยอะแล ้ว ก็อยากให้มนั ยัง่ ยืนมากขึ้น ท�ำยังไงให้มนั ไม่พงั เพราะเราเห็นมาหลายพื้นทีท่ ม่ี นั พังไปแล ้ว มันก็มหี ลายพื้นที่ท่นี ายทุนเข้าไปท�ำหมด ชาวบ้านก็อยู่ไม่ได้ หรื อ ว่ า เป็ นพื้ น ที่ ท่ี น ัก ท่ อ งเที่ ย วแห่ ก ัน เข้า ไปเที่ ย วโดยที่ คนในพื้นที่เขารับไม่ทนั ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ซึ่งมันก็ไม่ยงั ่ ยืน แล ้วพอเราเทีย่ วจนพื้นทีย่ บั เยินแล ้วเราก็ยา้ ยที่ ส่วนคนในพื้นที่ ก็ตอ้ งทนรับสภาพไป


มองการท่องเที่ยวของที่นี่ว่าเป็นยังไง?

อธิบายให้งา่ ยๆ นะ นักท่องเทีย่ วคือผูช้ าย มากหน้า หลายตามาก มีหลายแบบมาก ส่วนสถานทีท่ ่องเทีย่ วคือผูห้ ญิง หรือคือหญิงสาวคนหนึ่ง หน่วยงานรัฐคือพ่อแม่ คือเวลาเรา มีลูกสาวคนหนึ่งเนี่ย เราก็ตอ้ งช่วยให้เขาโตขึ้นมาแบบแข็งแกร่ง ก่อนใช่ไหม ก่อนทีจ่ ะปล่อยให้ผูช้ ายเข้ามา ไม่ใช่วา่ ให้เขาเข้ามา ได้เลย แล ้วตัวผูห้ ญิงเองก็ตอ้ งรูจ้ กั ตัวเองให้ดพี อ ให้เพียงพอ ก่อนทีเ่ ขาจะเลือกนักท่องเทีย่ วหรือเลือกผูช้ ายของเรา แล ้วทีน้ ี นักท่องเที่ยวอย่างเรา ในฐานะที่เป็ นผูช้ าย เวลาเราจะเข้าไป จีบเขาเนี่ย เราก็เลือกได้วา่ เราจะเข้าไปหาเขาแบบไหน ไปเรียน รู เ้ ขา ไปท�ำความรู จ้ กั เขา หรือเราจะเข้าไปข่มขืนเขาเลยก็ได้ ซึง่ หลายๆ ทีม่ นั เป็ นแบบนัน้ เราไปแล ้วเราก็ขม่ ขืนเขา ไปเทีย่ ว จนบ้านเขาพังแลว้ เราก็จากไป หรือเราจะแค่เดินผ่านแลว้ แบบ เออ สวยว่ะ อาจมีแซวๆ นิดหน่อย แล ้วเราก็ไป คือมันเลือกได้ หลายแบบมาก ในขณะที่ตวั ผู ห้ ญิงเองก็เลือกได้หลายแบบ เหมือนกันว่าเขาจะรับผูช้ ายประเภทไหนเข้ามา คือในปัจจุบนั การท่องเทีย่ วหลายที่ ทางพ่อแม่หรือหน่วยงานของรัฐก็พยายาม จะผลักดันให้ลูกสาวรับผูช้ ายทุกแบบเข้ามาในชีวติ ซึ่งจริงๆ มันเป็ นแบบนัน้ ไม่ได้ สถานทีท่ อ่ งเทีย่ วทีห่ นึ่งหรือผู ้หญิงคนหนึ่ง ก็ เ หมาะกับ ผู ช้ ายแบบหนึ่ ง มัน ไม่ ไ ด้เ หมาะกับ ทุ ก แบบ เพราะฉะนัน้ เราต้องท�ำตัวให้มคี ุณค่า มีเอกลักษณ์ มีความ เป็ นตัวของตัวเอง แลว้ ทีน้ ีเราก็จะเลือกได้ละ ว่าเราอยากให้ ผูช้ ายคนไหนเข้ามาในชีวติ เรา แล ้วมันก็จะเป็ นการจับคู่ทย่ี งั ่ ยืน อยู่ กนั ไปจนแก่ เฒ่ า คือบางทีท่ีพ่ีเห็น พ่อแม่จะเป็ นแบบนี้ อยากให้ลูกได้แบบเกรดดีๆ ชอบให้ลูกได้เกรดดีๆ แลว้ ก็ เคี่ยวเข็ญลูก โดยที่ไม่สนใจว่าลูกจะเป็ นยังไง จะชอบวิชานี้ หรือเปล่า เขาเอาบรรทัดฐานสังคมทีเ่ ขาคิดว่าดี ต้องเป็ นหมอ ต้องเป็ นอะไรอย่างนี้มายัดให้ลูก เพียงเพือ่ ที่ว่าจะเอาไปอวด ชาวบ้านเท่านัน้ ก็เหมือนหน่วยงานรัฐทีม่ าท�ำเอาผลงาน สุดท้าย ก็ตอ้ งเป็ นการร่วมมือของทุกฝ่ ายนะ พีม่ องแบบนี้ มันถึงจะ ยัง่ ยืน ถามว่าพีท่ ำ� อะไรได้ พีก่ ็คงไปยุ่งกับหน่วยงานรัฐไม่ได้ เพราะพี่ก็ไม่ได้มีอำ� นาจ สิ่งที่พ่ีทำ� ได้คือท�ำให้นกั ท่องเที่ยว เรียนรูว้ ธิ กี ารเข้าหาชุมชนด้วยความเคารพ แล ้วก็คุยกับชุมชน ควบคู่ ก นั ไปด้ว ย ก็ เ ท่ า ที่ท ำ� ได้เ นอะ ที่ไ หนที่เ ขาอยากได้ ค�ำปรึกษาจากเรา เราก็ช่วยเขา เราฟังเขาก่อนว่ามันเป็ นแบบไหน

แล ้วก็ให้คำ� แนะน�ำ มิ้นท์ไม่รูว้ า่ อันนี้ดหี รือเปล่านะ แต่ม้นิ ท์วา่ พี่ต อ้ งลองเป็ น ตัว เองดู เหมือ นกับ ว่ า เราให้ค�ำ แนะน�ำ เขา เพราะว่าเอาจริงๆ ทุกคนก็หวังดีหมดแหละ แต่วา่ ผลทีอ่ อกมา เป็ นยังไงเท่านัน้ เอง ชาวบ้านทุกคนก็พยายามหมดนะ แต่เขา ไม่รูว้ ่าต้องท�ำยังไง บางทีเจตนาที่ดี มันไม่ได้หมายความว่า ผลมันจะดี ถ้าเราท�ำผิดมันก็ไม่ดี มันก็เลยต้องช่วยๆ กัน

Character ของคนแม่ฮ่องสอนคืออะไร?

เป็ นผูห้ ญิงทีแ่ ข็งแกร่ง เฉพาะบางชุมชนนะ ชุมชน CBT ทีน่ ่คี ่อนข้างเข้มแข็ง เขาดูจะป็ นผูห้ ญิงทีเ่ ป็ นตัวของตัวเองมาก แบบฉันไม่งอ้ แก ฉันอยู่ดว้ ยตัวของฉันเองได้ การที่ผูช้ าย คนหนึ่งจะเข้ามาในชีวติ เนี่ย แสดงว่าเธอต้องดีกบั ฉันจริงๆ ไม่งนั้ ฉันก็ไม่รบั พีก่ เ็ ลยชอบทีน่ ่ี เพราะมันเข้มแข็ง อย่างวันนี้ เราก็เห็นตัวอย่างแลว้ ว่าเขาจะไม่ท้ งิ โบสถ์ของเขาหรือกิจกรรม ของเขาเพือ่ มาดูแลเรา คือเราเข้ามาทีน่ ่ี เราต้องมาเรียนรูว้ ถิ ชี วี ติ ของเขา แลว้ ก็ปรับตัวให้เข้ากับเขา ไม่ใช่ ว่าให้เขาปรับตัว ให้เข้ากับเรา เราก็เรียนรูก้ นั ไป พีก่ ็เลยชอบพื้นทีน่ ้ ีเป็ นพิเศษ จริงๆ บ้านจ่าโบ่ก็เจ๋ง สันชัยก็ค่อนข้างเข้มแข็ง คือเขาเริม่ ต้น มาจาก พีต่ งั ๋ (ทัวร์เมิงไต) เขาก็ทำ� CBT เป็ นตัวพ่อ CBT เลยนะ เขาก็ปนั้ กันขึ้นมา ก็เลยค่อนข้างเข้มแข็งมากเหมือนกัน

26

b side


จากประสบการณ์ไปเทีย่ วมาหลายประเทศ ไม่อยาก เห็นอะไร?

หลายๆ ครัง้ ทีเ่ ราเจอเหตุการณ์แบบ... ไปในชุมชนทีม่ ี นักท่องเทีย่ วแห่กนั มามาถ่ายรูปเหมือนไปสวนสัตว์อะไรอย่างนี้ ถ่ายเสร็จแล ้วก็ไป ซึง่ มันก็เคยเกิดขึ้นทีน่ ่นี ะ เห็นแล ้วมันรูส้ กึ ว่า เฮ้ย ท�ำ ไมเป็ น แบบนี้ ว ะ อยากให้ว ยั รุ่ น สมัย นี้ ท่ อ งเที่ย ว โดยที่มคี วามคิดว่าเราได้อะไร แลว้ ชุมชนได้อะไรด้วย ไม่ใช่ แค่ มาถ่ายรู ปเฉยๆ ได้แค่ รูปลงเฟซบุค๊ ได้วดั จ�ำนวนไลค์ แลว้ ก็จบ ถามว่าแลว้ เหลืออะไรตรงนัน้ แล ้วชุมชนเขาได้อะไร ไม่มอี ะไรได้เลย มีแต่เสียทัง้ นัน้

ผลกระทบที่คิดว่าจะเกิด?

คือเอาจริงๆ แลว้ ทุกคนต่ างมองหาความแตกต่ าง อย่างเราไปเจอ Community ซึง่ ในกรุงเทพฯ นี่คอื อย่างเยอะ พอเจอแลว้ ก็จะรู ส้ ึกว่ากู ออกจากบ้านมาท�ำไมวะเนี่ย มีแต่ Entertainment Complex เหมือนๆ กันไปหมด ใช่ มยั้ แต่ ก็ ไ ม่ ไ ด้ห มายความว่ า ที่ น่ี ม นั ไม่ ค วรจะเจริ ญ หรื อ ว่ า อะไรแบบนี้นะ พีไ่ ม่ได้หมายความแบบนัน้ เลย คือพีก่ อ็ ยู่ดว้ ย ความเข้า ใจ เข้า ใจจริง ๆ ทัง้ หัว สมัยใหม่แล ว้ ก็หวั อนุ รกั ษ์ หัวสมัยใหม่ก็อยากให้มนั เจริญๆ ส่วนหัวอนุรกั ษ์ก็ไม่อยากให้ เกิ ด ความเปลี่ย นแปลง ซึ่ ง เป็ นไปไม่ ไ ด้ คื อ ทัง้ สองฝัง่ ต่างก็เอาตัวเองเป็ นศูนย์กลาง มองทุกอย่างจากมุมของตัวเอง ไม่ได้ยืนที่มุมมองของชาวบ้าน ถ้าเราไปยืนในมุมชาวบ้าน มันก็จบ ถ้าชาวบ้านอยากเจริญก็เจริญสิ แต่เราก็เข้าไปดูได้วา่ เจริญแบบไหนทีม่ นั จะโอเค เขาพร้อมหรือยังกับความเจริญนี้ เราอธิบายให้เขาฟังเลยว่า การทีถ่ นนเข้ามาจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล ้วให้เขาตัดสินใจได้ไหม สมมติถา้ เขาตัดสินใจจะเอา เขาก็จะ รู ก้ ่ อ นแล ว้ ว่ า ต้อ งเตรี ย มตัว ยัง ไงบ้า งเพื่อ รับ สิ่ง นี้ หรื อ ว่ า ต้องท�ำอะไรเพือ่ ใช้ประโยชน์จากมันได้เต็มที่ ใช่ไหม แต่ไม่ใช่วา่ มาถึงก็เอาสมัยใหม่มาเลย เอาอันนัน้ อันนี้มาเลย ปัญหาคือ ในบางครัง้ คนเมืองมักจะรูส้ กึ ว่าเราเก่งกว่าเขา เรารูม้ ากกว่าเขา เราเป็ นโรคอีโก้บวม อีโก้เราชอบอักเสบ แล ้วพอเราเข้ามาด้วย ทัศนคติแบบนัน้ พอเข้ามาถึงมันก็จะแบบ... ท�ำไมพีไ่ ม่ทำ� อันนัน้ ท�ำไมพี่ไม่ทำ� อันนี้ ท�ำ ไมพี่ไ ม่ ร วมกลุ่ม ท�ำ ไมพี่ไ ม่ น นั ่ ไม่ น่ี สารพัดอย่าง คือมันต้องมาอยู่กบั เขาก่อนสิ มาดูมาเรียนรูว้ า่ เขา อยู่กนั ยังไง จริงๆ แล ้วเขาต้องการอะไรกันแน่ มันไม่ใช่วา่ เรา ต้องการอะไร เพราะมันไม่ใช่การเสนอความต้องการของเรา แต่วา่ มันต้องเป็ นความต้องการของเขาต่างหาก

อยากให้ออกมาในรูปแบบไหน?

คนมักจะคิดว่าอยากให้แต่ละชุมชนมีกมิ มิคของตัวเอง คนจะได้สนใจใช่ไหม ซึง่ มันไม่ใช่ มันก็คอื การคิดแทนอีกแล ้ว ถูกมัย้ เรื่องนี้เป็ นปัญหาจริงๆ กับการคิดแทนคนในชุมชน คือเราก็ไม่ได้ให้ความรูเ้ ขาไง ว่ามันต้องเป็ นแบบนี้อย่างนี้นะ ถ้าลองไปฟัง TedX ของพีค่ นหนึ่งทีพ่ ูดเรื่องเราจะอยู่ร่วมกัน อย่ า งไรให้ร อด พี่ช อบมาก เขาจะพูด เรื่อ งโลกวงกลมกับ โลกสี่เหลี่ยมว่าจะอยู่ดว้ ยกันได้ยงั ไง ซึ่งพี่ว่ามันเป็ นอะไรที่ อธิ บ ายได้ช ดั เจนมาก จริ ง ๆ ชาวเมือ งก็ มีค วามรู จ้ ริ ง ๆ แต่ชาวบ้านเขาก็มคี วามรู เ้ หมือนกัน คือเราจะเอามารวมกัน ยังไงล่ะ ให้มนั อยู่ดว้ ยกันได้ ไม่ใช่ว่าเราเอาตัวเองเป็ นหลัก การเข้าไปในชุมชนหนึ่ง มันไม่ใช่การจินตนาการว่า โห ไม่ได้ ถ้าไม่ใช่บา้ นไม้มนั จะไม่ Original เราเข้าไปเราก็ตอ้ งเปิ ดใจ เราเข้าไปเรียนรู เ้ ขา แลว้ ค่ อยแบบ... เอ๊ะ มันจะยังไงดีนะ หรือสุดท้ายจะชอบไม่ชอบ มันก็เป็ นความคิดของเธอไง คือเธอ เข้าไปเรียนรูเ้ นอะ เหมือนอย่างทีบ่ อกว่าเราจะไปจีบใคร เราคง ไม่เข้าไปถึงแล ้วแบบ... ตัวเองไว้ผมยาวดิ ผมด�ำด้วยไปเปลีย่ น เขียนคิ้ว ทาปากแดงดิ อะไรแบบนัน้ หรอก

ความสนุกของการท่องเที่ยวชุมชน?

ทุกคนต้องอยูไ่ ด้ แต่ตอ้ งสร้างจิตส�ำนึกให้คนทีเ่ ทีย่ วด้วย ตอนนี้ ท่ีน่ี ชุม ชนเข้ม แข็งแล ว้ อยู่ ท่ีว่า คนเที่ย วจะเป็ นยังไง ต้องเข้ามาเรียนรู ้ พีเ่ คยไปเดินดูถำ�้ ผีแมน เก๋มาก แถวนัน้ ก็ดี เคยลงไปข้างล่างด้วย ส่วนแม่ลา้ นนาก็ไปช่วงงานสงกรานต์ สนุกมาก ของแบบนี้จะอยู่กบั เราไปตลอดชีวติ เป็ นความทรงจ�ำ ทีน่ ึกถึงแล ้ว โอ๊ย! ดีจงั ไม่ใช่วา่ ไปร้านก๋วยเตีย๋ วห้อยขาเป็ นไงมัง่ เออ สวยว่ะ มันไม่ใช่ นัน่ แหละ แต่มนั ก็มคี นเทีย่ วแบบนัน้ อยู่ โอเค เรื่องของเขา แต่ว่าสายพันธุใ์ หม่ก็น่าจะเปลีย่ นมาเทีย่ ว แบบมีค วามหมายด้ว ยนะ ไม่ ง นั้ จะออกจากบ้า นมาท�ำ ไม Photoshop ก็ได้ หลังจากนี้ไปเขาก็จะไปมีเรื่องเล่าให้คนอืน่ ฟัง คือมันไม่ใช่แค่เทีย่ ว แต่มนั ก็จะเป็ นความทรงจ�ำด้วย

ขอขอบคุณ

- การท่องเทีย่ วแห่งประเทศไทย ส�ำนักงานแม่ฮอ่ งสอน - กลุม่ เครือข่าย CBT แม่ฮอ่ งสอน - ทัวร์เมิงไต 27

b side

Community Based Tourism (CBT)

การท่องเทีย่ วโดยชุมชน

เป็นเครือ่ งมือสร้างความเข้มแข็งของ องค์กรชาวบ้านในการจัดการทรัพยากร ธรรมชาติและวัฒนธรรม โดยกระบวนการ มีส่วนร่วมของคนในชุมชน ให้ชุมชนได้มี ส่วนร่วมในการก�ำหนดทิศทางการพัฒนา และได้รบั ประโยชน์จากการท่องเทีย่ ว การทีจ่ ะให้ชมุ ชนด�ำเนินการท่องเทีย่ ว ตามหลักการดังกล่าวข้างต้น มีความจ�ำเป็น ที่ จ ะต้ อ งเตรี ย มความพร้ อ มและสร้ า ง ความเข้ ม แข็ ง ให้ กั บ ชุ ม ชนในการจั ด การ การท่องเทีย่ ว ในขณะเดียวกันก็ตอ้ งรณรงค์ กั บ คนในสั ง คมให้ เ ห็ น ความแตกต่ า งของ การท่องเที่ยวโดยชุมชนกับการท่องเที่ยว ทัว่ ไป กระตุน้ ให้คนในสังคมเห็นความส�ำคัญ และเป็นนักท่องเที่ยวที่สนใจการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ระหว่างเจ้าของบ้านกับผู้มาเยือน นอกจากนี้ ยั ง เป็ น การเพิ่ ม การรั บ รู ้ แ ละ ความเข้ า ใจในบทบาทของชุ ม ชนท้ อ งถิ่ น ต่อการอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และเป็น ก�ำลังใจหรือสนับสนุนให้เกิดความต่อเนื่อง ในการท�ำงานอนุรักษ์ทั้งด้านธรรมชาติและ วัฒนธรรม การท่องเทีย่ วโดยชุมชนมีหลักการ ดังนี้ - ชุมชนเป็นเจ้าของ - ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการก�ำหนด ทิศทางและตัดสินใจ - ส่งเสริมความภาคภูมใิ จในตนเอง - ยกระดับคุณภาพชีวติ - มีความยัง่ ยืนทางด้านสิง่ แวดล้อม - คงเอกลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิน่ - ก่ อ ให้ เ กิ ด การเรี ย นรู ้ ร ะหว่ า งคน ต่างวัฒนธรรม - เคารพในวัฒนธรรมทีแ่ ตกต่างและศักดิศ์ รี ความเป็นมนุษย์ - เกิดผลตอบแทนทีเ่ ป็นธรรมแก่คนท้องถิน่ - มีการกระจายรายได้สู่สาธารณประโยชน์ ของชุมชน

ข้อมูล : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายการท่องเทีย่ วโดยชุมชน


Travel

QING HAI without a plan

การเดินทางในครั้งนี้ เกิดจากความใจง่ายล้วนๆ เรื่อง / ภาพ : ณัฐกัลยา พิศ. (ผิง)

คงเพราะโลกใบนี้ มีเรือ่ งราวน่าสนใจซ่อนไว้ มากมาย จนท�ำให้ใครหลายคนเลือกที่จะออกไป ค้น หา และเผลอรัก การเดิน ทางไปแบบไม่รู้ตัว ซึง่ เราก็เป็นหนึง่ ในนัน้ เช่นกัน เราหมายถึงไปเดินทาง จริงๆ นะ ไม่ใช่ไปเที่ยว คือเราคิดว่าสองค�ำนี้ มันต่างกัน การไปเที่ยว คนคงจะสนใจปลายทาง ที่ ตั ว เองอยากไปถึ ง แต่ ส� ำ หรั บ เรา เราคิ ด ว่ า ระหว่างทางส�ำคัญกว่าปลายทางเสมอ การไปไหน ในแต่ ล ะครั้ ง เราเลื อ กที่ จ ะเรี ย นรู ้ แ ละซึ ม ซั บ เรื่องราวในแต่ละวันที่ผ่านเข้ามา เราเลยขอเรียก สิ่งเหล่านั้นว่า ‘การเดินทาง’ เราเริ่ ม เดิ น ทางคนเดี ย วครัง้ แรกเมื่อ 9 ปี ก่ อ น และกลายเป็ นจุดเริ่มต้นที่ทำ� ให้เราหลงใหลในการเดินทาง แบบไร้แผน ก่อนหน้านี้เราบอกกับตัวเองมาตลอด ว่าเป็ นคน ชอบเดินทางคนเดียว จนทริปนี้ได้เดินทางกับเพื่อนสนิท อีก 3 คน ซึง่ เราได้ทำ� ความเข้าใจกับตัวเองใหม่วา่ จริงๆ แล ้ว ถ้าเราได้เดินทางกับคนทีช่ อบอะไรคล ้ายกัน ช่วงเวลาตอนนัน้ มันจะมีค่าและน่าจดจ�ำมากกว่าการเดินทางคนเดียว

28

b side


ถ้าเราเดินทางไปฮ่องกง เพียงเพราะฉากเท่ๆ ในหนังของ หว่องกาไว หรือไปญี่ป่ ุน เพียงเพราะอยากเทียบฉากสวยๆ ในการ์ตูนจิบลิกบั ของจริง การไปชิงไห่ครัง้ นี้ของเราก็คงเหตุผล คล ้ายเดิม ไปแบบไม่มขี ้อมูลอะไรมากไปกว่าภาพวิวสวยๆ 3 ภาพ ทีเ่ พือ่ นคนนึงซึง่ ท�ำงานอยู่ปกั กิ่งส่งมาให้ พร้อมค�ำพูดสัน้ มากว่า “มึง... ที่น่ีสวย ไปกัน” เรากดย้อนกลับไปดูภาพที่เพือ่ นส่งมา แล ้วพิมพ์ตอบไปว่า “สวยว่ะ... ไป!” เราไม่รูต้ วั ว่าหลุดอยู่ในภวังค์ ตอนไหน แต่เช้าอีกวันตัวการเดิ ๋ นทางทัง้ หมดก็ถูกจองไปแลว้ แบบนี้เค้าเรียกว่าใจง่ายใช่มยั้ เราตกลงกับเพือ่ นไว้วา่ จะจองเพียงตัวการเดิ ๋ นทางเท่านัน้ ที่พกั ทัง้ หมดจะขอใช้วธิ ีไปตายเอาดาบหน้า เพราะเราอยากให้ การหาทีพ่ กั เป็ นหนึ่งในกิจกรรมทีส่ ร้างสีสนั ระหว่างทาง อย่างที่ บอกไว้ตอนแรกว่าเราไปกับเพื่อนที่ทำ� งานอยู่ปกั กิ่ง เราจึงนัด รวมตัว กัน ที่ซีอ าน เพราะน่ า จะเป็ น ครึ่ง ทางมากที่สุ ด ในการ มาเจอกันของพวกเรา แล ้วค่อยไปชิงไห่พร้อมกันโดยรถไฟ 3 ชัน้ เราหมายถึงรถไฟที่มี 3 ชัน้ จริงๆ นะ ไม่ใช่รถไฟชัน้ 3 แบบ บ้านเรา และแลว้ สีสนั ของคืนนัน้ ก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อเจ๊เตียงล่าง ถอดรองเท้า พร้อ มกลิ่น ที่ไ ม่อ ยากรับรู ้ ลุง เตียงบนมาพร้อม เสียงกรนทีไ่ ม่อยากได้ยนิ มันช่างเป็ นค�ำ่ คืนทีย่ าวนานและผ่านไป แบบทรมานเหลือเกิน

วิวข้างทางตอนเช้า บนรถไฟ

จริงๆ แล้วถ้าเราได้เดินทางกับคนที่ชอบอะไรคล้ายกัน ช่วงเวลาตอนนั้นมันจะมีค่าและน่าจดจ�ำมากกว่า การเดินทางคนเดียว เข้าสู่เช้าวันใหม่ได้ไม่นาน รถไฟขบวนบันเทิงของเรา ก็เข้าเทียบชานชาลาที่สถานีซหี นิง แต่ระหว่างทางของเราไม่ได้ จบลงแค่นนั้ เราต้องนัง่ รถต่อไปอีกครึง่ ค่อนวัน เพือ่ ไปยังสถานที่ ที่ เ รี ย กว่ า ‘ชิ ง ไห่ ’ ชิ ง ไห่ เ ป็ นทะเลสาบน�ำ้ เค็ ม ที่ ใ หญ่ ท่ี สุ ด ของประเทศจีน โดยการเดินทางรอบทะเลสาบในช่วงเวลาเดียวกัน เราสามารถสัมผัสกับสภาพอากาศทีห่ ลากหลาย ตัง้ แต่แดด ลม ฝน หรือแม้แต่หมิ ะ ภูมปิ ระเทศก็เช่นกัน มีทงั้ ทะเล ภูเขา ทุง่ หญ้า และทะเลทราย เรียกได้ว่าครบทุกอย่างจริงๆ ถ้าใครจะ Road Trip แบบชิลล์ๆ รอบทะเลสาบ น่าจะใช้เวลาประมาณ 5 วันก�ำลังดี และ 7 วันส�ำหรับสายปัน่ จักรยาน ถึงแม้ชงิ ไห่จะอยู่ในเขตการปกครองของจีน แต่หลายคน ต่างก็เรียกดินแดนนี้วา่ ‘ทิเบตนอก’ อาจเป็ นเพราะทีแ่ ห่งนี้อยูแ่ ถบ ชายแดนระหว่างจีนกับทิเบต ซึง่ เราสามารถนัง่ รถไฟจากบริเวณนี้ ต่อเข้าลาซา เมืองหลวงของทิเบตได้ไม่ยากเลย ส่วนเรื่องเชื้อชาติ วัฒนธรรมการแต่งกาย ภาษา และอาหารของคนชิงไห่ ก็เป็ น ในแบบทิเบตเช่นกัน เราจึงขอเรียกชิงไห่วา่ ทิเบตนอก แบบเดียว กับคนอืน่ ๆ ก็แล ้วกันนะ

ระหว่างทางจากซีหนิงไปชิงไห่ 29

b side


อย่างที่เราเกริ่นไว้ตงั้ แต่ตอนแรก ว่าการเดินทางครัง้ นี้ เรามาแบบไร้แผน ไม่วา่ จะไปตรงไหน ทานอะไร หรือแม้กระทัง่ พักที่ไหน แต่ท่คี ิดไว้คือยังไงก็ตอ้ งได้นอนกระโจมแบบพื้นถิน่ ตามทีเ่ คยเห็นในหนังสือทีอ่ ่านๆ มา เข้าสูแ่ ถบทะเลสาบได้ไม่นาน เท่าไหร่นกั ภาพทีจ่ นิ ตนาการไว้วา่ จะนอนกระโจมริมทะเลสวยๆ แล ้วตืน่ มาดูพระอาทิตย์ข้นึ ตอนเช้าก็จบลงไวมาก เพียงแค่เอ่ยปาก ถามคนท้องถิน่ แถวนัน้ ทุกคนก็ได้แต่สา่ ยหน้าให้ พร้อมห้ามปราม ด้วยความเป็ นห่วง และไม่มใี ครยอมตัง้ กระโจมให้เรานอนเลย อาจเพราะโชคชะตาไม่เข้าข้างเรา พอเราไปถึงฝนตก ลมแรง อากาศหนาว นัน่ แหละคือสิ่งที่เราต้องพ่ายแพ้ในวันนัน้ แม้ใจ จะอยากรัน้ แค่ ไหนก็ตาม พวกเราต้องย้อนกลับเส้นทางเดิม เพือ่ หาทีพ่ กั ในคืนนัน้ แลว้ ค่อยกลับมาทีเ่ ดิมอีกครัง้ ในวันถัดไป เพือ่ มุมนี้ มุมเดิม มุมทีเ่ ราตัง้ ใจจะมาทักทายพระอาทิตย์ยามเช้า เราคิ ด ทุ ก ครัง้ เวลาเฝ้ าดู พ ระอาทิต ย์ต่ื น นอน ว่ า จะได้เ ห็น พระอาทิตย์โผล่มาแบบสดใสแข็งแรง เหมือนโฆษณาโอวัลติน ตอนเด็กๆ ทัง้ ทีม่ นั ไม่เคยเป็ นแบบนัน้ เลย ไม่เป็ นไรน่า ถึงมัน ไม่ใช่ แต่ ก็ใกลเ้ คียง ท้องฟ้ าเช้านี้มหี มอกเลอะๆ ให้เราเห็น แสงยามเช้าแบบจางๆ ที่จริงมันก็ดีไปอีกแบบนะ เพราะเรา สามารถเงยหน้าขึ้นไปยิ้มให้แบบเต็มตา :)

พระอาทิตย์ตอนเช้าที่ทะเลสาบชิงไห่

30

b side


ออกเดินทางกันต่ อได้ไม่นาน เราและเพื่อนหันไปเห็น วิวสองข้างทาง แล ้วก็เปลีย่ นใจกันดื้อๆ ตอนนัน้ เลย เราคุยกันว่า จะไม่เที่ยวรอบทะเลสาบแลว้ พวกเราเดินลัดเลาะไปตามป่ า ทีเ่ ห็นดีกว่า เพือ่ นเลยขอพีค่ นขับรถจอดข้างทาง แบกเป้ แล ้วเดิน เข้าไปลุยกัน เดินป่ ามันมีอะไรเหรอ เราว่ามันไม่มอี ะไรหรอก เราแค่เดินไปเรื่อยๆ จนถึงจุดที่น่าพอใจ แลว้ เดินกลับออกมา เท่านัน้ เลยจริงๆ เคยมีคนบอกเราไว้ว่า ถ้าไม่คาดหวังก็จะไม่ผดิ หวัง และค�ำนี้กค็ งใช้ได้กบั การเดินบุกป่ าฝ่ าดงครัง้ นี้ เราไม่แม้แต่จะคิด อะไรเลย ขอแค่ได้เดินเข้าไป มองไปรอบๆ ตัว และเพลิดเพลิน กับสิง่ ทีอ่ ยู่ตรงหน้า แค่นนั้ ก็ดตี ่อใจมากพอแลว้ เราใช้เวลาเดิน อยูป่ ระมาณชัว่ โมงเศษ ณ ตอนนี้ จุดทีเ่ รายืนอยู่ สูง 10498.69 ฟุต เหนือระดับน�ำ้ ทะเล เราหมุนรอบตัวเองเกือบจะ 360 องศา เพือ่ ให้ เห็นบรรยากาศทัง้ หมดรอบกาย สภาพอากาศบริเวณนี้ ธรรมชาติ ได้สรรสร้างมาอย่างมหัศจรรย์ สิง่ ทีอ่ ยู่ตรงหน้าเรา คือยอดเขา ทีก่ กั เก็บความเย็นไว้มากพอ จนหิมะเริ่มก่อตัวเป็ นสีขาวโพลน มองไปซ้ายขวาเป็ นทุ่งหญ้ากว้าง ตามที่เราเรียกกันว่าที่ราบสู ง มีฝูงแกะมากพอให้เราตื่นตาตื่นใจ และเมือ่ หันหลังกลับไปมอง เส้นทางทีเ่ พิง่ เดินผ่านมา เป็ นธารน�ำ้ เล็กๆ คดเคี้ยวทีแ่ ยกตัวเอง ออกมาจากทะเลสาบผืนใหญ่

พวกเราเดินย้อนกลับออกมาในเส้นทางเดิม พร้อมกับ ร่ างกายที่อ่อนลา้ แต่เต็มเปี่ ยมไปด้วยพลังใจส�ำหรับวันต่อไป และฝากท้องไว้กับเมนูยอดฮิตของชาวไทยในช่วงนี้ คือปิ้งย่างหม่าล่า แบบดัง้ เดิมของชาวทิเบต หมาล่าแกะและจามรีเสียบแท่งเหล็ก ย่างไฟร้อนๆ คลายความหนาวของค�ำ่ คืนนี้ได้ดเี ลยทีเดียว วันถัดมา พวกเราไปทะเลทรายจินชาเต่า - จินชาวาน ซึง่ เป็นภูเขาทะเลทรายกว้างๆ บริเวณด้านหน้ามีกจิ กรรม Adventure ให้เราเล่นกันนิดหน่อย รวมไปถึงการขีอ่ ฐู ตะลุยทราย พวกเราสนุก กันได้ซกั พัก ก็ได้เวลาท�ำตัวบ้าๆ เดินฝ่ าฝุ่นทรายเข้าไปคล ้ายแบบ ที่เดินเข้าป่ ากันเมื่อวันก่ อน ต่างกันตรงที่อากาศวันนี้รอ้ นมาก เราเดินข้ามภูเขาไปลูกหนึ่ง จนถึงจุดทีห่ นั มาคุยกันว่ามันไม่โอเคว่ะ การเดินทะเลทรายไม่ได้เท่แบบในหนัง อากาศก็ไม่สดชืน่ พวกเรา เดินเหมือนคนหลงทาง จนสุดท้ายต้องยอมแพ้ แล ้วเดินหงอยๆ กลับออกมา แต่ไม่เห็นเป็ นไร พวกเราไม่ได้หยุดเรื่องของทริปนี้ ไว้แค่นนั้ พรุ่งนี้กว็ นั ใหม่แล ้ว หาทีอ่ น่ื ไปต่อก็ได้น่นี า 31

b31 side b side


การเดินบุกป่าฝ่าดงครั้งนี้ เราไม่แม้แต่จะคิดอะไรเลย ขอแค่ได้เดินเข้าไป มองไปรอบๆ ตัว และเพลิดเพลิน กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แค่นั้นก็ดีต่อใจมากพอแล้ว

32

b side


ก่อนกลับเข้าเมือง วันนี้เป็ นวันสุดท้ายทีช่ งิ ไห่ อากาศเป็นใจ ท้องฟ้ าสีสดใสหลังจากดูหมองไปเมือ่ วันก่อนหน้า เราพากันมาที่ Geological Park ของชิงไห่ ไม่มอี ะไรเป็ นพิเศษนอกจากวิวเด็ดๆ ที่อยู่ตรงหน้า วิวที่ทำ� ให้ลมื ความเหนื่อยได้อีกครัง้ ภาพภูเขา ทีส่ ะท้อนในน�ำ้ ดูไม่เหมือนภาพจริงเท่าไหร่นกั ทีจ่ ริงก็คงคล ้ายกับ ตัวตนของพวกเรา เมือ่ ผ่านตัวแปรบางอย่าง สิ่งที่เป็ นอยู่ก็คง บิดพลิ้วไป

ABOUT ME ณัฐกัลยา พิศ (ผิง) Co-founder of Needle Bag / Pisa Shoes เป้าหมายตอนนี้ คื อ การได้ อ อกเดิ น ทางสลั บ กั บ การท� ำ งานแบบเดื อ นเว้ น เดื อ น เพื่อเรียนรู้และใช้ชีวิต ซึ่งเริ่มท�ำแบบนี้มาเกือบ 2 ปีแล้ว phingpisa

33

b side

สุดท้ายก็ถงึ เวลาที่เราต้องกลับแลว้ สิ้นสุดการเดินทาง ในครัง้ นี้แล ้ว เราไม่ได้เห็นหรอกนะ ภาพวิวแบบทีเ่ พือ่ นส่งมาให้ดู แล ้วตัดสินใจมา แต่เราเห็นมากกว่านัน้ ตอนแรกเราคิดไม่ออกเลย ว่าจะเขียนเล่าเรื่องทริปนี้ออกมายังไง เขียนรีวิวสถานที่และ วิธไี ปดีมยั้ เราไม่อยากให้ใครก็ตามเดินทางไปตามแบบทีเ่ ราบอกไว้ แค่ เ พีย งเพราะอยากถึง ที่ห มาย เราเลยตัด สิน ใจเขีย นเล่ า ประสบการณ์การเดินทางครัง้ นี้ดกี ว่า เราอยากให้ใครก็ตามทีไ่ ด้ เดินทางไปทีเ่ ดียวกับเรา ได้มีเรือ่ งราวทีต่ า่ งออกไป เป็ นการเดินทาง ในแบบของคุณเอง มันจะท�ำให้คุณเข้าใจความหมายและคุณค่า ของการเดินทาง แล ้วยินดีทจ่ี ะตกหลุมรักมัน ในแบบทีเ่ ราเป็ น หาเวลาว่ า ง เก็ บ กระเป๋ า ออกเดิน ทาง แล ว้ เก็ บ เรื่อ ง ในแต่ละวันมาเล่าให้กนั ฟังบ้างนะ


HIP 2016 December Section B  
Advertisement
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you