Page 1

นายกเยือนเกาหลีใต้ 24 - 27 มีนาคม 2555


2

นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ เดินทางเยือนสาธารณรัฐเกาหลี

วันที่ 24 มี.ค.55 เวลา 17.30 น. นายกรัฐมนตรีและคณะหารือทวิภาคีเต็มคณะกับนายอี มยอง-บัก ประธานาธิบดีสาธารณรัฐ เกาหลี สาระสำ�คัญของการร่วมหารือ ประธานาธิบดี ลี เมียง บัค ได้กล่าวแสดงความยินดีตอ้ นรับการเยือนสาธารณรัฐเกาหลีอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีแห่ง ประเทศไทย พร้อมได้กล่าวขอบคุณประเทศไทยทีไ่ ด้เป็นประเทศเพือ่ นบ้านใกล้ชดิ ทีไ่ ด้รว่ มส่งกำ�ลังทหารเข้าร่วมรบในสงครามเกาหลี และให้ความสำ�คัญในการสนับสนุนรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีในด้านการรักษาสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี และเรือ่ งพลังงาน ปรมาณูของเกาหลีเหนือ ซึง่ นายกรัฐมนตรีได้ตอบแสดงความขอบคุณ ประธานาธิบดี ลี เมียง บัค ทีไ่ ด้ให้เกียรติเชิญมาเยือน สาธารณะรัฐเกาหลีในครัง้ นี้ และขอบคุณรัฐบาลเกาหลีทไ่ี ด้ให้ความสำ�คัญต่อเหล่าทหารผ่านศึกชาวไทยโดยการเชิญทหารผ่านศึกเดิน ทางไปประเทศเกาหลีและการมอบทุนการศึกษาของ รัฐบาลเกาหลีแก่บตุ รหลานของทหารผ่านศึกชาวไทยด้วย ทัง้ สองฝ่ายยินดีทจ่ี ะลงนามเกีย่ วกับข้อตกลงว่าด้วยการพัฒนาและขยายความร่วมมือทางทหารระหว่างรัฐบาล และจะตกลงกันว่า จะสนับสนุนร่วมมือในด้านการแก้ไขและบูรณะฟืน้ ฟูเหตุการณ์ภยั พิบตั ทิ างธรรมชาติ และยินดีทจ่ี ะให้ความร่วมมือในการพัฒนาด้าน ทหารแก่ประเทศไทยอย่างใกล้ชดิ

Art Newsletter / Issue #23 / May 2011

ภายหลังการหารือทวิภาคีในรูปแบบเต็มคณะ กับประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีและร่วม กันเป็นสักขีพยานในการลงนามความตกลง บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงกลาโหม ไทย - กระทรวงกลาโหมว่าด้วยความร่วมมือ ทางทหาร นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายก รัฐมนตรี และนายอี มยอง-บัก ประธานาธิบดี สาธารณรั ฐ เกาหลี ได้ แ ถลงข่ า วร่ ว มต่ อ สื่อมวลชน จากนั้ น นายกรั ฐ มนตรี และคณะเข้ า ร่ ว มงาน เลี้ยงอาหารค่ำ�แบบรัฐพิธี (State Dinner) ที่ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีจัดขึ้นเพื่อเป็น เกียรติแก่นายกรัฐมนตรี ซึ่งประธานาธิบดีได้ กล่าวสุนทรพจน์สั้นๆเพื่อแสดงการต้อนรับแก่ คณะทางการฝ่ายไทย และกล่าวดื่มอวยพรให้ กับนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าว แสดงความขอบคุณและชื่นชมความสัมพันธ์ที่ ใกล้ชิดระหว่างกัน


3

4

นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ได้พบกับ นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ อีกครั้ง โดยนายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็น เรื่องการพัฒนาบทบาทสตรี ซึ่งนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวชื่นชม บทบาทของนายกรัฐมนตรี พร้อมกล่าวถึง ความสำ�คัญที่สหประชาชาติให้กับการพัฒนา บทบาทของสตรีและเด็กด้อยโอกาส ทั้งนี้ สหประชาชาติเองเพิ่งได้จัดทำ�โครงการภาย ใต้ชื่อ “Every Women, Every Child” และจัดตั้งหน่วยงาน UN Women ขึ้นมา รวมทั้งได้มาเปิดสำ�นักงานในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนบทบาทของสตีและเด็กด้อย โอกาสในเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้ด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่าตรงนี้เป็น โอกาสดีที่รัฐบาลไทยและ UN Women ภายใต้สหประชาชาติ จะสามารถร่วมมือกัน ได้เพื่อส่งเสริมและพัฒนาบทบาทสตรี ทั้งใน ประเทศไทยและในระดับภูมิภาค รวมถึงการ แลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ร่วมกันต่อ ไปในอนาคต

Art Newsletter / Issue #23 / May 2011

เลขาธิการ สหประชาชาติ ชืน่ ชมและ สนับสนุน”กองทุน พัฒนาบทบาท สตรี” พร้อมร่วม มือขับเคลือ่ นให้เกิด ประโยชน์อย่างเต็มที่


5

6

“มหาวิทยาลัยสตรีชั้นนำ�ของเกาหลีชื่นชมนโยบายการพัฒนาบทบาทสตรี เชื่อมั่นจะเป็นกลไกสำ�คัญขับเคลื่อนศักยภาพสตรีเพื่อการพัฒนาในทุกด้าน” นายกรัฐมนตรี เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา (Ehwa Woman’s University) กรุงโซล เพื่อกล่าวสุนทรพจน์ แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา โดยมี ดร. คิม ซอน อุ๊ก (Kim Sun Uk) อธิการบดีมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา รอ ให้การต้อนรับ นายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้ กล่าวบรรยายพิเศษเกี่ยวกับ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีของไทย แก่นักศึกษา มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา ณ ห้องประชุม LG Convention Hall โดย นายกรัฐมนตรีกล่าวรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ ได้มีโอกาสมาเยือนมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยผู้หญิงล้วนที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และ ได้ทราบมาว่าสถาบันแห่งนี้ได้ผลิตสตรีชั้นแนวหน้าของเกาหลีใต้ในหลายวงการ มีรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรสตรีของเกาหลีใต้เกินกว่าครึ่งที่จบการศึกษา ณ ที่นี้ ซึ่งนับเป็นความสำ�เร็จอย่างยิ่งของมหาวิทยาลัยใน การช่วยยกระดับสถานะของสตรีในสังคม การมาเยือนเกาหลีใต้ในครั้งนี้จึงตั้งใจที่จะมาที่นี่ เพื่อเรียนรู้แลกเปลี่ยน ประสบการณ์และปัจจัยที่นำ�ไปสู่ความสำ�เร็จในการพัฒนาบทบาทของสตรี และเพื่อจะได้นำ�ไปปรับใช้ในการ พัฒนาการศึกษาของสตรีไทยด้วย Art Newsletter / Issue #23 / May 2011

“นายกฯเชิญชวนเกาหลีมาลงทุนในประเทศ ยืนยันไทยมีความพร้อมและศักยภาพในทุกด้าน” ภายหลังเสร็จสิ้นการกล่าวสุนทรพจน์แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางกลับโรงแรมที่พัก เพื่อมาร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันกับภาคธุรกิจเอกชนไทย-เกาหลีใต้ ณ ห้อง Crystal Ballroom โรงแรมล้อตเต้ โดยมีผู้ร่วมงานทั้งสิ้นกว่า 450 คน ซึ่งผู้ร่วมงานจากภาคเอกชนเกาหลื ประกอบไปด้วย บริษัทเอกชนชั้นนำ�และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อาทิ บริษัท Samsung LG Hyundai K-Water SM Entertainment และบริษัท KORAIL เป็นต้น นายกฯได้กล่าวให้ความเชื่อมั่นถึงความเป็นหุ้นส่วนของไทยว่า จากวิกฤติอุทกภัยในปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำ�เนินการ ลงทุนด้านการบริหารจัดการน้ำ� มูลค่า 350,000 ล้านบาท เพื่อป้องกันอุทกภัยในหน้าฝนที่จะมาถึง และได้กล่าวเชิญชวนนักลงทุนเกาหลีให้เข้ามาลงทุนในไทย ในอุตสากรรมที่เพิ่มมูลค่าเช่น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ และไฟฟ้า รถยนต์ และอะหลั่ย ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า ความเป็นหุ้นส่วนไทยและเกาหลีจะพัฒนายิ่งขึ้น และภาค เอกชนเกาหลีจะเป็นเสาหลักของความเป็นหุ้นส่วนนี้


8

7

นายกรัฐมนตรี เข้าร่วม ประชุม Nuclear Security Summit 2012 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและคณะ ออกเดินทางไปยังศูนย์ประชุมโคเอ็กซ์ (COEX) เพื่อเข้า ร่วมในพิธีการต้อนรับอย่างเป็นทางการและงานเลี้ยง รับรองผู้นำ� (Official Welcome and Reception) ที่จัด ขึ้นสำ�หรับการประชุมระดับผู้นำ�ว่าด้วยความมั่นคงทาง นิวเคลียร์ ปี 2555 ซึ่งประกอบไปด้วยผู้นำ�จากประเทศ ต่างๆ 53 ประเทศ (อาทิ ผู้นำ�สหรัฐ จีน รัสเซีย อินเดีย และญี่ปุ่น) และ 4 องค์กร (สหประชาชาติ, ทบวงปรมาณู เพื่อสันติ, ตำ�รวจสากล, สหภาพยุโรป) นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ�ใน ลักษณะ Working Dinner ภายใต้หัวข้อ “Review of the Progress Made Since the 2010 Summit” ซึ่งเป็นการ หารือเกี่ยวกับความคืบหน้าของการดำ�เนินการด้าน ความมั่นคงทางนิวเคลียร์ภายหลังการประชุม Nuclear Security Summit (NSS) เมื่อปี 2553 ณ กรุงวอชิงตัน ประเทศต่างๆ ได้หยิบยกแนวทางการดำ�เนินการ ของตัวเอง อาทิ รัสเซียและสหรัฐฯ ตกลงที่จะกำ�จัดแร่ พลูโตเนียมที่ใช้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ในขณะที่ แคนาดา ชิลี เม็กซิโก ยูเครน ประกาศจะกำ�จัดยูเรเนียม (Highly Enriched Uraniupm) ที่มีอยู่ในครอบครอง อาร์เจนตินา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม รวมทั้ง ประเทศไทยได้ ประกาศการเข้าร่วม Global Initiative to Combat Nuclear Terrorism (GICNT) ซึ่งเป็นความร่วมมือในการ ปราบปรามการก่อการร้ายด้วยวัสดุนิวเคลียร์ Art Newsletter / Issue #23 / May 2011

“นายกรัฐมนตรียืนยัน อาเซียนต้องปลอดจากการ ก่อการร้ายและภัยคุกคาม ทางนิวเคลียร์ ไทยพร้อม ดำ�เนินการและร่วมกับทุก ภาคส่วนเพื่อความมั่นคง ปลอดภัยของภูมิภาคและ โลก” นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำ�ว่าด้วยความมั่นคง ทางนิวเคลียร์(2012 Seoul Nuclear Security Summit) เป็นการประชุมหารือเต็มคณะ (Plenary Meeting) ซึ่งผู้นำ�และ ตัวแทนจาก 53 ประเทศ (อาทิ ผู้นำ�สหรัฐฯ จีน รัสเซีย อินเดีย และ ญี่ปุ่น) ร่วมกันหารือในหัวข้อ “National Measures and International Cooperation to Enhance Nuclear Security” หรือ มาตรการระดับชาติในการสร้างความมั่นคงทาง นิวเคลียร์ เป็นการหารือระหว่างผู้นำ�ทั้ง 53 ประเทศ เกี่ยวกับการเสริม สร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงทางนิวเคลียร์ การลดการใช้ แร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง (Highly-Enriched Uranium: HEU) การสร้างศักยภาพด้านการตรวจพิสูจน์หาร่องรอยวัสดุ นิวเคลียร์ (Nuclear Forensics) และการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา ที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีการรับรองร่างแถลงการณ์กรุงโซล (Seoul Communique) ซึ่งเป็นแถลงการณ์เพื่อแสดงเจตนารมณ์ ทางการเมืองของผู้นำ�ที่เข้าร่วมการประชุมฯ เพื่อเสริมสร้าง ความมั่นคงทางนิวเคลียร์ระหว่างประเทศ และเพื่อลดภัยคุกคาม จากการก่อการร้ายที่ใช้นิวเคลียร์ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในตอนท้ายว่า ที่ประชุมนี้มีเป้าหมาย เดียวกัน ที่จะให้โลกปลอดจากการก่อการร้ายทางนิวเคลียร์ ซึ่ง จะช่วยเสริมสร้างให้โลกปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์ ความพยายาม และความตั้งใจร่วมกันจะเป็นทางสู่โลกที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำ�หรับ ลูกหลานต่อไป โดยที่ความมั่นคงทางนิวเคลียร์มีความสำ�คัญต่อ ประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากไทยมีการใช้นิวเคลียร์ไปใน ทางสันติ


10

9 Git ut re verum rescitate dolut vellabor resenis inulla sit omnim ilique essunt inctisitio te peles illoriore odita sitem in

“นายกรัฐมนตรีแต่งกายชุดไทย ร่วมงานเลีย้ งอาหารค่�ำ เพือ่ เป็นเกียรติแก่ผนู้ �ำ ทีเ่ ข้าร่วมประชุม นิวเคลียร์ซมั มิท”

nostemquo qui inullac cusdamendit re consequibus inverum eum qui res nobitius am facestrum sum ipsam quosa quam voluptu scienima soluptatium fugiatus.

Ostorro videlig endipsam ipsa dere, explabor reribus,

numquam repe cusam coribus es idellam quia cus dundipsam aut autam, sa eos as dolupienis a nus est facerum quidel ilia sit, quidero et es esciisim alia sum cus de volessin cuptam es et officiliqui doloraector sunt, sument.

Miliqui quis site dolo dolupta porrovita pori omni repedi

senient ium enis magniendero corem vollupt aturecatiis arum quo ea eosanda ntiamet, te as entoruptio molecerion corehent, temod excepudae most et vendae labo. Optaectur, inctior ererovi dipsamet des voloriatur, int, odi blandic atiaestem atempor as dolor ati bereped ut que aliquatur?

Laccumqui tes es dolupic temquatus ea sit, serum

repudisit parchil eos mos magnima volorep repudam qui adi isitate nonsedit harchicitat aut doluptatiae essed et eum exerum et a dolo officienis volorepedi ides di aut ium

ภายหลังเสร็จสิ้นการเข้าร่วมประชุมนิวเคลียร์ซัมมิท ในตอนค่ำ� เวลา 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แต่งกายชุดไทยประยุกต์เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรอง และงานเลี้ยงอาหารค่ำ�แบบ Gala Dinner ที่นาย Lee Myungbak ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีและนาง Kim Yook-ok ภริยา เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำ�ที่เข้าร่วมการ ประชุม ณ โรงแรมชิลล่า

Art Newsletter / Issue #23 / May 2011

sinum net offic tem fugitae num fugia qui cus am sam delent harum exeruptibus reperate voluptas renimod issinim illibea quaturibus essimendebis explisqui temporem volupta ssitinimus.

Sae maio. Ut resectem resti dolorun daeperi animole

nienihil idiores sitatem ut molupta turibusamet liquos aut ex exerovi dipiet labor resto erum ipit preprat odi offictem facepel is ium que offici oditis earit mollabor sum ditent, omnimus, quamusa periatem lant recuptatur moluptatem quodi oditium ex eum intio modis andi optatem a cus alicime cuptam si con rehendeste rem adit vellaccat.

Ceperent unt faccum volupicil explictur? Ruptatium

quunt autem sit id et fugiasi mincit autatiossum conseque verum que none nis non net a cus sit, tenihil ium et prore การ


12

11

การเยือนในครั้งนี้ประสบ ความสำ�เร็จอย่างดียิ่ง โดย บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ดังนี้ เยือนครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ทำ�ภารกิจครอบคลุมอย่างรอบ ด้าน ทั้งในการพบกับภาครัฐบาล ภาคเอกชน และประชาชน ตลอดจนการศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและ ประสบการณ์ในการบริหารจัดการน้ำ� ส่งผลให้ได้รับผลสัมฤทธิ์ ครบในทุกมิติ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และระดับประชาชน ตลอดจนการจัดทำ�แผนการฟื้นฟูประเทศจากอุทกภัยในระยะ ยาว ผลการเยือนที่เป็นรูปธรรมที่สำ�คัญมีดังนี้ 1. ด้านการเมือง การพบหารือกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้แลกเปลี่ยนข้อคิด เห็นครอบคลุมในประเด็นสำ�คัญๆ ไทยและเกาหลีใต้เห็นพ้องที่

Art Newsletter / Issue #23 / May 2011

จะพัฒนาความสัมพันธ์ให้เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ โดยยืนยันเจตนารมณ์ ที่จะขยายความร่วมมือระหว่างกัน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาธารณสุข การ ศึกษา รวมทั้งความร่วมมือในภูมิภาค 2. การแก้ปัญหาอุทกภัย - นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงข้อมูลแผนการป้องกันอุทกภัยที่ครอบคลุม และชัดเจน ให้แก่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ทราบ พร้อมทั้งให้ความมั่นใจว่า รัฐบาลจะดำ�เนินการตามแผนงานบริหารจัดการน้ำ� และป้องกันอุทกภัยทั้ง ในระยะเร่งด่วน และระยะยาวอย่างจริงจัง - ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้แสดงความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาและ บูรณะฟื้นฟูประเทศจากเหตุการณ์อุทกภัยของ นายกรัฐมนตรี รวมทั้ง มาตรการในการป้องกันอุทกภัยในอนาคต 3. ด้านเศรษฐกิจ - ประธานาธิบดีเกาหลีใต้แสดงความสนใจที่จะร่วมมือกับไทยในการบริหาร จัดการน้ำ� ซึ่งเกาหลีใต้มีเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญ - ประธานาธิบดีเกาหลีใต้เห็นพ้องกับข้อเสนอของไทยในการตั้งเป้าขยาย การค้าเป็น 30,000 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ ในระยะ 5 ปีข้างหน้า สำ�หรับ การนำ�เข้าสินค้าเกษตรของไทยเพิ่มเติม - ไทยและเกาหลีใต้จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการดำ�เนินกิจกรรม ด้านวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตร ผ่านศูนย์ Korea Project on International Agriculture-KOPIA และผ่านความร่วมมือในกรอบ Asian Food and Agriculture Cooperation Initiative-AFACI

- ไทยและเกาหลีใต้จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในด้าน Low Carbon Green Growth เพื่อส่งเสริมให้เมืองและท้องถิ่นต่างๆ ในประเทศไทยเติบโต อย่างยั่งยืนและปล่อยคาร์บอนต่ำ� และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก - นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวสุนทรพจน์ Keynote speech และกล่าวเปิดการ หารือทางธุรกิจระหว่างนักธุรกิจไทย-เกาหลีใต้ ในงานเลี้ยงอาหารกลางวัน ภาคธุรกิจเอกชนเกาหลีใต้และไทย โดยได้สร้างความเชื่อมั่นในการลงทุน ไทยให้แก่ภาคธุรกิจเกาหลีใต้ 4. ด้านการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีเกาหลีใต้เห็นพ้องที่จะส่งเสริมให้มีการ แลกเปลี่ยนในระดับประชาชนให้มากขึ้น โดยหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ของทั้งสองฝ่ายจะเร่งกระชับความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ระหว่างกันและอำ�นวยความสะดวกให้ประชาชนของทั้งสองฝ่ายเดินทางไป มาหาสู่กันมากยิ่งขึ้น 5. ด้านวัฒนธรรมและการศึกษา ไทยและเกาหลีใต้จะส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาและจะหารืออย่าง ใกล้ชิดในการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีในประเทศไทยภายในปี 2555 และการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมไทยในเกาหลีในอนาคต เพื่อส่งเสริมการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านภาษาและวัฒนธรรมในระดับประชาชน นายกรัฐมนตรี ได้แจ้งให้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ทราบด้วยว่า จะมีนักเรียน ทุนตามโครงการ 1 อำ�เภอ 1 ทุน (ODOS) รุ่นที่ 3 เลือกเดินทางไป ศึกษาที่เกาหลีใต้ และขอให้รัฐบาลเกาหลีใต้ให้การสนับสนุน ซึ่งได้รับการ ตอบรับด้วยดีจากประธานาธิบดีเกาหลีใต้

6. ระดับประชาชน นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย สตรีล้วน และได้กล่าวบรรยายพิเศษเกี่ยวกับการส่งเสริมและ สนับสนุนบทบาทสตรีของไทย ให้แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยฯ และได้ พบปะนักศึกษาไทยที่ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ด้วย 7. สถานการณ์ในภูมิภาค ได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งไทยให้การสนับสนุนความพยายามในการรักษาสันติภาพและ เสถียรภาพในคาบสมุทรเกาหลี และสนับสนุนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ใช้เวที ARF เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน 8. กิจกรรมระหว่างประเทศ - 2012 Yeosu World Expo ประธานาธิบดีเกาหลีใต้แจ้งว่า ระหว่าง วันที่ 12 พฤษภาคม – 12 สิงหาคม 2555 รัฐบาลเกาหลีใต้เป็น เจ้าภาพจัดงาน World Expo ที่เมืองยอซู เพื่อให้ความสำ�คัญกับการ ใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน และเชิญนายกรัฐมนตรีให้เข้าร่วม งานด้วย ซึ่งไทยให้ความสำ�คัญกับการเข้าร่วมงาน World Expo ที่ เมืองยอซู เนื่องจากเป็นการเผยแพร่ศักยภาพของไทยด้านความ หลากหลายทางชีวภาพ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ การอนุรักษ์และบริหารจัดการทางทะเลที่ยั่งยืน และแหล่งท่องเที่ยว ทางทะเลที่สวยงาม และไทยจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ โดยจะจัด งาน “เสมือนวันชาติไทย” ในวันที่ 5 ก.ค. 2555

EBook YingLuck Korea  

EBook YingLuck Korea