Issuu on Google+

my indesign magazine template

Issue 23 - August 2020

ภารกิจนายกฯยิ่งลักษณ์ เยือนเยอรมนีและฝรั่งเศส


สารบัญ 01

นายกฯมอบนโยบายทีมประเทศไทย ใช้วิกฤติ เป็นโอกาสในการขยายการค้า และการลงทุน

03

ไทย-เยอรมนี จับมือเป็นหุ้นส่วนส่งเสริม กระบวนการฟื้นตัวเศรษฐกิจของยุโรป ผ่านกลไกการค้า การลงทุน

04

นายกฯ เป็นประธานฉลองวาระครบรอบ 150 ปี ความสัมพันธ์ไทย-เยอรมนี และร่วมเดินหน้า พัฒนาหุ้นส่วนในทุกมิติ

06

นายกฯ เร่งสานต่อความร่วมมือกับเยอรมนี เพื่อ ให้ภาคเอกชนและประชาชนทั้งสองประเทศได้รับ ประโยชน์

08

นายกรัฐมนตรีเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส เป็นประเทศที่สองในยุโรป

10

ผู้นำ�ฝรั่งเศสให้ความมั่นใจต่อประเทศไทย พร้อมขยายความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติ

12

นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชม Pavillon d’ Arsenal เพื่อศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการเมือง

13

นายกรัฐมนตรีพบปะชุมชนชาวไทยในกรุงปารีส

นายกฯยิ่งลักษณ์ เยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและสาธารณรัฐฝรั่งเศส

03 04 06 10 12


เกริ่นนำ� นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและคณะ มีกำ�หนดการ เยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็น ทางการ ระหว่างวันที่ 17-21 กรกฎาคม 2555 เพื่อสร้างความ เชื่อมั่นต่อพัฒนาการประชาธิปไตยและศักยภาพทางเศรษฐกิจไทย การพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขัน และบทบาทสำ�คัญของไทย ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งกำ�ลังจะเป็นประชาคมอาเซียนที่มีพลวัตรและ ศักยภาพด้านเศรษฐกิจที่โดดเด่น

ารเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-19 กรกฎาคม 2555 ตามคำ�เชิญของ รัฐบาลเยอรมนี นับเป็นการเยือนครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีไทย นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 และถือเป็นประเทศแรกของการเยือนภูมิภาค ยุโรป ในโอกาสที่ไทยกับเยอรมนีฉลองวาระครบรอบ 150 ปี ความ สัมพันธ์ทางการทูต ในปีพ.ศ. 2555 โดย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ถือเป็นมหาอำ�นาจทางเศรษฐกิจ โลก มีเครือข่ายธุรกิจที่กว้างขวาง และเป็นประเทศอุตสาหกรรมและ นวัตกรรมชั้นนำ�ของโลก จึงมีอิทธิพลทางการเมืองและเศรษฐกิจ ในยุโรป และเป็นประเทศผู้ขับเคลื่อนและกำ�หนดทิศทางของสหภาพ ยุโรป ซึ่งถือเป็นโอกาสสำ�คัญที่นายกรัฐมนตรีจะพบหารือกับผู้นำ� หญิงของเยอรมนี นางอังเกลา แมร์เคล ที่มีบทบาทสำ�คัญต่อการ แก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจยุโรปเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและ ความคิด เห็นเกี่ยวกับวิกฤติที่เกิดขึ้น การคาดการณ์สถานการณ์ และย้ำ� บทบาทของไทยในฐานะหุ้นส่วนที่พร้อมสนับสนุนเยอรมนี ต่อการแก้ ปัญหาและสร้างเสริมประโยชน์ร่วมกัน สำ�หรับการเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการระหว่างวัน ที่ 19 – 21 กรกฎาคม 2555 ซึ่งมีเป้าหมายเดียวกันกับเยอรมนี นั้น นายกรัฐมนตรีจะมุ่งเน้นการกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีกับ ฝรั่งเศสในฐานะหุ้น ส่วนทางยุทธศาสตร์ ซึ่งมีแผนปฏิบัติการร่วม ไทย-ฝรั่งเศส ฉบับที่ 2 (ค.ศ.2012-2014) โดยการหารือกับนาย ฟรองซัวส์ ออลองด์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส จะแลก เปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับวิกฤติที่เกิดขึ้น แนวโน้ม และนโยบายของ ฝรั่งเศสต่อการแก้ปัญหา และ ตอกย้ำ�ความร่วมมือทวิภาคี.

นายกฯมอบนโยบายทีมประเทศไทย ใช้วิกฤติเป็นโอกาสในการขยายการค้า และการลงทุนในเยอรมนี

นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายแก่ทีมประเทศไทย ซึ่งประกอบ ไปด้วย ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุง เบอร์ลิน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต สำ�นักงานผู้ช่วยทูต ฝ่ายทหาร สำ�นักงานแรงงาน สำ�นักงานส่งเสริมการค้า สำ�นักงาน การท่องเที่ยว โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการ เดินทางเยือนเยอรมนี ซึ่งนับเป็นการเยือนในรอบ 17 ปี และแสดง ถึงความสำ�คัญของความสัมพันธ์ที่มีต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยที่เยอรมนีถือเป็นประเทศคู่ค้าที่สำ�คัญ เป็นตลาดใหญ่ รวมทั้งเพื่อให้ฝ่ายเยอรมนีตระหนักถึงความสำ�คัญของไทย และไทย พร้อมที่จะทำ�งานร่วมกับเยอรมนี เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ และเพิ่ม มูลค่าการค้าให้เติบโตยิ่งขึ้น โดยถือว่าวิกฤติของเศรษฐกิจยุโรป จะ เป็นโอกาสของไทย และจะต้องสนับสนุนให้มีการเดินหน้าการค้าและ การลงทุน ด้วยศักยภาพของไทยและอาเซียนที่เป็นตลาดที่กำ�ลัง เติบโต รวมถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจ พัฒนาการและเสถียรภาพ ทางการเมือง โดยขอให้หน่วยงานต่างๆช่วยกันทำ�งาน เพื่อสร้าง โอกาสและส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยต่อไป จากนั้น นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมหารือกับคณะนัก ธุรกิจจากบริษัทชั้นนำ�ในสาขาเกษตรและอาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ พลังงาน เศรษฐกิจสีเขียว การแพทย์ทางเลือก และการออกแบบ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ เสื้อผ้า สิ่งทอ อัญมณี เครื่องประดับ และ เครื่องแต่งกาย รวมทั้งผู้แทนสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า สมาคมธนาคารไทย ตลอดจนสมาคมอื่น ๆ ที่เดินทางร่วมไปกับ คณะ นายกรัฐมนตรีเสนอให้มีการแก้ปัญหาแบบองค์รวม และ รัฐบาลพร้อมที่จะดำ�เนินงานอย่างเต็มที่ และขอให้ภาคเอกชนเสนอ ยุทธศาสตร์ เพื่อนำ�มาพิจารณาร่วมกับของรัฐบาล รวมทั้ง การ จัดลำ�ดับความสำ�คัญของปัญหา ข้อมูล การสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ สินค้า และช่องทางการจัดจำ�หน่าย โดยขอให้ภาคเอกชนร่วมกันกับ ภาครัฐและถือเป็นวาระแห่งชาติ ที่จะเติบโตไปด้วยกัน

นายกฯยิ่งลักษณ์ เยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและสาธารณรัฐฝรั่งเศส

01


new concept

“นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมพิธี ต้ อ นรั บ อย่ า งเป็ น ทางการ ใ น โ อ ก า ส เ ยื อ น ส ห พั น ธ์ สาธารณรัฐเยอรมนี โดย นางอังเกลา แมร์เคล นายก รั ฐ ม น ต รี เ ย อ ร ม นี ไ ด้ ร อ ให้การต้อนรับ”

02

นายกฯยิ่งลักษณ์ เยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและสาธารณรัฐฝรั่งเศส


ไทย-เยอรมนี จับมือเป็นหุ้นส่วนส่งเสริมกระบวนการฟื้นตัวเศรษฐกิจของยุโรป ผ่านกลไกการค้า การลงทุน เพื่อส่งเสริมการเติบโตและการจ้างงานอย่างยั่งยืน นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวยินดีต้อนรับนายกรัฐมนตรีเยือน เยอรมนี ซึ่งถือเป็นการเยือนระดับ ผู้นำ�ครั้งแรกในรอบ 17 ปี พร้อม แสดงความชื่นชมรัฐบาลไทยภายใต้ การนำ�ของนายกรัฐมนตรีในการ พัฒนาประเทศไทยให้มีความเจริญ ก้าวหน้าในหลายๆด้าน มีเศรษฐกิจ ที่เติบโตอย่างเข้มแข็ง การ พัฒนาประชาธิปไตยสร้างความ ปรองดอง และลดการขัดแย้ง รวมทั้ง การสร้างเสริมบทบาท สำ�คัญในภูมิภาคอาเซียน ไทยและเยอรมนีจะร่วม มือกันด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาไป สู่ความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือ ระหว่างกัน ความร่วมมือด้าน การศึกษา เป็นหนึ่งในความร่วม มือสำ�คัญที่จะพัฒนาและยกระดับ การศึกษาของไทย โดยเยอรมนี เป็นประเทศมีขีดความสามารถ ด้านการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักสูตรอาชีวศึกษา และการศึกษา แบบทวิภาคี ( Dual Education ) กระทรวงศึกษาไทยกับกระทรวงการ ต่างประเทศเยอรมนี จึงเห็นพ้องที่จะ พัฒนา และส่งเสริมความร่วมมือด้าน การศึกษาในลักษณะเป็นหุ้นส่วนความร่วม

มือ เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาการเรียนการ สอนด้านอาชีวศึกษา เพื่อให้เยาวชนสามารถนำ� ไปปฏิบัติใช้ได้จริงในชีวิตประจำ�วัน รวมทั้งเพื่อ พัฒนาฝีมือแรงงานเข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิต ที่เยอรมนีเข้ามาลงทุนในไทย ไทยบรรลุความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ด้านเศรษฐกิจสีเขียวกับเยอรมนี ซึ่งเป็นระบบเศรษฐกิจที่���่วยทำ�ให้คุณภาพ ชีวิตของประชาชนในปัจจุบันดีขึ้น และสามารถ สร้างความเสมอภาคได้ในระยะยาว ไม่ทำ�ให้ คนรุ่นหลังประสบกับความเสื่อมโทรมทาง ทรัพยากรธรรมชาติ และปัญหาระบบนิเวศน์ที่ เสียสมดุล ไทยและเยอรมนีจึงมีเป้าประสงค์เดียวกัน และสามารถแลกเปลี่ยน เรียนรู้ รวมทั้ง การถ่ายทอดเทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวในไทย เดินหน้า และพัฒนาอย่างสมบูรณ์

นายกฯยิ่งลักษณ์ เยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและสาธารณรัฐฝรั่งเศส

03


นายกรั ฐ มนตรี เ ป็ น ประธานฉลอง วาระครบรอบ 150 ปีความสัมพันธ์ ไทย-เยอรมนี และร่วมเดินหน้า พัฒนาหุ้นส่วนในทุกมิติ

ายกรัฐมนตรีชื่นชมความสัมพันธ์ไทย-เยอรมนี ที่ ดำ�เนินมาครบ 150 ปี และยิ่งเข้มแข็ง ก่อให้เกิด ประโยชน์กับทั้งสองประเทศ ด้วยมูลค่าการค้า 9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งถือว่าเยอรมนีเป็นประเทศ คู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของไทยในยุโรป ไทยและเยอรมนีต่าง ยึดมั่นในคุณค่าประชาธิปไตย และเคารพสิทธิมนุษย ชน ซึ่งเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งของความร่วมมือในหลายสาขา ไทยและเยอรมนีให้ความสำ�คัญกับความร่วมมือในภูมิภาค และ ต่างมีบทบาทสำ�คัญในภูมิภาค อีกทั้ง ร่วมรับมมือกับความ ท้าทายของมนุษยชาติ จากช่องว่าระหว่างเพศ จนถึงช่องว่าง การพัฒนา ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความเชื่อมั่นต่อความ เข้มแข็งของเศรษฐกิจเยอรมนี และความสำ�คัญของการเติบโต และความมั่นคงในยุโรป พร่อมทั้งเชื่อว่า เยอรมนีจะนำ�ทาง สหภาพยุโรปให้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้ ด้วยการสนับสนุนและความ ร่วมมือจากสมาชิกประเทศสหภาพยุโรป สหภาพยุโรปจะยิ่ง แข็งแกร่งขึ้นจากวิกฤติครั้งนี้ สำ�หรับอาเซียนที่กำ�ลังเติบโต และจะเป็นตลาดเดียวและฐานการผลิตของผู้บริโภคกว่า 600 ล้านคนในปี 2558 จะเป็นส่วนสำ�คัญในการส่งเสริมการเติบโต ของโลก ไทยและภูมิภาคจะเป็นหุ้นส่วนของเยอรมนีและสหภาพ ยุโรป และจะร่วมกันส่งเสริมการค้าและการลงทุน สำ�หรับการค้า ไทยนำ�เข้าสินค้าจากเยอรมนีสูงขึ้นร้อยละ 15 เมื่อปีที่ผ่านมา สินค้านำ�เข้าสำ�คัญได้แก่ พลาสติก เหล็ก เคมีภัณฑ์ ซึ่งสำ�คัญต่อภาคการผลิตและการส่งออกของไทย การนำ�เข้าที่เติบโตขึ้นจากเยอรมนีและจากประเทศสหภาพยุ โรปอื่นๆ จะสามารถสนับสนุนการเติบโตและการสร้างงาน เช่นเดียวกับการลงทุน ที่มีโอกาสมากมายในประเทศไทยและ อาเซียน รัฐบาลมีโครงการลงทุน 73 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในโครงการสาธารณูปโภคต่างๆ ทั้งรถไฟความเร็วสูง และ การขยายสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นต้น เพื่อประโยชน์ต่อการ ค้า การลงทุน และรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจากเยอรมนี

04

นายกฯยิ่งลักษณ์ เยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและสาธารณรัฐฝรั่งเศส


กลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเยอรมนีเชื่อมั่นบทบาทผู้นำ�หญิง ของนายกรัฐมนตรี และเสถียรภาพการเมืองไทย กลุ่ ม สมาชิ ก สภาผู้ แ ทนราษฎร เยอรมนี ซึ่งเป็น “กลุ่มเพื่อนของ ประเทศไทย” (Friends of Thailand) นำ� โดย ผู้นำ�กลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 4 คน ได้แก่ นายเยือร์เกิน คอพเพอลิน (Jurgen Koppelin) อดีตรองหัวหน้า พรรคเสรีประชาธิปไตย (FDP) รอง ประธานกลุ่ม ASEAN Parliamentary Group นายโทมัส กัมบ์เคอ (Thomas Gambke) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคกรีน และประธานกลุ่ม ASEAN Parliamentary Group ของสภาผู้แทน ราษฎรเยอรมนี นายมิชาเอิล โกลส (Michael Glos) สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคสหภาพสังคมคริสเตียน (อนุรักษ์นิยม/CSU) และอดีตรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและเทคโนโลยี และนายมิชาเอิล ฟุคส์ (Michael Fuchs) รองประธานกลุ่ม ASEAN Parliamentary Group พรรคสหภาพประชาธิปไตย คริสเตียน (อนุรักษ์นิยม/CDU) และ นา งอีเดลการ์ด บุลมาห์น (Mrs. Edelgard Bulmahn) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการและการวิจัย พรรคสังคม ประชาธิปไตย (SPD) นายแอร์วิน รึดเดิล (Mr. Erwin Ruddel) กรรมาธิการ ครอบครัว ผู้สูงอายุ สตรี และเยาวชน และกรรมาธิการสาธารณสุข พรรค สหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (อนุรักษ์ นิยม/CDU) นายโวล์ฟกัง วีลันด์ (Mr. Wolfgang Wieland) กรรมาธิการ กิจการภายใน พรรคกรีน โดยกลุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเยอรมนีเป็นกลุ่ม ที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับพัฒนาการ และ ประชาธิปไตยในประเทศไทย

นายกรั ฐ มนตรี ก ล่ า วยิ น ดี ที่ ได้ พ บกั บ กลุ่ ม สมาชิ ก สภาผู้ แ ทนราษฎร เยอรมนี ซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนของประเทศไทย โดยการเดินทางเยือนในครั้งนี้ได้รับการ ต้อนรับอย่างอบอุ่น อีกทั้งการหารือ กั บ นายกรั ฐ มนตรี เ ยอรมนี เ ป็ น ไปด้ ว ยดี สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง สองประเทศที่แนบแน่น และหวังว่าการ หารื อ กั บ กลุ่ ม สมาชิ ก สภาผู้ แ ทนราษฎร เยอรมนี ใ นครั้ ง นี้ จ ะเป็ น จุ ด เริ่ ม ต้ น ใน การหารื อ แลกเปลี่ ย นข้ อ มู ล ข่ า วสารกั บ เยอรมนีต่อไป ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวสร้างความเชื่อ มั่นถึงสถานการณ์ทางการเมืองไทย ว่า รัฐบาลมุ่งมั่นสร้างความปรองดอง และ เสถียรภาพให้เกิดขึ้นในสังคมไทย และ ย้ำ � ว่ า ประเทศไทยมี ศั ก ยภาพในการเป็ น ศูนย์กลางการค้าและการลงทุนในอาเซียน นายกรั ฐ มนตรี ก ล่ า วขอบคุ ณ เยอรมนี ที่ ใ ห้ ก ารช่ ว ยเหลื อ ประเทศไทยตอนเกิ ด อุทกภัยเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งรัฐบาลได้ เตรียมงบประมาณ 11 พันล้านดอลลาร์ สหรัฐ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการน้ำ� ของประเทศ พร้อมทั้งเชิญชวนนักลงทุน เยอรมนีให้มาลงทุน เนื่องจากเยอรมนี มี ค วามเชี่ ย วชาญที่ เ ป็ น ประโยชน์ ต่ อ ประเทศไทย

นายกฯยิ่งลักษณ์ เยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและสาธารณรัฐฝรั่งเศส

05


เร่งสานต่อความร่วมมือกับเยอรมนี

นายกีโด เวสเตอร์เวลเลอ (Dr.Guido Westerwelle) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมัน เข้าเยี่ยมคารวะนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ณ โรงแรม Adlon Kempinski เพื่อหารือข้อราชการ

06

นายกฯยิ่งลักษณ์ เยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและสาธารณรัฐฝรั่งเศส


นายกฯ เร่งสานต่อความร่วมมือกับเยอรมนี เพื่อให้ภาคเอกชนและ ประชาชนทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงผลการหารือกับนางอังเกลา แมร์ เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ซึ่งมีประเด็นสำ�คัญที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะนำ� ไปสานต่อและดำ�เนินการ ได้แก่ การผลักดันการเจรจาความตกลง เขตการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป เพื่อเป็นกลไกสำ�คัญในการ เพิ่มการค้าการลงทุนระหว่างกัน ความร่วมมือด้านการศึกษา โดย เฉพาะระบบการศึกษา Dual System และอาชีวศึกษาที่เยอรมนีมี ความเชี่ยวชาญและเป็นที่ยอมรับ ความร่วมมือในการแลกเปลี่ยน เทคโนโลยี ซึ่งเยอรมนีมีความเชี่ยวชาญ โดยไทยประสงค์ที่จะแลก เปลี่ยนและถ่ายทอดเทคโนโลยีเหล่านี้ เพื่อการพัฒนาประเทศ รวม ถึง ความร่วมมือด้านมาตรฐานคุณภาพการนำ�เข้าสินค้าเกษตร ซึ่ง เยอรมนีจะส่งผู้เชี่ยวชาญไปให้ความรู้และอบรม เพื่อให้สินค้าบรรลุ มาตรฐานในการนำ�เข้าสหภาพยุโรป และลดปัญหาการส่งกลับของ สินค้า ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนีเห็นด้วย และจะนำ�ความร่วมมือเหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติเพื่อพัฒนาและสานต่อ

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจเยอรมนีจะเดินทางมาเยือน ประเทศไทย ในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งจะได้มีการหารือกรอบการทำ�งาน ต่อไป นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยอรมนีได้สอบถามสถานะความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา และไทย-เมีย นมาร์ โดยนายกรัฐมนตรีได้���ืนยันถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่น ซึ่ง สำ�หรับกัมพูชา จะเห็นได้ว่า การค้าชายแดนมีพัฒนาการที่ก้าวหน้า ประชาชนระหว่ า งสองประเทศสามารถไปมาหาสู่ กั น ได้ อ ย่ า ง ปลอดภัย รวมทั้ง ความตกลงในการปรับกำ�ลังทหารจากพื้นที่ ปราสาทพระวิหาร สำ�หรับสหภาพเมียนมาร์นั้น ไทยมีความร่วมมือ ที่ใกล้ชิดและส่งเสริมกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยในเมียนมาร์ และเห็นว่าสหภาพยุโรปจะยกเลิกการคว่ำ�บาตรต่อเมียนมาร์เพื่อส่ง เสริมเศรษฐกิจและการเมืองในเมียนมาร์ให้เดินต่อไปได้

“นายกฯ เดินทางไปพบกับ ชุมชนชาวไทยในเบอร์ลิน ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน โดยนายก รัฐมนตรีได้เปิดโอกาสให้ชุมชน ไทยในกรุงเบอร์ลินประมาณ 40 คน เข้าพบและรับฟังสภาพ ความเป็นอยู่ในเยอรมนีของ ชุมชนชาวไทย” นายกฯยิ่งลักษณ์ เยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและสาธารณรัฐฝรั่งเศส

07


นายกรัฐมนตรีและคณะ ประกอบไปด้วย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ นายบุญทรง เตริยา ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หม่อม ราชวงศ์พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม นายสุรนันทน์ 08

เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นางสาว ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำ�สำ�นักนายก รัฐมนตรี ฯลฯ เดินทางถึงท่าอากาศยาน ORLY กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยฝ่ายฝรั่งเศส ให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะทางการ ณ เรือนรับรองเกียรติยศ (Pavillon d’Honneur)

นายกฯยิ่งลักษณ์ เยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและสาธารณรัฐฝรั่งเศส


ระหว่างการเยือนครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีกำ�หนดการ สำ�คัญที่จะหารือข้อราชการกับนายฟรองซัวส์ ออลองด์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส และนายฌอง-มาร์ค เอ โรต์ นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐฝรั่งเศส รวมถึงศึกษาดูงาน เรื่องการบริหารจัดการเมือง และการพัฒนาระดับความเป็น อยู่ของชีวิตคนเมืองในกรุงปารีส

รัฐมนตรี ประกอบด้วย ธุรกิจกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร เสื้อผ้าและสิ่งทอ อัญมณีและเครื่องประดับ ยานยนต์และชิ้น ส่วน การบริการด้านการแพทย์ และพลังงาน รวมทั้งผู้แทน อุตสาหกรรม สภาหอการค้า สมาคมธนาคารไทย โดยคณะ นักธุรกิจไทย จะร่วมสัมมนาทางธุรกิจเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิด เห็นกับนักธุรกิจฝรั่งเศส เพื่อขยายลู่ทางและโอกาสทางธุรกิจ ร่วมกัน

ทั้งนี้ มีคณะนักธุรกิจชั้นนำ�ของไทยร่วมเดินทางไปกับนายก นายกฯยิ่งลักษณ์ เยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและสาธารณรัฐฝรั่งเศส

09


ผู้นำ�ฝรั่งเศสให้ความมั่นใจต่อประเทศไทย พร้อมขยายความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปยังทำ�เนียบประธานาธิบดี ฝรั่งเศส (Palais de l’Elysee) เพื่อเข้า พบหารือทวิภาคีกับนายฟรองซัวส์ ออลอง ด์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่ง มีบทบาทสำ�คัญในการแก้ปัญหาวิกฤติหนี้ใน ยุโรป

10

ผู้

นำ�ทั้งสองฝ่าย ได้หารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึง ศักยภาพทางเศรษฐกิจของ ไทย และการฟื้นตัวของประเทศภายหลังอุทกภัยซึ่งเป็นที่ น่าพอใจ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนที่เพิ่มขึ้น การว่างงานคงที่และเงินเฟ้อ ร้อยละ 3 ซึ่งในปีนี้ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวอยู่ที่ 5.5- 6.5 ทั้งนี้ รัฐบาลไทยมีแผนที่จะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่อีก 7 ปีข้าง หน้า ซึ่งมีมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านยูโร เพื่อรองรับการเติบโตทาง เศรษฐกิจของภูมิภาคและการเป็นประชาคมอาเซียน ซึ่งจะทำ�ให้เกิด ตลาดเสรีขนาดใหญ่ของประชากรกว่า 600 ล้านคน นอกจากนี้ ที่ ตั้งทางภูมิศาสตร์ของไทยอยู่ในจุดศูนย์กลางของภูมิภาค ทำ�ให้มี ความพร้อมสำ�หรับฝรั่งเศสที่จะใช้ไทยเป็นจุดศูนย์กลางและเป็นประตู ทางเศรษฐกิจสู่ประเทศในภูมิภาคให้แก่ฝรั่งเศสได้

นายกฯยิ่งลักษณ์ เยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและสาธารณรัฐฝรั่งเศส


แผนปฏิบัติการร่วมไทย-ฝรั่งเศส แผนปฏิบัติการร่วมไทย-ฝรั่งเศส ฉบับที่ 2 (ปี พ.ศ. 25532557) นี้ เป็นกรอบกำ�หนดกิจกรรมความร่วมมือและกระชับ ความสัมพันธ์ในทุกมิติและทุกสาขาระหว่างประเทศทั้งสองอย่าง ต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม แบ่งออกเป็น 5 หมวด ดังนี้ (1) การกระชับความสัมพันธ์ทางการเมืองและการหารือทวิภาคี โดยผ่านการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างผู้แทนของ ทั้งสองประเทศ และการประสานงานกันในเวทีระหว่างประเทศใน ประเด็นที่สำ�คัญ อาทิ เรื่องสิทธิมนุษยชน พลังงาน การพัฒนา ที่ยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนกระชับการ หารือในเรื่องยุทธศาสตร์ทวิภาคี ทั้งในระดับภูมิภาคและระหว่าง ประเทศ (2) การกระชับความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ โดยให้มีการ จัดทำ�ข้อตกลงการหารือของเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านเศรษฐกิจ ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส เพื่อส่งเสริมและอำ�นวยความสะดวกด้าน การค้าและการลงทุน ตลอดจนเสริมสร้างเครือข่ายและความ เชื่อมโยงทางธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของทั้งสองประเทศ

นักธุรกิจชั้นนำ�ของฝรั่งเศส เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับ นายกรัฐมนตรี

(3) การปรับปรุงความร่วมมือทวิภาคีในสาขาที่มีผลประโยชน์ ร่วมกัน ได้แก่ ด้านวัฒนธรรมและการศึกษา ด้านวิชาการ ด้าน พลังงาน และด้านการตรวจคนเข้าเมือง (4) การกระตุ้นความร่วมมือไตรภาคีเพื่อการพัฒนาและการ คุ้มครองสินค้าและบริการสาธารณะของโลก โดยผ่านความ ร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ ได้แก่ สำ�นักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ สำ�นักงาน ความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านและสำ�นักงาน เพื่อการพัฒนาแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส (5) การกระชับความสัมพันธ์ด้านการป้องกันประเทศ โดยผ่าน ความร่วมมือระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ ซึ่งในการเดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ของนายกรัฐมนตรี ในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ดำ�เนินการหารือ กับทั้งนายฟรองซัวส์ ออลองด์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐ ฝรั่งเศส และ นายฌอง-มาร์ค เอโรต์ นายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐฝรั่งเศส ถึงกลไกการเดินหน้าผลักดันความร่วมมือ เหล่านี้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างต่อเนื่อง โดยจะสานต่อความ ร่วมมือที่มีอยู่ และเร่งดำ�เนินการความร่วมมือที่ยังคั่งค้างต่อไป

นายกฯยิ่งลักษณ์พบหารือ สภานายจ้างฝรั่งเศส

นายกฯยิ่งลักษณ์ เยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและสาธารณรัฐฝรั่งเศส

11


นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางไปเยี่ยมชม Pavillon d’ Arsenal ณ กรุงปารีส เพื่อศึกษาดูงานเรื่องการบริหารจัดการเมือง และการ พัฒนาระบบความเป็นอยู่ของชีวิตคนเมือง นิทรรศการ “Paris, Metropolic 2020” นี้ จะ นำ�เสนอแนวทางการบริหารจัดการเมือง และการ พัฒนาระบบความเป็นอยู่ของชีวิตคนเมืองของกรุง ปารีส ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตลอดจนข้อมูล เกี่ยวกับกรุงปารีสในทุกๆด้าน ผ่านการสร้างสรรค์ ด้วยเทคโนโลยระบบดิจิตัล 2D และ 3D อันทันสมัย เข้าใจง่าย เพื่อแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ในกรุง ปารีสมีการควบคุมการเจริญเติบโต ให้มีความเป็น แบบแผน อย่างเป็นระยะ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1853 พื้นที่ ในกรุงปารีสจึงถูกสร้างให้เกิดประโยชน์ใช้สอยสูงสุด อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นว่า กรุง ปารีสเป็นมหานครที่มีการจัดกา���ผังเมืองที่ดีและมี สถาปัตยกรรมสิ่งปลูกสร้างที่โดดเด่นแห่งหนึ่งของ โลกอีกด้วย

12

นายกรัฐมนตรีได้แสดงความสนใจแนวทางการ จัดการผังเมืองของกรุงปารีส การก่อสร้างอาคารยุคใหม่ ที่ยังคงเน้นสถาปัตยกรรมอันแสดงถึงเอกลักษณ์ของชาว ฝรั่งเศส ทั้งยังต้องถูกสร้างขึ้นให้เกิดประโยชน์ใช้สอยอย่าง เต็มที่ ตลอดจนการพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน โดย เฉพาะการลดความเหลื่อมล้ำ�และความยากจนด้วยโครงการ การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้มีประสิทธิภาพ และประชาชน สามารถใช้บริการได้อย่างทั่วถึง ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่าทั้งกรุงปารีส และ กรุงเทพมหานครต่างเป็นเมืองหลวงที่มีผู้คนอาศัยอยู่เป็น จำ�นวนมาก และมีความหลากหลายทั้งทางด้านเศรษฐกิจและ สังคมเช่นเดียวกัน และเห็นว่ามีความเป็นได้ที่จะนำ�แนวทาง การบริหารจัดการเมือง และการพัฒนาระบบความเป็นอยู่ ของประชาชน ของกรุงปารีส มาปรับใช้กับระบบต่างๆของ กรุงเทพมหานครต่อไป

นายกฯยิ่งลักษณ์ เยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและสาธารณรัฐฝรั่งเศส


นายกรัฐมนตรีพบปะชุมชนชาวไทยในกรุงปารีส นายกรัฐมนตรีเปิดโอกาสให้คนไทยที่พำ�นักอยู่ในฝรั่งเศสเข้าพบ ณ โรงแรม Le Westin Paris Vendome ซึ่งเป็นโรงแรมที่พัก นายกฯได้กล่าวทักทายตัวแทนชุมชนชาวไทยในกรุงปารีสอย่างเป็นมิตร พร้อม พูดคุยและสอบถามถึงการดำ�เนินชีวิตโดยทั่วไป และกล่าวให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลมีนโยบายไม่ละทิ้งประชาชน ชาวไทยไม่ว่าจะอยู่ในประเทศใด ในตอนท้าย นายกฯได้กล่าวให้ข้อคิดแก่ชุมชนชาวไทยที่เข้าพบว่า ให้ดำ�เนินวิถี ชีวิตตามแนวพระราชดำ�ริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง และมีความอื้อเฟื้อเอื้อ อาทรต่อกัน พร้อมเปิดใจรับและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อให้สามารถดำ�รงชีวิตและปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมและสิ่ง แวดล้อมได้อย่างดี

นายกฯยิ่งลักษณ์ เยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและสาธารณรัฐฝรั่งเศส

13


นายกเยือนเยอรมนีและฝรั่งเศส