Page 1


บทอานที่ 1

บสร 51:12-20

เพราะฉะนั้น ขาพเจาจะขอบพระคุณและสรรเสริญพระองค และถวายพระพรแด พระนามขององคพระผูเปนเจา เมื่อยังหนุม กอนจะเดินทางไปที่ตาง ๆ ขาพเจาอธิษฐาน แสวงหาปรีชาญาณ ขาพเจายืนอยูหนาพระวิหาร ปรารถนาจะไดปรีชาญาณ และจะ แสวงหาปรีชาญาณจนถึงที่สุด จิตใจขาพเจายินดีเมื่อปรีชาญาณเจริญเติบโต เหมือนเถา องุนออกดอกจนเกิดผลสุก เทาของขาพเจาเดินไปตามทางตรง ขาพเจาติดตามรอยเทา ของปรีชาญาณตัง้ แตวยั หนุม เมือ่ เงีย่ หูฟง เพียงเล็กนอย ขาพเจาก็ไดรบั ปรีชาญาณ และ พบคําสัง่ สอนมากมายสําหรับตน เมือ่ ขาพเจากาวหนาเพราะปรีชาญาณ ขาพเจาจะถวาย เกียรติแกผสู อนปรีชาญาณใหขา พเจา ขาพเจาตกลงใจจะนําปรีชาญาณมาปฏิบตั ิ ขาพเจา เคยมีความกระตือรือรนใฝหาความดี ขาพเจาจะไมตอ งอับอาย ขาพเจาทุม เทจิตใจใฝหา ปรีชาญาณ ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติอยางเครงครัด ขาพเจาชูมือสูเบื้องบน เปนทุกขใจที่ หลายคนไมรจู กั ปรีชาญาณ จิตใจขาพเจาใฝหาปรีชาญาณ ขาพเจาก็พบปรีชาญาณในความ บริสุทธิ์ ขาพเจาไดรับความเขาใจพรอมกับปรีชาญาณตั้งแตแรก ขาพเจาจึงจะไมละทิ้ง ปรีชาญาณเปนอันขาด

พระวรสาร

1 เสาร

มิถุนายน ระลึกถึง น.ยุสติน มรณสักขี สดด 19:7-8,9-10

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 4

มก 11:27-33

เวลานั้น พระเยซูเจาเสด็จกลับมาที่กรุงเยรูซาเล็มอีกพรอมกับบรรดาศิษย ขณะที่ ทรงพระดําเนินอยูในพระวิหาร บรรดามหาสมณะ บรรดาธรรมาจารย และผูอาวุโสได เขามาพบพระองค ทูลถามวา “ทานมีอํานาจใดจึงทําเชนนี้ ใครมอบอํานาจใหทา นทําการ เหลานี้” พระเยซูเจาตรัสกับเขาวา “เราขอถามทานอยางหนึ่งดวยเหมือนกัน ถาทาน ตอบ เราก็จะบอกทานวาเราทําเชนนี้โดยอํานาจอะไร พิธีลางของยอหนมาจากสวรรค หรือมาจากมนุษย จงตอบมาซิ” บรรดามหาสมณะ ธรรมาจารยและผูอาวุโส จึงปรึกษา กันวา “ถาเราตอบวามาจากสวรรค เขาก็จะถามวา ‘แลวทําไมทานจึงไมเชื่อยอหนเลา’ แตเราจะบอกวามาจากมนุษยไดอยางไร” เขาเหลานั้นกลัวประชาชน เพราะประชาชน คิดวา ยอหนเปนประกาศก จึงทูลตอบพระเยซูเจาวา “เราไมรู” พระเยซูเจาจึงตรัสวา “เราก็ไมบอกทานเชนเดียวกันวาเราทําการเหลานี้ดวยอํานาจใด”

อาณาจักรของพระเยซูเจา คืออาณาจักรแหงความจริง ถาใจเราแสวงหาและ ยอมรับความจริงดวยใจซื่อบริสุทธิ์ เราก็จะพบกับความยิ่งใหญของพระเจาในชีวิต แต ถามีผลประโยชน หนาตา ศักดิ์ศรีมาเกี่ยวของ ก็ยากที่จะพบกับพระองค

06.indd 179

8/11/2555 14:07:14


2

อาทิตย มิถุนายน สมโภช พระวรกายและ พระโลหิตพระคริสตเจา

บทอานจากหนังสือปฐมกาล

ปฐก 14:18-20

เมลคีเซเดค กษัตริยเมืองซาเลมทรงเอาขนมปงและเหลาองุนมาให พระองคทรง เปนสมณะของพระเจาสูงสุด ทรงอวยพรอับรามวาดังนี้ “อับรามจงไดรับพรจากพระเจาสูงสุด ผูทรงสรางฟาและแผนดิน ขอถวายพระพร แดพระเจาสูงสุด เพราะพระองคทรงมอบศัตรูไวในมือของทาน”

เพลงสดุดี

สดด 110:1,2,3,4

ก) พระดํารัสขององคพระผูเปนเจาแกองคพระผูเปนเจาของขาพเจา “จงประทับทางขวาของเรา จนกวาเราจะทําใหศัตรูของทานเปนดังแทนวางเทาของทาน” ข) จากศิโยนองคพระผูเปนเจาจะทรงแผขยายอํานาจกษัตริยปกครองแกทาน ตรัสวา “จงปกครองเหนือบรรดาศัตรู ค) อํานาจปกครองเปนของทานตั้งแตวันกําเนิดในความรุงโรจนศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแตรุงอรุณเราใหกําเนิดทานเหมือนนํ้าคาง” ง) องคพระผูเปนเจาทรงปฏิญาณไวแลว และจะไมเปลี่ยนพระทัย “ทานเปนสมณะตลอดไปตามแบบของเมลคีเซเดค”

บทอานจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวก ถึงชาวโครินธ ฉบับที่หนึ่ง 1 คร 11:23-26 พี่นอง ขาพเจาไดรับสิ่งใดมาจากองคพระผูเปนเจา ขาพเจาก็ไดมอบสิ่งนั้นตอให ทาน คือในคืนทีท่ รงถูกทรยศนัน้ เอง พระเยซูองคพระผูเ ปนเจาทรงหยิบปง ขอบพระคุณ แลวทรงบิออก ตรัสวา “นี่คือกายของเราเพื่อทานทั้งหลาย จงทําการนี้เพื่อระลึกถึงเรา เถิด” เชนเดียวกัน หลังอาหารคํ่า ก็ทรงหยิบถวย ตรัสวา “ถวยนี้คือพันธสัญญาใหมใน โลหิตของเรา ทุกครั้งที่ทานจะดื่ม จงทําการนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด” ทุกครั้งที่ทานกินปง นี้ และดืม่ จากถวยนี้ ทานก็ประกาศการสิน้ พระชนมขององคพระผูเ ปนเจาจนกวาพระองค จะเสด็จมา

บทอานจากพระวรสารนักบุญลูกา

ลก 9:11ข-17

เวลานั้น พระเยซูเจาทรงตอนรับฝูงชนและตรัสสอนเขาเรื่องพระอาณาจักรของ พระเจา ทรงรักษาคนที่ตองการการบําบัดรักษา เมื่อจวนถึงเวลาเย็น อัครสาวกสิบสองคนมาทูลพระองควา “ขอพระองคทรง อนุญาตใหประชาชนกลับไปเถิด เขาจะไดไปตามหมูบ า นและชนบทโดยรอบเพือ่ หาทีพ่ กั และอาหาร เพราะขณะนีเ้ ราอยูใ นทีเ่ ปลีย่ ว” พระองคตรัสกับเขาวา “ทานทัง้ หลายจงหา อาหารใหเขากินเถิด” เขาทูลวา “เราไมมีอะไรนอกจากขนมปงหากอนและปลาสองตัว

06.indd 180

8/11/2555 14:07:18


เท า นั้ น หรื อ ว า เราจะไปซื้ อ อาหารสํ า หรั บ คนเหล า นี้ ทัง้ หมด” ทีน่ นั่ มีผชู ายประมาณหาพันคน พระองคจงึ ตรัส กับบรรดาศิษยวา “จงบอกใหพวกเขานัง่ ลงเปนกลุม กลุม ละประมาณหาสิบคน” เขาก็ทําตามและใหทุกคนนั่งลง พระเยซูเจาทรงรับขนมปงหากอนกับปลาสองตัวนั้นมา ทรงแหงนพระพักตรขึ้นมองทองฟา ทรงกลาวถวาย พระพร ทรงบิขนมปง สงใหบรรดาศิษยนําไปแจกจายแก ประชาชน ทุกคนไดกินจนอิ่ม แลวยังเก็บเศษที่เหลือได สิบสองกระบุง

พอจบวันสาวกของพระเยซูเจารูสึกวา วันนี้ไดทําความดีมามากมาย ควรจะพอและพักผอนไดแลว แตพระเยซูเจาของเราทรงหวงใยผูคนไมจบสิ้น พยายามทําทุกอยางเพื่อบรรเทาทุกขของพวกเขา นั่นคือทาทีของพระอาจารย และพระองคอยากใหเราสาวกผูติดตามพระองคมีทาทีเชนเดียวกันคือ หวงใยเพื่อนมนุษยอยางไมมีวันจบสิ้น นั่นจะทําใหเราสามารถรวมมือกับพระองคชวยเหลือผูคนไดอีก มากมาย

06.indd 181

8/11/2555 14:07:19


3

จันทร มิถุนายน ระลึกถึง น.ชารล ลวงกา และเพื่อนมรณสักขี สดด 112:1-3,4-5,6

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 1

พระวรสาร

บทอานที่ 1

ทบต 1:3,2:1ก-8

หนังสือเรือ่ งราวของโทบิต... ในรัชสมัยของกษัตริยเ อสารฮัดโดน ขาพเจากลับบาน มาอยูกับอันนาภรรยาและโทบียาหบุตรชายอีกครั้งหนึ่ง... ขาพเจาพูดกับโทบียาหบุตร ของขาพเจาวา “ลูกเอย จงออกไปเถิด ถาพบคนยากจนที่ระลึกถึงองคพระผูเปนเจา สุดจิตใจในหมูพ นี่ อ งของเราทีถ่ กู เนรเทศมายังกรุงนีนะเวหดว ยกัน ก็จงนําเขามารวมโตะ กินอาหารกับเรา พอจะรอจนกวาลูกจะกลับมา” โทบียาหจึงออกไปหาคนยากจนในหมู พีน่ อ งของเรา แตเขากลับมาบอกวา... “พอครับ เพือ่ นรวมชาติของเราคนหนึง่ ถูกฆา ถูก บีบคอและถูกทิง้ ไวทต่ี ลาด ศพของเขายังอยูท นี่ นั่ ” ขาพเจาจึงลุกขึน้ ทิง้ อาหารไวบนโตะ ยังไมทันไดชิมอะไร นําศพจากตลาดไปไวในหองหนึ่ง รอจนดวงอาทิตยตกเพื่อจะไดนํา เขาไปฝง ขาพเจากลับมาอาบนํ้าชําระรางกายแลวนั่งลงกินอาหารดวยความเศรา โดย ระลึกถึงถอยคําของประกาศกอาโมสที่กลาวถึงเมืองเบธเอลวา “วันฉลองของทานจะ กลายเปนวันไวทุกข การรองรําทําเพลงของทานก็จะกลายเปนการครํ่าครวญ”...

มก 12:1-12

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสเรื่องอุปมาใหบรรดาผูนําชาวยิวฟงวา “ชายคนหนึ่งปลูกองุนไวสวนหนึ่ง ทํารั้ว ลอม ขุดบอยํ่าผลองุน สรางหอเฝา ใหชาวสวนเชา แลวก็ออกเดินทางไปตางเมือง เมื่อถึงเวลากําหนด เขาก็ ใชผูรับใชคนหนึ่งไปหาคนเชาสวน เพื่อรับสวนแบงจากผลผลิตของสวน แตคนเชาสวนจับผูรับใชคนนั้นทุบตี แลวไลกลับไปมือเปลา เจาของสวนจึงสงผูร บั ใชไปอีกคนหนึง่ คนเชาสวนตีหวั และดาวาผูร บั ใชคนนีอ้ ยางหยาบ คาย เจาของสวนสงผูรับใชไปอีกคนหนึ่ง คนเชาสวนก็ฆาเขาเสีย เจาของสวนยังสงผูรับใชคนอื่นไปอีกหลาย คน ก็ถูกคนเชาสวนทุบตีบาง ฆาเสียบาง เจาของสวนยังมีคนเหลืออยูอีกคนหนึ่ง คือบุตรสุดที่รัก เขาจึงสง บุตรไปเปนคนสุดทาย โดยคิดวา “พวกนั้นคงจะเกรงใจลูกของเราบาง” แตคนเชาสวนเหลานั้นพูดกันวา “คน คนนี้เปนทายาท เราจงฆาเขาเสียเถิด มรดกจะไดตกเปนของเรา” แลวเขาก็จับบุตรของเจาของสวนฆาเสีย ทิ้ง ศพไวนอกสวน เจาของสวนจะทําอยางไร เขาจะมาทําลายคนเชาสวนเหลานั้นเสีย แลวยกสวนใหคนอื่นเชา ทานทั้งหลายไมไดอานพระคัมภีรตอนนี้หรือวา หินที่ชางกอสรางทิ้งเสียนั้น ไดกลายเปนศิลาหัวมุม องคพระผูเปนเจาไดทรงกระทําเชนนั้น เปนที่นา อัศจรรยกับเรายิ่งนัก” บรรดาผูนําชาวยิวพยายามจับกุมพระองค เพราะรูวาพระองคตรัสอุปมานี้กระทบถึงเขา แตเขายังเกรง ประชาชนอยูจึงผละจากพระองคไป

พระเจาทรงมอบพรสวรรค และสิง่ ตาง ๆ อีกมากมายใหเราแตละคน เพือ่ จุดประสงคใหเรารับใชพระองค ในเพื่อนมนุษย การประกอบการดีอาศัยพรสวรรคและสิ่งตาง ๆ ที่เรามี มิใชเปนเพียงความชอบธรรมที่เรา ตองทําอยูแลว แตยังเปนภารกิจที่เราตองทํา ใหสมกับสิ่งที่พระองคมอบให มิฉะนั้นเราจะตองรับผิดชอบ มากมายตอหนาพระบัลลังกแหงการพิพากษา

06.indd 182

8/11/2555 14:07:20


บทอานที่ 1

ทบต 2:9-14

ในคืนเดียวกันนั้น เมื่อขาพเจากลับมาจากการฝงศพ ขาพเจาก็อาบนํ้าและออกไป ที่ลานบาน นอนที่กําแพงลานไมไดคลุมหนา เพราะอากาศรอน ขาพเจาไมรูวามีนก กระจอกอยูบนกําแพงเหนือศีรษะขาพเจา มูลรอนของนกตกลงเขาตาขาพเจา ทําใหเปน ฝาขาว ขาพเจาไปพบแพทย แตเขารักษาขาพเจาไมได ยิ่งเขาใสยา ตาของขาพเจาก็ยิ่งมี ฝาขาวมากขึน้ จนบอดสนิท ขาพเจาตาบอดเปนเวลาสีป่  พีน่ อ งทุกคนของขาพเจาเสียใจ มาก อาหิคารรับภาระเลี้ยงดูขาพเจาเปนเวลาสองป กอนที่เขาจะเดินทางไปยังแควน เอลีมาอิส เวลานั้น อันนาภรรยาของขาพเจาทํางานที่บานเพื่อหารายได นางปนขนแกะและ ทอผา นํางานที่ทําไปสงใหนายจางและรับเงินเปนคาตอบแทน วันหนึ่ง ตรงกับวันที่เจ็ด เดือนดิสตรอส นางทอผาผืนหนึง่ เสร็จและนําไปสงใหนายจาง เขาจายเงินคาจางทัง้ หมด และยังแถมลูกแพะอีกตัวหนึ่งมาใหเปนอาหาร เมื่อลูกแพะเขามาในบานของขาพเจา ก็ เริ่มรอง ขาพเจาจึงเรียกภรรยามาถามวา “ลูกแพะตัวนี้มาจากไหน เธอไปขโมยมาหรือ จงเอาไปคืนเจาของเสีย เราไมมีสิทธิ์กินของขโมยเลย” นางตอบวา “เขาใหฉันมาเปน รางวัลนอกเหนือจากคาจาง” แตขา พเจาไมเชือ่ นาง บอกซํา้ ใหนางนําลูกแพะไปคืนเจาของ ขาพเจารูส กึ อายแทนนางเพราะเรือ่ งนี้ นางพูดกับขาพเจาวา “การทําทานของทานไปไหน หมด กิจการดีของทานหายไปไหน ใคร ๆ ก็รูวาทานเปนอยางไร”

พระวรสาร

4

อังคาร มิถุนายน สัปดาหที่ 9 เทสกาลธรรมดา สดด 112:1-3,7-8,9

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 1

มก 12:13-17

ตอมา เขาไดสง ชาวฟาริสแี ละคนบางคนทีเ่ ปนฝายของกษัตริยเ ฮโรดมาพบพระเยซู เจา หมายจะจับผิดพระวาจาของพระองค คนเหลานั้นทูลวา “พระอาจารย พวกเรารูวา ทานเปนคนเที่ยงตรง ไมลําเอียง ทานไมเห็นแกหนาใคร แตสั่งสอนวิถีทางของพระเจา ตามความจริง เปนการถูกตองหรือไมที่จะเสียภาษีแกซีซาร เราตองเสียภาษีหรือไมตอง เสียภาษี” พระองคทรงทราบความเจาเลหของเขา จึงตรัสวา “มาทดสอบเราทําไม เอา เงินเหรียญมาใหเราดูสกั เหรียญหนึง่ ซิ” เขาก็นาํ เงินเหรียญหนึง่ มาถวาย พระองคจงึ ตรัส ถามวา “รูปและคําจารึกนี้เปนของใคร” เขาก็ตอบวา “เปนของซีซาร” พระองคจึงตรัส วา “ของของซีซารจงคืนใหซีซาร และของของพระเจาก็จงคืนใหพระเจาเถิด” คนเหลา นั้นตางประหลาดใจในพระองค

เรื่องนาเศราคือ ผูคนที่ตั้งใจจะจับผิดและปองรายพระเยซู ไดพบไดเห็นเรื่อง มากมายที่ทําใหพวกเขาอัศจรรยใจ มากเกินพอที่จะทําใหพวกเขาสํานึกและเลิกปอง รายพระองค แตความจริงมิไดเปนเชนนั้น การมีอคติและดวนสรุปเพื่อนพี่นอง ก็มักจะ ลงเอยเชนกัน ยากที่จะมีอะไรมาชวยได

06.indd 183

8/11/2555 14:07:22


5 พุธ

มิถุนายน ระลึกถึง น.บอนีฟาส พระสังฆราช และมรณสักขี สดด 25:1-3,4-6, 7,8-10

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 1 ÇѹÊÔè§áÇ´ÅŒÍÁâÅ¡

พระวรสาร

บทอานที่ 1

ทบต 3:1-11ก,16-17ก

ขาพเจาเศราใจ ถอนใจ รองไห เริ่มอธิษฐานภาวนาครํ่าครวญวา “ขาแตองคพระผู เปนเจา พระองคทรงเที่ยงธรรม พระราชกิจของพระองคลวนชอบธรรมทั้งสิ้น วิถีทาง ของพระองคแสดงพระกรุณาและความจริง พระองคทรงเปนผูพิพากษาโลก ขาแตองค พระผูเปนเจา บัดนี้ โปรดทรงระลึกถึงขาพเจา โปรดทอดพระเนตรมายังขาพเจาเถิด ขอ อยาทรงลงโทษขาพเจาเพราะบาปของขาพเจา หรือเพราะความผิดของขาพเจาและของ บรรพบุรุษ ขาพเจาทั้งหลายไดทําบาปผิดตอพระองค ละเมิดพระบัญชาของพระองค ... บัดนี้ พระวินิจฉัยทั้งปวงของพระองคลวนเปนความจริง ทรงกระทํากับขาพเจาทั้งหลาย ตามความผิ ด ของข า พเจ า และบรรพบุ รุ ษ เพราะข า พเจ า ทั้ ง หลายไม ได ป ฏิ บั ติต าม บทบัญญัติของพระองค ไมดําเนินชีวิตในความจริงเฉพาะพระพักตร บัดนี้ โปรดทรงทํา กับขาพเจาตามพระประสงค...” วันเดียวกันนัน้ ซาราห บุตรสาวของรากุเอล ผูอ าศัยอยูท เี่ มืองเอกบาทานาในแควน มีเดีย ก็ไดยินคําสบประมาทจากหญิงรับใชคนหนึ่งของบิดา นางเคยเขาพิธีแตงงานถึง เจ็ดครัง้ แตสามีแตละคนก็ถกู อัสโมเดอัส ปศาจรายฆาเสียกอนทีจ่ ะมีเพศสัมพันธกนั ฉัน สามีภรรยา... เวลาเดียวกันนั้น พระเจาผูทรงพระสิริรุงโรจนทรงฟงคําอธิษฐานของคนทั้งสอง พระองคทรงสงราฟาเอลใหไปรักษาทั้งสองคน

มก 12:18-27

ตอมา ชาวสะดูสีบางคนมาพบพระเยซูเจา คนเหลานี้สอนวาไมมีการกลับคืนชีพ เขาทูลถามพระองควา “พระอาจารย โมเสสเขียนสั่งไววา ถาพี่ชายตาย ทิ้งภรรยาไวโดยไมมีบุตร ก็ใหนองชายของเขารับเอาหญิงนั้น มาเปนภรรยา เพื่อจะไดสืบสกุลของพี่ชาย ยังมีพี่นองเจ็ดคน คนแรกมีภรรยาแลว ตายไปโดยไมมีบุตร คนที่ สองก็รับนางเปนภรรยา แลวตายไปโดยไมมีบุตร คนที่สามก็เชนเดียวกัน ทั้งเจ็ดคนไมมีบุตรเลย ในที่สุดหญิง คนนั้นก็ตายไปดวย เมื่อมนุษยจะกลับคืนชีพในวันกลับคืนชีพ หญิงนั้นจะเปนภรรยาของใคร เพราะทั้งเจ็ดคน ตางไดนางเปนภรรยา” พระเยซูเจาจึงตรัสวา “ทานคิดผิดไปแลวมิใชหรือ ทานไมเขาใจพระคัมภีรและไมรูจักพระอานุภาพของ พระเจา เมื่อผูตายจะกลับคืนชีพนั้น จะไมมีการแตงงานเปนสามีภรรยากันอีก แตเขาจะเปนเหมือนทูตสวรรค สวนเรื่องผูตายกลับคืนชีพนั้น ทานไมไดอานหนังสือของโมเสสตอนที่กลาวถึงพุมไม หรือวาพระเจาตรัสกับ เขาอยางไร พระองคตรัสวา “เราคือพระเจาของอับราฮัม พระเจาของอิสอัคและพระเจาของยาโคบ พระองค มิใชพระเจาของผูตาย แตเปนพระเจาของผูเปน ทานคิดผิดไปมากทีเดียว”

ปญหาหลายอยางที่เรากําลังเผชิญอยู ถามองตามประสามนุษย ก็ถึงทางตัน แตถารูจักมองปญหาใน มุมทีพ่ ระเจาทรงมองบาง หนทางจะสวาง และมีคาํ ตอบมากมายสําหรับปญหาชีวติ เปนบุญของผูท รี่ จู กั เผชิญ ปญหาตาง ๆ ในสายตาแหงความเชื่อ

06.indd 184

8/11/2555 14:07:23


บทอานที่ 1

ทบต 6:10-11ก,7:1,9-17,8:4-10

6

พฤหัสบดี

...เมื่อโทบียาหมาถึงเมืองเอกบาทานา เขาพูดวา “พี่อาซาริยาห จงนําขาพเจาไปหา รากูเอล ญาติของเราทันทีเถิด ราฟาเอลจึงนําเขาไปที่บานของรากูเอล... เขาทั้งสองคนอาบนํ้าและชําระตนตามประเพณีแลวจึงนั่งโตะเพื่อกินอาหาร โทบี มิถุนายน ยาหบอกราฟาเอลวา “พี่อาซาริยาห จงขอนองซาราหจากรากูเอลใหเปนภรรยาของ ขาพเจาเถิด”... รากูเอลตอบวา “ขาพเจาจะทํา ขาพเจายกนางใหเปนภรรยาของทานตาม น.นอรเบิรต ขอกําหนดในหนังสือของโมเสส และตามที่สวรรคกําหนดจะใหนางแกทาน จงรับนอง พระสังฆราช สาวของทานเปนภรรยาเถิด ตั้งแตบัดนี้เปนตนไป ทานเปนสามีของนาง และนางเปน ภรรยาของทาน นางเปนของทานแลวตั้งแตวันนี้ตลอดไป ลูกเอย ขอองคพระผูเปนเจา สดด 128:1-2,3,4-5 แหงสวรรคทรงพิทักษรักษาลูกทั้งสองคนในคืนนี้ และประทานพระเมตตาและสันติแก ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 1 ลูกทั้งสองเถิด” รากูเอลเรียกนางซาราหบุตรหญิง เมื่อนางเขามา เขาจับมือนางไว จูง นางไปมอบใหโทบียาห พลางพูดวา “จงรับนางเปนภรรยาของทานตามธรรมบัญญัตแิ ละ ตามขอกําหนดทีเ่ ขียนไวในหนังสือของโมเสส...” แลวเขาเรียกมารดาของนางซาราหเขา มา สัง่ ใหนาํ กระดาษมาแผนหนึง่ และเขียนสัญญาการแตงงาน...รากูเอลและนางเอดนา ออกจากหองวิวาหและปดประตู โทบียาหลกุ ขึน้ จากเตียง บอกนางซาราหวา “นองเอย จงลุกขึน้ เราจงอธิษฐาน ภาวนาวอนขอองคพระผูเปนเจาใหประทานพระเมตตาและความรอดพนแกเรา” นางก็ลุกขึ้น เขาทั้งสองเริ่ม อธิษฐานภาวนาขอใหพระองคประทานความรอดพนแกตน...

พระวรสาร

มก 12:28-34

เวลานั้น ธรรมาจารยคนหนึ่งเขามาเฝาพระเยซูเจา ไดฟงการโตเถียงเรื่องนี้ และเห็นวาพระองคทรงตอบ ไดดี จึงทูลถามพระองควา “บทบัญญัติขอใดเปนเอกกวาบทบัญญัติขออื่น ๆ” พระเยซูเจาตรัสตอบวา “บทบัญญัติเอกก็คือ อิสราเอลเอย จงฟงเถิด องคพระผูเปนเจา พระเจาของเราทรงเปนองคพระผูเปนเจาแต เพียงพระองคเดียว ทานจะตองรักองคพระผูเปนเจา พระเจาของทานสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปญญาและ สุดกําลังของทาน บทบัญญัติประการที่สองก็คือ ทานจะตองรักเพื่อนมนุษยเหมือนรักตนเอง ไมมีบทบัญญัติ ขอใดยิ่งใหญกวาบทบัญญัติสองประการนี้” ธรรมาจารยคนนั้นทูลวา “พระอาจารย ทานตอบไดดี จริงทีเดียว ทีท่ า นกลาววา พระเจามีแตเพียงพระองคเดียวและนอกจากพระองคแลวไมมพี ระเจาอืน่ เลย การจะรักพระองค สุดจิตใจ สุดความเขาใจและสุดกําลัง และรักเพื่อนมนุษยเหมือนรักตนเองนี้มีคุณคามากกวาเครื่องเผาบูชา หรือเครือ่ งสักการบูชาใด ๆ ทัง้ สิน้ ” พระเยซูเจาทรงเห็นวาเขาพูดอยางเฉลียวฉลาด จึงตรัสวา “ทานอยูไ มไกล จากพระอาณาจักรของพระเจา” หลังจากนั้น ไมมีผูใดกลาทูลถามพระองคอีกเลย

ความรูที่เกิดจากการไดยินไดฟง หรือจดจําเขามาก็มีความสําคัญ แตยังไมเกิดคุณคาแกชีวิต ความรูที่ เกิดจากการลงมือปฏิบตั ติ ามทีร่ เู ทานัน้ จึงจะมีความหมายตอชีวติ ธรรมาจารยผนู นั้ เหลือแคลงมือปฏิบตั ิ ตา แหงปญญาของเขาก็จะเปด และจะรูจ กั องคพระผูเ ปนเจาทีก่ าํ ลังตรัสกับเขา ยิง่ กวานัน้ จะสามารถเห็นพระเจา ในเพื่อนมนุษยดวย

06.indd 185

8/11/2555 14:07:24


7 ศุกร

มิถุนายน สมโภชพระหฤทัย ของพระเยซูเจา สดด 23:1-6

ÇѹÈØ¡ÃμŒ¹à´×͹

บทอานที่ 1

อสค 34:11-16

องคพระผูเปนเจาตรัสดังนี้ “ดูซิ เราจะตามหาและจะแสวงหาฝูงแกะของเราเอง ผูเ ลีย้ งแกะอยูก บั ฝูงแกะและรวบรวมแกะทีก่ ระจัดกระจายไปฉันใด เราก็จะรวบรวมแกะ ของเราฉันนั้น เราจะชวยแกะใหพนจากสถานที่ที่แกะไดกระจัดกระจายไปอยูในวันที่มี เมฆและมีความมืดทึบ เราจะนําแกะของเราออกมาจากชนชาติตา ง ๆ จะรวบรวมแกะมา จากแผนดินทัง้ หลาย และจะนํามาไวในแผนดินของเขา... ทีน่ นั่ เขาจะนอนลงบนทุง หญา ทีด่ ี และเขาจะเล็มหญาอยูต ามทุง หญาอุดมบนภูเขาแหงอิสราเอล เราเองจะเปนผูเ ลีย้ ง แกะของเรา เราจะใหเขานอนพัก –องคพระผูเปนเจาตรัส –เราจะตามหาแกะที่สูญหาย ไป เราจะนําแกะที่หลงทางกลับมา เราจะพันแผลของแกะที่บาดเจ็บ เราจะเสริมกําลัง แกะที่ออนเพลีย เราจะดูแลแกะที่อวนและแข็งแรง เราจะเลี้ยงเขาอยางยุติธรรม”

บทอานที่ 2

รม 5:5ข-11

พี่นอง ความหวังนี้ไมทําใหเราผิดหวัง เพราะพระจิตเจาซึ่งพระเจาประทานใหเรา ไดหลั่งความรักของพระเจาลงในดวงใจของเรา ขณะที่เรายังออนแอ พระคริสตเจา สิ้นพระชนมเพื่อคนบาปตามเวลาที่กําหนด ยากที่จะหาคนที่ยอมตายเพื่อคนชอบธรรม บางครั้งอาจจะมีคนยอมตายแทนคนดีจริง ๆ ได แตพระเจาทรงพิสูจนวาทรงรักเรา เพราะพระคริสตเจา สิน้ พระชนมเพือ่ เราขณะทีเ่ รายังเปนคนบาป บัดนี้ เมือ่ เราไดรบั ความชอบธรรมโดยอาศัยพระโลหิตของพระองค แลว เดชะพระองค เราก็ยิ่งจะไดรับความรอดพนจากการถูกพระเจาลงโทษ ถาเรากลับคืนดีกับพระเจาเดชะ การสิ้นพระชนมของพระบุตรขณะที่เรายังเปนศัตรูอยู ยิ่งกวานั้นเมื่อกลับคืนดีแลว เราก็จะรอดพนเดชะพระ ชนมชีพของพระองคดวย มิใชเพียงเทานั้น เรายังภูมิใจในพระเจา เดชะพระเยซูคริสต องคพระผูเปนเจาของ เรา เดชะพระองค บัดนี้พระองคทรงทําใหเราคืนดีกับพระเจาแลว

พระวรสาร

ลก 15:3-7

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสคําอุปมาใหพวกฟาริสีและธรรมาจารยฟงวา “ทานใดที่มีแกะหนึ่งรอยตัว ตัวหนึ่งพลัดหลง จะไมละแกะเกาสิบเกาตัวไวในถิ่นทุรกันดาร ออกไปตาม หาแกะที่พลัดหลงจนพบหรือ เมื่อพบแลว เขาจะยกมันใสบาดวยความยินดี กลับบาน เรียกมิตรสหายและ เพื่อนบานมา พูดวา “จงรวมยินดีกับฉันเถิด ฉันพบแกะตัวที่พลัดหลงนั้นแลว” เราบอกทานทั้งหลายวาใน สวรรคจะมีความยินดีเชนนีเ้ พราะคนบาปคนหนึง่ กลับใจมากกวาความยินดีเพราะคนชอบธรรมเกาสิบเกาคนที่ ไมตองการกลับใจใหม”

ทาทีแหงความหวงใยและเห็นอกเห็นใจผูมีปญหา เปนหัวใจที่เปยมดวยความเมตตาที่พระเจาทรง ปรารถนาใหเรามีตอเพื่อนพี่นอง เปนหัวใจของชาวสวรรค พระเจาไมตองการใหเราเหยียดหยามหรือซํ้าเติม ใคร ตรงขามถาเรามีสวนชวยใหพวกเขามีพลังและกลับมาเดินในทางที่ถูกตองดวยละก็ จะมีการเฉลิมฉลอง ดวยความยินดี

06.indd 186

8/11/2555 14:07:26


บทอานที่ 1

อสย 61:10-11

ขาพเจาจะเปรมปรีดิ์อยางยิ่งในองคพระผูเปนเจา วิญญาณของขาพเจาจะชื่นชม ยินดีในพระเจาของขาพเจา เพราะพระองคประทานความรอดพนแกขาพเจาเปนเสมือน อาภรณที่ทรงสวมให ประทานความชอบธรรมใหขาพเจาเปนเสมือนเสื้อคลุม ขาพเจา เปนเหมือนเจาบาวทีโ่ พกศีรษะอยางงดงาม เหมือนเจาสาวประดับตนดวยเพชรนิลจินดา เพราะแผนดินบังเกิดพืชผล และสวนทําใหเมล็ดพืชงอกขึ้นฉันใด องคพระผูเปนเจาก็ ทรงบันดาลใหเกิดความชอบธรรมและการสรรเสริญตอหนานานาชาติฉันนั้น

พระวรสาร

ลก 2:41-51

โยเซฟพรอมกับพระมารดาของพระเยซูเจาเคยขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็มในเทศกาล ปสกาทุกป เมื่อพระองคมีพระชนมายุสิบสองพรรษา โยเซฟพรอมกับพระมารดาก็ขึ้น ไปกรุงเยรูซาเล็มตามธรรมเนียมของเทศกาลนั้น เมื่อวันฉลองสิ้นสุดลง ทุกคนก็เดิน ทางกลับ แตพระเยซูเจายังประทับอยูที่กรุงเยรูซาเล็มโดยที่บิดามารดาไมรู เพราะคิด วา พระองคทรงอยูในหมูผูรวมเดินทาง เมื่อเดินทางไปไดหนึ่งวันแลว โยเซฟพรอมกับ พระนางมารียต ามหาพระองคในหมูญ  าติและคนรูจ กั เมือ่ ไมพบจึงกลับไปกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อตามหาพระองคที่นั่น ในวันที่สาม โยเซฟพรอมกับพระนางมารียพบพระองคในพระวิหารประทับนั่งอยู ในหมูอาจารย ทรงฟงและทรงไตถามพวกเขา ทุกคนที่ไดฟงพระองคตางประหลาดใจ ในพระปรีชาที่ทรงแสดงในการตอบคําถาม เมื่อโยเซฟพรอมกับพระนางมารียเห็น พระองคก็รูสึกแปลกใจ พระมารดาจึงตรัสถามพระองควา “ลูกเอย ทําไมจึงทํากับเรา เชนนี้ ดูซิ พอกับแมตองกังวลใจตามหาลูก” พระองคตรัสตอบวา “พอกับแมตามหา ลูกทําไม พอแมไมรูหรือวาลูกตองอยูในบานของพระบิดาของลูก” โยเซฟพรอมกับ พระนางมารียไมเขาใจที่พระองคตรัส พระเยซูเจาเสด็จกลับไปที่เมืองนาซาเร็ธกับบิดามารดาและเชื่อฟงทานทั้งสอง พระมารดาทรงเก็บเรื่องทั้งหมดเหลานี้ไวในพระทัย

8 เสาร

มิถุนายน ระลึกถึงดวงหทัยนิรมล ของพระแมมารีย 1 ซมอ 2:1,4-8

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 1

ประสบการณทมี่ ลี กู หายไปจากครอบครัว ตองทําใหพอ แมใจหายเปนธรรมดา พอ แมที่สละลูกเพื่อไปบวชก็มักมีความรูสึกเชนเดียวกัน ใจหนึ่งก็ยินดี แตก็อดใจหายไมได ที่สุดแมพระก็ตองปลอยพระเยซูไปทําภารกิจพระบิดา ผูที่สละลูกหลานไปบวช จะมี แมพระรวมทางแหงความเสียสละของพวกเขาอยางใกลชิด

06.indd 187

8/11/2555 14:07:27


9

อาทิตย มิถุนายน สัปดาหที่ 10 เทศกาลธรรมดา ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 2

บทอานจากหนังสือพงศกษัตริย ฉบับที่หนึ่ง 1 พกษ 17:17-24 ตอมา บุตรชายของหญิงเจาของบานปวยอาการหนัก ในที่สุดก็ตาย นางจึงตอวา เอลียาหวา “ทานผูเปนคนของพระเจา ทานตองการอะไรจากดิฉัน ทานมาที่นี่เพื่อเตือน ใหดิฉันระลึกถึงความผิด เพื่อฆาลูกชายของดิฉันหรือ” เอลียาหบอกนางวา “จงสงลูก มาใหฉนั เถิด” เอลียาหรบั เด็กมาจากออมกอดของนาง อุม ไปวางบนเตียงของตนในหอง ชั้นบนที่เขาพักอยู เขารองเรียกองคพระผูเปนเจาวา “ขาแตองคพระผูเปนเจา พระเจา ของขาพเจา ทําไมพระองคทรงบันดาลใหเกิดเหตุรายแกหญิงมายคนนี้ที่ตอนรับขาพเจา อยางดี ทําไมพระองคจึงทรงฆาลูกของนาง” เอลียาหนอนทับเด็กคนนั้นสามครั้ง แลว รองเรียกองคพระผูเปนเจาวา “ขาแตองคพระผูเปนเจา พระเจาของขาพเจา ขอใหเด็ก มีลมหายใจอีกครัง้ หนึง่ เถิด” องคพระผูเ ปนเจาทรงฟงเสียงรองของเอลียาห เด็กก็มลี ม หายใจอีกครั้งหนึ่ง เขาก็มีชีวิต เอลียาหนําเด็กจากหองชั้นบนลงไปชั้นลาง และมอบให มารดา เอลียาหพูดวา “ดูซิ ลูกของเธอยังมีชีวิต” หญิงคนนั้นตอบวา “บัดนี้ ดิฉันรูแลว วาทานเปนคนของพระเจา และพระวาจาที่องคพระผูเปนเจาตรัสจากปากของทานก็เปน ความจริง”

เพลงสดุดี

สดด 30:1-2,4-5ก,11-12

ก) ขาแตองคพระผูเปนเจา ขาพเจายกยองสรรเสริญพระองค เพราะพระองคทรงเชิดชูขาพเจา พระองคไมทรงปลอยใหเหลาศัตรูชื่นชมที่เห็นขาพเจาประสบเคราะหราย ขาแตองคพระผูเปนเจา พระเจาของขาพเจา ขาพเจารองขอความชวยเหลือจากพระองค พระองคก็ทรงรักษาขาพเจา ข) ทานทัง้ หลายผูจ งรักภักดีตอ องคพระผูเ ปนเจา จงขับรองสดุดถี วายพระองคเถิด จงสรรเสริญพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระองค พระพิโรธคงอยูเพียงชั่วขณะหนึ่ง แตความโปรดปรานของพระองคดํารงอยูตลอดชีวิต ค) พระองคทรงเปลี่ยนการรํ่าไหของขาพเจาใหเปนการเริงระบํา ทรงเปลื้องเสื้อผากระสอบของขาพเจาและประทานอาภรณงดงามใหขาพเจายินดี เพราะฉะนั้น ดวงใจขาพเจาจะขับรองถวายพระองคมิหยุดหยอน ขาแตองคพระผูเปนเจา พระเจาของขาพเจา ขาพเจาจะสรรเสริญพระองคตลอดไป

บทอานจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวกาลาเทีย กท 1:11-19 พี่นอง ขาพเจาตองการใหทานทั้งหลายรูวา ขาวดีที่ขาพเจาประกาศไปแลวนั้น มิใช ขาวที่มาจากมนุษย เพราะขาพเจาไมไดรับมาจากมนุษย มิไดเรียนรูจากมนุษย แตไดรับ จากการเปดเผยของพระเยซูคริสตเจา ทานทั้งหลายตองเคยไดยินเรื่องชีวิตในอดีตของ

06.indd 188

8/11/2555 14:07:29


ขาพเจาเมื่อยังยึดถือประเพณีของชาวยิว วาขาพเจาเคย เบียดเบียนพระศาสนจักรของพระเจาอยางรุนแรง และ พยายามทําลายดวย ขาพเจากาวหนาในลัทธิยิวมากกวา เพื่อนชาวยิวรุนเดียวกันหลายคน และมีจิตใจรอนรน อยางยิ่งในการรักษาประเพณีของบรรพบุรุษ ครั้นแลว พระเจาผูทรงเลือกสรรขาพเจาไวตั้งแตยังอยูในครรภ มารดา ก็ ท รงเรี ย กข า พเจ า เดชะพระหรรษทานของ พระองค และพอพระทั ย ที่ จ ะสํ า แดงพระบุ ต รของ พระองคในตัวขาพเจา เพือ่ ขาพเจาจะไดประกาศขาวดีถงึ พระบุตรแกบรรดาคนตางศาสนา ขาพเจาไมรีรอที่จะ ปรึ ก ษากั บ มนุ ษ ย ผู ใ ดเลย หรื อ แม แ ต จ ะขึ้ น ไปกรุ ง เยรูซาเล็ม เพื่อพบกับผูเปนอัครสาวกกอนขาพเจา แต ขาพเจาออกเดินทางไปยังอาราเบีย และกลับมายังเมืองดามัสกัสอีก สามปตอมา ขาพเจาขึ้นไปกรุง เยรูซาเล็มเพื่อทําความรูจักกับเคฟาส และพักอยูกับเขาเปนเวลาสิบหาวัน ขาพเจาไมพบอัครสาวกอื่น ๆ นอกจากยากอบ ผูเปนนองชายขององคพระผูเปนเจา

บทอานจากพระวรสารนักบุญลูกา

ลก 7:11-17

หลังจากนั้นไมนาน พระเยซูเจาเสด็จไปที่เมืองหนึ่งชื่อนาอิน บรรดาศิษยและประชาชนจํานวนมาก ติดตามพระองคไป เมื่อพระองคเสด็จมาใกลประตูเมืองก็ทรงเห็นคนหามศพออกมา ผูตายเปนบุตรคน เดียวของมารดาซึ่งเปนมาย ชาวเมืองกลุมใหญมาพรอมกับนางดวย เมื่อองคพระผูเปนเจาทรงเห็นนางก็ ทรงสงสารและตรัสกับนางวา “อยารองไหไปเลย” แลวพระองคเสด็จเขาไปใกล ทรงแตะแครหามศพ คน หามก็หยุด พระองคจึงตรัสวา “หนุมเอย เราบอกเจาวา จงลุกขึ้นเถิด” คนตายก็ลุกขึ้นนั่งและเริ่มพูด พระเยซูเจาจึงทรงมอบเขาใหแกมารดา ทุกคนตางมีความกลัวและถวายพระเกียรติแดพระเจา กลาววา “ประกาศกยิ่งใหญไดเกิดขึ้นในหมูเรา พระเจาไดเสด็จมาเยี่ยมประชากรของพระองค” และขาวเรื่องนี้ก็ แพรไปทั่วแควนยูเดียและทั่วอาณาบริเวณนั้น

มีพระเจาก็มีชีวิต เกิด แก เจ็บ ตาย ไมไดเปนบอเกิดแหงทุกขสําหรับผูที่มีพระเจาอยูในลมหายใจ ของเขา ความยินดีทแี่ ทจริงก็ยงั ไมไดอยูใ นการเกิด หรือการตาย แตความยินดีทแี่ ทจริง อยูใ นการยอมรับ การประทับอยูของพระเจาในการเกิดหรือตายนั้นตางหาก

06.indd 189

8/11/2555 14:07:30


10 จันทร

มิถุนายน

สัปดาหที่ 10 เทศกาลธรรมดา สดด 34:1-3,4-5 6-8

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 2

พระวรสาร

บทอานที่ 1

2 คร 1:1-7

จากเปาโล ผูเปนอัครสาวกของพระคริสตเยซูตามพระประสงคของพระเจา และ จากทิโมธี พี่นองของเรา ถึงพระศาสนจักรของพระเจาที่อยูในเมืองโครินธ และถึงบรรดาผูศักดิ์สิทธิ์ทุกคน ซึ่งอยูทั่วแควนอาคายา ขอพระหรรษทานและสันติสุขจากพระเจาพระบิดาของเรา และ จากพระเยซูคริสตองคพระผูเปนเจา สถิตอยูกับทานทั้งหลายเถิด ขอถวายพระพรแดพระเจา พระบิดาของพระเยซูคริสต องคพระผูเปนเจาของเรา พระบิดาผูทรงพระกรุณา และพระเจาผูประทานกําลังใจทุกประการ พระองคประทาน กําลังใจในความทุกขยากตาง ๆ ของเรา เพราะเราไดรับกําลังใจจากพระเจาแลว เราจึง ใหกําลังใจผูมีความทุกขทั้งมวลได เราไดรับการทรมานรวมกับพระคริสตเจามากฉันใด เราก็ไดรับกําลังใจเดชะพระคริสตเจามากฉันนั้น เมื่อเรารับความทุกขยาก ทานก็ไดรับ กําลังใจและความรอดพน เมือ่ เรารับกําลังใจ ทานก็ไดรบั กําลังใจซึง่ บันดาลใหทา นมีพละ กําลังที่จะอดทนตอความทุกขยากเหมือนกับที่เรากําลังอดทนอยู เรามีความหวังอยาง แนวแนในทานทั้งหลายเพราะเรารูวาทานมีสวนรวมรับความทุกขของเราฉันใด ทานก็จะ มีสวนรวมรับกําลังใจพรอมกับเราดวยฉันนั้น

มธ 5:1-12

เวลานั้น พระเยซูเจาทอดพระเนตรเห็นประชาชนมากมาย จึงเสด็จขึ้นบนภูเขา เมื่อประทับแลว บรรดา ศิษยเขามาหอมลอมพระองค พระองคทรงเริ่มตรัสสอนวา “ผูมีใจยากจน ยอมเปนสุข เพราะอาณาจักรสวรรคเปนของเขา ผูเปนทุกขโศกเศรา ยอมเปนสุข เพราะเขาจะไดรับการปลอบโยน ผูมีใจออนโยน ยอมเปนสุข เพราะเขาจะไดรับแผนดินเปนมรดก ผูหิวกระหายความชอบธรรม ยอมเปนสุข เพราะเขาจะอิ่ม ผูมีใจเมตตา ยอมเปนสุข เพราะเขาจะไดรับพระเมตตา ผูมีใจบริสุทธิ์ ยอมเปนสุข เพราะเขาจะไดเห็นพระเจา ผูสรางสันติ ยอมเปนสุข เพราะเขาจะไดชื่อวาเปนบุตรของพระเจา ผูถูกเบียดเบียนขมเหงเพราะความชอบธรรม ยอมเปนสุข เพราะอาณาจักรสวรรคเปนของเขา” “ทานทั้งหลายยอมเปนสุข เมื่อถูกดูหมิ่น ขมเหงและใสรายตาง ๆ นานาเพราะเรา จงชื่นชมยินดีเถิด เพราะบําเหน็จรางวัลของทานในสวรรคนนั้ ยิง่ ใหญนกั เขาไดเบียดเบียนบรรดาประกาศกทีอ่ ยูก อ นทานดังนีด้ ว ย เชนเดียวกัน”

อยาไปเผลอใหความสําคัญกับเลข 8 หรือตองพยายามทองบุญลาภใหครบ 8 ประการจนขึ้นใจ เพราะ สิ่งที่พระเยซูเจาอยากจะบอกก็คือ ทุกสิ่ง ทุกเหตุการณ ทุกกรณีในชีวิตลวนทําใหทานเปนสุขได แมแตกรณี ที่นาจะทุกข นาจะเศรา ก็เปนสุขได ถาเหตุการณเหลานั้น กรณีเหลานั้น สภาพเหลานั้น นําเราใหกลับไปหา พระองค เพื่อยอมรับความยิ่งใหญของพระองค และมอบทุกสิ่งไวในพระหัตถของพระองค

06.indd 190

8/11/2555 14:07:31


บทอานที่ 1

กจ 11:21ข-26;13:1-3

คนจํานวนมากเชื่อและกลับใจมาหาองคพระผูเปนเจา บรรดาศิษยในพระศาสนจักรที่กรุงเยรูซาเล็มรูขาวนี้ จึงสงบารนาบัสไปยังเมือง อันทิโอก เมือ่ บารนาบัสมาถึงและเห็นผลแหงพระหรรษทานของพระเจา ก็มคี วามชืน่ ชม จึงเตือนทุกคนใหมีจิตใจซื่อสัตยมั่นคงตอองคพระผูเปนเจา บารนาบัสเปนคนดี เปยม ดวยความเชือ่ และพระจิตเจา จึงมีผคู นจํานวนมากเขามาเปนศิษยขององคพระผูเ ปนเจา บารนาบัสเดินทางไปที่เมืองทารซัสเพื่อตามหาเซาโล เมื่อพบแลว ก็พามาที่เมือง อันทิโอก ทัง้ สองคนอยูร ว มกันในพระศาสนจักรทีน่ นั่ เปนเวลาหนึง่ ปเต็ม สัง่ สอนคนเปน จํานวนมาก ที่เมืองอันทิโอกนี้เองบรรดาศิษยไดรับชื่อวา “คริสตชน” เปนครั้งแรก ในพระศาสนจักรที่เมืองอันทิโอก มีประกาศกและอาจารยคือบารนาบัส สิเมโอนที่ เรียกกันวาคนดํา ลูสอิ สั ชาวไซรีน มานาเอนซึง่ ไดรบั การศึกษาอบรมมาดวยกันกับกษัตริย เฮโรดอันทิปาส และคนสุดทายคือเซาโล ขณะที่เขารวมพิธีนมัสการองคพระผูเปนเจา และจําศีลอดอาหาร พระจิตเจาตรัสวา “ทานทั้งหลายจงแยกบารนาบัสและเซาโลไว ปฏิบตั ภิ ารกิจทีเ่ ราเรียกเขาใหมาปฏิบตั เิ ถิด” เมือ่ เขาจําศีลอดอาหารและอธิษฐานภาวนา แลว จึงปกมือเหนือบารนาบัสและเซาโล แลวสงเขาทั้งสองคนออกไป

พระวรสาร

11 1 อัเสาร งคาร

มิถุนายน

ระลึกถึง น.บารนาบัส อัครสาวก สดด 98:1,2,3,4,5-6

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 2

มธ 10:7-13

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสกับบรรดาอัครสาวกทั้งสิบสองคนวา “จงไปประกาศวาอาณาจักรสวรรคใกลเขามาแลว จงรักษาคนเจ็บไข จงปลุกคนตาย ใหกลับคืนชีพ จงรักษาคนโรคเรื้อนใหสะอาด จงขับไลปศาจใหออกไป ทานไดรับมาโดย ไมเสียคาตอบแทนก็จงใหเขาโดยไมรับคาตอบแทนดวย อยาหาเหรียญทอง เหรียญเงิน หรือเหรียญทองแดงใสในไถ เมื่อเดินทาง อยามียาม อยามีเสื้อสองตัว อยาสวมรองเทา อยาถือไมเทา เพราะคนงานยอมมีสิทธิ์ไดรับอาหารอยูแลว เมือ่ ทานเขาไปในเมืองหรือหมูบ า น จงดูวา ผูใ ดทีน่ นั่ เปนผูเ หมาะสมทีจ่ ะตอนรับทาน แลวจงพักอยูก บั เขาจนกวาทานจะจากไป เมือ่ ทานเขาไปในบานใดจงใหพรแกบา นนัน้ ถา บานนัน้ สมควรไดรบั พร จงใหสนั ติสขุ ของทานมาสูบ า นนัน้ ถาบานนัน้ ไมสมควรไดรบั พร จงใหสันติสุขกลับมาหาทาน”

ผูประกาศขาวดีเรื่องพระอาณาจักรสวรรค จําเปนตองมีประสบการณแหงเมือง สวรรค คือ “อยูกับพระ” จึงจะสามารถนําพระองคไปใหผูอื่น สามารถแบงปน หรือ บรรยายพระพรแหงสันติสุขแท สันติสุขเมื่อตระหนักวาพระอยูกับเรา และเราอยูกับ พระองค

06.indd 191

8/11/2555 14:07:32


12 พุธ

มิถุนายน

สัปดาหที่ 10 เทศกาลธรรมดา สดด 99:5,6-7,8-9

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 2

บทอานที่ 1

2 คร 3:4-11

พี่นอง เรามีความมั่นใจเชนนี้ตอพระเจาเดชะพระคริสตเจา ทั้งนี้มิใชเพราะเราคิด วาเราทําสิ่งใดไดดวยตนเอง แตการทําไดนั้นมาจากพระเจา พระองคทรงทําใหเราเปน ผูรับใชพันธสัญญาใหม มิใชพันธสัญญาที่เขียนขึ้นเปนลายลักษณอักษร แตเปนพันธ สัญญาของพระจิตเจา บัญญัตทิ เี่ ปนลายลักษณอกั ษรนัน้ นําไปสูค วามตาย แตพระจิตเจา ประทานชีวิต ถาภารกิจที่ทําใหตาย ซึ่งจารึกเปนตัวอักษรบนแผนศิลา ไดมีความสวาง รุง โรจนจนกระทัง่ ชาวอิสราเอลมองดูใบหนาของโมเสสไมได เพราะใบหนานัน้ มีแสงสวาง รุง โรจนแมเพียงชัว่ ขณะ ภารกิจของพระจิตเจาจะมิมคี วามสวางรุง โรจนยงิ่ กวานัน้ อีกหรือ ถาภารกิจที่นําไปสูการตัดสินลงโทษยังมีความสวางรุงโรจนแลว ภารกิจที่ใหความชอบ ธรรมก็ยิ่งจะสวางรุงโรจนมากกวานั้น อันที่จริง สิ่งที่เคยสวางรุงโรจนมาแลว หมดรัศมี เมื่อเทียบกับความสวางรุงโรจนที่เหนือกวา ถาสิ่งที่อยูชั่วขณะมีความสวางรุงโรจนแลว สิ่งที่ถาวรก็ยิ่งมีความสวางรุงโรจนมากกวานั้น

พระวรสาร

มธ 5:17-19

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสแกบรรดาศิษยวา “จงอยาคิดวาเรามาเพื่อลบลางธรรมบัญญัติหรือคําสอนของบรรดาประกาศก เรา มิไดมาเพื่อลบลาง แตมาเพื่อปรับปรุงใหสมบูรณ เราบอกความจริงแกทานทั้งหลายวา ตราบใดที่ฟาและดินยังไมสูญสิ้นไป แมแตตัวอักษรหรือจุดเดียวจะไมขาดหายไปจาก ธรรมบัญญัติจนกวาทุกอยางจะสําเร็จไป ดังนั้น ผูใดละเมิดธรรมบัญญัติเพียงขอเดียว แมเล็กนอยทีส่ ดุ และสอนผูอ นื่ ใหละเมิดดวย จะไดชอื่ วาเปนผูต าํ่ ตอยทีส่ ดุ ในอาณาจักร สวรรค สวนผูท ปี่ ฏิบตั แิ ละสอนผูอ นื่ ใหปฏิบตั ดิ ว ย จะไดชอื่ วาเปนผูย งิ่ ใหญในอาณาจักร สวรรค”

พระเยซูเจาทรงยืนยันวา พระองคมิไดมาเพื่อสนองตัณหามนุษย ที่ชอบแสวงหา ของใหม คําสอนใหม บัญญัติใหม แตพระองคทรงตองการกระทุงใหผูฟงพระองค นํา ความรูเกา ๆ ที่รูกันอยูแลวไปปฏิบัติใหเกิดผล บัญญัติรักนั้น ใคร ๆ ก็รู ใคร ๆ ก็เขาใจ แตจะมีกี่คนที่นําไปปฏิบัติอยางสุดสติกําลัง จนบังเกิดผลแกตนเอง และคนรอบขาง

06.indd 192

8/11/2555 14:07:34


บทอานที่ 1

2 คร 3:15-4:1,3-6

พี่นอง จนกระทั่งทุกวันนี้ เมื่ออานหนังสือของโมเสสผาคลุมก็ยังปดบังดวงใจของ พวกเขาอยู แตเมือ่ เขาหันไปหาองคพระผูเ ปนเจา ผาคลุมนัน้ ก็จะถูกยกออกไป องคพระ ผูเปนเจาทรงเปนพระจิต และพระจิตขององคพระผูเปนเจาสถิตอยูที่ใด เสรีภาพยอม อยูท นี่ นั่ เราทุกคนไมมผี า คลุมใบหนา จึงสะทอนแสงสวางรุง โรจนขององคพระผูเ ปนเจา เหมือนกระจกเงา เปลี่ยนเปนภาพลักษณเดียวกับพระองค ทวีความรุงโรจนยิ่ง ๆ ขึ้น เดชะองคพระผูเปนเจาผูทรงเปนพระจิต เมื่อเรารับภารกิจนี้จากพระเมตตาของพระเจา เราจึงไมทอถอย ถาขาวดีที่เรา ประกาศมีสงิ่ ใดปดบัง ก็ปด บังเฉพาะสําหรับผูท กี่ าํ ลังประสบความพินาศ คือผูท ไี่ มมคี วาม เชื่อ ซาตานพระของโลกนี้ ทําใหจิตใจของคนเหลานั้นมืด เพื่อมิใหเขาแลเห็นแสงสวาง คือขาวดีเรื่องพระสิริรุงโรจนของพระคริสตเจาผูทรงเปนภาพลักษณของพระเจา เพราะ เรามิไดประกาศเรือ่ งตนเอง แตประกาศวาพระคริสตเยซูทรงเปนองคพระผูเ ปนเจา สวน เราเปนเพียงผูร บั ใชทา นทัง้ หลายเพราะความรักตอพระเยซูเจา พระเจาผูต รัสวา “ใหแสง สวางสองออกมาจากความมืด” ก็เปนผูทรงฉายแสงเขาสูจิตใจของเรา เพื่อสองสวางให เรามีความรูถึงพระสิริรุงโรจนของพระเจา พระสิริรุงโรจนนี้ปรากฏอยูบนพระพักตรของ พระคริสตเจา

พระวรสาร

13 พฤหัสบดี มิถุนายน

ระลึกถึง น.อันตน แหงปาดัว พระสงฆและ นักปราชญ สดด 85:8-9,10-11, 12-13

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 2

มธ 5:20-26

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสแกบรรดาศิษยวา “เราบอกทานทั้งหลายวา ถาความชอบธรรมของทานไมดีไปกวาความชอบธรรม ของบรรดาธรรมาจารยและชาวฟาริสีแลว ทานจะเขาอาณาจักรสวรรคไมไดเลย ทานไดยินคํากลาวแกคนโบราณวา อยาฆาคน ผูใดฆาคนจะตองขึ้นศาล แตเรา กลาวแกทานวา ทุกคนที่โกรธเคืองพี่นอง จะตองขึ้นศาล ผูใดกลาวแกพี่นองวา ‘ไอโง’ ผูนั้นจะตองขึ้นศาลสูง ผูใดกลาวแกพี่นองวา ‘ไอโงบัดซบ’ ผูนั้นจะตองถูกปรับโทษถึงไฟนรก ดังนั้น ขณะที่ ทานนําเครื่องบูชาไปถวายยังพระแทน ถาระลึกไดวาพี่นองของทานมีขอบาดหมางกับทานแลว จงวางเครื่อง บูชาไวหนาพระแทน กลับไปคืนดีกบั พีน่ อ งเสียกอน แลวจึงคอยกลับมาถวายเครือ่ งบูชานัน้ จงคืนดีกบั คูค วาม ของทานขณะที่กําลังเดินทางไปศาลดวยกัน มิฉะนั้น คูความจะมอบทานแกผูพิพากษา และผูพิพากษาจะมอบ ทานใหผูคุม ซึ่งจะขังทานในคุก เราบอกความจริงแกทานวา ทานจะออกจากคุกไมได จนกวาทานจะชําระหนี้ จนเศษสตางคสุดทาย”

พระเยซูเจาทรงแสดงความออนไหว และปฏิกริ ยิ ารุนแรง กับผูท ชี่ อบตัดสินความและดูถกู ผูอ นื่ ผูท หี่ ลง คิดวาตัวเองเปนเลิศกวาใคร และคนอื่นไมไดเรื่องไปหมด เปนผูที่อยูในสภาพหมดหวังจะเยียวยา ในสาย พระเนตรของพระองคผูที่รูจักถอมตน สํานึกถึงความตอยตํ่าของตัวเอง และรูจัก “ยอม” เปนผูที่นารัก และ นาชื่นชม

06.indd 193

8/11/2555 14:07:36


14 ศุกรร

มิถุน ายน นายน

สัปดาหที่ 10 เทศกาลธรรมดา สดด 116:10-11, 14-16,17-18

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 2

บทอานที่ 1

2 คร 4:7-15

พีน่ อ ง เรามีสมบัตนิ เี้ ก็บไวในภาชนะดินเผา เพือ่ แสดงวาอานุภาพลํา้ เลิศนัน้ มาจาก พระเจา มิใชมาจากตัวเรา เราทนทุกขทรมานรอบดาน แตไมอับจน เราจนปญญา แตก็ ไมหมดหวัง เราถูกเบียดเบียน แตไมถูกทอดทิ้ง เราถูกตีลมลง แตไมถึงตาย เราแบก ความตายของพระเยซูเจาไวในรางกายของเราอยูเสมอ เพื่อวาชีวิตของพระเยซูเจาจะ ปรากฏอยูในรางกายของเราดวย ขณะที่เรายังมีชีวิตอยู เราเสี่ยงกับความตายอยูเสมอ เพราะความรักตอพระเยซูเจา เพื่อใหชีวิตของพระเยซูเจาปรากฏชัดในธรรมชาติที่ตาย ไดของเรา ดังนั้น ความตายกําลังทํางานอยูในเรา แตชีวิตกําลังทํางานอยูในทาน มีเขียนไวในพระคัมภีรวา ขาพเจาไดเชื่อ จึงไดพูด เรามีจิตแหงความเชื่อเดียวกันนี้ เราเชื่อ เราจึงพูด เพราะรูวาพระองคทรงบันดาลใหพระเยซูองคพระผูเปนเจาทรงกลับ คืนพระชนมชีพ ทรงบันดาลใหเรากลับคืนชีพพรอมกับพระเยซูเจาดวย จะทรงนําเราและ ทานทั้งหลายไปอยูกับพระองค เหตุการณทั้งหมดนี้เกิดขึ้นสําหรับทานเพื่อวาเมื่อพระ หรรษทานแผไปถึงคนมากขึ้น การขอบพระคุณจะทวียิ่งขึ้น เปนการถวายพระเกียรติแด พระเจา

พระวรสาร

มธ 5:27-32

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสแกบรรดาศิษยวา “ทานไดยนิ คํากลาวทีว่ า อยาลวงประเวณี แตเรากลาวแกทา นทัง้ หลายวา ผูใ ดมอง หญิงดวยความใคร ก็ไดลวงประเวณีกับนางในใจแลว ถาตาขวาของทานเปนเหตุใหทาน ทําบาป จงควักมันทิง้ เสีย เพราะเพียงแตเสียอวัยวะสวนเดียว ยังดีกวาปลอยใหรา งกาย ทัง้ หมดของทานตกนรก ถามือขวาของทานเปนเหตุใหทา นทําบาป จงตัดมันทิง้ เสีย เพราะ เพียงแตเสียอวัยวะสวนเดียว ยังดีกวาปลอยใหรางกายทั้งหมดตกนรก มีคํากลาววา ผูใดจะหยากับภรรยา ก็จงทําหนังสือหยามอบใหนาง แตเรากลาวแก ทานทั้งหลายวา ผูใดที่หยากับภรรยา ยกเวนกรณีแตงงานไมถูกตองตามกฎหมาย ก็ เทากับวาทําใหนางลวงประเวณี และผูใ ดทีแ่ ตงกับหญิงทีไ่ ดหยาราง ก็ลว งประเวณีดว ย”

การปลอยตัวในทางแหงบาป แมบางทียังไมไดทําบาปนั้น ก็ตองมีความผิดและ ตองรับผิดชอบแลว ฉะนั้น เมื่อพิจารณามโนธรรม และเตรียมตัวรับศีลอภัยบาป ใหรู สํานึกผิดและขอโทษพระ แมเพียงปลอยตัวใหอยูในโอกาสที่จะทําบาป การขออภัยจะ ทําใหเราไดรับพลังเพียงพอที่จะหลีกหนี และไมตกในบาปนั้นจริง ๆ

06.indd 194

8/11/2555 14:07:37


บทอานที่ 1

2 คร 5:14-21

พีน่ อ ง เพราะความรักของพระคริสตเจาผลักดันเรา เราแนใจวา ถาคนหนึง่ ตายเพือ่ ทุกคน ก็เหมือนกับวาทุกคนไดตายดวย พระองคสิ้นพระชนมแทนทุกคน เพื่อผูที่มีชีวิต จะไดไมมชี วี ติ เพือ่ ตนเองอีกตอไป แตมชี วี ติ เพือ่ พระองคผไู ดสนิ้ พระชนม และทรงกลับ คืนพระชนมชีพเพื่อเขา ตั้งแตบัดนี้เปนตนไป เราจะไมพิจารณาผูใดตามมาตรฐานมนุษยอีก แมวาครั้งหนึ่ง เราเคยพิจารณาพระคริสตเจาตามมาตรฐานมนุษย แตบัดนี้เราไมพิจารณาพระองคตาม มาตรฐานนี้อีกตอไป ดังนั้น ถาผูใดอยูในพระคริสตเจา ผูนั้นก็เปนสิ่งสรางใหม สภาพ เกาผานพนไป สภาพใหมเกิดขึ้นแลว ทุกสิ่งมาจากพระเจา พระองคทรงทําใหเราคืนดี กับพระองคเดชะพระคริสตเจา และทรงมอบภารกิจการคืนดีนใี้ หกบั เรา กลาวคือ พระเจา ทรงทําใหโลกคืนดีกับพระองคในองคพระคริสตเจา พระองคมิไดทรงเอาผิดกับมนุษย แตทรงมอบใหเราประกาศสารแหงการคืนดีนี้ ดังนั้น เราจึงเปนทูตแทนพระคริสตเจา ประหนึ่งวาพระเจาทรงใชเราใหเชิญชวน ทานทั้งหลาย เราจึงขอรองแทนพระคริสตเจาวา จงยอมคืนดีกับพระเจาเถิด เพราะเห็น แกเราพระเจาทรงทําใหพระองคผูไมรูจักบาปเปนผูรับบาป เพื่อวาในพระองคเราจะได กลายเปนผูชอบธรรมของพระเจา

พระวรสาร

15 เสาร

มิถุนายน

สัปดาหที่ 10 เทศกาลธรรมดา สดด 103:1-2,3-4, 8-10,11-12

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 2

มธ 5:33-37

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสแกบรรดาศิษยวา “ทานยังไดยินคํากลาวแกคนโบราณวา อยาผิดคําสาบาน แตจงทําตามที่ไดสาบาน ไวตอองคพระผูเปนเจา แตเราบอกทานทั้งหลายวา อยาสาบานเลย อยาอางถึงสวรรค เพราะเปนทีป่ ระทับของพระเจา อยาอางถึงแผนดิน เพราะเปนทีร่ องพระบาทของพระองค อยาอางถึงกรุงเยรูซาเล็ม เพราะเปนนครหลวงของพระมหากษัตริย อยาอางถึงศีรษะ ของทาน เพราะทานไมอาจเปลี่ยนผมสักเสนใหเปนดําเปนขาวได ทานจงกลาวเพียงวา ‘ใช’ หรือ ‘ไมใช’ ที่เกินไปนั้นมาจากปศาจ”

ปญหาของคนชอบสาบานคือ ขาดความมัน่ ใจ ไมมคี วามเด็ดขาด คนทีต่ อ งสาบาน บอย ๆ คือคนที่พูดอะไรแลวไมคอยมีใครเชื่อ ถาคิดจะทําอะไรก็รีบลงมือทํา ถาคิดวา ไมควรทําอะไรก็ตองตัดขาด หรือขจัดทิ้งใหชัดเจน ถาเริ่มสาบานเมื่อไรแปลวาลังเล หรือในใจอาจคิดเปนอยางอื่น การสาบานจึงเปนการฟองตัวเองอยางชัดเจน

06.indd 195

8/11/2555 14:07:39


16 อาทิตย

มิถนายน ุนายน

สัปดาหที่ 11 เทศกาลธรรมดา ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 3

บทอานจากหนังสือซามูแอล ฉบับที่สอง 2 ซมอ 12:7-10,13 ประกาศกนาธันจึงทูลกษัตริยดาวิดวา “พระองคคือชายคนนั้น องคพระผูเปนเจา พระเจาแหงอิสราเอลตรัสดังนีว้ า ‘เราไดเจิมตัง้ ทานเปนกษัตริยข องอิสราเอล เราไดชว ย ทานใหรอดพนจากเงื้อมมือของซาอูล เราไดมอบผูคนในครอบครัวของเจานายของทาน มอบภรรยาของเจานายใหอยูในออมกอดของทาน และมอบพงศพันธุอิสราเอลและ ยู ด าห แ ก ท า น ถ า ทั้ ง หมดนี้ ยั ง ไม พ อ เราจะให ม ากกว า นี้ อี ก ทํ า ไมท า นจึ ง ลบหลู องคพระผูเปนเจา กระทําสิ่งชั่วรายเฉพาะพระพักตรของพระองค? ทานใหอุรียาห ชาว ฮิตไทตถกู ฆา ปลอยใหชาวอัมโมนฆาเขา แลวเอาภรรยาของเขาเปนภรรยาของตน เพราะ เหตุนี้ จะมีคนในวงศตระกูลของทานถูกฆาอยูเ รือ่ ย ๆ เพราะทานไดลบหลูเราเอาภรรยา ของอุรียาหมาเปนภรรยาของทาน’ กษัตริยดาวิดตรัสกับนาธันวา “ขาพเจาไดทําบาปผิดตอองคพระผูเปนเจาแลว” นาธันทูลตอบวา “องคพระผูเปนเจาทรงใหอภัยบาปพระองคแลว พระองคจะไมตอง สิ้นพระชนม”

เพลงสดุดี

สดด 32:1-3,5-6,10-11

ก) ผูที่ไดรับอภัยความผิด และบาปของเขาถูกลบลางยอมเปนสุข ผูที่องคพระผูเปนเจาไมทรงกลาวหาวากระทําผิด และจิตใจของเขาไมมีความคดโกง ยอมเปนสุข แมขาพเจาเงียบอยู กระดูกของขาพเจาก็ผุกรอนไป จากการครํ่าครวญตลอดเวลา ขณะที่ขาพเจาถอนใจตลอดวัน ข) ขาพเจาทูลใหทรงทราบถึงบาปของขาพเจา มิไดปดบังความผิดแตประการใด ขาพเจาคิดวา “ขาพเจาจะสารภาพความผิดตอองคพระผูเปนเจา” พระองคก็ทรงอภัยบาปที่ขาพเจาไดทํา ดวยเหตุน้ี ผูจ งรักภักดีตอ พระองคทกุ คนจึงอธิษฐานภาวนาถึงพระองคในยามทุกขรอ น แมจะเกิดอุทกภัย นํ้าไหลบาทวมทน นํ้านั้นก็จะไมมาถึงตัวเขาเลย ค) คนชั่วรายจะมีความเดือดรอนมากมาย แตผูวางใจในองคพระผูเปนเจาจะไดรับความรักมั่นคงของพระองคอยางลนเหลือ

บทอานจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวก ถึงชาวกาลาเทีย กท 2:16,19-21 พี่นอง เรารูวา มนุษยมิไดเปนผูชอบธรรมจากการปฏิบัติตามธรรมบัญญัติ แตเปน ผูชอบธรรมจากความเชื่อในพระคริสตเยซูเทานั้น เรามีความเชื่อในพระคริสตเยซูเพื่อ จะไดเปนผูชอบธรรมโดยอาศัยความเชื่อในพระคริสตเจา มิใชจากการปฏิบัติตามธรรม บัญญัติ เพราะไมมีมนุษยคนใดเปนผูชอบธรรมจากการปฏิบัติตามธรรมบัญญัติ

06.indd 196

8/11/2555 14:07:40


เพราะอาศัยธรรมบัญญัตินั่นแหละขาพเจาจึงไดตายไปจากธรรมบัญญัติแลว เพื่อจะไดมีชีวิตอยู สําหรับพระเจา ขาพเจาถูกตรึงกางเขนกับพระคริสตเจาแลว ขาพเจามีชวี ติ อยู มิใชตวั ขาพเจาอีกตอไป แต พระคริสตเจาทรงดํารงชีวติ อยูใ นตัวขาพเจา ชีวติ ทีข่ า พเจากําลังดําเนินอยูใ นรางกายขณะนี้ ขาพเจาดําเนิน ชีวติ ในความเชือ่ ถึงพระบุตรของพระเจาผูท รงรักขาพเจาและทรงมอบพระองคเพือ่ ขาพเจา ขาพเจามิไดทาํ ใหพระหรรษทานของพระเจาตองไรผล ถาเรารับความชอบธรรมโดยปฏิบัติตามธรรมบัญญัติ พระคริสต เจาก็สิ้นพระชนมโดยเปลาประโยชน

บทอานจากพระวรสารนักบุญลูกา

ลก 7:36-50

ชาวฟาริสีคนหนึ่งทูลเชิญพระเยซูเจาไปเสวยพระกระยาหารกับเขา พระองคเสด็จเขาไปในบานของ ชาวฟาริสนี นั้ และประทับทีโ่ ตะ ในเมืองนัน้ มีหญิงคนหนึง่ เปนคนบาป เมือ่ นางรูว า พระเยซูเจากําลังประทับ รวมโตะอยูใ นบานของชาวฟาริสผี นู นั้ จึงถือขวดหินขาวบรรจุนาํ้ มันหอมเขามาดวย นางมาอยูด า นหลังของ พระองคใกล ๆ พระบาท รองไหจนนํ้าตาหยดลงเปยกพระบาท นางใชผมเช็ดพระบาทจูบพระบาทและใช นํ้ามันหอมชโลมพระบาทนั้น ชาวฟาริสีที่ทูลเชิญพระองคมาเห็นดังนี้ก็คิดในใจวา “ถาผูนี้เปนประกาศก เขาคงจะรูวาหญิงที่กําลัง แตะตองเขาอยูนี้เปนใครและเปนคนประเภทไหน นางเปนคนบาป” พระเยซูเจาจึงตรัสกับเขาวา “ซีโมน เรามีเรื่องจะพูดกับทาน” เขาตอบวา “เชิญพูดมาเถิด อาจารย” พระองคจึงตรัสวา “เจาหนี้คนหนึ่งมีลูก หนี้อยูสองคน คนหนึ่งเปนหนี้อยูหารอยเหรียญ อีกคนหนึ่งเปนหนี้อยูหาสิบเหรียญ ทั้งสองคนไมมีอะไร จะใชหนี้ เจาหนี้จึงยกหนี้ใหทั้งหมด ในสองคนนี้ คนไหนจะรักเจาหนี้มากกวากัน” ซีโมนตอบวา “ขาพเจา คิดวาเปนคนที่ไดรับการยกหนี้ใหมากกวา” พระเยซูเจาจึงตรัสกับเขาวา “ทานตัดสินถูกตองแลว” พระองคทรงหันพระพักตรมาทางหญิงผูนั้น ตรัสกับซีโมนวา “ทานเห็นหญิงผูนี้ใชไหม เราเขามาใน บานของทาน ทานไมไดเอานํ้ามาลางเทาใหเรา แตนางไดหลั่งนํ้าตารดเทาของเราและใชผมเช็ดให ทานไม ไดจูบคํานับเรา แตนางจูบเทาของเราตลอดเวลาตั้งแตเราเขามา ทานไมไดใชนํ้ามันเจิมศีรษะใหเรา แตนาง ใชนํ้ามันหอมชโลมเทาของเรา เพราะเหตุนี้ เราบอกทานวาบาปมากมายของนางไดรับการอภัยแลวเพราะ นางมีความรักมาก ผูที่ไดรับการอภัยนอยก็ยอมมีความรักนอย” แลวพระองคตรัสกับนางวา “บาปของ เจาไดรับการอภัยแลว” บรรดาผูรวมโตะจึงเริ่มพูดกันวา “คนนี้เปนใคร จึงทําไดแมแตการอภัยบาป” พระองคตรัสกับหญิงนั้นวา “ความเชื่อของเจาชวยเจาใหรอดพนแลว จงไปเปนสุขเถิด”

พระเยซูเจาพยายามอธิบายแกฟาริสีอยางอดทนวา มนุษยทุกคนไมวาจะเปนใคร มีอาชีพอะไร อยู ตําแหนงไหน ลวนมีความสําคัญเทาเทียมกันหมด เราจึงตองมองลึกลงไปใหถงึ หัวใจของเขา ดัง่ พระองค ทรงยกยองหญิงคนบาปที่ชโลมพระบาทของพระองค และเปรียบเทียบทาทีของเธอกับซีโมนชาวฟาริสี ผูเชิญพระองคไปเสวยพระกระยาหารกับเขา ฟาริสีคนนี้อาจจะเปนผูซื่อสัตย แตเขามีความรักนอยใน หัวใจ พระเยซูเจาอยากจะสอนวา คุณธรรมที่ปราศจากความรักไมมีคุณคาในสายพระเนตรของพระเจา

06.indd 197

8/11/2555 14:07:42


17 จันทร

มิถุนายน

สัปดาหที่ 11 เทศกาลธรรมดา สดด 98:1,2-3,4

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 3

บทอานที่ 1

2 คร 6:1-10

พี่นอง ในฐานะผูรวมงานของพระเจา เราขอรองทานทั้งหลาย อยาเพียงแตรับพระ หรรษทานของพระองคไวโดยไมเกิดผล พระองคตรัสวา “ในเวลาที่เหมาะสม เราไดรับ ฟงทาน และในวันแหงความรอดพน เราไดชวยเหลือทาน” ขณะนี้คือเวลาที่เหมาะสม ขณะนีค้ อื วันแหงความรอดพน เราไมเปนอุปสรรคกีดขวางทางของใคร เพือ่ มิใหใครตําหนิ งานรับใชของเรา แตเราแสดงตนเปนผูร บั ใชของพระเจาในทุกกรณีดว ยความอดทนอยาง มาก ในความทุกขยาก ความขัดสน ความคับแคน การถูกโบยตี การถูกจองจํา การจลาจล ความเหน็ดเหนื่อยจากการงาน การอดนอน การอดอาหาร เราแสดงตนเปนผูรับใชของ พระเจาดวยความบริสุทธิ์ใจ ความรู ความเพียรอดทน ความใจดี ความชวยเหลือของ พระจิตเจา ความรักทีไ่ มเสแสรง ถอยคําสัตยจริงและดวยพระอานุภาพของพระเจา โดย ใชความชอบธรรมเปนอาวุธทั้งมือซายและมือขวา ทั้งยามมีเกียรติ และยามไรเกียรติ ทั้งเมื่อถูกกลาวรายและกลาวดี เราถูกกลาวหาวาเปนคนหลอกลวง แตเราก็พูดความ จริง เราถูกกลาวหาวาไมมีใครรูจัก แตเราก็มีคนรูจักมาก เหมือนกับคนกําลังจะตาย แต เราก็ยงั มีชวี ติ เหมือนคนถูกลงโทษ แตเราก็ไมถกู ประหาร เหมือนกับเปนคนมีความทุกข แตชื่นชมเสมอ เหมือนกับเปนคนยากจน แตเราก็ทําใหคนจํานวนมากมั่งมี เหมือนกับ คนที่ไมมีอะไรเลย แตเราก็มีทุกอยาง

พระวรสาร

มธ 5:38-42

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสแกบรรดาศิษยวา “ทานเคยไดยินเขากลาววา ‘ตาตอตา ฟนตอฟน’ แตเรากลาวแกทานทั้งหลายวา อยาโตตอบคนชั่ว ผูใดตบแกมขวาของทาน จงหันแกมซายใหเขาดวย ผูใดอยากฟอง ทานที่ศาลเพื่อจะไดเสื้อยาวของทาน ก็จงแถมเสื้อคลุมใหเขาดวย ผูใดจะเกณฑใหทาน เดินไปกับเขาหนึ่งหลัก จงไปกับเขาสองหลักเถิด ผูใดขออะไรจากทาน ก็จงให อยาหัน หลังใหผูที่มาขอยืมสิ่งใดจากทาน”

พระเยซูคริสตเจาวางรูปแบบในการดําเนินชีวติ ใหกบั เรา เปนรูปแบบทีข่ ดั กับความ รูสึกตามธรรมชาติความเปนมนุษย คืออยาจมอยูในวัฏจักรแหงความเคียดแคน อยา ปลอยตัวเองเสียเวลาไปกับความอาฆาตพยาบาทและความมุงรายอยางไมรูจักจบสิ้น เราตองแผเมตตา เราตองใหอภัย “อยาโตตอบคนชัว่ ” “ผูใ ดขอ ก็จงให” มันเปนสิง่ ยาก นักบุญเปาโลจึงบอกวาตองตอสูก บั ธรรมชาติของตน “ในทุกกรณีดว ยความอดทนอยาง มาก” “โดยใชความชอบธรรมเปนอาวุธทั้งมือซายและมือขวา”

06.indd 198

8/11/2555 14:07:42


บทอานที่ 1

2 คร 8:1-9

พีน่ อ งทัง้ หลาย เราใครจะใหทา นรูเ รือ่ งพระหรรษทาน ซึง่ พระเจาประทานใหแกพระ ศาสนจักรตาง ๆ ในแควนมาซิโดเนีย แมเขาตองทนทุกขแสนสาหัส เขาก็ยังมีความสุข อยางยิ่ง แมจะยากจนแสนเข็ญเขาก็ยังมีความเอื้อเฟอเผื่อแผอยางลนเหลือ ขาพเจา เปนพยานไดวา เขาบริจาคดวยความสมัครใจตามกําลังความสามารถ และเกินกําลังความ สามารถอีกดวย เขายังออนวอนเราหลายครั้งใหเขามีสิทธิรวมรับใชบรรดาผูศักดิ์สิทธิ์ ดวย เขาทํายิ่งกวาที่เราคาดหมายไว เขาถวายตนแดพระเจากอน แลวจึงมอบตนใหกับ เราตามพระประสงคของพระเจา เราจึงขอรองทิตสั ใหจัดการกุศลนีต้ อไปจนสําเร็จในหมู ทานทั้งหลายดังที่เขาไดเริ่มไวแลว เมื่อทานมีทุกสิ่งบริบูรณ คือความเชื่อ การพูด ความ รู ความกระตือรือรนและความรักที่ทานมีตอเรา ทานก็ควรจะดีพรอมในการกุศลนี้ดวย ขาพเจาพูดเชนนี้มิใชเปนการบังคับ แตเปนการเลาถึงความกระตือรือรนของผูอื่นเพื่อ พิสูจนวาความรักของทานนั้นมีจริง ทานรูแลวถึงพระกรุณาของพระเยซูคริสต องคพระ ผูเ ปนเจาของเรา แมทรงรํา่ รวย พระองคกย็ ังทรงยอมกลายเปนคนยากจนเพราะเห็นแก ทาน เพื่อทานจะไดรํ่ารวยเพราะความยากจนของพระองค

พระวรสาร

18 อังคาร

มิถุนายน

สัปดาหที่ 11 เทศกาลธรรมดา สดด 146:1-2,5-6, 7,8-9ก

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 3

มธ 5:43-48

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสแกบรรดาศิษยวา “ทานทัง้ หลายไดยนิ คํากลาววา จงรักเพือ่ นบาน จงเกลียดศัตรู แตเรากลาวแกทา น วา จงรักศัตรู จงอธิษฐานภาวนาใหผูที่เบียดเบียนทาน เพื่อทานจะไดเปนบุตรของพระ บิดาเจาสวรรค พระองคโปรดใหดวงอาทิตยของพระองคขึ้นเหนือคนดีและคนชั่ว โปรด ใหฝนตกเหนือคนชอบธรรมและคนอธรรม ถาทานรักแตคนทีร่ กั ทาน ทานจะไดบาํ เหน็จ รางวัลอะไรเลา บรรดาคนเก็บภาษีมิไดทําเชนนี้ดอกหรือ ถาทานทักทายแตพี่นองของ ทานเทานั้น ทานทําอะไรพิเศษเลา คนตางศาสนามิไดทําเชนนี้ดอกหรือ ฉะนั้น ทานจง เปนคนดีอยางสมบูรณ ดังที่พระบิดาเจาสวรรคของทานทรงความดีอยางสมบูรณเถิด”

พระเยซูคริสตเจาสอนวา คนที่ใหโดยหวังใหผูรับสํานึกในบุญคุณของตนนั้นแสดง วาเริม่ มีจติ ใจทีด่ แี ลว จะใหดกี วานัน้ เราตองกาวไปอีกขัน้ ดวยการเปลีย่ นทัศนคติของตัว เอง หันมาใหดวยความจริงใจแบบไมหวังผลประโยชนตอบแทน ใหแมแตผูที่เปนศัตรู หรือบุคคลที่เราเกลียด “จงรักศัตรู” “จงภาวนาใหผูที่เบียดเบียนทาน” เพื่อ“เปนคนดี อยางสมบูรณ” คริสตชนตองยึดพระเยซูคริสตเจาและคําสั่งสอนของพระองคเปน ศูนยกลางของชีวิต แมไมอาจปฏิบัติตามไดทุกถอยคําที่ทรงสอน ก็ขอใหเขาติดตาม พระองคใกลชิดที่สุดเทาที่จะทําได

06.indd 199

8/11/2555 14:07:44


19 พุธ

มิถุนายน น.โรมูอัลโด เจาอธิการ

สดด 112:1-3,4,9

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 3

พระวรสาร

บทอานที่ 1

2 คร 9:6-11

พี่นอง ผูที่หวานเมล็ดพืชเพียงเล็กนอย ก็จะเก็บเกี่ยวไดเพียงเล็กนอย ผูที่ หวานเมล็ดพืชมากก็จะเก็บเกี่ยวไดมาก แตละคนจงใหตามที่ตั้งใจไว มิใชใหโดยนึก เสียดาย มิใชใหโดยฝนใจ เพราะวาพระเจาทรงรักผูที่ใหดวยใจยินดี พระเจาประทาน พระหรรษทานทุกประการแกทานไดอยางอุดม เพื่อใหทานมีทุกสิ่งเพียงพอ และยังมี เหลือเฟอสําหรับกิจการดีทกุ ประการอีกดวย ดังทีม่ เี ขียนไวในพระคัมภีรว า “เขาเอือ้ เฟอ แจกจาย เขาใหแกคนยากจน ความชอบธรรมของเขาดํารงอยูตลอดนิรันดร” พระองคผูประทานเมล็ดพืชแกผูหวานและประทานอาหารเลี้ยงชีวิตจะทรงจัดหา และทรงทวีเมล็ดพืชทีท่ า นหวาน และจะทรงเพิม่ พูนผลแหงความชอบธรรมของทานดวย ทานจะมั่งคั่งบริบูรณทุกประการ เพื่อจะแจกจายไดอยางใจกวาง...

มธ 6:1-6,16-18

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสแกบรรดาศิษยวา “จงระวัง อยาปฏิบตั ศิ าสนกิจของทานตอหนามนุษยเพื่ออวดคนอื่น มิฉะนั้น ทานจะไมไดรับบําเหน็จจาก พระบิดาของทานผูสถิตในสวรรค ดังนั้น เมื่อทานใหทาน จงอยาเปาแตรขางหนาทานเหมือนที่บรรดาคนหนา ซื่อใจคดมักทําในศาลาธรรมและตามถนน เพื่อจะไดรับคําสรรเสริญจากมนุษย เราบอกความจริงแกทานทั้ง หลายวา เขาไดรับบําเหน็จของเขาแลว สวนทาน เมื่อใหทาน อยาใหมือซายของทานรูวามือขวากําลังทําสิ่งใด เพือ่ ทานของทานจะไดเปนทานทีไ่ มเปดเผย แลวพระบิดาของทานผูท รงหยัง่ รูท กุ สิง่ จะประทานบําเหน็จใหทา น “เมื่อทานอธิษฐานภาวนา จงอยาเปนเหมือนบรรดาคนหนาซื่อใจคด เขาชอบยืนอธิษฐานภาวนาในศาลา ธรรม และตามมุมลานเพื่อใหใคร ๆ เห็น เราบอกความจริงแกทานวา เขาไดรับบําเหน็จของเขาแลว สวนทาน เมื่ออธิษฐานภาวนา จงเขาไปในหองสวนตัว ปดประตู อธิษฐานตอพระบิดาของทานผูสถิตอยูทั่วทุกแหง แลว พระบิดาของทานผูทรงหยั่งรูทุกสิ่งจะประทานบําเหน็จใหทาน” “เมื่อทานทั้งหลายจําศีลอดอาหาร จงอยาทําหนาเศราหมองเหมือนบรรดาคนหนาซื่อใจคด เขาทําหนา หมองคลํ้า เพื่อแสดงใหผูคนรูวาเขากําลังจําศีลอดอาหาร เราบอกความจริงแกทานวา เขาไดรับบําเหน็จของ เขาแลว สวนทาน เมื่อจําศีลอดอาหาร จงลางหนา ใชนํ้ามันหอมใสศีรษะ เพื่อไมแสดงใหผูคนรูวาทานกําลัง จําศีลอดอาหาร แตใหพระบิดาของทาน ผูสถิตอยูทั่วทุกแหงทรงทราบ และพระบิดาของทานผูทรงหยั่งรูทุก สิ่ง ก็จะประทานบําเหน็จใหทาน”

ความสุขสันติในสังคมหรือในตัวบุคคลขึ้นอยูกับความคิดและการปฏิบัติตนของมนุษย วันนี้พระเยซู คริสตเจาไดสอน 3 รูปแบบแหงการปฏิบัติตน คือ การปฏิบัติศาสนกิจ การภาวนา และการจําศีลอดอาหาร ซึ่งคริสตชนพึงนํามาปฏิบัติในชีวิต เพื่อสงเสริมชีวิตฝายจิต ในความสัมพันธฉันกับพระ ฉันกับเพื่อนมนุษย หากชีวิตคริสตชนไดรับการหลอหลอมใน 3 รูปแบบนี้อยางจริงจังแลว จงมีความหวัง เพราะพระองคทรง สัญญาวา “พระบิดาของทานผูทรงหยั่งรูทุกสิ่งจะประทานบําเหน็จใหทาน”

06.indd 200

8/11/2555 14:07:46


บทอานที่ 1

2 คร 11:1-11

พี่นอง ขอใหทานอดทนตอความโงเขลาของขาพเจาสักเล็กนอย แตความจริงทาน ก็อดทนอยูแ ลว ขาพเจาหวงแหนทานทัง้ หลายอยางทีพ่ ระเจาทรงหวงแหน เพราะขาพเจา หมั้นทานไวกับชายคนเดียว เพื่อถวายประดุจพรหมจารีบริสุทธิ์แดพระคริสตเจา แต ขาพเจาเกรงวางูหลอกลวงนางเอวาดวยกลอุบายของมันฉันใด ความคิดของทานอาจถูก หลอกลวงใหหันไปจากความซื่อสัตยและบริสุทธิ์ตอพระคริสตเจาฉันนั้น เพราะถาผูใด มาประกาศพระเยซูเจาอีกองคหนึง่ แตกตางไปจากองคทเี่ ราไดประกาศ หรือถาทานไดรบั พระจิตเจาอีกองคหนึ่งซึ่งตางไปจากองคที่ทานไดรับ หรือรับขาวดีแตกตางไปจากขาวดี ที่ทานไดรับ ทานก็ยอมรับไดอยางงายดาย ขาพเจาคิดวา ตนเองไมดอยไปกวาบรรดา อัครสาวกชั้นพิเศษเหลานั้นแมแตนอย แมขาพเจาจะพูดไมเกง ขาพเจาก็มีความรูดี เรา แสดงความจริงขอนี้ใหเปนที่ประจักษแจงแกทานทั้งหลายแลวในทุกกรณี ขาพเจาทําผิดหรือไมที่ถอมตนเพื่อยกยองทาน เมื่อขาพเจาประกาศขาวดีของ พระเจาใหกับทานทั้งหลายโดยไมคิดคาจาง ขาพเจาปลนพระศาสนจักรอื่น ๆ ยอมรับคา จางจากเขาเพื่อมารับใชทาน เมื่อขาพเจาอยูกับทานทั้งหลาย และมีความจําเปนตองใช จาย ขาพเจาไมเคยเปนภาระใหผใู ด เพราะบรรดาพีน่ องทีม่ าจากแควนมาซิโดเนียจุนเจือ ขาพเจาตามความตองการ ขาพเจาพยายามที่จะไมเปนภาระแกทานในทุก ๆ เรื่อง และ จะพยายามทําเชนนี้ตอไป...

พระวรสาร

20 พฤหัสบดี มิถุนายน

สัปดาหที่ 11 เทศกาลธรรมดา สดด 111:1-2,3-4, 7-8

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 3

มธ 6:7-15

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสแกบรรดาศิษยวา “เมื่อทานอธิษฐานภาวนา จงอยาพูดซํ้าเหมือนคนตางศาสนา เขาคิดวาถาเขาพูดมาก พระเจาจะทรงสดับฟง อยาทําเหมือนเขาเลย เพราะพระบิดาของทานทรงทราบแลววา ทานตองการอะไร กอนที่ทานจะขอเสียอีก เพราะฉะนั้น ทานทั้งหลายจงอธิษฐานภาวนาดังนี้ “ขาแตพระบิดาของขาพเจาทั้งหลาย พระองคสถิตในสวรรค พระนามพระองคจงเปนทีส่ ักการะ พระ อาณาจักรจงมาถึง พระประสงคจงสําเร็จในแผนดินเหมือนในสวรรค โปรดประทานอาหารประจําวันแกขา พเจา ทั้งหลายในวันนี้ โปรดประทานอภัยแกขาพเจา เหมือนขาพเจาใหอภัยแกผูอื่น โปรดชวยขาพเจาไมใหแพการ ประจญ แตโปรดชวยใหพนจากความชั่วรายเทอญ เพราะถาทานใหอภัยผูทําความผิด พระบิดาของทานผูสถิตในสวรรค ก็จะประทานอภัยแกทานดวย แต ถาทานไมใหอภัยผูทําความผิด พระบิดาของทานก็จะไมประทานอภัยแกทานเชนเดียวกัน”

สิง่ หนึง่ ทีพ่ ระเยซูคริสตเจาทรงกระทําอยูเ สมอก็คอื การภาวนา พระองคจะภาวนาทุกครัง้ กอนทรงลงมือ ทํางานสําคัญ ๆ การภาวนานีท้ าํ ใหพระองคใกลชดิ กับพระบิดาและเขาถึงพระประสงคของพระบิดา ผูซ งึ่ พระ เยซูคริสตเจาตองการใหเราเรียกวา “พระบิดา” รวมกับพระองค โดยศีลลางบาป คริสตชนเปนศิษยของพระ เยซูคริสตเจา การภาวนานี้แหละจะทําใหเราใกลชิดกับ “พระอาจารย” ไดรับพระพรจาก “พระอาจารย” และมีพลังสามารถกระทําตามพระประสงคของ “พระอาจารย” และพระประสงคของ “พระบิดา”

06.indd 201

8/11/2555 14:07:47


21 ศุกร

บทอานที่ 1

2 คร 11:18,21-30

พี่นอง เมื่อหลายคนโออวดตามธรรมชาติของมนุษย ขาพเจาก็จะโออวดดวย ขาพเจาพูดดวยความอับอายวา เราชางออนแอยิ่งนัก ไมวา เขาเหลานัน้ จะกลาโออวดเรือ่ งใด ขาพเจาพูดอยางคนโงเขลาวาขาพเจาก็กลา มิถุนายน โออวดดวย เขาเปนชาวฮีบรูหรือ ขาพเจาก็เปนเหมือนกัน เขาเปนชาวอิสราเอลหรือ ขาพเจาก็เปนเชนเดียวกัน เขาเปนเชื้อสายของอับราฮัมหรือ ขาพเจาก็เปนดวย เขาเปน ระลึกถึง น.หลุยส ผูรับใชของพระคริสตเจาหรือ ขาพเจาพูดอยางคนเสียสติวาขาพเจาเปนมากกวาเขาเสีย คอนซากา นักบวช อีก ขาพเจาลําบากตรากตรํามากกวาเขา ถูกจองจํามากกวาเขา ถูกโบยตีมากกวาเขาจน สดด 34:1-2,3-4, นับครัง้ ไมถว น ตองเผชิญกับความตายหลายครัง้ ขาพเจาถูกชาวยิวลงแสหา ครัง้ ครัง้ ละ 5-6 สามสิบเกาที ขาพเจาถูกชาวโรมันเฆี่ยนตีสามครั้ง ถูกขวางดวยหินหนึ่งครั้ง เรืออับปาง ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 3 สามครัง้ ลอยคออยูก ลางทะเลหนึง่ คืนกับหนึง่ วัน ขาพเจาตองเดินทางเสมอ ตองเผชิญ อันตรายในแมนาํ้ อันตรายจากโจรผูร า ย อันตรายจากเพือ่ นรวมชาติ อันตรายจากคนตาง ชาติ อันตรายในเมือง อันตรายในถิ่นทุรกันดาร อันตรายในทะเล อันตรายจากพี่นอง ทรยศ ขาพเจาตองทํางานเหน็ดเหนื่อยลําบากตรากตรํา อดนอนบอย ๆ ตองหิวกระหาย ตองอดอาหารหลาย ครั้ง ตองทนหนาว ไมมีเสื้อผาสวมใส นอกจากสิ่งเหลานี้แลว ขาพเจายังถูกบีบคั้นทุกวัน นั่นคือเปนหวงพระ ศาสนจักรทุกแหง ใครบางออนแอ และขาพเจามิไดออนแอดวย ใครบางถูกชักนําทําใหทําบาป และขาพเจาไม เปนทุกขดวย ถาจําเปนจะตองโออวด ขาพเจาจะโออวดในเรื่องที่แสดงถึงความออนแอของขาพเจา

พระวรสาร

มธ 6:19-23

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสแกบรรดาศิษยวา “ทานทัง้ หลายจงอยาสะสมทรัพยสมบัตบิ นแผนดินนีเ้ ลย ทีน่ ที่ รัพยสมบัตทิ งั้ หลายถูกสนิมและขมวนกัด กิน และถูกขโมยเจาะชองเขามาขโมยไปได แตจงสะสมทรัพยสมบัติในสวรรคเถิด ที่นั่นไมมีสนิมหรือขมวน กัดกิน และขโมยก็เจาะชองเขามาขโมยไปไมได เพราะทรัพยสมบัติของทานอยูที่ใด ใจของทานก็จะอยูที่นั่น ดวย” “ประทีปของรางกายคือดวงตา ดังนั้น ถาดวงตาของทานเปนปรกติดี สรรพางคกายของทานก็จะสวางไป ดวย แตถาดวงตาของทานไมดี สรรพางคกายของทานก็จะมืดไปดวย ฉะนั้น ถาความสวางในทานมืดไปแลว ความมืดจะยิ่งมืดมิดสักเพียงใด”

พระเยซูคริสตเจาเตือนสติมนุษยใหหยุดวิ่งตามกิเลส ไมควรยึดติดกับสิ่งที่เปนของฝายโลกเกินไป พระองคตระหนักดีวา มนุษยชอบแสวงหาสิ่งที่ใหคุณคาเทียมคือสิ่งของฝายโลก จึงทรงชี้แนะผูที่ปรารถนา จะติดตามพระองค ใหหันมาสํานึกถึงสิ่งที่มีคุณคาแท “จงสะสมทรัพยสมบัติในสวรรคเถิด” พระเยซูคริสต เจาคือทรัพยสมบัตเิ ดียวของเรา ทุกสิง่ ทีเ่ หลือเปนรองจากพระองค ฉะนัน้ จงหยุดวิง่ ตามคานิยมทางวัตถุ หัน มาเอาใจใสคนยากไร คนปวย คนพิการ ผูสูงอายุ ผูขาดแคลน และพี่นองในชุมชนเดียวกัน

06.indd 202

8/11/2555 14:07:48


บทอานที่ 1

2 คร 12:1-10

พีน่ อ ง ขาพเจาจําเปนตองโออวด แมจะไมมปี ระโยชนแตอยางใด แตขา พเจาจะเลา ถึงนิมิตและการเปดเผยที่องคพระผูเปนเจาประทานให ขาพเจารูจักมนุษยคนหนึ่งผู เลื่อมใสในพระคริสตเจา เมื่อสิบสี่ปมาแลวเขาถูกดึงตัวขึ้นสวรรคชั้นที่สาม แตจะไปใน รางกายหรือนอกรางกาย ขาพเจาไมอาจรูไ ด พระเจาทรงทราบ... สําหรับคนเชนนี้ ขาพเจา โออวดได แตสําหรับขาพเจานั้น ขาพเจาจะไมโออวดสิ่งใดนอกจากความออนแอของ ขาพเจา... เพราะพระองคตรัสกับขาพเจาวา “พระหรรษทานของเราเพียงพอสําหรับทาน เพราะพระอานุภาพแสดงออกเต็มที่เมื่อมนุษยมีความออนแอ ดังนั้น ขาพเจาจึงเต็มใจ ที่จะโออวดเรื่องความออนแอ เพื่อใหพระอานุภาพของพระคริสตเจาพํานักอยูใน ขาพเจา... เพราะขาพเจาออนแอเมื่อใด ขาพเจาก็ยอมเขมแข็งเมื่อนั้น”

พระวรสาร

มธ 6:24-34

22 เสาร

มิถุนายน

น.เปาลิน แหงโนลา พระสังฆราช น.ยอหน ฟชเชอร และ น.โทมัส โมร มรณสักขี

สดด 34:7-8,9-10, 11-12

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 3 เวลานัน้ พระเยซูเจาตรัสแกบรรดาศิษยวา “ไมมใี ครเปนขาสองเจาบาวสองนายได เขาจะชังนายคนหนึง่ และจะรักนายอีกคนหนึง่ เขาจะจงรักภักดีตอ นายคนหนึง่ และจะดู หมิน่ นายอีกคนหนึง่ ทานทัง้ หลายจะปรนนิบตั ริ บั ใชพระเจาและเงินทองพรอมกันไมได” “ฉะนั้น เราบอกทานทั้งหลายวา อยากังวลถึงชีวิตของทานวาจะกินอะไร อยากังวลถึงรางกายของทาน วาจะนุง หมอะไร ชีวติ ยอมสําคัญกวาอาหาร และรางกายสําคัญกวาเครือ่ งนุง หมมิใชหรือ จงดูนกในอากาศเถิด มันมิไดหวาน มิไดเก็บเกี่ยว มิไดสะสมไวในยุงฉาง แตพระบิดาของทานผูสถิตในสวรรคทรงเลี้ยงมัน ทานทั้ง หลายมิไดมีคามากกวานกหรือ ทานใดบางที่กังวลแลวตออายุของตนใหยาวออกไปอีกสักหนึ่งวันได ทานจะ กังวลถึงเครื่องนุงหมทําไม จงพิจารณาดอกไมในทุงนาเถิด มันเจริญงอกงามขึ้นไดอยางไร มันไมทํางาน มันไม ปนดาย แตเราบอกทานทั้งหลายวา กษัตริยซาโลมอนเมื่อทรงเครื่องอยางหรูหรา ก็ยงั ไมงดงามเทาดอกไมนี้ ดอกหนึง่ แมแตหญาในทุง นา ซึง่ มีชวี ติ อยูว นั นี้ รุง ขึน้ จะถูกโยนทิง้ ในเตาไฟ พระเจายังทรงตกแตงเชนนี้ พระองค จะไมสนพระทัยทานมากกวานั้นหรือ ทานชางมีความเชื่อนอยจริง ดังนั้น อยากังวลและกลาววา ‘เราจะกิน อะไร หรือจะดื่มอะไร หรือเราจะนุงหมอะไร’ เพราะสิ่งตาง ๆ เหลานี้คนตางศาสนาแสวงหา พระบิดาของทาน ผูส ถิตในสวรรคทรงทราบแลววาทานตองการทุกสิง่ เหลานี้ จงแสวงหาพระอาณาจักรของพระเจาและความชอบ ธรรมของพระองคกอ น แลวพระองคจะทรงเพิ่มทุกสิ่งเหลานี้ให เพราะฉะนั้น ทานทั้งหลายอยากังวลถึงวัน พรุงนี้ เพราะวันพรุงนี้จะกังวลสําหรับตนเอง แตละวันมีทุกขพออยูแลว”

พระเยซูคริสตเจาทรงรูจุดออนของมนุษยวา มีความโลภ มีความตองการเปนแรงขับของชีวิต ทรงรู ดวยวาความตองการของมนุษยนั้นไมมีที่สิ้นสุด ไมวาจะมีเทาไรก็ยังรูสึกไมพอ ยังตองดิ้นรนไขวควาหาสิ่ง ตาง ๆ มาปรนเปรอความอยาก จนลืมปฏิบัติศาสนกิจ ลืมพระเจา ลืมไปวาเกิดมานอกจากเลี้ยงชีวิตใหรอด แลว ตองเอาวิญญาณใหรอดดวย พระคริสตเจาทาทายความเชื่อของเรา “อยากังวลถึงชีวิต...อยากังวลถึง รางกาย” “จงแสวงหาอาณาจักรพระเจาและความชอบธรรมของพระองคกอน แลวพระองคจะเพิ่มพูนสิ่ง เหลานี้ให”

06.indd 203

8/11/2555 14:07:49


23 อาทิตย

มิถุนายน

สัปดาหที่ 12 เทศกาลธรรมดา ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 4

บทอานจากหนังสือประกาศกเศคาริยาห ศคย 12:10-11,13:1 พระเจาตรัสวา “เราจะเทจิตแหงความเมตตากรุณาและการวอนขอลงเหนือราชวงศ ของกษัตริยด าวิด และเหนือผูอ าศัยทีก่ รุงเยรูซาเล็ม เขาทัง้ หลายจะมองดูผทู เี่ ขาไดแทง เขาจะไวทกุ ขใหผนู นั้ เหมือนไวทกุ ขใหบตุ รคนเดียว และจะรองครํา่ ครวญอยางขมขืน่ ถึง เขา เหมือนรองครํ่าครวญถึงบุตรคนแรก วันนั้น จะมีการรองไหครํ่าครวญยิ่งใหญที่กรุง เยรูซาเล็ม เหมือนการรองไหครํ่าครวญสําหรับฮาดัด-ริมโมนในที่ราบเมกิดโด

เพลงสดุดี

สดด 63:1-2,3-5,6-9

ก) ขาแตพระเจา พระองคทรงเปนพระเจาของขาพเจา ขาพเจาแสวงหาพระองคตั้งแตเชาตรู วิญญาณขาพเจากระหายหาพระองค กายขาพเจาปรารถนาจะพบพระองค เหมือนผืนดินที่แหงผาก แหงแลงไมมีนํ้า เพราะฉะนั้น ขาพเจาจึงเฝามองพระองคในสถานศักดิ์สิทธิ์ เพื่อชมพระอานุภาพและพระสิริรุงโรจนของพระองค ข) ความรักมั่นคงของพระองคนั้นทรงคากวาชีวิต ริมฝปากขาพเจาจะพรํ่าสรรเสริญพระองค ขาพเจาจะถวายพระพรแดพระองคตลอดชีวิต ขาพเจาจะชูมือขึ้นเรียกขานพระนามของพระองค ขาพเจาจะอิ่มประดุจไดกินอาหารอันโอชะในงานเลี้ยง ริมฝปากของขาพเจาจะสรรเสริญพระองคดวยความยินดี ค) เมื่อนอนบนเตียง ขาพเจาระลึกถึงพระองค ขาพเจาคํานึงถึงพระองคทุกโมงยามตลอดคืน เพราะพระองคทรงเปนความชวยเหลือของขาพเจาเสมอมา ขาพเจาจึงรองเพลงดวยความยินดีอยูใตรมปกของพระองค วิญญาณขาพเจาชิดสนิทกับพระองค พระหัตถขวาของพระองคพยุงขาพเจาไว สวนผูที่มุงเอาชีวิตของขาพเจา จะตองลงไปในขุมลึกของแผนดิน

บทอานจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวก ถึงชาวกาลาเทีย กท 3:26-29 พีน่ อ ง ทานทุกคนเปนบุตรของพระเจา โดยอาศัยความเชือ่ ในพระคริสตเยซู เพราะ ทานทุกคนที่ไดรับศีลลางบาปในพระคริสตเจา ก็สวมพระคริสตเจาไว ไมมีชาวยิวหรือ ชาวกรีก ไมมที าสหรือไทย ไมมชี ายหรือหญิงอีกตอไป เพราะทานทุกคนเปนหนึง่ เดียวกัน ในพระคริสตเยซู และถาทานเปนของพระคริสตเจาแลว ทานก็เปน “เชื้อสาย” ของ อับราฮัม เปนทายาทตามพระสัญญา

06.indd 204

8/11/2555 14:07:50


บทอานจากพระวรสารนักบุญลูกา ลก 9:18-24 วันหนึ่ง พระเยซูเจาทรงอธิษฐานภาวนาอยูเพียง พระองคเดียว บรรดาศิษยเขามาเฝา พระองคจงึ ตรัสถาม เขาวา “ประชาชนวาเราเปนใคร” เขาทูลตอบวา “บางวา เปนยอหนผูท าํ พิธลี า ง บางวาเปนเอลียาห บางวาเปนประ กาศกในอดีตคนหนึ่งซึ่งกลับคืนชีพ” พระเยซูเจาตรัส ถามเขาวา “ทานละวาเราเปนใคร” เปโตรทูลตอบวา “พระองคคือพระคริสตของพระเจา” พระองคจึงทรง กําชับบรรดาศิษยมิใหพูดเรื่องนี้แกผูใด พระองคตรัสวา “บุตรแหงมนุษยจะตองรับทรมาน เปนอันมาก จะถูกบรรดาผูอ าวุโส มหาสมณะและธรรมา จารยปฏิเสธไมยอมรับ และจะถูกประหารชีวิต แตจะกลับคืนชีพในวันที่สาม” หลังจากนั้น พระองคตรัสกับทุกคนวา “ถาผูใดอยากติดตามเราก็จงเลิกนึกถึงตนเอง จงแบกไม กางเขนของตนทุกวันและติดตามเรา ผูใ ดใครรกั ษาชีวติ ผูน นั้ จะตองสูญเสียชีวติ แตถา ผูใ ดเสียชีวติ เพราะ เรา ผูนั้นจะรักษาชีวิตได”

แมเปโตรประกาศวา “พระองคคอื พระคริสตของพระเจา” แตพระเยซูคริสตเจาตรัสสัง่ ไมใหบรรดา ศิษยบอกใคร เพราะพวกเขาไมรจู กั พระองคจริงๆ ภาพของ “พระคริสต” ทีพ่ วกเขามีในใจคือผูท มี่ อี าํ นาจ มีเกียรติ ดังนั้นคริสตชนตองรูถึงแกนแทของความเชื่อ แสวงหาความรูพระคัมภีรและคําสอนของพระ ศาสนจักร นักบุญเทเรซาแหงอาวิลลากลาววา “เราจะรักพระองคมากยิง่ ขึน้ อีก ถาหากเรารูจ กั พระองค ดีขึ้น” ใหเราวอนขอพระหรรษทานเพื่อรูจักพระองคใหดีขึ้น เพื่อรักพระองคมากขึ้น และรับใชพระองค ดวยความซื่อสัตยมากยิ่งขึ้น

06.indd 205

8/11/2555 14:07:52


24 จันทร

มิถุนายน

สมโภช น.ยอหน แบปติสต บังเกิิด สดด 139:1-3,13-14, 15-16

บทอานที่ 1

อสย 49:1-6

ดินแดนชายทะเลและเกาะทั้งหลายเอย จงฟงขาพเจาเถิด ประชาชนที่อยูสุดแดน ไกล จงตั้งใจฟงเถิด องคพระผูเปนเจาทรงเรียกขาพเจากอนที่ขาพเจาเกิด ทรงขานชื่อ ขาพเจาตัง้ แตอยูใ นครรภมารดา... บัดนี้ พระองคตรัสกับขาพเจา และขาพเจาไดรบั เกียรติ เฉพาะพระพักตรพระองค พระเจาของขาพเจาทรงเปนพละกําลังของขาพเจา พระองค ตรัสวา “...เราจะใหทานเปนแสงสวางสองนานาชาติ เพื่อความรอดพนที่เรานํามาใหจะ ไดแผไปจนสุดปลายแผนดิน”

บทอานที่ 2

กจ 13:22-26

เมื่อทรงปลดกษัตริยซาอูลจากตําแหนงแลว ก็ทรงแตงตั้งดาวิดใหเปนกษัตริย ปกครองประชากรอิสราเอล ดังที่มีคํายืนยันในพระคัมภีรวา “เราพบดาวิดบุตรของ เจสซี เขาเปนคนที่เราพอใจ เขาจะทําตามความประสงคของเราทุกประการ” จากเชื้อ สายของกษัตริยดาวิดนี้ พระเจาประทานพระเยซูเจาเปนผูชวยอิสราเอลใหรอดพนตามพระสัญญา ยอหน เตรียมรับเสด็จพระองค ประกาศพิธลี า งใหประชาชนอิสราเอลทัง้ ปวงกลับใจ ขณะทีย่ อหนกําลังกระทําภารกิจ ของตนใหสําเร็จไป เขากลาววา “ขาพเจามิไดเปนอยางที่ทานทั้งหลายคิด แตบัดนี้ มีผูหนึ่งกําลังมาภายหลัง ขาพเจา ซึ่งขาพเจาไมสมควรจะแกสายรัดรองเทาของเขา”...

พระวรสาร

ลก 1:57-66,80

เมื่อครบกําหนดคลอด นางเอลีซาเบธใหกําเนิดบุตรชายคนหนึ่ง เพื่อนบานและบรรดาญาติรูวาพระเจา ทรงแสดงพระกรุณายิ่งใหญตอนาง จึงมารวมยินดีกับนาง เมื่อเด็กเกิดไดแปดวัน เพื่อนบานและญาติพี่นอ งมาทําพิธสี หุ นัตให เขาตองการเรียกเด็กวาเศคาริยาหตาม ชื่อบิดา แตมารดาของเด็กคานวา “ไมได เขาจะตองชื่อยอหน” คนเหลานั้นจึงพูดกับนางวา “ทานไมมีญาติคน ใดมีชื่อนี้” เขาเหลานั้นจึงสงสัญญาณถามบิดาของเด็กวา ตองการใหบุตรชื่ออะไร เศคาริยาหขอกระดานแผน หนึ่งแลวเขียนวา “เขาชื่อยอหน” ทุกคนตางประหลาดใจ ทันใดนั้น เศคาริยาหก็กลับพูดไดอีก เขาจึงกลาว ถวายพระพรพระเจา เพื่อนบานทุกคนตางรูสึกกลัว และเรื่องทั้งหมดนี้ไดเลาลือกันไปทั่วแถบภูเขาของแควน ยูเดีย ทุกคนทีไ่ ดยนิ เรือ่ งนีต้ า งก็แปลกใจและถามกันวา “แลวเด็กคนนีจ้ ะเปนอะไร เพราะพระหัตถของพระเจา อยูกับเขา” เด็กนั้นเจริญเติบโตขึ้น จิตใจของเขาเขมแข็งขึ้นดวย เขาอาศัยอยูในถิ่นทุรกันดารจนถึงวันที่เขา แสดงตนแกประชากรอิสราเอล

นักบุญยอหน แบปติสต เปนบุคคลแบบอยางที่นําคนอื่นมารูจักพระเยซูคริสตเจา โดยศีลลางบาป คริสตชนไดกลายเปนศิษยของพระเยซูเจาและสมาชิกของพระศาสนจักร คริสตชนจึงตองเดินบนถนนสาย เดียวกับทานนักบุญยอหน แบปติสต ยึดทานเปนแบบฉบับ ประกาศและแบงปนขาวดีเกี่ยวกับพระเยซูคริสต เจา โดยเจริญชีวติ ตามบทบัญญัตแิ หงความรัก เมตตา รับใช ของพระองค เพือ่ เปนประจักษพยานใหกบั เพือ่ น พี่นองรวมชุมชนที่ยังไมรูจักองคพระผูไถ ใหมารูจักพระองค

06.indd 206

8/11/2555 14:07:53


บทอานที่ 1

ปฐก 13:2,5-18

25 อังคาร

ในครั้งนั้น อับรามมั่งมีมาก มีฝูงแพะแกะ เงินทอง โลทซึ่งไปกับอับรามมีฝูงแกะ โค และกระโจมของตนดวย ที่ดินแถบนั้นไมกวางขวางพอที่จะใหเขาทั้งสองอยูรวมกัน ได เพราะตางคนตางมีทรัพยสมบัตมิ ากมาย จึงอยูร วมกันไมได คนเลีย้ งสัตวของอับราม มิถุนายน กับคนเลี้ยงสัตวของโลทวิวาทกัน เวลานั้น ชาวคานาอันและชาวเปริสซียังอาศัยอยูใน แผนดินนัน้ อับรามจึงบอกแกโลทวา “เราอยาวิวาทกันเลย อยาใหคนเลีย้ งสัตวของทาน สัปดาหที่ 12 กับคนเลี้ยงสัตวของฉันวิวาทกัน เพราะเราเปนญาติกัน แผนดินทั้งหมดอยูตอหนาทาน เทศกาลธรรมดา ไมใชหรือ จงแยกจากฉันเถิด ถาทานไปทางซาย ฉันจะไปทางขวา ถาทานไปทางขวา ฉัน สดด 15:1-2,3-4,5 จะไปทางซาย” ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 4 โลทเงยหนาขึน้ ก็เห็นวาตลอดลุม แมนา้ํ จอรแดนไปจนถึงโศอาร มีนํ้าบริบูรณเหมือน อุทยานขององคพระผูเ ปนเจาหรือเหมือนแผนดินอียปิ ต เวลานัน้ องคพระผูเ ปนเจายังไม ไดทําลายเมืองโสโดมและโกโมราห ดังนั้น โลทจึงเลือกเอาลุมแมนํ้าจอรแดนทั้งหมดไว เปนของตน แลวยายกระโจมไปทางตะวันออก เขาทัง้ สองจึงแยกกัน อับรามอาศัยอยูใ นแผนดินคานาอัน สวน โลทอาศัยอยูทามกลางหัวเมืองในลุมแมนํ้าตั้งกระโจมอยูใกลชานเมืองโสโดม ชาวเมืองโสโดมเปนคนชั่วชา ทําบาปผิดตอองคพระผูเปนเจาเปนอันมาก เมื่อโลทแยกไปแลว องคพระผูเปนเจาตรัสกับอับรามวา “จงเงยหนาขึ้นจากที่ที่ทานอยู มองไปทางทิศ เหนือทิศใต ทิศตะวันออกและทิศตะวันตก แผนดินทั้งหมดที่ทานเห็นนี้ เราจะมอบใหทานและใหลูกหลาน ของทานตลอดไป เราจะทําใหลูกหลานของทานมีจํานวนมากมายนับไมถวนเหมือนฝุนผงของแผนดิน ผูใดนับ ฝุนผงของแผนดินได ก็จะนับจํานวนลูกหลานของทานไดเชนกัน ทานจงลุกขึ้นเดินทางไปใหทั่วแผนดินนี้ ทั้ง ดานยาวและดานกวางเถิด เพราะวา เราจะมอบใหทาน”...

พระวรสาร

มธ 7:6,12-14

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสแกบรรดาศิษยวา “อยาใหของศักดิ์สิทธิ์แกสุนัข อยาโยนไขมุกใหสุกรเพราะมันจะเหยียบยํ่าทําใหเสียของ และหันมากัด ทานอีกดวย ทานอยากใหเขาทํากับทานอยางไร ก็จงทํากับเขาอยางนั้นเถิด นี่คือธรรมบัญญัติและคําสอนของ บรรดาประกาศก จงเขาทางประตูแคบ เพราะประตูและทางที่นําไปสูหายนะนั้นกวางขวาง คนที่เขาทางนี้มี จํานวนมาก แตประตูและทางซึ่งนําไปสูชีวิตนั้นคับแคบ คนที่พบทางนี้มีจํานวนนอย”

พระเยซูคริสตเจาใหแนวปฏิบัติชิ้นเอกแกบรรดาศิษยในการปฏิสัมพันธกับคนอื่น พระองคสอนวาสิ่ง สําคัญที่สุดที่เราตองคํานึงถึงก็คือ เรื่องของใจเขาใจเรา ถาเราทําดีพูดดีกับเขา เขายอมชอบและอยากทําดี พูดดีกับเราตอบ การทําดีอยางงาย ๆ คือการชวยเหลือคนอื่น ทั้งทางดานรางกาย จิตใจและจิตวิญญาณ ดังนั้น “ทานอยากใหเขาทํากับทานอยางไร ก็จงทํากับเขาอยางนั้นเถิด” หากเราคริสตชนตระหนักวาพระ เยซูคริสตเจาเปนพระอาจารยของตน ก็จงหมั่นทําดี พูดดีทุกวัน

06.indd 207

8/11/2555 14:07:54


26 พุธ

บทอานที่ 1

ปฐก 15:1-12,17-18

หลังจากนัน้ พระวาจาขององคพระผูเ ปนเจาไดมาถึงอับรามในนิมติ วา “อับรามเอย อยากลัวเลย เราเปนโลปองกันทาน บําเหน็จรางวัลของทานจะยิ่งใหญมาก” แตอบั รามทูลวา “ขาแตองคพระผูเ ปนเจา พระเจาของขาพเจา พระองคจะประทาน มิถุนายน สิง่ ใดแกขา พเจาเลา ถาขาพเจายังคงไมมบี ตุ ร เอลีเอเซอรชาวดามัสกัสก็จะเปนผูร บั มรดก ของขาพเจา” อับรามทูลอีกวา “พระองคไมไดประทานบุตรใหแกขาพเจา เพราะฉะนั้น สัปดาหที่ 12 บาวทีเ่ กิดในบานของขาพเจาก็จะไดรบั มรดก” แลวพระวาจาขององคพระผูเ ปนเจามาถึง เทศกาลธรรมดา อับรามอีกวา “บาวผูนี้จะไมเปนผูรับมรดกของทาน แตบุตรชายที่เกิดจากทานเทานั้นจะ เปนผูรับมรดก” พระองคทรงพาอับรามออกไปขางนอก แลวตรัสวา “จงมองดูทองฟา สดด 105:1-3,4-6 นับจํานวนดวงดาวเถิด ถาทานนับได” พระองคทรงเสริมวา “ลูกหลานของทานจะมี 7-10 จํานวนมากมายเชนนี”้ อับรามเชือ่ องคพระผูเ ปนเจา และพระองคทรงนับวาความเชือ่ นี้ ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 4 เป นความชอบธรรมสําหรับเขา Çѹμ‹ÍμŒÒ¹ÂÒàʾμÔ´ พระองคตรัสกับเขาวา “เราคือองคพระผูเปนเจา ผูพาทานออกจากเมืองเออรของ ชาวเคลเดีย เพือ่ จะมอบแผนดินนีใ้ หเปนกรรมสิทธิข์ องทาน...จงนําลูกโคตัวเมียอายุสาม ป แพะตัวเมียอายุสามป และแกะตัวผูอายุสามป นกเขาและนกพิราบอยางละตัวมาให เรา” อับรามก็ไปนําสัตวเหลานี้ทั้งหมดมา ผาครึ่งตัววางไวตรงกันเปนสองแถว แตไมไดผานก เมื่อแรงบินลง มาที่รางสัตวเหลานี้ อับรามก็ไลมันไป ขณะที่ดวงอาทิตยจวนจะตก อับรามก็หลับสนิท ความมืดมิดที่นากลัวอยางยิ่งมาครอบคลุมเขาไว... ใน วันนั้นองคพระผูเปนเจาทรงกระทําพันธสัญญาไวกับอับรามวา “เรามอบแผนดินนี้ใหแกลูกหลานของทาน ตั้ง แตแมนํ้าแหงอียิปตไปจนถึงแมนํ้าใหญ คือแมนํ้ายูเฟรติส”

พระวรสาร

มธ 7:15-20

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสแกบรรดาศิษยวา “จงระวังประกาศกเทียมซึ่งมาพบทาน นุงหมเหมือนแกะ แตภายในคือสุนัขปาดุราย ทานจะรูจักเขาได จากผลงานของเขา มีใครบางเก็บผลองุน จากตนหนาม หรือเก็บผลมะเดือ่ เทศจากพงหนาม ในทํานองเดียวกัน ตนไมพันธุดียอมเกิดผลดี ตนไมพันธุไมดียอมเกิดผลไมดี ตนไมพันธุดีจะเกิดผลไมดีมิได และตนไมพันธุไมดี ก็ไมอาจเกิดผลดีได ตนไมทุกตนที่ไมเกิดผลดียอมถูกโคนทิ้งในกองไฟ เพราะฉะนั้น ทานจะรูจักประกาศก เทียมไดจากผลงานของเขา”

มองในอีกแงหนึ่ง พระเยซูคริสตเจากําลังสอนเราใหมีความเชื่อมั่นในตัวเองตามความเปนจริง ความ จริงนี้ทําใหเราสามารถนับถือตัวเองไดทุกสถานะ ไมวาจะเปนคนรวยหรือคนจน เปนคนมีตําแหนงสูงหรือไร การศึกษา อวนหรือผอม ตัวเราก็คือตัวเราเอง เมื่อไมเสแสรงเปนอยางอื่น เราจะรูสึกเปนอิสระพรอมที่จะ รักตัวเองและคนอื่น เพราะเราไมกังวลวา คนอื่นจะรูจักเรามากขึ้นและจับไดวา สิ่งที่เราแสดงออกไปนั้น เสแสรงเกินความเปนจริง เหมือนพวกที่หลงตัวเอง หรือประกาศกเทียมที่สําคัญตัวเองผิด

06.indd 208

8/11/2555 14:07:55


บทอานที่ 1

ปฐก 16:1-12,15-16

ซาราย ภรรยาของอับรามไมมีบุตรใหเขา นางมีทาสหญิงชาวอียิปตคนหนึ่งชื่อ ฮาการ... เมื่ออับรามอยูในแผนดินคานาอันไดสิบปแลว นางซารายยกนางฮาการทาส หญิงชาวอียิปตของตนใหเปนภรรยาของอับรามสามี อับรามไดรวมหลับนอนกับนาง ฮาการ นางก็ตงั้ ครรภ เมือ่ นางฮาการรวู า ตนตัง้ ครรภแลว นางก็หยิง่ ผยองและดูหมิน่ นาย หญิงของตน นางซารายจึงบนกับอับราม...อับรามตอบนางซารายวา “ทาสหญิงอยูใต อํานาจของทาน จงกระทํากับนางตามที่ทานเห็นสมควรเถิด” นางซารายจึงขมเหงนาง ฮาการจนนางตองหนีไป ทูตสวรรคขององคพระผูเ ปนเจาพบนางฮาการในถิน่ ทุรกันดารใกลตานํา้ ขางทางไป เมืองชูร. .. จึงสัง่ วา “จงกลับไปหานายหญิงของทาน และยอมอยูใ นอํานาจของนางเถิด”... ทูตสวรรคขององคพระผูเปนเจายังเสริมอีกวา “นี่แนะ ทานตั้งครรภแลวจะคลอดบุตร ชาย และจะตั้งชื่อเขาวาอิชมาเอล เพราะองคพระผูเปนเจาทรงสดับฟงเสียงรองทุกข ของทาน เขาจะเปนเสมือนลาปา มือของเขาจะตอสูก บั คนทัง้ ปวง และมือของคนทัง้ ปวง จะตอสูก บั เขา เขาจะอยูเ ผชิญหนากับพีน่ อ งทุกคน” นางฮาการใหกําเนิดบุตรชายแกอับราม อับรามตัง้ ชือ่ บุตรทีน่ างฮาการคลอดนัน้ วา อิชมาเอล อับรามมีอายุแปดสิบหกปเมื่อนางฮาการคลอดอิชมาเอลใหแกเขา

พระวรสาร

27 พฤหัสบดี มิถุนายน

น.ซีริล ชาวอเล็กซันเดรีย พระสังฆราช และนักปราชญ สดด 106:1-2,3-4,5

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 4

มธ 7:21-29

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสแกบรรดาศิษยวา “คนที่กลาวแกเราวา ‘พระเจาขา พระเจาขา’ นั้นมิใชทุกคนจะไดเขาสูอาณาจักรสวรรค แตผูที่ปฏิบัติตาม พระประสงคของพระบิดาของเรา ผูสถิตในสวรรคนั่นแหละจะเขาสูสวรรคได ในวันนั้น หลายคนจะกลาวแก เราวา ‘พระเจาขา พระเจาขา ขาพเจาทั้งหลายไดประกาศพระวาจาในพระนามของพระองค ขับไลปศาจใน พระนามของพระองค และไดกระทําอัศจรรยหลายประการในพระนามของพระองคมิใชหรือ’ เมื่อนั้น เราจะ กลาวแกเขาวา ‘เราไมเคยรูจักทานทั้งหลายเลย ทานผูกระทําความชั่ว จงไปใหพนหนาเรา’ “ผูใดฟงถอยคําเหลานี้ของเราและปฏิบัติตาม ก็เปรียบเสมือนคนมีปญญาที่สรางบานไวบนหิน ฝนจะ ตก นํ้าจะไหลเชี่ยว ลมจะพัดโหมเขาใสบานหลังนั้น บานก็ไมพัง เพราะมีรากฐานอยูบนหิน ผูใดที่ฟงถอยคํา เหลานี้ของเรา และไมปฏิบตั ิตาม ก็เปรียบเสมือนคนโงเขลาที่สรางบานไวบนทราย เมื่อฝนตก นํ้าไหลเชี่ยว ลมพัดโหมเขาใสบานหลังนั้น มันก็พังทลายลงและเสียหายมาก”...

พระเยซูคริสตเจาสอนวา เพียงแคคําพูดอยางเดียวเทานั้นไมมีความหมาย คําพูดจะมีความสําคัญก็ตอ เมือ่ มีการปฏิบตั แิ ละกระทํากิจกรรมดวย พระองคาทรงยืนยันคําสอนนีด้ ว ยแบบอยาง ไมเพียงแตสอนเทานัน้ พระองคทรงมีพระทัยกวางขวาง ทรงสนพระทัยในความทุกขยากตาง ๆ ปลอบโยนคนเจ็บปวย ภาวนาเพื่อ พวกเขา และหลายครั้งภาวนาเพื่อพวกเขาใหหายจากโรค พระองคทรงเปนเพื่อนของผูที่ตํ่าตอยและผูที่ถูก สังคมลืม คนพูดแลวทํามักจะเปนผูประสบความสําเร็จในชีวิตมากกวาคนทั่วไป

06.indd 209

8/11/2555 14:07:57


28 ศุกร

มิถุนายน

ระลึกถึง น.อีเรเนโอ พระสังฆราช และมรณสักขี สดด 128:1-2,3,4-5

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 4

พระวรสาร

บทอานที่ 1

ปฐก 17:1,9-10,15-22

เมื่ออับรามอายุเกาสิบเกาป องคพระผูเปนเจาทรงสําแดงพระองคแกเขา ตรัสวา “เราคือพระเจาผูทรงสรรพานุภาพ จงดําเนินชีวิตตามความประสงคของเรา และเปนคน ดีพรอมเถิด” พระเจาตรัสกับอับราฮัมวา “ทานและลูกหลานของทานที่จะตามมาทุกรุนจะตอง รักษาพันธสัญญาของเราไว นีค่ อื พันธสัญญาของเราซึง่ ทานจะตองรักษาไวคอื พันธสัญญา กับทานและกับลูกหลานของทานที่จะตามมาภายหลัง ผูชายทุกคนจะตองเขาสุหนัต” พระเจาตรัสกับอับราฮัมวา “สวนนางซาราย ภรรยาของทานนั้น ทานอยาเรียกนาง วาซารายอีก แตจงเรียกวาซาราห เราจะอวยพรนาง เราจะใหนางมีบุตรแกทานดวย เรา จะอวยพรนางและนางจะเปนมารดาของชนหลายชาติ กษัตริยของชนหลายชาติจะมา จากนาง” อับราฮัมกราบลงกับพื้นดิน หัวเราะ คิดในใจวา “ชายชราอายุหนึ่งรอยปจะมี บุตรไดหรือ นางซาราหอายุเกาสิบปแลวจะคลอดบุตรไดหรือ” อับราฮัมทูลพระเจาวา “ขอใหอชิ มาเอลมีชวี ติ อยูเ ฉพาะพระพักตรพระองคเถิด” พระเจาตรัสวา “ไมใช แตนาง ซาราห ภรรยาของทานจะคลอดบุตรชายคนหนึ่งใหทาน และทานจะตั้งชื่อเขาวาอิสอัค เราจะรักษาพันธสัญญาที่เราไดใหไวกับเขาและกับลูกหลานของเขาที่จะตามเขามา เปน พันธสัญญาที่คงอยูตลอดไป สําหรับอิชมาเอลนั้น เราฟงทานแลว เราจะอวยพรเขา จะ ทําใหเขามีลกู หลานมาก เราจะทวีจาํ นวนเขายิง่ ๆ ขึน้ เขาจะเปนบิดาของเจาชายสิบสอง องค เราจะทําใหเขาเปนชนชาติใหญ เราจะรักษาพันธสัญญาไวกับอิสอัค นางซาราหจะ คลอดอิสอัคใหแกทานในปหนา เวลาเดียวกันนี้” เมื่อพระเจาตรัสกับอับราฮัมแลว ก็ เสด็จจากเขาไป

มธ 8:1-4

เวลานั้น เมื่อพระเยซูเจาเสด็จลงมาจากภูเขา ประชาชนจํานวนมากติดตามพระองค ทันใดนั้น คนโรค เรื้อนคนหนึ่งมาเฝาพระองค กราบลงทูลวา “พระเจาขา ถาพระองคพอพระทัย ก็ทรงรักษาขาพเจาใหหายได” พระองคทรงยื่นพระหัตถสัมผัสเขา ตรัสวา “เราพอใจ จงหายเถิด” โรคเรื้อนก็หายไปทันที พระเยซูเจาตรัส กับเขาอีกวา “ระวัง อยาบอกใหใครรูเลย จงไปแสดงตนแกสมณะและถวายเครื่องบูชาตามที่โมเสสกําหนด เพื่อเปนพยานหลักฐานแกคนทั้งหลาย”

ในสมัยกอน โรคเรื้อนเปนโรครายแรง เปนโรคที่รักษาไมหาย คนโรคเรื้อนคือคนที่เปนมลทิน ทําใหทุก สิ่งที่เขาแตะตองมีมลทินดวย คนโรคเรื้อนคนหนึ่งเขามาหาพระเยซูคริสตเจา ขอรองใหพระองคชําระเขาให บริสุทธิ์ พระองคมิไดไลเขาออกไป แตทรงสัมผัสเขา และตรัสวา “เราพอใจ จงหายเถิด” การสัมผัสคนโรค เรือ้ นเปนสิง่ ตองหามเด็ดขาดในกฎหมายชาวยิว แตพระองคกไ็ มไดรรี อจะละเมิดขอหาม เมือ่ ความเมตตา เรียกรอง

06.indd 210

8/11/2555 14:07:58


บทอานที่ 1

ปฐก 18:1-15

องคพระผูเ ปนเจาทรงสําแดงพระองคแกอบั ราฮัมทีห่ มูต น โอคของมัมเร...เขาเงยหนา ขึ้นมอง ก็เห็นชายสามคนยืนอยูใกลตน ทันทีที่เห็น อับราฮัมก็วิ่งจากประตูกระโจมไป ตอนรับและกราบลงที่พื้นดิน เขาพูดวา “เจานายของขาพเจา ถาทานโปรดปรานขาพเจา โปรดอยาผานผูรับใชของทานไปเลย ขาพเจาจะใหเขาเอานํ้ามาลางเทาใหทาน เชิญทาน พักใตตนไมนี้เถิด ขอใหขาพเจาไปนําอาหารมาใหทานสักเล็กนอย ทานจะไดสดชื่น มี กําลังเดินทางตอไป ทานมาถึงบานขาพเจาแลว ขอใหขาพเจารับใชทานเถิด” เขาทั้งสาม จึงตอบวา “จงทําตามทีท่ า นพูดนัน้ เถิด”... ขณะทีค่ นทัง้ สามกําลังกินอาหาร เขาเหลานัน้ ถามวา “นางซาราห ภรรยาของทานอยูที่ไหน” อับราฮัมตอบวา “นางอยูในกระโจม” คนหนึ่งจึงพูดวา “ปหนา เราจะกลับมาหาทานอีกอยางแนนอน นางซาราหภรรยาของ ทานจะมีบุตรชายคนหนึ่ง”...

พระวรสาร

29 เสาร

มิถุนายน

สัปดาหที่ 12 เทศกาลธรรมดา ลก 1:46-48,49-51, 52-55

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 4

มธ 8:5-17

เวลานั้น เมื่อพระองคเสด็จเขาเมืองคาเปอรนาอุม นายรอยคนหนึ่งเขามาเฝาพระองค ทูลออนวอนวา “พระองคเจาขา ผูรับใชของขาพเจาเปนอัมพาตนอนอยูที่บาน ตองทรมานอยางสาหัส” พระเยซูเจาจึงตรัส กับเขาวา “เราจะไปรักษาเขาใหหาย” แตนายรอยทูลตอบวา “พระองคเจาขา ขาพเจาไมสมควรใหพระองคเสด็จเขามาในบานของขาพเจา แต ขอพระองคตรัสเพียงคําเดียวเทานั้น ผูรับใชของขาพเจาก็จะหายจากโรค ขาพเจาเปนคนอยูใตบังคับบัญชา แตยังมีทหารอยูใตบังคับบัญชาดวย ขาพเจาสั่งทหารคนนี้วา ‘ไป’ เขาก็ไป สั่งอีกคนหนึ่งวา ‘มา’ เขาก็มา ขาพเจาสั่งผูรับใชวา ‘ทํานี่’ เขาก็ทํา เมื่อพระเยซูเจาทรงไดยินเชนนี้ ทรงประหลาดพระทัย จึงตรัสแกบรรดา ผูติดตามวา “เราบอกความจริงแกทานทั้งหลายวา เรายังไมเคยพบใครมีความเชื่อมากเชนนี้ในอิสราเอลเลย เราบอกทานทั้งหลายวา คนจํานวนมากจะมาจากทิศตะวันออกและตะวันตก และจะนั่งรวมโตะกับอับราฮัม อิสอัคและยาโคบในอาณาจักรสวรรค แตบุตรแหงอาณาจักรจะถูกขับไลออกไปในที่มืดขางนอก ที่นั่นจะมีแต การรํ่าไหครํ่าครวญ และขบฟนดวยความขุนเคือง” แลวพระเยซูเจาจึงตรัสกับนายรอยวา “จงไปเถิด จงเปน ไปตามที่ทานเชื่อนั้นเถิด” ผูรับใชของเขาก็หายจากโรคในเวลานั้นเอง เมื่อพระเยซูเจาเสด็จเขาไปในบานของเปโตร ทรงเห็นมารดาของภรรยาเปโตรนอนปวยเปนไข พระองค จึงทรงจับมือนาง นางก็หายไข ลุกขึ้นและปรนนิบัติรับใชพระองค...

ในหนังสือพันธสัญญาเดิมเราพบวา มนุษยชาติถูกขับไลออกจากสวรรค ทําใหปศาจมีอํานาจเหนือโลก เปนอํานาจที่เห็นไดผานโรคภัยไขเจ็บ การถูกผีสิง และภัยพิบัติตาง ๆ เนื้อหาในพระวรสารวันนี้ชี้ใหเราเห็น วา พระเยซูเจาเสด็จมาเพื่อทําลายอํานาจของปศาจนี้ พระองคทรงรักษาคนปวยอัมพาตผูรับใชของนาย ทหาร รักษาแมยายของเปโตร ทําใหนางกลายเปนผูร ับใชของพระเจา พระองคทรงขับไลปศาจจากผูท ถี่ ูกสิง โดยแสดงใหเห็นพลังอํานาจแหงการภาวนาของพระองค ฉะนั้นจงวางใจในพระเจาโดยผานทางพระเยซูเจา ทางคําภาวนาของเรา

06.indd 211

8/11/2555 14:07:59


30 อาทิตย

มิถุนายน

สมโภช น.เปโตร และ น.เปาโล อัครสาวก

บทอานจากหนังสือกิจการอัครสาวก กจ 12:1-11 เวลานั้น กษัตริยเฮโรดทรงเริ่มเบียดเบียนสมาชิกบางคนของพระศาสนจักร พระองคทรงประหารยากอบพี่ชายของยอหนโดยตัดศีรษะ เมื่อทรงเห็นวาชาวยิวพอใจ จึงทรงจับกุมเปโตรดวย ขณะนั้น อยูในระหวางเทศกาลขนมปงไรเชื้อ เมื่อทรงจับกุม เปโตรแลว ก็ทรงจองจําเขาไวในคุก ใหทหารสี่หมู หมูละสี่คนควบคุมไว ตั้งพระทัยวา เมื่อสิ้นเทศกาลปสกาแลวจะทรงนําไปพิจารณาคดีตอหนาประชาชน ขณะที่เปโตรถูกจองจําอยูในคุก พระศาสนจักรอธิษฐานภาวนาตอพระเจาเพื่อเขา ตลอดเวลา คืนกอนที่กษัตริยเฮโรดจะทรงนําเปโตรไปพิจารณาคดี เปโตรนอนหลับอยูระหวาง ทหารสองคน มีโซสองเสนลามไว และมีทหารยามเฝาหนาประตูคกุ ทันใดนัน้ ทูตสวรรค องคหนึ่งขององคพระผูเปนเจาเขามาใกล มีแสงสวางจาในหองขัง ทูตสวรรคสะกิด ขางกายเปโตรปลุกใหตื่นขึ้น แลวสั่งวา “เร็วเขา ลุกขึ้นเถอะ” โซก็หลุดไปจากมือของ เปโตร ทูตสวรรคสงั่ เปโตรวา “จงคาดสะเอวและสวมรองเทา” เปโตรก็ทาํ ตาม ทูตสวรรค สั่งอีกวา “จงสวมเสื้อคลุม แลวตามขาพเจามาเถิด” เปโตรจึงตามทูตสวรรคออกไป ไม รูสึกตัววาสิ่งที่ทูตสวรรคกําลังทําใหตนนั้นเกิดขึ้นจริง คิดวากําลังเห็นนิมิต ทูตสวรรค และเปโตรผานยามชั้นที่หนึ่ง ชั้นที่สอง มาถึงประตูเหล็กที่เปนทางผานเขาไปในเมือง ประตูนั้นก็เปดไดเอง ทูตสวรรคและเปโตรจึงออกไป เดินตามถนนสายหนึ่ง แลว ทูตสวรรคก็หายไปในทันที เปโตรรูส กึ ตัว พูดวา “บัดนี้ ขาพเจารูแ นแลววา องคพระผูเ ปนเจาทรงสงทูตสวรรค มาชวยขาพเจาใหพนจากเงื้อมมือของกษัตริยเฮโรดและจากความมุงรายทั้งหลายของ ประชาชนชาวยิว”

เพลงสดุดี

สดด 34:1-2,3-4,5-7,8-10

ก) ขาพเจาจะถวายพรแดองคพระผูเปนเจาตลอดกาล คําสรรเสริญพระองคจะติดอยูกับริมฝปากของขาพเจาเสมอ จิตใจขาพเจาจะภูมิใจในองคพระผูเปนเจา ผูตํ่าตอยจงฟงและชื่นชมเถิด ข) จงประกาศความยิ่งใหญขององคพระผูเปนเจารวมกับขาพเจาเถิด เราจงโหรองถวายชัยแดพระนามของพระองคพรอมกัน ขาพเจาแสวงหาองคพระผูเปนเจา และพระองคทรงตอบขาพเจา ทรงชวยขาพเจาใหพนจากความกลัวทั้งมวล ค) จงจับตาดูพระองค แลวใบหนาของทานจะสดใส ไมมีวันจะตองอับอายเลย คนยากจนรองทูล องคพระผูเปนเจาก็ทรงฟง

06.indd 212

8/11/2555 14:08:01


บทอานจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงทิโมธี ฉบับที่สอง 2 ทธ 4:6-8,17-18 พี่นอง ชีวิตของขาพเจากําลังจะถูกถวายเปนเครื่องบูชาอยูแลว ถึงเวลาแลวที่ขาพเจาจะตองจากไป ขาพเจาตอสูมาอยางดีแลว ขาพเจาวิ่งมาถึงเสนชัยแลว ขาพเจารักษาความเชื่อไวแลว ยังเหลืออยูก็เพียง มงกุฎแหงความชอบธรรม ซึง่ องคพระผูเ ปนเจาผูท รงพิพากษาอยางเทีย่ งธรรมจะประทานใหขา พเจาในวัน นั้น และไมใชเพียงใหขาพเจาเทานั้น แตจะประทานใหทุกคนที่เฝารอคอยดวยความรักตอการแสดง พระองคดวยเชนเดียวกัน มีแตองคพระผูเปนเจา ทรงยืนอยูเคียงขางและประทานกําลังแกขาพเจา เพื่อการประกาศขาวดีจะ ไดสําเร็จไปโดยทางขาพเจา และคนตางชาติทั้งหลายจะไดฟงขาวดี ดังนั้น ขาพเจาจึงถูกฉุดใหพนจากปาก สิงโตมาได องคพระผูเปนเจาจะทรงชวยขาพเจาใหพนจากการประทุษรายทั้งสิ้น และจะทรงนําขาพเจาไป สูพ ระอาณาจักรสวรรคของพระองคอยางปลอดภัย ขอพระสิรริ งุ โรจนจงมีแดพระองคตลอดนิรนั ดรเทอญ อาเมน

บทอานจากพระวรสารนักบุญมัทธิว มธ 16:13-19 เวลานัน้ พระเยซูเจาเสด็จมาถึงเขตเมืองซีซารียาแหงฟลปิ และตรัสถามบรรดาศิษยวา “คนทัง้ หลาย กลาววาบุตรแหงมนุษยเปนใคร” เขาทูลตอบวา “บางกลาววาเปนยอหนผูทําพิธีลาง บางกลาววาเปน ประกาศกเอลียาห บางกลาววาเปนประกาศกเยเรมียหรือประกาศกองคใดองคหนึ่ง” พระองคตรัสกับเขาวา “ทานละคิดวาเราเปนใคร” ซีโมน เปโตรทูลตอบวา “พระองคคือพระคริสต เจา พระบุตรของพระเจาผูท รงชีวติ ” พระเยซูเจาตรัสตอบเขาวา “ซีโมน บุตรของยอหน ทานเปนสุขเพราะ ไมใชมนุษยทเี่ ปดเผยใหทา นรู แตพระบิดาเจาของเราผูส ถิตในสวรรคทรงเปดเผย เราบอกทานวา ทานคือ ศิลา และบนศิลานี้ เราจะตั้งพระศาสนจักรของเรา ประตูนรกจะไมมีวันชนะพระศาสนจักรได เราจะมอบ กุญแจอาณาจักรสวรรคให ทุกสิ่งที่ทานจะผูกบนแผนดินนี้ จะผูกไวในสวรรคดวย ทุกสิ่งที่ทานจะแกใน แผนดินนี้ ก็จะแกในสวรรคดวย”

น.เปโตร และ น.เปาโลเปนเสาหลักของพระศาสนจักร น.เปโตรเปนหลักมั่นคงแหงความเชื่อที่จะ ตองยึดถือ น.เปาโลเปนผูปองกันความเชื่อที่จะตองเรียนรู น.เปโตรเปนผูนําผูชอบธรรมเขามากอสราง พระศาสนจักรแรกเริ่ม น.เปาโลเปนอาจารยและนักปราชญสั่งสอนนานาชาติใหเขาอยูในพระศาสนจักร ความรักตอสมเด็จพระสันตะปาปา ตอพระสังฆราชประมุขสังฆมณฑล และความรวมมืออยาง ซื่อสัตยกับทานเหลานั้นและผูชวยของทานในงานอภิบาล เปนวิถีทางที่คริสตชนยืนยันถึงความเชื่อใน ธรรมลํ้าลึกของพระศาสนจักร

06.indd 213

8/11/2555 14:08:02


bible  

bible diary

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you