Issuu on Google+

Outline for the liberal democracy concept media production 1. หลักพืน ้ ฐานของประชาธิปไตย รากฐานของประชาธิปไตย มาจากแนวคิดว่าทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ดังนัน ้ กระบวนการทางการ เมืองจะต้องถือว่าทุกคนมีคุณสมบัติที่จะร่วมตัดสินใจอย่างเท่าเทียมกัน เราเรียกแนวคิดพื้นฐานนี้ว่า ความเท่าเทียมทางการเมือง ทำาไมต้องมีความเท่าเทียมทางการเมือง? 1. เพราะมนุษย์ทุกคนควรจะเท่าเทียมกัน (ถึงแม้ความจริงอาจไม่เท่าเทียมกันก็ตาม) แนวคิดนี้ ได้รับการสนั บสนุนทัง้ จากหลักปรัชญาและหลักศาสนาแทบทุกศาสนา 2. เพราะถ้าไม่มีความเท่าเทียมทางการเมือง ผลประโยชน์มโี อกาสที่จะตกอย่่ในกลุ่มที่มีอำานาจ เหนือกว่า 3. เพราะรัฐบาลมีอำานาจมาก ความเท่าเทียมกันทางการเมืองเป็ นเครื่องป้องกันการใช้อำานาจที่ มากเกินไป 4. เพราะความเท่าเทียมกันทางการเมืองทำาให้เกิดการยอมรับของทุกคน นำ าไปส่่การมีส่วนร่วม และช่วยกันแก้ปัญหาและพัฒนา ประชาธิปไตยกับระบบอุปถัมภ์ หลายคนสนับสนุนระบบอุปถัมภ์ว่าเป็ นระบบที่ดีกว่าในการปกครองประเทศ เพราะเชื่อว่าการมอบ อำานาจการปกครองให้คนที่มค ี วามสามารถ ความเชี่ยวชาญนัน ้ จะทำาให้การบริหารประเทศเป็ นไปได้ดี กว่าการปกครองกันเอง อย่างไรก็ตาม ความเชื่อนี้มีจุดอ่อน ได้แก่ 1. การมอบหมายอำานาจการตัดสินใจในเรื่องบางเรื่องให้ผเ้่ ชี่ยวชาญเรื่องนัน ้ ๆ ไม่ใช่การมอบ อำานาจการตัดสินใจส่งสุดให้ผ้่เชี่ยวชาญ เราอาจขอความเห็นจากผ้่เชี่ยวชาญได้ เช่นเดียวกับ การให้แพทย์วิเคราะห์โรค และให้คำาแนะนำ ากลับมา แต่การตัดสินใจสุดท้ายขึ้นอย่่กับเราเอง 2. การตัดสินใจส่วนบุคคลไม่เท่ากับการตัดสินใจโดยรัฐ เนื่องจากรัฐมีอำานาจมาก การใช้อำานาจ ตัดสินใจโดยคนเพียงคนเดียวอาจส่งผลร้ายได้ 3. การปกครองรัฐไม่เพียงต้องใช้ความร้่ทางวิทยาศาสตร์ หากแต่รวมถึงการตัดสินใจทางศีล ธรรม เช่นความยุติธรรม ความเท่าเทียมกัน ความสุข สุขภาพ สุขภาวะ การอย่่รอด ความ 1


ปลอดภัย หรือการแลกเปลี่ยน ชัง่ นำ้ าหนักระหว่างข้อดีข้อเสีย ซึ่งความร้่ทางวิทยาศาสตร์ไม่ สามารถตอบคำาถามเหล่านี้ได้ 4. การปกครองรัฐต้องใช้มากกว่าความร้่ โดยต้องอาศัยความสามารถในการต้านทานแนวโน้ มที่ จะใช้อำานาจในทางที่ผิด ความร้่กับอำานาจเป็ นคนละอย่างกัน การมีอำานาจมากย่อมทำาให้เกิด แนวโน้ มที่ผ้่มอ ี ำานาจจะใช้อำานาจในทางที่ผิด (Lord Acton, 1877) ผ้่ที่มอ ี ำานาจจะพยายาม เพิ่มพ่นอำานาจของตนมากขึ้นเรื่อยๆ (George Mason, 1787)

หลายคนอ้างว่า เราไม่สามารถไว้วางใจประชาชนให้ปกครองตนเองได้ เพราะประชาชนขาดการศึกษา และความสามารถในการพิจารณา นี่คือเหตุผลว่าทำาไมผ้่สนับสนุนประชาธิปไตยจึงให้ความสำาคัญกับ การศึกษา ไม่เพียงการศึกษาในระบบ แต่ยงั รวมถึงกระบวนการที่ช่วยสนับสนุน เช่น การอภิปราย โต้แย้ง ความสามารถในการเข้าถึงข้อม่ล โดยผ่านสถาบันต่างๆ ในสังคม หากระบบการศึกษาและสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการศึกษานัน ้ ไม่เข้มแข็ง ทางออกเดียวก็คือ การทำาให้สถาบันเหล่านัน ้ เข้มแข็งเสีย เพราะทางเลือกอื่นนั ้นล้วนแต่ได้รับการพิส่จน์แล้วว่านำ าไปส่่ ปั ญหา

2. เงื่อนไขที่จำาเป็ นในกระบวนการประชาธิปไตย 1. โอกาสในการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมของสมาชิกทุกคน •

มิฉะนัน ้ เสียงส่วนน้ อยอาจกำาหนดผลลัพธ์ของการตัดสินใจ

2. สิทธิที่เท่าเทียมของสมาชิกทุกคนในการออกเสียงและนับเสียงโดยให้น้ำ าหนักแต่ละเสียงเท่า กัน •

์ ย่างเสมอภาพ ซึ่งขัดกับหลักการ มิฉะนัน ้ หมายความว่าสมาชิกแต่ละคนไม่ได้รับสิทธิอ พื้นฐานเรื่องความเท่าเทียมกัน

3. โอกาสที่เท่าเทียมของสมาชิกแต่ละคนในการได้รับทราบข้อม่ลที่เกี่ยวข้องในการตัดสินใจ รวมทัง้ ทางเลือกอื่นๆ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจ •

เพื่อรับรองว่าสมาชิกทุกคนจะได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมที่จะศึกษา หาข้อม่ลที่เกี่ยวข้อง กับการตัดสินใจของตนเอง โอกาสดังกล่าวเป็ นข้อสมมติฐานพื้นฐานของหลักความเท่า เทียมกัน

4. สมาชิกทุกคนต้องมีโอกาสเลือกประเด็นที่จะอภิปรายหรือตัดสินใจ •

ประเด็นใดๆ ที่ถ่กหยิบยกขึ้นมาตัดสินใจ อาจก่อประโยชน์ต่อคนกลุ่มหนึ่ง แต่ส่งผลลบ 2


ต่อคนอีกกลุ่มหนึ่ง การเปิ ดโอกาสให้สมาชิกทุกคนมีโอกาสเลือกประเด็นขึ้นมาอภิปราย และตัดสินใจ เปิ ดโอกาสให้คนกลุ่มอื่นๆ มีช่องทางในการแก้ปัญหาที่เกิดจากผลกระทบ ของการตัดสินเรื่องอื่น 5. สมาชิกที่เป็ นผ้่ใหญ่ทุกคนต้องมีสิทธิใ์ นการออกเสียง •

เพราะสมาชิกจะไม่สามารถปกป้องผลประโยชน์ของตนได้หากสมาชิกไม่ได้รับโอกาสใน

การแสดงความเห็นและร่วมตัดสินใจอย่างเท่าเทียม ดังนัน ้ สมาชิกที่เป็ นผ้่ใหญ่ทุกคนที่มี ความสามารถในการตัดสินใจเพื่อตนเอง ก็ควรจะได้รับสิทธิใ์ นการร่วมตัดสินใจใน กระบวนการการเมืองด้วย

3. ข้อดีของประชาธิปไตย 1. ประชาธิปไตยปกป้องรัฐบาลและประชาชนจากเผด็จการทีโ่ หดร้าย •

ตัวอย่าง: โจเซฟ สตาลิน (1929-1953) ทำาให้คน 20 ล้านคนตายในค่ายแรงงาน, อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (1933-1945) สังหารชาวยิว 6 ล้านคน, พอล พต (1075-1979) สังหารประชาชน กัมพ่ชาไปหนึ่งในสี่

2. ประชาธิปไตยรับรองสิทธิพ้ ืนฐานของพลเมือง ซึ่งระบอบอื่นไม่สามารถรับรองได้ •

โอกาสในการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม, โอกาสที่เท่าเทียมกันในการออกเสียงและนับ คะแนนเสียง, สิทธิที่จะเสนอทางเลือกอื่น, สิทธิที่จะกำาหนดประเด็นอภิปรายและตัดสินใจ และอื่นๆ

3. ประชาธิปไตยรับรองเสรีภาพส่วนบุคคลของพลเมืองได้มากกว่าระบอบอื่น •

ความเชื่อในประชาธิปไตยมาพร้อมกับความเชื่ออื่น เช่น การเชื่อในเสรีภาพในการ แสดงออก

4. ประชาธิปไตยช่วยให้ประชาชนสามารถปกป้องคุ้มครองผลประโยชน์พ้ ืนฐานของตนเองได้ •

ประชาธิปไตยมอบเสรีภาพในการเลือก ทำาให้ประชาชนสามารถรักษาผลประโยชน์พ้ ืนฐาน เช่น สิทธิในการเลือกใช้ชีวิตตามร่ปแบบ เป้าหมาย และความเชื่อที่ตนเลือกเอง

5. ประชาธิปไตยเท่านัน ้ ที่เปิ ดโอกาสส่งสุดให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตภายใต้กฎหมายที่ตนเป็ นผ้่ เลือก •

ประชาชนมีบทบาทในการแสดงความเห็น อภิปราย โต้แย้ง ไกล่เกลี่ย เพื่อให้กฎหมายที่

3


ออกมานัน ้ เป็ นที่พึงพอใจมากที่สุด •

ถึงแม้กฎหมายที่ออกมาอาจไม่สอดคล้องกับความเห็นของคนบางกลุ่ม แต่อย่างน้ อยคน กลุ่มนัน ้ ก็เชื่อได้ว่ายังมีคนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับกฎหมายนัน ้

6. ประชาธิปไตยเท่านัน ้ ที่เปิ ดโอกาสให้ประชาชนสามารถรับผิดชอบทางศีลธรรมได้ เพราะการ เลือกของประชาชนมาจากการตัดสินใจของเขาเอง •

มนุษย์ไม่อาจรับผิดชอบทางศีลธรรมต่อทางเลือกที่เขาไม่ได้เลือกเอง

7. ประชาธิปไตยส่งเสริมการพัฒนามนุษย์มากกว่าระบอบอื่น •

ด่ได้จากสิ่งที่ปรากฏขึ้นจริงตลอดประวัติศาสตร์

8. ประชาธิปไตยเท่านัน ้ ที่สนับสนุนความเท่าเทียมกันทางการเมือง •

ความเท่าเทียมกันทางการเมืองเป็ นรากฐานที่สำาคัญที่สุดของประชาธิปไตย

9. ประเทศประชาธิปไตยในยุคสมัยใหม่ไม่ก่อสงครามกันเอง •

ด่ได้จากปี 1945 เป็ นต้นมา

เกิดจากหลายเหตุผล เช่น สังคมประชาธิปไตยเรียนร้่ที่จะประณีประนอม และมักจะมอง ประเทศประชาธิปไตยอื่นว่าไม่เป็ นภัยอันตราย ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ และใช้เครื่องมือ ทางการท่ต การเจรจา สนธิส���ญญา ความร่วมมือ และผลประโยชน์ร่วมกันในการสร้าง ความสัมพันธ์ ทำาให้ประเทศประชาธิปไตยม่งุ หาสันติมากกว่าสงครามระหว่างกัน

10. ประเทศประชาธิปไตยมักจะรำ่ารวยกว่าประเทศที่ไม่เป็ นประชาธิปไตย •

เพราะประชาธิปไตยมักจะมาค่่กับเศรษฐกิจระบบตลาดที่เสริมสร้างความัง่ คัง่ มากกว่า เศรษฐกิจระบบอื่น และการสนั บสนุนการศึกษาที่ทำาให้เกิดนวัตกรรมทื่ำให้เศรษฐกิจเจริญ เติบโต

4. สถาบันทางการเมืองที่จำาเป็ นในประชาธิปไตยผ้้แทนสมัยใหม่ 1. ผ้่แทนประชาชน 2. การเลือกตัง้ ที่เสรี ยุติธรรม และจัดขึ้นบ่อยครัง้ 3. เสรีภาพในการแสดงออกโดยไม่ถ่กลงโทษ •

รวมทัง้ เสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์การทำางานของเจ้าหน้ าที่รัฐ การทำางานของรัฐบาล

4


ระบบสังคมและเศรษฐกิจ และอุดมการณ์ที่ดำารงอย่่อย่างแพร่หลายในสังคม 4. การมีแหล่งข้อม่ลเสรีที่หลากหลาย รวมทัง้ กฎหมายที่คม ุ้ ครองให้ประชาชนสามารถเข้าถึง แหล่งข้อม่ลเหล่านัน ้ •

เช่น ความเห็นของประชาชน ผ้เ่ ชี่ยวชาญ หนังสือ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และเทคโนโลยี สื่อสารโทรคมนาคม

5. สิทธิของพลเมืองในการรวมกลุ่มทางการเมือง •

เช่น พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์

6. สิทธิของพลเมืองตามกฎหมายทุกคนที่จะเข้าร่วมกระบวนการทางการเมือง •

เช่น การลงคะแนนเสียงเลือกตัง้ การสมัครเข้ารับการเลือกตัง้ การมีส่วนร่วมใน พรรคการเมือง การแสดงออกทางการเมืองอย่างเสรี การสามารถเข้าถึงข้อม่ลที่หลาก หลาย

5


Outline of the Liberal Democracy Concept