Issuu on Google+

This is a work of fiction. Names, characters, places and incidents either are products of the author’s imagination. นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นตามจินตนาการของผู้แต่ง ไม่เกี่ยวข้องกับ ชื่อ บุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น


ตอนที่หนึ่ง เล่ห์ซาตาน

4

ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้ายามเย็นย�่ำ คลาคล�่ำไปด้วย เหล่าผู้คนที่เลิกงานเลิกกิจกรรมที่ท�ำมาตลอดวันมาหาอะไรรอง ท้องกันให้อิ่มหน�ำ กลุ่มนักศึกษาในมุมหนึ่งของร้านต่างก็ก�ำลังมีความสุขกับการทาน อาหารในวันนี้ เนื่องด้วยเป็นวันที่ทุกคนมาร่วมกันฉลองหลังการสอบระดับ ปริญญาตรีเสร็จสิ้นลง และผลคะแนนออกมาเป็นที่น่าพอใจแล้ว บรรยากาศ การทานอาหารของนักศึกษาที่ก�ำลังจะกลายเป็นบัณฑิตกลุ่มนี้ด�ำเนินไป ด้วยความชื่นมื่น แต่แล้วนักศึกษาชายหนึ่งในนั้นก็จ�ำต้องลุกขอตัวกลับบ้าน อย่างเร่งด่วน เมื่อทางบ้านโทรมาตามให้กลับในทันที เพื่อนๆพากันแสดงความเสียดายที่เพื่อนชายคนดังกล่าวต้องกลับ บ้านไปก่อน เด็กหนุ่มยิ้มให้เพื่อนก่อนจะออกจากร้านมา โดยมีเพื่อนอีกคน อาสาขับรถไปส่งบ้าน “มีอะไรหรือเปล่าเปียว?” เมื่อมานั่งบนรถแล้ว เจ้าของรถจึงเอ่ยถามเพื่อนที่ต้องรีบกลับ เปียว ปฏิญญา เด็กหนุ่มนักศึกษาที่เรียนเพิ่งจบ ในวันนี้เขาควรมีความสุขกว่าใคร แต่กลับต้องมานั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดกับปัญหาของทางบ้านที่เกิดขึ้นมาแบบ ปัจจุบันทันด่วน


“เราก็ไม่รู้ว่ามีอะไร แต่เสียงของพี่ชายตอนที่โทรมาบอกให้กลับบ้าน ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ก็หวังว่ามันจะไม่ใช่เรื่องร้ายแรงจนเกินไป” เด็กหนุม่ เอนตัวพิงเบาะแล้วหลับตาลงอย่างเหนือ่ ยล้า ก็ได้แต่ภาวนา ว่ามันจะไม่มอี ะไรทีร่ า้ ยแรงเกิดขึน้ ก็หวังว่ามันจะเป็นเช่นนัน้ หากจะมีสกั วัน ที่ชีวิตของเขาจะมีความสุขบ้าง ก็อย่าให้ความรู้สึกนั้นมันหายไปเร็วนักเลย ดูเหมือนว่าค�ำภาวนาของเด็กหนุ่มจะไม่เป็นผล เมื่อรถของเพื่อนมา จอดลงทีห่ น้าบ้าน พีช่ ายของเด็กหนุม่ ก็รบี ออกมารับในทันที ไม่มเี วลาแม้แต่ จะลาเพื่อน และไม่มีเวลาแม้แต่จะทันสังเกตว่าใกล้ๆ บริเวณนั้นมีใครแอบ ซ่อนอยู่ในเงามืด เปียวเดินตามแรงดึงของพี่ชายเข้ามาในบ้าน พี่ชายพาตรงไปที่ห้อง รับแขก ที่ตรงนั้นมีพ่อกับแม่และน้องชายคนเล็กของเขานั่งอยู่ เมื่อเด็กหนุ่ม เดินเข้าไปผู้เป็นพ่อก็บอกให้นั่ง สีหน้าของท่านดูเครียดขึ้งจนเปียวรู้สึกเกร็ง ไปหมด เมื่อเด็กหนุ่มนั่งลงแล้วท่านจึงเอ่ยถึงเรื่องที่ต้องเรียกลูกชายคนนี้ กลับบ้านกะทันหัน “เปียว” “ครับ” “พ่ออยากให้แกฟังพ่อให้ดีนะ” “ครับ” “ตอนนี้สถานการณ์ทางการเงินของบ้านเราก�ำลังแย่” นายพรตเกริน่ น�ำแล้วดูปฏิกริ ยิ าของลูกชาย เปียวนิง่ ไปทีไ่ ด้ยนิ แบบนัน้ เขาไม่เคยรูถ้ งึ เรือ่ งนี้ อาจจะมีบา้ งทีม่ ารดาคอยค่อนแคะเขาเรือ่ งเงินๆทองๆ แต่ไม่คิดว่าครอบครัวจะเจอปัญหาจริงๆ “บริษัทของเราก็ก�ำลังเข้าขั้นวิกฤติ อาจจะถูกฟ้องล้มละลายได้ในเร็ว วันนี้” “ท�ำไมผมไม่เคยรู้เรื่องนี้เลยล่ะครับ?” “แกจะไปรู้อะไร วันๆ เอาแต่แรดไปกับเพื่อนน่ะ” นางวลัยแหวขึ้นมา ท�ำให้เปียวหน้าเสีย “คุณ”

5


6

นายพรตปรามภรรยาที่เชิดหน้าคอตั้งก่อนจะสะบัดไปทางอื่น ไม่ใคร่ อยากจะมองหน้าเปียวสักเท่าไหร่ “พ่อไม่อยากให้แกต้องมาไม่สบายใจตามพ่อไปด้วย แกยิ่งก�ำลังจะ เรียนจบ พ่อถึงไม่เคยบอก แต่ตอนนี้มันเกินก�ำลังที่พ่อกับพี่พงศ์จะรับไหว แล้ว แกเองก็เรียนจบแล้วก็น่าจะท�ำอะไรได้อยู่” “ผมจะช่วยเต็มที่ครับพ่อ มีอะไรที่ความสามารถของผมจะท�ำได้ ผม จะท�ำครับ” ค�ำพูดนั้นท�ำให้คนในห้องแอบลอบยิ้มสมใจโดยที่เด็กหนุ่มเจ้าของค�ำ พูดไม่มีทางได้รู้ “เรื่องที่ช่วยได้มันก็มีอยู่น่ะนะ ขึ้นอยู่กับว่าแกจะยอมช่วยไหม” คุณ พรตเอ่ยถามลองเชิง “อะไรครับ?” “พ่อไปกู้เงินเขามาต่อลมหายใจให้บริษัทเราน่ะ แล้วตอนนี้กิจการเรา ก�ำลังแย่เลยยังไม่มีส่งคืนเขา เจ้าหนี้เขาเลยจะมาเทคโอเวอร์บริษัทเรา” “อะไรนะครับ?” สิ่งที่บิดาพูดท�ำให้เปียวตกใจยิ่งกว่าเก่า นี่ปัญหามัน ใหญ่เกินไปแล้วไม่ใช่หรือ “แต่ว่า เขามีข้อเสนอมาน่ะ…” “ข้อเสนอ?” “ใช่” “เขาบอกว่าเขาถูกใจแก อยากให้แกไปอยู่กับเขา แล้วเขาจะผ่อนปรน หนี้ให้” “นี่หมายความว่า…” เด็กหนุ่มถึงกับโกรธจี๊ดขึ้นมาเมื่อฟังข้อเสนอของ ทางนั้น “มันบ้าไปแล้ว ผมเป็นคนนะ คนนั้นเขาคิดอะไรของเขาถึงได้จะเอา ผมไปขัดดอกแบบนี้น่ะ เป็นผู้หญิงที่แย่มาก” “เปล่า” “ครับ?” “เขาเป็นผู้ชาย”


เปียวชะงักค้างกับค�ำที่นายพรตบอก เหมือนจะได้ยินไม่ถนัด ผู้เป็น บิดาจึงย�้ำให้ฟังอย่างชัดเจนอีกหนึ่งรอบ “เจ้าหนี้ของเราเป็นผู้ชาย” “แม่ว่ามันจะเชื่อที่เราพูดไหมอะ?” พิชญเอ่ยถามผู้เป็นมารดาเมื่อเปียวขึ้นบ้านไปแล้ว เด็กหนุ่มอายุน้อย กว่าเปียวเพียงปีเดียวเท่านั้น ที่น่าแปลกคือนอกจากผู้เป็นบิดาเช่นนายพรต แล้ว คนบ้านนี้ไม่มีใครที่มีส่วนคล้ายเปียวเลยสักคน และที่ส�ำคัญคือต่างก็ แสดงออกว่าเกลียดชังเปียวจับจิต ไม่ใช่เปียวไม่สงสัยว่าตนเองใช่ลกู ของบ้านนี้ จริงหรือไม่ แต่สงสัยไปแล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา ในเมื่อคนที่เลี้ยงดูมาตลอด คือคนบ้านนี้ บุญคุณมีก็ต้องตอบแทนกันไป ไม่จ�ำเป็นต้องสงสัยอะไรทั้งนั้น “เชื่อสิ ลองให้พ่อแกเป็นคนพูด อะไรๆ มันก็เชื่อทั้งนั้นละ” นางวลัยพูดด้วยน�้ำเสียงและสายตาเหยียดหยัน นายพรตถอนหายใจ เฮือกใหญ่กับท่าทีของภรรยา ก่อนจะลุกหนีไป นางวลัยมองตามสามีแล้ว ท�ำปากขมุบขมิบไล่หลัง ท�ำเป็นทนฟังไม่ได้ โธ่เอ๊ย! มันก็มือถือสากปาก ถือศีลด้วยกันทั้งนั้นล่ะ “ผมว่ามันเกินไปหน่อยนะครับแม่ เปียวเขาไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้สัก หน่อย เรากลับโยนไปให้เขาแบบนี้มัน…” “งั้นแกไปแทนมันไหมล่ะ นายมิสเตอร์แอลนั่นคงชอบหรอกมั้งกล้าม ใหญ่ๆแบบแกน่ะ” นางวลัยว่าประชดลูกชายคนโตที่เอ่ยแย้งความคิดของนาง ริมฝีปาก ที่ฉาบทาด้วยลิปสติกสีแดงสดบิดเบ้หมิ่นแคลนเมื่อเอ่ยถึงบุคคลที่สาม นาย เปียวกับนายมิสเตอร์นนั่ คงเหมาะกันดี คนหนึง่ ก็ตาแก่ตณ ั หากลับทีม่ รี สนิยม ทางเพศแสนวิปริต ส่วนอีกคนก็แรดร่านไม่แพ้กนั พวกคนสกปรก เหมาะกัน ดีแท้ “ให้มันไปน่ะดีแล้วพี่พงศ์ พีจะได้ไม่ต้องไป อี๋ ตาแกนั่นวิปริตอะ เรื่อง อะไรมาเจาะจงว่าพีต้องไป แหยะ น่ารังเกียจ แค่คิดก็ขนลุกแล้วอะ”

7


พิชญท�ำท่าขนลุกขนพองประกอบการพูด พงศกรส่ายหน้าแล้วถอน หายใจอย่างหนักอก สงสารน้องก็สงสารหรอก แต่คนเราย่อมต้องเอาตัว รอดก่อนสิ่งอื่นอยู่แล้ว และก็อย่างที่พิชญว่า คนที่ต้องไปอยู่กับมิสเตอร์แอล ที่เอ่ยถึงกันคือพิชญ ไม่ใช่ ปฏิญญา

8

เปียวที่ได้รับรู้ปัญหาของครอบครัวก็ไม่ยอมอยู่เฉย เด็กหนุ่มพยายาม ที่จะหาทางรอมชอมกับมิสเตอร์แอลในเรื่องการขัดดอกที่ต้องเอาตัวเข้าแลก แบบนีม้ นั ริดรอนสิทธิกนั จนเกินไป ถึงอย่างไรเขาก็เป็นมนุษย์คนหนึง่ ทีม่ สี ทิ ธิ เท่าเทียมกับคนอื่นๆ ชีวิตและร่างกายเขาไม่ได้มีไว้ซื้อขายหรือขัดดอก เด็ก หนุ่มมาที่บริษัทการเงินของมิสเตอร์แอล เขาไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่ว่าประวัติ ความเป็นมาของชายคนนี้เป็นเช่นไร รู้เท่าที่บิดาบอกว่าเขาเป็นหนุ่มใหญ่ วัยสี่สิบปลายๆ และ���ีรสนิยมชอบเด็กหนุ่มๆ เปียวจึงต้องไปหาข้อมูลของ มิสเตอร์แอลเพิ่มเติม แต่กลับคว้าน�้ำเหลว เพราะเขาไม่เปิดเผยเรื่องส่วนตัว สักเท่าไหร่ มีเพียงประวัติความเป็นมาของบริษัทการเงินเท่านั้นที่หาได้ เปี ยวมาถึ ง บริ ษั ท ของมิ ส เตอร์ แ อลแล้ ว เข้ า ไปติ ด ต่ อ ที่ เ คาน์ เ ตอร์ ประชาสัมพันธ์ว่าขอพบมิสเตอร์แอล รออยู่นานมากกว่าที่ประชาสัมพันธ์ ของบริษทั จะมาเชิญเด็กหนุม่ ให้ขนึ้ ไปชัน้ ท�ำงานของผูบ้ ริหาร เมือ่ มาถึงก็บอก กับเลขานุการหน้าห้องให้เรียนบุคคลด้านในให้ เธอกดโทรศัพท์เข้าไปใน ห้องท�ำงานของมิสเตอร์แอล ก่อนจะลุกไปเปิดประตูให้เด็กหนุ่มเมื่อได้รับ อนุญาตจากคนด้านในแล้ว เปียวบอกขอบคุณคุณเลขาฯ ก่อนจะก้าวเข้าไป ในห้องดังกล่าว ชายหนุ ่ ม เจ้ า ของห้ อ งเมื่ อ แรกที่ ไ ด้ รั บ รายงานว่ า มี เ ด็ ก หนุ ่ ม นาม ปฏิญญามาขอพบก็ออกจะแปลกใจอยู่ไม่น้อยว่าตนเองรู้จักเด็กคนนี้ด้วย หรือ แต่พอได้รับรายงานต่อมาว่าเป็นบุตรชายคนรองของบริษัทรับเหมา พฤทธาการกรุ๊ป ถึงได้รู้ว่าเด็กคนนั้นมาหาเขาด้วยจุดประสงค์ใด ก็ดูเป็นคน มุ่งมั่นดี ทั้งที่เขาแกล้งให้นั่งรอนานสองนานยังไม่ถอดใจไปไหน หลังจากได้รับรายงานผ่านอินเตอร์โฟนจากเลขานุการสาวหน้าห้อง ชายหนุ่มก็เอ่ยอนุญาตให้เด็กคนนั้นเข้ามา เพียงประตูห้องท�ำงานเปิดออก


สายตาของเขาก็จับจ้องไปยังบุคคลที่ก้าวเข้ามาทันที ชายหนุ่มเจ้าของห้อง มองแขกที่มาหาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ากันเลย รูปร่างสูงปราดเปรียว ท่วงท่ามั่นใจเวลาก้าวเดินเข้ามาหาเขานั่นเรียกรอยยิ้มให้จุดบนริมฝีปาก หยักลึกได้ดีทีเดียว แอบเห็นแววแปลกใจในดวงตาวาวใสนั้น คงจะแปลกใจ ที่เขาไม่ได้แก่หง�ำเหงือกอย่างที่คิดไว้ล่ะสิ ก็คนที่พ่อเด็กคนนี้เห็นนั่นน่ะคือ ลูกน้องของเขาต่างหากล่ะ เปียวที่เดินเข้ามาในห้องท�ำงานของมิสเตอร์แอลคิ้วขมวดเล็กๆ เมื่อ เห็นคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะท�ำงานตัวใหญ่นั่นคือชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่แบบลูก ครึง่ ตะวันตก หน้าตาทีผ่ สมผสานระหว่างเอเชียกับตะวันตกได้อย่างพอเหมาะ พอเจาะ ดูอย่างไรอายุก็ไม่น่าจะถึงสี่สิบปีแม้แต่น้อย หรือเราจะเข้าห้องผิด? “คุณไม่ได้เข้าผิดห้องหรอกครับ ผมอลัน หรือที่ใครๆ รู้จักกันในนาม มิสเตอร์แอลครับ” เหมือนฝ่ายนั้นจะรู้ว่าเปียวคิดอะไรอยู่ถึงได้ตอบมาเสียตรงอย่างนั้น อลันหรือแอล เชื้อเชิญให้เด็กหนุ่มนั่งลงที่เก้าอี้นั่งด้านหน้าโต๊ะท�ำงานของ ตนเอง เลขานุการหน้าห้องน�ำน�้ำและของว่างมาให้ก่อนออกไปท�ำหน้าที่ ของตนเอง อลันจึงได้ถามจุดประสงค์ในการมาของเด็กหนุ่มในครั้งนี้ “ผมมีเรื่องอยากจะเจรจากับคุณสักหน่อย มิสเตอร์แอล” อลันยิ้มมุมปากเมื่อเด็กหนุ่มเปิดประเด็นทันทีที่เขาเปิดโอกาสให้พูด ใจร้อนจริงนะเจ้าหนู “ผมว่า ก่อนที่เราจะคุยกันนี่ เราน่าจะท�ำความรู้จักกันก่อนนะครับ หรือคุณว่ายังไง?” ชายหนุ่มตัวโตเลิกคิ้วถาม เอนกายนั่งสบายๆ มองเด็กหนุ่มตรงหน้า ไปด้วย สีหน้าของเจ้าหนูนี่ไม่ค่อยจะปิดอะไรได้สักเท่าไหร่เลย หัวคิ้วของ เปียวขมวดมุ่น คนนี้แค่แกล้งท�ำเป็นไม่รู้จักเขาหรือไม่รู้จักจริงๆ ไหนพ่อ บอกว่าคนๆ นี้ถูกใจเขาจนต้องการให้ไปอยู่ด้วยไม่ใช่หรือ เปียวขยับนั่งหลัง ตรง ก่อนจะเอ่ยแนะน�ำตัวตามมารยาท “ผม ปฏิญญา ลูกชายของคุณพรต พฤทธาการ เจ้าของบริษัทที่คุณ จะเข้าไปเทคโอเวอร์”

9


10

“อ้อ! ครับ ไม่ทราบว่าลูกชายเจ้าของบริษทั มีธรุ ะอะไรกับผมหรือครับ?” ค�ำแนะน�ำตัวที่ตรงและฉะฉานท�ำให้อลันพอใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็ยังคง กวนเด็กหนุ่มตรงหน้าอยู่ “ผมต้องการตกลงกับคุณใหม่ เรื่องหนี้ที่เราติดค้างคุณ เราจะหามา ใช้คนื แน่ แต่ขอ้ ตกลงทีว่ า่ ผมต้องมาอยูก่ บั คุณนัน้ ผมขอให้คณ ุ พิจารณาใหม่” เปียวพูดอย่างจริงจังทุกค�ำ เน้นย�้ำชัดเจนถึงเจตนารมณ์ที่ตนเองมา ณ ที่ แห่งนี้ “หือ? คุณจะมาอยู่กับผมหรือเด็กน้อย?” อลันเลิกคิ้วแปลกใจอีกครั้ง นี่คงมีการตกลงนอกรอบกันระหว่างนายพรตกับลูกน้องของเขาสินะ “ผมว่าคุณก็ยังไม่แก่ถึงขั้นจะหลงๆ ลืมๆ นะ” เปียวแอบจิกกัดเล็กๆ น้อยๆ “เมื่อกี้คุณบอกว่าชื่ออะไรนะเด็กน้อย?” “ปฏิญญา...ครับ” เด็กหนุ่มบอกชื่อตนเองอีกครั้งอย่างเสียมิได้ เกือบจะไม่ใส่ค�ำลงท้าย แล้ว แต่เห็นสายตาดุมองมาจึงจ�ำต้องรักษามารยาทกันหน่อย อลันลุกขึ้น จากเก้าอี้ท�ำงานแล้วเดินอ้อมโต๊ะมาส�ำรวจเด็กหนุ่มอย่างถี่ถ้วน แต่มันเป็น การกระท�ำที่จ้วงจาบหยาบคายมากในสายตาของเปียว “อืม ดูภายนอกแล้วก็พอใช้ได้ ไม่ผอมจนเกินไปนัก เวลากอดกระดูก คงไม่ทิ่มให้เจ็บ” อลันกอดอกลูบคางมองเด็กหนุ่มราวประเมินพ่อม้าชั้นดี “นี่คุณ!” เด็กหนุ่มเหมือนโดนตบหน้าอย่างรุนแรงกับค�ำวิจารณ์ที่ชาย คนนี้มีให้ ขยับลุกจากเก้าอี้นั่งมาเผชิญหน้าทันที “แต่ภายในยังต้องพิสูจน์นะเจ้าหนู” อลันยังคงเอ่ยเนิบช้า ไม่ได้เต้นไปกับท่าทางฉุนเฉียวของเด็กน้อยตรง หน้า ทั้งยังคลายแขนที่กอดอกไปเกี่ยวเอวของเด็กหนุ่มเข้ามาหาอย่างเร็วไว “อ๊ะ!!” “คิดจะมาต่อกรกับราชสีห์ เตรียมใจมาดีรึยังที่จะถูกขย�้ำ!” “อื้อออ”


อลันยืน่ หน้าเข้าไปใกล้ทา่ ทางคุกคาม ริมฝีปากเฉีย่ วเป้าหมายไปเพียง น้อยนิดเมื่อเจ้าของหันหลบ เปียวยกมือกันริมฝีปากที่ใกล้เข้ามาแล้วหลับตา ปี๋ อลันถอยกลับก่อนเปลี่ยนเป้าหมายมางับที่ใบหูบาง ร่างในอ้อมแขนสะดุ้ง เฮือกหันมามองหน้าคนท�ำอย่างตกใจ เปิดโอกาสให้ชายหนุ่มตัวโตกดริม ฝีปากจูบลงไปอย่างถนัดถนี่ เด็กหนุ่มตาโตด้วยความตกใจ เม้มปากแน่นไม่ ยอมให้รกุ ล�ำ้ มือหนาทีก่ อดเกีย่ วเอวบางลูบลงไปก่อนจะบีบสะโพกหนัน่ แน่น เบาๆ ท�ำให้เปียวเผลอร้องอุทาน อลันสบโอกาสสอดปลายลิน้ เข้าไปเลาะเล็มในโพรงปาก ดูดดุนลิน้ เล็ก หยอกเย้า ก่อนจะเปลี่ยนเป็นดูดดื่มและร้อนแรงมากขึ้นจนเปียวแทบส�ำลัก ลมหายใจ มือเรียวที่ตั้งท่าผลักดันในคราแรกกลับวางนิ่งบนอกหนา ขยุ้มก�ำ เนื้อผ้าจนยับย่นเมื่อชายหนุ่มตัวโตน�ำพาให้ลอยละล่องไปตามรสจูบที่แสน แรงร้อน เมื่ออลันถอนจูบร่างเด็กหนุ่มก็อ่อนระทวยซวนซบอยู่ในอ้อมแขน แข็งแรง ชายหนุม่ ก้มลงกดจูบส่งท้ายหนักๆอีกครัง้ ก่อนจะปล่อยให้เปียวเป็น อิสระจริงๆ “หวานใช้ได้...ผ่าน” กระซิบบอกข้างหู หน้าตาเจ้าเล่ห์ เปียวหน้าร้อนวูบกับค�ำพูดนั้น มือ ผลักอลันออกห่างอย่างเจ็บใจ อลันเพียงยกยิ้มมุมปากดังเคย ก่อนจะพูด กับเด็กน้อยที่ใช้หลังมือเช็ดปากอย่างไม่เกรงใจคนจูบอย่างตนเองสักนิด “นั่งรอที่โซฟาก่อนไหม เดี๋ยวผมเคลียร์งานเสร็จแล้วจะไปส่ง” “ไม่ ผมมาเองก็กลับเองได้” เปียวปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ท�ำหน้าไม่ถูกเมื่อสายตาคมของคนตัวโต มองริมฝีปากที่เจ่อบวมของตนเอง เด็กหนุ่มเม้มปากก่อนจะหันกลับเพื่อจะ ออกจากห้องนี้ไป แขนเรียวถูกคว้าเอาไว้ ก่อนที่น�้ำเสียงยั่วเย้ากวนอารมณ์ จะลอยมาหูให้หน้าร้อนขึ้นไปอีก “หวังว่าเราจะได้อยู่ด้วยกันในเร็ววัน” เปียวสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมแล้วตรงดิ่งออกไปจากห้องนี้ ในทันที นี่เขามาท�ำอะไรที่นี่ มาให้เขาลวนลามถึงที่เลยแบบนี้หรือ จะบ้า ตาย และที่เหนือกว่าอะไรทั้งหมด ท�ำไมเขาถึงไม่ได้รังเกียจต่อสัมผัสที่ได้รับ เลยล่ะ โอย ท่าจะแย่แล้วเปียว

11


อลันมองตามเด็กที่รีบออกจากห้องท�ำงานของตนเองอย่างเร็วไวแล้ว ยิ้มข�ำ ก่อนรอยยิ้มที่มีจะกลายเป็นความเคร่งขรึมเย็นชาในเวลาเพียงเสี้ยว วินาทีท่ีเด็กหนุ่มพ้นประตูห้องไป ชายหนุ่มตัวโตต่อโทรศัพท์หาลูกน้องคน สนิทก่อนจะสั่งการให้จัดการนายพรตกับคนที่ไปตกปากรับค�ำผ่อนปรนหนี้ สินของบริษัทพฤทธาการกรุ๊ปในชื่อของเขา เพียงเพื่อแลกกับเด็กหนุ่มแสน หวานคนนั้น แม้จะน่าสนใจอยู่ไม่น้อย แต่นั่นไม่ได้ท�ำให้เขาพอใจสักนิดหาก ลูกน้องคนนั้นจะได้เด็กปฏิญญานี่ไป

12

เปียวกลับมาบ้านในตอนเกือบค�่ำเพราะไปปรับอารมณ์ตนเองที่บ้าน เพื่อนก่อนกลับมา ไม่อยากเอาความรู้สึกแปลกประหลาดนั้นกลับมาบ้าน ด้วย โดยที่ไม่รู้ว่าบ้านก�ำลังวุ่นวายกันเพราะคิดว่าเด็กหนุ่มหนีไปแล้ว พอ กลับมาถึงมารดาอย่างนางวลัยก็ด่ากราดทันทีที่เห็นหน้า พี่ชายอย่างพงศกร รีบห้ามผูเ้ ป็นมารดาว่าเดีย๋ วแผนแตก เปียวบอกว่าไปคุยกับทางมิสเตอร์แอล มายิ่งท�ำให้โดนโวยเข้าไปอีก พี่ชายถามว่าเป็นอย่างไร เปียวจึงบอกไปว่าเขา ไม่ยอมยกเลิกยังยืนยันจะให้ไปอยู่กับเขาให้ได้ นายพรตเดินออกมาจากในตัวบ้านด้วยสีหน้าโกรธกรุ่น ก่อนจะเงื้อ ฝ่ามือตบหน้าลูกชายคนรองเสียงดังจนนางวลัยต้องยกมือปิดปากกันเสียง อุทานวี้ดว้ายของตนเอง ไม่เคยเห็นสามีตบตีนายเปียวมาก่อนเลยสักครั้ง “แกท�ำอะไรเปียว แกไปท�ำอะไรมา แกรู้ไหมว่าทางนั้นเขาเร่งรัดการ ใช้หนี้คืนมาเร็วขึ้นไปอีก เพราะแก เพราะแกเลยที่ไปท�ำให้เขาไม่พอใจ ไอ้ ลูกชั่ว!!” เปียวแทบไม่รับรู้ด้วยซ�้ำว่าบิดาตนพูดอะไรบ้าง มือเรียวกุมแก้มข้างที่ ถูกตบค้างอยู่แบบนั้น “ฉันจะส่งแกไปอยู่กับเขาให้เร็วที่สุด เตรียมตัวเอาไว้เลย!” นายพรตพูดจบเท่านั้นแล้วจะผละไป แต่เสียงของเปียวก็หยุดเขาเอา ไว้เสียก่อนที่จะได้ก้าวไปไหน “ผมเป็นลูกพ่อจริงๆ หรือเปล่า!”


เปียวตะโกนถามไล่หลังอย่างสิ้นสุดความอดทนทั้งหมดที่มีอยู่ ผู้เป็น บิดาหันมามองหน้าลูกชายช้าๆ ก่อนจะเอ่ยถามแทบเป็นตวาดกลับมาทั้ง สีหน้าที่โกรธกรุ่น “อะไรนะ เมื่อกี้แกว่ายังไงนะไอ้เปียว หา!!?” “พ่อท�ำเหมือนผมไม่ใช่ลูก ท�ำไมต้องผลักไสผมไปให้นายคนนั้นด้วย” เปียวยังร้องหาเหตุผลอย่างรวดร้าว ท�ำไมพ่อถึงสละเขาง่ายดายปานนี้ ถ้าคนๆ นั้นเจาะจงว่าต้องเป็นพีหรือพี่พงศ์บ้าง พ่อจะยอมให้ไปง่ายๆ แบบ นี้ไหม “นี่มันคือความอยู่รอดของบ้านเรานะเปียว ถ้าเกิดแกไม่อยากท�ำก็ได้ ก็รอดูหายนะที่จะเกิดกับครอบครัวเราแล้วกัน ไอ้เด็กอกตัญญู!!” เสียงตวาดก้องนั้นไม่เท่าถ้อยค�ำที่เอ่ยออกมา มันช่างท�ำร้ายเขาได้ มากมายนัก เขาคือคนอกตัญญูอย่างนั้นหรือ หากไม่ยอมท�ำตามสิ่งที่บิดา กับคนๆ นั้นต้องการ เขาจะกลายเป็นคนอกตัญญูสินะ เปียวมองตามผู้เป็น บิดาที่ฮึดฮัดออกไปแล้วก็ก้มหน้าลง มันรวดร้าวเหมือนน�้ำตาจะไหล แต่มัน ก็ไม่ไหลออกมาแม้สักหยด เขาจ�ำต้องยอมให้ผู้ชายคนนั้นเหยียบย�่ำศักดิ์ศรีจริงๆ น่ะหรือ?

13


wanmai