Issuu on Google+


1

จันทร

บทอานที่ 1

กจ 2:14,22-32

เปโตรยืนขึ้นพรอมกับบรรดาอัครสาวกสิบเอ็ดคน และพูดกับประชาชนดวยเสียง ดังวา... “ชาวอิสราเอลทั้งหลาย จงฟงวาจาเหลานี้เถิด พระเยซูชาวนาซาเร็ธ เปนบุรุษ ที่พระเจาทรงสงมาหาทาน พระเจาทรงรับรองพระองคโดยประทานอํานาจทําอัศจรรย เมษายน ปาฏิหาริยและเครื่องหมายตาง ๆ เดชะพระเยซูเจา พระเจาทรงกระทําการเหลานี้ในหมู ทานทัง้ หลาย ดังทีท่ า นรูอ ยูแ ลว พระเยซูเจาทรงถูกมอบในเงือ้ มมือของทานตามทีพ่ ระเจา อัฐมวารปสกา มีพระประสงคและทรงทราบลวงหนาแลว ทานใชมือของบรรดาคนอธรรมประหาร พระองคโดยตรึงบนไมกางเขน แตพระเจาทรงบันดาลใหพระองคกลับคืนพระชนมชีพ สดด 16:1-2,7-8, พนจากอํานาจแหงความตาย เพราะความตายยึดพระองคไวใตอํานาจอีกตอไปไมได ดัง 9-10,11 ที่กษัตริยดาวิดตรัสถึงพระองควา “ขาพเจาเห็นองคพระผูเปนเจาอยูตอหนาขาพเจาเสมอ พระองคประทับอยูเบื้องขวา ขาพเจาจะไมหวั่น ไหว ดังนั้น จิตใจของขาพเจาจึงยินดี... พระองคทรงสอนขาพเจาใหรูจักทางแหงชีวิต พระองคจะทรงทําให ขาพเจาเปยมดวยความยินดีเฉพาะพระพักตรของพระองค” “พีน่ อ งทัง้ หลาย ขาพเจาขอบอกทานตรง ๆ วา กษัตริยดาวิดบรรพบุรุษของเราสิ้นพระชนมและถูกฝงไว ที่ฝงพระศพของพระองคยังคงอยูในหมูเราจนถึงทุกวันนี้... กษัตริยดาวิดทรงเห็นลวงหนา จึงตรัสถึงเรื่องการ กลับคืนพระชนมชีพของพระคริสตเจาดังนี้ พระองคมิไดทรงถูกทอดทิ้งไวในแดนผูตาย และรางกายของ พระองคจะไมเนาเปอ ย พระเยซูเจาพระองคน้ี พระเจาทรงบันดาลใหกลับคืนพระชนมชีพ เราทุกคนเปนพยานได”

พระวรสาร

มธ 28:8-15

เวลานัน้ สตรีทงั้ สองคนมีทงั้ ความกลัวและความยินดีอยางยิง่ รีบออกจากพระคูหาวิง่ ไปแจงขาวแกบรรดา ศิษยของพระองค ทันใดนั้น พระเยซูเจาเสด็จมาพบสตรีทั้งสองคน ตรัสวา “จงยินดีเถิด” ทั้งสองคนจึงเขาไป ใกล กอดพระบาทนมัสการพระองค พระเยซูเจาตรัสวา “อยากลัวเลย จงไปแจงขาวแกพี่นองของเราใหไปยัง แควนกาลิลี เขาจะพบเราที่นั่น” เมื่อสตรีทั้งสองคนเดินทางไป ทหารยามบางคนเขาไปในเมือง แจงเหตุการณทั้งหมดที่เกิดขึ้นแกบรรดา หัวหนาสมณะ บุคคลเหลานี้จึงประชุมปรึกษากันกับบรรดาผูอาวุโสแลวตกลงจายเงินกอนใหญใหทหาร สั่งวา “ทานทั้งหลายจงพูดวา ‘บรรดาศิษยของเขามาขโมยศพไปในเวลากลางคืน ขณะที่เรากําลังหลับอยู’ ถาเรื่อง มาถึงหูของผูวาราชการ เราจะชี้แจงแกเขาทําใหทานพนโทษ” ทหารไดรับเงินและกระทําตามคําแนะนํา เรื่องนี้จึงเลาลือกันในหมูชาวยิวจนกระทั่งทุกวันนี้

“จงยินดีเถิด อยากลัวเลย จงไปบอกแกพี่นองของเรา” การกลับคืนพระชนมชีพขององคพระเยซูเจา เปนความหวัง และความยินดีของผทู เี่ ชือ่ ในพระองค นอกจากนี้ ผลของการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค ทําใหเราไดกลับคืนสูส ภาพชีวติ ใหม ดังนัน้ เราเองตองดําเนินชีวติ ใหสมกับทีพ่ ระองคไดทรงไถกแู ละปลดปลอย เราไมใหเปนทาสของบาปอีกตอไป

04.indd 110

8/11/2555 14:05:06


บทอานที่ 1

กจ 2:36-41

เปโตรยืนขึ้นพรอมกับบรรดาอัครสาวกสิบเอ็ดคน และพูดกับประชาชนดวยเสียง ดังวา “ดังนั้น ขอใหเผาพันธุอิสราเอลทั้งมวลรูแนเถิดวา พระเจาทรงแตงตั้งพระเยซูผู นี้ที่ทานทั้งหลายนําไปตรึงบนไมกางเขน ใหเปนองคพระผูเปนเจาและพระคริสตเจา” ถอยคําเหลานี้ เสียดแทงใจของทุกคน เขาเหลานั้น จึงถามเปโตรและอัครสาวก อื่น ๆ วา “พี่นอง พวกเราจะตองทําอยางไรเลา” เปโตรตอบวา “ทานทั้งหลายจงกลับ ใจเถิด แตละคนจงรับศีลลางบาปเดชะพระนามของพระเยซูคริสตเจา เพื่อจะไดรับการ อภัยบาป แลวทานจะไดรับพระพรของพระจิตเจา พระสัญญานี้มีไวสําหรับทานทั้งหลาย สําหรับบุตรหลานของทานและสําหรับทุกคนทีอ่ ยูห า งไกล ซึง่ องคพระผูเ ปนเจา พระเจา ของเราจะทรงเรียก” เปโตรกลาวถอยคําอีกมาก ออนวอนและตักเตือนเขาวา “ทานทั้ง หลายจงชวยตนใหรอดพนจากคนชั่วรายในยุคนี้เถิด” คนเหลานั้นรับถอยคําของเปโตร และไดรับศีลลางบาป วันนั้นผูมีความเชื่อมีจํานวนเพิ่มขึ้นอีกประมาณสามพันคน

พระวรสาร

2

อังคาร เมษายน อัฐมวารปสกา สดด 33:4-5, 18-19,20-22

ยน 20:11-18

เวลานั้น มารียยังคงยืนรองไหอยูนอกพระคูหา ขณะที่รองไหนั้น นางกมลงมองใน พระคูหา ก็เห็นทูตสวรรคสององคสวมเสือ้ ขาวนัง่ อยูต รงทีท่ เี่ ขาวางพระศพของพระเยซู เจาไว องคหนึง่ นัง่ อยูท างเบือ้ งพระเศียร อีกองคหนึง่ นัง่ อยูท างเบือ้ งพระบาท ทูตสวรรค ทั้งสองถามนางวา “นางเอย รองไหทําไม” นางตอบวา “เขานําองคพระผูเปนเจาของ ดิฉันไปแลว ดิฉันไมรูวา เขานําพระองคไปไวที่ใด” เมื่อตอบดังนี้แลว นางก็หันกลับมา และเห็นพระเยซูเจาทรงยืนอยูที่นั่น แตไมรูวา เปนพระเยซูเจา พระองคตรัสถามนางวา “นางเอย รองไหทาํ ไม กําลังเสาะหาผูใ ด” นาง คิดวาพระองคเปนคนสวน จึงตอบวา “นายเจาขา ถาทานนําพระองคไป ชวยบอกดิฉัน วาทานนําพระองคไปไวที่ไหน ดิฉันจะไดไปนําพระองคกลับมา” พระเยซูเจาตรัสเรียก นางวา “มารีย นางจึงหันไปทูลพระองคเปนภาษาฮีบรูวา “รับโบนี” ซึ่งแปลวา พระอาจารย พระเยซูเจาตรัส กับนางวา “อยาหนวงเหนีย่ วเราไวเลย เพราะเรายังไมไดขนึ้ ไปเฝาพระบิดา แตจงไปหาพีน่ อ งของเรา และบอก เขาวา เรากําลังขึน้ ไปเฝาพระบิดาของเราและพระบิดาของทานทัง้ หลาย ไปเฝาพระเจาของเรา และพระเจาของ ทานทั้งหลาย” มารีย ชาวมักดาลาจึงไปแจงขาวกับบรรดาศิษยวา “ดิฉันไดเห็นองคพระผูเปนเจาแลว” และ เลาเรื่องที่พระองคตรัสกับนาง

การเทศนสอนของเปโตรเปนการเทศนสอนในนามขององคพระเยซูเจาผูท รงกลับคืนพระชนมชีพ ทําให คนที่ไดฟงแลวไดสัมผัสและเขาถึงจิตใจ จึงทําใหพวกเขากลับใจรับศีลลางบาป เราเองเชนเดียวกันจะตอง ดําเนินชีวติ ติดตามองคพระเยซูเจาผูท รงกลับคืนพระชนมชีพในชีวติ ประจําวันของเรา เพือ่ ทุกคนทีไ่ ดฟง และ สัมผัสชีวิตของเราจะไดเชื่อถึงองคพระเยซูเจาเชนเดียวกัน นี่แหละคือความยินดี และความหวังของมนุษย เราทุกคน ที่กําลังแสวงหาหนทางความจริง ความสุขแทในองคพระผูเปนเจา

04.indd 111

8/11/2555 14:05:10


3 พุธ

เมษายน อัฐมวารปสกา สดด 105:1-3, 4-6,7-10

พระวรสาร

บทอานที่ 1

กจ 3:1-10

วันหนึ่ง เวลาบายสามโมง เปโตรและยอหนกําลังขึ้นไปที่พระวิหารเพื่ออธิษฐาน ภาวนา... มีชายคนหนึง่ เปนงอยแตกาํ เนิด มีผหู ามคนงอยผูน มี้ าไวทนี่ นั่ ทุกวันเพือ่ ขอทาน จากคนที่เขาไปในพระวิหาร เมื่อเห็นเปโตรและยอหนกําลังเดินเขาพระวิหาร คนงอยจึง ขอทานจากเขาทั้งสอง เปโตรและยอหนจองมองเขา... เปโตรกลาววา “ขาพเจาไมมเี งินไมมที อง แตขา พเจา มีอะไรจะใหทาน เดชะพระนามของพระเยซูคริสตเจา ชาวนาซาเร็ธ จงเดินไปเถิด” แลว เปโตรจับมือขวาของเขาชวยพยุงใหลุกขึ้น ทันใดนั้นเทาและขอเทาของเขากลับมีกําลัง เขากระโดดขึ้นยืนและเริ่มเดิน แลวจึงเขาไปในพระว���หารพรอมกับเปโตรและยอหน...

ลก 24:13-35

วันนั้น ศิษยสองคนกําลังเดินทางไปยังหมูบานเอมมาอูส... พระเยซูเจาเสด็จเขามารวมเดินทางดวย แต เขาจําพระองคไมได เหมือนดวงตาถูกปดบัง พระองคตรัสถามวา “ทานสนทนากันเรื่องอะไรตามทาง” ทั้งสอง คนก็หยุดเดิน ใบหนาเศราหมอง ศิษยที่ชื่อเคลโอปสถามวา “ทานเปนเพียงคนเดียวในกรุงเยรูซาเล็มหรือที่ ไมรูเรื่องพระเยซู ชาวนาซาเร็ธ ประกาศกทรงอํานาจในกิจการและคําพูดเฉพาะพระพักตรของพระเจาและตอ หนาประชาชนทั้งปวง บรรดาหัวหนาสมณะและผูนําของเรามอบพระองคใหตองโทษประหารชีวิต และตรึง พระองคบนไมกางเขน เราเคยหวังไววาพระองคจะทรงปลดปลอยอิสราเอลใหเปนอิสระ แตนี่เปนวันที่สาม แลวตั้งแตเหตุการณนี้เกิดขึ้น สตรีบางคนในกลุมของเราทําใหเราประหลาดใจอยางยิ่ง เขาไปที่พระคูหาตั้งแต เชาตรู เมื่อไมพบพระศพ เขากลับมาเลาวาไดเห็นนิมิตของทูตสวรรค...” พระองคจึงตรัสกับเขาวา “เจาคนเขลาเอย ใจของเจาชางเชื่องชาที่จะเชื่อขอความที่บรรดาประกาศก กลาวไว พระคริสตเจาจําเปนตองทนทรมานเชนนี้เพื่อจะเขาไปรับพระสิริรุงโรจนของพระองคมิใชหรือ” แลว พระองคทรงอธิบายพระคัมภีรทุกขอที่กลาวถึงพระองคใหเขาฟง โดยเริ่มตั้งแตโมเสสจนถึงบรรดาประกาศก เมือ่ พระองคทรงพระดําเนินพรอมกับศิษยทงั้ สองคนใกลจะถึงหมูบ า นทีเ่ ขาตัง้ ใจจะไป พระองคทรงทําทา วาจะทรงพระดําเนินเลยไป แตเขาทั้งสองรบเราพระองควา “จงพักอยูกับพวกเราเถิด เพราะใกลคํ่าและวันก็ ลวงไปมากแลว” พระองคจึงเสด็จเขาไปพักกับเขา ขณะประทับที่โตะกับเขา พระองคทรงหยิบขนมปง ทรง ถวายพระพร ทรงบิขนมปงและยื่นใหเขา เขาก็ตาสวางและจําพระองคได...

ประสบการณของบรรดาศิษย จากการที่พวกเขาฝากชีวิต ฝากความหวังไวในองคพระเยซูเจาใหเปน ผูนํานั้น บัดนี้สูญสลายไปหมด หลังจากที่ไดใชชีวิตอยูกับพระองคหลายป ตองมาเห็นจุดจบขององคพระเยซู เจาแบบนี้ พวกเขาเริม่ เควงควาง วุน วายใจ จับตนชนปลายไมถกู ไมรวู า จะดําเนินชีวติ ตอไปอยางไรหรือกลับ ไปใชชีวิตแบบเดิม ๆ ระหวางที่พวกเขาสนทนากันอยูนั้น พระเยซูเจาทรงปรากฏมารวมสนทนากับพวกเขา แตพวกเขาจําพระองคไมได เพราะความวิตกกังวลจนเกินไป ฉะนั้นอยาใหความกังวล ความเศรา ความผิด หวังและความเสียใจในชีวิตเรา มาปดกั้นไมใหเราสามารถพบพระองคในชีวิตประจําวันของเราได เพราะ พระองคอยูเคียงขางเราเสมอ

04.indd 112

8/11/2555 14:05:11


บทอานที่ 1

กจ 3:11-26

ขณะที่คนซึ่งเคยเปนงอยคนนั้นหนวงเหนี่ยวเปโตรและยอหนไว ประชาชนทุกคน ประหลาดใจอยางยิ่ง ตางวิ่งไปหาเขาทั้งสองคนที่เฉลียงซึ่งเรียกวา “เฉลียงซาโลมอน” เมือ่ เปโตรเห็นดังนัน้ จึงกลาวปราศรัยกับประชาชนวา “ชาวอิสราเอลทัง้ หลาย ทําไม ทานจึงประหลาดใจในเรื่องนี้ ทําไมทานจึงจองมองเราเหมือนกับวาเราทําใหชายผูนี้เดิน ไดดวยอํานาจหรือความศักดิ์สิทธิ์ของเรา... ทานทั้งหลายไดมอบพระเยซูเจานี้ใหแก บรรดาผูป กครองและไดปฏิเสธพระองคตอ หนาปลาต... ทานปฏิเสธพระองคผศู กั ดิส์ ทิ ธิ์ และชอบธรรม แตกลับขอใหปลอยฆาตกร ทานประหารเจาชีวิต แตพระเจาทรงบันดาล ใหพระองคทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผูตาย เราเปนพยานไดในเรื่องนี้ ดวย ความเชือ่ ในพระนามของพระองค ชายผูน ซี้ งึ่ ทานทัง้ หลายเห็นและเคยรูจ กั จึงกลับมีกาํ ลัง ขึน้ อีก ความเชือ่ ในพระองคนแี้ หละรักษาชายงอยคนนีใ้ หเปนปกติตอ หนาทานทัง้ หลาย... เพราะฉะนั้น ทานจงเปนทุกขกลับใจและหันมาหาพระเจาเถิด เพื่อบาปของทานจะ ไดรับการอภัย...”

พระวรสาร

4

พฤหัสบดี เมษายน อัฐมวารปสกา สดด 8:1,4-8

ลก 24:35-48

เวลานั้น ศิษยทั้งสองคนจึงเลาเรื่องที่เกิดขึ้นตามทางและเลาวาตนจําพระองคไดเมื่อทรงบิขนมปง ขณะ ที่บรรดาศิษยสนทนากันอยูนั้น พระเยซูเจาทรงยืนอยูในหมูเขา ตรัสวา “สันติสุขจงดํารงอยูกับทานทั้งหลาย เถิด” เขาตางตกใจกลัว คิดวาไดเห็นผี แตพระองคตรัสวา “ทานวุนวายใจทําไม เพราะเหตุใดทานจึงมีความ สงสัยในใจ จงดูมือและเทาของเราซิ เปนเราเองจริง ๆ จงคลําตัวเราดูเถิด ผีไมมีเนื้อ ไมมีกระดูกอยางที่ทาน เห็นวาเรามี” ตรัสดังนี้แลว พระองคทรงใหเขาดูพระหัตถและพระบาท เขายินดีและแปลกใจจนไมอยากเชื่อ พระองคจึงตรัสกับเขาวา “ทานมีอะไรกินบาง” เขาถวายปลายางชิ้นหนึ่งแดพระองค พระองคทรงรับมาเสวย ตอหนาเขา หลังจากนั้น พระองคตรัสกับเขาวา “นี่คือความหมายของถอยคําที่เรากลาวไวขณะที่ยังอยูกับทาน ทุก สิง่ ทีเ่ ขียนไวเกีย่ วกับเราในธรรมบัญญัตขิ องโมเสส บรรดาประกาศกและเพลงสดุดจี ะตองเปนความจริง” แลว พระองคทรงทําใหเขาเกิดปญญาเขาใจพระคัมภีร ตรัสวา “มีเขียนไวดังนี้วา พระคริสตเจาจะตองรับทนทรมาน และจะกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผูตายในวันที่สาม จะตองประกาศในพระนามของพระองคใหนานาชาติ กลับใจเพื่อรับอภัยบาปโดยเริ่มจากกรุงเยรูซาเล็ม ทานทั้งหลายเปนพยานถึงเรื่องทั้งหมดนี้”

ประสบการณใหมที่บรรดาศิษยไดพบคือ องคพระอาจารยผูทรงกลับคืนพระชนมชีพ โดยที่พวกเขายัง ไมพรอมและไมทันตั้งตัวกับการปรากฏมาของพระองค ทั้ง ๆ ที่พระองคทรงยืนอยูทามกลางพวกเขา และ คําทักทายของพระองคทาํ ใหพวกเขาตกใจกลัว เพราะความวุน วายใจ และความกังวลทําใหพวกเขาไมสามารถ จําพระองคได ทั้ง ๆ ที่พระองคอยูกับพวกเขาแลวก็ตาม ทุกวันนี้เราตองดําเนินชีวิตอยางมีสติอยูเสมอ เพื่อ เราจะไดสามารถมีสันติสุขและพบพระองคในความวุนวาย ความกังวลใจ ของชีวิตประจําวันไดเสมอ

04.indd 113

8/11/2555 14:05:12


5 ศุกร

เมษายน อัฐมวารปสกา สดด 118:1-2,4, 22-24,25-27

ÇѹÈØ¡ÃμŒ¹à´×͹

พระวรสาร

บทอานที่ 1

กจ 4:1-12

ขณะที่เปโตรและยอหนกําลังปราศรัยกับประชาชนอยูนั้น บรรดาสมณะพรอมกับ นายทหารรักษาพระวิหารและบรรดาชาวสะดูสีไดเขามาหา เขาไมพอใจมากที่ทั้งสองได สั่งสอนประชาชนและประกาศวาบรรดาผูตายจะกลับคืนชีพเพราะพระเยซูเจาทรงกลับ คืนพระชนมชีพ เขาไดจับกุมเปโตรและยอหนจองจําไวจนถึงวันรุงขึ้น เพราะเปนเวลา เย็นแลว... เปโตรเปยมดวยพระจิตเจากลาวแกเขาวา “ทานผูปกครองประชาชน และผู อาวุโสทัง้ หลาย! ...ชายคนนีห้ ายจากโรคมายืนอยูต อ หนาทานทัง้ หลาย ก็เพราะพระนาม ของพระเยซูคริสตเจาชาวนาซาเร็ธ ซึ่งทานไดเอาไปตรึงกางเขน แตพระเจาทรงบันดาล ใหกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผูตาย พระเยซูเจาองคนี้ทรงเปนศิลาซึ่งทานทั้งหลาย ผูเปนชางกอสรางไดขวางทิ้งเสีย แตไดกลายเปนศิลาหัวมุม...”

ยน 21:1-14

หลังจากนั้น พระเยซูเจาทรงสําแดงพระองคแกบรรดาศิษยอีกครั้งหนึ่งที่ฝงทะเลสาบทีเบเรียส... ซีโมน เปโตรบอกคนอื่นวา “ขาพเจาจะไปจับปลา” ศิษยคนอื่นตอบวา “พวกเราจะไปกับทานดวย” เขาทั้งหลายไดออกไปลงเรือ แตคืนนั้นทั้งคืนเขาจับปลาไมไดเลย พอรุงสาง พระเยซูเจา���ระทับยืนอยู บนฝง แตบรรดาศิษยไมทราบวาเปนพระเยซูเจา พระเยซูเจาทรงรองถามวา “ลูกเอย มีอะไรกินบางไหม?” เขาตอบวา “ไมมี” พระองคจึงตรัสวา “จงเหวี่ยงแหไปทางกราบเรือดานขวาซิ แลวจะไดปลา” บรรดาศิษยจึง ไดเหวี่ยงแหออกไป และดึงขึ้นไมไหว เพราะไดปลาเปนจํานวนมาก ศิษยที่พระเยซูเจาทรงรักกลาวกับเปโตร วา “เปนองคพระผูเปนเจานี่” เมื่อซีโมน เปโตรไดยินวา “เปนองคพระผูเปนเจา เขาก็หยิบเสื้อมาสวม (เพราะเขาไมไดสวมเสื้ออยู) แลวกระโดดลงไปในทะเล ศิษยคนอืน่ ไดเขาฝง มากับเรือ และลากแหทีต่ ดิ ปลาเขามาดวย เพราะอยูไ มหา งจาก ฝงนัก ประมาณหนึ่งรอยเมตรเทานั้น เมื่อบรรดาศิษยขึ้นจากเรือมาบนฝง ก็เห็นถานติดไฟลุกอยู มีปลาและ ขนมปงวางอยูบนไฟ พระเยซูเจาตรัสกับเขาวา “จงเอาปลาที่เพิ่งจับไดมาบางซิ” ซีโมนเปโตรจึงลงไปในเรือ แลวลากแหขึ้นฝง มีปลาตัวใหญติดอยูเต็ม นับไดหนึ่งรอยหาสิบสามตัว แต ทั้ง ๆ ที่ติดปลามากเชนนั้น แหก็ไมขาด พระเยซูเจาตรัสกับเขาวา “มากินอาหารกันเถิด” ไมมีศิษยคนใดกลา ถามวา “ทานเปนใคร?” เพราะรูวาเปนองคพระผูเปนเจา...

เราจะเห็นวาชีวิตของบรรดาอัครสาวกดูเหมือนตองกลับไปสูอาชีพเดิม ๆ ความสับสนยังคงอยูในจิตใจ ของพวกเขา ดูเหมือนวาชีวิตของพวกเขาลมเหลว ทั้ง ๆ ที่พระองคก็ทรงอยูเคียงขางเสมอ แตอยางไรก็ตาม พระองคทรงใชประสบการณตาง ๆ ที่เคยอยูกับบรรดาศิษย เพื่อชวยใหเขาสามารถจําพระองคได และดู เหมือนวาพวกเขารูวาพระองคเปนใคร แตไมมีใครกลาถาม ซึ่งเปนชวงเวลาของการทบทวน ไตรตรอง ถึง เหตุการณตาง ๆ ที่ผานมา จนทําใหพวกเขาเริ่มเห็นชัด เขาใจและกลับมาเชื่อในพระองคอีกครั้ง ดวยความ หวังและความยินดี

04.indd 114

8/11/2555 14:05:14


บทอานที่ 1

กจ 4:13-21

เมือ่ เขาเหลานัน้ เห็นวาเปโตรและยอหนพูดอยางกลาหาญ ทัง้ รูว า ทัง้ สองคนไมเคย ไดรับการศึกษา และไมมีความรูพิเศษใด ๆ ก็ประหลาดใจและระลึกไดวาทั้งสองคนเคย อยูกับพระเยซูเจา เมื่อเห็นคนที่หายจากโรคยืนอยูกับเปโตรและยอหน เขาก็ไมรูวาจะ พูดอยางไร จึงสั่งใหทั้งสองคนออกไปนอกหองประชุม แลวเริ่มปรึกษากันวา “เราจะทํา อยางไรกับทั้งสองคนนี้ดี เพราะเขาทําการอัศจรรยเดนชัด ทุกคนที่อยูในกรุงเยรูซาเล็ม รูว า เขาทําเครือ่ งหมายอัศจรรยนอี้ ยางเปดเผย เราไมอาจปฏิเสธได แตเราตองขูเ ขา อยา ใหกลาวถึงนามนั้นแกผูใด เพื่อเรื่องนี้จะไดไมเลาลือแพรหลายไปในหมูประชาชนมาก ยิ่งขึ้น” เขาจึงเรียกเปโตรและยอหนเขามา สั่งอยางเด็ดขาดมิใหพูดหรือสอนในพระนาม ของพระเยซูเจาอีก เปโตรและยอหนยอนถามวา “ทานทั้งหลายจงตัดสินเถิดวา อะไร เปนการถูกตองเฉพาะพระพักตรของพระเจา จะฟงทานหรือจะฟงพระเจา เราจําเปนตอง พูดถึงสิง่ ทีเ่ ราไดเห็นและไดยนิ มา” ทีป่ ระชุมขูส าํ ทับทัง้ สองคนอีกครัง้ หนึง่ แลวปลอยไป เพราะไมพบสาเหตุที่จะลงโทษและเพราะกลัวประชาชน ทุกคนตางถวายพระเกียรติแด พระเจาเพราะเหตุการณที่เกิดขึ้น

พระวรสาร

6 เสาร

เมษายน อัฐมวารปสกา สดด 118:1,14-15, 16-18,19-21

Çѹ¨Ñ¡ÃÕ

มก 16:9-15

หลังจากทีท่ รงกลับคืนพระชนมชีพตอนเชาตรูว นั ตนสัปดาหแลว พระเยซูเจาทรงแสดงพระองคแกมารีย ชาวมักดาลาเปนคนแรก นางคือผูที่พระองคเคยทรงไลปศาจเจ็ดตนออกไป นางจึงไปบอกผูที่กําลังรองไหเปน ทุกขซึ่งเคยอยูกับพระองค เมื่อเขาเหลานั้นไดยินนางพูดวาพระองคยังทรงพระชนมอยูและนางเห็นพระองค แลว เขาก็ไมเชื่อ หลังจากนั้น พระองคทรงแสดงพระองคในรูปแตกตางไปกับศิษยสองคนซึ่งกําลังเดินทางไป ชนบท เขาทั้งสองกลับมาเลาใหคนอื่นฟง แตคนเหลานั้นก็ไมเชื่อเชนเดียวกัน ในที่สุด พระองคทรงแสดงพระองคแกอัครสาวกสิบเอ็ดคนขณะที่เขากําลังรวมโตะกินอาหารอยู ทรง ตําหนิพวกเขาที่ไมยอมเชื่อและมีใจแข็งกระดาง เพราะไมยอมเชื่อผูที่เห็นพระองคเมื่อทรงกลับคืนพระชนม ชีพแลว พระองคตรัสกับเขาวา “ทานทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก ประกาศขาวดีใหมนุษยทั้งปวง”

ความกลาหาญ และการกระทําตาง ๆ ของเปโตรและยอหนทีแ่ สดงออกมา ทําใหหลายคนในพวกผูใ หญ ไมพอใจ พวกเขาหาทางที่จะหยุดการกระทํานั้น ๆ จึงเรียกเปโตรและยอหนเขามาหาและสั่งหามมิใหพูดหรือ สอนในนามของพระเยซูเจา แตเปโตรและยอหนไดแสดงจุดยืนอยางชัดเจนถึงสิ่งที่พวกเขาไดเห็นและไดยิน มา พวกเขาเหลานั้นมีจิตใจที่แข็งกระดาง ไมยอมรับขาวดีเชนเดียวกับที่มารียชาวมักดาลาและศิษยบางคน ที่ไดพบพระเยซูเจา ไดนําขาวดีนี้ไปบอกแกบรรดาอัครสาวก แตพวกเขาก็ไมเชื่อ เพราะอาจจะยังคงอยูใน ภาวะเสียใจ ผิดหวังและหวาดกลัว ดังนั้นเราทุกคนตองดําเนินชีวิตอยางมีสติตอเหตุการณตาง ๆ ที่เกิดขึ้น ในชีวิตเสมอ เพื่อเราจะไดสามารถพบพระองคในสถานการณตาง ๆ ในชีวิตของเรา

04.indd 115

8/11/2555 14:05:15


7

อาทิตย เมษายน สัปดาหที่ 2 เทศกาลปสกา ฉลองพระเมตตา ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 2

บทอานจากหนังสือกิจการอัครสาวก กจ 5:12-16 บรรดาอั ค รสาวกทํ า เครื่ อ งหมายอั ศ จรรย แ ละปาฏิ ห าริ ย ห ลายประการในหมู ประชาชน ผูมีความเชื่อทุกคนมักจะมาชุมนุมกันที่เฉลียงซาโลมอน ไมมีผูอื่นกลาเขามา รวมกลุม กับเขา แตประชาชนตางยกยองเขาอยางมาก ผูม คี วามเชือ่ ในองคพระผูเ ปนเจา เพิม่ จํานวนขึน้ เรือ่ ย ๆ ทัง้ ชายและหญิง ประชาชนนําผูป ว ยมาทีล่ านสาธารณะ วางไวบน ที่นอนและแคร อยางนอยเพื่อใหเงาของเปโตรที่เดินผานมาทอดปกคลุมผูปวยบางคน ประชาชนจากเมืองตาง ๆ รอบกรุงเยรูซาเล็มมาชุมนุมกัน นําผูปวยและผูที่ถูกปศาจ ชั่วรายทรมานมาที่นั่นดวย ทุกคนไดรับการรักษาใหหาย

เพลงสดุดี

สดด 118:2,4,22-24,25-27

ก) พงศพันธุของอิสราเอลจงกลาววา “ความรักมั่นคงของพระองคดํารงอยูเปนนิตย” ผูที่ยําเกรงองคพระผูเปนเจาจงกลาววา “ความรักมั่นคงของพระองคดํารงอยูเปนนิตย” ข) ศิลาซึ่งชางกอสรางทิ้งไป กลายเปนศิลาหัวมุม องคพระผูเปนเจาทรงกระทําการนี้ เปนสิ่งมหัศจรรยแกตาของเรา นี่คือวันที่องคพระผูเปนเจาทรงสราง เราจงยินดีและมีความสุขเถิด ค) ขาแตองคพระผูเปนเจา โปรดทรงชวยใหรอดพน ขาแตองคพระผูเปนเจา โปรดประทานชัยชนะเถิด...

บทอานจากหนังสือวิวรณ

วว 1:9-11ก,12-13,17-19

ขาพเจาคือยอหน พี่นองผูรวมทุกขในการถูกเบียดเบียนกับทานทั้งหลาย ผูรวมใน พระอาณาจักรและในการเพียรทนเดชะพระเยซูเจา ขาพเจามาอยูที่เกาะชื่อ ปทมอส เพราะพระวาจาของพระเจาและเพราะการเปนพยานถึงพระเยซูเจา ในวันขององค พระผูเ ปนเจาวันหนึง่ พระจิตเจาทรงบันดาลใหขา พเจาตกอยูใ นภวังค และไดยนิ เสียงดัง ดุจเสียงแตรอยูเ บือ้ งหลังขาพเจา กลาววา “จงเขียนสิง่ ทีท่ า นเห็นไวในมวนหนังสือ และ สงไปใหพระศาสนจักรทั้งเจ็ดแหง ขาพเจาหันไปดูวา ผูใ ดกําลังพูดกับขาพเจา เมือ่ หันไปแลว ขาพเจาก็เห็นเชิงตะเกียง ทองคําเจ็ดเชิง ในกลุมเชิงตะเกียงเหลานั้นขาพเจาเห็นผูหนึ่งคลายบุตรแหงมนุษย สวม เสื้อยาวกรอมเทา มีผาทองคาดที่อก เมื่อเห็นเขา ขาพเจาลมลงแทบเทาของเขาเหมือนคนตาย แตเขาวางมือขวาบนตัว ขาพเจา กลาววา “อยากลัวเลย เราเปนทั้งเบื้องตนและบั้นปลาย เราเปนผูมีชีวิต เรา ตายไปแลว แตบัดนี้เรามีชีวิตอยูตลอดนิรันดร เรามีอํานาจเหนือความตายและเหนือ แดนผูตาย ดังนั้นจงเขียนสิ่งที่ทานไดเห็น คือ สิ่งที่กําลังเปนอยูในปจจุบันและสิ่งที่จะ เกิดขึ้นในภายหลัง

04.indd 116

8/11/2555 14:05:16


บทอานจากพระวรสารนักบุญยอหน ยน 20:19-31 คํ่าวันนั้นซึ่งเปนวันตนสัปดาห ประตูหองที่บรรดาศิษยกําลังชุมนุมกันปดอยู เพราะกลัวชาวยิว พระ เยซูเจาเสด็จเขามาประทับยืนอยูตรงกลาง ตรัสกับเขาทั้งหลายวา “สันติสุขจงสถิตอยูกับทานทั้งหลาย เถิด” ตรัสดังนี้แลว พระองคทรงใหบรรดาศิษยดูพระหัตถและดานขางพระวรกาย เมื่อเขาเหลานั้นเห็น องคพระผูเปนเจา ก็มีความยินดี พระองคตรัสกับเขาอีกวา “สันติสุขจงสถิตอยูกับทานทั้งหลายเถิด พระ บิดาทรงสงเรามาฉันใด เราก็สงทานทั้งหลายไปฉันนั้น” ตรัสดังนีแ้ ลว พระองคทรงเปาลมเหนือเขาทัง้ หลาย ตรัสวา “จงรับพระจิตเจาเถิด ทานทัง้ หลายอภัย บาปของผูใ ด บาปของผูน ั้นก็ไดรับการอภัย ทานทั้งหลายไมอภัยบาปของผูใด บาปของผูน ั้นก็ไมไดรบั การ อภัยดวย” โทมัส ซึ่งเรียกกันวา “ฝาแฝด” เปนคนหนึ่งในบรรดาอัครสาวกสิบสองคน ไมไดอยูกับอัครสาวก คนอื่น ๆ เมื่อพระเยซูเจาเสด็จมา ศิษยคนอื่นบอกเขาวา “พวกเราเห็นองคพระผูเปนเจาแลว” แตเขา ตอบวา “ถาขาพเจาไมไดเห็นรอยตะปูที่พระหัตถ และไมไดเอานิ้วแยงเขาไปที่รอยตะปู และไมไดเอามือ คลําที่ดานขางพระวรกายของพระองค ขาพเจาจะไมเชื่อเปนอันขาด” แปดวันตอมา บรรดาศิษยอยูดวย กันในบานนั้นอีก โทมัสก็อยูกับเขาดวย ทั้ง ๆ ที่ประตูปดอยูพระเยซูเจาเสด็จเขามาประทับยืนอยูตรง กลาง ตรัสกับเขาทั้งหลายวา “สันติสุขจงสถิตอยูกับทานทั้งหลายเถิด” แลวตรัสกับโทมัสวา “จงเอานิ้ว มาที่นี่ และดูมือของเราเถิด จงเอามือมาที่นี่ คลําที่สีขางของเรา อยาสงสัยอีกตอไป แตจงเชื่อเถิด” โทมัสทูลพระองควา “องคพระผูเปนเจาของขาพเจา และพระเจาของขาพเจา” พระเยซูเจาตรัสกับเขาวา “ทานเชื่อเพราะไดเห็นเรา ผูที่เชื่อ แมไมไดเห็น ก็เปนสุข” พระเยซูเจายังทรงกระทําเครือ่ งหมายอัศจรรยอนื่ อีกหลายประการใหบรรดาศิษยเห็น แตไมไดบนั ทึก ไวในหนังสือเลมนี้ เรื่องราวเหลานี้ถูกบันทึกไวเพื่อทานทั้งหลายจะไดเชื่อวา พระเยซูเจาเปนพระคริสต เจา พระบุตรของพระเจา และเมื่อมีความเชื่อนี้แลว ทานทั้งหลายก็จะมีชีวิตเดชะพระนามของพระองค

ความกระวนกระวายและความหวาดกลัวของบรรดาอัครสาวกนั้นทําใหพวกเขาปดกั้นตัวเองออก จากสังคม ไมกลาเผชิญและแสดงฐานะของตนเองวาเปนศิษยขององคพระเยซูเจา เพื่อความปลอดภัย ของชีวติ แตเราเห็นพระวรสารในวันนีว้ า พระเยซูเจารูแ ละเขาใจความรูส กึ ของพวกเขา สิง่ แรกทีพ่ ระองค ปรากฏตอหนาพวกเขาและตรัสวา “สันติสุขจงสถิตอยูกับทานทั้งหลายเถิด” หลังจากนั้นพวกเขาก็ได สัมผัสพระองคจริง ๆ แลวทุกสิ่งก็ไดกลับกลายเปนความยินดีทันที นี่เปนความหวังที่พระองคทรงนํามา ใหพวกเขา เปนสันติสขุ และความสุขแท จากประสบการณนที้ าํ ใหพวกเขารวมทัง้ โทมัสเอง ตอบเปนเสียง เดียวกันวา “พระองคทรงเปนองคพระผูเ ปนเจาและเปนพระเจาของขาพเจา” เราถามตัวเราเองซิวา เรา ไดมีประสบการณอะไรบางที่ทําใหเรากลายอมรับพระองค และแสดงฐานะของตนเองตอหนาทุกคนวา เราเปนศิษยขององคพระเยซูเจา ดวยการกระทํา วาจาและใจ

04.indd 117

8/11/2555 14:05:18


8

จันทร เมษายน สมโภช การแจงสารเรื่อง พระวจนาตถ ทรงรับสภาพมนุษย สดด 40:6,7-8,9,10

พระวรสาร

บทอานที่ 1

อสย 7:10-14

องคพระผูเ ปนเจาตรัสกับกษัตริยอ าหัสอีกวา “จงขอพระเจา องคพระผูเ ปนเจาของ พระองค ใหทรงสงเครื่องหมายจากที่ลึกของแดนผูตาย หรือจากที่สูงเบื้องบนเถิด” แตกษัตริยอาหัสตรัสตอบวา “เราจะไมทูลขอ เราจะไมทดลององคพระผูเปนเจา” ประกาศกอิสยาหจึงทูลวา “พงศพันธุกษัตริยดาวิดเอย จงฟงเถิด... ทานทําใหมนุษย เอือมระอายังไมพออีกหรือ ทําไมทานจึงทําใหพระเจาของขาพเจาทรงเอือมระอาอีกเลา ดังนัน้ องคพระผูเ ปนเจาจะประทานเครือ่ งหมายใหทา นดวยพระองคเอง หญิงสาวผูห นึง่ จะตัง้ ครรภและใหกาํ เนิดบุตรชาย และนางจะเรียกเขาวา “อิมมานูเอล” แปลวา “พระเจา สถิตอยูกับเรา”

บทอานที่ 2

ฮบ 10:4-10

เลือดโคเพศผูแ ละเลือดแพะชําระบาปใหหมดสิน้ ไปไมได ดังนัน้ เมือ่ พระคริสตเจา เสด็จมาในโลก จึงตรัสวา “พระองคไมมีพระประสงคเครื่องบูชาและของถวายอื่นใด พระองคจึงทรงเตรียมรางกายไวใหขาพเจา พระองคไมพอพระทัยในเครื่องเผาบูชาและ เครื่องบูชาชดเชยบาป ขาพเจาจึงทูลวา ขาแตพระเจา ขาพเจาอยูที่นี่... ขาพเจามาเพื่อ ปฏิบัติตามพระประสงคของพระองค”...

ลก 1:26-38

เมื่อนางเอลีซาเบธตั้งครรภไดหกเดือนแลว พระเจาทรงสงทูตสวรรคกาเบรียลมายังเมืองหนึ่งในแควน กาลิลีชื่อเมืองนาซาเร็ธ มาพบหญิงพรหมจารีคนหนึ่งซึ่งหมั้นอยูกับชายชื่อโยเซฟ... หญิงพรหมจารีผูนั้นชื่อ มารีย ทูตสวรรคเขาในบานกลาวกับพระนางวา “จงยินดีเถิด ทานผูที่พระเจาโปรดปราน พระเจาสถิตอยูกับ ทาน” เมื่อทรงไดยินถอยคํานี้ พระนางมารียทรงวุนวายพระทัยมาก... แตทูตสวรรคกลาวแกพระนางวา “มารีย อยากลัวเลย ทานเปนผูที่พระเจาโปรดปราน ทานจะตั้งครรภ และใหกําเนิดบุตรชายคนหนึ่ง ทานจะตั้งชื่อเขาวาเยซู เขาจะเปนผูยิ่งใหญและพระเจาผูสูงสุดจะทรงเรียกเขา เปนบุตรของพระองค...” พระนางมารียจ งึ ทรงถามทูตสวรรควา “เหตุการณนจี้ ะเปนไปไดอยางไรเพราะขาพเจา ตั้งใจจะเปนพรหมจารี” ทูตสวรรคตอบวา “พระจิตเจาจะเสด็จลงมาเหนือทานและพระอานุภาพของพระผู สูงสุดจะแผเงาปกคลุมทาน เพราะฉะนั้น บุตรที่เกิดมาจะเปนผูศักดิ์สิทธิ์และจะรับนามวาบุตรของพระเจา...” พระนางมารี ยจึงตรัสวา “ขาพเจาเปนผูรับใชของพระเจา ขอใหเปนไปกับขาพเจาตามวาจาของทานเถิด”... พระนางมารยจงตรส

สมโภชการแจงสารเรือ่ งพระวจนาตถนถี้ อื วาเปนการฉลองทีส่ าํ คัญของพระศาสนจักร เพราะวาเปนการ ฉลองความเชื่อของพระนางมารียที่ไดรับเลือกสรรจากพระเจาใหเปนมารดาของพระบุตรของพระเจา ดวย ความเชื่อและความนอบนอมของพระนาง ทําใหคําทํานายของประกาศกเปนความจริง นี่เปนหัวใจของ แผนการของพระเจาและความรักที่ปรากฏผานทางพระนางมารีย ความนอบนอมเชื่อฟงแสดงออกถึงความ สุภาพถอมตนและรวมไปถึงความยากจน เพราะพระนางมอบทุกอยางไวกับพระเจา ยึดถือนํ้าพระทัยของ พระองคเปนที่ตั้ง นี่เปนตัว���ยางของพระนางที่เราควรจะเลียนแบบวิถีชีวิตและความสุภาพถอมตนมากกวา การวอนขอแตเพียงอยางเดียวเทานั้น

04.indd 118

8/11/2555 14:05:18


บทอานที่ 1

กจ 4:32-37

กลุม ผูม คี วามเชือ่ ดําเนินชีวติ เปนนํา้ หนึง่ ใจเดียวกัน ไมคดิ วาสิง่ ทีต่ นมีเปนกรรมสิทธิ์ ของตน แตทุกอยางเปนของกลาง บรรดาอัครสาวกยังคงเปนพยานยืนยันถึงการกลับ คืนพระชนมชีพของพระเยซู องคพระผูเ ปนเจาดวยเครือ่ งหมายอัศจรรยอนั ยิง่ ใหญและ ทุกคนไดรับความเคารพนับถืออยางสูง ในกลุมของเขาไมมีใครขัดสน ผูใดมีที่ดินหรือ บานก็ขายและนําเงินที่ขายไดมามอบใหบรรดาอัครสาวก เพื่อแจกจายใหผูมีความเชื่อ แตละคนตามความตองการ มีชายคนหนึ่งชื่อโยเซฟ บรรดาอัครสาวกเรียกเขาวา บารนาบัส ซึ่งแปลวา บุตร แหงการใหกําลังใจ เขาเปนชนเลวีชาวเกาะไซปรัส เขามีที่ดินแปลงหนึ่งและไดขายนํา เงินมามอบใหบรรดาอัครสาวกดวย

พระวรสาร

ยน 3:7ข-15

9

อังคาร เมษายน สัปดาหที่ 2 เทศกาลปสกา สดด 93:1-2กข, 2ค-4,6

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 2

เวลานัน้ พระเยซูเจาตรัสกับนิโคเดมัสวา “อยาประหลาดใจถาเราบอกทานวา ทาน ทัง้ หลายจําเปนตองเกิดใหมจากเบือ้ งบน ลมยอมพัดไปในทีท่ ลี่ มตองการ ทานไดยนิ เสียง ลมพัดแตไมทราบวา ลมพัดมาจากไหน และจะพัดไปไหน ทุกคนที่เกิดจากพระจิตเจาก็ เปนเชนนี้” นิโคเดมัสทูลถามพระองควา ‘เหตุการณเชนนี้จะเปนไปไดอยางไร?’ พระเยซูเจาตรัสตอบวา ‘ทานเปนอาจารยของชาวอิสราเอล ทานไมทราบเรือ่ งเหลา นี้หรือ? เราบอกความจริงแกทานวา เรากําลังพูดถึงเรื่องที่เรารู และเปนพยานถึงเรื่องที่ เราเห็น แตทา นทัง้ หลายไมยอมรับคํายืนยันของเรา ถาทานทัง้ หลายไมเชือ่ เมือ่ เราพูดถึง เรื่องที่เกี่ยวกับโลกนี้ ทานจะเชื่อไดอยางไรเมื่อเราจะพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับสวรรค? ไมมี ใครเคยขึ้นไปสวรรค นอกจากผูที่ไดลงมาจากสวรรค คือบุตรแหงมนุษยเทานั้น โมเสสไดยกรูปงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรแหงมนุษยก็จะตองถูกยกขึ้นฉันนั้น เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระองคจะมีชีวิตนิรันดร”

ครอบครัวเปรียบเสมือนพระศาสนจักรแรกเริ่มของชีวิตคริสตชนแตละคน ที่ตั้ง อยูบนพื้นฐานของความรักและการแบงปนสิ่งตาง ๆ ที่มีใหแกกันและกันภายใน ครอบครัว เปนจุดเริม่ ตนทีน่ ําไปสูพ ระศาสนจักรสากล ซึง่ เราไดเห็นในบทอานแรกวันนี้ บรรดาคริสตชนทีก่ รุงเยรูซาเล็มไดแสดงออกถึงความเปนหนึง่ เดียวกัน แบงปนสิง่ ของ ที่ตนมีใหแกกันและกัน ดวยความสมัครใจและยินดี ฉะนั้นเราในฐานะที่เปนครอบครัว คริสตชน จะตองเปนตัวอยางของความรักและความเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน แบงปน ซึ่งกันและกันตามความสามารถของแตละคน นี่ถือวาเปนเอกลักษณและรากฐานของ ชีวิตคริสตชนอยางแทจริง

04.indd 119

8/11/2555 14:05:19


10 พุธ

เมษายน

สัปดาหที่ 2 เทศกาลปสกา สดด 34:1-2,3-4, 5-6,7-8

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 2

พระวรสาร

บทอานที่ 1

กจ 5:17-26

ครั้งนั้น มหาสมณะและทุกคนที่อยูกับเขาคือกลุมชาวสะดูสี มีความอิจฉาอยางยิ่ง จึงจับกุมบรรดาอัครสาวกและจองจําไวในคุกสาธารณะ เวลากลางคืน ทูตสวรรคองคหนึ่งขององคพระผูเปนเจาไดเปดประตูคุก นําบรรดา อัครสาวกออกไป กลาววา “ทานทั้งหลายจงไปที่พระวิหาร ประกาศพระวาจาเกี่ยวกับ วิถชี วี ติ ใหมนใี้ หประชาชนฟงเถิด” เมือ่ บรรดาอัครสาวกไดฟง ดังนัน้ ก็เขาไปในพระวิหาร ตั้งแตเชาตรูและเริ่มสั่งสอนที่นั่น เมื่อมหาสมณะและทุกคนที่อยูกับเขามาถึง ก็ไดเรียกประชุมสภาซันเฮดรินและ บรรดาผูอาวุโสทุกคนของอิสราเอล แลวใชพนักงานไปที่คุกเพื่อนําตัวบรรดาอัครสาวก มา แตเมื่อพนักงานไปถึง ก็ไมพบบรรดาอัครสาวกอยูในคุกแลว จึงกลับมารายงานวา “พวกเราพบคุกปดไวอยางแนนหนาและคนเฝาก็ยืนรักษาการณอยูที่ประตู แตเมื่อเรา เปดประตูเขาไปก็ไมพบผูใ ดเลยสักคน” เมือ่ นายทหารรักษาพระวิหารและบรรดาหัวหนา สมณะไดยินถอยคําเหลานี้ ตางรูสึกสับสนไมทราบวาไดเกิดอะไรขึ้น ขณะนั้นเอง มีคน หนึ่งมาบอกวา “ดูซิ! คนเหลานั้นที่ทานทั้งหลายไดจองจําไวในคุก กําลังยืนสั่งสอน ประชาชนอยูใ นพระวิหาร” นายทหารรักษาพระวิหารพรอมกับนายทหารยามจึงไดไปนํา ตัวบรรดาอัครสาวกมาโดยไมใชกําลัง เพราะเกรงประชาชนจะขวางดวยกอนหิน

ยน 3:16-21

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสกับนิโคเดมัสวา “พระเจาทรงรักโลกอยางมาก จึงไดประทานพระบุตรเพียงพระองคเดียวของพระองค เพือ่ ทุกคนทีม่ คี วาม เชือ่ ในพระบุตรจะไมพนิ าศ แตจะมีชวี ติ นิรนั ดร เพราะพระเจาทรงสงพระบุตรมาในโลกนี้ มิใชเพือ่ ตัดสินลงโทษ โลก แตเพื่อโลกจะไดรับความรอดพนเดชะพระบุตรนั้น ผูที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไมถูกตัดสินลงโทษ แต ผูที่ไมมีความเชื่อก็ถูกตัดสินลงโทษอยูแลว เพราะเขามิไดมีความเชื่อในพระนามของพระบุตรเพียงพระองค เดียวของพระเจา ประเด็นของการตัดสินลงโทษก็คือ ความสวางไดเขาในโลกนี้แลว แตมนุษยรักความมืด มากกวารักความสวาง เพราะการกระทําของเขานั้นชั่วราย ทุกคนที่ทําความชั่วยอมเกลียดความสวาง และไม เขาใกลความสวาง เกรงวาการกระทําของตนจะปรากฏชัดแจง แตผูที่ปฏิบัติตามความจริง ยอมเขาใกลความ สวาง เพื่อการกระทําของเขานั้นจะปรากฏวาไดกระทําเดชะพระเจา’

มันเปนสิง่ ทีง่ า ยมากทีเ่ ราบางคนจะตอวาคนอืน่ วาเปนคนบาป คนทีต่ ดิ คุกและคนยากจน หรือแมกระทัง่ คนที่แตงกายดวยเสื้อผาโทรม ๆ รวมทั้งเรื่องการเหยียดสีผิวระหวางกัน จนทําใหมองขามถึงศักดิ์ศรีของ ความเปนลูกขององคพระเจาเดียวกัน โดยเอาตัวเองเปนที่ตั้ง แตสําหรับองคพระเยซูเจานั้น พระองคไมเคย ที่จะรังเกียจลูก ๆ ของพระองค พระองคเสด็จมาในโลกไมใชเพื่อตัดสินลงโทษใคร แตมาเพื่อชวยใหรอด มา ชี้หนทางแหงชีวิตและความรอดใหแกเรามนุษยทุกคน

04.indd 120

8/11/2555 14:05:21


บทอานที่ 1

กจ 5:27-33

ในครัง้ นัน้ เขานําบรรดาอัครสาวกมาอยูใ นสภาซันเฮดริน มหาสมณะจึงถามวา “เรา ไดกําชับทานทั้งหลายอยางแข็งขันแลว ไมใหสอนโดยออกนามนี้ แตทานยังขืนเอาคํา สอนของตนมาแพรไปทัว่ กรุงเยรูซาเล็ม และตองการใหโลหิตของคนคนนีต้ กอยูก บั เรา” เปโตรและบรรดาอัครสาวกไดตอบวา “เราตองเชื่อฟงพระเจายิ่งกวาเชื่อฟงมนุษย พระเจาแหงบรรพบุรษุ ของเราไดทรงบันดาลใหพระเยซูเจาทีท่ า นทัง้ หลายไดประหารโดย ตรึงบนไมกางเขนนัน้ กลับคืนพระชนมชีพ พระเจาไดทรงยกพระองคทา นขึน้ ประทับเบือ้ ง ขวาในฐานะเปนหัวหนาและผูก อบกู เพือ่ ใหอสิ ราเอลกลับใจและรับการใหอภัยบาป เรา ทัง้ หลายเปนพยานในเรือ่ งนี้ และพระจิตเจาซึง่ พระเจาไดประทานแกผทู เี่ ชือ่ ฟงพระองค ก็ทรงเปนพยานดวย” เมื่อไดฟงดังนี้ทุกคนในสภาซันเฮดรินรูสึกโกรธเคืองอยางมาก อยากจะฆาบรรดา อัครสาวกเสีย

พระวรสาร

11 พฤหัสบดี เมษายน

น.สตานิสเลาส พระสังฆราช และมรณสักขี สดด 34:1,8,16-18, 19-20

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 2

ยน 3:31-36

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสกับนิโคเดมัสวา “ผูที่มาจากเบื้องบ���ยอมอยูเหนือทุกคน ผูที่มาจากแผนดินนี้ ยอมเปนของ แผนดินนี้ และพูดอยางคนของแผนดินนี้ ผูที่มาจากสวรรคยอมอยูเหนือทุกคน เขาเปน พยานถึงสิ่งที่ไดเห็นและไดยิน แตไมมีใครยอมรับคํายืนยันของเขา ผูที่รับคํายืนยันของ เขา ก็รับรองวาพระเจาทรงสัตยจริง ผูที่พระเจาทรงสงมานั้นยอมกลาวพระวาจาของ พระเจา เพราะพระเจาประทานพระจิตเจาใหเขาอยางไมจํากัด พระบิดาทรงรักพระบุตร และทรงมอบทุกสิ่งไวในพระหัตถของพระบุตร ผูใดมีความเชื่อในพระบุตรยอมมีชีวิต นิรันดร ผูที่ไมยอมเชื่อฟงพระบุตร จะไมพบชีวิตนั้น แตการลงโทษของพระเจากําลังอยู เหนือเขาแลว”

เราติดตามการสนทนาขององคพระเยซูเจากับนิโคเดมัสมาถึงตรงนี้แลว เชื่อวา เราคงตองไดเรียนรู ในการทีจ่ ะฟงและแสวงหาความจริง เพือ่ ทีจ่ ะเขาใจถึงคําสอนของ องคพระเยซูเจา ผูท รงเปนองคแหงความรอดของเรา ทีส่ ดุ แลวการสนทนานีเ้ ราจะเห็น ไดวา ผูท มี่ คี วามเชือ่ ในองคพระเยซูเจาก็จะไดรบั ชีวติ นิรนั ดร พระองคทรงเปนผูน าํ ความ จริงและความรอดมาสูช วี ติ เรา เราจงเดินอยูใ นหนทางของพระองค เพราะหนทางนีจ้ ะ ทําใหเราพบความจริงที่นําไปสูชีวิตนิรันดร

04.indd 121

8/11/2555 14:05:22


12 ศุกร

เมษายน

สัปดาหที่ 2 เทศกาลปสกา สดด 27:1,4,13-14

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 2

พระวรสาร

บทอานที่ 1

กจ 5:34-42

ขณะนั้น อาจารยกฎหมายชาวฟาริสีคนหนึ่งชื่อกามาลิเอล เปนที่เคารพนับถือของ ประชาชนไดยนื ขึน้ ในสภาซันเฮดรินและขอใหนาํ บรรดาอัครสาวกออกไปขางนอกสักครู หนึ่ง แลวจึงกลาวแกบรรดาสมาชิกสภาวา “ชาวอิสราเอลทั้งหลาย ทานจะทําอะไรกับคนเหลานี้ ก็จงคิดใหดีเสียกอน... จง เลิกเอาใจใสคนเหลานีแ้ ละปลอยเขาไปเถิด เพราะถาแผนการและกิจการของเขามาจาก มนุษย มันก็จะสลายไปเอง แตถามาจากพระเจา ทานทั้งหลายจะไมสามารถทําลายเขา ได มิฉะนั้น ทานจะกลับเปนผูตอสูกับพระเจาเสียเอง” ทุกคนเห็นชอบดวยกับกามาลิเอล จึงสงคนไปเรียกบรรดาอัครสาวกเขามา สั่งให เฆี่ยนและกําชับมิใหพูดในพระนามของพระเยซูเจา แลวปลอยตัวไป...

ยน 6:1-15

หลังจากนั้น พระเยซูเจาเสด็จขามทะเลสาบกาลิลีหรือทีเบเรียส ประชาชนจํานวนมากตามพระองคไป เพราะไดเห็นเครือ่ งหมายอัศจรรยทไี่ ดทรงกระทําแกผเู จ็บปวย พระองคเสด็จขึน้ ไปบนภูเขา ประทับทีน่ นั่ พรอม กับบรรดาศิษย ขณะนั้นใกลจะถึงวันฉลองปสกาของชาวยิว พระเยซูเจาทรงเงยพระพักตร ทอดพระเนตรเห็นประชาชนจํานวนมากที่มาเฝา จึงตรัสแกฟลิปวา ‘พวก เราจะซื้อขนมปงที่ไหนใหคนเหลานี้กิน?’ พระองคตรัสดังนี้เพื่อทดลองใจเขา แตพระองคทรงทราบแลววาจะ ทรงทําประการใด ฟลิปทูลตอบวา ‘ขนมปงสองรอยเหรียญแจกใหคนละนิดก็ไมพอ’ ศิษยอีกคนหนึ่งคือ อันดรูว นองของซีโมน เปโตร ทูลวา เด็กคนหนึ่งที่นี่มีขนมปงบารเลยหากอนกับปลาสองตัว ขนมปงและปลา เพียงเทานี้จะพออะไรสําหรับคนจํานวนมากเชนนี้?’ พระเยซูเจาตรัสวา ‘จงบอกประชาชนใหนงั่ ลงเถิด’ ทีน่ นั่ มีหญาขึน้ อยูท วั่ ไป เขาจึงนัง่ ลง นับจํานวนผูช าย ไดถึงหาพันคน พระเยซูเจาทรงหยิบขนมปงขึ้น ทรงขอบพระคุณพระเจา แลวทรงแจกจายใหแกผูที่น่ังอยู พระองคทรงกระทําเชนเดียวกันกับปลาตามทีเ่ ขาตองการ เมือ่ คนทัง้ หลายอิม่ แลว พระองคตรัสแกบรรดาศิษย วา ‘จงเก็บเศษขนมปงที่เหลือ อยาใหสิ่งใดสูญไปเสียเปลา’ บรรดาศิษยจึงไดเก็บเศษขนมปงบารเลยหากอน ที่เหลือนั้นไดสิบสองกระบุง เมื่อคนทั้งหลายไดเห็นเครื่องหมายอัศจรรยที่ทรงกระทํา ก็กลาววา ‘ทานผูนี้เปน ประกาศกทีแ่ ทจริง ซึง่ จะตองมาในโลก’ พระเยซูเจาทรงทราบวาคนเหลานัน้ จะมาใชกาํ ลังบังคับพระองคใหเปน กษัตริย จึงเสด็จไปบนภูเขาตามลําพังอีกครั้งหนึ่ง

ไมมีอะไรในโลกนี้ที่สามารถดับความหิวหรือกินแลวจะไมหิวอีก แตในพระวรสารวันนี้มีอาหารชนิดหนึ่ง ที่เราเห็นประชาชนจํานวนมากกระหายหานั่นคือการฟงพระวาจาของพระเยซูเจา ซึ่งเปนอาหารทรงชีวิตที่ พระองคทรงนํามาใหพวกเขา แตอกี มิตหิ นึง่ เราเห็นองคพระเยซูเจาเองทรงเห็นและเขาใจความตองการของ เรามนุษย ในการที่จะดําเนินชีวิตในโลกนี้ และพระองคก็ไดทรงมอบอาหารฝายรางกายใหอีกดวย ซึ่งแสดง ใหเห็นถึงความเมตตาของพระเจาที่ทรงมีตอเราทุกคน เปนรูปแบบที่พระองคทรงกระทําใหเราเห็น เราควร จะแบงปนสิ่งที่เราไดรับจากพระองคใหแกผูอื่นเชนเดียวกัน

04.indd 122

8/11/2555 14:05:24


บทอานที่ 1

กจ 6:1-7

ในเวลานั้น ศิษยทวีจํานวนมากขึ้น บรรดาศิษยที่พูดภาษากรีกไมพอใจศิษยที่พูด ภาษาฮีบรู เพราะในการแจกทานประจําวัน บรรดาแมหมายของตนถูกละเลยมิไดรบั แจก อัครสาวกทัง้ สิบสองคนจึงเรียกบรรดาศิษยมาประชุมกัน กลาววา “ไมสมควรทีเ่ รา จะละทิ้งการประกาศพระวาจาของพระเจาเพื่อไปแจกอาหาร พี่นองทั้งหลาย จงเลือก บุรุษเจ็ดคนจากกลุมของทานทั้งหลาย เปนคนที่มีชื่อเสียงดีเปยมดวยพระจิตเจาและ ปรีชาญาณ แลวเราจะแตงตั้งเขาใหทําหนาที่นี้ สวนเราจะไดอุทิศตนอธิษฐานภาวนา และประกาศพระวาจา ทุกคนในที่ประชุมตางเห็นชอบกับขอเสนอนี้จึงไดเลือกสเทเฟน บุรุษผูเปยมดวย ความเชื่อและพระจิตเจา, ฟลิป, โปรโครัส, นิคาโนร, ทิโมน, ปารเมนัส และนิโคลัส ชาวอันทิโอก ผูกลับใจมานับถือศาสนายิว เขาไดนําคนทั้งเจ็ดมาอยูตอหนาบรรดา อัครสาวกซึ่งไดอธิษฐานภาวนาและปกมือเหนือพวกเขา พระวาจาของพระเจ า แพร ห ลายยิ่ ง ขึ้ น ศิ ษ ย ท วี จํ า นวนขึ้ น เป น อั น มากในกรุ ง เยรูซาเล็ม บรรดาสมณะหลายคนยอมรับความเชื่อดวย

พระวรสาร

13 เสาร

เมษายน

น.มารตินที่ 1 พระสันตะปาปา และมรณสักขี สดด 33:1-3, 4-5,18-19

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 2 Çѹʧ¡ÃÒ¹μ

ยน 6:16-21

เมื่อถึงเวลาเย็น บรรดาศิษยพากันลงไปยังทะเลสาบ และลงเรือขามฟากไปทาง เมืองคาเปอรนาอุม ขณะนั้นมืดแลว พระเยซูเจาก็ยังไมเสด็จมากับเขา ทะเลปนปวน เพราะลมพัดจัด บรรดาศิษยกรรเชียงเรือไปไดราวสี่หรือหากิโลเมตร เห็นพระเยซูเจา กําลังทรงพระดําเนินบนทะเล เขามาใกลเรือ ก็ตกใจกลัว แตพระองคตรัสแกเขาวา ‘เราเอง อยากลัวเลย’ บรรดาศิษยยินดีรับพระองคลง เรือ ทันใดนั้นเรือก็ถึงฝงที่เขามุงจะไป

พระเยซูเจาทรงดําเนินในทะเลสาบและชวยสาวก ยอหนตองการใหผูที่สงสัยใน ความเชื่อและไมวางใจในองคพระเยซูเจา ทานตองการชี้ใหเห็นวาผูที่เชื่อในพระองคก็ จะไดรับชีวิตนิรันดร เหมือนดั่งที่สาวกของพระองคไดเปดใจตอนรับพระองคเขามาใน เรือดวยความเต็มใจ ทีส่ ดุ พวกเขาก็ถงึ จุดหมายปลายทางอยางปลอดภัยโดยมีพระองค อยูเ คียงขาง ดังทีพ่ ระองคบอกเราวาไมมผี ใู ดไปถึงพระบิดาไดนอกจากผานทางเรา เรา ก็ตองถามตัวเราวา ทุกวันนี้เราไดใหพระองคเปนผูนําทางเราหรือเปลา

04.indd 123

8/11/2555 14:05:25


14 อาทิตย

เมษายน

สัปดาหที่ 3 เทศกาลปสกา ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 3

บทอานจากหนังสือกิจการอัครสาวก กจ 5:27ข-32,40ข-41 ในครั้งนั้น มหาสมณะจึงกลาวหาวา “เรากําชับท���านทั้งหลายอยางแข็งขันแลว ไม ใหสอนโดยออกนามนี้ แตทานยังขืนนําคําสอนของตนมาแพรไปทั่วกรุงเยรูซาเล็ม และ ตองการใหโลหิตของคนคนนีต้ กอยูก บั เรา” เปโตรและบรรดาอัครสาวกตอบวา “เราตอง เชื่อฟงพระเจายิ่งกวาเชื่อฟงมนุษย” พระเจาแหงบรรพบุรุษของเราทรงบันดาลใหพระ เยซูเจาทีท่ า นทัง้ หลายประหารโดยตรึงบนไมกางเขนนัน้ กลับคืนพระชนมชีพ พระเจาทรง ยกพระองคทานขึ้นประทับเบื้องขวาในฐานะเปนหัวหนาและผูกอบกู เพื่อใหอิสราเอล กลับใจและรับการใหอภัยบาป เราทัง้ หลายเปนพยานในเรือ่ งนี้ และพระจิตเจาซึง่ พระเจา ประทานแกผูที่เชื่อฟงพระองคก็ทรงเปนพยานดวย” เขาจึงสงคนไปเรียกบรรดาอัครสาวกเขามา สัง่ ใหเฆีย่ นและกําชับมิใหพดู ในพระนาม ของพระเยซูเจา แลวปลอยตัวไป บรรดาอัครสาวกออกจากสภาซันเฮดริน มีความยินดี ที่ไดรับเกียรติที่ถูกสบประมาทเพราะพระนามพระเยซูเจา

เพลงสดุดี

สดด 30:1-3,5ก,10,11-12

ก) ขาแตองคพระผูเปนเจา ขาพเจายกยองสรรเสริญพระองค เพราะพระองคทรงเชิดชูขาพเจา พระองคไมทรงปลอยใหเหลาศัตรูชื่นชมที่เห็นขาพเจาประสบเคราะหราย

บทอานจากหนังสือวิวรณ

วว 5:11-14

ขาพเจาเห็นและไดยินเสียงทูตสวรรคจํานวนมากนับลานนับโกฏินับอสงไขย รอบ พระบัลลังก รอบผูมีชีวิตทั้งสี่ตนและบรรดาผูอาวุโส รองสรรเสริญเสียงดังวา ลูกแกะ ทีถ่ กู ประหารแลวนัน้ ทรงเปนผูส มควรไดรบั พระอานุภาพ ทรัพยศฤงคาร พระปรีชาญาณ พระพลานุภาพ พระเกียรติยศ พระสิริรุงโรจนและคําถวายพระพร ขาพเจาไดยินเสียง สิ่งสรางทั้งมวล ทั้งที่อยูในสวรรคและบนแผนดิน ทั้งใตพิภพ และในทะเล และทุกสิ่ง ที่อยูในที่เหลานั้น รองสรรเสริญวา พระองคผูประทับบนพระบัลลังก และลูกแกะ จง ไดรับคําถวายพระพร พระเกียรติยศ พระสิริรุงโรจนและพระอํานาจปกครองตลอด นิรันดรเทอญ ผูมีชีวิตทั้งสี่ตนพูดวา “อาเมน” และบรรดาผูอาวุโสก็กราบนมัสการ

บทอานจากพระวรสารนักบุญยอหน ยน 21:1-19 หลังจากนั้น พระเยซูเจาทรงสําแดงพระองคแกบรรดาศิษยอีกครั้งหนึ่งที่ฝง ทะเลสาบทีเบเรียส เรื่องราวเปนดังนี้ ศิษยบางคนอยูพรอมกันที่นั่น คือ ซีโมน เปโตร กับโทมัสทีเ่ รียกกันวา “ฝาแฝด” นาธานาเอล ซึง่ มาจากหมูบ า นคานาในแควนกาลิลี บุตร ทั้งสองคนของเศเบดีและศิษยอีกสองคน ซีโมน เปโตรบอกคนอื่นวา “ขาพเจาจะไปจับ ปลา” ศิษยคนอืน่ ตอบวา “พวกเราจะไปกับทานดวย” เขาทัง้ หลายออกไปลงเรือ แตคนื นั้นทั้งคืนเขาจับปลาไมไดเลย

04.indd 124

8/11/2555 14:05:27


พอรุงสาง พระเยซูเจาทรงยืนอยูบนฝง แตบรรดาศิษยไมรูวาเปนพระเยซูเจา พระเยซูเจาทรงรอง ถามวา “ลูกเอย มีอะไรกินบางไหม” เขาตอบวา “ไมมี” พระองคจึงตรัสวา “จงเหวี่ยงแหไปทางกราบเรือ ดานขวาซิ แลวจะไดปลา” บรรดาศิษยจงึ เหวีย่ งแหออกไป และดึงขึน้ ไมไหว เพราะไดปลาเปนจํานวนมาก ศิษยที่พระเยซูเจาทรงรักกลาวกับเปโตรวา “เปนองคพระผูเปนเจานี่” เมื่อซีโมน เปโตรไดยินวา “เปน องคพระผูเปนเจา เขาก็หยิบเสื้อมาสวม เพราะเขาไมไดสวมเสื้ออยู แลวกระโดดลงไปในทะเล ศิษยคน อืน่ เขาฝง มากับเรือ ลากแหทีต่ ดิ ปลาเขามาดวย เพราะอยูไ มหา งจากฝง นัก ประมาณหนึง่ รอยเมตรเทานัน้ เมื่อบรรดาศิษยขึ้นจากเรือมาบนฝง ก็เห็นถานติดไฟลุกอยู มีปลาและขนมปงวางอยูบนไฟ พระเยซู เจาตรัสกับเขาวา “จงเอาปลาที่เพิ่งจับไดมาบางซิ” ซีโมน เปโตรจึงลงไปในเรือ แลวลากแหขึ้นฝง มีปลา ตัวใหญติดอยูเต็ม นับไดหนึ่งรอยหาสิบสามตัว แตทั้ง ๆ ที่ติดปลามากเชนนั้น แหก็ไมขาด พระเยซูเจา ตรัสกับเขาวา “มากินอาหารกันเถิด” ไมมีศิษยคนใดกลาถามวา “ทานเปนใคร” เพราะรูวาเปนองคพระ ผูเปนเจา พระเยซูเจาทรงเขามาหยิบขนมปงแจกใหเขา แลวทรงแจกปลาใหเชนเดียวกัน นี่เปนครั้งที่สาม แลวที่พระเยซูเจาทรงแสดงพระองคแกบรรดาศิษยหลังจากที่ทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผูตาย เมื่อบรรดาศิษยกินเสร็จแลว พระเยซูเจาตรัสกับซีโมนเปโตรวา “ซีโมน บุตรของยอหน ทานรักเรา มากกวาคนเหลานี้รักเราไหม” เปโตรทูลตอบวา “ใชแลว พระเจาขา พระองคทรงทราบวาขาพเจารัก พระองค” พระเยซูเจาตรัสกับเขาวา “จงเลีย้ งลูกแกะของเราเถิด” พระองคตรัสถามเขาอีกเปนครัง้ ทีส่ อง วา “ซีโมน บุตรของยอหน ทานรักเราไหม” เขาทูลตอบวา “ใชแลว พระเจาขา พระองคทรงทราบวา ขาพเจารักพระองค” พระองคตรัสกับเขาวา “จงดูแลลูกแกะของเราเถิด พระองคตรัสถามเปนครั้งที่สาม วา “ซีโมน บุตรของยอหน ทานรักเราไหม” เปโตรรูส กึ เปนทุกขทพี่ ระองคตรัสถามตนถึงสามครัง้ วา “ทาน รักเราไหม” เขาทูลตอบวา “พระเจาขา พระองคทรงทราบทุกสิง่ พระองคทรงทราบวาขาพเจารักพระองค” พระเยซูเจาตรัสกับเขาวา “จงเลี้ยงดูแกะของเราเถิด” เราบอกความจริงกับทานวา “เมื่อทานยังหนุม ทานคาดสะเอวดวยตนเอง และเดินไปไหนตามใจ ชอบ แตเมื่อทานชรา ทานจะยื่นมือ แลวคนอื่นจะคาดสะเอวใหทาน พาทานไปในที่ที่ทานไมอยากไป” พระเยซูเจาตรัสเชนนีเ้ พือ่ แสดงวาเปโตรจะถวายพระเกียรติแดพระเจาโดยตายอยางไร เมือ่ ตรัสดังนี้ แลว ทรงเสริมวา “จงตามเรามาเถิด”

หลังจากทีพ่ ระเยซูเจาทรงกลับคืนพระชนมชีพ พระองคกไ็ ดมาพบกับบรรดาศิษยของพระองคและ พบวา พวกเขาก็ไดกลับมาดําเนินชีวติ และยึดอาชีพอยางเดิมทีเ่ คยทํามากอน นัน่ คือการจับปลา ดูเหมือน วาพวกเขานาจะประสบความสําเร็จกับการจับปลาซึ่งเปนสิ่งที่เขาถนัดที่สุด แตหาเปนเชนนั้นไม พระ เยซูเจาทรงตรัสถามดวยความเอ็นดูวา “ลูกเอยมีปลาบางไหม” เขาตอบวาไมมี พระองคสั่งวา “เหวี่ยง แหทางกราบเรือดานขวาสิแลวจะไดปลา” เพราะการที่เขาฟง เขาจึงไดปลาเปนจํานวนมาก ดังนั้นการ ทีเ่ รารูจ กั ฟงเสียงขององคพระเจามากกวาเสียงของเราเองนัน้ เราจะไดพบกับความชวยเหลือและจะได เห็นอัศจรรยตาง ๆ มากมายในชีวิตของเราเชนกัน

04.indd 125

8/11/2555 14:05:28


15 จันทร

เมษายน

สัปดาหที่ 3 เทศกาลปสกา สดด 119:23-24, 26-27,29-30

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 3

พระวรสาร

บทอานที่ 1

กจ 6:8-15

ในครั้งนั้น สเทเฟนเปยมดวยพระหรรษทานและพระอานุภาพ ทําปาฏิหาริยและ เครือ่ งหมายอัศจรรยยงิ่ ใหญทา มกลางประชาชน บางคนจากศาลาธรรมทีเ่ รียกกันวาศาลา ธรรมของเสรีชนที่เคยเปนทาส คือชาวยิวจากเมืองไซรีน, อเล็กซานเดรีย, จากแควน ซีลีเซียและเอเชีย เริ่มโตเถียงกับสเทเฟน แตเขาเหลานั้นไมสามารถเอาชนะสเทเฟน เพราะสเทเฟนพูดดวยปรีชาญาณซึ่งมาจากพระจิตเจา คนเหลานั้นจึงเสี้ยมสอน ประชาชนบางคนใหใสความวา “พวกเราไดยินเขากลาวคําผรุสวาทตอโมเสสและตอ พระเจา” เขายุยงประชาชน บรรดาผูอ าวุโสและธรรมาจารยใหปน ปวนวุน วายแลวจึงเขา จูโจมจับกุมสเทเฟนนําไปยังสภาซันเฮดริน เขาเหลานั้นไดตั้งพยานเท็จขึ้นมากลาวหาวา “ชายคนนี้กลาวคําผรุสวาทตอ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และธรรมบัญญัติอยูเสมอ พวกเราไดยินเขาพูดวา เยซู ชาวนาซาเร็ธ ผูนี้จะทําลายสถานที่นี้และจะเปลี่ยนแปลงขนบประเพณีที่โมเสสไดมอบไวใหแกเรา” ทุกคนทีน่ งั่ อยูใ นสภาซันเฮดรินตางเพงมองสเทเฟน เห็นใบหนาของเขาสวางรุง เรือง เหมือนกับหนาทูตสวรรค

ยน 6:22-29

วันรุงขึ้น ประชาชนที่ยังอยูบนฝงโนน สังเกตเห็นวา มีเรืออยูที่นั่นเพียงลําเดียว และจําไดวาพระเยซูเจา มิไดเสด็จลงเรือไปกับบรรดาศิษย บรรดาศิษยไปกันตามลําพังเทานั้น แตเรือลําอื่นจากเมืองทีเบเรียสไดมายัง สถานที่ที่พวกเขาไดกินขนมปง เมือ่ ประชาชนเห็นวาทัง้ พระเยซูเจา และบรรดาศิษยไมไดอยูท นี่ นั่ อีก ก็พากันลงเรือเหลานัน้ มุง ไปทีเ่ มือง คาเปอรนาอุมเพื่อตามหาพระเยซูเจา เมื่อไดพบพระองคที่ฟากโนนแลว จึงทูลถามวา ‘พระอาจารย ทานมาที่ นี่เมื่อไร?’ พระเยซูเจาตรัสตอบวา “เราบอกความจริงแกทานทั้งหลายวา ทานแสวงหาเรา มิใชเพราะไดเห็น เครื่องหมายอัศจรรย แตเพราะไดกินขนมปงจนอิ่ม อยาขวนขวายหาอาหารที่กินแลวเสื่อมสลายไป แตจงหา อาหารที่คงอยูและนําชีวิตนิรันดรมาให อาหารนี้บุตรแหงมนุษยจะประทานใหแกทาน เพราะพระเจาพระบิดา ทรงประทับตรารับรองบุตรแหงมนุษยไวแลว” เขาเหลานั้นจึงทูลวา ‘พวกเราจะตองทําอะไรเพื่อใหกิจการของพระเจาสําเร็จ?’ พระเยซูเจาตรัสตอบวา ‘กิจการของพระเจาก็คือใหทานทั้งหลายเชื่อในผูที่พระองคทรงสงมา’

หลังจากที่พระเยซูเจาทรงทวีขนมปงเลี้ยงประชาชนแลว จากประสบการณที่พวกประชาชนไดรับการ ดูแลและการเอาใจใสจากพระองค ทําใหพวกเขายิ่งกระหายที่จะแสวงหาพระองค เมื่อพระองคทรงเห็นเชน นั้นจึงตรัสกับประชาชนวา “อยาแสวงหาอาหารที่เนาเปอยแตจงแสวงหาอาหารที่ใหชีวิตนิรันดร” พระองค คืออาหารที่ลงมาจากสวรรคที่ทําใหโลกมีชีวิต และอาหารนี้ก็คือ ศีลมหาสนิทซึ่งเปนพระกาย และพระโลหิต ขององคพระเยซูเจานั่นเอง

04.indd 126

8/11/2555 14:05:29


บทอานที่ 1

กจ 7:51-8:1ก

16 อังคาร

ในครั้งนั้น สเทเฟนกลาวกับประชาชน บรรดาผูอาวุโส และธรรมาจารยวา “ทานผู ดื้อรั้น ใจกระดางและหูตึงทั้งหลายเอย! ทานตอตานพระจิตเจาอยูเสมอ บรรพบุรุษของ ทานเคยทําอยางไร ทานก็ทําเชนนั้น มีประกาศกคนใดบางที่บรรพบุรุษของทานมิได เมษายน เบียดเบียน? เขาฆาผูท ปี่ ระกาศลวงหนาถึงการเสด็จมาของพระเยซูเจาผูช อบธรรม และ บัดนี้ทานทั้งหลายก็ทรยศและฆาพระองคดวย ทานทั้งหลายไดรับธรรมบัญญัติผานทาง สัปดาหที่ 3 ทูตสวรรค แตก็หาไดปฏิบัติตามธรรมบัญญัตินั้นไม” เทศกาลปสกา เมื่อไดฟงดังนั้น ทุกคนรูสึกขุนเคืองเจ็บใจ ขบฟนคํารามเขาใสสเทเฟน สเทเฟน สดด 31:2-3, เปยมดวยพระจิตเจา เพงมองฟา มองเห็นพระสิริรุงโรจนของพระเจา และเห็นพระเยซู 5-7,16,20 เจาทรงยืนอยูเบื้องขวาของพระเจา จึงกลาววา “ดูซิ! ขาพเจาเห็นทองฟาเปดออก และ ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 3 เห็นบุตรแหงมนุษยทรงยืนอยูเบื้องขวาของพระเจา” ทุกคนจึงรองเสียงดัง เอามืออุดหู วิง่ กรูกนั เขาใสสเทเฟน ฉุดลากเขาออกไปนอกเมืองแลวเริม่ เอาหินขวางเขา บรรดาพยาน Çѹ¤ÅŒÒÂÇѹÊÁÀ¾ÊÁà´ç¨ ไดนาํ เสือ้ คลุมของตนมาวางไวทเี่ ทาของชายหนุม คนหนึง่ ชือ่ “เซาโล” ขณะทีค่ นทัง้ หลาย ¾ÃÐÊѹμлһÒàºà¹´Ô¡μ·Õè 16 กําลังเอาหินขวางสเทเฟน สเทเฟนไดอธิษฐานภาวนาวา “ขาแตพระเยซู องคพระผูเปน เจา โปรดรับวิญญาณของขาพเจาดวย” เซาโลเปนคนหนึ่งที่เห็นชอบกับการที่สเทเฟนถูกฆา

พระวรสาร

ยน 6:30-35

เวลานั้น ประชาชนทูลถามพระเยซูเจาวา ‘ทานกระทําเครื่องหมายอัศจรรยอันใดเพื่อพวกเราจะไดเห็น และจะไดเชื่อในทาน? ทานทําอะไรเลา? บรรพบุรุษของเราไดกินมานนาในถิ่นทุรกันดาร ดังที่มีเขียนไวในพระ คัมภีรวา พระองคประทานขนมปงจากสวรรคใหเขากิน’ พระเยซูเจาตรัสตอบวา “เราบอกความจริงแกทานทั้งหลายวา มิใชโมเสสที่ใหขนมปงจากสวรรคแกทาน แตเปนพระบิดาของเราที่ประทานขนมปงแทจากสวรรคใหทาน เพราะวาขนมปงของพระเจา คือขนมปงซึ่งลง มาจากสวรรค และประทานชีวิตใหแกโลก” ประชาชนจึงทูลวา ‘นายขอรับ โปรดใหขนมปงนีแ้ กพวกเราเสมอเถิด’ พระเยซูเจาตรัสกับเขาวา “เราเปน ปงแหงชีวิต ผูที่มาหาเราจะไมหิว และผูที่เชื่อในเราจะไมกระหายอีกเลย

สังฆานุกรสเทเฟนสวดบทภาวนาเลียนแบบองคพระเยซูเจาเมื่อพระองคกําลังจะสิ้นพระชนมบนไม กางเขน เพราะทานแนใจวาพระเยซูเจาผูท รงกลับคืนชีพจะประทานรางวัลใหแกทา นหลังความตาย เหตุการณ หลังจากพระเยซูเจาเสด็จคืนพระชนมชีพและเสด็จสูส วรรคแลว พิสจู นใหเห็นวาปสกาของพระเยซูเจาสงผล การเปลี่ยนแปลงในจิตใจของบรรดาผูที่เชื่อมั่นในพระองคอยางมาก กอใหเกิดวีรกรรมการอุทิศตนถึงขั้น เสียสละชีวิตเพราะพวกเขาเขาใจแลวถึงชีวิตหนาที่ดีกวา เหมือนเขารูแลววาขนมปงเปนอาหารประจําวันก็ จริงแตยังมีอาหารที่ดีกวา คือองคพระเยซูเจาผูทรงเปนอาหารแท “ปงที่ลงมาจากสวรรค” เปนบุญของผูที่ รับประทานพระวาจาและศีลมหาสนิทในมิสซา

04.indd 127

8/11/2555 14:05:30


17 พุธ

เมษายน

สัปดาหที่ 3 เทศกาลปสกา สดด 66:1-3,4-5, 6ก-7

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 3

บทอานที่ 1

กจ 8:1ข-8

วันนั้น เกิดการเบียดเบียนพระศาสนจักรอยางรุนแรงในกรุงเยรูซาเล็ม ทุกคน นอกจากบรรดาอัครสาวกกระจัดกระจายไปตามชนบทในแควนยูเดียและสะมาเรีย ผูมีใจศรัทธาบางคนนําศพสเทเฟนไปฝงและรํ่าไหครํ่าครวญถึงเขาอยางมาก สวน เซาโลออกรังควานพระศาสนจักร เขาไปตามบาน ฉุดลากทั้งชายและหญิงไปจองจําไว ในคุก บรรดาผูที่กระจัดกระจายไปเหลานี้ออกไปยังที่ตาง ๆ ประกาศพระวาจาเปนขาวดี ฟลิปไปเมืองหนึ่งในแควนสะมาเรียและประกาศเรื่องพระคริสตเจาใหชาวเมืองนั้นฟง ประชาชนที่ไดฟงถอยคําของฟลิป และเห็นเครื่องหมายอัศจรรยที่เขากระทํา ก็พรอมใจ กันฟงคําสัง่ สอนของเขา คนหลายคนทีถ่ กู ปศาจชัว่ รายสิงอยูร อ งเสียงดังแลวปศาจก็ออก ไป คนอัมพาตและคนงอยจํานวนมากหายจากโรค ประชาชนในเมืองนั้นจึงชื่นชมอยาง มาก

พระวรสาร

ยน 6:35-40

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสกับเขาวา “เราเปนปงแหงชีวิต ผูที่มาหาเราจะไมหิว และผูที่เชื่อในเราจะไมกระหายอีกเลย เราบอกทานทัง้ หลายแลววา ทานเห็นเราแลว แตไมเชือ่ ทุกคนทีพ่ ระบิดาทรงมอบใหเรา จะมาหาเรา และผูท มี่ าหาเรา เราจะไมผลักไสไปเลย เพราะเราลงมาจากสวรรค มิใชเพือ่ ทําตามใจของเรา แตเพือ่ ทําตามพระประสงคของผูท รงสงเรามา พระประสงคของผูท รง สงเรามาก็คอื เราจะไมสญ ู เสียผูใ ด ทีพ่ ระองคทรงมอบใหแกเรา แตจะใหผนู นั้ กลับคืนชีพ ในวันสุดทาย พระประสงคของพระบิดาของเรา ก็คือ ทุกคนที่เห็นพระบุตรแลวเชื่อใน พระบุตร จะมีชีวิตนิรันดร และเราจะใหเขากลับคืนชีพในวันสุดทาย”

พระวาจากําลังเลาเรื่องการกลับใจของนักบุญเปาโล โดยเริ่มเลาบรรยากาศการ หนีตายจากการเบียดเบียนของคริสตังในกรุงเยรูซาเล็ม กระจัดกระจายไปทั่วและ เซาโลอย���ใ นหมูผ เู บียดเบียนนี้ แมจะลําบากเพียงใดบรรดาศิษยกย็ งั คงเดินหนาประกาศ เทศนสอนทุกสถานที่เทาที่ตนจะทําได ฉวยทุกโอกาสเทาที่ตนมีแลวพระก็ทรงอวยพร กิจการงานของพวกเขาใหสําเร็จ ประชาชนพรอมใจกันฟงคําสั่งสอนของพวกเขา เรา จงฉวยโอกาสพูดเรื่องพระเยซูเจาแมจะไมสะดวกสบาย การพูดเรื่องพระเยซูเจาอาจ หมายถึงความเงียบในการสูท นความยากลําบากเพราะกําลังทําความดีทา มกลางความ ไมเขาใจของผูคน พระองคจะทรงปกปองรักษาเราไมใหมีใครสูญเสียไปเลย

04.indd 128

8/11/2555 14:05:31


บทอานที่ 1

กจ 8:26-40

18 พฤหัสบดี

ในครัง้ นัน้ ทูตสวรรคขององคพระผูเ ปนเจากลาวแกฟล ปิ วา “จงลุกขึน้ และเดินไป ทางทิศใต ตามทางที่ลงมาจากกรุงเยรูซาเล็มไปยังเมืองกาซา ทางนั้นเปนทางเปลี่ยว” ฟลปิ จึงลุกขึน้ ออกเดินทาง ระหวางทางเขาพบชาวเอธิโอเปยคนหนึง่ เปนขันที ขาราชการ เมษายน ของพระราชินีคานดาสีของชาวเอธิโอเปย...ไดมานมัสการพระเจาที่กรุงเยรูซาเล็ม ขณะเดินทางกลับ เขานั่งในรถและอานหนังสือของประกาศกอิสยาหอยู พระจิต สัปดาหที่ 3 เจาตรัสแกฟลิปวา “จงตามรถคันนั้นไปใหทันเถิด” ฟลิปวิ่งตามไป ไดยินเขากําลังอาน เทศกาลปสกา หนังสือของประกาศกอิสยาห จึงถามวา “ทานเขาใจขอความที่กําลังอานหรือ?” ขันที ตอบวา “ขาพเจาจะเขาใจไดอยางไร ถาไมมีใครอธิบาย?” แลวเขาก็เชิญฟลิปขึ้นไปนั่ง สดด 66:8,16-17, ดวย ขอความของพระคัมภีรที่เขากําลังอานอยูนั้น มีดังนี้ 19-20 เขาถูกนําไปฆาเหมือนแกะตัวหนึ่ง ลูกแกะไมออกเสียงเมื่ออยูตอหนาคนตัดขน ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 3 ฉันใด เขาก็ไมอาปากฉันนั้น เมื่อเขาถูกเหยียดหยาม เขาไมไดรับความยุติธรรมเลย ใคร จะเลาถึงเชื้อสายของเขา? เพราะวาชีวิตของเขาถูกยกไปจากแผนดินนี้แลว? ขันทีจึงถามฟลิปวา “โปรดบอกขาพเจาเถิดวา ประกาศกกลาวเชนนี้หมายถึงใคร หมายถึงตนเองหรือผู อื่น?” ฟลิปจึงเริ่มพูดประกาศขาวดีเรื่องพระเยซูเจาใหเขาฟง โดยอธิบายพระคัมภีรเริ่มตั้งแตตอนนี้ ขณะเดินทางอยูนั้น ทั้งสองคนก็มาถึงแหลงนํ้าแหงหนึ่ง ขันทีจึงกลาววา “ดูซิ ที่นี่มีนํ้า มีอะไรขัดขวางมิ ใหขา พเจารับศีลลางบาปเลา?” เขาสัง่ ใหหยุดรถ ทัง้ ฟลปิ และขันทีลงไปในนํา้ ฟลปิ ลางบาปใหขนั ที เมือ่ ทัง้ สอง คนขึ้นจากนํ้าแลว พระจิตขององคพระผูเปนเจาทรงนําฟลิปไปที่อื่น ขันทีไมเห็นฟลิปอีก...

พระวรสาร

ยน 6:44-51

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสกับประชาชนวา “ไมมีใครมาหาเราได นอกจากพระบิดาผูทรงสงเรามาจะทรงชักนําเขา และเราจะทําใหเขากลับคืนชีพใน วันสุดทาย มีเขียนไวในหนังสือของบรรดาประกาศกวา ทุกคนจะไดรับคําสอนจากพระเจา ทุกคนที่ไดฟงพระ บิดา และเรียนรูจากพระองค ก็มาหาเรา ไมมีใครไดเห็นพระบิดา นอกจากผูที่มาจากพระเจา เราบอกความจริง แกทานทั้งหลายวา ผูที่เชื่อในเรา ก็มีชีวิตนิรันดร เราเปนปงแหงชีวิต บรรพบุรุษของทานทั้งหลายไดกินมานนา ในถิ่นทุรกันดาร แลวยังตาย แตปงที่ลงมาจากสวรรคเปนอยางนี้ คือผูที่กินปงนี้แลวจะไมตาย เราเปนปงทรง ชีวติ ทีล่ งมาจากสวรรค ใครทีก่ นิ ปงนีจ้ ะมีชวี ติ อยูต ลอดไป และปงทีเ่ ราจะใหนี้ คือเนือ้ ของเราเพือ่ ใหโลกมีชวี ติ ” ชาวยิวจึงเถียงกันวา “คนนี้เอาเนื้อของตนใหเรากินไดอยางไร?”

การแพรธรรมจากเยรูซาเล็มขยายไปทุกทิศ บัดนี้ลงใตไปยังอัฟริกาเหนือคือประเทศเอธิโอเปย แตไมมี ใครมาหาพระเยซูเจาไดนอกจากพระบิดาจะทรงชักนําเขา การกลับใจจึงเปนเรื่องของพระหรรษทานที่พระ ประทานใหและเราตองสวดขอ มีอีกหลายคนที่ตองการการกลับใจรวมทั้งตัวเราดวย ประการแรก ตองเริ่ม ดวยการสวดขอพระทรงชักนําจิตใจของพวกเขาและของเรา มิใชเริ่มดวยความสามารถของเราที่จะไปกลับ ใจใคร

04.indd 129

8/11/2555 14:05:33


19 ศุกร

บทอานที่ 1

กจ 9:1-20

ขณะนั้น เซาโลมีความเคียดแคนคุกคามจะฆาบรรดาศิษยขององคพระผูเปนเจา... ขณะที่เขาเดินทางใกลถึงเมืองดามัสกัส ทันใดนั้นมีแสงสวางจากฟาลอมรอบตัวเขาไว เขาลมลงที่พื้นดินและไดยินเสียงกลาววา “เซาโล เซาโล ทานเบียดเบียนเราทําไม?” เมษายน เซาโลจึงถามวา “พระเจาขา พระองคคอื ใคร” พระองคตรัสวา “เราคือเยซู ซึง่ ทานกําลัง เบียดเบียน ทานจงลุกขึน้ เขาไปในเมืองแลวจะมีคนบอกใหทราบวาจะตองทําอะไร” คน ที่เดินทางพรอมกับเซาโลยืนนิ่งพูดไมออก เขาไดยินเสียงพูดแตไมเห็นใครเลย... สัปดาหที่ 3 ทีเ่ มืองดามัสกัสมีศษิ ยคนหนึง่ ชือ่ อานาเนีย องคพระผูเ ปนเจาทรงเรียกเขาในนิมติ เทศกาลปสกา “อานาเนีย!” อานาเนียทูลวา “ขาแตองคพระผูเปนเจา ขาพเจาอยูที่นี่” องคพระผูเปน สดด 117:1-2 เจาจึงตรัสแกเขาวา “จงลุกขึ้น ไปที่ถนนซึ่งเรียกวาถนนตรง จงไปที่บานของยูดาส ถาม ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 3 หาชายคนหนึง่ ชือ่ เซาโลทีม่ าจากเมืองทารซสั ขณะนีเ้ ซาโล กําลังอธิษฐานภาวนาอยู และ เห็นชายคนหนึ่งชื่ออานาเนียในนิมิตเขามาปกมือให เพื่อใหเขามองเห็นไดอีก... เพราะ ชายผูนี้เปนเครื่องมือที่เราเลือกสรรไวเพื่อนํานามของเราไปประกาศแกคนตางศาสนา บรรดากษัตริยและลูกหลานของอิสราเอล เราจะแสดงใหเขารูวา เขาจะตองทนทุกข ทรมานมากเทาใดเพราะนามของเรา” อานาเนียจึงจากไป และเขาไปในบาน ปกมือเหนือเซาโล กลาววา “เซา โลนองรัก พระเยซูองคพระผูเ ปนเจาซึง่ ทรงสําแดงพระองคแกทา นกลางทางทีท่ า นมานัน้ ทรงสงขาพเจามาเพือ่ ทานจะสามารถมองเห็นไดอีกและไดรับพระจิตเจาอยางเต็มเปยม” ทันใดนั้นมีสิ่งหนึ่งเหมือนเกล็ดตกจากตา ของเซาโล เขามองเห็นไดอีก จึงลุกขึ้นรับศีลลางบาป...

พระวรสาร

ยน 6:52-59

เวลานั้น ชาวยิวจึงเถียงกันวา ‘คนนี้เอาเนื้อของตนใหเรากินไดอยางไร?’ พระเยซูเจาตรัสตอบเขาวา “เราบอกความจริงแกทานทั้งหลายวา ถาทานไมกินเนื้อของบุตรแหงมนุษย และไมดมื่ โลหิตของเขา ทานจะไมมชี วี ติ ในตนเอง ผูท กี่ นิ เนือ้ ของเรา และดืม่ โลหิตของเรา ก็มชี วี ติ นิรนั ดร เรา จะทําใหเขากลับคืนชีพในวันสุดทาย เพราะวาเนื้อของเราเปนอาหารแท และโลหิตของเราเปนเครื่องดื่มแท ผู ที่กินเนื้อของเรา และดื่มโลหิตของเรา ก็ดํารงอยูในเรา และเราก็ดํารงอยูในเขา พระบิดาผูทรงชีวิตทรงสงเรา มา และเรามีชีวิตเพราะพระบิดาฉันใด ผูที่กินเนื้อของเรา จะมีชีวิตเพราะเราฉันนั้น นี่คือปงที่ลงมาจากสวรรค ไมเหมือนปงที่บรรดาบรรพบุรุษไดกิน แลวยังตาย ผูที่กินปงนี้จะมีชีวิตอยูตลอดไป” พระองคตรัสเชนนี้ขณะ ที่ทรงสอนในศาลาธรรมที่เมืองคาเปอรนาอุม

ใครคนหนึง่ จะพลิกฟน ชีวติ จากทีห่ ลงทางแลวหันชีวติ กลับมาสูท างเดินทีด่ งี ามถูกตอง เขาตองอาศัยพระ หรรษทานของพระเปนเจาชักนําเทานั้น ใคร ๆ อาจเลือกทางเดินชีวิตที่ตนเองชอบและกาวหนาได แตที่จะ เดินอยูบนหนทางของพระเจาที่พระองคสถิตอยูกับเขาและการงานของเขากาวหนาอยางมีคุณคาคือรับใช สังคมวงกวางได คนนั้นตองไดรับพระหรรษทานการเรียกจากพระเปนเจา หนาที่การงานของเราอาจดูวาไป ไดดแี ตจะไมมคี วามหมายอะไร ถามิไดรบั การสัมผัสแตะตองเสกอวยพรจากพระหัตถอนั ทรงฤทธิข์ องพระเปน เจา พระองคทรงสัมผัสเราและการงานอยางทรงพลังที่สุดเมื่อเราออกไปรับศีลมหาสนิทในมิสซา

04.indd 130

8/11/2555 14:05:34


บทอานที่ 1

กจ 9:31-42

ขณะนั้น พระศาสนจักรมีสันติภาพทั่วแควนยูเดีย กาลิลีและสะมาเรีย พระ ศาสนจักรเติบโตขึ้น มีความเคารพยําเกรงองคพระผูเปนเจา และไดรับกําลังใจจากพระ จิตเจาอยางเต็มเปยม เมื่อเปโตรเดินทางไปเยี่ยมผูมีความเชื่อในที่ตาง ๆ เขาไปเยี่ยม บรรดาผูศักดิ์สิทธิ์ที่อยูในเมืองลิดดาดวย ที่นั่นเขาพบชายคนหนึ่งชื่อไอเนอัส เปน อัมพาตนอนอยูบนแครมาแปดปแลว เปโตรจึงกลาวแกเขาวา “ไอเนอัสเอย พระเยซู คริสตเจาทรงรักษาทานใหหาย จงลุกขึ้นและเก็บที่นอนเถิด” เขาก็ลุกขึ้นทันที.... ในบรรดาศิษยที่เมืองยัฟฟามีหญิงคนหนึ่งชื่อทาบีธา (แปลวา “เนื้อทราย”) ไดทํา กิจการดีและใหทานเปนอันมาก ระหวางนั้นนางไดลมปวยและถึงแกกรรม เขาทําความ สะอาดศพและตัง้ ศพไวในหองชัน้ บน เมืองลิดดาอยูใ กลกบั เมืองยัฟฟา เมือ่ บรรดาศิษย ทราบวาเปโตรอยูที่เมืองลิดดา จึงสงชายสองคนไปเชิญเขา...เปโตรจึงสั่งใหทุกคนออก ไปขางนอก เขาคุกเขาอธิษฐานภาวนาแลวหันมาทางศพ กลาววา “ทาบีธาเอย! จงลุก ขึ้นเถิด” นางก็ลืมตาขึ้นมองดูเปโตรและลุกขึ้นนั่ง เปโตรจึงยื่นมือพยุงใหนางยืน แลว เรียกบรรดาผูศักดิ์สิทธิ์และบรรดาหญิงหมายเขามา ชี้ใหเห็นวานางยังมีชีวิตอยู เรื่องนี้ เปนที่รูกันไปทั่วเมืองยัฟฟา หลายคนมีความเชื่อในองคพระผูเปนเจา

พระวรสาร

20 เสาร

เมษายน

สัปดาหที่ 3 เทศกาลปสกา สดด 116:12-13, 14-16,17

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 3

ยน 6:60-69

เวลานั้น เมื่อศิษยหลายคนไดยินพระองคตรัสดังนี้ ไดกลาววา “ถอยคํานี้ขัดหูจริง ใครจะฟงได?” พระเยซูเจาทรงทราบโดยพระองควา บรรดาศิษยกาํ ลังบนกันถึงเรือ่ งนี้ จึงตรัสกับเขาวา “เรือ่ งนีท้ าํ ใหทา น สะดุดใจหรือ? แลวถาทานจะเห็นบุตรแหงมนุษยกลับขึน้ สูส ถานทีท่ เี่ คยอยูแ ตกอ นเลา ทานจะวาอยางไร? พระ จิตเจาเปนผูประทานชีวิต ลําพังมนุษยทําอะไรไมได วาจาที่เรากลาวแกทานทั้งหลายนั้นใหชีวิต เพราะมาจาก พระจิตเจา แตบางทานไมเชือ่ พระเยซูเจาทรงทราบตัง้ แตแรกแลววาผูใ ดไมเชือ่ และผูใ ดจะทรยศตอพระองค” พระองคตรัสตอไปวา “เพราะฉะนั้น เราจึงไดบอกทานทั้งหลายวา ไมมีผูใดมาหาเราได เวนแตผูที่พระ บิดาประทานใหเขามา” หลังจากนัน้ ศิษยหลายคนไดเปลีย่ นใจไมตดิ ตามพระองคอกี ตอไป พระเยซูเจาจึงตรัส กับอัครสาวกทั้งสิบสองคนวา “ทานทั้งหลายอยากจะไปดวยหรือ?” ซีโมน เปโตรทูลตอบวา “พระเจาขา พวกเราจะไปหาใครเลา? พระองคทรงมีพระวาจาแหงชีวิตนิรันดร พวกเราเชื่อและรูวาพระองคทรงเปนผูศักดิ์สิทธิ์ของพระเจา”

ทรัพยสมบัติประเสริฐสุดที่พระศาสนจักรมี คือศีลมหาสนิทที่พระเยซูเจาประทานใหแกพวกเรา ไมมี มนุษยคนใดจินตนาการไปถึงไดเลยวาเรื่องนี้จะเปนไปได แตดวยพระวาจาที่หนักแนนของพระเยซูเจาที่ตรัส ในพระคัมภีรเราจึงเชื่อและเมื่อเราเชื่อวาศีลมหาสนิทคือพระกายและพระโลหิตของพระเยซูเจาแลว เราจึง พูดประโยคเดียวกับที่นักบุญเปโตรทูลตอพระเยซูเจาได “เราจะไปหาใครพระเจาขา...” และถาเราสามารถ พูดประโยคนั้นไดเราก็สามารถทําอัศจรรยในพระนามของพระเยซูเจาเชนนักบุญเปโตรทําในบทอานวันนี้ อัศจรรยที่เราทําในพระนามพระเจาหมายถึงเราสามารถทําใหคนอื่นมีความเชื่อมั่นในพระเปนเจาประดุจ เหมือนทําใหพวกเขาและตัวเราไดมีชีวติ ใหมทุกวัน

04.indd 131

8/11/2555 14:05:35


21 อาทิตย

เมษายน

สัปดาหที่ 4 เทศกาลปสกา ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 4 ÇѹÀÒǹÒÊÒ¡Å à¾×èÍ¡ÃÐáÊàÃÕ¡

บทอานจากหนังสือกิจการอัครสาวก กจ 13:14,43-52 ในครั้งนั้น สวนคนอื่น ๆ เดินทางจากเมืองเปอรกาตอไปถึงเมืองอันทิโอกในแควน ปสีเดีย ครั้นถึงวันสับบาโตเขาเขาไปนั่งในศาลาธรรม เมื่อการประชุมเลิกแลว ชาวยิวและผูที่กลับใจมาเลื่อมใสศาสนายิวหลายคนเดิน ตามเปาโลและบารนาบัส ทั้งสองคนจึงสนทนากับเขาตอไปและตักเตือนใหมั่นคงอยูใน พระหรรษทานของพระเจา วันสับบาโตตอมา ชาวเมืองเกือบทัง้ หมดมาชุมนุมฟงพระวาจาของพระเจา เมือ่ ชาว ยิวเห็นประชาชนมากมายเชนนี้ ก็เกิดความอิจฉาอยางมาก จึงคัดคานคําพูดของเปาโล และดาวาเขา เปาโลและบารนาบัสตอบเขาอยางกลาหาญวา “จําเปนที่เราจะตองประกาศ พระวาจาของพระเจาใหทานฟงกอนผูอื่น แตเมื่อทานปฏิเสธไมยอมรับและไมคิดวาตน เหมาะสมจะรับชีวิตนิรันดร เราจึงหันไปหาคนตางศาสนา เพราะองคพระผูเปนเจามี พระบัญชาแกเราดังนี้วา “เราแตงตั้งทานใหเปนแสงสวางสองนานาชาติ เพื่อทานจะไดนําความรอดพนไปจนสุดปลายแผนดิน” เมือ่ คนตางศาสนาไดยนิ ดังนี้ ก็มคี วามยินดีและสรรเสริญพระวาจาของพระเจา และ ทุกคนที่พระเจาทรงกําหนดไวสําหรับชีวิตนิรันดร ก็มีความเชื่อ พระวาจาขององคพระผูเปนเจาแผไปทั่วแควนนั้น แตชาวยิวยุยงบรรดาสตรีชั้นสูง ทีเ่ ลือ่ มใสในศาสนายิวและบรรดาผูน าํ ของเมือง ใหเบียดเบียนเปาโลและบารนาบัส และ ขับไลทั้งสองคนออกไปจากดินแดนของตน เขาทั้งสองคนจึงสะบัดฝุนจากเทาเปน เครือ่ งหมายตัดความสัมพันธ แลวเดินทางตอไปยังเมืองอิโคนิยมุ บรรดาศิษยตา งมีความ ชื่นชมและไดรับพระจิตเจาอยางเต็มเปยม

เพลงสดุดี

สดด 100:1-4,5

ก) แผนดินทั้งมวลเอย จงโหรองสรรเสริญองคพระผูเปนเจาเถิด จงรับใชองคพระผูเปนเจาดวยความยินดี จงเขามาเฝาเฉพาะพระพักตรพระองค จงโหรองดวยความปรีดา จงรูไววาองคพระผูเปนเจาทรงเปนพระเจา พระองคทรงสรางเรา เราเปนของพระองค เปนประชากรของพระองค เปนฝูงแกะที่ทรงเลี้ยงดู จงเขาประตูของพระองค พลางขับรองขอบพระคุณ จงขอบพระคุณพระองค และถวายพระพรแดพระนามของพระองค ข) เพราะองคพระผูเปนเจามีพระทัยดี ความรักมั่นคงของพระองคดํารงอยูเปนนิตย ความซื่อสัตยของพระองคคงอยูทุกยุคทุกสมัย

04.indd 132

8/11/2555 14:05:37


บทอานจากหนังสือวิวรณ

วว 7:9,14ข-16

หลังจากนั้น ขาพเจาเห็นนิมิต ประชาชนมากมาย เหลือคณานับจากทุกชาติ ทุกเผา ทุกประเทศและทุก ภาษา กําลังยืนอยูเฉพาะพระบัลลังกและเฉพาะพระ พักตรลูกแกะ ทุกคนสวมเสื้อขาว ถือใบปาลม เขาจึงบอกขาพเจาวา “คนเหลานี้คือผูที่มาจากการ เบียดเบียนครั้งใหญ เขาซักเสื้อของเขาจนขาวในพระ โลหิตของลูกแกะ ดังนั้น เขาจึงอยูหนาพระบัลลังกของ พระเจา จะรับใชพระองคทงั้ กลางวันกลางคืนในพระวิหาร ของพระองค พระองคผูประทับบนพระบัลลังกจะทรง พํานักอยูก บั เขา เขาทัง้ หลายจะไมหวิ หรือกระหายอีกเลย แสงแดดหรือความรอนจะไมแผดเผาเขาอีก เพราะลูก แกะที่ประทับยืนอยูกลางพระบัลลังก จะทรงเลี้ยงดูเขา จะทรงนําเขาไปยังธารนํ้าพุแหงชีวิต และพระเจา จะทรงเช็ดนํ้าตาทุกหยดจากดวง���าของเขา”

บทอานจากพระวรสารนักบุญยอหน ยน 10:27-30 เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสวา “แกะของเรายอมฟงเสียงของเรา เรารูจักมัน และมันก็ตามเรา เราให ชีวิตนิรันดรกับแกะเหลานั้น และมันจะไมพินาศเลยตลอดนิรันดร ไมมีใครแยงชิงแกะเหลานั้นไปจากมือ เราได พระบิดาของเรา ผูประทานแกะเหลานี้ใหเรา ทรงยิ่งใหญกวาทุกคน และไมมีใครแยงชิงไปจาก พระหัตถของพระบิดาได เรากับพระบิดาเปนหนึ่งเดียวกัน”

ปสกาของพระเยซูเจาเปนชัยชนะทีท่ รงไถเรามนุษยใหรอดพนจากความตายมาสูช วี ติ นิรนั ดร ชัยชนะ นีม้ ใิ ชไดมาดวยแสนยานุภาพแบบชาวโลก แตดว ยการยอมปฏิบตั ติ ามพระประสงคของพระบิดา พระองค ทรงถอมองคลงมาบังเกิดเปนมนุษย รับทนทรมาน สิ้นพระชนมและเสด็จคืนพระชนม บรรดาผูไดรับ ชัยชนะ 144,000 คน อันเปนตัวเลขสัญลักษณหมายถึงครบถวนไมขาดหาย พวกเขาก็ตองปฏิบัติตาม พระประสงคของพระบิดา มิใชตามใจตัวเอง เราไดรับการชําระเสื้อใหขาวสะอาดในพระโลหิตของพระ ชุมพานอยแลว แตจะไดอยูในหมูผูไดรับชัยชนะนี้อยูที่วาเราจะยอมฟงเสียงของพระองคและติดตาม พระองคไปจนตลอดชีวิตหรือไมเมื่อมีการทดลองใหตองละนํ้าใจตนเองเชื่อฟงพระองค

04.indd 133

8/11/2555 14:05:38


22 จันทร

บทอานที่ 1

กจ 11:1-18

บรรดาอัครสาวกและพีน่ อ งทีอ่ ยูใ นแควนยูเดียทราบวาคนตางศาสนาไดยอมรับพระ วาจาของพระเจาดวย เมื่อเปโตรขึ้นไปที่กรุงเยรูซาเล็ม บรรดาผูมีความเชื่อที่เขาสุหนัต มาตําหนิเขา... เปโตรจึงเริ่มเลาเหตุการณที่เกิดขึ้นใหเขาฟงตามลําดับวา เมษายน “วันหนึ่ง ขณะที่ขาพเจากําลังอธิษฐานภาวนาอยูที่เมืองยัฟฟา ขาพเจาเขาสูภวังค และเห็นนิมิต สิ่งหนึ่งคลายผาผืนใหญ ถูกมัดไวทั้งสี่มุมกําลังถูกหยอนลงจากทองฟา มาตรงที่ขาพเจาอยู ขาพเจาจองดูสิ่งนั้นอยางตั้งใจ ก็เห็นสัตวสี่เทา สัตวปา สัตวเลื้อย สัปดาหที่ 4 คลานของแผนดิน และนกในทองฟา ขาพเจาไดยนิ เสียงหนึง่ กลาวแกขา พเจาวา “เปโตร เทศกาลปสกา เอย จงลุกขึ้น ฆาสัตวเหลานี้กินซิ” ขาพเจาทูลตอบวา “ทําไมได พระเจาขา เพราะสิ่งมี สดด 42:2-3,43:3,4 มลทินและไมสะอาดไมเคยเขาปากขาพเจาเลย” เสียงจึงตอบจากทองฟาเปนครั้งที่สอง ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 4 วา “สิง่ ทีพ่ ระเจาทรงชําระใหสะอาดแลว ทานอยาเรียกวามีมลทินเลย” เสียงจากทองฟา Çѹ¤ØŒÁ¤ÃͧâÅ¡ นี้เกิดขึ้นถึงสามครั้ง แลวทุกสิ่งก็ถูกดึงขึ้นไปบนทองฟา... ขณะที่ขาพเจาเริ่มพูด พระจิตเจาก็เสด็จลงมาเหนือเขาเหลานั้น เหมือนกับที่ได เสด็จลงมาเหนือเราในตอนแรก ขาพเจาจึงระลึกถึงพระวาจาที่องคพระผูเปนเจาตรัสไว วา “ยอหนไดทําพิธีลางดวยนํ้า แตทานทั้งหลายจะไดรับการลางเดชะพระจิตเจา” ถา พระเจาประทานพระพรแกเขาเชนเดียวกับที่ไดประทานแกเรา เมื่อเราเชื่อในพระเยซูคริสต องคพระผูเปนเจา แลว ขาพเจาเปนใครเลาที่จะขัดขวางพระเจาได?!”...

พระวรสาร

ยน 10:1-10

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสวา “เราบอกความจริงแกทานทั้งหลายวา ผูที่ไมเขาคอกแกะทางประตู แตปน เขาทางอื่น ก็เปนขโมยและโจร ผูที่เขาทางประตูก็เปนผูเลี้ยงแกะ คนเฝาประตูยอมเปดประตูใหเขาเขาไป บรรดาแกะก็ฟงเสียงเขา เขาเรียกชื่อแกะของตนทีละตัว และพาออกไปขางนอก เมื่อเขาพาแกะออกไปหมด แลว เขาจะเดินนําหนา และแกะก็ตามไปเพราะจําเสียงของเขาได แกะจะไมตามคนแปลกหนาเลย แตจะหนี จากเขา เพราะไมรูจักเสียงของคนแปลกหนา” พระเยซูเจาตรัสอุปมาเรื่องนี้ใหคนเหลานั้นฟง แตเขาไมเขาใจ วาสิ่งที่พระองคตรัสนั้นหมายความวาอะไร พระเยซูเจายังตรัสกับเขาอีกวา “เราบอกความจริงแกทานทั้งหลายวา เราเปนประตูคอกแกะ ทุกคนที่มา กอนหนาเรา เปนขโมยและโจร แตแกะมิไดฟง เสียงของเขาเหลานัน้ เราเปนประตู ผูท เี่ ขามาทางเราก็จะรอดพน เขาจะเขาจะออก และจะพบทุงหญา ขโมยยอมมาเพื่อขโมย ฆาและทําลาย เรามาเพื่อใหแกะมีชีวิต และมี ชีวิตอยางสมบูรณ”

วิธที จี่ ะมีแกะแตฝูงเดียวนัน้ เปนไปในแบบทีน่ ักบุญเปโตรคอย ๆ เปดประตูพระศาสนจักรออกแกคนตาง ศาสนาตามนิมติ ของพระเปนเจาทีท่ า นไดเห็น พระเยซูเจาทรงเปนประตูคอกแกะทีเ่ ราจะเขาไป ประตูนจี้ งึ นา เดินเขาไปเพราะพระเยซูเจาทรงมีพระเมตตารักตอพวกเรา พระองคทรงรูจ กั เราทีก่ าํ ลังเดินเขาไปในพระองค หนทางเดียวทีจ่ ะไดรอดพนคือเดินเขาไปหาพระเยซูเจา เชือ่ และพํานักในพระองค การไดรจู กั พระเยซูเจาแปล วาสนิทสัมพันธกับพระองคเปนคูชีวิตกันไมทอดทิ้งกัน การจะรูจักแบบนี้มีทางเดียวคือเขาไปคุกเขาสวดขอ พระองคเปดประตูรับเรา

04.indd 134

8/11/2555 14:05:39


บทอานที่ 1

กจ 11:19-26

ในครั้งนั้น การเบียดเบียนที่เกิดขึ้นสมัยสเทเฟน ทําใหบรรดาศิษยกระจัดกระจาย ไป และมาถึงแควนเฟนีเซีย เกาะไซปรัสและเมืองอันทิโอก บรรดาศิษยประกาศพระ วาจาแกชาวยิวเทานั้น ในบรรดาคนเหลานี้ บางคนเปนชาวไซปรัสและชาวไซรีน เขาไป ถึงเมืองอันทิโอก เทศนสอนชาวกรีกดวย ประกาศขาวดีเรือ่ งพระเยซู องคพระผูเ ปนเจา พระหัตถขององคพระผูเปนเจาอยูกับเขา คนจํานวนมากเชื่อและกลับใจมาหาองค พระผูเปนเจา บรรดาศิษยในพระศาสนจักรที่กรุงเยรูซาเล็มรูขาวนี้ จึงสงบารนาบัสไปยังเมือง อันทิโอก เมือ่ บารนาบัสมาถึงและเห็นผลแหงพระหรรษทานของพระเจา ก็มคี วามชืน่ ชม จึงเตือนทุกคนใหมีจิตใจซื่อสัตยมั่นคงตอองคพระผูเปนเจา บารนาบัสเปนคนดี เปยม ดวยความเชือ่ และพระจิตเจา จึงมีผคู นจํานวนมากเขามาเปนศิษยขององคพระผูเ ปนเจา บารนาบัสเดินทางไปที่เมืองทารซัสเพื่อตามหาเซาโล เมื่อพบแลว ก็พามาที่เมือง อันทิโอก ทัง้ สองคนอยูร ว มกันในพระศาสนจักรทีน่ นั่ เปนเวลาหนึง่ ปเต็ม สัง่ สอนคนเปน จํานวนมาก ที่เมืองอันทิโอกนี้เองบรรดาศิษยไดรับชื่อวา “คริสตชน” เปนครั้งแรก

พระวรสาร

23 อังคาร

เมษายน น.ยอรจ มรณสักขี

สดด 87:1-3,4-5,6-7

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 4

ยน 10:22-30

ขณะนั้นเปนเทศกาลฉลองพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม และเปนฤดูหนาว พระเยซู เจาทรงพระดําเนินอยูในพระวิหารที่เฉลียงซาโลมอน ชาวยิวมาลอมพระองคไว ทูลวา “ทานจะปลอยใหใจของพวกเราสงสัยอยูนานเทาใด ถาทานเปนพระคริสตเจา ก็จงบอก พวกเราใหชัดเจนเถิด” พระเยซูเจาตรัสตอบเขาวา “เราบอกทานทั้งหลายแลว แตทานไมเชื่อ กิจการที่เรา ทําในนามของพระบิดาของเราก็เปนพยานใหเรา แตทา นไมเชือ่ เพราะทานไมใชแกะของ เรา แกะของเรายอมฟงเสียงของเรา เรารูจักมัน และมันก็ตามเรา เราใหชีวิตนิรันดรกับ แกะเหลานั้น และมันจะไมพินาศเลยตลอดนิรันดร ไมมีใครแยงชิงแกะเหลานั้นไปจาก มือเราได พระบิดาของเราผูประทานแกะเหลานี้ใหเรา ทรงยิ่งใหญกวาทุกคน และไมมี ใครแยงชิงไปจากพระหัตถของพระบิดาได เรากับพระบิดาเปนหนึ่งเดียวกัน”

บารนาบัสเปนคนจิตใจดีงาม เมือ่ เขารูว า สนามแพรธรรมเมืองอันทิโอกเปนเชนไรแลวเขารู��� ดทนั ทีวา จะ ตองตามคนที่เหมาะสมอยางเปาโลมาทํางานดวยกันที่นี่ เพราะในขณะนั้นเปาโลอยูเฉย ๆ ที่บานในเมือง ทารซัส เปนเวลา 6 ปแลว แลวชีวิตฉากใหมของนักบุญเปาโลก็เริ่มตนขึ้นอยางมีชีวิตชีวาที่อันทิโอก ใครใน หมูพวกเราจะมีจิตใจดีงามเยี่ยงบารนาบัส คงมีใครอีกหลายคนที่ชวี ิตสะดุดลมลงและกําลังเก็บตัวอยูในซอก หลืบที่ไหนสักแหงของสังคม จะมีใครเปนเชนบารนาบัสไปฉุดเขาออกมาเพื่อเปดประตูบานใหมแหงชีวิตให พระเยซูเจาทรงใชเราใหไปทําหนาทีแ่ บบบารนาบัสเพือ่ จะไดมคี นอยางนักบุญเปาโลอีกในพระศาสนาของเรา

04.indd 135

8/11/2555 14:05:40


24 พุธ

บทอานที่ 1

กจ 12:24-13:5ก

ในครั้งนั้น พระวาจาของพระเจาไดแพรหลายยิ่งขึ้น และผูมีความเชื่อก็ทวีจํานวน ขึน้ ดวย บารนาบัสและเซาโลเสร็จภารกิจทีก่ รุงเยรูซาเล็มแลว จึงกลับมาทีเ่ มืองอันทิโอก โดยพายอหน ที่รูจักในนามวา มาระโก มาดวย เมษายน ในพระศาสนจักรที่เมืองอันทิโอก มีประกาศกและอาจารย คือบารนาบัส สิเมโอน ที่เรียกกันวาคนดํา ลูสิอัสชาวไซรีน มานาเอนซึ่งไดรับการศึกษาอบรมมาดวยกันกับ น.ฟเดลิส กษัตริยเฮโรดอันทิปส และคนสุดทายคือเซาโล ขณะที่เขารวมพิธีนมัสการองคพระผู แหงซิกมาริงเก็น เปนเจาและจําศีลอดอาหาร พระจิตเจาตรัสวา “ทานทั้งหลายจงแยกบารนาบัสและ พระสงฆ และมรณสักขี เซาโลไวสําหรับงานที่เราเรียกเขาใหมาทําเถิด” เมื่อเขาจําศีลอดอาหารและอธิษฐาน สดด 67:1-2,3-7 ภาวนาแลว จึงปกมือเหนือบารนาบัสและเซาโล แลวสงเขาทั้งสองคนออกไปทํางาน เมือ่ บารนาบัสและเซาโลไดรบั มอบภารกิจจากพระจิตเจาแลว จึงเดินทางไปยังเมือง ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 4 Çѹ¤ÅŒÒÂÇѹÊÁ³ÀÔàÉ¡ÊÁà´ç¨ เซลูเคียและจากที่นั่นก็แลนเรือไปยังเกาะไซปรัส ครั้นถึงเมืองซาลามิส ทั้งสองคน ¾ÃÐÊѹμлһÒàºà¹´Ô¡μ·Õè 16 ประกาศพระวาจาของพระเจาในศาลาธรรมของชาวยิว

พระวรสาร

ยน 12:44-50

เวลานั้น พระเยซูเจาประกาศเสียงดังวา “ผูที่เชื่อในเรา ไมไดเชื่อในเราเทานั้น แต เชื่อในพระองคผูทรงสงเรามาดวย ผูที่เห็นเรา ก็เห็นพระองคผูทรงสงเรามา เราเขามา ในโลกเปนแสงสวาง เพื่อใหทุกคนที่เชื่อในเราไมอยูในความมืด ถาผูใดไดยินวาจาของ เรา แลวไมปฏิบัติตาม เราไมตัดสินลงโทษเขา เพราะเราไมไดมาเพื่อตัดสินลงโทษโลก แตมาเพื่อชวยโลกใหรอดพน ผูที่ไมยอมรับเรา และไมยอมรับวาจาของเรา ก็มีผูตัดสิน ลงโทษเขาแลว วาจาที่เราไดกลาวนั้น จะตัดสินลงโทษเขาในวันสุดทาย เพราะเรามิได พูดตามใจของเรา แตพระบิดาผูทรงสงเรามา ไดทรงบัญชาวาเราตองกลาวอะไร และ กลาวอยางไร เราทราบวา พระบัญชาของพระองคเปนชีวิตนิรันดร ดังนั้น สิ่งที่เรากลาว นั้น เราก็กลาวดังที่พระบิดาไดทรงกลาวแกเรา”

การเดินทางแพรธรรมครั้งแรกของนักบุญเปาโลประกอบดวยบารนาบัส ยอหน และมาระโก พระ ศาสนจักรเมืองอันทิโอกแผขยายกวางขวางขึ้น ผูกลับใจมีทุกชนชั้นแมพวกนักการศึกษาที่รวมชั้นเรียนกับ กษัตริยก ย็ งั มี ทุกวันนีผ้ รู บั ศีลลางบาปเปนคริสตังก็มที กุ ชนชัน้ แบบเดียวกัน เปนเรือ่ งนาแปลกใจวาใครก็ตาม ที่มีการศึกษาหรือเรียนในระดับสูงเมื่อไดฟงเรื่องของพระเยซูเจาแลวจะรับพระองคไวไดงาย เรื่องของพระ เยซูเจาเปนเรือ่ งของความจริงทีป่ ฏิเสธไมได ความจริงเกีย่ วกับการอุทศิ ตนเพือ่ ผูอ น่ื ซึง่ ใครในโลกก็ปรารถนา จะไปใหถึงจุดนั้น การดําเนินชีวิตมีคุณคาตอสังคม อุทิศตนเพื่อสวนรวมและเพื่อพระเจาเปนความจริงที่ใคร ก็มิอาจปฏิเสธไดโดยเฉพาะผูที่ผานชีวิตมามาก เรียนมาก เขาใจชีวิตอยางถองแท ยิ่งรักพระเยซูเจาไดงาย

04.indd 136

8/11/2555 14:05:42


บทอานที่ 1

1 ปต 5:5ข-14

25 พฤหัสบดี

ทานทีร่ กั ยิง่ ทัง้ หลาย จงมีความถอมตนตอกันเถิดเพราะพระเจาทรงตอตานคนเยอ หยิง่ จองหอง แตประทานพระหรรษทานแกผถู อ มตน ดังนัน้ จงถอมตนลงอยูใ ตพระหัตถ ทรงฤทธิ์ของพระเจา เพื่อพระองคจะไดทรงยกยองทานขึ้นเมื่อถึงเวลาอันควร จงละ เมษายน ความกระวนกระวายทั้งมวลของทานไวกับพระองค เพราะพระองคทรงหวงใยทาน จงมี สติสัมปชัญญะและตื่นตัวอยูเสมอ เพราะศัตรูของทานคือมารกําลังดักวนเวียนอยู ฉลอง น.มาระโก รอบ ๆ ดุจสิงหโตคําราม เสาะหาคนที่มันจะกัดกินได จงตอสูมันดวยใจมั่นคงในความ เชือ่ จงรูว า บรรดาพีน่ อ งผูม คี วามเชือ่ ทัว่ โลกก็ประสบความทุกขลาํ บากเชนเดียวกัน และ ผูนิพนธพระวรสาร สดด 89:1-2,5-7, เมื่อทานไดทนทุกขอยูชั่วขณะหนึ่งแลว พระเจาผูประทานพระหรรษทานทุกประการ 15-16 ผูท รงเรียกทานใหมารับพระสิรริ งุ โรจนนริ นั ดรในพระคริสตเจา จะทรงฟน ฟูทา นใหมนั่ คง มีกําลังเขมแข็ง และจะทรงพยุงทานไว ขอพระอานุภาพจงมีแดพระองคตลอดนิรันดร อาเมน ขาพเจาเขียนจดหมายสั้น ๆ ฉบับนี้ ดวยความชวยเหลือของสิลวานัสซึ่งขาพเจา นับถือวาเปนพี่นองที่ซื่อสัตย ขาพเจาเตือนสติทานและยืนยันวานี่เปนพระหรรษทาน แทจริงของพระเจา จงยืนหยัดมั่นคงในพระหรรษทานนี้เถิด พระศาสนจักรที่กรุงบาบิโลนซึ่งพระเจาทรงเลือกสรรไวเชนเดียวกับที่ไดทรงเลือกสรรทาน ขอฝากความ คิดถึงทาน มาระโกบุตรของขาพเจาก็ฝากความคิดถึงทานดวย จงทักทายกันดวยการจุมพิตแสดงความรัก ขอ สันติสุขจงอยูกับทานทั้งหลายซึ่งดํารงอยูในพระคริสตเจาเถิด

พระวรสาร

มก 16:15-20

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสกับอัครสาวกทั้งสิบเอ็ดคนวา “ทานทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก ประกาศขาวดีให มนุษยทงั้ ปวง ผูท เี่ ชือ่ และรับศีลลางบาปก็จะรอดพน ผูท ไี่ มเชือ่ จะถูกตัดสินลงโทษ ผูท เี่ ชือ่ จะทําอัศจรรยเหลา นี้ได คือจะขับไลปศาจในนามของเรา จะพูดภาษาใหม ๆ ได จะจับงูได และถาดื่มยาพิษก็จะไมไดรับอันตราย เขาจะปกมือเหนือคนเจ็บ คนเจ็บเหลานั้นก็จะหายจากโรคภัย” เมื่อพระเยซู องคพระผูเปนเจาตรัสดังนี้แลว พระเจาทรงรับพระองคขึ้นสูสวรรค ใหประทับ ณ เบื้องขวา บรรดาศิษยก็แยกยายกันออกไปเทศนาสั่งสอนทั่วทุกแหงหน องคพระผูเ ปนเจาทรงทํางานรวมกับเขา และทรง รับรองคําสัง่ สอนโดยอัศจรรยทต่ี ดิ ตามมา

วันนีเ้ ราไดฉลองนักบุญมาระโก ผูร ว มเดินทางไปแพรธรรมครัง้ แรกกับนักบุญเปาโลและบารนาบัส ทีส่ ดุ ไดเปนลูกศิษยของนักบุญเปโตรตามที่อางไวในบทอานวันนี้ เราจึงไมแปลกใจเลยวาทําไมนักบุญมาระโกจึง เขียนพระประวัติของพระเยซูเจาจนสําเร็จเปนพระวรสารได นักบุญเปโตรคงเลาเรื่องพระเยซูเจาใหทานฟง และคําสอนของนักบุญเปโตรในจดหมายของทานวันนี้ก็เปนขอเขียนที่ไพเราะยอดเยี่ยมมาก เราจึงเขาใจได วาทําไมนักบุญมาระโกจึงสามารถนิพนธพระวรสารได คําสอนเรือ่ งความถอมตนลงอยูใ ตพระหัตถอนั ทรงฤทธิ์ ของพระเจา ไมหยิ่งจองหองอวดดีตอพระเจา คือรากฐานของการไดอยูในพระพรของพระเจานั่นเอง

04.indd 137

8/11/2555 14:05:43


26 ศุกร

เมษายน

สัปดาหที่ 4 เทศกาลปสกา สดด 2:6-7,8-9, 10-11

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 4

พระวรสาร

บทอานที่ 1

กจ 13:26-33

ในครั้งนั้น เมื่อเปาโลมาถึงเมืองอันทิโอกในแควนปสิเดีย ทานกลาวในศาลาธรรม วา “พีน่ อ งทัง้ หลาย ผูเ ปนบุตรจากเชือ้ สายของอับราฮัมและทานทีเ่ คารพยําเกรงพระเจา พระเจาทรงสงขาวเรื่องความรอดพนนี้แกเรา ชาวกรุงเยรูซาเล็มและบรรดาหัวหนาของ เขาไมยอมรับพระเยซูเจา จึงตัดสินลงโทษพระองค ทําใหถอยคําของบรรดาประกาศกที่ อานกันทุกวันสับบาโตเปนความจริง แมวา เขาไมพบเหตุผลทีจ่ ะประหารพระองคได เขา ก็ยังขอปลาตใหประหารพระองค เมื่อทําใหทุกสิ่งที่เขียนไวเกี่ยวกับพระองคเปนความ จริงแลว เขาจึงปลดพระองคลงจากไมกางเขนและนําไปวางไวในพระคูหา แตพระเจา ทรงบันดาลใหพระองคกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผูตาย ตลอดเวลาหลายวันพระ องคทรงสําแดงพระองคแกผูท่ีเดินทางจากแควนกาลิลีมายังกรุงเยรูซาเล็มพรอมกับ พระองค และบัดนี้เขาทั้งหลายเปนพยานยืนยันถึงพระองคตอหนาประชาชน เราขอประกาศขาวดีใหทานทั้งหลายทราบวา พระสัญญาที่ประทานแกบรรดา บรรพบุรุษนั้น พระเจาทรงกระทําใหเปนความจริงสําหรับเราทั้งหลายผูเปนลูกหลาน โดยทรงบันดาลใหพระเยซูเจากลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผูตาย ดังที่มีเขียนไวใน เพลงสดุดีบทที่สองวา “ทานเปนบุตรของเรา เราใหกําเนิดทานในวันนี้”

ยน 14:1-6

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสกับบรรดาศิษยวา “ขอใจของทานทั้งหลายอยาหวั่นไหวเลย จงเชื่อในพระเจา และเชื่อในเราดวย ในบานพระบิดาของเรา มีที่พํานักมากมาย ถาไมมี เราคงไดบอกทานแลว เรากําลังไปเตรียมที่ใหทาน และเมื่อเราไป และเตรียมที่ให ทานแลว เราจะกลับมารับทานไปอยูกับเราดวย เพื่อวาเราอยูที่ใด ทานทั้งหลายจะอยูที่นั่นดวย ที่ที่เราจะไป นั้น ทานก็รูจักหนทางแลว” โทมัสทูลวา ‘พระเจาขา พวกเราไมทราบวาพระองคกําลังเสด็จไปที่ใด แลวจะรูจักหนทางไดอยางไร?’ พระเยซูเจาตรัสตอบเขาวา “เราเปนหนทาง ความจริง และชีวิต ไมมีใครไปเฝาพระบิดาไดนอกจากผาน ทางเรา”

เราไมมีทางจะยกตัวเองขึ้นไดเลย หนทางเดียวคือพระเจาทรงถอมพระองคลงมาจากสวรรค บังเกิด เปนมนุษยในโลกนี้คือองคพระเยซูเจาผูซึ่งเปนหนทางเดียวที่เราจะตองเดินผานทางพระองคเขาสูสวรรค พระองคเปนความจริงที่วา เพียงหนทางนี้เทานั้นเราจึงจะพบสิ่งสูงสุดคือไดชีวิตนิรันดรในโลกหนา -เราจะ เดินทางไปสวรรค ตองมั่นใจเสียกอนวาเสนทางไหนที่จะนําเราไปถึงองคพระผูเปนเจา –หนทางเดียวคือการ เขาหาองคพระเยซูเจาเพือ่ จะเชือ่ มัน่ ในพระองค –หนทางเดียวนีพ้ ระองคทรงถอมองคลงมาบังเกิดเปนมนุษย เพื่อใหเรารูจักและเดินทางผานทางพระองค –ผานทางพระองคหมายถึง เขามาเชื่อในพระองคเพื่อรักและ เปนหนึ่งเดียวกับพระองคทางศีลศักดิ์สิทธิ์ เรามีประสบการณกับพระเยซูเจาหรือไม?

04.indd 138

8/11/2555 14:05:44


บทอานที่ 1

กจ 13:44-52

27 เสาร

วันสับบาโตตอมา ชาวเมืองเกือบทัง้ หมดมาชุมนุมฟงพระวาจาของพระเจา เมือ่ ชาว ยิวเห็นประชาชนมากมายเชนนี้ ก็เกิดความอิจฉาอยางมาก จึงคัดคานคําพูดของเปาโล และดาวาเขา เมษายน เปาโลและบารนาบัสตอบเขาอยางกลาหาญวา “จําเปนที่เราจะตองประกาศ พระวาจาของพระเจาใหทานฟงกอนผูอื่น แตเมื่อทานปฏิเสธไมยอมรับและไมคิดวาตน เหมาะสมจะรับชีวิตนิรันดร เราจึงหันไปหาคนตางศาสนา เพราะองคพระผูเ ปนเจามีพระ สัปดาหที่ 4 บัญชาแกเราดังนี้วา “เราแตงตั้งทานใหเปนแสงสวางสองนานาชาติ เพื่อทานจะไดนํา เทศกาลปสกา ความรอดพนไปจนสุดปลายแผนดิน” สดด 98:1-2,3-4 เมือ่ คนตางศาสนาไดยนิ ดังนี้ ก็มคี วามยินดีและสรรเสริญพระวาจาของพระเจา และ ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 4 ทุกคนที่พระเจาทรงกําหนดไวสําหรับชีวิตนิรันดร ก็มีความเชื่อ พระวาจาขององคพระผูเปนเจาแผไปทั่วแควนนั้น แตชาวยิวยุยงบรรดาสตรีชั้นสูง ทีเ่ ลือ่ มใสในศาสนายิวและบรรดาผูน าํ ของเมือง ใหเบียดเบียนเปาโลและบารนาบัส และ ขับไลทงั้ สองคนออกไปจากดินแดนของตน เขาทัง้ สองคนจึงสะบัดฝุน จากเทาเปนเครือ่ งหมายตัดความสัมพันธ แลวเดินทางตอไปยังเมืองอิโคนิยุม บรรดาศิษยตางมีความชื่นชมและไดรับพระจิตเจาอยางเต็มเปยม

พระวรสาร

ยน 14:7-14

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสกับบรรดาศิษยวา “ถาทานทัง้ หลายรูจ กั เรา ทานก็รจู กั พระบิดาของเราดวย บัดนี้ ทานก็รจู กั พระบิดา และเห็นพระองคแลว” ฟลิปทูลวา “พระเจาขา โปรดทําใหพวกเราไดเห็นพระบิดาเถิด เทานี้ก็พอแลว” พระเยซูเจาตรัสวา “ฟลิปเอย เราอยูกับทานมานานเพียงนี้แลว ทานยังไมรูจักเราอีกหรือ ผูที่เห็นเรา ก็ เห็นพระบิดาดวย ทานพูดไดอยางไรวา ‘โปรดทําใหพวกเราไดเห็นพระบิดาเถิด’ ทานไมเชือ่ หรือวา เราดํารงอยู ในพระบิดา และพระบิดาทรงดํารงอยูในเรา วาจาที่เราบอกกับทานทั้งหลายนี้ เรามิไดพูดตามใจของเรา แต พระบิดาผูสถิตในเรา ทรงกระทํากิจการของพระองค ทานทั้งหลายจงเชื่อเราเถิดวา เราดํารงอยูในพระบิดา และพระบิดาก็ทรงดํารงอยูใ นเรา หรืออยางนอยทานทัง้ หลายจงเชือ่ เพราะกิจการเหลานีเ้ ถิด เราบอกความจริง กับทานทั้งหลายวา ผูที่เชื่อในเรา ก็จะทํากิจการที่เรากําลังทําอยูดวย และจะทํากิจการที่ใหญกวานั้นอีก เพราะ เรากําลังจะไปเฝาพระบิดา สิ่งใดที่ทานทั้งหลายขอในนามของเรา เราจะทําสิ่งนั้น เพื่อพระบิดาจะไดรับพระสิริ รุงโรจนในพระบุตร ถาทานทั้งหลายขอสิ่งใดในนามของเรา เราจะทําให”

เรื่องของเปาโลในบทอานแรกมีบทสอนของคนที่พบพระเยซูเจาแลวแตเลยผานไป คือชาวยิวที่จับ พระองคไปมอบแกชาวโรมันใหตรึงพระองคกับกางเขน คนที่ไดยินไดฟงเรื่องของพระผูถอมพระองคลงมา เปนหนทางใหเราเขาหา เพราะเปนหนทางเดียวที่เราจะเดินทางไปสวรรคแลวไมเฉยเมยก็จะไมพลาดเหมือน ชาวยิวเหลานัน้ เราจงเขาไปเชือ่ ในพระเยซูเจาเสมือนเรากําลังเดินบนเสนทางเดียวทีจ่ ะนําเราไปสูช วี ติ นิรนั ดร คือเมืองสวรรคไดสําเร็จ

04.indd 139

8/11/2555 14:05:46


28 อาทิตย

เมษายน

สัปดาหที่ 5 เทศกาลปสกา ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 1

บทอานจากหนังสือกิจการอัครสาวก กจ 14:20ข-27 วันรุงขึ้นเปาโลก็ออกเดินทางกับบารนาบัสไปยังเมืองเดอรบี ทั้งสองคนประกาศ ขาวดีที่เมืองนั้น ไดศิษยเปนจํานวนมาก แลวจึงกลับไปเมืองลิสตรา เมืองอิโคนียุมและ เมืองอันทิโอกแหงแควนปสีเดีย เขาทั้งสองคนใหกําลังใจบรรดาศิษย ตักเตือนใหมั่นคง อยูในความเชื่อ พูดวา “พวกเราจําเปนตองฟนฝาความทุกขยากเปนอันมากจึงจะเขาสู พระอาณาจักรของพระเจาได” เปาโลและบารนาบัสแตงตัง้ ผูอ าวุโสในกลุม คริสตชนแตละ กลุม เขาอธิษฐานภาวนาพรอมกับจําศีลอดอาหาร แลวฝากบรรดาผูอาวุโสเหลานี้ไวกับ องคพระผูเปนเจา ซึ่งเขาทั้งหลายมีความเชื่อ ทั้งสองคนเดินทางผานแควนปสิเดีย มา ถึงแควนปมฟเลีย ประกาศพระวาจาที่เมืองเปอรกา แลวจึงไปยังเมืองอัตตาเลีย จากนั้น เขาลงเรือกลับไปยังเมืองอันทิโอกแหงซีเรีย กอนที่เขาทั้งสองจะออกเดิน ทางจากเมืองอันทิโอก บรรดาคริสตชนเคยฝากเขาไวกับพระหรรษทานของพระเจาเพื่อ งานที่เขาเพิ่งกระทําสําเร็จ เมื่อไปถึง เปาโลและบารนาบัสก็เรียกประชุมกลุมคริสตชน เลาทุกสิ่งที่พระเจาทรงกระทําโดยผานตนวา พระเจาทรงเปดประตูแหงความเชื่อใหคน ตางศาสนา

เพลงสดุดี

สดด 145:8-10,11-12,13ก

ก) องคพระผูเปนเจาโปรดปรานและทรงพระเมตตากรุณา กริ้วชาและทรงความรักมั่นคงอยางเต็มเปยม องคพระผูเปนเจาทรงพระทัยดีแกทุกคน ความออนโยนของพระองคครอบคลุมสิ่งสรางทั้งมวล ขาแตองคพระผูเปนเจา ขอใหสิ่งสรางทั้งมวลสรรเสริญพระองค ขอใหผูจงรักภักดีตอพระองคถวายพระพรแดพระองค ข) เขาจะพูดถึงพระสิริรุงโรจนแหงพระอาณาจักรของพระองค และเลาถึงพระอานุภาพของพระองค บุตรแหงมนุษยจะไดรูถึงพระอานุภาพของพระองค พระสิริรุงโรจนและความรุงเรืองแหงพระอาณาจักรของพระองค ค) พระอาณาจักรของพระองคเปนอาณาจักรที่ดํารงอยูตลอดไป อํานาจปกครองของพระองคคงอยูทุกยุคทุกสมัย

บทอานจากหนังสือวิวรณ

วว 21:1-5ก

แลวขาพเจาเห็นฟาใหมและแผนดินใหม เพราะฟาและแผนดินเดิมสูญหายไป ไมมี ทะเลอีกตอไป ขาพเจาเห็นนครศักดิ์สิทธิ์ คือนครเยรูซาเล็มใหมลงมาจากสวรรค ลงมา จากพระเจา เตรียมพรอมเหมือนกับเจาสาวทีแ่ ตงตัวรอเจาบาว ขาพเจาไดยนิ เสียงดังจาก พระบัลลังกวา “นี่คือที่พํานักของพระเจาในหมูมนุษย พระองคจะทรงพํานักอยูในหมู เขา เขาจะเปนประชากรของพระองค และพระองคจะทรงเปนพระเจาของเขา ทรงเปน

04.indd 140

8/11/2555 14:05:47


“พระเจาสถิตกับเขา” พระองคจะทรงเช็ดนํ้าตาทุกหยด จากนัยนตาของเขา จะไมมีความตายอีกตอไป จะไมมี การครํา่ ครวญ การรองไห และความทุกขอกี ตอไป เพราะ โลกเดิมผานพนไปแลว พระองคผูประทับบนพระบัลลังกตรัสวา “ดูซิ เรา ทําทุกสิ่งขึ้นใหม”

บทอานจากพระวรสารนักบุญยอหน ยน 13:3133ก,34-35 เมื่อยูดาสออกไปแลว พระเยซูเจาตรัสวา “บัดนี้ บุตรแหงมนุษยไดรับพระสิริรุงโรจน และ พระเจาทรงไดรับพระสิริรุงโรจนในบุตรแหงมนุษยดวย ถาพระเจาทรงไดรบั พระสิรริ งุ โรจนในบุตรแหงมนุษย พระเจาจะทรงใหบตุ รแหงมนุษยไดรบั พระสิรริ งุ โรจน ในพระองคดวย และจะทรงใหบุตรแหงมนุษยไดรับพระสิริรุงโรจนในทันที ลูกทั้งหลายเอย เราจะอยูกับ ทานอีกไมนาน เราใหบทบัญญัตใิ หมแกทา นทัง้ หลาย ใหทา นรักกัน เรารักทานทัง้ หลายอยางไร ทานก็จงรัก กันอยางนั้นเถิด ถาทานมีความรักตอกัน ทุกคนจะรูวา ทานเปนศิษยของเรา”

ชัยชนะเหนือความตายแหงปสกาของพระเยซูเจาอธิบายดวยภาพของฟาใหมแผนดินใหม – ทะเล คือการจากพราก มองไมเห็นฝง แตไมมีทะเลอีกแลว เราไดกลับบานเรา ไมพรากจากพระองค เราจะ กลับคืนชีพหลังความตาย ไดพบ และอยูรวมกับพระองคบนสวรรคตลอดนิรันดร และความตายจะไมมี อีกตอไป – แผนดินคือการไดกลับบานเมือ่ เราแลนเรือเขาหาฝง สมหวังจากทีต่ อ งสิน้ หวังลอยเรืออยูก ลาง ทะเลมีแตพื้นนํ้าเปนเสนขอบฟาทุกดานอยางไรจุดหมายมานานแสนนาน ไมมีการรองไห เมื่อกลับบาน แทเมืองสวรรค พระเปนเจาทรงเช็ดนํ้าตาทุกหยดจากนัยนตาออกไปเปนเครื่องหมายแสดงวาความ รอดพนครั้งนี้ พระเปนเจาเปนผูกระทําดวยความรักและเอาใจใสตอเรา

04.indd 141

8/11/2555 14:05:48


29 จันทร

เมษายน

ระลึกถึง น.กาธารีนา แหงซีเอนา พรหมจารีและ นักปราชญแหง พระศาสนจักร สดด 115:1-2, 3-4,15-17

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 1

พระวรสาร

บทอานที่ 1

กจ 14:5-18

เมือ่ คนตางศาสนาและชาวยิวรวมกับบรรดาผูป กครองเมืองวางแผนจะทํารายและ ใชกอ นหินขวางเปาโลและบารนาบัส ทัง้ สองคนรูเ รือ่ ง จึงหลบหนีไปทีเ่ มืองลิสตรา เมือง เดอรบีและชนบทรอบ ๆ ในแควนลิคาโอเนีย ทั้งสองคนประกาศขาวดีที่นั่นดวย ที่เมือง ลิสตรา ชายคนหนึ่งยืนไมได เพราะเปนงอยมาแตกําเนิด เขานั่งอยูกับที่ไมเคยเดินเลย เขากําลังฟงเปาโลพูด เปาโลจองมองดูเขา เห็นวาเขามีความเชื่อพอจะรับการรักษาให หายจากโรคได จึงพูดเสียงดังวา “จงลุกขึน้ ยืนเถิด” ชายคนนัน้ ก็กระโดดขึน้ และเริม่ เดิน เมื่อประชาชนเห็นสิ่งที่เปาโลกระทํา จึงรองเปนภาษาลิคาโอเนียวา “พระเจาทรง แปลงเปนมนุษยเสด็จลงมาหาเราแลว” เขาเรียกบารนาบัสวา “พระซุส” และเรียกเปาโล วา “พระเฮอรเมส” เพราะเปาโลเปนคนพูดเกงกวา สมณะจากพระวิหารของพระซุสที่ อยูใกลประตูเมืองจูงวัวหลายตัวประดับพวงมาลัยมาที่ประตูเมือง และพรอมใจกับ ประชาชนตองการถวายบูชาแกเปาโลและบารนาบัส เมื่ออัครสาวกบารนาบัสและเปาโลรูเชนนี้ ก็ฉีกเสื้อผาของตนวิ่งผลุนผลันเขาไป กลางกลุมชนรองวา “เพื่อนเอย ทําไมทานจึงทําเชนนี้เลา เราทั้งสองคนเปนมนุษย ธรรมดาเหมือนทานทั้งหลาย เรากําลังประกาศขาวดีใหทานทั้งหลายละทิ้งสิ่งที่ไรสาระ เหลานี้หันมาหาพระเจาผูทรงชีวิต ผูทรงสรางฟา สรางแผนดิน สรางทะเล และสรางทุก สิ่งที่อยูในนั้น ในอดีต พระเจาทรงยอมใหนานาชาติดําเนินไปตามทางของตน พระองค ทรงแสดงพระองคทรงกระทําดีอยูเสมอ...”

ยน 14:21-26

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสกับบรรดาศิษยวา “ผูที่มีบทบัญญัติของเรา และปฏิบัติตาม ผูนั้นรักเรา และผู ที่รักเรา พระบิดาของเราก็จะทรงรักเขา และเราเองก็จะรักเขา และจะแสดงตนแกเขา” ยูดาส มิใชยูดาส อิสคาริโอท ทูลพระองควา “พระเจาขา ทําไมพระองคทรงตองการแสดงพระองคแก พวกเรา แตไมแสดงพระองคแกโลก” พระเยซูเจาตรัสตอบเขาวา “ผูใดรักเรา ผูนั้นจะปฏิบัติตามวาจาของเรา พระบิดาของเราจะทรงรักเขา พระบิดาจะเสด็จพรอมกับเรามาหาเขา จะทรงพํานักอยูกับเขา ผูที่ไมรักเรา ก็ไม ปฏิบัติตามวาจาของเรา วาจาที่ทานไดยินนี้ ไมใชวาจาของเรา แตเปนของพระบิดา ผูทรงสงเรามา เราบอกสิ่ง เหลานี้ใหทานฟง ขณะที่เรายังอยูกับทาน แตพระผูชวยเหลือคือพระจิตเจา ที่พระบิดาจะทรงสงมาในนามของ เรานั้น จะทรงสอนทานทุกสิ่ง และจะทรงใหทานระลึกถึงทุกสิ่งที่เราเคยบอกทาน

เปาโลและบารนาบัสกําลังสอนชาวเมืองลิสตราใหเลิกนับถือเทพเจาที่เปนสิ่งงมงาย แตกลับกลายเปน วาพวกเขาแสวงหาความงมงายในตัวทานทั้งสอง พวกเราเคยผิดหวังจากการงานที่ผลลัพธออกมาตรงกัน ขามกับที่เราตั้งใจไว หรือตัวเราเองก็เปนผูจับประเด็นสําคัญผิดไปบอย ๆ พระเยซูเจาทรงสอนใหเรามีพระ จิตเจาปกครองจิตใจแลวพระจิตจะทรงทํางานในจิตใจใหเราจับประเด็นไมพลาด ดังนัน้ ชีวติ คริสตังตองมีพระ จิตในชีวิตเสียกอนจึงจะเขาใจสิ่งที่พระเยซูเจาสอน จงวอนขอพระจิตจากพระองคใหครอบครองใจเราในวัน นี้ จงอยาดื้อตอพระจิตเจา

04.indd 142

8/11/2555 14:05:49


บทอานที่ 1

กจ 14:19-28

30 อังคาร

ในครั้ ง นั้ น ชาวยิ ว บางคนมาจากเมื อ งอั นทิ โ อกและเมื อ งอิ โ คนิ ยุ ม สามารถ เกลีย้ กลอมประชาชนใหเห็นดวยกับตน ตางเอาหินขวางเปาโลแลวลากออกไปนอกเมือง เพราะคิดวาเปาโลตายแลว บรรดาศิษยมาหอมลอมเขา เปาโลจึงลุกขึ���น เขาไปในเมือง เมษายน วันรุงขึ้นเปาโลก็ออกเดินทางกับบารนาบัสไปยังเมืองเดอรบี ทั้งสองคนประกาศขาวดีที่เมืองนั้น ไดศิษยเปนจํานวนมาก แลวจึงกลับไปเมือง น.ปโอ ที่ 5 ลิสตรา เมืองอิโคนียุมและเมืองอันทิโอกแหงแควนปสีเดีย เขาทั้งสองคนใหกําลังใจ พระสั นตะปาปา บรรดาศิษยตักเตือนใหมั่นคงอยูในความเชื่อ... เปาโลและบารนาบัสแตงตั้งผูอาวุโสใน สดด 145:10-11, กลุมคริสตชนแตละกลุม เขาอธิษฐานภาวนาพรอมกับจําศีลอดอาหาร แลวฝากบรรดา 12-13กข,21 ผูอาวุโสเหลานี้ไวกับองคพระผูเปนเจา ซึ่งเขาทั้งหลายมีความเชื่อ ทั้งสองคนเดินทาง ผานแควนปสิเดีย มาถึงแควนปมฟเลีย ประกาศพระวาจาที่เมืองเปอรกา แลวจึงไปยัง ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 1 เมืองอัตตาเลีย จากนั้น เขาแลนเรือกลับไปยังเมืองอันทิโอกแหงซีเรีย ที่เมืองนี้กอนที่เขาทั้งสองจะออกเดินทาง บรรดา คริสตชนไดฝากเขาไวกับพระหรรษทานของพระเจาสําหรับงานที่บัดนี้เขาเพิ่งกระทําสําเร็จลง เมื่อไปถึง เปาโล และบารนาบัสก็เรียกประชุมกลุม คริสตชน เลาทุกสิง่ ทีพ่ ระเจาทรงกระทําโดยผานตนวา พระเจาทรงเปดประตู แหงความเชื่อใหแกคนตางศาสนา เขาทั้งสองพักอยูกับบรรดาศิษยเปนเวลานาน

พระวรสาร

ยน 14:27-31ก

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสกับบรรดาศิษยวา “เรามอบสันติสุขไวใหทานทั้งหลาย เราใหสันติสุขของเราแกทาน เราใหสันติสุขแกทาน ไมเหมือนที่โลก ให ใจของทานอยาหวั่นไหว หรือมีความกลัวเลย ทานไดยินแลวที่เรากลาวกับทานวา เรากําลังไป และเราจะ กลับมาหาทานทั้งหลาย ถาทานรักเรา ทานคงจะยินดีที่เรากําลังไปเฝาพระบิดา เพราะพระบิดาทรงยิ่งใหญกวา เรา และบัดนี้เราไดบอกทานทั้งหลายกอนที่เหตุการณจะเกิดขึ้น เพื่อวาเมื่อเกิดขึ้นแลว ทานจะไดเชื่อ เราจะ พูดกับทานตอไปอีกไมนาน เพราะซาตานเจาแหงโลกนี้กําลังมา มันไมมีอํานาจอันใดเหนือเรา แตโลกจะตองรู วาเรารักพระบิดา และรูวาพระบิดาทรงบัญชาใหเราทําอยางไร เราก็ทําอยางนั้น”

ผูคนในเมืองลิสตราจะจดจําเรื่องนี้ไปอีกนานแสนนาน หลังจากที่ชาวยิวบางคนจากเมืองอันทีโอกและ เมืองอิโคนิยุมมาทํารายนักบุญเปาโลปางตาย นําเอารางของทานไปทิ้งไวนอกเมือง พอทานตื่นขึ้น ทานกลับ เขาไปในเมืองลิสตราอีก หัวใจของผูแพรธรรมอยางทานทําดวยอะไร ผูคนในเมืองลิสตราจะตองกลาวขาน ถึงความกลาหาญและเด็ดเดี่ยวของทาน แลวอดถามกันไมไดวาทานกลับมาอีกเพื่อประกาศขาวดีเรื่องอะไร ขาวดีที่ทานประกาศนี้ตองมีความสําคัญอยางมากจนแมชีวิตก็ยอมตายไดเพื่อการประกาศขาวดีนี้ คือขาวดี เรือ่ งพระเยซูเจาทรงเปนพระผูช ว ยใหรอดพน ทีส่ ดุ ก็มผี เู ชือ่ ขาวดีนี้ ทานตัง้ กลุม คริสตชนไดสาํ เร็จทัง้ 4 เมือง คือ อันทิโอก อิโคนิยุม ลิสตรา เดอรบี ขาวดีที่พระเยซูเจาเสด็จคืนพระชนมชีพในวันปสกาไถเรากลับมาเปน ลูกของพระมีความหมายอะไรตอเราบางหรือไม?

04.indd 143

8/11/2555 14:05:50



bible