Issuu on Google+

Contents

Pablo Diego Jose Francisco de Paula Juan Nepomuceno Mar​í​a de los Remedios Cipriano de la Santí​sima Trinidad Martyr Patricio Clito Ruí​z y Picasso (25 ​ตุลาคม 1881 – 8 ​เมษายน 1973) ​เปนจ​ ิตรกร​เชื้อสายแอนดาลูเ​ ซียน-​ ส​แปนิช​ ​นอกจากนี้เขา​ยัง​เปน​ประติมากร​ และ​นั ก ​ว าด​เ ส น ​ด  ว ย ​ป  ค าส​โ ซนั บ​ เป น หนึ่ ง ใน​ศิ ล ป น ​ที่ ​มี ชื่ อ ​เ สี ย งในคริ ส ต​ ศตวรรษ​ที่ 20 ​และ​เปนที่​รูจัก​กัน ​ดีใน​ ฐานะ​ผู  ​ร  ว ม​ก  อ ตั้ ง ​ข บวนการ​ศิ ล ปะ​ คิวบิสม​(​ผลงาน​ศิลปะ​ที่ป​ ระกอบ​สรางขึ้น​ จาก​รู ป ทรง​เ รขาคณิ ต )​แ ละ​ลั ก ษณะ​ หลากหลาย​ส ​ไ ตล ที่ ​ร วมอยู  ใ น​ผ ลงาน​ ของเขา ใน​ทาม กลาง​ผลงาน​อัน​มีชื่อ​ เสียง​ของปคาสโซ​ นั้น ​ผลงาน​อันโดด​เดน​ คือ​ภาพ Les Demoiselles d’Avignon (1907) ​แ ละ​ภ าพ​เ ขี ย น​เ กี่ ย วกั บ ​ก าร​ที่​ เยอรมัน​ทิ้ง​ระ​เบิดที่​เมืองเกอนิกา​ ​ชวง​ ระหวาง​สงคราม​กลาง​เมือง​ส​แปนิช​ ​ในชื่อ​ ภาพ Guernica (1937)

Chiang Mai University

Faculty of Fine Arts

หนังสือ​พมิ พ​ขา ว​หอศิลป / ขาว​วจิ ติ รศิลป ฉบับที่ 3 พฤศจิกายน 2551

PICASSO

FINE ARTS

หนั ง สื อ พิ ม พ ข  า วหอศิ ล ป / ข า ววิ จ ิ ต รศิ ล ป ผลิ ต โดยคณะวิ จ ิ ต รศิ ล ป มหาวิ ท ยาลั ย เชี ย งใหม 50200

3 ฉบับที่สาม

PABLO PICASSO (1881-1973) วัย​เยาว​ของปคาส​โซ​ ปคาส​โซ​นอยไดแ​ สดงถึงท​ ักษะ​และ​ความ​สามารถ​มา​ตั้งแ​ ตว​ ัยเ​ ด็กใน​เรื่อง​ของ​การ​วาด​ เสน ​ตามที่แมข​ องเขา​เลาไว ​ชื่อท​ ี่เ​ ปนว​ ลีแรกๆ​ ของเขา​คือ “piz, piz”, ​เปนค​ ำยอข​ องคำ​ใน​ ภาษา​ส​เปนที่ห​ มายถึงด​ ินสอ (pencil). ​นับจาก​วัยเ​ พียง 7 ขวบ ปคาส​โซก็ไ​ ดรับก​ าร​ฝกฝน​ ทาง​ดาน​ศิลปะ​อยาง​เปนทางการ​แลวโดย​พอ​ของเขา ​ไมวา​จะ​เปนการ​วาด​ภาพคน ​และ​

PABLO PICASSO Editor’s Introduction พิพิธภัณฑศ​ ิลปะ​ของ​มหาวิทยาลัยพ​ริน​สตัน ภาพถายในบริบทของศิลปะ นิทรรศการประจำเดือน ตุลาคม-พฤศจิกายน 2551 ความ​เปนมา​เกี่ยวกับพ​ ิพิธภัณฑ​ศิลปะ RELATIONAL AESTHETICS

1 2 2 3 3 4 6

การ​วาด​ภาพสีน้ำมัน. พอ​ของเขา​เปน​ศิลปน​ที่​เขียนภาพแบบ​จารีต ​และ​เปน​ครู​สอน​ ศิลปะ​ทเี่​ชื่อว​ า การ​ฝกฝน​ทาง​ดาน​ศิลปะ​อยาง​เหมาะสม จ​ ะ​ตอง​คัดลอก​ผลงาน​ศิลปะ​ ของ​บรรดา​ปรมาจารย​ทั้ง​หลายอยาง​มี​วินัย ​และ​ตอง​ฝกหัดว​ าด​เสน​ภาพ​รางกาย​คน​ ทั้งตัวจ​ าก​หุนป​ ูนป​ ลาส​เตอร​​และแบบคนที่มชี​ ีวิต (​อาน​ตอหนา 3)

วัดปงสนุก คนตัวเล็กกับการอนุรักษ์ Arts Court Artist : อาจารย​พิศาล ทิพา​รัตน จิตรกรรม​วัด​มอน​ปู​ยักษ หัว​แม​หญิงล​ าน​นา เรียนประวัติศาสตรศิลป์ จากกำแพง ภาพจำลอง​วัด​ภูมินทร อุดมคติ​สามัญชน

7 9 11 11 11 12 12

คณะผูจัดทำ

บรรณาธิการบริหาร: สมเกียรติ ตั้งนโม. กองบรรณาธิการ: วรลัญจก บุญ​ยสุรัตน, ทิพวรรณ ทั่ง​มั่งมี​, ไชย​ณรงค วัฒนวรากุล​ , Sebastien Tayac, ชวลิต ดวง​ทวี, ฝายประสานงาน: วีระพันธ จัน​ทรหอม, สุวิทย คิดการงาน. ฝายการจัดการความรู: วีระพันธ จันทรหอม. ฝายศิลป: วรรณชัย วงษตะลา ถายภาพ: ธรณิศ กีรติ​ปาล พิสูจน์อักษร: นภด​ล สุคำ​วัง​, พร​พิศ เดชาวัฒน ฝายเผยแพร: จิตต​อารี​ย กนก​นิรันดร, ไชย​ณรงค วัฒนวรากุ​ล และพนักงานสายสนับสนุนสำนักงานคณะวิจิตรศิลป มหาวิทยาลัยเชียงใหม หนังสือพิมพขาวหอศิลป จัดทำขึ้นเพื่อเปนสื่อกลางระหวางกิจกรรมดานการศึกษาศิลปะ การวิจัย การบริการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ของคณะวิจิตรศิลป กับบุคคลและสถาบันภายนอกที่สนใจเรื่องคุณคาทางศิลปะและสุนทรียภาพ. ขาวและเนื้อหาขอมูล บทความทุกชนิดที่ปรากฏบนหนังสือพิมพนี้ ยินยอมสละลิขสิทธิ์ใหกับ สังคมไทย เพื่อประโยชนทางวิชาการ


Editor’s Introduction รศ.สมเกียรติ ตั้งนโม กระบวนการ​กลอมเกลา​ทางสังคม (socialization) หรือ “การ​ ทำใหเ​ ปนส​ ังคม” ใน​แตละ​ภูมิภาค​ของโลก ถือเปนส​ ิ่งส​ ำคัญใ​ น​การ​ กำหนด​ให​เยาวชน​ที่จะ​เติบ​โตขึ้น​มา​เปน​พลัง​ของ​สังคม​ใน​อนาคต​ วา​จะ​เปน​คน​เชนไร ทั้งนี้​ขึ้นอยู​กับ​สติปญญา​หรือ​วาทกรรม​นำ (hegemonic discourse) ของ​สังคม​นั้นๆ วา วางอยู​บน​ฐาน​คิด​ และ​กระบวน​ทรรศน​แบบ​ใด และ​มี​กลไก​การ​ปฏิบัติ​การ​ทำให​เปน​ รูปธรรม​ขึ้นม​ า​ไดอ​ ยางไร? ข อ ความ​ใ น​ย  อ หน า ​แ รก​นี้ ได ​ผุ ด ​ขึ้ น ​ม า​ใ นใจ​ข อง​ผู  เ ขี ย น เหตุเพราะ​ได​มี​โอกาส​รวม​เปดงาน​ศิลปกรรม​เด็ก​โลก ณ หอศิลป มหาวิทยาลัย​เชียงใหม กลาว​คือ เมื่อ​ตน​เดือน​ตุลาคม​ที่ผานมา หอศิลปไ​ ดม​ ีก​ าร​จัดแสดง​นิทรรศการ​ศิลปกรรม​เด็กโ​ ลก (โดย​มูลนิธ​ิ ยุวพัฒน) ซึ่ง​ได​รวบรวม​และ​นำเสนอ​ผล​งานศิลปะ​เด็ก​จาก​ทุก​มุม​ โลก​ไม​นอยกวา​หนึ่งพัน​ชิ้น ภัณฑารักษ​ศิลปะ (curator) เด็ก​ปนี้ (ผศ.สม​พร รอด​บุญ วจศ.มช.) ได​จัด​หมวดหมู​ผลงาน​เด็ก​จำนวน​ มาก โดย​การ​จัดแ​ บง​เปน​หมวดหมู​แตละ​ประเทศ ทำใหเ​ ห็นภาพ​ชัด​ วา… เมื่อ​ตอน​เปน​เด็ก เรา​ตาง​เริ่มตน​ที่​คุณภาพ​ทาง​ศิลปะ​ที่​เทาๆ กัน แตกตาง​เพียงแค​เนื้อหา​และ​บริบทแวดลอม​ของ​สังคม​เทานั้น เด็กเ​ อเชีย ยุโรป และ​อเมริกา ไมวา จ​ ะ​มาจาก​บงั คลา​เทศ อินโดนีเซีย จีน ไทย อังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย ฯลฯ ตาง​นำเสนอ​ผลงาน​และ​ รูปแบบ​การ​เขียน​ภาพ​ที่​สะทอน​สิ่ง​ใกล​ตัวอยาง​อิสระ​คลายคลึง​กัน ฝ ​ไ ม ​ล ายมื อ ​ห รื อ ​สี ​สั น ก็ ​ไ ม ​แ ตกต า งกั น ​ม าก​นั ก คำ​ถ าม​คื อ หลังจากนั้น ทำไม​บาง​ประเทศ​จึง​เดินทาง​ไปถึง​ดวงดาว บาง​ ประเทศ​จึง​มี​ความ​เชี่ยวชาญ​ดาน​เทคโนโลยี​และอิ​เล็กท​รอนิกส สวน​บาง​ประเทศ​ยังคงมีช​ ีวิตเ​ หมือนเดิม กระบวนการ​ก ล อ มเกลา​ท างสั ง คม เริ่ ม ต น ​จ าก​บ  า น วั ด โรงเรียน สื่อ สถาบันท​ าง​การเมือง และ​องคประกอบ​ธรรมชาติอ​ ื่นๆ ลวน​เปน​จักรกล​ใหญ​ใน​การ​ผลิต​คน​ของ​สังคม กระบวนการ​ทำให​ เปน​สังคม​เหลานี้​ได​คลอด​ผลผลิต​ของ​ตน​ออกมา​ตาม​แนวคิด​และ​ ปรัชญา​หลัก​ของ​สังคม และ​ปน​แตง​ประชากร​ขึ้น​มา​ให​มี​อุปนิสัย​ ใจคอ ความ​เชื่อ และ​โลก​ทัศน​ที่​ผิดแผก​จากกัน ในดาน​หนึ่ง​สิ่ง​ เหลานี้​คือ​ความ​งดงาม​ใน​ความ​หลากหลาย สวนใน​อีก​ดาน​หนึ่ง​ สะทอน​ถึง​ความ​ยากจน และ​เปน​คน​ไร​สิทธิ์​โดย​ไมคิด​ทวงถาม, ทำไม​ถึง​เปน​เชนนั้น? งานศิลปะ​เด็ก​โลก​ครั้งนี้​ฉุด​ให​เรา​ฉุกคิด​ใน​ เชิงปฏิ​กิริยา และ​กลับมา​ทบทวน​วา “เรา​จะ​นำพา​ปจจุบัน​ไปสู​ อนาคต​อยางไร?” มหาวิทยาลัย​เชียงใหม(มหาวิทยาลัย​ใน​กำกับ) โดย​การนำ​ ของ​อธิการบดี ศ.ดร.​พงษ​ศักดิ์ อั​งก​สิทธิ์ มี​นโยบาย​ที่จะ​ทำให​ มหา​วิทยาลัย​ใหญ​ใน​ภาคเหนือ​นี้​ มุงสู​การ​เปน World Class University มีก​ าร​ชี้ชวน​และ​ใหต​ ระหนักถึงบ​ ริบท​โลก​ทีเ่​ ปลี่ยนแปลง​ ไป(change) และ​องคาพยพ​ของ​สถาบัน​นี้​ทุก​สวน​ตอง​มองเห็น​ ความ​สำคัญ​ของ​การ​เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้​ตอง​ทำกัน​อยาง​รวดเร็ว เขมขน และ​รักษา​ระดับ​ความ​แรง​และ​เร็ว​นี้​อยาง​มั่นคง (Hit first, Hit fast, Hit hard and keep to Hit) เพื่อไ​ ปถึงม​ าตรฐาน​ดังกลาว​ และ​ยังคงอัตล​ ักษณข​ อง​ตน​ได ดวย​นโยบาย​เชนนี้ คณะ​วิจิตรศิลป​ ใน​ฐานะ​สวนหนึ่งข​ อง​องคประกอบ​ใหญข​ อง​สถาบัน รวมถึงห​ อศิลป​ ที่อยูใ​ น​การ​ดูแล จึงม​ ุงเ​ ปลี่ยนแปลง​และ​นำเสนอ​กิจกร���ม​ที่ต​ น​ถนัด​ ขึ้น​มา​ตอบรับ​อยาง​สอดคลอง โดย​การ​ริเริ่ม​กิจกรรม​ใหมๆ ใน​การ​ เสริมสราง​บรรยากาศ​ของ​ความ​เปลี่ยนแปลง เริ่มจาก​จิตรกรรม​ฝาผนัง​ขนาดใหญ​ขนาด 15 เมตร 2 ภาพ. ภาพ​แรก​เปนการ​จำลอง​จิตรกรรม​ฝาผนัง​วัด​ภูมินทร จังหวัด​นาน เพื่อต​ ั้งหลัก​วาเ​ รา​มีร​ ากเหงาแ​ ละอัตล​ ักษณข​ อง​ตน​เชนไร สวน​ภาพ​ ที่สอง​เปนการ​รวบรวม​ผลงาน​ปรมาจารย​ทาง​ดาน​ศิลปะ​ตะวันตก มา​จัด ​องคป ระกอบ​ไว​ใน​ภาพ​เดียวกัน เพื่อ ​สะทอน​วา ​เรา​เดิน​ ทางผาน​เสนทาง​อะไร​มา​บาง (ดูภ​ าพประกอบ​และ​คำ​บรรยาย​หนา​ หลัง)และ​มา​จบ​ดวย​ภาพลอ “I think therefore I am“ (an artist) ใน​ฐานะ​ปจเจก​ศิลปน. คำ​กลาว​นี้​ถือ​เปนหลัก​ไมล​แรก​ของ​การ​ เปลี่ยน​ผาน​จาก​ยุคศ​ รัทธา(ใน​ศาสนา)ไปสูย​ ุคแ​ หงเ​ หตุผล (the age of Reason) (วิทยาศาสตร) ใน​โลก​ตะวันตก เพื่อ​ตองการ​ให​ นักศึกษา​ศิลปะ​ตระหนัก​วา เมื่อ​ฉัน​เริ่ม​คิด ฉัน​จึง​มี​อยู(อยาง​ มีความหมาย-ใน​ฐานะ​ศิลปนค​ น​หนึ่ง) ใน​หวง​ของ​การ​เปลี่ยน​ผาน ทั้งหมด​ที่ก​ ลาว​มา คณะ​วิจิตรศิลป ใน​ฐานะ​กลไก​หนึ่งข​ อง​การ​ ประกอบ​ส ร า ง​ท างสัง คม​ที่​ต ระหนัก ถึง ​สิ่ง ​เหลา นี้ ดัง นั้น​เ รา​จึ ง​ สงเสริม​ศิลปะ​ให​กับ​เยาวชน โดย​มี​การ​เปด​อบรม​ศิลปะ​เด็ก​ขึ้น​ เปนประจำ​ทุกปใ​ น​ชวง​ปดภ​ าคเรียน (ทั้งภ​ าค​กลาง​และ​ภาค​ปลาย) เพื่อ​สงเสริม​ให​เด็ก​ได​แสดงออก​อยางอิสระ ได​ระบาย​ถายทอด​สิ่ง​ที​่ ตน​รู เขาใจ และ​อยาก​ทำให​ปรากฏ ออกมา​เปน​ภาษา​ภาพ (non verbal) แทน​ภาษาพูด (verbal). นอกจากนี้ ยังไ​ ดม​ กี​ าร​จัดป​ ระกวด​ ศิลปกรรม​เยาวชน 17 จังหวัด​ภาคเหนือ โดย​ไดรับ​การ​สนับสนุน​ จาก ปตท.ซึ่ง​ปนี้​ถือเปน​ครั้ง​ที่ 9 แลว ใน​หัวขอ”หยุด​โลก​รอน​เพื่อ​ อนาคต” (จัดการ​ประกวด​วันที่ 8 พฤศจิกายน 2551) ใน​สวน​ของ​ขาว​หอศิลป​และ​ขาว​วิจิตรศิลป ฉบับ​ที่ 3 นี้ ทาง​ กอง​บรรณาธิการ​ได​คัดสรร​บทความ​มา​นำเสนอ​โดย​เรียงลำดับ​ หัวขอ​ให​สอดคลองกับ​นโยบายฯ ดัง​ตอไปนี้ เริ่มตน​ดวย การ​ ทำความ​รูจัก​กับ “ศิลปะ​ภาพถาย” ซึ่ง​เปนของ​โครงการ​จัดตั้ง” สาขา​ภาพถาย”สมัยใหม ที่​เรง​ดำเนินการ​จะ​เปด​ให​มี​การ​เรียน​การ​

2

Arts November 2008

Princeton พิพิธ​ภัณฑ​ศิลปะ​ของ​มหาวิทยาลัยพ​รินส​ ตัน กองบรรณาธิการ ทำความ​รูจัก​กับ​มหาวิทยาลัยพ​รินส​ตัน โดย​สังเขป มหาวิ ท ยาลั ย พ​ริ น ส ​ตั น (Princeton University) เป น​ มหาวิทยาลัยเ​ อกชน​ทีม่​ ุงท​ าง​ดาน​งานวิจัย ซึ่งม​ นี​ ักศึกษา​ชาย​ หญิง​เรียน​รวมกัน สถาบัน​อุดมศึกษา​แหงนี้​เปนหนึ่ง​ใน​แปด​ มหาวิทยาลัย​ที่​จัด​อยู​ใน​กลุม Ivy League (*) แตเดิม​ไดรับ​ การ​กอ​ตั้งขึ้นท​ ี่ Elizabeth, New Jersey, ใน​ป ค.ศ.1746 ใน​ ฐานะ​ที่​เปน​วิทยาลัย The College of New Jersey, ตอมา​ได​ มี​การ​ยาย​สถาน​ที่ตั้ง​ไปยัง Princeton ใน​ป ค.ศ.1756 และ​ เปลี่ยน​ชื่อใ​ หมเ​ ปนม​ หาวิทยาลัยพ​รินสต​ ัน ใน​ป ค.ศ.1896. (*)The Ivy League is an athletic conference comprising eight private institutions of higher education located in the Northeastern United States. The term is now most commonly used to refer to those eight schools considered as a group. The term has connotations of academic excellence, selectivity in admissions, and a reputation for social elitism. มหาวิทยาลัยพ​รินส​ตัน​คือ​สถาบัน​อุดมศึกษา​ลำดับที่ 4 ใน​สหรัฐอเมริกา​ที่​มี​ชั้นเรียน​ มหาวิทยาลัย​แหงนี้​ไมเคย​มี​ ความ​เกี่ยว​พันทาง​ดาน​ศาสนา​อยาง​เปนทางการ ซึ่งน​ ับวาห​ า​ ยากมาก​ทามกลาง​มหาวิทยาลัย​ตางๆ ของ​อเมริกัน​ใน​ยุค​ เดียวกัน แต​อยางไร​ก็ตาม มี​ครั้งหนึ่ง​ซึ่ง​มหาวิทยาลัย​แหงนี้​ ได​ผูกพัน​อยาง​ใกล​ชิดกับ​ศาสนาคริสต​นิกายเพร​สไบ​ที​เรียน แต​ทุกวันนี้พ​รินส​ตัน​ถือเปน​มหาวิทยาลัย​ที่​ไม​สังกัด​นิกาย​ ศาสนา​ใด และ​ไมเ​ รียกรอง​ตองการ​เรื่อง​ทาง​ศาสนา​กับบ​ รรดา​ นักศึกษา โดย​จารีต มหาวิทยาลัยพ​รินส​ตัน​จะ​เพง​ความ​สนใจ​ไป​ที​่ การ​ศึกษา​ระดับ​ปริญญาตรี​และ​งานวิจัย​ทางวิชาการ แมวา​ ไม​กี่​ทศวรรษ​ที่​เพิ่ง​ผานมา​นี้ สถาบัน​แหงนี้​ได​ให​ความ​เอาใจ​ ใสใน​การ​ศึกษา​ระดับ​บัณฑิต​ศึกษา และ​ได​มี​การ​เรียน​การ​ สอน​ร ะดั บ ​ม หาบั ณ ฑิ ต ​แ ละ​โ ครงการ​ดุ ษ ฎี บั ณ ฑิ ต ​อ ย า ง​ หลากหลาย​สาขาวิชา. หองสมุด​ของ​มหาวิทยาลัยพ​รินส​ตัน​ ได​ครอบครอง​หนังสือ​ตำรา​ราว 6 ลาน​เลม ทามกลาง​คณะ​ วิชา​และ​หนวยงาน​ตางๆ ใน​มหาวิทยาลัย, สำนัก​วิจัย​ตางๆ อยาง​เชน มานุษยวิทยา, ภูมิ​ฟสิกส(geophysics), กีฏวิทยา, และ​หุนยนต​ศาสตร ขณะ​ที่​แคมปส Forrestal Campus มี​ ความ​เชี่ยวชาญ​และ​ความ​สะดวกสบาย​ตางๆ ใน​การ​ศึกษา​ เกี่ยวกับพ​ ลาสมา​ฟสิกส และอุต​ ิน​ ิยม​วิทยา องคกร​ตางๆ ใน​มหาวิทยาลัยพ​รินส​ตัน มหาวิทยาลัยพ​รินสต​ ัน​จัด​อยู​ใน​ทามกลาง​มหาวิทยาลัย​ ตางๆ ที่ม​ ีค​ วาม​ร่ำรวย​ที่สุด ดวย​เงินบ​ ริจาค​ถึง 15.8 พัน​ลาน​ เหรียญ​สหรัฐฯ ซึ่ง​เมื่อ​จัด​ลำดับ​แลว​ถือวา​ใหญ​ที่สุด​เปน​ อันดับ 4 ใน​สหรัฐอเมริกา เมื่อ​ดู​จาก​เงิน​บริจาค​เทียบกับ​ จำนวน​นักศึกษา มหาวิทยาลัยพ​รินส​ตัน​ถือวา​เปน​สถาบัน​ อุดมศึกษา​ที่​ได​รับเงิน​บริจาค​มาก​ที่สุด​ใน​โลก. อันนี้​เปนไป​ อยาง​มั่นคง​โดย​ผาน​การ​บริจาค​ตอเนื่อง​ของ​บรรดา​ศิษยเกา และ​ไดรับก​ าร​ธำรงรักษา​โดย​บรรดา​ที่ปรึกษา​การ​ลงทุนต​ างๆ. ความ​มั่งคั่ง​อื่นๆ ของพ​รินส​ตัน​ก็​คือ​การ​ลงทุน​ใน​พิพิธภัณฑ​ ศิลปะ​ของ​มหาวิทยาลัย ซึ่ง​ได​มี​การ​สะสม​ภาพ​ผล​งานศิลปะ​ ของ Claude Monet และ Andy Warhol, ทามกลาง​บรรดา​ ศิลปนท​ ี่โ​ ดดเดนค​ น​อื่นๆ

สอน​ใน​ตนป​ การศึกษา 2552 นี้. ถัดม​ า​เปนการ​แนะนำ​ใหร​ ูจักก​ ับ​พิพิธภัณฑศ​ ิลปะ​ ของ​มหาวิทยาลัยพ​รินส​ตัน สหรัฐอเมริกา อัน​ถือวา​เปน​หอศิลป​ใน​สถาบัน​ อุดมศึกษา​ที่​ดี​ติดอันดับ​โลก, ตอมา​เปน​บทความ​เกี่ยวกับ​ความรู​ศิลปะ​หลัง​ สมัยใหม ใน​หัวขอ Relational Art ซึ่ง​ถือวา​เปน​แนวคิด​และ​นิยาม​ใหม​ของ​ วงการศิลปะ. หนา​หลัง​เปนเรื่อง​เกี่ยวกับ​คอ​ลัมนประจำ​ซึ่ง​เปนการ​แนะนำ​ศิลปน​ อาวุโส ฉบับ​นี้​เปนเรื่อง​ของ อาจารยพิศาล ทิพา​รัตน เขียน​โดย เทพ​ศิริ สุข​โสภา พรอมทั้ง​การ​นำเสนอ​ผลงานวิจัย​ทาง​ดาน​ศิลปะ​และ​กิจกรรม​ลาน​วัฒนธรรม​ตางๆ รวมทั้งง​ าน​ที่เ​ กี่ยวของ​กับศ​ ิลปะ​จำนวน​มาก​ภายใตก​ าร​ดูแ​ ล​ของ​คณะ​วิจิตรศิลป เรื่องราว​ทั้งหลาย​ที่​ปรากฏ​อยู​ใน​หนังสือ​พิมพ​ขาว​หอศิลป / ขาว​วิจิตรศิลป ตั้งแต​ฉบับ​ที่ 3-5 นี้ ไดรับ​การ​ตีพิมพ​และ​เผยแพร​สู​สาธารณชน​ได ก็​ดวย​การ​ สนับสนุน​แตเพียง​ผูเดียว​โดย”การ​ไฟฟา​ฝาย​ผลิต แหง​ประเทศ​ไทย” (โดย​ไมมีผล​ ผูกพันห​ รือก​ าร​แทรกแซง​ทางวิชาการ​ใดๆ) ทาง​คณะ​วิจิตรศิลป จึงข​ อ​ขอบพระ​คุณ​ มา ณ โอกาสนี้

พิพิธภัณฑ​ศิลปะ​ของ​มหาวิทยาลัยพ​ริน​สตัน ประวัติ​ความ​เปนมา ส ำ ห รั บ ​ก า ร ​ก  อ ตั ว ​ข อ ง ​พิ พิ ธ ภั ณ ฑ  ​ศิ ล ป ะ ​ข อ ง​ มหาวิทยาลัย พ​ริน​สตัน เริ่มขึ้น​จาก​ป ค.ศ.1880 อธิการบดี James McCosh (อธิการบดี​คน​ที่ ๑๑ ของ​มหาวิทยาลัย พ​รินสตัน สหรัฐอเมริกา) ไดม​ อบหมายให William C. Prime (รอง​อธิการบดี​มหาวิทยาลัย​เดียวกัน ซึ่ง​สนใจใน​ประวัติ​ ศาสตรศ​ ิลปะ และ​ทำการ​สอน​มา​ตั้งแตป​  1843) และ​นายพล George McClellan เพื่อท​ ำ​รายงาน​ตอค​ ณะกรรมการ​จัดการ​ ทรัพยสิน ใน​การ​กอตั้งภ​ าควิชา​ศิลปะ William C. Prime มี​ความ​เชื่อมั่น​อยาง​เต็ม​ที่วา ผล​ งานศิลปะ​ที่เ​ ปน​ของแท​ดั้งเดิม คือ​แกนสาร​สำคัญ​ใน​การ​สอน​ วิชา​ประวัติ​ศาสตร​ศิลป และ​ดวย​เหตุ​ดังนั้น พิพิธภัณฑ​ศิลปะ​ ควร​ไ ด รั บ ​ก าร​ก  อ ตั ว ​ขึ้ น ​ใ น​ก าร​เ เป น ​ตั ว ต อ ​ห รื อ ​เ ชื่ อ ม​ สัมพันธกับ​ภาควิชา​ศิลปะ​และ​โบราณคดี โดย​การ​เพิ่มเติม​ การ​สราง​พิพิธภัณฑศ​ ิลปะ​นี้ ดวย​การ​ทำใหม​ ั่นใจ​วา การ​เก็บ​ สะสม​เกี่ยวกับ​เครื่อง​ปน​ดินเผา​และ​เครื่อง​ลายคราม​ของ​เขา​ จะ​ตอง​ไดรับ​การ​เก็บรักษา​เอา​ไว​ใน​อาคาร​ที่​ทนไฟ​อ ยาง​ สมบูรณ. (อาน​ตอหนา 10)


ภาพถายในบริบทของศิลปะ กอง​บรรณาธิการ

Photography การ​ถายภาพ จาก Website http://en.wikipedia.org/wiki/Photography การ​ถายภาพ ​เปน​ขั้นตอน​และ​ศิลปะในการ​บันทึกภาพ ​สำหรับ​ คำวา “ภาพถาย” ​มีความหมาย​วาการ​จัดการ​กับ​แสงสวาง​ดวย​สื่อ​ที่มี​ ความไว​แสง ​เชน ​ฟลม ​หรือ ​อุปกรณร​ ับแสงประ​เภทอิเ​ ล็ก​ทรอนิกส​โดย​ แสงสวาง​ตามปกติจ​ ะ​เกิดจ​ าก​การ​สะทอน​จาก​วัตถุ ​หรือก​ ารกำ​เนิดแ​ สง​

PHOTO Faculty of Fine Arts Chiang Mai University

จาก​วัตถุเอง ทำ​ใหเ​ กิดภ​ าพ​ขึ้นมาไดโดย​การ​เปลี่ยน​แปลง​คุณสมบัตขิ​ อง​ สารประกอบ​ที่มคี​ วามไว​แสง(ซิลเ​ วอรฮา​ไลด)​ ใน​สื่อร​ ับแสง ห​ รืออ​ ุปกรณ​ สื่อ​อิ​เล็ก​ทรอนิคส​ ใน​ระยะ​เวลา​หนึ่ง​ตามที่​กำหนด จาก​การ​ที่แสง​ผาน​ จาก​เลนซก​ถายภาพ ใน​อุปกรณ​ที่เรา​รูจัก​กันดี​คือ “​กลองถายภาพ”​ นั่นเอง ​ซึ่ง​จะ​สามารถ​เก็บ​ขอมูลภาพ​เหลานี้ ​ทั้งในรูปแบบ​ของ​สาร​เคมี​ ที่มีการ​เปลี่ยน​แปลงไป​หรือในรูปแบบ​สัญญาณ​อิ​เล็ก​ทรอนิก​ส​ การ​ ถายภาพ​นั้นใชประ​โยชนได​หลายหลาก ​ไมวา​จะ​เปน​ดาน​ธุรกิจ, ​ดาน​ วิทยาศาสตร, ด​ าน​ศิลปะ แ​ ละ​ในดาน​ความ​บันเ​ ทิงใจ​ คำว า Photography ​เ ดิ ม ​ม าจาก​ภ าษา​ฝ รั่ ง เศส​คื อ ​ค ำว า Photographie ​ซึ่ง​แทจริง​แลว​มาจาก​ภาษากรีก ของคำวา phos​ หมายถึง แสง ​และ graphis แปล​วา ​รูปราง​ลักษณะ​หรือ​การ​วาดภาพ​ ลาย​เสน ​เมื่อ​รวมกัน​แลวแปล​วา “การ​วาดภาพ​ดวยแสง” ​ผลิตผล​ที่ได​ จาก​ก าร​ถ  า ยภาพ มั ก ​ไ ด รั บ ​ก าร​เ รี ย กขาน​ว  า Photograph ​ห รื อ “​ภาพถาย” น​ ิยม​เรียก​สั้นๆ​ ​วา “ภาพ”, “รูป” ห​ รือ “Photo”

​ประวัติศาสตรข​ อง​การ​ถายภาพ

การ​ถายภาพ​นั้น​เกิด​จาก​การ​ผสมผสาน​กัน​ระหวาง​เทคนิค​ตางๆ​​ เพื่อใชในการ​คนควา ​กอนที่​ภาพ​ถายภาพแรกจะถูก​สรางขึ้น ​กลาวคือ Ibn al - Haytham ​หรือ Alhazen ​ค​.ศ​. 965 -1040 ได​คิดคน​ กลองถายภาพ​ที่เ​ กิดจ​ าก​การ​สะทอน​ภาพ​ผาน​กระจก ​เรียกวา camera obscura (​ดู​ภาพประกอบ) โดย​การ​เจาะ​รู​เล็ก​ๆ​ ที่​ผนังหองใหแสง​ผาน​ เขามา​ตก​กระทบ​ที่​กระจก ​แลว​ฉาย​ภาพ​ไปยัง​ฉาก​รับ​ภาพ​ซึ่ง​เปน​ กระดาษ ​และ​ตอมาไดมีการ​คิดคน​กลอง​รู​เข็ม (Pinhole camera)​ ขึ้นมา ​จากนั้น ​อัล​เบอร​ตัส​ แมกนัส​ (Albertus Magnus) ค​.ศ​. 11931280 ได​คนพบ​สารซิล​เวอร​ไน​เตรต​ ​ภายหลัง​ตอมา​จอรจ​ ฟาบริ​เซียส​ (George Fabricius) ได​คนพบ​สารซิลเ​ วอรคลอไรด​​และ แด​เนียล​​บาร​ บา​โร​ (Daniel Barbaro) ได​อธิบาย​ถึง​เรื่อง​ของไดอะ​แฟรม​. ในป​ ค​.ศ​ .1568 วิลเ​ ฮลม​ฮอม​เบิรก​(Wilhelm Homberg) ได​อธิบาย​ถึงก​ าร​ที่แสง​ สามารถ​ทำ​ให​สารประกอบ​บางชนิด​เปลี่ยน​เปน​สีดำได ​ซึ่ง​เรียกวา​ ปฏิกิริยาโฟ​โต​เคมิคอล​ (Photochemical effect) ในป​ ค​.ศ​. 1694 ใน​ หนังสือ Giphantie ของ Tiphagne de la Roche ได​กลาวถึง​ความ​ หมาย​ของ​สิ่งท​ ี่เ​ รียกวา การ​ถายภาพ การ​ถายภาพ​ในดาน​ของ​ขั้น​ตอนที่​สามารถ​ใชงาน​ไดจริง ​ตอง​ ยอนกลับไป​ในยุค 1820 ยุค​ของ​การ​พัฒนาการ​ถายภาพ​ดวย​สาร​เคมี​ ภาพถาย​ที่​สามารถ​เก็บ​บันทึกได​แนนอนใบ​แรก​นั้น ถูก​สรางขึ้นในป​ ค​.ศ​.1826 โดย​นัก​ประดิษฐ​ชาว​ฝรั่งเศ​สนาม​วา Nicephore Niepce​ อยางไร​ก็ตาม ภาพใบ​แรก​นี้​ตองใช​เวลาในการ​เปดรับแสง​ถึง 8 ​ชั่วโมง​ จากนั้ น เขา​จึ ง​พยายาม​ห า​วิ ธี ก าร​ใ หม โดย​ท ำงาน​ร  ว มกั บ Louis Dagurre โดยไดใชส​ ารประกอบ​ซิลเ​ วอร​ ที่ Johann Heinrich Schultz​ คนพบในป​ ค​.ศ​. 1724 ​ซึ่ง​พบวา ​สารประกอบ​ซิล​เวอร​และ​ชอลก​ สามารถ​เปลี่ยน​เปนส​ ีดำไดเ​ มื่อท​ ำปฏิกิริยา​กับแ​ สงสวาง ต​ อมา​จึงม​ ีการ​ พัฒนา​รูปแบบ​การ​ถายภาพ​ที่​พวกเขาได​รวมกัน​สราง​ขึ้นมา ที่​เรียกวา

Daguerreotype ในป​1837. ซ​ ึ่งก​ าร​ถายภาพ​วิธน​ี ี้ ไดถ​ ูกน​ ำมาใช​ ทางการคา​เปนค​ รั้งแรก ขณะ​เดียวกัน Hercules Florence ได​คิดคน​วิธีการ​ที่​ใกล​ เคียง​กัน​นี้​ขึ้นมาในป​ ค​.ศ​.1832 ​เรียกวา Photographie ​และ William Fox Tablot ได​คนพบ​วิธีการแกไ​ ขปญหา​การ​ถายภาพ​ ดวย​สารซิล​เวอร​ ​แต​ก็ปด​เงียบไว ​หลังจากที่​อาน​ผลงาน​การ​ คิดคน​ของ Daguerre ​ซึ่ง Tablot ​สามารถ​ลด​ระยะ​เวลา​ของ​ ขั้ น ตอน​ก าร​ถ  า ยภาพ​บุ ค คล ​ด  ว ย​ส ารประกอบ​ซิ ล ​เ วอร ​ไ ด​ จากนั้นในป​ ค​.ศ​. 1840 Tablot ได​คิดคน​วิธีการ​ถายภาพแบบ Calotype ​ขึ้น โดยใช​สารประกอบ Silver iodide ​เคลือบ​บน​ แผนกระดาษ ท​ ำ​ใหเ​ กิดก​ าร​ถายภาพแบบเนกาทีฟข​ ึ้น ใน​เวลา​ตอมา John Herschel ได​สราง​สวนผสม​ตางๆ​​ เพื่อใชใน​กรรมวิธี​ใหม​ของเขา​ที่​เรียกวา ​วิธี cyanotype ​ทำ​ให​ ภาพ​ที่ได​ดวย​วิธี​นี้ มี​สีน้ำ​เงิน ​ซึ่งใน​ปจจุบัน​เรียกวา Blueprint​ นับวาเขา​เปน​คน​แรก​ที่ใชคำวา Photography, negative ​และ positive ​ซึ่งเขาได​คิดคน​สารโซ​เดียม​ไท​โอซัล​เฟต​ในการทำ​ ละลาย​สารประกอบ​ซิล​เวอรฮา​ไลด​ ในป​ 1819 ​และได​บอก Tablot ​และ Daguerre ​เรื่อง​วิธีการแกไข​ภาพถาย​และ​ทำ​ให​ ภาพถ า ย​นั้ น ​ค งทน ​ซึ่ ง เขาได ​ส ร า ง​ภ าพถ า ยเนกาที ฟ บน​ กระจกในป​ 1839. ​เวลา​ตอมาใน​เดือนมีนาคม ​ป​ ค​.ศ​.1851, Frederick Scott Archer ไดเผย​แพร​การ​คนพบ​ของเขา

“The Chemist” บน​แผน​กระจก​เปยก​ที่​ถายภาพ​ขึ้น​ดวย​วิธี Collodion โดยใชส​ ารประกอบไน​โตร​เซลลูโ​ ลสทีล่​ ะลายใน​ตัวทำละลาย​ที่ระ​เหย​ไดเ​ ร็ว​ เชน ​อี​เทอร​หรือ​อะซีโตน​ โดย​วิธี​นี้​สามารถใช​ระยะ​เวลาในการ​ถายภาพ​ที่​ สั้น​กวาแบบ​เดิม ​ซึ่งในกาล​ตอมา​เปน​วิธีการ​ที่​นิยมใช​กัน​มาก​ในชวง ​ค​.ศ​. 1852 ​และ 1880 ใ​ นชวง​ตอมา เ​ มื่อแ​ ผนเพลท​แหงม​ ีการ​คิดคนข​ ึ้น ไดมีการ​แบงชนิดข​ อง Collodion ​เปน​อีก 3 แบบ​คือ Ambrotype (ภาพ Positive บน​กระจก) , Ferrotype (ภาพ Positive บน​โลหะ) (อานตอหนา 4)

นิทรรศการประจำเดือน ตุลาคม-พฤศจิกายน 2551 ​

เดือน

นิทรรศการ

พื้นที่

OCTOBER 2008

12

1 – 31 ต.ค.51

รักษ​สิ่งแวดลอม​ความ​พอเพียง

ชั้น 1 ดานหลัง

13

6 - 31 ต.ค. 51

ศิลปะเด็กโลก

ชั้น 1 ​ดานหนา

14

11 – 18 ต.ค.51

งานวิปัสสนากรรมฐาน (กำหนดการนี้​อาจมี​การเปลี่ยนแปลง)

หอง​เล็ก ชั้น 1

15

23 ต.ค. – 23 พ.ย. 51

งาน​คณาจารย ภ​ าควิชา​ภาพพิมพฯ คณะ​วิจิตร​ศิลป มช.

หอง​เล็กและ​ชั้น 2 ทั้งหมด

16

1 - 25 พ.ย.51

ปูนปน​แหง​ประเทศ​ไทย

ชั้น 1 ​ดานหลัง

17

6 -25 พ.ย. 51

งาน​ศิลปกรรม​แหงชาติ ครั้ง​ที่ 54

ชั้น 1 ​ดานหนา

18

24 พ.ย. – 25 ธ.ค. 51

More to Love the art of traveling together โครงการ Art Aids Traveling

ชั้น 2 ดานหนาและ​ดานหลัง

19

1-26 ธ.ค. 51

นิทรรศการศิลปกรรม ปตท.ครั้งที่ 23

ชั้น 1 ดานหนาและ​ดานหลัง

20

10 ม.ค. 52

งานศิลปะ​กับ​ชุมชน เนื่อง​ใน​วัน​เด็ก​แหงชาติ 2552

บริเวณ​ดานนอก​หอ​นิทรรศการฯ

NOVEMBER 2008

Arts November 2008

3


ภาพถายในบริบทของศิลปะ ตอจากหนา 3 และ​ภาพเนกาทีฟที่​พิมพ​ลงบน​กระดาษ​ที่​เคลือบ​เกลือ​หรือ​ ไขขาว ​ซึ่ง​การ​ถายภาพ​นั้นไดมีการ​พัฒนา​มา​เรื่อย​ๆ​ ​จนกระทั่ง ไดมีการ​คิดคน​ฟลมถายภาพ​ขึ้น ​เพื่อใชแทนเพลท​สำหรับ​ถายภาพ ในป​ค​.ศ​. 1884, จอรจ​อีสทแ​ มน (George Eastman) ไดมีการ​ พัฒนาเทค​โน​โลยีที่ใชใน​กลองถายรูปแบบ​ฟลมใน​ปจจุบัน แ​ ละในป​ ค​.ศ​. 1908 กา​เบรียล​ ลิปแ​ มน (Gabriel Lippman) ​ไดรับร​ างวัลโน​ เบล​ ใน​สาขา​ฟสิกส ​ดวย​การ​ผลิต​ภาพถาย​สี​ บน​แผน​กระจก​ที่​ เคลือบ​สาร​เคมีไว ที่เ​ รียกวา Lippman plate

การ​ถายภาพในรูปแบบ​ของ​งานศิลปะ

ในคริสต​ศตวรรษ​ที่ 20 ​ทั้ง​ภาพถาย​ที่​เปน​ศิลปะ​และ​ภาพถาย​ สารคดี ได ​เ ป น ที่ ย อมรั บ ใน​ข อบข า ย​ง านศิ ล ปะ​ข องคนที่ ใ ช​ ภาษาอังกฤษ​ทัว่ โลก แ​ ละ​ระบบ​หอศิลปใน​สหรัฐอ​ เ​ม​รกิ า ซ​ ึง่ ช​ า งภาพ​ หลาย​คน​อยาง Alfred Stieglitz, Edward Steichen, John Szarkowski, F.Holland Day ​และ Edward Weston ใช​เวลาใน​ ชีวิต​ของ​พวกเขาในการ​ถายภาพ​เพื่อใช​เปน​งานศิลปะ โดย​เริ่มแรก​ นั้น ​ศิลปน​ที่​สรางสรรค​ภาพถายให​เปน​งานศิลปะ ​มักจะ​นิยม​ ถ า ยภาพให มี ​ลั ก ษณะ​ใ กล ​เ คี ย ง​กั บ ​ภ าพวาด การ​ถ  า ยภาพใน​ ลักษณะ​นี้เ​ รียกวา Pictorialism โดย​การใชซอฟทโ​ ฟกัสเ​ พื่อใหภ​ าพ​ ออกมาในรูปล​ ักษณะ​คลาย​กับ​ความ​ฝนแ​ ละ​ดูโ​ ร​แมนติก​ ​ตอมา เว​สตัน ​และ แอน​เซล​ อดัม ​(Ansel Adam)​และ​ชาง​ ภาพคน​อื่นๆ​ ​ ไดก​ อตั้งก​ ลุมข​ องตน​ขึ้นมา​ชื่อ f/64 ​เพื่อส​ นับสนุนก​ าร​ ถายภาพแบบ​ตรงๆ​ ​หรือ “Straight photography” ​ภาพถาย​ ที่ไดจะมี​ลักษณะ​เปนตัว​ของ​มันเอง ​ซึ่ง​จะ​ไม​เปนการ​เลียนแบบ​สิ่ง​ อื่ น ใด​ ​ค วาม​ง าม​ข อง​ภ าพถ า ย​นั้ น ​เ ป น ​สิ่ ง ​ที่ ​ส ามารถ​น ำ​ไ ป​ พูดคุยกันไดโดย​ทั่วไป​ โดย​เฉพาะใน​วงการศิลปะ ​ศิลปน​ทั้งหลาย​ ที่ถก​เถียง​กันใน​เรื่อง​ที่​เกี่ยวกับ​ภาพถาย​นั้น ​เปน​เพราะวา​ภาพถาย​ เปนการ​สรางสรรคภ​ าพ​ขึ้นมา​ใหม ​และ​เมื่อภ​ าพถาย​เปนง​ านศิลปะ​ ขึ้นมา​แลว จึงต​ อง​มีการ​นิยาม​ความ​หมาย​ของ​งาน​นั้น ​เพื่อใหท​ ราบ​ ถึง​สิ่งท​ ี่ศ​ ิลปนต​ อง​การสื่อสาร​ออก​มาจาก​ภาพถาย โดย Clive Bell (นัก​สุนทรี​ยศา​สตร​) ได​เขียนไวใน​บทความ​ ของเขา​เรื่อง “รูป​ที่​มีความหมาย” ​นั้น โดย​การแยกแยะ​สิ่ง​ที่​เปน​ ศิลปะ​ออกจาก​สิ่งท​ ี่ไมเ​ ปนศ​ ิลปะ​วา ​อยาง​นอยที่สุด ​ภาพถาย​ที่เ​ ปน​ ศิลปะ “​จะ​ตอ ง​มค​ี ณ ุ สมบัตอ​ิ ยาง​นอ ย 1 อ​ ยาง ทีส​่ ิง่ ซ​ ึง่ ไมใชภ​ าพถาย​ ศิลปะ ​จะ​ไม​สามารถ​มี​คุณสมบัติ​นั้น​อยู. ​คำถาม​ตอมา​เปน​เรื่อง อะ​ไ ร​คื อ ​คุ ณ ภาพ​ข อง​ศิ ล ปะ​ภ าพถ า ย? ​แ ละ​คุ ณ ภาพ​ร  ว มกั น​ อะ​ไรที่ไดทำ​ใหเรามี​อารมณ​อัน​สวยสด​งดงาม? ​คุณภาพ​อะ​ไร​ที่จะ​ ทำ​ใหเรา​รูสึก​เหมือนกัน? ​ยกตัวอยาง​เชน ​ผลงาน Sophia and the windows at Chartres, ​รูปปน​ของ​เม็ก​ซิกัน, ​ถวยชาม​ของ​ชาวเปอร​เซีย​, งาน​ ชิ้นเอก​ของ Poussin, Piero della Francesca ​และ Cenzanne ​ซึ่ง​ ผลงาน​เหลานี้​มี​เพียง​คำตอบ​เดียว​ที่​เปนไป​ได ​นั่น​คือ มัน​บรรจุ​ รูปทรง​ที่​มีความหมาย ใน​แตละ​เสน​และ​สีที่​ผสมผสาน​กันใน​หลาย​ ลักษณะ​ทตี​่ า งกัน รูปแบบ​ทแี​่ นนอน​และ​ความ​สมั พันธกนั ข​ อง​รปู ทรง​ ที่จะ​กอใหเ​ กิดค​ วามรูสึก​ทาง​ดาน​สุนทรียภาพ” ภาพประกอบ Camera Obscura

​Designed by : Faculty of Fine Arts Chiang Mai University

4

Arts November 2008

ART M

ความ​เปนมา​เกี่ยวกับพ​ ิพิธภัณฑ​ศิลปะ กอง​บรรณาธิการ

หอง​แสดง​งานศิลปะ หรือ​พิพิธภัณฑ​ศิลปะ​ใน​โลก​ตะวันตก คือ​พื้นที่​สำหรับ​จัด​นิทรรศการ​ศิลปะ ปกติ​แลว​เปน​ผลงาน​ทาง​ดาน​ ทัศนศิลป ยกตัวอยาง​เชน งาน​จิตรกรรม ประติมากรรม และ​ภาพพิมพ แต​อยางไร​ก็ตาม งาน​ภาพถาย ภาพประกอบ และ​ผล​งานศิลปะ​ แบบ​ติดตั้ง​ที่​เรียกวา installation art และ​วัตถุ​ตางๆ ทาง​ดาน​งาน​ประยุกต​ศิลป อาจ​ไดรับ​การนำ​ออก​แสดง​เชน​เดียวกัน แมวา​โดย​ทางการ​ แลว พิพิธภัณฑ​ศิลปะ จะ​ให​ความ​เอาใจใส​ตอ​การ​จัด​เตรียม​พื้นที่​เพื่อ​นำเสนอ​ผลงาน​ทาง​ทัศนศิลป แต​บางครั้ง ก็​ถูก​ใช​เปน​สถาน​ที่รองรับ​ กิจกรรม​ทาง​ดาน​ศิลปะ​อื่นๆ ดวย อยาง​เชน การ​แสดงดนตรี หรือก​ าร​อาน​บทกวี เปนตน ประเภท​ของ​หอง​แสดง​งานศิลปะ (Types of galleries) ศัพท​คำ​นี้​ถูก​ใช​ทั้ง​ใน​สวน​ของ​หอง​แสดง​งานศิลปะ​ที่​เปน​สาธารณะ (public galleries) เชน พิพิธภัณฑ​ตางๆ เพื่อ​แสดงผล​งานศิลปะ​ สะสม​ทีไ่​ ดรับก​ าร​เลือกสรร และ​หอง​แสดง​งานศิลปะ​สวนตัว (private galleries) ซึ่งห​ มายถึงธ​ ุรกิจก​ าร​ขาย​งานศิลปะ แตอ​ ยางไร​ก็ตาม หอง​ แสดง​งาน​ทั้งสอง​ประเภท อาจ​ใชเ​ปนพื้นท​ ี่รองรับน​ ิทรรศการ​ชั่วคราว และ​รวมถึง​ผล​งานศิลปะ​ที่ห​ ยิบยืมม​ าก​จาก​ที่อื่นๆ ได หอง​แสดง​งานศิลปะ​ใน​พิพิธภัณฑ (Galleries in Museums) หอง​ตางๆ ใน​พิพิธภัณฑ​ซึ่ง​ถูก​จัดให​แสดงผล​งานศิลปะ​แก​สาธารณชน บอยครั้ง​มัก​หมาย​รวมถึง​หอง​แสดง​งาน​ตางๆ ที่​ถูก​อุทิศ​ให​ กับผ​ ล​งานศิลปะ​ใน​ยุคอ​ ียิปตโ​ บราณ ซึ่งเ​รียกวา หอง​อียิปต (Egypt Gallery) เปนต​ ัวอยาง หอง​แสดง​งาน​ศิลปกรรม​รวมสมัย (Contemporary Art Gallery) ศัพทค​ ำ​วา contemporary art gallery (หอง​แสดง​งาน​ศิลปกรรม​รวมสมัย) ปกติแ​ ลว ใน​โลก​ตะวันตก​หมายถึง หอง​แสดงผล​งานศิลปะ​ สวนตัวท​ ีเ่​นนใ​ น​เรื่อง​การ​พาณิชย หอง​แสดง​ภาพ​เหลานี้ไ​ ดรับก​ าร​สรางขึ้นร​ วมอยูใ​ น​กลุม ณ ศูนยกลาง​ของ​เมือง​ขนาดใหญ ยกตัวอยาง​เชน The Chelsea district ของ​มหานคร​นิว​ยอรค ไดรับ​การ​พิจารณา​ใน​ฐานะ​ที่​เปน​ศูนยกลาง​ของ​ศิลปกรรม​รวมสมัย​โลก. สวนใน​ชุมชน​ ขนาดเล็ก อาจ​มีห​ อง​แสดง​งานศิลปะ​ทำนอง​นี้เ​ชนกัน อันเปนส​ ถานที่พ​ บปะ​ชุมนุมกันข​ อง​บรรดา​ศิลปนท​ ั้งหลาย โดย​ปกติแ​ ลว หอง​แสดง​งาน​ศิลปกรรม​รวมสมัย จะ​เปดใ​ หผ​ ูคน​เขาช​ ม​โดย​ไมเ​ก็บค​ าบริการ​ใดๆ แตอ​ ยางไร​ก็ตาม บาง​สถานทีก​่ เ็​ปนห​ อง​ แสดง​งานศิลปะ​กึ่ง​สวนตัว. หอง​แสดงผล​งานศิลปะ​เหลานี้​มี​วิธีการ​ทำกำไร​ดวย​การ​ลดราคา​ผล​งานศิลปะ บางครั้ง 25-50 เปอรเซ็นต. นอกจากนีย้​ ังมีห​ อง​แสดงผล​งานศิลปะ​จำนวน​มาก​ทีม่​ ิไดท​ ำ​เพื่อห​ วังผ​ ลกำไร เพียง​เปนห​ อง​รวบรวม​และ​แสดง​งานศิลปะ บาง​หอง​แสดง​ภาพ​ ผล​งานศิลปะ​ใน​เมืองใหญๆ อยาง โตเกียว จะ​เก็บ​คา​เขา​ชม​จาก​ศิลปน​ทั้งหลาย​ดวย​อัตรา​ตายตัว​ตลอด​ทั้งวัน แม​วาการ​ทำ​เชนนี้​จะ​ไม​เปน​ ที่พึงพอใจ​ใน​ตลาด​ศิลปะ​ตางๆ ระดับ​นานาชาติ​ก็ตาม. หอง​แสดง​งานศิลปะ บอยครั้ง​จะ​แขวน​งานศิลปะ​ของ​ศิลปน​แสดง​เดี่ยว สวน​ ภัณฑารักษม​ ักจะ​นำเสนอ​ผลงาน​แสดง​ของ​ศิลปนเ​ปนกลุมๆ ซึ่งบ​ รรดา​ศิลปนเ​หลานั้นไ​ ดพ​ ูดถึงบ​ างสิ่งบ​ างอยาง​ใน​แนวทาง​เดียวกัน งาน​ทัศนศิลป​ที่​ไม​นิยม​นำเสนอ​ใน​หอง​แสดง​งานศิลปะ (Visual art not shown in a gallery) ผลงาน​บน​กระดาษ อยาง​เชน งาน​วาดเสน และ​งาน​ภาพพิมพ​ของ​บรรดา​ศิลปน​ระดับ​ปรมาจารย ปกติ​แลวจะ​ไม​ถูก​เลือก​โดย​ ภัณฑารักษท​ ั้งหลาย​ใหจ​ ัดแสดง ดวย​เหตุผล​เกี่ยวกับก​ าร​อนุรักษ และ​ผลงาน​ทกี่​ ลาว​ถึงเ​หลานี้ จะ​มกี​ าร​สะสม​และ​จัดแสดง​ใน​หอง​ภาพพิมพ​ ใน​พิพิธภัณฑ​ตางๆ อยู​แลว. และ​โดย​ทั่วไป งาน​จิตรกรรม​ฝาผนัง​ยังคง​ไดรับ​การ​เขียน​อยู แมวา​จำนวน​มาก​ของ​ผลงาน​ประเภท​นี้​จะ​ไดรับ​ การ​เคลื่อน​ยาย​ไปยัง​หอง​แสดง​ภาพ​ตางๆ รูปแบบ​อัน​หลากหลาย​ของ​ผลงาน​ใน​คริสตศตวรรษ​ที่ 20 ตัวอยาง​เชน land art (ศิลปะ​ที่​ สรางสรรคข​ ึ้นบ​ น​พื้นดิน) และ performance art (ศิลปะ​การ​แสดง​ที่​แสดง​โดย​ศิลปน – ไมใช​โดย​นัก​แสดง) ปกติ​แลว จะ​ถูก​นำเสนอ​อยู​นอก​ หอง​แสดงผล​งานศิลปะ นอก​จากที่ก​ ลาว​มาแลวน​ ี้ ยังมีส​ ถานที่แ​ สดงผล​งานศิลปะ เรียกวา “สวน​ประติมากรรม” (sculpture garden or sculpture park), ซึ่ง​ นำ​เสนองาน​ประติมากรรม​ทีน่​ อก​ตัวอาคาร ผลงาน​ประติมากรรม​แบบ​ติดตั้ง (Sculpture installation) ปจจุบันด​ ูเหมือนจะ​ไดรับค​ วาม​นิยม​ สูง และ​มีก​ าร​นำเสนอ​เพียง​ชั่วคราว​ระหวาง​การ​แสดง​นิทรรศการ​คลาย​กับ​งาน​เฉลิมฉลอง​ตางๆ

ลูกทุง​วิจิตรศิลป

ทา​เตน​แปลกๆ แตง​ตัวประหลาดๆ เสียงรอง​เหนอๆ เหลานี้​คือ​เอกลักษณ​ของ”ลูกทุง​วิจิตรศิลป” ที่​บรรดา​นักศึกษา​ทุก​ชั้นป รวมทั้ง​ บรรดา​ศิษยเกา​และ​คณาจารยค​ ณะ​วิจิตรศิลป ได​มา​ชวยกันส​ ราง​ความ​บันเทิง​ใหก​ ับ​สังคม​ตามทีต่​ น”ไมถนัด แตส​ รางสรรค” กิจกรรม​นี้​ เนื่องจาก​ไมใช​เรื่อง​ที่​ตน​ร่ำเรียน​มา จึงม​ ี​การ​ซักซอม​กัน​อยาง​หนัก ทั้งก​ าร​เลียนแบบ​เงา​เสียง​ของ​อดีต​ลูกทุง​คน​ดัง การ​ตระเตรียม​ใน​เรื่อง​ ฉาก​และ​เสื้อผา รวมถึง​ชุด​การ​แสดง​ตางๆ หลาย​เดือนกอน​วัน​งาน แมวา​จะ​ไม​ลงทุน​เปน​ลาน แต​ความ​ทุมเท​แบบ​สุดๆ ทีม่​ ี​รวมกัน ระหวาง​ ครู​อาจารย นักศึกษา ศิษยเกา กลาว​ได​วา​มคี​ า​เกิน​คำ​บรรยาย กิจกรรม​นี้​เปนการ​ฝกปรือ​ให​รูจักท​ ำงาน​รวมกัน รูจักแ​ กปญหา​เฉพาะหนา อันไ​ หน​ที่​แก​ได​ดวย​ตรรกะ ก็​แก​กัน​ไป สวน​อะไร​ที่​แกไข​ไมไดด​ วย​หลัก​เหตุผล (ฟา​ฝน​ไม​เปนใจ) ก็ต​ อง​จุดธ​ ูป​กัน. นับไ​ ด​วา​ลูกทุง​วิจิตรศิลป​ ป 51 นี้ (1 พฤศจิกายน) ทำให​หลาย​ฝาย​สะบักสะบอม​กัน​ไป แตอ​ ยางไร​ก็ตาม บัตร​ลูกทุง​ขาย​หมด​กอน​งาน​ไปแลว​กวา​สอง​สัปดาห ทำให​ พอ​มี​กำไร และ​เงิน​เหลือ​จาก​กิจกรรม​หลัง​คาใ​ ชจาย​นี้ ทีมล​ ูกทุง​วิจิตรศิลป มีโ​ ครงการ​ที่จะ​สราง​หอง​ดนตรีแ​ ละ​ซื้อ​เครื่องดนตรี เพื่อ​การ​ เตรียม​งาน​ที่​ยิ่งใหญ​ตอไป​ใน​อีก 2 ป​ขางหนา ​หวัง​วา​คงจะ​ได​พบกันอ​ ีก


MUSEUM ปา​โบล​ปคาส​โซ​

ตอจากหนา 1

ค​ รอบครัวข​ องปคาส​โซ​ไดย​ ายไป​อยูที่ La coruna ในป​ค​.ศ​.1891 ซ​ ึ่ง​ ที่นั่น พอ​ของเขา​ไดรับ​ตำ​แหนง​ศาสตราจารย​และ​ทำการ​สอน​อยูที่​ สถาบัน​ศิลปะ พวกเขา​ใชชีวิต​อยู​ที่นั่น​ราว 4 ป​. ​ในชวง​ที่​พำนัก​อยู​ ที่นั่น พอ​ของเขา​คนพบ​วา งาน​จิตรกรรม​ภาพส​เก็ตซรูป​นกพิราบ​ ของ​บุตรชาย​เหนือกวา​ฝมือ​ของเขา โดยสัง​เกต​อยาง​ถี่ถวน​ในดาน​ เทคนิค​ของ​ลูกชาย เขา​รูสึกวา​ปคาส​โซ​ในวัย 13 ขวบได​ล้ำหนาไป​ กวาเขา​มาก ​และ​ดวย​เหตุ​ดังนั้น เขา​จึง​ปฏิญาณตน​เลิก​เขียนรูป​อีก​ ตอไป​ ​เขา​ศึกษาใน​โรง​เรียน​ศิลปะ ในป​ ค​.ศ​.1895 ​นองสาว​วัย 7 ขวบ​ของปคาส​โซ​, Conchita ถึ ง แก ​ก รรม​ด  ว ยโรค​ค อตี บ ​ซึ่ ง ​เ ป น ​เ หตุ ก ารณ ​ที่ ไ ด ​ส ร า ง​ค วาม​ เจ็บปวดรวดราว​ตอจ​ ิตใจ​แกปคาส​โซ​เปนอันมาก ​จากนั้นค​ รอบครัว​ ก็​ได​ยายไป​อยูที่​บาร​gเ เซ​ โลนา​ (Barcelona), พอ​ของเขา​ไดงาน​ที่​ สถาบัน​สอน​ศิลปะ ใ​ นขณะที่ป​ คาส​โซ​เจริญเ​ ติบโต​ใน​เมือง​ใหญ​นี้ ซ​ ึ่ง​ เปน​หวง​ที่เขาตก​อยูใน​ภาวะ​เศราโศก​และ​การหวนหา​อดีต​อันมี​ ความ​สุข​เกี่ยวกับ​บาน​เดิม​ของตน​ พอ​ของเขาได​โนมนาวให​บรรดา​ เจาหนาที่​ยินยอมให​บุตรชาย​เขา​สอบใน​ชั้น​เรียน ​ซึ่ง​ปกติ​แลว​ กระบวนการ​นี้ น​ ักศึกษา​ตองใชเ​ วลา​ประมาณ​หนึ่งเ​ ดือน แ​ ตป​ คาสโซ​ ใช ​เ วลา​เ พี ย งแค ​สั ป ดาห ​เ ดี ย ว​เ ท า นั้ น ​ค ณะกรรมการ​รู  สึ ก​ ประทับใจมาก​และ​ยินยอม​รับปคาส​โซ​ให​เขา​เรียน ​ซึ่ง​ขณะนั้นเขา​ อายุเ​ พียง 13 ป​ เ​ ทานั้น ​ปคาส​โซ​ใน​ฐานะ​นักศึกษา ​แต​ขาด​เสีย​ซึ่ง​วินัย ​อยางไร​ก็ตาม เขาได​สราง​มิตรภาพเอาไว​มาก​ซึ่ง​มีผลกับ​ชีวิต​ของเขา​ตอมาใน​ ภายหลัง พอ​ของเขาได​เชา​หอง​เล็ก​ๆ​ ใหแกเขา​หอง​หนึ่ง​ซึ่งไมไกล​ จาก​บาน ​ดังนั้นป​ คาส​โซ​จึงส​ ามารถ​ทำงานไดล​ ำพังต​ น​โดย​ไมมีใคร​ รบกวน พอ​ของเขา​ยังคง​จับตาเขา​ตลอด​เวลา คอย​วิพากษวิจารณ​ งาน​วาด​เสนข​ องเขา ท​ ั้งคูต​ าง​ถก​เถียง​กัน​อยู​เสมอ ลุง​และ​พอ​ของปคาส​โซ​ตัดสินใจ​ที่จะ​สงเขา ใน​ฐานะ​ศิลปน​รุน​ เยาวไ​ ปยังแมดริด​ที่ Royal Academy of San Fernando, ​ซึ่งถ​ ือวา​ เปนโรง​เรียน​สอน​ศิลปะ​ที่​กาวหนาข​ องประ​เทศ. ในป​1897 ปคาส​โซ​ อายุได 16 ป​ ​และ​เริ่ม​ออก​เดินทาง​ดวย​ตัวเอง ​กระนั้นก็ตาม การ​ ยอมรับได​ยาก​ของเขา​ตอ​ระบบ​การ​เรียน​การ​สอน​อยาง​เปนทางการ​

ทำ​ใหเขา​ยุติ​การ​เขา​ชั้น​เรียน​หลังจาก​ลงทะ​เบียน ​แต​อยางไร​ก็ตาม แมดริด​ได​สราง​ความ​สน​ใจ​ใหใน​หลาย​ๆ​ ​ดาน ​อาทิ​เชน ​ผลงาน​ จิตรกรรม The Prado housed paintings โดย​ศิลปน​ที่​นานับถือ​ อยาง Diego Velazquez, Francisco Goya, ​และ Francisco Zurbaran. โดย​เฉพาะ​อยาง​ยิ่ง ​ปคาส​โซ​ชื่นชมใน​ผลงาน​ของ El Greco; ​ไมวาจ​ ะ​เปนป​ จจัยอ​ งคประกอบ​ตางๆ​ ​อยางแขน ขา​ ​ลำตัว​ ที่​ยืดออก, ​สีสัน​ที่​ดึงดูด​ความ​สน​ใจ​, ​ลักษณะ​ใบหนา​ที่ดู​ลึกลับ ที่​ ตอมาไดส​ ะทอน​อยูในภาพ​ผลงาน​ของปคาส​โซ​ ​ชีวิต​สวนตัว​ของปคาส​โซ​ (Personal life) ​หลังจาก​เรียน​ศิลปะ​ที่แมดริด​ ปคาส​โซ​ได​เดินทาง​ไปยัง​กรุง​ ปารีส​ครั้งแรกในป​ ค​.ศ​.1900 ​ซึ่ง​ชวง​เวลา​ดังกลาว ​ปารีส​ถือ​เปน​ เมืองหลวง​ทาง​ดาน​ศิลปะ​ของยุ​โรป​. ณ ที่​นั้น เขาไดพบกับ​เพื่อน​ที่​ เปน​ชาว​ปารีส นัก​หนังสือพิมพ​และ​กวี นาม Max Jacob, ​ซึ่ง​ชวย​ ปคาส​โซ​เรียนรูด​ าน​ภาษา​และ​วรรณกรรม ใน​ไมชาพ​ วกเขาก็แ​ บงปน​ หอง​เชาในอพารท​เมนท​แหง​หนึ่ง. แม็กซนอนใน​ตอนกลางคืน​ ขณะที่ป​ คาส​โซนอน​ตอนกลางวัน ​และ​ทำงานใน​ตอนกลางคืน. ​หวง​ เวลา​ดั ง กล า ว​เ ป น ช ว ง​ที่ ​ย ากจน​ข  น ​แ ค น ​อ ย า ง​สุ ด ๆ​ สภาพ​ อากาศหนาว​เย็น​และ​สิ้นหวัง. ​ผลงาน​ของปคาส​โซ​จำนวน​มากได​ ถูกเผา​เพื่อแลก​กับค​ วาม​อบอุนใน​หอง​เล็ก​ๆ​ แมดริด​ในป​ 1901 ​นั้น ​เปน​ปที่ปคาส​โซ​และ​เพื่อน​ซึ่ง​ฝกใฝ​ แนวคิด​อนาธิป​ไตย​ นาม​วา Francisco de Así​s Soler ได​กอตั้ง​ นิตยสาร Arte Joven (Young Art), ​ซึ่งไดมีการ​ตีพิมพ​ออกมา 5��� ฉบับ. Soler ​ทำหนาที่ ​เปน​คนหา​บทความ​มาลง​ ​สวน​ปคาส​โซ​ ทำหนาที่​เขียน​ภาพประกอบ​นิตยสาร ​สวน​ใหญ​เปน​รูป​การตูน​ที่ดู​ ขึงขัง ​ซึ่ง​บงถึง​และ​แสดง​ความเห็นอก​เห็นใจ​ภาวะ​ของ​ผู​ยากไร​ นับจาก​วัน​เวลานั้น เขา​เริ่ม​เซ็นชื่อ​ผลงาน​ของตน​เอง​วา Picasso​ เฉยๆ​, ​ขณะที่ก​ อนหนานี้ เขาจะ​ลงชื่อในภาพ​เขียน​วา Pablo Ruiz y Picasso. ​ชีวิต​รัก ​และ​การตก​เปนจ​ ำ​เลยข​โมยภาพโมนาลิซา​ ​ในชวง​ตนคริสต​ศตวรรษ​ที่ 20 ปคาส​โซ​ได​แบง​เวลา​ของเขา​ ระหวาง​บารเซ​โลนา​และ​ปารีส. ในป​1904 ​ในชวง​ระหวางกลาง​ของ​ ความ​โกลาหล เขาไดพบกับ Fernande Olivier, ​ศิลปนโบฮีเ​ มียน​ ​ซึ่ง​

ตอมา​กลาย​เปน​ภรรยาลับ ภาพ​ของ Olivier ​ปรากฏ​อยูใน​ผลงาน​ จิตรกรรม​ยุค​กุหลาบ (Rose period paintings) ของเขา. ​หลังจาก​ ประสบ​กับ​ความ​มีชื่อเ​ สียง​และ​โชคลาภ ​ปคาส​โซ​ไดละจากโอลิเ​ วียร​ ไปสู Marcelle Humbert, ซ​ ึ่งเขา​มักจะ​เรียกเธอ​วา Eva. ปคาส​โซ​ได​ ประกาศ​ถึง​ความ​รักข​ องเขา​ที่มีตออีวา​ ในงาน​คิวบิสมหลาย​ๆ​ ภาพ​ ของตน​ ใน​ปารีส, ป​ คาส​โซ​รับรองแขก​ซึ่งเ​ ปนเ​ พื่อน​กลุมเ​ ล็กๆ​ ​ที่โดด​เดน​ และ​สน​ใจ​เรื่อง​เดียวกัน​ในที่​พัก Montmartre ​และ Montparnasse​ เพื่อน​ของเขา​ประกอบดวย Andre Breton, นัก​กวี Guillaume Apollinaire, นักเ​ ขียน Alfred Jarry, ​และ Gertrude Stein. ​สำหรับ Apollinaire ​ตอมา​ถูก​จับกุมใน​ฐานะ​ตก​เปน​ผู​ตองสงสัยในการ ข​โมยภาพ Mona Lisa จาก​พิพิธภัณฑ Louvre ในป​ ค​.ศ​. 1911. Apollinaire​ ได​ชี้​ไปยัง​เพื่อน​ของเขาปคาส​โซ​, ​ซึ่งได​ถูกนำตัวมา​ สอบสวน​ดวย​เชนกัน ​แตภ​ ายหลังท​ ั้งคูห​ ลุดพนจ​ าก​ขอกลาวหา ​และ​ ไดรับก​ าร​ปลอยตัว เขา​ยงั คงมีค​ วาม​สมั พันธกบั ภ​ รรยาลับห​ ลาย​คน​ไว ท​ ัง้ ทีย​่ งั คงอยู​ กับ​ภรรยา​ของเขาคน​เดิม ​ปคาส​โซ​ได​แตงงาน​เปน​ครั้ง​ที่สอง​และ​ มีลูก​ดวยกัน 4 ​คน​โดย​สามคน​เปนห​ ญิง ​ในชวง​ฤดูรอน​ของป​ 1918 ปคาส​โซ​ได​แตงงาน​กับ Olga Khokhlova ​ซึ่ง​เปน​นัก​เตน​บัล​เลต​ หญิงร​ วมกับค​ ณะ​ของ Sergei Diaghilev ​สำหรับเธอ​แลว ​ปคาส​โซ​ กำลังอ​ อกแบบ​ภาพ​เกีย่ วกับบ​ ลั เ​ลต,​ ใ​ นชือ่ ภ​ าพ Parade, Khokhlova ได​แนะนำ​ปคาส​โซกับ​สังคม​ชนชั้นสูง ​นำ​เขา​ออก​งานดินเนอรอ​ ยาง​ เปนทางการ ​และ​งานสังคม​ของ​พวกคนรวย​ในชวง​ทศวรรษ​ที่ 1920 ของ​ปารีส. ​ทั้งคูม​ ีบ​ ุตร​ดวยกันค​ น​หนึ่ง ​ชื่อ Paulo ​ซึ่งเ​ จริญ​เติบโ​ ตขึ้น​ เปน​นัก​แขง​มอ​เตอร​ไซคที่​คอนขาง​ทำตัว​เหลว​แหลก ​และ​ทำหนาที่​ เปน​คน​ขับรถให​พอ​ของเขา. ​นอกจาก​ความ​สัมพันธ​ที่มีตอ Olga Khokhlova ​แลว ​ปคาส​โซ​ยังมี​ความ​สัมพันธกับ​ผูหญิง​อื่น​ๆ​ อีก​ หลาย​คน​ใน​ประวัติช​ ีวิตข​ องเขา แ​ มกระทั่งก​ อนที่เขาจะ​ถึงแกก​ รรม ​ปคาส​โซกับ​สงครามโลก​ครั้งที่ 2 ​ในชวง​ระหวาง​สงครามโลก​ครั้งที่ 2 ​ปคาส​โซ​ยังคง​พำนักอ​ ยูใน​ ปารีส ​ขณะที่​ฝาย​เยอรมัน​เขายึดครอง​เมือง​นี้ ส​ไตลการ​ทำงาน (​อาน​ตอหนา 10) Arts November 2008

5


Lanna AES RELATIONAL AESTHETICS By Sebastien Tayac

Nicolas Bourriaud: “จาก​สนุ ทรียศาสตร​เกีย่ วเนือ่ ง ถึง ยุค​สมัยใหม​ท​เ่ี ปลีย่ นไป” (From Relational Aesthetics” to “Altermodern”) “บทบาท​ของ​ผล​งานศิลปะ ไมไดท​ ำหนาทีส่​ ราง​จินตนาการ​ความ​จริงห​ รือ​ เรื่องราว​ใน​แบบ​ยูโธ​เปย​อีกต​ อไป อันที่จริง มันค​ ือว​ ิถีทาง​ของ​การ​ดำรงอยูแ​ ละ​ แบบจำลอง​เชิงป​ ฏิบัติใ​ น​ความ​จริงท​ ี่ม​ ีอ​ ยู ใน​สเกล​ตางๆ ที่ถ​ ูก​เลือกสรร​โดย​ ตัว​ศิลปน” “ศิลปะ​สัมพันธ” (Relational Art) ไดถ​ ูก​นิยาม​โดย Nicolas Bourriaud ใน​ฐานะ “ชุดห​ นึ่งข​ อง​ปฏิบัติก​ าร​ทาง​ศิลปะ ซึ่งเ​ ขาใจ​ วาป​ ระเด็นท​ าง​ทฤษฎีแ​ ละ​ปฏิบัติข​ อง​พวกเขา​มาจาก​ สัมพันธภาพ​ระหวาง​มนุษยด​ วยกันแ​ ละ​บริบท​ทางสังคม​ ของ​พวกเขา คอนขาง​มากกวาจ​ ะ​เปนพ​ ื้นที่อ​ ิสระ​และ​เปน​ สวนตัว”. Nicolas Bourriaud เกิด​ใน​ป ค.ศ. 1965 ที​่ ประเทศ​ฝรั่งเศส เขา​เปนภ​ ัณฑารักษ นัก​ปรัชญา และ​นักว​ ิจารณศ​ ิลปะ นับจาก​ป 1999 ถึง 2006 เขา​เปนผ​ ูอ​ ำนวยการ​รวม​ของ the Palais de Tokyo ใน​ปารีส กับ Jerome Sans นอกจากนี้เ​ ขา​ยังเปน​ ผูกอตั้งแ​ ละ​ผูอ​ ำนวยการ​ นิตยสาร Documents sur l’art (1992-2000), ผูร​ วม​ กอตั้ง La revue perpendiculaire (1995-1998) และ​ นักขาว​ของ​ นิตยสาร Flash Art (1987-95 ใน​ปารีสด​ วย ใน​ป ค.ศ. 2008, Bourriaud เขา​เปนผ​ ูร​ วม​กอตั้งน​ ิตยสาร Stream รวมกับน​ ักว​ ิจารณศ​ ิลปะ Christophe Le Gac (Archistorm, Monographik). ใน​ฐานะ​นักว​ ิจารณศ​ ิลปะ Bourriaud ไดเ​ ขียน​ บทวิจารณเ​ กี่ยวกับน​ ิทรรศการ​และ​ศิลปะ​การ​แสดง​ตางๆ ระดับน​ านาชาติอ​ ันม​ ีช​ ื่อเสียง​จำนวน​มาก เชน Aperto (Venice Biennale, 1993), Traffic (Capc Bordeaux, 1995), Joint Ventures, (Basilico Gallery, New York, 1996), Touch (San Francisco Art Institute, 2002), GNS and Playlist (Palais de Tokyo, 2002 and 2003), และ​ยังเปนภ​ ัณฑารักษร​ วม​ของ Lyon Biennale (2005) และ Moscow Biennales (2005 and 2007) ดวย ใน​ชวง​ปด​ ังกลาว​เขา​ยัง​ไดเ​ ปนภ​ ัณฑารักษน​ ิทรรศการ Strates ใน Murcia (ประเทศ​สเปน) ซึ่ง​ ปฏิเสธ​ที่จะ​ไดรับก​ าร​เรียกขาน​วา biennale (การ​แสดง​ศิลปะ​ที่เ​ กิดขึ้นเ​ ปนประจำ​ทุกๆ สอง​ป) ซึ่ง​ หมายความวา ปจจุบันม​ ันเ​ ปนว​ ลีส​ ำเร็จรูปท​ ี่อ​ อน​ระโหยโรยแรง​เต็มที. สำหรับน​ ักว​ ิจารณน​ ิทรรศการ​ ครั้งนี้เ​ ปนเ​ ชนเ​ ดียวกันก​ ับ the Playlist exhibition, ที่จ​ ัดเ​ ปนหนึ่งใ​ น​ผลงาน​ที่ด​ ีที่สุดข​ อง​เขา เมื่อต​ อนที่ Bourriaud ระบุถ​ ึง “ศิลปะ​สัมพันธ” (Relational Art) ใน​ฐานะ​ที่เ​ ปนข​ บวนการ​ศิลปะ​ที​่ ปรากฏตัวข​ ึ้นม​ า เขา​ยัง​แสดงใหเห็นด​ วยวา อาชีพ​ของ​เขา​ไดส​ ะทอน​ถึง​การ​เจริญ​เติบโต​ของ​ภัณฑารักษ ใน​ฐานะ​ที่ม​ ีอ​ ิทธิพล​โดดเดนต​ อว​ าทกรรม​ศิลปะ​รวมสมัย​ใน​ชวง​ทศวรรษ​ที่ 1990s. แนวคิดเ​ กี่ยวกับ”ศิลปะ​ สัมพันธ”(Relational Art) โดย​กวางๆ ไดรับแ​ รงบันดาลใจ​จาก​ผลงาน​ของ​ศิลปนร​ วมสมัย​จำนวน​มาก ยกตัวอยาง​เชน Jacques Lennep, Fred Forest หรือ Herve Fischer. Jacques Lennep ไดส​ รางสรรค «the CAP group», ใน​ป 1972 ที่ Bruxelles. Fred Forest และ Herve Fischer กอตั้ง «the collective of sociological art» รวมกับ Jean-Paul Thenot, ใน​เดือน​ตุลาคม 1974. ใน​ป ค.ศ. 1995, Nicolas Bourriaud ไดป​ ระดิษฐศ​ ัพทค​ ำ​วา”สุนทรียศาสตรส​ ัมพันธ”(Relational Aesthetics) ซึ่งเ​ ขา​ไดส​ รุปส​ าระสำคัญ​เอา​ไวใ​ น​ตัวบท​ของ​สูจิบัตร​งาน​นิทรรศการ Traffic ทีไ่​ ดถ​ ูก​นำ​ออก​ แสดง​ที่ CAPC พิพิธภัณฑร​ วมสมัย​ใน Bordeaux. Traffic, ประกอบดวย​บรรดา​ศิลปนท​ ี่ Bourriaud ได​ กลาว​ถึงอ​ ยาง​ตอเนื่อง​ตลอด​ชวง​ทศวรรษ​ที่ 90s, ยกตัวอยาง​เชน Liam Gillick, Rikrit Tiravanija, Philippe Parreno, Pierre Huyghe, Carsten Holler, Christine Hill, Vanessa Beecroft, Maurizio Cattelan และ Jorge Pardo. หลังจาก​รวม​เขากับบ​ ทความ​จำนวน​มาก​ของ​เขา​ใน​หัวขอน​ ี้ โดย​ใชผ​ ลงาน​ ของ​บรรดา​ศิลปนแ​ ละ​กิจกรรม​ตางๆ ที่ไ​ ดรับก​ าร​คัดเลือก เขา​ไดพ​ ัฒนา​ความคิดเ​ กี่ยวกับ “ศิลปะ​สัมพันธ” (Relational Art หรือ relationalism) ขึ้นม​ า​ใน​ป 1998 ใน​หนังสือข​ อง​เขา​ชื่อ Esthetique Relationnelle ที่ไ​ ดรับก​ าร​แปลเปนภ​ าษา​อังกฤษ​ใน​ป 2002 (Relational Aesthetics - สุนทรีย​ ศาสตรส​ ัมพันธ Bourriaud ไดอ​ างถึง “บทบาท​ของ​ผล​งานศิลปะ​วา มันไ​ มไดท​ ำหนาทีส่​ ราง​จินตนาการ​ความ​จริง​ หรือเ​ รื่องราว​ใน​แบบ​ยูโธ​เปย​อีกต​ อไป อันที่จริง มันค​ ือว​ ิถีทาง​ของ​การ​ดำรงอยูแ​ ละ​แบบจำลอง​เชิงป​ ฏิบัต​ิ ใน​ความ​จริงท​ ี่เ​ ปนอยู ใน​สเกล​ตางๆ ที่ถ​ ูก​เลือกสรร​โดย​ตัวศ​ ิลปน “ใน​ศิลปะ​สัมพันธ ศิลปนม​ ิไดเ​ ป���นศ​ ูนยกลาง​อีกต​ อไ​ ปแลว, ไมไดเ​ ปนจ​ ิตว​ ิญญาน​ของ​ผูส​ รางสรรค, ไมไดเ​ ปนป​ รมาจารย​หรือแ​ มกระทั่งค​ น​ที่ม​ ีช​ ื่อเสียง. อันที่จริง บรรดา​ศิลปนท​ ั้งหลาย​คือต​ ัวเรงปฏิก​ ิริยา​ให​ เกิดก​ าร​เปลี่ยนแปลง​มากกวา (the catalysts)”. ความคิดข​ อง Bourriaud โดย​สรุปอ​ ยาง​สั้นๆ ก็ค​ ือ ศิลปนจ​ ำนวน​มาก​ใน​ชวง​ทศวรรษ​ที่ 1990 อาจ​ไดรับก​ าร​อธิบาย​ใน​ฐานะ ผูท​ ี่ทำงาน​ภายใตข​ อบเขต​ของ​ ความ​สัมพันธส​ วนตัว​ระหวาง​กัน โดย​ไมค​ ำนึงถึงก​ าร​แสดงออก​และ​เนื้อหา. เขา​อรรถาธิบาย​ถึง​แนวคิด​ ศิลปะ​โดย​ศิลปนเ​ หลานี้ ใน​ฐานะ​สิ่งมีชีวิตซ​ ึ่งม​ ีก​ าร​แลก​เปลี่ยนกันท​ างสังคม​มากกวาก​ าร​เปนต​ ัวแทน​การ​ แสดงออก

Relatio

6

Arts November 2008


STHETICS “ศิลปะ​สัมพันธ” (Relational Art) ไดถ​ ูกน​ ิยาม​โดย Nicolas Bourriaud ใน​ฐานะ “ชุดห​ นึ่งข​ อง​ปฏิบัติก​ าร​ทาง​ศิลปะ ซึ่งเ​ ขาใจ​วาป​ ระเด็น​ ทาง​ทฤษฎีแ​ ละ​ปฏิบัติข​ อง​พวกเขา​มาจาก​สัมพันธภาพ​ระหวาง​มนุษยด​ วยกันแ​ ละ​บริบท​ทางสังคม​ของ​พวกเขา คอนขาง​มากกวาจ​ ะ​เปนพ​ ื้นที​่ อิสระ​และ​เปนส​ วนตัว”. ผล​งานศิลปะ​ไดส​ รรคสราง​สภาพแวดลอม​ทางสังคม​อันห​ นึ่งข​ ึ้นม​ า​ที่ผ​ ูคน​ไดม​ า​อาศัยร​ วมกัน มา​มีส​ วนรวม​ใน​ กิจกรรม​ที่แ​ บงปนก​ ัน. “ผล​งานศิลปะ​ถูก​ตัดสินอ​ ยู​บน​แทนฐ​ าน​ความ​สัมพันธร​ ะหวาง​มนุษย ที่พ​ วกเขา​แสดง ผลิต หรือใ​ หการ​สนับสนุน ใน​ป 2002, Bourriaud ไดท​ ำหนาที่ภ​ ัณฑารักษน​ ิทรรศการ​หนึ่ง ณ สถาบันศ​ ิลปะซาน ฟ​ ราน​ซิสโก ชื่อวา Touch: Relational Art from the 1990s to Now “an exploration of the interactive works of a new generation of artists”. (สัมผัส: ศิลปะ​ สัมพันธ จาก​ทศวรรษ 1990s จนถึงป​ จจุบัน “การ​สำรวจ​เกี่ยวกับผ​ ลงาน​รวมกันข​ อง​ศิลปนร​ ุนใหม) ศิลปนท​ ี่ร​ วม​แสดง​อยูใ​ น​ นิทรรศการ​ครั้งนี้ ประกอบดวย Angela Bulloch, Liam Gillick, Felix Gonzalez-Torres, Jens Haaning, Philippe Parreno, Gillian Wearing และ Andrea Zittel. ใน​ปเ​ ดียวกัน เขา​ไดต​ ีพิมพห​ นังสือช​ ื่อ Postproduction. Culture as Screenplay: How Art Reprograms the World. (หลังก​ าร​ผลิต. วัฒนธรรม​ใน​ฐานะ​บทภาพยนตร: ศิลปะ​ไดโ​ ปรแกรม​โลก​ขึ้นม​ า​ใหมอ​ ีกครั้งไ​ ดอ​ ยางไร) บรรดา​ศิลปนร​ วมสมัย​จำนวน​มาก สามารถ​ไดรับก​ าร​นำไป​เปรียบเทียบ​ไดก​ ับโ​ ปรแกรมเมอรค​ อมพิวเตอร หรือ DJs: พวกเขา​ไดน​ อมนำ​เรา​ไปสูผ​ ลผลิตท​ าง​วัฒนธรรม​ที่ม​ ีอ​ ยูก​ อน​แลว และ​ผสมผสาน​มันข​ ึ้นม​ า​ใหมเ​ พื่อผ​ ลิต​ ความ​หมาย​ทาง​วัฒนธรรม​ใหมอ​ ีกครั้ง. ผูเขียน​สนทนา​วา นับจาก​ชวงตนข​ อง​ยุคเ​ กาส​ ิบ ผล​งานศิลปะ​ไดรับ​ การ​สรางสรรคข​ ึ้นม​ า​เปนจ​ ำนวน​มาก​ยิ่งกวาท​ ี่เ​ คย​เปนมา​บน​พื้นฐาน​ของ​ผลงาน​ตางๆ ที่ม​ ีอ​ ยูก​ อน: ศิลปนท​ ั้งหลาย​ตีความ​มันเ​ พิ่มขึ้น ผลิตซ​ ้ำ นำ​ออก​แสดง​ครั้งแ​ ลวค​ รั้งเ​ ลา และ​ใชผ​ ลงาน​ตางๆ ที่ถ​ ูก​ สรางขึ้นโ​ ดย​คน​อื่น หรือผ​ ลผลิตท​ าง​วัฒนธรรม​ที่ส​ ามารถ​หาได ศิลปะ​นี้เ​ กี่ยวกับ”หลังก​ าร​ผลิต”(postproduction) ดูเ​ หมือนวาจ​ ะ​ตอบสนอง​ตอค​ วาม​ สับสน​อลหมาน​ที่เ​ พิ่มขึ้นอ​ ยาง​รวดเร็วข​ อง​วัฒนธรรม​โลก​ใน​ยุคข​ าวสาร​ขอมูล ที่ไ​ ดถ​ ูกท​ ำให​ เปนคุณ​ลักษณพ​ ิเศษ​ขึ้นม​ า​โดย​การ​เพิ่มขึ้นใ​ นดาน​อุปทาน​ของ​ผลงาน(supply of works) และ​สิ่งท​ ี่ผ​ นวก​เขามา​ใน​โลก​ศิลปะ​ของ​รูปทรง​ตางๆ ที่ไ​ ดรับก​ าร​เมินเฉย​หรือไ​ ดรับก​ าร​ ปฏิบัติด​ วย​การ​ดูถูก​เหยียดหยาม​กระทั่งป​ จจุบัน นักว​ ิจารณ Chris Cobb เสนอ​วา งานศิลปะ​ภายใตช​ ื่อ “snapshot” ที​่ จัดการ​ขึ้นม​ า​โดย Bourriaud ใน​ชวง​ทศวรรษ​ที่ 1990s เปนการ​ยืนยันถ​ ึง​คำ​วา “ศิลปะ​สัมพันธ”(Relational Art), ขณะ​ที่ไ​ ดแ​ สดงออก​ถึง”รูปแบบ​ที่แ​ ตกตาง​ ของ​การ​ปฏิสัมพันธท​ างสังคม ใน​ฐานะ​ศิลปะ​ที่เ​ กี่ยวของ​โดย​พื้นฐาน​กับ​ ประเด็นป​ ญหา​ตางๆ ซึ่งส​ ัมพันธกับพ​ ื้นท​ ี่สาธารณะ​และ​พื้นที่ส​ วนตัว นักเ​ ขียน​และ​ผูอ​ ำนวยการ Ben Lewis กลาว​วา”ศิลปะ​ สัมพันธ”คือ”ลัทธิใ​ หม”(the new “ism”)ทาง​ดาน​ศิลปะ, ใน​ ลักษณะอะ​นา​ล็อก​หรือค​ วาม​ตอเนื่อง​เปนลำดับจ​ าก “ลัทธิ”​ ศิลปะ​ตางๆ กอนหนา อยาง​เชน ลัทธิอ​ ิมเพ​รส​ชั่นนิสม, ​

onal Art

เอ็กเพ​รส​ชั่นนิสม และ​คิว​บิสม. Lewis ไดค​ นพบ​ความ​คลายคลึงต​ างๆ เปนจ​ ำนวน​มาก​ระหวาง”ศิลปะ​สัมพันธ” และ”ลัทธิต​ างๆ” ณ จุดเ​ ริ่มตน​ ของ​ลัทธิเ​ หลานี้ กลาว​คือ “ศิลปะ​สัมพันธ” มักจะ​ไมไ​ ดรับก​ าร​พิจารณา​ใน​ฐานะ​ศิลปะ​แตอยางใด เพราะวา​มันไ​ ดน​ ิยาม​หรือใ​ หค​ ำ​จำกัดค​ วาม​ใหม​ เกี่ยวกับแ​ นวคิดศ​ ิลปะ​นั่นเอง(it redefines the concept of art.) Claire Bishop ระบุ​ถึง​หนังสือข​ อง Bourriaud วา เปนก​ าว​แรก​ที่ส​ ำคัญเ​ ลมห​ นึ่งซ​ ึ่งบ​ งชี้ถ​ ึง​แนวโนมต​ างๆ ใน​ศิลปกรรม​รวมสมัย. และ​ดัง​ คำ​กลาว​ของ Bourriaud เอง​งายๆ ที่วา บรรดา​ศิลปนท​ ั้งหลาย​ทุกวันนี้ “ดูเ​ หมือนวาก​ ำลังก​ ดดันเ​ พื่อส​ ราง​ความ​สัมพันธต​ างๆ ที่เ​ ปนไปไดก​ ับ​ เพื่อนบาน​ทั้งหลาย​ของ​เรา​ใน​ปจจุบัน มากกวาท​ ี่จะ​พนันขันตอถ​ ึง​วันพรุงนี้ท​ ี่ม​ ีค​ วาม​สุขก​ วา”. แตอ​ ยางไร​ก็ตาม Bishop ยังไ​ ดต​ ั้งคำถาม​วา “ถา”ศิลปะ​สัมพันธ”ไดส​ ราง​ความ​สัมพันธข​ อง​มนุษย หาก​เปนเ​ ชนนั้น คำ​ถาม​ใน​เชิงต​ รรก​ตอมา​ก็ค​ ือ แบบฉบับช​ นิดไ​ หน​ของ​ความ​สัมพันธท​ ี​่ กำลังจ​ ะ​ไดรับก​ าร​สรางขึ้นม​ า และ​ทำ​เพื่อใ​ คร และ​ทำ​ไป​ทำไม ?” Bishop ยังก​ ลาว​ตอไป​วา “ความ​สัมพันธต​ างๆ ไดรับก​ าร​เริ่มตนข​ ึ้น​ จาก”สุนทรียศาสตรส​ ัมพันธ” ซึ่งโ​ ดย​เนื้อแทแ​ ลว ไมไดเ​ ปนป​ ระชาธิปไตย ดังที่ Bourriaud เสนอ Bishop ยืนยันว​ า ความคิดข​ อง Bourriaud ใน​สุนทรียศาสตรส​ ัมพันธ”(Relational Aesthetics) เกี่ยวกับ the Microtopia, ซึ่งไ​ มยอมรับ​ ความ​เปนไปไดเ​ กี่ยวกับค​ วาม​เปนป​ รปกษ. Bishop ไดใ​ ชค​ วามคิดข​ อง Chantel Mouffe ใน​เรื่อง​ประชาธิปไตย​แบบ​ถกเถียง​เอาชนะ เพื่อ​ ใหเหตุผล​ถึง​ผลงาน​ตางๆ เกี่ยวกับบ​ รรดา​ศิลปนแ​ นว​วิพากษ ที่ถ​ ูก​เพิกเฉย​หรือไมไ​ ดรับค​ วาม​เอาใจใสอ​ ยาง​ชัดเจน​จาก Bourriaud ใน​ เรื่อง”สุนทรียศาสตรส​ ัมพันธ” (Relational Aesthetics) และ “หลังก​ าร​ผลิต”(Postproduction) : Santiago Sierra และ Thomas Hirschorn ใน​เชิงผ​ กผัน ตัวอยาง​ศิลปนแ​ ละ​กิจกรรม​จำนวน​มาก​ของ Bourriaud นับจาก​ชวง​กลาง​จนถึงป​ ลาย​ทศวรรษ 1990s ยังคงอยูใ​ น​อาณาเขต​ หรือป​ ริมณฑล​ของ​สถาบันต​ างๆ ตาม​จารีตศ​ ิลปะ (เชน พิพิธภัณฑ, ศูนยก​ าร​แสดง​ตางๆ เปนอ​ าทิ) ทั้งๆ ทีเ่​ จตจำนง​ของ​พวกเขา ก็เ​ พื่อว​ ิจารณ​ และ​แสดง​ขอค​ ิดเห็น และ/หรือ ฝาท​ ะลุพ​ รมแดน​ตางๆ ที่ไ​ ดรับก​ าร​นิยาม​ทางสังคม​เหลานี้เ​ กี่ยวกับเ​ รื่อง​พื้นที่. ยิ่งไ​ ป​กวา​นั้น “ศิลปะ​สัมพันธ”ใน​ ทุกวันนี้ ยังป​ รากฏตัวข​ ึ้นจ​ าก​ผลกระทบ​อันล​ ึกซึ้งแ​ ละ​เปลี่ยนแปลง​ตลอด​เวลา​ของ​เทคโนโลยีก​ าร​สื่อสาร. เทคโนโลยีส​ ามารถ​นำพา​เรา​ไปสูพ​ ื้นที​่ ซึ่งอ​ าศัยอยูโ​ ดย​บุคคล​นิรนาม, คน​อื่นท​ ี่ไ​ รว​ ิญญาน – ความ​ดี ความ​ชั่ว ความ​นาเกลียด – แตอ​ ยางไร​ก็ตาม พวกเขา​เปนบ​ ุคคล​ที่เ​ รา​สามารถ​ เกี่ยวของ​ดวย​ไดโ​ ดย​ผาน​เทคโนโลยีเ​ หลานี้ ปจจุบัน ใน​ฐานะ​ศัพทค​ ำ​หนึ่ง “ศิลปะ​สัมพันธ”(Relational Art) กลาย​เปนท​ ี่ยอมรับม​ ากกวาค​ ำ​วา “สุนทรียศาสตรส​ ัมพันธ”(Relational Aesthetics) โดย​โลก​ศิลปะ. ดังต​ ัวอยาง วิทยาลัยศ​ ิลปะ​ของ​มหาวิทยาลัยน​ ิวเม็กซิโก ไดเ​ ชื่อมโยง​โครงการ​วิจิตรศิลปก​ ับค​ วามคิดเ​ กี่ยวกับ”ศิลปะ​ สัมพันธ” ใน​เดือน​พฤษภาคม 2007, Bourriaud ไดรับก​ าร​เสนอชื่อ ณ the Tate Britain ใน​ฐานะ​ภัณฑารักษข​ อง the fourth Tate Triennial ใน​ ลอนดอน (3 กุมภาพันธ 2009 – 26 พฤษภาคม 2009). The fourth Tate Triennial จะ​สำรวจ​ถึงค​ ำ​วา “สมัยใหม”(modern) วาม​ ัน​ มีความหมาย​อยางไร​ใน​ปจจุบันซ​ ึ่งก​ ำลังอ​ ยู​ใน​ยุคว​ ัฒนธรรม​โลก(globalised culture)ของ​ตนค​ ริสตศ​ ตวรรษ​ที่ 21. เขา​ไดน​ ำเสนอ​แนวความคิด​ ใหม Altermodern (ยุคส​ มัยใหมท​ ี่เ​ ปลี่ยนไป) ซึ่งเ​ ขา​ใชเ​ พื่ออ​ ธิบาย​ถึงง​ านศิลปะ​ที่ถ​ ูก​สรางขึ้นใ​ น​บริบท​สังคม​โลก​ทุกวันนี้ อันเปนปฏิก​ ริยา​หนึ่งซ​ ึ่ง​ มีต​ อค​ วาม​เปนม​ าตรฐาน​และ​ลัทธิพ​ าณิชย​นิยม. ชุดห​ นึ่งข​ อง​บทนำ​หรืออ​ ารัมภบท (เหตุการณต​ างๆ วันเ​ ดียว) ที่ก​ ำลังเ​ กิดขึ้นห​ รือถ​ ูกห​ ยิบยก​ใน​ รายการ​โชว ทั้งนีเ้​ พื่อน​ ำเสนอ​และ​ปลุกเราใ​ หเ​ กิดก​ าร​ถกเถียง​ใน​แนว​เรื่อง​ของ Triennial นี้. แตละ​บทนำ​ประกอบดวย ภาพยนตร, การ​แสดง และ​ การ​พูดคุย และ​พยายาม​ที่จะ​นิยาม​ใหแ​ จมชัดข​ ึ้น ถึงแ​ ตละ​ดาน​ของ​มุมมอง​ทั้งส​ ี่เ​ กี่ยวกับ”สมัยใหมท​ ี่เ​ ปลี่ยนไป”(Altermodern) นั่นค​ ือ (1) วาระสุดทาย​ของ​ลัทธิห​ ลังส​ มัยใหม (the end of postmodernism) (2) การ​ทำใหผ​ สมผสาน​กันท​ าง​วัฒนธรรม (cultural hybridization) (3) การ​ เดินท​ างใน​ฐานะ​ชองทาง​ใหมใ​ น​การ​ผลิตร​ ูปแบบ​ตางๆ (travelling as a new way to produce forms) และ (4) แบบ​แผนที่ข​ ยายตัว​ออกไป​ของ​ ศิลปะ (the expanding formats of art) ใน​การ​เขียนอัตช​ ีวประวัติข​ นาด​สั้นเ​ กี่ยวกับ Nicolas Bourriaud, Claire Bishop ไดต​ บทาย​คำ​อธิบาย​เกี่ยวกับต​ ัว​เขา​ดวย​คำพูดท​ ี่วา “บางทีเ​ ปนการ​เหมาะสม​แลวท​ ี่วา งานเขียน​ของ​เขา​ไดก​ ลาว​อยาง​ชัดถ​ อย​ชัดค​ ำ​ถึง “การ​มา​บรรจบ​กันข​ อง​ปฏิบัติก​ าร​ทาง​ศิลปะ กับ บทบาท​ ความ​เปนส​ ื่อกลาง​ของ​ภัณฑารักษ – สวนผสม​ใหมใ​ น​เชิง​สัมพันธ ซึ่งเ​ ทากับค​ วาม​ดีเลิศ” Sebastien Tayac: อาจารย​พิเศษ​คณะ​วิจิตรศิลป มหาวิทยาลัยเ​ ชียงใหม เปนช​ าว​ฝรั่งเศส ที่จ​ บ​มา​ทาง​ดาน​ประวัติศ​ าสตรศ​ ิลปจ​ าก​ มหาวิทยาลัยป​ ารีส ปจจุบันก​ ำลังศ​ ึกษา​ใน​ระดับป​ ริญญาเอก​ใน​สาขา​ประวัติศ​ าสตรศ​ ิลป ที่ม​ หาวิทยาลัยเ​ ดียวกัน ซึ่งใ​ หความสนใจ​เกี่ยวกับ​ จิตรกรรม​ฝาผนังล​ าน​นา

วัดปงสนุก

คนตัวเล็กกับการอนุรักษ์ สุวิทย คิดการงาน

ผูชวย​ศาสตราจารย​วรลัญจก บุ​ณยสุ​รัตน อาจารย​ประจำ​ ภาควิชา​ศิลปะ​ไทย คณะ​วิจิตรศิลป มหาวิทยาลัย​เชียงใหม กับ รางวั ล ​อั น​ท รงคุ ณ ค า (Award of Merit) จาก​อ งค ก าร​ศึ ก ษา​ วิทยาศาสตรแ​ ละ​วัฒนธรรม​แหงส​ หประชาชาติ (ยูเนสโก) สำนักงาน​ ภาคพื้น​เอเชียแป​ซิฟก ใน​การ​ประกาศ​ผูชนะ​รางวัล​อนุรักษ​มรดก​ เอเชีย-แป​ซิฟก ประจำป 2551 (2008 UNESCO Asia-Pacific Heritage Awards Annoucement of Winners) “วัดปง​สนุก” เปนว​ ัดโ​ บราณ​สำคัญค​ ูก​ ับ​จังหวัดล​ ำปาง ตั้งอยู ณ หมูบานปง​สนุก ตำบล​เวียง​เหนือ อำเภอ​เมือง จังหวัด​ลำปาง สันนิษฐาน​วาส​ รางขึ้นใ​ น​สมัย​ของ​เจาอ​ นันตยส ราชบุตร​ของ​พระนาง​ จาม​เทวี แหงห​ ริภุญไ​ ชย ทีเ่​ สด็จม​ า​สราง​เขลางคน​ คร​เมื่อป​  พ.ศ. 1223 แต​ยัง​ไม​พบ​หลักฐาน​ทาง​ประวัติ​ศาสตร​ใด​ยืนยัน​ได​วา​วัดปง​สนุก​ มีอายุย​ อน​ไปถึงส​ มัย​หริภุญไ​ ชย เดิม​วัดปง​สนุก​เปน​วัด​ที่​มี​อาณาบริเวณ​กวางขวาง และ​มี​ภิกษุ​ สามเณร​บวชเรียน​เปนจ​ ำนวน​มาก จน​มีก​ าร​แบงเ​ ขต​การ​ปกครอง​เปน 2 สวน คือ วัดปง​สนุกเ​ หนือแ​ ละ​วัดปง​สนุกใ​ ต มีก​ าร​สราง​ภูเขา​จำลอง​ ระหวาง​วัดท​ ั้งสอง​เรียกวา “มอน​ดอย” หรือ “วัดบ​ น” อันเ​ ปรียบไดก​ ับ​ การ​จำลอง​เขา​พระ​สุเมรุซ​ ึ่งเ​ ปนศ​ ูนยกลาง​จักรวาล หลักฐาน​ที่​เกาแก​ที่สุด​ที่​กลาว​ถึง​วัดปง​สนุก กลาว​วา ใน​ป พ.ศ. 1929 หมื่น​โลก​นคร​ผูรักษา​เมือง​เขลางค​ได​ตั้ง​รับ​ทัพ​อยุธยา​ที่​ยกขึ้น​ มาตี​ลาน​นา​ที่​ชัยภูมิ​แหงนี้ ใน​ขณะนั้น​ยัง​เรียกวา “วัด​เชียง​ภูมิ” และ​ ใน​ป พ.ศ. 2352 พบ​หลักฐาน​ใน​คัมภีรใ​ บ​ลาน​ของวัดภ​ ูมินทร จังหวัด​ นาน กลาว​ถึงก​ าร​ฉลอง “วัดปง​สนุกใ​ ต” และ​ใน​ป พ.ศ. 2402 มีบ​ ันทึก​ ของ​ครูบา​อาโน​ชัย ธรรมจินดา​มุนี อดีต​พระราชาคณะ​หัวเมือง​ได​ กลาว​ถึงก​ าร​บูรณะ​ภูเขา​จำลอง​วัดปง​สนุกเ​ หนือ หลังจากนั้นอ​ ีก 27 ป คือใ​ น​ป พ.ศ. 2429 ไดม​ ีก​ าร​บูรณะ​ปฏิสังขรณว​ ัดปง​สนุกค​ รั้งใ​ หญข​ ึ้น​ โดย​การ​กอ​ซุมประตูโขง​วิหาร​หลังม​ ีย​ อด (วิหาร​พระเจาพ​ ัน​องค) ซอม​ พระ​เจดีย สราง​ฉัตร และ​จัด​งานฉลอง​โดย​นิมนต​พระสงฆ​มา​รับ​ ไทยทาน​กวา 300 รูป จาก​ห ลั ก ฐาน​ท าง​ป ระวั ติ ​ศ าสตร ​ไ ด ​ก ล า ว​ถึ ง ​ชื่ อ ​เ ดิ ม ​ข อง วัดปง​สนุก 4 ชื่อ ไดแก วัดศ​ รีจ​ อม​ไคล วัดเ​ ชียง​ภูมิ วัดด​ อน​แกว วัดพะ​ ยาว (พะเยา) สำหรับช​ ื่อปง​สนุกเ​ ปนช​ ื่อท​ ีพ​่ บ​หลักฐาน​อยาง​นอย​ตั้งแต​ ป พ.ศ. 2352 หรือเ​ กือบ 200 ปท​ ี่ผานมา ชื่อ​วัดพะ​ยาว​หรือ​พะเยา และ​วัดปง​สนุก​เปน​ชื่อ​ที่​เกี่ยวของ​กับ​ เหตุการณ​ประวัติ​ศาสตร​ของ​การ​อพยพ​ผู​คนใน​ชวง​ป พ.ศ. 2364 ที่​ พญา​กาวิล​ ะ​ไดย​ กทัพเ​ ขาโ​ จมตีเ​ มือง​เชียงแสน​ซึ่งเ​ ปนทีต่​ ั้งมั่นข​ อง​พมา และ​ได​ทำการ​กวาด​ตอน​ชาว​เชียงแสน​ซึ่ง​มี​ชาวบานปง​สนุก​ลงมา​ตั้ง​ ถิ่นฐาน​ใหมท​ ี่เ​ มืองลำปาง รวมไปถึงม​ ีก​ าร​อพยพ​คน​ของ​เมืองพะ​ยาว​ หรือพ​ ะเยา​หนีศ​ ึกพ​ มาล​ ง​มายังเ​ มืองลำปาง ชาวปง​สนุกเ​ ชียงแสน​และ​ ชาว​พะเยา​ได​ตั้ง​บานเรือน​อยู​ริมฝง​แมน้ำ​วัง​แถบ​บริเวณ​วัด​เชียง​ภูมิ เมื่อม​ า​ตั้งถ​ ิ่นฐาน​ใหมก​ ็ค​ ง​ระลึกถึงบ​ านเกิดเ​ มือง​นอน​เดิม จึงน​ ำ​ชื่อว​ ัด​ และ​ชื่อ​หมู​บานเดิม​มา​เรียกขาน​ชุมชน​แหง​ใหม โดย​ชาว​พะเยา​ได​ ตั้งชื่อ​วัด​วา วัดพะ​ยาว สวน​ชาว​เชียงแสน​ชึ่ง​อพยพ​มาจาก​บานปง​ สนุ ก ​ก็ ไ ด ​ตั้ ง ชื่ อ ​วั ด ​แ ละ​ห มู  บ  า น​ว  า ​วั ด ปง​ส นุ ก และ​บ  า นปง​ส นุ ก​ ตามเดิม ตอมา​ใน​ราว​ป พ.ศ. 2386 เจาหลวง​มหาวงศ​ได​กลับ​ไป​ฟนฟู​ เมืองพะเยา​ขึ้น​มา​ใหม ครู​บาอินท​จักร​พระอุปชฌาย​ของ​ครูบา​อาโน​ ชัย ธรรมจินดา​มุนี ได​นำ​ชาว​พะเยา​อพยพ​กลับคืน​สู​บานเกิด​เมือง​ นอน คงเหลือ​เพียง​บางสวน​ที่​ไมได​กลับ​ไป​ดวย จึง​มา​รวมอยู​กับ​ ชาวปง​สนุก ดวย​เหตุนี้​ชื่อ​วัด​และ​ชื่อ​หมูบาน​จึง​เหลือ​เพียง​ชื่อปง​สนุก​ ตราบเทา​ทุกวันนี้ ผูอาวุโส​ใน​ชุมชน​เลาว​ า วัดปง​สนุกต​ ั้งอยูต​ ิดก​ ำแพงเมือง​เขลางค​ ดานใน มี​แนว​คันดิน​และ​มี​คูน้ำ​ลอมรอบ​อีก​ชั้นหนึ่ง​คูเมือง​ดานหลัง​ ของวัด​มี​ความ​ลึกมาก และ​เต็มไปดวยกอ​บัว​และ​นอกจากนี้​ยังมี​ ธรรมเนียม​ใน​การ​ขุด​ดิน​เพื่อ​ไป​ถม​ที่วัด​บน​ที่ตั้ง​ของ​วิหาร​พระเจา​พัน​ องค ดวย​เชื่อ​วา​หาก​ไ���​ขุด​ดิน​ไป​ใหวัดบน น้ำ​จะ​ทวม​บาน ดานหนา​ ของวัด​มี​บึง​ขนาดใหญ​อยู​ไม​ไกล​จาก​แมน้ำ​วัง​มาก​นัก เปน​ที่ตั้ง​ของ​ คุมเ​ จาแมส​ ุข ณ ลำปาง​และ​เจาร​ าชวงศด​ วย ใน​ปจจุบัน​ที่​ดานหนา​วัดปง​สนุก​ใต​มี​ตน​ฉำฉา​ขนาดใหญ​ที่​มี​ เรื่องเลา​วา​ใน​ป พ.ศ. 2411 ครูบา​อาโน​ชัย ธรรมจินดา​มุนี ได​ธุดงค​ไป​ ปกก​ลด​ใต​ตน​ฉำฉา​ที่​เชียง​ตุง​และ​ได​เก็บ​ฝก​มา​เพาะ​เปนตน​แลว​ปลูก​ ไวข​ าง​หนองน้ำใ​ หญห​ นาว​ ัด ตนฉ​ ำฉา​นีเ้​ ติบโต​ใหร​ มเงา​แกช​ าวบาน​มา​ กวา 100 ป​แลว สวน​สระน้ำด​ ังกลาว​นั้นไ​ ดถ​ ูก​ถมไป​จน​หมดสิ้น ความ​รุงเรือง​ของวัดปง​สนุก ยังป​ รากฏ​ใหเ​ ห็นไ​ ดใ​ น​งาน (อานตอหนา 8 ) ​ Arts November 2008

7


วัดปง​สนุก

จิตรกรรม​วัดม​ อน​ปูยักษ

สถาปตยกรรม​และ​งาน​ศิลปกรรม​ตางๆ ที่​พบ​อยู​ภายใน​วัดเปน​จำนวน​มาก อาทิเชน เจดีย วิหาร​พระนอน วิหาร​พระเจา​พัน​องค โดยเฉพาะ​วิหาร​พระเจา​ พัน​องค​ซึ่ง​เปน​วิหาร​โถง​ทรง​จัตุรมุข​ที่​มี​อายุมาก​วา 120 ป มี​รูปแบบ​งดงาม​ อันเปน​เอกลักษณ​และ​พบ​เพียง​แหง​เดียว​ในประเทศ​ไทย นอกจากนี้​ยังเปน​ แหลงร​ วม​ศิลปวัตถุต​ างๆ อีกน​ า​นับป​ ระการ มูลเหตุ​การ​อนุรักษ​เริ่ม​มาจาก​ความ​ตองการ​ของ​ชาวบานปง​สนุก กลาว​ คือ เมื่อ​ประมาณ​ปลายป พ.ศ. 2548 คุณ​อนุกูล ​ศิริ​พันธ (ประธาน​ชุมชนปง​ สนุกค​ น​ปจจุบัน) ไดข​ อ​ความ​ชวยเหลือใ​ น​การ​ที่จะ​บูรณะ​วิหาร​พระเจาพ​ ันอ​ งค ซึ่ง​เปน​วิหาร​ที่​มี​คุณคา​ทาง​ประวัติ​ศาสตร ศิลปกรรม และ​สถาปตยกรรม​ใน​ เวลานั้น​พบ​วา สภาพ​ทางกาย​ของ​วิหาร​ชำรุด​ไป​มาก​แลว หาก​ปลอย​ทิ้งไป​ คงจะ​ตอง​สูญเสียส​ ถาปตยกรรม​ชิ้นเอก​ชิ้นห​ นึ่งข​ อง​ประเทศ​ไป​ในที่สุด อาคาร​หลังน​ ี้ม​ ีก​ าร​ออกแบบ​ผสมผสาน​กันร​ ะหวาง​คติท​ าง​ศาสนา​และ​การ​ ทำนาย​ทาง​โหราศาสตร​ลาน​นา​ได​อยาง​ลงตัว วิหาร​ที่​มีอายุ​กวา 120 ป ไดรับ​ การ​ซอมแซม​ครั้ง​ใหญ​เมื่อ​ป พ.ศ. 2500 และ​นับแต​นั้น​มาถึง​ปจจุบัน​ก็​เปน​ ระยะเวลา​ถึง 50 ป​แลว ที่​ไมมี​การ​บูรณะ​วิหาร​หลัง​นี้​อีก​เลย ทำใหเกิด​ความ​ ชำรุด​ทรุดโทรม​ลง​อยาง​มาก แต​ก็​ยัง​คงรูป​รอย​แหง​ความ​งดงาม​แทรก​อยู​ใน​ รูปทรง​สถาปตยกรรม​และ​ศิลปกรรม แตทวา​อยู​ใน​ภาวะ​การณ​ที่​เศราหมอง​ ยิ่งนัก สาเหตุ​หลัก​ของ​การ​เสื่อมสภาพ​มี 3 ประการ​หลัก​คือ 1. การ​เสื่อ​สภาพ​ตาม​กาล​เวลา ดังจ​ ะ​เห็น​ได​จาก​สภาพ​เสา​ไม​โครงสราง​ และ​กลีบบ​ ัวป​ ระดับเ​ สา​ที่ส​ ึกกรอน เพราะ​ถูก​แดด​ฝน​มา​เปนเวลา​นาน​จน​ตอง​มี​ การ​ตัดโ​ คน​เสา​ทิ้ง แลวเ​ สริมด​ วย​คอนกรีตม​ าแลวค​ รั้งหนึ่ง 2. การ​รั่ว​ซึม​ของ​น้ำฝน​เขามา​ใน​ตัวอาคาร สาเหตุ​หลัก​เกิด​จาก​การ​เจาะ​ ชอง​หนาตาง​ระหวาง​ชั้นห​ ลังคา​ทั้ง 4 ดาน เอื้อต​ อฝ​ น​ทสี​่ ามารถ​สาด​เขาสูภ​ ายใน​ ตัวอาคาร ทำใหโ​ ครงสราง​หลังค​ า​และ​เพดาน​ผุ 3. ความชื้นจ​ าก​ใตอ​ าคาร ที่ไ​ มส​ ามารถ​ระบาย​ผาน​พื้นซ​ ีเมนตท​ ีฉ่​ าบ​ใน​ยุค​ หลังไ​ ด นอกจากนั้ น เครื่ อ ง​ต กแต ง ​อ าคาร​ห ลาย​ส  ว น​ช ำรุ ด ​สู ญ หาย เช น นาค​ทัณฑ ฉัตร​โลหะ ไม​เชิงชาย ดาวเพดาน ภาพเขียน​สี​ใน​กรอบ​กระจก งาน​ปูนปนท​ ี่ฐ​ าน​ชุกชี ลวน​ตองการ​การ​อนุรักษอ​ ยาง​เรงดวน​ทั้งสิ้น การ​สราง​อาคาร​ใหมน​ ั้นเ​ ปนส​ ิ่งท​ ี่ง​ าย แตกตาง​อยาง​สิ้นเชิงก​ ับ​การ​อนุรักษ กอปร​กับ​วิหาร​พระเจา​พัน​องค​แหงนี้​เปน​อาคาร​ที่​มี​รูปแบบ​เปน​เอกลักษณ มี​ คุณคา​สูง​ทางสังคม​ที่​ไม​สามารถ​ทดแทน​ดวย​อาคาร​หลัง​ใหม การ​ที่ทาง​วัด คณะสงฆ และ​ศรัทธา ชาวบาน ภาครัฐ​และ​เอกชน​รวมใจ​ที่จะ​อนุรักษ​ครั้งนี้​ ถือเปนจ​ ุดเ​ ริ่มตนแ​ นวคิดก​ าร​อนุรักษโ​ ดย​เริ่มจาก​ภาค​ประชาชน กระบวนการ​ทำงาน​ดาน​อนุรักษ มิใช​เพียง​การ​ซอมแซม​ตัวอาคาร​เทานั้น หาก​ตอง​มกี​ ระบวนการ​ศึกษา​และ​การ​ทำความ​เขาใจ​รวมกันใ​ น​ทุกภ​ าค​สวน ซึ่ง​ เปน​แนวทาง​สำคัญ​ที่​ใชกับ​การ​อนุรักษ​ใน​ครั้งนี้ จุด​เริ่มตน​ของ​การ​ทำงาน​ เริ่มจาก​การ​ศึกษา​ประวัติศ​ าสตรแ​ ละ​คุณคาข​ อง​อาคาร ขณะ​เดียวกันก​ ็จ​ ะ​ตอง​ สราง​ความ​เขาใจ​ให​ตรงกัน ถึง​แนว​ทางใน​การ​อนุรักษ​ให​แก​ชุมชน​โดย​การ​ ประชุมร​ วมกันก​ ับ​ชาวบาน เพื่อช​ ี้ใ​ หท​ ราบ​วาว​ ิหาร​หลังน​ ี้ม​ ีค​ วาม​สำคัญอ​ ยางไร หนทาง​ใด​ที่​สมควรจะ​กระทำ​กับ​วิหาร​หลัง​นี้​โดย​ให​ชุมชน​เปน​ผู​ตัดสินใจ ซึ่ง​ แนวทาง​หนึ่ง​ที่​เลือก​คือ การ​บูรณะ​เสริม​ความ​มั่นคง และ​รักษา​รูปแบบ​เดิม​ให​ มาก​ที่สุด ใน​เวลานั้นไ​ ด​ขอ​ความ​ชวยเหลือใ​ น​การ​บันทึกภาพ​เพื่อ​หา​ทุน​ใน​การ​ บูรณะ​จาก​คุณแอน​เจ​ลา ศรี​สม​วงศ​วัฒนา ชางภาพ​มืออาชีพ​ซึ่ง​สงผลให​เกิด​ กิจกรรม​ตางๆ ตอมา เชน การ​จัดแสดง​ภาพถาย​เพื่อห​ า​ทุนใ​ น​การ​บูรณะ​วิหาร โดย​มี ​ค ณาจารย ​แ ละ​นั ก ศึ ก ษา​จ าก​ภ าควิ ช า​ศิ ล ปะ​ไ ทย คณะ​วิ จิ ต รศิ ล ป มหาวิทยาลัย​เชียงใหม รวมถึง​พนักงาน​ของ​หอ​ศิลป​วัฒนธรรม​เมือง​เชียงใหม ให​ความ​ชวยเหลือ​เปน​อยาง​ดี​มา​โดย​ตลอด สงผลให​เกิด​กิจกรรม​อื่นๆ ตอมา​ อีก​มาก เชน การ​จัดพิมพ​หนังสือ​การ​ประชา​สัมพันธ​โครงการ การ​ให​ชุมชน​มี​ สวนรวม​เปนตน ทั้งนี้​ไดรับ​ความ​ชวยเหลือ​จาก​บุคคล​และ​องคกรเอกชน​เชน คุณม​ านพ ศิลป ไรแ​ มฟาหลวง หนวย​ศิลปากร​ที่ 4 จังหวัดน​ าน​โครงการ​ลาน​คำ​ ลำปาง ภิกษุ สามเณร ชาวบาน นักเรียน นักศึกษา และ​พนักงาน​ใน​หนวยงาน​ ตางๆ อีก​มากมาย ซึ่ง​ลวนแต​เปน “คน​ตัวเล็ก” ที่​มาจาก​ตาง​ที่ ตาง​ทาง ที่​ได​ เสียสละ มี​ใจรัก รวม​ศึกษา รวม​ทำ​กิจกรรม​โดย​ไมยอทอ เพื่อที่จะ​ปก​ปกษ​ รักษา​มรดก​อันล​ ้ำค​ าช​ ิ้นน​ ี้ใ​ หอ​ นุชน​รุนหลังไ​ ดช​ ื่นชม​และ​ภาคภูมิใจ​กันต​ อๆ ไป

ความ​สำคัญ​ของ​จิตรกรรม​แหงนี้​คือ ​เปน​ผลงาน​จิตรกรรม​ แบบ​ศิลปะ​พมาท​ ีเ่​ กาแ​ กท​ ี่สุด เ​ พียง​แหงเ​ ดียว​ทีย​่ ังห​ ลงเหลือห​ ลักฐาน​ อยูใ​ นประเทศ​ไทย ซ​ ึ่งจ​ ิตรกรรม​พมาต​ าม​รูปแ​ บบ​ดังกลาว​นีย้​ ังไ​ ดเ​ ปน​ แรง​บันดาล​ใจ​อัน​สำคัญยิ่ง​ตอการ​สรางสรรค​จิตรกรรม​ฝาผนัง​ของ​ ชาง​ลาน​นา​ใน​ยุคร​ วมสมัยก​ ัน ​อ​ ีกท​ ั้งย​ ังส​ งอ​ ิทธิพล​ตอก​ าร​สรางสรรค​ งาน​จิตรกรรม​ฝาผนัง​ใน​ยุค​ตอมา​อยาง​แพรหลาย​อีกดวย ​เชน​ จิตรกรรม​ฝาผนังภาย​ใน​วิหาร​ลาย​คำ ​ ​ ​ ​วัดพ​ ระ​สิงห ​เมือง​เชียง​ใหม​ ซึ่ง​เปน​ศิลปกรรม​ลาน​นา​ที่​มี​ชื่อเสียง​มาก​ที่สุด ​ที่​เขียน​ขึ้น​เมื่อ​ราว​ ปลาย​ส มั ย ​รั ช กาล​ที่ ​4 ​ ​จ น​ถึ ง ​ต  น ​ส มั ย ​รั ช กาล​ที่ ​5 ​ ​แ ห ง ​ก รุ ง​ รัตนโกสินทร ​ต ลอด​ร ะยะเวลา​ที่ ผ  า นมา​ผ ล​ง านศิ ล ปะ​อั น ​ท รงคุ ณ ค า​ ดังกลาว ​​​​แทบ​จะ​ไมเคย​ไดรับก​ าร​เปดเ​ ผยออก​สูโ​ ลก​ภายนอก​ใหไ​ ด​ รับรู​เลย ​ใน​ปจจุบัน​งาน​จิตรกรรม​บน​ผืน​ผา ​ตก​อยู​ใน​สภาพ​ชำรุด​ ทรุดโทรม ​เสียหาย​อยาง​มาก ​จน​ทำ​ให​เกิด​ความ​หวั่นวิตก​วา​ ประเทศ​ไทย​อาจ​จะ​ตอง​สูญเสียผ​ ลงาน​จิตรกรรม​อันม​ ีค​ าอ​ ยางยิ่งไ​ ป​ ใน​เร็ว​วันนี้ ​ ​โครงการ​นี้​ตองการนุ​รักษ​งาน​จิตรกรรม​บน​ผืน​ผา​ที่​ คงเหลือห​ ลักฐาน​อยูไ​ วใ​ หป​ ลอดภัย ​​​ เพราะ​คุณคา​ใน​ความ​งดงาม​ของ​งาน​จิตรกรรม​บน​ผืน​ผา​ใน​ วัดม​ อน​ปูย​ ักษ เ​ ปน​หลักฐาน​ทีส่​ ำคัญท​ ีส่​ ามารถ​บอกเลาเ​ รื่องราว​อัน​ รุงโรจน​ในอดีต​ของ​ดิน​แดน​ลาน​นา​เมื่อ​ราว​รอย​กวา​ปกอน ​ ​การบูร​ ณะปฏิสังขรณ​ทุกครั้ง ​ ​ควร​มี​การ​บันทึก​ขอมูล​และ​ทำเปน​รายงาน​ เก็บ​ไว​เสมอ ​ ​เพราะ​ขอมูล​ที่​ได​จะ​เปน​ประโยชน​สำหรับ​การ​อนุรักษ​ ครั้งต​ อไป ​​​และ​ยัง​สามารถ​นำมา​แลกเปลี่ยน​ซึ่งก​ ันแ​ ละ​กัน ​เพื่อเ​ ปน​ แนวทาง​ใน​การ​ดำเนิน​ความ​รวมมือ​กับ​ประเทศ​ตางๆ​ ​ ​ ​จาก​ปญหา​ ดังกลาว​ในประเทศ​ไทย ​ก​ าร​อนุรักษเ​ ปนเรื่อง​ทตี​่ อง​ทำ​อยาง​ตอเนื่อง​ และ​ตอง​รูวาส​ ิ่งท​ ี่จ​ ะ​ทำการ​อนุรักษไ​ ป​ใช​ประโยชนอ​ ยางไร ​พรอม​ทั้ง​ ตระหนักถ​ ึงค​ ุณคาข​ อง​สิ่งท​ ี่อ​ นุรักษ ​ ​เนื่องจาก​สิ่งท​ ี่ก​ ำลังอ​ นุรักษน​ ั้น​ เปน​มรดก​ทาง​วัฒนธรรม​ที่​มี​คุณคา​ควร​แก​ความ​ภาคภูมิ​ใจ ​ และ​มี​ ความ​จำเปน​เรงดวน​ที่​จะ​ตอง​สงวน​รักษา​ไว​ให​คงสภาพ​เดิม​มาก​ ที่สุด ​​​ ​ ​วัตถุ​ประสงค​ของ​โครงการ​อนุรักษ​จิตรกรรม​บน​ผืน​ผา​วัด​มอน​ ปู​ยักษ ​1​.​ ​เพื่ออ​ นุรักษ​งาน​จิตรกรรม​บน​ผืน​ผา​วัด​มอน​ปู​ยักษ ​ให​คงสภาพ​ ที่ปลอดภัย ​ดวย​วิธีการ​ศึกษา​ความรู​และ​เทคนิค​การ​อนุรักษ​ งาน​จิตรกรรม​บน​ผืน​ผา ​2​.​ ​เพื่อ​ศึกษา​ถึง​ประวัติ​ความ​เปนมา​ของ​การ​เขียน​ภาพ​จิตรกรรม​ บน​ผืน​ผา​ใน​ชวง​พุทธศตวรรษ​ที่ ​2​5​ ​3​.​ ​เพื่อ​ศึกษา​ถึง​เรื่องราว​ที่​ใช​เขียน​และ​ได​ปรากฏ​อยูใ​ น​งาน​ จิตรกรรม​บน​ผืน​ผา ​รวม​ทั้ง​รูป​แบบ​ทาง​ดาน​ศิลปกรรม ก​ าร​ใช​ องคประกอบ​ศิลป ​​ใน​งาน​จิตรกรรม​บน​ผืน​ผา ​วัดม​ อน​ปู​ยักษ ​4​.​ ​เพื่อบ​ ันทึก​และ​รวบรวม​หลักฐาน​ของ​งาน​จิตรกรรม​บน​ผืน​ผา ​วัด​ มอน​ปู​ยักษ ​กอน​และ​หลัง​ทำการ​อนุรักษ ​5​.​ ​เพื่อ​บันทึก ​รูป​แบบ ​เนื้อหา ​ทาง​ศิลปกรรม​ของ​งาน​จิตรกรรม​บน​ ผืน​ผา ​วัด​มอน​ปยู​ ักษ ​6​.​ ​เพื่อ​จัดทำ​ฐานขอมูล​ความรูท​ างการ​ศึกษา​ดาน​การ​อนุรักษ​งาน​ จิตรกรรม​บน​ผืน​ผา ​ ​7​.​ ​เพื่อ​เปนการ​แสดง​ให​เห็น​ถึง ​คุณคา ​ความ​สำคัญ​ของ​งาน​ จิตรกรรม​บน​ผืน​ผา ​วัด​มอน​ปู​ยักษ ​เพื่อ​ให​ประชาชน​ไดต​ ระหนัก​ ถึง​การ​รักษา​มรดก​ทาง​วัฒนธรรม ​ ​ขั้นตอน​การ​ดำเนินง​ านวิจัย ​​แบงออก​เปน 3​ ​​​สวน ด​ ังต​ อไปนี้ ​สวน​ที่ ​1​ ​ ​ศึกษา​ดาน​ประวัติ​ศาสตร ​เรื่องราว ​รูป​แบบ​ ศิลปกรรม อ​ ทิ ธิพล​ทไี​่ ดรบั แ​ ละ​กระบวนการ​เทคนิคว​ ธิ กี าร ส​ รางสรรค​ งาน​จิตรกรรม​บน​ผืนผ​ า ​​​ ​สวน​ที่ ​2​ ​ ​การ​ปฏิบัติ​การ​อนุรักษ​จิตรกรรม​บน​ผืน​ผา ​ขนาด​ กวาง ​1​0​0​ ​เซนติเมตร​และ​ยาว ​2​5​0​ ​เซนติเมตร ​ ​จำนวน ​2​ ​ชิ้น​ (​ห มายเหตุ ​ก าร​อ นุ รั ก ษ ​ง าน​จิ ต รกรรม​บ น​ผื น​ผ  า ​ต  อ ง​อ าศั ย ​ผู​ เชี่ยวชาญ​เฉพาะ​ดาน ​ดัง​นั้น​ทาง​โครงการ​ไดประสานงาน​กับ​กรม​ ศิลปากร ​เพื่อ​จัดสง​ผู​เชี่ยวชาญ​ดาน​การ​อนุรักษ​งาน​จิตรกรรม ​มา​ รวมกับ​โครงการ ขั้นตอน​การ​อนุรักษ​ดังกลาว​บันทึก​เปน​สารคดี​รูป​ แบบ​สื่อ​วี​ดี​ทัศน ​ ​และ​เรียบเรียง​เปน​เอกสาร​ตำรา​ทางวิชาการ ​เพื่อ​ นำ​องคความรูท​ ี่ไ​ ดรับอ​ อก​เผย​แพรอ​ อก​สูส​ าธารณะ​ชน)​ ​สวน​ที่ ​3​ ​ ​การ​ปฏิบัติ​งาน​คัดลอก​งาน​จิตรกรรม​บน​ผืน​ผา ​(​หมายเหตุ ​การ​ปฏิบัติ​งาน​คัดลอก​งาน​จิตรกรรม​บน​ผืน​ผา​ดวย​ เทคนิคว​ ิธีการ​อันป​ ระณีต แ​ บบ​โบราณ​ซึ่งเ​ ปนว​ ิธีการ​อนุรักษง​ าน​จิตร​ กรรมวิธี​หนึ่ง ​ที่​สามารถ​รักษา​ขอมูล​หลักฐาน​ทางวิชาการ ​ดาน​ โบราณคดี ​ดาน​ประวัติ​ศาสตร​ศิลปะ​และ​ดาน​ทัศนศิลป ​ ​ให​อยู​ใน​ สภาพ​ที่ใ​ กลเคียง​กับผ​ ลงาน​ตนฉบับม​ าก​ที่สุด) ​ ​คำ​ชี้​แจง​อื่นๆ​ ​ประเทศ​ไทย​ได​ศึกษา​วิธีการ​อนุรักษ​จาก​ผลงาน​ที่​ประสบ​ ความ​สำเร็จแ​ ลวใ​ น​ตางประเทศ ​แ​ ละ​นำ​เทคนิคก​ าร​ปฏิบัติก​ าร ​แ​ ละ​ เคมีภัณฑ​ตางๆ​ ​ ​มา​ประยุกต​ใช​ใน​การ​อนุรักษ​สมบัติ​วัฒนธรรม​ ในประเทศ​ไทย ​ ​เรา​เริ่ม​ปฏิบัติ​การ​ใน​ระยะเวลา​เชนนี้ ​ ​จึง​นับวา​ เปนการ​เริ่มตน​ที่​มี​ขอมูล​และ​แนวทาง​ที่​ดี​เปน​ตัวอยาง ​ ​การ​ปฏิบัติ​ งาน​จึงม​ เี​ กณฑค​ วาม​ถูกตอง​รวดเร็วแ​ ละ​ประหยัดส​ ูงกวาก​ าร​เริ่มงาน​ ที่ไ​ มมีต​ ัวอยาง อ​ งคการ​ยูเนสโก​ได​ให​ความ​ชวยเหลือ​ใน​การ​สง​ศิลปน​และ​นัก​ วิทยาศาสตร​ซึ่ง​เปน​ขาราชการ​กรม​ศิลปากร​ไป​ศึกษา​วิชาการ​สงวน​ รักษา​สมบัติ​วัฒนธรรม​ระหวาง​ป ​พ.​ศ.​2​5​0​3​ ​–​ ​2​5​0​5​ ​ ​และ​ได​เริ่ม​ สงวน​รักษา​ศิลป​โบราณวัตถุ​ตางๆ​ ​ใน​ระยะ​แรก ​พรอมกับ​ได​สราง​ อาคาร​ดำรงรา​ชานุ​ภาพ​เปน​อาคาร​ป ฏิ บั ติ​การ​ส งวน​รักษา​ศิลป​ โบราณวั ต ถุ ​จ าก​พิ พิ ธ ภั ณ ฑ ​ต  า งๆ​ ​แ ละ​จ าก​ก าร​ขุ ด ค น ​ท าง​ โบราณคดี ​​

ตอจากหนา 7

Art Aids

นิทรรศการ​ศิลปะ​สัญจร เพื่อ​สราง​ความ​เขาใจ​ใน​การ​อยู​รวมกับ​ผู​มี​เชื้อ​เอชไอวี สถานที่​จัดแสดง​ผลงาน ชั้น 2 หอ​นิทรรศการ​ศิลป​วัฒนธรรม มหาวิทยาลัย​เชียงใหม วันศุกร​ที่ 28 พฤศจิกายน 2551 เวลา 18.00 น. เปนตนไป เวิรค​ช็อป​ศิลปะ​สำหรับ​เด็ก มา​รวม​แบงบัน​ความ​รัก ดวย​การ​สรางสรรค​งานศิลปะ วันอาทิตย​ที่ 7 ธันวาคม 2551 เวลา 15.00 – 18.00 น. ณ ราน ดิน​ดี (ใน​รั้วห​ อ​นิทรรศการ​ศิลป​วัฒนธรรม มช) สำรอง​ที่นั่ง​ไดที่ ราน​ดิน​ดี หรือ 089-000-3738

8

Arts November 2008

ตอจากหนา 11

​ตอมา​ได​กอตั้ง​หนวยงาน​อนุรักษ​จิตรกรรม​ฝาผนัง​ขึ้น​ในกรม​ ศิลปากร​ใน​ปพ.​ศ.​ ​2​5​1​9​ ​แผนงาน​ขั้น​แรก​คือ​การ​สำรวจ​จิตรกรรม​ ฝาผนัง ​ซึ่ง​ได​ดำเนินการ​โดย​เรงดวน ​ ​เพื่อ​หา​แหลง​ที่ตั้ง ​สภาพ ​และ​ ความ​สำคัญ​ของ​จิตรกรรม​ฝาผนัง ​สำหรับ​การ​จัด​ลำดับ​ความ​จำเปน​ เรงดวน​ใน​การ​อนุรักษ ​​ ​จาก​การ​สำรวจ​ประมาณ ​2​0​%​ ​ของ​พื้น​ที่​ทั่วประเทศ ​พบ​ จิตรกรรม​ฝาผนัง 2​ 1​ 8​ ​แ​ หง ​ห​ มายความวาป​ ริมาณ​งาน​ทั่วประเทศ​นั้น​ มากมาย​มหาศาล ​ ​และ​ลวน​อยู​ใน​สภาพ​ชำรุด​ทรุดโทรม​อยาง​หนัก​ ถึงขนาด​เรียกวา​ไม​ปลอดภัย ​ ​และ​จะ​ตอง​ยับยั้ง​ความ​ชำรุด​อยางรุน​ แรง​นั้นใ​ หห​ ยุดไ​ วกอน​โดย​ทันที ​​ซึ่งส​ ภาพ​ความ​ชำรุดข​ นาด​นั้น ​​ผูท​ ี่จ​ ะ​ ปฏิบัติง​ าน​จะ​ตอง​มีค​ วาม​สามารถ​และ​ความ​ชำนาญ​งาน​เปนอ​ ยาง​สูง​ อีกดวย ​ ​งาน​อนุรักษ​จิตรกรรม​ฝาผนัง​จึง​รับ​ภาระหนัก ​ ​และ​ตอง​ ทำงาน​ทางวิชาการ​และ​ทางเทคนิคใ​ หร​ วดเร็วท​ ันก​ าร ​โบราณวัตถุ​สถาน ​เปน​อาภรณ​ที่​มนุษย​สรางสรรค​ไว​ประดับ​ โลก ​เปน​มรดก​สวนรวม​ของ​มนุษย​ชาติ​และ​เปน​เครื่อง​เตือน​ใจ​วา​ มนุ ษ ย ​ทุ ก ​เ ชื้ อ ชาติ ​ต  า ง​ก็ ​มี ส  ว นช ว ย​ใ ห ​เ กิ ด ​อ ารยธรรม​ขึ้ น ​ใ น​โ ลก​ โบราณวัตถุ​สถาน​เตือน​ให​เรา​ระลึก​วา ​ความรู​ทางเทคนิค​วิชาการ ​ได​ เจริญค​ วบคูก​ ันก​ ับค​ วาม​ชื่นชม​บูชา​ใน​สิ่งส​ วยงาม แ​ ละ​ถึงแ​ มม​ นุษยเรา​ จะ​นิยม​สิ่ง​ใหมๆ​ ​แต​ขณะ​เดียว​กัน​ก็​พยายาม​เสาะ​แสวงหา​สิ่ง​ที่​เปน​ อมตะ​อยู​เสมอ ​โบราณวัตถุ​สถาน​สอน​ให​มนุษย​ทุกคน​เคารพ​เทิดทูน​ อัจฉริยะ​ทางการ​สรรคสราง​อันเปน​สิ่ง​ที่​เชื่อมโยง​และ​ผูกพัน​มนุษย​ ตาง​เชื้อชาติแ​ ละ​ตาง​รุนก​ ัน​ไวไ​ ด ​ส มั ย ​ป  จ จุ บั น ​นั บ ว า ​ม นุ ษ ย เ รา​รู  จั ก ​แ ละ​ม องเห็ น ​คุ ณ ค า ​ข อง​ โบราณวัตถุ​สถาน​ตางๆ​ไมวา​จะ​อยู​แหงหน​ใด​ใน​โลก​มากกวา​สมัย​ อื่นๆ​ ​เพราะ​ใน​ปจจุบัน​นี้​การ​ศึกษา​ทั่วโลก​เจริญ​กาว​หนา​ไป​มาก ​จึง​ ทำ​ใ ห ​ส ามารถ​ชื่ น ชม​ใ กล ​ชิ ด กั บ ​ศิ ล ปะ​แ ละ​โ บราณวั ต ถุ ​ส ถาน​ไ ด​ งายมาก​ยิ่งขึ้น ​ขณะนี้ร​ ัฐบาล​ของ​ประเทศ​ที่ม​ ีโ​ บราณวัตถุส​ ถาน ​ตาง​ก็​ มองเห็น​แลว​วา​โบราณวัตถุ​สถาน​มิ​ใช​เพียง​หลักฐาน​ที่​แสดง​ถึง​ความ​ รุงเรือง​ของ​อดีตกาล​เทา​นั้น ​แต​เปน​สมบัติ​มี​คา​อัน​สำคัญ​อยาง​หนึ่ง​ และ​มี ​ศั ก ยภาพ​เ ป น ​เ ครื่ อ งประ​กั น ​ค วาม​พั ฒ นา​ก  า วหน า ​ใ นด า น​ อุตสาหกรรม​การ​ทองเ​ที่ยว​ของ​ประเทศ​อีกดวย ​ ​ความ​เจริญ​ดาน​ เทคนิค​การ​อนุรักษ​ซึ่ง​ลวน​สอดคลองกับ​ภูมิปญญา​ทองถิ่น​ลวน​เปน​ ประโยชน​ใน​การ​สงวน​รักษา​และ​อนุรักษ​งาน​โบราณวัตถุ​สถาน ​ ​การ​ พยายาม​พิทักษ​รักษา​มรดก​ทีบ่​ รรพบุรุษไ​ ดส​ ราง​สม​ไวใ​ ห ท​ ั้งนีม้​ ิใ​ ชเ​ พื่อ​ ประโยชนข​ อง​คน​รุน​นี้แ​ ตเ​ พื่ออ​ นุชน​ใน​อนาคต​ดวย ​เนื่องจาก​โครงการ​วิจัย​นี้​มิได​เปนการ​ศึกษา​เฉพาะ​ดาน​เทา​นั้น​ แต​เปนการ​ศึกษา​แบบสห​วิทยา ​ ​พรอม​ทั้ง​การ​ปฏิบัติ ​อนุรักษผ​ ลงาน​ จิ ต รกรรม​ที่​มี ​ส ภาพ​ช ำรุ ด ​ด  ว ย​ค วามรู  ​ท าง​ด  า น ​ป ระวั ติ​ศ าสตร​ โบราณคดี ​ ​ศิลปะ ​วิทยาศาสตร​การ​อนุรักษ​ผสมผสาน​กับ​ความรู​ ภูมิปญญา​ทองถิ่น ​สามารถ​สราง​องคความรูใ​ หม​ให​เกิดขึ้นเ​ พื่อ​ใชกับ​ การ​อนุรักษง​ าน​ศิลปกรรม​ทองถิ่น​ที่​มี​ลักษณะ​ใกลเคียง​กัน​ใน​อนาคต​ ตอไป ​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​ ​

Japan Festival

The 4th Lanna – Japan Festival 2008

งาน​แลกเปลี่ยน​วัฒนธรรม​ลาน​นา-ญี่ปุน ครั้ง​ที่ 4 โดย​ความ​รวมมือ​ ของ สถาน​กงสุลใหญ​ญี่ปุน ณ นคร​เชียงใหม รวมกับ คณะ​วิจิตรศิลป มหาวิทยาลัย​เชียงใหม กรม​สงเสริม​อุตสาหกรรม สภา​อุตสาหกรรม จังหวัด​เชียงใหม กิจกรรม​ที่​นาสนใจ - การ​ประกวด​แขงขันเ​ครื่อง​แขวน​เทศกาล​แหง​ดวงดาว (tanabata) ชิงรางวัล​มากมาย ใน​เทศกาล​อาหาร​และ​ศิลปะ​ญี่ปุน (Japanese Food & Arts Fair) วันที่ 20-30 พฤศจิกายน 2551 ณ ริมปงซ​ ุป​เปอร​ สโตร (Nimcity Daily) สาขา​สี่แยก​สนามบิน - การ​อบรม​การ​ทำ​ผา​มัดย​ อม​ใน​สไตล​ญี่ปุน​แบบ Shibori และ​ แบบ Yuzen โดย​ศิลปนช​ ื่อดัง Mrs. Hisako Tokimoto วันที่ 27, 28 พฤศจิกายน 2551 ณ ศูนยส​ งเสริม​อุตสาหกรรม ภาค​ที่ 1 ติดตอส​ อบถาม และ​รับ​ใบสมัคร​ไดที่ ศูนยส​ งเสริม​อุตสาหกรรม ภาค​ที่ 1 โทร 053-245-361-2 (คุณจ​ ี​ระภรณ)


Arts Court

อาจารย​พิศาล ทิพา​รัตน

ตอจากหนา 11

นั่น​คือ​การ​เรียน​พื้นฐาน​จาก​การ​วาด​ปน​ให​เหมือนจริง เชน การ​ วาด​ปน​คน ก็​ตอง​เรียน​กาย​วิภาค​กอน ตอง​ศึกษา​โครงกระดูก​และ​ กลามเนื้อใ​ น​รางกาย​คน​หรือส​ ัตวท​ ุกช​ ิ้น จำเปน​ไหม ที่​ตอง​เรียน​แบบ​อะคาเด​มิค​เชน​ยุคกอน เพื่อ​กาว​ สู​ศิลปะ​สมัยใหม อยาง​นอย​ก็​เรียน​จาก​รูป​ไปหา​ไมมี​รูป หรือ​จาก​ เหมือนจริง​ไปสู​นามธรรม และ​ทุกวันนี้​ศิลปะ​ก็​เลย​แนว​นามธรรม​ ออกไป​อีก​หลากหลาย​แนว โดย​เนน​ความ​งาม​ใน​ความคิด​มากกวา​ เนนฝ​ มือ กลาว​สำหรับ อาจารยพิศาล เปน​ทาน​หนึ่ง​ที่​สามารถ​เชื่อม​ตอ​ กับ​แนวคิด​ใหม​ได ยอมรับ​แนว​ใหม​ได​ใน​ระดับ​หนึ่ง เห็น​ได​จาก​ความ​ ชื่นชม​งาน​ของ CHRISTO, RICHARD LONG, ISAMU NOGUCHI, BRANCUSI เหลานี้ แต อ​ าจารยพิศาล​ก็​ไมถ​ ึงขั้นส​ นุกท​ ี่จะ​ลงมือทำ นี่เ​ ปนความ​จำกัดข​ อง​การ​เรียน​ศิลปะ​แนว​เกาห​ รือไม คำ​ถาม​ตอไป​คือวา สถาบัน​ศิลปะ​ทุกวันนี้ จำเปน​ตอง​เรียน​ พื้นฐาน​อยาง​ที่เ​ รียน​กัน​อยูห​ รือไม เพราะ​ผูเรียน​ใช​วา​จะ​เปน​คน​ทำ​งานศิลปะ หรือ​เปน​ศิลปน​ได​ ทุกคน บางคน​จำตอง​เปนอ​ าจารยส​ อน​ศิลปะ ซึ่งอ​ าจ​ตอง​สอน​แบบเกา ตอง​ฝกท​ ักษะ​ใหม​ ีฝ​ มือท​ าง​วาด ปน ขั้นพ​ ื้นฐาน​เพื่อส​ อน จำเป น ​ห รื อ ไม ​จ ำเป น ​นั้ น ผม​เ อง​ซึ่ ง ​เ รี ย น​พ ร อ มกั น ​ม า​กั บ​

เหลานี้ไ​ ดด​ ีมาก วันหนึ่ง​เมื่อ​ไมนานมานี้ ผม​กับ อาจารยพิศาล ไป​ตระเวน​ชม​มิว​ เซียม​ศิลปะ​ที่​อิตาลี​และ​ออสเตรีย​ดวยกัน แลว​ลมเหลว ทุกแหง​มี​ผูคน​ รอ​เขาช​ ม​เนืองแนนเ​ สียจ​ น​หมดหวัง ขณะ​เดินไ​ ปตาม​ถนน​เล็กๆ ใน​เมือง​ ที่​เปน​ตนเรื่อง​โรมิโอ​กับ​จูเลียต เห็น​รูปปน​หลอ​สำริด​ตั้งอยู​กลาง​ตลาด ทามกลาง​คน​เดินข​ วักไขว เปนงาน​ประติมากรรม​เทาค​ นจริง ตั้งอยูก​ ลาง​ถนน​ลาน​คน​เดิน ใน​ ทา​ชะเงอ​มองหา​ใคร​สัก​คน มือหนึ่ง​ไขวหลัง อีก​มือ​เปดอก​เสื้อนอก​ให​ เห็นเ​ สื้อช​ ั้นใน ดูๆ ไป​ก็จ​ ะ​คลาย​เสื้อกลาม​แนบเนื้อ เมื่อพ​ ินิจก​ ลาย​เปน​ เสื้อเชิ้ต​ผูก​เน็คไทด​แต​คน​ปน​ขูด​ออก​จน​เรียบ เหลือ​รอย​บางๆ คางอยู เหมือน​ปน​ไม​เสร็จ​นาสงสัย ผม​ถาม ​อาจารยพิศาล ​วา​นี่​มัน​อะไร​กัน พลาง​ชี้ใ​ หด​ ูต​ รง​รอยขูดน​ ั้น อาจารยพิศาล ​อธิบาย​วา เคย​วาด​รูปคน​ใส​แวนตา​เขี่ยๆ ไม​ตอง​ ครบ​เสนใ​ ชม​ ั้ย แสงแวบ​กระทบ​แวนวาว​ทำใหเ​ รา​ไมเห็นบ​ าง​เสน ไมต​ อง​ วาด​ใหค​ รบ​อยาง​พวก​นักว​ าด​โงๆ นั้น อยางเดียว​กับง​ าน​ปนน​ ี้ บาง​มุมท​ ี​่ แสงสะทอน​วับ ตรงนั้นจ​ ะ​วาบ ไมเ​ ห็นวาเ​ ปนร​ ูปอ​ ะไร แตก​ ็ด​ ูร​ ูวาตร​งอก​ นี้​มี​เสื้อใน​กับ​ผา​ผูก​คอ เมื่อ​ขูด​ออกไป​ซะ มัน​จะ​เหมือน​อยาง​ที่​เรา​เห็น​ จริงๆ อยาง​นี้​คือ​ใช​แต​อาย​พวก​ปน​ครบ​ไป​หมด​ทุก​ซอก​มุม​นั้น​ไมเขาใจ​ ตรงนี้

ศิลปวัฒนธรรมและกิจกรรมพิเศษ

คณะวิจิตรศิลป มหาวิทยาลัยเชียงใหม โดย ผูชวยศาสตราจารยศุภชัย ศาสตรสาระ

อาจารยพิศาล ก็ล​ ังเล​ใน​ประเด็นน​ ี้ เทาที่​เห็น​การ​เรียน​การ​สอน​ศิลปะ​ใน​บาน​เรา​นั้น ดู​ก็​ยัง​เรียน​วาด​ ปน​อยาง​พื้นฐาน​เดิมๆ กัน​อยู บางสวน​คิดวาน​ าจะ​เลิก​ได และ​ศิลปะ​ สมัยใหม​ทุกวันนี้​ก็​เลย​จาก​คริส​โต​หรือ​โนกุจิ​อยาง​ที่​ผม​เอยถึง​ไป​มาก​ แลว มี​ความ​จำเปน​หรือไม​ที่จะ​เรียน​ศิลปะ​อยาง​เดิมๆ เพื่อ​วา​จะ​ให​ เขาใจ​รส​เสน รส​สี เขา​ใจความ​งาม​ของ​สิ่ง​ที่อยู​รอบตัว​ใน​ธรรม​ชาติ​ อยาง​ที่​เห็น​ได​ดวย​ตา ซึ่ง​จะ​ชวย​ให​หัวใจ​คน​เรา​มี​สีสัน และ​บานเมือง​ มีร​ สนิยม​ใน​ภาพเขียน​หรือร​ ูปปน หมายถึงเ​ พือ่ ค​ น​สว นใหญไ​ ดเ​ สพ​ศลิ ปะ​บา ง อยาง​นอ ย​กภ็​ าพเขียน ภาพพิมพ อยาง​ที่​วงการศิลปะ​จัดแสดง​เปนประจำ ยังมี​ความ​จำเปน​ หรือไม​ที่จะ​ตอง​ชวยกัน​หาทาง​ให​ประชาชน​สนใจ​และ​เขาถึง​ศิลปะ​ให​ มากขึ้น บางทาน​อาจ​คิดวา​ไมใช​หนาที่ แต​มี​ความ​จำเปน​ที่จะ​ตอง​มี​ สถาบันศ​ ิลปะ ปญหา​เหลานี้ ​อาจารยพิศาล มีค​ ำ​ถาม บางครั้งอ​ ภิปราย​กัน​เปน​ สวนตัว พอเพียง​หรือไม​ที่จะ​เขาถึง​การ​วาด​ปน​ใน​ระดับ อาจารยพิศาล​ กับส​ ังคม​ทุกวันนี้ สุดแลวแตใ​ คร​จะ​ตอบ จน​เมื่อ ​อาจารยพิศาล ​พน​การ​สอน​แลว บางอยาง​ได​พลิกผัน​ เหลือเชื่อ อาจ​พูด​ได​วา​ตลอดชีวิต​การ​เปน​อาจารย​นั้น​แทบ​ไมมี​เวลา​ สรางเมา ครั้น​เกษียณ​จาก​การ​สอน​ก็​เลิก​ดื่ม กลับ​แชมชื่น แจมใส กลาย​เปน​คนละ​คน และ​สนใจ​กลับมา​วาด​ปน​ตามสบาย​และ​ทำ​ไดดี โดย​ไมสนใจ​ดวยวา​เปน​ศิลปน​หรือไม นี่​เปน​อีก​สิ่ง​หนึ่ง​ที่​นาสนใจ​ อาจารย พิศาล​ไม​แสวงหา​ชื่อเสียง เปน​คน​เรียบงาย​และ​มี​ความ​สุข วาด​และ​ปนม​ ากขึ้น มีค​ ุณภาพ​ดวย ใคร​เรียน​ศิลปะ​แลว​อยากรูอ​ ยาก​เห็น หาก​ขอ อ​ าจารยพิศาล ช​ วย​ วิจารณแ​ นะนำ จะ​ไดป​ ระโยชนย​ ิ่ง สิ่ง​ที่​วงการศิลปะ​นาจะ​ทำ​อยางยิ่ง คือ การ​สัมภาษณ​เก็บความ​ จาก​ประสบการณ​ของ ​อาจารยพิศาล​เปน​เลม หรือ​คูมือ​สำหรับ​ ผูเรียน เชน​มุมมอง​เกี่ยวกับ​งาน​ปน ​อาจารยพิศาล ​สามารถ​ปน​ให​เห็น​ การ​อาน​แบบ การ​เนน การ​ปลอยทิ้ง สิ่งท​ ีเ​่ รียกวาไ​ มเ​ หมือน​แตใ​ ช ความ​ ตาง​ใน​งาน​ปนใ​ หเ​ ปนง​ านศิลปะ ตาง​จาก​การ​ถอด​พิมพจ​ าก​ใบหนาจ​ ริง​ อยางไร การ​ถาย​สะทอน​อารมณล​ ง​ใน​งาน​ปน การ​เติมค​ วาม​โงเขลา​ลง​ ไป​ใน​แววตา สี​ที่​ใช​หรือ​ไมใช​ใน​การ​วาด จังหวะ​ของ​เสน และ​อีก​มาก​ มุมมอง ที่ไ​ มอ​ ยาก​เรียกวา​เคล็ดลับใ​ น​การ​วาด​หรือป​ น อยาง​นอย อาจารยพิศาล ​เปนอ​ าจารยท​ าน​หนึ่งท​ ี่จะ​ถายทอด​สิ่ง​

ผม​ถึงบางออ บรรลุ​ธรรม​บาง​ขอ​ใน​ศิลปะ​เดี๋ยวนั้น ใน​วันที่​หมด​ เวลา​ของ​ตัวเอง​แลว มุมมอง​อยาง​นี้แหละ​ที่ อาจารยพิศาล​มี​มาก​ลน ซึ่ง​หาก​รวบรวม​ มา​แลวจะ​ชวย​ให​คน​เรียน​ศิลปะ​เขาถึง​ทางลัด เปนการ​มองเห็น​อยาง​ คน​ชั้นครู คน​สวนใหญ​ไมเห็น​ความ​พิเศษ​ของ ​อาจารยพิศาล​ตรงนี้ ที่​เห็น​ และ​ชื่นชม​แต​ก็​ไม​นึก​ที่จะ​รวบรวม​ให​เปน​เหมือน​ลายแทง​แผนที่​หรือ​ คูมือ​ชี้ทาง เพียงแต​สัมภาษณ​แงมุม​ตางๆ​ขณะ​ทาน​ทำงาน ตลอดจน​ เอา​ผลงาน​ตางๆ ให อาจารยพิศาล​แนะนำ เหตุใด​คณะ​วิจิตรศิลป​จึง​ ไมท​ ำ​สิ่งเ​ หลานี้ มี​อาจารย​บางทาน​ใน​คณะ​วิจิตรศิลป​ที่​มี​ความ​สามารถ​เฉพาะ​ ทาง ที่ส​ ามารถ​ถาย​สะทอน​มุมมอง​ให​ผูเรียน​เห็นท​ างลัด ทาน​เหลานั้น​ อาจ​เขียน​หรือ​เลา​ดวย​ตัวเอง​ไมได มี​ความ​จำ​เปนที่​ตอง​ใช​คน​อื่น​เขียน​ แทน โดย​การ​สัมภาษณ พูดคุย หยิบ​คำ​และ​ความ​ใน​ตัว​ทาน​ออกมา​ เรียบเรียง จาก​ประสบการณ​สวนตัว ผม​ได​เห็น​หลาย​ทาน​ที่​มี​ความ​สามารถ​ ใน​ระดับ​เปน​แหลง​แหง​การ​เรียนรู​พิเศษ เชน ​อาจารยพิศาล ทิพา​รัตน ซึ่ง​ผม​เอง​ก็ได​แงมุม​จาก​เพื่อน​ผู​นี้​มาก บางครั้ง​การ​เรียน​ทาง​หนึ่ง​ก็ได​ มาจาก​คน​ใกลเคียง​นั่นเอง และ​หลายครั้ง​การ​ฟง​เด็ก​รุนหลัง ชวย​ให​ เห็นค​ วามคิดใ​ หมๆ ที่เ​ รา​คน​รุนกอน​นึกไมถึง หลายคราว​ผม​คิดวา ผม​นี่แหละ​นาจะเปน​คน​หนึ่ง​ที่​ควร​รวบรวม​ แงคิด​ของ​ครู​อาจารย​เหลานี้ เพราะ​สิ่ง​ที่​ผม​ได​ฟง​และ​ชาง​จดจำ​นั้น​ มากมาย​นกั แตจ​ ะ​มคี วามหมาย​แกใ​ คร​เลา กีค​่ น​ทีจ่ ะ​สนใจ​หรือใ​ หค​ วาม​ สำคัญ เสียง​เรงเรา​ให​กาว​สู​ยุค​สมัยใหม​ในทาง​ศิลปะ​เรา​ความ​สนใจ ยิ่งเ​ สีย​กวา​การ​มอง​ความ​งาม​แบบ​เดิมท​ ี่ค​ น​รุน​ผม​ออกจะ​ช่ำชอง แตจ​ ะ​ เสียดาย​ไป​ทำไม​เลา โลก​เคย​ควบ​มา ส​ ง ขาว ยาม​ศกึ ส​ งคราม ทีเ่ กิดค​ ำ​วา ​ มาราธอน ตอมา​เรา​มีโ​ ทรเลข​สงค​ วาม​ถึงกันผ​ าน​แผนกระดาษ วันนีเ้​ รา​ มี​โทรศัพทบ​ าน แลวก็ม​ ือถือ แถม​ภาพ​ให​เห็นเ​ หตุการณท​ ี่​กำลังเ​ กิดขึ้น​ อีกซ​ ีกโลก สิ่งใ​ หมๆ นา​อัศจรรย​เคลื่อน​ผานหนา​ผม​ไป เรา​แตละคน​ตาง​ มีท​ างเลือก​ของ​ตน ใหเ​ ลือก​เดินบ​ น​ถนน​ศิลปะ มีห​ ลายอยาง​ใหเ​ ลือก​ทำ​ และ​ทาทาย

ศุกร ที่ 24 ตุลาคม 2551 เวลา 18.00 น. เปนตนไป ณ ลาน​กิจกรรม​หนา​สโมสร​นักศึกษา คณะ​วิจิตรศิลป ​ออเดิรฟ​ลูกทุง​วิจิตรศิลป เปดตัวช​ านช​ลา​ลูกทุงว​ ิจิตรศิลป 51 กอน​ที่จะ​ได​พบ​ กับ​การ​แสดง​เต็มร​ ูปแบบ​กับ​กิจกรรม​ของ​นักศึกษา​คณะ​วิจิตรศิลป ขอ​เชิญ​รวม​ กิจ​กรรมการ​แสดง​และ​ชม VDO ลูกทุง​ครั้ง​ที่ผานมา เสาร ที่ 1 พฤศจิกายน 2551 ลูกทุง​วิจิตรศิลป 51 ชานช​ลา​ลูกทุง พบ​กับค​ อนเสิรต​ลูกทุง​วิจิตรศิลป 5 โมง​เย็น​เปนตนไป ณ ลาน​ขาง​คณะ​ วิจิตรศิลป บัตร​ราคา 89 บาท VIP 250 บาท พฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน 2551 ผลงาน​ชิ้นเอก​ที่​ไมใช​ถาวรวัตถุใ​ ห​ปรากฏบน​แผน​ฟลม เวลา 18.00 น. ณ ลาน​ กิจกรรม​หนา​สโมสร​นักศึกษา คณะ​วิจิตรศิลป Rivers and Tides เปนการ​จับภาพ​ที่​งามสงา​ของ Andy Goldsworthy ใน​ ระหวาง​การ​สรางสรรค ซึ่ง​ถือเปน​ประสบการณ​ทาง​ภาพยนตร​ทชี่​ วน​ให​ หลงไหล ชวย​ใหคุณ​ไดเ​ ห็น​คุณคาแ​ ละ​ชื่นชม​ความ​งาม​ของ​ธรรมชาติใ​ น​ แนวทาง​ใหม​เปน​อยาง​ดี คุณ​ที่​ชื่นชอบ​สารคดีแ​ นว​ธรรม​ชาตินิยม​และ​หลง​ไหล​ มนตเ​ สนห​ของ​งานศิลปะ สมควร​อยางยิ่ง​ที่​ตอง​ไมพ​ ลาด​สารคดีเ​ รื่อง​นี้ พฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน 2551 The last king of Scotland เรื่องราว​ของ​กษัตริยอ​ งค​สุดทาย​แหง​สกอต​แลนด​ที่​ตอง​เผชิญกับ​อุปสรรค​ตางๆ นาๆ ความ​สุข เศรา ผู​ที่​ได​ชื่อวา “กษัตริย” ตอง​เผชิญ ณ ลาน​กิจกรรม​หนา​ สโมสร​นักศึกษา คณะ​วิจิตรศิลป ศุกร ที่ 14 พฤศจิกายน 2551 เวลา 17.30 – 19.00 น. ณ ลาน​ประลอง​จิตรกรรม​รวมสมัยห​ นา​คณะ​วิจิตรศิลป เปดตัวล​ าน​ประลอง​ผนัง​จิตรกรรม โดย รศ.สมเกียรติ ตั้งนโม คณบดี​คณะ​ วิจิตรศิลป พรอมกับช​ ม​ดนตรีโ​ ฟลค​ซอง JUIS-JUIS ศิษยเกา​คณะ​วิจิตรศิลป รุน​ที่ 16 - ได​รวม​แสดง​ใน​คอนเสิรต Glaston Bury Festival, England ป 2007 - มี​อัลบั้ม Single 6 เพลง ติด​ชารต ณ ตอนนี้ 4 เพลง ศิลป​วัฒนธรรม​และ​กิจกรรม​พิเศษ​คณะ​วิจิตรศิลปร​ วมกับ ArtAids จัดก​ ิจกรรม​ พิเศษ​ระหวาง​วันที่ 20 พฤศจิกายน 2551 – 11 ธันวาคม 2551 ณ ลาน​ กิจกรรม​หนา​สโมสร​นักศึกษา​คณะ​วิจิตรศิลป มหาวิทยาลัยเ​ ชียงใหม พฤหัสบดี​ที่ 20 พฤศจิกายน 2551 เวลา 18.00 - 20.30 น. หัวขอ “ศิลปน​รุนใหมก​ ับ​สื่อ​ศิลปะ” โดย ศิลปนจ​ าก​กรุงเ​ ทพ : ประทีป สุธา​ ทอง​ไทย (Photo+VDO) พ���​ประเสริฐ ยา​มา​ซากิ (Installation) โนรี ธรรม​รักษ (Photography) พฤหัสบดี​ที่ 27 พฤศจิกายน 2551 เวลา 18.00 -20.30 น. หัวขอ “Conceptual Art” โดย ศิลปน​จาก Belgium: Leo Copers (Concept Installation) Erich Weiss (Conceptual) USA/The Netherlands: Otto Berchem (Social Intervention) พฤหัสบดี​ที่ 4 ธันวาคม 2551 เวลา 18.00 – 20.30 น. หัวขอ “Lecture: เวลา​ใน​งานศิลปะ” โดย ศิลปน​จาก​กรุง​เทพ: เตย​งาม ​คุปตะ​บุตร (sound community)

ขอใหอ​ าจารยพ​ ิศาล​จากไป​ดวยดี

www.finearts.cmu.ac.th www.finearts.cmu.ac.th/cmuartcenter

Arts November 2008

9


พิพิธภัณฑศ​ ิลปะ​ของ​มหาวิทยาลัยพ​ริน​สตัน

ตอจากหนา 2

ใน​ป ค.ศ.1890 สิ่ง​สะสม the Trumbull-Prime collection ได​ถูก​ สงไปยัง​อาคาร​รูปทรง​แบบโร​มา​เนสค ที่​ออกแบบ​โดย A. Page Brown. Allan Marquand (ศาสตราจารย​ทาง​ดาน​ประวัติ​ศาสตร​ศิลป และภั​ณ​ฑา​รักษ​พิพิธภัณฑ​ศิลปะ​ของ​มหาวิทยาลัยพ​รินส​ตัน) ซึ่ง​ ทำการ​สอน​ใน​ชวง 1874 และ​หลังจาก​ป 1905 ได​เปน​หัวหนา​ ภาควิชา​ศิลปะ​และ​โบราณคดี ไดรับ​การ​แตงตั้ง​เปน​ผู​อำนวยการ​คน​ แรก​ของ​พิพิธภัณฑ​ศิลปะ​แหงนี้ ตำแหนง​ดังกลาว​เขา​ครอง​อยู​ จนกระทัง่ เ​กษียณอายุใ​ น​ป 1922. นอกจาก​สมบัตส​ิ ะสม​ของ William C. Prime แลว จำพวก​เครื่อง​ปน​ดินเผา​และ​เครื่อง​ลายคราม ที่​ถูก​ เก็บ​สะสม​เอา​ไว​ใน​อาคาร​ซึ่ง​ถูก​รูจัก​ใน​ฐานะ​พิพิธภัณฑ​ประวัติ​ ศาสตร​ศิลป ดังที่​มัน​เปนที่​รับรู​จนกระทั่ง​ป 1947 พิพิธภัณฑ​นี้​ยัง​ เปนที่​รวบรวม​สิ่ง​ตางๆ ประเภท​งาน​ปน​และ​งาน​หลอ​ของ​ตัวอาคาร​ อัน​มี​ชื่อเสียง อยาง​เชน​รายละเอียด​ทาง​ดาน​สถาปตยกรรม และ​ ลวดลาย​ประดับต​ างๆ ผลงาน​จิตรกรรม คอยๆ กอ​เกิด​ที่ทาง​ของ​มัน​เอง​เขามา​อยู​ใน​ การ​สะสม​ของ​อาคาร​แหงนี้ โดยเฉพาะ​อยางยิ่ง หลังจาก Frank Jewett Mather Jr. (ผูสอน​วิชา​ศิลปะ​และ​โบราณคดีท​ ี่ม​ หาวิทยาลัย พ​รนิ สต​ นั เขา​ยงั เปนน​ กั ว​ จิ ารณศ​ ลิ ปะ​ดว ย) ไดเ​ ขามา​รว มกับภ​ าควิชา​ ใน​ป 1910 โดย​สอน​วชิ า​ศลิ ปะ​สมัยเ​ รอ​เนสซ​องค ไดข​ ึน้ ด​ ำรง​ตำแหนง​ ผู​อำนวยการ​พิพิธภัณฑ​ใน​ป 1922 อันเปนป​ ​เดียว​กับ McCormick Hall, สวน​ตอเติม​ใน​สไตล เซเนส ​กอธิค(Sienese Gothic style) หลังจาก​แบบแปลน​ของ Ralph Adams Cram, ไดรับก​ าร​เพิ่มเ​ ขามา​ ทาง​ดาน​ทิศใตข​ อง​อาคาร A. Page Brown. อาคาร A. Page Brown ใน​ตัว​มัน​เอง​ไดรับ​การ​รื้อถอน​ใน​ป ค.ศ.1963 เมื่อ Steinman และ Cain ได​ทำการ​ปฏิสังขรณ​และ​ ขยับขยาย McCormick Hall ขึ้น และ​เสร็จส​ มบูรณใ​ น​ป 1966. ใน​ ลำดับ​ตอมา การ​ตกแตง​ภายใน​ของ​พิพิธภัณฑ​ไดรับ​การ​บูรณะ​ ซอมแซม​และ​ขยาย​เนื้อที่​เพิ่มอีก 27,000 ตารางฟุต, The Mitchell Wolfson Jr., ที่​เปน​ปก​ของ​อาคาร ไดรับ​การ​ออกแบบ​ขึ้น​มา​โดย Mitchell / Giurgola, และ​สง​มอบให​ใน​ป 1989 หนึ่ง​ใน​สาม​ของ​ พื้นที่​เพิ่มเติม​จัด​เปน​พื้นที่​ใหม​ของ​การ​จัดแสดง​นิทรรศการ สวนใน​ การ​ปรับปรุง​อื่นๆ รวมไปถึง​สตูดิโอ​เกี่ยวกับ​การ​อนุรักษ​ขนาดใหญ และ​หอง​สำหรับ​การ​จัดสัม​นา​และ​หอง​เก็บ​อุปกรณ​การ​ศึกษา​ทาง​ ดาน​ศิลปะ​ที่​ได​สะสม​ไว​ใน​ทุกๆ ดาน เพื่อ​อำนวย​ความ​สะดวก​ ในดาน​การ​เรียน​ทาง​ดาน​ศิลปะ​ของ​มหาวิทยาลัย ปจจุบัน​พิพิธภัณฑ​ศิลปะ​แหงนี้ นับ​เปนหนึ่ง​ใน​พิพิธภัณฑ​ มหาวิทยาลัยซ​ ึ่งม​ ีค​ วาม​โดดเดนข​ อง​ประเทศ. สมบัตสิ​ ะสม​ตางๆ ใน​ หลาย​ดาน​ได​สถาปนา​ขึ้น​ภายใต​การ​อำนวยการ​ของ Marquand และ Mather และ​บุคคล​เหลานั้น​ที่​ริเริ่ม​ขึ้น​หลังจาก​การ​เกษียณอายุ​ ของ Mather ใน​ป ค.ศ.1946 ซึ่งม​ ีอ​ ะไร​มากไป​กวา​การ​เปนเ​ พียง​ของ​ สะสม​เพื่อก​ าร​ศึกษา​เทานั้น แนวคิด​การ​กอตั้ง​พิพิธภัณฑ​ศิลปะ และ​สมบัติ​สะสม หลักการ​ใน​การ​กอตั้งพ​ ิพิธภัณฑศ​ ิลปะพ​รินสต​ ันก​ ค็​ ือ เพื่อท​ ำให​ นักศึกษา​เขาถึงผ​ ล​งานศิลปะ​ทีเ่​ ปนข​ องแทไ​ ดโ​ ดย​ตรง สราง​สม​ความ​ คุนเคย และ​เขา​หาได​ตลอด​เวลา นอกจากนี้​ยัง ​ทำหนาที่​เปน​ สวนเสริม​หรือ​องคประกอบ​อัน​รุมรวย​ในดาน​การ​เรียน​การ​สอน​และ​ การ​วิจัยข​ อง​มหาวิทยาลัย และ​ปจจุบันแ​ นวความคิดท​ ี่ม​ ีม​ า​แตเดิมน​ ี​้ ยังคง​ดำรง​สืบ​ตอมา. พิพิธภัณฑ​ศิลปะ​ยัง​ใหบริการ​แก​ผูชม​จำนวน​ มาก แตอ​ ยางไร​ก็ตาม ใน​ฐานะ​ทุนท​ าง​วัฒนธรรม​อันร​ ่ำรวย​ที่สุดข​ อง​ รัฐ​นิว​เจอร​ซี และ​ใน​ฐานะ​การ​มี​สวนรวม​อยาง​แข็งขัน​ใน​ชุมชน​ นานาชาติข​ อง​พิพิธภัณฑ​ศิลปะ ผล​งานศิลปะ​ที่​สะสม​จำนวน​มากกวา 68,000 ชิ้น ไดรับ​การ​จัด​ เรียงลำดับ​ใน​เชิง​ประวัติ​ศาสตร​นับจาก​อดีต​จน​กระทั่งถึง​ศิลปกรรม​ รวมสมัย และ​ให​ความ​เอาใจใส​ตอ​ภูมิภาค​เมดิเตอรเรเนียน, ยุโรป​ ตะวันตก, จีน, สหรัฐอเมริกา และ​ลา​ติน​อเมริกา. นอกจากนี้​ยังมี​ ความ​โดดเดน​ใน​เรื่อง​ของ​สะสม​ของ​โบราณ​ใน​ยุคกรีก​และ​โรมัน ตลอด​รวมถึงผ​ ลงาน​ประเภท​เซรา​มิค, หินออน, บ​รอนซ, และ​ผลงาน​ โมเสค​โรมัน​จาก​การ​ขุดคน​ทาง​ดาน​โบราณคดี​ของ​มหาวิทยาลัย พ​รินสต​ ันใ​ น Antioch ประเทศ​ตุรกี เรื่องราว​ของ​ยุโรป​ใน​ยุคกลาง ไดรับ​การ​จัดแสดง​โดย​ตัวแทน​ ผลงาน​ประเภท​ประติมากรรม, ผลงาน​ประเภท​โลหะ, และ​ภาพเขียน​ สี​บน​กระจก(stained glass). ผลงาน​จิตรกรรม​ของ​ยุโรป​ตะวันตก ประกอบดวย​ตัวอยาง​ผลงาน​ชิน้ ส​ ำคัญใ​ น​สมัยเ​ รอ​เนสซ​องค​ตอนตน จน​กระทั่งถึงศ​ ิลปะ​ใน​คริสตศ​ ตวรรษ​ที่ 19 และ​งาน​สะสม​งอกงาม​ตอ​ มาถึงค​ ริสตศ​ ตวรรษ​ที่ 20 และ​ผลงาน​ศิลปกรรม​รวมสมัย. ผลงาน​ที​่ ยืม​มา​สำคัญๆ ได​เพิ่มเติม​สมบัติ​สะสม​ของ​พิพิธภัณฑ​ขยาย​ไป​ใน​ หลากหลาย​พื้นที่ม​ าก ทามกลาง​ความ​เขมแข็งท​ ี่สุดใ​ น​พิพิธภัณฑศ​ ิลปะ คือข​ อง​สะสม​ ตางๆ เกี่ยวกับ​ศิลปกรรม​จีน โดย​การ​ถือครอง​งาน​ประเภทบ​รอนซ รูปแกะสลัก​ที่​บรรจุ​อยู​ใน​สุสาน ผลงาน​จิตรกรรม และ​ภาพเขียน​ พูกันจ​ ีน นอกจากนี้ย​ ังมีง​ านศิลปะ​กอน​โคลัมเบียน (หมายถึงก​ อน​ที​่ โคลัมบัส​จะ​คนพบ​ทวีป​อเมริกา) รวมถึง​ตัวอยาง​ที่​โดดเดน​ของ​ ศิลปกรรม​ยุค​มายา เปนตน พิพิธภัณฑ​ศิลปะ​ยัง​ได​มี​การ​สะสม​ผลงาน​ภาพพิมพ​สำคัญๆ ของ​ปรมาจารย​ใน​งานศิลปะ​ภาพพิมพ​ดวย ตลอด​รวมถึง​ผลงาน​ วาดเสน และ​งาน​สะสม​ประเภท​ภาพถาย​ของจริง​อยาง​กวางขวาง. ศิลปะ​แอฟริกา​ก็​มี​การนำ​ออก​แสดง​เชน​เดียว​กับ​ผล​งานศิลปะ​ของ​ อินเดีย. แมจ​ ะ​ไมมีห​ องหับใ​ น​พิพิธภัณฑ แตส​ วนหนึ่งข​ อง​งาน​สะสม​ ของ​มหาวิทยาลัย​ก็​คือ ผลงาน​สะสม​ทาง​ดาน​ประติมากรรม​ของ The John B. Putnam Jr. Memorial Collection ซึ่งไ​ ดม​ กี​ าร​รวบรวม​

10

Arts November 2008

งาน​ปน​ชิ้ น​สำคัญ​ใ น​คริสต​ศตวรรษ​ที่ 20 ประกอบดวย​ผลงาน​ ประติมากรรม​ของ​ปรมาจารย​ยุคใหม อยาง​ผลงาน​ของ Alexander Calder, Jacques Lipchitz, Henry Moore, และ Pablo Picasso. ยิ่ง​ไป​กวา​นั้น พิพิธภัณฑ​ศิลปะ​ยัง​ได​สะสม​ภาพเหมือน​ผูบริหาร​ของ​ มหาวิทยาลัยพ​รินสต​ ันด​ วย นิทรรศการ​ศิลปะ​พิเศษ​ได​มี​การ​จัดแสดง​ตลอด​ทั้งป จำนวน​มาก​ ถูก​ดึง​มาจาก​งาน​สะสม​ศิลปะ​ถาวร และ​แสดง​รวมกัน​ไปกับ​หลักสูตร​ ของ​ภาควิชา​ศิลปะ​และ​โบราณคดี รวมถึงโ​ ปรแกรม​การ​เรียน​การ​สอน​ ใน​ภาควิชา​ตางๆ ของ​มหาวิทยาลัย

ของ Mougins,  ใน​ Provence-Alpes-Cote d’Azur. โดย​ในชวง��� เวลานีเ้ ขา​เปนค​ นทีม​่ ชี ือ่ เ​สียง​คน​หนึง่ บ​ อ ยครัง้ ไดใหค​ วาม​สน​ใจมากใน​ เรื่อง​ชีวิตส​ วนตัว เ​ ชนเ​ ดียว​กับ​การใหค​ วามใสใจ​ใน​เรื่อง​ของ​ศิลปะ น​ อกจาก​การ​ประสบ​ความ​สำ​เร็จใ​ นทาง​ศลิ ปะ​นานา​ชนิด ป​ ค าสโซ​ ยังมี​อาชีพ​เกี่ยวกับ​ภาพยนตร​ดวย ​รวมถึง​การ​ปรากฏตัวใน​ Jean Cocteau’s Testament of Orpheus. ปคาส​โซ​มักจะ​แสดงตัว​ ของเขาเองใน​ภ าพยนตร ​ข องตน​. ในป ​ ค​. ศ​. 1955 เขาได ​ช  ว ย​ สรางภาพยนตรเ​ รื่องThe Mystery of Picasso ​ซึ่งไ​ ดรับก​ าร​กำกับโดย Henri-Georges Clouzot. ปา​โบล​ ปคาส​โซ​ ถึงแก​กรรม​เมื่อ​วันที่ 8 ​เมษายน 1973 ใน​

Princeton PICASSO ปา​โบล​ปคาส​โซ​

ตอจากหนา 5

ทาง​ดาน​ศิลปะ​ของปคาส​โซ​ ไม​เปนที่​ถูกใจ​ใน​ทัศนะ​ทาง​ศิลปะ​ของ​ พวกนาซี ​ดวย​เหตุ​ดังนั้น เขา​จึงไม​สามารถ​ที่จะ​แสดง​ผลงาน​ของตน​ ในชวง​เวลา​ดังกลาวได. แ​ ม​จะ​ถอยหาง​จาก​สตูดิโ​ อการ​ทำงาน​ของเขา​ แตป​ คาส​โซ​ยังคง​เขียนภาพ​อยูต​ ลอด​เวลา ถึงแ​ มเ​ ยอรมันจ​ ะทำ​ใหการ​ หลอ​บรอนซเปน​สิ่ง​ที่​ผิดกฎหมายใน​ปารีส ​แต​ปคาส​โซ​กลับไมให​ ความเอาใจ​ใส มีการใชบรอนซ​อยาง​เปนปกติโดยมีการ​ลักลอบ​สง​ มาถึงเขาโดย​พวก​ตอตาน​ชาว​ฝรั่งเศส​

​หลังจาก​การ​ปลดปลอย​ปารีสในป​1944 ปคาส​โซ​เริ่มส​ มาคม​กับ​ นักศึกษา​ศิลปะ​รุนเ​ ยาวค​ น​หนึ่ง นาม​วา Francoise Gilot. ใน​ทายที่สุด​ ทั้งสอง​กลาย​เปน​คูรัก​กัน ​และไดมีลูก​ดวยกัน​สองคน​, Claude ​และ Paloma. โดย​เฉพาะ​ทามกลาง​ผูหญิง​ของปคาส​โซ​ Gilot ได​ละทิ้ง​ จากปคาส​โซ​ไป​ในชวง​ป​ 1953 ​เนื่องจาก​มีการ​กลาว​หาวา เขา​ กระทำการ​รุนแ​ รง​และ​มีการ​นอกใจ​ซ​ ึ่งเ​ปนเ​รื่อง​ทที่​ ำราย​ปคาส​โซ​อยาง​ มาก เขา​ตอง​ผาน​หวง​เวลา​ที่​คอนขาง​ยุงยาก​นี้​เกี่ยวกับ​การ​ตีจาก​ของ Gilot ​ไปสู​วัย​ที่​เพิ่มขึ้น​เรื่อย​ๆ​ ​และ​การ​รับรูของเขา​วา ​มาถึง​ตอนนี้​ ในชวง​ทศวรรษ​ที่ 70s เขาไมได​เปนที่ดึงดูดใจอีก​ตอไป​แลว ​และ​ คอนขาง​เปนพวก​วิตถาร​สำหรับส​ ำหรับห​ ญิงสาว​ทั้งหลาย ​ผ ลงาน​ว าด​เ ส น ​ด  ว ย​น้ ำ หมึ ก ​จ ำนวน​ม าก​ใ นช ว ง​เ วลานี้ ไ ด​ เปดเผยให​เห็น​เรื่องราว​เกี่ยวกับ​คน​แก​นา​เกลียด ​รูปราง​แคระ​แกร็น​ คลาย​ๆ​ พวก​ตัวตลก​ที่​ตอง​เผชิญหนา​กับ​หญิง​สาวสวย รวม​ไปถึง การมีค​ วาม​สัมพันธเ​ พียง 6 ​สัปดาหก​ ับ Genevieve Laporte, ผูซ​ ึ่งใน​ เดือนมิถุนายน 2005 ไดมีการ​เปด​ประมูล​ภาพ​ผลงาน​วาด​เสน​ ตางๆของปคาส​โซที่เ​ ขียนรูปเ​ กี่ยวกับต​ ัวเธอ ​วัยชรา ​และ​บาน​หลัง​ใหญ ​ปคาส​โซ​ได​กอสราง​อาคาร​ขนาด​มหึมาในส​ไตลกอธิค​ ​และ​ จัดใหมีวิลลา​หรือ​บานพักตากอากาศ​หลัง​ใหญ​หลาย​หลัง​ในทาง​ ตอนใต​ของ​ฝรั่งเศส​ ณ Notre-dame-de-vie ​ซึ่ง​อยูใน​เขตชาน​เมือง​

Mougins, ฝ​ รั่งเศส​ข​ ณะนั้นเขา​และ​ภรรยาแจ็คเ​ กอรีน(​ Jacqueline)​ กำลังใ​ หการ​ตอนรับเ​ พื่อน​ๆ​ส​ ำหรับม​ ื้อเ​ ย็น ค​ ำพูดส​ ุดทาย​ของเขา​คือ “​ดื่มให​กับผม​ ​ดื่มให​สุขภาพ​ของผม​ คุณ​ตาง​รูวา ​ผม​ไม​สามารถ​ ดื่มไดอ​ ีกต​ อไป​แลว” (“Drink to me, drink to my health, you know I can’t drink any more.”) ​ราง​ของเขาได​ถูก​ฝง​ที่ Castle Vauvenargues’ park, ใน​Vauvenargues, Bouches-du-Rhone. ใน​ฐานะ​ภรรยา​คน​สุดทาย แจ็ค​เกอรีน​ ​ปกปอง​มิ​ให Claude ​และ Paloma (ลูก​ของปคาส​โซ​) ​เขามา​รวมในงาน​พิธีฝงศพ​ครั้งนี้

​บทสงทาย: ​แนวคิด​ทางการ​เมือง​ของปคาส​โซ​ (Political views) ปคาส​โซ​วางตัว​เปนกลาง​ในชวง​ระหวาง​สงครามโลก​ครั้งที่ 1,​ สงคราม​กลาง​เมือง​ของส​เปน​, ​และ​สงครามโลก​ครั้ง​ที่สอง เขา ปฏิ​เสธ​ที่จะ​ตอสูให​กับ​ฝายใด​ฝาย​หนึ่ง ​บางคนในยุค​รวมสมัย​ เดียวกัน​กับเขา​รูสึกวา ​ความ​รักสงบ​และ​สันติภาพ​ของเขา​เกี่ยวพัน​ กับค​ วาม​ขีข้ ลาด​ยิง่ กวาห​ ลักการใดๆ​. ใน​บทความ​ชิน้ ห​ นึง่ ท​ ตี​่ พี มิ พใน​ นิตยสาร The New Yorker ​เรียกเขา​วา “คน​ขี้ขลาด ​ซึ่ง​นั่ง​นอน​อยู​ ภายนอก​สงครามโลก​ทั้งสอง​ครั้ง ​ในขณะที่​บรรดา​เพื่อน​ๆ​ ของเขา​ กำลังต​ กทุกขได​ยาก​และ​กำลังต​ ายลง​ทีละ​คน​” ใน​ฐานะ​พล​เมือง​ส​เปนคน​หนึ่ง​ที่​อาศัยอยูใน​ฝรั่งเศส​ ปคาส​โซ มิ​ได​อยู​ภาย​ใต​การ​บังคับให​ตอง​ตอ​สูกับ​การ​รุกราน​ของ​เยอรมันใน​ สงครามโลก​แต​อยางใด​. ใน​สงคราม​กลาง​เมือง​ส​เปน​ ใน​ฐานะ​​ พล​เมือง​สเ​ ปนที่พ​ ำนักอ​ ยูใน​ตาง​ประ​เทศ เขามีทาง​เลือก​และ​มีค​ วาม​ ผูกพันใน​ฐานะ​อาสาสมัคร​ที่จะ​หวนกลับ​ไปยัง​ประ​เทศ​ของตน​เพื่อ​ รวม​รบ​ใน​สงคราม ป​ ค าส​โซ​ไดแ​ สดงอาการ​โกรธ​เกรีย้ ว แ​ ละ​ประณาม​ ความ​เปน​เผด็จการ​ของ Francisco Franco โดย​ผาน​ผลงาน​ ศิ ล ปกรรม​ข องเขา โดยไม ไ ด มี ก าร​จั บ อาวุ ธ ​ห รื อ ​เ ครื่ อ งมื อ​ ประหัตประหาร​เพื่อ​ทำรายใคร เขา​ยังคง​หาง​เหิน​และโดด​เดี่ยว​จาก​ ขบวนการ​ปลดปลอย​เพื่อ​ความ​เปนอิสระ Catalan (​เมือง​ทาง​ภาค​ ตะวันออก​เฉียง​เหนือข​ องประ​เทศส​เปน​) ด​ วย ใ​ นชวง​ที่เขา​ยังเยาววัย​ ทั้งที่​มีการ​แสดงออกใน​เชิง​สนับสนุน​ทั่วไป​ ​และ​มี​มิตรภาพ​อันดี​ตอ​ กลุมก​ ิจกรรม​ตางๆ​​พวกนั้น ในป​ค​.ศ​.1944 ปคาส​โซ​ไดร​ วมกับพ​ รรค​การ​เมือง the French Communist Party, ​ซึ่งได​จัดใหมีการ​ประชุม​สันติภาพ​ระหวาง​​ ประ​เทศใน​โป​แลนด​ ​และในป​ 1950 เขา​ไดรับร​ างวัล Stalin Peace Prize จาก​รัฐบาล​สหภาพโซ​เวียด​. แ​ ตก​ าร​วิจารณพ​ รรค​เกี่ยวกับภ​ าพ​ เหมือน​ของสตาลิน​ ใน​ฐานะ​ที่ไมเ​ หมือนจริงเ​ พียงพอ ไดส​ ราง​ความ​ เย็นชา​และ​คลาย​ความ​สน​ใจของปคาส​โซ​ ตอก​ าร​เมือง​คอมมิวนิสต​ แมวาเขา​ยังคง​ความ​เปนสมาชิก​ที่​ซื่อสัตย​ของ​พรรค​คอมมิวนิสต จนกระทั่ง​วาระสุดทาย​ก็ตาม ในการ​สัมภาษณ​ครั้งหนึ่ง ​ป​ 1945 โดย Jerome Seckler, ปคาส​โซ​กลาว​วา: ผม​เปน​คอมมิวนิสต ​และ​ภาพ​เขียน​ของผมก็​เปน​ จิตรกรรม​คอมมิวนิสต... แ​ ตถ​ าผ​ ม​เปนช​ าง​ทำรอง​เทา ค​ วาม​เปนพวก​ นิยม​ราชวงศห​ รือเ​ ปนค​ อมมิวนิสต ห​ รือจ​ ะอะ​ไร​ก็ตาม ก​ ็จะ​ไมมคี​ วาม​ จำ​เ ป น ที่ ​จ ​ะ ทำให ผ มตอกรองเท า ด ว ยวิ ธี ก ารที่ พิ เ ศษ ใดๆ เพื่อแสดงถึงความฝกใฝทางการเมืองของผม” เขาขัดแยงกับการ แทรกแซงขององคการสหประชาชาติ และสหรัฐอเมริกา ในสงคราม กลางเมืองเกาหลี และไดเขียนภาพเรื่องราวนี้ใน Massacre in Korea. ในป ค .ศ.1962 เขาได รั บ รางวั ล สั น ติ ภ าพเลนิ น (the International Lenin Peace Prize)

www.finearts.cmu.ac.th www.finearts.cmu.ac.th/cmuartcenter


Artist อาจารยพ​ ิศาล ทิพา​รัตน เรื่องเลา... โดย เทพ​ศิริ สุข​โสภา

ใน​บรรดา​เพื่อน​ที่เ​ รียน​ศิลปะ​มา​ดวยกันน​ ั้น อาจารยพิศาล ทิพา​รัตน เปนเพื่อน​ที่ร​ ูซึ้ง​ ถึงใจ​กับผ​ ม​มาก​ที่ส​ ุดคน​หนึ่ง ซึ่งผ​ ม​จะ​เลา​ความ​พิเศษ​ในทาง​ศิลปะ​ของ​เขา​ไดเ​ ปนเ​ ลม ความ​สามารถ​ของ ​อาจารยพิศาล ไม​เพียง​ในดาน​การ​เขียน​ภาพ แต​ในดาน​การ​ปน​ ดวย ยิ่งเ​ ปนการ​วาด​หรือป​ นภ​ าพเหมือน​ดวย​แลว อาจารยพิศาล​ทำไดไ​ มแ​ คเ​ หมือน แตม​ ี​ รส​มืออ​ ยาง​ชนิดห​ าตัวจับยาก และ​ฝมือร​ ะดับน​ ี้ใ​ น​เมือง​เรา​มีเ​ พียง​ไมก​ ี่ค​ น ความ​นาสนใจ​ทีน่​ ักศึกษา​จะ​เรียนรู���​ าก อาจารยพิศาล​ไดม​ าก คือ การ​อาน​แบบ การ​ จำ​ลักษณะ​พิเศษ ความ​เหมือน​ทีไ่​ มใชเ​ พียง​เหมือนจริง แตเ​ ปนการ​สำแดง​ออก​ใน​ลักษณะ​ ยิ่งกวาใ​ ช หรือไมเ​ หมือน​แตใ​ ช ไม​เพียง ​อาจารยพิศาล​ วาด​และ​ปน​ได แต​สามารถ​บรรยาย​ใน​รายละเอียด​ให​เขา​ ใจงาย​และ​มีร​ ส​ภาษา​ดวย คน​ทำ​งานศิลปะ​ที่​มี​ฝมือ​สวนหนึ่ง บรรยาย​ความรูสึก​ที่​มี​ตอ​ผลงาน​ตัวเอง​ไมได ไมถนัดใ​ นทาง​ใชภ​ าษา ไมมคี​ วาม​สามารถ​ใน​การ​ใชถ​ อยคำ​ใหค​ น​ฟงร​ ูสึกต​ าม เพราะ​ไมใช​ ความ​ถนัด​ของ​เขา ​อาจารยพิศาล ​เปน​อาจารย​ที่​วิจารณ​แนะนำ​งานศิลปะ​ได​อยาง​ ละเอียด ลึกซึ้ง ผาน​ความรูสึก​อยาง​แทจริงจ​ าก​ประสบการณต​ รง หลาย​คน​บอก​ไมไดว​ า งานศิลปะ​ของ​ตน​ดีงาม​ตรงไหน หรือม​ ีข​ ออ​ อน​ดอย​อยางไร อาจารย​บางคน​ไม​สามารถ​บอก​ศิษย​ได​วา งาน​เรียน​ของ​ศิษย​ดี​ดอย​ตรงไหน แต​ สามารถ​ใหคะแนน​ได คะแนน​หรือเ​ กรด​เปนเ​ ครื่องวัดผ​ ลงาน​เรียน​ของ​นักศึกษา ซึ่งใ​ นแงห​ นึ่ง นักศึกษา​ตอง​ ประเมินเ​ อง​วาเ​ หตุใด ตรงไหน​ที่อ​ าจารยใ​ หเ​ กรด​สูงต​ ่ำ โดย​เมื่อเ​ ทียบกับง​ าน​ของ​เพื่อนๆ ก็​ อาจ​เห็นผ​ ลงาน​ตัวเอง​วาค​ วร​ปรับปรุงแ​ กไข​อยางไร​ดวย นั่น​เปนการ​เรียน​ศิลปะ​ผาน​การ​ให​เกรด โดย​ไม​ตอง​มี​คำ​อธิบาย​ประกอบ แต​หาก​ อาจารยท​ าน​ใด​วิจารณใ​ หผ​ ูเรียน​เห็นดวย​ก็​ยิ่งด​ ี อาจารยพิศาล เปนท​ าน​หนึ่งท​ ี่จะ​ทำ​งานศิลปะ​ไดอ​ ยาง​ดีเลิศ แตค​ วาม​นาเสียดาย​อยู​ ตรง​ที่ ตลอดชีวิตก​ าร​สอน​หรือช​ ีวิตร​ าชการ​ทาน​เสียหาย​ไปกับก​ าร​ดื่มมาก ซึ่งเ​ ปนบ​ ทเรียน​ ที่น​ ักศึกษา​พึง​สังวร​ใหม​ าก การ​ดื่มมาก​โดย​ไมใสใจ​สุขภาพ ไดท​ ำลาย​โอกาสทอง​ของ​คน​ทีม่​ นี​ ิสัยใ​ นทาง​ศิลปะ นี​้ ใชว​ าต​ ำหนิ อ​ าจารย พิศาล แมท​ าน​อาจ​มผี​ ลงาน​นอย แตท​ าน​มคี​ วาม​สามารถ​ใน​การ​สอน อยาง​นอย​ทาน​ชี้แนะ​วิจารณง​ าน​ของ​นักศึกษา​ไดอ​ ยาง​ผูร​ ูจริง มี​ปญหา​ความ​รูจริง​ในทาง​ศิลปะ เนื่องจาก​ศิลปะ​มี​ยุคสมัย​ที่​ยอม​ตอง​เปลี่ยนแปลง​ อยู​เสมอ การ​เรียน​การ​สอน​ตาม​แนว ​อาจารยพิศาล หรือ​แนว​ศิลปากร​นั้น มี​คำ​ถาม​วา​ ลาหลังห​ รือไม (อานตอหนา 9 )

การ​อนุรักษ​จิตรกรรม​บน​ผืน​ผา​วัด​มอน​ปู​ยักษ ​ เ​ มืองลำปาง ​ประเทศ​ไทย ​C​O​NS​ ​E​R​VA​ ​T​I​O​N​​O​F​T​R​A​D​I​T​IO ​ ​N​A​L​​P​AI​​N​T​I​N​G​S​​​​O​N​​CL​ ​O​T​H​​A​ ​T​ ​ W​A​T​​M​O​NB​ ​H​U​Y​A​K​​​I​N​​​L​A​MP​ ​AN​ ​G​​​P​R​O​V​I​N​C​E​​T​H​AI​​L​A​N​D​​​ ​​​ ใ​ นอดีตท​ ี่ผานมา​อันย​ าวนาน จ​ ิตรกรรม​ฝาผนังใ​ นประเทศ​ไทย​เปนงาน​ศิลปท​ ีม่​ ีค​ ุณคา​ ทั้ง​ใน​รูป​แบบ​และ​การ​สื่อ​ความ​หมาย​ทาง​ประวัติ​ศาสตร ​วัฒนธรรม​และ​ประเพณี ​อัน​ สามารถ​นำมา​เปนข​ อมูลเ​ พื่อก​ าร​ศึกษา​หาความรูไ​ ดใ​ น​หลาย​สาขาวิชา แ​ ตป​ จจุบันน​ ี้ป​ รากฏ​ วา​จิตรกรรม​ฝาผนัง​หลาย​แหง​ตาม​แหลง​โบราณสถาน​ได​ถูก​ปลอยปละ​ละเลย​ใน​การ​ดู​แล​ รักษา ​ ​ ​ ​ ​ ​ทำ​ใหง​ าน​ศิลป​อันม​ ีค​ า​นี้ค​ อยๆ​ทรุดโทรม​เสื่อมสภาพ​ลง ​ถึง​แมวาจ​ ะ​ได​มีก​ าร​บำรุง​ รักษา​เพื่อ​คงไว​ซึ่ง​สภาพ​เดิม​อยู​บาง ​ ​ ​ ​แต​ก็​ยังมี​สภาพ​ที่​ไม​คงทนถาวร​เทา​ที่​ควร ​และ​สวน​ ใหญก​ ็ก​ ระทำ​กันไ​ มถ​ ูกวิธี ​สืบเ​ นื่องจาก​ปญหา​ความ​ไมรูแ​ ละ​ไม​เขา​ใจ​ถึง​คุณคาข​ อง​งาน​จิตรกรรม​บน​ผืนผ​ า​ที่ย​ ัง​ คงเหลือ​อยู​ใน​สภาพ​ที่​ชำรุด​อยาง​หนัก ​ ​ภิกษุสงฆ​และ​ชาวบาน​อาจ​ไมสบาย​ใจ​ที่​เห็น​ ภาพเขียน​ทีเ่​ คย​สมบูรณม​ สี​ สี​ วยงาม ซ​ ึ่งถ​ ูกป​ ระดับต​ ก​แตงไ​ วโ​ ดย​รอบ​อยูถ​ ัดลงมา​จาก​เพดาน​ ของ​วิหาร​ผาน​กาล​เวลา​สภาพ​ของ​งาน​จิตรกรรม​ยอม​เสื่อมสภาพ ​ถูก​แมลง​กัด​กิน ​ฉีกขาด​ ชำรุดเ​ กินก​ วาจ​ ะ​รักษา​จึงม​ ีค​ วามเห็นใ​ หถ​ อด​งาน​จิตรกรรม​ที่ป​ ระดับอ​ ยูล​ ง​และ​ไดส​ ูญห​ ายไป​ เพื่อไ​ มใ​ หเ​ กิดค​ วาม​สลด​ใจ​ที่ส​ ภาพ​ความ​ชำรุดด​ ังกลาว​ทำ ​ใหทาง​วัดเ​ หลือง​ าน​จิตรกรรม​บน​ ผืน​ผา​ที่​ชำรุด​เพียง ​2​ ​ผืน​เทา​นั้น ​จาก​จำนวน ​1​2​ ​ ​ผืน ​ ​ซึ่ง​ปจจุบัน​สภาพ​งาน​จิตรกรรม​เกิด​ ความ​เสียหาย ​3​ ​ระดับ ​คือ ​ชั้น​รองพื้น ​ชั้น​สี ​และ​ผิว​ภาพ​เนื่องจาก ​ความชื้น ​ความ​รอน​ ฝุนละออง​ สัตวต​ างๆ​ ​เชน​แมลง​กิน​ผา ​เปนตน ​ทุกสิ่งล​ วน​แลวท​ ำอันตราย​ตอง​ าน​จิตรกรรม​ บน​ผาซ​ ึ่งม​ ีอายุแ​ ละ​มีค​ วาม​บอบบาง​กวา​งาน​จิตรกรรม​ฝาผนัง เ​ มืองลำปาง ม​ ีช​ ื่อเสียง​ใน​ฐานะ​เปน เ​ มือง​ท​ ี่ม​ ี ง​ าน​ศิลปกรรม​ของ​ประเทศ​พมา ป​ รากฏ​ อยู​เปนจ​ ำนวน​มาก​ที่สุด ​​ใน​อาณาจักร​ลาน​นา​หรือ ​ใน​เขต​ภาคเหนือต​ อน​บน ​​​โดย​มีว​ ัดม​ อน​ ปูย​ ักษ​เปนว​ ัดท​ ี่ม​ ีล​ ักษณะ​อันโ​ ดดเดนพ​ ิเศษ​กวา​วัดพ​ มาแ​ หงอ​ ื่น ​ๆ​​​​เพราะ​เปนว​ ัดแ​ หงเ​ ดียว​ที​่ หลงเหลือห​ ลักฐาน​งาน ​จิตรกรรม​แบบ​ศิลปะ​พมาอ​ ันเ​ กาแ​ กแ​ ละ​งดงาม​อยางยิ่ง ​ที่ผ​ าน​กาล​ เวลา​มา​ไมน​ อยกวา 1​ ​5​0​​ปล​ วง​มา​แลว (อานตอหนา 8 ) Arts November 2008

11

Conservation

จิตรกรรม​วัด​มอน​ปู​ยักษ

ชื่อ​ศิลปน: สุทธิ​ศักดิ์ ภูธรา​รักษ (สาขา​ประติมากรรม คณะ​วิจิตรศิลป มช.) ผลงาน​ชิ้น​นี้​ไดรับ​แรงบันดาลใจ​จาก​ศิลปน​ชาว​อินเดีย​ชื่อ Ravinder G. Reddy ซึ่ง​ ใหความสนใจ​ปญหา​หญิงสาว​ชาว​พื้นเมือง​ที่​รับ​เอา​วิถี​ชีวิต​และ​วัฒนธรรม​ตะวันตก​เขา​ใน​ ชีวิต​ประจำวัน ทำให​วัฒนธรรม​ดั้งเดิม​ใน​ชนบท​อินเดีย​เปลี่ยนแปลง ศิลปน​ทาน​นี้​ได​สะทอน​ ถึงอัต​ลักษณ​ของ​พื้น​ถิ่น​อินเดีย​อยาง​แจมชัด สามารถ​แสดงออก​ตอ​สังคม​และ​สังคม​โลก​ รวมสมัย​ได​อยาง​งดงาม และ​ได​นำ​ผลงาน​ประติมากรรม​ของ​ตน​รวม​แสดง​ใน​นิทรรศการ​ ศิลปะ​ชื่อ Contemporary Art in Asia Traditions / Tentions ณ เมือง​บริสเบน ประเทศ​ ออสเตรเลีย สวน​ผลงาน​ของ อ.สุทธิศ​ ักดิ์ ภูธรา​รักษ นอกจาก​ไดรับแ​ รงบันดาลใจ​จาก​ศิลปนข​ างตน​ แลว อาจารย​ยัง​สนใจ​วัฒนธรรม​ลาน​นา​เดิม​ที่​เปลี่ยนไป ซึ่ง​นับวัน​อิทธิพล​ของโลก​ตะวันตก และ​สังคม​บริโภค​นิยม​ไดค​ ืบคลาน​เขามา​เปนส​ วนหนึ่งข​ อง​ภูมวิ​ ัฒนธรรม (Geoculture) ทำให​ วิถี​ชีวิต​ทองถิ่น​ของ​ชาว​ลาน​นา​เปลี่ยนแปลง​ไป แปลก​แยกจาก​วิถี​ธรรม​ในอดีต ผล​งานศิลปะ​ชิ้น​นี้​จึง​ถือกำเนิด​ขึ้น บน​ความ​ผสมผสาน​อยาง​ลงตัว​ระหวาง ภาพ​ศีรษะ​ ของ​แมห​ ญิงล​ าน​นา​จาก​จิตรกรรม​ฝาผนังว​ ัดภ​ ูมินทร จังหวัดน​ าน กับป​ ระติมากรรม โดย​ไดน​ ำ​ เอา​ผลงาน​ที่​ปรากฏ​ใน​งาน​จิตรกรรม​ประเพณี​ลาน​นา มา​แปลงเปน​ผลงาน​ประติมากรรม​ สามมิติ และ​ขยาย​สัดสวน​ให​ใหญ​กวา​ปกติ​จาก​คนจริง​หก​เทา ดวย​ความคิด​ที่วา การ​ทำให​ เรื่อง​ธรรมดา​สามัญ เปนเรื่อง​ที่​สำคัญ​ขึ้น​มา วิธีการ​หนึ่ง​ก็​คือ ขยาย​ให​เรื่อง​นั้นๆ ใหญ​โตขึ้น ทำใหส​ ิ่งเ​ล็กๆ ทีเ่​คย​ถูกม​ องขาม​เปนท���ส่​ ะดุดตา ดวย​การ​ลง​สีทอง​เพื่อเ​ปนเ​ปาสายตา​ของ​ผูชม พรอมกับก​ าร​ตั้งคำถาม​วา อะไร และ​ทำไม ?

& Contemporary Sculpture

หัว​แมห​ ญิงล​ าน​นา


Painting Department : Faculty of Fine Arts

เรียนประวัติศาสตรศิลป์ จากกำแพง

อ.ชัชวาล นิลส​ กุล

จิตรกรรมฝาผนังจำลอง รวมผลงานปรมาจารย ศิลปะตะวันตก ขนาดภาพ 15 x 6 เมตร (90 ตารางเมตร)

ตามปกติ การ​ออกแบบ​อาคาร​โรง​ประลอง​ศิลปะ(art studio) ไมวา​จะ​เปน​จิตรกรรม​ หรือ​ประติมากรรม จะ​หัน​ตัว​แกน​อาคาร (ดาน​สกัด) ไปยัง​ทิศตะวันออก​และ​ทิศตะวันตก สวน​ดาน​ขวาง​จะ​เจาร​เปนช​ อง​ประตูแ​ ละ​ชอง​หนาตาง ทั้งนีเ้​ พื่อร​ องรับค​ ุณภาพ​แสง​สม่ำเสมอ​ จาก​ทิศเหนือ​และ​ทิศใต​ที่​แผ​เขามา​ใน​ตัวอาคาร​ได​ตลอด​ทั้งวัน ดวย​เหตุนี้ ดาน​สกัด​ ทิศตะวันออก​และ​ทิศตะวันตก​จึงเ​ ปนด​ าน​ที่ป​ ดท​ ึบ ไมท​ ำเปนท​ างเขาห​ รือห​ นาตาง โครงการ​จิตรกรรม​ฝาผนัง​ดัง​รูปประกอบ​นี้ คือ​การ​ใช​ประโยชน​พื้นที่​ดาน​สกัด(ดาน​ที่​ ปด​ทึบ)ของ​ตัวอาคาร​โรง​ประลอง​จิตรกรรม ซึ่ง​มี​ขนาด​ความ​ยาว​ประมาณ 15 เมตร​และ​ ความ​สูง 6 เมตร เพื่อเ​ ปนส​ วนหนึ่งข​ อง​การนำ​ความรูใ​ น​หองเรียน​มา​เสนอ​ตอส​ าธารณะ และ​ เพื่อเ​ ปนการ​ฝกปรือท​ ักษะ​ของ​อาจารยแ​ ละ​นักศึกษา​คณะ​วิจิตรศิลป ใหม​ ีค​ วาม​ชำนิชำนาญ​ และ​รูจักก​ าร​แกปญหา​เมื่อต​ อง​นำเสนอ​ผลงาน​จิตรกรรม​บน​พื้นที่ผ​ นังข​ นาดใหญ นอกจากนี้ ยัง​เปนการ​ชวย​เสริมสราง​บรรยากาศ​การ​เรียน​การ​สอน​ทาง​ดาน​ศิลปะ​ตอ​นักศึกษา และ​ผู​ สัญจร​ไปมา​ภายใน​มหาวิทยาลัยเ​ ชียงใหมด​ วย จาก​การ​สอบถาม อ.ชัชวาล นิลส​ กุล เจาของ​ผลงาน​จิตรกรรม​ฝาผนังข​ นาดใหญใ​ น​ รูปแบบ​ตะวันตก​ชิ้นน​ ี้ อาจารยไ​ ดใ​ หข​ อมูลว​ า แนวคิดเ​ กี่ยวกับก​ าร​ออกแบบ​ผลงาน​จิตรกรรม​ ขนาดใหญด​ ังกลาว คือป​ รารถนา​ที่จะ​รวบรวม​ภาพ​ผลงาน​จิตรกรรม​ของ​ปรมาจารยท​ าง​ดาน​ ศิลปะ​ตะวันตก​เอา​ไว และ​ประสงคใ​ หน​ ักศึกษา​ไมวาจ​ ะ​เรียน​ทาง​ดาน​ศิลปะ​หรือใ​ น​สาขาวิชา​ อื่นท​ ี่ม​ ีโ​ อกาส​ผาน​ไปมา​หรือเ​ ขาใ​ ชต​ ัวอาคาร​ไดเ​ รียน”ประวัติศ​ าสตรศ​ ิลปผ​ าน​กำแพง” จาก​พื้นท​ ี่วาง​และ​ตัว​ภาพ ขนาด 6 X 15 เมตร (90 ตารางเมตร) อาจารยช​ ัชวาล​และ​ กลุมน​ ักศึกษา​ทั้งป​ ริญญาตรีแ​ ละ​ปริญญาโท​ประมาณ 5 คน ไดช​ วยกันเ​ ขียน​ขึ้น โดย​ใชเวลา​ มากกวา 4 สัปดาห ผลงาน​ที่เ​ ต็มไปดวย​การ​ทุมเท​นี้น​ ับวาส​ ัมฤทธิผล​ใน​หลาย​ดาน กลาว​คือ เปนการ​สราง​สำนึก​ใน​การ​รับใช​สังคม​ตามที่​ทุกคน​ถนัด และ​เปนการ​สรางเสริม​บรรยากาศ​ ใหม​ ีก​ าร​ตื่นตัวท​ าง​ดาน​ศิลปะ

Painting Department : Faculty of Fine Arts

ภาพจำลอง​วัด​ภูมินทร อุดมคติส​ ามัญชน

ลานวัฒนธรรม บริเวณหนาสโมสรนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป มหาวิทยาลัยเชียงใหม เปนอีกจุดหนึ่งที่ไดมีการ นำเสนอผลงานจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งจำลองแบบมาจากวัดภูมินทร จังหวัดนาน โดยการควบคุมของ อ.ฉลองเดช คูภานุมาตร และอาจารยทิพวรรณ ทั่งมั่งมี รวมกับนักศึกษาในกระบวนวิชาจิตรกรรมไทยฯ สาขาจิตรกรรม ทั้งนี้เปนไปตามนโยบาย การสงเสริมและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของผูบริหารคณะวิจิตรศิลป ขนาด ของ ตัว ภาพ ไทย ใน สไตล ลาน นา ที่ ได จำลอง แบบ ขึ้น มาจาก วัด ใน เขต จังหวัด ภาคเหนือ นี้ มี การ ตัดตอ และ เลือกสรร เฉพาะ สวน ที่ มี ความ โดดเดน และ ทรงคุณคา เชิง สุนทรีย โดย การ ขยาย ภาพ ให มี ขนาด ใหญ กวา คนจริง และ บางสวน ของ ผนัง ปูน ขนาด 13 X 4 เมตร (52 ตารางเมตร) มีการบรรจุรองรอยเลียนแบบความเกาแกของภาพตนฉบับ เอาไว เพื่อบงบอกถึงอายุ และหวงเวลาของการผันผานอันเปนสุนทรียภาพอยางหนึ่งของ ตะวันออก กลาวคือ การเก็บรักษารองรอยแหงอดีตเอาไว เพื่อสะทอนถึงพื้นที่และเวลาที่ รวมเดินทางไปกับธรรมชาติ สังคม และวัฒนธรรมตนกำเนิด ตลอดรวมถึงบริบทที่เปลี่ยน แปลงไป ผลงานภาพจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญที่ถูกนำมาประกอบสรางนี้ โดยสาระสำคัญ แลว เปนการสะทอนถึงเรื่องราววิถีชีวิตลานนาในอดีต โดยเฉพาะฉากการเกี้ยวพาราสี การละเลน และวิถีชีวิตประจำวันของชุมชนทองถิ่นในเขตมณฑลพายัพ ชายรางสูงใหญมี การแตงตัวดวยการ โพกศีรษะ รางกายทอนบนเปลือย สวนตามตัวมีรอยสักลวดลายตาม คติ สะทอนถึงความอาจหาญ เขมแข็ง และศรัทธาไปพรอมกัน สวนแมหญิงในภาพมีการ แตงกายอยางงดงาม ดวยลายผาและแพรพรรณอันบงถึงความมีราคา แนนอนวาภาพนี้คือ ภาพเขียนตามอุดมคติ ซึ่งในชีวิตจริงอาจมิไดเปนเชนนั้น แตชางแตมชาวลานนาตองการ บงบอกถึงความฝนใฝของพวกเขา อันเปนยอดมงกุฎแหงสามัญชนที่ทุกคนปรารถนาที่จะ ไปถึง ความงดงามตามอุดมคติเชนนี้ สะทอนถึงปรัชญาการสรางสรรคที่ถอดแบบออกจาก เสี้ยว สมอง และ สอง มือ รวม ทั้ง หัว ใจ ที่ เปยม สุข ของ ชาง ลาน นา อันเปน ของสูง ใน คติ สามัญชน ที่ ผูคน สามารถ พบเห็น ได ใน อาณาบริเวณ เขต พุทธ ภูมิ ดวย เหตุนี้ ภาพเขียน ดังกลาวจึงทำหนาชี้ชวนและชักนำผูคนใหเขาสูดินแดนพุทธจักร และตัวภาพเหลานี้ไดทำ หนาที่ไมตางไปจากมหรสพในปจจุบัน ที่ชักนำผูคนมารวมตัวกันเพื่อติดตามเรื่องราวที่ เลาขานถึงความรัก ความสุข ความสนุกสนาน และความมีสันติ สวนทีเ่ หลือทัง้ หมดเปนเรือ่ ง ของภิกษุสงฆที่จะจรรโลงจิตใจของชาวพุทธใหเห็นธรรมอันเปนธรรมชาติและสัจจะของ ชีวิตที่เวียวายในวัฎสังสาร

สำหรับ​ผูเห็นค​ ุณ​ประโยชนข​ อง หนังสือพิมพ ขาว​หอ​ศิลป​/ขาววิจิตรศิล​ป ​และ​ประ​สงค​จะ​สนับสนุน​ สามารถ​บริจาค​ได​ผาน​ ชื่อบัญชี​ หอนิทรรศการ​ศิลปวัฒนธรรม ​เลขที่บัญชี​ 05-3405-20-075259-8 ​ธน​าคารออมสิน สาขา​ยอย มหาวิทยาลัย​เชียง​ใหม หนังสือ​พิมพข​ าว​หอ​ศิลป/ขาว​วิจิตร​ศิลป ผลิต​โดย สำนัก​งาน​คณะ​วิจิตร​ศิลป มหาวิทยาลัย​เชียง​ใหม : ถนน​หวย​แกว อำเภอ​เมือง จังหวัด​เชียง​ใหม 50200 โทรศัพท 053-211724 และ 053-944805 Email Address: info@finearts.cmu.ac.th (ขอมูล เนื้อหา​บทความ​ทุก​ชนิด ที่​ตี​พิมพ​บน​หนังสือ​พิมพ​ฉบับ​นี้ เปน​ความ​รับผิดชอบ​ของ​ ผูเขียน รวม​กับ​กอง​บรรณาธิการ) ผู​สนใจ​โฆษณา​และ​บริจาค​เพื่อส​ นับสนุน​การ​จัด​พิมพ​หนังสือ​พิมพ​ฉบับ​นี้ สามารถ​ติดตอ​ได​ตามที่​อยู เบอร​โทรศัพท และ​จดหมาย​อเิ​ล็กท​ ​รอ​นิกส​ขาง​ตน ADVERTISING SPACE - หนังสือพิมพขาวหอศิลป / ขาววิจิตรศิลป ฉบับที่ ๓ นี้ ไดรับการสนับสนุนการตีพิมพแตผูเดียวโดย การไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย. คณะวิจิตรศิลป มหาวิทยาลัยเชียงใหม ขอขอบคุณในการสงเสริมการศึกษาทางดานศิลปะ Arts November 2008 12

ติดตอกองบรรณาธิการหนังสือพิมพขาวหอศิลป / ขาววิจิตรศิลป email address: info@finearts.cmu.ac.th หรือ โทรศัพทสายดวน 053-211724


CMU ART 3